ระบบสรุ ยิ จกั รวาล
คาวา่ ระบบสุริยะจกั รวาล จะใชเ้ ฉพาะกบั ระบบ
ดาวเคราะห์ที่มีโลกเป็นสมาชิก และไม่ควร
เรียกวา่ ระบบสุริยะจกั รวาลอยา่ งท่ีเรียกกนั ติด
ปาก เน่ืองจากไม่เกี่ยวขอ้ งกบั คาวา่ จกั รวาล ตาม
นยั ที่ใชใ้ นปัจจุบนั ระบบสุริยะ ประกอบดว้ ย
ดวงอาทิตยแ์ ละวตั ถอุ ่ืนๆ ที่โคจรรอบดวง
อาทิตย์ เช่น ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์นอ้ ย ดาว
หาง และดาวบริวาร โลกเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่
ห่างจากดวงอาทิตยเ์ ป็นลาดบั ท่ี 3 โดยทว่ั ไป ถา้
ใหถ้ กู ตอ้ งที่สุดควรเรียกวา่ ระบบดาวเคราะห์
เม่ือกล่าวถึงระบบที่มีวตั ถุต่างๆ โคจรรอบดาว
ฤกษ์
ระบบสุริยะ คือระบบดาวที่มีดาวฤกษเ์ ป็น
ศูนยก์ ลาง และมีดาวเคราะห์ (Planet) เป็น
บริวารโคจรอยโู่ ดยรอบ เม่ือสภาพแวดลอ้ ม
เอ้ืออานวย ต่อการดารงชีวติ ส่ิงมีชีวติ กจ็ ะ
เกิดข้ึนบนดาวเคราะห์เหล่าน้นั หรือ บริวารของ
ดาวเคราะห์เองท่ีเรียกวา่ ดวงจนั ทร์
(Satellite) นกั ดาราศาสตร์เชื่อวา่ ใน
บรรดาดาวฤกษท์ ้งั หมดกวา่ แสนลา้ นดวงในกา
แลกซ่ีทางชา้ งเผอื ก ตอ้ งมีระบบสุริยะที่
เอ้ืออานวยชีวติ อยา่ ง ระบบสุริยะท่ีโลกของเรา
เป็นบริวารอยอู่ ยา่ งแน่นอน เพียงแต่วา่ ระยะ
ทางไกลมากเกินกวา่ ความสามารถในการติดต่อ
จะทาไดถ้ ึงที่โลกของเราอยเู่ ป็นระบบท่ี
ประกอบดว้ ย ดวงอาทิตย์ (The sun) เป็น
ศูนยก์ ลาง มีดาวเคราะห์ (Planets) 9 ดวง ที่
เราเรียกกนั วา่ ดาวนพเคราะห์ ( นพ แปลวา่ เกา้ )
เรียงตามลาดบั จากในสุดคือ ดาวพธุ ดาวศุกร์
โลก ดาวองั คาร ดาวพฤหสั ดาวเสาร์ ดาวยเู รนสั
ดาวเนปจูน ดาวพลโู ต ( ตอนน้ีไม่มีพลโู ตแร้ว
เหลือแค่ 8 ดวง ) และยงั มีดวงจนั ทร์บริวารของ
ดวงเคราะห์แต่ละดวง (Moon of
sattelites) ยกเวน้ เพยี ง สองดวงคือ ดาว
พธุ และ ดาวศุกร์ ที่ไม่มีบริวาร ดาวเคราะห์นอ้ ย
(Minor planets) ดาวหาง
(Comets) อุกกาบาต (Meteorites)
ตลอดจนกลุ่มฝ่ นุ และก๊าซ ซ่ึงเคล่ือนท่ีอยใู่ นวง
โคจร ภายใตอ้ ิทธิพลแรงดึงดูด จากดวงอาทิตย์
ขนาดของระบบสุริยะ กวา้ งใหญ่ไพศาลมาก
เม่ือเทียบระยะทาง ระหวา่ งโลกกบั ดวงอาทิตย์
ซ่ึงมีระยะทางประมาณ 150 ลา้ นกิโลเมตร หรือ
1au.(astronomy unit) หน่วยดารา
ศาสตร์ กล่าวคือ ระบบสุริยะมีระยะทางไกลไป
จนถึงวงโคจร ของดาวพลโู ต ดาว เคราะห์ท่ีมี
ขนาดเลก็ ที่สุด ในระบบสุริยะ ซ่ึงอยไู่ กล เป็น
ระยะทาง 40 เท่าของ 1 หน่วยดาราศาสตร์ และ
ยงั ไกลห่างออก ไปอีกจนถึงดงดาวหางออ๊ ต
(Oort"s Cloud) ซ่ึงอาจอยไู่ กลถึง
500,000 เท่า ของระยะทางจากโลกถึงดวง
อาทิตยด์ ว้ ย ดวงอาทิตยม์ ีมวล มากกวา่ ร้อยละ
99 ของ มวลท้งั หมดในระบบสุริยะ ท่ีเหลือ
