ห น า | ก
รายงานผลการจดั กิจกรรมชมุ ชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี
(Professional Learning Community: PLC)
ปการศึกษา 2563
กลุมสาระการเรยี นรู
วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
โรงเรยี นบา นสไุ หงโก-ลก
สำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษานราธวิ าส เขต 2
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
รายงานผลการจดั กิจกรรมชมุ ชนการเรียนรทู างวชิ าชพี กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | ข
คำนำ
เอกสารรายงานผลการจัดกิจกรรมชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning
Community : PLC) ประจำปการศึกษา 2563 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
โรงเรียนบานสุไหงโก-ลก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 2 จัดทำขึ้นเพ่ือ
นำเสนอแนวทางในการดำเนินงานของกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี สาระที่ 4 เทคโนโลยี
เรื่อง “การเรียนรูผานกิจกรรมอันปลั๊กโคดดิ้ง (Unplugged Coding) ตามแนวทางการจัดการเรียนรูที่เนน
นักเรียนลงมือปฏิบัติดวยตนเอง (Hand-on Activities)” เพื่อแกไขปญหา แลกเปลี่ยนเรียนรู ติดตาม
ประเมินผล และตอยอดพัฒนาสูนวตั กรรมการเรยี นการสอน
หวงั เปน อยา งย่ิงวาเอกสารเลมนี้ จะเกิดประโยชนตอผูครูผูสอน ผบู ริหารสถานศึกษาและบุคลากร
ทางการศึกษา รวมทั้งผูสนใจทั่วไป ในการนำไปใชเพื่อศึกษาเรียนรูสรางความเขาใจและปฏิบัติตามแนวทาง
ดังกลาวไดเปน อยา งดี
กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
โรงเรียนบานสุไหงโก-ลก
รายงานผลการจดั กจิ กรรมชมุ ชนการเรียนรูทางวชิ าชพี กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | ค
สารบญั
เรือ่ ง หนา ที่
คำนำ ข
สารบญั ค
กำหนดการจัดกจิ กรรมชมุ ชนการเรยี นรทู างวิชาชีพ ภาคเรียนที่ 1 1
กำหนดการจัดกิจกรรมชุมชนการเรียนรูทางวชิ าชพี ภาคเรียนที่ 2 2
สมาชกิ ชุมชนการเรยี นรูทางวิชาชีพกลุม สาระการเรียนรูว ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลยี) 3
รายงานสรุปผลการดำเนินกิจกรรมชมุ ชนการเรยี นรทู างวิชาชีพ 4
บันทกึ ประวัติการปฏบิ ตั ิงานเพอ่ื พฒั นาคุณภาพผเู รียน 10
เทคโนโลยี 01 : PLC logbook การคน หาปญหา และหาสาเหตขุ องปญหา 13
เทคโนโลยี 02 : PLC logbook แนวทางแกไขปญหา และ การออกแบบกิจกรรม 16
เทคโนโลยี 03 : PLC logbook การวางแผนกจิ กรรม 32
เทคโนโลยี 04 : PLC logbook การทดลองใชร ปู แบบกจิ กรรม (Model Teacher) 35
เทคโนโลยี 05 : PLC logbook สะทอนการทดลองปฏบิ ตั ิกิจกรรม (Model Teacher) 38
เทคโนโลยี 06 : PLC logbook การสงั เกตการทดลองใชรูปแบบกจิ กรรมของสมาชิก 41
เทคโนโลยี 07 : PLC logbook สะทอ นการทดลองปฏิบัติกิจกรรมของสมาชกิ 44
เทคโนโลยี 08 : PLC logbook สรุปรายงานผล
47
ภาคผนวก
คำสงั่ แตง ตั้งคณะกรรมการขับเคล่อื นกระบวนการ PLC :
ชุมชนการเรยี นรทู างวชิ าชีพในสถานศึกษา ประจำปการศึกษา 2563
รายงานผลการจดั กิจกรรมชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชพี กลมุ สาระการเรียนรูว ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 1
กำหนดการจดั กิจกรรมชุมชนการเรยี นรทู างวิชาชพี
(Professional Learning Community: PLC)
กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2563
กจิ กรรมท่ี ครั้งที่ วันเดอื นป รายละเอยี ด ชม. ขน้ั
1 1 เสารท่ี 11 ครทู ี่มีปญหาเดยี วกนั ประมาณ 6-7 คน รวมกลมุ กัน 5 Plan
ก.ค.63 ตง้ั ช่อื กลมุ PLC และกำหนดบทบาทสมาชิกในกลุม
(เทคโนโลยี 01: PLC logbook)
2 2 เสารท ่ี 15 แนวทางแกไขปญหา และ การออกแบบกจิ กรรม 5 Plan
ส.ค.63 (เทคโนโลยี 02: PLC logbook)
3 3-5 กันยายน การวางแผนกิจกรรม 15 Plan
2563 (เทคโนโลยี 03: PLC logbook)
4 6-11 วันที่ 12-16 การทดลองใชร ปู แบบกจิ กรรม 6 Do
ต.ค.63 (เทคโนโลยี 04: PLC logbook)
5 12 เสารท ี่ 17 สะทอนการทดลองปฏบิ ตั กิ ิจกรรม 5 See
ต.ค.63 (เทคโนโลยี 05: PLC logbook)
รวม 36
หมายเหตุ : ตารางปรบั เปล่ยี นไดต ามความเหมาะสม
รายงานผลการจดั กิจกรรมชมุ ชนการเรียนรูท างวิชาชพี กลุม สาระการเรียนรูว ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 2
กำหนดการจดั กจิ กรรมชุมชนการเรยี นรทู างวิชาชพี
(Professional Learning Community: PLC)
กลมุ สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศึกษา 2563
กิจกรรมท่ี ครั้งท่ี วนั เดอื นป รายละเอยี ด ชม. ขั้น
8 Do
6 13-20 ธ.ค.63 สมาชกิ ทดลองใชร ปู แบบกิจกรรม (ไมน บั
รวม) See
การสงั เกตการทดลองใชรปู แบบกจิ กรรมของสมาชิก 5 See
(เทคโนโลยี 06: PLC logbook) 10
7 21 เสารท ่ี 26 สะทอนการทดลองปฏิบัติกจิ กรรมของสมาชิก 15
ธ.ค.63 (เทคโนโลยี 07: PLC logbook)
8 22-23 เสารท ี่ 16,23 สรุปผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
ม.ค.64
รวม
หมายเหตุ : ตารางปรบั เปลีย่ นไดตามความเหมาะสม
รายงานผลการจัดกจิ กรรมชุมชนการเรยี นรูทางวชิ าชพี กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 3
สมาชิกชุมชนการเรยี นรูทางวิชาชีพ
(Professional Learning Community: PLC)
กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ปก ารศึกษา 2563 โรงเรยี นบา นสุไหงโก-ลก
ชอ่ื สมาชิก บทบาท ลงชือ่ สมาชิก
นางปริชญา มาสนิ ธุ ครผู สู อน (Model Teacher)
นางสาวปารณี า มะมงิ ครรู วมเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางสิรมิ นต แดงเพ็ง ครรู ว มเรียนรู (Buddy Teacher)
นางสาวนารี สกุ ใส ครรู ว มเรียนรู (Buddy Teacher)
นางลักษมี สาและ ครรู วมเรียนรู (Buddy Teacher)
นางสาวอญั ชลี อดุ มศลิ ป หวั หนา กลมุ สาระฯ (Mentor)
นายสวาง ชนิ พงษ ผูบริหารสถานศึกษา (Administrator)
รายงานผลการจัดกจิ กรรมชุมชนการเรียนรทู างวชิ าชพี กลุม สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 4
รายงานสรุปผลการดำเนินกิจกรรมชุมชนการเรยี นรทู างวชิ าชีพ
กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี) ปก ารศึกษา 2563
จัดการเรียนรผู า นกจิ กรรมอนั ปลก๊ั โคด ด้งิ (Unplugged Coding)
ตามแนวทางการจดั การเรียนรทู ่ีเนน นกั เรยี นลงมอื ปฏิบัติดวยตนเอง (Hand-on Activities)
1. หลักการและเหตุผล
ชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning community : PLC) หมายถึง การ
รวมกลมุ กันของครผู สู อนและบุคลากรทางการศกึ ษา ในลกั ษณะของชุมชนเชิงวิชาการท่ีมเี ปาหมายเพ่ือพัฒนา
คุณภาพการศึกษา โดยใชกระบวนการเรียนรูจากการปฏิบัติ การถอดบทเรียน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู
รวมกนั อยางตอ เนอ่ื ง (ราชบัณฑิตยสถาน, 2558)
จากผลการวิจัยของ สุรพล ธรรมรมดี (2553) ยืนยันวาการดำเนินการในรูปแบบ PLC นำไปสูการ
เปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพทั้งดานวิชาชีพและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน โดย มีผลดีทั้งตอครูผูสอนและนักเรียน
ในแงผลดีตอครูผูสอน พบวา PLC สงผลตอครูผูสอนกลาวคือลดความรูสึกโดดเดี่ยวในงานสอนของครู เพิ่ม
ความรูสึกผูกพันตอพันธกิจและเปาหมายของโรงเรียนมากขึ้น โดยเพิ่มความกระตือรือรนที่จะปฏิบัติใหบรรลุ
พนั ธกิจอยา งแข็งขัน จนเกดิ ความรูสึกวา ตอ งการรว มกันเรียนรูและรับผิดชอบตอพัฒนาการโดยรวมของนักเรียน
ถือเปนพลังการเรียนรูซึ่งสงผลใหการปฏิบัติการสอนในชั้นเรียนใหมีผลดียิ่งขึ้น รวมทั้งเขาใจบทบาทและ
พฤตกิ รรมการสอนทจ่ี ะชว ยใหน ักเรียนเกิดการเรียนรูไดดีทีส่ ุด
จากการศึกษาประโยชนของกระบวนการดังกลาว จึงเกิดความคิดที่จะนำกระบวนการ PLC
(Professional Learning Community มาปรับปรุงแกปญหาการจัดกิจกรรมการเรียนรูรวมกัน และรวมกัน
พัฒนานวตั กรรมทีใ่ ชใ นการแกปญหาเก่ียวกับการจัดการเรียนรูแกนักเรียนในแตล ะกิจกรรมการเรียนรใู หด ียิ่งขึ้น
โดยไดรวมกันวิเคราะหปญหานักเรียนหรือสิ่งที่ตองการพัฒนานักเรียนในการจัดการเรียนการสอน
กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร สาระที่ 4 เทคโนโลยี ดานความรู ทักษะ และคุณลักษณะ สรุปปญหาไดดังนี้
1) จากการจัดกิจกรรมการเรียนรูประกอบกับหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
(เทคโนโลยี) ในตัวชี้วัดที่เกี่ยวกับการแกปญหาในบางบทเรียน นักเรียนบางสวนยังไมสามารถวิเคราะหและ
แกปญหาได ตองการสงเสริมใหนักเรียนมีทักษะในการแกปญหา การคิดเชิงคำนวณ ทำใหนักเรียนเขาใจการ
ประมวลผลขอมูลในรูปแบบของคอมพิวเตอรได ตองการสงเสริมใหนักเรียนไดคิดคลายกับขั้นตอนวิธีในการ
แกปญหา (Algorithm) โดยไมตองใชคอมพิวเตอร ครูใชรูปแบบการสอนแบบบรรยายเปนสวนใหญนักเรยี นไมได
ลงมือปฏบิ ตั ดิ วยตนเองจึงไดนำกระบวนการ PLC มาใชใ นการดำเนินการแกป ญหา เรือ่ ง “การเรยี นรูผา นกิจกรรม
