The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กศน.อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ด้ ได้จัดทำสรุปเนื้อหาและข้อสอบพร้อมเฉลยในรายวิชา สุขศึกษา พลศึกษา ทช21002

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cs.nfe64, 2021-08-02 00:38:56

สุขศึกษา พลศึกษา ทช21002

กศน.อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ด้ ได้จัดทำสรุปเนื้อหาและข้อสอบพร้อมเฉลยในรายวิชา สุขศึกษา พลศึกษา ทช21002

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงในรา่ งกายมกี ารทางานทสี่ มั พนั ธก์ นั เพอื่ ใหม้ นุษยส์ ามารถดารงชวี ติ ได้
1อ0ยา่ รงะบปบกตดิ งักนาี้ รทางานของระบบภายในรา่ งกาย อาจจาแนกออกไดเ้ ป็ น

• 1. ระบบผวิ หนงั (Intergumentary System)

ผวิ หนังทำหน้ำท่ีปกคลุมหอ่ หุ้มร่ำงกำย รับควำมรู้สกึ กำรสมั ผสั ช่วยควบคมุ อุณหภมู ิ
ของรำ่ งกำย และทำหนำ้ ที่เปน็ อวยั วะขับถ่ำย
• 2. ระบบกระดูก (Skeletal system)

กระดกู เป็ส่งิ ทม่ี ีชวี ิตประกอบดว้ ยเซลล์ เสน้ ใยพงั ผืด และเกลือแร่ ซ่งึ ทำให้กระดูกมี
ท้ังควำมแขง็ แรงและควำมยดื หยุน่ ถำ้ เป็ยกระดกู อ่อนจะยดื หย่นุ มำกกว่ำเพรำะไม่มี
เกลอื แร่ ไม่วำ่ กระดูกหรือกระดูกอ่อนตำ่ งกท็ ำหน้ำทีใ่ หร้ ำ่ งกำย แขน ขำ คงรูปอยไู่ ด้
• 3. ระบบกลำ้ มเนอ้ื (Muscular system)

ระบบกลำ้ มเนือ้ เป็นระบบทท่ี ำหน้ำท่เี ก่ยี วกบั กำรเคลื่อนไหวของรำ่ งกำย โดยจะ
อำศยั คณุ สมบัติกำรหดตวั ของใยกลำ้ มเนื้อ ทำให้กระดูกและข้อต่อเกิดกำร
เคลื่อนไหว และมีควำมสมั พันธ์ซง่ึ กนั และกัน
• 4. ระบบยอ่ ยอำหำร (Digestive system)

หมำยถึงกำรแปรสภำพของสำรอำหำรทีม่ โี มเลกุลใหญ่และละลำยนำ้ ไมไ่ ด้ ให้เป็น
สำรอำหำรท่มี โี มเลกุลเลก็ ลงจนสำมำรถละลำยนำ้ และดดู ซมึ เขำ้ สู่กระแสเลอื ด
นำไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้
• 5. ระบบขบั ถำ่ ยปสั สำวะ (Urinary system)

ร่ำงกำยมนุษยม์ ีกลไกตำ่ ง ๆ คล้ำยเคร่อื งยนต์ ร่ำงกำยต้องใช้พลังงำน กำรเผำ
ผลำญพลังงำนจะเกิดของเสยี

. 6. ระบบหำยใจ ( Respiratory system)

ในกำรหำยใจนัน้ มโี ครงกระดูกส่วนอกและ กล้ำมเน้ือบรเิ วณอกเปน็ ตัวชว่ ยขณะ
หำยใจเข้ำ กลำ้ ม

7. ระบบไหลเวียนโลหติ ( Vascular system)
มีหนำ้ ท่นี ำสำรตำ่ ง ๆ ไปส่งทว่ั รำ่ งกำย เช่น สำรอำหำร กำ๊ ซต่ำง ๆ เกลอื แร่ ฮอรโ์ มน และรับของเสียส่งออกนอกร่ำงกำย
8. ระบบประสำท (Nervous system)แบง่ ออกเป็น 2 สว่ นคือ
1. ระบบประสำทส่วนกลำง (central nervoussystem หรือ CNS) ประกอบด้วยสมองและไขสนั หลัง
2. ระบบประสำทสว่ นปลำย หรือระบบประสำทรอบนอก ( peripheral nervous system หรอื PNS)
9. ระบบสบื พนั ธ์ุ (Reproductive system)
อวัยวะสำคัญของระบบสืบพันธ์ขุ องมนษุ ย์ อำทิ อวยั วะเพศภำยนอก (องคชำตและช่องสงั วำส) และอวยั วะภำยในจำนวนมำก
ไดแ้ ก่ต่อมเพศซ่ึงผลิตเซลล์สืบพนั ธุ์ (อณั ฑะและรงั ไข)่
10. ระบบต่อมไรท้ อ่ (Endocrine system)
ระบบตอ่ มไรท้ อ่ (endocrine system) ประกอบดว้ ยกล่มุ เซลล์ สรำ้ งและหล่งั พวกฮอรโ์ มน (Hormones) แล้วส่งออกนอก
ตวั เซลลโ์ ดยผ่ำนทำงกระแสเลือด หรอื น้ำเหลอื งไปยังเปำ้ หมำย

ติวสอบ.วชิ า สุขศกึ ษาพลศกึ ษา *
ระดบั ม.ตน้ กศน.อชานเกภนอาถชสุมนั ตแสิ สกลุ ง

ปจั จยั ทมี่ ผี ลตอ่ กำรเจรญิ เตบิ โต
1 พันธุกรรม หมำยถงึ กำรถ่ำยทอดลกั ษณะต่ำง ๆ จำกบรรพบรุ ษุ ไปสลู่ กู หลำน เปน็ กำรสืบเน่ือง
ลกั ษณะต่ำง ๆ ทเ่ี ป็นลักษณะประจำตัว ทำใหม้ นุษย์มีลกั ษณะบำงอยำ่ งท่ีแตกต่ำงกันออกไป
พนั ธุกรรมจงึ เปน็ เคร่อื งกำหนดขอบเขตลักษณะและควำมสำมำรถของบุคคลได้ ซ่งึ โดยทว่ั ไปแล้ว
ลกั ษณะกำรถำ่ ยทอดทำงพันธุกรรมแบง่ ออกเปน็ 2 ทำง.
• ลกั ษณะทำงกำย ควำมสงู หรือเตี้ยเป็นผลส่วนหนง่ึ มำกจำกพนั ธุกรรม
• ลักษณะทำงสตปิ ญั ญำเช่อื วำ่ มีเกดิ ขน้ึ ได้ โดยพบวำ่ เด็กทเ่ี กิดในตระกลู ที่มีระดบั สติปญั ญำตำ่ จะมี

เชำวน์ปัญญำตำ่ ไปดว้ ย

2. พื้นฐำนทำงอำรมณ์ จิตใจ อำรมณ์น้นั เปน็ ผล ไข่ (X) + อสุจิ (Y) = XY ลูกชำย
เนื่องมำจำกพนั ธกุ รรมและปจั จัยแวดล้อมภำยนอกประกอบ ไข่ (X) + อสจุ ิ (X) = XX ลกู หญงิ
กบั ในบุคคลทีม่ พี น้ื ฐำนทำงอำรมณท์ มี่ นั่ คง จะทำให้มี
พัฒนำกำรทำงดำ้ นต่ำงๆ ไดด้ ขี ึ้น
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
ปจั จยั ภำยนอกที่มอี ทิ ธพิ ลต่อกำรเจรญิ เตบิ โตและพฒั นำกำรของมนษุ ย์

1.สภำพแวดลอ้ มทำงสงั คม เป็นปจั จัยภำยนอกทม่ี ผี ลต่อกำรเจริญเตบิ โตและพฒั นำกำรของมนุษย์ในทกุ
ดำ้ น โดยทส่ี ภำพแวดลอ้ มทำงสังคมน้ันรวมถงึ วฒั นธรรม

2.กำรอบรมเลี้ยงดขู องผปู้ กครอง สัมพันธภำพภำยในครอบครัวเป็น
ส่ิงทม่ี คี วำมสำคญั อยำ่ งมำกตอ่ พัฒนำกำรของมนุษย์ โดยเฉพำะใน
วยั เดก็

3.อำหำรทบี่ รโิ ภค ในปจั จุบันพบวำ่ เรือ่ งของโภชนำกำรมคี วำม
สำคญั ต่อกำรเจริญเตบิ โต และพฒั นำกำรอย่ำงมำก โดยเฉพำะใน
ดำ้ นร่ำงกำย

4.กำรเจบ็ ปว่ ยหรอื อบุ ตั ิเหตุ เป็นภำวะที่เป็นตัวขัดขวำงทำใหก้ ำร
เจรญิ เตบิ โตและพฒั นำกำรตำ่ ง ๆ เกดิ กำรหยดุ ชะงกั ทั้งใน
ลักษณะชวั่ ครำวหรอื ถำวร

ปัจจยั ทำงดำ้ นอำยุ

อวัยวะทกุ ๆสว่ นในร่ำงกำยของเรำ จะมี
กำรเสอื่ มสภำพตำมช่วงอำยโุ ดย
ธรรมชำติ แมว้ ำ่ จะมีกำรบำรงุ รักษำ
อยำ่ งไ อำยุของอวยั วะทีเ่ สือ่ มและเหน็
ได้ชัดดงั นี้ อำยุ 1 ปี มีควำมคลอ่ งตวั
ของข้อต่ออย่ำงมำก

ติวสอบ.วิชำ สขุ ศึกษำพลศกึ ษำ
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ *

ระดับ ม.ตน้ กศน.อำเภอชมุ แสง

สุขภาพทางกาย

กำรดูแลสุขภำพของบคุ คลในครอบครวั จะตองมกี ำร

วำงแผนไวลวงหนำและดำเนนิ กำรให เปนไปตำม แผน

และทุกคนตองมกี ำรปฏบิ ัตใิ หเปนไปตำมแผนทว่ี ำงไวใน

เรอ่ื งตำงๆดงั น้ี

• 1. กำรรกั ษำควำมสะอำด

• 2. กำรปองกนั โรค

• 3.กำรรบั ภูมิคุมกนั โรค

• 4. อำหำรและโภชนำกำร

• 5. กำรออกกำลงั กำยและเลนกีฬำ
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
• 6. กำรพักผอนและกจิ กรรมนันทนำกำร

• 7. กำรดูแลรักษำสิง่ แวดลอม

• 8. กำรดูแลสขุ ภำพจติ

• 9. กำรปองกันอุบตั เิ หตแุ ละสรำงเสริมควำมปลอดภัย

• 10. กำรปฐมพยำบำลเบ้อื งตน

การออกกาลงั กาย

กำรออกกำลงั กำยชนิดที่เสริมสรำงควำมอดทนของปอด หัวใจ

ระบบไหลเวียนเลือด รวมท้งั ควำมแขง็ แรงของกลำมเน้ือ ควำม

ออนตัวของขอตอ ซง่ึ จะชวยใหรำงกำยแขง็ แรง สมบูรณ สงำงำม

และสขุ ภำพจิตดี โดยยึดหลกั ปฏิบตั งิ ำย ๆ ดังน้ี

1. ควำมหนกั ควรออกกำลงั กำย (Intensity) ใหหนักถึงรอยละ

70 ของอัตรำกำรเตนสูงสดุ ของหวั ใจแต ละคน โดยคำนวณได

จำกคำมำตรฐำนเทำกับ 170 ลบดวยอำยขุ องตนเอง คำที่ไดคือ

อตั รำกำรเตน ของหัวใจคงทท่ี ีเ่ หมำะสม ทต่ี องรักษำระดบั

กำรเตนของหวั ใจนไี้ วชวงระยะเวลำหนงึ่ ทอ่ี อกกำลงั กำย

2. ควำมนำน (Duration)กำรออกกำลงั กำยอยำงตอเน่ืองนำน

อยำงนอย 20 นำที ข้นึ ไปตอครงั้ 3. ระยะผอนคลำยรำงกำย

หลงั ฝก (Cool Down) ประมำณ 5 นำที เพอ่ื ยดื เหยยี ดกลำมเนอื้ และควำม ออนตวั ของขอตอ รวม
ระยะเวลำทอี่ อกกำลงั กำยตดิ ตอกนั ท้ังสิน้ อยำงนอย 20 – 30 นำทตี อวัน 43 ผทู ีอ่ อกกำลังกำยมำก
หรอื เปนนักกฬี ำ จะมีกำรใชพลังงำนมำกกวำบคุ คลทัว่ ไป และมีกำรสญู เสยี นํำ้ และแรธำตมุ ำกข้ึน จึง
ควรกนิ อำหำรท่ใี หพลังงำนอยำงเพยี งพอสมดลุ กับกจิ กรรมท่ีใชในแตละวนั โดยควรเพ่ิม อำหำรประเภท
ขำว แปง ผลไม หรอื นำํ้ ผลไม เพื่อเพมิ่ พลงั งำน และดื่มนำ้ํ ใหเพยี งพอ ไมจำเปนตองกินผลิตภณั ฑ
เสรมิ อำหำร หรือด่มื เครอ่ื งด่ืมประเภทเกลอื แร และเครื่องดืม่ ชูกำลงั

ตวิ สอบ.วิชำ สุขศึกษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ต้น กศน.อำเภอชุมแสง

สุขภาพทางเพศ
ระบบสืบพันธุ์คือ ระบบของอวยั วะในรำ่ งกำยทที่ ำหนำ้ ที่สบื พันธเุ์ พ่อื เพ่ิม จำนวนสง่ิ มีชวี ิตให้มำกขนึ้ และดำรงเผำ่ พนั ธุ์
โครงสรำ้ งของระบบสบื พนั ธเุ์ พศชำยแบง่ ออกเปน็ ๒ ส่วน ไดแ้ ก่

โครงสรำ้ งของระบบสบื พนั ธเ์ุ พศหญิงแบง่ ออกเปน็ ๒ ส่วน ได้แก่
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ตวิ สอบ.วิชำ สขุ ศกึ ษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ต้น กศน.อำเภอชมุ แสง

วธิ ีกำรดแู ล ( เพศหญงิ )

1.อำบนำ้ และทำควำมสะอำดอวัยวะเพศด้วยกำรถสู บู่อ่อนๆ ลำ้ งออกใหส้ ะอำด แลว้ เชด็ ให้แห้ง
2.หลงั จำกปสั สำวะทุกครั้ง ควรทำควำมสะอำด และเชด็ ให้แหง้
3.ช่วงที่มปี ระจำเดือน ควรเปลีย่ นผำ้ อนำมยั ทกุ ๓ ชวั่ โมงเพอ่ื ควำมสะอำด
4.ให้สงั เกตควำมผดิ ปกติในระบบสืบพนั ธุ์ เช่น เมอ่ื ปัสสำวะมอี ำกำรปวดแสบ คัน มกี ำรตกขำว ควรปรกึ ษำแพทย์
5.รบั ประทำนอำหำรใหค้ รบ ๕ หมู่ ในชว่ งทม่ี ีประจำเดือนจะมกี ำรสูญเสียเลือดมำก จงึ ควรรบั ประทำนอำหำรท่ีชว่ ย
บำรุงเซลลเ์ ม็ดเลือด
6.ไมส่ วมใส่เสอื้ ผ้ำทอี่ ับช้นื คบั หรือรดั แนน่ เกนิ ไป เพรำะทำใหเ้ กิดกำรระคำยเคืองได้
7.ไม่ใช้เสือ้ ผ้ำหรอื เครอื่ งนุ่งห่มร่วมกบั ผ้อู ื่น เพรำะอำจทำให้ติดเชอ้ื โรคบำงชนดิ ได้

อำกำรปวดทอ้ งประจำเดือนเป็นเพรำะมดลกู มีกำรบีบตัว เพอื่ หยุดเลือดและพยำยำม ขบั เยอ่ื โพรงมดลูก
ทีเ่ สือ่ มสลำยออกมำ บำงคนอำจมอี ำกำรคัดตึงหน้ำอก อ่อนเพลยี เหนื่อย หงดุ หงิด หรือรู้สกึ ซึมเศรำ้
ก่อนกำรมีประจำเดอื น อำกำรเหลำ่ นี้เปน็ ผลจำกกำรเปล่ียนแปลง ของระดบั ฮอร์โมนในช่วงกำลงั มี
ประจำเดอื น

วธิ ีกำรดแู ล ( เพศชำย )

1.อำบนำ้ และทำควำมสะอำดอวยั วะเพศดว้ ยกำรถสู บูอ่ ่อนๆจำกน้ันลำ้ งออกให้สะอำด แลว้ เช็ดตัวให้แหง้
2.หลงั จำกปสั สำวะเสรจ็ แล้วควรทำควำมสะอำด
3.สวมใสเ่ ส้ือผำ้ ที่สะอำด ไม่อับชนื้ เพรำะจะทำใหเ้ กดิ เชอื้ รำและเกดิ กำรระคำยเคอื งได้ไมค่ วรสวมกำงเกงชน้ั ในจนคบั
หรอื แน่นเกินไป
4.ระวงั ไม่ใหอ้ วยั วะสบื พนั ธุข์ องเพศชำยถกู กระแทกรุนแรง
5.ให้สงั เกตควำมผิดปกติในระบบสืบพนั ธเ์ุ ชน่ เมือ่ ปสั สำวะมีอำกำรปวดแสบ อำกำรคันหรือมผี นื่ แดงข้ึน ให้รีบ
ปรึกษำแพทย์
6.ออกกำลงั กำยอย่ำงสมำ่ เสมอเพ่ือใหร้ ่ำงกำยแขง็ แรง
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ติวสอบ.วิชำ สขุ ศกึ ษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง

พฤตกิ รรมทนี่ ำไปสกู่ ำรมเี พศสมั พนั ธุ์

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
วัยรุ่นกบั กำรตง้ั ครรภโ์ ดยไมพ่ งึ ประสงค์
ผลกระทบของกำรตง้ั ครรภโ์ ดยไมพ่ งึ ประสงค์ จะส่งผลตอ่ ตวั วยั รุน่ โดยตรงท้ังทำงด้ำนรำ่ งกำยและจิตใจ
แนวทำงปอ้ งกนั และหลกี เลย่ี งกำรตง้ั ครรภโ์ ดยไมพ่ ึงประสงค์
1. ตอ้ งรจู้ กั หลีกเล่ยี งสถำนกำรณท์ ี่เออ้ื อำนวยใหเ้ กิดกำรมีเพศสัมพันธ์
2. ต้องรจู้ ักใช้ทกั ษะในกำรปฏิเสธเพื่อแกไ้ ขสถำนกำรณ์เสีย่ งต่อกำรมเี พศสัมพนั ธ์
3. ต้องร้จู กั ใหเ้ กยี รตซิ งึ่ กนั และกนั ควรใชห้ ลักควำมเสมอภำคทำงเพศและกำรวำงตวั ที่เหมำะสมต่อเพศตรงข้ำม
4. ตอ้ งระมัดระวังในเร่อื งกำรแต่งกำย
5. ควรหลีกเลย่ี งกำรเดนิ ทำงตำมลำพงั ในเวลำวกิ ำลหรอื เส้นทำงท่เี ปล่ยี ว ควรมญี ำตหิ รือเพือ่ นร่วมเดนิ ทำงไปด้วย

