พิกัดน้องหมา เตรียมความพร้อมการมีสัตว์เลี้ยง
1 ค ำน ำ รายงานฉบับนี้จัดท าขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชากราฟฟิก ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อให้ ได้ศึกษาความรู้ในเรื่อง การเตรียมความพร้อมการมีสัตว์เลี้ยง ประเภท สุนัข และ ได้ศึกษาอย่างเข้าใจ เพื่อเป็นประโยชน์ กับการเรียน ทีมผู้จัดท าหวังว่า รายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน นักเรียน นักศึกษา ที่ก าลังค้นหา ข้อมูลในเรื่องดังกล่าวอยู่ หากมีข้อเสนอแนะหรือข้อผิดพลาดประการใด ทีมงานผู้จัดท าขอน้อมรับและ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยคะ ผู้จัดท ำ น.ส.วรินทร อิวำโคชิเลขที่ 32 ระดับชั้น ม.4/6
2 สำรบัญ หน้ำ สายพันธ์สุนัข 3 ชิวาวา 3 บีเกิ้ล 5 บูลด็อก 8 ปอมเมอเรเนียน 1 0 คาวาเลียร์ คิง ชาลล์ สแปเนียล 13 ชิบะ 1 4 ดัชชุน 14 บาร์เดอร์ คอลลี่ 16 บาเซนจิ 17 บิชอง ฟริเซ่ 18 บูล เทอร์เรียร์ 19 ปกั๊20 พุดเดิ้ลทอย 21 มอลทีส 22 ยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ 23 ลาบราดอร์ 24 อลาสกัน มาลามิวท์ 26 อัฟกัน ฮาวด์ 27 เกรย์ฮาวด์ 28 เชทแลนด์ ชีพด็อก 29 เชาเชา(ขนหยาบ) 30 เฟรนช์ บูลด็อก 32 เยอรมันเชพเพิร์ด 33 โกลเด้น รีทริฟเวอร์ 34 ไซบีเรียน ฮัสกี 37 10 ที่พักหมาแมวพักได้ เที่ยวใกล้กรุงเทพ 39 ขอบคุณข้อมูล 42
3 สำยพันธุ์สุนัข ด้วยสายพันธุ์สุนัขที่มีนับร้อย การหาสุนัขที่ถูกใจและเหมาะสมมาเลี้ยงจึงเป็นเรื่องยาก แหล่งข้อมูลสายพันธุ์สุนัขของเราจะท าให้ คุณเข้าใจความแตกต่างของสุนัขแต่ละสายพันธุ์ และช่วยเลือกสายพันธุ์ที่เข้ากับคุณได้มากที่สุด คุณจะได้รับข้อมูลทั้งได้ประวัติควา ม เป็นมา ลกัษณะนิสยัของแต่ละสายพนัธุ์และเขา้ใจปญัหาด้านสุขภาพ วธิกีารดูแล รวมถงึสารอาหารทส่ีุนัขสายพนัธุน์ ัน้ๆ ต้องการ ตงั้แต่ สุนัขสายพันธุ์ใหญ่ที่คลอดสุนัขมาหลายตัว ไปจนถึงสุนัขพันธุ์เล็กทอย ตัวเล็กรูปร่างน่ารัก ข้อมูลสายพันธุ์สุนัขที่เรามีครอบคลุมหลากหลาย ประเภทและหมวดหมู่ ช่วยจ ากัดตัวเลือกได้ว่าสุนัขที่เหมาะกับคุณจะเป็นสายพันธุ์ไหน มาเลือกดูข้อมูลสายพันธุ์สุนัขของเรา แล้วเตรียม พบกับสุนัขที่เหมาะกับคุณและครอบครัว ชิวำวำ(CHIHUAHUA) รู้จักชิวาวา (CHIHUAHUA) สุนัขตัวจิ๋ว และวิธีดีๆ ในการดูแลสุขภาพ ท าความรู้จักชิวาวา (Chihuahua) ถ้าให้นึกถึงสายพันธุ์ สุนัขที่ได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย หลายคนต้องเอ่ยชื่อสายพันธุ์ชิวาวา (Chihuahua) ออกมาแน่นอน เพราะขนาดตัวที่เล็กกะทัดรัด ท าให้ชิวาวาสามารถปรับตัวเข้ากับการเลี้ยงในพื้นที่จ ากัดได้ดี บวกกับความฉลาด เรียนรู้ได้เร็ว และติดเจ้าของในแบบที่ไม่ว่าจะพกชิวาวา ไปไหนก็ยินดีไปด้วยแบบสุดๆ ไม่แปลกเลยที่ใครต่อใครก็หลงรักสุนัขสายพันธุ์นี้ มาท าความรู้จักชิวาวากันให้มากขึ้น แล้วมาดูสุนัขสาย พันธุ์นี้กันให้เต็มที่ กับเคล็ดไม่ลับดีๆ ที่เรามีมาฝาก ลกัษณะนิสยั สุนัขสายพันธุ์ชิวาวา อยู่ในกลุ่มสุนัขเลี้ยงเป็นเพื่อน จัดว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีความสง่างาม มีความกระตือรือร้น โดดเด่น ที่ลักษณะของหัวที่กลมคล้ายกับลูกแอปเปิ้ล ตากลมโตแต่ไม่โปนออกมา ใบหูมีขนาดใหญ่ตั้งตรง กิจกรรมที่ชอบหนีไม่พ้นการอยู่ใกล้ๆ กับ เจ้านายอันเป็นที่รกัและตามตดิไปทุกท่ีพรอ้มทจ่ีะกระโดดลงกระเป๋าทนัททีเ่ีจา้ของจะพาออกไปชอ้ ปป้ิง นอกจากชิวาวาจะเหมาะที่จะเลี้ยง ในครอบครัวแล้ว ด้วยความฉลาดและเรียนรู้ได้เร็ว ท าให้ชิวาวาเป็นสุนัขอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่สามารถเข้าแข่งในสนามประกวดสุนัขได้ไม่แพ้ น้องหมาสายพันธุ์ใหญ่ๆ เลยนะ วิธีการสอนชิวาวาควรเน้นสอนแบบเชิงบวก เน้นการให้รางวัลเมื่อน้องหมาท าได้ เพราะชิวาวาจะไม่ ตอบสนองคุณหรอกนะถ้ามาแรงใส่กัน ด้วยนิสัยขี้สงสัยบวกกับความช่างส ารวจของชิวาวา จึงมักเกิดเหตุการณ์ที่น้องหมาแอบลอดซี่รั้ว ออกไปนอกบ้านอยู่บ่อยครั้ง จึงต้องระวังในจุดน้ีเพอ่ืป้องกนัการเกดิอุบตัเิหตุและการปะทะกบัน้องหมาทอ่ียนู่อกบา้น ส าหรับครอบครัวที่มี เด็กให้อยู่ห่างจากชิวาวาก่อนดีกว่า เพราะสุนัขตัวเล็กมาก จึงมีโอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บของสุนัขเวลาเล่นกับเด็กๆ ได้ และแม้ว่าชิวาวาจะ ดูติดเจ้าของมาก แต่ส าหรับคนแปลกหน้าแล้วยากทช่ีวิาวาจะยอมไวใ้จ ดงันนั้ถงึแมส้นุขัจะตวัจวิ๋แต่กช็ว่ยเฝ้าบา้นไดด้ไีมแ่พก้บัสุนขัตวั ใหญ่ๆ ที่ส าคัญที่สุดคือชิวาวามักจะลืมไปว่าตัวเองเป็นสุนัขตัวเล็ก และพร้อมบวกกับสุนัขตัวใหญ่แสนดุดันแบบไม่มีอาการเกรงกลัว เวลา เจ้าของพาชิวาวาออกไปเดินเล่นก็ระมัดระวังไมใ่หต้วัจวิ๋ไปปว่นใคร เพอ่ืความปลอดภยัของสุนขัชวิาวาเอง
4 ขนำดของชิวำวำ น ้าหนักตัวตามสายพันธุ์โดยเฉลี่ยไม่เกิน 2.7 กิโลกรัม (6 ปอนด์) ความสูงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6-8 นิ้ว และมีอายุเฉลี่ยอยู่ ที่ 14-16ปียงิ่สุนัขชวิาวาเมอ่ืมขีนาดตวัโตเตม็วยักม็ โีอกาสทจ่ีะป่วยหรอืไม่สบายมากขน้ึชวิาวาทม่ีขีนาดใหญ่หรอื oversize จะมีน ้าหนัก อยู่ที่ 5.4 กิโลกรัม เหมาะที่จะเลี้ยงกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก บคุลิกของชิวำวำ เรื่องมั่นใจบอกเลยว่าสุนัขชิวาวาไม่เป็นรองใครแน่นอน แถมยังมีความกระตือรือร้น ช่างสงสัย ขี้ตกใจ ไม่ไว้ใจคน แปลกหน้า และเหมาะที่จะเลือกสุนัขสายพันธุ์นี้เพื่อเลี้ยงเป็นเพื่อนในครอบครัว โดยปกติแล้วชิวาวาจะมีความผูกพันธ์กับเจ้าของเพียงคน เดียวมากกว่า แต่เราก็สามารถแนะน าให้สุนัขสายพันธุ์ชิวาวารู้จักเพื่อนๆ หรือคนอื่นๆ ได้ตั้งแต่ยังอายุน้อยโดยการพาสุนัขไปพบเจอผู้คน ออกไปนอกบ้าน เพื่อให้มีประสบการณ์ที่ดีต่อการพบปะคนแปลกหน้า และเติบโตมาเป็นสุนัขชิวาวานิสัยดีมีความเป็นมิตร ประวตัิควำมเป็นมำ ประเทศต้นกำ เนิด: เม็กซิโก ณ อารยธรรมอันเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลกที่ทวีปอเมริกาใต้ ในยุคที่ชนเผ่า มายาและชนเผ่า Toltec ถือครองดินแดนแถบประเทศเม็กซิโก และเป็นเจ้าของพีระมิดขั้นบันได “Chichen Itza” 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของ โลกยุคใหม่ เชื่อหรือไม่ว่าในซากปรักหักพังแห่งอารายธรรมเหล่านี้ จะมีภาพสลักและภาพเขียนของสุนัขพันธุ์ชิวาวารวมอยู่ด้วย จึงเป็นที่ เชื่อกันว่าสุนัขสายพันธุ์ชิวาวา สืบเชื้อสายมาจากสุนัขพันธุ์ Techichi อันเป็นสัตว์เลี้ยงของชนพื้นเมืองโบราณทั้งชาวมายา, Toltec และ Aztec มีข้อสันนิษฐานว่าสุนัขสายพันธุ์ชิวาวาอาจมีส่วนผสมสายพันธุ์มาจาก Chinese Crested ที่เดินทางข้ามโพ้นทะเลจากจีนมาสู่แผ่นดิน อเมริกาผ่านทางช่องแคบ Bering ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าเจ้าสุนัขตัวจิ๋วสายพันธุ์นี้ มีบรรพบุรุษเก่าแก่ยาวนานมากๆ เลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ ยงัมบีางหลกัฐานจากทางฝั่งยุโรป ทพ่ีระราชวงั Apostolic นครรัฐวาติกัน ที่พบภาพเขียนสีบนผนังปูน (Fresco) เขียนขึ้นราวปี ค.ศ.1482 โดยศิลปินชาวอิตาลีในยุคเรเนสซองก์ชื่อ Sandro Botticelli ประดับอยู่บนก าแพงโบสถ์ Sistine Chapel ทางฝั่งทศิใต้ช่อืภาพว่า “The Trials and Calling of Moses” ปรากฎรูปของสุนัขรูปร่างหน้าตาคล้ายชิวาวารวมอยู่ด้วย แต่จากหลักฐานทางพันธุศาสตร์ที่ค้นพบใน ปจัจุบนัสามารถระบุบ่งช้ไีด้ชดัเจนแล้วว่าสุนัขสายพนัธุช์วิาวา มดีเีอน็เอจ าเพาะทพ่ีบได้ในแถบแมก็ซโิกยุคโบราณจรงิๆ และอาจจะได้ เดินทางมายังยุโรปในยุคแห่งการค้นพบแผ่นดินใหม่ของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นี่เอง เพราะในจดหมายที่นักส ารวจชื่อดังท่านนี้เขียนถึง กษัตริย์สเปน ก็มีการกล่าวถึงสุนัขสายพันธุ์ชิวาวาเอาไว้ สุขภำพและปัญหำที่มักพบ ชวิาวามสีุขภาพโดยรวมอยใู่นเกณฑด์ ีและไมค่อ่ยมปีญัหาสุขภาพทน่ี่าหนกัใจ แต่กม็โีรคทส่ีามารถพบได้ ในสุนัขสายพันธุ์นี้ เช่น - สะบ้าเคลื่อน : ลักษณะการเดินของสุนัขที่มีภาวะสะบ้าเคลื่อนจะมีการยกขาขึ้นเล็กน้อยขณะเดิน หรือมีการเขย่าขาหรือยืดขาก่อนที่จะ กลับมาเดินในท่าปกติ - โรคหวัใจ : อาจพบปญัหาโรคหวัใจผดิปกตแิต่กา เนิดในสุนขัสายพนัธุน์ ้ีได้เชน่ ปญัหาลนหัวใจตีบ และ ้ิ อาจน าไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว ตามมาการรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคที่เกิดขึ้นกับสุนัขแต่ละตัว - หลอดลมตบี: เป็นปญัหาทเ่ีกดิจากปจัจยัทางพนัธุกรรม และสงิ่แวดลอ้ม ซง่ึพบไดบ้อ่ยในสุนขัพนัธุเ์ลก็ โดยเฉพาะในสุนขัทม่ีนี้ าหนกัเกน ิ จะพบอาการไอแห้งๆ เสียงดังหายใจล าบาก มีเสียงดังเวลาหายใจ เหนื่อยง่าย - ปญัหาน้ าตาลต่ า : ซง่ึเป็นปญัหาทพ่ีบไดบ้อ่ยในสุนขัขนาดเลก็ทไ่ีมค่อ่ยมกีารสะสมไขมนัไวใ้นรา่งกาย จะเกดิไดเ้มอ่ืสุนขัมอีาการเครยีด หรอืกนิอาหารไมป่กติแมว้า่จะเป็นปญัหาทร่ีกัษาไดไ้มย่ากแต่กเ็ป็นอนัตรายทา ใหถ้งแก่ชีวิตได้เช่นกันหากไม่ได้รับการรักษา ึ อำหำรและโภชนำกำร สารอาหารที่จ าเป็นส าหรับชิวาวาควรมีสัดส่วนที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และกิจกรรมในแต่ละวัน ของสุนัขสายพันธุ์นี้ โดยสารอาหารจ าเป็นที่ควรมีในอาหารของสุนัขสายพันธุ์นี้ ได้แก่ 1. โปรตีน : เพื่อสร้างเนื้อเยื่อที่เป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย ในอาหารควรมีกรดอะมิโน ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของโปรตีนอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรดอะมิโนชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ 2. คำร์โบไฮเดรต : เพื่อเป็นแหล่งพลังงานในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซลล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เซลล์ประสาท เซลล์หัวใจ และเม็ด เลือดแดง อาหารที่มีคุณภาพดีควรมีการค านวณปริมาณคาร์โบไฮเดรตอย่างเหมาะสม เพ่ือป้องกันการเกิดโรคอ้วนในสุนัข 3. ไขมัน : ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยให้พลังงานได้สูงกว่าโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ไขมันยังช่วยในการดูดซึมวิตามิน รวมทั้งยังช่วยเสริมการท างานของระบบห่อหุ้มร่างกาย เช่น โอเมก้า 3 และ 6 4. วิตำมิน และแร่ธำตุอื่นๆ : แม้ร่างกายจะต้องการวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณน้อย แต่หากได้รับไม่เพียงพอหรือได้รับมากเกินไป ก็ อาจส่งผลต่อการท างานของร่างกาย และท าให้ร่างกายเกิดความผิดปกติได้ ตัวอย่างวิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายสุนัขต้องการ ได้แก่ วิตามินบี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นต้น เพราะสุนัขสายพันธุ์เล็กอย่างชิวาวา จะมีกิจกรรมในแต่ละวันค่อนข้างมาก มีความกระตือรือร้น และปราดเปรียว มีระบบการเผาผลาญในร่างกายที่ดี การเลือกอาหารที่เหมาะกับชิวาวา จึงควรเลือกอาหารที่มีส่วนผสมของโปรตีน คุณภาพดีอย่าง SUPERCOAT (ซุปเปอร์โค้ท) สูตรสุนัขพันธุ์เล็ก ที่มีสารอาหารครบถ้วนตามหลักโภชนาการ เน้นเสริมสร้างสุขภาพหัวใจ
5 เหมาะกับสุนัขสายพันธุ์ชิวาวา เสริมวิตามินบีเพื่อช่วยในเรื่องการน าพลังงานไปใช้ รวมทั้งช่วยระบบการท างานของระบบเผาผลาญ มีขนาด เม็ดเล็กเหมาะกับช่องปาก ช่วยเรื่องการย่อยอาหาร มีโอเมก้า 3 และ 6 บ ารุงขนให้เงางาม ที่ส าคัญต้องผลิตจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ ปราศจากสีและวัตถุปรุงแต่งกลิ่นรสสังเคราะห์ เพื่อให้สุนัขชิวาวามีสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอก และมีชีวิตยืนยาว ควำมต้องกำรพิเศษเฉพำะสำยพนัธขุ์องชิวำวำ แม้ว่าชิวาวาจะเป็นสุนัขไซส์เล็ก แต่ชิวาวาก็ต้องการการออกก าลังและการฝึกนะ เพราะชิวาวาเป็นสุนัขที่มีพลังงานแสนล้นเหลือ (แบบที่ว่าสามารถวิ่งไล่กระรอกหลังบ้านได้ทั้งวัน) การออกก าลังด้วยการพาไปเดินเล่น หรือกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางในสนามกลางแจ้ง จึงจัดเป็นกิจกรรมที่ดีที่เหมาะกับสุนัขสายพันธุ์นี้ กำรดูแลขน ขนของสุนัขสายพันธุ์ชิวาวามีขน 2 แบบ คือ ชิวาวาขนสั้น และชิวาวาขนยาว โดยลักษณะของชิวาวาขนสั้นนั้นขนจะ มีความนุ่มลื่น เงางาม ปกคลุมทั่วทั้งร่างกาย โดยจะหนาที่บริเวณรอบคอ และบางบริเวณหัวและหู ส าหรับชิวาวาขนยาวจะนุ่ม เรียบ หรือ หยิกเป็นลอนเล็กน้อย ขนที่บริเวณหางจะยาว รวมทั้งมีขนคลุมที่ขาและเท้าด้วย ส่วนสีขนนั้นมีมากมายหลากหลายสี ไม่ว่าจะเป็นสีด า สีช็อคโกแลต สีครีม สีแดง หรือสองสีผสมกัน ส่วนการท าความสะอาดก็ง่ายแสนง่าย เพียงอาบน ้าสัปดาห์ละครั้ง หรือถ้าไม่มีเวลาสามารถ อาบทุก 2 สปัดาห์โดยใชแ้ชมพอูาบน้ าสา หรบัสุนขัโดยเฉพาะ ไมค่วรใชแ้ชมพเูดก็เพราะอาจทา ใหเ้กดิปญัหาขนพนักนัและเกดิโรคผวิหนงั ตามมาได้นอกจากน้ียงัควรหมนั่ท าความสะอาดฟนัของชวิาวาด้วยการแปรงฟนัและไม่ลมืเชด็หูและตดัเลบ็เป็นประจ าอย่างน้อยสปัดาห์ ละ 1 ครั้งด้วย สุนัขพันธุ์นี้กับเด็ก ชิวาวาเป็นสุนัขที่รักเด็ก แต่การเลี้ยงเด็กเล็กกับสุนัขไซสจ์วิ๋ร่วมกนัอาจเกดิปญัหาได้เพราะสุนัขตวัเลก็ๆ อย่างชวิา วาอาจหลุดจากการโอบอุ้มของเด็กน้อยและตกลงสู่พื้นจนได้รับบาดเจ็บ หากจ าเป็นต้องเลี้ยงสุนัขกับเด็กเล็กก็ควรสอนให้เด็กๆ จับสุนัข อย่างปลอดภัย โดยให้จับสุนัขตอนที่นั่งอยู่บนพื้นเท่านั้น และสอนให้เด็กๆ เล่นกับสุนัขอย่างถูกต้อง ไม่ดึงขน ดึงหาง หรือตีน้องหมา เพื่อ ป้องกนัไม่ใหสุ้นัขกดัเด็กๆชวิาวาสามารถเขา้กบัสตัว์เล้ยีงทบ่ีา้นตวัอ่นืๆ ได้ดีโดยเฉพาะเม่อืเล้ยีงด้วยกนัตงั้แต่อายุยงัน้อย ไม่ว่าจะเป็น สุนัขด้วยกัน หรือแม้แต่น้องแมว วิถีชีวิตสไตลช์ิวำวำ ชิวาวาแม้จะตัวเล็กแต่ก็ใจใหญ่มีความกล้าหาญ มีความฉลาด สามารถสอนค าสั่งต่างๆ ได้ กระตือรือร้น ชอบเล่นกับเจ้าของ และมีความจงรักภักดีต่อเจ้าของ ชอบอยู่กับเจ้าของ ไม่ชอบอยู่ตัวเดียว สามารถปรับตัวเข้ากับที่อยู่ได้ดี และสามารถ เลี้ยงในพื้นที่ที่มีจ ากัด เช่น คอนโดหรืออะพาร์ตเมนต์ได้ แต่ถ้ามีที่ให้ชิวาวาได้ออกไประเบิดพลังบ้างก็จะดีไม่ใช่น้อย สุนัขสายพันธุ์นี้เหมาะ กับครอบครัว แต่อาจจะต้องระวังหากต้องเลี้ยงร่วมกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก แม้ปกติชิวาวาจะไม่ค่อยส่งเสียงดัง แต่ถ้าถูกรบกวนหรือใค ร ข้ามถิ่นมาก็เห่าดังไม่แพ้ใครเลยล่ะ ผเู้ลี้ยงที่เหมำะกบัชิวำวำ ด้วยนิสัยติดเจ้าของ ขี้ประจบ ชิวาวาจึงเหมาะกับเจ้าของที่มีเวลาเล่นด้วยกัน ชอบเที่ยว พาออกไปเดิน เล่น หรือมีกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจ า สามารถพาน้องหมาชิวาวาไปเที่ยวได้สบาย ให้น้องหมาได้พบเจอผู้คนแปลกหน้า ตื่นตาตื่นใจกับ โลกภายนอกได้ ส าหรับคนที่อยู่ในเมืองที่ต้องอยู่คอนโดหรืออะพาร์ตเมนต์ ก็สามารถเลี้ยงน้องหมาสายพันธุ์นี้ได้อย่างสบายใจ เพราะชิวา วาไมค่อ่ยเหา่สง่เสยีงดงัแถมยงัตวัเลก็พกงา่ย ไลฟ์สไตลค์นเมอืงน่ีแหละเจา้ของทใ่ีชข่องชวิาวาเลย บีเกิ้ล (Beagle) ถ้าให้นึกถึงน้องหมาขนสั้น ขนาดล าตวักะทดัรดัแสนฉลาด ทพ่ีกความรา่เรงิสนุกสนานมาดว้ยแบบเตม็กระเป๋า มจีมกูทด่ีมกลนิ่ ได้เก่งไม่เป็นรองใคร และมีความน่ารักแบบล้น ๆ จนหลาย ๆ คนเห็นแล้วก็อยากจะเข้าไปกอด แน่นอนว่าสุนัขสายพันธุ์บีเกิ้ล (Beagle) จะ เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ใครก็ต้องนึกถึง แต่ถึงแม้ว่าบีเกิ้ลจะมีขนาดตัวที่ก าลังกะทัดรัด และเป็นเพื่อนกับเด็ก ๆ เป็นอย่างดีก็ตาม ต้องขอ บอกว่าบีเกิ้ลมีมุมดื้อเล็ก ๆ รั้นหน่อย ๆ กับพลังแสนจะล้นเหลือ เจ้าของบีเกิ้ลจึงต้องหาเทคนิคในการสอน รวมทั้งดูแลบีเกิ้ลให้มีสุขภาพที่ดี พร้อมแล้วมาท าความรู้จักกับบีเกิ้ลกันให้มากขึ้นกันเลยดีกว่า แล้วจะรู้ว่าท าไมใคร ๆ ก็หลงรักสุนัขสายพันธุ์บีเกิ้ล
6 ลกัษณะนิสยั บีเกิ้ลมีลักษณะนิสัยที่อ่อนโยน และมักสร้างเสียงหัวเราะให้กับเจ้าของด้วยความน่ารักและตลกขี้เล่น แต่ในความ น่ารักนั้นก็มีความซนพลังล้นซ่อนอยู่ด้วยเหมือนกัน (ซึ่งบางทีก็อาจท าให้เจ้าของหัวเราะได้ทั้งน ้าตา) และบีเกิ้ลก็ไม่ต่างจากสุนัขสายพันธุ์ อื่น ๆ ที่ต้องการได้รับความเอาใจใส่ดูแลจากเจ้าของ ชอบการเข้าสังคมพบปะผู้คนหลากหลาย ชอบออกไปเที่ยว ได้มองเห็น ได้ยินเสียง ใหม่ ๆ และตอบรับกับทุกประสบการณ์ที่เจ้าของมอบให้ ดังนั้นเคล็ดไม่ลบัในการฟูมฟกัลูกสุนขัสายพนัธุน์ ้ีกค็อืการใหบ้เีกล้ิอยทู่ ่ามกลางหมู่ เพื่อนสัตว์เลี้ยง รับรองว่าจะสร้างความแฮปปี้ให้กับเจ้าบีเกิ้ลได้มากกว่าปล่อยให้บีเกิ้ลอยู่ตามล าพังในบ้าน เพราะถ้าปล่อยบีเกิ้ลไว้ที่สนาม หญ้าหลังบ้านไว้เพียงตัวเดียว บีเกิ้ลก็อาจหาวิธีสร้างความสนุก (แต่ชวนปวดหัว) ด้วยการเห่าหอน ขุดดิน หรือพยายามหนีจากบริเวณนั้น ออกมาได้ ประวตัิควำมเป็นมำ สุนัขสายพันธุ์บีเกิ้ลจัดเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีประวัติมายาวนานนับศตวรรษ แม้ว่าที่มาของชื่อ บีเกิ้ล อาจจะยังไม่เป็นที่ทราบชัดเจนนัก แต่ก็เชื่อกันว่ามาจากภาษาฝรั่งเศส begueule, beugler หรืออาจมาจากค าในภาษาอังกฤษ beag ภาษาเยอรมัน begele ก็เป็นไปได้เช่นกัน ที่มาของสายพันธุ์บีเกิ้ลนั้นเชื่อกันว่าเป็นสายพันธุ์สุนัขที่สืบเชื้อสายมาจากสุนัขที่ใช้ล่าสัตว์ โดย จัดอยู่ในกลุ่มสุนัขล่าสัตว์ขนาดเล็ก ช่วยล่าสัตว์ เช่น กระต่าย นิยมเลี้ยงมากในอังกฤษ และมีการผสมพันธุ์กับสุนัขที่อยู่ในท้องถิ่น ว่ากันว่า พระเจ้าวิลเลี่ยมที่ 1 ได้น าเอาสุนัขพันธุ์ทัลบอต (ปจัจุบนัสญูพนัธุไ์ปแลว้) มาทอ่ีงักฤษในชว่งปีค.ศ. 1066 และเป็นต้นตระกูลของสุนัขสาย พันธุ์บีเกิ้ล และฟอกซ์ฮาวน์ บีเกิ้ล กลายเป็นสุนัขสายพันธุ์ยอดนิยมในประเทศอังกฤษในช่วงของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่สอง (ปี ค.ศ.1307-1327) และพระเจ้าเฮนรี่ที่ 7 (ปี ค.ศ.1485-1509) ซึ่งบีเกิ้ลขนาดจิ๋วที่เรียกกันว่า Glove Beagle นั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุคนั้น เพราะ เป็นสุนัขที่มีขนาดเล็กจนสามารถถือไว้ในมือได้ โดยในยุคของพระนางอลิซาเบธที่ 1 (ปี ค.ศ. 1533-1603) ได้เลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ที่มีขนาด เล็กฉบับกระเป๋า โดยมคีวามสงูเพยีง 9 นิ้วเท่านั้น เริ่มมีการน าบีเกิ้ลมาเลี้ยงในประเทศสหรัฐอเมริกาช่วงหลังจากเหตุการณ์สงครามกลาง เมือง และเป็นที่นิยมในหมู่นักล่ากระต่ายแทบจะทันที มีการจดทะเบียนสายพันธุ์บีเกิ้ลโดยสมาคมพัฒนาสายพันธุ์สุนัขแห่งอเมริกา (AKC) ในปี 1885 ซึ่งในปจัจุบนัชอ่ืบเีกล้ิในความหมายแถบอเมรกิาเหนือจะหมายถงึสายพนัธุท์ม่ีจีมกูดเีป็นเลศิเสยีงไพเราะ และกระตอืรอ้ืรน้ ใน การล่ากระต่ายนั่นเอง ลกัษณะของสำยพนัธบุ์ ีเกิ้ล (Beagle) โดยสรุป บีเกิ้ลโดดเด่นในเรื่องการเป็นสุนัขล่าสัตว์ที่เก่งไม่แพ้กับสายพันธุ์ไหน ๆ มีความ จงรักภักดีกับเจ้าของ ด้วยความน่ารัก ร่าเริงสดใส เป็นสุนัขที่มักเรียกเสียงหัวเราะให้กับเจ้าของได้อยู่เสมอ ชอบท ากิจกรรมร่วมกับสุนัขตัว อื่น ๆ แบบเป็นกลุ่ม เรียกว่าเข้าสังคมได้เก่งไม่แพ้ใคร ไม่ว่าจะเป็นกับสุนัข เด็ก หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น จุดเด่นของบีเกิ้ลคือใบหูที่ยาวเป็น เอกลักษณ์ และจมูกที่ไวท างานอย่างดีเยี่ยม เพราะมีต่อมรับกลิ่นมากถึง 220 ล้านหน่วย (เทียบกับในคนที่มีเพียง 5 ล้านหน่วย) ท าให้บี เกิ้ลยืนหนึ่งเรื่องการดมกลิ่น จัดเป็นสุนัขในกลุ่มสุนัขนักดม หรือ Scenthounds รับบทเด่นในกีฬาล่าสัตว์ขนาดเล็กในอดีต และด้วย ความสามารถด้านการดมกลิ่นที่ไม่เป็นรองใครนี้เอง บีเกิ้ลจึงได้รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยตรวจสอบวัตถุผิดกฎหมายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นยาเสพ ติด วัตถุระเบิด ต่าง ๆ ในสนามบินอีกด้วย นอกจากความสามารถด้านการดมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของบีเกิ้ลแล้ว สุนัขพันธุ์บีเกิ้ลก็ยัง ขึ้นชื่อเรื่องความซน และสอนค่อนข้างยาก (ก็เค้าเป็นตัวของตัวเองนี่นา) หลาย ๆ คนจึงแนะน าให้พาบีเกิ้ลไปฝึกที่โรงเรียนฝึกสุนัขอย่าง เหมาะสมจะดีต่อทั้งเจ้าของและสุนัขเองมากกว่า ท ำควำมร้จูกักบับีเกิ้ล (Beagle) เพิ่มเติม ขนำดของบีเกิ้ล (Beagle) บีเกิ้ลจัดเป็นสุนัขขนาดกลาง โดยสมาคมพัฒนาสายพันธุ์สุนัข แห่งอเมริกา (AKC) ได้แบ่งสุนัขสายพันธุ์ บีเกิ้ลออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีความสูงไม่เกิน 13 นิ้ว และกลุ่มที่มีความสูงไม่เกิน 15 นิ้ว (วัด ความสูงจนถึงบริเวณไหล่ของสุนัข) น ้าหนักเฉลี่ยของบีเกิ้ลอยู่ที่ 8-13.6 กิโลกรัม อายุโดยเฉลี่ยของบีเกิ้ลอยู่ที่ 10-15 ปี สุขภำพและปัญหำที่มักพบ แม้ว่าภาพรวมด้านสุขภาพของบีเกิ้ลจะอยู่ในระดับที่ดี แต่เจ้าของน้องหมาสายพันธุ์นี้ก็ต้องระมัดระวังเรื่อง โรคต่าง ๆ ที่มักเกิดขึ้นกับสายพันธุ์บีเกิ้ลเอาไว้ก่อน โดยโรคที่อาจพบได้ในสุนัขสายพันธุ์บีเกิ้ล ได้แก่ - โรคอ้วน และภำวะน ้ำหนักเกิน : น้องหมาสายพันธุ์บีเกิ้ลมีแนวโน้มที่จะอ้วนได้ง่าย และมีนิสัยรักการกิน เจ้าของจึงควรพาสุนัขไปออก ก าลังกายเป็นประจ า และเลือกอาหารที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของน้องบีเกิ้ลเพื่อให้ได้รับระดับพลังงานที่เหมาะสม - ภำวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสำท : เป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดที่บริเวณ คอ และ หลังของสุนัขได้ หากเป็นในระดับที่รุนแรง อาจท าใหสู้ญเสยีความรูส้กึอมัพาต และไม่สามารถควบคุมการอุจจาระ ปสัสาวะได้ส าหรบัการรกัษานัน้สตัวแพทยจ์ะประเมนิจากความ รุนแรง รวมบริเวณที่เป็น โดยสัตวแพทย์จะท าการผ่าตัดเพื่อลดความดันบริเวณไขสันหลัง ผลการรักษาอาจไม่ส าเร็จได้ในบางราย - ปัญหำกระดกูและข้อต่อ : โดยโรคทพ่ีบได้ในบเีกล้ิเชน่ภาวะขอ้สะโพกเส่อืม ซง่ึเป็นปญัหาทถ่ี่ายทอดได้ผา่นทางพนัธุกรรม โดยสุนขั มักแสดงอาการเจ็บขาหลังเวลาเดินหรือลุกยืน นอกจากนี้ยังอาจพบภาวะสะบ้าเคลื่อน ซึ่งพบได้บ่อยในสุนัขขนาดกะทัดรัด ท าให้เกิดอาการ เดินผิดปกติ จะมีการยกขาขึ้นเล็กน้อยขณะเดิน หรือมีการเขย่าขาหรือยืดขาก่อนที่จะกลับมาเดินในท่าปกติ หากเป็นมากอาจลุกลามจนเกิด ปญัหาขอ้อกัเสบ ขอ้เสอ่ืม ตามมาได้โดยในกรณทีเ่ีป็นมาก สตัวแพทยอ์าจพจิารณาผาตัดเพื่อรักษา ่
