จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงเรอ่ื ง การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของมนษุ ย์
สรปุ
การเจรญิ เตบิ โตของรา่ งกายในวยั ตา่ งๆ
รา่ งกายคนเรา มีการเจรญิ เติบโตจากวัยทารกสู่วัยเด็ก วยั รุน่ และวยั ผู้ใหญ่ ซึง่ ในแต่ละวัย
ขนาดของร่างกายจะมกี ารเปลีย่ นแปลงแตกต่างกันไป
การเจริญเตบิ โตทางร่างกายของคนเรา สกั เกตได้จากส่งิ ต่อไปน้ี
- น้าหนกั
- สว่ นสูง
- ความยาวของล้าตัว
- ความยาวของช่วงแขนเมอื่ กางเตม็ ท่ี
- ความยาวของเสน้ รอบวงศรี ษะ
- ความยาวของเส้นรอบอก
- การขึน้ ของฟนั แท้
การเปลย่ี นแปลงความตอ้ งการทางสังคม
เมอ่ื วัยรุน่ พบความแปลกใหม่ในร่างกายของตน กจ็ ะมคี วาม ไม่แนใ่ จ มีความทุกข์ ตอ้ งการ
ปรับตวั ใหเ้ หมาะสม จึงหนั หนา้ เข้า หาผู้ทมี่ ปี ัญหาเดียวกัน คือ เพอ่ื นรนุ่ เดียวกนั วยั รุน่ จงึ เหน็
ความส้าคัญ ของเพื่อนวัยรนุ่ เช่ือเพ่อื นมาก และเชอื่ พอ่ แม่น้อยลงในการเล่นของวยั รุ่น อาจทา้ ตัว
อ่อนกวา่ วยั เพราะในจิตใจวยั รนุ่ ต้องการกลับเปน็ เดก็ อกี ไมอ่ ยากเตบิ โต ไมอ่ ยากเขา้ สงั คมใหม่
ความสัมพันธร์ ะหวา่ งวัยรนุ่ กับพอ่ แมจ่ ะเปล่ยี นรปู แบบไป วยั รุ่นไม่ตอ้ งการให้พ่อแมบ่ งั คบั ควบคมุ
ตนเองอยา่ งแตก่ ่อน แตต่ ้องการผูช้ ว่ ยคดิ ช่วยแนะน้าและอยาก ใหพ้ อ่ แม่เป็นเพือ่ นท่ีดีของตนวยั รนุ่
ตอ้ งการความเปน็ อสิ ระและ การเปน็ หัวหนา้ ครอบครวั และหัวหน้างานตอ่ ไป พอ่ แม่จงึ ตอ้ งเปลี่ยน
เปน็ ผู้แนะน้ามากกว่าผูอ้ อกคา้ สง่ั และ ควบคุมเข้มงวดอยา่ งแต่ก่อน วยั รนุ่ จะเปรียบเทยี นคณุ สมบัติ
ของพอ่ แม่กับผูใ้ หญอ่ นื่ ๆ พอ่ แม่ ขาดคณุ สมบัตใิ ด วยั ร่นุ กจ็ ะไปหาไดจ้ ากครูหรอื ผมู้ ีชื่อเสียงในสังคม
จงั หวัดนกคศรนส.อวÒíรเรภคอ์ชมุ แสง
การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์
ในช่วงวยั รนุ่ อาจกลับไปมลี กั ษณะใจเร็วดว่ นได้ อดไมไ่ ด้ รอไมไ่ ด้ จะเอาเดีย๋ วน้ที ันที ทั้ง ๆ ท่ี
เมือ่ เปน็ เด็กเคยใจเยน็ และ พดู กนั ร้เู ร่อื ง นอกจากนน้ั ในบางคร้ังวัยรุ่นอาจรูส้ กึ เกยี จคร้าน อยากอยู่
เฉย ๆ ไมท่ ้างาน ไม่หยิบจบั ชว่ ยงานในบา้ นเพราะสาเหตุ ทางร่างกายและอารมณ์ ถ้าเป็นอยู่เพียง
บางครัง้ ผู้ปกครองก็ ไมค่ วรเรง่ เร้าดุด่าวา่ กลา่ ว แต่ถา้ จะตดิ เปน็ นิสยั ก็ไม่เหมาะสม ตอ้ งตักเตอื นกัน
1. ระบบอวัยวะต่าง ๆ ในรา่ งกายทุกระบบมคี วามสา้ คญั แตกต่างกัน แตล่ ะระบบตอ้ งทา้ งาน
ประสานสอดคลอ้ งกัน ร่างกายจงึ จะแข็งแรงสมบรู ณ์
ปอด ท้าหน้าท่ีท้งั ระบบขับถ่ายและระบบหายใจ โดยมีการขบั ถ่ายก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์
ออกมาทางลมหายใจและน้าก๊าซออกซิเจนเขา้ ไปในระบบหายใจ
2. ระบบประสาทท้าใหค้ นเราเด่นกวา่ สิง่ มีชีวติ ชนิดอนื่ โดยมีสมองเปน็ ศนู ยก์ ลางความรู้สึก
นกึ คิดสติปัญญา มีเหตมุ ีผล มีความสามารถในการคิดแก้ปญั หา
3. อวัยวะบางอยา่ งท้าหนา้ ทมี่ ากกว่า 1 ระบบ ไดแ้ ก่ ผิวหนัง ปอด ล้าไสใ้ หญ่ ตับออ่ น
อณั ฑะ รงั ไข่ เปน็ ต้น
ผวิ หนัง ท้าหน้าที่ท้งั ในระบบหอ่ หมุ้ รา่ งกาย ระบบประสาทและระบบขับถา่ ย
ลาไส้ใหญ่ ทา้ หนา้ ที่ทั้งในระบบย่อยอาหารโดยการดดู นา้ จากกากอาหารเข้าสูเ่ ส้นเลอื ดและ
ล้าไส้ใหญย่ งั ทา้ หนา้ ท่ีในระบบขบั ถา่ ยโดยการขับถ่ายกากอาหาร
ตับออ่ น ท้าหนา้ ที่ทัง้ ในระบบย่อยอาหารและระบบตอ่ มไร้ท่อ โดยในระบบย่อยอาหารตับ
อ่อนจะช่วยผลิตน้ายอ่ ยให้ล้าไสเ้ ลก็ สว่ นในระบบตอ่ มไร้ทอ่ ตับอ่อน จะสรา้ งฮอรโ์ มนอินซูลนิ ควบคมุ
ปริมาณการใช้น้าตาลในเลอื ด
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงเรือ่ ง ชวี ิตและครอบครวั
สรุป
ทกั ษะชวี ติ มคี วามสา้ คญั ตอ่ บุคคล ครอบครัว ประเทศ และสงั คมโลก เนอื่ งจากทักษะชีวิตมี
ความสัมพนั ธก์ ับคณุ ภาพชวี ติ และการแกไ้ ขปญั หาในระดบั บุคคล ซึ่งสง่ ผลต่อคุณภาพประชากรโดยรวม
กล่าวคอื ทักษะชวี ิตมคี วามส้าคัญตอ่ การแก้ไขปัญหาต่อไปนี้
ปัญหาสขุ ภาพจิต องค์การอนามยั โลกได้ระบุวา่ ทกั ษะชีวิตเปน็ เสมอื นเครอ่ื งมือหน่ึงในการสร้างภูมคิ ุ้มกันให้
สามารถด้ารงรกั ษาสุขภาพจติ ให้คงอยู่ได้ ไมเ่ กิดปญั หา เพราะสภาพแวดลอ้ มและปญั หาทีเ่ กิดขนึ้ มากมายใน
สังคมยอ่ มสง่ ผลกระทบต่อบคุ คล ถา้ บคุ คลมที ักษะชวี ติ บคุ คลย่อมเข้าใจปัญหา และสามารถวิเคราะหป์ ญั หาท่ี
เกิดข้ึนดว้ ยเหตุผลจนสามารถแก้ปัญหาต่างๆให้ลุลว่ งไปได้
ปัญหาสารเสพติด เป็นปัญหาทสี่ บื เนื่องจากปญั หาอาชญากรรมภายในและภายนอกประเทศทผี่ ู้ขายมี
เครือขา่ ยอยูใ่ นทกุ ชุมชนและหมู่บ้าน เนื่องจากหวังรายได้จากการค้าสารเสพตดิ ท้าให้ปญั หาสารเสพติดเปน็
ปญั หาหนึ่งทย่ี ากจะแก้ไขใหห้ มดไป แม้ว่ารัฐบาลจะใชก้ ารปราบปรามอย่างรุนแรง แตส่ ารเสพตดิ ก็ยังแพร่
ระบาดอยู่ ดังนน้ั วิธกี ารปอู งกนั ภัยจากสารเสพตดิ ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพคอื การใชท้ ักษะชวี ติ หลีกเลี่ยง และ
ปกปอู งตนเองและครอบครัวจากการแพร่ระบาดของสารเสพติด
ปญั หาการมีเพศสัมพันธุ์ การมเี พศสัมพนั ธ์ุท่ีไม่ถกู ตอ้ งและไมเ่ หมาะสม เชน่ การมเี พศสัมพนั ธ์ใุ นระหว่างท่ี
ยังเรียนอยู่ มเี พศสมั พันธ์ุแบบส้าส่อน รักรว่ มเพศ เป็นต้น ท้าใหเ้ กิดปญั หาอืน่ ๆ เช่น ปัญหาการท้าแท้ง ปญั หา
โรคเอดส์ ปัญหาครอบครวั ปัญหาการเรียน ปญั หาสขุ ภาพจิต เปน็ ปัญหาทเี่ กดิ ขึน้ แลว้ ยากจะ
แกไ้ ข ทักษะชีวิตจะชว่ ยให้บุคคลมคี วามเขา้ ใจเร่ืองของเพศสัมพนั ธ์และรูว้ ่าจะปอู งกนั หลกี เล่ียง และหาทาง
ออกให้กบั ตนเองไดอ้ ยา่ งไรเมอื่ เผชญิ กับปญั หาการมเี พศสัมพนั ธ์
ปญั หาการทะเลาะวิวาทและการใชค้ วามรุนแรงในการแกป้ ัญหา เกิดจากการใช้อารมณ์ และความรู้สกึ
ตลอดจนอารมณ์ร่วมกบั กลมุ่ และพวกพ้องมากการใชเ้ หตุผล ท้าให้ขาดความย้ังคิดในการการกระท้าใดๆ ท่นี ้า
ตนเองไปสกู่ ารก่ออาชญากรรม ทา้ ใหส้ ูญเสยี อนาคตเสยี โอกาสและทา้ ให้บพุ การเี สยี ใจ การแก้ปัญหาความ
ขัดแยง้ ทกุ ระดับสามารถทา้ ไดไ้ มว่ ่าจะเป็นระหว่างบุคคล แม้แตร่ ะหวา่ งประเทศ ทงั้ นีค้ ู่กรณขี องคามขัดแย้งตอ้
งมใชเ้ หตุผลและผลประโยชนข์ องคนสว่ นใหญ่เป็นหลกั การสา้ คญั ในการแกป้ ัญหา ซง่ึ ผ้ทู ม่ี ีทกั ษะชีวติ สามารถ
นา้ หลกั การแห่งเหตผุ ลมาตัดสินแก้ไขปญั หาตา่ งๆได้
ปัญหาครอบครวั สว่ นมากเกิดจากสาเหตุการหยา่ ร้างของสามี-ภรรยาท้าใหค้ รอบครวั มีสภาพ
แตกแยก ส่งผลกระทบต่อลกู ๆ ไม่ว่าจะอยู่กบั พอ่ หรือแมก่ ต็ าม ลูกบางคนยังถูกทอดทิง้ ให้อยู่กบั ญาติผู้ใหญ่ ท้าให้
ลกู ขาดความอบอ่นุ ขาดการขดั เกลาทางสังคม และทา้ ให้รสู้ ึกว่าตวั เองมปี มดอ้ ย ปจั จุบันสภาพสงั คมไทยมีปญั หา
ครอบครวั สูงมาก ดังนนั้ เยาวชนจงึ จา้ เปน็ ตอ้ งมภี มู คิ ุ้มกันตนเองไมว่ า่ จะมีปญั หาครอบครวั หรือไมก่ ็ตามซึ่งทักษะ
ชวี ิตจะช่วยใหเ้ ยาวชนมีความเข้าใจและแนวทางที่ดีให้กับตนเองไดแ้ ม้ว่าครอบครัวจะไมส่ มบูรณก์ ็ตาม