ลักษณะกำรวำงตัวใหเ้ หมำะสมกบั เพศและกำรวำงตวั ตอ่ เพศตรงข้ำม
1. กำรวำงตวั ใหเ้ หมำะสมกบั เพศ เช่น ควรแตง่ กำยให้เหมำะสมกบั กำลเทศะ กำรแสดงกิริยำวำจำที่เหมำะสม
2. กำรวำงตวั ตอ่ เพศตรงขำ้ ม
เพศชำย กำรวำงตัวตอ่ เพศตรงข้ำมในฐำนะเพ่ือน ควรแตง่ กำยสุภำพเรียบร้อย ใช้วำจำท่สี ุภำพเรยี บร้อย
เพศหญงิ ควรแต่งกำยให้มิดชิด รัดกมุ ใช้วำจำสภุ ำพใหส้ มกับเป็นกุลสตรี ไม่ควรอยู่ตำมลำพงั กบั เพศชำย
3. กำรวำงตวั ตอ่ เพศตรงขำ้ มในฐำนะครู่ กั
ควรศกึ ษำอปุ นิสัย ควำมตอ้ งกำร และควำมพึงพอใจทง้ั สองฝ่ำย เพอ่ื พฒั นำควำมสมั พันธ์จนถงึ กำรสมรสและใช้ชวี ิต

รว่ มกัน ควรทำควำมรจู้ ักญำติท้งั สองฝ่ำย เพ่ือเรยี นรเู้ ก่ยี วกับครอบครัวและสร้ำงควำมสมั พนั ธ์ในระหว่ำงญำตกิ อ่ น
แต่งงำน

ตวิ สอบ.วิชำ สขุ ศกึ ษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ต้น กศน.อำเภอชมุ แสง

สารอาหาร
อำหำรเปนปจจัยทมี่ ีผลตอกำรเจริญเตบิ โต และ
พัฒนำกำรของมนุษย กำรรับประทำนอำหำรควรยดึ
หลกั โภชนำกำร เพ่อื ใหไดพลงั งำนและสำรอำหำรท่ี
พอเพียง วยั รุน เปนวัยทกี่ ำลังเจรญิ
เติบโตจึงควรบริโภคอำหำรใหถกู ตองตำมหลกั
โภชนำกำร

ธงโภชนำกำร เป็นเครอ่ื งมอื ซึ่งใช้ในกำรวำงแผนอำหำรใน 1
วนั กำหนดโดยภำพธงปลำยแหลม แสดงกลมุ่ อำหำรและ
สัดสว่ นกำรกินอำหำรในแต่ละกลมุ่ มำกนอ้ ยตำมขนำดของ
พ้นื ที่ สังเกตไดช้ ัดเจนวำ่ ฐำนใหญด่ ้ำนบนเน้นกนิ ใหม้ ำกและ
ปลำยธงดำ้ นล่ำงบอกให้กินนอ้ ยๆเทำ่ ท่จี ำเปน็

คำ่ นยิ มเกย่ี วกบั อำหำร

1.คำ่ นยิ มสำหรบั กล่มุ คนมีฐำนะร่ำรวย
ชอบทำตวั ว่ำตวั เองเปน็ คนรำ่ รวยเน่อื งมำจำกกำรใชส้ นิ ค้ำและกำรเลือกบรโิ ภค
สินค้ำท่นี ยิ มใช้จะเป็นสนิ คำ้ ท่ีนำเขำ้ มำจำกต่ำงประเทศเท่ำนนั้ ตดิ ควำมหรหู รำ
2.คำ่ นยิ มสำหรบั กลุ่มคนรกั ษำสุขภำพ
เป็นกลุม่ คนทดี่ ูแลตนเองเปน็ อย่ำงดี มกี ำรออกกำลงั กำยอย่ำงสม่ำเสมอ มีกำรพักผ่อนอยำ่ งเพียงพอ เลอื ก
รับประทำนอำหำรทมี่ ีคุณค่ำ มีประโยชนต์ ่อร่ำงกำย เพอื่ ทำใหส้ ขุ ภำพแข็งแรง
3.ค่ำนยิ มบรโิ ภคนิยม
เปน็ บุคคลท่มี นี สิ ัยชอบบรโิ ภคเปน็ หลัก ซ่ึงไม่ได้คำนึงถงึ สุขภำพ ลกั ษณะพฤตกิ รรมกำรบริโภคชอบรับประทำนอำหำร
นอกบ้ำน พยำยำมสรรหำรำ้ นอำหำรท่อี ร่อย ๆ ไมว่ ำ่ จะอยใู่ กล้หรือไกล บำงคร้งั บริโภคมำกจนเกินควำมจำเป็นและมี
ผลตอ่ สขุ ภำพ ทำใหเ้ กดิ โรคต่ำง ๆ ไดง้ ่ำย
4.ค่ำนยิ มใช้เงินอยำ่ งประหยดั
เปน็ กลมุ่ คนทเ่ี รียบงำ่ ยประหยดั ไมน่ ิยมไปทำนอำหำรนอกบำ้ นทำอำหำรรับประทำนเองหรือซ้อื อำหำรสำเรจ็ รูปมำ
รับประทำน
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ตวิ สอบ.วชิ ำ สุขศกึ ษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ต้น กศน.อำเภอชุมแสง

โรคตดิ ตอ่ /โรคระบาด
ควำมหมำยของโรคตดิ ตอโรคติดตอ หมำยถงึ โรคทเ่ี กิดจำกเช้ือโรคแลวสำมำรถติดตอจำกคนไปสูบุคคลอ่นื ได
หรืออำจติดตอระหวำงคนสูคน หรือสัตวสูคนได หรือติดตอระหวำงสัตวดวยกนั เองได โดยมพี ำหะ เชน คน
สัตว หรอื มตี วั กลำงนำเชอื้ โรค เปนตน

โรคตดิ ตอทคี่ วรทรำบและแจง้ เจำ้ หนำ้ ท่ีมี 14 โรค
ไดแก ไขทรพิษ กำฬโรค ไขเหลอื ง โรค
อหิวำตกโรค โรคบำดทะยดั ในเดก็ เกดิ ใหม โรคคอ
ตบี โรคโปลโิ อ โรคพิษสุนขั บำ โรคไขสมองอกั เสบ
ไขรำกสำดใหญโรคแอนแทรกซ โรคทริคิโนซสี
โรคไขกำฬหลังแอน โรคคดุ ทะรำดระยะติดตอ

อนั ดับโรคทเี่ ปน็ ปญั หำทำงสำธำรณสขุ ทมี่ อี ตั รำปว่ ยตอ่ ประชำกรแสนคนสงู สดุ
โรคทเี่ ปน็ ปญั หำทำงสำธำรณสขุ ทม่ี ีอัตรำปว่ ยสงู สดุ คือ โรคไข้หวดั ใหญ่ 320.15 ตอ่ ประชำกรแสนคน โรคปอดบวม
183.65 ต่อประชำกรแสนคน โรคอำหำรเป็นพิษ 114.97 ต่อประชำกรแสนคน โรคไขเ้ ลือดออก 103.63 ต่อ
ประชำกรแสนคน และ
โรคสุกใส 40.68 ตอ่ ประชำกรแสนคน ตำมล ำดบั ดังรปู ท่ี 1
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ทมี่ ำ : รำยงำน 506 ส ำนกั งำนสำธำรณสขุ จงั หวัดในพื้นทีข่ ้อมูล ณ วนั ท่ี 11 กรกฎำคม 2562

ติวสอบ.วชิ ำ สุขศกึ ษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง

ยาแผนโบราณ/ยาสมุนไพร
ยำแผนโบรำณ”คือ ยำทีม่ ุงหมำยสำหรบั ใชในกำรประกอบโรคศิลปแผนโบรำณ ซึง่ เปนยำทีอ่ ำศัยควำมรูจำก

ตำรำหรือเรียนสบื ตอกันมำ อันมิใชกำรศกึ ษำตำมหลกั วทิ ยำศำสตร และยำแผนโบรำณ ทยี่ อมรับของกฎหมำยยำ

จะตองปรำกฏในตำรำยำทร่ี ัฐมนตรปี ระกำศหรือเปนยำที่รฐั มนตรปี ระกำศหรอื รบั ข้นึ ทะเบยี นเทำน้นั

กำรควบคมุ ยำแผนโบรำณ

1 กำรผลติ นำเข้ำ และกำรขำยยำแผนโบรำณจะตอ้ งได้รบั อนญุ ำตจำก สำนกั งำนคณะกรรมกำรอำหำรและยำ หรอื
สำนกั งำนสำธำรณสขุ จังหวดั และตอ้ งมผี ปู้ ระกอบโรคศลิ ปะแผน โบรำณปฏิบัตกิ ำรประจำอยู่ตลอดเวลำทเ่ี ปิดทำ
กำร

2 กำรขึน้ ทะเบียนตำรับยำแผนโบรำณ โดยสว่ นใหญผ่ ูผ้ ลติ ต้องมำข้นึ ทะเบยี นทสี่ ำนักงำนคณะกรรมกำรอำหำรและ
ยำ แต่หำกเป็นยำแผนโบรำณท่ีเป็นสมุนไพรเด่ียวv5 ชนดิ ไดแ้ ก่ ขมนิ้ ชัน ฟ้ำทลำยโจร มะระข้นี ก ขงิ และชุมเหด็
เทศ สำมำรถขออนุญำตไดท้ สี่ ำนกั งำนสำธำรณสขุ จงั หวดั ซงึ่ เป็นสถำนทต่ี ้งั ของโรงงำนไดโ้ ดยยำแผนโบรำณท่ไี ด้รับ
อนญุ ำต ต้องเปน็ ยำท่ีสรรพคณุ เป็นท่เี ชอื่ ถือไดแ้ ละปลอดภยั ในกำรใช้

3 หำ้ มมใิ ห้ผรู้ บั อนญุ ำตผลติ ยำ ขำย หรือนำเขำ้ ยำแผนโบรำณนอกสถำนทท่ี ไ่ี ดก้ ำหนดไวใ้ นใบอนญุ ำต เว้นแตเ่ ปน็
กำรขำยส่งตรงต่อผรู้ บั อนญุ ำตขำ ยำแผนโบรำณ

4 ตำรบั ยำแผนโบรำณทผี่ ลติ หรอื นำเข้ำอย่ำงถูก ต้องตำมกฎหมำย จะตอ้ งขอขนึ้ ทะเบยี นตำรบั ยำและไดเ้ ลข
ทะเบยี นตำรบั ยำจงึ จะผลติ หรอื นำเขำ้ ได้

5 หำ้ มโฆษณำโออ้ วดสรรพคณุ วำ่ สำมำรถบำบัด บรรเทำ รักษำหรือป้องกนั โรคไดอ้ ยำ่ งศักดิส์ ิทธ์ิ หรอื หำยขำด
ตลอดจนห้ำมโฆษณำเปน็ เท็จหรอื เกนิ ควำมจริง

6 ห้ำมโฆษณำสรรพคณุ ยำวำ่ สำมำรถบำบดั บรรเทำ รกั ษำหรือป้องกนั โรคเบำหวำน,มะเรง็ , อัมพำต, วณั โรค, โรค
เร้ือน, โรคหรอื อำกำรโรคของสมอง, หวั ใจ, ปอด, ตบั ,ม้ำมและไต (เว้นแตจ่ ะเป็นกำรโฆษณำโดยตรงตอ่ ผ้ปู ระกอบ
โรคศลิ ปะ ผปู้ ระกอบวชิ ำชีพเวชกรรมหรือผปู้ ระกอบกำรบำบัดโรคสัตว์)
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ติวสอบ.วชิ ำ สขุ ศกึ ษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ตน้ กศน.อำเภอชมุ แสง

ยาแผนโบราณ/ยาสมุนไพร

วิธสี งั เกตเลขทะเบยี นตำรบั ยำแผนโบรำณ มีดังนี้
1. หำกเปนยำแผนโบรำณทผ่ี ลิตในประเทศ จะขึน้ ตนดวยอกั ษร G ตำมดวยเลขลำดับทีอ่ นญุ ำต........../ป พ.ศ. ......
เชน เลขทะเบียน G20/42
2. หำกเปนยำแผนโบรำณทีน่ ำเขำจำกตำงประเทศ จะขึ้นตนดวยตวั อกั ษร K ตำมดัวยเลขลำดับท่อี นญุ ำต........../
ป พ.ศ. ...... เชน เลขทะเบียน K15/42
3. หำกเปนยำแผนโบรำณท่แี บงบรรจุ จะข้นึ ตนดวยตัวอกั ษร H ตำมดวยเลขลำดบั ท่ีอนุญำต........../ป พ.ศ. ......
เชน เลขทะเบยี น H999/45

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
ขอควรระวังในกำรใชยำสมนุ ไพร
1. พชื สมนุ ไพรหลำยชนดิ มีพษิ โดยเฉพำะถำใชไมถูกสวน เชน ฟำทะลำยโจร ควรใชสวน ใบออน แตไมควรใช

กำนหรอื ลำตน เพรำะมสี ำรไซยำไนตประกอบอยู ดังนัน้ กอนใชยำสมนุ ไพรตองแนใจวำมี อะไรเปนสวน
ประกอบบำง
2. กอนใชยำสมนุ ไพรกับเดก็ และสตรีมคี รรภ ตองปรึกษำแพทยกอนทุกคร้ัง
3. กำรรับประทำนยำสมุนไพรควรรบั ประทำนตำมปรมิ ำณและระยะเวลำท่ีแพทยแนะนำ หำกใชในปริมำณท่ี
เกนิ ขนำดอำจเกดิ ผลขำงเคียงท่ีเปนอันตรำยมำก
4. ตองสงั เกตเสมอวำ เมื่อใชแลวมีผลขำงเคียงอะไรหรือไม หำกมีอำกำรผดิ ปกติ เชน ผ่ืน คัน เวยี นศีรษะ
หำยใจไมสะดวก หรอื มีอำกำรถำยรนุ แรง ควรรบี ปรึกษำแพทยโดยเรว็

ตวิ สอบ.วชิ ำ สุขศึกษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ต้น กศน.อำเภอชมุ แสง

การป้ องกนั สารเสพตดิ
ลกั ษณะของผูต้ ดิ สารเสพตดิ
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ตวิ สอบ.วิชำ สุขศึกษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ต้น กศน.อำเภอชุมแสง

อนั ตรายจากการประกอบอาชพี
ปจจยั ทเ่ี ปนสำเหตขุ องกำรเกดิ โรคและอนั ตรำยจำกกำรประกอบ
อำชีพ
1. บคุ คลผปู ฏบิ ัติงำนและควบคุมกำรทำงำน เปนผูควบคมุ
กำหนด และปฏิบตั ิกำรทำสงิ่ ตำงๆ องคประกอบตำง ๆ ของบุคคล
ที่สงผลใหเกิดโรคหรอื อนั ตรำยจำกกำรทำงำน
2. สภำพแวดลอมทำงกำยภำพ ไดแก สถำนที่ทำงำน แสง เสียง
3. สำรเคมี เปนสง่ิ ท่ีมปี ระโยชนและโทษในกำรประกอบอำชีพ
4. เช้ือโรคและพิษของเชื้อโรค เม่ือเขำสรู ำงกำยอำจเกดิ อันตรำยได
5. เครอื่ งจกั ร เคร่อื งมือ และในกำรทำงำน หำกใชอยำงไมถูกตอง
อำจเกดิ อนั ตรำยได

กิจกรรม 5 ส สูควำมปลอดภัย
สถำนท่ีทำงำนจะปลอดภยั ดวยกำรปฏบิ ตั ิ 5 ส
สถำนท่ีดำเนินกจิ กรรม 5 ส จะปลอดภยั กวำ ถูกสุขอนำมัยกวำ และมกี ำรผลิตดกี วำ ในกำรทำ
ใหสถำนท่ีทำงำนนำอยู นำดู สะดวกสบำยและปลอดภัยน้นั จะตองกำจดั ส่ิงที่ไมตองใชแลวออกไปใหหมด และ
จดั ส่งิ ท่จี ะเกบ็ ใหเปนหมวดหมู เพ่อื ควำมสะดวก สะอำด และสวยงำม
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ตวิ สอบ.วิชำ สุขศกึ ษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ต้น กศน.อำเภอชมุ แสง

การปฐมพยาบาลเบอื้ งตน้

กำรปฐมพยำบำล คอื กำรใหกำรชวยเหลือเบ้อื งตนตอผูประสบอันตรำย หรือเจ็บปวย ณสถำนท่เี กดิ เหตกุ อนที่
จะถงึ มอื แพทย หรือโรงพยำบำล เพ่ือปองกนั มิใหเกิดอันตรำยแกชีวติ หรอื เกิดควำมพกิ ำรโดยไมสมควร

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงการหา้ มเลอื ด

เจอคนสาลกั

ติวสอบ.วชิ ำ สุขศึกษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง

ทกั ษะชวี ติ เพอื่ การสอื่ สาร
ทกั ษะชวี ิตสำมำรถแบงไดเปน 2 สวน ดังนี้
1. ทกั ษะชวี ติ ทั่วไป คือ ควำมสำมำรถพน้ื ฐำนที่ใชเผชิญปญหำปกติในชีวติ ประจำวัน เชน ควำมเครียด สขุ ภำพ
กำรคบเพอื่ น กำรปรับตัว ครอบครวั แตกแยก กำรบรโิ ภคอำหำร ฯลฯ
2. ทักษะชีวติ เฉพำะ คือ ควำมสำมำรถท่ีจำเปนในกำรเผชิญปญหำเฉพำะ เชน ยำ
เสพตดิ โรคเอดส ไฟไหม น้ำํ ทวม กำรถูกลวงละเมดิ ทำงเพศ ฯลฯ
ทกั ษะชวี ติ ทจ่ี ำเปน 3 ประกำร
ทกั ษะกำรส่อื สำรอยำงมปี ระสทิ ธภิ ำพ (Effective communication)
ทกั ษะกำรสรำงสมั พันธภำพระหวำงบุคคล (Interpersonal relationship)
ทกั ษะกำรเขำใจผูอืน่ (Empathy)
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ติวสอบ.วชิ ำ สขุ ศกึ ษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง

อาชพี แปรรูปสมุนไพร

สมนุ ไพร หมำยถึง พืชทม่ี ีสรรพคุณในกำรรักษำโรค หรืออำกำรเจบ็ ปวยตำง ๆ กำรใชสมนุ ไพรสำหรบั รกั ษำโรค
หรืออำกำรเจบ็ ปวยตำงๆ นี้ จะตองนำเอำสมุนไพรต้ังแตสองชนิดขึน้ ไปมำผสมรวมกันซง่ึ จะเรยี กวำ ยำ ในตำรับ
ยำ นอกจำกพชื สมนุ ไพรแลวยังอำจประกอบดวยสตั วและแรธำตอุ ีกดวย

กำรแปรรปู สมนุ ไพรเพ่ือกำรจำหนำย

สมุนไพรถกู นำมำใชสำรพดั ประโยชนและถูกแปรรูปออกมำในแบบตำงๆเพือ่ กำรจำนำยซึ่งสำมำรถนำมำใช
ประกอบอำชพี ทัง่ อำชพี หลกั ละอำชีพเสริมได ส่ิงสำคญั ท่ีสุดของกำรแปรรปู สมนุ ไพร คือกำรปรุงสมนุ ไพร

กำรปรุงสมนุ ไพรหมำยถึง กำรสกดั เอำตัวยำออกมำจำกเนอ้ื ไมยำ สำรทใ่ี ชสกดั เอำตวั ยำออกมำท่ีนิยมใชกนั ได
แกน้ำํ และเหลำ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ตวิ สอบ.วชิ ำ สขุ ศึกษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ต้น กศน.อำเภอชุมแสง

แนวขอ้ สอบ ชดุ ที่ 1 วชิ าสุขศกึ ษาพลศกึ ษา ม.ตน้

1.ถำ้ ระบบประสำทและระบบตอ่ มไร้ท่อระบบใดระบบหน่งึ ทำงำนผิดปกตจิ ะส่งผลอยำ่ งไรตอ่ ร่ำงกำย

ก. ไมม่ ีผลใดๆ ตอ่ รำ่ งกำย ข. น้ำหนกั เพ่ิมมำกขึ้น มีผิวพรรณเปล่งปล่งั

ค. ร่ำงกำยแข็งแรงสมบรู ณ์ ง. สขุ ภำพเกิดปญั หำ ร่ำงกำยเจบ็ ปว่ ยงำ่ ย

2.ตอ่ มไรท้ ่อใดทีม่ ขี นำดเล็ก และมีควำมสำคญั มำกทีส่ ุด

ก. ต่อมพทิ ูอิทำรี ข. ต่อมไทรอยด์

ค. ต่อมหมวกไต ง. ต่อมไพเนียล

3.ระบบประสำทและระบบตอ่ มไร้ท่อเป็นปจั จัยภำยในรำ่ งกำยทีม่ ีผลตอ่ วยั รุ่นอย่ำงไร

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงก. ขับถำ่ ยปสั สำวะและของเสีย ข. ควบคมุ ควำมรู้สกึ ของรำ่ งกำย

ค. ควบคุมกำรเจรญิ เติบโตและพัฒนำกำร ง. กระต้นุ ควำมต้องกำรทำงเพศ

4.วิธกี ำรดแู ลรักษำใดชว่ ยให้กำรทำงำนของระบบประสำทสำมำรถทำงำนไดอ้ ยำ่ งเป็นปกติ

ก. รับประทำนอำหำรทม่ี ีประโยชน์ ข. ออกกำลังกำยอย่ำงหนกั

ค. ฝึกบริหำรจิตสร้ำงสมำธิ ง. ถูกทั้งข้อ ก. และขอ้ ค.