7 - ปัญหำโรคตำ : โรคตาที่สามารถพบได้บ่อยในสุนัขสายพันธุ์บีเกิ้ล เช่น โรคเชอร์รี่อาย โดยจะพบหนังตาที่สามของสุนัขปลิ้นออกมา บริเวณหัวตา มีลักษณะคล้ายกับลูกเชอร์รี่นั่นเอง นอกจากนี้ยังอาจพบโรคต้อหิน ซึ่งท าให้เกิดความเจ็บปวดกับสุนัขอย่างมากเนื่องจากมี ความดนัภายในลูกตาสงูกวา่ ปกติภายนอกจะพบวา่ตาของสุนขัมลีกัษณะเป็นฝ้าขาว และอาจทา ใหส้ญูเสยีการมองเหน็ไดใ้นทส่ีุดหากไดร้บั การรักษาช้าเกินไป - ภำวะลมชัก : เป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาทที่พบได้บ่อยในบีเกิ้ล โดยอาจพบว่าสุนัขเป็นลมล้มลงไป ขาเหยียดเกร็ง และหมดสติได้ หากพบปญัหาดงักล่าวควรพาสุนขัไปพบสตัวแพทยเ์พอ่ืรบัการรกัษาอยา่งเหมาะสม ซง่ึสว่นมากสุนขัมกัตอบสนองต่อการรกัษาคอ่นขา้งดี กำรออกก ำลังกำย บีเกิ้ลที่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่นจะมีพลังงานล้นเหลือ อยากจะเล่นอยากจะออกก าลังตลอดทั้งวัน ดังนั้นเจ้าของบีเกิ้ลจึงควรหา เวลาพาบีเกิ้ลไปเดิน (หรืออาจจะวิ่ง) ด้วยกัน หากต้องการที่จะปล่อยบีเกิ้ลให้วิ่งเล่นในพื้นที่กว้าง ๆ เจ้าของควรจะฝึกเกิ้ลให้กลับมาหาเรา เมื่อเรียกด้วย เมื่อบีเกิ้ลอายุมากขึ้นความแอคทีฟของสุนัขสายพันธุ์นี้มักจะลดลงไปด้วย หลายบ้านพบว่าบีเกิ้ลสามารถนอนอยู่ในบ้านได้ เลยยาว ๆ ทงั้วนัแต่ดว้ยนิสยัรกัการกนิของบเีกล้ิทไ่ีมเ่ ปลย่ีนแปลง อาจทา ใหบ้เีกล้ิมแีนวโน้มทจ่ีะเกดิปญัหาน้ าหนกัเกนิจนน าไปสการเกิดู่ ปญัหาเรองกระดูกและข้อต่อได้ ฉายา ่ื Scenthound สุนัขยอดนักดมของบีเกิ้ลไม่ได้มาเล่น ๆ เมื่อบีเกิ้ลมีโอกาสออกไปส ารวจพื้นที่นอกบ้าน ควรระวังไม่ให้ออกไปไกลหูไกลตาเจ้าของสัตว์ เพราะความช่างสงสัยอาจท าให้บีเกิ้ลเผลอมุดออกไปดมส ารวจโลกกว้างข้างนอกได้ ซึ่งข้อนี้ ถือเป็นข้อควรระวังส าคัญส าหรับเจ้าของบีเกิ้ล พื้นที่ในกำรเลี้ยง เจ้าของที่มีบ้านมีพื้นที่ มีคนหรือสัตว์เลี้ยงอยู่ที่บ้านตลอดทั้งวันที่ต้องการรับสมาชิกเพิ่ม มองมาทางบีเกิ้ลได้เลย เพราะบีเกิ้ลจะเป็นสมาชิกที่น่ารักตัวใหม่ของบ้านคุณแน่นอน แต่เจ้าของก็ต้องมีเวลาพาบีเกิ้ลออกไปปล่อยพลัง ได้วิ่งเล่น ได้ออกก าลัง ได้ พาบีเกิ้ลไปฝึกอย่างถูกต้อง รับรองเลยว่าบีเกิ้ลจะเป็นเพื่อนที่ดีกับทุกคนในครอบครัวได้อย่างแน่นอน อำหำรและโภชนำกำร ควรเลือกอาหารที่มีสารอาหารจ าเป็นส าหรับร่างกายของบีเกิ้ลอย่างครบถ้วน เหมาะสมกับความต้องการ ของร่างกาย และกิจกรรมในแต่ละวันของสุนัขสายพันธุ์นี้ ที่ส าคัญควรเน้นไปที่การออกก าลังกาย เพอ่ืหลกีเลย่ีงปญัหาโรคอว้นทอ่ีาจเกดิได้ ในอนาคต 1. โปรตีน : เพื่อสร้างเนื้อเยื่อที่เป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย ในอาหารควรมีกรดอะมิโนซึ่งเป็นหน่วยย่อย ของโปรตีนอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรดอะมิโนชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ 2. คำร์โบไฮเดรต : เพื่อเป็นแหล่งพลังงานในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซลล์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เซลล์ประสาท เซลล์หัวใจ และเม็ด เลือดแดง อาหารที่มีคุณภาพดคีวรมกีารคา นวณปรมิาณคารโ์บไฮเดรตอยา่งเหมาะสม เพอ่ืป้องกนัการเกดิโรคอว้นในสุนขัสายพนัธุน์ ้ี 3. ไขมัน : ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยให้พลังงานได้สูงกว่าโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ไขมันยังช่วยในการดูดซึมวิตามิน อี ดี เอ และเค รวมถึงยังดูแลให้ความอบอุ่น และมีส่วนช่วยในระบบห่อหุ้มร่างกาย เช่น โอเมก้า 3 และ 6 ที่ช่วยบ ารุงผิวหนังและขน 4. วิตำมิน และแร่ธำตุ: แม้ร่างกายจะต้องการวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณน้อย แต่หากได้รับไม่เพียงพอหรือได้รับมากเกินไป ก็อาจ ส่งผลต่อการท างานของร่างกาย และท าให้ร่างกายเกิดความผิดปกติได้ ตัวอย่างวิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายสุนัขต้องการ ได้แก่ วิตามินบี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นต้น นอกเหนือจากสารอาหารหลักที่ควรมีอย่างครบถ้วนตามหลักโภชนาการแล้ว ก็ควรเลือกอาหารที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพดี เพื่อเสริมสร้าง สุขภาพที่ดีให้กับสุนัขสายพันธุ์บีเกิ้ล เลือกอาหารที่เน้นการคัดสรรวัตถุดิบหลักมาจากธรรมชาติปราศจากสีและวัตถุปรุงแต่งกลิ่นรส สังเคราะห์ โดยมีการค านวนสารอาหารให้มีปริมาณสอดคล้องกับความต้องการของร่างกายสุนัข เพื่อให้สุนัขมีสุขภาพดีจากภายในสู่ ภายนอก อย่างเช่น SUPERCOAT (ซุปเปอร์โค้ท) สูตรสุนัขโตพันธุ์เล็ก ที่เสริมการท างานของระบบเผาผลาญในร่างกายสุนัขให้เหมาะกับกิจกรรมในแต่ละ วัน และมีความสมดุลกับความต้องการด้านโภชนาการของสุนัขสายพันธุ์เล็กโดยเฉพาะ อร่อยกับรสชาติที่ได้จากวัตถุดิบแท้ ๆ จาก ธรรมชาติ เพิ่มพลังงานด้วยวิตามินบี เพื่อการน าพลังงานไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เม็ดอาหารมีขนาดเหมาะสมช่วยเรื่องระบบการย่อย อาหาร และยังมีโอเมก้า 3 และ 6 ช่วยให้ขนเงางามมีสุขภาพดี ที่ส าคัญสูตรอาหารยังเน้นไปที่การเสริมสร้างสุขภาพหัวใจและดีต่อระบบเผา ผลาญที่รวดเร็วของสุนัขสายพันธุ์เล็ก เพื่อให้สุนัขมีสุขภาพดีและมีชีวิตที่ยืนยาว กำรดูแลขน สีขนที่เป็นที่นิยมส าหรับผู้เลี้ยงบีเกิ้ล คือสีขน 3 สี มีสีด าอยู่บริเวณหลัง ขา อก ท้อง และปลายหางเป็นสีขาว มีสีน ้าตาลบนหัว และกลางหลัง ขนของบีเกิ้ลมีลักษณะนุ่ม แน่น เป็นสองชั้น ที่ช่วยกันน ้าได้ดี เจ้าของควรหมั่นแปรงขนให้บีเกิ้ลด้วยแปรงขนขนาดกลาง หรือถุงมือแปรงขน อย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เพื่อก าจัดเอาขนที่หลุดร่วงและเศษผิวหนังเพื่อกระตุ้นการขึ้นใหม่ของเส้นขน และด้วย ความที่บ้านเราเป็นเมืองร้อน จึงอาจพบเรื่องบีเกิ้ลผลัดขนให้เห็นได้เช่นกัน นอกจากนี้ระหว่างที่อาบน ้าหรือแปรงขนให้กับบีเกิ้ล ให้ลอง สังเกตผิวหนังว่ามีอาการแดง พบสะเก็ด หรือมีอาการคันหรือไม่ สังเกตตาว่ามีน ้าตา ตาแดง หรือไม่ หากพบอาการดังกล่าว ควรรีบพาบี
8 เกิ้ลไปพบคุณหมอเพื่อประเมินอาการก่อนที่จะลุกลามจนรักษายากต่อไป ลักษณะใบหูของบีเกิ้ลเป็นใบหูที่ตกพับปิดลงมา ท าให้การระบาย อากาศบรเิวณชอ่งหไูมด่นีกัและอาจเกดิปญัหาการตดิเชอ้ืในชอ่งหไูด้เจา้ของจงึควรเชค็ชอ่งหขูองน้องหมาทุก ๆ 2 สัปดาห์ หากเริ่มพบว่า มีขี้หูเยอะขึ้นกว่าปกติ และมีสัญญาณของหูอักเสบ เช่น บีเกิ้ลมีอาการสะบัดหัว หรือเกาบริเวณหูมากขึ้น ดังนั้นเวลาอาบน ้าให้บีเกิ้ลอาจจะ ต้องระวงัไม่ให้น้ าเขา้ใบหูหรอืท าการเชด็หูทุกครงั้หลงัจากอาบน้ า นอกจากนัน้ควรแปรงฟนัให้บเีก้ลิเป็นประจ าอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อ สัปดาห์ เพื่อท าความสะอาดเอาคราบหินปูน และก าจัดแบคทีเรียในช่องปากทอ่ีาจทา ใหเ้กดิปญัหาชอ่งปากตามมาได้ กำรอย่รู่วมกบัเดก็และสตัวเ์ลี้ยงอื่นๆ บีเกิ้ลเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่เข้ากับทุกคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี เข้ากับสัตว์ชนิดอื่น ๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นสุนัขด้วยกัน หรือแมว และสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ๆ เหมาะมากกับครอบครัวที่มีเด็ก แต่ด้วยลักษณะของบีเกิ้ลที่มีพลังงานอย่างล้น เหลือ การสอนให้บีเกิ้ลรู้จักวิธีการเข้าสังคมอย่างถูกทางจึงเป็นสิ่งที่เจ้าของบีเกิ้ลทุกคนควรให้ความใส่ใจในเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลา ปล่อยให้บีเกิ้ลเล่นกับเด็กเล็ก แต่ไม่ว่าจะเป็นสุนัขสายพันธุ์ใดก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ควรสอนเด็ก ๆ ถึงวิธีจับสุนัขให้ถูกต้อง ไม่ให้เข้าไปหา สุนัขในขณะที่กินอาหาร หรือหลับอยู่ ไม่พยายามแย่งชามอาหารน้องหมาไม่ว่าน้องหมาจะใจดีแค่ไหนก็ตาม สุนัขพันธุ์นี้กับเด็ก บีเกิ้ลมีลักษณะนิสัยที่อ่อนโยน และมักสร้างเสียงหัวเราะให้กับเจ้าของด้วยความน่ารักและตลกขี้เล่น แต่ในความ น่ารักนั้นก็มีความซนพลังล้นซ่อนอยู่ด้วยเหมือนกัน (ซึ่งบางทีก็อาจท าให้เจ้าของหัวเราะได้ทั้งน ้าตา) และบีเกิ้ลก็ไม่ต่างจากสุนัขสายพันธุ์ อื่น ๆ ที่ต้องการได้รับความเอาใจใส่ดูแลจากเจ้าของ ชอบการเข้าสังคมพบปะผู้คนหลากหลาย ชอบออกไปเที่ยว ได้มองเห็น ได้ยินเสียง ใหม่ๆ และตอบรบักบัทุกประสบการณ์ทเ่ีจา้ของมอบให้ดงันนั้เคลด็ไมล่บัในการฟูมฟกัลูกสุนขัสายพนัธุน์ ้ีกค็อืการใหบ้เีกล้ิอยทู่ ่ามกลางหมู่ เพื่อนสัตว์เลี้ยง รับรองว่าจะสร้างความแฮปปี้ให้กับเจ้าบีเกิ้ลได้มากกว่าปล่อยให้บีเกิ้ลอยู่ตามล าพังในบ้าน เพราะถ้าปล่อยบีเกิ้ลไว้ที่สนาม หญ้าหลังบ้านไว้เพียงตัวเดียว บีเกิ้ลก็อาจหาวิธีสร้างความสนุก (แต่ชวนปวดหัว) ด้วยการเห่าหอน ขุดดิน หรือพยายามหนีจากบริเวณนั้น ออกมาได้ ร ้ หูร ื อไม่ • ด้วยพื้นฐานของสายพันธุ์บีเกิ้ลที่ชอบอยู่เป็นกลุ่ม บีเกิ้ลจึงแฮปปี้กว่าเมื่อมีเพื่อนอยู่ด้วยมากกว่าที่จะถูกทิ้งให้อยู่ตัวเดียวตามล าพัง ขอแค่มี น้องหมาน้องแมวอยู่เป็นเพื่อนซักนิด บีเกิ้ลก็ไม่เหงาแล้ว และถ้าอยากจะพาบีเกิ้ลออกไปเที่ยวไหน กไ็มใ่ชป่ญัหา เพยีงแคเ่ตรยีมตวัสอนบี เกิ้ลให้กลับมาเมื่อถูกเรียก เตรียมน ้าไว้ให้บีเกิ้ลดับกระหายคลายร้อน โดยเลือกสถานที่ที่ไม่ร้อนจัดจนเกินไป และคอยจับตาดูไว้อย่าปล่อย ให้บีเกิ้ลไปไกลเกินระยะสายตาเลยเชียวนะ บูลด็อก (Bulldog) บูลด็อก (Bulldog – English Bulldog, British Bulldog) คงยากที่จะเชื่อว่าสุนัขที่มีหน้าตาดูเศร้าและง่วงอยู่ตลอดเวลาอย่างสุนัขบูลด็ อกนี้ ในอดีตจะถูกใช้ในการต่อสู้กับวัวกระทิงมาก่อน แต่ด้วยรูปร่างที่ล ่าสัน นิสัยร่าเริง และโครงสร้างใบหน้าแบบสุนัขพันธุ์หน้าสั้น จึงเลี่ยง ไม่ได้ที่สุนขัพนัธุน์ ้ีจะมปีญัหาสุขภาพต่าง ๆ ตามมา ไมว่า่จะเป็นโรคทางเดนิหายใจทม่ีกัเกดิในกลุ่มสุนขัทม่ีโีครงหน้าสนั้(Brachycephalic breed) โรคผิวหนัง หรือแม้แต่โรคทางกระดูกและข้อ บทความนี้จึงจะพาทุกคนมาท าความรู้จักกับสุนัขบูลด็อกในทุกแง่มุม ทั้งภาพรวมของ สายพันธุ์ปญัหาและเคลด็ลบัในการดูแลสุขภาพ และกจิกรรมทเ่ีหมาะสม
9 ลกัษณะนิสยั สุนัขบูลด็อก ถือเป็นอีกหนึ่งในสายพันธุ์สุนัขที่ดีที่สุดส าหรับครอบครัว และผู้คนอื่น ๆ เพราะบูลด็อกเป็นสุนัขที่ ค่อนข้างเป็นมิตร รักสงบจนถึงขั้นเฉื่อยชา สุนัขบูลด็อกชอบที่จะนอนหลับบนโซฟาหรือบริเวณที่อากาศเย็นร่วมกับเจ้าของมากกว่าการ ออกไปผจญภัยในที่ร้อนและเหนื่อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้แปลว่าบูลด็อกจะไม่เล่นกับเจ้าของเลย เพราะบูลด็อกยังคงชอบที่จะเล่นกับเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่มีอาหารแสนอร่อยเตรียมให้ สุนัขบูลด็อกเป็นสุนัขที่ไม่ค่อยเห่าส่งเสียง คุณจึงสบายใจได้เรื่องการรบกวนเพื่อน บา้น แต่เน่ืองจากสุนขับูลดอ็กมโีครงสรา้งใบหน้าทส่ีนั้จงึท าใหเ้กดิปญัหาหายใจเสยีงดงัและนอนกรน ความดื้อเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คนเลี้ยง สุนัขบูลด็อกส่วนใหญ่ต้องเผชิญ ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในความสนใจ สุนัขพันธุ์นี้จะไม่ยอมปฏิบัติตามเลย อย่างไรก็ตาม เราสามารถรับมือกับความดื้อของสุนัขพันธุ์นี้ได้ โดยการฝึกสุนัขอย่างเหมาะสม เช่น การให้รางวัลหลังจากที่สุนัขปฏิบัติตามค าสั่ง การไม่ ลงโทษสุนัขอย่างไร้เหตุผล เป็นต้น ประวตัิควำมเป็นมำ ประเทศต้นกำ เนิด:สหรัฐอเมริกา หากคุณเห็นภาพวาดของสุนัขบูลด็อกในช่วงยุควิคตอเรียของ ประเทศอังกฤษ คุณอาจไม่เชื่อว่านี่คือบรรพบุรุษของสุนัขบูลด็อกที่คุณรู้จัก เนื่องจากในอดีตสุนัขบูลด็อกเป็นสุนัขที่ใช้ต่อสู้ในเกมกีฬาที่ เรียกว่า บูลเบทติ้ง (Bull Baiting) แต่ด้วยความโหดร้ายของกีฬาดังกล่าว สุนัขบูลด็อกจึงถูกปรับปรุงพันธุ์ให้กลายมาเป็นเพื่อนของมนุษย์ ในที่สุด สุนัขบูลด็อก (เวอร์ชั่นใหม่) ถูกเปิดตัวครั้งแรกในงานแสดงสุนัขประเทศอังกฤษในปี ค.ศ. 1860 ต่อมาสุนัขบูลด็อกก็ค่อย ๆ ได้รับความนิยมมากขึ้น จนในปี ค.ศ.1864 ได้มีการตั้งสมาคมสุนัขบูลด็อกแห่งแรกขึ้นในประเทศอังกฤษ และมีการก าหนดมาตรฐานสาย พันธุ์ของสุนัขบูลด็อก จากนั้นสุนัขบูลด็อกได้ถูกขึ้นทะเบียนโดย American Kennel Club (AKC) ในปี ค.ศ.1890 นอกจากนี้สุนัขบูลด็อกยัง ถูกใชเ้ป็นสญัลกัษณ์ประจา ประเทศ สว่นทางฝั่งประเทศสหรฐัอเมรกิาสุนขับลูดอ็กยงัถูกใชเ้ป็นมาสคอตของทมีกฬีาหลายทมีเชน่ทมีกฬีา ของ Yale University และ University of Georgia มำตรฐำนสำยพันธุ์บูลด็อก สุนัขบูลด็อกถูกจัดเป็นสุนัขขนาดกลางที่มีรูปร่างล ่าสัน แต่ไม่ใช่สุนัขที่ใช้เพื่อการกีฬา (Non-sporting dog) โดยความสูงอยู่ที่ประมาณ 12 - 15 นิ้ว น ้าหนักเฉลี่ยประมาณ 18 – 25 กิโลกรัม และอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 8 – 12 ปี สุนัขบูลด็อกจะมีพื้นขนสี ขาวและมาร์คกิ้งเฉดสีต่าง ๆ ซึ่งส่วนมากจะเป็นสีน ้าตาล หรือบางสีที่หายาก เช่น เทาเข้ม บลู หรือแม้กระทั่งลายมาร์เบิ้ล อำหำรและโภชนำกำร สุนัขบูลดอ็กเป็นสุนขัขนาดกลาง ทส่ีามารถเกดิภาวะน้ าหนักเกนิหรอือว้นไดง้า่ยมาก ซง่ึท าใหเ้กดิปญัหา เกี่ยวกับกระดูกและข้อตามมา จึงจ าเป็นต้องมีการควบคุมอาหารและควรเลือกให้อาหารที่มีโภชนาการที่ครบถ้วน ดังต่อไปนี้ • พลังงำน เช่น ควรเลือกอาหารที่มีปริมาณพลังงานสอดคล้องกับความต้องการของสุนัขในแต่ละช่วงวัย นอกจากนี้ยังควรพิจารณาเลือก วัตถุดิบที่มาจากแหล่งโปรตีนคุณภาพดีเพื่อหลีกเลี่ยงการแพ้ และควรลดการให้อาหารที่มีไขมันสูงมาก เพื่อลดการสะสมของไขมันใน รา่งกาย ทอ่ีาจเป็นสาเหตุใหสุ้นขัน้ าหนกัเกนิเสย่ีงต่อการเกดิปญัหาเรอ่ืงกระดูกและข้อต่อ • วิตำมิน แร่ธำตุและสำรเสริมอื่น ๆ ถือเป็นสารอาหารที่จ าเป็นต่อการช่วยเสริมสร้างให้สุนัขมีโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อที่แข็งแรง และช่วยลดการอักเสบบริเวณข้อต่อ และสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย • กรดไขมัน เช่น โอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ที่มีส่วนช่วยในการลดการอักเสบ เช่น การอักเสบของข้อ ทั้งยังส าคัญต่อบ ารุงขนและผิวหนัง อีกด้วย ดังนั้นจึงควรเลือกอาหารที่ประกอบด้วยกรดไขมันเหล่านี้ในปริมาณที่เพียงพอต่อสุนัขในแต่ละช่วงวัย ดังนั้นผู้เลี้ยงควรเลือกอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการที่ครบถ้วน เช่น PRO PLAN® MEDIUM ADULT PUPPY ที่เสริมภูมิคุ้นกัน ของลูกสุนัขด้วยคุณค่าจากโคลอสตรัม และ DHA ที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของระบบประสาทและการมองเห็น หรือ PRO PLAN® MEDIUM ADULT ที่มีสารอาหารที่ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และมีพรีไบโอติก (Prebiotic) ที่ช่วยให้ย่อย ง่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมไปใช้ของร่างกาย นอกจากนี้สุนัขบูลด็อกยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่าย อาหารสุนัข PRO PLAN® ALL SIZE Adult Sensitive Skin & Stomach ที่ผลิตมาจากโปรตีนคุณภาพสูงอย่างเนื้อปลาแซลมอน และทูน่า ซึ่งอุดมไปด้วยโอ เมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง และท างานร่วมกับโอเมก้า 6 ช่วยบ ารุงผิวหนังให้แข็งแรงและขนสวยเงางาม นอกจากนี้ยังสามารถ ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจาการแพ้โปรตีนจากไก่ได้อีกด้วย สุนัขพันธุ์นี้กับเด็ก สุนขับลูดอ็กสว่นใหญ่ไมม่ ปีญัหาเร่อืงการอยู่รว่มกนัพวกเขาสามารถปรบัตวัเป็นเพอ่ืนของทุกคนไดอ้ยา่งดีทงั้คนใน ครอบครัวรวมถึงกับคนแปลกหน้า และยังรวมถึงระหว่างสุนัขและสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นอีกด้วย แต่ข้อควรระวังคือบางครั้งสุนัขบูลด็อกอาจแสดง อาการกา้วรา้วได้เน่ืองจากอาการหวงของ แต่ปญัหาน้ีป้องกนัได้ไมย่ากดว้ยการฝึกฝนตงั้แต่สุนขัยงัเดก็หรอือาจบอกสมาชกิในครอบครวั ว่าไม่ให้ไปรบกวนสุนัขโดยเฉพาะเวลากินอาหาร ผู้เลี้ยงที่เหมำะกับสำยพันธุ์บูลด็อก • สุนัขบูลด็อกเหมาะส าหรับผู้ที่ก าลังมองหาสุนัขที่มีรูปร่างแข็งแรงก าย า นิสัยสงบเงียบและไม่ค่อย เห่า
10 • สุนัขบูลด็อกสามารถเลี้ยงในบ้านที่มีพื้นที่น้อยได้ แต่เจ้าของควรมีเวลาพาออกไปเดินเล่นเป็นประจ า • สุนัขบูลด็อกเหมาะส าหรับบ้านที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ • สุนัขบูลด็อกเหมาะส าหรับผู้ที่ไม่ชอบดูแลเรื่องขนสุนัข ทั้งการแปรงขนหรืออาบน ้า แต่ในทางกลับกันคุณต้องรับมือกับเรื่องน ้าลายและ การดูแลความสะอาดบริเวณใบหน้าแทน • สุนัขบูลด็อกสามารถเลี้ยงรวมกับสุนัขสายพันธุ์อื่น ๆ แมว หรอืสตัวเ์ลย้ีงประเภทอน่ืไดอ้ยา่งไมม่ ปีญัหา อย่างไรก็ตามสุนัขบูลด็อกไม่เหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเลี้ยงสุนัขหรือมีประสบการณ์การเลี้ยงสุนัขยังไม่มาก เนื่องจากสุนัขพันธุ์นี้ ตอ้งการการดูแลเร่อืงความสะอาดและปญัหาด้านสุขภาพ รวมถงึสุนขับลูดอ็กยงัไมเ่หมาะกบัเจาของที่ชื่นชอบท ากิจกรรมกลางแจ้งร่วมกับ ้ สุนัขอีกด้วย ปอมเมอเรเนียน (Pomeranian) ปอมเมอเรเนียน (Pomeranian) สุนัขตัวเล็กหัวใจไม่เล็กและเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพ ท าความรู้จักปอมเมอเรเนียน (Pomeranian) ปอมเมอเรเนียน (Pomeranian) เป็นสุนัขที่จัดอยู่ในกลุ่ม Toy Group แม้ว่าจะมีขนาดตัวเล็กแต่ปอมเมอเรเนียนกลับ ครองใจเจ้าของผู้เลี้ยงมาอย่างยาวนาน แถมยังเป็นสายพันธุ์สุดโปรดของทั้งเจ้าของอย่างเราและเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง แถมประวัติของสุนัข สายพันธุ์นี้ยังมีความน่าสนใจไม่แพ้สายพันธุ์ไหน ด้วยขนที่ฟูดูนุ่มน่ากอด หน้าตาจิ้มลิ้ม มีความเป็นมิตร น่ารักมีชีวิตชีวา ขนาดตัวที่แสน กะทัดรัด ช่างเอาอกเอาใจ แอคทีฟแสนกระตือรือร้น และเก่งไม่แพ้สุนัขสายพันธุ์ไหนในสนามประลองความสามารถก็เล่นท าได้ไปเสียหมด ทุกเรื่องขนาดนี้ มิน่าล่ะท าไมใครๆ ก็เรียกปอมเมอเรเนียนว่าเป็นสุนัขตัวเล็กแต่ความสามารถรอบด้าน ลกัษณะนิสยั ปอมเมอเรเนียนจะมีน ้าหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 1.3-3.1 กิโลกรัม และจัดว่าเป็นสุนัขที่มีขนาดตัวเล็กที่สุดในตระกูลสปิทซ์ (โดยมีญาติๆ เป็นสายพันธุ์ซามอยด์ อลาสกัน มาลามิว และ นอร์วิเจียน เอลก์ฮาวด์) แต่ความนิยมในสุนัขสายพันธุ์นี้ไม่ได้เล็กไปตามขนาด ตัว โดยเฉพาะเมื่อปอมเมอเรเนียน กลายเป็นสุนัขตัวโปรดของพระราชินีวิกตอเรีย (อ่านเพิ่มเติมที่ ประวัติสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียน) แม้จะ น่ารัก มีขนสวย ฉลาด และแสนภักดีต่อครอบครัวขนาดไหน แต่อย่าปล่อยให้ความน่ารักหลอกคุณว่าสุนัขสายพันธุ์นี้จะมาคลอเคลียคุณ ตลอดเวลาเพราะปอมเมอเรเนียนก็มีความอินดี้ไม่ใช่เล่น แถมยังมีความขี้สงสัยเป็นที่สุด และถึงจะมีขนาดตัวเล็ก แต่เสียงเห่าของปอมเมอ เรเนียนดังไม่แพ้ใครที่ต้องการจะสอนหรือฝึกปอมเมอเรเนียน บอกเลยว่าคุณสามารถท าได้ แต่ต้องอาศัยความสม ่าเสมอและอดทนในการ ฝึกหน่อย เพราะถ้าเจ้าของไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์กับปอมเมอเรเนียนในฐานะเจ้านายได้ สุนัขสายพันธุ์นี้ก็พร้อมที่จะเป็นนายคุณ และอาจจะสร้างพฤติกรรมน่าปวดหัวให้กับเจ้าของได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ปอมเมอเรเนียนจัดว่าเป็นสุนัขที่มีพลังงานล้น ชอบที่จะออกไปเดิน เล่นข้างนอก รักที่จะเชิดหน้าให้ดูสง่างาม เจอผู้คนใหม่ๆ และส ารวจโลกด้วยการดมฟุดฟิด และความมีพลังงานเชิงบวกของสุนัขสายพันธุ์นี้ ทา ใหป้อมเมอเรเนียนเหมาะทจ่ีะเป็นสุนขัทช่ีว่ยฟ้ืนฟูผปู้ว่ย ผสู้งูอายุทอ่ียทู่บ่ีา้น ขนำดของปอมเมอเรเนียน ปอมเมอเรเนียนจัดเป็นสุนัขขนาดเล็ก โดยมีความสูงประมาณ 7-12 นิ้ว และมีน ้าหนักอยู่ที่ 1.3-3.1 กิโลกรัม จึงจัดอยู่ในกลุ่ม Toy Group และมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 12-16 ปี บคุลิกของปอมเมอเรเนียน สุนัขปอมเมอเรเนียนโดดเด่นที่ความฉลาดและมีชีวิตชีวา สุนัขสายพันธุ์นี้ชอบที่จะพบปะผู้คนใหม่ๆ และ ชอบที่จะเจอสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆ ด้วยเช่นกัน แต่ปอมเมอเรเนียนมักจะคิดว่าตัวเองเป็นน้องหมาตัวใหญ่ (ตัวเล็กแต่ใจกล้ามาก) แถมยังขี้
11 สงสยัแบบสุดๆ จงึเหมาะทจ่ีะใหสุ้นขัปอมเมอเรเนียนทา หน้าทเ่ีฝ้ายาม มหีลายปจัจยัทส่ีง่ผลต่อนิสัยและอารมณ์ของปอมเมอเรเนียน เช่น พันธุกรรม การฝึก และการเข้าสังคม ลูกหมาปอมที่มีนิสัยที่ดีจะมีความช่างสงสัย ขี้เล่น ชอบที่จะเข้าหาคน และอยู่ด้วย หากคุณจะ เลือกปอมเมอเรเนียนซักตัวมาเป็นหนึ่งในสมาชิก ก็ควรเลือกสุนัขตัวที่ยอมนั่งตักคุณแบบเต็มใจ ไม่ใช่สุนัขที่ไล่กัดเพื่อนตัวอื่น หรือขี้อาย เสียจนแอบอยู่ที่มุมห้องอยู่ตัวเดียวอย่างเดียวดาย ประวตัิควำมเป็นมำ ประเทศต้นกำ เนิด: ไอซ์แลนด์ ปอมเมอเรเนียน มาจากจังหวัดปอมเมอเรเนียน ตั้งอยู่ทาง ชายฝั่งตอนใต้ของทะเลบอลตกิในประเทศเยอรมนั ซึ่งที่นี่นิยมเลี้ยงปอมเมอเรเนียนไว้เป็นทั้งสัตว์เลี้ยงและทั้งใช้งาน เพราะเดิมเป็นสุนัข พนัธุใ์หญ่ใชล้ากเล่อืนและเฝ้าฝงูแกะ และเช่อืว่ามตีน้ก าเนิดจากสุนัขสายพนัธุส์ ปิทซ์สุนัขแถบไอซแ์ลนดแ์ละแลปแลนด์บรเิวณตอนเหนือ ของทวีปยุโรป จึงไม่แปลกที่ปอมเมอเรเนียนจะคล้ายคลึงกับสุนัขพันธุ์สปิทซ์ ทั้งหน้าตา ขนและลักษณะ หลังจากนั้นปอมเมอเรเนียน ก็ถูกพัฒนาสายพันธุ์ให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม เพื่อเอาไว้เป็นสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคู่ใจมากกว่าใช้ท างาน และยิ่งพัฒนาให้เล็กลงเรื่อยๆ จน เหลอืตวัเท่าทเ่ีหน็ ในปจัจุบนั โดยเฉลย่ีจะหนักอยู่ทประมาณ ่ี 1.3-3.1 กิโลกรัม (อ่านเพิ่มเติมที่ ขนาดของปอมเมอเรเนียน) ซึ่งในราวกลาง ศตวรรษที่ 19 ยังพบว่าปอมเมอเรเนียนตัวแรกที่เข้ามาในอังกฤษมีน ้าหนักตัวถึง 13.6 กิโลกรัมอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นสุนัขที่ตัวใหญ่ พอสมควร มีค าอธิบายถึงลักษณะปอมเมอเรเนียนในสมัยยุควิกตอเรียตอนปลายว่า ปอมเปอเรเนียนนั้นมีขนยาว หนาออกมาจากล าตัว มี หางที่ม้วนแน่นและค่อนข้างสั้นอยู่ใกล้ด้านหลัง มีหัวเหมือนสุนัขจิ้งจอก ใบหูที่เล็กและตั้งตรง ขาเล็กและล าตัวสั้น คล้ายลูกแมว นอกจากนี้ ปอมเมอเรเนียนยังมีรูปหน้าถึง 3 ลักษณะ คือ แบบจิ้งจอก ตุ๊กตาหมี และตุ๊กตาเด็ก แต่หากวัดตามมาตรฐานของสมาคมพัฒนาสายพันธุ์ สุนัขแห่งอเมริกา (AKC) ลักษณะหน้าแบบจิ้งจอกเป็นลักษณะที่ถูกต้องที่สุดของสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียน มี เ รื่ อ ง ร า ว ข อ ง ร า ชิ นี วิกตอเรียกับปอมเมอเรเนียน สุนัขตัวโปรดของพระองค์สุนัขขนฟูตวัเลก็ผโู้ด่งดงัตงั้แต่ในยุควกิตอเรยีจนถงึปจัจุบนัเร่อืงราวเรมิ่ตน้ขน้ึใน ฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ. 1888 เมื่อพระราชินีวิกตอเรียทรงเสด็จเยือนเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ในทวีปยุโรป และพระองค์ก็ได้ตกหลุมรักสิ่ง หนึ่ง ความน่ารักของจมูกอันน้อยนิดและดวงตาที่ใหญ่ประกายแวววาว ดวงตานั้นได้ขโมยหัวใจของพระองค์ไป มันคือดวงตาของสุนัขพันธุ์ ปอมเมอเรเนียนตัวน้อยตัวหนึ่ง ซึ่งนั่นเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างพระองค์กับสุนัขพันธุ์นี้ หลังจากที่ทรงน าสุนัขพันธุ์นี้กลับมาเลี้ยงปอม เมอเรเนียนก็เริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลายในประเทศอังกฤษ พระองค์ทรงโปรดสุนัขพันธุ์นี้มาก แม้กระทั่งวันที่ทรงประชวรบนแท่นพระ บรรทมยังทรงให้น าสุนัขปอมเมอเรเนียนเพศเมีย ขนสีขาวตัวโปรดที่ชื่อ Turi มาไวข้า้งพระแทน่บรรทม และเป็นสุนขัทน่ีอนเฝ้าอยขู่า้งพระ วรกายจนพระองค์สิ้นพระชนม์ สุขภำพและปัญหำที่มักพบ สุนัขสายพนัธุ์น้ีจดัเป็นสุนัขท่มีสีุขภาพโดยรวมดีแต่ถึงอย่างนัน้ปอมเมอเรเนียนก็มโีอกาสเกดิ ปญัหา สุขภาพได้เหมือนกันกับสุนัขสายพันธุ์อื่น โดยอาจพบโรคเหล่านี้ในสุนัขสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียนได้ - โรคอ้วน : ด้วยความที่เป็นสุนัขขนาดเล็ก หากได้รับปริมาณอาหารที่มากเกินไปอาจท าให้สุนัขเกิดภาวะอ้วนได้ - ภูมิแพ้ : สังเกตได้จากการเลียเท้า อมเท้า คันเกา ไถหน้ากับพื้น หากแสดงอาการเหล่านี้ควรพาไปพบสัตวแพทย์ - เป็นลม : ในสุนัขปอมเมอเรเนียนบางตัวอาจจะพัฒนากลายเป็นโรคลมชักได้ ซึ่งควรเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม - ปญัหาตา เชน่ตาแหง้ตอ้กระจก และทอ่น้ าตาอุดตนัควรพาสุนขัไปพบสตัวแพทยเ์พอ่ืทา การตรวจตา และรบัการรกัษาใหเ้รว็ทส่ีุด เพราะหากทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอาจท าให้ตาบอดได้ - ขอ้สะโพกเคล่อืน : จะพบทา่เดนิทผ่ีดิปกติและแสดงอาการเจบ็หรอืลุกนงั่ล าบากได้ปจัจยัทท่ีา ใหเ้กดิโรคมหีลายประการ เชน่สายพนัธุ์ สิ่งแวดล้อมที่อยู่ (พื้นที่ลื่น) อาหารที่กิน ซึ่งหากเป็นแล้วต้องท าการรักษาด้วยการผ่าตัด - สะบา้เคล่อืน : เป็นปญัหาทพ่ีบไดบ้อ่ยในสายพนัธุป์อมเมอเรเนียน และสรา้งความเจบ็ ปวดใหก้บัสุนขัทม่ีปีญัหาน้ีทา ใหเกิดอาการขาเจ็บ ้ หรือลักษณะการเดินที่ผิดปกติ โดยสุนัขจะมีการยกขาขึ้นเล็กน้อยขณะเดิน หรือมีการเขย่าขาหรือยืดขาก่อนที่จะกลับมาเดินในท่าปกติ - ปญัหาเหงอืกและฟนั: หมนั่พาสุนขัไปตรวจฟนักบัสตัวแพทยเ์ป็นประจา ปีละครงั้และดูแลชอ่งปากสุนขัดว้ยการแปรงฟนัหรอืเลอืก อาหารทม่ีสีว่นชว่ยในการขดัฟนั อำหำรและโภชนำกำร สารอาหารที่จ าเป็นส าหรับร่างกายของปอมเมอเรเนียนควรมีสัดส่วนที่เหมาะสมกับความต้องการของ ร่างกาย และกิจกรรมในแต่ละวันของสุนัขสายพันธุ์นี้ โดยประกอบไปด้วย 1. โปรตีน : เพื่อสร้างเนื้อเยื่อที่เป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย ในอาหารควรมีกรดอะมิโนซึ่งเป็นหน่วยย่อย ของโปรตีนอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรดอะมิโนชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ 2. คำร์โบไฮเดรต : เพื่อเป็นแหล่งพลังงานในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซลล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เซลล์ประสาท เซลล์หัวใจ และเม็ด เลือดแดง อาหารที่มีคุณภาพดีควรมีการค านวณปริมาณคาร์โบไฮเดรตอย่างเหมาะสม เพอ่ืป้องกนัการเกดิโรคอว้นในสุนขั