นอกน้นั จะเป็นมวลของ เทหวตั ถุต่างๆ ซ่ึง
ประกอบดว้ ยดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์นอ้ ย ดาว
หาง และอกุ กาบาต รวมไปถึงฝ่ นุ และก๊าซ ที่
ล่องลอยระหวา่ ง ดาวเคราะห์ แต่ละดวง โดยมี
แรงดึงดูด (Gravity) เป็นแรงควบคุมระบบ
สุริยะ ใหเ้ ทหวตั ถุบนฟ้ าท้งั หมด เคล่ือนท่ี
เป็นไปตามกฏแรง แรงโนม้ ถ่วงของนิวตนั ดวง
อาทิตยแ์ พร่พลงั งาน ออกมา ดว้ ยอตั ราประมาณ
90,000,000,000,000,000,000,000,000 แคลอรี
ต่อวนิ าที เป็นพลงั งานที่เกิดจากปฏิกริยาเทอร์
โมนิวเคลียร์ โดยการเปลี่ยนไฮโดรเจนเป็น
ฮีเลียม ซ่ึงเป็นแหล่งความร้อนใหก้ บั ดาว ดาว
เคราะห์ต่างๆ ถึงแมว้ า่ ดวงอาทิตย์ จะเสีย
ไฮโดรเจนไปถึง 4,000,000 ตนั ต่อวนิ าทีกต็ าม
แต่นกั วทิ ยาศาสตร์กย็ งั มีความเช่ือวา่ ดวงอาทิตย์
จะยงั คงแพร่พลงั งานออกมา ในอตั รา ที่เท่ากนั
น้ีไดอ้ ีกนานหลายพนั ลา้ นปี
ดาวเคราะห์ท้งั 9 ดวง
ชื่อของดาวเคราะห์ท้งั 9 ดวงยกเวน้ โลก ถกู ต้งั
ชื่อตามเทพของชาวกรีก เพราะเชื่อวา่ เทพ
เหล่าน้นั อยบู่ นสรวงสวรค์ และเคารพบูชาแต่
โบราณกาล ในสมยั โบราณจะรู้จกั ดาวเคราะห์
เพียง 5 ดวงเท่าน้นั (ไม่นบั โลกของเรา) เพราะ
สามารถเห็นได้ ดว้ ยตาเปล่าคือ ดาวพธุ ดาวศุกร์
ดาวองั คาร ดาวพฤหสั ดาวเสาร์ ประกอบกบั
ดวงอาทิตย์ และดวงจนั ทร์ รวมเป็น 7 ทาใหเ้ กิด
วนั ท้งั 7 ในสปั ดาห์นน่ั เอง และดาวท้งั 7 น้ีจึงมี
อิทธิกบั ดวงชะตาชีวติ ของคนเราตามความ
เช่ือถือทางโหราศาสตร์ ส่วนดาวเคราะห์อีก 3
ดวงคือ ดาวยเู รนสั ดาวเนปจูน ดาวพลูโต ถกู คน
พบภายหลงั แต่นกั ดาราศาสตร์กต็ ้งั ชื่อตามเทพ
ของกรีก เพือ่ ใหส้ อดคลอ้ งกนั นนั่ เอง
(แหล่งที่มา:
http://www.panyathai.or.th
/wiki/index.php/ระบบสุริยะ
จกั รวาล)
วตั ถุในระบบสุริยะ
ดวงอาทิตยด์ วงอาทิตย์ เป็นดาวฤกษท์ ่ีมีชนิด
สเปกตรัม G2 มีมวลประมาณ 99.86% ของท้งั
ระบบ
ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะมี 8 ดวง ไดแ้ ก่ ดาว
พธุ ดาวศุกร์ โลก ดาวองั คาร ดาวพฤหสั บดี ดาว
เสาร์ ดาวยเู รนสั และ ดาวเนปจูน
ดาวบริวาร คือ วตั ถุที่โคจรรอบดาวเคราะห์ ฝ่ นุ
และอนุภาคขนาดเลก็ อื่นๆ ท่ีประกอบกนั เป็นวง
แหวนโคจรรอบดาวเคราะห์ ขยะอวกาศท่ีโคจร
รอบโลก เป็นชิ้นส่วนของจรวด ยานอวกาศ
หรือดาวเทียมท่ีมนุษยส์ ร้างข้ึน
ซากจากการก่อตวั ของดาวเคราะห์ เป็นเศษฝ่ นุ ท่ี
จบั ตวั กนั ในยคุ แรกท่ีระบบสุริยะก่อกาเนิด อาจ
หมายรวมถึงดาวเคราะห์นอ้ ยและดาวหาง
ดาวเคราะห์นอ้ ย คือ วตั ถุที่มีขนาดเลก็ กวา่ ดาว
เคราะห์ ส่วนใหญ่มีวงโคจรไม่เกินวงโคจรของ
ดาวพฤหสั บดี อาจแบ่งไดเ้ ป็นกลุ่มและวงศ์ ตาม
ลกั ษณะวงโคจร
