The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กศน.อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ได้จัดทำสรุปเนื้อหาและข้อสอบพร้อมเฉลยในรายวิชา สุขศึกษา พลศึกษา ทช31002

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cs.nfe64, 2021-08-05 02:16:28

สุขศึกษา พลศึกษา ทช31002

กศน.อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ได้จัดทำสรุปเนื้อหาและข้อสอบพร้อมเฉลยในรายวิชา สุขศึกษา พลศึกษา ทช31002

สรปุ เนอ้ื หา รายวชิ า สขุ ศกึ ษา พลศกึ ษา (ทช31002)
บทที่ 1 ระบบตา ง ๆ ของรา งกาย
ระบบหายใจ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

จงั หวัดนกคศรนส.อวÒíรเรภคอ์ชมุ แสง กระบวนการหายใจ

จงั หวัดนกคศรนส.อวÒíรเรภคอ์ชมุ แสง ระบบยอ ยอาหาร

ระบบขบั ถา ย

อวยั วะท่เี กยี่ วของกับการกําจัดของเสยี ไดแก ปอด ผิวหนงั กระเพาะปสสาวะ และลําไสใหญ เปนตน

การกาํ จดั ของเสยี ทางปอด กาํ จดั ออกมาในรูปของน้ำและกาซคารบอนไดออกไซด ซงึ่ เปนผลท่ไี ดจากกระบวนการ
หายใจ โดยน้ำและกา ซคารบอนไดออกไซดจะแพรออก จากเซลลเขาสูห ลอดเลือด และเลอื ดจะทําหนา ท่ีลาํ เลียงไป
ยังปอด แลวแพรเ ขาสูถงุ ลมที่ปอด หลงั จากนั้นจึงเคลื่อนผา นหลอดลมแลว ออกจากรา ยกายทางจมูก
การกําจดั ของเสยี ทางผวิ หนงั ทําหนา ที่กําจัดของเสียออกจากรางกายในรูปของเหง่ือ ยังมสี ว นระบายความรอนให
แกร างกายเพื่อขบั เหง่อื ออกสูภายนอก เหง่ือที่รา งกายขับออกมานน้ั ประกอบ ไปดว ยนาํ เปน สว นใหญ และจะมี
เกลอื บางชนดิ ถกู ขับปนออกมาดวย จงึ ทาํ ใหเหงอ่ื มรี สเค็ม

ระบบขบั ถา ยปสสาวะ

1. ไต (Kidneys) มีอยู 2 ขา ง รูปรางคลา ยเมล็ดถ่ัวแดง ทาํ หนา ทีก่ รองปสสาวะออกจากเลอื ด

2. กรวยไต (Pelvis) คือ ชองกลวงภายในทม่ี ีรูปรางเหมอื นกรวย สวนของกน กรวย จะติดตอกับกานกรวย
3. ทอ ไต (Useter) มีลกั ษณะเปนทอออกมาจากไตทั้ง 2 ขา ง เชอ่ื มตอกบั กระเพาะปสสาวะจะเปน ทางผา นของ
ปส สาวะจากไตไปสูกระเพาะปสสาวะ

4. กระเพาะปสสาวะ (Urinary Bladder) สามารถขยายได ขับปส สาวะไดป ระมาณ 1 ลติ ร แตถาเกนิ 700 ซีซี
(ลกู บาศก เซนติเมตร) อาจเปนอนั ตรายได

5. ทอ ปสสาวะ (Urethra) เปนทางผา นของปส สาวะเพ่อื ที่จะไหลออกสภู ายนอก

ระบบขบั ถายของเสยี ทางลาํ ไสใหญ

การยอ ยอาหารจะสนิ้ สดุ ลงบรเิ วณรอยตอระหวา งลาํ ไสเลก็ กับลาํ ไสใหญ เน่ืองจากอาหารทลี่ าํ ไสเ ล็กยอ ยแลว จะ
เปน ของเหลว หนาทข่ี องลาํ ไสใหญคร่ึงแรก คอื ดดู ซมึ ของเหลว นำ้ เกลอื แรแ ละนำ้ ตาลกลโู คสที่ยังเหลอื อยูในกาก
อาหาร สว นลาํ ไสใ หญค รงึ่ หลงั จะเปน ทพ่ี กั กากอาหารซง่ึ มลี ักษณะกงึ่ ของแขง็ ลาํ ไสใหญ จะขบั เมือกออกมา
หลอล่นื เพอ่ื ใหอ จุ จาระเคล่ือน ไปตามลาํ ไสใหญไ ดงายขน้ึ ถาลาํ ไสใ หญดูดน้ำมากเกินไป เนอ่ื งจากอาหารตกคา งอยู
ในลาํ ไส ใหญห ลายวนั จะทําใหกากอาหารแข็ง เกดิ ความลําบากในการขับถาย ซง่ึ เรยี กวา ทองผูก
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ระบบสบื พนั ธุ

ระบบสบื พนั ธขุ องเพศชาย

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
ระบบสบื พนั ธขุ องเพศหญงิ

จงั หวัดนกคศรนส.อวÒíรเรภคอ์ชมุ แสง ระบบตอ มไรท อ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงระบบประสาท (Nervous System)

1. ระบบประสาทสว นกลาง (Central nervous system : CNS) ประกอบดว ยสมอง และไขสันหลัง

1.1 หนา ทข่ี องสมอง
1.1.1 ควบคมุ ความจาํ ความคิด การใชไ หวพรบิ
1.1.2 ควบคุมการเคลอ่ื นไหวของกลา มเนื้อ โดยศนู ยค วบคุมสมองดานซาย จะไป ควบคุมการทาํ งานของ

กลามเน้ือดานขวาของรางกาย สว นศนู ยควบคมุ สมองดา นขวาทาํ หนาทค่ี วบคุมการทาํ งานของกลามเน้ือดา นซา ย
ของรา งกาย

1.1.3 ควบคมุ การพูด การมองเหน็ การไดยนิ
1.1.4 ควบคุมการเผาผลาญอาหาร ความหิว ความกระหาย
1.1.5 ควบคุมการกลอกลูกตา การปด เปดมา นตา
1.1.6 ควบคมุ การทํางานของกลามเน้ือใหทํางานสัมพันธก ัน และชว ยการทรงตวั
1.1.7 ควบคุมกระบวนการหายใจ การเตนของหวั ใจ การหดตัวและขยายตัว ของเสน เลือด
1.1.8 สําหรับหนา ที่ของระบบประสาทที่มตี อการออกกําลังกายตองอาศัย สมองสว นกลางโดยสมองจะทาํ
หนา ทนี่ กึ คดิ ทจ่ี ะออกกําลังกาย แลวออกคําสั่งสง ไปยังสมอง เพอื่ วางแผนจดั ลาํ ดบั การเคลือ่ นไหว แลว จงึ สงคําส่งั ต
อไปยงั ประสาทกลไก ซงึ่ เปนศูนยท ่ีจะสงคําสั่งลงไปสูไขสนั หลงั

1.2 หนา ท่ขี องไขสนั หลงั
1.2.1 ทําหนา ทสี่ งกระแสประสาทไปยงั สมอง เพื่อตีความและส่ังการ และใน ขณะเดยี วกันก็รบั

พลงั ประสาทจากสมองซง่ึ เปนคาํ สั่งไปสูอวยั วะตาง ๆ
1.2.2 เปนศูนยก ลางของปฏิกิริยาสะทอน คือ สามารถที่จะทาํ งานไดทันที เพอื่ ปองกันและหลกี เลี่ยง

อันตรายท่ีอาจจะเกดิ ข้นึ กบั รา งกาย เชน เมอ่ื เดินไปเหยยี บหนาม ทแ่ี หลมคม เทา จะยกหนีทนั ทีโดยไมต องรอคาํ ส่งั
จากสมอง

1.2.3 ควบคมุ การเจรญิ เติบโตของอวยั วะตา ง ๆ ท่ีมเี สนประสาทไขสนั หลังไปสู อวยั วะตาง ๆ

2. ระบบประสาทสวนปลาย (Peripheral nervous system : PNS)
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

บทที่ 2 ปญ หาเพศศึกษา
1. การจัดการกบั อารมณและความตองการทางเพศ

1.1 การควบคุมอารมณท างเพศ การควบคุมจติ ใจตนเอง พยายามขมใจตนเอง
1.2 การหลกี เลย่ี งจากส่ิงเรา สิ่งเราภายนอกทย่ี ัว่ ยุอารมณทางเพศ
2. ความเช่อื ทผี่ ดิ ๆ ทางเพศที่สง ผลตอสขุ ภาพทางเพศ
2.1 ผชู ายไมควรแสดงอารมณและความรูสกึ เกย่ี วกบั ความรัก
2.2 การถกู เน้ือตองตัวจะนําไปสูการมเี ซก็ ส
2.3 การมีเพศสมั พันธท ร่ี ุนแรงจะนาํ ไปสูการสุขสมทม่ี ากกวา
2.4 การมีความสัมพนั ธท างเพศก็คือการรวมรัก
2.5 ผชู ายควรเปนผูน าํ ในการรวมรัก
2.6 ผหู ญิงไมค วรจะเปน ฝายเรมิ่ ตน กอน
2.7 ผชู ายนึกถงึ แตเร่ืองเซ็กสต ลอดเวลา
2.8 ผหู ญงิ ตอ งพรอ มเสมอทจ่ี ะมเี ซ็กสเม่ือสามตี องการ
2.9 เซ็กส เปน เรอ่ื งธรรมชาติไมต องเรียนรู
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

บทท่ี 3 อาหารและโภชนาการ

เรอ่ื งที่ 1 โรคขาดสารอาหาร

1.1 โรคลกั ปดลกั เปด

สาเหตุ เกดิ จากการรบั ประทานอาหารทมี่ ีวิตามินซไี มเ พยี งพอ
อาการ ออ นเพลีย เหงือกบวมแดง มเี ลือดออกตามไรฟน ปวดกลามเน้ือและปวดในขอ ถาเปน นานๆ อาจ
เปน โรคโลหิตจาง
การปองกนั รับประทานอาหารทท่ี วี ิตามนิ ซี ไดแก ผลไมสดและผักสดตางๆ เชน มะขามปอ ม มะเขือเทศ
ฝร่ัง กลว ย มะรุม ผักชี ถั่วงอก กะหลาํ ปลี เปนตน