12 3. ไขมัน : ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยให้พลังงานได้สูงกว่าโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ไขมันยังช่วยในการดูดซึมวิตามิน อี ดี เอ และเค รวมถึงยังดูแลให้ความอบอุ่น และมีส่วนช่วยในระบบห่อหุ้มร่างกาย เช่น โอเมก้า 3 และ 6 ที่ช่วยบ ารุงผิวหนังและขนของสุนัข สายพันธุ์นี้ 4. วิตำมิน และแร่ธำตุ : แม้ร่างกายจะต้องการวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณน้อย แต่หากได้รับไม่เพียงพอหรือได้รับมากเกินไป ก็อาจ ส่งผลต่อการท างานของร่างกาย และท าให้ร่างกายเกิดความผิดปกติได้ ตัวอย่างวิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายสุนัขต้องการ ได้แก่ วิตามินบี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นต้น นอกเหนือจากสารอาหารหลักที่ควรมีอย่างครบถ้วนตามหลักโภชนาการแล้ว ก็ควรเลือกอาหารที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพดี เพื่อ เสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับสุนัขสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียน เลือกอาหารที่เน้นการคัดสรรวัตถุดิบหลักมาจากธรรมชาติปราศจากสีและวัตถุ ปรุงแต่งกลิ่นรสสังเคราะห์ โดยมีการค านวนสารอาหารให้มีปริมาณสอดคล้องกับความต้องการของร่างกายสุนัข เพื่อให้สุนัขมีสุขภาพดีจาก ภายในสู่ภายนอก อย่างเช่น SUPERCOAT (ซุปเปอร์โค้ท) สูตรสุนัขโตพันธุ์เล็ก ที่เสริมการท างานของระบบเผาผลาญในร่างกายสุนัขให้ เหมาะกับกิจกรรมในแต่ละวัน และมีความสมดุลกับความต้องการด้านโภชนาการของสุนัขสายพันธุ์เล็กโดยเฉพาะ อร่อยกับรสชาติที่ได้จาก วัตถุดิบแท้ๆ จากธรรมชาติ เพิ่มพลังงานด้วยวิตามินบี เพื่อการน าพลังงานไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เม็ดอาหารมีขนาดเหมาะสมช่วย เรื่องระบบการย่อยอาหาร และยังมีโอเมก้า 3 และ 6 ช่วยให้ขนของปอมเมอเรเนียนสวยเงางามมีสุขภาพดี ควำมต้องกำรพิเศษเฉพำะสำยพนัธขุ์องปอมเมอเรเนียน ดูแลเรื่องขนของปอมเมอเรเนียนเป็นพิเศษ ด้วยการเลือกอาหารที่มีโอ เมก้า 3 และ 6 ที่จะช่วยให้ขนของปอมเมอเรเนียนเงางามและดูมีสุขภาพที่ดี รวมทั้งใส่ใจเรื่องกระดูกและข้อของปอมเมอเรเนียนเป็นพิเศษ เพ่อืให้ปอมเมอเรเนียนห่างไกลจากปญัหาขอ้สะโพกเส่อืม และปญัหาสะบ้าเคล่อืนทพ่ีบได้บ่อยในสุนัขสายพนัธุ์น้ีด้วยการเลอืกวสัดุทป่ีู พื้นบ้านที่ไม่ลื่น หรือเดินเล่นบริเวณที่ไม่เป็นพื้นลื่น ให้ปอมเมอเรเนียนออกก าลังกายวันละ 1-2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 15 นาที แต่ระวังไม่พา สุนัขไปเดนิเล่นในวนัทม่ีอีากาศรอ้นจดัเพอ่ืป้องกนัการเกดิโรคลมแดด หรอืถ้าใหสุ้นัขเล่นของเล่นในบา้นกเ็ลอืกของเล่นใหเ้ล่นรบัรองว่า ถูกใจสุนัขแสนฉลาดอย่างปอมเมอเรเนียนแน่นอน กำรดูแลขน ขนแสนสวยของสุนัขสายพันธุ์นี้มี 2 ชั้น โดยขนด้านในจะมีความหนา นุ่ม ส่วนขนด้านนอกจะยาว ตรง เงางาม แต่ สัมผัสหยาบกว่าขนด้านใน ขนบริเวณรอบคอและอกจะยาวและดูหนากว่าบริเวณอื่นท าให้ปอมเมอเรเนียนมีลักษณะเหมือนเชิดคออย่างสง่า งามอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้จะสังเกตเห็นว่าขนบริเวณหางจะเป็นพวง ส่วนจนบนหลังจะเรียบและเรียงตัวกันลงไปตามแนวล าตัว สีขนของ สุนัขพันธุ์นี้ยังมีเฉดสีที่ต่างกันออกไปถึง 23 สี แต่ส่วนมากที่พบเห็นทั่วไปจะเป็นสีน ้าตาลเข้ม น ้าตาลอ่อน น ้าตาลแดง ส้ม ขาว และด า อาจจะพบขนที่มีสีแซมกันได้ด้วยเช่นกัน หลายคนคิดว่าการดูแลขนของปอมเมอเรเนียนจะท าได้ยาก ซึ่งในความจริงแล้วการดูแลเพียง แค่แปรงขนวันละครั้ง และอาบน ้าเดือนละ 2 ครั้งก็เพียงพอ โดยใช้แชมพูอาบน ้าส าหรับสุนัขโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้แชมพูเด็กเพราะอาจท าให้ เกดิปญัหาขนพนักนัและเกดิโรคผวิหนงัตามมาได้นอกจากน้ียงัควรหมนั่ทา ความสะอาดฟนัของปอมเมอเรเนียนดว้ยการแปรงฟนัและไม่ ลืมเช็ดหูและตัดเล็บ เป็นประจ าอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งด้วย สุนัขพันธุ์นี้กับเด็ก โดยปกติสุนัขสายพันธุ์นี้ชอบเล่น และสามารถเล่นกับเด็กๆ ที่ปอมเมอเรเนียนรู้สึกไว้ใจได้ ครอบครัวที่มีเด็กเล็กอยู่ใน บ้านสามารถสอนเด็กๆ ให้รู้จักเล่นกับปอมเมอเรเนียนอย่างอ่อนโยน ไม่ดงึขน หูหาง หรอืไม่ตสีุนัข เพอ่ืป้องกนัไม่ใหสุ้นขักดัเดก็ๆ ข่าวดี ส าหรับบ้านที่มีแมว เพราะสุนัขสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียน เข้ากันได้ดีมากๆ กับแมว ยิ่งถ้าเลี้ยงมาด้วยกันตั้งแต่เล็กๆ แล้วล่ะก็บอกได้เลยว่า สามัคคีกลมเกลียวกันได้แน่นอน แต่ต้องระวังส าหรับสุนัขตัวใหญ่ เพราะปอมเมอเรเนียนมักคิดว่าตัวโตเท่ากัน อาจจะโดนสุนัขตัวใหญ่กัด เอาได้ วิถีชีวิตสไตลป์อมเมอเรเนียน ด้วยความที่สุนัขสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียนจัดเป็นสุนัขขนาดเล็ก ดังนั้นเรื่องพื้นที่ในการเลี้ยงจึงไม่ใช่ ปญัหา เพราะสามารถเลี้ยงน้องหมาปอมได้ในพื้นที่จ ากัด เช่น อะพาร์ตเมนต์หรือคอนโด (ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์) ได้ แต่อาจต้องระวังเรื่อง การเห่าที่อาจสร้างความกังวลใจให้กับผู้ที่อยู่อาศัยห้องอื่นๆ และถ้าอยากจะพาปอมเมอเรเนียนออกไปเที่ยวที่ไหน ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเพียงแค่เลือกสถานที่ที่มีร่ม อากาศไม่ร้อนจัด เตรียมน ้า อาหาร สายจูง และอุปกรณ์ท าความสะอาดไป ปอมเมอเรเนียนก็พร้อมที่จะ ไปกับเจ้าของได้ทุกที่แล้ว ผู้เลี้ยงที่เหมำะกับน้องหมำปอมเมอเรเนียน ด้วยนิสัยรักเจ้าของ ขี้ประจบ ปอมเมอเรเนียนจึงเหมาะกับเจ้าของที่มีเวลาดูแล หัวใจสุนัขบา้ง มเีวลาเล่นด้วยกนัสกัหน่อย แต่ทส่ี าคญัคอืต้องมเีวลาในการดูแลแปรงขน แปรงฟนั ใหก้บั ปอมเมอเรเนียนอย่างสม่ าเสมอ หากใครมีบ้านอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ (ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้) แต่อยากเลี้ยงสุนัขสักตัว ปอมเมอเรเนียนเป็นสุนัขที่เหมาะกับคุณไม่น้อยเลย ทีเดียว เพราะปอมเมอเรเนียนไม่ต้องการสนามหญ้ากว้างๆ หรือพื้นที่ใหญ่ๆ ด้วยขนาดตัวแสนกะทัดรัด แต่ถ้าบ้านไหนที่มีเด็กเล็กๆ อาศัย อยู่ด้วยก็อาจจะไม่เหมาะนัก รอให้เด็กๆ โตอีกสักหน่อย รับรองว่าปอมเมอเรเนียนจะเป็นเพื่อที่ดีกับทุกคนในครอบครัวได้อย่างแน่นอน
13 สุนัขคำวำเลียร ์ คิง ชำลส ์ สแปเนียล สุนัขคาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียล เป็นสุนัขสายพันธุ์เล็ก ปากสั้นเรียว ส่วนตากลมโตสีน ้าตาล ขนละเอียด มีให้เลือกหลายสี เช่น สีด ากับน ้าตาลไหม้ สีน ้าตาลแดง ขาวแต้มน ้าตาล (ลาย Blenheim) และสามสี (พื้นสีขาวนวลแต้มสีน ้าตาลส้ม) เมื่อโตเต็มวัยจะสูง ประมาณ 30-33 ซม. และหนัก 5.5-8 กก. ลกัษณะนิสยั สุนัขพันธุ์นี้ใจดี ไม่เรียกร้อง เหมาะกับการเลี้ยงกับครอบครัวเพราะเป็นมิตรกับทุกคน เป็นเพื่อนที่ดีกับเด็กและคนแก่ ที่ยังมีเรี่ยวแรงอยู่ สุนัขพันธุ์นี้ไมค่อ่ยเหา่แต่จะชอบเตอืนเมอ่ืมคีนแปลกหน้า และไมเ่หมาะกบัการเฝ้าบา้นแต่เหมาะกบัการรบัแขก สุนขั พันธุ์คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียลเข้ากันได้ดีกับทุกคน รวมทั้งแมวและสัตว์ตัวเล็กอื่น ๆ เนื่องจากตัวเล็กและไม่มีนิสัยจุกจิก จึงเหมาะ เป็นเพื่อนเดินทาง ประวตัิและถิ่นกำ เนิด สุนัขคาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียลดั้งเดิมนั้นพัฒนามาจากสายพันธุ์ทอย สแปเนียลดังที่เห็นในภาพที่จิ ดรกรเช่น ทิเชียน (Titian) และเกนส์เบรอ (Gainsborough) วาดไว้เมื่อศตวรรษที่ 16, 17 และ 18 เป็นที่รู้จักกันว่าในฐานะสัตว์เลี้ยงของ สุภาพสตรี และใช้กอดเพื่อให้ตักอบอุ่น พระเจ้าชาร์ลที่สองทรงโปรดสุนัขพันธุ์นี้เป็นอย่างยิ่งและมักมีสุนัขสายพันธุ์นี้อยู่รายรอบพระองค์ เสมอ เมื่อศตวรรษที่ 1800 สุนัขสายพันธุ์จมูกสั้นเป็นที่นิยมมากจนเกือบท าให้พันธุ์ดั้งเดิมสูญพันธุ์ไป โชคดีที่ดยุกแห่งมาร์ลบะระ (Duke of Marlborough) ได้รักษาสุนัขพันธุ์นี้ไว้โดยผสมพันธุ์ที่ปราสาทเบลนไฮม์ ในปี 1926 ชาวอเมริกาชื่อ รอสเวลล์ เอลดริดจ์ (Roswell Eldridge) ได้พยายามฟื้นฟูสายพันธุ์คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียลดั้งเดิมโดยเสนอให้รางวัลกับสุนัขที่มีลักษณะเหมือนที่ปรากฏในภาพวาดตาม ประวัติศาสตร์ ได้มีการมอบรางวัลที่งานแสดงสุนัขนานาชาติ (Crufts) และให้เงินรางวัลถึง 25 ปอนด์ สุขภำพและปัญหำที่มักพบ ปญัหาทถ่ี่ายทอดทางพนัธุกรรมของสุนัขคาวาเลยีร์คงิชาลส์สแปเนียลคอื โรคหวัใจ และความผดิปกติ ทางสมอง/กระดูกสันหลัง (syringomyelia) นอกจากนี้ อาจเป็นโรคตาที่เกิดจากกรรมพันธุ์ได้หลายโรคเหมือนกับสุนัขอีกหลายสายพันธุ์ และอาจมปีญัหาเรอ่ืงขอ้สะโพกเสอ่ืมซง่ึจะน าไปสู่ปญัหาดา้นการเคล่อืนไหว จงึตอ้งตรวจประเมนิตา สะโพก สมอง/กระดูกสนัหลงัและหวัใจ ก่อนที่จะน ามาผสมพันธุ์ กำรออกก ำลังกำยของสุนัข สุนัขคาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียลจะปรับตัวตามเวลาที่เจ้าของจัดให้ แต่จ าเป็นต้องออกก าลังกาย สม ่าเสมอเพื่อควบคุมน ้าหนักตัว ดังนั้นควรออกก าลังกายวันละ 1 ชั่วโมงเป็นประจ า นอกจากนี้สุนัขพันธุ์นี้ยังชอบเล่นเกมและฝึกให้เก่งได้ ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข สุนัขขนาดเล็กมีอัตราเผาผลาญพลังงงานสูง ย่อยอาหารได้รวดเร็ว แต่ด้วยขนาดกระเพาะอาหารที่เล็ก จึงต้องให้สุนัขคาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียลกินอาหารปริมาณน้อย แต่แบ่งย่อยเป็นหลายมื้อ อาหารของสุนัขสายพันธุ์เล็กออกแบบมาเป็นพิเศษให้มีสารอาหาร ส าคัญในปริมาณที่เหมาะสม และมีขนาดเม็ดที่เล็กพอดีกับขนาดปาก ซึ่งช่วยให้เคี้ยวง่าย ส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหาร กำรดูแลขนสุนัข ควรท าความสะอาดแปรงขนสุนัขคาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียล อย่างละเอียดสัปดาห์ละหน และตัดเล็บและขนที่ ซอกอุ้งเท้าเดือนละครั้ง สุนัขพันธุ์นี้ผลัดขนแต่หากหมั่นแปรงขนเป็นประจ าจะช่วยลดปญัหาขนฟุ ้งตดิโซฟาได้นอกจากน้ีควรดูแลหูของ สุนัขพันธุ์นี้ให้ดีเนื่องจากเป็นสุนัขหูตกและมีอากาศหมุนเวียนบริเวณหูน้อย ดังนั้นจึงมีโอกาสติดเชื้อหากไม่ดูแลให้ดี
14 กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขคาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียลและเด็กจะต้องได้รับการฝึก ให้เคารพซึ่งกันและกัน และอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตามไม่ควรปล่อยให้เด็กเล็กและสุนัขอยู่ด้วยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงั ทุกครั้งที่เด็กเล่นกับสุนัข สนุัขชิบะ สุนัขชิบะเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่แข็งแรง ขนาดตัวใหญ่ปานกลาง อยู่ในสายพันธุ์สปิตซ์ (เป็นสายพันธุ์ที่มีหูตั้ง ขนหนา และหางม้วน งอ) สุนัขชิบะเป็นเหมือนสุนัขพันธุ์อะกิตะที่รูปร่างเล็กกว่า เพศผู้ตัวโตเต็มวัยสูงประมาณ 39.5 ซม. ส่วนเพศเมียสูง 36.5 ซม. มีขนชั้นนอก ที่แข็ง เป็นเส้นตรง มีสีแดง แดงปนน ้าตาล (สีแดงแบบมีปลายขนสีด า) ด า-น ้าตาล หรือขาว ปกคลุมขนชั้นในที่หนานุ่มอีกที ลกัษณะนิสยั สุนัขชิบะถือว่าเป็นสายพันธุ์ที่ตื่นตัว คล่องแคล่วว่องไว และเป็นมิตร แต่ก็ค่อนข้างรักอิสระและมีสัญชาตญาณความ เป็นนักล่าสูง ดังนั้น จึงต้องฝึกให้เข้าสังคมตั้งแต่เป็นลูกสุนัข เพื่อให้อยู่ร่วมกับสุนัขตัวอื่น ๆ ได้ ลักษณะเด่นเฉพาะตัวของสุนัขพันธุ์ชิบะก็ คือเสียงที่แหลมสูงเปล่งออกมาเมื่อรู้สึกตื่นเต้นหรือกระวนกระวาย ประวตัิและถิ่นกำ เนิด ประเทศต้นกำ เนิด: ญป่ีุน่ สุนัขชิบะเป็นสุนัขพันธุ์ที่ถูกผสมมาเพื่อใช้ล่าและต้อนสัตว์ขนาดเล็กใน พน้ืทภ่ีเูขาของญป่ีุน่เปรยีบเสมอืนสุนขัอะกติะขนาดเลก็ซง่ึทจ่ีรงิแลว้คา วา่ชบิะ อนิุ (Shiba Inu) ก็เแปลว่าสุนัขตัวเล็กนั่นเอง สุนัขชิบะถือ เป็นสุนัขสายพันธุ์เก่าแก่พันธุ์หนึ่ง มีเรื่องราวความเป็นมาตั้งแต่ช่วง 3 ศตวรรษก่อนคริสตกาล เคยเกือบจะสูญพันธุ์ไปในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 แต่ก็มีจ านวนหนึ่งที่รอดจากการทิ้งระเบิดและการระบาดของโรคหัดสุนัขได้ และถูกน ามาแพร่พันธุ์เพื่อรักษาสายพันธุ์เอาไว้ สุขภำพและปัญหำที่มักพบ โดยทวั่ ไปสุนัขชิบะเป็นสุนัขท่ีมสีุขภาพดีและแขง็แรง แต่อาจมีปญัหาสุขภาพดวงตาท่ีถ่ายทอดทาง พันธุกรรมได้เช่นเดียวกับสุนัขอีกหลายพันธุ์ ดังนั้นสุนัขพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ควรได้รับการตรวจตาเป็นประจ า กำรออกก ำลังกำยของสุนัข สุนัขชิบะควรได้ออกก าลังกายวันละ 1 ชั่วโมง เนื่องจากสุนัขพันธุ์นี้มีสัญชาตญาณความเป็นนักล่า ก่อนจะ ปล่อยสายจูงต้องมั่นใจจริง ๆ ว่าฝึกให้สุนัขวิ่งกลับมาหาเองได้ และควรพาไปออกก าลังกายในพื้นที่ที่ปลอดภัยและเป็นสถานที่ปิดเท่านั้น ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข อาหารของสุนัขชิบะจ าเป็นต้องมีสารอาหารสมดุลครบถ้วน รวมถึงน ้าสะอาดด้วย ควรหมั่น ตรวจสอบสภาพร่างกายของสุนัขอย่างสม ่าเสมอเพื่อให้สุนัขมีรูปร่างที่เหมาะสม และต้องให้อาหารอย่างน้อยวันละ 2 มื้อตามค าแนะน า กำรดูแลขนสุนัข สุนัขชิบะเป็นสุนัขที่รักความสะอาดและเลียแต่งขนตัวเองได้เหมือนแมว แต่ก็ควรแปรงขนให้ประมาณสัปดาห์ละครั้ง เนื่องจากขนของสุนัขชิบะหนามาก กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขชิบะและเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้เคารพซึ่งกันและกัน และอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตามไม่ควรปล่อยให้เด็กเลก็และสุนขัอยดู่ว้ยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุกครงั้ทเ่ีดก็เล่นกบัสุนขั
15 สุนัขดัชชุน สุนัขดัชชุนมีส่วนหลังยาว ขาสั้นและตัวเตี้ยมาก เมื่อยังเป็นลูกสุนัข จะมีกล้ามเนื้อ ทรวดทรวงแข็งแรง ส่วนหน้าอกตันกว้าง และ ขาหน้าแข็งแรง ส่วนขนจะสั้น แน่นและลื่น มีหลายสี (ศึกษาข้อมูลรายละเอียดมาตรฐานสายพันธุ์เพิ่มเติม) เมื่อโตเต็มวัยจะหนัก 4.5-5 กก. และสูงประมาณ 12-15 ซม. ลกัษณะนิสยั สุนัขสายพันธุ์นี้รักอิสระ จึงต้องใช้ความใจเย็น สม ่าเสมอและอดทนในการฝึกสอน ควรฝึกสุนัขดัชชุนให้เข้าสังคม ตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัขเพื่อให้คุ้นเคยกับเด็ก คนแปลกหน้าและสัตว์อื่นๆ สุนัขพันธุ์นี้อาจติดสมาชิกครอบครัวคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะและ สงวนท่าทีกับคนแปลกหน้า ประวตัิและถิ่นกำ เนิด ประเทศต้นกำ เนิด: เยอรมนี ประวัติของสุนัขดัชชุนย้อนไปได้ถึงศตวรรษที่ 15 ในประเทศเยอรมัน แต่ จริง ๆ แล้ว สุนัขที่มีหน้าตาคล้ายดัชชุนเคยปรากฏในงานศิลปะของอียิปต์โบราณและเม็กซิโก และในซากเรือในอิตาลีย้อนกลับไปในช่วงศ ริสต์ศักราชที่ 1 อีกด้วย ประเทศเยอรมันได้เริ่มก าหนดมาตรฐานสายพันธุ์ดัชชุนในปี 1879 และได้มีการตั้งชมรมของสุนัขสายพันธุ์นี้ในปี 1888 สุนัขพันธุ์ดัชชุนถูกน าเข้ามาในประเทษสหราชอาณาจักรพร้อมกับเจ้าชายอัลเบิร์ตและได้รับความนิยมทั้งในสหราชอาณาจักรและ อเมริกาตลอดศตวรรษที่ 19 โดยถูกน ามาใช้แทนที่ตัวเฟอร์เร็ตเพื่อไล่กระต่ายออกจากโพรง สุขภำพและปัญหำที่มักพบ ปญัหาสุขภาพทม่ีกัพบในสุนัขดชัชุนมกัเกดิจากรูปร่างเฉพาะตวัของสายพนัธุ์ทส่ีร้างความผดิปกตขิอง กระดูกสันหลัง นอกจากนี้สุนัขพันธุ์นี้ยงัมกัเป็นโรคหวัใจ และมปีญัหาตาทถ่ี่ายทอดทางพนัธุกรรมเชน่เดยีวกบัสุนขัพนัธุอ์น่ืๆ จงึควรตรวจ ตาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์อย่างสม ่าเสมอ กำรออกก ำลังกำยของสุนัข ควรพาสุนัขดัชชุนออกก าลังกายอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะปลดสายจูง ต้องแน่ใจว่าสุนัขจะวิ่ง กลับมาเมื่อเรียกชื่อ เนื่องจากสุนัขพันธุ์นี้มีสัญชาตญาณของนักล่าที่กระตุ้นให้วิ่งล่ากระรอกสุดชีวิตเมื่อได้กลิ่น พึงระลึกว่า สุนัขดัชชุนนั้น เพาะพันธุ์มาให้คลุกดิน และสามารถขุดมุดรั้วได้หลายประเภท เพราะฉะนั้นควรหมั่นเช็ครั้วรอบสวนให้ดี พื้นที่ในกำรเลี้ยงสุนัข แม้สุนัขดัชชุนจะไม่ใช่สุนัขตัวใหญ่ แต่ด้วยล าตัวที่ยาวจึงต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่นเตรียมแท่น เหยยีบหรอืทางลาดสา หรบั ป้องกนัสุนขัดชัชุนกระโดดขน้ึลงเฟอรน์ ิเจอร์ควรเลย่ีงใหสุ้นขัดชัชุนเดนิขน้ึลงบนัไดสูงบ่อย ๆ บา้นทเ่ีหมาะกับ สุนัขพันธุ์นี้จึงควรมีพื้นที่ที่ราบเรียบ สวนขนาดเล็กถึงปานกลางก็เหมาะกับการเพิ่มจุดให้สุนัขเดินเล่น ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข สุนัขขนาดเล็กมีอัตราเผาผลาญพลังงงานสูง ย่อยอาหารได้รวดเร็ว แต่ด้วยขนาดกระเพาะ อาหารที่เล็ก สุนัขดัชชุนควรกินอาหารปริมาณน้อย แต่แบ่งย่อยเป็นหลายมื้อ อาหารของสุนัขพันธุ์เล็กออกแบบมาเป็นพิเศษให้มีสารอาหาร ส าคัญในปริมาณที่เหมาะสม และมีขนาดเม็ดที่เล็กพอดีกับขนาดปาก ซึ่งช่วยให้เคี้ยวง่าย ส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหาร กำรดูแลขนสุนัข สุนัขดัชชุนไม่ต้องดูแลขนมากนัก แค่แปรงขนด้วยถุงมือยางสัปดาห์ละครั้งเพื่อก าจัดขนที่ร่วงก็พอ กำรฝึ กสุนัข สุนัขดัชชุน (พันธุ์ขนยาว) ไม่ใช่สุนัขที่ชื่นชอบการฝึกแบบเป็นกิจลักษณะ แต่สามารถเรียนรู้พื้นฐานได้ เช่นการเดิน ด้วยสายจูงแบบสบาย ๆ การให้นั่งนิ่ง ๆ และการเรียกให้มาหา โดยทั่วไปเป็นสุนัขที่มีความเป็นมิตร แต่ก็ควรฝึกให้เข้าสังคมกับคนและ สัตว์อื่น ๆ ตั้งแต่ตอนอายุยังน้อย กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนัขุ แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขดัชชุนและเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้เคารพซึ่งกันและกัน ถงึจะอยรู่ว่มกนัไดอ้ยา่งปลอดภยัอยา่งไรกต็ามไมค่วรปล่อยใหเ้ดก็เลก็และสุนขัอยดู่ว้ยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุกครงั้ทเ่ีดก็เล่นกับสุนัข ร ้ หูร ื อไม่ • สุนัขดัชชุนเคยได้รับการจัดประเภทเป็นสุนัขนักล่า (Hound) เพราะมีการตีความผิดจากชื่อ “Hund” ซึ่งจริง ๆ แปลว่า “สุนัข” ไม่ใช่สุนัขนัก ล่า (Hound) สุนขัดชัชุนตามจรงิเป็นสายพนัธุเ์ทอรเ์รยีทใ่ีชเ้พอ่ืมุดไปตามชอ่งเลก็ๆ หรอืรอเฝ้าเหยอ่ืไมใ่หห้นีจากทซ่ี่อน จนกวา่นายพราน จะมาขุดเหยื่อเอง
16 สุนัขบอร์เดอร์ คอลลี่ สุนัขพันธุ์นี้เป็นสุนัขขนาดกลางถึงใหญ่ มีสัดส่วนก าลังดีและดูสง่าผ่าเผย พร้อมลุยทุกกิจกรรม เมื่อโตเต็มวัย เพศผู้จะสูง 56-61 ซม. และหนัก 20.5-29.5 กก. ส่วนเพศเมียสูง 51-56 ซม. และหนัก 18-25 กก. สุนัขบอร์เดอร์ คอลลี่มีขนสั้นติดล าตัว เมื่อลูบจะรู้สึกหยาบ และมีสีน ้าตาลแดงปนขาว หรือสามสี (สีด า น ้าตาลและขาว) และลายหินอ่อน (น ้าเงินปนเงินและด า) ลกัษณะนิสยัสุนขับอรเ์ดอร์คอลล่ีเป็นสุนขัทเ่ีป็นมติร อารมณ์ดีมคีวามต่นืตวัจงึเหมาะทจ่ีะเป็นสุนขัเฝ้าบา้น แต่อาจชอบเหา่หาก ไม่ได้ฝึกหรือเมื่อรู้สึกเบื่อ และมักจะไม่ชอบแยกจากสิ่งที่รักนานเกินไป สุนัขบอร์เดอร์ คอลลี่เป็นสุนัขที่ต้องกระตุ้นให้ตื่นตัวเสมอ จึงชอบฝึก และมักปฏิบัติตามวินัยได้ดี แต่อาจมีอารมณ์อ่อนไหวและต้องการให้คนดูแลด้วยความรัก ความอ่อนโยน ประวตัิและถิ่นกำ เนิด แม้สุนัขพันธุ์คอลลี่และบอร์เดอร์ คอลลี่ จะหน้าตาต่างกัน แต่ทั้งคู่คือสุนัขพันธุ์เดียวกัน สุนัขพันธุ์คอลลี่ มี ขนหนาและยาวกว่าเพราะอาศัยอยู่ในพื้นที่ภูเขาของสก็อตแลนด์ (Scottish Highlands) ที่มีสภาพอากาศโหดร้าย ส่วนสุนัขพันธุ์บอร์เดอร์ คอลลี่ท างานดูแลแกะในพื้นที่ลุ่มต ่าที่อากาศอบอุ่นกว่า ขนจึงสั้นกว่า สุนัขบอร์เดอร์ คอลลี่เป็นสุนัขที่ได้รับการรับรองมากว่าสองศตวรรษ แล้ว แต่ยังมีสุนัขเลี้ยงแกะพันธุ์อื่น ๆ ในสก็อตแลนด์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและมีประวัติยาวนานกว่านี้ สุขภำพและปัญหำที่มักพบ สุนัขบอร์เดอร์ คอลลี่อาจเป็นโรคตาที่เกิดจากกรรมพันธุ์ได้หลายโรคเหมือนกับสุนัขอีกหลายสายพันธุ์ และอาจมปีญัหาเรอ่ืงขอ้สะโพกเสอ่ืมซง่ึจะน าไปสปู่ญัหาดา้นการเคล่อืนไหว จงึควรตรวจสุขภาพตาและสะโพกของสุนัขก่อนเพาะพันธุ์ กำรออกก ำลังกำยของสุนัข สุนัขบอร์เดอร์ คอลลี่ต้องออกก าลังกายอย่างน้อยวันละชั่วโมง แต่หากพาไปเส้นทางเดิม ๆ ทุกวันอาจท า ให้เขาเบื่อได้เพราะฉะนัน้ควรปรบัเปลย่ีนเสน้ทางและสอนใหเ้ขาเล่นกฬีาบา้ง เช่น กฬีาทเ่ีน้นความความวอ่งไว กฬีาเน้นฟังค าสงั่และวงิ่ แข่งคาบลูกบอล (flyball) ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข สุนัขพันธุ์ใหญ่รวมถึงสุนัขบอร์เดอร์ คอลลี่ ต้องการสารอาหารที่สมดุล มีแร่ธาตุและวิตามินที่ ต่างไปจากอาหารของสายพันธุ์เล็ก กำรดูแลขนสุนัข สุนัขบอร์เดอร์ คอลลี่เป็นสายพันธุ์ที่ไม่ต้องดูแลขนมากนัก ขนชั้นในหนา ส่วนขนชั้นบนเรียบลื่นและสั้น ควรแปรงขน สัปดาห์ละครั้ง กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขบอร์เดอร์ คอลลี่และเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้เคารพซึ่งกัน และกนัถงึจะอยรู่ว่มกนัไดอ้ย่างปลอดภยัอยา่งไรกต็ามไม่ควรปล่อยใหเ้ดก็เลก็และสุนขัอยดู่ว้ยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุกครงั้ทเ่ีดกเล่น ็ กับสุนัข