ดาวบริวารดาวเคราะห์นอ้ ย คือ ดาวเคราะห์นอ้ ย
ขนาดเลก็ ที่โคจรรอบดาวเคราะห์นอ้ ยท่ีมีขนาด
ใหญ่กวา่ หรืออาจมีขนาดพอๆ กนั
ดาวเคราะห์นอ้ ยทรอย คือ ดาวเคราะห์นอ้ ยที่มี
วงโคจรอยใู่ นแนววงโคจรของดาวพฤหสั บดีที่
จุด L4 หรือ L5 อาจใชช้ ื่อน้ีสาหรับดาวเคราะห์
นอ้ ยท่ีอยทู่ ี่จุดลากรางจข์ องดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ
ดว้ ย
สะเกด็ ดาว คือ ดาวเคราะห์นอ้ ยท่ีมีขนาดเท่า
กอ้ นหินขนาดใหญ่ลงไปถึงผงฝ่ นุ
ดาวหาง คือ วตั ถุท่ีมีองคป์ ระกอบส่วนใหญ่เป็น
น้าแขง็ มีวงโคจรท่ีมีความรีสูง โดยปกติจะมีจุด
ใกลด้ วงอาทิตยท์ ่ีสุดอยภู่ ายในวงโคจรของดาว
เคราะห์วงใน และมีจุดไกลดวงอาทิตยท์ ่ีสุด
ห่างไกลเลยวงโคจรของดาวพลโู ต ดาวหางคาบ
ส้นั มีวงโคจรใกลด้ วงอาทิตยม์ ากกวา่ น้ี อยา่ งไร
กต็ าม ดาวหางท่ีมีอายเุ ก่าแก่มกั สูญเสียน้าแขง็
ไปหมดจนกลายเป็นดาวเคราะห์นอ้ ย ดาวหางที่
มีวงโคจรเป็นรูปไฮเพอร์โบลา อาจมีกาเนิดจาก
ภายนอกระบบสุริยะ
เซนทอร์ คือ วตั ถคุ ลา้ ยดาวหางที่มีวงโคจรรี
นอ้ ยกวา่ ดาวหาง มกั อยใู่ นบริเวณระหวา่ งวง
โคจรของดาวพฤหสั บดีและดาวเนปจูน
วตั ถุทีเอน็ โอ คือ วตั ถุท่ีมีก่ึงแกนเอกของวง
โคจรเลยดาวเนปจูนออกไป
วตั ถุแถบไคเปอร์ มีวงโคจรอยรู่ ะหวา่ ง 30 ถึง
50 หน่วยดาราศาสตร์ คาดวา่ เป็นท่ีกาเนิดของ
ดาวหางคาบส้นั บางคร้ังจดั ดาวพลโู ตเป็นวตั ถุ
ประเภทน้ีดว้ ย นอกเหนือจากการเป็นดาว
เคราะห์ จึงเรียกช่ือวตั ถทุ ี่มีวงโคจรคลา้ ยดาว
พลโู ตวา่ พลตู ิโน
วตั ถุเมฆออร์ต คือ วตั ถุที่คาดวา่ มีวงโคจรอยู่
ระหวา่ ง 50,000 ถึง 100,000 หน่วยดาราศาสตร์
ซ่ึงเชื่อวา่ เป็นถ่ินกาเนิดของดาวหางคาบยาว
เซดนา วตั ถุที่เพิ่งคน้ พบเม่ือเร็วๆ น้ี ซ่ึงมีวง
โคจรเป็นวงรีสูงมาก ห่างดวงอาทิตยร์ ะหวา่ ง
76-850 หน่วยดาราศาสตร์ ไม่สามารถจดั อยใู่ น
ประเภทใดได้ แมว้ า่ ผคู้ น้ พบใหเ้ หตุผล
สนบั สนุนวา่ มนั อาจเป็นส่วนหน่ึงของเมฆ
ออร์ต ฝ่ นุ ซ่ึงกระจดั กระจายอยทู่ วั่ ไปในระบบ
สุริยะ อาจเป็นสาเหตุของปรากฏการณ์แสง
จกั รราศี ฝ่ นุ บางส่วนอาจเป็นฝ่ นุ ระหวา่ งดาว
ที่มาจากนอกระบบสุริยะ
ทฤษฎีการกาเนิดของระบบสุริยะ
หลกั ฐานที่สาคญั ของการกาเนิดของระบบสุริยะ
กค็ ือ การเรียงตวั และการเคล่ือนที่อยา่ งเป็น
ระบบระเบียบของดาว เคราะห์ ดวงจนั ทร์
บริวาร ของดาวเคราะห์ และดาวเคราะห์นอ้ ย ท่ี
แสดงใหเ้ ห็นวา่ เทหวตั ถุ ท้งั มวลบนฟ้ า น้นั เป็น
ของ ระบบสุริยะ ซ่ึงจะเป็นเร่ืองที่เป็นไปไม่ได้
เลย ท่ีเทหวตั ถุทอ้ งฟ้ า หลายพนั ดวง จะมีระบบ
โดยบงั เอิญโดยมิไดม้ ีจุดกาเนิด ร่วมกนั
Piere Simon Laplace ไดเ้ สนอ
ทฤษฎีจุดกาเนิดของระบบสุริยะ ไวเ้ ม่ือปี ค.ศ.