1.2.โรคคอพอก

สาเหตุ เกดิ จากรางกายขาดสารไอโอดีน
อาการ ตอมไทรอยดจ ะบวมโต เสียงแหบ เหนอ่ื ยงา ย หายใจและกลืนอาหารลําบาก
การปอ งกนั รับประทานอาหารทะเล เชน กุง หอย ปู ปลา เปน ตน ถาไมส ามารถหาอาหารทะเลไดควร
บริโภคเกลืออนามัยผสมไอโอดนี ทีใ่ ชในการประกอบ

1.3 โรคขาดธาตไุ อโอดนี หรอื โรคเออ

สาเหตุ เกิดจากการรบั ประทานอาหารที่มไี อโอดีนต่ำ
อาการ รา งกายเจริญเติบโตชา เตย้ี แคระแกรน็ สติปญ ญา เสอื่ ม อาจเปน ใบหรอื หหู นวกดวย
การปองกนั รบั ประทานอาหารทะเลใหมาก เชน กุง หอย ปู ปลา เปน ตน ถา ไม สามารถหาอาหารทะเล
ไดค วรบรโิ ภคเกลอื อนามัย ซ่ึงเปนเกลือสมุทรผสมไอโอดีน

1.4 โรคตาฟาง

สาเหตุ เกิดจากรา งกายขาดวิตามินเอ
อาการ มองไมเ ห็นภาพในทม่ี ืดหรือทีม่ ีแสงสลัว ตาสูแสงจาไมได เคอื งตา นำ้ ตาไหล
การปอ งกนั รับประทานอาหารทม่ี ีวิตามินเอเชน ไขแดง น้ำมันตับปลา นม เนย ผักใบเขียวเขม และผักท่ีมี
สีเลอื ง เชน ผักบุง ตําลงึ คะนา ฟก ทอง มะละกอสุก มะมว ง สกุ มะเขือเทศ โดยการรับประทานผกั ทป่ี รงุ ดวย
นำ้ มัน ซ่งึ จะชวยในการดูดซึมวิตามินเอในรางกาย
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

1.5 โรคโลหติ จางจากการขาดธาตเุ หลก็

สาเหตุ การไดร ับธาตเุ หล็กจากอาหารไมเพียงพอการสูญเสียเลอื ด การเปนพยาธิ โดยเฉพาะพยาธปิ ากขอ
การเปน แผลในกระเพาะอาหาร เปน รดิ สดี วงทวาร

อาการ เบ่ืออาหาร ออ นเพลยี หงุดหงดิ มึนงง ปวดศรี ษะ ผิวหนังซดี เล็บเปราะ ถา ไมรักษาจะมีผลเสีย
ตอ ความจาํ และสมาธใิ นการเรียนรู

การปองกนั รบั ประทานอาหารทม่ี ีวิตามินเอ เชน ไขแ ดง นำ้ มันตับปลา นม เนย ผกั ใบเขยี วเขม และผักทม่ี ี
สเี หลอื ง เชน ผักบุง ตําลงึ คะนา ฟกทอง มะละกอสุก มะมวงสุก มะเขือเทศ โดยการรับประทานผักท่ีปรงุ ดว ย
นำ้ มัน ซง่ึ จะชว ยในการดดู ซึมวติ ามนิ เอในรา งกาย

1.6 โรคกระดกู ออ น

สาเหตุ เกดิ จากรา งกายขาดวิตามินดแี ละแคลเซยี ม
อาการ ออนเพลยี ปวดกระดูก ขาจะคดและโคง จะเห็นปุมกระดูกนนู ตามรอยตอของ กระดูกซี่โครง
ดานหนา และรางกายเจรญิ เติบโตชา
การปอ งกนั รบั ประทานอาหารที่มวี ิตามินดีและแคลเซยี ม ไดแ ก นมสดและผลติ ภัณฑ จากนม เตาหู ปลา
เลก็ ปลานอ ย ผกั ใบเขยี วเขม และควรใหรางกายไดร บั แสงแดดในตอนเชา และเย็น

1.7 โรคเหนบ็ ชา

สาเหตุ เกดิ จากรา งกายขาดวิตามินบี 1
อาการ เบือ่ อาหาร ปวดกลามเนอื้ บรเิ วณนอ ง รูส ึกชาตามปลายประสาท เชน มอื เทา ออนเพลีย เทา ไมมี
แรง ลุกเดนิ ไมได และอาจมอี าการทางหวั ใจ เชน หอบเหน่ือยงา ยหรอื หัวใจวาย
การปองกนั รบั ประทานอาหารที่ทีวิตามินบี 1 เชน ขาวแดง ขาวซอ มมือ เน้ือหมู ปลา ไข ถ่วั เมล็ดแหง

1.8 โรคปากนกกระจอก

สาเหตุ เกดิ จากการรับประทานอาหารท่มี วี ติ ามนิ บี 2 ไมเ พียงพอ
อาการ เปน แผลหรือรอยแตกทีม่ ุมปากทั้งสองขา งหรือซอกจมกู มีเกล็ดใสเล็กๆ ล้นิ มีสีแดงกวา ปกตแิ ละ
เจบ็ หรอื มีแผลท่ผี นงั ภายในปาก รูสึกคันและปวดแสบปวดรอนท่ตี า อาการเหลา นี้ เรยี กวา โรคปากนกกระจอก
คนทเ่ี ปนโรคนี้จะมอี าการ ออนเพลยี เบื่ออาหารและอารมณ หงุดหงิด
การปอ งกนั รับประทานอาหารที่มีวติ ามินบี 2 ใหเ พยี งพอและเปน ประจาํ เชน นมสด นมปรุงแตง นมถั่ว
เหลือง น้ำเตา หู ถวั่ เมลด็ แหง ขา วซอมมือ ผกั ผลไม เปนตน
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

บทที่ 4 การเสรมิ สรางสขุ ภาพ

การวางแผนพัฒนาและเสรมิ สรางสขุ ภาพของตนเองและครอบครัว

1. การวางแผนพฒั นาสขุ ภาพกาย

1.1 ออกกาํ ลังกายสม่ำเสมอ ปฏบิ ตั ิอยา งนอย 2-3 ตอ สัปดาห
1.2. รับประทานอาหารตอ งใหครบ 5 หมแู ละเหมาะสมกับวัย
1.3. พกั ผอนใหเ พียงพอ วัยเด็กตองพักผอนนอนหลบั ใหม ากๆ ในวัยผูใหญอ าจนอนนอยลง แตตองไมนอย
เกินกวา 6-8 ชั่วโมง
1.4. ตรวจสขุ ภาพรางกายอยางนอยปละ 1ครั้ง
1.5. หลีกเล่ียงพฤติกรรมเสยี่ งตอรา งกาย เชน การสบู บหุ รี่ การด่มื เคร่ืองด่ืมที่มีแอลกอฮอล
1.6. อยใู นส่ิงแวดลอมทดี่ ี
2.การออกกาํ ลงั กายเพอ่ื สขุ ภาพทเ่ี หมาะสมกบั บคุ คลและวยั ตา งๆ

อายุ 1-4 ป รา งกายตองการเคลอ่ื นไหวและออกกาํ ลังกายตลอดเวลา
อายุ 5-8 ป รางกายตอ งการออกกาํ ลังกายดวยการวิง่ การกระโดด ปน ปายอยางนอยวนั ละ 4 ชั่วโมง
อายุ 9-11 ป รางกายตองการออกกําลังกายอยางนอยวันละ 3 ชว่ั โมง
อายุ 12-14 ป รางกายตองการออกกําลังกายอยางนอยวนั ละ 2.5 ชั่วโมง
อายุ 15-17 ป รา งกายตองการออกกําลังกายอยางนอ ยวันละ 2 ชั่วโมง
อายุ 18-30 ป รา งกายตองการออกกาํ ลงั กายอยางนอยวนั ละ 1 ชั่วโมง
อายุ 31-50 ป รา งกายตองการออกกาํ ลงั กายหนักปานกลางอยา งนอย วันละ 1 ชัว่ โมง
อายุ 51 ปขึ้นไป รางกายตอ งการออกกาํ ลังกายในกิจกรรมทีเ่ บาๆ อยางนอย วนั ละ 1 ช่ัวโมง
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงบทท่ี 5 โรคท่ีถา ยทอดทางพันธกุ รรม

1. โรคธาลสั ซเี มยี (Thalassemia) โรคเลอื ดจางธาลัสซเี มียหรือโรคธาลสั ซเี มยี คอื โรคซีดชนิดหนง่ึ ท่ี
สามารถ ตดิ ตอไดโ ดยทางกรรมพันธุ และมีการสรา งฮีโมโกลบนิ ทําใหเม็ดเลอื ดแดงมีลักษณะผิดปติ และแตกงา ย
กอ ใหเกดิ อาการซีด เลือดจางเร้ือรงั ทพี่ บมากคือภาคอีสาน

1.1 ผทู ี่เปน โรคธาลสั ซีเมยี ชนิดออ นหรือทเ่ี รียกวา โรคเฮโมโกลบินเอช จะไมมอี าการผดิ ปกติแตอยา ง
ใดแตจะมีอาการซีดเหลืองเปนบางครง้ั ขณะทเ่ี ปน หวัดเจบ็ คอหรือเปนโรคติดเชอื้ อน่ื ๆ

1.2 ผทู ี่เปน โรคธาลสั ซเี มียท่แี สดงอาการชดั เจนจะมเี ลือดจางมาก มีอาการซดี เหลอื ง ตับโต มามโต
ผวิ หนังดําคล้ำ กระดูกใบหนาจะเปลี่ยนรูป มจี มกู แบน กะโหลกศีรษะ หนา โหนกแกม นูนสูง คางและขากรรไกร
กวาง ฟน บนยนื่ กระดูกบาง เปราะหักงา ย รางกาย เจริญเติบโตชากวา คนปกติ แคระแกร็น ทองปอง

ผทู มี่ โี อกาสเปน พาหะ

- ผทู ีม่ ีญาติพีน่ องเปนโรคนโี้ อกาสทจ่ี ะเปนพาหะหรือมยี ีนแฝงสูง
- ผทู ่ีมีลูกเปนโรคน้ี แสดงวา ทั้งคสู ามีภรรยาเปนพาหะหรอื มยี นี แฝง
- ผทู ีม่ ีประวตั ิบุคคลในครอบครัวเปน โรคธาลัสซีเมีย
- ถาผปู วยทเ่ี ปน โรคธาลสั ซีเมียและแตง งานกบั คนปกติท่ไี มมียนี แฝง ลูกทกุ คนจะมี โอกาสมียีนแฝง
การปอ งกนั และการรกั ษา

