CS medias Learning
ชดุ วิชา กฎหมายใกลต้ วั
รหสั วิชา สค33003 รายวิชาเลือกเสรี ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
ตามหลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอชุมแสง
สานกั งานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวัดนครสวรรค์
สานักงานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั
สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร
สารบญั หนา้
เรอ่ื ง 1
เร่อื งกฎหมายลิขสทิ ธิไ์ ทย 1
เรื่องท่ี 1 ความหมายของกฎหมายลิขสทิ ธิ์ไทย 1
เรอ่ื งท่ี 2 ประเภทของงานอันมีลขิ สทิ ธิ์ 2
เรื่องท่ี 3 ผลงานทีไ่ มไ่ ด้รบั ความค้มุ ครองตามกฎหมายลิขสิทธ์ิ 2
เรอ่ื งที่ 4 การคมุ้ ครองลขิ สิทธ์ิ 2
เรื่องท่ี 5 การละเมดิ ลขิ สทิ ธ์ิ
เรอื่ งที่ 6 อายแุ ห่งการคมุ้ ครองลขิ สิทธ์ิ 3
3
เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม 4
เรอ่ื งที่ 1 ความหมายของทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม 4
เร่ืองที่ 2 ประเภทของทรัพยากรธรรมชาติ 5
เรื่องที่ 3 ความสาคญั ของทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม
เรื่องท่ี 4 กิจกรรมที่สง่ ผลกระทบตอ่ สิ่งแวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาติ
เรื่องท่ี 5 สาเหตทุ ่มี นุษยท์ าลายสิง่ แวดลอ้ ม
ใบความรูท้ ่ี 17 วชิ ากฎหมายใกล้ตวั
เรอ่ื งกฎหมายลิขสทิ ธิ์ไทย ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
เร่อื งที่ 1 ความหมายของกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย
พระราชบัญญัติลิขสิทธิพ์ .ศ. 2537 และทแี่ ก้ไขเพิ่มเตมิ มาตรา 4 “ลิขสิทธ์ิ” หมายความวา่ สทิ ธิแต่เพยี ง ผู้เดยี ว
ที่จะทาการใดๆ ตามพระราชบัญญตั ินี้เก่ียวกับงานท่ผี ูส้ รา้ งสรรคไ์ ด้ทาข้ึน และ “ผูส้ ร้างสรรค์” หมายความว่า
ผู้ทาหรือผกู้ อ่ ให้เกิดงานสร้างสรรค์อยา่ งใดอย่างหนงึ่ ทเ่ี ปน็ งานอันมีลขิ สิทธิต์ ามพระราชบัญญตั ินี้
กลา่ วโดยสรปุ ลขิ สิทธ์ิ คือ ความคุม้ ครองท่มี ใี หแ้ ก่เจา้ ของผลงานสรา้ งสรรคท์ เ่ี กิดจากความคดิ รเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์
การใชส้ ตปิ ญั ญา ความรู้ความสามารถและความวิริยะอตุ สาหะ ซ่งึ ถอื เปน็ ทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึง่ ทมี่ ี