ปญั หาสงั คม ซ่ึงเกิดจากการเปลยี่ นแปลงค่านิยม วฒั นธรรม ประเพณี ระบบเศรษฐกจิ ระบบการเมืองการ
ปกคราอง และระบบการสือ่ สาร โทรคมนาคม ซง่ึ สง่ ผลตอ่ ทัศนคติ การคดิ การตัดสนิ ใจ และการแสดงออก
หรือพฤตกิ รรมของบุคคล โดยมกี ารสอ่ื สารต่างๆ เป็นผู้สรา้ งอทิ ธิพลตอ่ บุคคลรุ่นใหมม่ ากที่สุด ถา้ เยาวชนไมม่ ี
ทกั ษะชวี ิต กไ็ มส่ ามารถปรับเปล่ียนตนเองไปในทางทเี่ หมาะสม ตอ่ อาจจะแสดงออกหรอื มีการกระทา้ ท่เี ปน็
ปัญหาสงั คม เช่น การเที่ยวเตร่ อาชญากรรมรปู แบบต่างๆ การขายตัว ดังนนั้ ทกั ษะชีวติ จึงมีความสา้ คัญกบั
เยาวชนในการเลอื กแนวทางทถี่ ูกตอ้ งและเหมาะสมกบั ตนเอง
ปัญหาการพัฒนาตนเอง เน่อื งจากสังคมมกี ารเปลยี่ นแปลงอย่างรวดเร็ว เกดิ นวตั กรรมทเ่ี ยาวชนจะต้อง
เรยี นรูเ้ ป็นจ้านวนมาก ดังนน้ั เยาวชนจงึ ตอ้ งตัดสินใจเลือกแนวทางการพัฒนาตนเองไปในทางใด
เรอื่ ง เพศศกึ ษา
สรปุ
ความผิดปกตทิ างเพศ (Sex Deviation) เป็นเรอ่ื งของบุคลิกภาพท่ีเก่ยี วกบั เรื่องเพศบดิ เบือนไป มผี ล
ท้าให้บุคคลนัน้ มคี วามรสู้ ึกทางเพศ ทศั นคติ คา่ นิยม ตลอดจนพฤตกิ รรมทางเพศท่แี สดงออกเปน็ ไปอย่างไม่
เหมาะสม ผดิ แผกไปจากสามัญชนในสงั คมนัน้ ๆ จะพึงกระทา้ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสภาพจติ ใจท่ีผิดปกติ ทา้ ให้ไม่
สามารถควบคุมตนเองได้ แต่มิได้หมายถึงว่าคนที่มคี วามผิดปกตทิ างเพศจะเปน็ คนปุวยดว้ ยโรคจิตหรอื วกิ ลจรติ
หากตดิ เช้ือโรคติดตอ่ ทางเพศสมั พันธอ์ าการเหลา่ น้อี าจเกดิ ขึ้นหลงั การมเี พศสัมพันธ์ 2 – 3 วนั หรอื
อาจเป็นเดือน
- ปัสสาวะแสบ ขัด
- เจบ็ ปวดหรอื คนั บรเิ วณอวยั วะเพศ
- มีผ่ืน แผล ฝหี รอื ตุ่มบรเิ วณอวัยวะเพศ
- ขาหนีบบวม
- ผู้ชายจะมขี องเหลวไหลออกมาภายหลังการมเี พศสมั พันธ์ เช่น เมือกใส หนอง เมือกปนหนอง
- ผ้หู ญงิ จะมีปริมาณ สี กลิน่ ของสงิ่ ท่ีออกมาจากช่องคลอดผิดปกติ เชน่ ตกขาวมากมีสเี หลอื งเข้ม
หรือมีกล่นิ เหมน็
- ประจ้าเดอื นมาผิดปกติ หรอื มเี ลือดออกจากช่องคลอดหลงั การมเี พศสมั พันธ์
คุณควรสังเกตอาการผิดปกติ เมอ่ื มีอาการ หรอื สงสัยวา่ ตดิ เชื้อ ควรรีบไปพบแพทยท์ ีค่ ลนิ ิก หรือโรงพยาบาล
กล่มุ ท่เี ส่ียงต่อการติดโรค
ปอ้ งกันตวั เอง ไม่ใหต้ ิดเชื้อเอดส์ ไดอ้ ยา่ งไร
รักเดยี ว ใจเดยี ว หากจะมีเพศสัมพนั ธก์ บั หญิง ควรใชถ้ ุงยางอนามัยทุกครั้ง ทมี่ เี พศสัมพันธ์
ขอรบั บริการปรกึ ษา เรอ่ื ง โรคเอดส์ ก่อนแต่งงาน และก่อนที่จะมบี ุตรทกุ ทอ้ ง
ไม่ดื่มเหลา้ และงดใช้สารเสพติดทกุ ชนดิ วิธใี ช้ถุงยางอนามัย
- หลงั จากตรวจสอบวา่ ถุงยางอนามยั ไม่หมดอายุ ซองไมม่ รี อยฉีกขาด ฉกี มมุ ซองโดยระมัดระวัง ไมใ่ ห้
เลบ็ มอื เกี่ยวถงุ ยางอนามัยขาด
- ใชถ้ งุ ยางอนามยั ในขณะทอ่ี วัยวะเพศแขง็ ตวั บีบปลายถุงยาง เพอ่ื ไลอ่ ากาศ
- รดู ถงุ ยางอนามยั โดยให้ม้วนขอบอยูด่ า้ นนอก
- สวมถงุ ยางอนามัย แลว้ รูดให้ขอบถงุ ยางอนามยั ถงึ โคนอวยั วะเพศ
- หลังเสร็จกิจ ควรรีบถอดถงุ ยางอนามัย ในขณะท่ีอวัยวะเพศยงั แขง็ ตัว โดยใชก้ ระดาษช้าระหุ้มถุงยาง
อนามัยก่อนท่ีจะถอด หากไม่มกี ระดาษช้าระต้องระวงั ไมใ่ ห้มอื สัมผัสกับดา้ นนอกของถงุ ยาง ควรสันนิษฐานวา่
ดา้ นนอกของถงุ ยาง อาจจะปนเปือ้ นเชอ้ื เอดสแ์ ล้ว
- ท้งิ ถงุ ยางอนามัยที่ใช้แล้ว ลงในภาชนะรองรบั เชน่ ถังขยะ
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
เร่ือง การออกกาลงั กายและการเล่นกฬี า ท้งั ประเภทบุคคลและประเภททีมกฬี าไทยและกีฬาสากล
สรปุ
กรรมพลศึกษา ต้องเปน็ กจิ กรรมทเี่ คลอ่ื นไหวเพอื่ พฒั นาระบบอวัยวะของเดก็ ท่ีมมี าตง้ั แต่เกิดเช่น
การเดนิ การวงิ่ การกระโดด ขว้างปา ห้อยโหน ฯลฯ ใหม้ ีการเจรญิ พัฒนาการอยา่ งถกู ต้อง สมสว่ นด้วยเหตุน้ี
กจิ กรรมพลศกึ ษา จงึ ประกอบดว้ ยกิจกรรมดงั ตอ่ ไปน้ี
1. เกม (Game) เป็นกิจกรรมการเล่นอย่างง่าย ๆ ไม่มีกฎกตกิ ามากนกั มีจดุ มงุ่ หมายเพ่ือความ
สนุกสนาน และชว่ ยเสรมิ สรา้ งความแข็งแรงของรา่ งกายไดต้ ามสมควร เกมบางประเภทสามารถนามาใชก้ บั
ผ้ใู หญไ่ ดอ้ ย่างสนกุ สนาน
2. กจิ กรรมกีฬา (Sport) เป็นกจิ กรรมใหญท่ ี่นิยมเลน่ กันอย่างแพรห่ ลาย กิจกรรมกฬี า แบง่ ออกเปน็
ประเภทใหญ่ได้ 2 ประเภทได้แก่
- กีฬาในรม่ (Indoor Sport) ได้แก่ประเภทกีฬาท่ไี มเ่ นน้ การเคล่อื นไหวร่างกายอยา่ งหนกั แต่จะ
เน้นเร่ืองความสนุกสนาน และมักจะนิยมเลน่ ภายในอาคารหรอื โรงยมิ เชน่ เทเบลิ เทนนิส ยิมนาสตกิ ฯลฯ
- กฬี ากลางแจ้ง (Outdoor Sport) ไดแ้ ก่ประเภทกีฬาท่ีมีการเคลอื่ นไหวรา่ งกายทีห่ นกั และมักจะ
เลน่ ภายนอกอาคาร เช่น ฟตุ บอล ขม่ี ้า พายเรือ วง่ิ ฯลฯ
3. กจิ กรรมเขา้ จงั หวะ (Rhythmic Activity) ไดแ้ กก่ ิจกรรมการเคล่ือนไหวร่างกายโดยใชเ้ สยี งเพลงหรือ
ดนตรีเปน็ ส่วนประกอบ
4. กจิ กรรมทดสอบสมรรถภาพทางกาย (Body Conditioning) เปน็ กจิ กรรมทีก่ ระทาเพ่ือรกั ษาหรือ
เสริมสร้างรา่ งกายใหแ้ ข็งแรง เช่น การดึงขอ้ ดนั พ้นื ลกุ -นง่ั ฯลฯ
5. กจิ กรรมนอกเมอื ง (Outdoor Activity) เป็นกิจกรรมท่ีสง่ เสรมิ การเคล่ือนไหวร่างกายโดยไปกระทา
ตามภมู ปิ ระเทศที่นา่ สนใจ เช่น การปีนเขา เดนิ ทางไกล ทศั นาจร ค่ายพักแรม ฯลฯ
6. กจิ กรรมแก้ไขความพิการ (Adaptive Activity) เปน็ กจิ กรรมการเคลอ่ื นไหวรา่ งกายโดยมีจดุ ประสงค์
เพ่ือรักษาความพกิ ารทางรา่ งกาย
กีฬาพื้นบ้าน หรือท่ีเรยี กกันอีกอยา่ งหนงึ่ วา่ กีฬาพ้ืนเมอื ง ได้ถือวา่ เปน็ กจิ กรรมหนึง่ ทส่ี ามารถช่วย
สง่ เสรมิ ศิลปวฒั นธรรมไทย ในการสืบทอดมรดกไทยได้อีกอยา่ งหน่งึ และได้มีมาตั้งแต่สมยั ของกรงุ สุโขทยั จนถึง
สมยั ปจั จุบันนี้ เป็นกจิ กรรมกฬี า ท่ไี ม่ได้ใช้ อุปกรณ์ในการเล่นอะไรมากมายสามารถหาได้ง่ายตามหมบู่ ้านหรอื
ชุมชนในชนบท อาจทาไดด้ ้วยสิ่งวัสดตุ ่างๆ เชน่ กะลามะพร้าว ใช้ในการแข่งขนั วงิ่ กะลา กอ้ นหนิ ใชใ้ นการ
แข่งขันเลน่ หมากเก็บ และไมไ้ ผ่ ใช้เลน่ ในการแข่งขนั ว่งิ หรอื เดินขาโถกเถก ฯ จะเหน็ ว่าเป็นกิจกรรมกีฬา ที่
แขง่ ขันกันเพอื่ ความสนุสนาน และความสามัคคีในหมคู่ ณะ และเป็นการแข่งขันท่ีเล่นกนั แบบอิสระ และเปน็
การแขง่ ขันด้วยความสมคั รใจของผเู้ ล่นเอง ไมม่ ีการบงั คบั ในการเล่น มีกฎกตกิ าที่ไมบ่ งั คับอะไรมากมาย แตก่ ็
อยู่ระเบียบ จะเนน้ ในเร่ืองของความสนุกสนาน กนั มากกวา่ การแพห้ รือชนะ เลน่ ไดท้ ้ังเด็กและผ้ใู หญ่
ประโยชนข์ องการออกกาลงั กาย
ปัจจุบนั วทิ ยาทางการแพทย์มีความเจริญกา้ วหน้ามากข้นึ สามารถปูองกันและรักษาโรคต่าง ๆ ไดม้ ากมาย ดังน้ัน
สาเหตุส่วนใหญ่ของการเสียชีวิต จะมาจากโรคท่ีไม่ติดเชือ้ และจากพฤติกรรมของมนุษย์ เช่นการสูบบหุ ร่ี การด่ืมสุรา
ยาเสพติด ฯลฯ ซงึ่ โรคตา่ ง ๆ เหล่าน้ีเราสามารถปูองกันได้หรือทา้ ให้ทุเลาลงไดโ้ ดยการออกกา้ ลงั กาย ควบคมุ อาหาร
และมพี ฤตกิ รรมในการดา้ รงชีวติ ทเี่ หมาะสม
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงเร่อื ง การประยุกตห์ ลักวทิ ยาศาสตร์การเคลอ่ื นไหวในการเล่นกีฬา
