The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กศน.อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ได้จัดทำสรุปเนื้อหาและข้อสอบพร้อมเฉลยในรายวิชาสังคมศึกษา สค31001

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cs.nfe64, 2021-08-05 02:18:03

สังคมศึกษา สค31001

กศน.อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ได้จัดทำสรุปเนื้อหาและข้อสอบพร้อมเฉลยในรายวิชาสังคมศึกษา สค31001

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง บทท่ี 1
สภาพภมู ศิ าสตรกายภาพ

สภาพแวดลอมทางกายภาพของประเทศไทย
ประเทศไทยตั้งอยูในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตและมีท่ตี ัง้ อยูบริเวณตอนกลางของคาบสมุทรอนิ

โดจนี จากการท่ปี ระเทศไทยมที ่ตี งั้ เปนคาบสมทุ ร จึงไดรบั อทิ ธิพลจากทะเลอนั ดามันและทะเลจีนใต ภาย
ในแผนดินมีลกั ษณะภมู ิประเทศแตกตางกันไปตามภาค เชน ที่ราบภูเขาชายทะเล และจากการมีท่ตี ้ังในเขต
ภมู ิอากาศแบบรอนชืน้ มลี มมรสมุ พัดผาน จงึ ทําใหมีพืชพรรณธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมหลากหลายเอื้อตอการ
ตัง้ ถ่ินฐานและการดาํ รงชีวติ ของมนุษย
ประเทศไทย แบงเปน 6 ภาค

1. ภาคเหนือ
2. ภาคกลาง
3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
4. ภาคตะวันตก
5. ภาคตะวนั ออก
6. ภาคใต
ประเทศไทยมลี กั ษณะภูมปิ ระเทศ ภูมิอากาศและพืชพนั ธุธรรมชาติตามลกั ษณะของภมู ิภาค
หรือทองถนิ่ สามารถจาํ แนกลักษณะภมู ิประเทศออกเปน 6 เขต ดังนี้
1. ทิวเขาและหบุ เขาภาคเหนือ
2. ที่ราบลุมน้ำภาคกลาง
3. ท่ีราบสงู ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
4. ทิวเขาภาคตะวนั ตก
5. ชายฝงภาคตะวันออก
6. คาบสมุทรภาคใต
ลักษณะภูมิอากาศ
- ความรอน
- ความหนาว
- ความชุมชืน้
- ความแหงแลง
สภาพแวดลอมทางกายภาพของทวีปเอเชยี
ทวีปเอเชีย เปนดนิ แดนที่อยูทางซกี โลกตะวนั ออกและไดช่ือวาเปนทวีปทีม่ ีสง่ิ ตรงกนั ขามและส่งิ ทเ่ี ป
นทสี่ ดุ ของโลกอยูหลาย ๆ อยาง เชน เปนทวปี ที่มขี นาดใหญทสี่ ุดคอื มีเน้อื ท่ีประมาณ 44,648,953 ตาราง
กิโลเมตร และมีพนื้ ที่สงู ทสี่ ดุ ในโลก คือ ยอดเขาเอเวอเรสต ซ่งึ มีความสูงประมาณ 8,850 เมตรหรือ 29,028
ฟตุ มที องทะเลท่ีลกึ ทีส่ ดุ อยูในมหาสมุทรแปซิฟก และยงั เปนทวีปทม่ี ปี ระชากรมากทีส่ ุดในโลกอีกดวย

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงอาณาเขตตดิ ตอ ทวปี เอเชียมีอาณาเขตติดตอ ดังน้ี
ทศิ เหนอื ติดตอกบั มหาสมุทรอารกติก
ทศิ ใต ตดิ ตอกับมหาสมุทรอินเดีย
ทิศตะวนั ออก ติดตอกับมหาสมทุ รแปซิฟก ในเขตทะเลแบริง
ทิศตะวนั ตก ตดิ ตอกับทะเลแดง คลองสุเอซ

ลักษณะภูมิประเทศ
ทวปี เอเชยี มลี ักษณะภูมปิ ระเทศแตกตางกันมาก โดยในสวนทีเ่ ปนภาคพื้นทวีปแบง

ออกเปนเขตตาง ๆ ได 6 เขต ดังน้ี
1. เขตทร่ี าบต่ําตอนเหนือ
2. เขตที่ราบลุมแมน้ำ
3. เขตเทือกเขาสงู เปนเขตเทือกเขาหินใหมตอนกลาง
4. เขตทีร่ าบสูงตอนกลางทวีป
5. เขตทรี่ าบสงู ตอนใตและตะวนั ตกเฉียงใต
6. เขตหมเู กาะภูเขาไฟ

ลักษณะภูมิอากาศของทวีปเอเชีย สามารถแบงเขตภูมิอากาศได 10 เขตดังนี้
1. ภมู ิอากาศแบบรอนชืน้ หรือแบบปาดบิ ชน้ื
2. ภมู ิอากาศแบบมรสุมเขตรอนหรือรอนช้ืนแถบมรสุม
3. ภูมอิ ากาศแบบทุงหญาสะวันนาหรือทุงหญาเมอื ง
4. ภูมอิ ากาศแบบอบอุนช้ืนมีลักษณะคลายเขตภมู ิอากาศแบบเมดเิ ตอรเรเนียน
5. ภูมิอากาศแบบอบอุนชน้ื ภาคพน้ื ทวีป
6. ภูมิอากาศแบบเมดิเตอรเรเนยี น
7. ภมู ิอากาศแบบช้นื ภาคพ้ืนทวปี
8. ภูมอิ ากาศแบบทะเลทรายเขตรอน
9. ภูมิอากาศแบบขัว้ โลกหรอื แบบทุนดรา
10. ภมู อิ ากาศแบบท่สี ูง

สภาพแวดลอมทางกายภาพทวปี ยโุ รป
ขนาดทีต่ ั้งและอาณาเขตตดิ ตอ

ทศิ เหนือ ตดิ ตอกบั มหาสมุทรอารกติกและข้ัวโลกเหนอื
ทิศใต ตดิ ตอกับทะเลเมดิเตอรเรเนยี น จุดใตสุดอยทู เี่ กาะครีต ประเทศกรีช
ทิศตะวนั ออก ตดิ ตอกบั ทวปี เอเชีย โดยมีเทอื กเขาอรู าลเปนแนวเขตแบงทวปี
ทิศตะวันตก ติดตอกับมหาสมุทรแอตแลนติก

ลกั ษณะภมู ิประเทศ แบงออกเปน 4 เขต ไดแก

1. เขตเทือกเขาตอนเหนือ

2. เขตท่ีราบสูงตอนกลาง

3. เขตทร่ี าบตอนกลาง

4. เขตเทอื กเขาตอนใต

แมน้ำท่สี ําคญั ในทวปี ยโุ รป มีดังนี้

- แมนำ้ โวลกา

- แมน้ำดานบู

- แมน้ำไรน

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงลักษณะภูมิอากาศของทวปี ยโุ รป สามารถแบงเขตภูมอิ ากาศได 7 เขต ดังน้ี

1. ภมู ิอากาศแบบทะเลเมดเิ ตอรเรเนยี น

2. ภมู อิ ากาศแบบทุงหญากึง่ ทะเลทราย

3. ภูมิอากาศแบบพืน้ สมทุ ร

4. ภูมิอากาศแบบอบอุนช้ืน

5. ภูมิอากาศแบบอบอุนชน้ื ภาคพ้นื ทวปี

6. ภูมิอากาศแบบไทกา

7. ภมู อิ ากาศแบบข้ัวโลกหรอื ภูมอิ ากาศแบบทุนดรา

ลกั ษณะเศรษฐกิจ และสภาพแวดลอมทางสังคมวัฒนธรรมในทวปี ยุโรป มคี วามเจรญิ ทั้งในดาน

เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม โดยมเี กษตรกรรมและอุตสาหกรรม ดงั นี้

- การทําเกษตรกรรม - การปาไม

- การประมง - การเหมืองแร

- การอุตสาหกรรม

ประวัตศิ าสตร แบงได 3 สมัยคอื

1. สมยั โบราณ

2. กรกี

3. โรมัน

สภาพแวดลอมทางกายภาพทวีปอเมรกิ าใต

ทวีปอเมริกาใตเปนทวปี ทใี่ หญเปนอนั ดบั 4 ของโลก รองจากทวีปเอเชยี ทวปี แอฟริกาและทวีป

อเมริกาเหนอื อาณาเขตติดตอทศิ เหนือ ติดตอกับทวีปอเมริกาเหนือทิศใต ตดิ ตอกับทวปี แอนตารกตกิ า มชี อง

แคบเดรกเปนเสนกั้นเขตแดนทศิ ตะวนั ออก ติดตอกับมหาสมุทรแอตแลนตกิ จดุ ตะวนั ออกสุดอยูท่ีแหลมโคเคอ

รูสในประเทศบราซิลทิศตะวันตก ติดตอกับมหาสมทุ รแปซิฟก จุดตะวันตกสดุ อยูที่แหลมปารีนเยสในประเทศ

เปรู

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงลักษณะภมู ิประเทศของทวปี อเมริกาใต สามารถแบงออกได 3 ลักษณะดังนี้
1. เขตเทือกเขาตะวันตก ไดแก บริเวณเทอื กเขาแอนดสี
2. เขตทรี่ าบสูงตะวันออก
3. เขตทร่ี าบลุมแมนำ้ อยูบรเิ วณตอนกลางของทวปี เปนทร่ี าบดินตะกอนท่ีมคี วามอุดมสมบรู ณ

และกวาง
ลักษณะภมู ิอากาศ ปจจยั ทม่ี ีอิทธิพลตอภูมิอากาศของทวีปอเมรกิ าใต

1. ละตจิ ดู พน้ื ท่ีสวนใหญของทวปี ครอบคลุมเขตอากาศรอน และประมาณ 1 ใน 3
ของพืน้ ที่เปนอากาศ

2. ลมประจํา ไดแก
2.1 ลมสินคาตะวันออกเฉียงเหนอื
2.2 ลมสนิ คาตะวันออกเฉยี งใต
2.3 ลมตะวนั ตกเฉยี งเหนอื
3. ทศิ ทางของเทอื กเขา ทวปี อเมริกาใตมีเทอื กเขาสูงอยูทางตะวนั ตกของทวปี
4. กระแสน้ำ 3 สายทสี่ ําคัญ คือ
4.1 กระแสนำ้ อนุ บราซลิ ไหลเลียบชายฝงของประเทศบราซลิ
4.2 กระแสน้ำเย็นฟอลกแลนดไหลเลยี บชายฝงประเทศอารเจนตินา
4.3 กระแสนำ้ เย็นเปรู (ฮัมโบลด) ไหลเลยี บชายฝงประเทศเปรแู ละชลิ ี
เขตภูมิอากาศ แบงออกไดเปน 8 เขต ดังน้ี
1. ภมู ิอากาศแบบปาดิบชื้น ไดแก บรเิ วณทีร่ าบลุมแมน้ำแอมะซอน
2. ภมู ิอากาศแบบทุงหญาเขตรอน ไดแก บรเิ วณตอนเหนอื และใตของลุมแมน้ำแอมะซอน
3. ภูมิอากาศแบบทะเลทราย ไดแก ภาคใตของเปรแู ละภาคเหนอื ของชิลีเปนบริเวณทีร่ อนและ
แหงแลงมาก
4. ภูมิอากาศแบบทุงหญาก่งึ ทะเลทราย ไดแก ทางตะวันออกของประเทศอารเจนตนิ าจนถงึ ที่ราบสูง
ปาตาโกเนีย
5. ภูมิอากาศแบบเมดิเตอรเิ รเนีย ไดแก บรเิ วณชายฝงมหาสมุทรแปซิฟก
6. ภมู ิอากาศแบบอบอุนชื้น ไดแก บริเวณตะวนั ตกเฉียงใตของทวปี
7. ภมู ิอากาศแบบภาคพน้ื สมุทร ไดแก บรเิ วณชายฝงทะเลอากาศหนาวจดั
8. ภูมิอากาศแบบทส่ี ูง ไดแก บริเวณเทอื กเขาแอนดีส
ลกั ษณะเศรษฐกจิ และสภาพแวดลอมทางสังคมวัฒนธรรม
- การทําเกษตรกรรม
- การเลย้ี งสตั ว
- การประมง
- การปาไม

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง- การทาํ เหมืองแร
- อตุ สาหกรรม
สภาพแวดลอมทางกายภาพทวปี อเมรกิ าเหนอื
ทวีปอเมริกาเหนือ เปนทวีปที่มีขนาดกวางใหญ โดยมีขนาดใหญเปนอนั ดบั ที่ 3 ของโลกรองจากทวปี
เอเชียและทวีปแอฟรกิ ามีพืน้ ท่ีประมาณ 24 ลานตารางกิ โลเมตร รปู รางของทวีปอเมรกิ าเหนือมีลกั ษณะ
คลายสามเหลย่ี มหัวกลับ มฐี านกวางอยูทางทิศเหนือ สวนยอดสามเหล่ยี มอยูทางทศิ ใต
อาณาเขตติดตอ
ทิศเหนอื ติดตอกบั ทะเลโบฟอรตมหาสมุทรอารกติกและข้ัวโลกเหนือ
ทศิ ใต ตดิ ตอกับทวีปอเมริกาใต (มีคลองปานามาเปนเสนแบงทวปี )
ทิศตะวันออก ตดิ ตอกับมหาสมุทรแอตแลนติก จดุ ตะวันออกสดุ ของทวีปอยูทค่ี าบสมุทรลาบราดอร
ประเทศแคนาดา
ทศิ ตะวนั ตก ตดิ ตอกับมหาสมุทรแปซิฟก จดุ ตะวันตกสุดของทวปี อยูท่แี หลมปรนิ ซออฟเวล รฐั อะลา
สกา ประเทศสหรฐั อเมรกิ า
ลกั ษณะภูมิประเทศของทวปี อเมริกาเหนือ สามารถแบงออกได 3 ลกั ษณะ ไดแก
1. เขตเทือกเขาภาคตะวนั ออกเริม่ ต้งั แตเกาะนิวฟนดแลนดทางตะวนั ออกเฉยี งเหนือของแคนาดา
จนถงึ ตะวันออกเฉยี งใตของสหรฐั อเมรกิ า
2. เขตเทอื กเขาสงู ภาคตะวันตก ไดแก พ้นื ทีช่ ายฝงตะวนั ตกดานมหาสมุทรแปซิฟกต้ังแตเทือกเขา
ตอนเหนอื สดุ บริเวณชองแคบแบริง ทอดตัวยาวทางใตของทวปี
3. เขตที่ราบภาคกลาง เปนท่ีราบขนาดกวางใหญ อยูระหวางเทอื กเขาตะวนั ออกและตะวันตก เร่ิมตั้ง
แตชายฝงมหาสมทุ รอารตกิ จนถงึ ชายฝงอาวเม็กซิโก
แมน้ำทสี่ ําคัญในทวีปอเมริกาเหนือ มดี ังนี้
- แมน้ำมิสซสิ ซปิ ป
- แมน้ำเซนตลอวเรนซ
- แมนำ้ รโิ อแกรนด
ลักษณะภูมิอากาศ ปจจยั ที่มีอทิ ธพิ ลตอภูมอิ ากาศของทวีปอเมรกิ าเหนอื
1. ละตจิ ดู ทวีปอเมริกาเหนือตั้งอยูระหวางละตจิ ดู 7 องศา 15 ลปิ ดาเหนือ ถงึ 83 องศา 38 ลิปดา
เหนอื ใกลขว้ั โลกเหนอื จึงทาํ ใหมีเขตภมู ิอากาศทกุ ประเภทตง้ั แตอากาศรอนไปจนถึงอากาศหนาวเยน็ แบบขั้ว
โลก
2. ลมประจาํ ลมประจาํ ที่พัดผานทวปี อเมรกิ าเหนอื มีความแตกตางกนั ตามชวงละติจูด
3. ความใกล ไกลทะเล จากลักษณะรปู รางของทวปี อเมริกาเหนือ ซง่ึ ตอนบนจะกวางใหญ และคอยๆ
เรียวแคบลงมาทางตอนใต ทําใหตอนบนของทวีปไดรบั อทิ ธิพลจากมหาสมุทรนอย ทาํ ใหพน้ื ทต่ี อนบนมี
อากาศคอนขางแหงแลง
4. ทศิ ทางของเทอื กเขา ทิศทางการวางตัวของเทือกเขาในทวีปอเมรกิ าเหนือเปนสวน

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงสาํ คญั ในการทําใหพ้นื ท่ที างตอนใตของทวปี มอี ากาศคอนขางแหงแลง
5. กระแสนำ้ ทวปี อเมริกาเหนือมีกระแสนำ้ 4 สาย
- กระแสน้ำอนุ กัลฟสตรีม
- กระแสน้ำเย็นแลบราดอร
- กระแสน้ำอนุ อลาสกา
- กระแสน้ำเยน็ แคลิฟอรเนยี

เขตภมู ิอากาศ แบงออกไดเปน 12 เขต ไดแก
1. ภมู ิอากาศแบบรอนช้นื
2. ภูมอิ ากาศแบบทะเลทราย
3. ภมู อิ ากาศแบบทุงหญาเขตรอน
4. ภูมิอากาศแบบทุงหญาก่ึงทะเลทราย
5. ภูมอิ ากาศแบบเมดเิ ตอรเรเนียน
6. ภูมอิ ากาศแบบอบอุนชนื้
7. ภมู อิ ากาศแบบภาคพ้ืนสมุทรชายฝงตะวันตก
8. ภูมิอากาศแบบช้ืนภาคพ้ืนทวีป
9. ภมู ิอากาศแบบไทกา
10. ภมู ิอากาศแบบทุนดรา
11. ภมู ิอากาศแบบขว้ั โลก
12. ภมู ิอากาศแบบบริเวณภเู ขาสงู