คุณค่าทางเศรษฐกิจ เจา้ ของลขิ สิทธม์ิ ีสทิ ธิแตผ่ ู้เดียวท่ีจะกระทาการใดๆ เก่ยี วกบั งานอันมีลิขสทิ ธข์ิ องตน โดย
กฎหมายลิขสิทธิไ์ ดใ้ ห้ความค้มุ ครองถึงสทิ ธินักแสดงด้วย
เรอ่ื งที่ 2 ประเภทของงานอนั มลี ขิ สิทธ์ิ
ประเภทของงานอันมลี ิขสิทธ์ิ งานอนั มีลิขสิทธิม์ ี 9 ประเภท ได้แก่
1) งานวรรณกรรม เช่น หนังสอื บทความ บทกลอน โปรแกรมคอมพวิ เตอร์
2) นาฏกรรม เช่น ท่าเต้นทา่ รา ท่ีประกอบขนึ้ เปน็ เรอ่ื งราว
3) ศลิ ปกรรม เชน่ ภาพวาด ภาพถ่าย
4) ดนตรกี รรม เช่น ทานองเพลง หรอื เนือ้ ร้องและทานองเพลง
5) โสตทัศนว์ ัสดุ เชน่ วซี ีดีคาราโอเกะ
6) ภาพยนตร์
7) สิ่งบนั ทกึ เสียง เช่น ซดี ีเพลง
8) งานแพร่เสยี งแพร่ภาพ เช่น รายการโทรทศั น์
9) งานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวทิ ยาศาสตร์หรอื แผนกศลิ ปะ เช่น การเพ้นทศ์ ิลปะบนร่างกาย
เร่อื งที่ 3 ผลงานที่ไม่ไดร้ บั ความคมุ้ ครองตามกฎหมายลิขสทิ ธิ์
1) ข่าวประจาวนั และขอ้ เทจ็ จรงิ ต่างๆ ทีม่ ีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร เวน้ แต่หากมีการนาข้อมูลดังกล่าว มาเรียบเรียงจนมี
ลกั ษณะเป็นงานวรรณกรรม อาทิ การวเิ คราะห์ขา่ ว บทความ ผลงานนั้นอาจได้รบั ความค้มุ ครองในลกั ษณะของงาน
วรรณกรรม
2) รัฐธรรมนญู และกฎหมาย
3) ระเบยี บ ขอ้ บังคับ ประกาศ คาส่งั ง หรือหนงั สือตอบโต้อ่ืนใดของหน่วยงานของรฐั
4) คาพพิ ากษา คาส่งั คาวนิ ิจฉัย และรายงานของทางราชการ
5) คาแปลและการรวบรวมส่งิ ต่างๆ ตามขอ้ 1) ถึง 4) ทก่ี ระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอนื่ ใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
จัดทาข้ึน
6) ความคิดข้ันตอน กรรมวิธี ระบบ วธิ ใี ชห้ รือทางาน แนวความคิด หลกั การ การค้นพบ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หรือ
คณิตศาสตร์
เร่อื งท่ี 4 การค้มุ ครองลิขสิทธิ์
การไดม้ าซึง่ สทิ ธ์ิ: สทิ ธใิ นลขิ สิทธจ์ิ ะเกิดขน้ึ โดยทันทนี ับตงั้ แต่ผสู้ ร้างสรรคไ์ ดส้ รา้ งสรรคผ์ ลงานโดยไมต่ อ้ งจดทะเบียนงาน
อนั มีลิขสทิ ธ์ทิ ง้ั 9 ประเภท พระราชบญั ญัติลขิ สทิ ธิ์ พ.ศ.2537 ได้ให้ความคมุ้ ครองเจ้าของลิขสทิ ธิ์ซ่งึ เปน็ ผสู้ รา้ งสรรค์
ผลงาน ใหม้ สี ิทธิแตผ่ ู้เดยี วทีจ่ ะกระทาการใดๆ ตอ่ ไปนี้