1. ควรรบั ประทานอาหารทม่ี ีธาตุเหลก็ เพ่ือนาํ ไปสรา งเม็ดเลือดแดง และชดเชยเม็ดเลอื ดแดงท่ีเสียไป
2. ไมค วรคลกุ คลอี ยูใ นท่ชี ุมชนแออัด
3. กอ นจะแตงงานคูสมรสตอ งไปตรวจเลอื ดกอ น
4. ในการใชย าควรปรึกษาแพทยเนือ่ งจากยาบางอยางทําใหโลหิตจางลงมาก เชน ยาซลั โฟนาไมต เปนตน

2. โรคภมู แิ พ คือ โรคท่ีเกดิ ข้ึน เนอ่ื งจากปฏิกริ ยิ าของรา งกายตอส่งิ แปลกปลอมหรือทเ่ี รียกอีกวา สาร
กอภูมแิ พท ่ผี านเขา ไปในรา งกาย ผูท ีเ่ ปน โรคภูมิแพฝนุ ตวั ไรฝนุ เชื้อราในอากาศ อาหาร ขนสตั ว เกสรดอกไม
สารท่ีกอใหเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าภมู ิแพไ วเกนิ น้ี เรียกวา “สารกอภมู ิแพ”

การปอ งกนั โรคภมู แิ พ

1. พยายามหลีกเล่ยี งจากสารทที่ ําใหเกดิ โรคภมู ิแพ
2. หมั่นทําความสะอาดที่อยูอาศยั ใหเรยี บรอย
3. พยายามอยูในสถานท่ีทม่ี ีอากาศบริสุทธ์ิ
4. หลกี เล่ยี งเหตุการณท ่ีทาํ ใหเครยี ด
5. ทาํ จิตใจใหร า เรงิ เบิกบานอยูเ สมอ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงการรักษา

1. ผทู เี่ ปน โรคภูมแิ พ ควรสงั เกตตนเองวา แพส ารอะไร
2. หลกี เลี่ยง ไมใ หใ กลช ดิ สมั ผัสกับสง่ิ ทเ่ี ราแพ
3. ยาแกแพท่ีใชร บั ประทาน คือยาตา นฮีสตามีน เชน คลอเฟนริ ามิน

3. โรคเบาหวาน เปน ภาวะที่รางกายมีระดบั นาํ ตาลในเลอื ดสูงกวาปกติ เกดิ เน่ืองมาจากการขาดฮอรโมนอนิ ซูลิน
หรือประสทิ ธภิ าพของอนิ ซูลินลดลงเนอ่ื งจากภาวะดื้อ ตออินซลู ิน ทําใหนําตาลในเลือดสูงขึน้ อยูเปน เวลานานจะ
เกิดโรคแทรกซอ นตอ อวยั วะตางๆ เชน ตา ไต และระบบประสาท เปน ตน

อาการของโรคเบาหวาน
1. การมปี สสาวะบอย
2. ผปู ว ยจะหวิ น้ำบอ ย เนอ่ื งจากตอ งทดแทนนำ้ ทถ่ี ูกขับออกทางปสสาวะ
3. ผปู วยจะกินเกง หิวเกง แตน ้ำหนักจะลดลง
4. ออ นเพลีย น้ำหนักลด เกิดจากรา งกายไมส ามารถใชน ้ำตาลจึงยอยสลายสว นทเี่ ปนไขมัน และโปรตีนออกมา
5. อาการอนื่ ๆไดแก อาการคัน อาการตดิ เชื้อ แผลหายชา

- คนั ตามผิวหนัง มีการติดเชื้อรา โดยเฉพาะบรเิ วณชองคลอดของผูหญิง
- เห็นภาพไมชดั ตาพรา มัว
- ชาไมม ีความรสู กึ เจบ็ ตามแขน ขาบอ ย หยอนสมรรถภาพทางเพศ
- เกิดแผลทเ่ี ทา ไดง า ย เพราะอาการชาไมร สู ึก เมื่อไดรบั บาดเจ็บ

4. โรคขาดสารไอโอดนี หรอื โรคเออ หรอื โรคคอพอก เกดิ จากการกินอาหาร ท่ีมีไอโอดนี ตำ่ คนที่ขาดธาตุไอโอดีน
จะเปน โรคคอหอยพอก และตอ มไทรอยดบวมโต ถา เปน เด็กจะมผี ลตอการพัฒนาทางรางกายและ จิตใจ รางกาย
เจริญเตบิ โตชา เตยี้ แคระแกรน สตปิ ญญาเส่อื มอาจเปน ใบและหูหนวก

การรักษาและการปองกนั กินอาหารทะเลใหม าก เชน กุงหอย ปู ปลา บริโภคเกลอื อนามัยผสมไอโอดนี

ขอมลู ขาวสาร และแหลง บรกิ ารเพอื่ ปอ งกันโรค

สายดวนสขุ ภาพ 0-2590-2000 (กองสุขศกึ ษา กรมสนับสนุนบรกิ ารสุขภาพ)
สายดว น 1669 (ศนู ยนเรนทร) (สาํ นกั งานระบบบริการการแพทยฉุกเฉนิ )
สายดวน 1675 กนิ ดี สขุ ภาพดี
สายดวนปรึกษาเร่ืองยา 0-2644-8850 กด 73 (องคก ารเภสชั กรรม)
สายดวน 1330 (สาํ นกั งานหลักประกนั สขุ ภาพแหงชาต)ิ 0-2831-4000 ตอ 1330
สายดวนผูบ ริโภคกับ อย. 1556 (สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา)
สายดวนสขุ ภาพจิต 1667 (กรมสุขภาพจิต)
สายดวนปรึกษาเร่ืองยา 0-2644-8850 กด 73 (องคการเภสัชกรรม)
สายดว นมะเรง็ 1668 (สถาบันมะเรง็ แหงชาติ กรมการแพทย)

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงบทท่ี 6 ความปลอดภยั จากการใชย า

หลกั การและวธิ กี ารใชยาที่ถูกตอ ง

1.1 ความหมายของยาปฏชิ วี นะและยาสมนุ ไพร

1.1.1 ยาปฏิชีวนะ (antibiotics) หรือยาตานจุลชพี หมายถึง ยาทีผ่ ลติ มาจากสง่ิ มีชวี ิต เพ่ือใชร กั ษาโรค
ตดิ เชอ้ื

1.1.2 ยาสมุนไพร คือ ยาท่ีไดจากพฤกษชาติ สัตว หรือแรธาตุ ซง่ึ มิไดผสมปรุง หรอื แปรสภาพ
1.1.3 ยาแผนโบราณ คือ ยาที่มงุ หมายใชในการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ
1.2 หลกั และวธิ กี ารใชยา

1.2.1 หลกั การใชยาปฏชิ วี นะ การใชยาปฏิชีวนะ ใชเฉพาะเมื่อมีอาการเจ็บปว ย ท่เี กิดจากการติดเชื้อ
และตอ งเลอื กตัวยาปฏชิ ีวนะ ใหต รงกับเชื้อที่เปนสาเหต

1.2.2 หลกั การใชส มนุ ไพร

- ใชใ หถ กู ตน สมนุ ไพรบางชนิดอาจมีลกั ษณะคลา ยกัน หรือมชี ือ่ พอง กัน การใชผ ิดตนนอกจากไมเกิดผล
ในการรกั ษาแลว ยงั อาจเกิดพิษข้นึ ได

- ใชใหถ กู สวน ในแตล ะสว นของพืชสมนุ ไพร เชน ใบ ราก ดอก อาจมี สรรพคุณไมเ หมือนกันและบางสวน
อาจมีพษิ เชน เมลด็ ของมะกลํา ตาหนเู พียงเม็ดเดยี วถาเคี้ยว รับประทานอาจตายได ในขณะทีส่ ว นของใบไมเ ป
นพิษ

- ใชใหถูกขนาด ปรมิ าณการใชเ ปน สวนสําคญั ท่ีทําใหเ กิดพิษโดยเฉพาะ ถามีการใชใ นปริมาณท่ีมากเกนิ ไป
หรือถานอยเกินไปก็ไมเกดิ ผลในการรกั ษา

- ใชใ หถูกโรค สมนุ ไพรแตละชนดิ มีสรรพคุณไมเ หมือนกนั เปน โรคอะไรควรใชส มุนไพรท่ีมีสรรพคณุ รักษา
โรคนั้นๆ

1.2.3 หลกั ปฏบิ ตั ใิ นการใชย า

1) อานฉลากยาใหละเอียดกอนการใชทกุ ครัง้
2) ใชยาใหถ ูกชนิดและประเภทของยา
3) ใชย าใหถ ูกขนาด
4) ใชย าใหต รงตามเวลา
5) ใชย าใหถ ูกวธิ
6) ใชยาใหถูกกบั บุคคล
7) ไมควรใชย าท่หี มดอายุหรอื เสือ่ มคุณภาพ

บทท่ี 7 ผลกระทบจากสารเสพตดิ
1. โทษและภยั ตอตวั ผูเสพ ฤทธ์ขิ องสารเสพติดจะมผี ลตอ ระบบประสาทและ ระบบอวยั วะตา งๆ ของราง
กาย ตลอดจนจติ ใจของผทู ีเ่ สพ
2. โทษและภัยตอ ครอบครัว
3. โทษและภยั ตอสงั คมและเศรษฐกจิ ผูที่เสพสารเสพติด
4. โทษและภัยตอ ประเทศชาติ ผูท ่ีเสพสารเสพติดอาจกลาวไดว าเปน ผูท บ่ี อ น ทําลายเศรษฐกิจและความ
มัน่ คงของชาติ

บทท่ี 8 ทกั ษะชวี ติ เพอื่ สขุ ภาพจติ
ความสําคญั ของทักษะชีวติ 10 ประการ
1.1. ทกั ษะการตัดสนิ ใจ (Decision Making)
1.2. ทักษะการแกปญ หา (Problem Solving) เ
1.3. ทกั ษะการคดิ สรางสรรค (Creative Thinking)
1.4. ทกั ษะการคดิ อยางมีวิจารณญาณ (Critical Thinking)
1.5. ทักษะการส่ือสารอยา งมีประสิทธิภาพ (Effective Communication)
1.6. ทกั ษะการสรางสัมพนั ธภาพระหวา งบุคคล (Interpersonal Relationship)
1.7. ทักษะการตระหนกั รใู นตน (Self-Awareness)
1.8. ทกั ษะการเขา ใจและเหน็ ใจผอู นื่ (Empathy)
1.9. ทักษะการจดั การกับอารมณ (Coping with Emotion)
1.10. ทกั ษะการจัดการกบั ความเครียด (Coping with Stress)
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

บทท่ี 9 อาชพี ผลติ จาํ หนา ยอาหารสาํ เรจ็ รปู ตามหลกั สุขาภบิ าล

ผลติ ภณั ฑอ าหารสาํ เรจ็ รปู หมายถงึ อาหารทไี่ ดผานขนั้ ตอนการหงุ ตม หรือ กระบวนการ แปรรปู ผลิตผล
การเกษตรโดยใชเทคโนโลยีเพ่อื ใหอาหารน้ันสามารถเก็บไดเปน เวลานานพอสมควรโดยไมเนาเสีย สามารถด่ืม
หรือรบั ประทานไดทนั ทเี ม่ือตองการจะอุน หรือไม อนุ ใหร อ นกอนรบั ประทานก็ได ผลิตภัณฑป ระเภทน้ที ีร่ จู ักกนั
แพรห ลาย คอื อาหารบรรจุ กระปอง เชน สับปะรดกระปอง หรือบรรจกุ ลอ ง เชน นมสด เปน ตน

ผลติ ภณั ฑอาหารกงึ่ สําเรจ็ รปู หมายถงึ อาหารท่ีไดผ า นขั้นตอนการหุงตมหรอื กระบวนการแปรรูปแลว
และสามารถเกบ็ ไวไดน านเชนเดยี วกนั จะตอ งนําไปหุงตมและปรงุ รส หรือปรงุ แตงกอนจงึ จะรบั ประทานได เชน
นำ้ ผลไมเ ขม ขน ซึง่ ตองผสมน้ำกอ นด่ืม นำ้ พริกแกง เปนตน

การแปรรปู หรอื การถนอมอาหาร โดยหลักใหญ คือ การทาํ ลายหรือฆา เชือ้ จุลินทรียท่ีมีอยูหรืออาจ
เกดิ ข้ึนในอาหาร และทาํ ใหเกิดการเนา เสียใหหมดไป

• การถนอมอาหารโดยใชความรอ นสูง เชน ผลติ ภณั ฑอ าหารกระปอง เปนตน
• การถนอมอาหารโดยใชความเยน็ เชน ผลิตภณั ฑอาหารเยือกแข็ง เปน ตน
• การถนอมอาหารโดยการทําใหแ หง เชน ปลาหยอง กาแฟผง เปนตน
• การถนอมอาหารโดยการหมกั ดอง เชน ซีอว้ิ น้ำสมสายชู เปน ตน
• การถนอมอาหารโดยใชร ังสี เชน หอมหัวใหญอ าบรงั สี เปนตน

รปู แบบการขาย
1. การขายสง หมายถึง การขายสนิ คาใหก บั ผซู ื้อ โดยการขายแตล ะครง้ั จะมปี ริมาณจาํ นวนมาก
2. การขายปลกี หมายถงึ การขายสนิ คา และบริการแกลกู คาทีซ่ ื้อสนิ คาและบริการไปใชส นองความตอง
การของตนเองโดยตรง มใิ ชเพ่อื ธุรกจิ การขายตอ
3. การขายตรง หมายถึงการทําตลาดสนิ คา หรือบรกิ ารในลกั ษณะของการนําเสนอขายตอ ผบู รโิ ภคโดยตรง
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงแนวขอ สอบ รายวชิ า สขุ ศกึ ษา พลศกึ ษา

จำนวน 100 ขอ

1. ผิวหนงั ขน เล็บ ทำหนา ทอี่ ะไร
ก. ผลติ ฮอรโมน
ข. หอหุมและปกปองรา งกาย
ค. เปน โครงสรา งใหกบั รา งกาย
ง. ควบคุมการทำงานของอวยั วะตา งๆ

2. หนาท่ีการทำงานของอวยั วะใดถูกตอง
ก. กระเพาะปสสาวะสามารถรองรับนำ้ ปส สาวะได 100-150 ซีซี
ข. ตอ มไรทอจะมีทอลำเลียงในการกระจายสารเคมีไปท่ัวรา งกาย
ค. ถุงน้ำดีผลิตน้ำดมี ายอยไขมันและดูดซึมวติ ามินเอ
ง. หลอดอาหารเปน สว นแรกในการยอ ยสลายอาหาร

3. บคุ คลในขอใดดูแลรกั ษาระบบขบั ถา ยไดดีทส่ี ดุ
ก. แจง รับประทานอาหารรสเปรีย้ วเพ่ือใหขบั ถา ยสะดวก
ข. จอย รับประทานอาหารสะอาดถูกหลกั อนามยั
ค. จอม ด่มื นำ้ ชาและกาแฟเพื่อชวยในการขบั ถาย
ง. จนู รับประทานวิตามนิ เสริมทุกวนั

4. ตอมไรทอมีความสำคัญในการควบคมุ การทำงานสว นใดของรางกาย
ก. สมอง
ข. กลา มเนื้อ
ค. อวยั วะตางๆ
ง. ระบบยอยอาหาร

5. ขอ ใดเปน หนา ท่ขี องลำไสเลก็ ในระบบยอยอาหาร
ก. ดดู ซึมวิตามินเอและเค
ข. ดูดซมึ อาหารเขาสูกระแสเลอื ด
ค. ชว ยใหไขมันถกู ยอยและดูดซึมงา ย
ง. ลำเลยี งอาหารไปยังกระเพาะอาหาร

6. บุคคลใดดูแลปองกนั ระบบประสาทไมเหมาะสม
ก. วนดิ า ทำงานอดเิ รกตามท่ีตนเองชอบ
ข. สมนึก ฝกสมาธินั่งสวดมนตกบั เพ่ือนๆ
ค. กมล ออกกำลงั กายทุกวนั วนั ละ 30 นาที
ง. อมรา ทำงานหนาคอมพิวเตอรเปน เวลานาน

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง7. ขอ ใดควรปฏบิ ตั ิเปนอนั ดับแรกเมื่อจะถกู ลวงละเมิดทางเพศ
ก. เปล เดนิ หนอี ยางรวดเร็วทสี่ ุด
ข. ปลา ตอวา ดวยถวยคำทรี่ นุ แรง
ค. ปู พดู ปฏิเสธดวยน้ำเสียงจรงิ จัง
ง. ปาน ต้ังสติและพูดปฏิเสธอยางสภุ าพ

8. ขอ ใดเปน วธิ ีการจัดการกบั อารมณทางเพศทไ่ี มเ หมาะสม
ก. นพดล สำเร็จความใครด ว ยตนเองในหองสวนตวั
ข. เอกชัย สนใจเรือ่ งเพศจนนอนหลบั ฝนเปย ก
ค. ชาญชัย อยกู ับเพ่ือนผหู ญงิ ในที่รโหฐาน
ง. ราชนั ออกกำลังกายเปน ประจำ

9. ขอใดเปน การวางแผนดแู ลเพอื่ การมสี ขุ ภาพทด่ี ี
ก. รัตนา รบั ประทานอาหารเสรมิ เปน ประจำ
ข. วาสนา ทำงานหนาคอมพวิ เตอรทุกวันจนดึก
ค. สมศรี ออกกำลงั กายสัปดาหละ 3 ครงั้ ครัง้ ละ 30 นาที
ง. จรยิ า นัดเพ่อื นดืม่ แอลกอฮอลทกุ วันเพอื่ ใหเลือดสูบฉีด

10. ขอ ใดเปน การปองกันปญหาทางเพศในวยั รุนท่ีอาจจะเกิดขนึ้ โดยไดรับอิทธิพลจากส่ือ
ก. การตัง้ ไลนกลมุ เพื่อนในวัยเดยี วกัน
ข. การใหความอสิ ระในการดำรงชีวิต
ค. การปลูกฝง เจตคติที่ดเี กี่ยวกบั เร่อื งเพศ
ง. การสงเสรมิ ใหเ ท่ยี วในสถานบันเทิง

11.ขอใดวางแผนการเสรมิ สรางพฒั นาการของตนเองและครอบครัวไดถูกตอง
ก. ยทุ ธ รับประทานอาหารที่ชอบเทา นน้ั
ข. จติ ร ออกกำลงั กายสปั ดาหละ 2 ช่วั โมง
ค. แดง พักผอนนอนหลบั สนิท 3 ช่วั โมง
ง. ปล้ืม ตรวจสขุ ภาพรางกายอยา งสมำ่ เสมอ 2 ครง้ั /1ป

12. ขอ ใดคือแนวทางปองกันความเสย่ี งตอการมีพฤติกรรมทางเพศท่ีเหมาะสมทส่ี ดุ
ก. มาลี เทยี่ วสถานบนั เทิง
ข. จำเรญิ ทำกจิ กรรมท่ีมปี ระโยชน
ค. มนตรี ดูส่ือย่วั ยุอารมณท างเพศ
ง. อนันต ทำตัวสนทิ สนมกบั เพศตรงขาม

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง13. ขอใดเปน การจดั การอารมณและความตองการทางเพศไดอยางเหมาะสม
ก. การออกกำลังกาย
ข. การอาบน้ำวนั ละ 3 ครั้ง
ค. การด่มื น้ำอยางนอยวนั ละ 5 แกว
ง. การรับประทานอาหารครบ 5 หมู

14. บุคคลใดปฏิบตั ิตนเหมาะสมเมอ่ื ถกู เพื่อนชายลวนลาม
ก. วาสนา เดินหนโี ดยไมพ ดู อะไร
ข. กนก วา กลา วดวยถอยคำรุนแรง
ค. ยพุ นิ ทำรา ยเพ่ือนทล่ี วนลาม
ง. กาญจนา ว่งิ หนีเพอ่ื ไปบอกพอ แม