สรุป
วิทยาศาสตร์การเคลือ่ นไหว (kinesiology) เป็นการศกึ ษาทางด้านวิทยาศาสตร์แขนงหนึง่ ท่ีมี
ความเกี่ยวขอ้ งกับการศึกษาในเรือ่ งการเคล่ือนไหวของมนุษย์ โดยใชอ้ งค์ความรู้ท่ีสา้ คญั ทางด้านกาย
วิภาคศาสตร์ 1 กลศาสตร์2 และ สรรี วิทยา3 เขา้ มาประยุกต์ใช้ ดงั นน้ั วชิ านจ้ี ึงเกย่ี วข้องกบั กาย
วภิ าคศาสตร์ สรีรวทิ ยาของระบบกลา้ มเนื้อและกระดูก และองคค์ วามรใู้ นวิชากลศาสตร์โดยเฉพาะ
ศาสตร์ท่เี รยี กวา่ ชวี กลศาสตร์
1. การเคล่ือนไหวแบบเคล่ือนท่ี (Locomotion Movement) หมายถึง ทักษะการเคล่ือนไหวทใี่ ช้
ในการเคลื่อนรา่ งกายจากที่หนงึ่ ไปยังอีกทห่ี นึ่ง ไดแ้ ก่ การเดิน การวิง่ การกระโดด สลับเท้า การ
กระโจนการ สไลด์ และการวงิ่ ควบม้า ฯลฯ หรือการเคล่อื นท่ีในแนวดง่ิ เชน่ การกระโดด ทกั ษะการ
เคล่ือนไหวเหล่าน้ีเปน็ พน้ื ฐานของการท้างานประสานสัมพนั ธ์ทางกลไกแบบไมซ่ ับซอ้ น และเป็นการ
เคล่อื นไหวรา่ งกายทีใ่ ชก้ ล้ามเนอ้ื มดั ใหญ่
2. การเคลอื่ นไหวแบบอยกู่ บั ที่ (Nonlocomotion Movement) หมายถึงทักษะการเคล่ือนไหวที่
ปฏิบตั โิ ดยร่างกายไมม่ กี ารเคลื่อนท่ีของร่างกาย ตัวอย่างเชน่ การก้ม การเหยียด การผลักและดัน
การบิดตวั การโยกตวั การไกวตวั และการทรงตวั เป็นต้น
3. การเคล่อื นไหวแบบประกอบอปุ กรณ์ (Manipulative Movement) เป็นทักษะการเคล่ือนไหว
ที่มีการบังคับหรอื ควบคุมวตั ถุ ซง่ึ สว่ นใหญ่จะเกย่ี วขอ้ งกบั การใช้มอื และเท้าแต่สว่ นอ่นื ๆ ของ
รา่ งกายก็สามารถใช้ได้ เช่น การขว้าง การตี การเตะ การรบั
เรือ่ ง การทาสอบและสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพ่อื การออกกาลังกายและการเล่นกีฬา
สรปุ
แบบทดสอบสมรรถภาพทางกาย ได้แก่
- การทดสอบความแขง็ แกรง่ หรอื ความแข็งแรงของกล้ามเนอ้ื (Strength Test)
- การทดสอบสมรรถภาพทางกลไก (Motor Fitness Test)
- การทดสอบสมรรถภาพทางกลไกทว่ั ไป (General Motor Fitness Test)
- การทดสอบสมรรถภาพของระบบหมนุ เวียนโลหิต (Cardio-Vascular Test)
- การทดสอบทกั ษะทางกีฬา (Sport Skill Test)
- การทดสอบสมรรถภาพทางกาย (AAHPER Physical Fitness Test)
- การทดสอบสมรรถภาพทางกายมาตรฐานระหวา่ งประเทศ (International Committee for the
Standardization of Physical Fitness Test)
องค์ประกอบของรา่ งกาย หลกั การ
1. คงระดบั ของกจิ กรรมการออกก้าลงั กายไว้และลดปริมาณแคลอรี่ทีไ่ ด้จากอาหาร
2. คงระดบั ปรมิ าณแคลอรี่ได้จากอาหารและเพ่ิมระดับการออกกา้ ลงั กาย
3. ลดปรมิ าณแคลอรีที่ได้จากอาหารและเพิ่มระดับการออกก้าลังกาย
4. รบั ประทานอาหารประเภทไขมันต้า่
ส้าหรับสตู รที่ใช้คานวณหาอัตราการเตน้ สูงสุดของหัวใจ ท่นี ้าไปใชใ้ นการก้าหนดความหนักของการ
ออกก้าลังกายอาจใช้
220 - อายุ = อตั ราการเต้นของหัวใจ / (100%)
ความอดทนของระบบไหลเวียนเลือด ใชห้ ลักการ
1. ความบ่อย : 3-5 สปั ดาห์
2. ความหนกั : 60-90 % ของอตั ราการเต้นสงู สดุ ของหัวใจ (MHR)
3. ระยะเวลา : 20-30 นาที ตอ่ คร้งั /วัน
4. ประเภทกิจกรรม : กิจกรรมแบบแอโรบกิ (ใช้ออกซิเจน)
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
เร่ือง การออกแบบโปรแกรมสร้างเสริมสมรรถภาพกลไกและสมรรถภาพทางกายของตนเองและผู้อน่ื
สรปุ
ความสาคัญและความจาเปน็ ในการเสริมสรา้ งสมรรถภาพทางกาย
ปัจจยั ที่ทา้ ให้คนเราดา้ รงชีวติ อยไู่ ด้อยา่ งเปน็ ปกติสุข อาหาร น้า อากาศ แสงแดด การออกกา้ ลงั กาย การ
พกั ผ่อน และสิง่ ยึดเหน่ียวทางจิตใจ จะเห็นได้ว่าการออกกา้ ลงั กายนบั เป็นปัจจยั ท่ีส้าคญั มาก เพราะเปน็
กิจกรรมท่ที ้าให้รา่ งกายเกดิ การเคล่ือนไหว อันเป็นบอ่ เกดิ แหง่ พฒั นาการด้านตา่ ง ๆ ความก้าวหน้าทาง
เทคโนโลยี ท้าให้มนุษยไ์ ด้รับความสะดวกสบายย่งิ ขึน้ ผลทางมุมกลบั ที่เกดิ ขนึ้ กค็ ือการขาดการออกก้าลงั กาย
ซง่ึ ความเจบ็ ไข้ได้ปุวยกจ็ ะตามมา เชน่ ความอว้ น โรคความดันเลอื ดสูง โรคเกยี่ วกับหวั ใจ
การวางแผนพัฒนาสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของตนเอง
การวางแผนในแต่ละสปั ดาห์
1. เลอื กรบั ประทานอาหารตามหลกั โภชนาการ คือ ให้ครบ 5 หมู่ น้าและผักผลไม้สด
2. เลือกการออกก้าลงั กายท่เี หมาะสมกับตนเอง เชน่ วงิ่ เตน้ แอโรบิค กระโดดเชอื ก ถีบจักรยานหรือ
วา่ ยน้า
3. กา้ หนดชว่ งเวลา สถานที่ ท่ีตอ้ งการออกก้าลงั อย่างน้อยสปั ดาห์ละ 2 - 3ครงั้
4. ฝกึ ทา้ สมาธิ ทา้ ใจให้สงบ วนั ละ 10 นาที
5. นอนหลบั พักผอ่ นอย่างน้อย 6 - 8 ชั่วโมง
ขัน้ ตอนการปฏิบัติ กอ่ น หลงั ความเปล่ียนแปลงท่ีเกดิ ขึ้น
1. ชัง่ นา้ หนักปัจจบุ ันของตนเอง แลว้ บันทกึ ลงสมุด
2. ออกก้าลังกายและควบคมุ การรบั ประทานอาหารตลอดสัปดาห์ และจดบนั ทึกการรับประทาน
อาหาร เพ่ือน้ามาคา้ นวณค่าแคลลอร่ี หรอื เพ่ือเป็นข้อมลู ปรับปรุงในสปั ดาห์ถัดไป
4. ออกกา้ ลังกาย สัปดาหล์ ะ 2 - 3 คร้ัง
5. งดการดื่มน้าอดั ลม หรือเครือ่ งดืม่ ที่แอลกอฮอลผ์ สมทกุ ชนดิ
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
คาส่ัง ใหเ้ ลือกคาตอบที่ถูกต้องท่สี ุดเพียงข้อเดยี ว 6. การทท่ี ารกแรกเกดิ รอ้ งไห้เพราะหิวหรอื ตกใจ เปน็ การ
แสดงถึงพัฒนาการด้านใด
1. การเจริญเติบโตของรา่ งกายคอื อะไร
ก. สังคม
ก. การทร่ี ่างกายสงู ใหญข่ ึ้น
ข. ร่างกาย
ข. การท่ีอวัยวะตา่ งๆของรา่ งกายทกงานได้ดี
ค. บคุ ลิกภาพ
ค. การเปล่ยี นแปลงที่เป็นไปตามธรรมชาติของ
ง. จิตใจและอารมณ์
สง่ิ มีชีวิต
ง. การเปลยี่ นแปลงทางดา้ นร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ 7. ทารกอายุ 12 เดือน เห็นแมอ่ ุม้ เดก็ อนื่ แล้วทารกร้องไห้
เมอ่ื แมเ่ ลิกอมุ้ เดก็ อ่นื แล้วทารกหยดุ ร้องใหแ้ สดงให้เห็นว่า
สงั คม และสติปัญญา
ทารกเกิดอารมณ์ใด
2. การพัฒนาการของร่างกายคืออะไร
ก. รกั
ก. การมสี ตปิ ัญญาดีขึน้
ข. กลัว
ข. การปรบั ตัวเขา้ กบั สังคมดขี ึ้น
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงค. การเพิ่มความสามารถในการทา้ หน้าที่ของรา่ งกาย ค. อิจฉา
ง. เสียใจ
ง. การทีร่ า่ งกายมีความสงู เพิ่มขนึ้ และมีน้าหนกั มาก
ขนึ้ ดว้ ย 8. การอบรมเลยี้ งดทู ่ดี ีจะท้าให้เดก็ เกิดการพฒั นาการท่ีดีใน
3. การเจริญเติบโตและการพัฒนาการมคี วามสัมพันธ์กัน ด้านใดบ้าง
ก. รา่ งกายและจิตใจ
หรือไมอ่ ย่างไร
ข. รา่ งกายจติ ใจและอารมณ์
ก. สมั พนั ธ์กันเพราะต้องใชค้ วบคกู่ ันไป
ข. สมั พนั ธก์ ัน เพราะเมอ่ื ร่างกายเจรญิ เตบิ โตขึน้ ย่อมมี ค. รา่ งกาย จิตใจ อารมณแ์ ละสงั คม
ง. รา่ งกาย จิตใจ อารมณ์สังคม และสติปญั ญา
การพัฒนาการมากขน้ึ
ค. ไม่สัมพันธก์ นั เพราะการเจรญิ เติบโตมีความหมาย 9. หนว่ ยงานที่กา้ หนดเกณฑม์ าตรฐานคอื หนว่ ยงานใด
ก. กรมอนามัย
แตกตา่ งกบั การพฒั นาการ
ง. ไมส่ มั พันธก์ ัน เพราะการเจรญิ เติบโตเปน็ เรอ่ื งของ ข. กรมการแพทย์
ค. โรงพยาบาลตา่ ง ๆ ของรฐั
ร่างกาย ส่วนการพฒั นาการ เปน็ เรือ่ งของจิตใจ
ง. ส้านกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.)