1. ทาซา้ หรอื ดัดแปลง หมายถงึ คดั ลอกไมว่ า่ จะเปน็ วธิ กี ารใดๆ เลยี นแบบ ทาสาเนาทาแมพ่ มิ พ์บันทกึ เสียง บันทกึ ภาพ
หรือทั้งภาพและเสยี งจากตน้ ฉบบั สาเนาหรอื จากการโฆษณาในส่วนอนั เป็นสาระสาคัญไมว่ า่ ทัง้ หมดหรือบางส่วน โดยไม่
มีลกั ษณะเปน็ การจัดทางานขึน้ ใหม่
2. เผยแพรต่ ่อสาธารณชน หมายถึง ทาให้ปรากฏต่อสาธารณชน โดยการแสดงบรรยาย บรรเลง ทาใหป้ รากฏเสียงหรอื
ภาพการสรา้ ง จาหน่าย หรือโดยวธิ ีอน่ื ใดกบั งานทีจ่ ัดทาข้นึ
3. ใหเ้ ชา่ ตน้ ฉบบั หรือสาเนางานโปรแกรมคอมพวิ เตอร์โสตทัศนวัสดภุ าพยนตรแ์ ละสง่ิ บันทกึ เสียง
4. อนญุ าตใหผ้ อู้ ่ืนใช้สทิ ธิในงานท่ีทาซา้ ดดั แปลงงานอันมลี ิขสทิ ธิ์ของผู้อื่นเจา้ ของสิทธ์ิอาจโอนลิขสทิ ธข์ิ องตนทัง้ หมด
หรอื เพยี งบางส่วนให้แก่บุคคลอืน่ ได้ และจะโอนใหโ้ ดยมกี าหนดเวลาหรือตลอดอายุแหง่ การคุ้มครองลขิ สิทธก์ิ ็ไดใ้ นการ
โอนลิขสทิ ธซิ์ ง่ึ ไมใ่ ช่ทางมรดกตอ้ งทาเปน็ หนังสือลงลายมือชื่อผ้โู อนและผรู้ ับโอน ถา้ ไมไ่ ดก้ าหนดระยะเวลาไวใ้ นสัญญา
โอนใหถ้ ือว่าเป็นการโอนมีกาหนดระยะเวลาสบิ ปี
เรือ่ งที่ 5 การละเมิดลิขสทิ ธิ์
- การละเมดิ ลขิ สิทธ์โิ ดยตรง คือ การทาซ้า ดัดแปลง เผยแพร่โปรแกรมคอมพวิ เตอรแ์ ก่สาธารณชน รวมท้ังการนาตน้ ฉบับหรือ
สาเนางานดงั กล่าวออกให้เชา่ โดยไมไ่ ด้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสทิ ธ์ิ
- การละเมิดลขิ สทิ ธ์โิ ดยออ้ ม คือ การกระทาทางการคา้ หรือการกระทาท่ีมสี ว่ นสนบั สนนุ ให้เกดิ การละเมดิ ลขิ สทิ ธิ์ดงั กล่าว
ขา้ งต้นโดยผู้กระทารู้อยูแ่ ล้ว ว่างานใดได้ทาข้ึนโดยละเมดิ ลขิ สทิ ธขิ์ องผู้อ่ืน แตก่ ย็ งั กระทาเพื่อหากาไรจากงานนน้ั ไดแ้ ก่ การ
ขาย มไี ว้เพอ่ื ขายให้เช่า เสนอให้เช่า ใหเ้ ช่าซือ้ เสนอใหเ้ ชา่ ซ้ือ เผยแพร่ต่อสาธารณชน แจกจ่ายในลกั ษณะทอ่ี าจกอ่ ให้เกิด
ความเสยี หายต่อเจ้าของลขิ สิทธแ์ิ ละนาหรอื สง่ั เข้ามาในราชอาณาจักร
เรอื่ งที่ 6 อายแุ หง่ การคมุ้ ครองลิขสทิ ธ์ิ
โดยท่ัว ๆ ไป การคมุ้ ครองลิขสิทธ์ิ จะมผี ลเกิดขึน้ โดทันทีทีม่ ีการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน โดยความคุ้มครองน้จี ะมตี ลอดอายุของผู้
สรา้ งสรรค์ และจะคมุ้ ครองตอ่ ไปอีก 50 ปี นับแต่ผสู้ ร้างสรรคเ์ สียชวี ติ หากแตม่ งี านบางประเภทท่ีจะมีอายุการคมุ้ ครอง