อันปลั๊กโคดดิ้ง (Unplugged Coding) ตามแนวทางการจัดการเรียนรูที่เนนนักเรียนลงมือปฏิบัติดวยตนเอง
(Hand-on Activities)”
รายงานผลการจัดกจิ กรรมชมุ ชนการเรยี นรูทางวิชาชพี กลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 5
2. วัตถปุ ระสงค
เพ่อื จัดการเรยี นรูผานกิจกรรมอนั ปลัก๊ โคด ดิ้ง (Unplugged Coding) ตามแนวทางการจัดการเรยี นรูท่ี
เนนนักเรียนลงมอื ปฏบิ ัติดวยตนเอง (Hand-on Activities) สอดคลอ งกับสาระการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรู
วชิ าวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
3. วิธกี ารดำเนินงาน
3.1 กระบวนการ PLC
ขั้นท่ี 1 : คนหาปญหาและสาเหตขุ องปญ หา
ขน้ั ที่ 2 : หาแนวทางแกปญ หา ออกแบบกิจกรรม
ข้ันท่ี 3 : วางแผนจดั กิจกรรม
ขั้นที่ 4 : ทดลองใชรปู แบบกิจกรรม (Model)
ขั้นท่ี 5 : สะทอนการทดลอง
ขั้นท่ี 6 : สังเกตการทดลองใชร ูปแบบกจิ กรรม (สมาชกิ )
ขั้นท่ี 7 : สะทอนการทดลองปฏบิ ัตกิ จิ กรรมของสมาชกิ
ขน้ั ที่ 8 : สรุปรายงาน
3.2 เคร่อื งมอื
3.2.1 สือ่ การเรยี นรอู นั ปลั๊กโคดดิ้ง
3.2.2 แบบบันทึกการฝก ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
4. วนั เวลา สถานที่ ในการดำเนินงาน
ระยะเวลา : ต้งั แต วนั ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 – 23 มกราคม พ.ศ. 2564
สถานท่ี : โรงเรียนบานสไุ หงโก-ลก
รายงานผลการจดั กจิ กรรมชุมชนการเรียนรูท างวชิ าชพี กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 6
5. สรปุ ผลการดำเนินงาน
จากการจัดกิจกรรมการเรยี นรูผานกจิ กรรมอันปลั๊กโคด ดิ้ง (Unplugged Coding) ตามแนวทางการ
จัดการเรียนรทู ี่เนน นักเรียนลงมอื ปฏิบตั ิดวยตนเอง (Hand-on Activities) ใหน ักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปท ่ี 1-
6 สรปุ ผลการดำเนนิ การแตละกจิ กรรมได ดงั น้ี
5.1 กิจกรรมเพอ่ื นฉนั เปนหุนยนต สำหรับนกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 1 ในการจดั กจิ กรรมนักเรียน
จะทำทาทางไดก็ตอเมื่อมีคนบอกทาทางอยูแตในเกมที่สองคนทำทาทางไมตองอยูตรงนั้นแลวก็ได เวลา
คอมพิวเตอรทำงานก็มีสองลักษณะนี้ บางโปรแกรม เชน เว็บไซต จำเปนตองมีโปรแกรมเบราเซอรไวเพื่อให
ทำงานได บางโปรแกรมก็ทำงานไดเองไมตองอาศัยโปรแกรมอื่น เชนโปรแกรมวาดรูป การบอกคำสั่งในคร้ัง
เดียวรวดเรว็ วอ งไว แตเม่ือมีขอ ผดิ พลาด ตกหลน กจ็ ะไดผลลัพธทีไ่ มถ ูกตอง ไมส ามารถแกไขได
5.2 กิจกรรมถอดรหัสไบนารี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 2 นักเรียนสามารถบอกไดวา
คอมพิวเตอรและเครื่องใชไฟฟาที่บานรูจักเพียงแค 0 และ เลข 1 เทานั้น ซึ่งเรียกวา เลขฐานสอง และการ
ทำงานของเครื่องใชไฟฟา กม็ แี ค ไฟเปด คอื เลข 1 และไฟปด คอื เลข 0 ดังนใี้ นการตดิ ตอ กบั เคร่ืองใชไฟฟาจึง
จำเปนตองแปลงจากเลขฐานสิบเปน ฐานสอง
5.3 กิจกรรมตูคีบตุกตาอัตโนมัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปท่ี 3 สามารถอธิบายไดวา
การเลียนแบบการทำงานของคอมพิวเตอร ที่มีการนำขอมูลเขา คือ คำสั่งที่นักเรียนเขียนใสกระดาษไว โดย
กระดาษคือหนวยความจำ สวนการท่ี ทดลองเดินตัวคีบตุกตา คือ การประมวลผลตามคำสั่ง เอาตพุด ก็คือ
กระดาษแสดงตุก ตาท่แี สดงวาตวั คีบเดนิ อยตู ำแหนงไหน การทเ่ี ขยี นคำสั่งใหต ัวคีบเดินไปทางไหน หรอื ทำอะไร
คือ การเขยี นโปรแกรม โดยแตล ะคำส่ัง คือ การแกป ญ หายอย ๆ เชน แกป ญหาวา ตัวคีบไมไดอยูตรงกับตุกตา
ดว ยการสงั่ ใหตวั คบี เดินไปยงั ตำแหนง ท่ีตองการ
5.4 กิจกรรม Digital Alphabet สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปท่ี 4 นักเรียนกระตือรืนรน
มีความสนใจในตัวสื่อ รวมกันการทำนายผลลัพธจากคำส่ังที่กำหนดให คาดการณผลลัพธจากปญหา มีการ
แลกเปลี่ยนเรยี นรูกนั ภายในกลุม การแกปญหาโดยการแสดงอัลกอริทึม เปนกระบวนการแกปญหาที่สามารถ
อธิบายออกมาเปนข้ันตอนที่ชัดเจน การทำงานตามขั้นตอนท่ีไดออกแบบไว ตรวจสอบขอ ผิดพลาอดและแกไข
ขอ ผิดพลาดท่ีเกดิ ขน้ึ
5.5 กิจกรรมสไปรทของฉัน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5-6 นักเรียนสามารถบอกไดวา
การคนหาขอมูลนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ คำสำคัญ หรือคำถามที่ จะใชถามคอมพิวเตอรใหไดคำตอบ คือ
ขอ มูล เว็บไซต ภาพ เสียง หรอื วดิ โี อ ที่ ตองการ ถา ถามคำถามไดถูกตอง เลอื กคำถามไดเหมาะสมการคนหา
ขอ มูลกท็ ำไดง า ยขึ้น ไวข้ึน เหมือนกบั การถามคำถามเก่ยี วกบั สไปรทตวั ท่ีเพ่ือนเลือก ถา ถามคำถามทีเ่ ก่ียวของ
กับตัวสไปรทจริง ๆ ก็จะทำใหทายถูกไดไวขึ้น ในการคนหาขอมูลในคอมพิวเตอรจริง ๆ นั้น ขอมูลจะทำการ
เรียงลำดับไวแลวไมวาจะตามคาของขอมูล ตัวเลข ตัวอักษร หรือวิธีการอื่น ๆ การคนหาก็แคตัดขอมูลสวนที่
ไมใชแน ๆ ออก แลวพิจารณาแตขอมูลที่เหลือ ทำใหคนหาไดไวขึ้นและถาจำนวนขอมูลมากขึ้นก็จะทำใหการ
คนหาชา ลงดว ย
รายงานผลการจดั กิจกรรมชมุ ชนการเรยี นรูท างวชิ าชพี กลุม สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 7
6. อภปิ รายผลการดำเนนิ งาน
6.1 การออกแบบโปรแกรม เปนการอธิบายการทำงานของโปรแกรมอยางเปนลำดับ ขั้นตอน โดย
การออกแบบโปรแกรมสามารถทำไดท้ังการเขียนขอความ และการเขยี นผังงาน หากมีขอผดิ พลาดเกิดข้ึนหรือ
โปรแกรมไมเ ปนไปตามความตอ งการ จะตอ งตรวจสอบขอ ผดิ พลาดทีเ่ กดิ ขึ้น โดยการตรวจสอบการทำงานทีละ
คำสั่ง เมื่อพบจุดที่ทำใหโปรแกรมไมเปนไปตามตองการใหแกไขขอผิดพลาดนั้น จนกวาจะไดโปรแกรมตามท่ี
ตอ งการ
6.2 การแกปญหาเปนสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เชน การแกปญหาการเดินทางไปโรงเรียน การ
ทำการบาน การเลนเกม ดังนั้นจึงตองเรียนรูขั้นตอนการแกปญหาเพื่อใหสามารถแกปญหาที่เกิดขึ้นไดอยาง
ถูกตองและรวดเรว็ ขัน้ ตอนของการแกปญ หามี 4 ขั้นตอนดงั น้ี 1) พิจารณาและทำความเขาใจปญหา คือ การ
ทำความเขาใจปญหา โดยวิเคราะหปญหานั้น 2) วางแผนการแกปญหา คือ การกำหนดและจัดลำดับขั้นตอน
ของสิ่งทต่ี อ งกระทำเพ่ือแกป ญหาจากขอมลู ท่ีไดร บั 3) ลงมือแกป ญหา คือ การกระทำตามขั้นตอนทีไ่ ดวางแผน
เพื่อใหประสบความสำเร็จตามเปาหมายที่กำหนดไวและ 4) ตรวจสอบผลการแกปญหา คือ การตรวจสอบ
ผลลัพธที่ไดดำเนินการวาตรงตามแนวทางที่จะแกไขหรือไม โดยผลลัพธที่เกิดขึ้นอาจจะไมเปนไปตามแนว
ทางการแกปญ หาท่วี างไว ซ่ึงอาจจะตอ งปรับปรงุ แกไ ขอกี คร้ัง
6.3 การเขียนโปรแกรมใหค อมพิวเตอรท ำงานตามขั้นตอนที่ไดออกแบบไวนั้น บางครั้งจะเกิดปญ หา
ซึ่งปญหาที่เกิดขึ้นจากการเขียนโปรแกรมในแตละขั้นตอนของคำสั่งนั้น เรียกวา ขอผิดพลาด (Bug) สวนการ
ตรวจสอบขอผิดพลาดและแกไขขอผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น จะเรียนกวา Debugging คำสั่งจะแจงเตือน
ขอผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อใหมีการทบทวนแกไขขอผิดพลาดนั้น พรอมทั้งแนะนำวิธีการแกไขกอนที่จะ
ดำเนนิ การตอไป
6.4 การทำนายผลลัพธทำไดโดยพิจารณาเงื่อนไขของปญหาและทำตามคำสั่งของโปรแกรมทีละ
ขั้นตอนอยางรอบคอบ เมื่อพบขั้นตอนที่ทำใหผลลัพธของโปรแกรมไมเปนไปตามที่คาดหวังหรือไมสอดคลอง
ตามเงื่อนไขของโจทย แสดงวาอาจมีขอผิดพลาดเกิดขึ้นในขั้นตอนนี้ ควรทำการแกไขเพื่อนไปสูผลลัพธที่
ถูกตอง
6.5 ขอมูลที่อยูรอบตัวมีจำนวนมาก ขอมูลบางอยางสามารถนำมาใชไดทันทีและขอมูลบางอยาง
จะตองนำไปประมวลผลใหเปนสารสนเทศกอนนำมาใชงาน เพื่อใหนำขอมูลไปใชไดอยางสะดวกและเกิด
ประโยชนส ูงสุด ปจ จุบันไดม กี ารคนหาขอมูลท่ีรวดเรว็ โดยใชเวบ็ ไซตเรยี กวา Search Engine ในการสืบคน
ขอมูลตาง ๆ จะตองมีการประเมินความถกู ตองความนาเชือ่ ถือของขอมูลเพื่อไดขอ มูลท่ีตรงตามความตอ งการ
โดยวิธกี ารคนหาขอมูลในอนิ เทอรเนต็ มอี ยมู ากมายหลายวธิ ี
รายงานผลการจัดกจิ กรรมชุมชนการเรียนรทู างวชิ าชพี กลุมสาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 8
7. ผลท่เี กิดจากการดำเนนิ งาน
7.1 ไดน วตั กรรมในการแกไ ขปญ หา
7.2 นักเรียนเกิดการเรียนรตู ามแนวทางการจัดการเรยี นรูแบบลงมือปฏบิ ตั ิ (Hands-on Activities)
8. รอ งรอย/หลกั ฐาน
8.1 ภาพการพูดคุย ปรึกษากับสมาชิกกลมุ PLC
8.2 ภาพกจิ กรรมการเรียนการสอน
8.3 ภาพการนเิ ทศการสอน
8.4 บันทกึ ประวตั ิการปฏิบตั ิงานเพือ่ พฒั นาคุณภาพนักเรียน (PLC Logbook)
9. บทเรยี นทไ่ี ดจ ากการดำเนินงาน
9.1 การเรียนรผู า นกิจกรรมอนั ปลัก๊ เปน กจิ กรรมทสี่ งเสริมการคิดคลา ยกบั ข้นั ตอนวิธใี นการแกปญหา
(Algorithm) โดยไมตองมีคอมพิวเตอรมาเกี่ยวของ การคิดเชิงคำนวณเปนกรอบการสอนและการเรียนรู เปน
แนวคดิ ใหมส ำหรับการศึกษา เปน สวนหนง่ึ ของอนาคตในโรงเรียนท่ีตองอาศัยความริเริ่ม กิจกรรมท่ีนำมาใชใน
การจัดกิจกรรมเริ่มตนที่ระดบั พืน้ ฐานและสามารถนำมาใชโดยผูเริ่มตนเปนเด็กนกั เรยี นในระดับประถมศึกษา
ตอนตน ในขณะที่บางกิจกรรมใหประสบการณที่ใชกลยุทธหลากหลายซับซอนขึ้นเหมาะสำหรับชั้น