สภาพแวดลอมทางกายภาพของทวีปออสเตรเลยี และโอเซยี เนีย
อาณาเขตติดตอ

ทิศเหนอื ติดตอกบั ทะเลเมดิเตอรเรเนียนในมหาสมทุ รแปซิฟก
ทิศตะวันออก ติดตอกับทะเลคอรลั และทะเลแทสมนั ในมหาสมทุ รแปซิฟก
ทศิ ใต ตดิ ตอกับมหาสมทุ รอินเดยี
ทิศตะวันตก ตดิ ตอกบั มหาสมุทรอินเดยี
ลักษณะภมู ิอากาศของทวีปออสเตรเลียและโอเซียเนีย แบงเขตภมู อิ ากาศเป 6 ประเภท คอื
1. ภมู ิอากาศทุงหญาเขตรอน
2. ภมู ิอากาศทุงหญากึง่ ทะเลทราย
3. ภูมอิ ากาศทะเลทราย
4. ภมู อิ ากาศเมดิเตอรเรเนยี น
5. ภูมิอากาศอบอุนชนื้
6. ภูมิอากาศภาคพืน้ สมุทรชายฝงตะวนั ตก

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงสาเหตุ และลักษณะการเกดิ ปรากฏการณทางธรรมชาตทิ ่สี าํ คัญและการปองกันอนั ตรายปรากฏการณ
ทางธรรมชาตทิ ส่ี ําคญั มีดงั นี้

1. พายุ
2. นำ้ ทวม
3. แผนดินไหว
4. ปรากฏการณเรือนกระจก
5. ภาวะโลกรอน
6. ภเู ขาไฟระเบิด
วธิ กี ารปองกันอันตรายเม่ือเกิดปรากฏการณทางธรรมชาติ
1. ตดิ ตามสภาวะอากาศฟงคําเตือนจากกรมอุตนุ ยิ มวิทยาสมํ่าเสมอ
2. สอบถามแจงสภาวะอากาศรอนแกกรมอุตนุ ิยมวทิ ยา
3. ฝกซอมการปองกันภยั พบิ ัติเตรียมพรอมรบั มือ และวางแผนอพยพหากจําเปน
4. เตรยี มพรอมอพยพเมือ่ ไดรับแจงใหอพยพ
การปองกนั น้ำทวมปฏบิ ัติได ดังน้ี
1. ตดิ ตามสภาวะอากาศฟงคําเตอื นจากกรมอตุ ุนิยมวิทยา
2. ฝกซอมการปองกนั ภยั พบิ ัตเิ ตรียมพรอมรบั มือ และวางแผนอพยพหากจําเปน
3. เตรยี มนำ้ ด่มื เคร่ืองอปุ โภค บริโภค ไฟฉาย แบตเตอร่ี วิทยกุ ระเปาหิ้วเพื่อติดตามขาวสาร
4. ซอมแซมอาคารใหแขง็ แรงเตรยี มปองกนั ภยั ใหสตั วเล้ยี งและพืชผลการเกษตร
5. เตรียมพรอมเสมอเม่ือไดรับแจงใหอพยพไปที่สูง เม่ืออยูในพื้นทีเ่ สีย่ งภยั และฝนตกหนักตอเนื่อง
6. ไมลงเลนน้ำ ไมขับรถผานนำ้ หลากเมือ่ อยูบนถนนถาอยูใกลนำ้ เตรยี มเรือเพื่อการคมนาคม
การปฏบิ ัตปิ องกนั ตัวเองจากการเกดิ แผนดนิ ไหว
1. ควรมไี ฟฉายพรอมถานไฟฉายและกระเปายาเตรยี มไวในบาน
2. ศกึ ษาการปฐมพยาบาลเบื้องตน
3. ควรมีเครือ่ งมอื ดบั เพลิงไวในบาน เชน เครอื่ งดับเพลิง ถุงทราย เปนตน
4. ควรทราบตําแหนงของวาลวปดน้ำ วาลวปดกาซ สะพานไฟฟาสาํ หรบั ตดั กระแสไฟฟา
มาตรการปองกันผลกระทบจากการเกิดปรากฎการณเรือนกระจก
1. สงเสริมการสงวนและการใชพลังงานอยางมีประสิทธิภาพสงู สุด
2. หามาตรการในการลดปรมิ าณคารบอนไดออกไซด
3. เลิกการผลิตและการใชคลอโรฟลอู อโรคารบอน
4. หนั มาใชเชือ้ เพลงิ ที่กอใหเกดิ คารบอนไดออกไซด ในปริมาณท่ีนอย
5. การวิจยั เกีย่ วกับแหลงพลังงานทดแทนอนื่
6. หยดุ ยง้ั การทําลายปาไม และสนบั สนนุ การปลูกปาทดแทน

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงวธิ กี ารลดภาวะโลกรอน มี 7 วิธี ดังน้ี
1. ลดการใชพลังงานที่ไมจําเปนจากเคร่ืองใชไฟฟา
2. เลอื กใชระบบขนสงมวลชน
3. ชวยกนั ปลูกตนไม
4. การชวนกนั ออกไปเท่ยี วธรรมชาตภิ ายนอก
5. เวลาซอื้ ของพยายามไมรับภาชนะทเ่ี ปนโฟม
6. ใชกระดาษดวยความประหยดั
7. ไมสนบั สนนุ กิจการใด ๆ ท่ีสน้ิ เปลืองทรพั ยากรของโลกเรา

การใชเคร่อื งมอื ทางภมู ศิ าสตร
แผนท่ี (Map) หมายถงึ การแสดงลกั ษณะพน้ื ผวิ โลกลงบนแผนราบโดยการยอสวนและการใช

สญั ลักษณไมวาเครื่องหมายหรอื สแี ทนสงิ่ ตาง ๆ บนพนื้ ผิวโลก แผนท่ีจงึ ตางจากลกู โลกและแผนผงั
ความสําคัญของแผนท่ี

1. ทาํ ใหทราบลักษณะทางธรรมชาตขิ องพ้นื ผวิ โลก
2. ทําใหทราบขอมลู สถิตติ าง ๆ
ประโยชนของแผนท่ี
1. ในการศกึ ษาลกั ษณะภมู ิประเทศ แผนทจี่ ะทาํ ใหผูศึกษาทราบวาพน้ื ทีใ่ ดมลี กั ษณะภมู ิประเทศแบบ
ใดบาง
2. ตอการศึกษาธรณวี ิทยา
3. ดานสมทุ รศาสตรและการประมง เพอื่ ใหทราบสภาพแวดลอมชายฝงทะเลธรณวี ทิ ยา
4. ดานทรพั ยากรน้ำรขู อมลู เกี่ยวกับแมน้ำและการไหล
5. ดานปาไมเพ่ือใหทราบคุณลักษณะของปาไมและการเปลย่ี นแปลงพน้ื ท่ปี า
องคประกอบของแผนที่
1. ชอ่ื แผน
2. ขอบระวาง
3. ทศิ ทาง
4. สญั ลกั ษณ
5. มาตราสวน
องคประกอบของลกู โลก ประกอบไปดวย
1. เสนเมริเดยี นหรอื เสนแวง
2. เสนขนานหรอื เสนรุง
ปญหาการทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอมผลการจัดลําดับความสําคัญของปญหา
ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม
1. การสญู เสียทรัพยากรปาไม

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง2. อุทกภัยและภัยแลง
3. ความเส่อื มโทรมของทรพั ยากรดนิ และการใชท่ดี นิ
4. มลพิษจากขยะ
5. มลพษิ ทางอากาศ
ประเภทของปาไมในประเทศไทย
1. ปาดงดบิ
2. ปาสนเขา
3. ปาชายเลน
4. ปาพรหุ รอื ปาบงึ น้ำจืด
5. ปาชายหาด
ประโยชนของทรัพยากรปาไม
1. การนาํ ไมมาสรางอาคารบานเรอื นและผลิตภณั ฑตาง ๆ
2. ใชเปนอาหารจากสวนตาง ๆ ของพชื ทะเล
3. ใชเสนใยที่ไดจากเปลือกไมและเถาวัลยมาถักทอเปนเคร่ืองนุงหมเชือกและอน่ื ๆ
4. ใชทํายารักษาโรคตางๆ
สาเหตสุ ําคัญของวกิ ฤตการณปาไมในประเทศไทย
1. การลักลอบตัดไมทําลายปา
2. การบุกรกุ พน้ื ท่ีปาไมเพอื่ เขาครอบครองทดี่ นิ
3. การสงเสรมิ การปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว เศรษฐกจิ เพ่ือการสงออก
4. การกาํ หนดแนวเขตพ้ืนทปี่ ากระทําไมชดั เจนหรือไมกระทาํ เลยในหลาย ๆ พ้นื ท่ี
5. การจัดสรางสาธารณปู โภคของรัฐ
6. ไฟไหมปามักจะเกิดข้ึนในชวงฤดแู ลง
7. การทําเหมืองแร
ปญหาเกี่ยวกบั ทรพั ยากรนำ้
1. การขาดแคลนน้ำหรอื ภยั แลง
2. การเกดิ น้ำทวม
3. การท้ิงส่ิงของและการระบายนำ้ ท้งิ ลงสูแหลงนำ้
4. ปญหาการใชทรพั ยากรนำ้ อยางไมเหมาะสม
5. ปญหาความเปล่ยี นแปลงของลมฟาอากาศ
ทรัพยากรดิน ปญหาการใชท่ีดินไมเหมาะสมไดแก
1. การใชท่ดี นิ เพ่ือการเกษตรกรรมอยางไมถูกหลักวิชาการ
2. ขาดการบาํ รุงรักษาดนิ
3. การปลอยใหผวิ ดินปราศจากพืชปกคลมุ ทําใหสูญเสียความชุมช้นื ในดนิ

4. การเพาะปลกู ที่ทาํ ใหดนิ เสีย
5. การใชปุยเคมีและยากาํ จัดศัตรูพชื เพ่ือเรงผลิตผล
สาเหตปุ ญหาของทรัพยากรสตั วปา
1. การทาํ ลายที่อยูอาศัย การขยายพื้นที่เพาะปลกู
2. สภาพธรรมชาติการลดลงหรอื สูญพันธุไปตามธรรมชาตขิ องสตั วปา
3. การลาโดยตรง โดยสตั วปาดวยกนั เอง
4. การนําสัตวจากถ่นิ อืน่ เขามา
มลพิษทางอากาศ
มลพษิ ทางอากาศ เปนปญหาสําคญั ปญหาหนงึ่ ที่เกิดข้ึนในเขตเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร
เนื่องจากมลพิษทางอากาศกอใหเกิดผลกระทบดานสุขภาพอนามยั ไมวาจะเปนดานกล่ิน ความรําคาญ
ตลอดจนผลกระทบตอสุขภาพท่เี กย่ี วกับระบบการหายใจ หัวใจและปอด
แนวทางการแกไขมลพิษทางอากาศ
1. จัดหาและพฒั นาระบบการตรวจคณุ ภาพในอากาศ
2. หาทางลดปรมิ าณสารมลพิษทางอากาศจากแหลงกําเนดิ
3. กระตุนใหผูใชรถยนตใหความสําคัญในการดูแลรกั ษาเครื่องยนตใหอยูในสภาพดีเพื่อลด
ควนั ดาํ
4. ออกมาตรการตรวจสอบและตรวจจับรถยนตท่ีมีควนั ดํา
5. รณรงคใหผูขับข่ีรถยนตมีวินยั และเคารพในกฎจราจร
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง บทท่ี 2
ประวตั ศิ าสตร

การแบงชวงเวลา และยุคสมัยทางประวตั ิศาสตร
ยุคสมยั ประวัติศาสตรมคี วามสาํ คัญตอการศึกษาประวตั ศิ าสตรเนือ่ งจากเปนการแบงชวงเวลาใน

อดีตอยางเปนระบบโดยพจิ ารณาจากหลักฐานท่ีเหลืออยูในปจจบุ ัน ซ่ึงจะนําไปสูการวิเคราะหเหตุการณตาง ๆ
อยางมเี หตุผล โดยตระหนักถึงความสําคญั ของความตอเนอ่ื งของชวงเวลา จะทําใหการลําดบั เปรียบเทยี บ
เรือ่ งราวทางประวตั ศิ าสตรมี ความชดั เจนขึ้นตามเกณฑดังตอไปนี้
การแบงชวงเวลา มีพ้ืนฐานมาจากยุคสมัยทางศาสนา แบงออกเปน

1. การแบงชวงเวลาตามประวัตศิ าสตรไทย
2. การแบงชวงเวลาตามประวัติศาสตรสากล
การแบงยุคสมัยทางประวตั ิศาสตร
การแบงยุคสมยั ทางประวัตศิ าสตรโดยการใชหลกั เกณฑการพจิ ารณารูปแบบและลักษณะของ
หลกั ฐานท่เี ปนลายลักษณอักษรและไมเปนลายลกั ษณอกั ษร สามารถแบงยคุ สมยั ทางประวัตศิ าสตรเปน
ยคุ ตาง ๆ ไดดังนี้
1. ยคุ กอนประวัตศิ าสตร
2. ยุคหนิ เปนยุคท่มี นุษยรจู ักนาํ หนิ มาดัดแปลงเปนเครือ่ งมือเคร่ืองใช โดยมวี ิวฒั นาการ ดังน้ี
- ยุคหนิ เกา
- ยุคหนิ กลาง
- ยคุ หนิ ใหม
3. ยุคโลหะ ในยคุ นมี้ นษุ ยเริ่มทาํ เครอ่ื งมือเครื่องใชจากโลหะแทนหินและกระดูกสัตว ยุคโลหะ
สามารถแบงยอยไปไดอกี 2 ยุค ตามลกั ษณะโลหะทีใ่ ช คือ
- ยคุ สาํ ริด
- ยุคเหล็ก
4. ยุคประวัติศาสตร เปนชวงเวลาที่มนษุ ยรจู กั ประดิษฐตัวอักษรและบันทึกไวบนวัสดุตาง ๆ
เชน แผนหนิ แผนดินเหนียว แผนผา ยคุ ประวตั ศิ าสตรแบงออกเปนยุคสมยั ตาง ๆ ดังนี้
- สมยั โบราณ
- สมัยกลาง
- สมยั ใหมหรือยุคฟนฟูศิลปะวิทยาการ
- สมัยปจจบุ ัน
หลกั เกณฑการแบงยคุ สมัยทางประวัติศาสตร มดี งั น้ี
การแบงยุคสมัยทางประวัติศาสตรสากล
1. แบงตามความเจริญทางอารยธรรมมนษุ ย
2. แบงตามการเริ่มตนของเหตุการณสาํ คัญ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง3. แบงตามช่ือจักรวรรดหิ รืออาณาจักรท่ีสาํ คัญทเี่ คยรุงเรอื ง
4. แบงตามราชวงศทปี่ กครองประเทศ
5. แบงตามการต้ังเมืองหลวง
การแบงยคุ สมัยทางประวัติศาสตรไทย
1. สมัยโบราณหรอื สมัยกอนสโุ ขทัย
2. สมยั สโุ ขทยั
3. สมยั อยธุ ยา
4. สมัยธนบรุ ี
5. สมัยรัตนโกสนิ ทร
แหลงอารยธรรมโลก
อารยธรรมของมนุษยยุคประวัติศาสตร แบงออกเปน 2 สวน คอื
สวนที่ 1 อารยธรรมของโลกตะวันออก สวนใหญมรี ากฐานมาจากแหลงอารยธรรมทเ่ี กาแก
ของโลก คือ จนี และอินเดยี
อารยธรรมจนี ประเทศจีน เปนประเทศทีม่ ีอารยธรรมยาวนานทสี่ ดุ ประเทศหน่งึ วฒั นธรรมของอารย
ธรรมจนี สมยั กอนประวัตศิ าสตรมีแหลงอารยธรรมที่สาํ คญั 2 แหลง คือ
- ลมุ แมน้ำฮวงโห พบความเจริญที่ เรียกวา วัฒนธรรมหยางเซา พบหลักฐานที่เปนเครื่องปนดนิ เผามี
ลักษณะสาํ คญั คอื เครือ่ งปนดินเผาเปนลายเขียนสี
- ลมุ นำ้ แยงซี (Yangtze) บรเิ วณมณฑลซานตุงพบ วฒั นธรรมหลงซาน
พบหลกั ฐานทเี่ ปนเครือ่ งปนดินเผามลี ักษณะสําคัญ คือ เคร่ืองปนดนิ เผามีเนื้อละเอียดสดี ําขดั มันเงา

อารยธรรมอนิ เดีย อินเดยี เปนแหลงอารยธรรมทีเ่ กาแกแหงหน่งี ของโลกบางทเี รยี กวา แหลงอารย
ธรรม ลมุ แมน้ำสนิ ธุอาจแบงยุคสมยั ทางประวัติศาสตรของอินเดียได ดงั น้ี

- สมยั กอนประวัติศาสตร พบหลกั ฐานเปนซากเมืองโบราณ 2 แหงในบริเวณลุมแมน้ำสนิ ธุ คอื เมอื ง
โมเฮนโจดาโร ทางตอนใตของประเทศปากีสถานเมอื งอารับปาในแควนปนจาป ประเทศปากสี ถานในปจจุบัน

- สมัยประวัตศิ าสตร เรมิ่ เมื่อมกี ารประดิษฐ ตวั อกั ษรขึน้ ใชโดยชนเผาอนิ โด –
อารยัน ซ่ึงตั้งถ่ินฐานบรเิ วณแมนำ้ คงคา แบงได 3 ยคุ

1. ประวัติศาสตรสมัยโบราณ
2. ประวตั ศิ าสตรสมยั กลาง
3. ประวตั ศิ าสตรสมยั ใหม
การแพรขยายและการถายทอดอารยธรรมอินเดยี
อารยธรรมอนิ เดยี แพรขยายออกไปสูภมู ภิ าคตาง ๆ ทว่ั ทวีปเอเชียโดยผานทางการคา ศาสนา
การเมือง การทหารและไดผสมผสานเขากบั อารยธรรมของแตละประเทศจนกลายเปนสวนหนึ่งของอารยธรรม