แตกตา่ งกัน ดังนน้ั อายกุ ารคมุ้ ครองสามารถแยกได้โดยสรปุ ดงั นี้
1. อายกุ ารคมุ้ ครองท่วั ไป ลขิ สทิ ธจิ์ ะมตี ลอดอายผุ ู้สร้างสรรค์และจะมีต่อไปอีก 50 ปนี บั แตผ่ สู้ ร้างสรรค์ถึงแกค่ วามตาย กรณีที่
นติ บิ คุ คลเป็นผู้สรา้ งสรรค์ ลิขสทิ ธ์จิ ะมอี ายุ 50 ปี นับแต่ไดส้ รา้ งสรรคง์ านนนั้ ขึ้น กรณีทีผ่ ู้สรา้ งสรรคใ์ ช้นามแฝงหรือไมป่ รากฏ
ช่ือผู้สร้างสรรค์ลิขสทิ ธิ์ลขิ สทิ ธ์ิมอี ายุ 50 ปี นับแตไ่ ดส้ ร้างสรรค์งานนั้นขน้ึ
2. งานภาพถ่าย โสตทัศนวสั ดุ ภาพยนตร์ ส่งิ บันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพรภ่ าพ ลิขสทิ ธมิ์ อี ายุ 50 ปี นบั แตไ่ ดส้ รา้ งสรรค์
งานน้ันข้นึ
3. งานท่ีสรา้ งสรรค์โดยการจา้ งหรือตามคาสง่ั ของกระทรวง ทบวง กรม หรอื หน่วยงานอ่นื ใดของรฐั ให้มีอายุ 50 ปนี ับแตไ่ ด้
สร้างสรรค์งานนัน้ ข้ึน
4. งานศิลปะประยกุ ต์ ลขิ สิทธิม์ อี ายุ 25 ปี นับแต่ไดส้ ร้างสรรค์งานนน้ั ขึ้น แตถ่ ้าได้มีการโฆษณางานนั้นในระหวา่ งระยะเวลา
ดังกล่าวใหล้ ขิ สิทธมิ์ อี ายุ 25 ปี นับแตไ่ ดม้ กี ารโฆษณาครั้งแรกกรณที ไ่ี ด้มกี ารโฆษณางานตามขอ้ 1 – 3 ในระหว่างระยะเวลา
ดงั กลา่ วใหล้ ิขสิทธิม์ อี ายุ 50 ปี นับแต่ไดม้ ีการโฆษณาเปน็ ครงั้ แรก
ใบความร้ทู ี่ 18 วิชากฎหมายใกล้ตวั
เร่อื งทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
เรื่องท่ี 1 ความหมายของทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม
ทรัพยากรธรรมชาติ หมายถงึ ส่ิงที่เกิดข้นึ เองตามธรรมชาติ มนุษยน์ ามาใช้ประโยชน์เพ่ือการดารงชีวิตท่ีดขี ึ้น เชน่
แสงอาทติ ย์ อากาศ น้าดิน สัตว์ป่า หิน แร่ธาตุ และมนษุ ย์
สิง่ แวดล้อม หมายถงึ สิ่งท่อี ยูร่ อบตวั มนุษย์อาจเกดิ ขึ้นเองตามธรรมชาตหิ รือมนษุ ย์ สร้างขึ้นมีชวี ิตหรือไมม่ ชี วี ติ มีรูปธรรม
หรือนามธรรม และมีความเหมาะสมหรอื อาจไมเ่ หมาะสม เชน่ แสงแดด แม่น้า ถนน บ้านเรอื น โบราณสถาน วฒั นธรรม
จากความหมายของทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม มคี วามสัมพนั ธก์ นั อยา่ งใกล้ชิดต่างกันทีส่ ่งิ แวดล้อมรวมทุกสิ่งทุก
อย่างทปี่ รากฏอยรู่ อบตัวเรา สว่ นทรัพยากรธรรมชาติ เนน้ สิ่งท่ีอานวยประโยชนแ์ กม่ นุษย์มากกว่าส่ิงอนื่
เรื่องที่ 2 ประเภทของทรพั ยากรธรรมชาติ