ประถมศึกษาตอนปลาย ซงึ่ กิจกรรมทงั้ หมดลว นเนนใหน ักเรยี นลงมือปฏบิ ัติดวยตนเอง จนทำใหเ กดิ การเรียนรู
เขาใจในสิ่งท่ีสอดคลองตามแนวทางการจัดการเรียนรแู บบลงมือปฏิบัติ (Hands-on Activities)
9.2 ชมุ ชนการเรยี นรวู ิชาชีพ (Professional Learning Community) เปนกระบวนการที่มีประโยชน
และคุมคา สะทอนผลเชิงวิชาชีพ โดยการพูดคุยสนทนากันระหวางสมาชิกในชุมชนการเรียนรู ที่จะกอใหเกิด
ผลทางบวกตอ การเรยี นการสอนและคุณภาพการจัดการศึกษาในสถานศกึ ษา หรือชวยพัฒนาการจัดการเรียนรู
และสงผลใหนกั เรียนมีผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนสงู ข้ึน
10. ส่งิ ที่จะดำเนนิ การตอไป
การจัดกิจกรรมการเรียนรูที่สงเสริมใหนักเรียนมีทักษะในการนำเครื่องมือ อุปกรณ และเทคโนโลยี
ดจิ ิทัลทม่ี อี ยูในปจจบุ นั อาทิ คอมพวิ เตอร โทรศัพท แทบ็ เล็ต โปรแกรมคอมพวิ เตอร และสอื่ ออนไลน มาใชให
เกิดประโยชนสูงสุด ในการสื่อสาร การปฏิบัติงาน และการทำงานรวมกัน หรือใชเพื่อพัฒนากระบวนการ
ทำงาน หรอื ระบบงานในองคกรใหมคี วามทันสมยั และมีประสิทธิภาพ
รายงานผลการจดั กจิ กรรมชมุ ชนการเรยี นรูทางวิชาชพี กลมุ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 9
11. ปญ หา /อปุ สรรค
11.1 กิจกรรมสว นใหญ เปน กิจกรรมกลุม สือ่ วสั ดอุ ุปกรณนักเรียนอาจใชไ ดไ มท ั่วถงึ
11.2 ผลลัพธใ นแตละกิจกรรมมีไดหลากหลาย ครูจงึ ควรเตรียมผลลัพธไวใ หค รอบคลมุ
11.3 การทดลองจัดกิจกรรมนักเรียนไดเขารวมหองเรียนละ 1 ครั้ง ทำใหยังไมเขาใจหรือไมบรรลุ
จุดประสงคท ่วี างไว
12. ขอ เสนอแนะ
12.1 ครูผูสอนสามารถบูรณาการการจัดการเรียนรูตามแนวทางการจัดการเรียนรูแบบลงมือปฏิบัติ
(Hands-on Activities) ใหส อดคลองกบั บทเรียนรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
12.2 รูปแบบสื่ออันปลั๊กโคดดิ้งควรมีความหลากหลายเพื่อเปนการสงเสริมใหนักเรียนสามารถ
แกปญหาโดยไมตองมีคอมพิวเตอรมาเก่ียวของ
รายงานผลการจัดกจิ กรรมชุมชนการเรยี นรทู างวิชาชพี กลมุ สาระการเรียนรูว ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 10
เทคโนโลยี 01 : PLC logbook
บนั ทกึ ประวัตกิ ารปฏบิ ัติงานเพ่อื พัฒนาคณุ ภาพผูเ รียน
การคน หาปญหา และหาสาเหตุของปญ หา
ช่อื กลุมกจิ กรรม : วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ครงั้ ท่ี : 1 วัน เดือน ป : เสารท ี่ 11 กรกฎาคม 2563 สถานท่ี : หอ งปฏิบัติการคอมพวิ เตอร
ภาคเรยี นที่ : 1 ปก ารศึกษา : 2563 จำนวนเวลา : 5 ชว่ั โมง
สมาชิกที่เขา รว มกจิ กรรมครั้งนี้
ช่อื สมาชกิ บทบาท ลงชื่อสมาชิก
นางปรชิ ญา มาสนิ ธุ ครผู ูส อน (Model Teacher)
นางสาวปารีณา มะมิง ครูรว มเรียนรู (Buddy Teacher)
นางสิริมนต แดงเพง็ ครรู ว มเรียนรู (Buddy Teacher)
นางสาวนารี สกุ ใส ครรู ว มเรียนรู (Buddy Teacher)
นางลักษมี สาและ ครูรวมเรียนรู (Buddy Teacher)
นางปณติ า วรจั ฉรยี กุล ครรู ว มเรียนรู (Buddy Teacher)
นางสาวอญั ชลี อดุ มศิลป หวั หนา กลมุ สาระฯ (Mentor)
นำเสนอประเดน็ ปญหาที่ สมาชิกในกลุม PLC รวมกันวิเคราะหปญหาผูเรียนที่ตนเอง
จะพัฒนา (เนนคณุ ภาพผเู รยี น) รับผิดชอบหรือสิ่งที่ตองการพัฒนาผูเรียน ในการจัดการเรียนการสอน
วิทยาศาสตร สาระที่ 4 เทคโนโลยี ดานความรู ทักษะ และคุณลักษณะ
นำเสนอปญ หาเพือ่ แลกเปลย่ี นรวมกัน ดงั นี้
1) จากการจัดกิจกรรมการเรียนรูประกอบกับหนังสือเรียนรายวิชา
พื้นฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี) ในตัวชี้วัดที่
เกี่ยวกับการแกปญหาในบางบทเรียน นักเรียนบางสวนยังไม
สามารถวเิ คราะหแ ละแกป ญ หาได
2) ตองการสงเสริมใหนักเรียนมีแนวคิดในการเขียนโปรแกรมผานการ
ใชเกมหรือกิจกรรมไดโดยไมใชคอมพิวเตอร โดยเลือกใชวัตถุท่ี
จับตองได
3) ครใู ชร ปู แบบการสอนแบบบรรยายเปน สว นใหญน ักเรียนไมไดลงมือ
ปฏิบตั ิดวยตนเอง
เลอื กปญ หา ท่จี ะนำมา การเรียนรผู า นกิจกรรมอนั ปลั๊กโคด ดิ้ง (Unplugged Coding)
แกไขรว มกัน จำนวน 1 ปญหา ตามแนวทางการจดั การเรยี นรทู เ่ี นน ผูเรียนลงมือปฏิบัติดวยตนเอง
(Hand-on Activities)
รายงานผลการจดั กิจกรรมชมุ ชนการเรยี นรูท างวชิ าชพี กลุม สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 11
วิเคราะหสาเหตขุ องปญ หา 1) จากการจัดกิจกรรมการเรียนรูประกอบกับหนังสือเรียนรายวิชา
พื้นฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี) ในตัวชี้วัดท่ี
เกี่ยวกับการแกปญหาในบางบทเรียน เปนความรูแบบนามธรรม
นักเรียนควรไดลงมือปฏิบัติดวยตนเองจึงจะมีทักษะและสรางองค
ความรูไดดวยตนเอง
2) นักเรียนไมเห็นภาพแนวคิดการเขียนโปรแกรมบางอยางที่นักเรียน
ตอ งใชจ ินตนาการ
3) นักเรียนบางคนไมม ีสว นรวมในกิจกรรมการเรียนรู
4) ครูไมมีสื่อการสอนท่ีสอดคลองกับมาตรฐาน ตัวชี้วัด และการจัด
กจิ กรรมการเรียนรูไมน า สนใจ
ประธานมอบหมายสมาชิก ไปศึกษาแนวทางการแกไขปญหา จาก งานวิจัย รูปแบบที่มีผูพัฒนาแลว
เปนตน แลวนำมารว มประชมุ ครั้งตอไป
ลงชอ่ื ..........................................ผนู ำPLC ลงช่อื ..........................................ผรู บั รอง
(นางปริชญา มาสนิ ธุ) (นายสวา ง ชนิ พงษ)
ตำแหนง ครู โรงเรยี นบา นสไุ หงโก-ลก ผอู ำนวยการโรงเรียนบานสไุ หงโก-ลก
รายงานผลการจดั กจิ กรรมชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชพี กลุมสาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 12
ภาพประกอบ
ชมุ ชนการเรยี นรูทางวชิ าชีพ (Professional Learning Community: PLC)
กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
การคน หาปญหา และหาสาเหตขุ องปญ หา
รายงานผลการจดั กิจกรรมชุมชนการเรียนรูทางวิชาชพี กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 13
เทคโนโลยี 02 : PLC logbook
บันทึกประวตั กิ ารปฏิบัติงานเพอ่ื พัฒนาคณุ ภาพผเู รยี น
แนวทางแกไขปญ หา และ การออกแบบกจิ กรรม
ชอื่ กลุมกิจกรรม : วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
กิจกรรม PLC เร่อื ง การเรียนรผู า นกจิ กรรมอนั ปลกั๊ โคด ด้ิง (Unplugged Coding)
ตามแนวทางการจดั การเรียนรทู ่ีเนน ผูเรียนลงมือปฏิบตั ิดว ยตนเอง (Hand-on Activities)
คร้ังท่ี : 2 วัน เดอื น ป : เสารท่ี 8,15 สงิ หาคม 2563 สถานท่ี : หอ งปฏิบัตกิ ารคอมพิวเตอร
ภาคเรยี นท่ี : 1 ปการศกึ ษา : 2563 จำนวนเวลา : 5 ช่วั โมง
สมาชิกท่เี ขา รว มกจิ กรรมคร้ังน้ี
ช่ือสมาชกิ บทบาท ลงชอ่ื สมาชิก
นางปรชิ ญา มาสินธุ ครูผูส อน (Model Teacher)
นางสาวปารณี า มะมงิ ครรู ว มเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางสริ มิ นต แดงเพ็ง ครรู วมเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางสาวนารี สกุ ใส ครูรว มเรียนรู (Buddy Teacher)
นางลักษมี สาและ ครรู วมเรียนรู (Buddy Teacher)
นางสาวอญั ชลี อดุ มศลิ ป หวั หนา กลุมสาระฯ (Mentor)
นำเสนอแนวทางแกไขปญหา
1) กิจกรรมที่ไมต องใชคอมพวิ เตอร
2) ใชค วามรทู างวิทยาการคอมพิวเตอรจ ริง ๆ
3) เรยี นรูดว ยการทำกิจกรรมสนุก ๆ
4) การพฒั นาทักษะการคดิ เชงิ คำนวณ โดยใชสือ่ รูปแบบเกม
5) คน หาสื่อการสอนแบบอนั ปล๊ักโคดด้ิง (Unplugged Coding)
ออกแบบกิจกรรมในการแกไขปญหา
1) วเิ คราะหตัวชว้ี ัดสาระท่ี 4 เทคโนโลยี กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
2) ศกึ ษาสาระการเรยี นรู หนงั สือเรียนรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี เพื่อ
เลือกเน้ือหาสาระทีต่ อ งการจัดกิจกรรมการเรียนรผู านกจิ กรรมอนั ปลกั๊ โคด ด้ิง (Unplugged
Coding)
3) ศกึ ษารวบรวมขอมูลจากแหลงเรยี นรู เชน ตำรา เอกสารงานวิจยั หรอื แหลงขอ มูลออนไลน
4) เลือกรปู แบบกจิ กรรมทตี่ อ งการในแตล ะชน้ั เรยี นโดยเลอื กกิจกรรม Unplugged coding ไดด งั นี้
1) ชนั้ ประถมศึกษาปที่ 1 กจิ กรรมเพ่ือนฉันเปน หนุ ยนต
2) ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 2 กจิ กรรมถอดรหัสไบนารี
รายงานผลการจดั กจิ กรรมชมุ ชนการเรียนรทู างวชิ าชพี กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 14
3) ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 3 กิจกรรมตคู บี ตกุ ตาอตั โนมตั ิ
4) ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี 4 กจิ กรรม Digital Alphabet
5) ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ 5-6 กจิ กรรมสไปรทข องฉนั
5) รวมกนั วางแผน ออกแบบรา งสื่ออันปลก๊ั โคดดง้ิ
ประโยชนท ีจ่ ะไดร ับ
เพื่อสอนแนวคดิ การเขียนโปรแกรมผานการใชเ กมโดยไมใชคอมพิวเตอร ทั้งนเ้ี ลือกใชวตั ถทุ ี่จบั
ตอ งได เชน กระดาษและสญั ลกั ษณ การโคดดิง้ ในแบบตา งๆ เชน โคด ลูกศร โคดตวั อักษร เปน ตน
จึงเปน วิธีท่ีดใี นการจูงใจนักเรียนในระดับประถมศกึ ษาในการเรยี นรโู ดยไมต อ งใชเทคโนโลยี ชว ย
ใหนักเรียนเขา ใจแนวคดิ ทางวิทยาการคอมพวิ เตอรไดด ีผา นบทบาทสมมติและกิจกรรมการฝก
ปฏบิ ตั อิ ยา งสนุกสนาน