5.เม่อื พบว่ำมคี วำมผดิ ปกตติ อ่ อวัยวะตำ่ งๆ ของระบบประสำทและระบบต่อมไรท้ อ่ เกดิ ข้ึน ควรปฏิบตั ิอยำ่ งไร

ก. รบั ประทำนอำหำรเสริม ข. ไปพบแพทย์

ค. ออกกำลังกำยใหม้ ำกข้นึ ง. รับประทำนอำหำรเพมิ่ ขน้ึ

6.กำรสำรวจภำวะกำรเจรญิ เตบิ โตทำงรำ่ งกำยของตนเองกบั เกณฑ์มำตรฐำน ข้อใดสัมพนั ธก์ นั มำกท่ีสุด

ก. อำยุ น้ำหนัก กำรเรียนรู้ ข. น้ำหนัก ส่วนสงู ควำมคดิ

ค. อำยุ นำ้ หนกั สว่ นสงู ง. อำยุ สติปัญญำ กำรเรียนรู้

7. เกณฑ์มำตรฐำนใดทีใ่ ช้ในกำรวัดกำรเจรญิ เตบิ โต

ก. กำรสังเกตด้วยสำยตำ ข. กำรช่ังน้ำหนักและวดั ส่วนสูง

ค. กำรทดสอบสมรรถภำพทำงกำย ง. กำรตรวจรำ่ งกำยโดยแพทย์

8.ถ้ำพิจำรณำจำกกำรประเมนิ น้ำหนกั ตำมเกณฑ์ส่วนสูง โดยใชค้ ่ำดัชนีมวลกำย (BMI) บุคคลใดทม่ี ีรูปร่ำงสมส่วนท่ีสุด

ก. แก้วมีนำ้ หนกั 45 กิโลกรัม ส่วนสงู 160 เซนติเมตร

ข. กำ้ นมีนำ้ หนกั 80 กิโลกรัม ส่วนสูง 165 เซนตเิ มตร

ค. ก้อยมนี ้ำหนกั 65 กโิ ลกรมั สว่ นสงู 167 เซนตเิ มตร

ง. กงุ้ มีนำ้ หนัก 75 กโิ ลกรมั สว่ นสูง 170 เซนติเมตร

9.ขอ้ ใดเป็นปจั จยั สำคัญในกำรส่งเสรมิ และพัฒนำตนเองให้เจริญเตบิ โตสมวยั

ก. กำรทำงำนรว่ มกัน ข. กำรประเมินน้ำหนกั ตำมเกณฑอ์ ำยุ

ค. กำรรูจ้ ักพฤตกิ รรมมนษุ ย์ ง. ถกู ทง้ั ข้อ ก. และ ข้อ ค.

ตวิ สอบ.วิชำ สขุ ศกึ ษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ต้น กศน.อำเภอชมุ แสง

10. นกั เรียนควรปฏิบตั ิตนอย่ำงไรเพอื่ ให้เกดิ กำรเจรญิ เติบโตท่ีสมวยั

ก. ออกกำลังกำยลดควำมอว้ นอย่ำงหกั โหมเปน็ ประจำทกุ วนั

ข. รับประทำนเฉพำะผักและผลไม้

ค. รบั ประทำนอำหำรให้ครบ 5 หมูอ่ ย่ำงพอเพยี ง

ง. นอนหลบั พักผ่อนวนั ละ 4-5 ช่วั โมง

11. เมื่อเร่ิมเข้ำสวู่ ยั รุ่น ขอ้ ใดกล่ำวถกู ตอ้ งถึงลักษณะกำรเปลยี่ นแปลงทำงร่ำงกำย จิตใจ อำรมณ์และพัฒนำกำร
ทำงเพศ

ก. ใช้เหตผุ ลในกำรแก้ปญั หำ ข. มอี ำรมณแ์ ปรปรวนงำ่ ย

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
ค. สนใจในตนเองมำกกว่ำสนใจเพศตรงข้ำม ง. วยั รนุ่ ชำยจะมีรูปรำ่ งที่โตกวำ่ วัยรนุ่ หญิง

12. วัยรุ่นควรยอมรับและปรับตัวอย่ำงไร เมอ่ื เกิดกำรเปลยี่ นแปลงทำงรำ่ งกำย

ก. ดูแลรกั ษำอนำมัยของตนเอง ข. งดอำหำรเพ่ือใหม้ ีรปู ร่ำงท่สี มสว่ น

ค. ปรึกษำครปู ระจำช้ัน ง. ควบคมุ อำรมณข์ องตนเอง

13. นักเรียนเห็นดว้ ยหรอื ไมก่ ับคำกล่ำวท่วี ่ำ “วัยรุ่นเป็นวัยพำยบุ แุ คม”

ก. เห็นดว้ ย เพรำะวัยรุ่นมีพลงั มำก ข. เหน็ ดว้ ย เพรำะวยั รนุ่ มีอำรมณ์ที่แปรปรวนงำ่ ย

ค. ไมเ่ หน็ ดว้ ย เพรำะวยั รุ่นยังรู้เท่ำไม่ถึงกำรณ์ ง. ไม่เห็นดว้ ย เพรำะเป็นเอกลกั ษณข์ องวยั รุ่น

14. ขอ้ ใดไม่ใช่สำเหตขุ องกำรมพี ฤติกรรมเบย่ี งเบนทำงเพศ

ก. กำรอบรมเลี้ยงดูของครอบครวั ข. ควำมรสู้ ึกเกบ็ กดทำงเพศ

ค. กำรมีเอกลักษณท์ ำงเพศของตนเอง ง. ถกู ทั้งข้อ ข. และ ข้อ ค.

15. ลักษณะใดทีแ่ สดงออกถงึ พฤตกิ รรมกำรเบย่ี งเบนทำงเพศที่พบเห็นได้บอ่ ยในปัจจุบนั

ก. สนใจเพศตรงข้ำม ข. มีเอกลกั ษณท์ ำงเพศ

ค. ชอบดหู นังในเชิงลำมก อนำจำร ง. เป็นเกย์ เลสเบยี้ น ทอม ดี้

16. ข้อใดเป็นกำรล่วงละเมิดทำงเพศทเ่ี ป็นกำรกระทำอยำ่ งชดั เจน

ก. กำรพดู จำลำมก ข. กำรแตะเนอื้ ต้องตวั

ค. กำรจ้องมองของสงวน ง. กำรสง่ ขอ้ ควำมหรอื ภำพทีส่ อ่ ทำงเพศ

ติวสอบ.วิชำ สขุ ศกึ ษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง

17. สถำนกำรณใ์ ดทีม่ ีโอกำสเสย่ี งต่อกำรถกู ลว่ งละเมิดทำงเพศมำกทส่ี ดุ

ก. อยบู่ ้ำนคนเดยี ว ข. ไปโรงเรียนในวันหยดุ

ค. น่ังรอรถเมล์กับเพอื่ นอกี 2 คน ง. อยกู่ บั เพศตรงขำ้ มในทล่ี บั ตำ

18. ขอ้ ใดไม่ใชผ่ ลกระทบทำงด้ำนจิตใจของกำรถูกล่วงละเมดิ ทำงเพศ

ก. เกดิ ควำมกลวั หวำดระแวง ข. เกิดควำมรู้สึกอบั อำย

ค. เกิดควำมรสู้ ึกผิด และสับสนต่อเร่ืองเพศ ง. ถกู กลำ่ วโทษ จนเป็นปมดอ้ ย

19. ทกั ษะกำรปฏิเสธใดที่เปน็ ทกั ษะกำรปฏเิ สธทดี่ เี พือ่ หลีกเลย่ี งกำรมีเพศสมั พันธ์

ก. กำรพดู คยุ เพ่ือโน้มนำ้ วใจ ข. กำรปฏิเสธอย่ำงตรงไปตรงมำ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงค. กำรถึงถำมควำมคดิ เหน็ง. กำรแสดงออกถงึ ควำมรู้สกึ ของตนเอง

20. ถำ้ เพอ่ื นชำยชวนไปงำนเลี้ยงท่ีบ้ำนในวนั หยุด นกั เรียนควรปฏิบตั ิตนอยำ่ งไร

ก. ลองไปก่อน แล้วคอ่ ยหำโอกำสกลับบ้ำน

ข. ปฏิเสธโดยอำจใชข้ ้ออำ้ งวำ่ นดั ทำนข้ำวนอกบ้ำนกบั คุณพ่อ คณุ แมไ่ วแ้ ล้ว

ค. ไปเพรำะเป็นเพื่อนกัน และไม่น่ำจะมอี ะไรเกิดข้ึน

ง. ไม่ไปถำ้ เพอ่ื นชำยไม่มำสง่ กลับบำ้ น

21. ขอ้ ใดเป็นองค์ประกอบของทักษะกลไก

ก. ควำมออ่ นตัว ข. ควำมทนทำน

ค. ควำมคล่องแคลว่ ง. ควำมแข็งแรง

22. กำรว่งิ 100 เมตร เป็นกำรทดสอบทกั ษะกลไกทอี่ ำศยั องค์ประกอบใด

ก. ควำมคลอ่ งแคลว่ ข. เวลำเคลอ่ื นไหว

ค. ควำมเรว็ ง. เวลำปฏิกริ ยิ ำตอบสนอง

23. วธิ ีกำรใดเป็นกำรฝึกร่ำงกำยใหม้ ีพลงั

ก. กำรวิ่ง 100 เมตร กำรว่ำยน้ำ ข. กำรยกน้ำหนัก กำรดงึ

ค. กำรวง่ิ ซกิ แซก กำรว่งิ ไปว่ิงกลับ ง. กำรเลี้ยงลูกบำสเกตบอล

ติวสอบ.วิชำ สขุ ศึกษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง

24. กิจกรรมใดเป็นกำรออกกำลงั กำยแบบแอโรบิก

ก. เดนิ ว่งิ วำ่ ยน้ำ ข. กระโดดไกล ขวำ้ งจักร พงุ่ แหลน

ค. ทุ่มน้ำหนกั ดนั กำแพง ว่ิงระยะส้นั ง. กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก กระโดดไกล

25. ข้อใดกล่ำวถูกตอ้ งเกี่ยวกับปัจจัยในกำรออกกำลังกำยหรอื เล่นกีฬำ

ก. นักกฬี ำควรกำหนดเวลำทหี่ ลำกหลำยในกำรออกกำลังกำย

ข. ควรใสช่ ดุ วอร์มระหวำ่ งกำรฝึกซ้อมเพอ่ื อบอุน่ ร่ำงกำย

ค. ขณะทเ่ี กดิ กำรเจบ็ ป่วยควรออกกำลังกำยเพ่อื ฟนื้ ฟูสภำพรำ่ งกำย

ง. เครือ่ งแตง่ กำยมสี ว่ นเกย่ี วข้องต่อกำรฝกึ ซ้อมกฬี ำหรือออกกำลงั กำย

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง26. กำรหกั โหมในกำรออกกำลังกำยอย่ำงหนกั กอ่ ให้เกดิ ผลเสยี อยำ่ งไรต่อร่ำงกำย

ก. เกิดควำมเหนอื่ ยล้ำ ข. มเี หงอ่ื ออกมำก

ค. รำ่ งกำยได้รับบำดเจ็บ ง. รำ่ งกำยขำดนำ้

27. ขอ้ ใดกล่ำวถงึ ประโยชน์ของกำรเต้นแอโรบกิ ไดอ้ ย่ำงถูกตอ้ ง

ก. ช่วยใหเ้ กดิ ควำมคล่องตวั ในชวี ิตประจำวัน ข. ช่วยทำให้หัวใจและปอดทำงำนไดอ้ ย่ำงมปี ระสิทธิภำพ

ค. ชว่ ยกระชบั สัดสว่ นใหด้ ูดี ง. ถกู ทงั้ ข้อ ก. และ ขอ้ ข.

28. เพรำะเหตุใดก่อนกำรเต้นแอโรบกิ จึงตอ้ งมีกำรอบอุน่ ร่ำงกำย

ก. ช่วยปรับสภำพร่ำงกำยใหส้ สู่ ภำวะปกติ ข. เพิม่ ควำมยืดหยนุ่ ของกลำ้ มเนอ้ื

ค. ทำจิตใจใหส้ งบ ง.เตรียมควำมพรอ้ มของกล้ำมเนือ้ หวั ใจ ขอ้ ต่อ

29. กำรออกกำลงั กำยแบบโยคะอย่ำงสม่ำเสมอสง่ ผลอยำ่ งไรต่อร่ำงกำย

ก. ช่วยลดควำมเจบ็ ปว่ ย ข. เสรมิ สรำ้ งภมู คิ ุ้มกนั โรค

ค. ปรับสภำพภำยในร่ำงกำย ง. รำ่ งกำยเคล่ือนไหวได้อย่ำงคลอ่ งแคลว่ วอ่ งไว

30. ข้อใดกลำ่ วไม่ถกู ตอ้ งถึงหลักในกำรรำมวยจีน

ก. ในขณะรำมวยจีนไมค่ วรกล้ันลมหำยใจ

ข. ไมค่ วรรำมวยจนี ขณะที่ท้องว่ำงมำกๆ หรือหลังรบั ประทำนอำหำรอม่ิ มำกๆ

ค. กอ่ นรำมวยจนี จะต้องอำบน้ำทำควำมสะอำดร่ำงกำยเพอื่ เตรยี มกลำ้ มเน้อื ให้พรอ้ ม

ง. กำรเคลือ่ นไหวรำ่ งกำยท้งั ส่วนบนและส่วนลำ่ งตอ้ งตอ่ เนือ่ งและนุ่มนวล

ติวสอบ.วชิ ำ สุขศึกษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ต้น กศน.อำเภอชมุ แสง

37. กำรจบั ไมแ้ บบปำกกำ เรยี กอกี อย่ำงว่ำอะไร

ก. กำรจบั ไมแ้ บบยุโรป ข. กำรจับไม้แบบจีน

ค. กำรจับไมแ้ บบท็อปสปนิ ง. กำรจับไม้แบบหลังมอื

38. นนั ทนำกำรมีควำมสำคญั อยำ่ งไรตอ่ กำรใช้ชวี ิตประจำวนั ในสังคม

ก. ช่วยให้เกดิ สมั พนั ธภำพอนั ดีกับผู้อ่ืน

ข. ชว่ ยใหส้ ุขภำพกำยและจติ ดีข้ึน

ค. ช่วยใหร้ ำ่ งกำยไดเ้ กิดกำรผ่อนคลำย

ง. ช่วยให้เกิดควำมสนุกสนำนตอ่ กำรใชช้ วี ิตประจำวัน

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
39. กำรจัดกิจกรรมนันทนำกำรให้ประสบควำมสำเร็จ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จำเป็นต้องอำศัยหลักกำร
เข้ำร่วมกิจกรรมนนั ทนำกำรในขอ้ ใด

ก. ต้องมคี วำมสำคญั ต่อกำรใช้ชวี ติ ประจำวนั ข. ตอ้ งก่อใหเ้ กดิ ควำมสนุกสนำน

ค. ต้องสอดคลอ้ งกับควำมรูส้ ึกของแตล่ ะบุคคล ง. ต้องสอดคล้องกับฐำนะทำงเศรษฐกิจของแต่ละ
บุคคล

40. ข้อใดไมใ่ ช่ประโยชนข์ องกำรจัดกจิ กรรมนันทนำกำร

ก. ส่งเสริมกำรบำบดั รักษำ ข. สง่ เสริมศิลปวฒั นธรรมให้คงอยู่

ค. เสรมิ สรำ้ งภมู คิ ้มุ กันโรค ง. พัฒนำอำรมณใ์ ห้มีควำมสขุ

41. บคุ คลใดในลักษณะตอ่ ไปน้ีเปน็ ผมู้ ีภำวะโภชนำกำรทีด่ ี

ก. จิบ๊ มรี ำ่ งกำยซีดผอม ข. เงำะ ป่วยเปน็ โรคบอ่ ย

ค. ก้อย มีรปู ร่ำงสมส่วน สขุ ภำพแขง็ แรง ง. เป้ เป็นโรคควำมดนั โลหติ สูง

42. สำเหตุสำคัญทที่ ำให้เปน็ ผูม้ ภี ำวะโภชนำกำรเกนิ คือข้อใด

ก. พันธกุ รรม ข. รับประทำนอำหำรมำกเกินไป

ค. เกิดควำมผิดปกติของร่ำงกำย ง. สภำพแวดลอ้ ม

ติวสอบ.วิชำ สขุ ศึกษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ตน้ กศน.อำเภอชมุ แสง

43. บุคคลใดตอ่ ไปนที่ ีม่ ีโอกำสเสี่ยงต่อกำรมภี ำวะโภชนำกำรเกิน

ก. แพน ชอบรับประทำนอำหำรจำพวกฟ้ำสต์ฟู้ดเปน็ ประจำ

ข. แดง รบั ประทำนอำหำรทห่ี ลำกหลำยครบ 5 หมู่

ค. จอย ชอบรับประทำนผกั ผลไม้ ทุกวัน

ง. เอ็ม รับประทำนอำหำรให้เพียงพอต่อควำมตอ้ งกำรของร่ำงกำย

44. อำหำรประเภทใดทวี่ ัยรุน่ ควรเลอื กรับประทำน

ก. น้ำอัดลม ข. นมสด

ค. อำหำรก่ึงสำเร็จรูป ง. อำหำรฟำ้ สต์ฟู้ด

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
45. ในแต่ละวนั วยั รนุ่ ควรได้รับสำรอำหำรจำพวกคำร์โบไฮเดรตวนั ละประมำณเทำ่ ใดต่อนำ้ หนกั ตวั 1 กโิ ลกรัม

ก. 4-6 กรมั ข. 4-7 กรมั

ค. 5-8 กรัม ง. 5-9 กรมั

46. ผทู้ ี่ปว่ ยเป็นโรคคอพอก ควรไดร้ บั สำรอำหำรจำพวกใด

ก. ธำตุเหล็ก ข. วิตำมนิ บี 1

ค. ธำตุไอโอดีน ง. วิตำมนิ บี 2

47.ถ้ำนักเรยี นมปี ัญหำน้ำหนกั เกินมำตรฐำน ควรหลกี เล่ียงอำหำรประเภทใด

ก. มันฝรั่งทอดกรอบ ข. ผดั ผกั รวมมิตร

ค. ขำ้ วซ้อมมอื ง. สับปะรด

48. กำรบริโภคอำหำรให้พอดคี วรปฏบิ ตั ิตำมข้อใดมำกท่ีสุด

ก. รับประทำนอำหำรนอ้ ยๆ แต่บอ่ ยครง้ั ข. ไม่รับประทำนจุบจิบระหวำ่ งมือ้ อำหำร

ค. รบั ประทำนอำหำรให้พอดีกบั พลงั งำนทีใ่ ช้ ง. รบั ประทำนอำหำรทดแทนพลงั งำนที่เสียไป