การแบ่งประเภทของทรพั ยากรธรรมชาติมีการแบง่ กนั หลายลกั ษณะ แตใ่ นทีนี้ แบ่งโดยใชเ้ กณฑ์ของการนามาใช้ แบ่ง
ออกเปน็ 4 ประเภท ดังนี้
1. ทรัพยากรธรรมชาติท่ีใช้แล้วไมห่ มดสนิ้ เป็นทรัพยากรธรรมชาตทิ ่เี กิดข้ึนก่อนทีจ่ ะมีมนุษย์ เม่อื มมี นษุ ยเ์ กดิ ข้นึ มาสิง่
เหล่าน้กี ็มีความจาเป็นตอ่ การดารงชวี ติ ของมนษุ ย์ จาแนกเปน็ 2 ประเภท ไดแ้ ก่
1.1 ประเภทที่คงสภาพเดิมไมเ่ ปลยี่ นแปลง ได้แก่ พลงั งานจากดวงอาทิตย์ ลม อากาศ ฝุน่ แมก้ าลเวลาจะ
ผา่ นไปนานเท่าใดก็ตามส่งิ เหล่าน้กี ย็ ังคงมีไม่เปล่ยี นแปลง
1.2 ประเภทท่มี กี ารเปล่ยี นแปลง การเปล่ยี นแปลงทเ่ี กิดขน้ึ เน่ืองมาจากการใช้ประโยชนอ์ ย่างผิดวิธี เชน่
การใช้ท่ีดิน การใชน้ าโดยวธิ กี ารท่ไี มถ่ ูกตอ้ ง ทาใหเ้ กดิ การเปล่ียนแปลงท้ังทางดา้ นกายภาพและดา้ นคุณภาพ
2. ทรัพยากรธรรมชาตทิ ใี่ ช้แล้วทดแทนได้ เป็นทรพั ยากรธรรมชาตทิ ี่ใช้ไปแลว้ สามารถเกดิ ขน้ึ ทดแทนได้ ซึง่ อาจจะเร็วหรือ
ช้าขน้ึ อยูก่ ันชนดิ ของทรพั ยากรธรรมชาติประเภทนั้น ทรัพยากรธรรมชาตทิ ใ่ี ชแ้ ลว้ ทดแทนได้ เช่น พชื ป่าไม้ สัตว์ป่า มนุษย์
ความสมบูรณ์ของดิน คณุ ภาพของน้า และทัศนยี ภาพทีส่ วยงาม เปน็ ต้น
3. ทรัพยากรธรรมชาตทิ ีส่ ามารถนามาใชใ้ หม่ได้ เปน็ ทรัพยากรธรรมชาติจาพวกแรธ่ าตทุ นี่ ามาใชแ้ ลว้ สามารถนาไปแปรรูป
ใหก้ ลบั ไปสู่สภาพเดิมได้ แล้วนากลับมาใชใ้ หมอ่ กี เชน่ แรโ่ ลหะ แร่อโลหะ ได้แก่ เหล็ก ทองแดง อะลูมเิ นียม แกว้ ฯลฯ
4. ทรัพยากรธรรมชาติทีใ่ ช้แล้วหมดสนิ้ ไป เป็นทรัพยากรธรรมชาติทนี่ ามาใช้แลว้ จะหมดไปจากโลกน้ี หรือสามารถเกิดขึน้
ทดแทนได้ แต่ตอ้ งใช้เวลายาวนานมาก ทรพั ยากรธรรมชาติประเภทนี้ ไดแ้ ก่ น้ามันปิโตรเลียม กา๊ ซธรรมชาติ และถา่ นหิน
เปน็ ตน้
ประเภทของส่ิงแวดลอ้ มแบง่ ออก 2 ประเภท
1. เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ไดแ้ ก่ นา้ ดิน แรธ่ าตุและส่ิงมชี วี ิตท่ีอาศยั อยูบ่ นโลก(พืชและสัตว์)
2. มนษุ ย์สรา้ งขึน้ เอง ได้แก่ สาธารณปู การ ต่าง ๆ เชน่ ถนน เขอ่ื นกันนา้
เร่ืองท่ี 3 ความสาคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อมมคี วามสาคญั ต่อมนุษยม์ ากมายหลายด้านดังนี้
1. การดารงชีวติ ทรพั ยากรธรรมชาตเิ ป็นตน้ กาเนดิ ของปจั จยั 4 ในการดารงชีวติ ของมนษุ ย์พบว่า มนุษย์จะตอ้ งพึ่งพา