ลงชอื่ ..........................................ผูนำPLC ลงช่อื ..........................................ผูร บั รอง
(นางปรชิ ญา มาสินธุ) (นายสวาง ชินพงษ)
ตำแหนง ครู โรงเรยี นบา นสุไหงโก-ลก ผูอ ำนวยการโรงเรยี นบานสุไหงโก-ลก
รายงานผลการจดั กจิ กรรมชุมชนการเรยี นรูท างวชิ าชพี กลุม สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 15
ภาพประกอบ
ชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชพี (Professional Learning Community: PLC)
กลุม สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
แนวทางแกไขปญ หา และ การออกแบบกิจกรรม
รายงานผลการจัดกิจกรรมชมุ ชนการเรียนรทู างวชิ าชพี กลุม สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 16
เทคโนโลยี 03 : PLC logbook
บนั ทึกประวัติการปฏบิ ตั งิ านเพื่อพัฒนาคณุ ภาพผูเ รยี น
การวางแผนกจิ กรรม
ชอื่ กลุมกิจกรรม : วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
กจิ กรรม PLC เร่ือง การเรยี นรูผ า นกจิ กรรมอนั ปลั๊กโคดด้ิง (Unplugged Coding)
ตามแนวทางการจดั การเรียนรูท เ่ี นน ผูเรียนลงมอื ปฏิบัติดว ยตนเอง (Hand-on Activities)
ครั้งที่ : 3-5 วัน เดือน ป : เสารท ่ี 5,12,19 ส.ค.63 สถานที่ : หอ งปฏิบัติการคอมพิวเตอร
ภาคเรยี นท่ี : 1 ปการศกึ ษา : 2563 จำนวนเวลา : 15 ช่ัวโมง
สมาชกิ ทเ่ี ขา รวมกิจกรรมคร้ังนี้
ชื่อสมาชกิ บทบาท ลงชอ่ื สมาชิก
นางปรชิ ญา มาสนิ ธุ ครผู สู อน (Model Teacher)
นางสาวปารีณา มะมิง ครูรวมเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางสริ มิ นต แดงเพ็ง ครรู ว มเรียนรู (Buddy Teacher)
นางสาวนารี สุกใส ครรู ว มเรียนรู (Buddy Teacher)
นางลักษมี สาและ ครูรวมเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางสาวอญั ชลี อุดมศิลป หวั หนากลมุ สาระฯ (Mentor)
สมาชกิ กลมุ PLC วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลยี) กำหนดบทบาทสมาชิก
ในการประชมุ ครงั้ น้ี
สมาชิก รวมกันกำหนด วางแผน ออกแบบแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูผานกิจกรรมอันปลั๊กโคดด้งิ
(Unplugged Coding) ตามแนวทางการจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนลงมือปฏิบัติดวยตนเอง (Hand-on
Activities) พรอมทั้งผลิตสื่อท่ีใชประกอบการเรียนรูสำหรบั นักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปท่ี 1-6 ตามรูปแบบ
ดงั น้ี อธบิ ายเนื้อหา กำหนดตวั ชว้ี ดั กำหนดสาระการเรียนรู ระบทุ กั ษะที่ใชในการจัดกิจกรรม วัสดอุ ปุ กรณ
วิธีการจดั กิจกรรม สรปุ ความรูท างวิทยาการคำนวณ
รายงานผลการจัดกิจกรรมชมุ ชนการเรยี นรทู างวิชาชพี กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 17
การจัดกจิ กรรม
ชั้นประถมศึกษาปที่ 1 กจิ กรรมเพื่อนฉันเปน หนุ ยนต
1) กำหนดตวั ช้ีวัด
1.1 ใชเ หตุผลเชิงตรรกะการอธบิ ายและออกแบบวธิ ีการแกปญ หาทพ่ี บในชวี ิตประจำวนั
1.2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา งงา ยเพอื่ แกปญ หาในชีวติ ประจำวัน ตรวจหาขอผิดพลาด
ของโปรแกรมและแกไข
2) กำหนดสาระการเรียนรู
เหตผุ ลเชงิ ตรรกะกบั การแกป ญหาเปน การนำหลักการกฎเกณฑห รือเงื่อนไขครอบคลุมทุก
กรณมี าใชเพอื่ ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลหรือพจิ ารณาความเปนไปไดของการมุงหาคำตอบและ
แกป ญ หา
การออกแบบโปรแกรม เปนการอธิบายการทำงานของโปรแกรมอยางเปนลำดับ ขั้นตอน
โดยการออกแบบโปรแกรมสามารถทำไดทั้งการเขียนขอความ และการเขียนผังงาน หากมี
ขอผิดพลาดเกิดขึ้นหรือโปรแกรมไมเปนไปตามความตองการ จะตองตรวจสอบขอผิดพลาดที่
เกดิ ขนึ้ โดยการตรวจสอบการทำงานทีละคำสั่ง เม่อื พบจุดท่ที ำใหโปรแกรมไมเปน ไปตามตองการ
ใหแกไ ขขอผดิ พลาดนั้น จนกวา จะไดโปรแกรมตามท่ีตอ งการ
3) ทักษะ
1. อธบิ าย
2. การหาขอผดิ พลาดและแกไ ข
4) วสั ดอุ ุปกรณ
1. พน้ื ที่กวางๆสำหรับจับคทู ำกจิ กรรม
2. ภาพคำสง่ั
5) วิธีการจัดกิจกรรม
ขน้ั ท่ี 1
1. ครใู หนักเรียนจบั คูกบั เพ่ือน
2. ครูใหกระดาษทีม่ รี ปู ทา โยคะกบั นักเรียนคนที่ 1
โดยไมใหนักเรยี นคนท่ี 2 ทเ่ี ปนคกู นั เหน็
รายงานผลการจดั กจิ กรรมชุมชนการเรียนรูทางวิชาชพี กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 18
3. ใหน กั เรยี นคนท่ี 1 บอกทาทางเปนคำพูดใหกับนักเรยี นคนที่ 2 แลว หนั หลงั ปลอยใหนกั เรียน
คนที่ 2 ทำตาม (หามนักเรียนคนท่ี 1 แสดงทาทาง)
4. จากนนั้ นกั เรยี นคนท่ี 1 หนั กลับมาเฉลยทา ที่ถกู ตอง ถา มที ่ีผดิ ใหบ อกวา ผิดตรงไหน ถาไมม ที ี่
ผิดใหหยดุ เลน แลว นง่ั ลงไดท ัง้ สองคน
5. ถา มที ีผ่ ดิ ใหน ักเรียนคนท่ี 2 ตรวจสอบทาที่ถูกตองแลวแกไข แลวจึงนง่ั ลงไดทั้งสองคน
6. ครแู ละนกั เรียนรวมกันอภปิ รายวา ทำไมจึงมขี อผดิ พลาดในการแสดงทาทาง
ข้นั ท่ี 2
1. ครใู หน กั เรยี นจบั คูกันเหมือนเดมิ
2. ครใู หกระดาษที่มีรูปทา โยคะกับนักเรยี นคนท่ี 2
โดยไมใหน ักเรยี นคนท่ี 1 ท่เี ปนคูกันเหน็
3. ใหน ักเรยี นคนที่ 2 บอกทาทางเปนคำพูดใหก บั นักเรยี นคนที่ 1 ทำตาม ทลี ะข้นั
(หามนกั เรียนคนท่ี 2 แสดงทาทาง)
4. จากนัน้ นกั เรยี นคนท่ี 2 ตรวจดวู า ทาทท่ี ำนนั้ ถูกตองหรือไม ถา ไมถกู ใหบอกอีกครงั้ จน
นกั เรยี นคนท่ี 1 ทำถกู แลว จงึ บอกทาตอไป
5. ทำแบบเดมิ กบั ทา ตอไป คือ ตรวจสอบวา ถกู ตอ งหรือไม ถา ไมถูกใหบอกอีกครั้งจนนักเรยี นคน
ท่ี 1 ทำถูก แลวถงึ บอกทา ตอไปอยางนี้เรือ่ ย ๆ จนจบทา
6. แลว จึงน่งั ลงไดท้งั สองคน
7. ครูและนกั เรยี นรว มกันอภปิ รายวา ทำไมจงึ มีขอผดิ พลาดในการแสดงทา ทาง เกมน้แี ตกตาง
จากเกมแรกอยางไร แบบไหนใชเวลานอยกวา
6) สรุปความรูทางวิทยาการคำนวณ
ในเกมที่สอง นักเรียนจะทำทาทางไดก็ตอเมื่อมีคนบอกทาทางอยุแตในเกมที่สองคนทำ
ทาทางไมตองอยูตรงนั้นแลวก็ได เวลาคอมพิวเตอรทำงานก็มีสองลักษณะนี้ บางโปรแกรม เชน
เว็บไซต จำเปนตองมีโปรแกรมเบราเซอรไวเพื่อใหทำงานได บางโปรแกรมก็ทำงานไดเองไมตอง
อาศัยโปรแกรมอ่ืน เชน โปรแกรมวาดรปู
การบอกคำสั่งในครั้งเดียวรวดเร็ววองไว แตเมื่อมีขอผิดพลาด ตกหลน ก็จะไดผลลัพธท่ีไม
ถูกตอง ไมสามารถแกไขได โปรแกรมที่รับคำสั่งมาเพียงรวดเดียวแลวทำตาม คือ การแปลที่ใช
ตัวแปลภาษาโปรแกรมเปนภาษาเครื่องที่เรียกวา Compiler ก็อาจจะมีขอผิดพลาดไดและไม
ทำงาน เรียกวาโปรแกรมนั้น Error การบอกทีละขั้นตอนชากวา และเมื่อมีขอผิดพลาดก็ไม
สามารถไปยังขั้นตอนตอไปได อาจจะตองแกไขใหเสร็จกอน หรอื หยดุ ทำไปเลย คือการใชตัวแปล
ภาษาโปรแกรมเปน ภาษาเครอ่ื งท่เี รยี กวา interpreter
รายงานผลการจัดกิจกรรมชมุ ชนการเรยี นรทู างวิชาชพี กลุมสาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 19
ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 2 กิจกรรมถอดรหัสไบนารี
1) กำหนดตัวช้ีวัด
1. แสดงลำดบั ข้นั ตอนการทำงานหรอื การแกป ญหาอยางงายโดยใชภ าพ สัญลกั ษณห รือขอความ
2. เขียนโปรแกรมอยางงาย โดยใชซอฟตแวรห รือสื่อ และตรวจหาขอ ผดิ พลาดของโปรแกรม
2) กำหนดสาระการเรยี นรู
การแกป ญหาเปน ส่ิงท่ีเกิดขึน้ ในชวี ติ ประจำวนั เชน การแกปญหาการเดินทางไปโรงเรียน
การทำการบาน การเลนเกม ดังนั้นจึงตองเรียนรูขั้นตอนการแกปญหาเพื่อใหสามารถแกปญหา
ที่เกิดขึ้นไดอ ยางถูกตอ งและรวดเร็ว ขั้นตอนของการแกปญหามี 4 ขั้นตอนดังนี้ 1) พิจารณาและ
ทำความเขาใจปญหา คือ การทำความเขาใจปญหา โดยวิเคราะหปญหานั้น 2) วางแผนการ
แกปญหา คือ การกำหนดและจัดลำดับขั้นตอนของสิ่งที่ตองกระทำเพื่อแกปญหาจากขอมูลท่ี
ไดรับ 3) ลงมือแกปญหา คือ การกระทำตามขั้นตอนที่ไดวางแผนเพื่อใหประสบความสำเร็จ
ตามเปาหมายที่กำหนดไวและ 4) ตรวจสอบผลการแกปญหา คือ การตรวจสอบผลลัพธที่ได
ดำเนินการวาตรงตามแนวทางที่จะแกไขหรือไม โดยผลลัพธที่เกิดขึ้นอาจจะไมเปนไปตามแนว
ทางการแกป ญ หาที่วางไว ซงึ่ อาจจะตอ งปรบั ปรุงแกไขอกี คร้ัง
3) ทกั ษะ
1. การนบั
2. การจบั คู
3. การเรยี งลำดบั
4) วัสดุอุปกรณ
1. กระดาษ A4
2. ปากกา
5) วิธีการจัดกจิ กรรม
ขนั้ ท่ี 1
1. แจกกระดาษ A4 ใหน กั เรยี นคนละ 1 แผน
2. ครูใหนกั เรยี นตดั กระดาษเปน 6 สวน เทา ๆ กนั ดงั รู
รายงานผลการจดั กจิ กรรมชุมชนการเรยี นรูทางวชิ าชพี กลมุ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 20
3. ครูใหนักเรยี นวาดจดุ บนแผน กระดาษ 5 แผน แลวใหเ ก็บอีก 1 แผนไวก อน จากนนั้ ใหเ รียง
กระดาษจากซายไปขวา ดังรูป
ข้ันท่ี 2
1. ครใู หน กั เรยี นคว่ำกระดาษท้งั 5 แผนทเ่ี รยี งไว โดยรกั ษาลำดบั การวางกระดาษใหเ หมือนเดิม
2. จากนั้นครูตง้ั โจทย (เปน ตวั เลข) แลวใหน ักเรียนหงายกระดาษตามโจทยท ี่ครูต้งั ไว
ดงั ตวั อยา ง
โจทย 1 ใหนกั เรยี นหงายการดไบนารีท่ีมผี ลรวมเทา กบั 5 และการดทเ่ี หลอื ใหควำ่ ลง
ดังนัน้ 5 = เลขไบนารี 00101 หรอื 101
การดใบทหี่ งายเทา กับไบนารี 1 และการดใบทค่ี วำ่ เทา กับเลขไบนารี่ 0
โจทย 2 ใหนกั เรยี นหงายการด ไบนารีท่ีมผี ลรวมเทา กบั 11 และการดที่เหลือใหค ว่ำลง