1796 กล่าววา่ ในระบบสุริยะจะ มีมวลของก๊าซ
รูปร่างเป็นจานแบนๆ ขนาดมหึมาหมุนรอบ
ตวั เองอยู่ ในขณะท่ีหมุนรอบตวั เองน้นั จะเกิด
การหดตวั ลง เพราะแรงดึงดูดของมวลก๊าซ ซ่ึง
จะทาให้ อตั ราการหมุนรอบตวั เองน้นั จะเกิด
การหดตวั ลงเพราะแรงดึงดูดของก๊าซ ซ่ึงจะทา
ใหอ้ ตั ราการ หมุนรอบตงั เอง มีความเร็วสูงข้ึน
เพอื่ รักษาโมเมนตมั เชิงมุม (Angular
Momentum) ในท่ีสุด เมื่อความเร็ว มี
อตั ราสูงข้ึน จนกระทงั่ แรงหนีศูนยก์ ลางท่ีขอบ
ของกลุ่มก๊าซมีมากกวา่ แรงดึงดูด กจ็ ะทาใหเ้ กิด
มีวงแหวน ของกลุ่มก๊าซแยก ตวั ออกไปจาก
ศุนยก์ ลางของกลุ่มก๊าซเดิม และเม่ือเกิดการหด
ตวั อีกกจ็ ะมีวงแหวนของกลุ่มก๊าซเพ่ิมข้ึน ข้ึน
ต่อไปเร่ือยๆ วงแหวนท่ีแยกตวั ไปจากศูนยก์ ลาง
ของวงแหวนแต่ละวงจะมีความกวา้ งไม่เท่ากนั
ตรงบริเวณ ท่ีมีความ หนาแน่นมากท่ีสุดของวง
จะคอยดึงวตั ถุท้งั หมดในวงแหวน มารวมกนั
แลว้ กลนั่ ตวั เป็นดาวเคราะห์ ดวงจนั ทร์ของดาว
ดาวเคราะห์จะเกิดข้ึนจากการหดตวั ของดาว
เคราะห์
สาหรับดาวหาง และสะเกด็ ดาวน้นั เกิดข้ึนจาก
เศษหลงเหลือระหวา่ ง การเกิดของดาวเคราะห์
ดวงต่างๆ ดงั น้นั ดวงอาทิตยใ์ นปัจจุบนั กค็ ือ
มวลก๊าซ ด้งั เดิมท่ีทาใหเ้ กิดระบบสุริยะข้ึนมา
นนั่ เอง นอกจากน้ียงั มีอีกหลายทฤษฎีท่ีมีความ
เชื่อในการเกิดระบบสุริยะ แต่ในท่ีสุดกม็ ี
ความเห็นคลา้ ยๆ กบั แนวทฤษฎีของ
Laplace ตวั อยา่ งเช่น ทฤษฎีของ Coral
Von Weizsacker นกั ดาราศาสตร์
ฟิ สิกส์ชาวเยอรมนั ซ่ึงกล่าววา่ มีวง กลมของ
กลุ่มก๊าซและฝ่ นุ ละอองหรือเนบิวลา ตน้ กาเนิด
ดวงอาทิตย์ (Solar Nebular) หอ้ มลอ้ ม
อยรู่ อบดวงอาทิตย์ ขณะที่ดวงอาทิตยเ์ กิดใหม่ๆ
และ ละอองสสารในกลุม่ ก๊าซ เกิดการกระแทก
ซ่ึงกนั และกนั แลว้ กลายเป็นกลุ่มกอ้ นสสาร
ขนาดใหญ่ จนกลายเป็น เทหวตั ถุแขง็ เกิดข้นั
ในวงโคจรของดวงอาทิตย์ ซ่ึงเราเรียกวา่ ดาว
เคราะห์ และดวงจนั ทร์ของ ดาวเคราะห์นน่ั เอง
ระบบสุริยะของเรามีขนาดใหญ่โตมากเม่ือเทียบ
กบั โลกที่เราอาศยั อยู่ แต่มีขนาดเลก็ เม่ือเทียบกบั
กาแลก็ ซีของเราหรือ กาแลก็ ซีทางชา้ งเผอื ก
ระบบสุริยะต้งั อยใู่ นบริเวณ วงแขนของ
กาแลก็ ซีทางชา้ งเผอื ก (Milky Way) ซ่ึง
เปรียบเสมือนวง ลอ้ ยกั ษท์ ี่หมุนอยใู่ นอวกาศ
โดยระบบสุริยะ จะอยหู่ ่างจาก จุดศนู ยก์ ลางของ
กาแลก็ ซีทางชา้ งเผอื กประมาณ 30,000 ปี แสง
ดวงอาทิตย์ จะใชเ้ วลาประมาณ 225 ลา้ นปี ใน
การเคล่ือน ครบรอบจุดศูนยก์ ลาง ของกาแลก็ ซี