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงสงั คมนน้ั ๆ ในเอเชยี ตะวันออก ภูมภิ าคเอเชียกลาง ภมู ภิ าคทป่ี รากฏอิทธพิ ลของอนิ เดียมากทีส่ ดุ คือเอเชีย
ตะวนั ออกเฉยี งใต

สวนที่ 2 อารยธรรมของโลกตะวันตก หมายถึง ดนิ แดนแถบตะวันตกของทวีปเอเชียรวมเอเชยี ไม
เนอรและทวีปแอฟริกา อยี ิปต เมโสโปเตเมีย กรีก และโรมัน

อารยธรรมอยี ิปต อียปิ ตโบราณหรอื ไอยคุปตเปนหน่ึงในอารยธรรมทเ่ี กาแกสดุ ในโลกแหงหน่ึง ตงั้ อยู
ทางตะวนั ออกเฉยี งเหนือของทวีปแอฟรกิ า อารยธรรมอยี ิปตโบราณเร่ิมข้นึ ประมาณ 3,150 ป อารยธรรม
อียปิ ตพัฒนาการมาจากสภาพของลุมแมน้ำไนล

อารยธรรมเมโสโปเตเมยี กําเนิดขึ้นในบริเวณลุมแมนำ้ 2 สาย คือ แมนำ้ ไทกรสี และแมน้ำยูเฟรตสี ป
จจบุ ันอยใู นประเทศอิรัก คนกลุมแรกทีส่ รางอารยธรรมเมโสโปเตเมยี ขึ้น คอื สเุ มเรีย ผูคิดประดษิ ฐตัวอักษรข้ึน
เปนครงั้ แรกของโลก

อารยธรรมกรีก อารยธรรมกรีกโบราณ ไดแก อารยธรรมนครรัฐกรกี คําวา กรีก เปนคาํ ท่ีพวกโรมัน
ใชเปนครั้งแรก ชาวกรกี เรยี กตวั เองวา เฮลนี ส (Hellenes) เรยี กบานเมอื งของตนวา เฮลัส(Hellas) และเรยี ก
อารยธรรมของตนวา อารยธรรมเฮเลนคิ (Hellenic Civilization) อารยธรรมกรีก รจู ักกันในนามของอารย
ธรรมคลาสสิก สถาปตยกรรมท่ีเดนคือ วหิ ารพาเธนอนประติมากรรมทีเ่ ดนที่สุด คือ รปู ปนเทพซีอุส
วรรณกรรมดเี ดนคือ อเี ลียดและ โอดสิ ต(I liad and Oelyssay) ของโอเมอร

อารยธรรมโรมัน อารยธรรมโรมนั เปนอารยธรรมที่ไดรับการถายทอดมาจากกรกี สถาปตยกรรม
ทเี่ ดน ไดแก วหิ ารพาเธนอน หลังคารปู โมในกรงุ โรม โคลอสเซยี ม อฒั จันทรสําหรับดกู ีฬาซ่ึงจุ
ผูดไู ดถึง 4,500 คน วรรณกรรมท่ีเดนทส่ี ุดคือ เร่ืองอเี นียด (Aeneid) ของเวอรวลิ

ประวตั ศิ าสตรชาติไทย
ความเปนมาของดนิ แดนประเทศไทยในสมยั โบราณสวนใหญมาจากหลกั ฐานดานโบราณคดแี ละเอกสารประวตั ิ
ศาสตรจีนโบราณและภาพถายทางอากาศและเห็นถึงทตี่ ั้งและสภาพของแหลงชมุ ชนโบราณในประเทศไทย
ดนิ แดนในประเทศไทยมีท้ังพัฒนามาจากอาณาจักรเดมิ และมีการอพยพยายเขามาของกลุมคนพดู ภาษาไทย –
ลาวจากถ่นิ บรรพบรุ ุษ ซ่ึงอยูตอนใตของประเทศจนี เดิม เขามายงั ดนิ แดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต ราวคริสต
ศตวรรษท่ี 10 รัฐของชาวไทยมี ความสําคญั ตามยุคสมัย ไดแก อาณาจักรโยนกเชียงแสน อาณาจกั รลานนา
อาณาจักรสโุ ขทัย อาณาจักรอยธุ ยาและไดพฒั นามาเปนสมยั กรุงรัตนโกสนิ ทรนับตั้งแต พ.ศ. 2325 เปนตนมา
กรุงธนบุรี พ.ศ. 2310 – 2325หลังจากพระเจาตากสนิ ไดกอบกูกรุงศรีอยธุ ยากลับคนื จากพมาไดแลวพระองค
จงึ ยายเมืองหลวงมาอยูท่ีกรุงธนบุรีแลวปราบดาภเิ ษกขึน้ เปนกษตั ริยทรงพระนามวา “พระบรม
ราชาธริ าชที่ 4” ครองกรุงธนบุรี 15 ป

ดานการปกครองหลงั จากกรุงศรอี ยุธยาเสยี ใหแกพมา เมื่อ พ.ศ. 2310 บานเมอื งอยูในสภาพ
ไมเรียบรอย มีการปลนสะดมกันบอย ผูคนจงึ หาผู คุมครองโดยรวมตัวกนั เปนกลุมเรียกวาชมุ นุม สมเดจ็ พระเจ
าตากสนิ ทรงใชเวลาภายใน 3 ป ยกกองทพั ไปปราบชมชนตาง ๆ พระองคทรงยดึ ถือและปฏบิ ัติตามระเบยี บ
การปกครองแบบสมยั กรงุ ศรีอยุธยาตอนปลายตามทีส่ มเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงวางระเบียบไว

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงลักษณะการปกครอง ในสวนกลางมีตําแหนงอัครมหาเสนาบดี 2 ตาํ แหนง ไดแก
1. สมุหนายก ควบคมุ ดแู ลหวั เมืองฝายเหนือ
2. สมหุ กลาโหม ควบคมุ ดูแลหัวเมอื งฝายใต
สวนภูมภิ าค แบงเปน หวั เมอื งชัน้ ใน คอื เมืองที่รายรอบพระนคร และหวั เมืองชนั้ นอก

คอื เมืองท่ีอยูไกลพระนครกรุงรตั นโกสินทร พ.ศ. 2325 – ปจจุบนั หลังจากปราบดาภเิ ษกขนึ้ เปนพระมหา
กษตั รยิ ในป พ.ศ. 2325 แลวสมเด็จเจาพระยามหากษตั ริยศกึ ทรงใชพระนามวา “พระบาทสมเดจ็ พระพุทธ
ยอดฟาจุฬาโลก”และไดยายราชธานี จากกรงุ ธนบรุ ีขามแมนำ้ เจาพระยามายังฝงตรงขาม และตั้งช่ือราชธานี
ใหมนี้วา“กรุงเทพมหานคร” พรอม ๆ กบั การสถาปนาราชวงศจักรขี นึ้ มา โดยกําหนดในวนั ท่ี 6
เมษายน ของทุกปเปนวันจักรี
สภาพภมู ิประเทศ

สภาพภมู ปิ ระเทศของกรงุ รัตนโกสนิ ทรนน้ั ตง้ั อยบู ริเวณแหลมย่ืนลงไปในแมนำ้ เจาพระยาฝงตะวัน
ออกมแี มนำ้ เจาพระยาไหลผานลงมาจากทางเหนือผานทางตะวนั ตกและใตกอนทจ่ี ะมุงลงใตสูอาวไทยทาํ ใหดู
คลายกับกรงุ ศรอี ยธุ ยา รัชกาลที่ 1 โปรดเกลาใหขุดคูพระนครตงั้ แตบางลําพูไปถงึ วัดเลยี บการเปลี่ยนแปลง
การปกครองสภาพการณโดยทัว่ ไปของบานเมืองกอนเกดิ การเปลยี่ นแปลงการปกครองสังคมไทยกําลงั อยูในช
วงเวลาของการเปล่ยี นแปลงเขาสูความทันสมัยตามแบบตะวันตกในทุกๆ ดานอนั เปนผลสบื เนอื่ งมาจากการ
ปฏริ ูปแผนดนิ เขาสูความทันสมัยในรชั กาลที่ 5(พ.ศ.2411-2453) สมยั รัชกาลท่ี 6 สมัยรชั กาลท่ี 7 (พ.ศ. 2468
– 2475)
สาเหตุการเปลีย่ นแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475

1. ความเสือ่ มของระบอบสมบูรณาญาสทิ ธิราชย
2. การไดรบั การศกึ ษาตามแนวความคดิ ตะวันตกของบรรดาชนชัน้ นําในสังคมไทย
3. ความเคลือ่ นไหวของบรรดาสอ่ื มวลชน
4. ความขัดแยงทางความคิดเกี่ยวกบั การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย
5. สถานการณคลังของประเทศและการแกปญหา
บุคคลสาํ คญั ของไทย และของโลกในดานประวตั ิศาสตร
บุคคลสาํ คญั ของไทยและของโลก
สมยั กรุงสโุ ขทัย
1. พอขนุ รามคาํ รามคําแหงมหาราช
2. พระมหาธรรมราชาท่ี 1
สมยั กรุงศรีอยธุ ยา
1. สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ
2. สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2
3. สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงสมัยกรงุ ธนบุรี
1. สมเด็จพระเจาตากสนิ มหาราช

สมยั กรงุ รัตนโกสินทร
1. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลก
2. พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว
3. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว
4. สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ
5. สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเธอ เจาฟากรมพระยานรศิ รานวุ ัดติวงศ
6. ขรัวอินโขง
7. สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
8. พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9)
9. พระยากลั ยาณไมตรี (ดร.ฟรานซสิ บี แซร)
10. หมอบรัดเลย
เหตุการณสาํ คญั ของโลกที่มีผลตอปจจุบนั
เหตุการณสาํ คัญทีม่ ผี ลกระทบตอการเปล่ยี นแปลงของโลกนัน้ หมายถงึ เหตุการณสาํ คัญท่ีทาํ ใหโลกเกิด

การเปลี่ยนแปลงภายหลงั สงครามสนิ้ สดุ ซ่งึ พบวาสหประชาชาติสามารถยับย้ังการทาํ สงครามอาวุธไดในระดบั
หนึ่ง แตเมื่อสงครามอาวธุ ผานไปเหตกุ ารณปจจบุ ันจะกลายเปนสงครามเศรษฐกิจ ชีวติ ความเปนอยู ฒนธรรม
จารตี ประเพณี รวมถงึ การเมืองการปกครองในปจจุบัน ซง่ึ เหตกุ ารณสําคัญในอดีตทส่ี งผลตอปจจบุ ันมี ดังน้ี

1. สงครามโลกคร้งั ที่ 1 และ 2
2. สงครามเยน็
3. สงครามเศรษฐกจิ
4. เหตกุ ารณโลกปจจบุ นั
บทบาทของสถาบนั พระมหากษัตริยในการพัฒนาชาตไิ ทย
1. บทบาทและหนาทข่ี องพระมหากษตั ริย ดานการเมืองสถาบันพระมหากษัตริยไดมีบทบาทเก่ยี วกบั
การเมืองการปกครอง การรวมชาติการสรางเอกราช การวางรากฐานการเมอื งการปกครอง การสรางสถียร
ภาพทางการเมืองการปกครอง การปฏริ ูปการปกครองแผนดนิ ต้งั แตอดตี สบื ตอมาตลอดปจจบุ ันบทบาทของ
พระมหากษัตรยิ มีสวนชวยสรางเอกภาพของประเทศเปนอยางมาก คนไทยทุกกลุมไมวาศาสนาใดมี
ขนบธรรมเนียมแตกตางกันอยางไรก็มีความรูสึกรวมในการมพี ระมหากษตั ริยองคเ์ ดยี วกัน
2. บทบาทและหนาทขี่ องพระมหากษัตริย ดานการปกครอง บทบาทของพระมหากษัตรยิ มีสวนช่วย
เปนอยางมากที่ทําใหประชาชนเกดิ ความเชื่อมน่ั ในระบอบประชาธปิ ไตย เพราะการท่ปี ระชาชนเกดิ ความ
จงรกั ภักดแี ละเชือ่ มนั่ ในสถาบันพระมหากษัตริย จงึ มีผลสงใหประชาชนเกิดความศรทั ธาในระบอบระชาธิปไตย
อนั มีพระมหากษัตริยเปนประมุขดวยเนอื่ งจากเห็นวาเปนระบอบที่เชดิ ชูสถาบันพระมหากษตั รยิ อันเปนที่
เคารพสกั การะของประชาชนน่นั เอง

3. บทบาทและหนาทีข่ องพระมหากษัตริย ดานการสงเสริมดานเศรษฐกิจพระมหากษตั ริยทรงบําเพ็ญ
พระราชกรณยี กิจท้ังปวงเพื่อใหเกิดประโยชนสขุ และความเจรญิ แกสังคม ไดทรงรเิ ริม่ โครงการตาง ๆ ทําใหเกิด
การพัฒนาขึ้นทั้งในดานเศรษฐกจิ และสงั คมแหงชาติ พระราชดาํ ริและโครงการทที่ รงรเิ ร่ิมมมี ากซงึ่ ลวนแตเป
นรากฐานในการพฒั นาชาตทิ ้ังสน้ิ โครงการของพระมหากษตั รยิ องคปจจบุ นั ท่ีสําคัญ ไดแก โครงการอีสาน
เขียว โครงการฝนหลวง โครงการปลูกปาโครงการขดุ คลองระบายน้ำ โครงการปรับปรงุ แหลงชมุ ชนแออัดใน
เมืองใหญ โครงการอนรุ ักษและพัฒนาสงิ่ แวดลอม และอนื่ ๆ ทรงทาํ เปนแบบอยางท่ีดี ประชาชนและหนวย
ราชการนาํ ไปปฏิบัติกอใหเกดิ ประโยชนในทางการพัฒนาชาติขึ้นมาก นอกจากนท้ี รงทาํ ใหเกดิ ความคิดในการ
ดาํ รงชวี ติ แบบใหม เชน การประกอบอาชีพ การใชวิทยาการมาชวยทําใหสังคมมกี ารเปล่ียนแปลงไปในทางทดี่ ี
ขึ้น

4. บทบาทและหนาทีข่ องพระมหากษัตริย ดานการทํานุบํารุงสงเสรมิ ศลิ ปวฒั นธรรมการพัฒนาและ
การปฏิรปู ทสี่ ําคัญ ๆ ของชาติสวนใหญพระมหากษัตรยิ ทรงเปนผูนาํ พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจาอยูหวั
ทรงปูพน้ื ฐานประชาธิปไตยโดยการจัดตั้งกระทรวงตาง ๆ ทรงสงเสรมิ การศึกษาและเลกิ ทาส ปจจบุ นั พระมหา
กษตั รยิ ทรงเก้ือหนุนวิทยาการสาขาตาง ๆ ทรงสนบั สนนุ การศึกษาและศิลปวัฒนาธรรม ทรงรเิ ริ่มกจิ การอนั เป
นการแกปญหาหลักทางเศรษฐกจิ และสังคมของประเทศ โดยจะเหน็ วาโครงการตามพระราชดาํ รสิ วนใหญมุ
งแกปญหาหลักทางเกษตรกรรม เพ่อื ชาวนาชาวไรและประชาชนผยู ากไรและดอยโอกาสอันเปนชนสวนใหญ
ของประเทศ เชน โครงการฝนหลวง ชลประทาน พัฒนาที่ดนิ พัฒนาชาวเขา เปนตน
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

บทที่ 3
เศรษฐศาสตร

ระบบเศรษฐกจิ ของประเทศไทย
ระบบเศรษฐกิจ หมายถงึ กลุมบุคคลของสงั คมทีร่ วมตวั กนั เปนกลุมของสถาบันทางเศรษฐศาสตร ซง่ึ

ยดึ ถือแนวปฏิบตั แิ นวทางเดียวกนั ในการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกจิ เพื่อใหสามารถบาํ บดั ความตองการแก
บคุ คลตาง ๆ
ความหมายระบบเศรษฐกิจ

- รัฐเขามาดําเนินการจัดระเบียบทางเศรษฐกจิ ของประเทศ โดยกําหนดวากจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ชนดิ
ใดรัฐจดั ทํา กิจกรรมใดใหเอกชนดาํ เนินการ

- การรวมกันของหนวยเศรษฐกจิ (หนวยธุรกจิ /หนวยครวั เรอื น) เพ่ือดําเนนิ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ
โดยมีการกาํ หนดหนาทขี่ องหนวยเศรษฐกิจตาง ๆ
ประเภทระบบเศรษฐกิจ ในปจจบุ ันแบงระบบเศรษฐกิจเปน 3 ประเภท

1. ระบบเศรษฐกิจแบบบงั คับหรือสังคมนิยม
2. ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมหรือระบบตลาด
3. ระบบเศรษฐกจิ แบบผสม
ระบบเศรษฐกจิ ไทย
1. ระบบเศรษฐกจิ แบบบังคับ หรือสังคมนยิ ม
- รัฐกาํ หนดควบคุม วางแผน ตัดสนิ ใจเกีย่ วกบั กิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ
- ทรัพยสิน ทรัพยากรและปจจยั การผลติ เปนของรฐั
2. ลักษณะระบบเศรษฐกิจแบบทนุ นิยมหรอื ระบบตลาด
- เอกชนหรอื หนวยธุรกจิ ตาง ๆ มีอิสระในการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
- เนนการแขงขนั ของเอกชนเกิดการผลติ สินคาท่ีมคี ุณภาพเพือ่ แยงตลาดการขายเปนไปตามกลไก
ราคา
- เอกชนมีสทิ ธ์ใิ นทรัพยสินและปจจยั การผลิต
3. ลักษณะระบบเศรษฐกจิ แบบผสม
- กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางอยางรฐั เปนผูดําเนินการ บางอยางเอกชนดาํ เนินการ
- เอกชนมีสิทธิ์ในทรัพยสิน มีเสรีภาพในการประกอบกจิ กรรมภายใตกฎหมายมีการแขงขันภายใต
กลไกราคา มกี ําไร
- รฐั ประกอบกิจกรรมท่ีเปนสาธารณูปโภคพ้นื ฐานทีจ่ ําเปน
- รฐั เขาแทรกแซงการผลติ ของเอกชนเพือ่ ปองกนั การเอารัดเอาเปรยี บ
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงลกั ษณะเศรษฐกจิ ไทย
ไทยใชระบบเศรษฐกิจแบบผสมแตคอนขางไปทางทุนนิยม เอกชนมีบทบาทในการผลิตดานตาง ๆ มา