ดังน้ัน 11 = เลขไบนารี 01011 หรือ 1011
การด ใบท่หี งายเทา กบั ไบนารี 1 และการด ใบท่ีควำ่ ควำ่ เทา กับเลขไบนารี
ในชวงนี้ใหคุณครูสังเกตวานักเรียนสามารถเดาจำนวนจุดบนกระดาษแผนตอไปไดหรือไม
แลวอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนวา กระดาษแตละแผนจะมีจำนวนจุดเปนสองเทาของการดที่อยู
ดานขวาของมันเสมอ
รายงานผลการจดั กิจกรรมชมุ ชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี กลุมสาระการเรียนรูว ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 21
3. ครูตั้งโจทยใ หน ักเรียนไปเรื่อยๆ จนตัวเลขมากขน้ึ ไมพอตอ จำนวนเลขที่มีอยูบนกระดาษ
4. ครูใหนักเรียนนำกระดาษแผน ท่ี 6 วาดจดุ เพิม่ จาก 1 2 4 8 16 เพมิ่ เปน 32 ดงั รูป
5. ใหน กั เรียนนำกระดาษแผนที่ 6 นำมาเรยี งทางดานซา ยสุด ดงั รปู
ขั้นท่ี 3
1. ใหค รอู ธิบายเพิ่มเตมิ ในสว นทน่ี ำเรียนไมเ ขา ใจ
2. จากนน้ั ครสู รปุ การจัดกจิ กรรมในครงั้ น้ี
6) สรปุ ความรทู างวิทยาการคำนวณ
เรารูจักเลข 0-9 แตคอมพิวเตอรและเครื่องใชไฟฟาที่บานเรารูจักเพียงแค 0 และ เลข 1
เทานั้น ซึ่งเรียกวา เลขฐานสอง และการทำงานของเครื่องใชไฟฟา ก็มีแค ไฟเปด คือ เลข 1
และไฟปด คือเลข 0 ดังนี้ในการติดตอกับเครื่องใชไฟฟาจึงจำเปนตองแปลงจากเลขฐานสิบ
เปนฐานสอง สิ่งที่เราเรียนในวันนี้บอกเราวาคอมพิวเตอรและเครื่องใชไฟฟามีขั้นตอนและวิธีการ
อยา งไรในการแปลงขอ มูล
รายงานผลการจดั กจิ กรรมชมุ ชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 22
ชน้ั ประถมศึกษาปที่ 3 กจิ กรรมตูคบี ตกุ ตาอตั โนมัติ
1) กำหนดตัวชว้ี ัด
1. แสดงอลั กอรทิ มึ ในการทำงาน หรอื แกปญ หาอยางงายโดยใชภ าพ สัญลักษณ หรอื ขอความ
2. เขยี นโปรแกรมอยางงา ยโดยใชซ อฟตแ วรหรือส่ือ และตรวจหาขอผดิ พลาดของโปรแกรม
2) กำหนดสาระการเรยี นรู
การเขียนโปรแกรมใหคอมพิวเตอรทำงานตามขั้นตอนที่ไดออกแบบไวนั้น บางครั้งจะเกิด
ปญหา ซึ่งปญหาที่เกิดขึ้นจากการเขียนโปรแกรมในแตละขั้นตอนของคำสั่งนั้น เรียกวา
ขอผิดพลาด (Bug) สวนการตรวจสอบขอผิดพลาดและแกไขขอผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น เราจะเรียน
กวา Debugging คำสั่งจะแจงเตือนขอผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อใหมีการทบทวนแกไขขอผิดพลาด
นั้น พรอ มทง้ั แนะนำวิธีการแกไขกอนท่จี ะดำเนินการตอไป
3) ทักษะ
1. การอา น
2. การเขียน
3. การแปลความ
4. การเรียงลำดับ
5. การแกไขปญ หาและขอ ผิดพลาด
4) วสั ดอุ ุปกรณ
1. กระดาษแสดงการวางตกุ ตาในตูคีบตกุ ตา คลายภาพดา นลาง
2. ตัวละครสำหรับแสดงสัญลักษณการเดนิ และการหนั ซา ย – ขวา
รายงานผลการจัดกจิ กรรมชุมชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 23
3. กระดาษแสดงรายการคำสั่งท่ีตอ งใชทัง้ หมด
1. เดินหนา
2. ถอยหลงั
3. หันซาย
4. หนั ขวา
5. คีบตุกตา
4. กระดาษ A4 สำหรบั ทุกกลุมไวเ ขียนคำสงั่
5) วธิ กี ารจัดกิจกรรม
1. ครูแบง นักเรียนเปนกลมุ ยอย ๆ จำนวนตามความเหมาะสม
2. ครแู สดงตารางการวางตกุ ตาในตคู บี ตกุ ตาทหี่ นา หองเรียน
3. ครกู ำหนดใหแตละกลุมคบี ตุกตา ตัวทค่ี รเู ลือก (เลอื กจากงา ยกอนแลว คอยไปยากในรอบ
ถดั ๆ ไป)
4. ครูใหนักเรียนมองดูตารางแลวใหเขยี นขัน้ ตอนการเดินของทคี่ ีบตุกตาไปยงั ตกุ ตา กติกา คอื
ท่คี ีบตองหยดุ ที่ตำแหนง เดยี วกับตกุ ตากอนเทาน้ันจ้ึงจะสั่งคบี ตกุ ตาได
รายงานผลการจัดกจิ กรรมชมุ ชนการเรยี นรทู างวิชาชพี กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 24
5. เมอื่ นกั เรยี นทำเสรจ็ แลว ครแู จกตารางการวางตุกตา และตัวเดินทเี่ ปนทค่ี บี ตุกตาให
6. ใหนักเรียนทดลองเดนิ ตัวเดนิ ไปคีบตุกตาตามขั้นตอนทวี่ างไว
7. ถาเดนิ ไปคีบไมสำเร็จใหนกั เรียนแกไขขน้ั ตอนแลวทดลองเดินใหม
8. ใหนักเรียนจดข้นั ตอนที่ถูกตองเอาไว
9. ทดลองเลน ไปเรอ่ื ย ๆ จนมีความซบั ซอนของการเดนิ มากข้ึน อาจจะใหนักเรยี นมานำเสนอ
ข้นั ตอนการเดนิ ของกลมุ ตวั เอง เทียบกบั กลุมเพื่อน
6) สรุปความรทู างวิทยาการคำนวณ
น่คี ือ การเลียนแบบการทำงานของคอมพวิ เตอร ท่ีมกี ารนำขอมูลเขาคือ คำสั่งท่นี ักเรียนเขียน
ใสกระดาษไว โดยกระดาษคือหนวยความจำ สวนการที่เราทดลองเดินตัวคีบตุกตาก็คือ การ
ประมวลผลตามคำสั่งนั่นเอง เอาตพุด ก็คือ กระดาษแสดงตุกตานั่นเองที่แสดงวาตัวคีบเดินอยู
ตำแหนงไหน
การท่เี ราเขยี นคำสง่ั ใหตัวคีบเดนิ ไปทางไหน หรือทำอะไรกค็ ือ การเขียนโปรแกรมนั่นเอง โดย
แตละคำสั่งคือ การแกปญ หายอย ๆ เชน แกป ญ หาวาตัวคีบไมไดอ ยตู รงกับตกุ ตา ดวยการสง่ั ใหต ัว
คบี เดนิ ไปยังตำแหนง ทต่ี องการ
เพื่อนบางกลุมอาจจะมีขั้นตอนหรือวิธีการแกปญหาตางจากเพื่อนอีกกลุม แตไดผลลัพธ
เทานั้น ดังนั้นโปรแกรมที่ไดผ ลลัพธเหมือนกันอาจจะไมไดเขียนโปรแกรมแบบเดยี วกัน โปรแกรม
ทดี่ ที สี่ ดุ คือ โปรแกรมทีส่ นั้ ทำงานไดไว และผลการทำงานยงั ถกู ตอง
รายงานผลการจัดกิจกรรมชมุ ชนการเรียนรทู างวชิ าชพี กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 25
ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 4 กจิ กรรม Digital Alphabet
1) กำหนดตวั ช้วี ัด
1. ใชเหตผุ ลเชิงตรรกะในการแกปญหา อธบิ ายการทำงาน การคาดการณผ ลลัพธ
จากปญหา อยางงา ย
2. ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา งงาย โดยใชซ อฟตแวรห รอื สอื่
ตรวจหาขอ ผิดพลาดและแกไข
2) กำหนดสาระการเรียนรู
การทำนายผลลพั ธจากขน้ั ตอนการแกป ญหา
3) ทกั ษะ
1. การแกปญหา การคาดการณผลลัพธจ ากปญหา
2. การอา น
3. การแปลความ
4. การเรยี งลำดบั
4) วสั ดอุ ุปกรณ
1. ตารางกรดิ ขนาด 5x5
2. บล็อกสี่เหลยี่ มสดี ำ
3. ไฟลนำเสนอบัตรคำสง่ั
3. บัตรตัวอกั ษร
4. บัตรคำสงั่
ภาพราง/ภาพตัวอยา งของสอื่
รายงานผลการจดั กจิ กรรมชมุ ชนการเรียนรูทางวชิ าชพี กลุมสาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 26
5) วธิ กี ารจัดกิจกรรม
1. แบง นักเรยี นออกเปน 2 ฝาย
2. ครูแจกตารางกรดิ ขนาด 5X5 และบลอ็ กสี่เหลี่ยมสดี ำ ใหแ กนักเรยี นทง้ั 2 ฝาย
3. ครเู ตรียมบัตรตวั อักษรและบัตรพิเศษ โดยคว่ำไมใหน ักเรียนเห็น
4. ครนู ำเสนอไฟลบ ตั รคำส่งั ผา นโปรแกรมนำเสนอ (หรืออานจากบตั รคำสง่ั
หากนักเรยี นเลน เอง)
5. นักเรียนวางบล็อกสีดำลงในตารางกรดิ ตามบตั รคำสงั่ และแปลตัวอกั ษร
6. นักเรยี นฝา ยท่วี างบตั รคำส่ังเสร็จกอ นไดสิทธสิ์ ุม บัตรตัวอกั ษรทีว่ างควำ่ อยูเพ่ือจบั คู สลบั กัน
ไป ฝา ยใดจับคูต ัวอกั ษรไดถ ูกตองจะเปนฝา ยไดแตม
7. บตั รพเิ ศษ (เปน บัตรตัวเลข) ถานักเรยี นสามารถตอบคำถามในบตั รได จะไดร ับคะแนนโบนสั
ตามท่ปี รากฏในบตั ร
ระดบั ความยากงาย
Level 1 (บตั รละ 1 คะแนน) ประกอบดวยพยัญชนะ T U I O D F H L C E
Level 2 (บตั รละ 2 คะแนน) ประกอบดวยพยญั ชนะ Q Y P A S J V B N
Level 3 (บัตรละ 3 คะแนน) ประกอบดวยพยญั ชนะ W R G K Z X M
6) สรุปความรทู างวิทยาการคำนวณ
การทำนายผลลพั ธทำไดโดยพิจารณาเง่ือนไขของปญ หาและทำตามคำสง่ั ของโปรแกรมทลี ะ
ขน้ั ตอนอยา งรอบคอบ เม่ือพบขัน้ ตอนที่ทำใหผลลัพธข องโปรแกรมไมเปน ไปตามท่คี าดหวงั หรอื ไม
สอดคลองตามเง่ือนไขของโจทย แสดงวาอาจมีขอ ผดิ พลาดเกดิ ขึ้นในขัน้ ตอนนี้ ควรทำการแกไข
เพ่ือนไปสูผลลัพธทถ่ี ูกตอ ง
รายงานผลการจดั กิจกรรมชมุ ชนการเรียนรูทางวชิ าชพี กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 27
ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 5-6 กิจกรรมสไปรทข องฉนั
1) กำหนดตัวช้ีวัด
เหมาะสมกบั ตัวชี้วดั ใด ๆ ทเี่ ก่ียวของกับอินเทอรเน็ต และการสืบคน ขอมูล
2) กำหนดสาระการเรียนรู
ขอมูลลที่อยูรอบตัวเรามีจำนวนมาก ขอมูลบางอยางสามารถนำมาใชไดทันทีและขอมูล
บางอยางจะตองนำไปประมวลผลใหเปนสารสนเทศกอนนำมาใชงาน เพื่อใหนำขอมูลไปใชได
อยางสะดวกและเกิดประโยชนสูงสุด ปจจุบันไดมีการคนหาขอมลู ที่รวดเร็วโดยใชเว็บไซตเรยี กวา
Search Engine ในการสืบคนขอมูลตาง ๆ จะตองมีการประเมินความถูกตองความนาเชื่อถือ
ของขอ มลู เพอ่ื ไดข อมลู ที่ตรงตามความตองการโดยวิธีการคน หาขอมูลในอินเทอรเ นต็ มีอยมู ากมาย
หลายวธิ ี
3) ทักษะ
1. การนับ
2. การเลอื ก
3. การเรยี งลำดบั
4) วัสดอุ ุปกรณ
1. กระดาษ
2. ปากกา
3. ภาพสไปรท
5) วิธกี ารจดั กิจกรรม
ข้ันท่ี 1
1. แบง นกั เรียนในหองออกเปนสองกลุม
2. ใหน ักเรยี นกลมุ ท่ี 1 สงเพ่ือนในกลมุ คนหน่งึ ออกมาหนาหอง
3. ใหน ักเรียนเลอื กสไปรท ไวในใจหนง่ึ ตวั แลว เขยี นช่ือสไปรทน้นั ใสก ระดาษถอื ไวใ นมือ ไมให
เพ่อื นเห็น
รายงานผลการจัดกจิ กรรมชมุ ชนการเรยี นรทู างวิชาชพี กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 28
4. ใหน กั เรยี นกลุม ที่ 2 ถามคำถามครั้งละหนง่ึ คำถามโดยตองเปนคำถามที่ตอบไดเพยี งใชกับ
ไมใชเ ทานน้ั เชนสไปรท ของเธอเปน สัตวใ ชหรือไม? สไปรท ของเธอมีสเี หลอื งใชหรือไม?
สไปรท ของเธอ เปน เปดใชหรอื ไม?