49. กำรทดสอบสมรรถภำพทำงกำยทำเพื่อเหตผุ ลใด

ก. เพ่ือกำรมสี มรรถภำพทำงกำยท่ดี ี

ข. เพ่อื ปรบั ปรุงและสรำ้ งเสริมสมรรถภำพทำงกำย

ค. เพอื่ จดั ลำดบั ที่สมรรถภำพทำงกำยของนักเรียน

ง. เพ่ือตรวจสอบควำมสมบรู ณแ์ ละควำมสำมำรถในกำรเคล่อื นไหวร่ำงกำย

ติวสอบ.วิชำ สุขศกึ ษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ต้น กศน.อำเภอชมุ แสง

50. ในกำรเสรมิ สรำ้ งสมรรถภำพทำงกำยควรออกกำลงั กำยอย่ำงน้อยกว่ี ันตอ่ สัปดำห์

ก. 3 วัน ข. 4 วนั ค. 5 วนั ง. 7 วัน

51. ข้อใดเป็นวธิ ีกำรกำรหำ้ มเลอื ดแผลท่วั ไป

ก. ยกสว่ นทีม่ ีเลอื ดออกให้สงู ข้ึนกว่ำระดบั หัวใจ ข. นำน้ำอุน่ มำประคบท่บี ำดแผล

ค. ให้สว่ นท่ีมีเลอื ดออกต่ำกวำ่ ระดบั หัวใจ ง. รบี นำส่งสถำนพยำบำล

52. คนทม่ี ีอำกำรเป็นลมแดดมกั เกดิ จำกสำเหตุใด

ก.ปริมำณเลอื ดไปเล้ยี งสมองมำก ข.กำรสบู ฉีดเลือดของหัวใจผดิ ปกติ

ค.เสยี เหง่ือมำก ง.กำรไหลเวียนของเลือดทั่วรำ่ งกำผิดปกติ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง53. ในกำรเคลื่อนยำ้ ยผู้ปว่ ยอย่ำงปลอดภยั ข้อใดสำคัญท่สี ุด

ก.กำรสังเกตอำกำรขณะเคลอื่ นยำ้ ย ข. รบี เคล่ือนย้ำยผบู้ ำดเจบ็ อยำ่ งรวดเรว็

ค.เลอื กวธิ ีทเี่ หมำะสมกับสถำนกำรณ์ท่ีเกิดข้ึน ง. เคลอ่ื นยำ้ ยดว้ ยควำมถกู ต้องและระมัดระวัง

54. กำรเคล่อื นย้ำยผปู้ ่วยในลักษณะใดที่ต้องใช้ผู้ช่วยเหลอื 2 คน

ก. พยุงเดนิ ข. ใช้เก้ำอี้

ค. อ้มุ แบก ง. อุม้ กอดดำ้ นหนำ้

55. ข้อใดเป็นลักษณะและอำกำรของผ้ตู ิดสำรเสพตดิ

ก. มไี ขส้ ูงตลอดเวลำ ข. รบั ประทำนเก่ง

ค. มีสุขภำพทรุดโทรม ง. ขยันทำงำน

56. อำกำรรมิ ฝีปำกแห้ง ลมหำยใจเหม็น และมเี หงอื่ ออกจดั เป็นอำกำรของผู้ตดิ สำรเสพตดิ ชนดิ ใด

ก. ฝิ่น ข. มอร์ฟีน

ค. กญั ชำ ง. ยำบำ้

57. นักเรยี นควรปกิบตั ิตนอย่ำงไรเพอ่ื เปน็ กำรป้องกนั และแก้ไขปญั หำสำรเสพติด

ก. ทดลองเสพดูเพื่อใหร้ ู้แล้วจงึ เลิก ข. ใกล้ชิดกบั ผเู้ สพ เพ่อื ให้รู้ถึงวธิ ีแกป้ ญั หำ

ค. ทำตำมคำเช่ือชวนแตไ่ ม่คลกุ คลกี บั ผู้เสพ ง. มีทกั ษะในกำรดำเนนิ ชวี ติ รจู้ ักแก้ไขปญั หำในทำงทถี่ ูก

ติวสอบ.วชิ ำ สุขศกึ ษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ต้น กศน.อำเภอชมุ แสง

58. ขอ้ ใดเปน็ บทบำทของโรงเรียน ในกำรป้องกันและแกไ้ ขปญั หำสำรเสพติด

ก. จัดให้มีครเู ฝ้ำเวรยำมเพื่อสอดส่องดแู ลนักเรยี น

ข. จดั กิจกรรมตำ่ งๆ และแหล่งนนั ทนำกำรให้แก่นักเรียน

ค. สนบั สนุนให้นักเรยี นแสดงออกถงึ เอกลกั ษณ์ของตนเองมำกขน้ึ

ง. ข้อ ก. และ ขอ้ ค. ถกู

59. ในบหุ รี่มีสำรประเภทใดทอ่ี อกฤทธิ์โดยตรงตอ่ สมอง

ก. นโิ คติน ข. นำ้ มนั ดนิ

ค. ทำร์ ง. สำรพวกคำร์ซิโนเจนตำ่ งๆ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง60. ขอ้ ใดเปน็ สำเหตุสำคัญท่ีทำใหเ้ กิดอบุ ัติเหตุจำกกำรดมื่ สรุ ำ

ก. เมำแลว้ ขบั ข. เมำแล้วไมก่ ลบั

ค. เมำแล้วนอน ง. ไม่มีข้อถกู

................................................................................................................................................

เฉลยขอ้ สอบชดุ ท่ี 1

1. ตอบ ง.ระบบประสำทและระบบต่อมไร้ท่อมีควำมสำคญั ตอ่ กำรดำรงชวี ิตของมนุษย์ซ่ึงต้องมีกำรทำงำนท่ี
ประสำนสัมพนั ธก์ ัน หำกระบบใดระบบหนึ่งมกี ำรทำงำนทีผ่ ดิ ปกตยิ อ่ มส่งผลใหส้ ุขภำพเกดิ ปญั หำ ร่ำงกำย
เจบ็ ปว่ ยง่ำย

2. ตอบ ก.ตอ่ มใต้สมองหรือตอ่ มพทิ ูอิทำรี เปน็ ต่อมไร้ท่อทมี่ ีขนำดเลก็ และมคี วำมสำคญั มำกทส่ี ดุ แบง่ ออกเปน็
2 ส่วน คือ ตอ่ มใตส้ มองสว่ นหนำ้ และตอ่ มใต้สมองส่วนหลงั

3. ตอบ ค.ระบบประสำทและระบบต่อมไร้เป็นปจั จยั ภำยในร่ำงกำยทีส่ ำคญั และมผี ลอย่ำงมำกตอ่ กำร
เจรญิ เตบิ โตและพฒั นำกำรของวัยร่นุ โดยระบบประสำทจะทำหนำ้ ทีค่ วบคุมกำรทำงำนของระบบตำ่ งๆ ใน
ร่ำงกำยใหป้ ระสำนสมั พนั ธ์กนั ส่วนระบบต่อมไร้ท่อจะทำหนำ้ ท่ผี ลิตฮอร์โมนที่มีควำมสำคัญตอ่ กำรดำรงชีวิต
ออกมำ

4. ตอบ ง.กำรรับประทำนอำหำรทม่ี ปี ระโยชน์ และกำรฝึกสมำธเิ พื่อผอ่ นคลำย นบั เป็นวิธกี ำรหนึ่งในกำรดูแล
รกั ษำระบบประสำทให้สำมำรถทำงำนได้อย่ำงเปน็ ปกติ

5. ตอบ ข.หำกพบว่ำมคี วำมผดิ ปกตติ อ่ อวยั วะตำ่ งๆ ของระบบประสำทและระบบตอ่ มไร้ทอ่ เกดิ ขึ้น ควรรบี ไปพบ
แพทยเ์ พ่ือดำเนินกำรรักษำได้อย่ำงทันท่วงที

ติวสอบ.วชิ ำ สขุ ศึกษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง

6. ตอบ ค.ในกำรสำรวจภำวะกำรเจริญเตบิ โตทำงร่ำงกำยของตนเองกบั เกณฑ์มำตรฐำน ส่งิ สำคัญท่ีสัมพันธก์ นั
มำกทีส่ ุดคอื อำยุ น้ำหนกั และส่วนสงู ในกำรนำมำใชป้ ระเมินเพือ่ เปรยี บเทียบภำวะกำรเจริญเตบิ โตของ
ตนเอง

7. ตอบ ข.กำรชัง่ น้ำหนกั และวดั สว่ นสงู เป็นเกณฑ์มำตรฐำนท่ีใช้ในกำรประเมินภำวะกำรเจริญเติบโตของตนเองเพื่อ
นำมำใช้เปรยี บเทยี บกับเกณฑม์ ำตรฐำนในกำรเจรญิ เติบโต

8. ตอบ ค.จำกกำรประเมนิ นำ้ หนกั ตำมเกณฑ์ส่วนสูง โดยใชค้ ำ่ ดชั นมี วลกำย (BMI) จำกสตู ร

BMI = น้ำหนกั ตัว (กิโลกรัม)

สว่ นสงู 2 (เมตร)

พบว่ำ กอ้ ยเปน็ บุคคลท่ีมรี ปู รำ่ งสมสว่ นทสี่ ดุ

9. ตอบ ง.กำรทำงำนร่วมกัน เปน็ กำรฝึกให้รู้จักทำงำนร่วมกับผ้อู ืน่ และกำรรู้จกั พฤตกิ รรมของมนษุ ย์ จะช่วยทำ
ให้เรำเข้ำใจถึงธรรมชำตแิ ละพฤติกรรมทแ่ี สดงต่อกนั ถือเป็นปจั จยั สำคัญทช่ี ่วยในกำรส่งเสริมและพฒั นำ
ตนเองให้มกี ำรเจรญิ เติบโตทีส่ มวยั

10. ตอบค.กำรปฏิบัตติ นให้เกิดกำรเจริญเตบิ โตทสี่ มวยั สำมำรถปฏบิ ตั ิไดห้ ลำยวิธี เชน่ กำรรบั ประทำนอำหำร
ใหค้ รบ 5 หมูอ่ ย่ำงพอเพียง กำรออกกำลงั กำยอยำ่ งสม่ำเสมอ กำรพักผ่อนใหเ้ พยี งพอ เป็นตน้

11. ตอบ ข.เมือ่ เร่มิ เขำ้ สูว่ ัยรุ่น ลักษณะกำรเปลี่ยนแปลงทำงร่ำงำกำย จติ ใจ อำรมณ์ และพฒั นำกำรทำงเพศ
ท่ีเหน็ ได้อย่ำงชัดเจนคือ มอี ำรมณ์แปรปรวนง่ำย ทง้ั นี้เนือ่ งจำกกำรเปลี่ยนแปลงที่เกดิ ขนึ้ อยำ่ งรวดเร็วทำให้
วัยรนุ่ เกิดควำมกงั วล

12. ตอบ ก.เมือ่ เกิดกำรเปล่ียนแปลงทำงรำ่ งกำย วยั รุ่นควรยอมรับและปรบั ตวั ต่อกำรเปลี่ยนแปลงท่เี กิดขน้ึ เพ่ือ
สร้ำงควำมมัน่ ใจในตนเองใหส้ ำมำรถเขำ้ สงั คมกบั คนอืน่ ๆ ได้อยำ่ งมีควำมสขุ เชน่ ดูแลรกั ษำอนำมยั ของ
ตนเองใหส้ ะสะอำดอยเู่ สมอ ยอมรบั และเข้ำใจว่ำเปน็ เรือ่ งธรรมชำติ ดแู ลใส่ใจสุขภำพให้สมบูรณ์แขง็ แรง
เป็นต้น

13. ตอบ ข.วัยรุ่นเป็นวยั ทีม่ กี ำรเปลย่ี นแปลงทำงดำ้ นจิตใจและอำรมณม์ ำกกวำ่ ในวัยเด็ก มักมีพฤติกรรมใจรอ้ น
อำรมณ์รุนแรง แปรปรวนง่ำย และเปลี่ยนแปลงเรว็ ดงั นั้นจงึ เหน็ ดว้ ยกบั คำกลำ่ วที่ว่ำ “วัยร่นุ เปน็ วัยพำยุ
บแุ คม”

14. ตอบ ค.ปัญหำพฤตกิ รรมกำรเบ่ยี งเบนทำงเพศเปน็ ปัญหำทีพ่ บไดบ้ อ่ ยในวัยรุ่นปจั จุบนั โดยมีสำเหตขุ องกำรมี
พฤตกิ รรมเบยี่ งเบนทำงเพศ ดงั นี้ กำรอบรมเลย้ี งดขู องครอบครวั กำรมีบคุ ลิกภำพทแี่ ปรปรวนอนั
เนอ่ื งมำจำกจิตใต้สำนกึ ของตนเอง ควำมรสู้ ึกเกบ็ กดทำงเพศ สภำพแวดลอ้ ม ส่งิ ยัว่ ยตุ ำ่ งๆ และกำร
เลียนแบบพฤตกิ รรมทแี่ สดงออกถงึ กำรเบีย่ งเบนทำงเพศ
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ติวสอบ.วิชำ สขุ ศกึ ษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง

15. ตอบ ง.ลักษณะกำรเบี่ยงเบนทำงเพศที่พบเห็นได้บ่อยในปัจจุบัน ได้แก่ ควำมแปรปรวนในเอกลักษณ์ทำงเพศ
ของตน เช่น ผู้มีพฤติกรรมเป็นเกย์ เลสเบี้ยน ทอม ด้ี เป็นต้น และพฤติกรรมเบ่ียงเบนในกำรปฏิบัติทำงเพศ
เช่น ลกั เพศ ถำ้ มอง ซำดิสม์ เปน็ ตน้

16. ตอบ ข.กำรล่วงละเมิดท่ีเป็นกำรกระทำอย่ำงชัดเจน หมำยถึง กำรกระทำอนำจำรด้วยกำรกระทำอย่ำงชัดเจน
เช่น กำรแตะเน้ือต้องตัวที่ไม่พึงประสงค์ กำรกระทำอนำจำร กอด จูบ ลูบ คลำ กำรขอมีเพศสัมพันธ์ กำร
ข่มขนื เปน็ ตน้

17. ตอบ ง.กำรอยู่กับเพศตรงข้ำมในท่ีลับตำสองต่อสอง อำจมีโอกำสเส่ียงต่อกำรถูกล่วงละเมิดทำงเพศได้ง่ำย
เนอ่ื งจำกอำจเปน็ กำรเปดิ โอกำสให้เพศตรงขำ้ มลว่ งละเมดิ ทำงเพศได้

18. ตอบ ง.ผู้ท่ีถูกล่วงละเมิดทำงเพศมักจะมีกำรเปลี่ยนแปลงทำงด้ำนอำรมณ์และจิตใจ ซ่ึงมัผลต่อกำรปรับตัว
รวมท้ังพัฒนำกำรทำงด้ำนบุคลิกภำพท่ีอำจกระทบกระเทือน ดังนี้ เกิดควำมกลัวหวำดระแวง เกิดควำมรู้สึกอับอำย
เกิดควำมรสู้ กึ ผิด และสับสนต่อเรือ่ งเพศ สว่ นกำรถกู กล่ำวโทษ จนเป็นปมด้อยนั้น ถือเป็นผลกระทบต่อครอบครัว
และชีวิตประจำวนั

19. ตอบ ข.กำรปฏเิ สธใหอ้ ีกฝ่ำยรบั รอู้ ยำ่ งตรงไปตรงมำ ถือเป็นทักษะกำรปฏิเสธท่ีดีเพ่ือหลีกเลี่ยงกำรมีเพศสัมพันธ์
ซ่ึงกำรปฏิเสธที่ได้ผล คือ ต้องมีควำมตั้งใจท่ีจะแสดงควำมรู้สึกให้อีกฝ่ำยหนึ่งรับรู้อย่ำงชัดเจนทั้งคำพูดและกำร
กระทำ

20. ตอบ ข.ถ้ำเพ่ือนชำยชวนไปงำนเล้ียงท่ีบ้ำนในวันหยุด ซ่ึงอำจเส่ียงต่อกำรถูกล่วงละเมิดทำงเพศได้ จึงควร
ปฏิเสธโดยอำจใช้ข้ออ้ำงว่ำนัดทำนข้ำวนอกบ้ำนกับคุณพ่อคุณแม่ไว้แล้ว หรืออำจใช้เหตุผลอื่นที่เป็นกำรแสดงให้เห็น
อยำ่ งชดั เจนวำ่ ไมไ่ ป

21. ตอบ ค.ทักษะกลไก หมำยถงึ ควำมชำนำญในกำรทำงำนเฉพำะอย่ำงทำงกลไกร่ำงกำยให้บรรลุตำมจุดมุ่งหมำย
ซ่ึงมีองค์ประกอบ ดังนี้ พลัง ควำมเร็ว กำรทรงตัว ควำมคล่องแคล่ว กำรประสำนสัมพันธ์ เวลำเคลื่อนไหว
และเวลำปฏกิ ริ ิยำตอบสนอง

22. ตอบ ค.กำรว่ิง 100 เมตร เป็นกำรทดสอบทักษะกลไกที่อำศัยองค์ประกอบในด้ำนควำมเร็ว ซ่ึงเป็น
ควำมสำมำรถในกำรเคลอ่ื นไหวรำ่ งกำยจำกท่ีหนึง่ ไปยังอกี ที่หน่งึ ในเวลำอันรวดเรว็

23. ตอบ ข.กำรฝึกร่ำงกำยให้มีพลัง เป็นกำรฝึกฝนกล้ำมเน้ือให้แข็งแรง โดยกระตุ้นเซลล์กล้ำมเน้ือให้เกิดกำร
พัฒนำให้ใหญ่ขึ้น ซ่ึงวิธีกำรฝึกร่ำงกำยให้มีพลังน้ัน ได้แก่ กำรยกน้ำหนัก กำรขว้ำง กำรทุ่ม กำรกระโดด และ
กำรดงึ

24. ตอบ ก.กำรออกกำลังกำยแบบแอโรบิก เป็นกำรออกกำลังกำยท่ีอำศัยกำรทำงำนของกล้ำมเน้ือติดต่อกันอย่ำง
สม่ำเสมอโดยเฉพำะแขน-ขำ ให้เคลื่อนไหวเป็นระยะเวลำนำน โดยกิจกรรมท่ีใช้ในกำรออกกำลังกำยแบบแอโรบิก
ได้แก่ เดนิ ว่ิง วำ่ ยนำ้ กระโดดเชือก เต้นแอโรบกิ
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ตวิ สอบ.วชิ ำ สขุ ศกึ ษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ต้น กศน.อำเภอชมุ แสง

25. ตอบ ง.ปัจจัยในกำรออกกำลังกำยหรือเล่นกีฬำน้ัน เคร่ืองแต่งกำยถือเป็นปัจจัยท่ีมีส่วนเก่ียวข้องต่อกำรฝึกซ้อม
กีฬำหรอื ออกกำลังกำย ทัง้ ในด้ำนกำรเคลือ่ นไหว ควำมอดทน และจิตวิทยำ ย่อมต้องมีเคร่ืองแต่งกำยท่ีเหมำะสม
ทั้งเสื้อ กำงเกง และรองเท้ำ