กกวารัฐบาล เอกชนมสี ิทธใิ์ นทรัพยสนิ และปจจยั การผลติ มเี สรภี าพในการดําเนินกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ มีการ
แขงขันเพ่ือพฒั นาคณุ ภาพของสินคา รฐั บาลดาํ เนนิ กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ดานกิจกรรมสาธารณูปโภค
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหงชาตคิ วามหมาย และความสําคัญของการพฒั นาเศรษฐกิจการพฒั นา
เศรษฐกิจ หมายถงึ การเปลี่ยนแปลงโครงสรางทางสงั คม การเมืองและเศรษฐกิจใหอยูในภาวะท่ีเหมาะสม
เพ่ือทาํ ใหรายไดทแี่ ทจริงเฉล่ียตอบุคคลเพิม่ ขนึ้ อยางตอเนือ่ ง อนั เปนผลทําใหประชากรของประเทศมมี าตรฐาน
การครองชพี สูงขึ้น
ปจจัยทีเ่ ก่ียวของกบั การพฒั นาเศรษฐกิจ

1. ปจจัยทางเศรษฐกิจ
2. ปจจยั ทางการเมือง
3. ปจจัยทางสังคม
4. ปจจัยทางดานเทคโนโลยี
แผนพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศไทย
ประเทศไทยไดมีการจัดทําแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติตัง้ แตป พ.ศ. 2504 โดยเริม่ ต้งั แต
ฉบบั ท่ี 1 จนถงึ ปจจบุ นั คือฉบบั ที่ 10 มกี ารกาํ หนดวาระของแผนฯ ดงั น้ี
1. แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับท่ี 1 พ.ศ. 2504 – 2509
2. แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติ ฉบับท่ี 2 พ.ศ. 2510 – 2514
3. แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2515 – 2519
4. แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2520 – 2524
5. แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติ ฉบับท่ี 5 พ.ศ. 2525 – 2529
6. แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2530 – 2534
7. แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับท่ี 7 พ.ศ. 2535 – 2539
8. แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2540 - 2544
9. แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับท่ี 9 พ.ศ. 2545 - 2549
10. แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติ ฉบบั ที่ 10 พ.ศ. 2550 – 2554
11. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหงชาติ ฉบบั ที่ 11 พ.ศ. 2555 – 2559
ปญหาเศรษฐกจิ ของไทยในปจจบุ นั
1. ปญหาทางดานการเมือง
2. ปญหาภาระหน้สี นิ
3. ความสามารถในการแขงขันของสินคาไทยในตลาดโลก
4. คาเงนิ บาท
5. สถานการณภาพรวมของเศรษฐกิจโลกที่จะยังคงมีความผนั ผวนอยูพอสมควร

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง6. การลงทุนในโครงสรางพน้ื ฐานดวยเม็ดเงินมหาศาลของภาครัฐ
7. ราคาของพลงั งานที่มีแนวโนมสูงขนึ้
8. อัตราดอกเบีย้
9. อตั ราเงินเฟออาจมโี อกาสปรบั ตัวขึน้ เล็กนอย
10. การขาดแคลนแรงงานซ่งึ อาจจะสงผลตอภาคอุตสาหกรรมตาง ๆ
ความสําคญั และความจําเปนในการรวมมอื ทางเศรษฐกิจกับประเทศตาง ๆ
ความสาํ คญั ของเศรษฐศาสตรระหวางประเทศ
1. ความถนัดทแี่ ตกตางกนั ระหวางบคุ คลตาง ๆ
2. การคาระหวางประเทศมสี าเหตุมาจากความแตกตางของปริมาณและชนดิ ของทรัพยากรการผลิต
3. เศรษฐศาสตรระหวางประเทศเปนวิชาท่ศี ึกษาเกยี่ วกบั ความสมั พันธทางเศรษฐกิจดานตาง ๆ
ระหวางภมู ิภาคหรอื อาณาเขตทางเศรษฐกิจต้ังแต 2 แหงขึ้นไป
4. เศรษฐศาสตรท่วั ไปเปนการศึกษาที่เนนภายในประเทศ
5. เศรษฐศาสตรระหวางประเทศประกอบดวย เศรษฐศาสตรการคาระหวางประเทศและศรษฐศาสตร
การเงนิ ระหวางประเทศ
ความจาํ เปนในการรวมกลุมทางเศรษฐกจิ
หลงั จากท่สี งครามโลกครั้งที่ 2 ยตุ ลิ ง ความเสียหายจากสงครามทาํ ใหประเทศตาง ๆอยูในภาวะความ
อดอยาก ประเทศเหลานนั้ จงึ พยายามรวมมือฟนฟเู ศรษฐกิจของโลก ทําใหเศรษฐกจิ และการสงเสริมการค้า
ระหวางประเทศขยายตวั มากข้นึ แตเนอ่ื งจากประเทศดอยพฒั นามีทรัพยากรจาํ กดั และศักยภาพในการผลติ ต่ํา
และแตละประเทศก็พยายามต้ังกําแพงภาษี กําหนดโควตาสําหรบั สนิ คานําเขาหรือใชนโยบายคุมครองสินคาท่ี
ผลติ ขึ้นภายในประเทศซ่ึงเปนการคาระหวางประเทศท่ีไมไดยึดหลักการคาเสรี จึงทําใหประโยชนท่เี กิดข้ึนจาก
การคาระหวางประเทศลดนอยลง จากความไมเปนธรรมในดานการคาระหวางประเทศซ่ึงมีการไดเปรียบและ
เสยี เปรยี บกนั ประเทศท่ีอยูในภูมภิ าคเดียวกนั ที่ผลติ สินคาคลายคลงึ กัน และประสบปญหาทางดานเศรษฐกจิ
รวมกนั ไดมีการรวมกลุมกันและขยายการรวมกลุมเพ่ือใหบรรลุเปาหมายดานเศรษฐกจิ สาํ คัญโดยมหี ลกั การ
และเปาหมายของการรวมกลุม ดังนี้
1. การแกไขระบบภาษศี ุลกากร
2. การจดั ต้งั เขตการคาเสรี
3. การเคล่ือนยายปจจยั การผลิตอยางเสรี
4. การกาํ หนดนโยบายรวมกัน
องคการระหวางประเทศเพื่อความรวมมือทางเศรษฐกิจ
องคการระหวางประเทศเพื่อความรวมมอื ทางเศรษฐกจิ ทจ่ี ะนํามากลาวในทีน่ จี้ ะเปนองคกรระหวาง
รัฐบาลท้งั ในระดบั โลกและระดับภมู ภิ าคท่ีไทยมคี วามสัมพันธดวยท่สี าํ คญั ไดแก
1. องคการการคาโลก
2. สมาคมประชาชาตเิ อเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตหรอื อาเซียน

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงระบบเศรษฐกจิ ในโลก
ระบบเศรษฐกจิ (Economic System) หมายถึง กลมุ บคุ คลของสังคมที่รวมตวั กันเปนกลุมของ

สถาบนั ทางเศรษฐกิจตาง ๆ เชน สถาบนั การผลติ สถาบนั การเงินการธนาคาร สถาบนั การคา สถาบนั การขนส
ง สถาบันการประกันภัย ฯลฯ ซ่ึงยึดถอื แนวปฏบิ ัติแนวทางเดียวกันในการประกอบกจิ กรรมทางเศรษฐกิจ โดย
มวี ตั ถปุ ระสงครวมกนั คืออาํ นวยความสะดวกในการที่จะแกไขปญหาพนื้ ฐาน ทางเศรษฐกิจ เพ่ือใหสามารถ
บาํ บดั ความตองการใหแกบุคคลตางๆท่ีอยูรวมกนั ในสงั คมน้ันใหไดรับประโยชนมากทส่ี ุด เกดิ ประสิทธภิ าพ
สงู สดุ ระบบเศรษฐกิจของประเทศตาง ๆ ทัว่ โลกสามารถ แบงออกเปน 4 ระบบใหญๆ ดังนี้

1. ระบบเศรษฐกิจแบบเสรนี ิยมหรือทุนนิยม
2. ระบบเศรษฐกจิ แบบคอมมิวนิสต
3. ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม
4. ระบบเศรษฐกิจแบบผสม
ความสมั พันธ และผลกระทบทางเศรษฐกิจระหวางประเทศกับภมู ิภาคตาง ๆ ท่วั โลก เศรษฐกิจระหว
างประเทศ คือ การซ้ือขายแลกเปลย่ี นสนิ คาและบรกิ ารระหวางประเทศ ซึ่งประกอบดวย การคาระหวาง
ประเทศ การชาํ ระเงนิ ระหวางประเทศ การรวมมือทางเศรษฐกิจระหวางประเทศการคาระหวางประเทศ
การคาระหวางประเทศ หมายถึง การนาํ สินคาและบริการจากประเทศหนึ่งแลกเปลยี่ นกับอกี ประเทศ
ปจจยั ทท่ี าํ ใหเกิดการขยายตวั ทางการคาระหวางประเทศ
- ความแตกตางของทรัพยากรและปจจัยการผลิต
- ความแตกตางของลกั ษณะทางกายภาพ
- ความแตกตางในความสามารถทางการผลิต
- การสนบั สนนุ จากภาครัฐบาลและกฎหมายทเ่ี อ้ือตอการลงทนุ
- โครงสรางทางเศรษฐกจิ ของประเทศ
ประโยชนของการคาระหวางประเทศ
- แตละประเทศมีสินคาครบตามความตองการ
- การผลิตสินคาในประเทศตางๆ
- การกระจายผลผลิตไปสูผูบรโิ ภคอยางกวางขวาง
- เกิดความเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกจิ
- การผลติ สินคาเปนการผลิตเพือ่ การคา
นโยบายการคาระหวางประเทศ แบงเปน 2 ลักษณะ คือ
1. นโยบายการคาแบบเสรี
2. นโยบายการคาแบบคุมกัน
นโยบายการคาตางประเทศของไทย
พ้นื ท่ีทางเศรษฐกิจของไทย คือ เกษตรกรรม เพ่ือไมใหเกดิ การเสยี เปรียบดลุ การคาจึงใชนโยบาย
การคาตางประเทศแบบคุมทุน

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงดลุ การคาระหวางประเทศ
ดลุ การคา คือ การเปรยี บเทยี บมูลคาสินคาสงออกกับมลู คาสินคาในเวลา 1 ป

ดลุ การคา มี 3 ลักษณะ คือ
1. ดุลการคาเกนิ ดลุ
2. ดุลการคาสมดุล
3. ดลุ การคาขาดดุล

ดุลการคาของไทย
ดลุ การคาประเทศไทยมลี ักษณะขาดดุลมาตลอด นับต้ังแต พ.ศ. 2495 เปนตนมา เนื่องจากสนิ คา

เขาสวนใหญเปนสนิ คาอุตสาหกรรม ประเทศคูคาสาํ คัญของไทย คือ ญี่ปุน สหรัฐอเมริกา ประชาคมยุโรป และ
ประเทศในกลุมอาเซียน ปญหาการคาระหวางประเทศของไทย

1. ลัทธิกีดกนั ทางการคาของประเทศคูคาที่สําคัญ
2. ตลาดการคาในตางประเทศยงั ไมกวางขวาง
3. การแขงขนั แยงตลาดของประเทศคูแขง
4. ขอผกู พันทต่ี องปฏบิ ตั ติ ามกฎบังคับของแกตต
5. การขาดดุลการคา แนวทางแกไข
การเงินระหวางประเทศ
การเงนิ ระหวางประเทศเปนการแสดงความสัมพนั ธดานการเงนิ ระหวางประเทศหน่ึงกับ
อกี ประเทศหนึ่งการแลกเปล่ยี นเงนิ ตราตางประเทศการแลกเปลี่ยนเงินตราตางประเทศ คือ การเปรียบเทียบ
ราคาของเงนิ ตราประเทศหนงึ่ กับเงินตราของอกี ประเทศหน่ึง เงนิ ตราที่ไดรบั การยอมรับใหเปนส่ือในการ
แลกเปล่ียน คือ เงิน ดอลลารสหรัฐ เงนิ เยน เงินยโู ร ดุลการชาํ ระเงินระหวางประเทศ ดุลการชําระเงินระหวาง
ประเทศ ประกอบไปดวย 4 สวนใหญ ๆ
1. บัญชเี ดินสะพดั
2. บญั ชีทนุ เคลือ่ นยาย
3. บัญชที ุนสํารองระหวางประเทศ
4. บญั ชีเงินโอนและบรจิ าค
ภาวะดุลการชําระเงินของไทย
แมดุลการคาของประเทศจะขาดดุลมาตลอด แตประเทศไทยไมขาดดลุ การชาํ ระเงนิ ปใดดลการชําระ
เงนิ เกดิ ผลดี ทาํ ใหประเทศมี “ทนุ สาํ รองระหวางประเทศ”การลงทุนระหวางประเทศการลงทุนระหวาง
ประเทศ หมายถงึ การที่รัฐบาลหรือเอกชนของประเทศหนง่ึ นาํ เงนิ ไปลงทุนดําเนินธุรกจิ เพื่อแสวงหากําไรในอกี
ประเทศหนึ่ง กลไกราคากบั ระบบเศรษฐกจิ ในปจจุบัน
1. กลไกราคา หมายถงึ ภาวการณเปล่ียนแปลงในระดบั ราคาสนิ คาและบริการอนั เกิดจากแรงผลกั ดัน
ของอปุ สงคและอปุ ทาน

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง2. อุปสงค หมายถึง ปรมิ าณความตองการซ้ือสินคาและบรกิ ารชนิดใดชนิดหนึ่งของผูบริโภคที่เตม็ ใจ
จะซอื้ และซ้ือหามาได

3. อปุ ทาน หมายถึง ปรมิ าณสนิ คาและบริการที่ผูขายหรือผูผลติ ยินดขี ายหรือผลิตใหแก่ผูซอ้ื
4. ดลุ ยภาพ เปนกลไกราคาทํางานโดยไดรับอิทธิพลจากทง้ั ผูผลติ และผูบรโิ ภค ซงึ่ จะสังเกตเห็นไดวา
ณ เวลาใด เวลาหนง่ึ ถาปรมิ าณความตองการหรือปริมาณอุปสงคตอสนิ คาในตลาดมีมากเกินกวาปรมิ าณสนิ ค
าทผี่ ูผลิตจะยินดีขายให ราคาสนิ คาก็มแี นวโนมท่จี ะปรับตัวสูงขึน้ การแทรกแซงกลไกราคาของรฐั บาลในการ
สงเสริม และแกไขระบบเศรษฐกจิ จากการศึกษาทางดานเศรษฐศาสตรน้ัน ทําใหทราบวา โดยปกตริ ะบบราคา
จะสามารถทําหนาท่ใี นการจัดสรรสนิ คา บรกิ าร และปจจัยการผลิตไดอยางมีประสทิ ธภิ าพ แตก็มีอยูบาง
ในบางกรณีที่ ถาปลอยใหระบบราคาทาํ หนาท่ขี องมันไปตามลําพังโดยทรี่ ัฐบาลไมเขาไปแทรกแซง จะมีผลตอสิ
นคาบางอยางและปจจยั การผลิตบางชนิดทาํ ใหราคาแพงเกินไปหรือต่ำเกนิ ไป ซึง่ อาจสรางความเดือดรอนให
แกผูบริโภค หรอื ผูผลติ ได ซึง่ ถาหากเกิดกรณีเชนนขี้ น้ึ ทําใหรฐั บาลจาํ เปนตองเขาไปแทรกแซง โดยเปนผู
กาํ หนดราคาใหมที่จะสามารถผอนคลายความเดือดรอนของคนกลุมน้ีได ซ่ึงวิธกี ารท่รี ฐั บาลใชแทรกแซงราคา
ของสินคาโดยทวั่ ไปมีอยู 2 ชนิด คอื
1. การแทรกแซงดวยการกาํ หนดราคาขั้นสูงหรือราคาเพดาน
2. การแทรกแซงราคาดวยการกําหนดราคาข้นั ต่ํา
ความหมาย ความสําคญั ของเงินประเภทสถาบันการเงิน และสถาบนั ทางการเงิน
ความหมายของธนาคาร
ธนาคาร คอื สถาบนั การเงนิ หรือองคกรธรุ กิจที่ดําเนนิ ธุรกจิ เก่ียวกับการเงนิ โดยการระดมเงินทนุ จาก
ผูท่ีมเี งินทุนเกนิ ความตองการ และจะกระจายเงินทนุ ใหแกผูท่ตี องการเงนิ ทนุ แตขาดแคลนเงินทนุ ของตนเอง
ประเภทของธนาคาร
1. ธนาคารกลาง เปนสถาบนั การเงินท่ที ําหนาท่คี วบคุมระบบการเงนิ และเครดิตของประเทศเปนนาย
ธนาคารของธนาคารพาณิชย
2. ธนาคารพาณชิ ย เปนสถาบันการเงินทปี่ ระกอบธุรกิจประเภทรับฝากเงนิ ที่ตองจายคนื เม่อื ทวงถาม
ธนาคารกลาง
บทบาทหนาที่ของธนาคารกลาง มีหนาท่ีดงั ตอไปนี้
1. เปนผูออกธนบตั ร
2. เปนผูควบคุมเงินสดของธนาคารพาณิชย
3. เปนนายธนาคารของธนาคารพาณชิ ย
ธนาคารแหงประเทศไทย
บทบาทหนาท่ีของธนาคารแหงประเทศไทย
1. ออกและพิมพธนบตั ร
2. เก็บรักษาทนุ สํารองเงนิ ตรา
3. เปนนายธนาคารของธนาคารพาณิชย

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง4. เปนธนาคารของรฐั บาล
5. รกั ษาเสถยี รภาพของเงนิ ตรา
ธนาคารพาณชิ ย
บทบาทหนาที่ของธนาคารพาณชิ ยมีหนาทหี่ ลักดังน้ี
หนาทใ่ี นดานการใหบริการทางการเงิน ไดแก
1. การรบั ฝากเงนิ
2. การโอน
3. การเรียกเก็บเงิน
4. การใหเชาหบี นิรภัย
5. การเปนทรัสตี
6. การซื้อขายเงินตราตางประเทศ
หนาท่ีเกี่ยวกับการใหกูยืมและสรางเงนิ ฝาก
1. การใหกูยืมของธนาคารพาณชิ ย
2. การสรางเงินฝากของธนาคารพาณิชย
การคลัง รายไดประชาชาติ
รายไดประชาชาติ หมายถึง มูลคาเปนตวั เงินของสนิ คาและบริการขั้นสุดทาย ตามราคาตลาดท่ผี ลิต
ข้นึ ดวยทรัพยากรของประเทศ ในระยะเวลา 1 ป รายไดประชาชาติ คํานวณได 3 วิธี คือ
1. การคาํ นวณจากดานผลิตภัณฑ ซง่ึ เปนการรวมมูลคาของสนิ คาและบริการขัน้ สดุ ทายที่ประเทศผลิต
ขึ้น ในระยะเวลา 1 ป
2. การคํานวณจากดานรายได เปนการรวมรายไดทุกประเภทที่เจาของปจจัยการผลติ ไดรับจากการ
ขายปจจัยใหแกผูผลิต
3. การคาํ นวณจากดานรายจาย เปนการคาํ นวณโดยการนํารายจายของประชาชนในการซอื้ สินคาและ
บรกิ ารขั้นสุดทายรวมกัน ในระยะเวลา 1 ป
ภาษกี บั การพฒั นาประเทศ
การจดั เกบ็ ภาษี
ภาษี หมายถงึ รายไดหรือรายรบั ของรัฐบาลท่เี รียกเก็บจากประชาชนทกุ คนที่ทาํ งานเพื่อนําไปพัฒนา
ประเทศ และคุณภาพชวี ิตของประชาชนในประเทศใหเจริญและดีข้นึ ในการจัดเกบ็ ภาษีตองมอี งคประกอบ 3
ประการคอื
1. ผเู สียภาษีอากร คือ บุคคลทกุ คนท่ีประกอบอาชีพและมีรายได ตองมหี นาทเ่ี สยี ภาษีโดยไมหลบ
เลย่ี ง มิฉะนั้นถือเปนความผิดตามกฎหมาย
2. ระบบการจดั เก็บภาษี คือ วธิ ีการจดั เก็บภาษีทม่ี ีหลักเกณฑ มีประสทิ ธิภาพและไดผลตามเปาหมาย
3. ประเภทของภาษี ภาษแี บงเปน 2 ประเภท คือ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง- ภาษีทางตรง คือ ภาษีท่เี รียกเก็บจากผูที่มีรายได เชน ภาษีเงนิ ไดบุคคลธรรมดา ภาษเี งินไดนิตบิ คุ คล
ภาษมี รดก เปนตน

- ภาษที างออม คือ ภาษที ีผ่ ูมีรายรับผลกั ภาระภาษไี ปยังผูอื่น เชน ภาษี สรรพสามติ อากรแสตมป คา
ธรรมเนียมใบอนญุ าตตาง ๆ เปนตน
ดลุ การคาและดลุ การชาํ ระเงนิ

ดลุ การคา หมายถึง บันทึกมลู คาสงออกและนาํ เขาของประเทศหนึ่งกบั ประเทศ อ่นื ๆซ่ึงเปน บ/ช
แสดงเฉพาะรายการสินคาเทานั้น ตามปกตินยิ มคิดเปนระยะเวลา 1 ป
ดลุ การคาแบงออกเปน 3 ลักษณะ คือ

1. ดุลการคาเกินดลุ
2. ดลุ การคาขาดดุล
3. ดลุ การคาสมดลุ
ดุลการชําระเงิน
ดลุ การชําระเงนิ หมายถงึ บญั ชีบนั ทึกยอดรบั รายจายทางดานการคาและการลงทุนทั้งสนิ้ ทป่ี ระเทศ
ไดจายใหหรอื รายรับจากตางประเทศในระยะเวลา 1 ป บญั ชีดุลการคาชําระเงินเปนการเก็บรวบรวมสถติ ิการ
แลกเปล่ียนสนิ คาและบรกิ ารระหวางประเทศโดยจดั แบงเปน การแลกเปลยี่ นสําหรบั สินคาทปี่ ระเทศเราตอง
การ เรยี กวา เดบิต (Debits) การแลกเปล่ียนสาํ หรับสินคาและบริการทีจ่ ัดสงใหกบั คนในตางประเทศสาํ หรบั
ส่ิงทเ่ี ขาตองการเรียกวา เครดิต (Credit) ลกั ษณะของดลุ การคา ของประเทศใดประเทศหนง่ึ จะแบงออกเปน 3
ลกั ษณะ ดังนี้
1. ดุลการคาเกนิ ดลุ
2. ดลุ การคาขาดดุล
3. ดลุ การคาสมดุล ประกอบดวยบัญชสี าํ คัญ 4 บญั ชี คอื
- บญั ชเี ดินสะพัด (Current Account)
- บญั ชที นุ เคลอื่ นยาย (Capital Movement Account)
- บัญชเี งนิ บริจาคหรอื เงนิ โอน (Transfer Payment) เปนบญั ชที บ่ี ันทึกรายการ
เกย่ี วกบั เงินบรจิ าคเงินชวยเหลือ และเงนิ โอนตาง ๆ ท่ไี ดรบั หรือที่ประเทศโอนไป ใหตางประเทศ
- บญั ชเี งนิ ทุนสํารองระหวางประเทศ (Intemational Reserve Account)
ปญหาเศรษฐกจิ ในประเทศไทยภมู ภิ าคตาง ๆ และโลก
การพัฒนาประเทศและปญหาเศรษฐกจิ ในชมุ ชนการพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมชวยสรางความ
เจริญเติบโตทางเศรษฐกจิ ใหกันประเทศ ในขณะเดยี วกันก็กอใหเกดิ ปญหาในหลาย ๆ ดาน เชน
1. ปญหาความไมสมดลุ ของภาคเศรษฐกจิ
2. ปญหาความยากจนและความเหลอ่ื มลาํ้ ในการกระจายรายได
- ปญหาการกระจายรายได
- ปญหาความยากจน

3. ปญหาดานคณุ ภาพชวี ติ
4. ปญหาความเส่ือมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอม
5. ปญหาวกิ ฤตเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง บทท่ี 4
การเมอื งการปกครอง

การปกครองระบอบประชาธิปไตย
เปนระบอบการปกครองซึง่ ประชาชนมีอาํ นาจสงู สดุ โดยจะเหน็ วาการปกครองระบอบ

ประชาธิปไตยในปจจบุ นั น้ันจะแยกออกเปน 2 แบบ
1. ระบอบประชาธิปไตยแบบมพี ระมหากษตั ริยเปนประมุข
2. ระบอบประชาธปิ ไตยแบบมปี ระธานาธิบดีเปนประมขุ

หลกั การของระบอบประชาธิปไตย
1. หลักความเสมอภาค

- ความเสมอภาคทางกฎหมาย
- ความเสมอภาคทางการเมอื ง
- ความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ
- ความเสมอภาคในดานโอกาส
2. หลักสทิ ธิเสรีภาพและหนาท่ีขนั้ พ้นื ฐาน
- สิทธิและเสรภี าพสวนบคุ คล
- สทิ ธแิ ละเสรภี าพทางการเมือง
- สทิ ธิและเสรีภาพทางเศรษฐกจิ
3. หลกั นติ ิธรรม
4. หลกั การยอมรบั เสยี งสวนมาก
ประเภทของประชาธปิ ไตย
การปกครองระบอบประชาธิปไตย แบงออกเปน 2 ประเภท
1. ประชาธปิ ไตยโดยทางตรง
2. ประชาธปิ ไตยโดยทางออม
ขอดีของระบอบประชาธิปไตย
1. ทาํ ใหประชาชนยึดหลักการทีถ่ กู ตอง ชอบธรรม มีระเบียบวินัย
2. การปกครองระบอบประชาธิปไตยเปนการปกครองท่ีประชาชนทกุ คนมีสวนในการปกครองตนเอง
เปนเจาของอํานาจสงู สุดของประเทศ คือ อาํ นาจอธิปไตย
3. ประชาชนมีสทิ ธิ เสรภี าพ และความเสมอภาคเทาเทียมกัน
4. เปนการปกครองทปี่ ฏิบัติตามมติของคนสวนมาก
5. ชวยแกไขปญหาความขัดแยงภายในหมูประชาชน ระหวางรฐั กบั ประชาชน หรอื ระหวางรฐั กบั รัฐ
ขอเสียของระบอบประชาธิปไตย
1. ประชาชนสรางความวุนวายเพราะไมเขาใจสทิ ธิ เสรภี าพและหนาที่
2. ผแู ทนราษฎรสรางผลงานในเฉพาะทองถ่ินของตน แตไมสนใจปญหาประเทศชาตเิ ทาท่คี วร

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง3. ประชาชนไมเขาใจระบอบประชาธปิ ไตย ขาดสาํ นึกของประชาธปิ ไตยจึงเกิดการขายเสยี ง
4. รัฐบาลท่ีมีเสียงขางมากในรฐั สภาอาจใชความได เปรยี บนี้จนกลายเปนระบอบคณาธิปไตยได
5. ประชาชนเกิดความเบื่อหนาย
การปกครองระบอบเผดจ็ การ
เปนการปกครองทใี่ หความสําคัญแกอาํ นาจรฐั และผูปกครอง อํานาจรฐั จะอยูเหนอื เสรีภาพของบุคคล
คณะบุคคลเดีย่ ว หรอื พรรคการเมืองเดย่ี ว โดยจะถือประโยชนของรฐั มากกวาของประชาชน
หลักการปกครองระบอบเผด็จการ
1. ยึดหลกั รวมอาํ นาจการปกครองไวท่สี วนกลางของประเทศ
2. ยึดหลักการใชกาํ ลัง
3. ประชาชนตองเช่ือฟงและปฏบิ ตั ิ ตามผูนาํ อยางเครงครดั
4. สรางความรูสึกไมมน่ั คงในชวี ิตใหแกประชาชน
5. ไมสนับสนุนใหประชาชนเขามามีสวนรวมทางการเมืองการปกครอง
6. จํากดั สิทธเิ สรีภาพของประชาชนทั้งดานเศรษฐกิจ สงั คมและการเมือง
การปกครองระบอบเผดจ็ การ แบงออกเปน 2 ประเภท
1. ระบอบเผดจ็ การอํานาจนยิ ม
2. ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จนิยม
ขอดีของการปกครองระบอบเผด็จการ
1. สามารถตดั สินปญหาตาง ๆ ไดเร็วกวาระบอบประชาธปิ ไตย
2. การแกปญหาบางอยางสามารถทําไดดีกวาระบอบประชาธปิ ไตย
3. มกี ําลังกองทัพและอาวุธเขมแข็ง เปนทีย่ ําเกรงของประเทศเพื่อนบาน
4. มสี วนใหเกิดความเจริญกาวหนาในการพัฒนาประเทศดานตาง ๆ
5. มสี วนกอใหเกดิ การปกครองท่ีมปี ระสิทธภิ าพเพราะมีการใชอาํ นาจบังคับ
6. สามารถแกปญหาวิกฤตหรือเหตกุ ารณฉกุ เฉนิ ไดอยางรวดเรว็
ขอเสียของการปกครองระบอบเผดจ็ การ
1. เปนการริดรอนสิทธแิ ละเสรภี าพขั้นพืน้ ฐานของประชาชน
2. เปนการปกครองของคนกลุมนอย
3. มงุ ผลประโยชนเฉพาะกลุมหรอื พรรคพวกของตน
4. จํากดั และขัดขวางสทิ ธิ เสรีภาพของประชาชน
5. บานเมืองไมสงบสขุ มีผูตอตานใชกําลังอาวุธเขาตอสูกบั รฐั บาล
6. เปดชองใหมหาอํานาจเขามาแทรกแซงได
7. นําประเทศไปสูความหายนะ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงพฒั นาการของระบอบประชาธปิ ไตยของประเทศตาง ๆ ในโลก
จดุ เร่มิ ตนของระบอบประชาธิปไตย “ยุคโบราณ” มหี ลายประเทศดังน้ี
1. ประเทศกรีก
2. ประเทศซเี รีย
3. ประเทศอินเดีย
4. สาธารณรฐั โรมัน

จดุ เรม่ิ ตนของระบอบประชาธิปไตย “ยุคกลาง”มีหลายประเทศดังน้ี
1. ระบบกลุมสาธารณรัฐคอสแซค็ ยูเครน
2. ประเทศอังกฤษ
3. สหพันธไอโรโควอิส

จดุ เรมิ่ ตนของระบอบประชาธปิ ไตย “คริสตศตวรรษท่ี 18-19” มีหลายประเทศดังนี้
1. ประเทศสหรัฐอเมริกา
2. ประเทศฝรง่ั เศส
3. ประเทศนิวซแี ลนด

ระบอบประชาธปิ ไตยในประเทศไทย
1. เหตุการณสมยั ประชาธิปไตย พ.ศ. 2475 – 2535
2. มลู เหตขุ องการเปลย่ี นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
3. ประชาธิปไตย หลงั 14 ตลุ าคม 2516
4. ประชาธปิ ไตยกับการมีสวนรวมในประเทศไทย

เหตุการณปกครองของประเทศไทยภายหลังปพุทธศักราช 2475 มีดังน้ี
1. กบฏบวรเดช พ.ศ. 2476
2. การรัฐประหาร พ.ศ. 2490
3. การรัฐประหาร พ.ศ. 2501
4. วนั มหาวปิ โยค 14 ตลุ าคม พ.ศ. 2516
5. เหตกุ ารณ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519
6. การรัฐประหาร พ.ศ. 2520
7. การรัฐประหาร พ.ศ. 2534 (รสช.)
8. เหตกุ ารณพฤษภาทมฬิ (17 – 19 พ.ค. 2535)
เหตกุ ารณสําคัญทางการเมืองการปกครองของโลก นบั เปนมูลเหตใุ หญทที่ าํ ใหสงั คมไทยเกดิ การ

เปล่ยี นแปลง โดยเฉพาะอยางย่ิงสงผลกระทบตอการเมืองการปกครองและเศรษฐกิจของประเทศไทย ซ่งึ
เหตกุ ารณสําคัญตาง ๆ ทีเ่ กิดขึ้นในชวงศตวรรษท่ี 20 (ค.ศ 1900 –2000) ดงั นี้

1. สงครามโลกครงั้ ที่ 1 (ค.ศ. 1914 – 1918)
2. สงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ. 1939 – 1945)

3. สงครามเยน็
4. การเมืองโลกสูสังคมไทย
5. เกิดขบวนการนักศกึ ษาเปนปรากฏการณระดับโลก ในชวงสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง
หลักธรรมาภบิ าล ภาครัฐหรือภาคเอกชนตองยึดมัน่ หลกั ธรรมาภบิ าล 6 ประการ
1. หลกั นติ ธิ รรม
2. หลกั คณุ ธรรม
3. หลักความโปรงใส
4. หลักการมีสวนรวม
5. หลกั ความรับผิดชอบ
6. หลกั ความคุมคา
แนวปฏบิ ัติตามหลักธรรมาภิบาล
1. ยึดมั่นในวตั ถปุ ระสงคขององคกรและผลผลิตทจี่ ะสงมอบใหแกประชาชนและผูทมี่ ารับบรกิ าร
2. ทาํ งานอยางมปี ระสิทธภิ าพในหนาที่และบทบาทของตนเอง
3. สงเสริมคานยิ มขององคกรและแสดงใหเห็นถงึ คุณคาของธรรมาภบิ าล โดยการปฏบิ ตั ิหรอื
พฤติกรรม
4. มีการสอ่ื สารท่ดี ี มีการตัดสินใจอยางโปรงใสและมีการบริหารความเสยี่ ง
5. พัฒนาศกั ยภาพและความสามารถของสวนบริหารจดั การอยางตอเนือ่ ง พรอมท้งั ใหมีประสทิ ธภิ าพ
ย่งิ ขึน้
6. เขาถงึ ประชาชนและตองรับผิดชอบตอการทํางานและผลงานอยางจรงิ จงั
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

แนวข้อสอบ วิชาสงั คมศึกษา รหสั สค31001 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

1.ลมประจำที่พดั ผา่ นทวีปยโุ รปคือข้อใด 7.ข้อใดเป็นส่ิงท่ีต้องปฏิบตั ิเม่ือเกิดคล่ืนสนึ ามิ

ก.ลมตะวันออก ข.ลมตะวนั ตก ขณะที่ทา่ นกำลังอยู่บริเวณชายทะเล

ค.ลมเหนอื ง.ลมใต้ ก.เดนิ สำรวยระดบั นำ้ ทีล่ ดลง

2.ข้อใดเป็นช่ือแม่นำ้ ท่สี ำคญั ในทวีปอเมรกิ าเหนือ ข.หาสง่ิ ท่ลี อยนำ้ ได้และเกาะไวใ้ ห้แน่น

ก.มสิ ซสิ ซปิ ปี ข.แอมะซอน ค.ออกจากชายฝ่ังใหเ้ รว็ ท่ีสุดและหนขี นึ้ ท่ีสงู

ค.ปารากวัย ง.ปารานา ง.โทรศพั ทข์ อความช่วยเหลอื จากหน่วยงานภาครัฐ

3.ประเทศใดมภี มู ิอากาศคลา้ ยกบั ประเทศไทย 8.ข้อใดคอื ผลกระทบจากการเร่งเคร่ืองยนตใ์ นเขต

ก.รัสเซีย ข.เคนยา่ พน้ื ที่ชมุ ชน
จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง
ค.แคนาดา ง.ออสเตรยี ก.มลพิษทางนำ้

4.ขอ้ ใดคือสาเหตุของการเกดิ พายุ ข.มลพิษทางแสง

ก.ลมเปลย่ี นทศิ ค.มลพษิ ทางเสยี ง

ข.ความกดอากาศตำ่ ง.มลพิษทางอากาศ

ค.การควบแน่นของไอนำ้ 9.ข้อใดคือสาเหตสุ ำคญั ท่ีมนุษยท์ ำลาย

ง.ศนู ย์กลางของแรงดันอากาศตำ่ พร้อมๆกบั ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม

มแี รงดนั อากาศสงู ขึน้ รอบๆ ก.ความโลภของมนุษย์

5.ถ้านกั ศึกษาต้องการสำรวจขอ้ มูลพ้ืนที่ของ ข.ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

กรุงเทพมหานคร ต้องใช้แผนทมี่ าตราสว่ นขนาด ค.พฤติกรรมการบรโิ ภค

เทา่ ไรจะเหมาะสม ง.การเพ่มิ ของประชาชน

ก.มาตรสว่ นไมเ่ กิน 1:2,500 10.ขอ้ ใดคือวิธีการแก้ไขปัญหาการทำลาย

ข.มาตรส่วนไม่เกนิ 1:25,000 ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มท่ียง่ั ยนื ท่สี ุด

ค.มาตรส่วน 1:250,000 ก.ปลกู พชื ทดแทน

ง.มาตรสว่ น 1:1,000,000 ขึน้ ไป ข.นำเทคโนโลยีสมันใหม่มาใช้

6.ข้อใดเป็นวธิ ีการแกป้ ัญหาน้ำท่วมหลากฉบั พลัน ค.สรา้ งจติ สำนกึ รักส่งิ แวดล้อม

ได้เหมาะสมท่ีสุด ง.สำรวจทรพั ยากรธรรมชาตเิ พ่ิมขนึ้

ก.ปลูกปา่ แบบยัง่ ยืน 11.นักประวตั ิศาสตรแ์ บ่งยคุ สมยั ทาง

ข.ทำฝายก้นั นำ้ ในหม่บู ้าน ประวตั ศิ าสตร์ตามขอ้ ใด

ค.หยดุ การทำไร่เลื่อนลอยบริเวณชายเขา ก.สมยั ดกึ ดำบรรพ์ สมัยประวัตศิ าสตร์

ง.ปลกู บ้านในเขตพน้ื ทร่ี าบสงู ป้องกันนำ้ ทว่ ม ข.สมยั กอ่ นประวัติศาสตร์ สมัยประวตั ศิ าสตร์

ค.สมัยดกึ ดำบรรพ์ สมัยประวัติศาสตร์ สมัย

ปจั จบุ ัน

ง.สมัยดึกดำบรรพ์ สมยั ก่อนประวัติศาสตร์ สมัย

ประวตั ศิ าสตร์

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง12.ประมวลกฎหมาย “ฮัมมูราบี” เกดิ ข้ึนในสมยั16.ขอ้ ใดคือราชทูตคนสำคญั ที่เดินทางไปเจริญ
อารยธรรมใด สัมพนั ธไมตรีกบั ประเทศฝรัง่ เศสในสมัยสมเดจ็ พระ
ก.กรีก ข.โรมนั นารายณ์มหาราช
ค.อียิปต์ ง.เมโสโปเตเมีย ก.เจา้ พระยาโกษาธบิ ดีเหลก็
13.ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ งเก่ยี วกบั การปกครองของ ข.เจา้ พระยาโกษาธิบดปี าน
ประเทศไทย ค.เจา้ พระยาวชิ าเยนทร์
ก.ปกครองระบอบเผด็จการมาโดยตลอด ง.เจา้ พระยามหาเสนา
ข.ปกครองระบอบประชาธปิ ไตยมาโดยตลอด 17.ภาพอาหารมือ้ สดุ ทา้ ยเป็นภาพจิตรกรรมฝา
ค.เปลย่ี นจากระบอบสมบรณู าญาสทิ ธิราชยเ์ ป็น ผนงั ช้นิ สำคัญของศิลปนิ ท่านใด
ระบอบประชาธิปไตย ก.ไมเคิล แองเจโล
ง.เปลี่ยนจากระบอบประชาธิปไตยเปน็ ระบอบ ข.วนิ เซนต์ แวน ดก๊ะ
สมบรณู าญาสทิ ธริ าชย์ ค.เลโอนารโ์ ด ดา วินชึ
14.เพราะเหตใุ ดการปกครองในสมัยกรุงธนบรุ ีจึง ง.ปาโบล รุยซ์ ปิกัสโซ่
ยงั คงยึดถือตามแบบอย่างสมัยอยุธยาเป็นหลัก 18.ขอ้ ใดคือสาเหตสุ ำคญั ทีท่ ำให้เกดิ สงครามโลก
ก.ขา้ ราชการสว่ นใหญเ่ ปน็ ข้าราชการในสมยั ครั้งที่ 2
อยธุ ยา ก.สนธสิ ัญญาแวร์ซายส์
ข.การจดั การปกครองต้องดำเนินไปตามกฎหมาย ข.การขยายตวั ของลัทธคิ อมมิวนิสต์
ในสมยั อยธุ ยา ค.ความล้มเหลวขององค์การสหประชาชาติ
ค.ประชาชนยงั ไม่มคี วามพร้อมที่จะปฏบิ ตั ติ ามการ ง.เกดิ ลัทธทิ ย่ี ึดแนวทางชาตนิ ิยมในกลมุ่ ประเทศ
ปกครองในรปู แบบใหม่ ยุโรป
ง.พระเจา้ รงุ ธนบรุ ีเพม่ิ กอบกู้เอกราชได้และมีพระ 19.พระมหากษัตริยพ์ ระองคใ์ ดทรงจัดตงั้ ตำรวจ
ราชภารกิจในด้านการป้องกนั บา้ นเมอื งจึงโปรดให้ นครบาลและแก้ไขกฎหมายให้ทันสมยั ขน้ึ
ดำเนนิ การปกครองตามแบบอยุธยาไปก่อน ก.พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว
15.ข้อเปน็ ผลมาจากการเปลย่ี นรปู แบบการ ข.พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลาเจา้ อยู่หวั
ปกครอง พ.ศ.2475 ค.พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ ัว
ก.มกี ารเลิกทาส ง.พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจ้าอยหู่ ัว
ข.มรี ัฐธรรมนูญบังคับใชเ้ ปน็ ฉบับแรก 20.ข้อใดเป็นหลักฐานท่ีแสดงถงึ บทบาทของ
ค.มกี ารตราพระราชบัญญัตปิ รุมศกึ ษา สถาบันพระมหากษัตริยท์ ่ีมตี ่อการศกึ ษาในสมยั
ง.มกี ารปรบั โครงสรา้ งการปกครองเป็นอำเภอและ สโุ ขทัย
จังหวัด ก.ศลิ าจารกึ หลกั ท่ี 1
ข.วดั มหรรณพารวย
ค.โรงเรยี นพระดาบส
ง.แบบเรยี นภาษาไทยจนิ ดามณี

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง21.ข้อใดเปน็ สาเหตุทีท่ ำใหป้ ระเทศสว่ นใหญ่26.ข้อใดไม่ใชป่ ระโยชนข์ องการแทรกแซงกลไก
ประสบปญั หาพื้นฐานทางเศรษฐกิจคล้ายกัน ราคาสินคา้ ของรฐั บาล
ก.สนิ คา้ ท่ผี ลติ ได้มีจำนวนนอ้ ย ก.ปรบั อตั ราค่าจ้างขัน้ ต่ำ
ข.ทรพั ยากรของแตล่ ะประเทศลดน้อยลงไป ข.เพมิ่ รายได้ให้กับประชาชน
กว่าเดิม ค.ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้ราคาสินค้าสูงเกินไป
ค.แรงงานและต้นทนุ การผลิตคอ่ นข้างสูงทำให้มี ง.ทำใหผ้ ผู้ ลติ สามารถนำผลผลติ ออกขายในตลาด
กำไรตำ่ มาก ได้
ง.ความไม่พอดรี ะหวา่ งความตองการกับสงิ่ ท่ี 27.ขอ้ ใดบอกความสำคญั ของสถานบันการเงินได้
ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ถกู ต้อง
22.ขอ้ ใดเปน็ สาเหตุสำคัญของการตงั้ กำแพงภาษี ก.เปน็ ตัวกลางระหว่างผฝู้ ากและผู้รบั ฝาก
สินค้าจากต่างประเทศใหม้ รี าคาสงู ข.เปน็ ผู้รับภาวะความเส่ียงแทนผฝู้ สกเงิน
ก.ต้องการใหส้ ินคา้ มีคุณภาพ ค.เปน็ ผู้สรา้ งสนดลุ ทางการเงิน
ข.ประชาชนในประเทศมรี ายไดน้ อ้ ย ง.เปน็ ผคู้ ้ำประกนั เงินกู้
ค.ปกปอ้ งอตุ สาหกรรมภายในประเทศ 28.ข้อใดเปน็ บทบาทหน้าท่ขี องธนาคารแหง่
ง.รฐั บาลต้องการเก็บภาษีใหม้ ากเพื่อนำมาพฒั นา ประเทศไทย
ประเทศ ก.เก็บภาษี
23.ระบบเศรษฐกจิ ของประเทศไทยในปัจจบุ ันคือ ข.รบั ฝากเงนิ
ขอ้ ใด ค.รับซือ้ ต๋วั แรกเงิน
ก.แบบผสม ง.รกั ษาเสถียรภาพของเงนิ ตรา
ข.แบบทนุ นิยน 29.ขอ้ ใดคือรายได้ประชาชาติ
ค.แบบสังคมนิยน ก.รายไดข้ องประเทศรวมกันทกุ ๆดา้ น
ง.แบบคอมมวิ นสิ ต์ ข.ภาษจี ากประชาชนที่เก็บได้ในแตล่ ะปี
24.องค์การเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศข้อใดมี ค.กำไรจากการสง่ ออกสินค้าไปตา่ งประเทศ
หน้าทส่ี นบั สนนุ ความร่วมมือทางการเงินระหวา่ ง ง.มลู คา่ เป็นตัวเงินของสนิ คา้ และบรกิ ารขั้นสุดทา้ ย
ประเทศ 30.การเปิดเสรีทางการค้าและการเงินระหว่าง
ก.IMF ข.WTO ประเทศทำให้ประเทศไทยประสบปญั หาสำคัญ
ค.APEC ง.ASEAN ที่สุดตามข้อใด
25.ขอ้ ใดไม่ใชป่ ัจจยั สำคญั ท่ีมีผลตอ่ การ ก.คา่ เงินบาทลอยตวั
เปลี่ยนแปลงราคาสนิ ค้าในปจั จุบนั ข.ภาวะเศรษฐกิจผันผวน
ก.สภาพเศรษฐกจิ ค.ขาดดุลของบัญชเี งนิ ทุน
ข.ปรมิ าณสนิ คา้ ง.ความสามารถในการแข่งขนั ทางการตลาดลดลง
ค.สวสั ดกิ ารรัฐ
ง.ระบบขนสง่

31.เหตุใดการเปล่ียนแปลงของเศรษฐกจิ โลกจึง 35.ข้อดีของการปกครองระบอบเผดจ็ การคอื ขอ้ ใด
ส่งผลต่อเศรษฐกจิ ของประเทศไทย
ก.ประเทศไทยมหี นีต้ ่างประเทศสูง ก.ประชาชนเขา้ ใจสิทธิ เสรภี าพและหนา้ ที่
ข.ประเทศไทยมรี ะบบเศรษฐกจิ แบบเปิด
ค.ประเทศไทยมกี ารสนับสนนุ การลงทุนใน ข.ประชาชนทุกคนมสี ่วนรว่ มในการปกครอง
ตา่ งประเทศ
ง.ประเทศไทยมีการอนุญาตให้ชาวตา่ งประเทศเข้า ค.สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างและ
มาลงทุนในประเทศไทย
32.แผนพัฒนาเศรษฐกจิ สงั คมแหง่ ชาตฉิ บับท่ี 12 ประชาชน
(พ.ศ.2560-2564)นำปรชั ญาข้อใดมาใชเ้ ปน็
แนวทางในการพฒั นาประเทศ ง.สามารถแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ต่างๆ ได้อย่าง
ก.คดิ เป็น
ข.สารตั ถนิยม รวดเร็ว
ค.พฒั นาชมุ ชน
ง.เศรษฐกจิ พอเพยี ง 36.ประเทศใดเปน็ จดุ เริ่มต้นของการปกครอง
33.แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉบับท่ี
12 (พ.ศ.2560-2564) มเี ป้าหมายรวมใหค้ นไทยมี ระบอบประชาธปิ ไตย “ยุคโบราณ”
คุณลักษณะตามข้อใด
ก.เปน็ คนไทยท่ีเข้มแข็งจังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงก.ฝรั่งเศส ข.องั กฤษ
ข.เปน็ คนไทยที่สมบรณู ์
ค.เป็นคนไทยทเี่ ก่งและดี ค.อติ าลี ง.กรกี
ง.เปน็ คนไทยที่มีความสุข
34.ข้อใดกลา่ วถงึ การปกครองระบอบ 37.การปฏิรูปครง้ั สำคัญของประเทศจนี เกิดขนึ้ ใน
ประชาธปิ ไตยได้ถกู ตอ้ ง
ก.การปกครองของชนกลุ่มนิยมในประเทศ สมยั ใด
ข.การปกครองทีป่ ระชาชนมีอำนาจสงู สดุ ในการ
ปกครอง ก.เหมา เจ๋อตง
ค.การปกครองโดยกลุ่มคนท่ีมีฐานะเหนอื กวา่ ผอู้ นื่
ในสังคม ข.เตง้ิ เสย่ี วผิง
ง.การปกครองท่ีมปี ระชาชนมีสิทธิเรียกรอ้ งอำนาจ
ของตน ค.เจยี ง ไคเชก

ง.ซนุ ยัตเซน็

38.ขอ้ ใดเปน็ เหตุผลท่ีประเทศไทยปกครองตาม

แบบประเทศอังกฤษหลงั การเปลี่ยนแปลงการ

ปกครอง พ.ศ. 2475

ก.ไทยมีกษัตริย์เหมือนกับอังกฤษ

ข.ระบบขนุ นางของไทยและอังกฤษมีลกั ษณะ

คลา้ ยคลงึ กนั

ค.องั กฤษเป็นประเทศแรกทปี กครองตามระบอบ

ประชาธิปไตย

ง.กลุ่มผนู้ ำในการเปลีย่ นแปลงการปกครองสำเร็จ

การศึกษาจากองั กฤษ

39.ข้อใดไม่ใชห่ ลักธรรมาภบิ าล

ก.หลกั นิติรัฐ

ข.หลักคุณธรรม

ค.หลักความคุม้ ค่า

ง.หลักความโปร่งใส

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง40.บุคคลใดปฏบิ ัตติ นตามหลักธรรมาภิบาล45.ขอ้ ใดบอกวธิ กี ารใช้เขม็ ทศิ ได้ถูกต้อง
ก.นำ้ ทิพย์ศกึ ษาตอ่ ในระดบั ปริญญาตรี ก.ตั้งเข็มทิศใหต้ รงตวั S แล้วเดิน
ข.สรุ ีพรตดิ ตามขา่ วสารบา้ นเมอื งทุกวนั ข.ต้งั เขม็ ทิศใหต้ รงตวั N แล้วเดนิ
ค.พลอยไสยอมรับผดิ วา่ ลอกข้อสอบเพื่อน ค.ตัง้ เข็มทิศใหต้ รงตัว W แลว้ เดินหาค่ามมุ
ง.ฤดีขายของโดยใช้เครื่องชั่งทีไ่ ด้มาตรฐาน ง.ตง้ั เขม็ ทิศให้ตรงตวั N แลว้ หาคา่ มุมที่จะเดิน
41.ขอ้ ใดกลา่ วถกู ต้องเกย่ี วกับทวีปออสเตรเลีย 46.ทา่ นควรปฏิบตั ิตนอย่างไรเปน็ อันดับแรกเม่ือ
ก.พนื้ ท่สี ่วนใหญ่อย่ใู นซีกโลกเหนือ เกดิ ดินโคลนถลม่
ข.ประชากรส่วนใหญม่ ีชาติพันธ์นุ ิกรอยด์ ก.อยบู่ นที่สงู
ค.พ้ืนทีข่ องทวีปล้อมรอบดว้ ยมหาสมุทร ข.ติดตามข้อมลู ข่าวสาร
ง.พื้นทีม่ ขี นาดใหญ่เปน็ อันดบั 2 รองจากทวีป ค.อยูใ่ หห้ ่างชายฝงั่ ทะเล
เอเชยี ง.รีบหนอี อกนอกอาคาร
42.ขอ้ ใดกล่าวถูกต้องเก่ียวกับลักษณะภมู ิประเทศ 47.ขอ้ ใดเป็นแนวทางการป้องกันน้ำป่าไหลหลาก
ของทวีปอเมริกาเหนือ อย่างยัง่ ยืน
ก.เป็นท่ีราบในภาคตะวนั ออก ก.สร้างฝายขนาดเล็กจำนวนมาก
ข.มีเขตภูเขาสูงทางภาคเหนือ ข.นำสิง่ กดี ขวางทางนำ้ ออก
ค.มีเขตภเู ขาสูงทางภาคกลาง ค.สรา้ งเขื่อนขนาดใหญ่
ง.ทางตะวนั ตกเป็นเขตภูเขาสูงและท่รี าบสงู ง.อนรุ ักษป์ ่าตน้ น้ำ
43.เพราะเหตใุ ดประเทศอินเดยี และประเทศไทย 48.ข้อใดเป็นผลกระทบตอ่ โลกจากการเกิดภาวะ
จึงสามารถปลูกขา้ วได้เหมือนกนั โลกรอ้ น
ก.ลักษณะภมู อิ ากาศแบบเดยี วกัน ก.น้ำทว่ มโลก
ข.แนวพ้ืนทตี่ ิดต่อกบั ทะเลเหมอื นกนั ข.มลพิษทางอากาศ
ค.วฒั นธรรมในการดำเนนิ ชีวติ เหมือนกัน ค.ขาดน้ำอุปโภคบริโภค
ง.ประชากรมีพธิ ีกรรมและนบั ถอื ศาสนาเหมอื นกัน ง.ก๊าซออกซิเจนเพ่ิมข้ึนในชั้นบรรยากาศ
44.ขอ้ ใดคือสาเหตุสำคญั ของการกดั เซาะชายฝ่ัง 49. “การเพิ่มของพื้นทที่ ำกินทางการเกษตร
ทะเลในปัจจบุ ัน เนอื่ งจากการบุกรุกทำลายป่า ทำให้เสียสมดุลทาง
ก.ปรากฏการณ์อุณหภมู ิผกผนั ธรรมชาต”ิ ข้อความนมี้ สี าเหตมุ าจากเร่ืองใด
ข.ปรากฏการณเ์ รือนกระจก ก.การใช้เทคโนโลยสี มยั ใหม่
ค.การเกิดพายุหมนุ เขตรอ้ น ข.การขยายตวั ของเมือง
ง.การเกดิ แผน่ ดนิ ไหว ค.การเพิ่มข้ึนของประชากร
ง.ถูกทุกขอ้

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง50.ขอ้ ใดคือวิธกี ารแกป้ ัญหาการทำลาย54.แนวคดิ เกี่ยวกบั การเมืองการปกครองในสมัย
ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่นี ำไปสคู่ วาม กรุงรตั นโกสินทรต์ อนต้นแตกต่างจากสมยั อยุธยา
เข้มแข็งของภาคประชาชน ในเรอ่ื งใด
ก.การควบคมุ มใิ ห้มีการทำลายทรพั ยากรธรรมชาติ ก.ระบบศักดินา
โดยใชก้ ฎหมายอยา่ งเด็ดขาด ข.สถานะพระมหากษัตริย์
ข.เน้นใหป้ ระชาชนมีการใช้ทรัพยากรใหเ้ กดิ ค.การจดั ระเบียบการปกครองส่วนกลาง
ประโยชนส์ งู สุด ง.การจัดระเบียบการปกครองส่วนภูมภิ าค
ค.มีมาตรการป้องกันและค้มุ ครองอยา่ งเขม้ แข็ง 55.รัชกาลใดทพ่ี ฒั นาประเทศดา้ นคมนาคมและ
ง.เพ่มิ จำนวนเจา้ หน้าที่หคึ วามรู้แก่ประชาชน การประปาจนส่งผลความเจริญถึงปัจจุบัน
51.สมยั สุโขทัยและสมยั อยุธยาเกดิ ข้ึนในยุค ก.รัชกาลท่ี 1
ประวัติศาสตรส์ มยั ใด ข.รชั กาลท่ี 5
ก.สมัยโบราณ ค.รัชกาลที่ 7
ข.สมยั กลาง ง.รชั กาลที่ 9
ค.สมัยใหม่ 56.ข้อใดคือผลงานของพระบาทสมเด็จพระพุทธ
ง.สมยั ปจั จบุ ัน ยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช
52.ข้อใดคือแหลง่ กำเนิดอารยธรรมจนี ก.บทละครเร่ืองรามเกียรติ์
ก.ลุม่ แมน่ ้ำโขง ข.บทเพลง “บหุ ลันลอยเลอ่ื น”
ข.ลุ่มแม่นำ้ ฮวงโห ค.วรรณคดเี รอ่ งนริ าศภเู ขาทอง
ค.ลมุ่ แมน่ ำ้ เหลือง ง.แบบก่อสรา้ งพระท่ีนัง่ จักรีมหาปราสาท
ง.ล่มุ แม่นำ้ แยงซีเกียง 57.อบั ราฮัม ลินคอลน์ มีผลงานทโ่ี ดดเด่นในเร่ือง
53. “พระมหากษัตรยิ ท์ รงดูแลทกุ ข์สุขของราษฎร ใด
อย่างใกล้ชิด ใหผ้ ้ทู เ่ี ดือดร้อนมาสัน่ กระด่ิงถวาย ก.เปน็ ผนู้ ำทางทหารและการเมืองท่ีเข้มแข็ง
ฎีกา”จากเหตุการณ์ข้างต้นเกิดขึน้ ในสมยั ใด ข.ร่วมเปน็ ผู้นำกอ่ ตง้ั ชาติอเมริกัน
ก.สุโขทยั ค.ต่อต้านการเหยยี ดสีผวิ
ข.อยุธยา ง.เลกิ ทาส
ค.ธนบรุ ี 58.ขอ้ ใดคือปัญหาเศรษฐกิจการคลงั ท่ีเกิดข้นึ ใน
ง.รตั นโกสินทร์ ปลายรชั กาลท่ี 6 จนถงึ รชั กาลท่ี 7
ก.รฐั บาลใช้จ่ายเงนิ ฟุ่มเฟอื ย
ข.ข้าราชการมจี ำนวนมากเกนิ ไป
ค.ภาวะเศรษฐกจิ ตกตำ่ ทวั่ โลกหลงั สน้ิ สงครามโลก
คร้ังท่ี 1
ง.มีคา่ ใช้จ่ายในดา้ นงบประมาณการป้องกนั
ประเทศสงู มากจนเกินไป

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง59.พระมหากษตั รยิ ์ของไทยทรงมีบทบาทเด่นชดั63.ข้อใดกลา่ วถึงระบบเศรษฐกจิ แบบทนุ นิยมได้
ทสี่ ุดในข้อใด ถกู ต้อง
ก.กระต้นุ การพัฒนาเศรษฐกจิ ก.เอกชนดำเนนิ กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ โดยไม่มี
ข.เจรญิ สมั พนั ธไมตรีกับต่างประเทศ รฐั บาลเข้าไปแทรกแซง
ค.สร้างโครงการพระราชดำรเิ ก่ียวกบั การช่วยเหลอื ข.เอกชนไม่มีรฐั บาลเข้าไปแทรกแซงในกจิ กรรม
คนยากจน ทางเศรษฐกจิ
ง.เปน็ ศูนย์รวมจติ ใจของคนทั้งชาติใหเ้ กิดความ ค.เอกชนดำเนินการในรปู ของสหกรณ์
สามัคคี ปรองดอง ง.เอกชนมสี ทิ ธิเฉพาะธุรกจิ ขนาดยอ่ ม
60.ขอ้ ใดคือพระราชกรณยี กจิ ด้านการศึกษาของ 64.ข้อใดคือความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจระหว่าง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั ประเทศ
ก.สร้างโรงเรยี น ก.การแลกเปล่ียนสนิ ค้าระหว่างประเทศ
ข.ส่งเสรมิ การศึกษาต่อตา่ งประเทศ ข.การลงทนุ สรา้ งอสังหาริมทรัพยร์ ว่ มกัน
ค.กำหนดกฎหมายการศึกษาภาคบงั คบั ค.การขยายธรุ กิจแฟรนไชส์ในแตล่ ะประเทศ
ง.สง่ เสริมใหป้ ระชาชนเขา้ รบั การศึกษาในวัด ง.การผลิตสนิ ค้าทม่ี ีคณุ ภาพ ก่อนส่งออกไปขาย
61.การกำหนดค่าจา้ งในระบบเศรษฐกิจแบบทุน ต่างประเทศ
นยิ มข้นึ กบั ปจั จัยในข้อใด 65.ภาวะท่ีราคาสินค้าเปล่ียนแปลงขน้ึ หรอื ลงโดย
ก.ความเชยี่ วชาญในงานของแรงงานเทา่ นัน้ แรงผลักดนั อุปสงค์ อปุ ทานเรียกว่าอะไร
ข.จำนวนคนว่างงาน และคุณสมบัติของผู้สมัครเข้า ก.ดุลยภาพ
ทำงาน ข.กลไกราคา
ค.การเลือกทำงานของแรงงานและตำแหน่งงาน ค.ระบบตลาด
วา่ ง ง.ระบบเศรษฐกิจ
ง.ความตอ้ งการจา้ งงานและจำนวนแรงงานที่ 66.ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการแทรกแซงกลไก
ต้องการทำงาน ราคาของรฐั บาล
62.สาเหตใุ ดทท่ี ำให้เกิดการร่วมมอื กันทาง ก.ช่วยเหลอื เกษตรกร ไมใ่ ห้ราคาสนิ ค้าทาง
เศรษฐกิจของอาเซยี น การเกษตรตกต่ำ
ก.ปัญหาการเสยี ดลุ การค้าระหว่างประเทศ ข.ชว่ ยเหลือราคาตลาด ใหอ้ ยู่ต่ำกวา่ ราคาประกนั
ข.ปัญหาการแทรกแซงทางการเมอื งในประเทศ ราคาขั้นตำ่
อาเซยี น ค.ชว่ ยเหลือผบู้ ริโภค จากการซอื้ สินคา้ ทจี่ ำเปน็ แก่
ค.ปญั หาการกดี กันทางการค้าระหวา่ งประเทศ การดำรงชีวติ
ง.ปัญหาความมัน่ คงทางการทหารในประเทศ ง.ช่วยเหลือผ้ผู ลติ ไม่ใหร้ าคาสินค้าต่ำเกนิ ไป
อาเซียน

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง67.ข้อใดกล่าวถงึ ความสำคัญของสถาบันการเงินได้72.แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติฉบับท่ี
ถกู ต้อง 12 ของประเทศไทย กำหนดใหเ้ ปน็ แผนลกั ษณะใด
ก.เปน็ ผสู้ รา้ งสมดุลทางการค้า ก.แผนกลยทุ ธ์
ข.เป็นผ้รู บั ภาระความเสี่ยงแทนประชาชน ข.แผนบรู ณาการ
ค.เปน็ ผรู้ ับจ่ายเงนิ ในขนั้ ตอนต่างๆ ของการซ้ือขาย ค.แผนเชิงปฏบิ ัติการ
ง.เป็นตัวกลางในการซ้ือขายเงินตราตา่ งประเทศ ง.แผนเชิงพฒั นาการ
68.ข้อใดคือบทบาทหน้าที่ของธนาคารแหง่ 73.ขอ้ ใดคือผลของการใช้แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และ
ประเทศไทย สงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 12
ก.ใหก้ ู้ยืมโดยได้ประโยชนจ์ ากการเกบ็ ดอกเบีย้ ก.เศรษฐกิจในประเทศไทยดขี ึ้น
ข.โอนเงนิ ทง้ั ภายในและภายนอกประเทศ ข.คนไทยมคณุ ลักษณะเป็นคนไทยทสี่ มบรู ณ์
ค.กำกบั ดูแลสถาบันการเงนิ ค.ผู้ประกอบการย้ายฐานการลงทุนไปประเทศ
ง.รบั ฝากเงินกระแสรายวนั เพ่ือนบ้านมากขึ้น
69.ขอ้ ใดอธิบายเกย่ี วกับรายได้ประชาชาตไิ ด้ ง.ความเหลื่อมลำ้ ทางดา้ นรายไดแ้ ละความยากจน
ถกู ต้อง ลดลง
ก.เป็นตวั กำหนดปรมิ าณการผลิต 74.ข้อใดอธบิ ายลกั ษณะการปกครองระบอบ
ข.เปน็ ตัวชีแ้ นวทางในการกำหนดราคา ประชาธิปไตยได้ถูกต้องทส่ี ุด
ค.เปน็ ตวั เปรียบเทยี บฐานะทางเศรษฐกจิ ก.ให้อำนาจอธปิ ไตยแกบุคคลประชาชนมีสิทธิ
ง.เปน็ เคร่ืองมือสำคัญในการวางแผนการศึกษา เสรภี าพ
70.ข้อใดคือผลกระทบที่ประเทศไทยไดร้ บั เมอ่ื ข.ใหอ้ ำนาจอธิปไตยแก่คณะบุคคลประชาชนมีสิทธิ
คา่ เงินเยนประเทศญป่ี ่นุ แข็งตัวขน้ึ เสรภี าพ
ก.การชำระเงินกขู้ องไทยต่อประเทศญ่ปี ุน่ เพ่ิมขน้ึ ค.ให้อำนาจอธปิ ไตยแกพ่ รรคการเมืองประชาชนมี
ข.ราคาสนิ ค้าท่นี ำเข้าจากประเทศญ่ปี ุน่ จะถูกลง สทิ ธเิ สรภี าพ
ค.ดลุ การคา้ ของประเทศญปี่ ุ่นจะเพ่ิมขนึ้ ง.ใหอ้ ำนาจอธปิ ไตยเป็นของปวงชนประชาชนมี
ง.ดลุ การชำระเงินของไทยจะเกนิ ดลุ สิทธิเสรภี าพ ผปู้ กครองประเทศมาจากการ
71.ขอ้ ใดไม่ใช่ผลกระทบจากปญั หาการค้าระหว่าง เลอื กตงั้ ของประชาชน
ประเทศของไทย
ก.การขาดดุลการค้า
ข.ความแตกต่างของทรัพยากร
ค.การแขง่ ขันทางการตลาดของประเทศคแู่ ขง่
ง.ตลาดการค้าในตา่ งประเทศมจี ำนวนน้อยลง

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง75.ข้อใดหมายถึงการปกครองระบอบเผดจ็ การ78.ขอ้ ใดเป็นเหตุทปี่ ระเทศไทยปกครองประเทศ
เบด็ เสร็จนิยม ตามแบบประเทศองั กฤษหลังการเปล่ยี นแปลงการ
ก.ประชาชนไม่มีสิทธิเสรภี าพใดๆ ทั้งสิ้น ปกครอง พ.ศ.2475
ข.ผนู้ ำประเทศได้รับการสนับสนนุ จากกลมุ่ นัก ก.ไทยมีกษตั รยิ เ์ หมอื นกับอังกฤษ
ธรุ กิจและกองทัพ ข.ระบบขนุ นางของไทยและอังกฤษมลี กั ษณะ
ค.ผูน้ ำฝ่ายทหารเปน็ ผใู้ ชอ้ ำนาจปกครองประเทศ คลา้ ยคลึงกนั
โดยตรง ค.อังกฤษเปน็ ประเทศแรกทปี กครองตามระบอบ
ง.ประชาชนเช่ือฟงั คำส่ังของรัฐหรอื ผนู้ ำในบาง ประชาธปิ ไตย
เรื่อง ง.กลุม่ ผนู้ ำในการเปล่ยี นแปลงการปกครองสำเร็จ
76.การเปลี่ยนแปลงทางการเมอื งจากระบบเดิมมา การศกึ ษาจากอังกฤษ
สู่ระบอบประชาธปิ ไตยของแต่ละชาติมีลกั ษณะ 79.กระบวนการทีใ่ ห้ประชาชนตรวจสอบความ
คลา้ ยกันตามขอ้ ใด ถูกต้องในการดำเนินงานของภาครฐั ได้นัน้ ตรงกับ
ก.ประมขุ ของประเทศมีอำนาจช้ขี าด หลกั ธรรมมาภิบาลขอ้ ใด
ข.ผูม้ อี ำนาจทางการเมืองเปน็ ผเู้ ปล่ยี นแปลงเอง ก.หลกั นิตธิ รรม
ค.ประชาชนเปน็ ผู้ต่อสเู้ รียกร้องให้เปลย่ี นแปลง ข.หลกั คุณธรรม
การปกครอง ค.หลกั ความโปร่งใส
ง.ผู้นำทางการเมือง และประชาชนสามารถ ง.หลกั การมสี ว่ นรว่ ม
ประนปี ระนอมได้ 80.บุคคลใดปฏิบัตติ นตามหลักธรรมมาภาบาล
77.พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั ทรง ก.สคุ นธ์เข้ารว่ มรณรงค์การเลือกต้งั
ดำเนนิ การอย่างไร จึงทำให้ไม่เสียเลอื ดเนือ้ ในการ ข.สุขใจยอมรบั ผิดวา่ ได้ลอกข้อสอบเพื่อน
ประกาศเลิกทาส ค.สดุ าขายของโดยใช้เครื่องชงั่ ที่ไดม้ าตรฐาน
ก. ใชอ้ ำนาจเดด็ ขาดท่ีพระองค์มี ง.นำ้ หวานดูขา่ วเพอื่ ติดตามข่าวสารบ้านเมอื ง
ข. ทรงทำเปน็ ขั้นตอนและใชเ้ วลานาน 81.ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับแผนที่
ค. ออกพระราชกฤษฎีกาปลดปลอ่ ยทาส ก. มกั จดั ทำลงบนวัสดุทรงกลม
ง. พระราชทานทรัพยส์ ว่ นพระองคไ์ ถถ่ อนทาส ข. แสดงเฉพาะสิง่ ท่ีมนุษย์สร้างขึ้น
ค. ใช้มาตราสว่ นซ่งึ เปน็ มาตรฐานเดียวกัน
ง. มีรายละเอยี ดแตกตา่ งกนั ไปตามประเภท
82. แผนท่ีมีประโยชน์หลากหลายดา้ น ยกเวน้
ข้อใด
ก. การส่งเสริมการท่องเทีย่ ว
ข. การศึกษาลักษณะภมู ิประเทศ
ค. การสร้างงานใหก้ ับประชาชน
ง. การวางแผนสรา้ งระบบสาธารณปู โภค

83.นายวิเชียรตอ้ งการลงทนุ ทำเหมอื งแร่ นักเรียนจังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง87.ข้อใดกล่าวได้ถกู ต้องเกย่ี วกบั ลักษณะของเสน้
คิดว่าแผนทป่ี ระเภทใดเปน็ ประโยชนต์ ่อนายวิเชียร ขนาน
น้อยทีส่ ดุ ก. มีความยาวเท่ากนั ทุกเส้น
ก. แผนทีแ่ หล่งทอ่ งเท่ยี ว ข. ลากจากข้ัวโลกเหนือ – ใต้
ข. แผนที่แสดงแหล่งแรธ่ าตุ ค. เส้นท่ี 0 องศาจะแบ่งโลกออกเป็นซีกโลกเหนอื
ค. แผนที่แสดงเสน้ ทางคมนาคม - ใต้
ง. แผนทร่ี ะบบสาธารณูปโภค ง. เสน้ ที่ 0 องศาลากผา่ น เมืองกรีนิช ประเทศ
84.องค์ประกอบใดของแผนที่ทช่ี ว่ ยให้ผใู้ ชท้ ราบ องั กฤษ
ขนาดและระยะทางจริงในภูมิประเทศ 88.เส้นวันทีห่ รอื เสน้ แบ่งเขตวันสากลคือเส้นใด
ก. ทศิ ทาง ก. เสน้ เมริเดียนท่ี 0 องศา
ข. สญั ลักษณ์ ข. เสน้ เมรเิ ดียนท่ี 180 องศา
ค. มาตราสว่ น ค.เสน้ อารก์ ติกเซอร์เคิล
ง. เสน้ ชน้ั ความสูง ง. เสน้ แอนตาร์กติกเซอร์เคลิ
85.สัญลักษณ์แผนท่ีข้อใดจัดอยใู่ นประเภทท่ี 89.พิกดั ภูมิศาสตร์คืออะไร
แตกต่างจากข้ออ่ืน ก. จุดตัดของเส้นขนานกบั เส้นเมรเิ ดยี น
ก. แม่น้ำ ข. ระยะทางระหว่างละตจิ ดู หนึ่งถงึ ละติจดู หน่ึง
ข. ป่าไม้ ค. เสน้ เมริเดียนทท่ี ำมุม 180 องศากับเส้นเม
ค. นาข้าว รเิ ดยี นปฐม
ง. ทะเลทราย ง. เส้นสมมตทิ ่ีลากผ่านขั้วโลกเหนือและขัว้ โลกใต้
90.ประเทศ ก ตง้ั อยู่ท่ีเสน้ เมริเดยี นที่ 100 องศา
86.มาตราสว่ น 0 10 ตะวันออก สว่ นประเทศ ข ต้งั อยู่ท่ีเส้นเมรเิ ดียนท่ี
160 องศาตะวนั ออก ข้อใดกล่าวไดถ้ ูกต้องเกีย่ วกบั
กโิ ลเมตร มคี วามหมายว่าอย่างไร เวลาของทงั้ สองประเทศ
ก. ประเทศ ก มีเวลาเร็วกว่าประเทศ ข ประมาณ
ก. ระยะทาง 1 เซนตเิ มตร ในแผนท่ี เท่ากบั 5 2 ช่ัวโมง
ข. ประเทศ ข มีเวลาเร็วกวา่ ประเทศ ก ประมาณ
กิโลเมตร ในภมู ปิ ระเทศจริง 2 ชั่วโมง
ค. ประเทศ ก มีเวลาเรว็ กว่าประเทศ ข ประมาณ
ข. ระยะทาง 1 เซนตเิ มตร ในแผนที่ เท่ากับ 10 4 ชั่วโมง
ง. ประเทศ ข มเี วลาเร็วกว่าประเทศ ก ประมาณ
กิโลเมตร ในภูมิประเทศจริง 4 ชวั่ โมง

ค. ระยะทาง 1 เซนตเิ มตร ในแผนท่ี เทา่ กบั 15

กิโลเมตร ในภมู ปิ ระเทศจรงิ

ง. ระยะทาง 1 เซนติเมตร ในแผนท่ี เท่ากับ 20

กโิ ลเมตร ในภมู ปิ ระเทศจริง

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง91.เหตุการณใ์ ดในสมยั รัชกาลที่ 6 ทีเ่ ป็นการย้ำ95.ข้อใดไม่ใชข่ อ้ เสียของระบบเศรษฐกิจแบบทนุ
เตือนวา่ ถงึ เวลาเปลีย่ นแปลงรูปแบบการ นิยม
ปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธริ าชย์ ก เกดิ ปัญหาช่องวา่ งระหว่างรายได้
มาเป็นระบอบประชาธปิ ไตย ข มีการใชท้ รัพยากรอยา่ งสน้ิ เปลือง
ก กบฏบวรเดช ค เกิดการกระจายรายได้ไมเ่ ป็นธรรม
ข กบฏ ร.ศ. 130 ง. ขาดเสรีภาพในการดำเนนิ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ค วกิ ฤตการณ์ ร.ศ. 112 96.ถา้ รัฐบาลของประเทศหนึ่งเปลย่ี นแปลงระบบ
ง คำกราบบังคมทูลของ ร.ศ. 103 เศรษฐกจิ ของตนจากระบบทุนนิยมเป็นระบบ
92.เม่ือชนช้นั กลางมีความรูส้ ึกตนื่ ตัวทาง เศรษฐกิจแบบผสม
การเมือง และไม่พอใจในระบอบการปกครอง จะเกดิ ผลอย่างไร
แบบสมบูรณาญาสิทธริ าชย์ รัชกาลท่ี 7 ทรง ก มกี ารแข่งขันทางด้านการค้ามากขน้ึ
แก้ไขปัญหานดี้ ้วยวิธีตอ่ ไปน้ี ยกเวน้ ขอ้ ใด ข กลไกราคาจะมีบทบาททางเศรษฐกจิ มากขึ้น
ก ปรบั ปรงุ แก้ไขสภาองคมนตรี ค ประชาชนมโี อกาสเป็นเจ้าของทรัพย์สินมากขน้ึ
ข ออกพระราชบัญญตั ิองคมนตรี ง. การกระจายรายไดข้ องประชาชนมีความเสมอ
พ.ศ. 2470 ภาคมากขึน้
ค. ฟ้ืนฟูสภาทีป่ รกึ ษาราชการแผน่ ดนิ ทมี่ มี า 97. “สภาวะท่ีเกดิ ข้ึนกับเปลือกโลกและ
ต้งั แต่สมัยรัชกาลที่ 5 บรรยากาศทหี่ ่อหุม้ โลกซ่ึงมอี ิทธพิ ลต่อการ ดำเนิน
ง ฝึกหดั ประชาชนให้รจู้ ักใชส้ ิทธิในการ ชีวติ ของมนุษย์”
ออกเสยี งควบคุมกจิ การท้องถิ่น ขอ้ ความนเ้ี ปน็ ความหมายของอะไร
93.ข้อใดเป็นระบบเศรษฐกิจทีป่ ระเทศตา่ ง ๆ ใน ก วธิ กี ารทางภูมศิ าสตร์
โลกนิยมนำมาใช้ ข. ปรากฏการณท์ างภูมิศาสตร์
ก ทนุ นิยม ค กระบวนการทางภมู ิศาสตร์
ข. แบบผสม ง การเปล่ียนแปลงทางภมู ศิ าสตร์
ค สังคมนยิ มคอมมิวนสิ ต์ 98.ปจั จัยขอ้ ใดทท่ี ำให้ทวีปออสเตรเลยี ไม่มี
ง สังคมนิยมประชาธิปไตย ภูมิอากาศหนาวเยน็
94. “การแข่งขนั ทางเศรษฐกิจโดยเสรเี ป็นวิธีที่ดี ก. กระแสน้ำในมหาสมทุ ร
ทสี่ ุดในการเพมิ่ ประสิทธภิ าพการผลิต” ข. การวางตัวของเทอื กเขา
ข้อความนี้หมายถึงระบบเศรษฐกิจแบบใด ค. ละตจิ ูด
ก. ทุนนยิ ม ง. ทิศทางลมประจำ
ข แบบผสม
ค สงั คมนิยมคอมมวิ นิสต์
ง สังคมนิยมประชาธปิ ไตย

99.การสนธสิ ญั ญาเบารงิ กับอังกฤษมีผลทำให้รูปแบบการผลิตของไทยเป็นไปตามลักษณะใด
ก. การผลติ เพ่ือการค้า
ข. ผลติ เพือ่ ยังชพี
ค. ผลติ เพื่อเปน็ ยทุ ธปจั จยั
ง. ผลิตเพอ่ื การอุตสาหกรรม
100.ราคาผซู้ ้ือมีความต้องการตรงกันกับผขู้ าย ณ ราคาหน่ึง จุดๆ นั้นๆ เรยี กว่าอะไร
ก. กฎของอปุ สงค์ ข. กฎของอปุ ทาน
ค. ปรมิ าณดุลยภาพ ง. ราคาดลุ ยภาพ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสงเฉลยแนวข้อสอบ

1. ข.ลมตะวนั ตก
2. ก.มิสซิสซปิ ปี
3. ข.เคนยา่
4. ง.ศนู ย์กลางของแรงดันอากาศตำ่ พรอ้ มๆกับมีแรงดนั อากาศสูงข้ึนรอบๆ
5. ค.มาตรสว่ น 1:250,000
6. ข.ทำฝายก้นั น้ำในหมู่บ้าน
7. ค.ออกจากชายฝัง่ ใหเ้ รว็ ท่สี ดุ และหนขี นึ้ ท่ีสงู
8. ค.มลพิษทางเสียง
9. ง.การเพม่ิ ของประชาชน
10. ก.ปลูกพชื ทดแทน
11. ข.สมัยก่อนประวตั ิศาสตร์ สมัยประวัติศาสตร์
12. ง.เมโสโปเตเมยี
13. ค.เปล่ียนจากระบอบสมบรูณาญาสิทธริ าชยเ์ ป็นระบอบประชาธิปไตย
14. ง.พระเจ้ารุงธนบรุ เี พมิ่ กอบกู้เอกราชไดแ้ ละมีพระราชภารกิจในด้านการปอ้ งกนั บา้ นเมืองจงึ โปรด
ให้ดำเนินการปกครองตามแบบอยุธยาไปก่อน
15. ข.มรี ัฐธรรมนญู บงั คบั ใช้เปน็ ฉบับแรก
16. ข.เจา้ พระยาโกษาธบิ ดีปาน
17. ค.เลโอนาร์โด ดา วนิ ชึ
18. ข.การขยายตัวของลัทธคิ อมมวิ นิสต์
19. ก.พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว
20. ก.ศิลาจารึกหลกั ที่ 1
21. ง.ความไม่พอดีระหวา่ งความตองการกบั ส่ิงทตี่ อบสนองความต้องการของมนุษย์
22. ง.รฐั บาลต้องการเกบ็ ภาษใี ห้มากเพอื่ นำมาพัฒนาประเทศ
23. ก.แบบผสม
24. ก.IMF
25. ค.สวสั ดิการรัฐ
26. ง.ทำใหผ้ ู้ผลติ สามารถนำผลผลติ ออกขายในตลาดได้
27. ค.เปน็ ผสู้ รา้ งสนดลุ ทางการเงิน
28. ง.รกั ษาเสถียรภาพของเงินตรา
29. ง.มลู คา่ เปน็ ตัวเงนิ ของสินค้าและบรกิ ารขน้ั สดุ ทา้ ย
30. ง.ความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดลดลง

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง31. ง.ประเทศไทยมกี ารอนญุ าตให้ชาวต่างประเทศเขา้ มาลงทุนในประเทศไทย
32. ง.เศรษฐกจิ พอเพียง
33. ง.เปน็ คนไทยทีม่ ีความสขุ
34. ง.การปกครองที่มีประชาชนมสี ทิ ธเิ รียกร้องอำนาจของตน
35. ง.สามารถแก้ปญั หาวิกฤตการณ์ตา่ งๆ ได้อยา่ งรวดเร็ว
36. ง.กรีก
37. ข.เต้งิ เส่ยี วผิง
38. ค.องั กฤษเปน็ ประเทศแรกทีปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตย
39. ค.หลกั ความค้มุ คา่
40. ง.ฤดีขายของโดยใช้เครอ่ื งชั่งทีไ่ ด้มาตรฐาน
41. ก.พื้นที่ส่วนใหญ่อยใู่ นซกี โลกเหนอื
42. ง.ทางตะวันตกเป็นเขตภูเขาสงู และที่ราบสูง
43. ก.ลกั ษณะภมู ิอากาศแบบเดยี วกนั
44. ง.การเกิดแผน่ ดนิ ไหว
45. ง.ตั้งเข็มทิศใหต้ รงตัว N แล้วหาคา่ มมุ ท่จี ะเดิน
46. ก.อยู่บนทส่ี ูง
47. ง.อนุรกั ษ์ปา่ ต้นนำ้
48. ข.มลพิษทางอากาศ
49. ง.ถกู ทกุ ข้อ
50. ข.เน้นให้ประชาชนมกี ารใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชนส์ ูงสุด
51. ข.สมัยกลาง
52. ข.ลุ่มแม่น้ำฮวงโห
53. ก.สโุ ขทัย
54. ข.สถานะพระมหากษัตริย์
55. ข.รัชกาลที่ 5
56. ก.บทละครเรอื่ งรามเกยี รต์ิ
57. ข.รว่ มเปน็ ผ้นู ำก่อตง้ั ชาติอเมรกิ ัน
58. ง.มีคา่ ใชจ้ า่ ยในด้านงบประมาณการป้องกนั ประเทศสูงมากจนเกนิ ไป
59. ง.เป็นศนู ยร์ วมจิตใจของคนทงั้ ชาตใิ ห้เกดิ ความสามคั คี ปรองดอง
60. ก.สร้างโรงเรยี น
61. ง.ความต้องการจ้างงานและจำนวนแรงงานทตี่ ้องการทำงาน
62. ก.ปญั หาการเสียดลุ การค้าระหว่างประเทศ
63. ก.เอกชนดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกจิ โดยไมม่ รี ัฐบาลเข้าไปแทรกแซง

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง64. ง.การผลิตสินค้าทีม่ ีคุณภาพ กอ่ นส่งออกไปขายตา่ งประเทศ
65. ข.กลไกราคา
66. ข.ช่วยเหลอื ราคาตลาด ให้อย่ตู ่ำกว่าราคาประกนั ราคาขั้นต่ำ
67. ก.เปน็ ผสู้ ร้างสมดุลทางการค้า
68. ค.กำกบั ดูแลสถาบันการเงิน
69. ข.เปน็ ตัวชี้แนวทางในการกำหนดราคา
70. ข.เป็นตวั ชแ้ี นวทางในการกำหนดราคา
71. ข.ความแตกต่างของทรัพยากร
72. ง.แผนเชิงพัฒนาการ
73. ข.คนไทยมคณุ ลักษณะเป็นคนไทยทส่ี มบรู ณ์
74. ง.ให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนประชาชนมสี ทิ ธเิ สรีภาพ ผ้ปู กครองประเทศมาจากการ
เลือกต้งั ของประชาชน
75. ก.ประชาชนไม่มีสทิ ธเิ สรภี าพใดๆ ทั้งสิน้
76. ง.ผนู้ ำทางการเมือง และประชาชนสามารถประนปี ระนอมได้
77. ข. ทรงทำเป็นข้นั ตอนและใช้เวลานาน.
78. ค.หลกั ความโปร่งใส
79. ค.สุดาขายของโดยใช้เครอ่ื งชัง่ ทไ่ี ด้มาตรฐาน
80. ง. มีรายละเอียดแตกต่างกันไปตามประเภท
81. ค. การสร้างงานให้กับประชาชน
82. ก. แผนท่ีแหลง่ ท่องเท่ียว
83. ค. มาตราส่วน
84. ก. แมน่ ้ำ
85. ก. ระยะทาง 1 เซนติเมตร ในแผนท่ี เทา่ กับ 5 กโิ ลเมตร ในภมู ปิ ระเทศจริง
86. ค. เสน้ ท่ี 0 องศาจะแบ่งโลกออกเปน็ ซีกโลกเหนอื – ใต้
87. ข. เส้นเมรเิ ดียนท่ี 180 องศา
88. ก. จดุ ตดั ของเส้นขนานกบั เสน้ เมรเิ ดียน
89. ง. ประเทศ ข มีเวลาเรว็ กว่าประเทศ ก ประมาณ 4 ชัว่ โมง
90. ง. คำกราบบังคมทลู ของ ร.ศ. 103
91. ค. ฟน้ื ฟูสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดนิ ที่มีมาตัง้ แต่สมัยรัชกาลท่ี 5
92. ข. แบบผสม
93. ก. ทนุ นยิ ม
94. ง. ขาดเสรีภาพในการดำเนนิ กิจกรรมทางเศรษฐกจิ
95. ง. การกระจายรายไดข้ องประชาชนมคี วามเสมอภาคมากขน้ึ

96. ข. ปรากฏการณ์ทางภูมิศาสตร์
97. ข. การวางตวั ของเทือกเขา
98. ก. การผลติ เพือ่ การคา้
100. ง. ราคาดุลยภาพ

จังหวัดนกคศรน.ส íอวÒรเรภค์อชุมแสง


Click to View FlipBook Version