5. นักเรียนกลมุ ท่ี 1 คอยนับวา กลุมทส่ี อง ถามทัง้ หมดกคี่ ำถามจนกระทั่งหา สไปรท ท่ีถูกตอง
แลว บันทึกไว
6. เลน จนจบเกมแลวใหเพ่ือนที่อยูหนาหองเฉลย
7. ใหนกั เรยี นในกลุมที่ 2 สงตัวแทนมา แลว เร่มิ เกมใหม
8. ครเู ลน เกมนี้ไปเรอื่ ย ๆ ใหเหมาะสมกบั เวลา จากนัน้ ครสู รุปรวมกับนักเรียนวาทไหมนักเรยี น
คดิ วา บางคร้ังการคนหาสไปรทก็ตองใชหลายคำถาม บางคำถามมีขอ ดีอยา งไร
ขัน้ ท่ี 2
1. แบง นกั เรียนในหองออกเปน 2 กลมุ
2. ใหนกั เรยี นกลมุ ที่ 1 สง เพอื่ นในกลมุ คนหนงึ่ ออกมาหนา หอง
3. ใหน กั เรยี นเลอื กสไปรทจากบรรทดั แรกไวใ นใจหนึ่งตวั แลว เขยี นช่ือสไปรทน้นั ใสกระดาษ
ถือไวในมือ ไมใหเพ่ือนเห็น
รายงานผลการจดั กิจกรรมชุมชนการเรียนรูทางวิชาชพี กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 29
จากน้ันครขู ีดเสน แบง ขอมูลออกเปน สองฝง คลาย ๆ ดงั รูปขางลาง
4. ใหนกั เรยี นกลุมท่ี 2 ถามคำถามวา สไปรททีเ่ พื่อนเลือก อยทู างซายหรือทางขวาของเสน
แบง ใหเพ่ือนตอบซา ยหรือขวา
5. จากนั้นครนู ำฝงที่ไมไดถูกเลือกออก แลวลากเสน แบงขอมลู ใหม
6. ใหน ักเรยี นกลุมที่ 2 ถามคำถามวา สไปรทที่เพ่ือนเลือกอยูทางซายหรอื ทางขวาของเสน
แบง ใหเ พื่อนตอบซา ยหรอื ขวา
7. วนเลนจนไมสามารถแบงคร่ึงไดอีก แลวใหนักเรยี นกลุมที่สองตอบวา เพื่อนเลอื กสไปรท
ตวั ไหน
8. นกั เรียนกลุม ที่ 1 คอยนบั วา กลมุ ที่สอง ถามทง้ั หมดกค่ี ำถามจนกระทง่ั หาไปรทที่ถูกตอง
แลว บนั ทกึ ไว
9. ใหนกั เรยี นในกลุมที่ 2 สงตวั แทนมา แลว เร่ิมเกมใหม โดยใชสไปรท ในบรรทดั อ่นื
10. จากนั้นครูสรุปรวมกับนักเรียนวานักเรียนใชคำถามกี่แบบ และมีคำตอบกี่แบบ คำถาม
คำตอบยากงายกวา เกมแรกอยา งไร นกั เรียนถามคำถามไปทั้งหมดกีค่ ร้ัง
รายงานผลการจดั กิจกรรมชมุ ชนการเรียนรูท างวิชาชพี กลมุ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 30
ข้นั ที่ 3
1. ใหค รเู ร่มิ เกมในขัน้ ท่ี 2 ใหมแ ตคราวน้ีนำสไปรท สองแถวมากตอกนั ใหม จี ำนวนสไปรทใน
แถวมากขนึ้
2. จากน้นั ครูสรปุ รว มกับนักเรยี นวา นกั เรียนถามคำถามไปทงั้ หมดก่คี รง้ั มากหรอื นอยกวา
ครั้งแรกและครง้ั ทีส่ องอยา งไร
6) สรปุ ความรูทางวิทยาการคำนวณ
ในการคนหาขอมูลนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ คำสำคัญ หรือคำถามที่เราจะใชถาม
คอมพิวเตอรใหไดคำตอบ คือ ขอมูล เว็บไซต ภาพ เสียง หรือวิดีโอ ที่เราตองการ ถาเราถาม
คำถามไดถูกตอง เลือกคำถามไดเหมาะสมการคนหาขอมูลก็ทำไดงายขึ้น ไวขึ้น เหมือนกับการ
ถามคำถามเก่ียวกับสไปรทตัวทเ่ี พ่ือนเลือก ถาเราถามคำถามท่เี กย่ี วของกบั ตัวสไปรทจริง ๆ ก็จะ
ทำใหทายถูกไดไวขึน้
ในการคนหาขอมูลในคอมพิวเตอรจริง ๆ นั้น ขอมูลจะทำการเรียงลำดับไวแลวไมวาจะ
ตามคาของขอมูล ตัวเลข ตัวอักษร หรือวิธีการอื่น ๆ การคนหาก็แคตัดขอมูลสวนที่ไมใชแน ๆ
ออก แลวพจิ ารณาแตขอ มลู ที่เหลอื ทำใหค น หาไดไ วข้นึ และถา จำนวนขอ มลู มากขนึ้ กจ็ ะทำใหการ
คน หาชา ลงดวย
ลงชอื่ ..........................................ผูน ำPLC ลงช่อื ..........................................ผรู บั รอง
(นางปรชิ ญา มาสนิ ธุ) (นายสวาง ชินพงษ)
ตำแหนง ครู โรงเรยี นบานสุไหงโก-ลก ผอู ำนวยการโรงเรยี นบานสไุ หงโก-ลก
รายงานผลการจดั กิจกรรมชมุ ชนการเรียนรทู างวิชาชพี กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 31
ภาพประกอบ
ชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชพี (Professional Learning Community: PLC)
กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
การวางแผนกิจกรรม
รายงานผลการจัดกจิ กรรมชุมชนการเรียนรูท างวิชาชพี กลุม สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 32
เทคโนโลยี 04 : PLC logbook
บนั ทึกประวัติการปฏิบัตงิ านเพ่อื พฒั นาคุณภาพผเู รยี น
การทดลองของ Model Teacher
ชือ่ กลุมกจิ กรรม : วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
กจิ กรรม PLC เร่ือง การเรียนรูผา นกจิ กรรมอนั ปลก๊ั โคดดิ้ง (Unplugged Coding)
ตามแนวทางการจดั การเรียนรูท ี่เนน ผูเรียนลงมือปฏิบัติดวยตนเอง (Hand-on Activities)
1.1 Model teacher นางปริชญา มาสนิ ธุ
1.2 Observer นางสริ ิมนต แดงเพ็ง นางสาวปารณี า มะมงิ
นางลกั ษมี สาและ นางสาวนารี สุกใส
ครัง้ ที่ : 6-11 วนั เดือน ป : 12-16 ตลุ าคม 2563 สถานท่ี : หอ งปฏิบัตกิ ารคอมพิวเตอร
ภาคเรยี นท่ี : 1 ปก ารศึกษา : 2563 จำนวนเวลา : 6 ชว่ั โมง
สมาชิกท่เี ขา รวมกิจกรรมครั้งน้ี
ชื่อสมาชิก บทบาท ลงชือ่ สมาชิก
นางปริชญา มาสินธุ ครูผูสอน (Model Teacher)
นางสาวปารีณา มะมงิ ครูรวมเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางสริ ิมนต แดงเพง็ ครูรวมเรียนรู (Buddy Teacher)
นางสาวนารี สุกใส ครูรว มเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางลกั ษมี สาและ ครูรวมเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางสาวอญั ชลี อดุ มศิลป หวั หนากลมุ สาระฯ (Mentor)
สมาชิกกลุม PLC วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี สังเกตการทดลองใชร ูปแบบกจิ กรรมตาม
ขัน้ ตอน ดังน้ี
1) ครูจัดเตรียมแผนการจัดการเรียนรูที่สอดคลองกับตัวชี้วัดกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและ
เทคโนโลยี สาระที่ 4 เทคโนโลยี คือ ว 4.2 ป.4/1 ใชเหตุผลเชิงตรรกะในการแกปญหา อธิบาย
การทำงาน การคาดการณผลลัพธจากปญหา อยางงาย และ ว 4.2 ป.4/2 ออกแบบและเขียน
โปรแกรมอยางงา ย โดยใชซ อฟตแ วรหรอื สื่อ ตรวจหาขอ ผดิ พลาดและแกไข
2) ครูมอบหมายใหนักเรียนศึกษาบทเรียนตามหนังสือแบบเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรและ
เทคโนโลยี (เทคโนโลยี) ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี 4 บทที่ 9 บ้งั ไฟบปุ ผชาติ
3) ครูจัดเตรียมสื่ออันปลั๊ก กิจกรรม Digital Alphabet สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 ที่ได
รวมกนั ออกแบบและจดั ทำข้นึ กับสมาชิกกลุม PLC ใหเ พียงพอ
รายงานผลการจัดกจิ กรรมชมุ ชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี กลมุ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 33
4) เมอ่ื นกั เรียนศึกษาบทเรียนเรียบรอยแลวครูจุดประกายความคดิ ใหนักเรยี นเหน็ ถึงประโยชนและ
เหตผุ ลของการเขียนโปรแกรม โดยอาจใหนกั เรยี นชวยกนั ยกตวั อยางการใชร หัสคำส่งั หรอื โคดใช
ชวี ิตประจำวนั หรอื อาจใหน กั เรียนดูวีดทิ ัศน และนำเขาสูกิจกรรม
5) ครูชแี้ จงการจัดการเรียนรู กิจกรรม Digital Alphabet โดยแนะนำวัสดอุ ปุ กรณ และกติกาการ
เลน อยา งละเอยี ดจากนน้ั แบงนกั เรียนออกเปน 2 ฝาย
6) แจกตารางกริดขนาด 5X5 และบล็อกส่ีเหล่ยี มสดี ำ ใหแกน ักเรียนท้งั 2 ฝาย เตรียมบัตรตวั อักษร
และบตั รพเิ ศษ โดยคว่ำไมใ หนักเรยี นเห็น
7) นำเสนอไฟลบัตรคำสงั่ ผานโปรแกรมนำเสนอ (หรืออานจากบตั รคำสั่งหากนักเรียนเลนเอง)
8) นักเรยี นวางบล็อกสีดำลงในตารางกริดตามบตั รคำส่ัง และแปลตัวอักษร
9) นกั เรียนฝา ยทว่ี างบตั รคำสั่งเสรจ็ กอ นไดสิทธ์ิสุมบัตรตัวอักษรทีว่ างคว่ำอยูเพ่ือจับคู สลบั กันไป
ฝายใดจบั คูตัวอักษรไดถูกตองจะเปน ฝายไดแตม
10) บัตรพิเศษ (เปนบัตรตวั เลข) ถานกั เรียนสามารถตอบคำถามในบัตรได จะไดร ับคะแนนโบนัส
ตามท่ปี รากฏในบตั ร
11) ครใู หร างวัลหรอื คำชมเชยแกนักเรียน หลังจากนกั เรยี นทำภารกจิ ตางๆ เสรจ็ แลว
12) ครสู รุปความรูและเชื่อมโยงไปสูการเขยี นโปรแกรม
ผลการสงั เกต:
2.1 ขอ ดี
1) นักเรียนสามารถทำนายผลลัพธโดยพิจารณาเงื่อนไขของปญหาและทำตามคำสั่งของ
โปรแกรมทีละข้นั ตอนอยา งรอบคอบ
2) เมื่อพบขั้นตอนที่ทำใหผลลัพธของโปรแกรมไมเปนไปตามที่คาดหวังหรือไมสอดคลองตาม
เงอื่ นไขของโจทย แสดงวาอาจมขี อ ผดิ พลาดเกิดขนึ้ ในข้ันตอนนี้ ทำการแกไ ขเพื่อนไปสูผลลัพธ
ท่ีถกู ตอ ง
3) บทเรียนอยูในรปู แบบเกม กระตุนความสนใจใหนักเรียนฝก แกปญ หาเปนอยา งดี
2.2 ขอควรปรบั ปรุง (เขียนในเชิงบวก)
ครูสามารถคิดกิจกรรมงา ยๆ เพ่อื สรา งการเรยี นรู หรอื ใชบรกิ ารจากเว็บไซตท่ีมีสื่อเรียนรูดาน
การเขียนโปรแกรม ท่ีชวยครผู สู อนในการจัดกจิ กรรมตางๆ และกระตนุ ใหผ ูเรียนอยากเรียนรู
ดา นการเขยี นโปรแกรม ดวยเคร่ืองมือสำเร็จแบบงายและนา สนใจ
ลงชื่อ..........................................ผูน ำPLC ลงช่อื ..........................................ผรู ับรอง
(นางปริชญา มาสนิ ธ)ุ (นายสวา ง ชินพงษ)
ตำแหนง ครู โรงเรียนบา นสไุ หงโก-ลก ผูอำนวยการโรงเรยี นบา นสุไหงโก-ลก
รายงานผลการจดั กจิ กรรมชุมชนการเรยี นรูทางวิชาชพี กลุม สาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 34
ภาพประกอบ
ชมุ ชนการเรียนรูท างวชิ าชพี (Professional Learning Community: PLC)
กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
การทดลองของ Model Teacher