26. ตอบ ค.กำรฝึกซ้อมในกำรออกกำลังกำยหรือเล่นกีฬำน้ัน ต้องพยำยำมรักษำควำมสม่ำเสมอไว้และไม่ควรหักโหม
มำกเกนิ ไป เพรำะอำจกอ่ ใหเ้ กิดผลเสยี ต่อร่ำงกำย ทำให้ร่ำงกำยได้รับบำดเจ็บโดยเฉพำะกล้ำมเนื้อ และข้อต่อต่ำงๆ
ได้

27. ตอบ ข.กำรเต้นแอโรบกิ เปน็ กำรออกกำลงั กำยทเ่ี กิดจำกกำรนำท่ำบริหำรร่ำงกำยแบบต่ำงๆ มำผสมผสำนกับกำร
เคลื่อนไหว ทัง้ แบบอยกู่ ับท่ี และแบบเคลอื่ นที่ ซง่ึ จะชว่ ยทำให้หวั ใจและปอดทำงำนไดอ้ ยำ่ งมีประสิทธภิ ำพ

28. ตอบ ง.กอ่ นกำรเต้นแอโรบกิ ต้องมีกำรอบอุ่นร่ำงกำย หรอื วอร์มอัพ เพ่ือเปน็ กำรเตรียมควำมพรอ้ มของกล้ำมเนื้อ
หัวใจ ข้อตอ่ และอวัยวะท่เี กีย่ วข้องกบั กำรเคลือ่ นไหวใหพ้ ร้อมที่จะทำงำนหนกั

29. ตอบ ง.โยคะเป็นท่ำกำรออกกำลังกำยที่เกี่ยวข้องกับกำรฝึกกำยและจิตให้สมบูรณ์ เพื่อรักษำควำมสมดุลระหว่ำง
ภำยในกับภำยนอก โดยกำรออกกำลังกำยแบบโยคะอย่ำงสม่ำเสมอจะทำให้ร่ำงกำยเคล่ือนไหวได้อย่ำงคล่องแคล่ว
ว่องไว กลำ้ มเน้อื แขง็ แรง เสน้ เอน็ และขอ้ ต่อยืดหย่นุ ดขี ึ้น

30. ตอบ ค.กำรรำมวยจีนจะต้องเป็นกำรรำที่ทำให้เกิดกำรผ่อนคลำย ซ่ึงมีหลักกำร คือ ในขณะรำมวยจีนไม่ควร
กลั้นหำยใจ ไม่ควรรำมวยจีนขณะท่ีท้องว่ำงมำกๆ หรือหลังรับประทำนอำหำรอิ่มมำกๆ กำรเคล่ือนไหวร่ำงกำยทั้ง
ส่วนบนและส่วนล่ำงตอ้ งตอ่ เนอ่ื งและนมุ่ นวล ส่วนกำรอำบนำ้ ทำควำมสะอำดร่ำงกำยเพื่อเตรียมกล้ำมเน้ือให้พร้อมน้ัน
ไม่ใช่หลักในกำรรำมวยจีน

31. ตอบ ค.กอ่ นกำรเลน่ กระบ่ี เครือ่ งแตง่ กำย และอปุ กรณเ์ ป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมให้พร้อม เพ่ือควำมปลอดภัย
และเพอ่ื ควำมกระฉบั กระเฉงวอ่ งไวต่อกำรเล่นกระบี่

32. ตอบ ก.ขอ้ ก. ไมถ่ กู ต้อง เน่ืองจำกกระบี่แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ กระบ่ีจริง กระบี่รำ และกระบี่
ตี

33. ตอบ ข.กติกำในกำรแข่งขันกระบี่ ระดับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำของสำนักงำนพัฒนำกำรกีฬำและนันทนำกำร
ประจำปีกำรศึกษำ 2551 ได้กำหนดไว้ว่ำ นักกีฬำต้องรำไม่น้อยกว่ำ 4 ท่ำ และไม่เกิน 6 ท่ำ ใช้เวลำไม่น้อย
กวำ่ 4 นำที และไมเ่ กิน 5 นำที หำกเกนิ 5 นำที จะถกู ตัด 0.5 คะแนน

34. ตอบ ง.กำรถวำยบังคม เป็นกำรแสดงควำมเคำรพและระลึกถึงครูบำอำจำรย์กระบ่ีกระบองท่ีประสิทธ์ิประสำท
วิชำควำมรู้ ซ่ึงวิชำกระบี่ยิ่งให้ควำมสำคัญในเร่ืองนี้มำกเป็นพิเศษ เพรำะถือว่ำกำรเคำรพครูเป็นสิริมงคลและทำให้
ปลอดภัยจำกกำรเลน่ หรอื แสดงในครัง้ นั้นๆ ด้วย

35. ตอบ ก.เทเบิลเทนนิสเป็นกีฬำที่ให้คุณค่ำและควำมสำคัญในกำรช่วยสร้ำงเสริมคุณธรรม จริยธรรม และเพ่ิม
ควำมแข็งแรงด้ำนร่ำงกำย เล่นแล้วเกิดควำมสนุกสนำน ไม่ว่ำผู้เล่นจะมีวัตถุประสงค์เพ่ือกำรแข่งขันหรือเล่นเพ่ือกำร
ออกกำลงั กำย
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ติวสอบ.วชิ ำ สุขศึกษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ต้น กศน.อำเภอชุมแสง

36. ตอบ ง.ในกำรแขง่ ขนั เทเบิลเทนนิส ฝำ่ ยที่ทำหนำ้ ท่ใี นกำรส่งลูกเสริ ์ฟ เรยี กวำ่ ผ้สู ่งลกู หรือฝ่ำยส่งลูก
(Server)

37. ตอบ ข.กำรจบั ไม้แบบปำกกำ (Penholder Grip) เรยี กอกี อยำ่ งว่ำ กำรจับไม้แบบจนี หรือกำรจับไม้
แบบเอเชีย (Chinese Grip or Asian Grip)

38. ตอบ ก.นนั ทนำกำรมคี วำมสำคัญต่อกำรใช้ชีวิตในสังคม โดยมสี ว่ นช่วยใหเ้ กิดสัมพันธภำพอนั ดกี บั ผู้อน่ื
กอ่ ใหเ้ กิดกำรรวมกลุ่มสรำ้ งมิตรภำพระหว่ำงกัน เช่น กำรโตว้ ำที กำรไปเท่ียวร่วมกนั กำรจดั ดอกไม้ กำร
อ่ำนหนงั สือให้เดก็ พกิ ำรฟัง

39. ตอบ ง.กำรจัดกจิ กรรมนนั ทนำกำรให้ประสบควำมสำเร็จ และกอ่ ใหเ้ กิดประโยชน์สูงสดุ จำเปน็ ต้องอำศัย
หลกั กำรเข้ำร่วมกิจกรรมนันทนำกำร ไดแ้ ก่ ตอ้ งสอดคลอ้ งกับวยั ทม่ี อี ำยุแตกตำ่ งกนั ต้องสอดคลอ้ งกับ
ควำมสนใจและควำมถนดั ของแต่ละบคุ คล ตอ้ งสัมพันธ์กับเวลำ สถำนที่ และควำมปลอดภัย และต้อง
สอดคลอ้ งกับฐำนะทำงเศรษฐกิจของแตล่ ะบคุ คล

40. ตอบ ค.กิจกรรมนันทนำกำรนบั เป็นกิจกรรมท่ีมีประโยชนต์ ่อบุคคลผ้ปู ฏิบัติหลำยๆ ประกำร เชน่ สง่ เสรมิ
กำรบำบดั รกั ษำ สง่ เสรมิ ศิลปวฒั นธรรมให้คงอยู่ พัฒนำอำรมณใ์ หม้ คี วำมสขุ เปน็ ตน้

41. ตอบ ค.ผู้ท่มี ีภำวะโภชนำกำรที่ดจี ะมลี ักษณะท่เี หน็ ได้ชัดคอื มรี ปู ร่ำงที่สมส่วน สุขภำพแข็งแรง ไมเ่ จ็บป่วย
ง่ำย

42. ตอบ ข.ภำวะโภชนำกำรเกิน คอื ภำวะที่เกดิ จำกกำรบรโิ ภคอำหำรหรอื สำรอำหำรทเี่ กินตอ่ ควำมตอ้ งกำรของ
รำ่ งกำย ซ่งึ สำเหตสุ ำคญั ทีท่ ำใหเ้ ป็นผูม้ ีภำวะโภชนำกำรเกนิ คอื กำรรับประทำนอำหำรที่มำกเกินไป ซ่งึ ทำให้
เกิดโรคอ้วนได้

43. ตอบ ก.กำรรับประทำนอำหำรจำพวกฟ้ำสต์ฟู้ดเป็นประจำ อำจกอ่ ให้เกดิ กำรขำดสำรอำหำรบำงประเภท
อีกท้ังยงั มีไขมันสงู และมีรสเคม็ ซ่งึ เป็นอันตรำยตอ่ สขุ ภำพทำให้มีโอกำสเสย่ี งตอ่ ภำวะโภชนำกำรเกินได้

44. ตอบ ข.วยั รุ่นควรด่ืมนมวันละ 1-2 แกว้ ซงึ่ อำจเปน็ นมวัวหรือนมถ่ัวเหลอื งกไ็ ด้ แต่ไม่ควรดืม่ ในขณะท้อง
ว่ำง ควรดมื่ หลังมอื้ อำหำร หรือรบั ประทำนอำหำรว่ำงรว่ มไปกับกำรด่ืมนม

45. ตอบ ก.วยั ร่นุ ตอ้ งใชพ้ ลังงำนเฉลีย่ วนั ละ 2,000-3,300 แคลอรี ถ้ำหำกใชก้ ำลงั มำกกจ็ ะตอ้ งใช้พลังงำน
มำกข้ึนดว้ ย โดยในแตล่ ะวันวัยรุน่ ควรจะไดร้ บั คำรโ์ บไฮเดรตวันละประมำณ 4-6 กรัมต่อน้ำหนักตวั 1
กิโลกรมั

46. ตอบ ค.โรคคอพอกมีสำเหตมุ ำจำกกำรขำดธำตุไอโอดนี โดยผู้ป่วยทป่ี ว่ ยเปน็ โรคคอพอกควรรบั ประทำน
อำหำรที่มีธำตไุ อโอดีนอยำ่ งเพยี งพอ เช่น อำหำรทะเล และเกลอื ที่มสี ำรไอโอดนี

47. ตอบ ก.กำรบริโภคอำหำรถอื เป็นปจั จยั ที่สำคญั อยำ่ งหนึง่ ของกำรมนี ้ำหนกั ท่เี กนิ มำตรฐำน ซ่ึงผทู้ ม่ี ีปัญหำ
น้ำหนกั เกนิ มำตรฐำน ควรหลกี เล่ยี งอำหำรที่ใหพ้ ลงั งำนสูง อำหำรจำนดว่ น อำหำรขยะ เชน่ มนั ฝรั่งทอด
กรอบ แฮมเบอร์เกอร์ เปน็ ตน้
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ติวสอบ.วชิ ำ สขุ ศกึ ษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ตน้ กศน.อำเภอชมุ แสง

48. ตอบ ข.กำรบรโิ ภคอำหำรใหพ้ อดีควรที่จะรับประทำนใหเ้ หมำะสมและเพยี งพอต่อควำมตอ้ งกำรของร่ำงกำย
ไม่ควรรับประทำนจุบจบิ ระหวำ่ งม้ืออำหำร เพรำะอำจเป็นสำเหตทุ ีท่ ำให้มนี ้ำหนกั ท่ีเกินมำตรฐำนได้

49. ตอบ ข.สมรรถภำภทำงกำยเปน็ ส่งิ ทม่ี คี วำมสำคญั ตอ่ สขุ ภำพ กำรทดสอบสรรถภำพทำงกำยก็ทำเพอ่ื
ปรบั ปรงุ และสร้ำงเสรมิ สมรรถภำพทำงกำย ซึ่งทำให้สำมำรถเลอื กกจิ กรรมกำรออกกำลังกำยให้เหมำะสมกับ
ตนได้ สง่ ผลให้กำรพฒั นำสมรรถภำพทำงกำยนั้นมปี ระสทิ ธภิ ำพ

50. ตอบ ก.ในกำรเสริมสรำ้ งสมรรถภำพทำงกำยควรออกกำลังกำยอย่ำงน้อย 3 วัน ตอ่ สปั ดำห์ ทง้ั นี้ขน้ึ อยู่
กับ ควำมบ่อย ควำมหนัก ประเภท และระยะเวลำในด้ำนกำรฝกึ ซ่งึ ตอ้ งปฏิบตั ิอยำ่ งสม่ำเสมอ โดยเร่ิม
ฝึกจำกเบำไปหนัก และเลอื กกิจกรรมใหเ้ หมำะสมกับควำมตอ้ ง ควำมชอบ และควำมถนดั ของตนเอง

51. ตอบ ก.วธิ กี ำรปฐมพยำบำลในกำรห้ำมเลือดแผลทั่วไปได้ ใหใ้ ชน้ ้วิ กดลงบนบำดแผลตรงทีม่ ีเลอื ดออก ยก
สว่ นที่มีเลอื ดออกให้สงู ข้นึ กวำ่ ระดบั หวั ใจ ใชน้ ำ้ แขง็ ประคบท่บี รเิ วณแผล ใชว้ ิธี Pad and Bandage ท่ีขอ้
พับ ใช้เครอ่ื งรดั รดั ท่ีเหนอื แผล

52. ตอบ ค.คนที่มอี ำกำรเปน็ ลมแดดมักเกดิ จำกกำรเสยี เหง่ือมำกเมอื่ เล่นกีฬำนำนๆ หรือทำงำนในท่ที ร่ี อ้ นจัด
โดยไมไ่ ด้รบั กำรชดเชยน้ำหรือเกลือแรท่ ี่สูญเสยี ไปอย่ำงเพยี งพอ

53. ตอบ ง.ในกำรเคล่ือนยำ้ ยผูป้ ว่ ยอยำ่ งปลอดภยั สิ่งสำคญั ท่สี ดุ คือ กำรเคลื่อนยำ้ ยดว้ ยควำมถกู ต้องและ
ระมัดระวังใหผ้ ู้ปว่ ยไดร้ ับควำมปลอดภัยและสะดวกสบำยมำกท่สี ุด

54. ตอบ ข.กำรเคล่ือนยำ้ ยผปู้ ว่ ยโดยใชเ้ ก้ำอ้จี ำเป็นต้องใชผ้ ้ชู ว่ ยเหลอื 2 คนยกเดินไปพร้อมๆ กัน สว่ นกำรพยงุ
เดนิ กำรอุ้มแบก และกำรอมุ้ กอดดำ้ นหน้ำนัน้ จะใชผ้ ้ชู ว่ ยเหลือเพยี งคนเดยี ว

55. ตอบ ค.ลกั ษณะและอำกำรของผูต้ ิดสำรเสพตดิ ที่สำมำรถสังเกตเห็นไดอ้ ย่ำงชัดเจน เช่น มสี ุขภำพทรดุ โทรม
ผอม ซบู ซดี มอี ำกำรง่วงเหงำหำวนอน เบ่อื อำหำรเป็นต้น

56. ตอบ ง.ผทู้ ่เี สพยำบำ้ มักจะมลี กั ษณะอำกำรทีส่ งั เกตเหน็ ได้ เชน่ รมิ ฝีปำกแห้ง ลมหำยใจเหม็น มเี หงอื่
ออกจดั เปน็ ต้น

57. ตอบ ง. กำรปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หำสำรเสพติดจำเป็นต้องอำศยั บทบำทสำคัญจำกทกุ ฝ่ำย บทบำทตนเอง
นบั เป็นบทบำทท่สี ำคัญทจี่ ะสำมำรถชว่ ยปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หำสำรเสพตดิ ได้ดี ซึ่งนกั เรียนควรมีทักษะในกำร
ดำเนนิ ชีวิต รู้จักแกไ้ ขปัญหำในทำงทถ่ี กู ทคี่ วร กล้ำเผชญิ ปญั หำ รูจ้ กั คดิ ไตรต่ รองดว้ ยเหตผุ ล ไมห่ ลีกหนี
ปญั หำด้วยกำรเสพสำรเสพตดิ

58. ตอบ ข.โรงเรียนเป็นสถำบนั สำคัญรองลงมำจำกครอบครวั จงึ มบี ทบำทสำคัญท่จี ะทำให้เยำวชนปลอดภัย
จำกสำรเสพติด เช่น ใหค้ วำมรูใ้ นเร่อื งสำรเพสตดิ แกน่ ักเรียนทุกคนอย่ำงสม่ำเสมอ จดั กิจกรรมต่ำงๆ และ
แหล่งนนั ทนำกำรให้แก่นกั เรยี นอย่ำงเพยี งพอ เป็นตน้
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ติวสอบ.วชิ ำ สุขศกึ ษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง

59. ตอบ ก.ในบุหรจี่ ะมีสำรนโิ คติน ซึ่งเป็นสำรทท่ี ำใหอ้ อกฤทธ์โิ ดยตรงตอ่ สมอง โดยจะไปกระตนุ้ และกด
ประสำทส่วนกลำง ส่วนทำร์หรือน้ำมนั ดิน และสำรพวกคำรซ์ ิโนเจนตำ่ งๆ เปน็ สำรทีก่ อ่ ให้เกดิ มะเร็ง

60. ตอบ ก.สำเหตุสำคัญทท่ี ำให้เกิดอบุ ตั ิเหตจุ ำกกำรดม่ื สรุ ำคอื เมำแลว้ ขับ โดยสรุ ำมีผลกระทบต่อสมองส่วนที่
ควบคมุ กำรประสำนงำนของแขน ขำ และสำยตำ ทำให้เกิดกำรทำงำนที่ไมส่ มดลุ กัน

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ติวสอบ.วิชำ สขุ ศกึ ษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ตน้ กศน.อำเภอชมุ แสง

แนวขอ้ สอบ ชดุ ที่ 2 วชิ าสุขศกึ ษาพลศกึ ษา ม.ตน้

1 .ลักษณะใดถือวำ่ เป็นกำรเรมิ่ เขำ้ ส่วู ยั รนุ่

ก. ผ้ชู ำยมีเสียงห้ำวขึ้น ข. ผ้หู ญิงมคี วำมเอยี งอำยมำกขึ้น

ค. ผหู้ ญิงเร่มิ อ้วนและมกี ลำ้ มเนอ้ื ง. ผชู้ ำยลดควำมซุกซน มคี วำมเอียงอำยมำกข้นึ

2. กำรฝันเปยี กมีควำมสมั พันธ์กบั ขอ้ ใดมำกที่สดุ

ก. อวยั วะเพศชำย เกิดควำมผิดปกติ ข. เปน็ สงิ ผิดปกตทิ ำงเพศของบุคคลนัน้

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
ค. เป็นส่ิงแสดงควำมพรอ้ มท่ีจะเจรญิ พันธ์ ง. เปน็ กำรผอ่ นคลำยควำมตึงเครียดทำงอำรมณ์เพศ