อารมณ์
Archie
4. ความหมายของคา้ ว่า"ปฏิสนธิ" ข้อใดชัดเจนท่สี ดุ
10. ถ้าต้องการจะทา้ ใหต้ นเองมรี า่ งกายเจริญเตบิ โตตาม
ก. การเกิดของทารก
เกณฑม์ าตรฐานควรปฏิบัตอิ ย่างไร
ข. การเริ่มตน้ ชีวิตของคนเรา
ก. กินอาหารครบ 5 หมู่
ค. การท้างานของตวั อสจุ แิ ละไข่
ข. กินอาหารครบ 5 หมดู่ ื่มนมมาก ๆ
ง. การเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์
ค. กนิ อาหารครบ 5 หมดู่ ืม่ นมมากๆและออกกา้ ลัง
5. ตวั อสจุ จิ ะเข้าไปผสมพนั ธุก์ ับไข่ ณ บรเิ วณใด
กายบ่อยๆ
ก. รงั ไข่
ง. กินอาหารครบ 5 หม่ดู ืม่ นมมาก ๆ ออกกา้ ลงั กาย
ข. มดลกู
บอ่ ยๆและดหู นังสือทกุ วัน
ค. ปกี มดลูก
ง. ช่องคลอด
11. การกระทา้ ขอ้ ใดทา้ ใหเ้ กิดปัญหาครอบครวั 18. ผู้ชายลักษณะใดท่ผี หู้ ญงิ ไมค่ วรเข้าใกล้
ก. ลูกชว่ ยท้างานบา้ น ก. ชอบชว่ ยเหลอื ผู้อนื่
ข. ลกู ไม่เชือ่ ฟงั พ่อแม่ ข. พูดจาสภุ าพ
ค. พี่สอนการบ้านนอ้ ง ค. มีกริ ิยาท่เี รียบร้อย
ง. นอ้ งชว่ ยพี่กวาดบ้าน ง. ชอบถูกเนอ้ื ตอ้ งตวั หญิง
12. ครอบครัวทไี่ ม่อบอนุ่ มีลักษณะอย่างไร 19. เพราะเหตุใด หลงั อาบนา้ จงึ ควรเช็ดอวยั วะเพศให้แห้ง
ก. พ่อแมท่ ้างานนอกบ้าน ก. เพอื่ ปอู งกนั การอบั ชื้น
ข. ครอบครัวมีญาติมาอยู่ดว้ ย ข. เพื่อปูองกนั โรคเอดส์
ค. สมาชิกเก่ยี งกันท้างานบ้าน ค. เพอ่ื ไม่ใหเ้ สอื้ ผ้าสกปรก
ง. พอ่ แมม่ ลี กู คนใหม่ ง. เพ่อื ไม่ให้อวัยวะเพศมกี ล่ินเหมน็
13. ถ้าพ่อแม่บงั คับลูกมากเกินไป จนลกู ไม่อยากทา้ ตาม จะจังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง20. ขอ้ ใดเปน็ วธิ ีปอู งกันการมเี พศสมั พันธใ์ นวยั เรยี น
เกดิ ผลอยา่ งไร ก. ไมเ่ รียนห้องเดียวกับเพศตรงขา้ ม
ข. ไมก่ นิ ขา้ วโตะ๊ เดียวกับเพศตรงข้าม
ก. ท้าใหล้ กู เรียนดี ค. ไม่อย่ตู ามล้าพังกับเพศตรงขา้ ม
ข. ทา้ ใหล้ กู ไม่มีเพ่ือน ง. ไมเ่ ลน่ กฬี ากบั เพศตรงขา้ ม
ค. ทา้ ให้ลกู เข้ากับพ่ีน้องไมไ่ ด้
ง. ทา้ ให้ลูกมนี สิ ยั กา้ วรา้ ว 21. อิทธพิ ลของครอบครัวทที่ ้าใหเ้ กดิ พฤติกรรมทางเพศท่ี
14. ใครควรเป็นผแู้ ก้ไขปญั หาครอบครัวไดด้ ที ี่สุด เหมาะสมตรงกบั ข้อใด
ก. พ่อแม่
ก. ลูก ก. พ่อแมห่ ย่าร้าง
ข. ญาตผิ ใู้ หญ่ ข. พอ่ แมเ่ ปน็ แบบอย่างทด่ี ี
ค. สมาชิกทกุ คน ค. พอ่ แมเ่ ลน่ การพนัน
15. ข้อใดเป็นผลจากการทคี่ รอบครวั ไม่มปี ัญหา ง. พอ่ แม่มรี ะดับการศกึ ษาน้อย
ก. ครอบครวั มีฐานะร่้ารวย 22. อิทธพิ ลของครอบครัวทีท่ ้าให้เกดิ พฤตกิ รรมทางเพศที่
ข. สมาชกิ มสี ุขภาพจติ ดี
ค. ลูกทกุ คนมรี ่างกายแข็งแรง ไม่เหมาะสมตรงกับข้อใด
ง. พ่อแมม่ ีตา้ แหนง่ ใหญโ่ ต ก. พอ่ แม่เอาใจใสดูแลลูกอย่างสม้า่ เสมอ
ข. พอ่ แม่เปน็ แบบอยา่ งทด่ี ี
16. การปฏิบัตติ ามขนบธรรมเนยี มประเพณีไทยมีผลดตี อ่ ค. พอ่ แมแ่ ละสมาชกิ มีความรักใคร่ปรองดองกัน
ใครมากท่ีสดุ ง. พอ่ แม่ทีม่ ีระดบั การศึกษาน้อย
ก. ตนเอง 23. อิทธิพลของสังคมทท่ี า้ ใหเ้ กิดพฤตกิ รรมทางเพศทีไ่ ม่
ก. พ่อแม่ เหมาะสมตรงกบั ขอ้ ใด
ข. เพอื่ น
ค. คู่รัก ก. อยู่ใกลแ้ หลง่ อบายมขุ
17. เพราะเหตใุ ดเราจึงควรหลีกเลี่ยงส่อื ทางเพศ ข. ธุรกิจท่องเทยี่ วเจรญิ กา้ วหน้า
ก. อาจทา้ ใหเ้ กดิ ความต้องการทางเพศ ค. สง่ เสริมการเล่นดนตรี กีฬา
ง. มีปญั หาสารเสพติด
ข. ท้าใหเ้ พ่ือน ๆ ดถู ูก
ค. อาจท้าใหเ้ สยี คา่ ใชจ้ ่ายมาก
ง. ทา้ ให้เปน็ คนลา้ สมัย
24. วัฒนธรรมท่ีทา้ ให้เกดิ พฤตกิ รรมทางเพศท่ีไม่เหมาะสม 30. เพือ่ นกลุม่ หน่ึงโดยสารรถประจ้าทางไปด้วยกนั เมอื่ มี
ตรงกับข้อใด ทีน่ งั่ ท่เี ดยี วจะทา้ อย่างไร
ก. วฒั นธรรมตะวนั ตกทม่ี าจากนกั ท่องเทยี่ ว ก. ให้เพ่ือนทีส่ ูงท่ีสดุ นั่ง เพราะยนื ลา้ บาก
ข. วัฒนธรรมไทย ข. ใหเ้ พ่อื นท่ดี ที สี่ ุดนงั่ เพราะใหเ้ กียรติเพื่อน
ค. วัฒนธรรมพ้ืนบ้าน ค. ใหค้ นทยี่ ืนใกลท้ นี่ ัง่ ตรงนัน่ เป็นคนนั่ง เพราะมีสทิ ธิ
ง. การหมน้ั การแตง่ งาน เทา่ เทยี มกัน
25. ข้อใดกล่าวไดถ้ กู ต้องที่สดุ ในเรอ่ื งพัฒนาการทางเพศ ง. ใหเ้ พ่ือนหญงิ ที่ออ่ นแอทสี่ ุดได้นงั่ เพราะเป็นการ
ก. พัฒนาการทางเพศของวยั รุน่ หญิงและชายขนึ้ อยู่ ชว่ ยเหลอื ซงึ่ กนั และกนั
กับคา่ นยิ ม 31. ข้อใดเปน็ การเคลื่อนไหวแบบไมเ่ คลื่อนทที่ ง้ั หมด
ข. วยั รุ่นหญิงจะมีพัฒนาการทางเพศเร็วกว่าวยั รนุ่ ชาย ก. การกม้ การบิด
ค. วยั รนุ่ หญิงจะมพี ัฒนาการทางเพศช้ากวา่ วยั รนุ่ ชาย ข. การดัน การเดิน
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
ง. วยั รุน่ ชายจะมคี วามตอ้ งการทางเพศเร็วกวา่ วยั ร่นุ ค. การเดนิ การเขย่ง
หญงิ ง. การเขย่ง การบดิ
26. ควรจะแก้ไขอยา่ งไรจึงจะถูกต้องเมื่อมีปญั หาทางเพศ 32. ข้อใดเป็นข้อตอ่ ที่สามารถเคลอ่ื นไหวได้มากกว่าบรเิ วณอน่ื
เกดิ ขึ้น ก. กระดกู ขอ้ มือ กระดูกหวั เหน่า
ก. ออกเทยี่ วกลางคืนเพอื่ คลายความกงั วล ข. กระดกู ข้อมือ ข้อต่อกระดูกสันหลงั
ข. ปลอ่ ยไปตามธรรมชาติ ค. ขอ้ ต่อกระดูกสนั หลงั กระดูกหวั เหนา่
ค. ปรึกษาพ่อแม่ หรือครูอาจารย์ ง. ข้อตอ่ ทสี่ ะโพก ขอ้ ตอ่ ท่ีหวั ไหล่
ง. เกบ็ ตัวอยู่เงยี บๆ คนเดยี ว 33. สว่ นใดของร่างกายท่ีพบกลา้ มเนือ้ เรยี บ
27. ข้อใดเปน็ ข้อควรปฏบิ ตั ิของวยั รุ่นในการคบเพื่อนต่าง ก. ใบหนา้
เพศ ข. ล้าตัว
ค. หวั ใจ
ก. ไม่คบกบั ใครเลยเกบ็ ตัวอยู่คนเดียว ง. ตับ
34. อวัยวะใดท้าหนา้ ทค่ี วบคุมการทรงตัวของร่างกาย
ข. ออกเทีย่ วกับเพศตรงข้ามสองตอ่ สอง ก. แขนและขา
ค. คบแต่เพ่ือนสนิทเทา่ นั้น ข. ขาและลา้ ตัว
ง. ท้าตัวตามปกตสิ า้ รวมกริ ิยามารยาท
28. ข้อใดเปน็ มารยาทที่สภุ าพบรุ ุษพงึ ปฏิบตั ิต่อสภุ าพสตรี ค. หูชนั้ กลางและกระดูกก้นหอย
ก. ลงจากรถทีหลงั ง. หูช้นั ในและของเหลว
ข. สละทนี่ ัง่ ให้ 35. ขอ้ ใดคือคุณสมบตั ิทส่ี า้ คัญของนกั กฬี า
ค. เดนิ นา้ หน้า ก. มีความโอบอ้อมอารี
ง. พดู แตเ่ รื่องตลกขบขัน ข. มคี วามมั่นใจในตนเอง
29. เราควรปฏบิ ัตติ นตอ่ เพศตรงขา้ มอย่างไร ค. มคี วามสภุ าพอ่อนน้อม
ก. ทา้ ตามทผี่ ้ใู หญแ่ นะน้า ง. การรู้จกั แพ้ รู้จักชนะ และรจู้ กั การให้อภัย
ข. ทา้ เหมือนเพศเดียวกันไมแ่ บ่งแยก