17 สนุัขบำเซนจิ สุนัขบาเซนจิ ถือเป็นสุนัขสายพันธุ์เล็กถึงกลาง โดดเด่นด้วยพวงหางที่ม้วนงอและหน้าผากย่น ขนสั้น เรียบ เป็นมันเงา มีให้ เลือกทั้งแบบ 2 สี คือน ้าตาลแดงและสีขาว สีด าและสีขาว สีน ้าตาลไหม้และสีขาว สีลายเสือ (ริ้วสีด า น ้าตาล แทน ทองสลับกัน) สีลายเสือ และสีขาว และสามสี ดูมาตรฐานสายพันธุ์เพื่ออ่านรายละเอียดของสุนัขพันธุ์นี้ทั้งหมด เมื่อโตเต็มวัย สุนัขพันธุ์บาเซนจิเพศผู้มีความสูง ประมาณ 43 ซม. โดยวัดจากส่วนที่สูงที่สุดของร่างกาย (จากเท้าถึงจุดที่สูงที่สุดของไหล่) ส่วนเพศเมียมีความสูงประมาณ 40 ซม. เพศผู้ที่ โตเต็มวัยควรมีน ้าหนักประมาณ 11 กก. และเพศเมียควรมีน ้าหนักประมาณ 9.5 กก ลกัษณะนิสยั สุนัขบาเซนจิมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตรงที่ไม่เคยเห่า แต่จะส่งเสียงค ารามสั้น ๆ ในล าคอเวลาที่ตื่นเต้น นอกจากยัง เป็นสุนัขที่ตื่นตัว รักอิสระ เฉลียวฉลาด ท าความสะอาดตัวเองได้ และแทบจะไม่มีกลิ่นตัว สุนัขบาเซนจิยังมีนิสัยคล้ายแมว แถมยังปีนต้นไม้ และรั้วได้อีกด้วย สุนัขพันธุ์นี้จะแสดงความรักต่อเจ้าของ และมักเฉยชากับคนแปลกหน้า สุนัขบาเซนจิมักทะเลาะกับสุนัขตัวอื่น จึง จ าเป็นต้องฝึกให้เขาเข้าสังคมแต่เนิ่น ๆ ประวตัิและถิ่นกำ เนิด ประเทศต้นกำ เนิด: แอฟริกา สันนิษฐานว่าสุนัขบาเซนจิเคยเป็นสุนัขทรงเลี้ยงของกษัตริย์ฟาโรห์ ดังจะเห็น ได้จากภาพวาดสุนัขสายพันธุ์นี้ในพีระมิดอียิปต์ หลังจากนั้น มีผู้น าสุนัขพันธุ์บาเซนจิเข้ามาในแอฟริกากลางเพื่อใช้ก าจัดหนูพันธุ์ต่าง ๆ ใน แถบคองโก เพราะหนูในพื้นที่มีขนาดใหญ่ ดุร้าย และเป็นภัยคุกคามต่อปศุสัตว์ของชาวพื้นเมือง จึงต้องอาศัยสุนัขล่าเหยื่อที่เก่ง ๆ สุขภำพและปัญหำที่มักพบ สุนัขบาเซนจิมีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่พบเห็นบ่อยที่สุด คือโรคไตกลุ่มอาการแฟนโคนิ (Fanconi Syndrome) และภาวะโลหิตจาง ซึ่งสามารถทดสอบทางพันธุกรรมเพื่อตรวจหาความผิดปกติเหล่านี้ได้ นอกจากนี้ยังอาจมีโรคตาที่ถ่ายทอด ทางพันธุกรรมเช่นเดียวกับสายพันธุ์อื่น ๆ จึงควรตรวจสุขภาพตาและตรวจพันธุกรรมของสุนัขก่อนเพาะพันธุ์ กำรออกก ำลังกำยของสุนัข สุนัขบาเซนจิถูกเลี้ยงเพื่อล่าสัตว์ในประเทศทุรกันดาร จึงควรพาไปออกก าลังกายอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง หากออกนานกว่านั้นก็ไม่ปฏิเสธ การฝึกสุนัขบาเซนจิควรจะต้องให้เล่นกีฬาส าหรับสุนัขบางประเภทเพื่อบริหารร่างกายและจิตใจ ให้แข็งแรง นอกจากนี้สุนัขพันธุ์นี้ยังมีสัญชาตญาณเรื่องถนนต ่ากว่าเพื่อนสายพันธุ์อื่น จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อพาออกก าลังกายใกล้ ท้องถนน พื้นที่ในกำรเลี้ยงสุนัข สุนัขบาเซนจิเป็นสุนัขสายพันธุ์เล็กและไม่ต้องการพื้นที่มากมาย ขอแค่เป็นบ้านที่อบอุ่นมีหน้าต่างให้ชมวิว ก็มีความสุขมากแล้ว แต่สุนัขบาเซนจิอาจต้องใช้พื้นที่ในการออกก าลังกายบ้าง ควรกั้นรั้วบริเวณสวนให้มิดชิด แม้ว่าท้ายสุดแล้วความรัก สนุกของสุนัขพันธุ์นี้จะเอาชนะความสูงของรั้วหรือต้นไม้ได้อยู่ดี สุนัขบาเซนจิต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษเวลาออกไปข้างนอก ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข สุนัขสายพันธุ์เล็กรวมทั้งสุนัขบาเซนจิมีอัตราเผาผลาญพลังงานสูง ย่อยอาหารได้รวดเร็ว แต่ ด้วยขนาดกระเพาะอาหารที่เล็ก จึงต้องให้กินอาหารปริมาณน้อย แต่แบ่งย่อยเป็นหลายมื้อ อาหารของสุนัขพันธุ์เล็กออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้มีสารอาหารส าคัญในปริมาณที่เหมาะสม และมีขนาดเม็ดที่เล็กพอดีกับขนาดปาก ซึ่งช่วยให้เคี้ยวง่าย ส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหาร กำรดูแลขนสุนัข สุนัขบาเซนจิสามารถดูแลความสะอาดและเลียขนด้วยตัวเองได้ ขนของสุนัขพันธุ์นี้สั้น เป็นมันเรียบ อาจใช้ถุงมือยาง ลูบขนที่หลุดร่วงออกสัปดาห์ละครั้ง และหมั่นตรวจสุขภาพหูและเล็บเป็นระยะ ๆ กำรฝึ กสุนัข ด้วยความที่บาเซนจิเป็นสุนัขฉลาด แสนรู้ ดังนั้นการฝึกสุนัขทั่วไปไม่คณามือสุนัขพันธุ์นี้แน่นอน! ด้วยทักษะ ความ อดทน และการสร้างแรงจูงใจ สุนัขบาเซนจิก็พร้อมเสมอไม่ว่าจะเป็นการฝึกรูปแบบไหน จัดเป็นสุนัขที่มีความคล่องแคล่วว่องไวสูง แต่ด้วย นิสยัทไ่ีมค่ ่อยเช่อืฟัง โดยเฉพาะเวลาเรยีกให้มาหา ท าให้การฝึกเปล่าประโยชน์ในบางครั้ง และต้องไม่ลืมเด็ดขาดว่าสุนัขพันธุ์นี้มีนิสัยชอบ แทะ จึงควรเตรียมสิ่งของให้บาเซนจิแทะอยู่เป็นระยะ ๆ
18 กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนัขุ แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขบาเซนจิและเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้เคารพซึ่งกันและกัน ถงึจะอยรู่ว่มกนัไดอ้ยา่งปลอดภยัอยา่งไรกต็ามไมค่วรปล่อยใหเ้ดก็เลก็และสุนขัอยดู่ว้ยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุกครงั้ทเ่ีดก็เล่นกับสุนัข ร ้ หูร ื อไม่ • สุนขับาเซนจเิป็นหน่ึงในสนุขัสายพนัธุเ์กา่แกข่องโลกน้ีชอ่ืสายพนัธุก์ไ็ดม้าจากชาวเผา่ทอ่ีาศยัในเขตปา่ฝนอติูริซง่ึเรยีกสุนขัพนธุ์นี้ว่า ั Basenchi ซึ่งแปลว่า “สุนขัปา่ตวัจวิ๋” สนุัขบิชอง ฟริเซ่ สุนัขบิชอง ฟรีเซ่ มีความนิ่งและหน้าตาเฉลียวฉลาด รูปร่างเล็กและสีขนเป็นสีเดียวทั้งตัว ตากับจมูกสีด าสนิทตัดกันกับสีขนที่ ขาวราวหิมะและหางเป็นพวงเหมือนขนนกที่โค้งและม้วนกลับมาที่หลัง ด้วยขนที่นุ่มลื่นดุจใยไหมนี้ขดเป็นเกลียวท าให้สุนัขบิชอง ฟริเซ่ดู คล้ายปุยนุ่นเดินได้ เมื่อโตเต็มวัยทั้งเพศผู้และเพศเมียจะสูงประมาณ 23-28 ซม. และหนักประมาณ 3-6 กก. ลกัษณะนิสยั สุนัขบิชอง ฟริเซ่ มีนิสัยยิ้มแย้ม แจ่มใส และชอบใช้ชีวิตกับคนเป็นครอบครัว ถึงแม้จะชอบใช้เวลาไปท่องเที่ยวกับ ครอบครัว แต่ก็สอนให้อยู่บ้านตามล าพังได้ เข้าสังคมได้ดี ใช้ชีวิตกับสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ในบ้านได้สบาย ๆ ประวตัิและถิ่นกำ เนิด หลายศตวรรษก่อน สุนัขพันธุ์บิชอง ฟริเซ่ได้รับความนิยมในฝรั่งเศสและสเปน และเคยปรากฏในภาพวาด ของราชวงศ์ทั้งสองประเทศด้วย สุนัขบิชอง ฟริเซ่พัฒนาจากสายพันธุ์ในเกาะต่าง ๆ รอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และคาดว่าน่าจะมาจาก เกาะเตเนริเฟ (Tenerife) โดยมีพันธุ์ “บิชอง ออฟ มัลตา” หรือ “มัลทีส” เป็นสายพันธุ์ที่คล้ายกัน และในช่วงศตวรรษที่ 14 เป็นช่วงที่ชาว กะลาสีเรือได้น าสุนัขพันธุ์นี้จากเกาะเตเนริเฟเข้าสู่ยุโรป สุขภำพและปัญหำที่มักพบ สุนัขบชิอง ฟรเิซ่ถือว่าเป็นสุนัขพนัธุ์เล็กท่มีสีุขภาพแขง็แรงมาก แต่ก็มคีวามเส่ยีงเร่อืงปญัหาสายตา เช่นเดียวกับสุนัขสายพันธุ์เล็กพันธุ์อื่น ๆ และอาจมปีญัหาสะบา้หวัเขา่ทอ่ีาจเคล่อืนหลุดได้(luxating patellas) นอกจากนี้ยังมักมีอาการตา แฉะและมแีนวโน้มทจ่ีะเป็นนิ่วในกระเพาะปสัสาวะ กำรออกก ำลังกำยของสุนัข แม้สุนัขพันธุ์บิชอง ฟริเซ่จะปรับตัวเข้ากับตารางเวลาของครอบครัวได้ แต่ในแง่ของการออกก าลังกายก็ ควรพาไปยืดเส้นยืดสายอย่างน้อยวันละ 30 นาทีเพื่อเป็นการกระตุ้นสมองของสุนัขด้วย ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข สุนัขขนาดเล็กมีอัตราเผาผลาญพลังงงานสูง ย่อยอาหารได้รวดเร็ว แต่ด้วยขนาดกระเพาะ อาหารที่เล็ก สุนัขบิชอง ฟริเซ่จึงต้องให้กินอาหารปริมาณน้อย แต่แบ่งย่อยเป็นหลายมื้อ อาหารของสุนัขสายพันธุ์เล็กออกแบบมาเป็น พิเศษให้มีสารอาหารส าคัญในปริมาณที่เหมาะสม และมีขนาดเม็ดที่เล็กพอดีกับขนาดปาก ซึ่งช่วยให้เคี้ยวง่าย ส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหาร กำรดูแลขนสุนัข สุนัขบิชอง ฟริเซ่ไม่ผลัดขน แต่ก็ควรแปรงทุกวัน ส่วนการเล็มขนก็ควรตัดเล็มอย่างสม ่าเสมอเพื่อไม่ให้ยาวเกินไป เพื่อรักษารูปทรงกลมที่มีลักษณะเหมือนก้อนส าลีนิ่ม ๆ ควรให้ช่างตัดแต่งขนดูแลให้ทุก 5-6 สัปดาห์ กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขบิชอง ฟริเซ่และเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้เคารพซึ่งกันและ กัน ถึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตามไม่ควรปล่อยให้เด็กเล็กและสุนัขอยู่ด้วยกันตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุกครงั้ทเ่ีดก็เล่นกบั สุนัข
19 สุนัขบูล เทอร์เรียร์ สุนัขบูลเทอร์เรียเป็นสุนัขรูปร่างแข็งแรง อกลึก มีกล้ามเนื้อก าย าชัดเจน ส่วนหัวยาวเป็นรูปไข่ แข็งแรง และมีจมูกโด่ง สีที่พบ บ่อยคือ สีขาว และมักมีแต้มสีอื่นบนหัวหรือบางครั้งก็มีที่หลังด้วย นอกจากนี้ยังมีสีด า ลายเสือ แดง น ้าตาลทองหรือสามสี เมื่อโตเต็มวัยจะ สูงประมาณ 45 ซม. และหนัก 33 กก. ลกัษณะนิสยั สุนัขบูลเทอร์เรียเป็นสุนัขที่เป็นมิตรและมีอารมณ์ขัน แต่บางครั้งก็อาจจะดื้อบ้าง จึงไม่เหมาะกับผู้หัดเลี้ยงสุนัขมือใหม่ โดยทั่วไปแล้วสุนัขพันธุ์นี้รักสงบแต่ก็ต้องไม่ลืมว่าสุนัขพันธุ์นี้ถูกพัฒนาสายพันธุ์มาเพื่อให้สู้กับวัวกระทิง ดังนั้นก็อาจสู้กลับเมื่อถูกท้าทาย แต่โดยทวั่ ไปแล้วจะไม่เป็นฝ่ายก่อเร่อืงก่อน ถอืว่าเป็นสุนัขทใ่ีจดแีละรกัฝงูเพราะฉะนัน้ ไม่ควรปล่อยใหสุ้นัขพนัธุ์น้ีอยู่ตามล าพงนาน ๆ ั เพราะถ้าบูลเทอร์เรียเกิดอาการเบื่อขึ้นมานั้น ขากรรไกรที่แข็งแรงก็มีพลังท าลายล้างได้สูง ประวตัิและถิ่นกำ เนิด ประเทศต้นกำ เนิด:แอฟริกา สุนัขพันธุ์นี้เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างบูลด็อกและเทอร์เรียร์ ซง่ึเป็นทร่ีจู้กัวา่เป็นนกัสทู้ ไ่ีมย่อมแพ้ปจัจุบนัสุนขัพนัธุน์ ้ีเป็นทน่ีิยมในสหราชอาณาจกัรและไดร้บัความนิยมในฐานะสนุขัเฝ้าบาน ทั้งนี้สุนัข ้ พันธุ์ “มินิเอเจอร์ บูล เทอร์เรียร์” ที่มีขนาดเล็กกว่าก็มีประวัติยาวนานพอ ๆ กับพันธุ์มาตรฐาน แต่ได้รับการรับรองโดยสมาคมสุนัขแห่ง อังกฤษ (British Kennel Club) ในฐานะสุนัขอีกพันธุ์หนึ่งตั้งแต่ปี 1939 เจ้ำของที่เหมำะสม สุนัขพันธุ์บูล เทอร์เรียร์เหมาะกับเจ้าของหรือครอบครัวที่ต้องการสุนัขที่มีนิสัยเป็นมิตร พลังงานเยอะ และพร้อมเล่น ทุกเม่อืโดยไม่มปีุ ่ม "ปิด" เพราะสุนัขพันธุ์นี้ชอบมีส่วนร่วมกับเจ้าของ พร้อมรับมือทุกกิจกรรมแม้ไม่ทันตั้งตัว แต่ระวังอาจเข้ากับสุนัขพันธุ์ อื่นไม่ได้ เพราะฉะนั้นเจ้าของควรฝึกให้สุนัขพันธุ์นี้เข้าสังคมตั้งแต่เนิ่น ๆ และเดินโดยใส่สายจูงทุกครั้ง สุขภำพและปัญหำที่มักพบ สุนัขบูล เทอรเ์รยีรม์กัมภีาวะหูหนวก เป็นปญัหาสุขภาพทพ่ีบได้บ่อย โดยเฉพาะบูล เทอรเ์รยีรส์ขีาว แต่ สามารถทดสอบภาวะหูหนวกได้ตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัข นอกจากนี้ ยังอาจมีความเสี่ยงเป็นโรคไตที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม โรคหัวใจ และ ปญัหาผวิหนงัคอ่นขา้งบอ่ยดว้ยเชน่กนั กำรออกก ำลังกำยของสุนัข สุนัขบูล เทอร์เรียร์เป็นสุนัขพลังเยอะที่ต้องพาไปออกก าลังกายสม ่าเสมอ โดยอาจปล่อยให้วิ่งเล่นหรือจูง วิ่งก็ได้ ควรออกก าลังกายอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง พื้นที่ในกำรเลี้ยงสุนัข สุนัขสแตฟเฟอร์ดไชร์ บูล เทอร์เรียสามารถอยู่อาศัยได้แทบทุกที่ แต่ควรมีพื้นที่ให้ได้ออกก าลังกายทุกวัน ดังนั้นต้องมั่นใจว่ามีพื้นที่ให้สุนัขได้เดินเล่นแบบที่ไม่มีสุนัขตัวอื่นเดินในที่นั้น ๆ ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข อาหารของสุนัขบูล เทอร์เรียร์จ าเป็นต้องมีสารอาหารสมดุลครบหมู่ รวมถึงน ้าสะอาดด้วย ควร หมั่นตรวจสอบสภาพร่างกายของสุนัขอย่างสม ่าเสมอเพื่อให้สุนัขมีรูปร่างที่เหมาะสม และต้องให้อาหารอย่างน้อยวันละ 2 มื้อตามค าแนะน า ของอาหารสุนัขที่ให้ กำรดูแลขนสุนัข สุนัขบูล เทอร์เรียร์ถือว่าดูแลรักษาขนได้ง่าย เนื่องจากขนสั้น ดังนั้นสามารถใช้แปรงยางท าความสะอาดขนที่ติดเป็น ปมอาทิตย์ละครั้งเพื่อดึงขนที่ร่วงออก กำรฝึ กสุนัข สุนัขสแตฟเฟอร์ดไชร์ บูล เทอร์เรียเป็นสุนัขแสนรู้ที่มีความกระตือรือร้น สามารถท าผลงานในการฝึกได้อย่างโดดเด่น เรยีนรู้ได้ทุกสงิ่ตงั้แต่การรบั ฟังค าสงั่การออกก าลงักาย เทคนิคสนุก ๆ ไปจนถงึกฬีาฝึกความว่องไว สุนัขพนัธุ์น้ีเล่นของเล่นแบบเน้น ปฏิสัมพันธ์เก่ง และยังรักการเล่นเกมส์สนุก ๆ กับเจ้าของด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะไม่สนุกกับการเข้าฝึกเป็นชั้นเรียน เพราะมีสุนัข ตัวอื่นอยู่ด้วย หากคุณสามารถหาครูฝึกที่เข้าใจสายพันธุ์ที่ไวต่อสิ่งเร้าพันธุ์นี้ได้ คุณจะประหลาดใจสุด ๆ ว่าท าไมสุนัขของคุณทุ่มเทให้กับ
20 การฝึกขนาดนี้สุนัขพันธุ์นี้ต้องได้รับการฝึกเดินพร้อมสายจูงและสายคล้องตัว และในช่วงอายุน้อยการฝึกให้เข้าสังคมก็ส าคัญมาก การฝึก ให้เข้าสังคมจะเน้นฝึกให้สุนัขสนใจเฉพาะเจ้าของ เวลาที่มีสุนัขตัวอื่นอยู่ใกล้ ๆ และจะได้ไม่พยายามที่จะไปวิ่งเล่นกับเพื่อน กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขบูล เทอร์เรียร์และเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้เคารพซึ่งกัน และกัน ถึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตามไมค่วรปล่อยใหเ้ดก็เลก็และสุนขัอยดู่ว้ยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุกครงั้ทเ่ีดก็เล่น กับสุนัข สุนัขปั ๊ก “น้อยแต่มาก” คือค าขวัญประจ าสุนัขปกั๊บ่งบอกได้ว่า “ตัวเล็กแต่มีอะไรมากมายให้ค้นหา” สุนัขปกั๊ถอืว่าเป็นสุนัขตระกูลทอย หรือสุนัขสายพันธุ์เล็ก เมื่อโตเต็มวัย ขณะยืนจะสูงประมาณ 25 - 33 ซม. รูปร่างจะดูเหลี่ยม ล ่า มีกล้ามเนื้อ และหนักอย่างไม่น่าเชื่อ โดยมี น ้าหนักประมาณ 6.3 - 8.1 กก. ขนสั้น นุ่มและเป็นมัน มีสีเทาเงิน น ้าตาลส้มแอปริคอต น ้าตาลทอง หรือสีด า ลกัษณะนิสยัสุนัขปกั๊มเีสน่ห์อารมณ์ดีพร้อมจะเป็นคู่หูทส่ี่งมอบความสุขและความเป็นมติรให้กบัเจา้ของ แม้จะตวัเลก็แต่ด้วย นิสยัทด่ีีสุนัขปกั๊กพ็ร้อมจะเป็นขวญั ใจของทงั้เด็กและผูใ้หญ่มนีิสยัใจเยน็รกัความสงบ แต่ก็มีจังหวะขี้เล่นเรียกเสียงหัวเราะได้บ่อย ๆ เชน่กนัหากใสใ่จดูแลสุนขัพนัธุน์ ้ีคุณกจ็ะไดค้หู่ทูด่ีเียย่ีมมาหน่ึงตวัเพราะปกั๊เองไมช่อบอยหู่า่งจากคนเจา้ของนาน ๆ ประวตัิและถิ่นกำ เนิด ประเทศต้นกำ เนิด:จีน สุนขัพนัธุน์ ้ีมปีระวตัโิดดเด่นมาอยา่งยาวนาน คาดวา่สุนขัปกั๊มตีน้กา เนิด ที่ประเทศจีน และเข้าสู่ทวีปยุโรปไปกับเรือวาณิช ก่อนจะถูกพัฒนาสายพันธุ์ในเนเธอร์แลนด์ช่วงก่อนศตวรรษที่ 16 สุนัขพนัธุป์กั๊มคีวาม เชื่อมโยงกับราชวงศ์ดัตช์และสายราชสกุลเฮ้าส์ออฟออร์เรนจ์ (House of Orange) โดยหลังการปฏิบัติอันรุ่งโรจน์ (Glorious Revolution) ในปี 1689 พระเจา้วลิเลย่ีมทส่ีองได้ขน้ึครองราชยใ์นประเทศองักฤษ พรอ้มกบัมสีุนขัพนัธุป์กั๊เคยีงขา้ง ทา ใหสุ้นขัพนัธุน์ ้ีไดร้บัความนิยมใน หมู่ชนชั้นสูง เจ้ำของที่เหมำะสม สุนัขพนัธุ์ปกั๊เหมาะกบัเจ้าของทม่ีอีารมณ์ขนัและต้องการเล้ยีงสุนัขขนาดเล็กทม่ีเีสน่ห์และฝึกง่าย พร้อมไปไหน ดว้ยกนัทุกท่ีปกั๊เป็นสุนขัทไ่ีมต่อ้งพาไปออกกา ลงักายมากนกัแต่ระวงัเสยีงนอนกรนของสุนขพันธุ์นี้ให้ดี ั สุขภำพและปัญหำที่มักพบ ปญัหาสุขภาพหลกัของสุนัขปกั๊เกดิจากลกัษณะใบหน้าท่แีบน ซ่ึงอาจก่อให้เกดิ ปญัหาระบบทางเดิน หายใจ ท าให้หายใจล าบาก ดังนั้นจึงต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้ออกก าลังกายมากเกินไป และรักษาอุณหภูมิร่างกายไม่ให้สูงเกิน สุนัขพันธุ์นี้เสี่ยง มปีญัหาสายตาเชน่เดยีวกบัสุนขัสายพนัธุเ์ลก็อน่ืๆ และอาจมปีญัหาสะบา้หวัเขา่ทอ่ีาจเคล่อืนหลุดได้(luxating patellas) กำรออกก ำลังกำยของสุนัข สุนขัปกั๊ตอ้งการการออกกา ลงักายเพยีงครง่ึชวั่ โมงต่อวนัแต่กพ็รอ้มป้วนเป้ียนรอบ ๆ คุณ หรอืออกไปท า ธุระเป็นเพื่อนคุณเสมอ ไม่ควรพาไปออกก าลังกายช่วงอากาศร้อน หรือปล่อยให้รออยู่ในรถแม้อากาศจะไม่ร้อนมาก เพราะอาจท าให้หายใจ ไม่ออกได้ พื้นที่ในกำรเลี้ยงสุนัข ปกั๊เป็นสุนขัทเ่ีหมาะกบัการเลย้ีงในสงัคมเมอืงทม่ีพีน้ืทน่ี้อย ไมต่ องการสวน ขอแค่ได้ออกไปข้างนอกเดิน ้ ออกกา ลงักายหรอืขบัถ่ายกพ็อแลว้แต่ถา้เลย้ีงในเขตชนบท สุนขัปกั๊กใ็ชช้วีติไดอ้ยา่งมคีวามสุขเชน่กนั ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข ขนของสุนขัปกั๊ไมต่อ้งการการดูแลมาก เพยีงแคแ่ ปรงขน สปัดาหล์ะครงั้กเ็พยีงพอแลว้อยา่งไร ก็ดี ต้องท าความสะอาดรอยย่นบนจมูกทุกวัน รวมทั้งตรวจหูและตาด้วย กำรดูแลขนสุนัข ขนของสุนัขปกั๊ไม่ต้องการการดูแลมาก เพยีงแค่แปรงขน สปัดาห์ละครงั้กเ็พยีงพอแล้ว อย่างไรกด็ ีต้องท าความ สะอาดรอยย่นบนจมูกทุกวัน รวมทั้งตรวจหูและตาด้วย
21 กำรฝึ กสุนัข หลายคนอาจประเมินสุนัขตวัจวิ๋ตวัน้ีผดิไป แตจรงิๆ แล้วสุนัขปกั๊สามารถรบัการฝึกได้ดเีกดิคาด และยงัชอบการ เรยีนรู้ทงั้การฝึกค าสงั่พน้ืฐาน และฝึกเทคนิคสนุก ๆ ด้วย สุนัขปกั๊ควรได้รบัการฝึกใหเ้ดนิด้วยสายจูงและสายคล้องตวัรวมถงึการฝึกให้ ตอบรับเวลาเรียก แม้สุนัขสายพันธุ์นี้จะไม่เดินออกห่างจากเจ้าของสุดที่รักไปไกล ๆ ก็ตาม กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แมสุ้นขัสว่นใหญ่จะเป็นมติรกบัเดก็แต่ทงั้สุนขัปกั๊และเดก็จะต้องได้รบัการฝึกใหเ้คารพซง่ึกนัและกนัและ อยรู่ว่มกนัไดอ้ยา่งปลอดภยัอยา่งไรกต็ามไมค่วรปล่อยใหเ้ดก็เลก็และสุนขัอยดู่ว้ยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุกครงั้ทเ่ีดก็เล่นกบัสุนัข ร ้ หูร ื อไม่ • สุนขัพนัธุป์กั๊เป็นอกีหน่ึงสายพนัธุส์ุนขัทค่ีนนิยมเลย้ีงไวเ้ป็นเพอ่ืน ปกั๊มชีอ่ืเสยีงโด่งดงัจากภาพยนตร์Men in Black (1997) เป็นตอนที่มาชู สุนขัพนัธุป์กั๊ทไ่ีดร้บัการฝึกใหช้ ่วยเหลอืผคู้น ไดร้บับทเป็นเอเลย่ีนอจัฉรยิะนามวา่แฟรงก์ซง่ึไดร้บัความนิยมเป็นอยา่งสงูจนตวละครนี้ได้ ั มีบทเพิ่มเติมในภาพยนตร์ภาคต่อในปี 2002 ซึ่งในตอนนั้นมาชูมีอายุได้ 7 ปี และต้องแต่งหน้าเพื่อปกปิดขนหงอกขาวตามใบหน้า • ในภาพยนตร์เรื่องนี้ มาชูได้สวมชุดสูทงานอิตาลีที่มีราคาถึง 9,000 ดอลลาร์ ความนิยมของสายพันธุ์นี้ไม่ช่วยให้ชีวิตของสุนัขดีขึ้น เพราะ ยังมีผู้เพาะพันธุ์ที่ไร้ความรับผิดชอบมากมายแต่กลับท าก าไรได้จากความนิยมครั้งนี้ ด้วยความที่เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ต้องเลี้ยงด้วยความ ใสใ่จสงูและการเลย้ีงแบบขาดความรบัผดิชอบ จะน าไปสปู่ญัหาสุขภาพมากมาย สนุัขพดุเดิ้ลทอย สุนัขพุดเดิ้ลทอยเป็นสุนัขที่มีลักษณะสง่างาม ส่วนปากและจมูกเรียว คอยาว ขนหยิก มักมีการตัดแต่งทรง และมีได้หลายเฉดสี ได้แก่ สีคราม เทา เงินเข้ม น ้าตาล น ้าตาลอ่อน และสีครีม เมื่อโตเต็มวัยจะมีความสูงไม่เกิน 28 ซม. และหนักไม่เกิน 4.5 กก. ลกัษณะนิสยัสุนัขพุดเดล้ิทอยมชีวีติชวีาและจติใจดีท าหน้าทเ่ีป็นสุนขัคู่ใจไดอ้ย่างดเียย่ีม สามารถเฝ้าบา้นได้พรอ้มเห่าเตอืนเมอ่ื มีแขกมาหา สุนัขพุดเดิ้ลทอยเป็นสุนัขอารมณ์ดี ตอบสนองกับเสียงสูงต ่าได้ไวเป็นพิเศษ และตอบสนองกับการฝึกได้ดี เด็ก ๆ ต้องเรียนรู้ วิธีการเข้าหาสุนัขสายพันธุ์เล็กแต่ความรู้สึกไวพันธุ์นี้อย่างระมัดระวัง ประวตัิและถิ่นกำ เนิด ประเทศต้นกำ เนิด: เยอรมนี สุนัขพุดเดิ้ลทอยนี้มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ราว 500 ปีที่ แล้ว ในช่วงศตวรรษที่ 17-18 สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงที่ต้องการสุนัขที่มีขนาดเล็กกว่าสายพันธุ์เล็กทั่วไป จึงน าไปสู่การ พัฒนาสายพันธุ์พุดเดิ้ลทอยขึ้น ค าว่า “พุดเดิ้ล” (Poodle) มาจากค าในภาษาเยอรมัน “พูเดล” (pudel) หมายถึง “จอมลุยน ้า” เนื่องจากสุนัข พุดเดิ้ลพันธุ์มาตรฐาน (ต้นสายพันธุ์ของมินิและทอย) ขึ้นชื่อเรื่องการคาบเหยื่อหรือเก็บสิ่งของต่าง ๆ บนผิวน ้า สุขภำพและปัญหำที่มักพบ สุนัขพุดเด้ลิทอยอาจมปีญัหาสะบา้หวัเขา่เคล่อืนหลุด (luxating patellas) เช่นเดียวกับสุนัขพันธุ์เล็กพันธุ์ อ่นืๆ และเสย่ีงต่อปญัหาบรเิวณสะโพก รวมถงึความผดิปกตขิองดวงตาเน่ืองจากพนัธุกรรมดงันัน้จงึควรไดร้บัการตรวจเป็นประจ าทค่ีวร ตรวจอย่างสม ่าเสมอ กำรออกก ำลังกำยของสุนัข สุนัขพุดเดิ้ลทอยไม่ค่อยอยู่นิ่ง ขี้เล่น และชื่นชอบการเล่นกิจกรรมสนุก ๆ เป็นพิเศษ การเข้าร่วมกิจกรรม ต่าง ๆ ที่กระตุ้นการท างานของสมองและร่างกายเหมาะกับสุนัขพันธุ์นี้ สุนัขพุดเดิ้ลทอยเข้าใจค าสั่งได้อย่างดี มีความคล่องแคล่ว และชอบ เล่นกีฬา
22 ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข สุนัขพุดเดิ้ลทอย เป็นสุนัขที่มีอัตราการเผาผลาญพลังงานสูง ย่อยอาหารได้รวดเร็ว แต่ด้วย กระเพาะอาหารขนาดเล็ก ควรให้อาหารปริมาณน้อย แต่แบ่งย่อยเป็นหลายมื้อ อาหารของสุนัขพันธุ์เล็กออกแบบมาเป็นพิเศษให้มี สารอาหารส าคัญในปริมาณที่เหมาะสม และมีขนาดเม็ดที่เล็กพอดีกับขนาดปาก ซึ่งช่วยให้เคี้ยวง่าย ส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหาร กำรดูแลขนสุนัข สุนัขพุดเดิ้ลทอยไม่มีการผลัดขน เหมาะส าหรับเจ้าของที่เป็นภูมิแพ้ (แต่ก็ไม่เสมอไป) เจ้าของควรให้ความส าคัญกับ การดูแลขนของสุนัขพุดเดิ้ลทอย หรือให้ช่างมืออาชีพเป็นผู้ตัดแต่งขนให้ ร่วมกับการแปรงและสางขนเองที่บ้านเป็นประจ า ควรพาสุนัขพุด เดิ้ลทอยไปให้ช่างตัดเล็มขนทุก ๆ 6 สัปดาห์ หรือจะท าด้วยตัวเองก็ได้ กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขพุดเดิ้ลทอยและเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้เคารพซึ่งกันและ กนัและอยู่ร่วมกนัได้อย่างปลอดภยัอย่างไรกต็ามไม่ควรปล่อยใหเ้ดก็เลก็และสุนขัอยู่ดว้ยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุกครงั้ทเด็กเล่นกับ่ี สุนัข สุนัขมอลทีส สุนัขมอลทสีสุนขัพนัธุเ์ลก็ทใ่ีหภ้าพลกัษณ์สง่างามดงั่ขนุนาง มตีาสดี า ขนยาวเสน้ละเอยีดนุ่มดุจไหมสขีาวบรสิุทธิ์สุนัขมอลทสี ถือเป็นสุนัขที่รูปร่างหน้าตาโดดเด่นมาก ๆ เมื่อโตเต็มวัยจะมีส่วนสูงไม่เกิน 25 ซม.และหนักประมาณ 1.8 - 2.7 กก. ลกัษณะนิสยั แม้สุนัขมอลทีสจะตัวเล็ก อารมณ์ดี และท่วงท่าสง่างาม แต่สุนัขสายพันธุ์เล็กพันธุ์นี้ไม่ได้มีดีเพียงหน้าตาเท่านั้น บางครั้งก็เจ้าอารมณ์เช่นกัน มักเห่าเสียงดังเมื่อเกิดอาการหวาดระแวงสิ่งต่าง ๆ จึงจ าเป็นต้องฝึกตั้งแต่ยังเล็ก ไม่ให้เห่าเมื่อมีสิ่งยั่วยุเล็ก ๆ น้อย ๆ ประวตัิและถิ่นกำ เนิด ประเทศต้นกำ เนิด: มอลตา สุนัขมอลทีสเป็นอีกหนึ่งสุนัขสายพันธุ์เก่าแก่ ซึ่งชาร์ลส์ ดาร์วิน ค้นพบ ประวัติสุนัขพันธุ์มอลทีสเมื่อสืบย้อนกลับไปถึงช่วง 6,000 ปีก่อนคริสตกาล สุนัขมอลทีสเป็นสายพันธุ์ย่อยของกลุ่มสายพันธุ์บิชอง ซึ่งมีที่มา จากแถบเมดิเตอร์เรเนียน เป็นที่ทราบกันดีว่า พูบลิอุส (Publius) ผู้ปกครองมัลตาแห่งจักรวรรดิโรมันในช่วงคริสศักราชที่ 1 ก็เลี้ยงสุนัขสาย พันธุ์มอลทีสชื่อ อิสซา สายพันธุ์นี้เป็นที่นิยมในหมู่เชื้อพระวงศ์และเหล่าขุนนางมาตลอดหลายยุคสมัยและยังปรากฏในภาพวาดของสมเด็จ พระราชินีเอลิซาเบ็ธที่ 1 และสมาชิกคนอื่น ๆ ในราชวงศ์ ว่ากันว่าขณะที่พระราชินีแมรีแห่งสก็อตแลนด์ก าลังจะถูกประหารด้วยการบั่นพระ ศอ พระนางได้ซ่อนสุนัขมอลทีสไว้ใต้กระโปรงด้วย สุขภำพและปัญหำที่มักพบ สุนัขมอลทสีมปีญัหาสะบา้หวัเขา่ทอ่ีาจเคล่อืนหลุดได้(luxating patellas) เช่นเดียวกับสุนัขพันธุ์เล็กพันธุ์ อื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีความผิดปกติของดวงตาซึ่งเป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรม จึงแนะน าให้ตรวจสุขภาพตาเป็นประจ า กำรออกก ำลังกำยของสุนัข การได้ออกก าลังกายวันละครึ่งชั่วโมงจะช่วยให้สุนัขมอลทีสอารมณ์ดี แต่จะออกก าลังกายมากกว่านี้ก็ได้ หากมีเวลา บางครั้งสุนัขมอลทีสจะกระตือรือร้นมากจนน่าประหลาดใจหากได้ออกไปเที่ยวข้างนอก บ่งบอกถึงสัญชาตญาณความเป็นนักล่า ตัวน้อย ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข สุนัขสายพันธุ์เล็กมีอัตราการเผาผลาญพลังงานสูง ย่อยอาหารได้รวดเร็ว แต่ด้วยกระเพาะ อาหารขนาดเล็ก อาหารที่ให้สุนัขมอลทีสควรมีปริมาณน้อย แต่แบ่งย่อยเป็นหลายมื้อ อาหารของสุนัขพันธุ์เล็กออกแบบมาเป็นพิเศษให้มี สารอาหารส าคัญในปริมาณที่เหมาะสม และมีขนาดเม็ดที่เล็กพอดีกับขนาดช่องปาก ซึ่งช่วยให้เคี้ยวง่าย ส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหาร กำรดูแลขนสุนัข สุนัขมอลทีสควรดูแลขนทุกวนัเพอ่ืป้องกนัไม่ใหข้นทย่ีาว นุ่มสลวย พนักนัหากละเลย ขนจะพนักนัเป็นกอ้นสงักะตงั สร้างความเจ็บปวดให้สุนัขมอลทีสได้ ดังนั้นต้องฝึกให้สุนัขมองว่าการแปรงขนเป็นการให้รางวัลอย่างหนึ่ง