15. ผูใ ดพรากผเู ยาวไปจากบิดา มารดา ผปู กครองหรือผดู แู ล ตองไดรบั โทษทางกฎหมาย คำวา ผเู ยาว มีอายุ อยู
ชวงใด

ก. อายุต่ำกวา 7 ป
ข. อายุ 7 ป – ไมเ กิน 14 ป
ค. อายุ 15 - ไมเ กิน 18 ป
ง. อายุ 18 ป ขึ้นไป
16. ผูใ ดทำอนาจารเด็กอายไุ มเกนิ สิบหา ปโดยเดก็ น้ันจะยินยอมหรือไมกต็ ามจะตองรับโทษตามขอ ใด
ก. จำคกุ ไมเกิน 10 ป
ข. จำคกุ ไมเกนิ 15 ป
ค. จำคกุ ไมเ กิน 30 ป
ง. จำคุกไมเกนิ 35 ป
17. รางกายออนเพลีย เบ่ืออาหาร มคี วามตา นทานโรคต่ำ เปลือกตาขาวซีด ลน้ิ อักเสบ เล็บเปราะบาง และ
สมรรถภาพในการทำงานเสือ่ มเพราะขาดสารอาหารใด
ก. วิตามนิ เอ
ข. วติ ามนิ ซี
ค. ธาตุเหล็ก
ง. ธาตุไอโอดนี
18. อาหารชนิดใดที่มีวิตามินปอ งกนั โรคเหน็บชาได
ก. น้ำนม น้ำเตา หู
ข. ปลาเล็ก ปลานอย
ค. ผักใบเขยี วทกุ ชนิด
ง. ขา วแดง ขา วซอมมือ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง19. โรคลกั ปด ลกั เปด เกดิ จากขาดวิตามนิ ในขอใด
ก. เอ
ข. บี
ค. ซี
ง. ดี

20. การที่รา งกายไดรบั แสงแดดในตอนเชาและเย็นชว ยปอ งกนั โรคใด
ก. โรคผวิ หนัง
ข. โรคกระดกู ออน
ค. โรคลักปดลกั เปด
ง. โรคปากนกกระจอก

21. ขอใดเปน การปฏบิ ตั ติ นตามหลักสุขาภิบาล
ก. กานต ชอบรบั ประทานอาหารในโรงแรมหรู
ข. นนท ชอบรบั ประทานอาหารเพยี งอยา งเดยี ว
ค. นุช เลอื กรับประทานอาหารทมี่ ีสสี นั สวยงาม
ง. จนิ ต รบั ประทานอาหารที่ปรุงสุกใหมเ สมอ

22. ผสู ูงอายคุ วรรับประทานอาหารชนิดใดนอยลงที่สดุ
ก. ไขมนั
ข. โปรตีน
ค. คารโบไฮเดรต
ง. เกลอื แรแ ละวิตามิน

23. ขอ ใดเปนสุขนิสยั ทีด่ ีในการเตรียม-ประกอบอาหาร
ก. ขณะปรุงอาหาร สวมเสอื้ ไมม ีแขน
ข. ใชท พั พหี รือตะหลวิ ตักชิมอาหารระหวางปรงุ
ค. ปรุงอาหารใหส ุกและควรเก็บในภาชนะที่สะอาดอยางมิดชิด
ง. ขณะปรงุ อาหาร เมื่อ ไอ หรอื จาม ควรใชม ือปด ปากทกุ ครั้ง

24. อาหารขอใดท่ีเหมาะสมกับผสู ูงอายุ
ก. ขา ว แกงเลยี ง ปลาน่ึง กลวยสุก
ข. ขา ว กะเพรากงุ ไกท อด มะมวงสกุ
ค. ขาว แกงสมผกั รวม นำ้ พริกกะป แตงโม
ง. ขา ว แกงเขียวหวานไก ผัดคะนา ปลาเคม็ กลวย

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง25. ขอ ใดเปนวิธกี ารสรา งเสรมิ สขุ ภาพและการปองกันโรคในชมุ ชนไดอ ยา งยั่งยนื
ก. การออกกำลังกายเพ่ือรูปรางทดี่ ขี น้ึ
ข. การจัดการอบรมใหความรูเร่อื งสขุ ภาพ
ค. การสรา งความตระหนกั ถึงความสำคัญในการมีสุขภาพดี
ง. การรวมกลุมศึกษาดูงานการเสรมิ สรา งสขุ ภาพในชุมชน

26. การวางแผนใหต นเองมสี ุขภาพที่ดีควรปฏิบัติยางไร
ก. วางกรอบชวี ติ ใหก บั ชมุ ชน
ข. กำหนดแนวทางปฏบิ ตั เิ พื่อใหมสี ขุ ภาพดี
ค. สนบั สนนุ การบริหารจดั การดูแลสขุ ภาพองครวม
ง. สรา งทัศนคตทิ ่ดี ี สรางความรว มมือในการดูแลสุขภาพ

27. ขอ ใดเปน วิธกี ารทด่ี ที ่ีสุดในการพฒั นาสขุ ภาพแบบองครวมของประชาชน
ก. มกี ารสงเสรมิ การออกกำลังกายทุกครวั เรือน
ข. มกี ารควบคุมมลพิษทมี่ ีผลตอสขุ ภาพประชาชน
ค. มกี ารพัฒนาสภาพแวดลอ มท่ีอยูอาศัยใหถ ูกสขุ ลกั ษณะ
ง. มีการปรับเปล่ยี นพฤติกรรมสขุ ภาพของบุคคลอยางเหมาะสม

28. ขอ ใดเปนการปองกันโรคในชมุ ชนไดอยา งยั่งยนื
ก. การสรา งสภาพทดี่ ใี นชมุ ชน
ข. การใหค นเปน โรคออกจากชมุ ชน
ค. การใหค วามรูเ ก่ียวกบั การปองกันโรค
ง. การรณรงคใหคนในชมุ ชนออกกำลังกาย

29.ปจจัยทีท่ ำใหเ กิดโรคไขขออักเสบมีอะไรบา ง
ก. จากการติดเชื้อแบคทีเรยี และไวรสั
ข. ขอตอเกิดการสะสมของผลึกกรดยรู ิก
ค. การเสื่อมสภาพ หรือสึกหรอตามอายกุ ารใชงานของขอตอ
ง. ถกู ทุกขอ

30. ขอใดมีการวางแผนพัฒนาและเสรมิ สรางสขุ ภาพของตนเองและครอบครัวไดอยางเหมาะสม
ก. วางกรอบชีวิตใหกับชุมชน
ข. กำหนดแนวทางปฏิบัตเิ พ่อื ใหม สี ุขภาพดี
ค. สนบั สนุนการบรหิ ารจดั การดแู ลสุขภาพแบบองคร วม
ง. สรา งทัศนคติท่ีดีและสรา งความรว มมือในการดูแลสขุ ภาพ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง31. ขอใดแสดงถงึ การมีสวนรวมในกจิ กรรมเพ่ือเสรมิ สรางสุขภาพในชมุ ชน
ก. ทราย ชวนเพ่อื นมาทำบุญขึ้นบา นใหมที่บา น
ข. แพร ตงั้ ทองได 2 เดอื น จึงฝากครรภกบั รพ.สต.ใกลบ าน
ค. กอ ย รวมกลุมคนรกั สุขภาพ เตน แอโรบิก ทกุ วัน
ง. ปลา ตั้งจุดบรจิ าค สมทบทุนชว ยเหลือผปู ระสบภยั นำ้ ทว มที่จังหวัดนครสวรรค

32. บคุ คลในขอใดออกกำลงั กายไดถูกตองตามหลกั ปฏิบตั ิ
ก. นก วิ่งเรว็ ตอ เนือ่ ง 10 นาที
ข. แกว ว่งิ เรว็ ตอเน่อื ง 15 นาที
ค. ตอ ม เดนิ ตอเนื่อง 15 นาที
ง. ออม เดินตอเนื่อง 25 นาที

33. การออกกำลังกายแบบแอโรบิกกอนหยุดควรปฏบิ ัตอิ ยางไร
ก. หยุดทนั ทีไดเลย
ข. ไมมีขอกำหนดตายตัว
ค. ลดจงั หวะความเร็วลงจงึ หยุด
ง. ตอ งเรงจงั หวะเรว็ ขนึ้ แลวหยุด

34. การออกกำลังกายดวยวิธีใด ทำใหหัวใจแข็งแรงข้นึ
ก. เดินเรว็
ข. ยกนำ้ หนกั
ค. กระโดดสงู
ง. ว่งิ 100 เมตร

35. กนกรัตน เปน โรคหัวใจ ควรเลอื กออกกำลังกายในขอใดจงึ เหมาะสม
ก. วิง่ เรว็
ข. วา ยน้ำ
ค. เดนิ ชา
ง. กระโดดไกล

36. ขอ ใดเปน แนวทางการออกกำลงั กายท่เี หมาะสมกับวยั ตางๆ ไดถ ูกตอง
ก. วัยเด็กควรออกกำลงั กายท่ีมีการแข็งขนั เพราะเด็กจะเกดิ ความสนกุ สนาน
ข. วัยรนุ เนน ความคลอ งแคลว วอ งไวหรือฝกใหใชทกั ษะทกุ ๆดาน
ค. วัยผูใ หญควรเปน กจิ กรรมทีเ่ คลื่อนไหวชา เนนความเพลิดเพลิน ความสบายใจ
ง. วัยผูส งู อายุควรเปน กจิ กรรมเบาๆใชระยะเวลานานๆ

37. สมฤทยั เปนไขขออักเสบควรออกกำลงั กายประเภทใด
ก. วิ่ง
ข. วายนำ้
ค. ฟุตบอล
ง. เทเบลิ เทนนิส

38. ขอใดเปน โรคท่ถี ายทอดทางพันธกุ รรม
ก. โรคเกาต
ข. โรคภมู ิแพ
ค. โรคไมเกรน
ง. โรคแผลในกระเพาะอาหาร
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
39.โรคท่ผี ูสงู อายุเปน กันมากและมีการเฝา ระวงั คือโรคใด

ก. โรคสมองเสอื่ ม ข. อหวิ าตกโรค

ค. โรคเหนบ็ ชา ง. โรคความดนั โลหิตสูง

40. ขอ ใดคือวิธีการปองกนั โรคธาลสั ซเี มีย
ก. ตรวจเลือดและปรกึ ษาแพทยกอนมบี ุตร
ข. ทำจิตใจใหราเรงิ เบิกบานอยเู สมอ
ค. หลีกเลี่ยงเหตกุ ารณที่ทำใหเครยี ด
ง. กินอาหารทะเลใหม าก