ทางชา้ งเผือกครบ 1 รอบ นกั ดาราศาสตร์จึงมี
ความเห็นร่วมกนั วา่ เทหวตั ถุท้งั มวลในระบบ
สุริยะไม่วา่ จะเป็นดาวเคราะห์ทุกดวง ดวงจนั ทร์
ของ ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์นอ้ ย ดาวหาง และ
อุกกาบาต เกิดข้ึนมาพร้อมๆกนั มีอายเุ ท่ากนั
ตามทฤษฎีจุดกาเนิดของระบบ สุริยะ และจา
การนา เอาหิน จากดวงจนั ทร์มา วิเคราะห์การ
สลายตวั ของสารกมั มนั ตภาพรังสี ทาใหท้ ราบ
วา่ ดวงจนั ทร์มี อายปุ ระมาณ 4,600 ลา้ นปี ใน
ขณะเดียวกนั นกั ธรณีวทิ ยากไ็ ดค้ านวณ หาอายุ
ของหินบนผิวโลก จากการสลายตวั ของอตอม
อะตอมยเู รเนียม และสารไอโซโทป ของธาตุ
ตะกวั่ ทาใหน้ กั วทิ ยาศาสตร์เชื่อวา่ โลก ดวง
จนั ทร์ อุกกาบาต มีอายปุ ระมาณ 4,600 ลา้ นปี
และอายขุ อง ระบบสุริยะ นบั ต้งั แต่เร่ิมเกิดจาก
ฝ่ นุ ละอองก๊าซ ในอวกาศ จึงมีอายไุ ม่เกิน 5000
ลา้ นปี ในบรรดาสมาชิกของระบบสุริยะซ่ึง
ประกอบดว้ ย ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ ดาว
เคราะห์นอ้ ย ดวงจนั ทร์ ของดาวเคราะห์ดาวหาง
อุกกาบาต สะเกด็ ดาว รวมท้งั ฝ่ นุ ละองก๊าซ อีก
มากมาย น้นั ดวงอาทิตยแ์ ละดาวเคราะห์ 9 ดวง
จะไดร้ ับความสนใจมากที่สุดจากนกั ดารา
ศาสตร์
ดาวเคราะหใ์ นระบบสุริยจกั รวาล
ดวงอาทติ ย์ (Sun)
ดวงอาทติ ยเ์ ป็ นศนู ยก์ ลางของระบบสรุ ยิ ะจักรวาล อยหู่ า่ ง
จากโลกเป็ นระยะทางประมาณ 93 ลา้ นไมล์ และมขี นาด
ใหญก่ วา่ โลกมากกวา่ 1 ลา้ นเทา่ มขี นาด
เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางยาวกวา่ โลก 100 เทา่ ดวงอาทติ ยเ์ ป็ น
ดาวฤกษ์ทม่ี แี สงสวา่ งในตวั เอง ซงึ่ เป็ นแหลง่ พลงั งานที่
สาคญั ของโลก อณุ หภมู ขิ องดวงอาทติ ยอ์ ยรู่ ะหวา่ ง
5,500 - 6,100 องศาเซลเซยี ส พลงั งานของดวงอาทติ ย์
ทัง้ หมดเกดิ จากกา๊ ซไฮโดรเจน โดยพลงั งานดงั กลา่ วเกดิ
จากปฏกิ รยิ านวิ เคลยี รภ์ ายใตส้ ภาพความกดดนั สงู ของ
ดวงอาทติ ย์ ทาใหอ้ ะตอมของไฮโดรเจนซง่ึ มอี ยมู่ ากบน
ดวงอาทติ ยท์ าปฏกิ รยิ าเปลยี่ นเป็ นฮเี ลยี ม ซงึ่ จะสง่ ผา่ น
พลงั งานดงั กลา่ วมาถงึ โลกไดเ้ พยี ง 1 ใน 200 ลา้ นของ
พลงั งานทัง้ หมด นอกจากนัน้ บนพนื้ ผวิ ของดวงอาทติ ยย์ งั
เกดิ ปรากฏการณ์ตา่ งๆ เชน่ การเปลย่ี นแปลงของ
พลงั งานความรอ้ นบนดวงอาทติ ยอ์ นั เนอื่ งมาจากจดุ ดบั
บนดวงอาทติ ย์ (Sunspot) ซงึ่ จะสง่ ผลใหเ้ กดิ การแปรผัน
ของพายแุ มเ่ หล็ก และพลงั งานความรอ้ น ทาใหอ้ นุภาค