รายงานผลการจดั กิจกรรมชุมชนการเรยี นรูทางวชิ าชพี กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 35
เทคโนโลยี 05: PLC logbook
บันทึกประวตั กิ ารปฏิบัติงานเพื่อพฒั นาคุณภาพผูเรยี น
สะทอนการทดลองปฏิบัติกิจกรรมของ Model Teacher
ชอ่ื กลุมกิจกรรม : วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
กจิ กรรม PLC เร่ือง การเรียนรผู า นกจิ กรรมอนั ปลั๊กโคด ด้ิง (Unplugged Coding)
ตามแนวทางการจัดการเรยี นรทู เี่ นนผูเรียนลงมอื ปฏบิ ตั ิดวยตนเอง (Hand-on Activities)
1.1 Model teacher นางปริชญา มาสนิ ธุ
1.2 Observer นางสริ ิมนต แดงเพ็ง นางสาวปารีณา มะมิง
นางลกั ษมี สาและ นางสาวนารี สกุ ใส
นางสาวอญั ชลี อดุ มศิลป
คร้ังที่ : 12 วัน เดอื น ป : เสารท ี่ 17 ตลุ าคม 2563 สถานที่ : หองปฏิบัติการคอมพิวเตอร
ภาคเรียนที่ : 1 ปก ารศึกษา : 2562 จำนวนเวลา : 5 ช่วั โมง
สมาชกิ ท่ีเขา รว มกิจกรรมครั้งน้ี
ชอ่ื สมาชกิ บทบาท ลงชื่อสมาชิก
นางปรชิ ญา มาสินธุ ครผู สู อน (Model Teacher)
นางสาวปารีณา มะมิง ครูรว มเรียนรู (Buddy Teacher)
นางสริ ิมนต แดงเพ็ง ครรู ว มเรียนรู (Buddy Teacher)
นางสาวนารี สุกใส ครูรวมเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางลกั ษมี สาและ ครูรวมเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางสาวอัญชลี อุดมศลิ ป หัวหนากลมุ สาระฯ (Mentor)
สมาชิกกลุม PLC วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี สะทอ นการทดลองปฏบิ ัติกจิ กรรมของ
Model Teacher
ครตู นแบบ (Model Teacher) แสดงความรสู ึก/ความเห็น
1) จากการจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชสื่ออันปลั๊ก กิจกรรม Digital Alphabet สำหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปท่ี 4 พบวา นกั เรียนมีความกระตือรืนรน มีความสนใจในตัวส่ือ รว มกันการทำนาย
ผลลัพธจากคำสงั่ ทก่ี ำหนดให คาดการณผ ลลพั ธจากปญหา มกี ารแลกเปลีย่ นเรยี นรกู ันภายในกลุม
2) การใชเหตุผลเชิงตรรกะเปนการนำกฎเกณฑ หรือเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใชพิจารณาการ
แกปญหา การอธิบายการทำงาน หรือการคาดการณผลลัพธ สรางลำดับของคำสั่ง เพื่อใหได
ผลลัพธตามความตองการ หากมีขอผิดพลาดใหตรวจสอบการทำงานทีละคำสั่ง เมื่อพบจุดที่ทำ
ใหผ ลลพั ธไ มถ ูกตองใหทำการแกไขจนกวา จะไดผลลพั ธทถี่ ูกตอง
รายงานผลการจดั กิจกรรมชุมชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 36
3) การฝกตรวจหาขอผิดพลาดจากโปรแกรมของผูอื่นจะชวยพัฒนาทักษะการหาสาเหตุลของปญหา
ไดด ีย่งิ ขึ้น
รว มกนั สะทอนผลการทดลองของ Model Teacher
3.1 ขอ ดี
1) นกั เรียนไดรบั คือการฝกทกั ษะการคิดแบบมเี หตุผล และเปน ข้ันตอน
2) เมื่อนักเรียนไดฝกแกปญหาจากสื่ออันปลั๊กทำใหเกิดทักษะการใชตรรกะ หรือการคิดแบบมี
เหตุผลทำใหเขาใจถึงเบื้องหลังการทำงานของโปรแกรม และสามารถนำไปประยุกตใชกับ
การทำงานอ่นื หรอื สงิ่ ตา งๆ ไดเ ปน อยา งดี
3) เปนการปูทางใหนักเรียนเกิดความคิดที่จะเปนนักพัฒนา สรางสรรคซอฟตแวร หรือ
นวัตกรรมใหมๆ นอกจากนี้ยังเปน ผูที่มคี วามรูความสามารถที่จะใชและควบคมุ เทคโนโลยีได
อยา งถกู ตองมปี ระสิทธภิ าพ
4) บทเรียนอยใู นรปู แบบเกม กระตนุ ความสนใจใหน กั เรียนฝกแกป ญ หาเปนอยางดี
3.2 ขอ ควรปรบั ปรงุ (เขยี นในเชิงบวก)
1) ครคู วรอธิบายกตกิ าการเลน ใหผเู รยี นเขา ใจ หรอื อาจจะสาธติ การเลนกอนปฏิบัตกิ จิ กรรมจรงิ
2) การเขียนโปรแกรมที่ดีตองจะมีการคิดวิเคราะห และเขียนขึ้นอยางชัดเจนเปนขั้นตอน ให
สามารถนำไปไปปฏิบัติไดอยางถูกตองและมีประสิทธิภาพ ผูที่เขียนโปรแกรมอยูเสมอจะมี
ทักษะการคิดแบบมีเหตุผล และเปนขั้นตอน ซึง่ สงผลไปถึงการตัดสินใจในการทำงานหรือการ
แกปญ หาอนื่ ๆ ชีวิตประจำวนั
สมาชกิ รวมกันปรบั รปู แบบ ข้ันตอนกิจกรรม และปรับปรุงแผนกจิ กรรม
สมาชิก นัดหมาย นำแผนกจิ กรรมท่ีปรับปรุงแลวไปทดลองใช
ลงชอ่ื ..........................................ผูนำPLC ลงชอ่ื ..........................................ผูรบั รอง
(นางปริชญา มาสนิ ธ)ุ (นายสวา ง ชินพงษ)
ตำแหนง ครู โรงเรยี นบา นสุไหงโก-ลก ผอู ำนวยการโรงเรยี นบา นสุไหงโก-ลก
รายงานผลการจดั กิจกรรมชมุ ชนการเรยี นรูทางวชิ าชพี กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 37
ภาพประกอบ
ชมุ ชนการเรยี นรทู างวชิ าชีพ (Professional Learning Community: PLC)
กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
สะทอ นการทดลองปฏบิ ตั ิกิจกรรมของ Model Teacher
รายงานผลการจัดกจิ กรรมชมุ ชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 38
เทคโนโลยี 06: PLC logbook
บันทกึ ประวตั ิการปฏบิ ัตงิ านเพื่อพฒั นาคณุ ภาพผูเรียน
การทดลองของสมาชกิ
ชื่อกลุมกจิ กรรม : วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
กิจกรรม PLC เร่อื ง การเรยี นรูผา นกจิ กรรมอนั ปลั๊กโคดด้ิง (Unplugged Coding)
ตามแนวทางการจดั การเรยี นรทู เี่ นน ผูเรียนลงมอื ปฏิบัตดิ ว ยตนเอง (Hand-on Activities)
ครั้งที่ : 13-17 วัน เดือน ป : ธนั วาคม 2563 สถานที่ : หองปฏบิ ัตกิ ารคอมพิวเตอร
ภาคเรียนที่ : 1 ปการศึกษา : 2563 จำนวนเวลา : 5 ชั่วโมง
สมาชกิ ท่ีเขารว มกิจกรรมครั้งนี้
ชอื่ สมาชิก บทบาท ลงช่ือสมาชิก
นางปริชญา มาสนิ ธุ ครูผูสอน (Model Teacher)
นางสาวปารณี า มะมงิ ครูรวมเรียนรู (Buddy Teacher)
นางสิรมิ นต แดงเพ็ง ครูรว มเรียนรู (Buddy Teacher)
นางสาวนารี สกุ ใส ครูรว มเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางลกั ษมี สาและ ครูรว มเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางสาวอญั ชลี อุดมศลิ ป หัวหนา กลุมสาระฯ (Mentor)
สมาชิกกลุม PLC วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี) ทดลองปฏิบัตกิ จิ กรรม
1.1 สมาชิกท่ที ดลองปฏิบัติกิจกรรมตามแผนการจดั กิจกรรมที่ออกแบบไวรว มกับสมาชกิ
(เทคโนโลยี 03 : PLC Logbook)
1) นางสาวปารีณา มะมงิ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 1 กจิ กรรมเพื่อนฉนั เปนหุนยนต
2) นางสิริมนต แดงเพ็ง ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ 2 กจิ กรรมถอดรหัสไบนารี
3) นางสาวนารี สุกใส ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 3 กจิ กรรมตคู บี ตุกตาอตั โนมตั ิ
4) นางลักษมี สาและ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ 5 กิจกรรมสไปรทข องฉนั
5) นางสิรมิ นต แดงเพ็ง ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 6 กิจกรรมสไปรทข องฉนั
นางสาวนารี สกุ ใส
1.2 Observer (ผสู งั เกตการณ) นางปริชญา มาสินธุ , นางสาวปารณี า มะมิง , นางสริ มิ นต แดงเพ็ง
นางสาวนารี สุกใส และ นางลักษมี สาและ (ผลัดเปลย่ี นหมนุ เวียนกนั สังเกตการณ)
รายงานผลการจัดกิจกรรมชมุ ชนการเรยี นรทู างวิชาชพี กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 39
ผลการสงั เกต:
2.1 ขอ ดี
1) การเรียนรูผานกิจกรรมอันปลั๊ก เปนกิจกรรมที่สงเสริมการคิดคลายกับขั้นตอนวิธีในการ
แกปญหา (Algorithm) โดยไมตองมีคอมพิวเตอรมาเกี่ยวของ สงเสริมใหนักเรียนเขาใจการ
ประมวลผลขอมูลในรปู แบบของคอมพิวเตอรได
2) เมื่อครูตองการใหนักเรียนเห็นภาพแนวคิดการเขียนโปรแกรมบางอยางที่นักเรียนตองใช
จินตนาการ กิจกรรมเหลา นจี้ ะเปน ตัวชวยใหมคี วามเปนรูปธรรมมากข้ึน
3) การคิดเชิงคำนวณเปนกรอบการสอนและการเรียนรู เปนแนวคิดใหมสำหรับการศึกษา เปน
สวนหน่ึงของอนาคตในโรงเรยี นทตี่ องอาศยั ความคดิ ริเร่ิม
4) กจิ กรรมอันปลั๊กที่นำมาจัดการเรียนรูบางกิจกรรมเร่ิมตน ท่ีระดบั พื้นฐานและสามารถนำมาใช
กบั ผเู รมิ่ ตน บางกจิ กรรมใหประสบการณที่ใชกลยทุ ธห ลากหลายซับซอ นขน้ึ
5) กิจกรรมทั้งหมดลวนเนนใหนักเรียนลงมือปฏิบัติดวยตนเอง สอดคลองตามแนวทางการ
จัดการเรยี นรแู บบลงมอื ปฏิบตั ิ (Hands-on Activities)
6) วัสดุ อุปกรณที่นำมาใชประกอบการจัดกิจกรรมเลือกใชวัตถุที่จับตองได เชน กระดาษ
สญั ลกั ษณ โคดลกู ศร โคด ตัวอักษร
7) กจิ กรรมสามารถจดั ในหองเรียนท่วั ไป ไมจ ำเปน ตอ งใชห องปฏิบตั กิ ารคอมพวิ เตอร
2.2 ขอ ควรปรับปรงุ (เขยี นในเชิงบวก)
1) กจิ กรรมสว นใหญ เปน กจิ กรรมกลุม สอื่ วสั ดุอุปกรณนกั เรียนอาจใชไดไมท ว่ั ถงึ
2) ผลลพั ธใ นแตละกจิ กรรมมีไดห ลากหลาย ครูจึงควรเตรียมผลลัพธไวใหค รอบคลุม
3) การทดลองจัดกิจกรรมนักเรียนไดเขารวมหองเรียนละ 1 ครั้ง ทำใหยังไมเขาใจหรือไมบรรลุ
จุดประสงคท่วี างไว
ลงช่อื .......................................... ลงชอ่ื ..........................................
(นางปริชญา มาสินธุ) (นางสาวนารี สกุ ใส)
ตำแหนง ครู โรงเรียนบานสไุ หงโก-ลก ตำแหนง ครู โรงเรยี นบานสไุ หงโก-ลก
ลงชอ่ื .......................................... ลงช่อื ..........................................