3. วยั รนุ่ หญิงทม่ี วี ุฒภิ ำวะทำงเพศจะมกี ำรเปลย่ี นแปลงทีส่ ำคัญคอื ข้อใด

ก. มปี ระจำเดอื น ข. มีหน้ำอกและสะโพก

ค. มผี ิวพรรณเปลง่ ปล่ังข้นึ ง. มีนำ้ หนกั และส่วนสูงเพ่ิมมำกขน้ึ

4. ตอ่ มไร้ท่อใดท่คี วบคุมกำรแสดงลักษณะควำมเป็นเพศชำยและเพศหญงิ

ก. ตอ่ มใต้สมอง ข. ต่อมหมวกไต

ค. ต่อมเพศ ง. ต่อมไทรอยด์

5. เม่อื ร่ำงกำยเกดิ กำรเปล่ยี นแปลง วยั รนุ่ ควรปฏิบตั ิอยำ่ งไร

ก. กนิ ยำลดควำมอ้วน ข. รกั ษำสุขภำพกำยและจติ ใจ

ค. ปรึกษำครูประจำชั้นเพื่อขอคำแนะนำ ง. ควบคุมกำรกินอำหำรบำงประเภท เช่น โปรตีน

6. ปัจจัยใดที่มอี ิทธพิ ลตอ่ กำรเปล่ียนแปลงทำงอำรมณ์ของวัยรนุ่ มำกทส่ี ดุ

ก. กำรเล้ียงดู ข. ฐำนะทำงสังคม

ค. บุคลิกภำพดง้ั เดมิ ง. กำรทำงำนของตอ่ มเพศ

7. ข้อใดปฏบิ ัตไิ ดถ้ ูกต้องในกำรสง่ เสริมพัฒนำกำรทำงดำ้ นอำรมณ์ของวยั รนุ่

ก. พดู คุยกบั เพือ่ นตำ่ งเพศทำงอนิ เทอรเ์ น็ต ข. รว่ มกิจกรรมกับเพอ่ื นในโอกำสทเี่ หมำะสม

ค. ใชเ้ วลำวำ่ งในกำรฝกึ สมำธิด้วยวธิ กี ำรท่ีเหมำะสม ง. ใช้เวลำว่ำงในกำรดูหนัง ฟังเพลงตำมแหล่งบันเทงิ

8. ข้อใดเปน็ ปจั จยั ท่ีมีผลกระทบต่อพฒั นำกำรของวยั รนุ่

ก. กำรนอนหลบั พกั ผอ่ นเพยี งพอ ข. กำรออกกำลังกำยเป็นประจำ สมำ่ เสมอ

ค. กำรไดร้ บั ควำมรกั ควำมอบอ่นุ จำกครอบครัว ง. กำรบรโิ ภคอำหำรไม่เพียงพอตอ่ ควำมต้องกำร

ตวิ สอบ.วิชำ สขุ ศกึ ษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง

9. ขอ้ ใดหมำยถงึ พฤติกรรมทำงเพศ

ก. มีเพ่ือนเยอะ ข. ร่วมเลน่ กฬี ำกับ

ค. ต้งั ใจศกึ ษำเล่ำเรยี น ง. คบเพอ่ื นต่ำงเพศชำยในวยั เรยี นเพือ่ น

10. วยั รนุ่ ควรยึดค่ำนยิ มแบบใดเพื่อช่วยลดปัญหำพฤติกรรมทำงเพศ

ก. กำรรกั นวลสงวนตวั ข. กำรออ่ นน้อมถอ่ มตน

ค. กำรเป็นผู้มมี ำรยำทอนั ดงี ำม ง. กำรรู้จกั กตญั ญูต่อผ้มู พี ระคุณ

11. ปจั จุบนั พบว่ำมกี ำรขำยบรกิ ำรทำงเพศในเด็กมำกขึ้น เพรำะเหตุใด

ก. กำรเลยี นแบบ ข. ควำมจำเปน็ ทำงบ้ำน

ค. กฎหมำยไม่มีบทลงโทษ ง. คำ่ นิยมทำงเพศที่เปลี่ยนแปลงไป

12. ข้อใดกลำ่ วไดถ้ ูกต้อง

ก. ไมค่ วรสนใจเรอ่ื งขนบธรรมเนยี มประเพณมี ำกเกินไป

ข. กำรเรยี นรู้เรอ่ื งกำรวำงตัวต่อเพศตรงข้ำมเปน็ สิง่ ท่ดี ีเฉพำะในเพศหญงิ
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
ค. กำรเรยี นร้เู ร่ืองกำรวำงตัวต่อเพศตรงขำ้ มเปน็ สิง่ ท่ีดตี อ่ ควำมสมั พันธข์ องชำยและหญิง

ง. ขนบธรรมเนียมประเพณีเปน็ สง่ิ ที่ดี แต่ไม่ควรปฏบิ ตั ิตำมเพรำะโบรำณและล้ำสมยั เกนิ ไป

13. สถำนกำรณ์ใดเส่ยี งต่อกำรมเี พศสมั พันธม์ ำกทส่ี ุด

ก. อยทู่ ่ีบำ้ นพกั ข. อยูล่ ำพงั สองคน

ค. อยู่ในสวนสำธำรณะ ง. อยตู่ ำมศูนย์กำรคำ้

14. ขอ้ ใดเป็นปญั หำและผลกระทบรำ้ ยแรงที่สุดท่ีเกิดจำกกำรมีเพศสัมพนั ธ์โดยไมค่ ำดคิด

ก. เสียกำรเรียน วิตกกงั วล ข.พ่อแม่ผดิ หวังและเสยี ใจ

ค.อำจตอ้ งทำแท้งเพรำะไม่มผี ู้รับผิดชอบ ง.อำจติดโรคทำงเพศสมั พนั ธแ์ ละโรคเอดสไ์ ด้

15. กำรป้องกนั กำรเกดิ ปญั หำกำรตง้ั ครรภ์ท่ีไมพ่ งึ ประสงค์ในวัยรุ่นหญิง ควรปฏบิ ตั ติ ำมข้อใดมำกท่สี ุด

ก. คบเพ่ือนชำยหลำยๆ คนพรอ้ มกัน ข. ใช้ทักษะกำรปฏิเสธตอ่ พฤติกรรมเส่ยี ง

ค. ไมอ่ ยดู่ ว้ ยกนั สองตอ่ สองกบั เพศตรงข้ำ ง. รจู้ กั วิธกี ำรปอ้ งกนั และกำรคุมกำเนิดหลำยๆ รปู แบบ

16. วยั รุ่นควรปฏิบตั ิตนอยำ่ งไรใหห้ ำ่ งไกลจำกกำรมีเพศสัมพนั ธก์ อ่ นวยั อันสมควร

ก. รกั เดยี วใจเดยี ว

ข. เม่ืออย่กู บั เพศตรงข้ำมสองต่อสองต้องระวังตัว

ค. ยอมใหเ้ พศตรงข้ำมสมั ผสั โอบกอดไดบ้ ำงครั้ง

ง. พยำยำมหลีกเลยี่ งสถำนกำรณท์ เี่ สี่ยงต่อกำรมเี พศสมั พนั ธ์

17. ขอ้ ใดเป็นหลกั กำรวำงตัวตอ่ เพศตรงข้ำมที่ถกู ตอ้ ง

ก. ให้เกียรตซิ งึ่ กนั และกนั มำกที่สดุ ข. นัดเพอื่ นเทยี่ วเตรเ่ พอ่ื กำรระบำยอำรมณ์

ค. เลำ่ เรอ่ื งสว่ นตวั ใหค้ สู่ นทนำฟงั มำกทส่ี ดุ ง. ขณะสนทนำตอ้ งฟังเรอ่ื งรำวจำกคู่สนทนำให้มำกทส่ี ุด

18. กำรคบเพือ่ ต่ำงเพศ วยั รุน่ ควรปฏบิ ตั ิอย่ำงไร

ก. คบเฉพำะเพือ่ นที่พอ่ แม่ร้จู ัก ข. ไม่ไปเทยี่ วตำมลำพงั กบั เพ่อื นต่ำงเพศ

ค. วำงตัวตำมปกติ และสำรวมกิรยิ ำมำรยำท ง. แต่งกำยให้โดดเด่นเพ่อื สะดุดตำเพศตรงขำ้ ม

ติวสอบ.วชิ ำ สุขศึกษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง

19. ขอ้ ใดคอื ควำมรบั ผิดชอบของวัยรนุ่ ในกำรคบหำกันแบบคูร่ กั

ก. ยนิ ดรี ับฟงั เรื่องรำวของกันและกนั ข. อำจเปลยี่ นใจได้ถ้ำมีเหตุผล

ค. ตอ้ งรับผิดชอบในกำรกระทำ ง. สำมำรถทำผิดพลำดไดเ้ มือ่ ไม่มเี จตนำ

20. ทุกข้อเป็นแนวทำงกำรทดสอบทกั ษะกลไก ขอ้ ใดไม่ถกู ตอ้ ง

ก. กำรวิ่งกลับตัว เป็นกำรทดสอบกำรทรงตัว

ข. กำรวงิ่ 5 นำที เป็นกำรทดสอบควำมคลอ่ งแคล่ววอ่ งไว

ค. กำรยนื กระโดไกล เปน็ กำรทดสอบพลงั งำนของกล้ำมเนอ้ื ขำ

ง. กำรดันพืน้ เปน็ กำรทดสอบควำมทนทำนของกลำ้ มเน้ือแขนและหวั ไหล่

21. กำรเคลอ่ื นไหวในขอ้ ใดเป็นกำรเคลื่อนแบบอยู่กบั ท่ี

ก. วดิ พนื้ ข. วงิ่ 100 เมตร

ค. กระโดดไกล ง. วิ่งเป็นแนวโคง้

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
22. ข้อใดเปน็ ผลตอ่ กำรเจริญเติบโตของร่ำงกำยมนษุ ยจ์ ำกกำรออกกำลงั กำยและกำรเล่นกฬี ำ

ก. ทำเปน็ ทย่ี อมรับของเพอื่ น ข. ทำใหเ้ พอื่ นให้ควำมสนใจมำกข้ึน

ค. ทำให้สำมำรถปรับตวั เข้ำกับสงั คมไดด้ ี ง. ทำให้มีแต่คนชม และชืน่ ชอบในควำมเปน็ นกั กีฬำ

23. วยั รุ่น ช่วงอำยุ 12-17 ปี ควรออกกำลงั กำยและเล่นกฬี ำในลกั ษณะใด จงึ จะเหมำะสมกับวยั และพฒั นำทักษะ

ทำงกลไกใหม้ ีกำรทำงำนท่สี ัมพันธ์กัน

ก. กำยบรหิ ำร ข. เลน่ เกม

ค. รำกระบอง ง. แบดมินตัน

24. ในกำรเตรียมควำมพร้อมสำหรบั เล่นตะกร้อลอดหว่ ง ผู้เล่นทเี่ ปน็ ผู้ชำยควรแตง่ กำยอย่ำงไรเพ่ือควำมปลอดภัย

และสะดวกในกำรเลน่

ก. ไม่สวมเสื้อ เอำผำ้ โพกหวั นงุ่ กำงเกงขำสัน้ ไม่ใส่ถงุ เทำ้ ใสร่ องเท้ำผำ้ ใบ

ข. สวมเส้ือยืดปลอ่ ยชำยเสือ้ นุ่งกำงเกงขำสน้ั สวมถงุ เท้ำและรองเท้ำพื้นยำง

ค. สวมเส้อื ยืด เอำเสอื้ เขำ้ ในกำงเกง นงุ่ กำงเกงขำส้ัน ไมใ่ ส่ถงุ เท้ำและรองเทำ้

ง. สวมเสอ้ื ยดื เอำเสอ้ื เข้ำในกำงเกง นงุ่ กำงเกงขำสนั้ สวมถุงเท้ำและรองเทำ้ พ้นื ยำง

25. “ลูกหน้ำเท้ำหรือลูกแป” เป็นทำ่ พน้ื ฐำนใดในกำรเล่นตะกร้อลอดหว่ ง

ก. กำรเตะลกู ไขว้ ข. กำรเตะลูกหลงั เทำ้

ค. กำรเตะลกู ด้วยข้ำงเท้ำดำ้ นใน ง. กำรเตะลูกด้วยข้ำงเท้ำด้ำนนอก

26. ขอ้ ใดเป็นกรฑี ำประเภทลู่

ก. กำรวง่ิ ผลดั ข. กำรขว้ำงจักร

ค. กำรพุ่งแหลน ง. กำรกระโดดสงู

27. ในกำรวง่ิ ระยะส้นั ทำ่ เรม่ิ ตน้ ทน่ี ิยมใชม้ ี 3 วธิ ี ยกเว้นข้อใด

ก. แบบบนั ช์สตำรต์ ข. แบบบีกินสตำร์ต

ค. แบบมเี ดยี มสตำรต์ ง. แบบอลี องเกตเตทสตำร์ต

28. กำรถอื ไมค้ ทำในกำรเรม่ิ ต้นกำรวิง่ ผลดั เหตุใดจึงไมค่ วร “ถอื คทำดว้ ยมอื ทเ่ี หวี่ยงไปขำ้ งหลงั ในกำ้ วแรก”

ก. เพรำะคทำอำจหลดุ จำกมือได้งำ่ ย ข. เพรำะคทำอำจทำใหว้ ง่ิ ไดไ้ มถ่ นัด

ค. เพรำะคทำอำจเหวี่ยงไปโดนศรี ษะของผอู้ นื่ ได้ ง. เพรำะคทำอำจลำ้ หนำ้ จนเกินไปซ่ึงทำใหผ้ ดิ กตกิ ำได้

ตวิ สอบ.วิชำ สุขศึกษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ต้น กศน.อำเภอชมุ แสง

29. ขอ้ ใดกลำ่ วไมถ่ กู ตอ้ งเกี่ยวกบั กิจกรรมนนั ทนำกำรกบั กำรประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจำวัน

ก. ช่วยให้รจู้ กั และสนใจตวั เองดยี ง่ิ ขึ้น

ข. ช่วยสรำ้ งควำมรกั และควำมสำมัคคใี นครอบครัว

ค. ชว่ ยฟ้นื ฟูรำ่ งกำย จิตใจ ยอมรับและรบั รตู้ นเองมำกขน้ึ

ง. ช่วยสรำ้ งบคุ ลกิ ภำพใหด้ ดู ี เป็นที่นำ่ สนใจของผูท้ ่ไี ดพ้ บเห็นมำกขึ้น

30. ข้อใดเป็นกำรเลือกใช้บริกำรทำงสุขภำพอย่ำงไม่เหมำะสม

ก. ไปพบทนั ตแพทยเ์ มื่อปวดฟัน

ข. ไปพบจกั ษแุ พทย์เพอื่ ตรวจสำยตำ

ค. เป็นไขห้ วดั จึงไปพบอำยรุ แพทยท์ ี่คลนิ กิ ใกล้บำ้ น

ง. เปน็ โรคมะเร็งระยะแรกควรไปหำหมอไสยศำสตร์

31. ขอ้ ใดจดั เป็นสถำนทท่ี ใ่ี หบ้ ริกำรสำธำรณสขุ ประจำหม่บู ำ้ นและตำบล

ก. สถำนีอนำมยั ข. โรงพยำบำลศนู ย์
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
ค. โรงพยำบำลชมุ ชน ง. โรงพยำบำลหรอื สถำนผดุงครรภ์

32. กำรปฏบิ ัตใิ นขอ้ ใดช่วยลดปัญหำเก่ียวกบั กำรใชบ้ ริกำรทำงกำรแพทยแ์ ละกำรสำธำรณสขุ

ก. หนงิ ช่วยแนะนำกำรใช้ยำให้แกผ่ อู้ นื่ ข. ดำว ซอ้ื ยำที่จำเป็นเอำไวป้ ระจำบ้ำน

ค. นอ้ ย รกั ษำสขุ ภำพร่ำงกำยให้แข็งแรงอยูเ่ สมอ ง. หน่อย ตดิ ตำมข่ำวเรื่องโรคภัยตำ่ งๆ ตลอดเวลำ

33. หลักในกำรเลือกใช้เทคโนโลยีเกยี่ วกับสขุ ภำพขอ้ ใดไม่ถกู ต้อง

ก. ตอ้ งค้มุ ค่ำตอ่ กำรลงทุน ข. มวี ธิ กี ำรทซี่ บั ซ้อนเพอ่ื ควำมถกู ต้อง

ค. ศกึ ษำข้อมูลอยำ่ งละเอยี ดจนเกิดควำมเขำ้ ใจ ง. ให้ควำมสำคัญตอ่ สขุ ภำพและควำมปลอดภัย

34. กำรใชเ้ ทคโนโลยใี หม่ๆ อำจส่งผลกระทบต่อสขุ ภำพ ยกเวน้ ข้อใด

ก. ควำมก้ำวหนำ้ ทำงเทคโนโลยีทำให้คุณภำพชีวติ ดีขนึ้

ข. กำรใชโ้ ทรศพั ท์มอื ถอื นำนๆ จะทำให้เกดิ อำกำรปวดหู

ค. กำรใช้คอมพิวเตอร์นำนเกิน 6 ช่วั โมง ทำให้เกิดควำมเครียด

ง. คล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟำ้ จำกโทรศพั ท์มือถอื อำจทำให้เกิดโรคควำมจำเสอื่ ม

35. กำรนำเทคโนโลยีเลเซอร์มำใชใ้ นกำรผ่ำตดั เปน็ ควำมสมั พันธ์ระหวำ่ งเทคโนโลยีกับศำสตรใ์ ด

ก. ศึกษำศำสตร์ ข. แพทยศำสตร์

ค. วทิ ยำศำสตร์ ง. วศิ วกรรมศำสตร์

36. กำรใช้เลเซอรใ์ นกำรผำตัดใหผ้ ลดอี ยำ่ งไร

ก. รำคำถูก ข. มภี ำวะแทรกซ้อนเลก็ นอ้ ย

ค. เลือดออกนอ้ ยมำกระหวำ่ งผำ่ ตัด ง. ใช้รักษำโรคของตอ่ มไทรอยดใ์ หห้ ำยขำด

37. ข้อใดเปน็ ควำมเจริญกำ้ วหน้ำทำงกำรแพทย์ทม่ี ผี ลต่อสขุ ภำพ

ก. กำรประดิษฐเ์ คร่อื งมือเครือ่ งใช้ ข. กำรนำนวัตกรรมสำธำรณสขุ มำใช้

ค. กำรคดิ ค้นหำวธิ ีรักษำโรคดว้ ยวิธีใหมๆ่ ง. ถูกทุกข้อ

38. สุขภำพจติ เก่ยี วขอ้ งกบั ข้อใดมำกทสี่ ดุ

ก. มนษุ ยส์ มั พนั ธ์ ข. ควำมเข้ำใจ

ค. กำรปรับตวั ง. ควำมเหน็ ใจ

ติวสอบ.วชิ ำ สขุ ศกึ ษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง

39. บุคคลที่ดำเนินชีวิตอยดู่ ว้ ยควำมเรง่ รบี แข่งกับเวลำ ถำ้ ไม่สำมำรถปรบั ตัวได้ จะมแี นวโน้มวำ่ เป็นอย่ำงไร

ก. วติ กกังวล ข. เปน็ คนบ้ำ

ค. เปน็ โรคจิต ง. เป็นโรคประสำท

40. กำรประเมนิ ภำวะสขุ ภำพกำยและสุขภำพจิตสำมำรถทำได้อย่ำงไรบำ้ ง

ก. กำรประเมนิ ด้วยครแู ละกำรประเมินโดยผูป้ กครอง

ข. กำรประเมนิ โดยใช้เคร่อื งมือและกำรประเมนิ โดยไมใ่ ชเ้ คร่อื งมอื

ค. กำรประเมนิ โดยกำรสงั เกตและกำรประเมนิ โดยใชแ้ บบสอบถำม

ง. กำรประเมินด้วยตนเองและกำรประเมนิ โดยบคุ ลำกรทำงกำรแพทย์

41. กำรดำเนนิ ชวี ิตในขอ้ ใดทท่ี ำใหส้ ขุ ภำพจติ ไม่ดี

ก. ตอ้ งทำงำนมำกขึน้ ข. มคี วำมเปน็ อยูเ่ ร่งรบี

ค. ตอ้ งทำงำนกบั เคร่ืองจักร ง. กำรแข่งขนั กนั ทำงเศรษฐกจิ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง42 วธิ ีจดั กำรกับอำรมณ์และควำมเครยี ดขอ้ ใดดที ่สี ดุ