ทรพั ยากรธรรมชาตเิ พอื่ สนองความตอ้ งการทางด้านปัจจัยส่ี คอื อาหาร เคร่อื งนงุ่ หม่ ทีอ่ ยอู่ าศัย และยารักษาโรค
- อาหารที่มนุษยบ์ รโิ ภคแรกเรมิ่ สว่ นหนึ่งได้จากทรพั ยากรธรรมชาติ เช่น เผอื ก มนั ปลานา้ จดื และปลาน้าเค็ม เปน็ ตน้
- เครอื่ งนุ่งหม่ แรกเร่ิมมนุษยป์ ระดษิ ฐเ์ ครื่องนุ่งหม่ จากทรัพยากรธรรมชาติ เชน่ จากฝา้ ย ปา่ น ลนิ นิ ขนสตั ว์ ฯลฯ ท่มี อี ยู่
ตามธรรมชาติ ตอ่ มาเมื่อจานวนประชากรเพ่มิ ขนึ้ ความตอ้ งการเคร่ืองนุง่ หม่ ก็เพิ่มข้ึนดว้ ย จงึ จาเป็นต้องปลูกหรือเล้ยี งสัตว์
เพ่อื การทาเครอื่ งนุ่งหม่ เอง และในทส่ี ุดก็ทาเป็นอุตสาหกรรม
- ทอี่ ย่อู าศัย การสร้างทอี่ ยู่อาศยั ของชนเผา่ ต่าง ๆ จะพยายามหาทรัพยากรธรรมชาติ ทมี่ ีอยใู่ นทอ้ งถนิ่ มาเปน็ องค์ประกอบ
หลักในการก่อสรา้ งทีอ่ ยู่อาศยั ขึน้ มา ตวั อย่างเช่น ในเขตทะเลทรายท่ีแหง้ แล้ง บา้ นทส่ี รา้ งขึ้นในเขตภเู ขาจะทาด้วยดนิ
เหนียว แตถ่ ้าเป็นบรเิ วณทแี่ หง้ แลง้ และไร้พชื พรรณธรรมชาติบา้ นทส่ี ร้างขนึ้ อาจจะเจาะเปน็ อโุ มงคเ์ ข้าไปตามหนา้ ผา บ้าน
คนไทยในชนบทสร้างดว้ ยไม้ ไม้ไผ่ หลงั คามงุ ดว้ ยจากหรือหญ้า เปน็ ตน้
- ยารกั ษาโรค ต้งั แต่สมยั โบราณมนุษย์รจู้ กั นาพืชสมุนไพรมาใชใ้ นการรักษาโรค เช่น คนไทยใช้ฟา้ ทะลายโจรรกั ษาโรคหวดั
หอบ หืด หวั ไพล ขมน้ิ น้าผ้ึงใช้บารุงผวิ
2. การต้ังถนิ่ ฐานและการประกอบอาชีพ ทรัพยากรธรรมชาตเิ ป็นปัจจัยพ้นื ฐานในการตง้ั ถ่นิ ฐานและประกอบอาชพี ของ
มนุษย์ เช่น แถบลมุ่ แม่น้าหรอื ชายฝัง่ ทะเลทอี่ ดุ มสมบูรณ์ดว้ ยพชื และสัตว์ จะมีประชาชนเขา้ ไปตงั้ ถ่นิ ฐานและประกอบ
อาชีพทางการเกษตรกรรมประมง เปน็ ตน้
3. การพฒั นาทางเศรษฐกิจ จาเปน็ ต้องใชท้ รพั ยากรธรรมชาติ
4. ความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยี การประดิษฐเ์ ครื่องมือ เคร่ืองใช้ เครอ่ื งจกั ร เครื่องผ่อนแรงต้องอาศัยทรัพยากรธรรมชาติ
5. การรักษาสมดลุ ธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติเป็นปัจจัยในการรักษาสมดุลธรรมชาติ
เรื่องท่ี 4 กจิ กรรมทสี่ ง่ ผลกระทบต่อสิง่ แวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาติ
มนษุ ย์สร้างกจิ กรรมทส่ี ่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่
1. กจิ กรรมทางดา้ นอตุ สาหกรรม โดยไม่มกี ารคานึงถึงสิ่งแวดลอ้ ม มีการนาใชท้ รพั ยากรธรรมชาตมิ ากมาย และกอ่ ใหเ้ กิด