23 กำรฝึ กมอลทีส สุนัขพันธุ์มอลทีสฉลาดกว่าที่หลายคนคิด ชอบเรียนรู้ทริคและเกมใหม่ ๆ เจ้าของควรฝึกให้รู้จักเดินตามสายจูงหรือ สายรัดอกและฝึกให้กลับมาหาเจ้าของหลังเรียกชื่อ ดูภายนอกแล้วมอลทีสอาจดูเป็นสุนัขขนฟูหน้าตาน่ารัก แต่ถ้าเห็นกระรอกเมื่อไหร่ก็อาจ วิ่งไล่สนุกกับเขาด้วยเหมือนกัน กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขมอลทีสและเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้เคารพซึ่งกันและกัน และอยรู่ว่มกนัไดอ้ยา่งปลอดภยัอยา่งไรกต็ามไมค่วรปล่อยใหเ้ดก็เลก็และสุนขัอยดู่ว้ยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุกครงั้ทเ่ีดก็เล่นกบสุนัข ั ร ้ หูร ื อไม่ • สุนัขมอลทีสเป็นสุนัขตัวโปรดของสมาชิกราชวงศ์ ว่ากันว่าขณะที่พระราชินีแห่งสก็อตแลนด์ก าลังถูกบั่นพระศอ หลังการประหารพบว่าพระ นางได้ซ่อนสุนัขมอลทีสไว้ใต้กระโปรงด้วย • ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สุนัขมอลทีสมีชื่อเรียกหลากหลายชื่อมาก ได้แก่ สุนัขพันธุ์เมลิแต สุนัขโบราณจากมัลตา สุนัขของสุภาพสตรีชาว โรมัน เดอะ คอมฟอร์ตเตอร์ สแปเนียล เจนเทิล, บิชง, สุนัขราชสีห์มอลทีส และ มอลทีสเทอร์เรีย ซึ่งลักษณะนิสัยของสุนัขพันธุ์นี้คือเป็นนัก กระโดดตัวยงและไม่หวั่นต่อความสูงและแรงโน้มถ่วง • มีสุนัขมอลทีสของมหาเศรษฐีตัวหนึ่งที่มีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์ ชื่อว่า Take Trouble สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ สุนัขพันธุ์เล็กอย่างยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์นี้เป็นที่รู้จักจากขนที่เป็นลอนหนาเหมือนกับผมของคน สีขนก็ไม่ธรรมดา ด้วยการผสม กันระหว่างสีด าครามเข้มปนเงิน กับสีทองหรือสีน ้าตาลเข้ม เป็นสุนัขที่มีมาด มักเชิดหน้าด้วยความมั่นใจเกินร้อย เพศผู้เมื่อโตเต็มวัยสูง ประมาณ 18 - 20 ซม. และหนักไม่เกิน 3.2 กก. ลกัษณะนิสยั สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์เป็นสุนัขสายพันธุ์เล็กที่ใจใหญ่ ชอบให้กอด และนอนเบียดขา แต่นาทีต่อมาก็สามารถ กระโดดงับสุนัขเพื่อนบ้านได้เพยีงเพอ่ืบอกว่าถนิ่น้ีใครคุม เพราะยงัไงยอร์กเชยีรก์เ็ป็นสุนัขสายพนัธุ์เทอรเ์รยีร์ทห่ีวงและพรอ้มปกป้อง พื้นที่ของตนอย่างห้าวหาญ ประวตัิและถิ่นกำ เนิด ประเทศต้นกำ เนิด: เยอรมนี เชื่อกันว่าช่างทอผ้าชาวสก็อตพาสุนัขเทอร์เรียร์พันธุ์เล็กไป ด้วยขณะอพยพออกจากสก็อตแลนด์ไปยังแคว้นยอร์กเชียร์และแลงคาเชียร์ในช่วงทศวรรษ 1850 “สก็อตเทอร์เรียร์” บางครั้งก็รู้จักกันในชื่อ “ฮาลิแฟกซ์ เทอร์เรียส์” (Halifax Terriers) ซึ่งเกิดจากการผสมกันกับพันธุ์เทอร์เรียร์ท้องถิ่นขนาดเล็ก เชื่อกันว่าสุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ มีสายพันธุ์เชื่อมโยงกับแมนเชสเตอร์ เทอร์เรียร์ (Manchester Terrier) มอลทีส (Maltese) สกาย (Skye) แดนดี้ ดินมอนท์ (Dandie Dinmont) และ เพสลีย์ เทอร์เรียร์ (Paisley Terriers) โดยได้เข้าร่วมงานแสดงสุนัขปี 1861 ภายใต้ชื่อสก็อต เทอร์เรียร์ ต่อมาก็เป็นที่รู้จักใน นามสายพันธุ์ยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ และได้รับการยอมรับจากชมรมสุนัขแห่งบริเตน (British Kennel Club) ในปี 1886 เจ้ำของที่เหมำะสม ยอร์กเชียร์ เทอร์เรียเหมาะกับเจ้าของที่ต้องการสุนัขขนาดเล็กแต่นิสัยไม่เล็กตามขนาดตัว ไม่ระแคระคายเสียงดัง และชอบตัดแต่งขนสุนัข ยอกเชียร์ เทอร์เรียเป็นสุนัขอีกพันธุ์ที่ไม่ชอบถูกทิ้งไว้โดยล าพัง จึงเหมาะกับเจ้าของที่ชอบอยู่บ้าน สุขภำพและปัญหำที่มักพบ สุนขัยอรก์เชยีร์เทอรเ์รยีรค์อ่นขา้งอายุยนืแต่เสย่ีงเป็นโรคตา ปญัหาสะบา้หวัเขา่ทอ่ีาจเคล่อืน โรคกระดูก ต้นขาบางโรค นิ่วในกระเพาะปสัสาวะ รว่มกบัความผดิปกตขิองหลอดลมและโรคตบัโดยกา เนิด กำรออกก ำลังกำยของสุนัข เพื่อสุขภาพที่ดีและแข็งแรง สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ต้องได้ออกก าลังกายทุกวัน สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์ เรียร์ชอบเดินและวิ่งเหยาะ ๆ เป็นระยะทางไกลหากเป็นไปได้ แต่การเดินระยะสั้น ๆ ก็ท าให้พอใจแล้ว ตราบใดที่ได้หยุดดมกลิ่นและได้ท า
24 กิจกรรมฝึกสมองบ้าง สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ไม่ได้เป็นสุนัขสไตล์ตัวเล็กขี้อ้อน แต่ชอบวิ่ง กระโดดเก็บของ และเล่น เหมือนกับสุนัขพันธุ์ อื่นๆ ดังนั้นหากโตเต็มวัยแล้ว จ าเป็นต้องพาไปออกก าลังกายอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง พื้นที่ในกำรเลี้ยงสุนัข สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์รักการใช้ชีวิตในถิ่นชนบทพอ ๆ กับการอาศัยอยู่ในห้องพัก ขอแค่มีพื้นที่นอก บ้านให้ได้วิ่งออกก าลังกายหรือขับถ่ายก็พอแล้ว อย่างไรก็ตามเพื่อนบ้านของคุณอาจไม่ชอบเสียงเห่าของสุนัขพันธุ์นี้เท่าไหร่นัก ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์เป็นสุนัขสายพันธุ์เล็กมีอัตราการเผาผลาญพลังงานสูง ย่อย อาหารได้รวดเร็ว แต่ด้วยกระเพาะอาหารขนาดเล็ก ควรอาหารให้ปริมาณน้อย แต่แบ่งย่อยเป็นหลายมื้อ อาหารของสุนัขพันธุ์เล็กออกแบบ มาเป็นพิเศษให้มีสารอาหารส าคัญในปริมาณที่เหมาะสม และมีขนาดเม็ดที่เล็กพอดีกับขนาดปาก ซึ่งช่วยให้เคี้ยวง่าย ส่งผลดีต่อระบบย่อย อาหาร กำรดูแลขนสุนัข สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ต้องแปรงขนทุกวัน เพื่อไม่ให้ขนพันกัน ควรหมั่นสางขนโดยใช้ทั้งแปรงและหวี และต้อง แปรงออก ท าเช่นนี้ซ ้า ๆ จนกว่าปมที่ปลายขนจะหมดไป การใช้หนังยางรัดขนทิ้งไว้หลาย ๆ วันก็ท าให้ขนเสียเช่นกัน ควรตรวจดูว่ามี อุจจาระตดิขนใต้หางและบรเิวณรอบ ๆ หรอืไม่นอกจากน้ีกย็งัต้องแปรงฟนัทุกวนัเน่ืองจากปากทเ่ีล็กท าให้ฟนัเบยีด เสย่ีงต่อการฟนัผุ เมื่อช านาญแล้วการแปรงขนท าความสะอาดจะใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีต่อวัน กำรฝึ กสุนัข สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์มีความฉลาดแสนรู้อย่างไม่น่าเชื่อ และสามารถเรียนรู้พื้นฐานการออกก าลังกายได้ง่าย ๆ ถงึแมว้า่จะเชอ่ืฟังเจา้ของบา้งแค่บางครงั้บางคราว เพราะเสยีสมาธไิปกับสิ่งอื่นได้ง่าย ๆ สุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ควรได้รับการฝึกให้เดิน พร้อมปลอกคอและสายจูงตั้งแต่ยังเล็ก รวมถึงการฝึกให้เข้าสังคมในชั้นเรียนที่มีลูกสุนัขด้วยกัน เพื่อลดความวิตกกังวลเวลาอยู่ใกล้สุนัขตัว อื่น ๆหากต้องเลี้ยงพร้อมแมว ก็ควรหาผู้เพาะพันธุ์ที่มีทั้งลูกสุนัขและลูกแมวอยู่ด้วยกัน เพื่อสร้างความคุ้นเคยตั้งแต่ตอนยังเด็ก ๆ แต่ก็ อาจจะมีโอกาสที่จะไม่สามารถเข้ากับแมวแปลกหน้าได้ กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขสุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์และเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้ เคารพซง่ึกนัและกนัและอยู่ร่วมกนัไดอ้ย่างปลอดภยัอย่างไรกต็ามไม่ควรปล่อยใหเ้ดก็เลก็และสุนขัอยู่ดว้ยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุก ครั้งที่เด็กเล่นกับสุนัข ร ้ หูร ื อไม่ • แต่เดิมมีการเลี้ยงสุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ไว้ล่าและสังหารหนูในเหมืองถ่านหิน ด้วยขนาดตัวที่เล็ก ท าให้คนงานเหมืองพกพาใส่กระเป๋า ได้อีกด้วย • แม้จะมีการบันทึกว่าชิวาวาเป็นสายพันธุ์สุนัขที่เล็กที่สุดในโลก แต่สถิติสุนัขที่ตัวเล็กที่สุดในโลกตกเป็นของสุนัขยอร์กเชียร์ เทอร์เรียร์ที่มี ส่วนสูงมากกว่าเพียง 6 เซนติเมตร สุนัขลำบรำดอร์ สุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์เป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ มีรูปร่าง โครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ส่วนหัวใหญ่ มีดวงตาที่ดู อ่อนโยน เฉลียวฉลาด มีหางที่เป็นเอกลักษณคล้ายหางตัวนาก ขนที่สั้นและแน่น มีได้หลายสี ตั้งแต่ด าล้วน น ้าตาลทอง และสีน ้าตาล เมื่อ โตเต็มวัยจะสูง 56 - 57 ซม.และหนักประมาณ 30 กก. ส่วนเพศเมียสูงประมาณ 55 - 56 ซม. และหนักราวๆ 28 กก.
25 ลกัษณะนิสยั สุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์เป็นสุนัขยอดนิยมตลอดกาลและเป็นตัวเลือก1ใน3ของคนที่ตามหาสัตว์เลี้ยงประจ า ครอบครัว โดยเฉพาะเจ้าของที่ชอบการออกก าลังกาย สุนัขสายพันธุ์นี้เป็นมิตร มีนิสัยดี พร้อมมอบความรักให้กับทุกคน และยังเป็นสัตว์ที่ เข้าสังคม ปรับตัวเก่ง สร้างสัมพันธ์กับสัตว์อื่นๆและเด็กได้ดี เพราะมีความอดทนเชื่องแต่ก็ไม่ควรไปล ้าเส้นสุนัขลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ ซื่อสัตย์มากและชอบมีส่วนร่วมกับสมาชิกครอบครัวทุกเวลาและจะเห่าบอกเจ้าของเมื่อเจอคนแปลกหน้า แต่ก็พร้อมต้อนรับแขกเป็นอย่างดี ประวตัิและถิ่นกำ เนิด ประเทศต้นกำ เนิด: แคนาดา สุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ ไม่ได้มีต้นก าเนิดมาจากภูมิภาค ลาบราดอร์แต่เป็นพน้ืทช่ีายฝั่งเกาะนิวฟนัด์แลนด์ประเทศแคนาดา ในช่วงศตวรรษท่ี17 ชาวประมงได้ฝึกให้สุนัขสายพันธุ์นี้ช่วยเก็บแห จับปลาในน ้าที่หนาวเย็น และในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 มีการน าสุนัขพันธุ์นี้เข้าไปยังพูลฮาร์เบอร์ สหราชอาณาจักร เนื่องจากลักษณะที่สะดุด ตา ท าให้มีชาวอังกฤษขอซื้อต่อจากชาวประมงเป็นจ านวนมาก สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์นี้ได้รับการยอมรับโดยทันทีในฐานะสุนัขคาบเหยื่อ เอิร์ ลแห่งมาล์มสบรี (Earl of Malmesbury) ประทับใจสุนัขพันธุ์นี้มาก ซึ่งในขณะนั้นยังใช้ชื่อว่า พันธุ์เซ็นต์จอห์น (Saint John's breed) พอได้ เริ่มเพาะพันธุ์จึงได้ตั้งชื่อใหม่ว่า ลาบราดอร์ หรือ “แล็บ” สุขภำพและปัญหำที่มักพบ สุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์เสี่ยงเป็นโรคตาที่เกิดจากกรรมพันธุ์เหมือนกับอีกหลายสายพันธุ์ และยังมี ปญัหาเรอ่ืงขอ้ศอก ขอ้สะโพกเสอ่ืม จึงควรตรวจสุขภาพตาและสะโพกของสุนัขก่อนการเพาะพันธุ์ กำรออกก ำลังกำยของสุนัข สุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์พร้อมปรับเวลาออกก าลังกายเท่าที่เจ้าของจะเอื้อให้ได้แต่ก็ต้องการการออก ก าลังกายที่เพียงพอ โดยสุนัขที่โตเต็มวัยต้องการเวลาออกก าลังประมาณวันละ 2 - 3 ชั่วโมงเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง สุนัขลาบราดอร์ชอบเดิน เล่นระยะทางค่อนข้างไกล โดยอาจสลับกับการวิ่ง และเดินเล่นแบบไม่มีสายจูง ชอบเล่นเก็บของ ว่ายน ้า แต่เวลาอยู่ใกล้แหล่งน ้าก็ต้อง ระมดัระวงัอยา่งมากเพอ่ืความปลอดภยัของสุนขัสุนขัพนัธุน์ ้ีมแีนวโน้มน้ าหนักตวัมากเกนิ ปญัหาน้ีมกัเกดิจากการกนิเกง่และขาดการออก ก าลังกาย พื้นที่ในกำรเลี้ยงสุนัข สุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์เป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ บ้าพลังเยอะ และมีหัวใจคันทรี่ จึงต้องการพื้นที่อาศัยที่มี ขนาดใหญ่พอตัว ด้วยความบ้าพลังเยอะท าให้สุนัขพันธุ์นี้ชอบสวนกว้าง ๆ และชอบการออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข สุนัขพันธุ์ใหญ่ มื้ออาหารก็ย่อมใหญ่ตาม สุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ต้องการสารอาหารที่ สมดุล จ าเป็นจะต้องมีแร่ธาตุและวิตามินที่ต่างไปจากอาหารของสายพันธุ์เล็ก และมักมปีญัหาเรอ่ืงกระเพาะอาหารและทอ้งอดืดงันนั้ควรให้ กินอาหารในปริมาณน้อย แต่แบ่งย่อยเป็นหลายมื้อ เพื่อลดความเสี่ยงของอาการเหล่านี้ กำรดูแลขนสุนัข สุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์เป็นสุนัขที่ดูแลขนง่าย ขนชั้นนอกหนา และดก ขนชั้นในทนต่อความชื้นและสภาพอากาศ หนาวเย็น ดูแลรักษาง่าย เพียงแค่แปรงขนให้ทั่วตัวสัปดาห์ละครั้ง หรือถี่ขึ้นเมื่อถึงฤดูผลัดขน กำรฝึ กสุนัข สุนัขลาบราดอร์รทีรฟีเวอร์ช่นืชอบและสนุกไปกบัการฝึก ด้วยความฉลาด เช่อืฟังค าสงั่และชอบรกัการท ากจิกรรม รว่มกบัเจา้ของ แต่โดยทวั่ ไปสุนขัพนัธุน์ ้ีไมม่ ปีญัหาทน่ี่ากงัวล แต่กค็วรตอ้งควรไดร้บัการฝึกเพอ่ืใหส้มองไดพ้ฒันาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์อาจยังมีนิสัยร่าเริงแบบขั้นสุด และอาจจะชอบท าร้ายลายล้างสิ่งของหากไม่ได้ออกก าลังกายเพียงพอ เพราะเป็น วิธีปลดปล่อยพฤติกรรมเฉพาะสายพันธุ์ ด้วยความเป็นสายพันธุ์รีทรีฟเวอร์ การฝึกจึงจ าเป็นต้องเป็นไปในเชิงบวก อย่างการฝึกให้หา ของรางวัลที่ซ่อนอยู่ ถ้าเจอก็เอาไปได้เลย จะท าให้สุนัขมีความสุขมาก กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์และเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้ เคารพซง่ึกนัและกนัและอยู่ร่วมกนัไดอ้ย่างปลอดภยัอย่างไรกต็ามไม่ควรปล่อยใหเ้ดก็เลก็และสุนขัอยู่ดว้ยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุก ครั้งที่เด็กเล่นกับสุนัข ร ้ หูร ื อไม่ • แต่เดิมชาวประมงเลี้ยงสุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ไว้คอยช่วยงานคาบตาข่ายดักปลา • สุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ได้กลายมาเป็นสุนัขส าหรับท างานหลากหลายแบบ ได้แก่ ค้นหายาเสพติดและวัตถุระเบิด ท างานค้นหาและ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และอาจจะเป็นสุนัขน าทางผู้พิการทางสายตาด้วย • สุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์สุนัขยอดนิยมในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร • ในหนึ่งครอก ลูกสุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอรสามารถมีได้ทุกสี (ด า เหลือง และสีช็อกโกแลต) • สุนัขตัวแรกที่ท าให้โลกตื่นตัวเรื่องภาวะเบาหวานในสุนัขคือ สุนัขลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ ชื่ออาร์มสตรอง •
26 สนุัขอลำสกนัมำลำมิวท ์ สุนัขอลาสกนัมาลามวิทม์หีน้าตาคล้ายหมาป่า เป็นสุนัขสายพนัธุใ์หญ่รูปร่างสง่างามและมลีกัษณะเฉพาะของสายพนัธุส์ ปิตซ์ คือ หางม้วนโค้งไปถึงหลัง ขนหนา หูตั้ง และโครงหน้าคล้ายสามเหลี่ยมกลับหัว สุนัขอลาสกัน มาลามิวท์ เพศผู้หากโตเต็มวัยจะสูง 64-71 ซม. ส่วนเพศเมียจะสูง 58-66 ซม. และหนักประมาณ 38-56 กก. ขนของสุนัขพันธุ์นีมีหลากสีหลายเฉด ตั้งแต่สีขาวหรือเทาอ่อนไปจนถึงสี ด าจากสีทองไปจนถึงสีแดงและสีเงิน พร้อมลายต่าง ๆ ลกัษณะนิสยัถงึสุนัขอลาสกนัมาลามวิทจ์ะดูเหมอืนหมาป่า แต่มนีิสยัน่าเอน็ดูและเป็นมติร อาจไม่เหมาะกับมือใหม่หัดเลี้ยงสุนัข เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่ชอบขุดและเห่าหอน มีสัญชาตญาณในการล่าสูง โดยเฉพาะกับเหยื่อที่ตัวเล็กอย่าง กระรอก แมว และสุนัขขนาด เล็ก จึงจ าเป็นที่จะต้องฝึกให้เขาเข้าสังคมตั้งแต่เนิ่น ๆ และฝึกทักษะอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิต รวมถึงการฝึกเรียกให้มาหาด้วย ประวตัิและถิ่นกำ เนิด ประเทศต้นกำ เนิด: สหรัฐอเมริกา ชนเผ่าเร่ร่อน “อินูอิต” ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอลาสกา หรือที่เรียกว่าชาว “มาเลมุตส์” (Mahlemuts) น าสุนัขสายพันธุ์นี้มาช่วยลากของหนักในสภาพอากาศที่โหดร้ายและเป็นเพื่อนคู่ใจในการล่า สัตว์ สุนัขอลาสกัน มาลามิวท์ มีบรรพบุรุษเดียวกันกับสุนัขสายพันธุ์อื่นในแถบขั้วโลก เช่น ซามอยด์ และไซบีเรียนฮัสกี แต่สุนัขพันธุ์นี้ ไม่ได้เกิดมาเพื่อแข่งขันด้านความไว แต่เป็นด้านพละก าลัง สุนัขอลาสกัน มาลามิวท์มีขนหนาสองชั้น มีร่างกายก าย าแข็งแกร่งและอดทน จึงไม่แปลกที่สุนัขพันธุ์นี้จะช่วยลากหรือบรรทุกของในการเดินทางแถบขั้วโลกได้ สุขภำพและปัญหำที่มักพบ สุนขัอลาสกนัมาลามวิท์กเ็หมอืนสุนขัอกีหลายสายพนัธุท์อ่ีาจมปีญัหาตาตามกรรมพนัธุ์และปว่ยเป็นโรค ข้อสะโพกเสื่อม จึงควรตรวจสุขภาพตาและสะโพกของสุนัขก่อนผสมพันธุ์ กำรออกก ำลังกำยของสุนัข สุนัขอลาสกัน มาลามิวท์ต้องได้ออกก าลังกายอย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อวัน สุนัขพันธุ์นี้ชอบดึง จึงต้องฝึกเดิน ตามสายจูงแต่เนิ่น ๆ และควรหลีกเลี่ยงการออกก าลังกายอย่างหนักช่วงอากาศร้อน พื้นที่ในกำรเลี้ยงสุนัข บ้านหลังใหญ่พร้อมสวนที่มีรั้วรอบขอบชิดเป็นที่ที่เหมาะกับสุนัขอลาสกัน มาลามิวท์มาก เพราะสามารถ วิ่งเล่นได้ทุกวัน สุนัขพันธุ์นี้อาจจะไม่เหมาะกับการเลี้ยงในเมือง เพราะมักจะชอบหอน จะให้ดีควรเลี้ยงในบ้านที่อยู่ห่างไกลจากบ้านคนอื่น ๆ ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข สุนัขสายพันธุ์ใหญ่ ย่อมต้องการอาหารมื้อใหญ่และสารอาหารที่สมดุล มีแร่ธาตุและวิตามินที่ ต่างไปจากอาหารของสายพนัธุข์นาดเล็ก สุนัขอลาสกนัมาลามวิทม์กัมอีาการท้องอดืและปญัหาเกย่ีวกบักระเพาะอาหาร การใหสุ้นัขกนิ น้อยลงแต่บ่อยครั้งยิ่งขึ้นอาจช่วยลดความเสี่ยงของอาการเหล่านี้ได้ กำรดูแลขนสุนัข สุนัขอลาสกัน มาลามิวท์มีขนชั้นในที่หนาถึงสองนิ้วและขนชั้นนอกที่หนาและหยาบคลุมทับอีกชั้นหนึ่ง เป็นเครื่อง ปกป้องของสุนขัสายพนัธนุ์ ้ีจากสภาพอากาศทเ่ีลวรา้ยไดเ้ป็นอยา่งดีเพราะฉะนนั้สา หรับบ้านที่ติดตั้งระบบท าความร้อนแบบทั่วทั้งหลังอาจ ตอ้งเผชญิกบัปญัหาสุนขัทข่ีนหลุดรว่งเป็นอยา่งมาก การแปรงขนทุกวนัจะชว่ยแกไ้ขปญัหาขนหลุดรว่งน้ีได้ กำรฝึ กสุนัข เพราะด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ สุนัขพันธุ์นี้จ าเป็นต้องได้รับการฝึกพื้นฐาน เพราะสุนัขอลาสกัน มาลามิวท์มีสัญชาตญาน การลากเลื่อนอยู่มาก ดังนั้นการพาเดินต้องให้สุนัขน าและต้องใช้สายแบบคล้องตัวเพื่อจะได้หยุดสุนัขได้ในเวลาที่ต้องการ การเดินเล่นแบบ ทั่ว ๆ ไปเป็นสิ่งสุนัขอลาสกัน มาลามิวท์รู้สึกเฉย ๆ เพราะสุนัขพันธุ์นี้ต้องการการวิ่งและฝึกเล่นกีฬาอย่าง Canicross (วิ่งทางไกลพร้อม เจ้าของ) เพื่อปลดปล่อยพฤติกรรมดั้งเดิมของสุนัขสายพันธุ์นี้ สามารถพูดได้เลยว่าสุนัขอลาสกัน มาลามิวท์ต้องคู่กับเจ้าของที่กระตือรือร้น พร้อมให้สุนัขวิ่งออกก าลังไปด้วยกัน การฝึกให้สุนัขมาหาเวลาเรียกก็ส าคัญมาก ๆ ซึ่งควรสอนและฝึกให้สุนัข แต่อย่าคาดหวังมาก เวลาที่ออกไปข้างนอกแล้วสุนัขเจอเข้ากับกระรอก เพราะถ้าถึงเวลานั้นจะพูดอะไรไปสุนัขก็ไม่ได้ยินแล้ว หากต้องเลี้ยงสุนัขอลาสกัน มาลา มิวท์นี้ร่วมกับสัตว์อื่น ควรฝึกให้เข้าสังคมแต่เนิ่น ๆ และควรจับตาดูแลตลอดถึงจะผ่านการฝึกก็ตาม
27 กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขอลาสกัน มาลามิวท์และเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้เคารพ ซง่ึกนัและกนัถงึจะอยอู่ยรู่ว่มกนัไดอ้ยา่งปลอดภยัอยา่งไรกต็ามไมค่วรปล่อยใหเ้ดก็เลก็และสุนขัอยดู่ว้ยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุกครั้ง ที่เด็กเล่นกับสุนัข ร ้ หูร ื อไม่ • สุนัขอลาสกัน มาลามิวท์กับไซบีเรียน ฮัสกี้มีส่วนส าคัญกับเหตุการณ์ Serum Run ปี ค.ศ. 1925 ซึ่งสุนัขสองสายพันธุ์นี้นับ 150 ตัวได้ท า การขนยาปฏิชีวนะส าหรับรักษาโรคคอตีบไปทั่วรัฐอลาสก้าเป็นระยะทางกว่า 1000 กิโลเมตรในเวลาเพียง 5 วัน ช่วยเหลือชาวเมือง Nome และพื้นที่ข้างเคียงจากวิกฤติโรคระบาด • ในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีการใช้สุนัขอลาสกัน มาลามิวท์ 450 ตวัขนสง่เสบยีงไปใหก้องทพั ฝรงั่เศสทป่ีระจา อยตู่ามป้อมบนภเูขา • ก่อนหน้านี้มีการใช้สุนัขพันธุ์นี้เพื่อขนส่งจดหมาย และเสบียงให้กับกลุ่มคนที่บุกเบิกอลาสก้าในช่วงแรก ๆ • ในช่วงยุคตื่นทอง ก็มีการใช้สุนัขอลาสกัน มาลามิวท์ในการขนส่งอาหารและสิ่งของจ าเป็นตามเส้นทางต่าง ๆ ในหุบเขา • ยังมีการใช้สุนัขพันธุ์นี้เพื่อดมหากับระเบิด ขนอาวุธ และรับหน้าที่เป็นสุนัขค้นหาและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในสงครามโลกครั้งที่ 2 สุนัขอัฟกัน ฮำวด์ สุนัขอัฟกัน ฮาวด์ เป็นสุนัขล่าเนื้อที่ดูสง่าผ่าเผย ยืนตระหง่านอย่างงดงามและภาคภูมิใจ โดดเด่นด้วยขนยาวเป็นมันเงา เป็น สุนัขสายพันธุ์ใหญ่ เมื่อโตเต็มวัยอาจสูง 68 ถึง 74 ซม. โดยเพศเมียจะสูงน้อยกว่า อยู่ที่ประมาณ 63 ถึง 69 ซม. ขนมันเงางามมีครบทุกสี ตั้งแต่สีด าไปจนถึงสีเงิน อาจมีเพียงสีเดียวหรือไล่สี พร้อมลวดลายหลากหลาย น ้าหนักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25 กก. โดยมีช่วงน ้าหนักอยู่ที่ ประมาณ 20 ถึง 27 กก. ขึ้นอยู่กับเพศและรูปร่างของสุนัข ลกัษณะนิสยั สุนัขอัฟกัน ฮาวด์มักเมินคนแปลกหน้า จึงจ าเป็นต้องฝึกทักษะทางสังคมและทักษะอื่น ๆ ให้ลูกสุนัขแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝึกให้รู้จักชื่อตัวเอง และคุ้นเคยกับคนในครอบครัวหรือคนที่รู้จัก จะได้ไม่ท าตัวหมางเมินใส่ อัฟกัน ฮาวด์ถือเป็นสุนัข ที่ซื่อสัตย์และน่ารักมาก เป็นสุนัขที่ชื่นชอบการวิ่ง ไม่มีสิ่งไหนจะสร้างความสุขให้สุนัขพันธุ์นี้ได้ดีเท่าการปล่อยให้สุนัขอัฟกัน ฮาวด์ ประวตัิและถิ่นกำ เนิด ประเทศต้นกำ เนิด: อัฟกานิสถาน สุนัขพันธุ์ อัฟกัน ฮาวด์ เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดใน โลก ได้รับความสนใจจากโลกตะวันตกเป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 19 ประวัติของสายพันธุ์นี้ยังไม่แน่ชัด แต่มีต านานเล่าขานมากมาย ว่ากัน วา่มถีนิ่ฐานในอฟักานิสถาน และเลย้ีงเพอ่ืใชต้อ้นฝงูแกะและววัควาย ชว่ยล่ากวางภเูขา ละมงั่กระต่าย หรอืแมแ้ต่สตัวป์า่อยา่งหมาปา่หมา จิ้งจอก และเสือดาวหิมะ! สุขภำพและปัญหำที่มักพบ สุนขัอฟักนัฮาวดโ์ดยทวั่ ไปมสีขุภาพแขง็แรง และมปีญัหาเฉพาะของสายพนัธุบ์า้งเลก็น้อย กำรออกก ำลังกำยของสุนัข สุนัขอัฟกัน ฮาวด์ที่โตเต็มวัยต้องออกก าลังกายอย่างน้อย 2 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวัน เป็นสุนัขที่รักการวิ่งอย่าง อิสระ ชอบการไล่ล่า ต้องฝึกให้สุนัขจ าชื่อตัวเองให้ดีก่อนปล่อยให้ออกก าลังกายในพื้นที่เปิดโล่งและห่างไกลจากการจราจร