ก. สูก้ ับปัญหำอยำ่ งมีเหตผุ ล ข. รู้จกั ผอ่ นคลำยควำมตงึ เครียด

ค. ปรับเปลย่ี นควำมรู้สกึ นกึ คิดใหด้ ีขึ้น ง. นำประสบกำรณใ์ นอดตี มำชว่ ยแก้ปัญหำชีวิต

43. ขอ้ ใดคืออำกำรของควำมเครยี ด

ก. ตลก ข. เศรำ้

ค. รอยยม้ิ ง. หวั เรำะ

44. เมอื่ มอี ำรมณ์ตงึ เครียดควรมวี ิธกี ำรแก้ไขอย่ำงไร

ก. พยำยำมอดกลน้ั ควำมโกรธไวช้ วั่ ครำว ข. แม้ใจจะขุ่นมวั ก็ตอ้ งยม้ิ รับเหตุกำรณท์ ีเ่ กิดขึน้

ค. เล่ำปัญหำใหพ้ ่อ แม่ หรอื ครูฟงั เพอื่ เป็นกำรระบำย

ง. อย่ำอดกลน้ั ควำมโกรธ แสดงออกมำได้เตม็ ท่ีจะไดไ้ ม่เปน็ อนั ตรำยกับตนเอง

45. ข้อใดไมใ่ ช่วิธีกำรจัดกำรกับอำรมณแ์ ละควำมเครยี ดท่ีถกู ตอ้ ง

ก. ใชย้ ำกล่อมประสำทถำ้ มคี วำมเครยี ด ข. บริหำรเวลำอย่ำงมีประสิทธิภำพ

ค. ฝกึ ออกกำลังกำยและเข้ำรว่ มกจิ กรรมนันทนำกำร

ง. ฝึกให้ตนเองมคี วำมรบั ผดิ ชอบ มคี วำมรอบคอบ

46. กำรทดสอบสมรรถภำพทำงกำยมปี ระโยชนอ์ ยำ่ งไร

ก. ตรวจสอบควำมแข็งแรงของร่ำงกำย ข. ลดอำกำรบำดเจบ็ ท่อี ำจเกิดขณะออกกำลังกำย

ค. ตรวจสอบควำมพร้อมของร่ำงกำยกอ่ นปฏิบัตงิ ำน

ง. ถกู ทกุ ข้อที่กลำ่ วมำ

47. คนที่มีสมรรถภำพทำงกำยดีจะมผี ลตอ่ สุขภำพอยำ่ งไร

ก. ทำงำนเหนื่อยชำ้ หำยเหนอ่ื ยเร็ว ข. ทำงำนเหนอื่ ยเรว็ หำยเหน่อื ยชำ้

ค. ทำงำนเหนอื่ ยช้ำ หำยเหนอื่ ยช้ำ ง. ทำงำนเหน่ือยเรว็ หำยเหน่อื ยเรว็

48. สมรรถภำพทำงกำยดำ้ นใดที่มปี ระโยชนใ์ นชีวติ ประจำวันมำกทีส่ ดุ

ก. ควำมอดทน ข. ควำมออ่ นตวั

ค. ควำมคล่องตวั ง. ควำมสมดุลหรือกำรทรงตวั

ติวสอบ.วชิ ำ สขุ ศึกษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง

49. กำรทดสอบโดยกำรนัง่ งอตัวมวี ัตถปุ ระสงคเ์ พ่ือวดั สงิ่ ใด

ก. ควำมแขง็ แรง ข. ควำมออ่ นตัว

ค. ควำมอดทน ง. ควำมทนทำน

50. หำกนกั เรียนมีเพื่อนติดสำรเสพตดิ นกั เรียนควรทำอย่ำงไร

ก. เลกิ คบกับเพอ่ื น ข.ไมพ่ ดู กับเพอื่ น

ค. แสดงทำ่ ทำงรงั เกียจเพื่อน ง. แนะนำให้เพอื่ นเลิกเสพสำรเสพติด และเข้ำรับกำรบำบัด

51. เมื่อนกั เรยี นรสู้ ึกตวั ว่ำถูกหลอกใหเ้ สพสง่ิ เสพตดิ ควรปฏบิ ัตอิ ยำ่ งไร

ก. ซือ้ ยำมำรักษำ ข. รีบปรกึ ษำพ่อแมท่ นั ที

ค. บำเพ็ญศีลปฏิบตั ิธรรม ง. ปรกึ ษำกับเพื่อนสนิท

52. ส่งิ สำคญั ทสี่ ดุ ทีจ่ ะทำใหก้ ำรบำบัดฟ้ืนฟผู ู้ติดสำรเสพตดิ ประสบควำมสำเรจ็ ได้ คือสงิ่ ใด

ก. ชมุ ชนยอมรบั ข. โอกำสท่ีสังคมเปดิ ให้

ค. ควำมพรอ้ มของครอบครัว ง. ควำมพรอ้ มของผู้ท่จี ะรบั กำรบำบัด
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
53. สำเหตุสำคัญท่ีทำให้วยั รนุ่ ตดิ สำรเสพตดิ ในสังคมยคุ ปจั จุบนั คือข้อใด

ก. ขำดประสบกำรณเ์ กี่ยวกับสำรเสพติด ข. ขำดควำมร้เู กย่ี วกับโทษภัยของสำรเสพตดิ

ค. ขำดควำมตระหนักในโทษของสำรเสพติด ง. ขำดผู้แนะนำเกย่ี วกับโทษภัยของสำรเสพติด

54. ข้อใดกลำ่ วถึงรปู แบบกำรฟน้ื ฟผู ตู้ ิดสำรเสพตดิ แบบชุมชนบำบดั ไดถ้ กู ต้อง

ก. นำครอบครวั เข้ำมำมีส่วนรว่ มในกระบวนกำรบำบัดฟ้นื ฟู

ข. ใหผ้ ู้ติดสำรเสพติดมำรำยงำนตัวที่สำนกั งำนคมุ ประพฤตเิ ป็นประจำ

ค. ใหค้ วำมรู้เก่ียวกับโทษของสำรเสพตดิ ผเู้ สพจะได้ไมก่ ลบั ไปใช้สำรเสพติด

ง. สร้ำงชุมชนจำลองให้ผ้เู ลกิ สำรเสพติดอย่รู วมกัน เพอื่ ใหเ้ ปล่ยี นแปลงและพฒั นำตนเองได้

55. ข้อใดไมใ่ ชร่ ปู แบบกำรฟน้ื ฟูผู้ตดิ สำรเสพติด

ก. กำรบำบัดแบบจติ อำสำ ข. กำรบำบัดฟนื้ ฟแู บบจริ ำสำ

ค. กำรฟ้ืนฟผู ู้ติดสำรเสพตดิ แบบเข้มข้นทำงสำยใหม่

ง. กำรฟ้นื ฟูแบบผู้ปว่ ยนอกตำมรูปแบบกำย จติ สังคมบำบดั

56. ผปู้ กครองควรปอ้ งกนั ไมใ่ ห้คนในครอบครัวไปยงุ่ เกีย่ วกับส่งิ เสพตดิ อย่ำงไร

ก. ใหเ้ งนิ ใช้จ่ำยเทำ่ ทจี่ ำเป็น ข. เข้มงวดกวดขนั เมอ่ื เด็กทำผิด

ค. ไมอ่ นุญำตใหอ้ อกไปเทยี่ วลำพงั ง. เอำใจใสด่ ูแล ใหค้ วำมรกั ควำมอบอนุ่

57. ขอ้ ใดไม่ใชส่ ิ่งที่คำดหวังใหเ้ กิดประโยชนข์ องพระรำชบัญญตั ฟิ น้ื ฟูสมรรถภำพผูต้ ิดยำเสพตดิ พ.ศ. 2545

ก. ลดปญั หำอำชญำกรรม

ข. ชว่ ยลดปญั หำผู้ต้องโทษล้นเรอื นจำ

ค. ชว่ ยเพม่ิ งบประมำณในหน่วยงำนทีด่ ูแล

ง. ให้โอกำสผ้ตู ิดสำรเสพตดิ ไดก้ ลับตัวเปน็ คนดี

ติวสอบ.วชิ ำ สขุ ศึกษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง

58. บุคคลใดหลกี เล่ยี งพฤตกิ รรมเสี่ยงและสถำนกำรณเ์ ส่ียงต่ออันตรำยได้อย่ำงเหมำะสม

ก. หนง่ึ ชอบนดั เพ่อื นไปด่ืมสุรำในตกึ รำ้ ง

ข. หนุ่มไปเทย่ี วกับเพื่อนๆ เปน็ กลมุ่ ใหญ่เสมอ

ค. แกว้ ชอบไปเทย่ี วสถำนที่ที่มีคนเยอะๆ เพรำะทำให้รสู้ กึ คกึ คัก

ง. ก้อยคบเพื่อนท่ีมคี วำมประพฤตดิ แี ละอย่ใู นทำนองคลองธรรม

59. ทักษะชีวติ คอื อะไร

ก. กำรฝึกฝนทกุ อยำ่ งใหช้ ำนำญ

ข. กำรยอมทำตำมผู้อนื่ เพอื่ ใหไ้ ดร้ ับกำรยอมรบั

ค. ทักษะกำรใชช้ ีวิตอยูใ่ นสังคมไดอ้ ยำ่ งมีควำมสุข

ง. กำรเขำ้ ใจควำมเป็นไปของชีวิตมนษุ ย์ ตำมหลักพระพุทธศำสนำ

60. บุคคลทม่ี ที กั ษะชีวิตที่ดีจะเป็นอย่ำงไร

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงก. เป็นคนดี ข. เป็นคนเกง่

ค. เป็นคนท่มี คี นรกั มำก ง. เปน็ คนทีอ่ ยใู่ นสังคมอยำ่ งมีควำมสุข

................................................................................................................................................

เฉลยขอ้ สอบชดุ ที่ 2

1. ตอบ ก.เมอื่ เขำ้ สู่วัยรุน่ จะมกี ำรเปลีย่ นแปลงทำงท่เี ห็นได้ชดั เจนในเพศชำย เช่น มกี ล้ำมเนื้อแขง็ แรง ไหล่กว้ำง มีเสียง
หำ้ ว มขี นที่อวัยวะเพศ มีควำมสนใจเพศตรงขำ้ ม เปน็ ตน้ ส่วนในเพศหญงิ จะมหี นำ้ อก สะโพกผำย เสียงแหลมเลก็
รักสวยรกั งำม เป็นตน้

2. ตอบ ง .กำรฝันเปยี กเป็นกำรหลง่ั นำ้ อสจุ ใิ นขณะหลบั ส่วนหนงึ่ อำจเกดิ จำกกำรฝันเกี่ยวกับเรอ่ื งเพศ หรอื ฝันว่ำ
ปัสสำวะ ซึ่งไมม่ อี นั ตรำยตอ่ ร่ำงกำย เพรำะเปน็ กำรปรับตวั ของรำ่ งกำยที่แสดงออกถงึ ควำมตอ้ งกำรทำงเพศตำม
ธรรมชำติ และเปน็ กำรผอ่ นคลำยควำมตงึ เครียดของอำรมณ์ทำงเพศอีกด้วย

3. ตอบ ก. วยั รนุ่ หญิงท่ีมีวฒุ ภิ ำวะทำงเพศจะมีประจำเดอื น ซง่ึ จะมคี รง้ั แรกเมอ่ื อำยุประมำณ 12-13 ปี นบั เปน็ กำรบง่
บอกวำ่ มดลกู และชอ่ งคลอดเจริญเตบิ โตแลว้

4. ตอบ ค. ตอ่ มไร้ท่อทคี่ วบคุมกำรแสดงลักษณะควำมเปน็ เพศชำยและเพศหญิง คอื ตอ่ มเพศ ซึง่ ในเพศชำย คอื อัณฑะ
สว่ นในเพศหญงิ คอื รังไข่

5. ตอบ ก. เมือ่ เขำ้ สู่วยั รนุ่ จะมีกำรเปล่ียนแปลงทั้งทำงดำ้ นร่ำงกำย จติ ใจ อำรมณ์ สงั คม และสตปิ ญั ญำ ซึง่ วยั รุ่นควร
รู้จกั ยอมรบั และปรับตัวต่อกำรเปลีย่ นแปลงดงั กล่ำว โดยกำรรักษำสขุ ภำพกำยและจติ ใจใหส้ มบูรณ์แข็งแรง

6. ตอบ ง. มปี จั จยั หลำยดำ้ นที่มอี ทิ ธพิ ลตอ่ กำรเปลีย่ นแปลงทำงอำรมณข์ องวัยรนุ่ แตส่ ่ิงท่ีมีอทิ ธพิ ลมำกทสี่ ุด คอื กำร
ทำงำนของต่อมเพศ

7. ตอบ ข.กำรส่งเสริมพฒั นำกำรทำงดำ้ นอำรมณข์ องวัยรุ่นทำได้หลำยวิธี เช่น กำรพูดคุยกับบคุ คลในครอบครัว กำรรว่ ม
กิจกรรมกบั เพือ่ น เปน็ ต้น

ตวิ สอบ.วิชำ สขุ ศึกษำพลศึกษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง8. ตอบ ง. ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อพัฒนำกำรของวยั รุน่ ไดแ้ ก่ พนั ธกุ รรม สง่ิ แวดลอ้ ม และกำรอบรมเล้ยี งดู ซ่ึงอำหำรถือ
เป็นสิง่ แวดลอ้ มอย่ำงหน่ึงทมี่ ผี ลต่อพฒั นำกำรของวัยรนุ่ อยำ่ งมำก หำกได้รับอำหำรทไี่ ม่เพียงพอกับควำมต้องกำรของ
ร่ำงกำย ก็จะทำใหพ้ ฒั นำกำรผิดปกติ

9. ตอบ ง. พฤติกรรมทำงเพศ หมำยถึง กำรกระทำ หรือกำรปฏบิ ัติตนทเ่ี กย่ี วข้องกับเรือ่ งเพศ เชน่ กำรคบเพอ่ื นต่ำง
เพศในวัยเรียน กำรแสดงออกทำงเพศของบุคคล กำรมเี พศสมั พนั ธ์ เป็นตน้

10. ตอบ ก. คำ่ นยิ มทำงเพศในสงั คมไทย เชน่ กำรรักนวลสงวนตวั ไมช่ งิ สุกกอ่ นหำ่ ม ไมแ่ สดงออกเรอ่ื งเพศอยำ่ งเปดิ เผย
สภุ ำพบรุ ษุ ต้องให้เกียรติสุภำพสตรี เป็นต้น ซง่ึ กำรรกั นวลสงวนตวั ถอื เป็นค่ำนยิ มท่ีช่วยลดปญั หำพฤตกิ รรมทำงเพศได้ดี
ทีส่ ุด เนอ่ื งจำกช่วยปอ้ งกันกำรมีเพศสมั พนั ธ์กอ่ นวยั อนั ควร อันจะส่งผลใหเ้ กิดปญั หำด้ำนต่ำงๆ ตำมมำ

11.ตอบ ง. ปัจจบุ นั พบวำ่ มกี ำรขำยบรกิ ำรทำงเพศในเดก็ มำกข้ึน เนอ่ื งจำกคำ่ นิยมทำงเพศทเี่ ปล่ยี นแปลงไป โดยไดร้ ับ
อิทธพิ ลจำกวฒั นธรรมตะวันตกทีม่ ำลบเลอื นคำ่ นยิ มและวัฒนธรรมทดี่ งี ำมของไทย

12. ตอบ ค. ขนบธรรมเนียมประเพณเี ปน็ สง่ิ ทีด่ ี ซึ่งควรปฏบิ ัติตำม และกำรเรียนรู้เร่อื งกำรวำงตวั ต่อเพศตรงข้ำมเปน็ สงิ่
ทด่ี ีตอ่ ควำมสมั พันธ์ของชำยและหญงิ

13. ตอบ ข. สถำนกำรณ์ทเ่ี สยี่ งตอ่ กำรมีเพศสมั พันธ์ เช่น กำรไปเทีย่ วกบั เพ่อื นตำ่ งเพศสองต่อสอง กำรอยูล่ ำพงั สองใน
สถำนท่ลี ับตำคน กำรใช้สำรเสพตดิ หรอื เคร่อื งดม่ื แอลกอฮอล์ เป็นต้น

14. ตอบ ง. ปญั หำและผลกระทบรำ้ ยแรงท่ีสุดทเ่ี กิดจำกกำรมเี พศสมั พนั ธโ์ ดยไม่คำดคดิ คือ กำรตดิ โรคทำงเพศสมั พนั ธ์
และโรคเอดส์ ซึง่ จะสง่ ผลตอ่ สุขภำพของวัยรนุ่ เอง และส่งผลกระทบต่อทั้งครอบครวั และสังคม

15. ตอบ ข. กำรใชท้ ักษะกำรปฏเิ สธตอ่ พฤติกรรมเส่ยี งเปน็ กำรปอ้ งกนั กำรเกิดปัญหำกำรตงั้ ครรภท์ ี่ไม่พึงประสงค์ใน
วัยรุน่ หญิงได้ดี ซึ่งควรมีทกั ษะท่ถี ูกตอ้ งเพื่อเปน็ กำรแสดงควำมต้องกำรทชี่ ดั เจน และรกั ษำควำมสัมพันธอ์ ันดีระหว่ำง
บุคคลไวไ้ ด้

16. ตอบ ง. วยั รนุ่ ควรพยำยำมหลีกเลี่ยงสถำนกำรณท์ ีเ่ สย่ี งต่อกำรมีเพศสมั พันธ์ เชน่ กำรอยู่กันตำมลำพังกบั เพอ่ื นต่ำง
เพศ กำรใช้สำรเสพติด เป็นตน้ ซึง่ จะช่วยป้องกนั กำรมีเพศสัมพันธก์ อ่ นวยั อันสมควร

17. ตอบ ก. ปจั จบุ นั เพศชำยและเพศหญิงมคี วำมเสมอภำคทำงเพศกันมำกขน้ึ ภำยในกรอบทเ่ี หมำะสมของวฒั นธรรมท่ดี ี
งำมของสังคมไทย ดงั นนั้ จงึ ควรร้จู กั กำรวำงตวั ต่อเพศตรงข้ำม ซึ่งหลกั กำรวำงตวั ตอ่ เพศตรงข้ำมที่ถูกตอ้ ง คือ ตอ้ งให้
เกียรติซ่งึ กันและกนั มำกที่สดุ

18. ตอบ ข. วยั ร่นุ ควรรูจ้ ักกำรเลอื กคบเพ่อื นทงั้ เพศเดียวกัน และตำ่ งเพศ ซงึ่ กำรคบเพือ่ นต่ำงเพศควรรู้จักกำรวำงตวั ท่ี
เหมำะสม ไมอ่ ยตู่ ำมลำพังกับเพ่ือนตำ่ งเพศ และไม่ควรใหค้ วำมใกลช้ ดิ สนิทสนมมำกเกินไป

19. ตอบ ค. วยั รุ่นเป็นวัยท่เี ร่มิ มีควำมสนใจเพศตรงข้ำม เรมิ่ มีกำรคบหำกนั แบบค่รู กั ซ่ึงจะตอ้ งมกี ำรใหเ้ กยี รตซิ ึง่ กันและ
กนั คบครู่ กั ท่ลี ะคน และต้องมีควำมรบั ผดิ ชอบตอ่ กำรกระทำตำ่ งๆ ทีท่ ำร่วมกนั

20.ตอบ ข. กำรวง่ิ 5 นำที เป็นกำรทดสอบควำมอดทนของระบบไหลเวยี นโลหิตและควำมทนทำนของกล้ำมเน้ือ
ไมใ่ ช่ทดสอบควำมคล่องแคล่วว่องไว

ติวสอบ.วิชำ สขุ ศึกษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ต้น กศน.อำเภอชุมแสง

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง21. ตอบ ก. เปน็ กำรเคล่อื นไหวแบบอย่กู บั ทโี่ ดยใชเ้ วลำเป็นหลกั เช่น กำรวิดพืน้ จำก 3 นำที เพิ่มข้นึ เปน็ 5นำที
หรอื เปรยี บเทียบจำนวนคร้ังทว่ี ิดพ้นื ได้ตำมเวลำท่ีกำหนด นอกนัน้ เป็นกำรเคลือ่ นไหวแบบเคล่ือนท่ี

22. ตอบ ค. กำรออกกำลังกำยและเลน่ กีฬำนอกจำกจะชว่ ยเสริมสรำ้ งร่ำงกำยให้แข็งแรงสมบรู ณ์ ชว่ ยพัฒนำจิตใจให้
แจ่มใสแล้ว ยังช่วยส่งเสริมให้บุคคลมีควำมสำมำรถในกำรปรบั ตัวเองให้เขำ้ กับสังคมได้เปน็ อย่ำงดี เคำรพสิทธิผูอ้ ่ืน
เสียสละ มคี วำมป็นผู้นำและผตู้ ำมทด่ี ดี ว้ ย

23. ตอบ ง. วยั รุ่นช่วงอำยุ 12-17 ปี ควรออกกำลังกำยใหค้ รบทุกสว่ นของรำ่ งกำย โดยเนน้ สมรรถภำพของ
รำ่ งกำย และพัฒนำทกั ษะทำงกลไกให้มกี ำรทำงำนทสี่ มั พนั ธ์กัน เช่น ว่งิ บำสเกตบอล วอลเลยบ์ อล ว่ำยน้ำ เต้น
แอโรบกิ แบดมินตัน เปน็ ต้น

24. ตอบ ง. กอ่ นกำรเล่น ผู้เลน่ ควรแต่งกำยใหก้ ระชับ รัดกมุ โดยผ้ชู ำยควรสวมเสอ้ื ยืด กำงเกงขำสัน้ ชำยเสื้อ
ต้องอยใู่ นกำงเกงตลอดเวลำกำรเล่น สวมใสถ่ งุ เท้ำและรองเทำ้ พ้นื ยำง

25. ตอบ ค. กำรเตะลูกดว้ ยขำ้ งเท้ำดำ้ นใน บำงคนเรยี กวำ่ “ลูกหนำ้ เทำ้ หรอื ลูกแป” เป็นทำ่ พืน้ ฐำนทใ่ี ชม้ ำกที่สุด
สำมำรถเตะได้แม่นยำและฝกึ เตะได้งำ่ ย เหมำะสำหรบั กำรตง้ั ลูก พกั ลกู เดำะลูก หรือเตะสง่ ใหค้ ู่

26. ตอบ ก. กรีฑำประเภทลู่ คือกรฑี ำท่ตี ้องแข่งขนั บนทำงวง่ิ หรอื ลูว่ ่งิ ตลอดระยะทำง และใชก้ ำรวิ่งเปน็ สำคัญ
รวมถงึ ตัดสนิ แพช้ นะกันดว้ ยเวลำ ไดแ้ ก่ กำรวิ่งระยะส้ัน และกำรว่ิงผลัด

27. ตอบ ข. กอ่ นออกว่ิง นกั กรฑี ำจะต้องตัง้ ท่ำกอ่ นออกว่งิ ตำมควำมถนดั ของแตล่ ะคน เพอื่ ให้วิ่งไดเ้ ร็วท่สี ุด ซง่ึ
กำรต้งั ท่ำท่นี ิยมใชก้ ันมี 3 วิธี คอื แบบบนั ช์สตำรต์ แบบมีเดยี มสตำรต์ และแบบอลี องเกตเตทสตำรต์

28. ตอบ ก. กำรถือไม้คทำในกำรเรม่ิ ต้นกำรวงิ่ ผลัด ผู้เริม่ ตน้ ในกำรวิง่ คนแรกไม่ควรถอื คทำด้วยมือท่ีเหว่ียงไปขำ้ ง
หลังในก้ำวแรก เพรำะคทำอำจจะหลุดจำกมือไดง้ ่ำย เน่ืองจำกมอื ท่เี หวี่ยงไปข้ำงหลงั มีควำมแรงมำกกวำ่

29.ตอบ ง. ผูเ้ ขำ้ รว่ มกิจกรรมนันทนำกำรจะไดร้ ับประโยชน์ในกำรพัฒนำดำ้ นต่ำงๆ ทส่ี ำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ใน
ชวี ติ ประจำวันได้ เช่น ชว่ ยใหร้ จู้ กั และสนใจตวั เองดยี ิง่ ขน้ึ ช่วยสรำ้ งควำมรักและควำมสำมคั คีในครอบครัว ชมุ ชน
และสงั คม ชว่ ยฟนื้ ฟูร่ำงกำย จติ ใจ ยอมรับและรับรู้ตนเองมำกขึน้ เป็นต้น

30. ตอบ ง. แนวทำงกำรเลอื กใชบ้ ริกำรทำงสุขภำพจะต้องมีกำรประเมินภำวะสขุ ภำพของตนเอง ประเมนิ ขีด
ควำมสำมำรถของสถำนบริกำรสุขภำพ พจิ ำรณำปจั จยั แวดลอ้ มอื่นๆ และพิจำรณำหลักประกนั ด้ำนสขุ ภำพ ซงึ่ หำกเปน็
โรคมะเร็งกค็ วรไปพบแพทยแ์ ผนปจั จบุ ันทมี่ ีเครอื่ งมือทที่ นั สมยั เพอื่ จะไดร้ ักษำไดท้ นั ท่วงที

31. ตอบ ก. สถำนที่ทใ่ี ห้บรกิ ำรสำธำรณสขุ ประจำหมู่บำ้ นและตำบล ได้แก่ โรงพยำบำลสง่ เสรมิ สุขภำพ ศนู ย์สุขภำพชุมชน
สถำนีอนำมยั และศนู ยส์ ำธำรณสุขมูลฐำนชุมชน

32. ตอบ ค. หำกประชำชนมีกำรดแู ลรกั ษำสขุ ภำพรำ่ งกำยใหแ้ ขง็ แรงอยเู่ สมอ กจ็ ะไม่เจ็บป่วย ซ่ึงจะชว่ ยลดปัญหำเก่ียวกับ
กำรใชบ้ รกิ ำรทำงกำรแพทย์และกำรสำธำรณสขุ ได้

33. ตอบ ข. หลักในกำรเลอื กใช้เทคโนโลยีเกย่ี วกบั สขุ ภำพจะต้องมีกำรศกึ ษำข้อมูลเพ่ือให้เข้ำใจขน้ั ตอนและวิธีกำรใช้
เทคโนโลยตี ำ่ งๆ แลว้ ปฏบิ ตั ิตำมข้ันตอนโดยคำนงึ ถึงคุณค่ำ ผลต่อสขุ ภำพและควำมปลอดภยั เป็นหลกั

ตวิ สอบ.วชิ ำ สขุ ศึกษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ตน้ กศน.อำเภอชมุ แสง

34. ตอบ ก. กำรใช้เทคโนโลยอี ำจสง่ ผลตอ่ สุขภำพ เชน่ กำรใช้โทรศัพทม์ ือถือเปน็ เวลำนำน ทำใหป้ วดหู หรืออำจควำมจำ
เสอื่ ม ใช้คอมพวิ เตอร์นำนๆ ทำให้เกิดควำมเครยี ด เปน็ ตน้

35. ตอบ ค. กำรใช้เลเซอร์ในกำรผ่ำตัดเป็นกำรใชเ้ ทคโนโลยที ำงกำรแพทย์ ซึง่ ชว่ ยใหก้ ำรผ่ำตัดทำได้งำ่ ยขึ้น บำดแผล
จำกกำรผำ่ ตัดมีขนำดเลก็ เสยี เลือดน้อย และใชเ้ วลำกำรฟกั ฟื้นสั้นกว่ำกำรผ่ำตดั ทวั่ ไป

36. ตอบ ง. ควำมเจรญิ ก้ำวหน้ำทำงกำรแพทย์มีผลตอ่ สขุ ภำพ เชน่ กำรนำนวัตกรรมมำประดษิ ฐ์เคร่ืองมือเครื่องใช้ต่ำงๆ
ในกำรรกั ษำโรค กำรคิดค้นหำวธิ กี ำรใหมๆ่ ในกำรรกั ษำโรค เปน็ ตน้

37. ตอบ ก. อำกำรเร่ิมแรกของผู้ที่มปี ญั หำสขุ ภำพจิต คือ จะมคี วำมเครยี ด ดังนัน้ หำกเกดิ ควำมเครยี ดจึงควรหำวิธฝีกำร
ผอ่ นคลำยอำรมณ์ ซงึ่ อำจทำกจิ กรรมที่ชื่นชอบ ดูหนัง ฟงั เพลง เปน็ ต้น

38. ตอบ ค. สขุ ภำพจติ จะเกีย่ วข้องกบั กำรปรบั ตัวในสังคม หำกมสี ขุ ภำพจติ ดกี ็จะสำมำรถปรบั ตวั ใหอ้ ยใู่ นสังคมไดอ้ ยำ่ งมี
ควำมสุข

39. ตอบ ง จำกทกี่ ลำ่ ววำ่ ภำวะสขุ ภำพจติ ของบคุ คลเป็นผลมำจำกสภำวะทำงสังคม ซึง่ หำกอยูใ่ นสังคมท่ีมีควำมเครยี ด
รีบเร่ง แกง่ แยง่ ชิงดีชิงเด่นกนั ก็จะทำใหบ้ ุคคลในสังคมมสี ุขภำพจิตไม่ดี และอำจเปน็ โรคประสำทได้

40. ตอบ ง. กำรประเมนิ ภำวะสขุ ภำพกำยและสขุ ภำพจิตทำได้ 2 วธิ ี ได้แก่ กำรประเมินดว้ ยตนเอง และกำรประเมนิ จำก
บุคลำกรทำงกำรแพทยห์ รอื สำธำรณสุข

41. ตอบ ข. หำกมีกำรดำเนินชวี ิตด้วยควำมเร่งรบี จะทำให้เกิดควำมเครยี ด ซงึ่ จะส่งผลให้มีสุขภำพจติ ไมด่ ี

42. ตอบ ข. ผูท้ ม่ี คี วำมเครยี ดจะมีอำกำรหลำยอยำ่ ง เชน่ ปวดศรี ษะ ใจส่ัน ซึมเศร้ำ โมโหงำ่ ย นอนไมห่ ลับ

43. ตอบ ข. วิธีกำรจัดกำรกบั อำรมณ์และควำมเครยี ดท่ีดที ส่ี ดุ คือ กำรรูจ้ กั ผอ่ นคลำยควำมเครียด โดยอำจพกั ผ่อน นอน
ออกกำลังกำย หรือกำรฝกึ สมำธิ

44. ตอบ ค. เมอ่ื รู้สกึ เครยี ดควรพดู คยุ ระบำยปญั หำตำ่ งๆ กบั บุคคลใกล้ชดิ หรอื บุคคลท่ีเรำไวว้ ำงใจ อำจเปน็ พอ่ แม่ ครู
เพือ่ น ซงึ่ จะเปน็ วธิ ีชว่ ยผอ่ นคลำยควำมตึงเครยี ดได้

45. ตอบ ก. กำรจัดกำรกบั อำรมณ์และควำมเครยี ดทำได้หลำยวธิ ี เช่น กำรรจู้ ักจัดสรรเวลำ วำงแผนกำรทำงำน กำร
ออกกำลงั กำย ทำงำนอดิเรก เป็นต้น แตไ่ มค่ วรใชย้ ำกล่มประสำท เพรำะอำจมผี ลขำ้ งเคียงตอ่ ระบบประสำทได้

46. ตอบ ง. กำรทดสอบสมรรถภำพทำงกำยจะทำใหท้ รำบข้อดีและขอ้ บกพรอ่ งของสมรรถภำพทำงกำยของตนเอง
ตรวจสอบควำมแข็งแรงและควำมพรอ้ มของรำ่ งกำย และยงั ชว่ ยลดกำรบำดเจ็บท่ีอำจเกิดขณะออกกำลงั กำยด้วย

47. ตอบ ก. ผทู้ มี่ สี มรรถภำพทำงกำยดจี ะสำมำรถทำงำนได้อย่ำงมปี ระสทิ ธิภำพและประสิทธิผล ประกอบกจิ กรรมใน
ชีวติ ประจำวันได้อยำ่ งกระฉับกระเฉง เหน่อื ยชำ้ และหำยเหนอื่ ยเร็ว

48. ตอบ ก. สมรรถภำพทำงกำยดำ้ นควำมอดทน หมำยถึง ควำมสำมำรถของรำ่ งกำยท่ปี ระกอบกจิ กรรมซ้ำๆ ได้เป็น
เวลำนำนอย่ำงมีประสิทธภิ ำพ ซึ่งมีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวนั มำก เน่อื งจำกในแต่ละวนั เรำต้องทำกจิ กรรมตำ่ งๆ
มำกมำยทต่ี อ้ งใชค้ วำมอดทดของรำ่ งกำย เช่น กำรเดนิ ทำง กำรทำงำน เปน็ ต้น
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ตวิ สอบ.วิชำ สขุ ศึกษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดบั ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง

49. ตอบ ข. กำรทดสอบโดยกำรน่งั งอตัวเปน็ กำรทดสอบควำมอ่อนตัว ซึ่งหมำยถงึ ควำมสำมำรถของกลำ้ มเนื้อ เอน็
และข้อต่อในกำรที่จะเคลือ่ นไหวด้วยมมุ ทีก่ ว้ำงหรือไกลท่ีสุด

50. ตอบ ง. หำกมีเพื่อนตดิ สำรเสพติด นักเรยี นควรแนะนำใหเ้ พอ่ื นเลิกสำรเสพตดิ และเขำ้ รบั กำรบำบัด ซง่ึ ปจั จบุ ันมี
หน่วยงำนที่ใหก้ ำรบำบัดฟืน้ ฟูผตู้ ิดสำรเสพตดิ อยู่ทวั่ ประเทศ โดยสำมำรถเข้ำรับกำรบำบัดได้โดยไมเ่ สยี ค่ำใช้จ่ำย

51. ตอบ ข. หำกถูกหลอกใหเ้ สพสำรเสพตดิ ควรรบี ปรึกษำพอ่ แมท่ นั ที เพอ่ื จะหำแนวทำงป้องกนั ตนเองและหลีกเลีย่ ง
จำกสถำนกำรณน์ ้ันๆ

52. ตอบ ง. ปจั จัยสำคัญท่ีสุดท่จี ะทำใหก้ ำรบำบดั ฟืน้ ฟผู ตู้ ิดสำรเสพตดิ ประสบควำมสำเรจ็ คอื ควำมพร้อมของผทู้ ี่จะรับ
กำรบำบัด ซ่งึ จะต้องมีควำมมุ่งมนั่ แนว่ แนท่ ี่จะเลิกสำรเสพตดิ ให้ได้

53. ตอบ ค. ปจั จบุ นั วัยรนุ่ ตดิ สำรเสพตดิ มำกขน้ึ ทง้ั ๆ ทีม่ ีกำรใหก้ ำรศึกษำเก่ียวกับสำรเสพตดิ โทษและผลตอ่ รำ่ งกำย
แต่เน่ืองจำกวัยรนุ่ ยังขำดควำมตระหนกั ในโทษของสำรเสพตดิ ซงึ่ คิดว่ำลองเสพสำรเสพตดิ คงไมเ่ ป็นไร แต่ในควำมเปน็
จริงแลว้ สำรเสพตดิ นน้ั มโี ทษมหนั ต์

54. ตอบ ง. กำรฟื้นฟูผตู้ ดิ สำรเสพติดแบบชุมชนบำบดั เป็นกำรสรำ้ งชุมชนจำลองใหผ้ เู้ ลิกสำรเสพตดิ มำอยรู่ ่วมกัน เพ่อื ให้
เกดิ กำรเปล่ียนแปลงและพัฒนำตนเอง โดยมกี ำรเรยี ร้ปู ระสบกำรณ์ซง่ึ กันและกัน

55. ตอบ ก. กำรฟืน้ ฟูผูต้ ิดสำรเสพตดิ มหี ลำกหลำย ได้แก่ กำรฟน้ื ฟผู ูต้ ดิ สำรเสพติดแบบเข้มข้นทำงสำยใหม่ กำรฟ้นื ฟู
แบบผู้ปว่ ยนอกตำมรปู แบบกำย จิต สงั คมบำบดั และกำรบำบัดฟ้นื ฟูผูต้ ดิ สำรเสพติดแบบจิรำสำ

56. ตอบ ง. ครอบครัวมสี ว่ นช่วยป้องกนั ไมใ่ หค้ นในครอบครวั เข้ำไปยุ่งเกยี่ วกับสำรเสพตดิ โดยกำรเอำใจใส่ดแู ล และ
สรำ้ งควำมอบอุน่ ในครอบครวั

57. ตอบ ค. พระรำชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภำพผ้ตู ิดสำรเสพตดิ พ.ศ. 2545 คำดหวังให้เกดิ ประโยชนใ์ นดำ้ นกำรใหโ้ อกำส
ผตู้ ิดสำรเสพติดไดก้ ลบั ตัว ลดกำรสูญเสียทรพั ยำกรมนษุ ย์ ชว่ ยให้ผตู้ ดิ สำรเสพตดิ ไมต่ อ้ งมปี ระวตั ดิ ำ่ งพร้อย ลดปัญหำ
อำชญำกรรมและผตู้ ้องโทษลน้ เรอื นจำ

58. ตอบ ง. กำรหลีกเลีย่ งพฤตกิ รรมเสีย่ งและสถำนกำรณเ์ สยี่ งต่ออันตรำย จะชว่ ยใหเ้ กดิ ควำมปลอดภัยต่อรำ่ งกำย ซงึ่
ปฏบิ ตั ไิ ดห้ ลำยแนวทำง เชน่ ตระหนักถงึ อนั ตรำยตอ่ พฤติกรรมเส่ียงและสถำนกำรณเ์ ส่ยี ง กำรเลือกคบเพื่อนท่ีมคี วำม
ประพฤติดี หมนั่ ตดิ ตำมข่ำวสำรทีเ่ กยี่ วข้องกบั อันตรำยจำกสอ่ื ต่ำงๆ เป็นตน้

59. ตอบ ค. ทกั ษะชีวติ เป็นคุณลักษณะหรือควำมสำมำรถทำงสติปัญญำของแต่ละบคุ คลที่พงึ มแี ละสำมำรถจะนำมำใช้
ในยำมท่ีต้องเผชญิ กับสถำนกำรณต์ ่ำงๆ ท่เี กิดข้นึ ในชวี ติ ประจำวันไดอ้ ย่ำงมีประสทิ ธภิ ำพ และมคี วำมสขุ

60. ตอบ ง. บุคคลท่ีมีทักษะชีวติ ท่ีดจี ะสำมำรถปรบั ตวั ให้อย่ใู นสังคมได้อย่ำงมีควำมสุข

ข้อมูลอำ้ งองิ (youtube)
https://www.youtube.com/watch?v=8b9dF7lkjoQ
https://www.youtube.com/watch?v=FbOhPn0T7Lo&t=76s
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

ติวสอบ.วชิ ำ สขุ ศึกษำพลศกึ ษำ *
ชนกนาถ สนั ตสิ กลุ

ระดับ ม.ตน้ กศน.อำเภอชุมแสง


Click to View FlipBook Version