(นางสิริมนต แดงเพ็ง) (นางลกั ษมี สาและ)
ตำแหนง ครู โรงเรียนบา นสไุ หงโก-ลก ตำแหนง ครู โรงเรียนบานสไุ หงโก-ลก
ลงชอ่ื .......................................... ลงชอื่ ..........................................ผูร ับรอง
(นางสาวปารณี า มะมิง) (นายสวาง ชินพงษ)
ตำแหนง ครู โรงเรียนบา นสุไหงโก-ลก ผอู ำนวยการ โรงเรียนบา นสุไหงโก-ลก
รายงานผลการจดั กิจกรรมชุมชนการเรยี นรูทางวชิ าชพี กลุม สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 40
ภาพประกอบ
ชมุ ชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC)
กลุมสาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
การทดลองของสมาชกิ
รายงานผลการจัดกจิ กรรมชุมชนการเรียนรูท างวิชาชพี กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 41
เทคโนโลยี 07: PLC logbook
บนั ทึกประวัตกิ ารปฏิบตั ิงานเพ่อื พฒั นาคณุ ภาพผเู รียน
สะทอ นการทดลองปฏิบตั ิกิจกรรมของสมาชิก
ชอ่ื กลุมกิจกรรม : วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
กิจกรรม PLC เร่อื ง การเรยี นรผู า นกจิ กรรมอนั ปลกั๊ โคดด้ิง (Unplugged Coding)
ตามแนวทางการจัดการเรียนรูท่ีเนน ผูเ รียนลงมอื ปฏิบัตดิ วยตนเอง (Hand-on Activities)
ครั้งที่ : 18 วัน เดอื น ป : เสารที่ 26 ธ.ค. 2563 สถานที่ : หอ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร
ภาคเรียนท่ี : 1 ปการศึกษา : 2563 จำนวนเวลา : 5 ชั่วโมง
สมาชกิ ทเ่ี ขารวมกิจกรรมคร้ังน้ี
ชือ่ สมาชิก บทบาท ลงชื่อสมาชิก
นางปรชิ ญา มาสินธุ ครผู สู อน (Model Teacher)
นางสาวปารีณา มะมิง ครรู วมเรียนรู (Buddy Teacher)
นางสิรมิ นต แดงเพง็ ครูรว มเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางสาวนารี สุกใส ครรู ว มเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางลักษมี สาและ ครรู ว มเรียนรู (Buddy Teacher)
นางสาวอัญชลี อุดมศลิ ป หัวหนา กลุมสาระฯ (Mentor)
สมาชกิ กลมุ PLC วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี สะทอ นการทดลองปฏิบัติกิจกรรม
ของครรู วมเรียนรู (Buddy Teacher)
ครรู ว มเรียนรู (Buddy Teacher) แสดงความรสู ึก/ความเห็น รวมสะทอนผลของสมาชกิ ทนี่ ำกจิ กรรม
ไปทดลองใช
1) นางสาวปารณี า มะมิง ชัน้ ประถมศึกษาปที่ 1 กจิ กรรมเพอ่ื นฉันเปน หุนยนต
ในเกมที่ 2 นักเรียนจะทำทาทางไดก็ตอเมื่อมีคนบอกทาทางอยู แตในเกมที่สองคนทำ
ทา ทางไมตอ งอยูตรงนน้ั และก็ได เวลาคอมพิวเตอรท ำงานก็มสี องลกั ษณะนี้
การบอกคำสั่งในครั้งเดียวรวดเร็ววองไว แตเมื่อมีขอผิดพลาด ตกหลน ก็จะไดผลลัพธที่
ไมถ ูกตอ ง ไมส ามารถแกไขได
2) นางสริ ิมนต แดงเพ็ง ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 2 กิจกรรมถอดรหสั ไบนารี
คอมพิวเตอรและเครื่องใชไฟฟาตาง ๆ เก็บตัวเลขไวเปนตัวเลข 0 กับ 1 เราจึงตองรูวา
คอมพวิ เตอรและเครือ่ งใชไฟฟา มีวิธีการอยางไร
รายงานผลการจัดกิจกรรมชุมชนการเรียนรูทางวชิ าชพี กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
ห น า | 42
3) นางสาวนารี สกุ ใส ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี 3 กิจกรรมตคู บี ตกุ ตาอัตโนมัติ
การเลียนแบบการทำงานของคอมพิวเตอร ที่มีการนำขอมูลเขา คือ คำสั่งที่นักเรียนเขียน
ใสกระดาษไว โดยกระดาษคือหนวยความจำ สวนการที่เราทดลองเดินตัวคีบตุกตาก็คือการ
ประมวลผลตามคำสั่งนั้นเอง เอาตพุต ก็คือ กระดาษแสดงตุกตานั่นเองที่แสดงวาตัวคีบเดิน
อยูตำแหนง ไหน
4) นางลกั ษมี สาและ นางสาวนารี สุกใส และนางสิริมนต แดงเพง็
ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี 5-6 กจิ กรรมสไปรทข องฉนั
ในการคนหาขอมูลนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ คำสำคัญ หรือคำถามที่เราจะใชถาม
คอมพิวเตอรเพื่อใหไดคำตอบ คือ ขอมูล เว็บไซต ภาพ เสียง หรือวิดีโอ ที่เราตองการ ถาเรา
ถามคำถามไดถูกตอง เลือกคำถามไดเหมาะสมการคนหาขอมูลก็ทำไดงายขึ้น ไวขึ้น
เหมือนกับการถามคำถามเกี่ยวกับสไปรทตัวที่เพื่อนเลือก ถาเราถามคำถามที่เกี่ยวของกับ
ตัวสไปรท จริง ๆ กจ็ ะทำใหทายถกู ไดไ วขนึ้
นำความรสู ึก/ความเหน็ ท่ีสมาชกิ ไดร ว มกนั สะทอ นผลไปรวบรวมจัดทำเปนสรปุ รายงานผล PLC
ลงชอื่ ..........................................ผูน ำPLC ลงชอื่ ..........................................ผรู บั รอง
(นางปรชิ ญา มาสินธุ) (นายสวา ง ชนิ พงษ)
ตำแหนง ครู โรงเรียนบา นสไุ หงโก-ลก ผอู ำนวยการโรงเรยี นบานสุไหงโก-ลก
รายงานผลการจัดกจิ กรรมชุมชนการเรียนรูท างวชิ าชพี กลุมสาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 43
ภาพประกอบ
ชุมชนการเรยี นรทู างวิชาชพี (Professional Learning Community: PLC)
กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
สะทอ นการทดลองปฏบิ ตั กิ ิจกรรมของสมาชิก
รายงานผลการจดั กิจกรรมชมุ ชนการเรียนรูทางวชิ าชพี กลมุ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 44
เทคโนโลยี 08: PLC logbook
บนั ทกึ ประวตั กิ ารปฏิบตั ิงานเพอ่ื พฒั นาคุณภาพผูเรยี น
สรปุ รายงานผล
ชื่อกลุมกิจกรรม : วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
กจิ กรรม PLC เรือ่ ง การเรียนรูผา นกิจกรรมอนั ปลก๊ั โคดด้ิง (Unplugged Coding)
ตามแนวทางการจัดการเรยี นรูท่เี นนผูเรียนลงมอื ปฏบิ ัตดิ วยตนเอง (Hand-on Activities)
คร้ังที่ : 19-28 วนั เดือน ป : เสารท ่ี 16,23 มกราคม 2564 สถานท่ี : หอ งปฏบิ ัติการคอมพิวเตอร
ภาคเรยี นท่ี : 2 ปก ารศกึ ษา : 2563 จำนวนเวลา : 10 ชั่วโมง
สมาชิกท่ีเขารว มกจิ กรรมคร้ังนี้
ช่อื สมาชิก บทบาท ลงชอื่ สมาชิก
นางปรชิ ญา มาสนิ ธุ ครผู ูส อน (Model Teacher)
นางสาวปารณี า มะมงิ ครูรวมเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางสริ ิมนต แดงเพง็ ครูรว มเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางสาวนารี สกุ ใส ครูรว มเรียนรู (Buddy Teacher)
นางลักษมี สาและ ครูรว มเรยี นรู (Buddy Teacher)
นางสาวอญั ชลี อุดมศลิ ป หวั หนา กลุมสาระฯ (Mentor)
สมาชกิ กลมุ PLC วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี สรปุ รายงานผลการจดั กจิ กรรม
นิเทศ ตดิ ตาม การจดั กิจกรรมการเรยี นรู พรอมท้งั ใหส มาชกิ แตล ะคนเสนอผลการสอนจากการจัด
กจิ กรรมตามแผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู รว มกันอภปิ รายและสรุปผลการเรยี นรูผา นกิจกรรมอันปล๊ัก
โคด ดิ้ง (Unplugged Coding) ตามแนวทางการจัดการเรยี นรทู ่เี นน ผเู รียนลงมอื ปฏบิ ัติดวยตนเอง (Hand-
on Activities) ซึง่ สอดคลองกบั ตวั ช้ีวัดตามหลกั สูตรกลมุ สาระการเรียนรูว ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี สาระ
ที่ 4 เทคโนโลยี ดังน้ี
5.1 กิจกรรมเพื่อนฉันเปนหุนยนต สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ในการจัดกิจกรรม
นักเรียนจะทำทาทางไดก ็ตอเม่ือมีคนบอกทาทางอยูแตในเกมที่สองคนทำทาทางไมตองอยูตรงนั้นแลวกไ็ ด
เวลาคอมพิวเตอรทำงานก็มีสองลกั ษณะนี้ บางโปรแกรม เชน เว็บไซต จำเปนตองมีโปรแกรมเบราเซอรไว
เพื่อใหทำงานได บางโปรแกรมก็ทำงานไดเองไมตองอาศัยโปรแกรมอื่น เชนโปรแกรมวาดรูป การบอก
คำสั่งในครั้งเดียวรวดเรว็ วองไว แตเ ม่อื มขี อ ผดิ พลาดตกหลน ก็จะไดผ ลลพั ธท ีไ่ มถ ูกตอ ง ไมส ามารถแกไ ขได
5.2 กิจกรรมถอดรหัสไบนารี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 2 นักเรียนสามารถบอกไดวา
คอมพิวเตอรและเคร่ืองใชไฟฟาทบี่ านรจู ักเพียงแค 0 และ เลข 1 เทานั้น ซึ่งเรียกวา เลขฐานสอง และการ
ทำงานของเครือ่ งใชไฟฟา ก็มแี ค ไฟเปด คอื เลข 1 และไฟปด คือเลข 0 ดังนีใ้ นการติดตอกบั เคร่ืองใชไฟฟา
จึงจำเปนตองแปลงจากเลขฐานสิบเปนฐานสอง
รายงานผลการจัดกจิ กรรมชุมชนการเรียนรทู างวชิ าชพี กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 45
5.3 กิจกรรมตูคีบตุกตาอัตโนมัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 สามารถอธิบายไดวา
การเลยี นแบบการทำงานของคอมพวิ เตอร ที่มกี ารนำขอมูลเขา คอื คำสัง่ ที่นักเรียนเขยี นใสก ระดาษไว โดย
กระดาษคือหนวยความจำ สวนการที่ ทดลองเดนิ ตัวคีบตุกตา คอื การประมวลผลตามคำส่ัง เอาตพ ุด ก็คือ
กระดาษแสดงตุกตาทีแ่ สดงวาตัวคีบเดนิ อยูตำแหนง ไหน การที่เขียนคำสัง่ ใหตัวคีบเดินไปทางไหน หรือทำ
อะไรคือ การเขียนโปรแกรม โดยแตละคำสั่ง คือ การแกปญหายอย ๆ เชน แกปญหาวาตวั คีบไมไดอ ยตู รง
กบั ตกุ ตา ดว ยการส่ังใหตวั คบี เดนิ ไปยังตำแหนง ทตี่ องการ
5.4 กิจกรรม Digital Alphabet สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 นักเรียนกระตือรืนรน
มคี วามสนใจในตัวสื่อ รวมกันการทำนายผลลัพธจากคำสั่งที่กำหนดให คาดการณผ ลลพั ธจากปญหา มีการ
แลกเปลี่ยนเรียนรูกันภายในกลุม การแกปญหาโดยการแสดงอัลกอริทึม เปนกระบวนการแกปญหาท่ี
สามารถอธิบายออกมาเปนขั้นตอนที่ชัดเจน การทำงานตามขั้นตอนที่ไดออกแบบไว ตรวจสอบ
ขอผดิ พลาอดและแกไขขอผดิ พลาดท่ีเกดิ ขนึ้
5.5 กิจกรรมสไปรทข องฉนั สำหรับนักเรียนชั้นประถมศกึ ษาปที่ 5-6 นักเรียนสามารถบอกไดวา
การคนหาขอมูลนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ คำสำคัญ หรือคำถามท่ี จะใชถามคอมพิวเตอรใหไดคำตอบ คือ
ขอมูล เว็บไซต ภาพ เสียง หรือวิดีโอ ท่ี ตองการ ถา ถามคำถามไดถูกตอง เลือกคำถามไดเหมาะสมการ
คนหาขอมูลก็ทำไดงายขน้ึ ไวข้นึ เหมอื นกับการถามคำถามเกี่ยวกับสไปรทตวั ท่ีเพือ่ นเลือก ถา ถามคำถาม
ที่เกี่ยวของกับตัวสไปรทจริง ๆ ก็จะทำใหทายถูกไดไวขึ้น ในการคนหาขอมูลในคอมพิวเตอรจริง ๆ น้ัน
ขอ มูลจะทำการเรียงลำดับไวแลว ไมวาจะตามคาของขอมลู ตวั เลข ตัวอักษร หรอื วิธีการอื่น ๆ การคนหาก็
แคตัดขอมูลสวนที่ไมใชแน ๆ ออก แลวพิจารณาแตขอมูลท่ีเหลือ ทำใหค น หาไดไวขึ้นและถาจำนวนขอมูล
มากข้ึนก็จะทำใหก ารคน หาชาลงดวย
นำผลการอภปิ รายและสรุปผลการเรยี นรผู า นกิจกรรมอันปลก๊ั โคด ดงิ้ (Unplugged Coding) ตาม
แนวทางการจัดการเรียนรทู เ่ี นนผเู รยี นลงมือปฏบิ ัตดิ ว ยตนเอง (Hand-on Activities) ท่ีสมาชกิ ไดร วมกัน
สรุปจัดทำเอกสารรายงานผล
ลงช่ือ..........................................ผนู ำPLC ลงช่ือ..........................................ผรู ับรอง
(นางปรชิ ญา มาสนิ ธ)ุ (นายสวาง ชินพงษ)
ตำแหนง ครู โรงเรียนบานสไุ หงโก-ลก ผอู ำนวยการโรงเรียนบานสุไหงโก-ลก
รายงานผลการจัดกจิ กรรมชุมชนการเรียนรทู างวิชาชพี กลุม สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลย)ี
ห น า | 46
ภาพประกอบ
ชุมชนการเรยี นรทู างวิชาชพี (Professional Learning Community: PLC)
กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)
นเิ ทศการจัดการเรยี นรูและสรุปรายงานผล
รายงานผลการจดั กิจกรรมชมุ ชนการเรียนรทู างวชิ าชพี กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (เทคโนโลยี)