28 พื้นที่ในกำรเลี้ยงสุนัข สุนัขอัฟกันฮาวด์ เป็นสุนัขขนาดใหญ่จึงชอบพื้นที่กว้างทั้งในและนอกบ้าน สิ่งส าคัญที่สุดคือการได้วิ่งเล่น อย่างปลอดภัย ห่างไกลถนนและสิ่งอันตราย ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข สุนัขสายพันธุ์ใหญ่ต้องการสารอาหารที่สมดุล มีแร่ธาตุและวิตามินที่ต่างไปจากอาหารของสุนัข สายพนัธุเ์ลก็สุนขัอฟักนัฮาวดม์กัมปีญัหาเรอ่ืงกระเพาะอาหารและท้องอืด การให้สุนัขกินน้อยลง แต่กินบ่อยครั้งจะช่วยลดความเสี่ยงของ อาการเหล่านี้ได้ กำรดูแลขนสุนัข เจ้าของจะต้องมีเวลาและมีความอดทนในการดูแลขนของสุนัขอัฟกัน ฮาวด์ให้ยาว นุ่มสลวยและอยู่ในสภาพดีเสมอ โดยหมนั่แปรงขนใหเ้ขาทุกวนัเพอ่ืป้องกนัไมใ่หข้นพนักนัและอาบน้ าเป็นประจา เพอ่ืรกัษาความสะอาด เมอ่ืถงึเวลาผลดัขน ยงิ่ตอ้งดูแลเอา ใจใส่อย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ขนที่ขึ้นใหม่พันกับขนเก่า กำรฝึ กสุนัข สุนัขอัฟกันฮาวด์ไม่ชอบถูกฝึก แต่การฝึกให้เข้าสังคมและการฝึกใช้สายจูงแต่เนิ่น ๆ เป็นสิ่งจ าเป็น เจ้าของควร พยายามฝึกให้สุนัขมาหาเมื่อเรียกชื่อ แต่ถ้าเขาเห็นกระรอกเมื่อไหร่ก็อย่าคาดหวังสูง เพราะเมื่อไหร่ที่สุนัขอัฟกันฮาวด์มีโอกาสได้ล่าเหยื่อ หรือแค่วิ่งไปวิ่งมา เรื่องอื่นก่อนหน้านั้นก็ลืมจะไปจนหมดสิ้น หากต้องอยู่ร่วมชายคากับแมว ลูกสุนัขควรมาจากฟาร์มเพาะพันธุ์ที่เลี้ยงสุนัข และแมวด้วยกัน มิเช่นนั้นจะต้องให้เวลาและดูแลเขาสักพัก ไม่ควรปล่อยให้สุนัขอัฟกันฮาวด์อยู่กับแมวแปลกหน้าหรือสัตว์เล็กอื่น ๆ กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขอัฟกัน ฮาวด์และเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้เคารพซึ่งกัน และกนัถงึจะอยรู่ว่มกนัไดอ้ยา่งปลอดภยัอยา่งไรกต็ามไมค่วรปล่อยใหเ้ดก็เลก็และสุนขัอยดู่ว้ยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุกครงั้ทเ่ีด็กเล่น กับสุนัข ร ้ หูร ื อไม่ • ด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง เคยมีผู้ลองให้สุนัขอัฟกันฮาวด์ ไปทดลองวิ่งในสนามแข่งกับสุนัขเกรย์ฮาวด์ แต่ไม่ประสบความส าเร็จ เพราะสุนัข พันธุ์อัฟกันฮาวด์เป็นสุนัขฉลาดและเจ้าความคิด จะไม่สามารถบังคับให้วิ่งอยู่ในลู่ เพราะอัฟกันฮาวด์สามารถวิ่งตัดทางเพื่อดักหน้าเหยื่อได้ สบาย ๆ • สุนัขอัฟกันฮาวด์ เป็นหนึ่งในสุนัขสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุด ต านานเล่าว่าสายพันธุ์นี้เป็นหนึ่งในสัตว์ที่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นไปบนเรือโนอาห์ • สุนัขอัฟกันฮาวด์คือหนึ่งในสายพันธุ์สุนัขที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง • สุนัขอัฟกันฮาวด์ เป็นหนึ่งในสายพันธุ์สุนัขที่ปิกัสโซโปรดปราน สุนัขพันธุ์นี้มีต่อมกลิ่นอยู่บริเวณแก้มและส่งกลิ่นสาบเฉพาะตัวที่ว่ากันว่า ค่อนข้างหอมเลยทีเดียว สุนัขเกรย์ฮำวด์ สุนัขเกรย์ฮาวด์เปรียบเสมือนม้าแข่งแห่งโลกสุนัข เนื่องจากเป็นสุนัขที่วิ่งได้เร็วมาก มีลักษณะท่วงท่านุ่มนวลและสง่างาม สุนัข พันธุ์นี้มีกล้ามเนื้อและโครงสร้างแข็งแรง ขนสั้นเป็นเส้นขนที่ละเอียด มีทั้งสีด า ขาว แดง น ้าเงินคราม น ้าตาลทอง น ้าตาลอ่อน ลายเสือ หรือมีสีที่กล่าวมาทั้งหมดปนกับสีขาว เมื่อสุนัขเกรย์ฮาวด์ตัวโตเต็มวัย เพศผู้จะสูงถึง 71-76 ซม. หนักประมาณ 30-32 กก. ส่วนเพศเมียสูง 69-71 ซม. หนัก 27-30 กก.
29 ลกัษณะนิสยั สุนัขเกรย์ฮาวด์มีบุคลิกที่สงบนิ่ง และชอบอยู่ในบ้าน จะเรียกว่าเข้าขั้นขี้เกียจเลยก็ว่าได้ เป็นสุนัขที่สามารถจับ ความรู้สึกได้ไว เหมาะที่จะเป็นสัตว์เลี้ยงประจ าครอบครัวหากได้เจ้าของที่เหมาะสม แม้จะนิสัยจะอ่อนโยนโดยธรรมชาติ แต่ยังคงมี สัญชาตญาณนักล่า ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของจึงต้องเต็มใจยอมรับลักษณะนิสัยของ สุนัขพันธุ์นี้ สุนัขเกรย์ฮาวด์รักสมาชิกในครอบครัว แต่จะเย็นชากับคนแปลกหน้า โดยทั่วไปสามารถเข้ากันได้ดีกับสุนัขตัวอื่น ๆ ที่เลี้ยง แต่ส าหรับคนที่เลี้ยงแมวด้วยก็ต้องใช้ความระมัดระวัง เป็นพิเศษ ประวตัิและถิ่นกำ เนิด สุนัขเกรย์ฮาวด์เป็นหนึ่งในสายพันธุ์สุนัขยอดนิยมเมื่อเทียบกับบรรดาสุนัขทั้งหมด เพราะหากย้อนกลับไป ช่วง 4,000 ปีก่อนครสิตกาล ทงั้ฟาโรห์และผนู้ าในทวปีเอเซยีหรอืแอฟรกิาต่างกน็ ิยมสลกัรูปสุนัขเกรยฮ์าวด์ไวท้ห่ีลุมฝังศพ เคยมกีารใช้ สุนัขเกรยฮ์าวด์ไล่ล่าแอนทโีลป กวาง และหมาป่า ซง่ึได้รบัความนิยมอย่างสูง แพร่หลายส่งต่อไปยงัแถบเอเชยีตะวนัตก ยุโรป และเข้าสู่ เกาะบริเตน (สหราชอาณาจักร) ท าให้สุนัขเกรย์ฮาวด์กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะที่สืบทอดมา จนในปี ค.ศ. 1016 ก็มีเพียงชนชั้นสูง เท่านัน้ทไ่ีดร้บัอนุญาตใหค้รอบครองสุนขัเกรยฮ์าวด์ได้แรกเรมิ่มกีารใชง้านสุนขัพนัธุน์ ้ีเพอ่ืล่ากระต่ายป่า และใชใ้นกฬีาวงิ่แขง่ ในภายหลัง จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าสุนัขเกรย์ฮาวด์เป็นสุนัขที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก มีเพียงเสือชีตาห์เท่านั้นที่วิ่งเร็วกว่าสุนัขพันธุ์นี้ สุขภำพและปัญหำที่มักพบ สุนขัเกรยฮ์าวดถ์อืเป็นสนุขัพนัธุท์ม่ีสีุขภาพดีไมค่อ่ยมปีญัหาสุขภาพทเ่ีป็นเฉพาะของสายพนัธุน์ ้ี กำรออกก ำลังกำยของสุนัข แม้สุนัขเกรย์ฮาวด์จะเป็นสุนัขบ้านที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักวิ่ง แต่ก็ไม่จ าเป็นต้องออกก าลังกายมากนัก แค่วิ่งวัน ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 20 นาทีก็เพียงพอแล้ว สุนัขพันธุ์นี้เป็นที่รู้กันในนาม “จอมขี้เกียจความเร็วสูง” เพราะต้องออกก าลังด้วยการวิ่งเร็ว ๆ ไม่ใช่ การเดินเน้นระยะทาง ต้องมั่นใจจริง ๆ ว่าสุนัขสามารถวิ่งกลับมาหาได้ถ้าปล่อยออกจากสายจูงในที่สาธารณะ เพราะสุนัขเกรย์ฮาวด์มี สญัชาตญาณนกัล่า และจา เป็นตอ้งใสต่ะกรอ้ครอบปากไวเ้พอ่ืป้องกนัสตัวเ์ลก็ทส่ีา คญัคอือาจตอ้งสวมเสอ้ืกนัหนาวใหเ้มอ่ือากาศหนาวเยน็ ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข สุนัขพันธุ์ใหญ่ มื้ออาหารก็ย่อมใหญ่ตามเช่นกัน สุนัขเกรย์ฮาวด์ต้องการสารอาหารที่สมดุล จ าเป็นต้องมีแร่ธาตุและวิตามินที่ต่างไปจากอาหารของสายพันธุ์เล็ก สุนัขเกรย์ฮาวด์มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการท้องอืดและปญัหาอน่ืๆ ของ กระเพาะอาหาร การให้สุนัขกินอาหารปริมาณน้อย แต่บ่อยครั้ง จะช่วยลดความเสี่ยงของอาการเหล่านี้ได้ กำรดูแลขนสุนัข สุนัขเกรย์ฮาวด์เป็นหนึ่งในสายพันธุ์สุนัขที่ดูแลเรื่องขนได้ง่ายมาก เนื่องจากมีขนสั้น เส้นบางละเอียด ต้องการการ แปรงขนเพียงครั้งคราวก็เพียงพอแล้ว กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขเกรย์ฮาวด์และเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้เคารพซึ่งกันและ กนัเพอ่ืใหอ้ยู่ร่วมกนัได้อย่างปลอดภยัอย่างไรกต็ามไม่ควรปล่อยใหเ้ดก็เลก็และสุนัขอยู่ด้วยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุกครงั้ทเ่ีด็กเล่น กับสุนัข สุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อก สุนัขสายพันธุ์เล็กถึงปานกลางที่หน้าตาน่ารัก ท่วงท่าสง่างามอย่างสุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อก มีลักษณะที่เด่นสะดุดตาจากแผงขน รอบคอและอก พร้อมกับขนบริเวณขาและหางที่ยาวมากเป็นพิเศษ สุนัขพันธุ์นี้มีขนหลายสี หลากหลายลวดลาย และยังมีแบบผสมด้วย สามารถศึกษารายละเอียดได้จากมาตรฐานสายพันธุ์ เพศผู้ที่โตเต็มวัยสูงประมาณ 37 ซม. ส่วนเพศเมียสูง 35.5 ซม. น ้าหนักเมื่อโตเต็มวัย อยู่ระหว่าง 6 - 12 กก. ลกัษณะนิสยั สุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อก อาจจะดูสง่างามและนิ่มนวล แต่แท้จริงแล้วเป็นสายพันธุ์แข็งแรง เลี้ยงไว้ส าหรับใช้งาน และ ยังมีพลังงานล้นเหลือ เป็นสุนัขที่ทุ่มเทให้กับเจ้าของอย่างสุดชีวิต และมักจะท าตัวห่างเหินกับคนที่ไม่รู้จัก สุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อก มักตื่นตัว อยตู่ลอดเวลา พรอ้มสง่เสยีงบอกคุณทุกเรอ่ืง หากเจา้ของไมส่ามารถคุมสถานการณ์ได้กอ็าจจะสรา้งปญัหาใหก้บัเพอ่ืนบา้นดว้ยเชนกัน ่ ประวตัิและถิ่นกำ เนิด ประเทศต้นกำ เนิด: หมู่เกาะเชทแลนด์ สุนัขพันธุ์น้ีได้ช่ือมาจากเกาะเชทแลนด์ซ่ึงอยู่ทางฝั่ง ตะวันออกเฉียงเหนือของสก็อตแลนด์ ซึ่งเป็นสถานที่ก าเนิดและพัฒนาจนเกิดเป็นสายพันธุ์นี้ เดิมทีสุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อก หรือ “เชทตี้”
30 ถูกใช้งานเป็นสุนัขต้อนแกะและบางครั้งต้องทนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ยากล าบาก เชื่อกันว่าเชทตี้เกิดจากการผสมกันของสุนัขหลายพันธุ์ เช่น สปิตซ์และสก็อตติช ชีพด๊อก (Scottish Sheepdog) ต่อมาชายชาวเชทแลนด์ ชื่อ เจมส์ ล๊อกกี้ ได้น าราฟคอลลี่ (คอลลี่ขนยาว) พันธุ์ เล็กมาผสมจนเกดิเป็นสุนัขเชทแลนด์ชพีดอ็กสายพนัธุป์จัจุบนัส่งผลใหคุ้ณล๊อกกไ้ีดร้บัต าแหน่งเลขานุการคนแรกของสมาคมพฒันาพนัธุ์ สุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อกในปี 1908 สุขภำพและปัญหำที่มักพบ สุนัขพนัธุน์ ้ีไดช้อ่ืมาจากเกาะเชทแลนดซ์ง่ึอยู่ทางฝั่งตะวนัออกเฉียงเหนือของสกอ็ตแลนด์ซง่ึเป็นสถานท่ี ก าเนิดและพัฒนาจนเกิดเป็นสายพันธุ์นี้ เดิมทีสุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อก หรือ “เชทตี้” ถูกใช้งานเป็นสุนัขต้อนแกะและบางครั้งต้องทนอยู่ใน สภาพแวดล้อมที่ยากล าบาก เชื่อกันว่าเชทตี้เกิดจากการผสมกันของสุนัขหลายพันธุ์ เช่น สปิตซ์และสก็อตติช ชีพด๊อก ( Scottish Sheepdog) ต่อมาชายชาวเชทแลนด์ ชื่อ เจมส์ ล๊อกกี้ ได้น าราฟคอลลี่ (คอลลี่ขนยาว) พันธุ์เล็กมาผสมจนเกิดเป็นสุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อก สายพนัธุป์จัจุบนัสง่ผลใหคุ้ณล๊อกกไ้ีดร้บัต าแหน่งเลขานุการคนแรกของสมาคมพฒันาพนัธุส์ุนขัเชทแลนด์ชพีดอ็กในปี1908 กำรออกก ำลังกำยของสุนัข สุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อกต้องออกก าลังกายอย่างน้อยวันละชั่วโมง แต่ด้วยพลังงานที่เหลือล้น นอกจากการ เดินเล่นกับเจ้าของแล้ว สุนัขพันธุ์นี้ก็ยังชอบการฝึกฝน และมักท าผลงานได้ดีในเกมกีฬาต่างๆ ส าหรับสุนัข เช่น กีฬาที่เน้นความความ วอ่งไว กฬีาเน้นฟังคา สงั่และวงิ่แขง่คาบลูกบอล (flyball) พื้นที่ในกำรเลี้ยงสุนัข สุนัขเชทแลนด์ชีพด็อกไม่ได้ต้องการพื้นที่มากมาย จะเป็นบ้านหรือพาหนะก็อยู่ได้ โดยต้องไม่ใช้พื้นที่ เยอะ แต่ถ้าจะให้ดีบ้านที่เลี้ยงควรอยู่ห่างจากเพื่อนบ้านหรือความวุ่นวายจากการจราจรบนท้องถนน เพราะสุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อกมัก จรงิจงักบับทบาทสุนัขเฝ้าระวงัเป็นอย่างมาก และเป็นทรู้ดีว่าชอบส่งเสียงดัง ดังนั้นสุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อกจึงไม่เหมาะกับการเลี้ยงใน ่ี ห้องพักหรือตึกแถว ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข สุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อก เป็นสุนัขสายพันธุ์เล็กมีอัตราการเผาผลาญพลังงานสูง ย่อยอาหารได้ รวดเร็ว แต่ด้วยกระเพาะอาหารขนาดเล็ก ควรอาหารให้ปริมาณน้อย แต่แบ่งย่อยเป็นหลายมื้อ อาหารของสุนัขพันธุ์เล็กออกแบบมาเป็น พิเศษให้มีสารอาหารส าคัญในปริมาณที่เหมาะสม และมีขนาดเม็ดที่เล็กพอดีกับขนาดปาก ซึ่งช่วยให้เคี้ยวง่าย ส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหาร กำรดูแลขนสุนัข สุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อก ต้องดูแลเอาใจใส่ขนเป็นพิเศษ ขนชั้นนอกมีลักษณะยาว เหยียดตรง และมีขนชั้นในที่หนา สนั้ออ่นนุ่ม ควรหมนั่แปรงขนเป็นประจา ทุกวนัหากปล่อยใหข้นพนักนัจะเกดิเป็นปญัหาระยะยาว กำรฝึ กสุนัข สุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อกจัดเป็นสุนัขตัวเล็กที่เรียนรู้เร็ว มีความปราดเปรื่องสูง และพร้อมสนุกไปกับเจ้าของในการฝึก และการเล่นกีฬาต่าง ๆ สุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อกสามารถเรียนรู้ทุกสิ่งได้เท่าที่ขนาดตัวจะเอื้ออ านวย และการฝึกให้เงียบ รวมถึงการสั่งให้นั่ง และรอถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก การบอกว่า “ไปกันเลย” อาจจะไม่ใช่ปญัหา แต่ “หยุดและเงียบ” อาจจะท าใหเ้กดิเป็นปญัหาส าหรับกับ สุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อกได้ ด้วยความที่สุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อกเป็นสายพันธุ์รีทรีฟเวอร์ การฝึกจึงจ าเป็นต้องเป็นไปในเชิงบวก อย่างการฝึก ให้หาของรางวัลที่ซ่อนอยู่ถ้าเจอก็เอาไปได้เลย จะท าให้สุนัขมีความสุขมาก กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขสุนัขเชทแลนด์ ชีพด็อกและเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้ เคารพซึ่งกันและกัน และอยู่ร่วมกันไดอ้ย่างปลอดภยัอย่างไรกต็ามไม่ควรปล่อยใหเ้ดก็เลก็และสุนขัอยู่ดว้ยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุก ครั้งที่เด็กเล่นกับสุนัข ร ้ หูร ื อไม่ • แม้จะมีสุนัขหลายตัวได้เข้าไปอาศัยในท าเนียบขาว แต่มีแค่ประธานาธิบดี แคลวิน คูลิดจ์ เท่านั้นที่เลี้ยงและสร้างที่อาบน ้าส าหรับสุนัขเชท แลนด์ ชีพด็อกของเขาโดยเฉพาะ เพื่อคอยดูแลรักษาให้ขนสะอาดและหอมสดชื่นอยู่เสมอ • ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีศิลปินเพลงป็อปชื่อดังอย่างไมลีย์ ไซรัส ที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์เชทแลนด์ชื่อ "อีมู" เธอยังน ารูปสุนัขไปสักบนแขนอีกด้วย
31 สุนัขเชำเชำ (ขนหยำบ) สุนัขพันธุ์เชาเชาเป็นสุนัขตัวสั้น ตัน รูปทรงก าย าบึกบึน หางงอม้วนโค้งมาถึงหลัง กระพุ้งแก้มและลิ้นเป็นสีน ้าเงิน/ด า ส่วนขน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ขนหยาบและขนเรียบ และมีหลายสีตั้งแต่ ด า น ้าตาลแดง เทาด า น ้าตาลทอง ครีมหรือขาว เมื่อโตเต็มวัยเพศ ผู้จะสูง 48-56 ซม. และหนัก 26-32 กก. ส่วนเพศเมียจะสูง 46-51 ซม. และหนัก 20-25 กก. ลกัษณะนิสยั สุนัขเชาเชา (ขนหยาบ) มีความนิ่งสุขุม รักอิสระ แต่อาจดื้อบ้างบางครั้ง มีนิสัยติดคนเลี้ยงคนใดคนหนึ่งและอาจกัด คนได้หากรู้สึกถูกคุกคามหรือเห็นว่าเจ้าของโดนท าร้าย แม้หน้าตาอาจดูเหมือนหมีน่ากอดแต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้น เมื่อไม่นาน มาน้ีนกัพฒันาสายพนัธุไ์ดป้รบัปรุงสายพนัธุเ์ชาเชาใหเ้ป็นมติรยงิ่ขน้ึ โดยคาดวา่ ปญัหาเชาเชาอารมณ์ร้าย น่าจะเกิดจากขาดการฝึกหรือหัด ให้เขา้สงัคมตงั้แต่ยงัเป็นลูกสุนัข หากฝึกให้รู้จกัเดก็แมวหรอืสตัวเ์ล้ยีงในบา้นตงั้แต่ยงัเลก็อาจป้องกนั ปญัหาความเจา้อารมณ์ของสุนัข พันธุ์นี้ได้ ประวตัิและถิ่นกำ เนิด ต้นก าเนิดของสุนัขพันธุ์เชาเชานี้ยังเป็นปริศนา แต่คาดว่ามีที่มาจากประเทศมองโกเลียและแมนจูเรียซึ่ง เคยบริโภคเนื้อของสุนัขพันธุ์นี้ด้วยครั้งหนึ่งเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ นอกจากนี้ยังน าขนมาใช้เป็นเสื้อผ้า หลังจากนั้นก็มีการน าเข้ามายัง ประเทศจนียอ้นไปหลายศตวรรษก่อน สุนัขสายพนัธุน์ ้ีเคยเฝ้าศาสนสถานเพอ่ืป้องกนัวญิญาณรา้ย นอกจากนี้ยังเคยเป็นสุนัขล่าสัตว์ของ ขนุนาง ใชป้ ้องกนัผบูุ้กรุก ลากเล่อืนและเกวยีน รวมทงั้เฝ้าบา้นดว้ย คาดวา่สายพนัธุส์ ปิตซเ์องกพ็ฒันามาจากพนัธุเ์ชาเชา สุขภำพและปัญหำที่มักพบ สุนขัเชาเชาน้ีมกัมปีญัหาขอ้ศอกเสอ่ืม (elbow dysplasia) และปญัหาเปลอืกตา นอกจากน้ีอาจมปีญัหา เรอ่ืงขอ้สะโพกเสอ่ืมเหมอืนกบัสุนขัอกีหลายสายพนัธซุ์ง่ึจะน าไปสปู่ญัหาดา้นการเคล่อืนไหว จงึควรตรวจสะโพกของสุนขักอ่นผสมพนัธุ์ กำรออกก ำลังกำยของสุนัข สุนัขเชาเชา (ขนหยาบ) ไม่จ าเป็นต้องออกก าลังกายมากนัก เพียงแค่วันละชั่วโมงก็เพียงพอ สุนัขพันธุ์นี้ ชอบใช้ชีวิตกลางแจ้ง และชอบเล่นเงียบ ๆ ตามล าพังในสวน จึงควรจัดเตรียมที่ที่มีร่มเงาและอากาศเย็นสบายให้พักหลบอากาศร้อน หาก ออกกา ลงัมากเกนิไปตงั้แต่ยงัเลก็อาจทา ใหม้ ปีญัหาขอ้ไดเ้มอ่ือายุมากขน้ึเพราะฉะนนั้ควรดแูลใหด้เีวลาพาสนุขัพนัธนุ์ ้ีออกกา ลงักาย พื้นที่ในกำรเลี้ยงสุนัข สุนัขเชาเชาเป็นสุนัขขนาดใหญ่ที่มีนิสัยหวงถิ่น จึงต้องเลี้ยงในบ้านที่มีบริเวณกว้างขวาง และมีสวนที่กั้น รั้วแข็งแรงเป็นสัดส่วน ควรมีร่มเงาไม้ในบริเวณ เพื่อให้สุนัขพันธุ์นี้วิ่งเล่นกลางแจ้งได้โดยที่อุณหภูมิร่างกายไม่สูงเกิน ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข อาหารของสุนัขเชาเชา (ขนหยาบ) จ าเป็นต้องมีสารอาหารสมดุลครบหมู่ รวมถึงน ้าสะอาดด้วย ควรหมั่นตรวจสอบสภาพร่างกายของสุนัขอย่างสม ่าเสมอเพื่อให้สุนัขมีรูปร่างที่เหมาะสม และต้องให้อาหารอย่างน้อยวันละ 2 มื้อตาม ค าแนะน าของอาหารสุนัขที่ให้ กำรดูแลขนสุนัข ขนของสุนัขพันธุ์เชาเชานั้นเรียงตัวแน่นเป็นเส้นตรง พันธุ์ขนหยาบจะมีชั้นขนที่หยิกชี้แต่ไม่ยาวนัก ส่วนขนชั้นในจะ นุ่มคล้ายขนแกะ ส่วนขนรอบ ๆ คอ หลังและต้นขาจะหนากว่าบริเวณอื่น ต้องหมั่นแปรงขนหยาบส่วนนี้ทุกวัน ส่วนขนที่นุ่มนั้นจะสั้นกว่า และต้องแปรงขนส่วนนี้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง กำรฝึ กสุนัข สุนัขเชาเชาอาจไม่ชอบการฝึกให้เช่อืฟังค าสงั่แต่กค็วรได้รบัการฝึกใหเ้ดนิด้วยสายจูง และต้องได้รบการฝึกให้เข้า ั สังคมตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะสุนัขเชาเชาไม่ใช่สุนัขสังคมเท่าไหร่ ถึงจะไม่ถนัดนักแต่ก็ควรได้รับการฝึกให้อดทนต่อการพบปะสุนัขด้วยกันและ มนุษย์คน อื่น ๆ การฝึกสุนัขเชาเชาควรเป็นไปอย่างนุ่มนวล เพราะสุนัขสายพันธุ์นี้ไม่ชอบปฏิกิริยาที่แข็งกร้าว เช่น การดุบ่น ต่อว่า กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขเชาเชาและเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้เคารพซึ่งกันและกัน ถึงจะอยู่ร่วมกันไดอ้ยา่งปลอดภยัอยา่งไรกต็ามไมค่วรปล่อยใหเ้ดก็เลก็และสุนขัอยดู่ว้ยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุกครงั้ทเ่ีดก็เล่นกบัสุนขั ร ้ หูร ื อไม่ • สุนขัเชาเชามลีน้ิสเีทาด าหรอืด าเขม้ (เชน่เดยีวกบัพนัธุช์าเปย่หมขีวั้โลก และยรีาฟ!) • มฟีนัถงึ 44 ซี่ มากกว่าสุนัขสายพันธุ์อื่นที่มี 42 ซี่ • สุนัขเชาเชามีส่วนส าคัญต่อประวัติศาสตร์สังคมของจีน มีการบันทึกว่าจักรพรรดิในช่วงศตวรรษที่ 8 เลี้ยงสุนัขเชาเชาไว้ถึง 5,000 ตัว พร้อมมีนายพรานคอยดูแล 10,000 นาย • ซิกมันด์ ฟรอยด์ นักจิตวิเคราะห์ก็มักจะน าสุนัขเชาเชาของเขามาด้วยเวลาต้องตรวจคนไข้ ส่วนหนึ่งเพราะช่วยให้คนไข้ผ่อนคลายและเล่า ปญัหาของตนมากขน้ึและโจฟิสุนัขของเขาจะช่วยบอกได้ว่าเวลาในการตรวจคนไขแ้ต่ละคนครบก าหนดแล้ว ไม่ต้องหยบินาฬิกาพก ออกมาดูเวลา • เพราะสุนัขเชาเชามีเบ้าตาที่ลึก ท าให้การมองเห็นไม่ดีนัก เวลาเข้าไปหาควรเข้าหาจากด้านหน้า
32 สุนัขเฟรนช์ บูลด็อก สุนัขเฟรนช์ บูลด็อก เป็นสุนัขที่ใครเห็นก็จ าได้เพราะหูมีลักษณะคล้ายค้างคาวขนาดใหญ่ สุนัขเฟรนช์ บูลด็อกเป็นสุนัขขนาด เล็ก หน้าแบน ขนสั้นเป็นมันเงา มีหลายลาย เช่น ลายเสือ ลายแต้มหรือสีน ้าตาลทองล้วน เมื่อโตเต็มวัยจะสูงประมาณ 27-34.5 ซม. เพศผู้ จะหนัก 12.5 กก. ส่วนเพศเมียหนัก 11 กก. ลกัษณะนิสยั สุนัขเฟรนช์ บูลด็อก มีนิสัยรักสนุก มีพลังและใจดีกับคนที่ตนเองรัก เป็นสุนัขตัวเล็กที่ใจใหญ่กว่าตัว สู้ไม่ถอยเมื่อถูก สุนัขตัวอื่นเล่นงาน สุนัขบางตัวอ่านภาษาท่าทางจากใบหน้าแบนไม่ออก ยกเว้นสุนัขสายพันธุ์นี้ ประวตัิและถิ่นกำ เนิด สุนัขเฟรนช์ บูลด็อกเคยเป็นที่นิยมในหมู่ช่างท าลูกไม้ในมิดแลนด์เพราะหนุ่มสาวโรงงานนิยมพาสุนัขไปท างานด้วย ต่อมาเมื่อแรงงานย้ายไปค้าขายในฝรั่งเศส จึงน าสุนัขดังกล่าวมาผสมพันธุ์กับสุนัขหน้าสั้นจนได้ “เฟรนช์ บูลด็อก” ทเ่ีรารจู้กักนัในปจัจุบนั สุขภำพและปัญหำที่มักพบ ปญัหาสุขภาพหลกัของสุนัขเฟรนช์บูลดอ็กเกดิจากลกัษณะใบหน้าทแ่ีบน ซง่ึอาจก่อใหเ้กดิปญัหาระบบ ทางเดินหายใจ ท าให้หายใจล าบาก ดังนั้นจึงต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้ออกก าลังกายมากเกินไป และรักษาอุณหภูมิร่างกายไม่ให้สูงเกิน นอกจากนี้ยังเสี่ยงเป็นโรคผิวหนังติดเชื้อ ตา สะโพกและข้อศอกเสื่อม และความผิดปกติของกระดูกสันหลัง กำรออกก ำลังกำยของสุนัข สุนัขเฟรนช์ บูลด็อกไม่จ าเป็นต้องออกก าลังกายมากนักเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ออกก าลังกายเพียงวัน ละชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว เนื่องจากสุนัขสายพันธุ์นี้หน้าแบนจึงควรระวังไม่ให้อยู่ในที่ที่มีความร้อนมากเกินไป เพราะอาจมีภาวะช็อคจาก ความร้อนสูงและภาวะหายใจล าบากถ้าออกก าลังในสภาพอากาศที่ร้อน ควรพาน้องออกก าลังกายในตอนเช้าหรือเย็นหากเป็นฤดูร้อน พื้นที่ในกำรเลี้ยงสุนัข สุนัขเฟรนช์ บูลด็อกไม่ต้องการพื้นที่มากมาย จะเลี้ยงในห้องพักหรือบ้านเดี่ยวพร้อมสวนก็อยู่ได้หมด ตราบใดที่ยังได้ออกไปเดินเล่นออกก าลังกายและขับถ่ายบ้าง ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข สุนัขสายพันธุ์เล็กมีอัตราเผาผลาญพลังงานสูง ย่อยอาหารได้รวดเร็ว แต่ด้วยขนาดกระเพาะ อาหารที่เล็ก สุนัขเฟรนช์ บูลด็อกควรกินอาหารปริมาณน้อย แต่แบ่งย่อยเป็นหลายมื้อ อาหารของสุนัขพันธุ์เล็กออกแบบมาเป็นพิเศษให้มี สารอาหารส าคัญในปริมาณที่เหมาะสม และมีขนาดเม็ดที่เล็กพอดีกับขนาดปาก ซึ่งช่วยให้เคี้ยวง่าย ส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหาร กำรดูแลขนสุนัข สุนัขเฟรนช์ บูลด็อกดูแลขนง่าย ขนสั้นเรียงตัวชิดและเป็นเงา ไม่จ าเป็นต้องแปรงขนบ่อย เพียงสัปดาห์ละครั้งก็เกิน พอแลว้แต่ควรเชด็ทา ความสะอาดรอยพบัยน่บนใบหน้าของน้องหมาอยา่งสม่า เสมอ สว่นหเูองกม็กัมปีญัหาดว้ยเชน่กนัดงันนั้จงึตอ้งตรวจ อย่างสม ่าเสมอ กำรฝึ กสุนัข สุนขัเฟรนช์บลูดอ็กจดัวา่เป็นสนุขัจอมดอ้ืทไ่ีมค่อ่ยเชอ่ืฟัง และอาจล่มการฝึกดว้ย แต่หากใชค้วามอดทนพรอ้มกบัให้ ของรางวัลตอบแทน สุนัขพันธุ์นี้ก็สามารถฝึกพื้นฐานอย่างการนั่ง หมอบ เรียกให้มาหา และเดินด้วยสายจูงได้ กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขเฟรนช์ บูลด็อกและเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้เคารพซึ่งกัน และกัน ถึงจะอยรู่ว่มกนัไดอ้ยา่งปลอดภยัอยา่งไรกต็ามไมค่วรปล่อยใหเ้ดก็เลก็และสุนขัอยดู่ว้ยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุกครงั้ทเ่ีดก็เล่น กับสุนัข