ค. ทา้ ตนให้เหมาะสมกบั ประเพณแี ละวัฒนธรรม
ง. ทา้ ตนให้เปน็ อิสระและข้นึ อยกู่ บั ความพอใจทง้ั สอง
ฝุาย
36. ขอ้ ใดปฏบิ ตั ติ นถกู ต้องในการเลน่ กฬี า จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง42. ขอ้ ใดเป็นการเคลือ่ นไหวของร่างกายท่ีมีคณุ ลกั ษณะ
ก. แสดงความเป็นมิตรกับฝุายตรงขา้ ม และการท้างานคล้ายกบั คานชนดิ ท่ี 2
ข. พดู จาถากถางฝุายตรงข้าม
ค. เมื่อฝุายตนเองแพ้ ขอใหก้ รรมการจัดการแขง่ ขัน ก. การเขยง่ ส้นเท้า
ใหม่ ข. การเงยศรี ษะ
ง. ตอ่ ว่าเพือ่ นทท่ี า้ ให้ทีมเสียคะแนน ค. การงอแขน
ง. การเหยยี ดแขน
37. ข้อใดไมใ่ ช่วิธกี ารสรา้ งความสขุ ย่งั ยืนในการแข่งขันกีฬา
ก. ปรบั ความคิดของตนเอง 43. ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้องเกย่ี วกับจุดศนู ย์ถ่วงของร่างกายและ
ข. ปรับปรงุ ขอ้ เสียของตน ความม่ันคงของการทรงตัว
ค. คิดที่จะตอ้ งเอาชนะคนอื่น
ง. มองโลกในแง่บวก ก. จุดศนู ย์ถ่วงย่ิงสงู ความม่นั คงของการทรงตัวจะมี
มากขึน้
38. กฬี าตะกรอ้ สันนิษฐานว่าเกิดขึ้นท่ีประเทศใด
ก. พม่า ข. จดุ ศนู ยถ์ ่วงย่งิ ต้่า ความม่นั คงของการทรงตัวจะมี
ข. มาเลเซีย นอ้ ยลง
ค. จีน
ง. ไทย ค. จุดศนู ย์ถ่วงย่งิ สูง ความม่ันคงของการทรงตัวจะมี
น้อยลง
39. ข้อใดกล่าวถูกตอ้ งเกี่ยวกบั การท้าความคุ้นเคยครัง้ แรก
ทเี่ ล่นกีฬาเซปกั ตะกร้อ ง. ระดบั จุดศนู ย์ถ่วงและความมนั่ คงของการทรงตัวจะ
คงที่เสมอ
ก. การเสริฟลูก
ก. การโหม่งลกู 44. ข้อใดเปน็ วธิ กี ารวิเคราะห์ทา่ ทางการเคลอื่ นไหวโดยใช้
ข. การเดาะลูก เครื่องมอื วิทยาศาสตร์
ค. การเลน่ ลูกเหนือตาข่าย
40. การเลน่ กีฬาเซปักตะกร้อลกู ใดถือว่าเปน็ ลูกทมี่ ีความ ก. การสงั เกตท่าทาง
จา้ เปน็ ในการเล่นมากทสี่ ุด ข. ใชอ้ ุปกรณถ์ ่ายภาพ
ก. ลูกเตะด้วยหลงั เท้า ค. ใชอ้ ปุ กรณข์ น้ั สงู
ข. ลกู ศรี ษะ (โหมง่ ) ง. การวจิ ัย
45. ข้อใดเปน็ หลักการวิ่งเหยาะ ๆ ทด่ี ี
ค. ลูกเตะด้วยหนา้ แข้ง ก. วิง่ หลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ ๆ
ง. ลกู เตะขา้ งเทา้ ด้านใน (ลกู แป) ข. วิ่งด้วยความเร็วสูง
41. การเคลือ่ นไหวของร่างกายเปน็ การทา้ งานร่วมกันของ ค. เริ่มต้นจากวงิ่ เบา ๆ แล้วเพิม่ ข้ึนไปเรื่อย ๆ
ระบบใด
ก. ระบบหายใจ ระบบหมนุ เวยี นโลหติ ระบบกระดกู ง. วิง่ สปั ดาห์ละ 2 ครง้ั
46. ปจั จยั ในข้อใดมีความสา้ คัญสูงสุดในการสร้าง
และขอ้ สมรรถภาพทางกาย
ข. ระบบกระดกู และข้อ ระบบกล้ามเนอื้ ระบบ
ก. อาหาร
ประสาท ข. อาหารเสรมิ
ค. ระบบกระดูกและข้อ ระบบกล้ามเน้อื ระบบหายใจ ค. ยาบา้ รงุ
ง. ระบบกล้ามเนอื้ ระบบประสาท ระบบหมุนเวียน ง. การอออกกา้ ลงั กาย
โลหิต
47. ในการเลน่ กฬี า เม่ือเกดิ อบุ ตั เิ หตขุ ้อเทา้ เคลด็ นักกีฬาจังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง53. ปัจจยั ท่สี ้าคัญที่สุดในการเสรมิ สร้างสมรรถภาพทาง
ควรปฏิบัติอย่างไร กายของแต่ละบคุ คลคอื ข้อใด
ก. หยุดพัก ใชค้ วามเย็นประคบ ปล่อยให้ขาหอ้ ยลง ก. น้าหนัก อายุ เวลา
ข. หยุดพกั ใช้ความร้อนประคบ ยกขาขึน้ สงู ข. อายุ ความพร้อมของรา่ งกาย
ค. หยดุ พัก ใชค้ วามเยน็ ประคบ ยกขาขนึ้ สูง ค. เวลา ความพรอ้ มของร่างกาย
ง. หยุดพัก ใชค้ วามรอ้ นประคบ ปล่อยให้ขาหอ้ ยลง ง. ความพร้อมของรา่ งกาย น้าหนกั
48. การฝกึ ออกกา้ ลงั กาย ว่งิ ไป-กลบั ระยะทาง 5 เมตรเปน็ 45. การวิ่งทกุ วนั วันละไมเ่ กนิ 1 ชัว่ โมงควรจัดโปรแกรม
ประจา้ จะชว่ ยเพ่มิ สมรรถภาพทางกายภาพดา้ นใด การว่งิ อย่างไร
ก. ความแข็งแรง ก. วิง่ สลับกบั เดนิ 1 ชั่วโมง
ข. ความทนทาน ข. อบอุ่นรา่ งกายกอ่ นว่ิง 15 นาที ว่ิง 45 นาที
ค. ความออ่ นตัว ค. อบอุ่นร่างกายกอ่ นวง่ิ 5 นาที วิง่ 45 นาที ผ่อน
ง. ความคลอ่ งแคล่ว ว่องไว
49. การออกก้าลงั กายเเบบใดเป็นการออกกา้ ลังกายดว้ ย คลายหลังวิ่ง 10 นาที
วธิ ีการเคลื่อนไหวอยกู่ บั ที่ ง. อบอุ่นรา่ งกายก่อนว่งิ 15 นาที วิ่ง 30 นาที ผ่อน
ก. การฝึกวิดพน้ื
ข. การเตน้ แอโรบิก คลายหลังวิง่ 15 นาท
ค. การฝึกยมิ นาสตกิ 55. ยืนแบบใดจึงจะเสริมประสทิ ธภิ าพในการเคล่อื นไหวได้
ง. การว่งิ อยู่กับท่ี เหมาะสม
50. กลา้ มเนือ้ สว่ นใดของร่างกายแขง็ แรงที่สดุ
ก. กล้ามเนือ้ คอ ก. ยนื เทา้ ท้ังสองขา้ งชดิ กัน
ข. กลา้ มเนื้อต้นขา ข. ยนื แยกเท้าทีถ่ นดั ไวข้ ้างหนา้
ค. กล้ามเน้อื หลงั ค. ยนื เท้าทง้ั สองข้างหา่ งกันเลก็ นอ้ ย
ง. กล้ามเนอื้ หนา้ ทอ้ ง ง. ยนื เท้าทงั้ สองขา้ งห่างกันมากๆ
51. การวงิ่ เก็บของเปน็ การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย 56. ข้ันตอนแรกที่ควรปฏิบัตกิ ่อนเขา้ โปรแกรมออกกา้ ลัง
ในดา้ นใด กายเพ่อื สุขภาพคอื ขอ้ ใด
ก. ความว่องไวของสมอง ก. เลอื กสถานที่
ข. ตรวจสอบสขุ ภาพ
ข. ความทนทานของกลา้ มเนือ้ ขา ค. เลือกอุปกรณก์ ีฬา
ค. ความยดื หยุ่นของกลา้ มเน้ือแขน ง. เลือกชนิดกีฬา
ง. ความคลอ่ งแคล่วในการเปลีย่ นทิศทาง
52. บคุ คลใดมสี มรรถภาพทางกายดีทีส่ ดุ 57. หลกั ในการออกกา้ ลังกาย เพื่อให้หวั ใจแขง็ แรง ใช้
ก. จ๋วิ เหนื่อยเร็วหายเหนื่อยชา้ อักษรยอ่ ตามขอ้ ใด
ข. จอยเหนอ่ื ยช้าแตห่ ายเหนอ่ื ยเร็ว
ค. จิตเหนอ่ื ยช้าและหายเหนือ่ ย ก. FITT
ง. จ๋าเหนื่อยเรว็ แต่หายเหน่ือยช้า ข. FITG
ค. FIIT
ง. FITI
58. คนที่มสี มรรถภาพทางกายดจี ะมีผลตอ่ สุขภาพอยา่ งไร
ก. ท้างานเหน่ือยชา้ และหายเหนอ่ื ยเรว็
ข. ทา้ งานเหนอื่ ยชา้ และหายเหน่ยี วชา้
ค. ท้างานเหน่อื ยเรว็ และหายเหน่ือยชา้
ง. ทา้ งานเหน่ือยเร็วและหายเหน่ือยเรว็
59. การออกกา้ ลงั กายวธิ ีใด ทา้ ใหห้ ัวใจแขง็ แรงดีขึ้นท่สี ุดจังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง65. การทดสอบยืนกระโดดไกล จะต้องเตรียมการอย่างไร
ก. วง่ิ 100 เมตร ก. เตรยี มหาตารางบนั ทึกเวลา
ข. ยกนา้ หนกั ข. เตรียมแทน่ สปรงิ ทีใ่ ชก้ ระโดด
ค. เดนิ เร็ว ค. เตรยี มนาฬกิ าจบั เวลา
ง. กระโดดสงู ง. คัดเลือกผู้วัดระยะทางในการกระโดด
60. เม่อื มนุษย์ออกก้าลงั การดว้ ยการว่งิ เหยาะๆทุกวันๆ ละ 66. การเจริญเติบโตและการพฒั นาการมีความสมั พันธก์ ัน