41. ถามีคนในชุมชนเปนไขหวัดใหญนกั ศึกษาควรปฏบิ ตั ติ นในขอใด
ก. นอนพักอยูแ ตใ นบา น
ข. สวมหนากากอนามยั ตลอดเวลา
ค. ออกกำลังกาย กินอาหารท่ีถกู สขุ ลักษณะ
ง. ไมไ ปบรเิ วณท่ีมีคนปว ยเปน ไขหวัดเด็ดขาด

42. ขอ ใดเปน การปองกันตนเองจากโรคติดตอไดเ หมาะสม
ก. สมชาย ไมใ ชใบมีดโกนรวมกับผอู น่ื
ข. สมศรี ไมใ หลกู เลนกับเพ่อื นทีม่ ีพอเปนเอดส
ค. สมศกั ดิ์ ไมน ัง่ รว มโตะ อาหารกบั ผปู ว ยโรคเอดส
ง. สมปอง ไมใชหอ งนำ้ สาธารณะ เพราะกลวั การติดเชอ้ื โรคเอดส

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง43. ขอใดเปน พฤตกิ รรมการปองกันโรค
ก. รบั ประทานอาหารท่ีปรงุ สุกใหมๆ
ข. รับประทานอาหารแปรรปู เปน หลัก
ค. รบั ประทานอาหารทห่ี วานจดั เค็มจดั
ง. รบั ประทานอาหารประเภทคารโ บไฮเดรตมากๆ

44. นักศกึ ษาสามารถเขาไปสืบคนขอ มลู ขาวสารของกระทรวงสาธารณสขุ ผา นทางเว็ปไซตใ ด
ก. www.moe.go.th
ข. www.moph.go.th
ค. www.moac.go.th
ง. www.most.go.th

45. พฤติกรรมของบคุ คลในขอใดที่มีโอกาสหายจากการเปนไขห วดั เรว็ ท่สี ดุ
ก. กญั ญา ชอบดื่มน้ำเยน็ เปน ประจำ
ข. กาญจนา ด่มื น้ำอนุ และน่ังทำงานจนดกึ
ค. ฤดี ด่ืมนำ้ อุน และนอนพักผอนอยูกบั บาน
ง. เกยี รตกิ อง ทำงานและรับประทานอาหารตามปกติ

46. เหตใุ ดจงึ ตอ งมีการประชาสัมพนั ธขอมูลขา วสารดา นสุขภาพ
ก. สำรวจสุขภาพตนเองได
ข. ประเมินสุขภาพตนเองได
ค. วิเคราะหป ญหาสุขภาพตนเองได
ง. ตัดสนิ ใจในการดำเนินชวี ติ อยางมีสุขภาพดี

47. เพราะเหตุใดยาบางชนดิ หามรับประทานขณะทองวาง
ก. ยาไมล ะลาย
ข. ยาจะทำใหง วง
ค. ยาจะไดออกฤทธ์เิ ร็ว
ง. ยาจะกัดกระเพาะอาหาร

48. ขอใดคือผลกระทบของความเชอื่ ทีว่ า”ฉีดยาดีกวา กนิ ยา”
ก. ทำใหห ายจากอาการเจบ็ ปวยเรว็ ข้ึน
ข. คา ใชจายสูงขนึ้ กวา การรักษาแบบกินยา
ค. เหมาะสำหรบั ผทู ่ีไมช อบรับประทานยา
ง. อันตรายท่เี กิดข้ึนจากการฉีดยาแกไขยากกวาการกินยา

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง49. การใชยาไดถกู ตองตรงกับขอ ใด
ก. หาซอื้ ยาเองตามรานคา
ข. กนิ ตอเน่ืองกันเปนเวลานาน
ค. แกผ งยาท่ีอยูในแคปซูลมาโรยแผล
ง. กอนใชย าทุกครัง้ ตองอานฉลากยาใหเ ขาใจ

50. การใชย าอยางตอเนื่องทำใหเ กิดผลในขอใดมากท่ีสุด
ก. ติดยา
ข. ดอื้ ยา
ค. ไตเสอ่ื ม
ง. ตองการยาปริมาณมากข้นึ

51. การใชยาแบบใดอาจเปนอันตรายตอตนเองได
ก. ใชยาเกนิ ขนาด
ข. ใชยาที่มีคณุ ภาพ
ค. ใชยาตามท่แี พทยส งั่
ง. ใชยาทีย่ งั ไมหมดอายุ

52. ขอ ใดเปน หลักและวธิ ีการใชย าปฏิชวี นะที่ถูกตอง
ก. รบั ประทานตามขนาดและเวลา
ข. รับประทานทันทเี มื่อมีอาการเจบ็ ปวย
ค. เลกิ รับประทานทนั ทีเม่ือมีอาการดีขึน้
ง. รับประทานเพ่ือรกั ษาแผลท่ีเปน หนองเทา นั้น

53. หากรบั ประทานยาแอสไพรนิ ตดิ ตอกนั ระยะยาวสง ผลเสียตอวัยวะขอใด
ก. ตับ
ข. ไต
ค. ปอด
ง. กระเพาะอาหาร

54. ขอ ใดเปน ขอ แนะนำในการใชยาสมนุ ไพรอยา งถกู ตอง
ก. ใชควบคกู บั ยาแผนปจ จบุ ัน
ข. รจู กั สรรพคุณ ขนาดและวิธใี ช
ค. รบั ประทานติดตอกันจนกวาจะหาย
ง. นำสมุนไพรหลายๆชนิดผสมกันเพื่อเพ่ิมสรรพคณุ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง55. ขอ ใดไมไดอยูในระบบสบื พนั ธุเพศชาย
ก.อัณฑะ
ข.หลอดเกบ็ อสจุ ิ
ค.ทอ นำอสจุ ิ
ง.ทอ นำไข

56. บรเิ วณใดมกี ารยอยอาหารมากทีส่ ุด
ก.ปาก
ข.ลำไสเ ล็ก
ค.กระเพาะอาหาร
ง.ลำไสใ หญ

57. อวยั วะใดอยใู นระบบหายใจ
ก.ระบบอาหาร
ข.ลำไสเล็ก
ค.ปอด
ง.ทวารหนัก

58. ถาเกิดอุบตั เิ หตุท่ีเปนอันตรายตอ ไขสนั หลงั จะสงผลตอรางกายอยางไร
ก. กลา มเนื้อออ นแรง
ข. ชาตามมือและขา
ค. เปนอัมพาต
ง. หมดสติ

59. ถาไมต องการใหถ ุงลมในปอดอักเสบและโปงพอง ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมในขอใด
ก.การสูบบุหรี่
ข.การดมื่ สุรา
ค.การออกกำลังกายมากเกินไป
ง.การทำงานในสถานที่คับแคบ

60. อาหารในขอ ใดจดั เปน อาหารในกลุมเดียวกัน
ก.ขนมปง เนยสด ไขดาว
ข.นมสด นำ้ สมค้นั บวั ลอยไขหวาน
ค.ขาวสวย ลูกตาลกรอบ หมูอบซอส
ง.ปลาชอ นน่งึ เนื้อแดดเดยี ว ไขเ จียวหมูสบั

61. ในขณะที่คนเราหายใจเขา ขอความใดกลา วถึงความสัมพันธระหวา งกะบงั ลมกับกระดูกซี่โครงไดถกู ตอง
ก.ทงั้ กะบงั ลมและกระดูกซี่โครงเลอ่ื นตำ่ ลง
ข.ท้งั กะบังลมและกระดูกซ่ีโครงเล่อื นสูงข้นึ
ค.กะบงั ลมเล่อื นตำ่ ลง กระดูกซโี่ ครงเล่ือนสูงขึ้น
ง.กะบังลมเล่ือนสูงขึน้ กระดูกซโ่ี ครงเลื่อนตำ่ ลง

62. เม่อื เรารบั ประทานอาหารเขา สรู างกาย มรี ะบบใดบางท่ตี อ งทำงานประสานกันเพ่อื เปลีย่ นอาหารเปน พลังงาน

ใหรางกายนำไปใชในการเจริญเติบโต

ก.ระบบยอยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลอื ด ระบบหายใจ

ข.ระบบหมุนเวยี นเลอื ด ระบบยอยอาหาร ระบบขบั ถา ย

ค.ระบบยอยอาหาร ระบบสบื พนั ธุ ระบบหมนุ เวียนเลือด

ง.ระบบยอยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลอื ด ระบบประสาท

63. พนั ธกุ รรม(Heredity) หมายถงึ ขอใด

ก. ส่งิ ที่ไดรบั การถา ยทอดจากคนที่รูจ ัก

ข. สิง่ ทไ่ี ดรับจากการถายทอดมาจากบรรพบุรุษ หรอื จากรุนสรู นุ

ค. สิง่ ทไ่ี ดรับการถายทอดจากบรรพบุรุษเพยี งรุน เดยี ว

ง. ความผิดปกติของรางกาย
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
64. ขอ ใดไมเ ปนลักษณะที่ถายทอดทางพนั ธุกรรม

ก. ถนดั มือขวา ข. ลกั ย้มิ

ค. แผลเปน ง. ตาสองช้ัน

65. ลักษณะในขอใดเกิดจากการถา ยทอดทางพนั ธุกรรม

ก. ตใ๋ี หญเ ปนโจรเหมอื นพอ

ข. สมใจมีลักย้ิมเหมือนแม

ค. แดงชอบทานไกทอดเหมือนพอ

ง. สมศรแี ละแมป ว ยเปนโรคกระเพาะ

66. โรคทางพันธุกรรมหมายถึง

ก. โรคท่ีติดตอจากสัตวสูคน

ข. โรคท่ีเกิดในพืชเทาน้ัน
ค. โรคท่ีเกิดจากความผิดปกติของยีนหรือของโครโมโซม
ง. โรคที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
67. ขอใดเปนอาการของโรคฮีโมฟเลีย
ก. เลือดไหลไมหยุด
ข. เลือดออกไดงายตามขอมือ ขอเทา
ค. มีอาการปวดขอและขอบวม
ง. ถูกทุกขอ
68. โรคเบาหวาน เปน ภาวะทร่ี า งกายมนี ำ้ ตาลในเลือดสงู กวาปกตเิ พราะรางกายขาดฮอรโ มนใด
ก.ฮอรโ มนอินซูลิน
ข.โกรทฮอรโมน
ค.ฮอรโ มนโปรเจสเตอโรน
ง.ฮอรโมนเอสโตรโจน

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง69. ขอ ใดเปนสาเหตขุ องการติดยาเสพติดที่เกิดจากตนเอง
ก. ระวี มาจากครอบครวั แตกแยก
ข. อุไร เหน็ พอแมทะเลาะกนั ทุกวนั
ค. เจตน ใชส ารเสพติดเพื่อใหเกิดความกลาแสดงออก
ง. สมจิตร อาศัยในชมุ ชนท่มี ีการแพรร ะบาดของยาเสพตดิ

70. ขอ ใดเปนสาเหตสุ ำคัญที่ทำใหผรู กั ษาการติดยาเสพติดจนหาย ตอ งกลบั ไปเสพใหม
ก. ความยากจน
ข. อยากทดลอง
ค. มีปญหาทางจิตใจ
ง. ความจำเปน ในการประกอบอาชีพ

71. เพราะเหตุใดผทู ่ีอยูในครอบครัวไมอ บอนุ จงึ ติดสารเสพตดิ ไดง าย
ก. ตองการหาทพ่ี ึ่ง
ข. ตอ งการเปน ผนู ำ
ค. ความเจ็บปว ยทางกาย
ง. ถูกเพื่อนหลอกไดงาย

72. โทษความผดิ เกี่ยวกับยาเสพตดิ ประเภทที่ 1 ในขอใดมีโทษถึงประหารชวี ติ
ก. ครอบครองเพอ่ื เสพ
ข. ยยุ งสงเสรมิ ใหผ อู ่นื เสพ
ค. ผผู ลติ นำเขาสงออกเพ่ือจำหนา ย
ง. ใชอ บุ ายหลอกลวงใหผอู น่ื ครอบครอง

73. ขอ ใดเปนผลเสียที่เกิดจากสารเสพติดท่ีมีตอครอบครวั
ก. เสียคาใชจายเพ่ือรักษา
ข. รา งกายและจติ ใจเสอ่ื มโทรม
ค. สญู เสียทรัพยากรมนุษยใ นการพฒั นาประเทศ
ง. ไมสามารถเรียนหรือทำงานไดเ พราะตองใชเวลาไปบำบัด

74. วันตอ ตานยาเสพติดตรงกับวันใด
ก. 20 กุมภาพนั ธ
ข. 16 มนี าคม
ค. 26 มิถุนายน
ง. 20 กันยายน

75. คณะกรรมการปอ งกนั และปราบปรามยาเสพตดิ เรยี กโดยยอ วา
ก. ป.ป.ส.
ข. ป.ก.ส.
ค. ปปส.
ง. ป.ก.ป.

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง76. สารเสพตดิ ประเภทกดสมองทรี่ ายแรงทส่ี ดุ คือ
ก. มอรฟ น
ข. โคเคน
ค. ยาเค
ง. เฮโอนี

77. สารเสพติดชนดิ ใดจะมคี วามเสย่ี งตอ การเปน ถุงลมโปง พอง
ก. ฝน และกัญชา
ข. กระทอมและบหุ ร่ี
ค. กญั ชาและบุหร่ี
ง. ฝนและกระทอม

78. ยาบา ออกฤทธต์ิ อ จิตประสาทประเภทใด
ก. กดประสาท
ข. กระตนุ ประสาท
ค. ออกฤทธิผ์ สมผสาน
ง. หลอนประสาท

79.ขอใดไมใชอาการของผเู สพยาบา
ก. ออ นเพลีย
ข. ประสาทตึงเครียด
ค. ใจสน่ั
ง. หัวใจเตนเรว็

80. ขอ ใดไมใ ชวธิ สี ังเกตผูติดยาเสพติด
ก. ชอบมว่ั สมุ กบั คนท่ีมีพฤติกรรมเกย่ี วของกับยาเสพติด
ข. ใชจายเงินฟุมเฟอ ยผดิ ปกติ
ค. อารมณห งุดหงดิ ฉนุ เฉยี ว ไมม เี หตผุ ล
ง. มสี มาธิมงุ มน่ั ในการทำงาน

81. ขอใดไมใ ชผ ลกระทบตอการตดิ ยาเสพตดิ
ก. สขุ ภาพทรดุ โทรม
ข. มีความขยนั หมั่นเพยี รอยางสมำ่ เสมอ
ค. เปนอาชญากรถูกลงโทษตามกฎหมาย
ง. เปน ที่เกยี จครานทางสงั คม

82. คำขวญั ของโครงการ TO BE NUMBER ONE คืออะไร
ก. เปนหน่งึ โดยไมพ ูดยาเสพติด
ข. เปน สขุ โดยไมพ ่ึงยาเสพตดิ
ค. เปนสุขโดยหลีกหนียาเสพติด
ง. เปนหนึง่ โดยหา งไกลยาเสพติด

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง83. ขอ ใดคือความหมายของทกั ษะชวี ิต
ก. กงุ มีบคุ ลกิ ชางพูด ทำใหม ีเพ่ือนมาก
ข. กนก ฝกทักษะทุกดา นจนมีความชำนาญ
ค. นุช เขมงวดและวางกฎเกณฑใ นการดำเนนิ ชวี ติ
ง. ไก ปรับตวั และเลือกการดำเนินชีวติ ไดอ ยางมคี วามสขุ

84. นชุ รูวา ตนเองมคี วามถนัด ความชอบและความสมารถในเรอ่ื งใด เรื่องหน่ึงแสดงวา นุช มที ักษะดานใด
ก. การแกปญ หา
ข. การตะหนักในตน
ค. การจัดการกับอารมณ
ง. การจัดการกบั ความเครียด

85. นอยมีปญ หากับเพ่ือนรว มงาน นอ ย ควรปฏบิ ัตใิ นขอใด เพ่อื ใหอยรู ว มกับผอู นื่ ไดอยางมีความสขุ
ก. ยดึ มนั่ แนวคดิ การกระทำของตนเอง
ข. เก็บความเครยี ด ความรูสกึ ไวค นเดียว
ค. พูดระบายทุกอยางท่ีตนเองคดิ โดยไมป ด บัง
ง. ปรับตวั ควบคมุ อารมณ ยอมรบั ความคิดของผูอน่ื

86. ทกั ษะชวี ติ ในขอใดท่ีสามารถนำไปปรับใชใ นประจำวนั และการแกไ ขปญหาไดอยางเหมาะสม
ก. การตัดสนิ ใจ
ข. การแกปญ หา
ค. การคิดสรา งสรรค
ง. การตระหนักรูในตน

87. ทกั ษะใดควรนำมาใชใ นการทำงานมากท่สี ุดเพ่ือใหเ ปนท่รี กั ของผอู น่ื
ก. การแกปญหา
ข. การคิดสรา งสรรค
ค. การคดิ อยางมีวจิ ารณญาณ
ง.การสรา งสัมพันธภาพระหวา งบคุ คล

88. ขอ ใดกลาวถงึ ทักษะการตระหนกั รูใ นตนไดถูกตอง
ก. การเขาใจความเหมือนหรือความแตกตา งระหวา งบุคคล
ข. การคิดออกไปอยางกวางขวางโดยไมยดึ ตดิ อยูในกรอบ
ค. การคนหารูจกั และเขา ใจตนเอง
ง. การคดิ การตัดสินใจ

89. เม่อื เพ่ือนรว มงานเกิดความเครยี ดทางดานจติ ใจทานจะแนะนำตามขอใดในการแกปญหา
ก. คิดสงิ่ ใดใหพดู ออกไปในสง่ิ น้ัน
ข. ไมห วาดระแวงหรือกงั วลในสิง่ ทีย่ งั มาไมถ ึง
ค. ใชทุกวิถที างเพื่อใหไ ดมาซึ่งสิง่ ของทตี่ องการ
ง. คิดแลวลงมือทำไมล าชา โดยไมสนใจปญหาหรือคนรอบขาง

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง90. ขอใดคอื ความหมายของอาหารสำเร็จรูป
ก. อาหารที่วางใสถ าดไวพรอมตกั ใหกบั ผูบ รโิ ภค
ข. อาหารท่ีสามารถนำไปอนุ หรอื รบั ประทานไดทันที
ค. อาหารท่ีผบู ริโภคสั่งใหป ระกอบหรือปรุงใหม
ง. อาหารที่ซื้อแลว นำไปประกอบเองทีบ่ านได

91. ขอใดจดั เปนลำดบั สดุ ทายของกระบวนการผลติ อาหารกระปอง
ก. การทำลายเช้ือจุลินทรีย
ข. การไลอากาศ
ค. การบรรจุ
ง. การปด ฝา

92. คุณสมบัติของรา นอาหารทีส่ ำคญั ท่ีสุดตอผบู ริโภคคอื ขอใด
ก. ราคาถูก
ข. สวยงาม
ค. จดั สง รวดเรว็
ง. สะอาดและอรอย

93. ปจ จัยใดสามารถจงู ใจลูกคา ใหเ ดนิ เขามาในรา นไดมากที่สุด
ก. การจัดหมวดหมสู ินคา
ข. การทาสีอาคาร วางสนิ คา
ค. การติดปายบอกประเภทสินคา
ง. การใชแ สงจากหลอดฟลอู อเรสเซนส

94. นอย จะประกอบอาชีพจำหนายอาหารสำเรจ็ รูปควรทำขอใดเปนอนั ดับแรก
ก. การหาตลาด
ข. การกำหนดราคา
ค. การบรรจุและการหีบหอ
ง. การเลือกวิธกี ารผลิต

95. ปจจยั ใดสามารถจูงใจลูกคาใหเ ดินเขามาในรานมากที่สดุ
ก. การจดั หมวดหมสู นิ คา
ข. การทาสีอาคาร วางสินคา
ค. การติดปายบอกประเภทสินคา
ง. การใชแ สงจากฟลอดฟลอู อเรสเซนต

96. ขอใดตรงกบั คุณสมบตั ิของรานอาหารท่ีถูกตองตามหลักสขุ าภิบาล
ก. ภาชนะใสอาหารวางจดุ เดียว
ข. สะอาด และจัดเปน ระเบียบ
ค. โฆษณาอาหารเกินจรงิ
ง. เมนูอาหารไมม ี

97. คุณสมบัตขิ องรานอาหารทส่ี ำคัญท่ีสดุ ตอผบู รโิ ภคคือขอใด
ก. ราคาถูก
ข. สวยงาม
ค. จัดสง รวดเร็ว
ง. สะอาดและอรอย

98. อาหารจะสะอาดและปลอดภยั ขข้นึ อยกู บั อะไรเปน สำคญั
ก. ความสะอาดของอาหาร
ข. ตลาดท่ีจำหนายอาหาร
ค. การปฏิบตั ติ ามสขุ าภิบาลอาหาร
ง. การดูแลรกั ษาอาหารใหส ะอาดและสด

99. ภาชนะพลาสตกิ ไมควรใชกับอาหารชนดิ ใด
ก. อาหารรอนและไขมนั
ข. อาหารประเภทแกง
ค. อาหารประเภทของแหง
ง. อาหารทเ่ี ปน สแี ละของมีไขมนั

100. กลไกลสำคญั ในการสุขาภบิ าลอาหารขึ้นอยูกบั ปจ จัยในขอ ใด
ก. ความสะอาดของอาหารและพืน้ ที่การปฏิบัติ
ข. ผปู ระกอบอาหารและผเู สิรฟ
ค. ขั้นตอนการประกอบอาหาร
ง. เทคนคิ การปรุงอาหาร
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงเฉลย ขอ สอบรายวชิ า สขุ ศกึ ษา พลศึกษา
รหสั วชิ า ทช31002

ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
1. ตอบ ข. หอ หุมและปกปองรางกาย
2. ตอบ ค. ถุงนำ้ ดผี ลติ นำ้ ดีมายอ ยไขมนั และดูดซึมวิตามินเอ
3. ตอบ ข. จอย รับประทานอาหารสะอาดถูกหลักอนามยั
4. ตอบ ก. สมอง
5. ตอบ ค. ชวยใหไขมันถูกยอ ยและดดู ซึมงาย
6. ตอบ ง. อมรา ทำงานหนา คอมพวิ เตอรเ ปนเวลานาน
7. ตอบ ง. ปาน ตัง้ สติและพดู ปฏิเสธอยา งสุภาพ
8. ตอบ ค. ชาญชัย อยูกับเพ่ือนผหู ญิงในที่รโหฐาน
9. ตอบ ค. สมศรี ออกกำลงั กายสัปดาหละ 3 ครง้ั ครง้ั ละ 30 นาที
10. ตอบ ค. การปลูกฝงเจตคติทดี่ ีเกีย่ วกบั เรือ่ งเพศ
11. ตอบ ง. ปล้มื ตรวจสุขภาพรางกายอยางสมำ่ เสมอ 2 คร้งั /1ป
12. ตอบ ข. จำเรญิ ทำกิจกรรมที่มีประโยชน
13. ตอบ ก. การออกกำลงั กาย
14. ตอบ ง. กาญจนา ว่ิงหนเี พอ่ื ไปบอกพอ แม
15. ตอบ ค. อายุ 15 - ไมเกนิ 18 ป
16. ตอบ ก. จำคกุ ไมเกิน 10 ป
17. ตอบ ค. ธาตเุ หล็ก
18. ตอบ ง. ขา วแดง ขาวซอ มมือ
19. ตอบ ค. ซี
20. ตอบ ข. โรคกระดูกออน
21. ตอบ ง. จนิ ต รับประทานอาหารท่ปี รุงสุกใหมเสมอ
22. ตอบ ก. ไขมนั
23. ตอบ ค. ปรงุ อาหารใหส กุ และควรเก็บในภาชนะท่ีสะอาดอยางมิดชิด
24. ตอบ ก. ขา ว แกงเลยี ง ปลาน่งึ กลว ยสุก
25. ตอบ ค. การสรา งความตระหนกั ถงึ ความสำคญั ในการมสี ุขภาพดี
26. ตอบ ง. สรางทัศนคตทิ ี่ดี สรางความรว มมือในการดแู ลสุขภาพ
27. ตอบ ค. มกี ารพฒั นาสภาพแวดลอมท่ีอยอู าศยั ใหถูกสุขลักษณะ
28. ตอบ ค. การใหความรูเก่ียวกับการปองกันโรค
29. ตอบ ง. ถูกทกุ ขอ
30. ตอบ ง. สรางทศั นคติทีด่ ีและสรางความรวมมือในการดูแลสขุ ภาพ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง31. ตอบ ค. กอ ย รวมกลมุ คนรักสขุ ภาพ เตนแอโรบิก ทกุ วนั

32. ตอบ ค. ตอ ม เดินตอ เนอ่ื ง 15 นาที

33. ตอบ ค. ลดจังหวะความเรว็ ลงจงึ หยุด

34. ตอบ ก. เดนิ เรว็

35. ตอบ ค. เดินชา

36. ตอบ ง. วัยผสู งู อายคุ วรเปน กจิ กรรมเบาๆใชระยะเวลานานๆ

37. ตอบ ข. วายน้ำ

38. ตอบ ข. โรคภมู ิแพ
39. ตอบ ง. โรคความดันโลหิตสงู
40. ตอบ ก. ตรวจเลอื ดและปรกึ ษาแพทยกอนมีบุตร

41. ตอบ ค. ออกกำลงั กาย กินอาหารที่ถูกสขุ ลักษณะ

42. ตอบ ก. สมชาย ไมใชใ บมีดโกนรวมกับผูอนื่

43. ตอบ ก. รบั ประทานอาหารที่ปรงุ สุกใหมๆ

44. ตอบ ข. www.moph.go.th

45. ตอบ ค. ฤดี ดม่ื นำ้ อุนและนอนพักผอ นอยูกับบาน

46. ตอบ ข. ประเมนิ สขุ ภาพตนเองได

47. ตอบ ง. ยาจะกดั กระเพาะอาหาร

48. ตอบ ข. คาใชจ ายสงู ขน้ึ กวาการรักษาแบบกินยา

49. ตอบ ง. กอ นใชย าทุกคร้งั ตองอานฉลากยาใหเขาใจ

50. ตอบ ค. ไตเสือ่ ม

51. ตอบ ก. ใชยาเกินขนาด

52. ตอบ ก. รบั ประทานตามขนาดและเวลา

53. ตอบ ก. ตับ

54. ตอบ ข. รจู ักสรรพคุณ ขนาดและวิธีใช

55. ตอบ ง.ทอ นำไข
56. ตอบ ค.กระเพาะอาหาร
57. ตอบ ค.ปอด
58. ตอบ ค. เปนอมั พาต

59. ตอบ ก.การสบู บุหรี่
60. ตอบ ง.ปลาชอนนง่ึ เน้อื แดดเดยี ว ไขเจยี วหมสู ับ
61. ตอบ ค.กะบงั ลมเลอ่ื นตำ่ ลง กระดูกซี่โครงเล่ือนสงู ข้นึ
62. ตอบ ก.ระบบยอยอาหาร ระบบหมนุ เวยี นเลือด ระบบหายใจ
63. ตอบ ข. สิ่งท่ีไดร ับจากการถายทอดมาจากบรรพบรุ ุษ หรอื จากรนุ สรู นุ
64. ตอบ ค. แผลเปน

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง65. ตอบ ข. สมใจมลี กั ย้มิ เหมือนแม
66. ตอบ ค. โรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีนหรือของโครโมโซม
67. ตอบ ก. เลือดไหลไมหยุด
68. ตอบ ก.ฮอรโมนอินซลู นิ
69. ตอบ ค. เจตน ใชส ารเสพตดิ เพื่อใหเกิดความกลา แสดงออก

70. ตอบ ค. มปี ญหาทางจิตใจ

71. ตอบ ก. ตองการหาทีพ่ ึ่ง

72. ตอบ ค. ผผู ลิต นำเขาสง ออกเพ่อื จำหนา ย
73. ตอบ ง. ไมสามารถเรยี นหรือทำงานไดเพราะตองใชเ วลาไปบำบัด

74. ตอบ ค. 26 มถิ นุ ายน
75. ตอบ ก. ป.ป.ส.
76. ตอบ ง. เฮโอนี
77. ตอบ ค. กัญชาและบหุ รี่
78. ตอบ ข. กระตุนประสาท
79. ตอบ ก. ออ นเพลีย
80. ตอบ ง. มสี มาธิมุงมัน่ ในการทำงาน
81. ตอบ ข. มีความขยนั หม่นั เพียรอยางสมำ่ เสมอ
82. ตอบ ง. เปน หนึง่ โดยหางไกลยาเสพตดิ
83. ตอบ ง. ไก ปรบั ตวั และเลือกการดำเนินชวี ติ ไดอยางมีความสขุ

84. ตอบ ข. การตะหนกั ในตน

85. ตอบ ง. ปรบั ตวั ควบคมุ อารมณ ยอมรับความคิดของผูอนื่

86. ตอบ ง. การตระหนักรใู นตน
87. ตอบ ง.การสรา งสมั พันธภาพระหวา งบคุ คล
88. ตอบ ก. การเขาใจความเหมือนหรอื ความแตกตางระหวา งบุคคล

89. ตอบ ข. ไมห วาดระแวงหรือกังวลในส่ิงที่ยังมาไมถ งึ
90. ตอบ ข. อาหารทสี่ ามารถนำไปอุนหรือรับประทานไดทนั ที

91. ตอบ ก. การทำลายเชอ้ื จุลนิ ทรยี 

92. ตอบ ง. สะอาดและอรอย

93. ตอบ ก. การจดั หมวดหมูสนิ คา

94. ตอบ ก. การหาตลาด
95. ตอบ ก. การจัดหมวดหมสู ินคา

96. ตอบ ข. สะอาด และจัดเปนระเบยี บ
97. ตอบ ง. สะอาดและอรอย
98. ตอบ ค. การปฏิบัตติ ามสขุ าภบิ าลอาหาร
99. ตอบ ก. อาหารรอ นและไขมัน

100. ตอบ ก. ความสะอาดของอาหารและพ้นื ท่ีการปฏิบัติ

จงั หวัดนกคศรนส.อวÒíรเรภคอ์ชมุ แสง


Click to View FlipBook Version