33 ร ้ หูร ื อไม่ • สุนัขเฟรนช์ บูลด็อกเริ่มต้นชีวิตด้วยการอาศัยอยู่แถบชนบท แต่เมื่อชื่อเสียงเพิ่มพูนจากรูปลักษณ์ที่ไม่ซ ้าใครได้แพร่กระจายไปยังปารีส ก็มี ชาวปารีสที่รักการเข้าสังคมรับเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ไปเลี้ยง และได้ปรากฏในภาพวาดของ Degas และ Toulouse-Lautrec จนมีชื่อเสียง ทุก วันนี้ยังมีไปรษณียบัตรที่เป็นรูปสาวแต่งตัวน้อยชิ้นโพสต์ภาพกับสุนัขเฟรนช์ บูลด็อกอยู่ • เหตุผลหลัก ๆ ที่สุนัขเฟรนช์ บูลด็อกไม่สามารถว่ายน ้าได้ เนื่องจากจมูกที่สั้น ท าให้สุนัขต้องเอนตัวไปด้านหลังเพื่อให้จมูกกับปากอยู่พ้น น ้า ลักษณะหัวที่โต ขาที่สั้นยิ่งท าให้การลอยตัวท าได้ยาก • มีสุนัขเฟรนช์ บูลด็อกตัวหนึ่ง ชื่อ กาแม็ง เดอ ปีกอม จบชีวิตไปพร้อมกับโศกนาฏกรรมใหญ่อย่างการจมของเรือไททานิค ซึ่งเจ้าของได้ซื้อ สุนัขตัวนี้มาจากอังกฤษในราคา 150 ปอนด์ (เทียบเท่ากับ 13,000 ปอนดใ์นปจัจุบนั) และไดร้บัเงนิชดเชย 750 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นเงิน จ านวนมากในเวลานั้น • มีสุนัขเฟรนช์ บูลด็อก ชื่อบักซตัวหนึ่ง ได้คอยดูแลลูกลิงอุรังอุตังชื่อ มาโลน ที่โดนแม่ลิงในสวนสัตว์ Twycross ทิ้ง • สุนัขเฟรนช์ บูลด็อกเป็นสุนัขช่างพูด แม้จะไม่ค่อยเห่า แต่มักจะสื่อสารกับคุณผ่านการคราง อิ๋ง ๆ ท าเสียงในล าคอ และหาวปากกว้าง สนุัขเยอรมนัเชพเพิรด ์ สุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดเป็นสุนัขที่ใครเห็นก็รู้จักและจ าได้ว่าเป็นสายพันธุ์อะไร ลักษณะของสุนัขพันธุ์นี้มักจะมีกล้ามเนื้อที่ชัดเจน ดูตื่นตัว ท่วงท่าสง่างามและน่าเกรงขาม ปราดเปรียว สุขุม มีขนหลายสี (จากมาตรฐานสายพันธุ์) ขนชั้นนอกแข็งและหยาบ ส่วนขนชั้นใน หนา ความสูงที่เหมาะสมส าหรับเพศผู้ที่โตเต็มวัยคือ 63 ซม. ส่วนเพศเมียควรสูง 58 ซม. น ้าหนักอยู่ระหว่าง 30-36 กก. ลักษณะนิสยั สุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดจะผูกพันกับผู้ดูแลและอยากใช้เวลาด้วยกันให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้ว่าสุนัขพันธุ์นี้ จะต้องการคนดูแลเอาใจใส่ แต่ก็พร้อมตอบแทนด้วยความจงรักภักดี และซื่อสัตย์ ในทางกลับกัน ถ้าคุณไม่ได้ใส่ใจดูแลและฝึกสอนสุนัข เยอรมนัเชพเพริด์มากพอ สุนขักอ็าจขาดความมนั่ ใจและไมเ่ช่อืฟังได้สุนขัพนัธุน์ ้ีชอบเรยีนรแู้ละตอบสนองต่อการฝึกไดด้ ีพสิจูน์ไดผ้านผล่ การฝึกที่มักจะออกมาดีเยี่ยมเสมอ ประวตัิและถิ่นกำ เนิด ประเทศต้นกำ เนิด: เยอรมนี สุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดเกิดจากการผสมพันธุ์สุนัขเลี้ยงแกะหลากหลาย สายพันธุ์ ดั้งเดิมเลี้ยงไว้ใช้ควบคุมปศุสัตว์ สามารถสืบย้อนต้นก าเนิดสายพันธุ์นี้ได้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 สุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดได้รับการ เปิดตัวในงานแสดงครั้งแรกปี 1882 และต่อมาในปี 1899 ชมรมผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดแห่งเยอรมัน (Verein fur Deutsche Schaferhunde) ก็ได้ก่อตั้งขึ้น ชมรมนี้ได้พัฒนาสายพันธุ์สุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดเพื่อน าไปใช้ท างานกับต ารวจหรือทหาร เป็นการช่วย อนุรักษ์สายพันธุ์นี้ไม่ให้สูญพันธุ์ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่หลายประเทศเผชิญความยากล าบาก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ชาวเยอรมันใช้ สุนัขเยอรมนัเชพเพริด์เป็นสุนขัส่งสารและคน้หาผไู้ดร้บับาดเจบ็ทหารฝ่ายสมัพนัธมติรลว้นชน่ืชมในความเฉลยีวฉลาดและความกลา้หาญ ของสุนัขพันธุ์นี้ จึงได้น าสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดกลับประเทศของตนหลังสงครามจบลง ส่งผลให้สุนัขพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักในประเทศ อื่น ๆ ด้วย สุขภำพและปัญหำที่มักพบ สุนัขเยอรมนัเชพเพริด์เป็นสุนัขสายพนัธุท์ม่ีปีญัหาสุขภาพหลายประการ ได้แก่ โรคระบบทางเดนิอาหาร ภาวะกระเพาะอาหารขยายและบิดตัว (Gastric Dilation Volvulus) โรคเกย่ีวกบัไขสนัหลงัและลมชกันอกจากน้ีกย็งัมปีญัหาเร่อืงสะโพก และข้อศอกเสื่อม เช่นเดียวกับสุนัขพันธุ์อื่น ๆ จึงควรตรวจสุขภาพข้อสะโพกของสุนัขก่อนผสมพันธุ์
34 กำรออกก ำลังกำยของสุนัข ควรหมั่นพาลูกสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดไปออกก าลังกายอย่างสม ่าเสมอ แต่ระวังอย่าให้ออกก าลังมาก เกินไปเพราะอาจเกิดผลเสียต่อข้อต่อที่ก าลังพัฒนาอยู่และยังไม่แข็งแรงดีในระยะยาว ทั้งนี้ สุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดที่แข็งแรงโตเต็มวัย จะต้องออกก าลังกายวันละ 2 ชั่วโมงขึ้นไป ควบคู่กับกิจกรรมที่ช่วยฝึกสมอง พื้นที่ในกำรเลี้ยงสุนัข เนื่องจากสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดเป็นสุนัขขนาดใหญ่ที่การเติบใหญ่จะใช้เวลานาน ไม่เหมาะกับการเลี้ยงใน ห้องพักที่ต้องขึ้นลงทางบันได รวมถึงบ้านที่ไม่มีสวนรั้วล้อม จะเลี้ยงในเมืองหรือตามชนบทก็ไม่มปีญัหา แต่ควรมพีน้ืทใ่ีหเ้ดนิ ฝึกฝน และ วิ่งไปวิ่งมาได้ ด้วยนิสัยหวงและพร้อมคุ้มครองบ้าน ซึ่งเขตเมืองใหญ่ที่วุ่นวายจะกระตุ้นสัญชาตญาณนี้ได้ ควำมต้องกำรด้ำนสำรอำหำรของสุนัข สุนัขพันธุ์ใหญ่ มื้ออาหารก็ย่อมใหญ่ตามไปด้วย สุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดก็ต้องการสารอาหารที่ สมดุลเช่นกนัจ าเป็นจะต้องมแีร่ธาตุและวติามนิทต่ี่างไปจากอาหารของสายพนัธุ์เล็ก สุนัขเยอรมนัเชพเพริ์ดมกัมปีญัหาเร่อืงกระเพาะ อาหารและท้องอืด ดังนั้นควรให้กินอาหารในปริมาณน้อย แต่แบ่งย่อยเป็นหลายมื้อ เพื่อลดความเสี่ยงของอาการเหล่านี้ กำรดูแลขนสุนัข ควรดูแลท าความสะอาดขนของสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดสัปดาห์ละหลาย ๆ ครั้ง โดยออกแรงพอประมาณขณะแปรงขน เพื่อดึงเอาเศษขนที่ตายหรือใกล้หลุดร่วงออก หากสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดขนยาวก็จ าเป็นต้องสางขนด้วย ไม่จ าเป็นต้องเล็มขน และควร อาบน ้าให้เท่าที่จ าเป็นเท่านั้น สุนัขพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ที่มีการผลัดขน แต่ยิ่งคุณดูแลขนให้บ่อยมากเท่าใด สุนัขก็ยิ่งผลัดขนน้อยลงเท่านั้น กำรฝึ กสุนัข ควรให้เข้าสังคมตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัข และควรฝึกประจ า เพื่อให้สุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดได้เติบโตอย่างมั่นใจและมี ความสุขเวลาได้อยู่ท่ามกลางผู้คน สัตว์อื่น ๆ ฝูงปศุสัตว์ และเด็กเล็ก สุนัขพันธุ์นี้ต้องรับมาเลี้ยงจากผู้เพาะพันธุ์ที่เข้าใจและให้ความส าคัญ กับการฝึกพฤติกรรมให้เหมาะสมและการฝึกให้เข้าสังคมตั้งแต่วัยแรกเกิดเท่านั้น เพราะโดยเฉพาะกับสายพันธุ์นี้ที่ถูกกระตุ้นง่ายพันธุ์นี้ สุนัขพันธุ์นี้จะฝึกง่ายหากคุณให้รางวัลตอบแทนความพยายาม แต่ต้องใช้ความอดทนสูง เพราะสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดแม้จะเติบโตมักใช้ เวลาในการเติบโต และมักเจ็บปวดกับการถูกเข้าใจผิดว่าโตเต็มวัยแล้ว ด้วยรูปร่างที่ใหญ่โต แต่จิตใจยังเป็นเด็ก สุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดที่ ผ่านการฝึกมาอย่างดีจะสามารถท างาน เล่นกีฬา หรือท ากิจกรรมได้หลายอย่าง ตามข้อมูลสุนัขพันธุ์นี้แรกเริ่มได้รับหน้าที่เป็นสุนัขน าทางผู้ พิการทางสายตา ไม่ใช่สุนัขควบคุมปศุสัตว์หรือใช้ในการทหาร กำรอย่รู่วมกบัเดก็ของสนุัข แม้สุนัขส่วนใหญ่จะเป็นมิตรกับเด็ก แต่ทั้งสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดและเด็กจะต้องได้รับการฝึกให้เคารพซึ่ง กันและกัน และอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตามไม่ควรปล่อยให้เด็กเล็กและสุนขัอยู่ดว้ยกนัตามล าพงัควรเฝ้าระวงัทุกครงั้ทเ่ีดก็ เล่นกับสุนัข ร ้ หูร ื อไม่ • สุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดสามารถท างานได้หลากหลายแบบ แต่ที่คนส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยก็คือ เป็นสุนัขที่น าทางผู้พิการทางสายตา และด้วย ส่วนสูงที่พอเหมาะ ท าให้สุนัขพันธุ์นี้เข้ากันกับผู้พิการทางสายตาที่เป็นอดีตทหารได้อย่างดี เพราะสุนัขลาบราดอร์และโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ (หรือพันธุ์ผสมระหว่างกัน) มีขนาดตัวที่เตี้ยเกินไป และเป็นที่นิยมส าหรับเจ้าของที่ตัวสูง แต่ปริมาณการผลัดขนที่เยอะ ท าให้ไม่เป็นไม่เป็น ที่นิยมนัก • ก่อนจะมีภาพยนตร์เรื่อง Lassie สุนัขตัวแรกที่ได้เป็นดาราภาพยนตร์ก็คือสุนัขเยอรมันเชพเพิร์ด ชื่อว่า ริน ทิน ทิน ซึ่งได้รับการช่วยเหลือ ตั้งแต่ยังเด็กในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ปี 1918 โดยทหารอเมริกันชื่อ ลี ดันแคน ได้เล่นถึง 26 เรื่อง มีรายการวิทยุเป็นของตัวเอง แถมยัง มีเชฟส่วนตัวอีกด้วย • สุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดมีความชาญฉลาดสูง สามารถเข้าใจเทคนิคใหม่ ๆ และฝึกความประพฤติได้ในเวลาสั้น ๆ • หลังจากสงครามโลก ชาวอเมริกันและยุโรปรู้สึกกังวลกับค าว่าเยอรมันในชื่อของสุนัขพันธุ์นี้ จึงมีการเปลี่ยนชื่อสายพันธุ์เป็น อัลเซเ ชียน (Alsatian Wolf Dog) แทน และทุกวันนี้ก็ยังมีผู้คนใช้ชื่อเรียกนี้อยู่ • สุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดได้รับความนิยมสูงและเป็นสุนัขยอดนิยมอันดับสองของชมรมคนเลี้ยงสุนัขของอเมริกา รองจากสายพันธุ์ลาบราดอร์
35 โกลเด ้ น รีทริฟเวอร ์(Golden Retriever) ส าหรับคนรักสุนัขทั้งหลายคงไม่มีใครไม่รู้จัก โกลเด้น รีทริฟเวอร์ (Golden Retriever) ด้วยขนาดตัวที่พอเหมาะ สายตาที่ อ่อนโยน เป็นมิตร ร่าเริง ขนสีทองอร่าม และหางเป็นแพคล้ายขนนกที่แกว่งไปมาตลอดเวลา บทความนี้จะพามาท าความรู้จักกับสุนัขพันธุ์ โกลเด้น รีทริฟเวอร์ในทุกแง่มุม ทั้งภาพรวมของสายพันธุ์ และเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพ และกิจกรรมที่เหมาะสม ลกัษณะนิสยั สุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ นั้นเป็นสุนัขที่เป็นมิตรและนิสัยดีเป็นอันดับต้นๆ ในบรรดาสุนัขทั้งหมด แต่เดิมสุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ ถูกปรับปรุงพันธุ์มาเพื่อเป็นผู้ช่วยของบรรดาผู้ที่ชื่นชอบการล่านกเป็ดน ้า สุนัขพันธุ์นี้จึงค่อนข้างแอคทีฟ และมีพลังงานสูง มี นิสัยชอบคาบ รวมถึงกัดแทะสิ่งของต่าง ๆ นอกจากจะเป็นผู้ช่วยที่ดีในเกมกีฬาแล้ว สุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ ยังท าหน้าที่เป็นสมาชิก ครอบครัวได้อย่างดีเยี่ยมสุนัขพันธุ์นี้ชอบเป็นที่รักและจุดสนใจของผู้คน ชอบอ้อนเอาใจเจ้าของ เรียกได้ว่าเป็นสุนัขที่ชอบเข้าสังคมที่สุด จึง แทบไม่มปีญัหาในการอยู่ร่วมกบัคนหรอืสงิ่มชีวีติชนิดอ่นืเลย แต่ในทางกลบักนัการทป่ีล่อยโกลเด้น รทีรฟิเวอรไ์วต้วัเดยีว อาจท าใหสุ้นัข รูส้กึเหงา และอาจน าไปสปู่ญัหาพฤตกิรรมบางอยา่ง เช่น การกดัแทะเฟอรน์ ิเจอร์เป็นต้น ดังนั้นหากคิดที่จะเลี้ยงสุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ คุณต้องมั่นใจว่าคุณจะมีเวลาเล่น หรืออย่างน้อยที่บ้านควรมีคนอยู่เป็นเพื่อนกับเขา ยิ่งไปกว่านั้นสุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ ยังเป็นสุนัข ที่มีความเป็นเด็กสูง ทั้งนิสัยและพฤติกรรมแบบลูกสุนัขอาจติดตัวเขาไปจนกระทั่งอายุ 2 - 3 ปี (ในบางตัวอาจเป็นตลอดชีวิต) อีกทั้งยังเป็น หนึ่งในสายพันธุ์ที่ฉลาดมาก สามารถฝึกฝนและจดจ าบทเรียนได้ดี แต่เนื่องจากนิสัยที่เหมือนเด็ก จึงพบว่าหลายครั้งสุนัขพันธุ์ก็นี้ถูกชักจูง และท าให้เสียสมาธิได้ง่าย เพราะฉะนั้นในการฝึกแต่ละครั้งอาจต้องใช้ระยะเวลาแค่สั้น ๆ แต่อาศัยการฝึกบ่อย ๆ และที่ส าคัญการฝึกให้ลูก สุนัขเข้าสังคมได้ออกไปเจอผู้คน สิ่งมีชีวิต หรือเสียงที่หลากหลายตั้งแต่เด็ก จะช่วยให้พวกเขาโตมาเป็นสุนัขที่นิ่งมากขึ้น ประวตัิควำมเป็นมำ ประเทศต้นกำ เนิด:อังกฤษ หลายคนเข้าใจว่าสุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ สืบเชื้อสายมาจากสุนัขพันธุ์ Russian Sheepdog ที่ถูกซื้อมาจากคณะละครสัตว์ แต่ในความเป็นจริงแล้วสุนัขพันธุ์นี้ถูกพัฒนาสายพันธุ์ในประเทศสก็อตแลนด์ โกลเด้น รีทริฟเวอร์ ถูกเปิดตัวให้เป็นที่รู้จักครั้งแรกที่ The Kennel Club of England ประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1911 โดยช่วงแรกสายพันธุ์นี้ถูก บันทึกไว้ว่าเป็น “Retriever-Yellow of Golden” และต่อมาถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น Golden Retriever ในปี ค.ศ. 1920 และถูกน าเข้าไปที่ ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1925 และถูกบันทึกสายพันธุ์โดย American Kennel Club (AKC) ปจัจุบนัสุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ กลายเป็นสายพันธุ์สุนัขที่คนนิยมเลี้ยงเป็นอันดับ 2 ของประเทศสหรัฐอเมริกา มาตรฐานสายพันธุ์โกลเด้น รีทริฟเวอร์ สุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ จัดเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ ประเภทสุนัขเพื่อการกีฬา (Sporting dog) โดยมีความสูงประมาณ 21 - 24 นิ้ว และมี น ้าหนักอยู่ที่ 25 – 35 กิโลกรัม และมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 10 – 12 ปี มีเฉดสีตั้งแต่น ้าตาลเข้ม สีเหลืองทอง ไปจนถึงสีเหลืองอ่อน สุขภำพและปัญหำที่มักพบ ถึงแม้ว่าสุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ จะถูกจัดเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ ที่มีรูปร่างสมส่วนและโครงสร้างกล้ามเนื้อที่ แขง็แรง แต่สุนขัสายพนัธุน์ ้ีกม็โีรคประจา พนัธุ์จากนิสยัชอบเล่น แอคทฟีทา ใหป้ญัหาทม่ีกัพบในสุนขัสายพนัธุน์ ้ีเป็นเร่อืงกระดูกและข้อต่อ เกดิปญัหาผวิหนงัไดง้า่ยเน่ืองจากชอบเล่นน้ า โรคกระเพาะอาหารขยายและบดิตวัจากการกนิแลว้ออกกา ลงักาย รวมทงั้ปญัหาหลอดเลอืด หัวใจตีบที่เกิดสืบเนื่องมาจากการสะสมไขมันในร่างกาย เป็นต้น • ปัญหำเกี่ยวกบัข้อต่อ เช่น ข้อสะโพกเสื่อม (Hip dysplasia) ท่เีป็นปญัหาท่พีบได้บ่อยในสุนัขพนัธุ์ใหญ่ซ่ึงสามารถถ่ายทอดทาง พนัธุกรรมได้โดยสุนัขมกัแสดงอาการเจบ็ขาหลงัเวลาเดนิหรอืลุกยนื ปญัหาเหล่าน้ีสามารถป้องกนัได้ด้วยการออกก าลงักายในระดบัท่ี เหมาะสม เพื่อลดการสะสมของไขมันในร่างกาย ร่วมกับการให้อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุล เช่น PRO PLAN® LARGE ADULT และ PRO PLAN® LARGE PUPPY ซึ่งมีสารอาหารที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูกและข้อต่อในสุนัขด้วยกลูโคซา มีนจากธรรมชาติ และช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และยังมีสารสกัดจากโคลอสตรัมที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันใน สูตรลูกสุนัข • โรคภมูิแพ้(Allergies) สุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ มักจะมีผิวหนังที่บอบบางและแพ้ง่ายจากหลากหลายสาเหตุ ตั้งแต่อาหาร สารเคมี ไป จนถึงเกสรดอกไม้ ดังนั้นเจ้าของจึงต้องหมั่นสังเกต หากพบว่าสุนัขมีอาการเลียเท้าหรือบริเวณหน้าบ่อย ไปจนถึงมีปื้นแดงบริเวณดังกล่าว อาจหมายถงึสุนขักา ลงัแพอ้ะไรบางอย่าง นอกจากน้ีอกีหน่ึงทางเลอืกทช่ีว่ยป้องกนัได้คอืการเลอืกใหอ้าหารสุนัขทเ่ีหมาะสา หรบัสุนัขทแพ้่ี ง่าย เช่น PRO PLAN® ALL SIZE Adult Sensitive Skin & Stomach ที่ท ามาจากโปรตีนคุณภาพสูง อย่างเนื้อปลาแซลมอนและทูน่า ซึ่ง อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง และท างานร่วมกับโอมก้า 6 ช่วยบ ารุงผิวหนังให้แข็งแรงและขนสวยเงางาม นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจาการแพ้โปรตีนจากไก่ได้อีกด้วย
36 • โรคกระเพำะอำหำรขยำยและบิดตวั(Gastric dilatation volvulus: GDV) โรคนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินในสุนัขที่อาจอันตรายถึงขั้น เสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาทันที โรคนี้มักเกิดขึ้นในสุนัขพันธุ์กลางถึงใหญ่ โดยเฉพาะหลังจากที่สุนัขกินอาหารหรือน ้าเข้าไปใ น ปริมาณมากแล้วออกก าลังกายอย่างหนักทันที สาเหตุเกิดจากกระเพาะอาหารขยายตัวมากแล้วเกิดการบิดตัวจนสุนัขเสียชีวิตจาก ภาวะช็อค โรคนี้สังเกตได้จากช่วงหลังกินอาหารแล้วสุนัขมีท้องขยายใหญ่ น ้าลายไหลมาก กระสับกระส่าย ท าท่าทางคล้ายจะอาเจียนแต่ไม่ มีอะไรออกมา สุนัขมีอาการเกร็งท้องอย่างมาก ไม่ยอมให้เจ้าของจับบริเวณท้อง หากมีอาการเหล่านี้ให้รีบพาสุนัขไปที่โรงพยาบาลสัตว์หรือ คลินิกโดยด่วนที่สุด • โรคลิ้นหวัใจเอออรต์ ิกตีบ (Subvalvular aortic stenosis) เกิดจากช่องรอยต่อระหว่างหัวใจห้องล่างซ้ายกับหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ ตาตีบ ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่เพียงพอ อาจท าให้สุนัขเป็นลม หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งในบางครั้งโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ อาจ เป็นผลมาจากไขมนัในเลอืดสูง ดงันัน้อกีหน่ึงทางเลอืกในป้องกนัคอืการควบคุมไม่ให้สุนัขน้ าหนักเกนิ โดยการออกก าลงักายในระดบัท่ี เหมาะสม เพื่อลดการสะสมของไขมันในร่างกาย อำหำรและโภชนำกำร ด้วยลักษณะนิสัยที่ชอบท ากิจกรรม โกลเด้น รีทริฟเวอร์ ที่มีความคล่องแคล่วว่องไว มีความต้องการ พลังงานสูง แต่ในขณะเดียวกนัก็มีปญัหาเร่ืองกระดูกและข้อต่อ โรคภูมแิพ้ดงันัน้เจ้าของสุนัขจงึควรพจิารณาความต้องการอาหาร ดังต่อไปนี้ พลังงำน เช่น ควรเลือกอาหารที่มีปริมาณพลังงานสอดคล้องกับความต้องการของสุนัขในแต่ละช่วงอายุ ควรลดการให้อาหารที่มีไขมันสูง มาก เพื่อลดการสะสมของไขมนัในร่างกาย ท่อีาจเป็นสาเหตุให้สุนัขน้ าหนักเกนิเสย่ีงต่อการเกดิ ปญัหาเร่อืงกระดูกและข้อต่อตามมา โปรตีน ควรพิจารณาเลือกอาหารที่ประกอบด้วยวัตถุดิบที่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง เพื่อหลีกเลี่ยงการแพ้ วิตำมิน แร่ธำตุและสำรเสริมอื่น ๆ ถือเป็นสารอาหารที่จ าเป็นต่อการเสริมสร้างให้สุนัขมีโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อที่แข็งแรง และ ช่วยลดการอักเสบบริเวณข้อต่อ จากกลูโคซามีน และสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย กรดไขมัน เช่น โอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ที่มีส่วนช่วยในการลดการอักเสบ เช่น การอักเสบของข้อ อีกทั้งยังส าคัญต่อการบ ารุงขนและ ผิวหนังอีกด้วย จึงควรเลือกอาหารที่ประกอบด้วยกรดไขมันเหล่านี้ในปริมาณที่เพียงพอต่อสุนัขโตเต็มวัยในแต่ละช่วงวัย ดังนั้นผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทริฟเวอร์ จึงควรเลือกอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการที่ครบถ้วน เช่น PRO PLAN® ซึ่งมีทั้งสูตร ส าหรับลูกสุนัข PRO PLAN® LARGE Puppy ซึ่งมีสารสกัดจากโคลอสตรัมช่วยเสริมภูมิคุ้กันของลูกสุนัข และเสริมความแข็งแรงของ กระดูกและข้อต่อด้วยกลูโคซามีนจากธรรมชาติ และสูตรส าหรับสุนัขโต PRO PLAN® LARGE Adult ซึ่งมีกลูโคซามีนจากธรรมชาติช่วย เสริมความแข็งแรงของกระดูกและข้อต่อ พร้อมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย สุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทริฟเวอร์ยัง เสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่าย ดังนั้นอาหารสุนัข PRO PLAN® ALL SIZE Adult Sensitive Skin & Stomach ซึ่งประกอบด้วยแหล่ง โปรตีนจากปลาแซลมอนและทูน่า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยลดโอกาสแพ้โปรตีนจากเนื้อไก่ และลดอาการอักเสบของผิวหนังได้ สิ่งส าคัญที่ขาดไม่ได้คือผู้เลี้ยงต้องคอยประเมินน ้าหนักตัวของสุนัขอย่างสม ่าเสมอ เนื่องจากโกลเด้น รีทริฟเวอร์ เป็นสุนัขที่เสี่ยงต่อภาวะ อว้น เราจงึตอ้งควบคุมอาหารและออกกา ลงักายอย่างเครง่ครดัและเหมาะสม เพอ่ืป้องกนัไมใ่หเ้กดิปญัหาเรอ่ืงโรคอว้นทอ่ีาจเป็นสาเหตุของ การเกิดโรคอื่น ๆ ทั้งโรคหัวใจ โรคกระดูกและข้อ ตามมาในภายหลัง กำรดูแลขน เนื่องจากสุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ เป็นสุนัขที่มีขนยาวปานกลางอีกทั้งยังชอบเล่นน ้ามาก การดูแลขนจึงเป็นเรื่องที่ เจา้ของต้องท าเป็นประจ า เพอ่ืป้องกนัไม่ให้ขนสุนัขพันกัน นอกจากนี้สุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ ยังเป็นสุนัขที่มีการผลัดขนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นก่อนที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ เบื้องต้นต้องเข้าใจก่อนว่าขนของสุนัขอาจไปติดอยู่ตามตัว เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้แต่ในอาหาร ดังนั้นการ แปรงขนเป็นประจ าและการดูดฝุ ่นทุกวนัจงึเป็นสงิ่ทค่ีวรท าเพอ่ืลดโอกาสทข่ีนกระจายอยู่ในทุก ๆ มุมของบา้น และเน่ืองจากสุนัขโกลเดน้ รทีรฟิเวอร์เป็นสุนัขทม่ีขีนยาวปานกลาง คุณจงึไม่จ าเป็นต้องตดัขนพวกเขากไ็ด้อาจแค่เลม็ขนบรเิวณใต้ฝ่าเทา้เพ่อืกนัล่นืหรอืบรเิวณ อวยัวะทใ่ีชข้บัถ่ายเพอ่ืป้องกนสิ่งสกปรกหมักหมม ั สุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ อาจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ เนื่องจากความชื้นที่สะสม บริเวณผิวหนังและขน แต่โชคดีที่การอาบน ้าไม่เป็นอุปสรรคส าหรับสุนัขสายพันธุ์นี้ คุณสามารถอาบน ้าให้สุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ ได้บ่อย เท่าที่ต้องการ แต่ไม่ควรอาบบ่อยเกินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพราะอาจท าให้ผิวหนังสุนัขแห้ง จนเกิดอาการคันหรือเกิดรังแคตามมาได้ การดูแล สุขภาพและความสะอาดพน้ืฐานอน่ืๆ เชน่สุขภาพชอ่งปาก การแปรงฟนัการลา้งหูและการตดัเลบ็ควรทา เป็นประจา อยา่งน้อยสปัดาหล์ะ ครั้ง สุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ เป็นสุนัขที่มีพลังงานและความต้องการออกก าลังกายสูง เจ้าของจึงควรพาสุนัขไปออกก าลังกายอย่าง เหมาะสม เช่น พาออกไปเดินนอกบ้าน เล่นคาบสิ่งของ หรือว่ายน ้าอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพราะการปล่อยให้เขาวิ่งเล่นภายในบ้าน อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอส าหรับสุนัขสายพันธุ์นี้ เพราะสุดท้ายเมื่อเขาเริ่มเบื่อ เขาอาจหันไปท าลายสิ่งของแทน อีกอย่างการที่ได้ออกไป ท ากิจกรรมนอกบ้าน ยังท าให้เขาได้พบปะผู้คนหรือสุนัขตัวอื่น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาโปรดปรานที่สุด