30 นาทรี า่ งกายจะพฒั นาเสน้ ใยกลา้ มเนอ้ื สใี ดมากทส่ี ุด หรือไม่อยา่ งไร
ก. สขี าว ก. สัมพันธ์กัน เพราะต้องใช้ควบคกู่ นั ไป
ข. สีแดง ข. สัมพันธก์ นั เพราะเม่อื ร่างกายเจรญิ เติบโตขนึ้ ย่อมมี
ค. สชี มพู การพัฒนาการมากขนึ้
ง. สดี า้ ค. ไมส่ ัมพนั ธ์กัน เพราะการเจรญิ เติบโตมีความหมาย
แตกตา่ งกับการพฒั นาการ
61. การฝกึ ออกก้าลงั กาย วิ่งไป – กลบั ระยะทาง 5 เมตร ง. ไม่สัมพนั ธก์ นั เพราะการเจรญิ เติบโตเป็นเร่อื งของ
เปน็ ประจ้า จะชว่ ยเพมิ่ สมรรถภาพทางกายดา้ นใด ร่างกาย ส่วนการพฒั นาการเป็นเรื่องของจติ ใจอารมณ์
ก. ความแข็งแรง 67. ขอ้ ใดกลา่ วถึงการเจริญเติบโตของรา่ งกายได้ถูกต้องที่สดุ
ข. ความทนทาน ก. การท่ีร่างกายสงู ใหญ่ขึ้น
ค. ความคล่องแคล่ว วอ่ งไว ข. การท่อี วัยวะตา่ งๆของร่างกายทา้ งานไดด้ ี
ง. ความออ่ นตัว ค. การเปล่ยี นแปลงที่เป็นไปตามธรรมชาตขิ อง
62. สาเหตุของตะคริวเกดิ ขึน้ ได้อยา่ งไร ส่งิ มชี วี ติ
ก. ความเมือ่ ยล้าของกลา้ มเน้ือ ง. การเปลยี่ นแปลงทางด้านร่างกาย จติ ใจ อารมณ์
ข. ไม่ได้ออกก้าลังกาย สังคม และสตปิ ญั ญา
ค. พักผ่อนไม่เพยี งพอ
ง. การกินอาหารไมเ่ พียงพอ 68. การดูแลสขุ ภาพของครอบครวั จะมีสุขภาพท่ดี ี ตา่ งต้อง
63. แผนการออกกา้ ลังกาย การพกั ผอ่ น การสรา้ งเสรมิ มหี น้าที่ ตามขอ้ ใด
สมรรถภาพทางกาย และการเข้ารว่ มกิจกรรมนันทนาการ
ข้นั ตอนแรกคอื อะไร ก. การจัดสิ่งแวดล้อมใหเ้ กอื้ กลู ตอ่ สุขภาพ
ก. ต้งั เปูาหมาย ข. การสร้างทักษะในเพอื่ การอยรู่ ว่ มกนั ด้วยสนั ติ
ค. ดูแลสุขภาพทงั้ ทางร่างกาย จิตใจและอารมณ์ ทงั้
ข. ศึกษาสภาพปจั จุบนั
ค. เลอื กประเภทท่ีเหมาะสม ในยามปกติและยามเจบ็ ปุวย
ง. กา้ หนดตาราง เวลาการปฏบิ ัติ ง. การพกั ผ่อนและกิจกรรมนันทนาการ มกี ารเรียนรู้
64. ผทู้ ่วี ่ิง 50 เมตร ได้ในเวลาอนั รวดเร็ว แสดงวา่ มี
ความสามารถด้านใด มกี ารพัฒนาด้านจติ วญิ ญาณ
ก. มีความว่องไว 69. การดแู ลสุขภาพตนเองในสภาวะปกติควรปฏิบตั ิ
ข. มีความอดทน อยา่ งไร
ค. มคี วามแขง็ แรง
ง. มสี ายตาดี ก. ทา้ กจิ กรรมท่บี อ่ นท้าลายสุขภาพ
ข. การอยูใ่ นสภาพแวดลอ้ มทมี่ มี ลพษิ สูง
ค. ปลอ่ ยใหต้ นเองอยใู่ นสภาวะเครยี ดบอ่ ยๆ ต่อเนื่อง
เปน็ เวลานาน
ง. การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง สามารถดา้ เนินชวี ติ ได้
งอย่างปกตสิ ุข
70. บทบาทหน้าทข่ี องครอบครัว ดา้ นสังคมศาสตร์ ขอ้ ใด จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง76. การเบ่ียงเบนอารมณท์ างเพศมหี ลายประการ ยกเวน้ ขอ้ ใด
กล่าวถกู ตอ้ ง ก. การตง้ั ใจศึกษาเล่าเรียน
ข. การหลีกเลย่ี งจากสง่ิ เรา้
ก. กล่มุ คนที่ใช้จา่ ยงบประมาณเดยี วกัน ค. การเลน่ กีฬาหรือออกกา้ ลังกาย
ข. กล่มุ คนที่มีความผูกพนั ทางสายโลหิต ง. การประกอบกิจกรรมนันทนาการ
ค. กล่มุ คนท่ีอยู่ร่วมเคหะหรอื บ้านเดยี วกนั
ง. ครอบครวั ทีช่ ายหญิงจดทะเบียนสมรสกันถกู ต้อง 77. ขอ้ ใดไมเ่ ปน็ ค่านิยมทางเพศท่ดี ขี องสงั คมไทย
ตามกฎหมาย ก. ชายไทยตอ้ งสุขภาพสมบรู ณ์
71. การสง่ เสริมสัมพนั ธภาพทดี่ ใี นชีวิต ครอบครวั และ ข. ชายไทยไม่ควรส้าส่อนทางเพศ
ชุมชนข้อใดกล่าวถกู ต้อง ค. ชายไทยต้องมีความรับผิดชอบครอบครัว
ง. ชายไทยตอ้ งมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อเพศหญิง
ก. เป็นแบบอยา่ งทดี่ แี ก่ลูก 78. ขอ้ ใดมีอิทธิพลท้าให้เกดิ พฤติกรรมทางเพศทเ่ี หมาะสม
ข. ตอ้ งเอาใจใสด่ ูแลและเอือ้ อาทรตอ่ กนั ก. พอ่ แมห่ ยา่ รา้ งกัน
ค. สรา้ งสัมพนั ธอ์ ันดแี ก่สมาชิกในครอบครัว ข. พอ่ แมเ่ ล่นการพนัน
ง. ให้เกยี รตแิ ละเคารพสทิ ธิของคนในครอบครัว ค. พอ่ แม่มีระดบั การศึกษาน้อย
72. การปฏิบตั ิตามขนบธรรมเนยี มประเพณีไทยมีผลดี ต่อ ง. พ่อแม่เป็นแบบอย่างท่ดี ตี อ่ ครอบครัว
ใครมากทสี่ ดุ 79. ข้อใดเปน็ วฒั นธรรมทท่ี า้ ให้เกิดพฤติกรรมทางเพศท่ีไม่
ก. คูร่ ัก เหมาะสม
ข. เพ่อื น ก. วฒั นธรรมพ้นื บ้าน
ค. ตนเอง ข. วฒั นธรรมของไทย
ง. พ่อแม่ ค. วัฒนธรรมการหม้นั การแตง่ งาน
73. องคป์ ระกอบทใี่ ชใ้ นการสร้างความพอใจระหวา่ งกนั คือ ง. วัฒนธรรมตะวนั ตกท่ีมาจากนักทอ่ งเทีย่ ว
ขอ้ ใด 80. ข้อคือวิธีท่ีปลอดภยั ที่สุดในการปูองกนั โรคเอดส์
ก. รสนยิ ม ก. การใช้ถงุ ยางอนามยั
ข. การตัดสินใจ ข. ไมส่ ้าส่อนทางเพศ
ค. การปอู งกันและคุ้มครอง ค. ใชเ้ วลาว่างให้เกดิ ประโยชน์
ง. สนบั สนนุ และเอ้อื อา้ นวย ง. ศึกษาหาความรเู้ กย่ี วกบั เอดส์
74. การปรับตัวในการใชช้ วี ิตคู่ควรปฏบิ ัตอิ ยา่ งไร 81. ผู้ปวุ ยที่เป็นโรคตดิ ต่อทางเพศสัมพันธ์ตอ้ งปฏิบตั ิ
ก. รจู้ ักผอ่ นปรน อดกลัน้ อดทน ตวั อย่างไร
ข. ไมม่ ีความรับผดิ ในหน้าที่ของตน
ค. การไมใ่ หเ้ กียรติ ดหู มน่ิ เหยยี ดหยามกนั ก. รว่ มเพศขณะมีประจ้าเดือน
ง. ประพฤตินอกใจ ไม่มคี วามจรงิ ใจต่อกัน ข. มีเพศสัมพนั ธ์ทางทวารหนกั
ค. รีบรักษาเพ่อื ปอู งกันการแพรเ่ ชื้อ
75. ข้อใดเป็นแนวทางปฏิบัติเพอ่ื แก้ปัญหาและสรา้ ง ง. เปล่ยี นคูน่ อนทไี่ มส่ ามหี รอื ภรรยาตัวเอง
ความสขุ ในครอบครัว 82. ข้อใดเป็นการออกกา้ ลงั กายเพอ่ื การอบอุ่นรา่ งกาย
ก. การเคล่ือนไหวทุกส่วนใช้เวลา ประมาณ 5-10 นาที
ก. ไมม่ เี วลาใหก้ ันและกนั ข. การเคล่ือนไหวทุกส่วนใช้เวลา ประมาณ 5-15 นาที
ข. ใชค้ วามรนุ แรงตัดสนิ ปัญหา ค. การเคลอ่ื นไหวทุกส่วนใช้เวลา ประมาณ 10-15 นาที
ค. ค.ขาดความตะหนกั ในบทบาทหนา้ ที่ ง. การเคล่ือนไหวทกุ ส่วนใช้เวลา ประมาณ 15-20 นาที
ง. ใหค้ วามสา้ คัญตอ่ ครอบครัว เอื้อเฟ้ือมีนา้ ใจต่อกัน
83. การวิง่ ทกุ วัน วันละไมเ่ กิน 1 ช่ัวโมงควรจัดโปรแกรม จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง89. ประโยชนข์ องการออกกา้ ลงั กายและการเล่นกีฬาคือ
การวิ่งอย่างไร ขอ้ ใด
ก. ว่ิงสลับกบั เดิน 1 ช่ัวโมง ก. ลดไขมนั ในเลือด
ข. อบอุ่นร่างกายก่อนวิ่ง 15 นาที วงิ่ 45 นาที ข. ปูองการเป็นโรคเบาหวาน
ค. อบอุ่นร่างกายกอ่ นวงิ่ 15 นาที วง่ิ 30 นาที คลาย ค. ปอู งกนั โรคหลอดเลอื ดหัวใจตีบ
ง. ถูกทุกขอ้
กล้ามเน้ือหลงั วิง่ 15 นาที