มลพิษ ตอ่ ส่ิงแวดลอ้ ม เช่น อุตสาหกรรมเหมืองแร่ มกี ารเปิดหนา้ ดนิ กอ่ ให้เกิดปัญหาการชะล้าง พงั ทลายของดิน และปญั หา
นา้ ทง้ิ จากเหมืองลงสูแ่ หลง่ น้า ก่อใหเ้ กดิ พลพษิ ทางน้า
2. กจิ กรรมทางการเกษตร เช่น มีการใชย้ าฆ่าแมลง เพอื่ เพ่ิมผลผลติ ส่งผลให้เกดิ อนั ตราย ต่อสง่ิ แวดล้อม และสุขภาพอนามัย
ของมนุษย์ เนอ่ื งจากมกี ารสะสมสารพิษ ไวใ้ นรา่ งกายของส่ิงมีชีวิต และสิง่ แวดล้อม ก่อให้เกิดอันตราย ในระยะยาวและเกิด
ความสญู เสยี ทางดา้ นเศรษฐกจิ เน่ืองจากการเจ็บปว่ ยของประชาชน และคุณภาพสง่ิ แวดล้อมท่แี ยล่ ง
3. กิจกรรมการบรโิ ภคของมนุษย์ สง่ ผลให้ มกี ารใชท้ รพั ยากรอยา่ งฟมุ่ เฟอื ย ขาดการคานงึ ถอื สงิ่ แวดลอ้ ม ก่อใหเ้ กดิ ปญั หา
สงิ่ แวดลอ้ มตามมา เชน่ ปริมาณขยะทม่ี ากขึ้น จากการบริโภคของเรานี้ ที่มากขึน้ ซ่งึ ยากต่อการกาจดั โดยเกดิ จาการใช้
ทรพั ยากร อยา่ งไม่คุม้ ค่า ทาให้ปรมิ าณทรพั ยากรธรรมชาติลดนอ้ ยลง เป็นต้น
เรอื่ งท่ี 5 สาเหตทุ ี่มนษุ ย์ทาลายสง่ิ แวดล้อม
มนุษย์ทาลายส่ิงแวดล้อม มหี ลายสาเหตดุ ังน้ี
1. การเพ่มิ ของประชากร การเพมิ่ ของประชากรโลก เป็นไปอย่างรวดเรว็ เน่อื งจากความเจรญิ ทางดา้ นการแพทย์ ช่วยลด
อัตราการตาย โดยการเพมิ่ ประชากรนี้ ก่อใหเ้ กิดการบริโภคทรัพยากรมากขน้ึ มีของเสียมากขึน้
2. พฤตกิ รรมการบริโภค อันเน่ืองมาจาก ต้องการให้คณุ ภาพชีวติ ดขี ึ้น มีความสุขสบาย มากขึน้ มีการนาใช้
ทรัพยากรธรรมชาติ อยา่ งสนิ้ เปลือง มีขยะและของเสียมากขนึ้ สง่ ผลกระทบตอ่ ส่งิ แวดล้อมและตวั มนษุ ยเ์ อง
3. ความโลภของมนุษย ์ โดยนาทรพั ยากรธรรมชาติ และส่งิ แวดล้อมมาใช้ เพือ่ ใหต้ นเองมคี วามร่ารวย มีความสะดวกสบาย
มีความเห็นแก่ตัว ขาดสติย้งั คิด ถงึ สง่ิ แวดลอ้ ม อนั จะเป็นผลสง่ ใหเ้ กดิ ปญั หาส่ิงแวดล้อม ทม่ี ากระทบต่อมนษุ ยเ์ องในท่ีสดุ
4. ความไม่รู้ สิ่งที่ทาให้มนษุ ย์ ขาดการรู้เท่าทนั บนรากฐานแหง่ ความจริง อยา่ งลึกซึ้งในสงิ่ แวดล้อม และธรรมชาติ ส่งผลให้
มนษุ ยข์ าดสติ ในการใชท้ รพั ยากรธรรมชาติ มพี ฤติกรรมการบริโภค อนั เปน็ การทาลายสงิ่ แวดล้อม โดยขาดการคาดการณ์ ผล
ท่ีจะเกิดตามมา จะสง่ ผลให้เกดิ ปญั หาส่งิ แวดล้อมและนาไปส่คู วามเสียหาย ทง้ั ตนเองและธรรมชาติ