37 สุนัขพันธุ์นี้กับเด็ก เมอ่ืพดูถงึการอยรู่ว่มกบัคน สุนขัหรอืสงิ่มชีวีติอน่ืๆ สุนขัโกลเดน้รทีรฟิเวอร์แทบไมม่ ปีญัหาเหล่าน้ีเลย เพราะพวก เขารักการที่ได้ท าความรู้จักและการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ การเห่าของสุนัขพันธุ์นี้มักหมายถึงการต้อนรับด้วยความตื่นเต้นไม่ใช่ การแสดงความก้าวร้าวแต่อย่างใด เพราะสุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ สามารถผูกมิตรกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในบ้านของคุณได้ดีมากไม่ว่าเล็กหรือ ใหญ่ ทั้งเด็กเล็ก นกแก้ว หนูแฮมสเตอร์ ไปจนถึงปลาทอง แทบไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาจะท าอันตรายแก่คนอื่น (ด้วยความตั้งใจ) ข้อควร ระวังส าหรับการเลี้ยงสุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์ในครอบครัวที่มีเด็กเล็ก คนชรา หรือผู้ที่ไม่แข็งแรง เนื่องจากสุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์นั้น มี นิสัยเหมือนเด็กบวกกับร่างกายที่แข็งแรงก าย า บางครั้งความตื่นเต้นหรือชอบเล่นจนลืมตัว อาจท าให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้แต่อย่างที่กล่าวไป ข้างต้นว่าที่จริงแล้วพวกเขาไม่เคยมีเจตนาท าร้ายใคร ผเู้ลี้ยงที่เหมำะกบัสำยพนัธโุ์กลเด้น รีทริฟเวอร์ • มีสถานที่เลี้ยงที่มีพื้นที่เพียงพอให้เขาท ากิจกรรม และผู้เลี้ยงควรมีเวลาท ากิจกรรมร่วมกัน พวกเขาเหมาะอย่างยิ่งส าหรับเป็นเพื่อนเล่น เพราะเขาสามารถเป็นได้หลายอย่างให้กับเด็ก ๆ ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเล่น พี่เลี้ยง หมอนหนุน หรือบอดี้การ์ด • สุนัขโกลเด้น รีทริฟเวอร์เหมาะส าหรับผู้เลี้ยงที่เป็น Animal Lover เนื่องจากพวกเขาสามารถอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ๆ ของคุณได้อย่าง เป็นมิตรและสงบสุข • คุณควรมีเวลาดูแลเรื่องขนและกลิ่นตัวของสุนัขอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และส าหรับผู้เลี้ยงมือใหม่ (ที่มีบริเวณเพียงพอ) สุนัขโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เหมาะสมส าหรับเป็น “สุนัขตัวแรก” ของคุณเป็นอย่างยิ่ง ไซบีเรียน ฮัสกี (Siberian Husky) สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี (Siberian Husky) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์สุนัขที่มีความสง่างาม ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกและบุคลิกที่ดูนิ่ง แต่ก็ กระฉับกระเฉง และมีพลังที่ล้นเหลือ และด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ บ่อยครั้งจึงเลี่ยงไม่ได้ที่สุนัขพันธุ์นี้จะมีความผิดปกติในเรื่องข้อต่อ เช่น ข้อ สะโพกเคล่อืน และปญัหาโรคผวิหนงัตามมา บทความน้ีจะพามาท าความรูจ้กักบัสุนขัพนัธุไ์ซบเีรยีน ฮสักใีนทุกแงมุ่ม ทงั้ภาพรวมของสาย พนัธุ์ปญัหาและเคลด็ลบัในการดูแลสุขภาพ และกจิกรรมทเ่ีหมาะสม ลกัษณะนิสยั ภายใต้ภาพลักษณ์ที่ดูสง่างามและกระฉับกระเฉงนั้น สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี ถือเป็นสุนัขที่ขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณ อีกสายพันธุ์หนึ่ง สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี มีความฉลาด และสง่างาม แต่สาเหตุที่หลายคนมองว่าสุนัขพันธุ์นี้ฝึกได้ยาก ไม่ใช่เรื่องของไหวพริบ แต่อย่างใด แต่เป็นเพราะสุนัขสายพันธุ์นี้ไม่ชอบท าตามค าสั่งเสียมากกว่า ซึ่งในทางกลับกันสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี ชอบที่จะท ากิจกรรมที่พวก เขาสนใจเท่านั้น เพราะฉะนั้นหากคุณต้องการฝึกสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี คุณต้องมั่นใจว่าตัวคุณคือจ่าฝูง และต้องอาศัยความสม ่าเสมอและ วินัยในการฝึก เพียงเท่านี้คุณก็สามารถฝึกให้สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี ท าตามค าสั่งได้ส าเร็จ ตามที่กล่าวไปข้างต้นว่าสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี นั้น มักท าตามสัญชาตญาณของตนเอง การวิ่งไล่เหยื่อ และการหลบหนีออกจากคอกก็รวมเป็นหนึ่งในนั้น ดังนั้นหากคุณต้องการท าคอกให้สุนัข ไซบีเรียน ฮัสกี คุณต้องมั่นใจก่อนว่าคอกนั้นแข็งแรงพอ โดยทั่วไปแนะน าให้ใช้รั้วไม้แข็งสูงประมาณ 6 – 8 ฟุต ฝังลงไปใตด้นิอยา่งน้อย 2 ฟุต เพอ่ืป้องกนัการขุดโพรงหนีและเม่อืสุนัขไซบเีรยีน ฮสักีของคุณหนีออกไปได้รบัรองว่าความเสยีหายทต่ีามมาไม่ใช่เร่อืงสนุกอย่าง แน่นอน ประวตัิควำมเป็นมำ ประเทศต้นกำ เนิด: รัสเซีย สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี ถือเป็นหนึ่งในสายพันธุ์สุนัขที่เก่าแก่ของโลกซึ่งถูก เลี้ยงดูและเพาะพันธุ์โดยชาวชุกชี (Chukchi) ชนเผ่าหนึ่งในไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย ที่ปกติจะใช้สุนัขสายพันธุ์นี้ในการลากเลื่อนบนพื้น น ้าแข็ง นอกเหนือจากความสามารถในการลากเลื่อนแล้ว สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี ยังมีบทบาทเสมือนสมาชิกครอบครัวด้วยเช่นกัน เนื่องจาก ชาวชุกชีเลี้ยงพวกเขาไว้เป็นเพื่อน ให้นอนร่วมกับเด็ก ๆ ในบ้านเพื่ออาศัยความอบอุ่นจากขนหนาเหล่านั้น ต่อมาสุนัขไซบีเรียน ฮัสกีได้รับ การขึ้นทะเบียนโดย American Kennel Club (AKC) ในปี ค.ศ. 1930 และมีการก่อตั้ง American Husky Club ขึ้นในปี ค.ศ. 1938 อีกทั้งยัง
38 ถูกขึ้นทะเบียนโดย Canadian Kennel Club ในปีค.ศ. 1939 โดยในปจัจุบนัสุนัขไซบเีรยีน ฮสักีถอืเป็นสายพนัธุ์ทไ่ีด้รบัความนิยมเป็น อันดับที่ 12 ในประเทศสหรัฐอเมริกา มำตรฐำนสำยพันธุ์ของไซบีเรียน ฮัสกี สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี ถูกจัดเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ ในประเภทสุนัขเพื่อการใช้งาน (Working dog) มี ความสูงเฉลี่ยประมาณ 20 - 23 นิ้ว มีน ้าหนักอยู่ที่ 15 – 30 กิโลกรัม และมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 12 – 15 ปี โดยพื้นฐานขนมักเป็นสีขาวผสมกับ มาร์คกิ้งเฉดสีต่าง ๆ เช่น ด า เทา เงิน หรือแทน แต่สิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างของสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี คือสีตา เราอาจพบว่าสุนัขมีตาสีน ้าตาล ฟ้า หรอืขา้งละสี สุขภำพและปัญหำที่มักพบ โดยภาพรวมแล้วสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี นั้นเป็นสุนัขที่แข็งแรงและสุขภาพดี ดังนั้นโรคที่มักเกิดขึ้นก็มักเป็น โรคทพ่ีบได้ทวั่ ไปในสุนขัขนาดกลางไปจนถงึใหญ่เช่น ปญัหาขอ้สะโพกเคล่อืน โรคภูมแิพ้โรคกระเพาะอาหารขยายและบดิตว รวมไปถึง ั โรคตา โดยโรคที่มักพบในสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี มีดังต่อไปนี้ • ปัญหำเกี่ยวกบัข้อต่อ เช่น ข้อสะโพกเสื่อม (Hip dysplasia) ทเ่ีป็นปญัหาทพ่ีบได้บ่อยในสุนัขพนัธุ์ใหญ่ซง่ึถ่ายทอดทางพนัธุกรรมได้ โดยสุนัขมกัแสดงอาการเจบ็ขาหลงัเวลาเดนิหรอืลุกยนื ปญัหาน้ีสามารถป้องกนัไดด้ว้ยการออกก าลงักายทเ่ีหมาะสมเพอ่ืลดการสะสมของ ไขมันในร่างกาย ร่วมกับการควบคุมอาหาร โดยให้อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุล เช่น PRO PLAN® LARGE ADULT และ PRO PLAN® LARGE PUPPY ซึ่งมีสารอาหารที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูกและข้อต่อในสุนัขด้วยกลูโคซามีนจากธรรมชาติ และช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และยังมีสารสกัดจากโคลอสตรัมที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในสูตรลูกสุนัข • โรคภมูิแพ้(Allergies) จริงอยู่ที่สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี เป็นสุนัขที่มีขนหนา แต่บ่อยครั้งเราก็พบว่าสุนัขมีผิวหนังที่บอบบางและแพ้ง่ายจาก หลากหลายสาเหตุ ตั้งแต่อาหารไปจนถึงเกสรดอกไม้ ดังนั้นเจ้าของจึงต้องหมั่นสังเกตหากพบว่าสุนัขมีอาการเลียเท้าหรือถูบริเวณหน้า ไป จนถงึมปี้ืนแดงบรเิวณดงักล่าว อาจแปลได้ว่าสุนัขก าลงัแพอ้ะไรบางอย่าง อกีหน่ึงทางเลอืกทช่ี่วยป้องกนัได้คอืการเลอืกใหอ้าหารสุนัขที่ เหมาะส าหรับสุนัขที่แพ้ง่าย เช่น PRO PLAN® ALL SIZE Adult Sensitive Skin & Stomach ที่ผลิตมาจากโปรตีนคุณภาพสูงอย่างเนื้อ ปลาแซลมอน และทูน่า ซึ่งอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง และท างานร่วมกับโอเมก้า 6 ช่วยบ ารุงผิวหนังให้แข็งแรง และขนสวยเงางาม นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจาการแพ้โปรตีนจากไก่ได้อีกด้วย • โรคกระเพำะอำหำรขยำยและบิดตวั(Gastric dilatation volvulus: GDV) โรคนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินในสุนัขที่อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาทันที โรคนี้มักเกิดขึ้นในสุนัขพันธุ์กลางถึงใหญ่ โดยเฉพาะหลังจากที่สุนัขกินอาหารหรือน ้าเข้าไปในปริมาณมากแล้ว ออกก าลังกายอย่างหนักทันที กระเพาะอาหารที่ขยายตัวมากเกิดการบิดตัวจนสุนัขเสียชีวิตจากภาวะช็อค โรคนี้จะสังเกตได้จากช่วงหลัง กินอาหารแล้วสุนัขมีท้องขยายใหญ่ น ้าลายไหลมาก กระสับกระส่าย ท าท่าทางคล้ายจะอาเจียนแต่ไม่มีอะไรออกมา สุนัขมีอาการเกร็งท้อง อย่างมาก ไม่ยอมให้เจ้าของจับบริเวณท้อง หากมีอาการเหล่านี้ให้รีบพาสุนัขไปที่โรงพยาบาลสัตว์หรือคลินิกโดยด่วนที่สุด • โรคเกี่ยวกับตำ เช่น โรคต้อกระจก (Cataracts) ปญัหากระจกตาเส่อืม (Corneal dystrophy) และปญัหาจอตาเส่ือม (Progressive Retinal Atrophy: PRA) เป็นต้น อำหำรและโภชนำกำร ด้วยความที่สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี เป็นสุนัขขนาดใหญ่ชื่นชอบการออกก าลังกาย แต่ในขณะเดียวกันก็มี ปญัหาเรอ่ืงขอ้ต่อ และโรคภูมิแพ้ ดังนั้นเราจึงควรเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สอดคล้องกับความต้องการของสุนัข ดังต่อไปนี้ • พลังงำน เช่น ควรเลือกอาหารที่มีปริมาณพลังงานสอดคล้องกับความต้องการของสุนัขในแต่ละช่วงวัย นอกจากนี้ยังควรพิจารณาเลือก วัตถุดิบที่มาจากแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงเพื่อหลีกเลี่ยงการแพ้ และควรลดการให้อาหารที่มีไขมันสูงมาก เพื่อลดการสะสมของไขมันใน รา่งกาย ทอ่ีาจเป็นสาเหตุใหสุ้นขัน้ าหนกัเกนิเสย่ีงต่อการเกดิปญัหาเรอ่ืงกระดูกและขอ้ต่อตามมา • วิตำมิน แร่ธำตุและสำรเสริมอื่น ๆ ถือเป็นสารอาหารที่จ าเป็นต่อการช่วยเสริมสร้างให้สุนัขมีโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อที่แข็งแรง และช่วยลดการอักเสบบริเวณข้อต่อ จากกลูโคซามีน และสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย • กรดไขมัน เช่น โอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ที่มีส่วนช่วยในการลดการอักเสบ เช่น การอักเสบของข้อ อีกทั้งยังส าคัญต่อการบ ารุงขนและ ผิวหนังอีกด้วย จึงควรเลือกอาหารที่ประกอบด้วยกรดไขมันเหล่านี้ในปริมาณที่เพียงพอต่อสุนัข ในแต่ละช่วงวัย ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงควรเลือกอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการที่ครบถ้วนอย่าง PRO PLAN® LARGE ADULT สูตรสุนัขพันธุ์ใหญ่ ที่มีทั้ง สูตรส าหรับลูกสุนัข PRO PLAN® LARGE PUPPY ซึ่งมีสารสกัดจากโคลอสตรัมช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของลูกสุนัข และเสริมความแข็งแรง ของกระดูกและข้อต่อด้วยกลูโคซามีนจากธรรมชาติ และสูตรส าหรับสุนัขโต PRO PLAN® LARGE Adult ซึ่งมีกลูโคซามีนจากธรรมชาติ ช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูกและข้อต่อ พร้อมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย นอกจากนี้สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน
39 ฮัสกียังเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ได้ง่าย ดังนั้นการให้อาหารสุนัข PRO PLAN® ALL SIZE Adult Sensitive Skin & Stomach อาจเป็นอีก หนึ่งทางเลือกที่ดี เนื่องจากประกอบด้วยแหล่งโปรตีนจากปลาแซลมอนและทูน่า ที่จะช่วยลดโอกาสการแพ้โปรตีนจากเนื้อไก่ และลดอาการ อักเสบของผิวหนังได้ กำรดูแลขน สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี เป็นสุนัขที่มีขนยาวปานกลางและหนาสองชั้น การดูแลขนจึงเป็นสิ่งที่ต้องท าเป็นประจ า ยิ่งไป กว่านั้นสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี ยังมีการผลัดขนอย่างมากโดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและฤดูกาล (อาจไม่เห็นความ แตกต่างอย่างชัดเจนในประเทศไทย) ดังนั้นก่อนที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ คุณต้องเข้าใจว่าขนของสุนัขอาจไปติดอยู่ตามตัว เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ หรอืแมแ้ต่ในอาหาร ดงันนั้การแปรงขนเป็นประจา และการดูดฝุน่ (ขน) ทุกวนัจงึเป็นสงิ่ทค่ีวรทา เพอ่ืลดโอกาสทข่ีนปกคลุมอยู่ในทุกมุมของ บ้าน แต่เนื่องจากสุนัขไซบีเรียน ฮสักีเป็นสุนขัทม่ีขีนยาวปานกลาง คุณจงึไมจ่า เป็นตอ้งตดัขนพวกเขากไ็ด้อาจแคเ่ลม็ขนบรเิวณใตฝ้ ่าเทา้ เพอ่ืกนัล่นืหรอืบรเิวณอวยัวะขบัถ่ายเพอ่ืป้องกนัสงิ่สกปรกหมกัหมม ส าหรับการอาบน ้าให้กับสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี เนื่องจากนิสัยที่ ชื่นชอบการเล่นน ้า บวกกับความรักอิสระมาก การอาบน ้าจึงอาจเป็นงานที่ต้องใช้ความพยายามกันสักหน่อย อีกประการคือด้วยขนที่ ค่อนข้างหนา หากขนเปียกหรือชื้น อาจท าให้สุนัขไม่สบายหรือมีการสะสมสิ่งสกปรกและเชื้อโรคได้ ดังนั้นหากอาบน ้าเองคุณต้องมั่นใจว่า จะสามารถเป่าขนใหแ้หง้สนิทได้ส่วนการดูแลสุขภาพและความสะอาดพน้ืฐานอ่นืๆ เช่น การแปรงฟนัการล้างหูหรอืการตดัเลบ็ควรท า เป็นประจ าอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี เป็นสุนัขที่มีพลังงานและความต้องการออกก าลังกายสูงมาก ดังนั้นคุณ ควรพาเขาไปออกก าลังกายอย่างจริงจังทุกวัน เช่น พาออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ปล่อยให้วิ่งในทุ่งโล่ง พาไปปีนเขา หรือเล่นกีฬาที่ต้องใช้ พลังงานสูง เพราะหากสุนัขพันธุ์นี้ไม่ได้ออกก าลังกายอย่างเพียงพอ สุดท้ายพวกเขาจะเริ่มเบื่อแล้วหันไปท าลายสิ่งของ หรือส่งเสียงเห่า หอนรบกวนแทน อีกหนึ่งข้อแนะน าคือเมื่อคุณพาสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี ออกไปเดินนอกบริเวณบ้าน คุณควรมีสายจูงอยู่เสมอ สุนัขพันธุ์นี้กับเด็ก สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี เป็นสุนัขที่มีความเป็นมิตรกับผู้คนสูง พวกเขารักการพบปะกับผู้คน ด้วยความที่แต่เดิมสุนัขไซบี เรียน ฮัสกี เป็นสุนัขลากเลื่อนที่ต้องท างานเป็นทีมร่วมกับสุนัขตัวอื่น ๆ จึงท าให้พวกเขาสามารถเข้ากับสุนัขอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดีเ ช่นกัน โชคร้ายที่สัญชาตญาณการเป็นนักล่าของสุนัขไซบีเรียน ฮัสกีนั้นสูงมาก ดังนั้นการเลี้ยงสัตว์ที่มีขนาดเล็ก เช่น แมว นก หนู หรือสัตว์ที่เป็น ผู้ถูกล่าตามธรรมชาติ เช่น กวาง หรือปศุสัตว์ การเคลื่อนไหวของสัตว์เหล่านี้จะกระตุ้นให้สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี วิ่งไล่ ซึ่งคุณคงไม่อยากให้ เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น ผู้เลี้ยงที่เหมำะกับสำยพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี • สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี ไม่เหมาะกับผู้เลี้ยงสุนัขมือใหม่ หรือคนที่อยากเลี้ยงสุนัขเพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอก โดยไม่ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน เพราะความยากอนัดบัตน้ๆ คอืเรอ่ืงการควบคุมสุนขัและปญัหาทต่ีามมาเมอ่ืสุนขัไมไ่ดร้บัการออกกา ลงักายทเ่ีพยีงพอ • สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี เหมาะส าหรับผู้ที่รักการท ากิจกรรมกลางแจ้ง การออกก าลังกายอย่างหนัก หรือชอบการวิ่งในระยะทางไกล ๆ • สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี เหมาะกับการเลี้ยงในสถานที่ที่มีรั้วรอบขอบชิด และแข็งแรงเพียงพอที่สุนัขจะไม่สามารถหลบหนีออกไปได้ • คุณควรมีเวลาจัดการเรื่องขนของสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี ทั้งการแปรงขนและก าจัดขนที่ติดอยู่ตามมุมต่าง ๆ ของบ้าน • คุณสามารถเลี้ยงสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี ร่วมกับสุนัขสายพันธุ์อื่น ๆ ได้ แต่ไม่แนะน าให้เลี้ยงร่วมกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ๆ 10 ที่พักหมาแมวพักได้ เที่ยวใกล้กรุงเทพ ออกไปสูดอากาศดีๆ รับลม เที่ยวใกล้กรุงเทพ ด้วยกันทั้งครอบครัว แน่นอนว่า ส าหรับคนรักสัตว์แล้ว การมีเจ้าเพื่อนซี้สี่ขา ร่วมทริปด้วย ต้องแฮปปี้สุดๆ ครั้งนี้เรามีลิสต์ดีๆ มาฝากกันค่ะ 12 ที่พักหมาแมวพักได้ ใกล้กรุงเทพ วันหยุดนี้จะได้ไปชิลกันทั้งบ้าน รับรองว่าเพลิดเพลินทั้งเจ้านาย ทั้งทาสกันเลยทีเดียวจ้า 1. Bangsaen Heritage Hotel บางแสน ชลบุรี ที่พักบางแสน ไปชิลเที่ยวทะเลใกล้กรุงเทพฯ พร้อมสิ่งอ านวยความสะดวกครบทั้ง สระว่ายน้ า ฟิตเนส คาเฟ่ เราชวนมาปกัหมุดทน่ี่ีเลยค่ะ Bangsaen Heritage Hotel โรงแรมสวยบางแสน บรรยากาศดีต่อใจ ตกแต่งสไตล์ ร่วมสมัยไทยและโมเดิร์น ลงตัวมากๆ แถมน้องหมา น้องแมวของเราก็มาชิลด้วยกันได้ แฮปปี้กันถ้วนหน้าเลยค่า • พิกัด : https://goo.gl/maps/dFfNQ8wsHi8j6mSp9 • ที่อยู่ : ถนนบางแสน สาย 1 ซอย 1 ต าบลแสนสุข อ าเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
40 • โทร : 0-3839-9899 • เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/bsheritagehotel/ 2. Hill Fresco Hotel Pattaya พัทยา ชลบุรี พาน้องหมาไปชิลกันต่อที่ ฮิลล์เฟรสโก้โรงแรมบรรยากาศดีๆ อบอุ่นด้วยสไตล์การ ตกแต่งที่น่ารัก ควรค่าแก่การไปพักผ่อนจริงๆ ค่ะ เราสามารถไปเดินเล่นริมชายหาดได้เลยใกล้ๆ หรือจะว่ายน ้าในสระชิลๆ ก็ได้นะ ใช้เวลา พักผ่อนในวันหยุดได้อย่างเต็มที่ที่นี่เลยค่ะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน • พิกัด : https://g.page/HillFrescopattaya?share • ที่อยู่ : หมู่ที่ 12 359/109 ถนนพระต าหนัก อ าเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี • โทร : 08-1353-5224 • เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/HillFrescopattaya/ 3. ปราณบุรี ดีไลท์ รีสอร์ท ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ปราณบุรี ดีไลท์ ที่พักปราณบุรี ติดทะเล มีสระว่ายน ้า บูติครีสอร์ทสี ขาว ที่ทั้งสงบเงียบ และเป็นส่วนตัว ตกแต่งแบบสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนผสมผสานกับความโมเดิร์น ท าให้ที่นี่เป็นที่พักที่เหมาะกับครอบครัว ในวนัหยุดชลิๆ อกีทงั้ยงัจกัรยานใหไ้ดเ้ชา่ ปนั่ชลิๆ รมิทะเล นอกจากน้ียงัมเีตาสา หรบัป้ิงยา่งพรอ้มอุปกรณ์ครบเซต็ใหไ้ดเ้ชา่ ไดส้า หรบคนที่ ั อยากมาสนุกปิ้งย่างริมทะเลกันอีกด้วยค่ะ • พิกัด : https://g.page/pranburidelight?share • ที่อยู่ : 177 ต าบลสามร้อยยอด อ าเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ • โทร : 08-1171-0809 • เว็บไซต์ : https://web.facebook.com/pranburidelight 4. Wora Wana Hua Hin หวัหิน ประจวบคีรีขนัธ์ วรวนา หัวหิน โฮเต็ลแอนด์คอนเวนชั่น ที่พักสวย หัวหิน มีสระว่ายน ้า บรรยากาศดี แถมยังเป็น ที่พักใกล้กรุงเทพฯ อีกด้วย เหมาะกับการไปรีแลกว์ในวันหยุดสบายๆ กันทังครอบครัวค่ะ นอกจากนี้ วรวนา หัว หิน ยังอนุญาตให้เราพาสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ รวมถึงยังมีสระว่ายน ้าส าหรับสัตว์เลี้ยง และร้านค้าบริการส าหรับสัตว์เลี้ยงอีกด้วยค่ะ • พิกัด : https://goo.gl/maps/B4sAAxJ8TawLQPrs5 • ที่อยู่ : 9/1 ซอยบ้านสวนสน ต าบลหนองแก อ าเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ • โทร : 0-3252-3899 • เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/WoraWanaHuaHin/ 5. บ้านมีสุข สปา แอนด์ รีสอร์ท ชะอ า เพชรบุรี บ้านมีสุข สปา แอนด์ รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทสุดงดงาม ที่เป็นพูลวิลล่าส่วนตัว เหมาะส าหรับการไปพักผ่อนกลุ่มเล็กๆ หรือจะไปกับครอบครัวที่ไม่ใหญ่มากก็ได้ค่ะ ห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบ 1 ห้องนอน ถึง 3 ห้องนอน เลยค่ะ แถมบรรยากาศของที่นี่ก็ดีสุดๆ เพราะตัวโรงแรมตั้งอยู่ในหุบเขา เหมาะกับทริปพักผ่อนแสนสบายใจจริงๆ ค่ะ • พิกัด : https://goo.gl/maps/gGorAgqCmxYkVuC16 • ที่อยู่ : 1500 ถนนชลประทาน ต าบลชะอ า อ าเภอชะอ า จังหวัดเพชรบุรี • โทร : 09-0064-5222 • เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/baanmesukpoolvilla/ 6. แหลมสิงห์ ไวท์เฮาส์ รีสอร์ท แหลมสิงห์จนัทบุรี แหลมสิงห์ ไวท์เฮาส์ รีสอร์ท ที่พักติดทะเล หาดแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ตกแต่งสุดโมเดริน์ ในบรรยากาศทพ่ีกัหลงัสขีาวฟ้า สไตลซ์านโตรนิ่ีพรอ้มสงิ่อา นวยความสะดวกครบ นอกจากน้ียงัมสีระวา่ยน้ าใหได้ไปชลิ กันอีกด้วยค่ะ ที่ส าคัญที่นี่อนุญาตให้น้องหมา น้องแมวเข้าพักอีกด้วยนะ • พิกัด : https://goo.gl/maps/rtFwdc8np4kEkWBq7 • ที่อยู่ : 84/9 หมู่ 2 ต าบลปากน ้าแหลมสิงห์ อ าเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี
41 • โทร : 08-1683-0778 / 08-0573-1508 • เว็บไซต์ : http://www.laemsingwhitehouse.net/index.php 7. ผาชวนชม เขาใหญ่ เขาใหญ่นครราชสีมา ผาชวนชม เขาใหญ่ อีกหนึ่ง ที่พักเขาใหญ่ มีสระว่ายน ้า ใกล้กรุงเทพฯ และ ยังให้น้องหมา น้องแมวเขา้พกัไดอ้กีดว้ยคะ่ทน่ี่ีอากาศดมีากๆ เพราะมแีหล่งธรรมชาตทิอ่ีุดมสมบรูณ์ปา่เขาววิทวิทศัน์สวยงาม อกีทงั้ยงัมี สนามฟุตบอลให้ได้สนุกกัน ออกก าลังกายท่ามกลางขุนเขาอีกด้วยค่ะ • พิกัด : https://goo.gl/maps/y6FUx83nXytEbFN48 • ที่อยู่ : 444 ถนนกุดคล้าผ่านศึก ต าบลหมูสี อ าเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา • โทร : 08-9816-7440 • เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/PhachuanchomKhaoyai 8. สวนผึ้งริมธาร รีสอร์ท สวนผึ้ง ราชบุรี สวนผึ้งริมธาร รีสอร์ท ที่พักใกล้กรุงเทพฯ บรรยากาศดี ที่ สวนผึ้ง ติดริมล าธารใส ให้ได้ไปสนุกว่ายน ้าคลายร้อนกันทั้งครอบครัวค่ะ นอกจากบ้านพักแล้ว ที่นี่ยังมีลานกางเต็นท์อีกด้วย รวมถึงยังสามารถท าอาหารได้ ใคร อยากมาสนุกป้ิงยา่ง ไดฟ้ ีลแคมป์ป้ิงกนัทน่ี่ีกม็อีุปกรณ์ใหอ้กีดว้ยคะ่และไมต่อ้งกงัวลเรอ่ืงน้องหมา น้องแมวเลย เพราะทน่ี่ีรบัรองวา่น้องๆ ต้องชอบแน่นอนค่า • พิกัด : https://g.page/Suanphungrimtan?share • ที่อยู่ : 29/1 หมู่ 3 ต าบลตะนาวศรี อ าเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี • โทร : 09-3225-3593 • เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Suanphungrimtan 9. Beach Box Resort หาดแม่รา พึง ระยอง Beach Box Resort ที่พักติดทะเล หาดแม่ร าพึง ราคาหลักร้อย วิวสวยหลัก ล้าน เทย่ีวทะเลแบบสบายกระเป๋า ดไีซน์เก๋ๆ ในสไตล์ทพ่ีกัตู้คอนเทนเนอร์วนัรุ่น ขาฮปิต้องถูกใจแน่นอนค่ะ นอกจากน้ียงัเป็นทพ่ีกัท่ี อนุญาตให้พาน้องหมา น้องแมวของเรามาพักได้ฟรีๆ อีกด้วยจ้า • พิกัด : https://goo.gl/maps/cUFkwntmYDCW8BN69 • ที่อยู่ : 106/9 หมู่ที่ 1 ต าบลเพ อ าเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง • โทร : 08-1435-5490, 08-9754-0167 • เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Beach-Box-Resort 10. ไอทรูวิลลา เกาะล้าน เกาะล้าน ชลบุรี ไอทรูวิลลา ที่พักเกาะล้าน ติดทะเล มีชายหาดส่วนตัว บนหาดสังวาล เรียกได้ว่า เปิดประตูหอ้งพกัปุ ๊ป เจอชายหาดสขีาวนวลปปั๊พรอ้มรบัลมทะเล และเล่นน้ าทะเลใสๆ ไดจ้ากหน้าหาดเลยทเีดยีว ทพ่ีกัมคีวามเป็นสว่นตวั และสะดวกสบาย งานนี้พาน้องหมา น้องแมวไปเที่ยวด้วย มีแต่ความชิลทั้งครอบครัวค่ะ • พิกัด : https://goo.gl/maps/V59UUi8yowK1NKtn7 • ที่อยู่ : เกาะล้าน หาดสังวาลย์ จ.ชลบุรี • โทร : 06-3512-8777 • เว็บไซต์ : https://web.facebook.com/ไอทรูวิลลา
42 ขอขอบคุณข้อมูลจาก #1 https://www.purina.co.th/find-a-pet/dogbreeds?gclid=CjwKCAiAyfybBhBKEiwAgtB7frFdgpe7lU_s2YKOWaWKiLsDRoWYhzHXgzrwftolDQ71hsOmBMOR2xoCLnsQAvD_ BwE #2 https://travel.trueid.net/detail/rDvYykOdorNR