90. ผ้ทู ี่ออกก้าลงั กายหนกั เกนิ ไปจะมีผลเสียอย่างไร
ง. อบอนุ่ ร่างกายก่อนวิ่ง 5 นาที วิ่ง 45 นาที คลาย ก. กลา้ มเน้อื ฝุอ
กลา้ มเนือ้ หลงั วง่ิ 10 นาที ข. กลา้ มเนอ้ื ตาย
ค. กลา้ มเนอื้ ยดื ตวั
84. การแขง่ ขนั กีฬาประเภททีมชนดิ ใดทเี่ มอ่ื ผู้เล่นพาลูกไป ง. กลา้ มเนื้ออ่อนแรง
เลน่ ในแดนคู่แข่งแล้วไมส่ ามารถส่งลกู กลับมาเลน่
91. ในการเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพทางกายควรออก ก้าลัง
ในแดนตัวเองได้ กายอยา่ งนอ้ ยกี่วันตอ่ สัปดาห์
ก. ลกั บี้
ข. ฮอกก้ี ก. 3 วนั
ค. บาสเกตบอล ข. 4 วนั
ง. เซปกั ตะกรอ้ ค. 5 วัน
85. การเล่นกีฬาประเภทใดอวยั วะทกุ สว่ น ง. 7 วนั
ก. ฮอกก้ี 92. การทดสอบสมรรถภาพทางกายทา้ เพอ่ื เหตผุ ลใด
ข. ว่ายน้า ก. เพื่อการมีสมรรถภาพทางกายทด่ี ี
ค. เปตอง ข. เพ่ือปรับปรุงและสรา้ งเสริมสมรรถภาพทางกาย
ง. แชรบ์ อล ค. เพือ่ จัดล้าดับทส่ี มรรถภาพทางกายของผ้เู รยี น
86. ท่าวา่ ยนา้ แบบคว้า่ หนา้ มอื ทงั้ สองขา้ งจะต้องยกเหนือ ง. เพอื่ ตรวจสอบความสมบรู ณ์และการเคลอ่ื นไหว
นา้ พร้อมกันเปน็ ทักษะการเคล่ือนไหวของท่าใด
ก. ท่ากบ ของรา่ งกาย
ข. ท่าผีเส้อื 93. การยืนอยู่ที่กับท่กี ระโดดไกลเป็นการฝึก สมรรถภาพ
ค. ทา่ กรรเชียง ทางกลไกลด้านใด
ง. ทา่ ฟรีสไตล์
ก. ความเร็ว
87. อุปกรณใ์ ดทผ่ี ู้หญิงควรมพี กไว้ติดตัวอยู่เสมอ
ก. หวี ข. การทรงตัว
ข. กรรไกร ค. พลงั กล้าเนื้อ
ค. สเปรย์ ง. การประสาน
ง. หมวก 94. ขอ้ ใดเปน็ การสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางร่างกาย
สา้ หรับนักกีฬาฟุตบอลด้านความเร็ว
88. ข้อใดจัดเป็นสง่ิ เรา้ จากภายใน ก. การกระโดด 50 ครั้ง
ก. กลน่ิ ข. การลกุ นงั่ 50 คร้ัง
ข. การอา่ น การฟงั ค. การเดิน 50 กโิ ลเมตร
ค. ฮอร์โมน ง. การวงิ่ 5 เมตร 10 เมตร 20 เมตร
ง. การฝันกลางคืน
95. นกั กฬี าฟุตบอลที่ต้องการสง่ ลูกบอลให้มีกร่ี ะยะทางไกล 98. กตญั ญู หมายถงึ อะไร
ควรใชก้ ารสง่ อย่างไร ก. ยินดีเมือ่ คนอนื่ ได้ดี
ข. พอใจในสงิ่ ทีต่ นมี
ก. ใชเ้ ข่า ค. การรู้จักบญุ คณุ
ข. ใช้เท้า ง. การตอบแทนบุญคณุ
ค. ใชศ้ ีรษะ
ง. ใชห้ นา้ อก 99. จะทาดีก็คลอ้ ยตาม จะทาชวั่ ก็คล้อยตาม เป็นมติ รเทียม
96. การไหว้ควรยึดหลกั ข้อใด แบบใด
ก. 3 E ก. คนหัวประจบ
ข. 3 H ข. คนดแี ตพ่ ูด
ค. 3 M ค. คนปอกลอก
ง. 3 P ง. คนชักชวนในทางฉิบหาย
97. เมื่อมีภัยสามารถเป็นทพ่ี ึง่ พานักได้ ตรงกบั มิตรประเภท 100. ในสงั คมปจั จุบันสาเหตุสา้ คัญที่ทา้ ให้วัยรุ่นมี
ใด เพศสัมพันธโ์ ดยไม่คาดคดิ คือข้อใด
ก. มิตรมอี ุปการะ ก. ลทั ธเิ อาอย่างสังคมตะวนั ตก
ข. มติ รมีความรักใคร่ ข. ขาดการอบรมจากผปู้ กครอง
ค. มติ รร่วมทกุ ขร์ ่วมสขุ ค. เลียนแบบดารา
ง. มิตรแนะนาประโยชน์ ง. ขาดความยับยั้งชั่งใจ
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง1. ง. การเปลย่ี นแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์สังคม และสติปัญญา
คอื ชว่ งวงอายทุ ีม่ กี ารเปลย่ี นแปลงทางรา่ งกาย ในลักษณะทพ่ี ร้อมจะมเี พศสมั พนั ธไ์ ด.้ วยั รุ่น เปน็ ระยะที่มี
การพัฒนาทางจิตใจมาจากความเป็นเด็ก ไปส่คู วามเป็นวัยรุ่น วัยผใู้ หญ่ และวยั ผูส้ ูงอายุ
2. ค. การเพม่ิ ความสามารถในการทา้ หน้าที่ของร่างกาย
คอื การเปลีย่ นแปลงในด้านตา่ งๆ ของร่างกาย ซง่ึ บ่งบอก ให้ทราบถึงการเจริญเตบิ โต ซ่งึ แบ่งเป็นดา้ นตา่ ง ๆ
คอื ดา้ นรา่ งกาย ด้านจติ ใจอารมณ์ ด้านสังคม และดา้ นสตปิ ญั ญา
3. ข. สัมพันธก์ ัน เพราะเมื่อรา่ งกายเจรญิ เติบโตขึ้นยอ่ มมกี ารพัฒนาการมากข้ึน
คือ การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการมักจะเกดิ ข้ึนควบคู่ไปพรอ้ มๆกันดังน้นั การเจริญเติบโตของรา่ งกาย
กถ็ อื ว่าเปน็ พฒั นาการทางรา่ งกายดา้ นหน่ึงเชน่ กนั โดยลกั ษณะการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของ
รา่ งกายมนษุ ย์น้ัน จะแตกตา่ งกนั ออกไปในแตล่ ะช่วงอายุ สามารถแบง่ ออกเป็นวัยต่างๆ
4. ค. การท้างานของตัวอสุจิและไข่
คอื การหลอมรวมระหวา่ งนิวเคลียสของเซลลส์ บื พันธ์ุเพศผูก้ ับเซลล์สบื พนั ธเ์ุ พศเมยี
5. ข. มดลูก
คอื ในขณะทอ่ี วยั วะสบื พันธ์เุ พศหญงิ (รงั ไข)่ จะผลติ ไข่ ขบวนการปฏิสนธเิ กิดข้ึนเมือ่ อสุจิผสมกบั ไข่
กลายเปน็ ตัวอ่อนซง่ึ ได้รบั การถ่ายทอดคุณลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม
6. ง. จติ ใจและอารมณ์
7. ค. อจิ ฉา
8. ง. รา่ งกาย จติ ใจ อารมณส์ ังคม และสติปญั ญา
9. ก. กรมอนามยั
คอื เปน็ องคก์ รหลกั ดา้ นการส่งเสริมสขุ ภาพและอนามัยส่งิ แวดล้อมของประเทศไทย (National Promotion)
10. ค. กนิ อาหารครบ 5 หมู่ดื่มนมมากๆและออกก้าลงั กายบ่อยๆ
11. ข. ลูกไม่เชอื่ ฟงั พ่อแม่
12. ค. สมาชกิ เกีย่ งกันท้างานบา้ น
13. ง. ทา้ ให้ลกู มีนสิ ยั กา้ วร้าว
14. ก. พ่อแม่
15. ข. สมาชกิ มสี ุขภาพจิตดี
16. ก. ตนเอง
17. ก. อาจท้าใหเ้ กิดความตอ้ งการทางเพศ
18. ง. ชอบถกู เนอื้ ตอ้ งตวั หญิง
19. ก. เพ่อื ปอู งกนั การอบั ชนื้
20. ค. ไมอ่ ยตู่ ามล้าพงั กับเพศตรงขา้ ม
21. ก. เพอ่ื ปูองกันการอบั ช้ืน
22. ข. พอ่ แมเ่ ป็นแบบอยา่ งท่ีดี
23. ค. สง่ เสรมิ การเลน่ ดนตรี กีฬา
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง24. ก. วัฒนธรรมตะวันตกที่มาจากนกั ท่องเทีย่ ว
25. ข. วัยรนุ่ หญิงจะมีพฒั นาการทางเพศเรว็ กวา่ วยั รนุ่ ชาย
26. ค. ปรกึ ษาพอ่ แม่ หรือครอู าจารย์
27. ง. ทา้ ตัวตามปกติส้ารวมกริ ิยามารยาท
28. ข. สละท่นี ่งั ให้
29. ค. ทา้ ตนให้เหมาะสมกับประเพณีและวัฒนธรรม
30. ง. ใหเ้ พือ่ นหญงิ ท่ีออ่ นแอท่สี ดุ ได้น่ัง เพราะเปน็ การชว่ ยเหลอื ซ่งึ กันและกนั
31. ก. การก้ม การบดิ
32. ง. ข้อตอ่ ทส่ี ะโพก ข้อต่อที่หวั ไหล่
33. ง. ตบั
คือ เพื่อย่อยอาหารไขมัน สร้างโปรตีนอีกหลายชนิดทส่ี า้ คญั คือ Globulin Albumin และโปรตีนทช่ี ่วยใน
การแข็งตัวของเลอื ด ก้าจัดสารพษิ ตา่ งๆ
34. ง. หชู ้นั ในและของเหลว
35. ง. การรจู้ ักแพ้ รจู้ กั ชนะ และรู้จกั การใหอ้ ภยั
36. ก. แสดงความเป็นมิตรกับฝาุ ยตรงข้าม
37. ค. คิดท่ีจะต้องเอาชนะคนอ่ืน