โปรตรอนและอเิ ล็กตรอนหลดุ จากพนื้ ผวิ ดวงอาทติ ยส์ ู่
หว้ งอวกาศ เรยี กวา่ ลมสรุ ยิ ะ (Solar Wind) และแสง
เหนอื และใต ้ (Aurora) เป็ นปรากฏการณท์ ข่ี วั้ โลกเหนอื
และขวั้ โลกใต ้
การเกดิ จดุ ดบั บนดวงอาทติ ย์ (Sunspot) บางครัง้ เรา
สามารถมองเห็นไดด้ ว้ ยตาเปลา่ และจะเห็นไดช้ ดั เจน
เวลาดวงอาทติ ยใ์ กลต้ กดนิ จดุ ดบั ของดวงอาทติ ยจ์ ะอยู่
ประมาณ 30 องศาเหนอื และ ใต ้ จากเสน้ ศนู ยส์ ตู ร ทเ่ี ห็น
เป็ นจดุ สดี าบรเิ วณดวงอาทติ ยเ์ นอื่ งจากเป็ นจดุ ทมี่ แี สง
สวา่ งนอ้ ย มอี ณุ หภมู ปิ ระมาณ 4,500 องศาเซลเซยี ส ตา่
กวา่ บรเิ วณโดยรอบประมาณ 2,800 องศาเซลเซยี ส
นักวทิ ยาศาสตรส์ นั นษิ ฐานวา่ กอ่ นเกดิ จดุ ดบั บนดวง
อาทติ ยน์ ัน้ ไดร้ บั อทิ ธพิ ลจากอานาจแมเ่ หล็กไฟฟ้า
บรเิ วณพนื้ ผวิ ดวงอาทติ ยม์ กี ารเปลย่ี นแปลง ทาให ้
อณุ หภมู บิ รเิ วณดงั กลา่ วตา่ กวา่ บรเิ วณอนื่ ๆ และเกดิ เป็ น
จดุ ดบั บนดวงอาทติ ย์
แสงเหนอื และแสงใต(้ Aurora) เป็ นปรากฏการณท์ เ่ี กดิ
บรเิ วณขวั้ โลกเหนอื และขวั้ โลกใต ้ มลี กั ษณะเป็ นลาแสง
ทม่ี วี งโคง้ เป็ นมา่ น หรอื เป็ นแผน่ เกดิ เหนอื พนื้ โลก
ประมาณ 100 - 300 กโิ ลเมตร ณ ระดบั ความสงู ดงั กลา่ ว
กา๊ ซตา่ งๆ จะเกดิ การแตกตวั เป็ นอนุภาคทม่ี ปี ระจไุ ฟฟ้า
และเมอื่ ถกู แสงอาทติ ยจ์ ะเกดิ ปฏกิ รยิ าทซ่ี บั ซอ้ นทาให ้
มองเห็นแสงตกกระทบเป็ นแสงสแี ดง สเี ขยี ว หรอื สขี าว
บรเิ วณขวั้ โลกทงั้ สองมแี นวทเี่ กดิ แสงเหนอื และแสงใต ้
บอ่ ย เราเรยี กวา่ "เขตออโรรา" (Aurora Zone)
ดาวพุธ (Mercury)
ดาวพธุ เป็นดาวเคราะห์ที่อยใู่ กลก้ บั ดวงอาทิตยม์ ากที่สุด
สงั เกตเห็นดว้ ยตาเปล่าไดต้ อนใกลค้ ่าและ ช่วงรุ่งเชา้ ดาวพธุ ไม่มี
ดวงจนั ทร์เป็นดาวบริวาร ดาวพธุ หมุนรอบตวั เองจากทิศตะวนั ตก
ไปยงั ทิศตะวนั ออกกินเวลา ประมาณ 58 - 59 วนั และโคจร
รอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ใชเ้ วลา 88 วนั
ดาวศุกร์ (Venus)
ดาวศุกร์สังเกตเห็นไดด้ ว้ ยตาเปลา่ โดยสามารถมองเห็นได้
ทางขอบฟ้ าดา้ นทิศตะวนั ตกในเวลาใกลค้ ่า เราเรียกวา่ "ดาว
ประจาเมือง" (Evening Star) ส่วนช่วงเชา้ มืดปรากฏ
ใหเ้ ห็นทางขอบฟ้ าดา้ นทิศตะวนั ออกเรียกวา่ "ดาวรุ่ง"
(Morning Star) เรามกั สังเกตเห็นดาวศุกร์มีแสงส่อง
สวา่ งมากเนื่องจาก ดาวศุกร์มีช้นั บรรยากาศที่ประกอบไปดว้ ย
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มีผลทาใหอ้ ุณหภมู ิพ้ืนผวิ สูงข้ึน
ดาวศุกร์หมุนรอบตวั เองจากทิศตะวนั ออกไปยงั ทิศตะวนั ตก
ไม่มีดวงจนั ทร์เป็นดาวบริวาร
โลก (Earth)
โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่มีส่ิงมีชีวิตอาศยั อยู่ เน่ืองจากมี
ช้นั บรรยากาศและมีระยะห่าง จากดวงอาทิตยท์ ่ีเหมาะสมตอ่
การเจริญเติบโตและการดารงชีวิตของสิ่งมีชีวติ นกั ดารา
ศาสตร์อธิบายเกี่ยวกบั การเกิดโลกวา่ โลกเกิดจากการรวมตวั
ของกลุ่มก๊าซ และมีการเคล่ือนทีสลบั ซบั ซอ้ นมาก
ดาวอังคาร (Mars)
ดาวองั คารอยหู่ ่างจากโลกของเราเพยี ง 35 ลา้ นไมล์ และ 234
ลา้ นไมล์ เน่ืองจากมีวงโคจรรอบดวง อาทิตยเ์ ป็นวงรี พ้ืนผวิ
ดาวองั คารมีปรากฏการณ์เมฆและพายฝุ ่ นุ เสมอ เป็นที่
น่าสนใจในการศึกษาของนกั วทิ ยาศาสตร์เป็นอยา่ งมาก
เน่ืองจากมีลกั ษณะและองคป์ ระกอบที่ใกลเ้ คียงกบั โลก เช่น มี
ระยะเวลาในการหมุนรอบตวั เอง 1 วนั เท่ากบั 24.6 ชวั่ โมง
และระยะเวลาใน 1 ปี เม่ือเทียบกบั โลกเท่ากบั 1.9 มีการเอียง
ของแกน 25 องศา ดาวองั คารมีดวงจนั ทร์เป็นบริวาร 2 ดวง
ดาวพฤหัสบดี (Jupiter)
ดาวพฤหสั บดีเป็นดาวเคราะห์ท่ีใหญ่ท่ีสุดในระบบสุริยะ
จกั รวาล หมุนรอบตวั เอง 1 รอบใชเ้ วลา 9.8 ชวั่ โมง ซ่ึงเร็ว
ที่สุดในบรรดาดาวเคราะห์ท้งั หลาย และโคจรรอบดวงอาทิตย์
1 รอบ ใชเ้ วลา12 ปี นกั ดาราศาสตร์อธิบายวา่ ดาวพฤหสั เป็น
กลุ่มกอ้ นก๊าซหรือของเหลวขนาดใหญ่ ท่ีไม่มีส่วนท่ีเป็น
ของแขง็ เหมือนโลก และเป็นดาวเคราะห์ที่มีดวงจนั ทร์เป็น
ดาวบริวารมากถึง 16 ดวง
ดาวเสาร์ (Saturn)
ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์ที่เราสามารถมองเห็นไดด้ ว้ ยตาเปล่า
เป็นดาวที่ประกอบไปดว้ ยก๊าซและของ เหลวสีค่อนขา้ ง
เหลือง หมุนรอบตวั เอง 1 รอบใชเ้ วลา 10.2 ชวั่ โมง และโคจร
รอบดวงอาทิตย์ 1 รอบใชเ้ วลา 29 ปี ลกั ษณะเด่นของดาวเสาร์
คือ มีวงแหวนลอ้ มรอบ ซ่ึงวงแหวนดงั กล่าวเป็นอนุภาคเลก็ ๆ
หลายชนิดที่หมุนรอบดาวเสาร์มีวงแหวนจานวน 3 ช้นั ดาว
เสาร์มีดวงจนั ทร์เป็นดาวบริวาร 1 ดวง และมีดวงจนั ทร์ดวง
หน่ึงชื่อ Titan ซ่ึงถือวา่ เป็นดวงจนั ทร์ที่ใหญ่ท่ีสุดในระบบ
สุริยะจกั รวาล
ดาวยูเรนัส (Uranus)
ดาวยเู รนัสหมนุ รอบตวั เอง 1 รอบ ใชเ้ วลา 16.8 ชวั่ โมง
และโคจรรอบดวงอาทติ ย์ 1 รอบ ใชเ้ วลา 84 ปี ดาว
ยเู รนัสประกอบดว้ ยกา๊ ซและของเหลว เชน่ เดยี วกบั ดาว
พฤหสั และดาวเสาร์ 4.8 ดาวเนปจนู (Neptune) เป็ น
ดาวเคราะหท์ มี่ รี ะยะเวลาในการหมนุ รอบตวั เอง 1 รอบ
เทา่ กบั 17.8 ชวั่ โมง และระยะ เวลาในการโคจรรอบดวง
อาทติ ย์ 1 รอบ เทา่ กบั 165 ปี มดี วงจันทรเ์ ป็ นดาวบรวิ าร
2 ดวง
ดาวพลูโต (Pluto)
ดาวพลโู ตเป็นดาวเคราะห์ดวงสุดทา้ ยของระบบสุริยะจกั รวาล มี
ระยะเวลาในการหมุนรอบตวั เอง 1 รอบ รอบ เท่ากบั 453
ชว่ั โมง ระยะเวลาในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ เท่ากบั
248 ปี เป็นดวงดาวที่มีขนาดใกลเ้ คียงกบั ดาวพธุ และมีระยะห่าง
จากดวงอาทิตยม์ ากท่ีสุด
ยา่ นตา่ งๆ ในระบบสรุ ิยะ
โดยปกติแลว้ ระบบสุริยะจะถูกแบ่งออกเป็นยา่ นต่างๆ โดยนบั จาก
ดวงอาทิตยอ์ อกมาสู่ดา้ นนอก แบ่งไดเ้ ป็น 2 ยา่ น คือ ดาวเคราะห์
ช้นั ใน จานวน 4 ดวง และดาวเคราะห์ช้นั นอก จานวน 4 ดวง
ดาวเคราะห์ช้นั ใน หรือดาวเคราะห์ใกลโ้ ลก ในระบบสุริยะ มี
จานวน 4 ดวง ประกอบไปดว้ ย ดาวพธุ ดาวศกุ ร์ โลก และ
ดาวองั คาร โดยมากดาวเคราะห์ช้นั ในจะมีส่วนประกอบเป็น
หินที่มีความหนาแน่นสูง มีดวงจนั ทร์เป็นบริวารที่มีจานวน
นอ้ ย หรืออาจไมม่ ีเลย ไม่มีระบบวงแหวนรอบตวั เอง อีกท้งั
สสารที่เป็นองคป์ ระกอบมกั จะเป็นแร่ธาตุท่ีมีจุดหลอมเหลว
สูง อาทิ ซิลิเกตที่ช้นั เปลือกและผวิ หรือมีโลหะ เหลก็ และนิ
เกิลที่เป็ นแกนกลางของดาวจานวนสามในสี่ของดาวเคราะห์
ในระบบสุริยะกลุม่ น้ี ไดแ้ ก่ ดาวศุกร์ โลก และดาวองั คาร ท่ีมี
ช้นั บรรยากาศที่เห็นไดช้ ดั บริเวณพ้นื ผวิ มีร่องรอยของหลุม
บ่อที่เกิดจากการปะทะดว้ ยชิ้นส่วนจากอวกาศ รวมถึงยงั มี
ความเปลี่ยนแปลงทางธรณีวทิ ยาท่ีพ้ืนผวิ ดว้ ย อาทิ การ
แยกตวั ของร่องหุบเขาและภเู ขาไฟ
ดาวเคราะห์ช้นั นอก หรือดาวแก๊สยกั ษ์ ในระบบสุริยะ มี
จานวน 4 ดวง ซ่ึงในบางคร้ังอาจเรียกวา่ ดาวเคราะห์โจเวยี น
ประกอบไปดว้ ย ดาวพฤหสั บดี ดาวเสาร์ ดาวยเู รนสั และดาว
เนปจนู พบวา่ ดาวเคราะห์เหล่าน้ีมีมวลรวมกนั กวา่ 99% ของ
มวลสารท้งั หมดที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ส่วนดาวพฤหสั บดี
และดาวเสาร์มีองคป์ ระกอบท่ีเตม็ ไปดว้ ยไฮโดรเจนและ
ฮีเลียม ดาวยเู รนสั และดาวเนปจนู มีองคป์ ระกอบส่วนใหญ่
เป็นน้าแขง็ ซ่ึงนกั ดาราศาสตร์ส่วนหน่ึงเห็นวา่ ดาวท้งั สอง
ดวงหลงั น้ีควรจดั เป็นประเภทเฉพาะของตวั มนั เอง คือ ดาว
น้าแขง็ ยกั ษ์ และดาวแก๊สยกั ษท์ ี่ีมีวงแหวนอยรู่ อบตวั หากเรา
มองดาวเคราะห์เหล่าน้ีจากโลกกจ็ ะเห็นวงแหวนของดาว
เสาร์ไดช้ ดั เจนเพยี งดาวเดียวเท่าน้นั