38. ง. ไทย
39. ค. การเดาะลกู
คือ การเดาะลูกบอลก็เป็นทกั ษะการฝกึ ฟุตบอลขั้นพน้ื ฐาน ท่ีจะทา้ ให้ผูเ้ ล่นเกดิ ความค้นุ เคยกับลกู บอลได้
เป็นอย่างดี
40. ง. ลูกเตะขา้ งเท้าด้านใน (ลูกแป)
41. ก. ระบบหายใจ ระบบหมุนเวียนโลหิต ระบบกระดกู และข้อ
42. ก. การเขยง่ สน้ เทา้
43. ค. จดุ ศูนย์ถ่วงยิ่งสูง ความมน่ั คงของการทรงตวั จะมนี อ้ ยลง
44. ง. การวิจัย
คือ การกระทา้ ตามกระบวนการทมี่ ีโครงสรา้ งเฉพาะอันใดอนั หนง่ึ แมว้ ่ากระบวนการตา่ ง ๆ ดงั กล่าวจะมี
ความผนั แปรแตกต่างกันไปตามลักษณะ
45. ค. เร่มิ ต้นจากวงิ่ เบา ๆ แล้วเพมิ่ ขนึ้ ไปเรอ่ื ย ๆ
46. ง. การอออกกา้ ลังกาย
คือ การท้ากิจกรรมทไ่ี ดอ้ อกแรงหรือเคล่ือนไหวรา่ งกายซงึ่ มีหลากหลายรปู แบบ การออกก้าลังกายอยา่ ง
สม่้าเสมอก่อให้เกดิ ผลดีต่อสุขภาพ
47. ค. หยดุ พกั ใชค้ วามเยน็ ประคบ ยกขาข้ึนสูง
48. ง. ความคลอ่ งแคลว่ วอ่ งไว
49. ก. การฝกึ วดิ พ้นื
50. ข. กล้ามเนื้อต้นขา
51. ง. ความคล่องแคลว่ ในการเปล่ยี นทิศทาง
52. ง. จ๋าเหน่ือยเร็วแต่หายเหนอ่ื ยช้า
53. ก. น้าหนัก อายุ เวลา
54. ง. อบอนุ่ รา่ งกายกอ่ นวงิ่ 15 นาที ว่งิ 30 นาที ผ่อนคลายหลงั ว่ิง 15 นาท
55. ค. ยืนเทา้ ทงั้ สองขา้ งหา่ งกันเล็กนอ้ ย
56. ข. ตรวจสอบสขุ ภาพ
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง57. ก. FITT
คือ ปจั จยั ทจี่ ะทา้ ให้การออกกา้ ลังไดผ้ ลดีทีส่ ดุ โดยข้ึนอยู่กับปัจจยั ต่างๆ
58. ก. ทา้ งานเหนือ่ ยช้าและหายเหนือ่ ยเร็ว
59. ค. เดนิ เรว็
60. ข. สแี ดง
61. ค. ความคลอ่ งแคล่ว วอ่ งไว
62. ก. ความเม่อื ยล้าของกล้ามเนือ้
63. ข. ศกึ ษาสภาพปัจจุบนั
64. ก. มคี วามว่องไว
65. ง. คดั เลอื กผวู้ ัดระยะทางในการกระโดด
66. ข. สมั พนั ธก์ นั เพราะเมือ่ ร่างกายเจรญิ เตบิ โตขึ้นยอ่ มมีการพัฒนาการมากขึ้น
67. ง. การเปล่ยี นแปลงทางดา้ นร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสตปิ ญั ญา
68. ค. ดแู ลสขุ ภาพทั้งทางรา่ งกาย จิตใจและอารมณ์ ท้ังในยามปกตแิ ละยามเจบ็ ปุวย
69. ง. การดแู ลสขุ ภาพใหแ้ ขง็ แรง สามารถด้าเนนิ ชวี ติ ได้งอยา่ งปกติสขุ
70. ค. กล่มุ คนท่อี ยู่ร่วมเคหะหรอื บา้ นเดียวกนั
71. ข. ต้องเอาใจใส่ดูแลและเอ้อื อาทรตอ่ กนั
72. ค. ตนเอง
73. ก. รสนยิ ม
คอื ความนิยมชมชอบในสงิ่ หนงึ่ ส่ิงใด ซึง่ เปน็ ไปตามฐานานุรปู ของแตล่ ะคน เช่น คนมรี สนิยมสูงก็หมายถงึ
ผ้รู ้จู ักนิยมชมชอบของท่ีดีแท้
74. ก. รจู้ กั ผ่อนปรน อดกลัน้ อดทน
75. ง. ให้ความส้าคัญตอ่ ครอบครัว เออ้ื เฟอ้ื มนี ้าใจต่อกัน
76. ข. การหลีกเลี่ยงจากส่งิ เรา้
77. ก. ชายไทยตอ้ งสขุ ภาพสมบูรณ์
78. ง. พ่อแมเ่ ป็นแบบอย่างท่ีดีต่อครอบครัว
79. ง. วัฒนธรรมตะวนั ตกท่ีมาจากนกั ทอ่ งเทย่ี ว
80. ข. ไม่ส้าสอ่ นทางเพศ
คือ การมเี พศสัมพันธ์เปน็ คร้งั คราว บ่อยครง้ั กบั หลายคน โดยไมเ่ ลือกค่นู อน ส่วนใหญ่มีความหมายในแงล่ บ
81. ค. รีบรกั ษาเพื่อปอู งกนั การแพร่เชือ้
82. ก. การเคลอื่ นไหวทุกส่วนใชเ้ วลาประมาณ 5-10 นาที
83. ค. อบอนุ่ ร่างกายกอ่ นว่งิ 15 นาที ว่ิง 30 นาที คลายกล้ามเนอ้ื หลงั ว่งิ 15 นาที
84. ค. บาสเกตบอล
คือ เป็นกฬี าชนิดหนึ่งซง่ึ แบง่ ผเู้ ล่นเป็น 2 ทมี แต่ละทีมประกอบด้วยผู้เลน่ 5 คนพยายามท้าคะแนนโดยการ
โยนลกู เขา้ ห่วงหรอื ตะกรา้
85. ข. วา่ ยน้า
คอื เปน็ กระบวนการในการเคล่อื นท่ใี นน้าของมนษุ ย์หรือสง่ิ มีชวี ติ อื่น การวา่ ยน้าของมนษุ ยม์ ีจุดประสงค์
หลายอย่าง เช่น นันทนาการ การแข่งขัน การออกก้าลงั กาย
86. ข. ทา่ ผเี สอื้
คอื เป็นทา่ วา่ ยนา้ ประเภทหนงึ่ ทา่ วา่ ยนต้ี อ้ งการกลา้ มเนอ้ื จา้ นวนมากและข้อตอ่ และเคล่ือนไหวของไหล่
และช่วงหลังถงึ สะโพก
87. ค. สเปรย์
คือ สเปรยพ์ ริกไทย
88. ค. ฮอร์โมน
คือ ฮอรโ์ มนเป็นสารเคมีท่ีสรา้ งมาจากต่อมไรท้ อ่ แลว้ เขา้ ส่รู ะบบหมนุ เวียนเลือดเพ่ือล้าเลียงไปยังส่วน
ตา่ งๆ ของรา่ งกายทา้ หน้าที่ควบคมุ การท้างานของอวยั วะเปูาหมาย ฮอร์โมนอาจแบ่งเป็น 2 ประเภท
ใหญ่ๆ ได้แก่ โปรตนี ท่ีเปน็ โปรตนี และโปรตีนทเ่ี ปน็ สเตยี รอยด์
89. ง. ถกู ทกุ ขอ้
90. ก. กลา้ มเนือ้ ฝุอ
คอื สาเหตุของโรคกล้ามเน้ือออ่ นแรง. โรคนเ้ี กดิ จากเซลลป์ ระสาทเสือ่ มสภาพ หรอื ถูกท้าลายทา้ ให้
กล้ามเนื้อออ่ นแรงลง ซึง่ เซลลป์ ระสาทในส่วนนจี้ ะท้าหน้าที่
91. ก. 3 วัน
92. ข. เพื่อปรบั ปรงุ และสร้างเสริมสมรรถภาพทายกาย
93. ง. การประสาน
94. ง. การวงิ่ 5 เมตร 10 เมตร 20 เมตร
95. ข. ใช้เท้า
96. ข. 3 H
คือ ระดับที่ 1 การไหว้พระ ได้แก่ การไหวพ้ ระรัตนตรัยรวมทง้ั ปชู นยี วตั ถุและปูชนยี สถานทเี่ ก่ยี วกบั
พระพทุ ธศาสนา ในกรณีที่ไม่สามารถกราบเบญจางคประดษิ ฐไ์ ด้ โดยประนมมือข้ึนใหน้ ิว้ หวั แม่มือจรดที่
กลางระหวา่ งควิ้ นิว้ ช้แี ตะทเี่ หนอื หนา้ ผาก กม้ หวั ใหห้ น้าขนานกับพน้ื คอ้ มหลังพอประมาณ
ระดบั ท่ี 2 การไหวผ้ ้มู ีพระคณุ และผู้อาวโุ ส ไดแ้ กพ่ อ่ แม่ ปุู ยา่ ตา ยาย ครู อาจารย์และผู้ที่เราเคารพ
อย่างสงู โดยประนมมอื ข้นึ เชน่ เดยี วกบั การไหวพ้ ระ แตน่ ิ้วหวั แมม่ อื จรดปลายจมูก นิว้ ช้ีจดระหวา่ งควิ้
ระดับที่ 3 การไหวบ้ คุ คลทั่วไปและผู้เสมอกัน ใหป้ ระนมมือขน้ึ กม้ ศีรษะเลก็ น้อย หวั แมม่ ือจรดที่
ปลายคาง นิว้ ชี้แตะท่จี มูก ค้อมหลังพอประมาณ สว่ นการไหวผ้ ู้เสมอกันท้ังชายและหญิงให้ยกมือข้นึ
ไหว้ พรอ้ มกัน หรือในเวลาใกล้เคยี งกัน
97. ก. มติ รมอี ปุ การะ
98. ค. การรู้จักบุญคุณ
คือ ความชว่ ยเหลือเกอ้ื กลู ความดี หรอื ประโยชนท์ ่มี ีผกู้ ระท้าให้แก่เรา เช่น บดิ ามารดามีบุญคณุ ต่อบุตร
เพราะเป็นผูใ้ ห้ก้าเนดิ และเล้ียงดบู ุตร
99. ข. คนดแี ตพ่ ดู
คือ พูดแตข่ องที่ล่วงมาแลว้ เช่น มีลาภสักการะทคี่ วรจะแบง่ ปันเพ่ือน แต่ไม่แบ่ง กลบั พูดวา่ เม่อื วานน้ีเรา
ไดส้ ่งิ นัน้ ๆ เราคิดจะแบง่ ให้เพ่ือนแต่รอ
100. ง. ขาดความยบั ยง้ั ช่ังใจ
คอื การขาดการควบคุมอารมณ์ท้าให้คนเรากระท้าการตามแรงกระตนุ้ ของอารมณโ์ ดยขาดความยบั ยั้งช่ังใจ
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง