The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สัตว์เศรษฐกิจ E magazine, 2021-02-16 02:58:30

สัตว์เศรษฐกิจ-876

LIVESTOCK PRODUCTION MAGAZINE ข่ า ว ส า ร แ ล ะ ส า ร ะ ส ำา ห รั บ ว ง ก า ร เ ลี้ ย ง สั ต ว์



WWW.LIVESTOCKMAG.NET









ปีที่ 37 ฉบับที่ 876 เดือนมกราคม 2564






หมูไทย ปี 64 ยํ้าสกัด ASF
หมูไทย ปี 64 ยํ้าสกัด ASF

คว้าโอกาสส่งออก
คว้าโอกาสส่งออก



หมูไทยแกร่ง
หมูไทยแกร่ง

...จับมือฝ่า ASF และ COVID-19
...จับมือฝ่า ASF และ COVID-19





















โคเนื้อ ปี 64
โคเนื้อ ปี 64
จี้ผู้เลี้ยงพัฒนาคุณภาพรับตลาดเสรี
จี้ผู้เลี้ยงพัฒนาคุณภาพรับตลาดเสรี





ปี 64 ไก่เนื้อไทยรุ่ง
ปี 64 ไก่เนื้อไทยรุ่ง

หลัง Brexit ดันโควตาส่งออกเพิ่ม
หลัง Brexit ดันโควตาส่งออกเพิ่ม
















www.hipra.com โทรศัพท์: +66 (0) 2090 9612-4 แฟกซ์: +66 (0) 2090 9615





 Ñ Ô Ñ

Ñ
Ñ
Ô
ÊÁÒ÷ Ǥ«à¹ª¹ ÊíÒËÃÑºÊØ¡Ã
®
ÊÁÒ÷ Ǥ«à¹ª¹ ÊíÒËÃÑºÊØ¡Ã
®
¢Í¹ÒàÊ¹Í ÎÔ»ÃÒà´ÍÏÁÔ¤ 2.0
í ÊÁÒÏ· ÇѤ«Ô๪ѹ ÊíÒËÃÑºÊØ¡Ã
®
¢Í¹ÒàÊ¹Í ÎÔ»ÃÒà´ÍÏÁÔ¤ 2.0
í
¢Í¹ÒàÊ¹Í ÎÔ»ÃÒà´ÍÏÁÔ¤ 2.0
í






1 Ǥ«¹·ÁҾÌÍÁ¡Ñº CHIP Ñ
è
Ñ
Ñ
Õ
Õ
1
è
è
Õ ÇѤ«Õ¹·ÕÁҾÌÍÁ¡Ñº CHIP
·ÊÒÁÒöÃк¢ŒÍÁÙÅ â´ÂÍÒÈÂ
Ñ
Ø
1
Õ ÇѤ
è
·Ê
è
×ÒÁÒöÃкآŒÍÁÙÅ â´ÂÍÒÈÑÂ
è«Õ¹·ÕÁҾÌÍÁ¡Ñº CHIP
Ñ
Ø
¤Å¹¤ÇÒÁ¶èÇ·Â (RFID) º¹©ÅÒ¡
Ô
Õ
×ÒÁÒöÃкآŒÍÁÙÅ â´ÂÍÒÈÑÂ
Ô
¤Å¹¤ÇÒÁ¶èÇ·Â (RFID) º¹©ÅÒ¡
·Ê
è
Ø
Õ
è
Õ
Õ
Ø
Ô
×
è
¤Å¹¤ÇÒÁ¶èÇ·Â (RFID) º¹©ÅÒ¡
©Õ´Ç¤«¹à¢ŒÒ¼Ç˹§
Ñ
Õ
Ô
Ñ
´ŒÇÂÍØ»¡Ã³©Õ´ÇѤ«Õ¹ª¹Ô´äÃŒà¢çÁ
Ñ
Ô
©Õ´Ç¤«¹à¢ŒÒ¼Ç˹§
Õ
Ñ
2¾ÃŒÍÁºÑ¹·Ö¡¢ŒÍÁÙÅ¡ÒéմÍѵâ¹ÁѵÔ
Ô
Ñ
©Õ´Ç¤«¹à¢ŒÒ¼Ç˹§
´ŒÇÂÍØ»¡Ã³©Õ´ÇѤ«Õ¹ª¹Ô´äÃŒà¢çÁ
Õ
Ñ
®
´ŒÇÂÍØ»¡Ã³©Õ´ÇѤ«Õ¹ª¹Ô´äÃŒà¢çÁ
2¾ÃŒÍÁºÑ¹·Ö¡¢ŒÍÁÙÅ¡ÒéմÍѵâ¹ÁÑµÔ Î»ÃÒà´ÍÃÁÔ¤ 2.0

Ô
2¾ÃŒÍÁºÑ¹·Ö¡¢ŒÍÁÙÅ¡ÒéմÍѵâ¹ÁÑµÔ ®
Ô
λÃÒà´ÍÃÁÔ¤ 2.0

®
ÎÔ»ÃÒà´ÍÃÁÔ¤ 2.0

Ñ
¡Òè´¡ÒâŒÍÁÙÅ
¡Ò÷íÒÇѤ«Õ¹ ´ŒÇÂâ»Ãá¡ÃÁ
Ñ
¡Òè´¡ÒâŒÍÁÙÅ
3 ÎÔ»ÃÒÅÔ§¤ ÇѤ«Ô๪ѹ
¡Òè´¡ÒâŒÍÁÙÅ
¡Ò÷íÒÇѤ«Õ¹ ´ŒÇÂâ»Ãá¡ÃÁ
Ñ
3 ÎÔ»ÃÒÅÔ§¤ ÇѤ«Ô๪ѹ
¡Ò÷íÒÇѤ«Õ¹ ´ŒÇÂâ»Ãá¡ÃÁ
3 ÎÔ»ÃÒÅÔ§¤ ÇѤ«Ô๪ѹ

ÊíÒËÃѺ¢ŒÍÁÙÅà¾ÔÁàµÔÁ: â»Ã´µÔ´µ‹ÍÊѵÇᾷ¢Í§·‹Ò¹

ÊíÒËÃѺ¢ŒÍÁÙÅà¾ÔÁàµÔÁ: â»Ã´µÔ´µ‹ÍÊѵÇᾷ¢Í§·‹Ò¹

ÊíÒËÃѺ¢ŒÍÁÙÅà¾ÔÁàµÔÁ: â»Ã´µÔ´µ‹ÍÊѵÇᾷ¢Í§·‹Ò¹






AAFFrllpHipradermicENG.indd 1 18/9/17 9:56

AAFFrllpHipradermicENG.indd 1 18/9/17 9:56
AAFFrllpHipradermicENG.indd 1 18/9/17 9:56

การเปรยบเทยบประสิทธิภาพของวัคซน ยูนิสเตรน พอาร์อาร์เอส (UNISTRAIN PRRS)

®

®








ทฉดดวยวิธเขาผิวหนง (intradermal) และเขากลาม (intramuscular) ในสุกร



ดร. อรรถกร มาดาปอง ผศ. ดร. เดชฤทธิ์ นิลอุบล และคณะ



ภาคจุลชววิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ประเทศไทย










เรยบเรยงโดย เรองอุไร กจโชดก และทมวชาการบรการและการตลาดสกร บรษัทแอนมอล เฮลท (ไทยแลนด) จ ากัด



บทนำ (B) 1400 ปรมาณเชื้อ PRRSV (US) ในซีร่ม • กลุ่มทีไม่ฉีดวัคซีนมีปริมาณเชื้อ
Type 2 PRRSV RNA in serum



▪ การปองกันโรคพีอาร์อาร์เอส (PRRS) จากการฉีดวัคซีนด้วยวิธีเข้ากล้าม 1200 PRRSV (US) ในซีรั่มสูงทีสุด ณ


a
(intramuscular, IM) เปนวิธีทีนยมใช้กันอย่างแพร่หลาย แตในปจจุบันการฉีด 1000 วันที 7 หลังพ่นเชือพิษทับ









วัคซีนด้วยวิธีเข้าผิวหนัง (intradermal, ID) เริมได้รับความนยมมากขึน เพราะเปน 800 VacID/PRRS2 • กลุ่มที่ฉีดวัคซีน UNISTRAIN ®


VacIM/PRRS2
NV/PRRSV2

บริเวณทีมีเซลล์เม็ดเลือดขาวทีท าหนาทีในการดักจับแอนติเจนและนาเสนอ PRRSV genomic copies/ml 600 b c a VacIM/PRRS1+2 PRRS ทั้ง IM และ ID มีปริมาณ




VacID/PRRS1+2
NV/PRRS1+2



แอนติเจนเข้าสูต่อมนาเหลืองจ านวนมาก อีกทั้งการฉีดเข้าผิวหนัง (ID) สามารถลด 400 d b NV/Unch เชือ PRRSV (US) ในซีรั่มนอย







การเกิดบาดแผลและลดความเจ็บปวดเมือเทียบกับการฉีดเข้ากล้าม (IM) อีกด้วย 200 Challenge c กว่ากลมทีไม่ท าวัคซีน ในวันที 7


จุดประสงคกำรทดลอง 0 0 DPV 7 DPV 14 DPV 21 DPV 28 DPV 35 DPV 3 DPC 7 DPC e 14 DPC d 35 DPC และ 14 หลังพ่นเชือพิษทับ
Days post-vaccination (DPV) / Days post-challenge (DPC)

®


▪ เพือทดสอบการกระต้นภูมิค้มกันและประสิทธิภาพของวัคซีน UNISTRAN PRRS (B) 1400 Type 2 PRRSV RNA in nasal swabs





เมือฉีดด้วยวิธีเข้ากล้าม (IM) หรือเข้าผิวหนัง (ID) ต่อการติดเชื้อไวรัสพีอาร์อาร์เอส 1200 ปรมาณเชื้อ PRRSV (US) ในสารคดหล่งจมูก • กลุ่มทีไม่ฉีดวัคซีนมีปริมาณเชือ

สายพันธุ์ยุโรปและสายพันธุ์อเมริกาเหนือ (HP-PRRSV) ในสุกร 1000 (nasal swab) PRRSV (US) ในสารคัดหลั่งจมูก
สูงทีสุด ณ วันที 7 หลังพ่นเชือพิษ





วัสดุอุปกรณ และวิธกำรทดลอง 800 a VacIM/PRRS2 ทับ
NV/PRRS2
▪ แบ่งสุกรอายุ 3 สัปดาห์ จ านวน 42 ตัว ออกเปน 7 กลุ่ม กลุ่มละ 6 ตัว ท าการฉีด PRRSV genomic copies/ml 600 b VacID/PRRS2 ®

VacID/PRRS1+2 • กลุ่มที่ฉีดวัคซีน UNISTRAIN
VacIM/PRRS1+2

วัคซีน เก็บตัวอย่างเลือด ชั่งนาหนัก พ่นพิษทับด้วยเชือไวรัส และท าการุณยฆาต NV/PRRS1+2 PRRS ทั้ง IM และ ID มีปริมาณ


NV/Unch
400 a c
ดังภาพ ฉดวัคซน ี b c a เชื้อ PRRSV (US) ในสารคัดหลั่ง


200 Challenge d

b b จมูกนอยกว่ากลุ่มทีไม่ฉีดวัคซีน ใน
c


c e c
0 วันที 7 และ 14 หลังพ่นเชือพิษทับ
0 DPV 7 DPV 14 DPV 21 DPV 28 DPV 35 DPV 3 DPC 7 DPC 14 DPC 35 DPC
Days post-vaccination (DPC) / Days post-challenge (DPC)
Homologous virus recall (vaccine virus)
20
ไซโตไคน อินเตอร์ลิวคิน-10 (IL-10) ®




(ไซโตไคนทเกยวของกับกระบวนการกดภูมิคุมกัน) • กลุ่มทีฉีดวัคซีน UNISTRAIN





15 PRRS ด้วยวิธี ID สามารถกระต้น ุ
การสร้าง IL-10 ได้ช้ากว่า (21 วัน
Vaccine virus-specific IL-10 (pg/ml) 10 a a a a a a a a VacIM/PRRS2 หลังฉีดวัคซีน) กลุ่มทีฉีดด้วย IM

VacID/PRRS2
ผลกำรทดลอง VacIM/PRRS1+2 (7 วันหลังฉีดวัคซีน) อีกทั้งยังมี
NV/PRRS2
VacID/PRRS1+2
NV/PRRS1+2


(A) PRRSV-specific antibodies (IDEXX) b b NV/Unch ระดับทีต ากว่าและลดลงอย่าง
2.8 a
การตรวจแอนติบอดทจ าเพาะต่อ PRRSV (IDEXX) 5 a




2.4 Challenge b รวดเร็วเมือเปรียบเทียบกับกลุ่มที ่
a
b b c c b b
b b
2.0 a b c b ฉีดด้วย IM
a a a 0 b b
a a a a 0 7 14 21 28 35
a a Days post-vaccination (DPV)
1.6 a a a a a
a a a a VacIM/PRRS2
a
S/P ratio a a a a a a NV/PRRS2
VacID/PRRS2
VacIM/PRRS1+2
1.2 a a a a VacID/PRRS1+2 กลุ่มทดลอง Macroscopic scores Microscopic lesion
NV/PRRS1+2
a NV/Unch
a b


0.8 (การสังเกตดวยตาเปล่า) (ผ่านกลองจุลทรรศน) ์
b
b
0.4 Cut-off * *
b 7 DPC 35 DPC 7 DPC 35 DPC
b b b b b b c c VacIM/PRRS2 58.02.0 c 00 1.620.11 b 00
0.0
0 DPV 7 DPV 14 DPV 21 DPV 28 DPV 35 DPV 3 DPC 7 DPC 14 DPC 35 DPC
Days post-vaccination (DPV) / Days post-challenge (DPC) VacID/PRRS2 27.32.4 e 00 1.330.14 c 00
การฉีด UNISTRAIN PRRS ทั้ง IM และ ID สามารถกระต้นการตอบสนองของ

®

แอนติบอดีได้รวดเร็วภายใน 14 วันหลังฉีดวัคซีน (พบครั้งแรกที 7 วันหลังฉีดวัคซีน) NV/PRRS2 71.33.2 b 2.01.0 2.380.11 a 00

เมือตรวจด้วย IDEXX ELISA VacIM/PRRS1+2 62.32.4 c 2.00.3 1.880.06 b 00
(A) PRRSV-specific neutralizing antibodies aginst homologous viurs (vaccine virus) VacID/PRRS1+2 41.07.0 d 1.00.3 1.510.10 c 00
8

การตรวจนิวทรัลไลซิงแอนติบอด ี a NV/PRRS1+2 84.03.5 a 2.01.0 2.370.07 a 00



ทจ าเพาะต่อไวรัสวัคซน a NV/Unch 00 00 00 00
6
a a

a a b ®
Challenge a กลุ่มทีฉีดวัคซีน UNISTRAIN PRRS ทั้ง IM และ ID มีคะแนนรอยโรคปอดจากการสังเกตด้วยตาเปล่า และผ่าน
a a b
a a b a VacIM/PRRS2






Titers (2 n ) 4 a a b NV/PRRS2 กล้องจุลทรรศน นอยกว่ากลุ่มทีไม่ฉีดวัคซีน ในวันที 7 และ 35 วัน หลังพ่นเชือพิษทับ โดยกลุ่มทีฉีดด้วยวิธี ID มี
VacID/PRRS2
VacIM/PRRS1+2
b a a VacID/PRRS1+2




a NV/PRRS1+2
b b NV/Unch คะแนนรอยโรคปอดนอยทีสุด ในวันที 7 หลังพ่นเชือพิษทับ
2 สรุปผลกำรทดลอง
c
c




c c b c b d




0 ®
0 DPV 7 DPV 14 DPV 21 DPV 28 DPV 35 DPV 7 DPC 14 DPC 35 DPC ▪ UNISTRAIN PRRS เมือฉดดวยวิธเขากลาม (IM) และเขาผิวหนง (ID) สามารถ
Days post-vaccination (DPV) / Days-post challenge (DPC)
การฉีด UNISTRAIN PRRS ทั้ง IM และ ID สามารถกระต้นนิวทรัลไลซิ่ง กระตุนการตอบสนองทางภูมิคุมกันของสุกรได ้
®





แอนติบอดีทีจ าเพาะต่อไวรัสวัคซีนที 21 วันหลังฉีดวัคซีน ✓ กระต้นการตอบสนองของแอนติบอดีได้รวดเร็วภายใน 14 วันหลังฉีดวัคซีน



✓ กระต้นการตอบสนองของนวทรัลไลซิ่งแอนติบอดีได้ใน 21 วันหลังฉีดวัคซีน


ี่

จ านวนเซลล์ทสร้างไซโตไคน IFN- เมื่อกระตุนดวยไวรัสวัคซน ี ✓ สามารถกระต้นเซลล์ทีสร้าง IFN-γ ได้เร็วภายใน 28 วันหลังฉีดวัคซีน โดยกลุ่มทีฉีด ID สามารถกระต้น ุ




(เกยวของกับการท างานของภูมิคุมกันชนิดพงเซลล์ในการก าจัดเชอไวรัส)








ได้เร็วกว่า กลุ่มทีฉีด IM และมีระดับทีสูงกว่า







▪ UNISTRAIN PRRS เมือฉดดวยวิธเขากลาม (IM) และเขาผิวหนง (ID) ให้ความคุม

®





โรคข้ามสายพันธุ (Partial heterologous protection) ต่อเชอ PRRSV


✓ สุกรทีฉีดวัคซีนสามารถลดปริมาณเชือ PRRSV ในกระแสเลือด ในสารคัดหลั่งจมูกและสามารถลดรอย



โรคทีปอดภายหลังจากพ่นพิษทับด้วยเชือ PRRSV (ทั้ง EU และ US) เมือเทียบกับกลุ่มทีไม่ฉีดวัคซีน

®
ึ่
ี่






▪ UNISTRAIN PRRS เมือฉดดวยวิธเขาผิวหนง (ID) เปนอกหนงตัวเลือกทด ี







✓ มีการกระตุ้นการสร้าง IL-10 ทีช้ากว่าและมีระดับทีนอยกว่าเมือเทียบกับกลุ่มทีฉีดเข้าผิวหนัง (IM)
กลุ่มทีฉีดวัคซีน UNISTRAIN PRRS ด้วยวิธี ID ตรวจพบปริมาณของเซลล์ทีสร้าง ✓ มีการกระตุ้นเซลล์ทีสร้างไซโตไคน IFN- ทีเร็วกว่าและมีระดับทีสูงกว่าเมือเทียบกับกลุ่มทีฉีดเข้า
®










IFN- ได้เร็วกว่า (ภายใน 28 วันหลังฉีดวัคซีน) และมีระดับทีสูงกว่ากลุ่มทีฉีด IM ผิวหนัง (IM)

ปศุสัตว์ไทย...


ปลอดภัยจาก COVID-19












จากการทมีขาวในสอออนไลนวา พบการระบาด





ของโรคโควิด-19 ลามเข้าส่โรงงานอุตสาหกรรม โดย


เวลาน้โรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหารในพ้นที่จังหวัด
สมุทรสาครบางแห่งมีผู้ติดเชื้อ ซ่งอาจส่งผลกระทบต่อ


ความเชื่อม่นของค่ค้า และกระทบต่อการส่งออกสินค้า นอกจากน้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจในสินค้าปศุสัตว์ให้มาก



อาหารของไทยนั้น ยิ่งขึ้น กรมปศุสัตว์ ได้มีการเก็บตัวอย่างสินค้าปศุสัตว์ครอบคลุมเน้อ
เป็ด ไก่ สุกร โค และแพะ ซึ่งเป็นอาหารเพื่อคนบริโภค รวมถึง
อาหารกระป๋อง และอาหารสัตว์เล้ยง เพื่อทาการเฝ้าระวังการปน


เปื้อนเชื้อไวรัสโควิดในผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์อย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน
มีการส่งตัวอย่างสินค้าปศุสัตว์วิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการแล้ว 1,212
ตัวอย่าง ผลการวิเคราะห์เป็นลบท้งหมด ดังนั้น ขอให้ประชาชน

มั่นใจในความปลอดภัยของสินค้าปศุสัตว์

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว กล่าวว่า กรม กรมปศุสัตว์ได้มีการสารวจและรายงานสถานการณ์ผ้ติดเชื้อ







ปศุสัตว์เป็นหน่วยงานหนึ่งท่มีหน้าท่กากับดูแลด้านความปลอดภัย ไวรัสโควิด-19 ในพื้นท่โรงงานผลิตอาหารทุกวัน เพื่อทาการประเมิน

อาหาร โดยเฉพาะสินค้าปศุสัตว์ ท้งอาหารเพื่อคนบริโภคและอาหาร ความเสี่ยง และเพื่อสร้างความมั่นใจว่าสินค้าปศุสัตว์ที่อยู่ภายใต้การ
สัตว์เลี้ยง ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้ตระหนักและให้ความสำาคัญกับเรื่องนี้มา กากับดูแลของกรมปศุสัตว์ปลอดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยโรงงานท ี ่



ตั้งแต่ต้น โดยโรงงานท่กรมปศุสัตว์ ได้เข้าไปกากับดูแลความปลอดภัย ตรวจพบว่ามีแรงงานติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โรงงานแห่งนั้นต้องหยุด




ในกระบวนการผลิต มีจำานวนท้งหมด 454 โรงงาน แบ่งเป็น โรงงาน ทาการผลิตทนทเพือทาการล้างทาความสะอาดและฆาเชือ รวมทง ้ ั





ผลิตอาหารเพื่อคนบริโภค จำานวน 373 โรงงาน และโรงงานผลิต ดำาเนินการตามมาตรการแก้ไขและป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัส
อาหารสัตว์เลี้ยง จำานวน 81 โรงงาน ซึ่งโรงงานทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ โควิด-19 ก่อนที่จะพิจารณาอนุญาตให้ผลิตและส่งออกได้

การกากับดูแลของกรมปศุสัตว์จะมีเจ้าหน้าท่ของกรมปศุสัตว์คอย กรมปศุสัตว์ต้องขอความร่วมมือจากภาคเอกชน ในการรับ


ตรวจสอบความปลอดภัยตลอดกระบวนกระบวนการผลิต แรงงานเข้าทางาน โดยต้องมีการตรวจสอบประวติและคัดกรองโรค

โดยสถานการณ์จนถึงปัจจุบันยังไม่พบรายงานท่เก่ยวข้องกับ ก่อนรับเข้าทางาน รวมถึงให้ความสาคัญกับแรงงานในการดูแล




บุคลากรด้านปศุสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นในระดับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โรงเชือด สุขภาพ ความเป็นอยู่ ที่พักอาศัย และมีมาตรการไม่ให้พาญาติหรือ





และแปรรูปผลิตภัณฑเนือสัตว และโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ปศุสัตว คนนอกท่ไม่ทราบประวัติเข้ามาพักหรอเยี่ยมเยียน รวมถึงให้การ

เน่องจากการบังคับใช้มาตรการรองรับการระบาดโรคโควิดใน สนับสนุนการตรวจหาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในกลุ่มคนงาน ซึ่ง



อุตสาหกรรมอาหารท่อยู่ภายใต้การกากับดูแลของกรมปศุสัตว์ หลักๆ เป็นขั้นตอนแรกของการควบคุมโรคติดต่อ หากตรวจหากเจอผ้ติด

จะเน้นใน 3 ด้าน ได้แก่ 1. คน-มุ่งเน้นเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคล เชื้อไวรัสโควิด-19 ต้องดำาเนินการคัดแยกคนงานดังกล่าวออกจาก







และการเว้นระยะห่างทางสังคม 2. สถานท่ผลิต ให้รักษาความสะอาด พืนทการผลิตทสัมผสอาหารและมีการดำาเนนการกบอาหารท่ผลิต



เรียบร้อยตามหลักสุขอนามัยท่ดีในการผลิต ร่วมกับการควบคุม ออกมาแล้ว และดำาเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

กระบวนการผลิต และ 3. สินค้า มีการตรวจสอบประสิทธิภาพใน โดยภายใต้สถานการณ์น้ โรงงานและสถานประกอบการผลิตอาหาร


การควบคุมความปลอดภัยอาหารอย่างเข้มงวด ตั้งแต่การรับวัตถุดิบ เป็นผ้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ถ้าหากมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน
การเตรียมวัตถุดิบ การแปรรูป การเก็บรักษา และการขนส่งสินค้า โรงงานก็จะทาให้การดำาเนินงานสะดุดหรือมีผลต่อการจำาหน่าย

เพื่อป้องกันการปนเปื้อน สอดรับกับนโยบายของศูนย์บริหาร ผลิตภัณฑ์ได้ จึงขอให้ทุกคนช่วยกัน เราจึงจะสามารถป้องกันโรคนี้
สถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้...
6 สัตว์เศรษฐกิจ

876 สารบัญ ปีที่ 37 ฉบับที่ 876 มกราคม 2564









สัตว์เศรษฐกิจ
29

20
















บรรณาธิการ ผู้พิมพ์, ผู้โฆษณา : 37
มุกดา วนิชกุล
ที่ปรึกษา : 11
รศ.ดร.เยาวมาลย์ ค้าเจริญ คอลัมน์พิเศษ
ผศ.นาม ศิริเสถียร 11 หมูไทย ปี 64 ยํ้าสกัด ASF คว้าโอกาสส่งออก
รศ.อุทัย คันโธ 18 เดินหน้า “หมูสะอาด” ยกระดับอาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภค
ศ.น.สพ.ดร.รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช 20 หมูไทยแกร่ง...จับมือฝ่า ASF และ COVID-19
ผศ.ดร.เสกสม อาตมางกูร
อาจารย์ศักดิ์ชัย โตภาณุรักษ์ 22 ชาวหมูไทย...ขอบคุณรัฐและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลังไทย
บรรณาธิการบริหาร : ปลอด ASF กว่า 2 ปี
ทิพารัตน์ อธิภัทรพงศ์ 25 ไทยชนะ...ASF
กองบรรณาธิการ : 26 7 ประเด็นน่ารู้ : ทำาไมต้องเสริมธาตุเหล็กให้ลูกสุกร
วิษณุ เจริญพงศ์พูล 29 โคเนื้อ ปี 64 จี้ผู้เลี้ยงพัฒนาคุณภาพรับตลาดเสรี
กองจัดการ : 36 ก.เกษตรฯ เร่งแก้ปัญหานมล้นเซ่นพิษโควิด-19
เอกบุรุษ อุมากูล 37 ปี 64 ไก่เนื้อไทยรุ่ง หลัง Brexit ดันโควตาส่งออกเพิ่ม
ออกแบบรูปเล่ม : Chin
พิสูจน์อักษร : รัชดา กูใหญ่
สำานักงาน : 74/423-424 ซ.รามคำาแหง 180
ถ.รามคำาแหง มีนบุรี กรุงเทพฯ 10510
โทร. 0-2916-3786-7 คอลัมน์ประจำ�
แฟกซ์ : 0-2916-8005 8 บอกกล่าวเล่าสิบ
E-mail : [email protected], 10 กิจกรรมเด่น
[email protected] 44 สรุปข่าว
โรงพิมพ์ : ก.พลพิมพ์ 46 แนวโน้มราคา
เพลท : กรกนก กราฟฟิก
โทร. 082-458-4318
จัดจำาหน่าย : นานาสาส์น





สัตว์เศรษฐกิจ 7

ซีพ เฟรชมาร์ท ส่งมอบหน้ากากอนามัย

ช่วยชาวตลาดยิ่งเจริญ สู้ภัยโควิด-19
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำากัด (มหาชน)
หรือ ซีพีเอฟ โดย ซีพี เฟรชมาร์ท ร่วมส่งมอบ
หน้ากากอนามัย จำานวน 5,000 ชิ้น เพื่อสร้างความ
มั่นใจให้กับทุกคนที่มาใช้บริการในตลาด


นายณฏฐชัย ถรคุณพิสิษฐ์ รองกรรมการ

ผ้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ ร่วมส่งมอบหน้ากากอนามัย
ให้แก่ นายอริย ธรรมวัฒนะ เจ้าของตลาดยิ่งเจริญ

เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกคนท่มาใช้บริการใน
ตลาด ถึงมาตรการป้องกันโรคอย่างปลอดภัย จำานวน
ทั้งสิ้น 5,000 ชิ้น โดยมี นายสมบัติ วรสินวัฒนา
ผ้อานวยการเขตบางเขน พ.ต.ท.อนันต์ วรศาสตร์


รองกำากับป้องกันปราบปราม สถานีตำารวจนครบาล
บางเขน พร้อมด้วยทีมเถ้าแก่น้อย สาขาวิภาวดี 64
ร่วมด้วย ณ ลานจอดรถ 3 ตลาดยิ่งเจริญ








บอกกล่าวเล่าสิบ





บอกกล่าวเล่าสิบ ประจำาฉบับที่ 876 เดือนมกราคม ... เริ่มจาก รมช.กำาชับ
กรมปศุสัตว์วางนโยบายเข้มปี 64 ป้องกันการแพร่ระบาดโรค ASF หลังไทยยังคง
สถานะปลอดการระบาดตลอด 2 ปีซ้อน นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ ใน
ฐานะท่กากับดูแลกรมปศุสัตว์โดยตรงเปิดเผยว่า ล่าสุด ตนได้สั่งการให้ทางกรมปศุสัตว ์


วางมาตรการตรวจเข้ม และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรค ASF อย่างต่อเน่อง

หลังจากตนได้มีการทำางานร่วมกับหน่วยงานทั้ง ภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในการ

วางมาตรการการแพร่ระบาดท่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ภาครัฐและภาคเอกชน
สามารถผนึกกำาลังป้องกันโรค ASF ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จนทำาให้ประเทศไทยยังคง
สถานะปลอดการระบาด และสามารถสร้างการส่งออกสุกรไทยให้เติบโตแบบ

ก้าวกระโดด ท้งสุกรขุน สุกรพันธุ์ และสุกรแปรรูป ซึ่งจากอดีตจนถึงปัจจุบัน


การเลี้ยงสุกรเป็นอาชีพเกษตรกรแขนงหน่งท่มีความสาคัญอย่างยิ่งต่อการประกอบ

อาชีพของเกษตรไทย มีความแน่นอนของผลผลิต เกิดการสร้างอุปสงค์ให้กับห่วงโซ่
ต่อเนื่องในกลุ่มของผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นพืชอาหารสัตว์ของไทย เช่น ข้าวโพด
เลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ผลพลอยได้จากข้าว เช่น ปลายข้าว รำาข้าว ที่มีการเติบโตอย่าง

ต่อเน่อง นอกเหนือจากการเป็นอาหารโปรตีนหลักของคนในชาติ อุตสาหกรรม
สุกรยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจท่เก่ยวเน่อง รวมแล้วกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี





ภาคเกษตรปศุสัตว์จึงถือเป็นหน่งของภาคเกษตรท่มีรากฐานของประเทศและมีความ
เชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ท้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และส่งแวดล้อม


ปัจจุบันภาคการเลี้ยงสุกรของไทยมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น มีความร่วมมือระหว่าง
ภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษามากยิ่งขึ้น
8 สัตว์เศรษฐกิจ

ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์



อย่างไรก็ตาม ในส่วนนโยบายการป้องกันการแพร่ระบาดของ ภาคเอกชนตามนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาประเทศในอนาคตกรม

โรคในสุกรแล้ว ตนยังสั่งกำาชับให้ทางกรมปศุสัตว์ให้มีการตรวจสอบ ปศุสัตว์ โดยสานักตรวจสอบคุณภาพสินค้าปศุสัตว์จะดำาเนินการ


เข้มข้นต่อเน่องในสัตว์อ่นๆด้วยไม่ว่าจะเป็นวัว และม้าและสัตว์ปีก พัฒนาระบบบริหารจัดการห้องปฏิบัติการ
อ่นๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคสัตว์ท่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดย “โคบาลบูรพา” ผลสำาเร็จการปรับเปลี่ยนอาชีพการปลูกข้าวใน


จะต้องอาศัยความร่วมมือและการบูรณาการจากทุกภาคส่วนท ี ่ พื้นที่ที่ไม่เหมาะสมไปเลี้ยงสัตว์ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดี
เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และเกษตรกร กรมปศุสัตว เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ดำาเนินการโครงการโคบาลบูรพา

เพื่อสร้างความตระหนักร้ กระตุ้นให้เกิดการปรับตัว เสริมสร้าง ขึ้นเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรท่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดย







ศักยภาพและความเข้มแข็งให้ภาคเกษตรให้สามารถรับมือกับการ เฉพาะจังหวดสระแกวซงเป็นแหล่งเกษตรกรรมทสำาคัญของภาค

เปลี่ยนแปลง ซึ่งจะทำาให้ประเทศไทยมีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ตะวันออก แต่มีพื้นท่อยู่ในเขตชลประทานเพียงร้อยละ 10.4 ของ






ปีท่ผ่านมาถือว่าเราทางานอย่างหนักมาท้งปี ในฐานะท่กากับดูแลกรม พื้นที่ทำาการเกษตร ทำาให้ค่าเฉลี่ยผลผลิตพืชต่อไร่ค่อนข้างต่ำา และ

ปศุสัตว์โดยตรงเพื่อวางมาตรการการแพร่ระบาดของโรคในสัตว์ต่างๆ บางพื้นท่อยู่นอกเขตชลประทานและสภาพดินมีความสมบูรณ์ต่า


ซึ่งมีตั้งแต่ม้า วัว ควาย และมาจนถึงสุกร ก็ถือวาค่อนข้างได้ผล ประสบปัญหาภัยแล้งอยู่เสมอ ซึ่ง กระทรวงเกษตรฯได้มอบหมายให้
ในปี 64 น้ผมได้มีการสั่งการให้กรมปศุสัตว์ทางานอย่างต่อเน่อง กรมปศุสัตว์ร่วมกับหน่วยงานท่เก่ยวข้องส่งเสริมอาชีพปศุสัตว์ให ้






ต่อไปโดยสั่งการให้มีการตรวจเข้มตามแนวชายแดน อย่างต่อเน่อง เกษตรกรในพื้นท่ ส.ป.ก. ซ่งเป็นพื้นท่มีศักยภาพในการเลี้ยงสัตว์




เพื่อป้องกันการลักลอบนำาเข้าสัตว์และเนื้อสัตว์ผิดกฎหมายท่อาจเป็น และพัฒนาให้จังหวัดสระแก้วเป็นเมืองแห่งปศุสัตว์ “โคบาลบูรพา” ท ี ่
สาเหตุหน่งของการแพร่ระบาดได้ โดยปี64ผมได้สังการให้มีความเข้ม สำาคัญของประเทศ มีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมโคเนื้ออย่าง

ข้นมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผ้บริโภคและเกษตรกร ครบวงจรนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2560


ผู้เลี้ยงในประเทศด้วย กรมปศุสัตว์ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรท่มีคุณสมบัติ






กรมปศุสัตว์โชว์ศักยภาพระบบบริหารจัดการห้องปฏิบัติการ ตรงตามเง่อนไขโครงการทงส้น 6100 ราย เป็นเกษตรกรเลียงโคเนือ
(LIMS) รู้ผลตรวจเร็วกว่าเดิม 3 เท่า รองรับการเติบโตของส่งออก 6000 ราย และแพะ 100ราย โดยเกษตรกรจะได้รับการสนับสนุน

สินค้าปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว เปิด พันธุ์โคเนื้อรายละ 5 ตัว แพะเนื้อรายละ 32 ตัว พร้อมอุดหนุน
เผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดใช้ระบบบริหารจัดการห้องปฏิบัติ ค่าใช้จ่ายในการปลูกสร้างแปลงพืชอาหารสัตว์ โรงเรือนและ
การ (Laboratory Information Management System, LIMS) บ่อบาดาล โดยเกษตรกรต้องส่งคืนโคเพศเมียอายุ 12 เดือน 5

สานักตรวจสอบคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ ณ อาคารสำานักตรวจสอบ ตัวแรก หรือ ลูกแพะเพศเมียอายุ 6 เดือน 32 ตัวแรกให้โครงการฯ

คุณภาพสินค้าปศุสัตว์ (สตส.1) ว่า ในอดีตที่ผ่านมาสำานักตรวจสอบ เพือนาไปขยายผลช่วยเหลอเกษตรกรรายใหม่นำาไปเพือใช้ประโยชน์



คุณภาพสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ ใช้เวลาในการรับตัวอย่าง ทดสอบ ต่อไป
และออกรายงานผลการทดสอบให้ลูกค้ามีระยะเวลาค่อนข้างนาน จากการดำาเนินการนับตั้งแต่เร่มโครงการในปี พ.ศ.2560

เน่องจากต้องใช้เวลาในการตรวจสอบความถูกต้อง แก้ไขรายละเอียด เกษตรกรในโครงการฯ ผลิตโคเนื้อในระยะขยายผล จำานวน 685 ตัว

ในรายงานผลการทดสอบ ซึ่งมีขั้นตอนของการรับส่งเอกสารตาม ทำาให้เพิ่มการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ 137 ราย และผลิต

ระบบสารบรรณ รวมถึงรอผ้มีอานาจอนุมัติลงนามในรายงานผล แพะในระยะขยายผล จำานวน 421 ตัว สามารถช่วยเหลือเกษตรกร

การทดสอบ จึงทาให้ได้รับข้อร้องเรียนจากลูกค้า สานักตรวจสอบ ได้เพิ่มขึ้น 20 ราย และตามท่กรมปศุสัตว์ใช้หลักการ ตลาดนำา




คุณภาพสินค้าปศุสัตว์ได้นาระบบบริหารจัดการห้องปฏิบัติการ การผลิต ส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาพันธุ์โคเนื้อ โดยใช้พันธุ์โคเนื้อ
(LIMS) มาใช้ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งเริ่มมีการพัฒนาและใช้งานตั้งแต่ ลูกผสมสายพันธุ์ยุโรป เพื่อให้ได้โคเนื้อคุณภาพสูง ซึ่งหากเกษตรกร



เดือนมีนาคม 2563 ทงน้ ระบบดังกลาวทาใหการปฏบัติงานเป็น ผลิตโคลูกผสมยุโรป จะสามารถจำาหน่ายโคมีชีวิตได้ในราคา 110






ระบบมากขึ้น ช่วยลดความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานของบุคลากร บาท/กก. ทาใหเกษตรกรมีรายได้จากการขายโคเนอเพศผจำานวน








สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทกขั้นตอน ผควบคุมระบบบรหาร 375 ตัวได้ถึง 8,844,905 บาท โดยมีสหกรณ์เครือข่ายโคเนื้อเป็น

จัดการหองปฏบัติการ (LIMS) สามารถตรวจสอบได้วาการดำาเนิน ตลาดหลักในการรับซื้อโคเนื้อ ท้งนี้ ได้กาชับผ้ปฏิบัติงานโครงการ





การของตัวอย่างอยู่ในขั้นตอนใด นอกจากนี้ มีการแบ่งระดับการเข้า โคบาลบูรพา ให้ติดตามดูแลให้ความช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อให ้
ถึงข้อมูล และยังคงไว้ซึ่งความเป็นกลางและการรักษาความลับของ เกษตรกรมีรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป...สวัสดี...
ลูกค้า
ท่สำาคัญห้องปฏิบัติการดังกล่าว สามารถลดขั้นตอนการออก


รายงานผลการทดสอบจากเดิมท่ใช้เวลาประมาณ เหลือเพียง

โครงการน้นับเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและ
สัตว์เศรษฐกิจ 9

ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์


ผู้เลี้ยงขอบคุณรัฐบาลผนึกกำาลังป้องกันโรค ASF มากกว่า 2 ปี
กลุ่มผู้เลี้ยงสุกรไทยจัดงานขอบคุณภาครัฐเอกชนตลอด 2 ปี ร่วมกันรับมือ
โรค ASF ในสุกร สร้างการส่งออกหมูไทยเติบโตก้าวกระโดดทั้งสุกรขุน สุกรพันธุ์
และเนื้อสุกรแปรรูป การจัดงานในครั้งนี้ใช้ชื่องานว่า “งานแสดงความขอบคุณและ



เป็นกาลังใจต่อผ้ปฏิบัติงานท่ยังคงต้องเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มแข็งต่อไป” โดยในงาน
จะมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่ นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน อธิบดีกรมปศุสัตว ์





พร้อมผ้บริหารและผ้ปฏิบัติหน้าท่ ผ้บริหารกล่มบริษัทเกษตรครบวงจรท่สนับสนุน


เงินทุนสำาหรับทุกกิจกรรมในการเฝ้าระวังป้องกันโรค ASF ในสุกร นักวิชาการผ้ทรง
กิจกรรมเด่น คุณวุฒิจากสถาบันการศึกษา นักวิชาการอิสระ ณ โรงแรมสุโกศล ถนนศรีอยุธยา
กรุงเทพมหานคร





























































10 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE



























จากความสาเรจของไทยทีปองกน “โรคแอฟริกนสไวนฟเวอร (African Swine







Fever) หรือ ASF” โรคร้ายท่สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมสุกรในหลายประเทศ

แต่ไทยยังคงสถานะปลอดโรคได้กว่า 2 ปี จนกลายเป็นประเทศเดียวในภูมิภาค จนสุกร
ไทยกลายเป็นที่ต้องการของต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและอาเซียน ยอดส่งออกสุกรและ


ผลตภณฑไทยสงถง 22,000 ลานบาท ดันราคาหนาฟารมอย่ในระดับสง คาด ป 64









ความต้องการจากต่างประเทศยังมีต่อเนื่อง เน้นย้าความร่วมมือทุกภาคส่วน เฝ้าระวัง

ป้องกัน ASF รักษาสถานภาพปลอดโรคต่อไป
หมูไทย ปี 64
ยํ้าสกัด ASF คว้าโอกาสส่งออก
สถานการณ์ การผลิตสุกรของโลก ปี 2559 - 2563 การผลิต ล็อกดาวน์เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ประกอบกับ



เน้อสุกรของประเทศต่างๆ ลดลงในอัตราร้อยละ 3.46 ต่อปี โดย ประเทศท่เกิดความเสียหายจากโรค ASF ไม่สามารถผลิตเน้อสุกร
ในปี 2563 การผลิตเนื้อสุกรของโลกมีปริมาณรวม 97.88 ล้านตัน ได้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค ส่งผลให้ราคาเนื้อสุกรสูงขึ้น ซึ่ง
ลดลงจากปี 2562 ซึ่งมีปริมาณ 101.98 ล้านตัน ร้อยละ 4.02 มีผ้บริโภคบางส่วนหันไปบริโภคอาหารโปรตีนชนิดอนทดแทน






เนื่องจากเกิดการระบาดของ โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African อย่างไรก็ตาม จีนยังคงเป็นประเทศท่มีการบริโภคเน้อสุกรมากทสุด

Swine Fever: ASF) ในหลายประเทศ ทำาให้ผลผลิตสุกรเกิดความ คือ 42.70 ล้านตัน รองลงมาได้แก่ สหภาพยุโรป 20.17 ล้านตัน
เสียหายในวงกว้าง โดยเฉพาะในฟิลิปปินส์ จีน และเวียดนาม ซึ่งมี สหรัฐอเมริกา 9.90 ล้านตัน และรัสเซีย 3.42 ล้านตัน
ปริมาณการผลิตลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 19.56 ร้อยละ 10.69 ปี 2559 - 2563 การส่งออกเน้อสุกรของประเทศต่างๆ

และร้อยละ 5.88 ตามลำาดับ อย่างไรก็ตาม จีนยังคงเป็นผู้ผลิตสุกร เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 7.33 ต่อปี โดยในปี 2563 การส่งออก
รายใหญ่ที่สุด มีปริมาณการผลิต 38.00 ล้านตัน รองลงมา ได้แก่ เนื้อสุกรมีปริมาณรวม 10.82 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ซึ่งมี
สหภาพยุโรป 24.00 ล้านตัน สหรัฐอเมริกา 12.78 ล้านตัน และ ปริมาณ 9.34 ล้านตัน ร้อยละ 15.87 เนื่องจากมีความต้องการ

บราซิล 4.13 ล้านตัน บริโภคเน้อสุกรเพิ่มขึ้นเป็นจำานวนมากในประเทศท่เกิดความเสียหาย


ด้านการตลาด ปี 2559 - 2563 ความต้องการบริโภคเนื้อ จากโรค ASF ทาให้ประเทศผ้ผลิตสามารถส่งออกเนื้อสุกรได้มากขึ้น

สุกรของประเทศต่างๆ ลดลงในอัตราร้อยละ 3.49 ต่อปี โดยในปี โดยสหภาพยุโรปยังคงเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุด คือ 3.85 ล้านตัน
2563 การบริโภคเนื้อสุกรของโลกมีปริมาณรวม 97.48 ล้านตัน ลด รองลงมาได้แก่ สหรัฐอเมริกา 3.33 ล้านตัน แคนาดา 1.50 ล้าน
ลงจากปี 2562 ซึ่งมีปริมาณ 100.94 ล้านตัน ร้อยละ 3.44 ประเทศ ตัน และบราซิล 1.20 ล้านตัน
ต่างๆ ส่วนใหญ่มีการบริโภคลดลง โดยบราซิล จีน เม็กซิโก และ ปี 2559 - 2563 การนาเข้าเน้อสุกรของประเทศต่างๆ



เวียดนาม มีการบริโภคลดลงร้อยละ 6.07 ร้อยละ 4.83 ร้อยละ เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 7.70 ต่อปี โดยในปี 2563 การนาเข้า
2.27 และร้อยละ 2.17 ตามลำาดับ ซึ่งเป็นผลกระทบจากมาตรการ เนื้อสุกรมีปริมาณรวม 10.37 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ซึ่งมี
สัตว์เศรษฐกิจ 11

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE


ปริมาณ 8.45 ล้านตัน ร้อยละ 22.66 โดยเฉพาะจีน มีการนำาเข้า ประเทศเพื่อนบ้านมีความต้องการสุกรมีชีวตเพื่อไปทดแทนผลผลิต


เพิ่มขึ้น จากปี 2562 ร้อยละ 95.84 และเป็นประเทศที่มีการนำาเข้า ท่เสียหายจากโรค ASF จึงทาให้ประเทศไทยส่งออกสุกรมีชีวิตได้

เนื้อสุกรมากที่สุด คือ 4.80 ล้านตัน รองลงมาได้แก่ ญี่ปุ่น 1.43 เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
ล้านตัน เม็กซิโก 0.96 ล้านตัน และเกาหลีใต้ 0.57 ล้านตัน การนำาเข้า ส่วนใหญ่เป็นการนำาเข้าส่วนอื่นๆ ที่บริโภคได้ของ



สำาหรับประเทศไทย ปี 2559 - 2563 การผลิตสุกรของไทย สุกร (หนัง ตับ และเคร่องในอ่นๆ) และ ผลิตภัณฑ์เน้อสุกร ปี
เพิมขึนในอตรารอยละ 1.88 ต่อปี โดยในปี 2563 มีปรมาณ 2559-2563 ปริมาณการนำาเข้าส่วนอื่นๆ ที่บริโภคได้ลดลงในอัตรา





การผลิตสุกร 20.45 ล้านตัว ลดลงจาก 20.48 ล้านตัว ของปี 2562 ร้อยละ 8.49 ต่อปี โดยในปี 2563 ไทยนำาเข้าส่วนอื่นๆ ที่บริโภค
ร้อยละ 0.15 เนื่องจากเกษตรกรชะลอการเลี้ยงสุกร เป็นผลมาจาก ได้ปริมาณ 26,755 ตัน มูลค่า 488.32 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562
การระบาดของโรค ASF ในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม และ ซึ่งนำาเข้าปริมาณ 32,516 ตัน มูลค่า 637.34 ล้านบาท ร้อยละ
กัมพูชา โดยแม้ว่า ไทยจะไม่มีการระบาดของโรคดังกล่าว แต่ 17.72 และร้อยละ 23.38 ตามลำาดับ โดยนำาเข้าส่วนอื่นๆ ที่บริโภค
เกษตรกรต้องการลดความเสี่ยงจึงชะลอการเลี้ยงสุกร ทำาให้ปริมาณ ได้ของสุกร (หนัง ตับ เครื่องในอื่นๆ) จากประเทศเยอรมนี อิตาลี
การผลิตสุกรในภาพรวมลดลง เนเธอร์แลนด์และเดนมาร์ก ส่วนปริมาณการนำาเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อ
ปี 2559 - 2563 ความต้องการบริโภคเน้อสุกรของไทย สุกร ปี 2559-2563 ลดลงในอัตราร้อยละ 27.21 ต่อปี โดยในปี

เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 0.66 ต่อปี ซึ่งสุกรที่ผลิตได้ใช้บริโภคภายใน 2563 ไทยนำาเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรปริมาณ 362 ตัน มูลค่า 90.37

ประเทศเป็นหลักประมาณร้อยละ 84.75 ของปริมาณการผลิตท้งหมด ล้านบาท ซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นจาก 358 ตัน ของปี 2562 ร้อยละ
โดยในปี 2563 มีปริมาณการบริโภคสุกร 1.30 ล้านตัน ลดลงจาก 1.12 แต่มูลค่าลดลงจาก 101.08 ล้านบาท ของปี 2562 ร้อยละ
ปี 2562 ร้อยละ 11.56 เนื่องจากมาตรการ ล็อกดาวน์ เพื่อป้องกัน 10.60 โดยส่วนใหญ่นำาเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรจากประเทศอิตาลี จีน

การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลให้ภาคธุรกิจท่องเท่ยวและ และเดนมาร์ก
บริการชะลอตัว ประกอบกับปริมาณการส่งออกสุกรแปรรูปและสุกร ด้านราคาท่เกษตรกรขายได้ ปี 2559 - 2563 ราคาท่เกษตรกร




มีชีวตเพิมขึ้นมาก จากความต้องการของประเทศท่การผลิตสุกรได้ ขายได้เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 2.68 ต่อปี โดยราคาสุกรที่เกษตรกร


รับความเสียหายจากโรค ASF ส่งผลให้ปริมาณความต้องการบริโภค ขายได้ปี 2563 เฉล่ยกิโลกรัมละ 72.00 บาท สูงขึ้นจากเฉล่ยกิโลกรัม

ในภาพรวมลดลง ละ 66.52 บาท ของปี 2562 ร้อยละ 8.24 เน่องจากมีความต้องการ

ขณะที่การส่งออกสุกรของไทยมีปริมาณ ร้อยละ 15.25 ของ สุกรมีชีวิตเพิ่มขึ้นมากจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ราคาท ี ่


ปริมาณการผลิตท้งหมด เป็นการส่งออกเนื้อสุกรและเน้อสุกรแปรรูป เกษตรกรขายได้ปรับตัวสูงขึ้น
ร้อยละ 2.26 และสุกรมีชีวิตร้อยละ 12.99 ของปริมาณการผลิต ราคาส่งออก ปี 2559 - 2563 ราคาส่งออกเนื้อสุกรชำาแหละ
ทั้งหมด โดยเนื้อสุกรส่งออกไปยังฮ่องกง สปป.ลาว เมียนมา และ สูงขึ้นในอัตราร้อยละ 26.52 ต่อปี โดยในปี 2563 ราคาส่งออกเนื้อ
กัมพูชา ส่วนเน้อสุกรแปรรูปส่งออกไปยังญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร และ สุกรชำาแหละเฉลี่ยกิโลกรัมละ 124.16 บาท สูงขึ้นจากปี 2562 ร้อย




เมียนมา สำาหรับสุกรมีชีวิตส่งออกไปยังประเทศเพือนบ้าน ได้แก ละ 14.53 ส่วนราคาเนื้อสุกรแปรรูป ปี 2559 - 2563 สูงขึ้นใน
กัมพูชา เวียดนาม สปป. ลาว และเมียนมา อัตราร้อยละ 0.99 ต่อปี โดยในปี 2563 ราคาส่งออก เน้อสุกรแปรรูป

ปี 2559 - 2563 ปริมาณการส่งออกเน้อสุกรชำาแหละ เฉลี่ยกิโลกรัมละ 209.37 บาท ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 18.90

เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 68.51 ต่อปี โดยในปี 2563 ไทยส่งออก ราคานำาเข้า ปี 2559 - 2563 ราคานำาเข้าส่วนอื่นๆ ที่บริโภค
เนื้อสุกรชำาแหละปริมาณ 26,063 ตัน มูลค่า 3,236.03 ล้านบาท ได้ของสุกรลดลงในอัตราร้อยละ 4.74 ต่อปี ขณะที่ราคานำาเข้าตับ
เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ซึ่งส่งออกปริมาณ 7,186 ตัน มูลค่า 779.07 ลดลงในอัตราร้อยละ 7.59 ต่อปี โดยในปี 2563 ราคานำาเข้าส่วน
ล้านบาท คิดเป็น 3.63 เท่า และ 4.15 เท่า ตามลำาดับ อื่นๆ ที่บริโภคได้ของสุกรรวม เฉลี่ยกิโลกรัมละ 17.93 บาท ลดลง




ปี 2559 - 2563 ปริมาณการส่งออกเนื้อสุกรแปรรูป ลดลง จากปี 2562 รอยละ 8.52 ส่วนราคานำาเข้าตับเฉลียกโลกรมละ
ในอัตราร้อยละ 4.32 ต่อปี โดยใน ปี 2563 ไทยส่งออกเนื้อสุกร 18.90 บาท ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 9.48
แปรรูปปริมาณ 8,554 ตัน มูลค่า 1,790.92 ล้านบาท ซึ่งมีปริมาณ สำาหรับแนวโน้ม ปี 2564 คาดว่า การผลิตเน้อสุกรจะมีปริมาณ

เพิ่มขึ้นจาก 7,969 ตัน ของปี 2562 ร้อยละ 7.34 แต่มูลค่าลดลง 102.16 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 97.88 ล้านตันของปี 2563 ร้อยละ


จาก 2,057.16 ล้านบาท ของปี 2562 ร้อยละ 12.94 4.38 เน่องจากคาดว่าประเทศท่เกิดความเสียหายจากโรค ASF
สำาหรับการส่งออกสุกรพันธุ์และสุกรมีชีวิต ปี 2563 ไทย จะสามารถขยายการผลิตเพิ่มขึ้น เช่น จีน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม
ส่งออกปริมาณ 2,676,880 ตัว มูลค่า 17,164.40 ล้านบาท และบราซิล เป็นต้น ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังการ





เพิมขึนจากป 2562 ซึงส่งออกปรมาณ 750,061 ตัว มูลค่า 3,570.75 ระบาดของโรคโควิด 19 และราคาสุกรท่เพิ่มสูงขึ้นจะจูงใจให้เกษตรกร

ล้านบาท คิดเป็น 3.57 เท่า และ 4.81 เท่า ตามลำาดับ เนื่องจาก ขยายการผลิต
12 สัตว์เศรษฐกิจ

ข่าวสารและสาระสําหรับวงการเลี้ยงสัตว์
































หมายเหตุ : 1/ ข้อมูลเบื้องต้น 2/คาดคะเน *สมาชิกทั้งหมด 28 ประเทศ
ที่มา : Livestock and Poultry : World Markets and Trade, USDA Foreign Agricultural Service. October 2020
ขณะที่การตลาด ปี 2564 คาดว่า ความต้องการบริโภคเนื้อ
สุกรจะมีปริมาณรวม 101.65 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 97.48 ล้านตัน
ของปี 2563 ร้อยละ 4.28 เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลัง

การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลให้ภาคธุรกิจท่องเท่ยวและ


บรการมี ความต้องการเน้อสุกรเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจีนยังคงเป็น
ผู้บริโภครายใหญ่ที่สุด คือ 45.88 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 42.70 ล้าน
ตัน ของปี 2563 ร้อยละ 7.44 รองลงมาได้แก่ สหภาพยุโรป 20.42
ล้านตัน สหรัฐอเมริกา 10.01 ล้านตัน และรัสเซีย 3.48 ล้านตัน
































หมายเหตุ : 1/ ข้อมูลเบื้องต้น 2/คาดคะเน *สมาชิกทั้งหมด 28 ประเทศ
ที่มา : Livestock and Poultry : World Markets and Trade, USDA Foreign Agricultural Service. October 2020



สัตว์เศรษฐกิจ 13

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE


การส่งออก ปี 2564 คาดว่า การส่งออกเนื้อสุกรของโลกจะ
มีปริมาณรวม 10.819 ล้านตัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จาก 10.816 ล้าน

ตัน ของปี 2563 ร้อยละ 0.03 โดยคาดว่าสหภาพยุโรปเป็นผ้ส่ง
ออกเนื้อสุกรรายใหญ่ที่สุด คือ 3.75 ล้านตัน ลดลงจาก 3.85 ล้าน
ตัน ของปี 2563 ร้อยละ 2.60 รองลงมา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา
3.33 ล้านตัน แคนาดา 1.47 ล้านตัน และบราซิล 1.25 ล้านตัน





























หมายเหตุ : 1/ ข้อมูลเบื้องต้น 2/คาดคะเน *สมาชิกทั้งหมด 28 ประเทศ
ที่มา : Livestock and Poultry : World Markets and Trade, USDA Foreign Agricultural Service. October 2020

การนำาเข้า ปี 2564 คาดว่า การนำาเข้าเนื้อสุกรของโลกจะมี
ปริมาณรวม 10.32 ล้านตัน ลดลงจาก 10.37 ล้านตัน ของปี 2563



ร้อยละ 0.44 โดยท่จีนยังคงเป็นประเทศท่นาเข้าเนื้อสุกรมากท่สุด

คือ 4.50 ล้านตัน ลดลงจาก 4.80 ล้านตัน ของปี 2563 ร้อยละ


6.25 รองลงมาได้แก ญี่ป่น 1.45 ล้านตัน และเม็กซิโก 0.99
ล้านตัน
























หมายเหตุ : 1/ ข้อมูลเบื้องต้น 2/คาดคะเน *สมาชิกทั้งหมด 28 ประเทศ
ที่มา : Livestock and Poultry : World Markets and Trade, USDA Foreign Agricultural Service. October 2020
14 สัตว์เศรษฐกิจ

ข่าวสารและสาระสําหรับวงการเลี้ยงสัตว์



สำาหรับประเทศไทย การผลิต ในปี 2564 คาดว่าการผลิตสุกร
มีปริมาณ 20.50 ล้านตัว เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 20.45 ล้านตัวของ
ปี 2563 ร้อยละ 0.24 เนื่องจากราคาสุกรมีชีวิตจูงใจให้เกษตรกร
ขยายการผลิต ตลอดจนเกษตรกรมีการบริหารจัดการฟาร์มและ

ป้องกันโรคระบาดได้เป็นอย่างดี ทาให้ประสิทธิภาพในการเลี้ยงสุกร
เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น ขณะท่ความต้องการบริโภค

ปี 2564 คาดว่าการบริโภคสุกรมีปริมาณ 1.31 ล้านตัน เพิ่มขึ้น
จาก 1.30 ล้านตัน ของปี 2563 ร้อยละ 0.77 เนื่องจากการผ่อน
คลายมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคโควิด 19 ทำาให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการฟื้นตัว ส่งผล
ให้ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรเพิ่มขึ้น

















หมายเหตุ : * ข้อมูลเบื้องต้น **คาดคะเน
ที่มา : 1/,3/ สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร 2/ กรมศุลกากร



การส่งออก ปี 2564 คาดว่าการส่งออกเนื้อสุกรชำาแหละและ
เนื้อสุกรแปรรูป จะลดลงเล็กน้อยหรือใกล้เคียงกับปี 2563 เนื่องจาก

ยังคงมีความต้องการอย่างต่อเน่อง แต่ประเทศท่การผลิตสุกรเสียหาย


เร่มฟื้นตัวจากการระบาดของโรค ASF ในขณะท่การส่งออกสุกร



มีชีวิตคาดว่าจะทรงตัว เน่องจากประเทศเพื่อนบ้านท่ผลผลิตสุกร
เสียหายจากโรค ASF ยังคงมีความต้องการนำาเข้าสุกรมีชีวิต





















หมายเหตุ : * ประมาณการ
ที่มา : กรมศุลกากร


สัตว์เศรษฐกิจ 15

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE


การนำาเข้า ปี 2564 คาดว่าการนำาเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรและ
ส่วนอื่นๆ ที่บริโภคได้ของสุกร (หนัง ตับ และเครื่องในอื่นๆ) จะ
ใกล้เคียงกับปี 2563





















หมายเหตุ * ประมาณการ
ที่มา : กรมศุลกากร



ราคา ปี 2564 คาดวา ราคาสุกรทเกษตรกรขายได้จะใกล้เคียง

กับปี 2563 ซึ่งแม้ว่าราคาสุกรมีชีวิต เริ่มปรับตัวสูงขึ้น แต่ปริมาณ



การผลิตยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเน่อง ทาให้ราคาท่เกษตรกรขายได้
ทรงตัว ส่วนราคาส่งออกเนื้อสุกรชำาแหละและเนื้อสุกรแปรรูปคาดว่า
จะใกล้เคียงกับปี 2563






















ที่มา : 1/สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร และ 2/กรมศุลกากร


ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการผลิตหรือการส่งออก เริ่มจาก โรค
อหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever: ASF) จีน ซึ่งเป็น




ผ้ผลิตและผ้บริโภคเนื้อสุกรรายใหญ่ท่สุดของโลก รวมท้งประเทศ
เพื่อนบ้านที่ติดชายแดนไทย ได้แก่ กัมพูชา เวียดนาม สปป.ลาว

และเมียนมา เร่มมีการฟื้นตัวจากปัญหาการระบาดของโรค ASF ใน
ช่วงที่ผ่านมา โดยมีแนวโน้มขยายปริมาณการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง




อาจส่งผลใหปรมาณการส่งออกเนอสุกรชำาแหละ เนอสุกรแปรรป



และสุกรมีชีวิตของไทยทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีท ่ ี
16 สัตว์เศรษฐกิจ

ข่าวสารและสาระสําหรับวงการเลี้ยงสัตว์



ผ่านมา แต่หากการผลิตสุกรของประเทศดังกล่าวยังไม่สามารถฟื้น
จากการระบาดของโรค ASF ได้ จะเป็นผลในเชิงบวกสำาหรับการ
ส่งออกสุกรของไทย รวมทั้งราคาสุกรมีชีวิตในประเทศ

โรคระบาดในสุกรอ่นๆ แม้ว่าในปัจจุบันการจัดการฟาร์มสุกร
จะมีประสิทธิภาพและสามารถควบคุมโรคระบาดได้ดีขึ้น แต่ยังคงมี
ปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดโรคระบาดในสุกร เช่น โรคท้องร่วงติดต่อในสุกร
(Porcine Epidemic Diarrhea: PED) และโรคระบบทางเดินหายใจ

และระบบสืบพันธุ (Porcine Reproductive and Respiratory

Syndrome: PRRS) เป็นต้น ซึ่งทาให้ผลผลิตสุกรเสียหาย โดย
เฉพาะฟาร์มสุกรที่ยังมีการจัดการฟาร์มที่ไม่ได้มาตรฐาน จะมีความ
เส่ยงสูงท่จะได้รับผลกระทบจากโรคระบาดดังกล่าว ประกอบกับ


ประเทศไทยยังไม่ได้รับการรับรองให้ปลอดโรค FMD จึงเป็นข้อจำากัด
การส่งออกเนื้อสุกรชำาแหละและเนื้อสุกรแปรรูปไปต่างประเทศ
ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว ต้นทุนอาหารสุกร เป็นต้นทุนท่สูง


ที่สุดในการผลิตสุกร คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 60 - 70 ของ
ต้นทุนการผลิต ซึ่งราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ยังคงมีความผันผวนตลอด
เวลา อาทิ ราคากากถั่วเหลืองในชิคาโกปรับตัวสูงขึ้นกว่าร้อยละ 7
ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์สูงขึ้น
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลกระทบให้
นักท่องเท่ยวท่เข้ามาในไทยลดลงตลอดจนเปลี่ยนรูปแบบการบริโภค


ของผู้บริโภค อาทิ ลดการรับประทานอาหารนอกบ้าน รวมทั้งภาวะ
เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการบริโภคสุกร
ในประเทศให้ลดลงได้
ด้าน น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ไทย

ถือเป็นประเทศท่มีความโดดเด่นในระดับโลกด้านสินค้าปศุสัตว์ท่มี

คุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยในอาหาร (Food Safety) โดย
กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำาคัญอย่างยิ่งใน 2.2 ล้านตัว รวมถึงเนื้อและผลิตภัณฑ์สุกร มีปริมาณมากกว่า 54,000





เร่องดังกล่าวมาโดยตลอด ทาให้สินค้าปศุสัตว์ไทยเป็นท่ต้องการใน ตัน มีมูลค่าทะล 22,000 ล้านบาท เพิมขึ้นมากกว่า 300 เปอร์เซ็นต์
ตลาดโลก โดยเฉพาะความสำาเร็จที่ไทยสามารถป้องกันโรคแอฟริกัน เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านๆ มา
สไวน์ฟีเวอร์ หรือ ASF โรคร้ายแรงในสุกรที่สร้างความเสียหายให้ ขณะที่ปริมาณการผลิตสุกรขุนของไทยอยู่ที่ 55,000 ตัวต่อวัน


อุตสาหกรรมการเล้ยงสุกรหลายประเทศ แต่ไทยยังคงสถานะ “ปลอด ส่วนความต้องการบริโภคภายในประเทศอยู่ท 50,000 ตัวต่อวัน

โรค ASF” มานานกว่า 2 ปี จนเป็นไข่แดงเพียงประเทศเดียวใน การผลิตจึงเพียงพอกับการบริโภคภายในประเทศ สำาหรับผลผลิตส่วน


ภูมิภาคน จุดน้ทาให้สุกรไทยเป็นท่สนใจของตลาดต่างประเทศ ท ่ ี ท่เกินจากการบริโภค ทาการส่งออกในรูปแบบสุกรขุน สุกรพันธุ

















ต้องการนาเข้าสุกรจากฟาร์มท่ได้รบการรับรองมาตรฐาน GAP ท ี ่ ลูกสุกร ชินสวนและผลตภณฑ เพือนาเงนตราเข้าประเทศ โดยมี
ปลอดโรค ปลอดสารตกค้าง ปลอดภัย เพื่อป้อนผู้บริโภคของตนเอง คณะกรรมการดูแล ประกอบด้วย 5 หน่วยงาน คือ กรมปศุสัตว์
โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่เกิดการระบาดของโรค ASF ทำาให้ปริมาณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์



ผลผลิตในประเทศลดลง ราคาสุกรมีชีวิตสูงขึ้น สมาคมผเลียงสุกรแห่งชาติ สมาคมพัฒนาธุรกิจสุกรไทย และสมาคม

นอกจากนี้ ผู้ผลิตสุกร ที่ได้ลงนาม MOU การส่งออกสุกรมี ผ้ผลิตและแปรรูปสุกรเพื่อการส่งออก ตามมติของคณะกรรมการ
ชีวิตไปต่างประเทศ ท้งเวียดนาม กัมพูชา และสปป.ลาว ความสาเร็จ นโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ (พิกบอร์ด) ผ้บริโภคจึงไม่ต้อง




ดังกล่าวนี้ เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ผนึก กังวลว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนสุกรภายในประเทศ ส่วนเกษตรกร
กาลังอย่างเหนียวแน่น จนสามารถป้องกันความเสียหายไม่ให้เกิดกับ ผ้เลี้ยงก็ไม่ต้องกังวลว่า ปริมาณภายในจะเหลือจนส่งผลกระทบต่อ








เกษตรกรผเลยงและอตสาหกรรมการเลียงสุกร และสรางโอกาสใน ภาวะราคาเช่นกัน...

การส่งออกเฉพาะในปี พ.ศ. 2563 ส่งออกสุกรมีชีวิตจำานวนมากกว่า ที่มา : สำ�นักง�นเศรษฐกิจก�รเกษตร
สัตว์เศรษฐกิจ 17

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE




















กรมปศุสัตว เดินหน้าปฏิบัติการ “หมูสะอาด”

ปราบปรามการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงให้หมดไป
ภายในป 2564 นี เพ่อยกระดับอุตสาหกรรม




การผลิตสุกรไทย ตอกย้ามาตรฐานความ
ปลอดภัยในอาหาร ตอบสนองความต้องการของ
ผู้บริโภค




เดินหน้า “หมูสะอาด”


ยกระดับอาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภค





นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว เปิดเผยว่า คาดว่าไทยจะก้าวสู่การเป็น “ประเทศปลอดสารเร่งเนื้อแดง” และ

มีนโยบายยกระดับมาตรฐานการผลิตและจำาหน่ายเน้อสัตว์ปลอดภัย สามารถประกาศความสำาเร็จได้ภายในปี 2564 ขณะเดียวกัน กรม

สู่ผู้บริโภค โดยเฉพาะการปราบปรามการใช้สารเร่งเนื้อแดงทั้งระบบ ปศุสัตว์ยังมุ่งผลักดันการเลี้ยงสุกรที่ได้มาตรฐาน ทั้ง GAP ในฟาร์ม
ในสุกรและโคขุนมาอย่างต่อเน่อง เพื่อให้สารอันตรายน้หมดไปจาก ขนาดใหญ่ และการยกระดับการเล้ยงในฟาร์มขนาดเล็กส่มาตรฐาน




ประเทศด้วยการเดินหน้าปฏิบัติการ “หมูสะอาด” ซึ่งเป็นการดำาเนิน GFM ที่เน้นการจัดการให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพ หรือ Bios-
การเชิงรุกของคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาการใช้สารเร่ง ecurity อย่างเข้มงวด








เน้อแดงในการเล้ยงสัตว์ และคณะทางานปราบปรามการใช้สารเร่ง การปฏบัติการปราบปรามการใช้สารเรงเนื้อแดงทฟารมเล้ยง



เน้อแดงในการเล้ยงสุกรและโคขุน ท่ทาหน้าท่วางแผนและขับเคลื่อน สัตว์และโรงฆ่าสัตว์ท่วประเทศ ใช้อานาจพนักงานเจ้าหน้าท่ตาม






การปฏิบัติงาน กฎหมายว่าด้วยการควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำาหน่ายเนื้อสัตว์



อย่างไรกตาม ได้มีการกาหนดรปแบบการปราบปราม ทง พ.ศ.2559 และกฎหมายว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.






การนำาเข้าเคมีภัณฑ์ การลักลอบใช้ การผสมสารในอาหารสัตว์ท ่ ี 2558 รวมถึงกฎหมายอนท่เก่ยวข้อง หากเข้าตรวจพบการกระ



โรงงานผลิตอาหารสัตว์ ท่ฟาร์ม โรงฆ่าสัตว์ และสถานท่จำาหน่าย ทาความผิด จะต้องได้รับโทษจำาคุกไม่เกิน 1-3 ปี หรือปรับ 60,000-

เน้อสัตว์ พร้อมส่งชุดเฉพาะกิจสารวัตรกรมปศุสัตว์ และชุดปฏิบัติ 100,000 บาท หรือทั้งจำาทั้งปรับ และอาจต้องปิดกิจการ สำาหรับ
การเคลื่อนที่เร็ว บุกสุ่มตรวจสอบโรงฆ่าสัตว์และฟาร์มเลี้ยง ที่ต้อง ผ้ท่พบเห็นการกระทาผิดโปรดแจ้งเบาะแสผ่านแอพพลิเคชั่น “DLD





สงสัยว่าจะมีการกระทาผิดในทุกพื้นท่ท่วไทย ทาให้สถานการณ ์ 4.0” เพื่อให้เจ้าหน้าทเข้าตรวจสอบและดำาเนินการตามกฎหมายได้




ปัจจุบันมีการใช้สารเร่งเนื้อแดงลดน้อยลงอย่างมาก ทันที
ท้งน้ กรมปศุสัตว์ได้เร่งปราบปรามการใช้สารเร่งเน้อแดง ด้าน ผศ.น.สพ.ดร.สุเจตน์ ชื่นชม นายกสมาคมสัตวแพทย์






มาอย่างต่อเน่อง ทาให้การใช้สารอันตรายในการเล้ยงสัตว์ลดลง ควบคุมฟาร์มสุกรไทย เผยว่า ปฏิบัติการ “หมูสะอาด” ของกรม
อย่างเห็นได้ชัด จากเมื่อปี 2557 พบสารเร่งเนื้อแดงในปัสสาวะสุกร ปศุสัตว์ ด้วยการดำาเนินการเชิงรุกของคณะกรรมการบริหารจัดการ
ร้อยละ 3.5 ขณะที่ปี 2563 นี้ พบเพียงร้อยละ 0.1 เท่านั้น และ แก้ไขปัญหาการใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงสัตว์ และคณะทางาน

18 สัตว์เศรษฐกิจ

ข่าวสารและสาระสําหรับวงการเลี้ยงสัตว์




ปราบปรามการใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเล้ยงสุกรและโคขุน ทาให้การ สุกรที่ได้มาตรฐาน ทั้ง GAP ในฟาร์มขนาดใหญ่ และการยกระดับ



ใช้สารเร่งเนื้อแดง ท่เป็นสารอันตรายในการเล้ยงสัตว์ลดลงอย่างเห็น การเลี้ยงในฟาร์มขนาดเล็กสู่มาตรฐาน GFM ที่เน้นการจัดการให้มี
ได้ชัด ความปลอดภัยทางชีวภาพ หรือ Biosecurity อย่างเข้มงวด





จากเมือปี 2557 พบสารเรงเนือแดงในปัสสาวะสกร รอยละ ทั้งหมดดำาเนินการไปพร้อมกับการที่ กรมปศุสัตว์ ร่วมมือกับ
3.5 ขณะที่ปี 2563 นี้ พบเพียงร้อยละ 0.1 เท่านั้น ที่สำาคัญกรม ภาควิชาการ มหาวิทยาลัย สมาคมผู้เลี้ยงสุกร สมาคมสัตวแพทย์

ปศุสัตว์ยังปักหมุด ให้ไทยจะก้าวสู่การเป็น “ประเทศปลอดสารเร่ง ควบคุมฟาร์มสุกรไทย เดินหน้าให้ความร้ถึงอันตรายของสารเร่ง
เนื้อแดง” และคาดว่าจะสามารถประกาศความสาเร็จได้ภายในปี 2564 เนื้อแดงเพื่อป้องกันตนเองจากพิษภัยของสารเร่งเน้อแดงได้ โดยให ้



ท้งหมดนี้เป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการเร่ง ความสำาคัญกับการเลือกซื้อเนื้อหมูที่มีมาตรฐาน จากแหล่งผลิตและ


ปราบปรามการใช้สารเร่งเนื้อแดงทั้งระบบ ในสุกรและโคขุนมาอย่าง จำาหน่ายท่เชื่อถือได้…ด้วยการสังเกตเน้อหมูท่ต้องไม่มีสีแดงจน



ต่อเน่อง เพื่อให้สารอันตรายนี้หมดไปจากประเทศ เร่มตั้งแต่นโยบาย เกินไป เมื่อกดชิ้นเนื้อจะมีสัมผัสนุ่ม ลักษณะยืดหยุ่น ไม่แข็งกระด้าง
หลัก ของกรมปศุสัตว์ท่มุ่งยกระดับมาตรฐานการผลิตและจำาหน่าย หรือสังเกตง่ายๆ จากเคร่องหมาย “ปศุสัตว์ OK” ซึ่งเป็นตรา



เนื้อสัตว์ปลอดภัย (Food Safety) สู่ผู้บริโภค ด้วยการปราบปราม สัญลักษณ์ท่กรมปศุสัตว์ออกให้กับร้านจำาหน่ายเน้อสัตว์ท่ได้มาตรฐาน


แบบ 360 องศา ทั้งการนำาเข้าเคมีภัณฑ์ การลักลอบใช้ การผสม ที่ปัจจุบันมีสถานที่จำาหน่ายเข้าร่วมโครงการปศุสัตว์ OK แล้วทั้งสิ้น

สารในอาหารสัตว์ท่โรงงานผลิตอาหารสัตว์ ท่ฟาร์ม โรงฆ่าสัตว์ และ กว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ทั้งสถานที่

สถานท่จำาหน่ายเนื้อสัตว์ ตามปฏิบัติการปราบปรามการใช้สารเร่ง จำาหน่ายท่วไป ตลาดสด และหางสรรพสินค้า Modern trade



เนื้อแดงที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์และโรงฆ่าสัตว์ทั่วประเทศ สัญลักษณ์น้ บ่งบอกว่าเน้อสัตว์ท่จำาหน่าย ผ่านการรับรองว่าไม่มีสาร





















กรมปศุสัตว์ใช้อำานาจพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามกฎหมายว่าด้วย เร่งเน้อแดงและยาปฏิชีวนะตกค้าง ท่สาคัญยังสามารถตรวจสอบย้อน




การควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำาหน่ายเน้อสัตว์ พ.ศ.2559 และ กลับได้ถึงแหล่งท่มาท้งโรงฆ่าและฟาร์มเล้ยงท่ต้องได้รับการรับรอง




กฎหมายว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558 รวมถึง จากกรมปศุสัตว์เช่นกัน




กฎหมายอ่นท่เกยวข้อง หากเข้าตรวจพบการกระทาความผิด จะ ความสำาเร็จในการปราบปรามสารเร่งเน้อแดงในการเลี้ยง


ต้องได้รับโทษจำาคุกไม่เกิน 1-3 ปี หรือปรับ 60,000-100,000 บาท กระทั่งไทยจะก้าวเข้าสู่ “ประเทศปลอดสารเร่งเนื้อแดง” ในเวลาอัน
หรือทั้งจำาทั้งปรับ และอาจต้องปิดกิจการ ควบคู่กับการส่งชุดเฉพาะ ใกล้น้ และการให้ความร้กับผ้บริโภคอย่างต่อเน่องควบคู่ไปเช่นนี้ ย่อม




กิจสารวัตรกรมปศุสัตว์ และชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว บุกสุ่มตรวจ ทำาให้ผู้บริโภคได้รับประทานเนื้อหมูที่ปลอดภัยอย่างแน่นอน
สอบโรงฆ่าสัตว์และฟาร์มเล้ยง ท่ต้องสงสัยว่าจะมีการกระทาผิดใน




ทุกพื้นท่ท่วไทย ทาให้สถานการณ์ปัจจุบันมีการใช้สารเร่งเนื้อแดงลด


น้อยลงอย่างมาก ขณะเดียวกัน กรมปศุสัตว์ยังมุ่งยกระดับการเลี้ยง
สัตว์เศรษฐกิจ 19

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE







ตลอดปี 2563 เป็นปีท่อุตสาหกรรมสุกร

ทั่วโลกต้องเผชิญหน้ากับความท้าทาย โดยเฉพาะ
อย่างย่งโรค ASF ในสุกร และสถานการณ์น้เอง


สะท้อนให้เห็นภาพความร่วมมืออย่างจริงจังของ

ผู้เก่ยวข้องในวงการสุกรไทยในทุกภาคส่วน ที่ช่วย

กันเฝ้าระวังและป้องกันโรคน้อย่างเข้มแข็ง ทาให้ไทย


เป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียท่คงสถานะปลอด
โรค ASF จนถึงปัจจุบัน ช่วยตอกยาถึงมาตรฐาน



การผลิตและความปลอดภัยทางอาหารของสกร
ไทยได้เป็นอย่างดี



หมูไทยแกร่ง... นายสัตวแพทย์ วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย


จับมือฝ่า ASF และ COVID-19






นายสัตวแพทย์ วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผ้เลี้ยง ท้งนี้การผลิตสุกรของไทยเป็นการผลิตเพื่อรองรับการบริโภค



สุกรแห่งชาติ เผยว่า สาหรับปริมาณการผลิตสุกรของไทยในปี 2563 ภายในประเทศเป็นหลักประมาณ 97 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณการ

น้ ผ้ประกอบการฟาร์มสุกรครบวงจรและเกษตรกรรายย่อยท้ง ผลิตท้งหมด ขณะท่ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรของคนไทยอยู่ท ี ่




ประเทศร่วม 200,000 ฟาร์ม มีผลผลิตสุกรมากกว่า 22 ล้านตัว ปริมาณ 1.49 ล้านตัน ในปี 2563 เพิ่มขึ้น 0.68 เปอร์เซ็นต์ จาก
ต่อปี เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่การผลิตอยู่ที่ 20.43 ล้านตัว ปริมาณ ปี 2562 โดยการผลิตสุกรยังคงเพียงพอกับการบริโภคภายในประเทศ
การผลิตขยายตัวตามจำานวนประชากร ประกอบกับราคาสุกรมีชีวิต ไม่เคยมีปัญหาขาดแคลน
จูงใจให้เกษตรกรขยายการผลิต หลังจากที่ช่วงกลางปี 2562 ราคา
ตาราง : ข้อมูลต้นทุนการผลิตและราคาจำาหน่ายสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มเกษตรกร ปี 2563
รายการ ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. เฉลี่ย
ต้นทุน 60.83 59.40 61.23 67.58 75.23 71.55 69.81 66.55 68.67 71.24 76.39 77.98 68.87

ราคา 76-80 72-76 69-75 66-71 68-74 69-77 77-79 79-80 79-80 78-80 72-79 71-80 73-78

สุกรตกต่ำาเป็นอย่างมากจากปัญหา Over supply และมีปัจจัยเสริม จากตารางข้อมูลการผลิตสุกรจะเห็นว่าราคาสุกรตลอดท้งปีมี

จากความวิตกกังวลเก่ยวกับ ASF ทาให้เกษตรกรท้งรายย่อย ความผันผวน และต้องพบกับความท้าทายเมื่อโควิด-19 มีการระบาด




รายกลาง และรายใหญ่ ต่างระมัดระวังในการเข้าเล้ยงสุกรมากขึ้น ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ กระทบต่อการท่องเที่ยวและการจับจ่าย ยิ่ง
โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยท่ขาดทุนสะสมมานานกว่า 3 ปีก่อน เมื่อรัฐบาลประกาศล็อคดาวน์ ปิดสถานที่เสี่ยง ทำาให้ราคาขายสุกร





หน้าน เมือปรมาณสุกรในภาพรวมลดลง ราคาพลกกลับมาดีขึน มีชีวิตหน้าฟาร์มของเกษตรกรเร่มเข้าสู่ภาวะตกต่า กระท่งเร่มทยอย






เกษตรกรจึงหันมาเพิ่มการผลิตรองรับความต้องการบริโภค ปลดล็อคดาวน์ในช่วงพฤษภาคม ความต้องการบริโภคเน้อสุกรจึง




ขณะเดียวกน การบรหารจัดการฟารมและป้องกนโรคระบาดได้เป็น กลับมาคึกคักขึ้น ประกอบกับขณะนั้นยังอยู่ในช่วงฤดูร้อน อากาศ

อย่างดี ทำาให้ประสิทธิภาพในการเลี้ยงสุกรเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณ ร้อนแปรปรวนและภัยแล้ง ส่งผลต่อปริมาณผลผลิตสุกรเสียหายกว่า
การผลิตเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็ฯต์ กลไกตลาดดังกล่าวทาให้ราคาสุกรฟื้นตัวได้อีกคร้ง ั

20 สัตว์เศรษฐกิจ

ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์



และประคองตัวมาได้ หากแต่ต้นทุนการเลี้ยงสุกรก็ปรับขึ้นเป็นเงา

ตามตัวเช่นกัน ท้งจากการลงทุนระบบ Biosecurity ในฟาร์มเพื่อ
ป้องกันโรค ASF และโรค PRRS อย่างเข้มงวด ตลอดจนปัญหา
ภัยแล้งอากาศแปรปรวน อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ




และเกษตรกรทวประเทศยังคงยืนหยัดราคาสุกรหนาฟารไม่เกน 80

บาทต่อกิโลกรัม ตามที่กรมการค้าภายในขอความร่วมมือ เพื่อร่วม
กันดูแลค่าครองชีพแก่ประชาชนไทยในวิกฤตโควิด-19


สำาหรบการสงออกมีการขยายตัวจากความต้องการสุกรของ GMP อย่างเคร่งครัด และฟาร์มขนาดเล็กที่ต้องมีระบบป้องกันโรค


ประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชีย โดยเฉพาะ จีน เวียดนาม กัมพูชา และการเล้ยงสัตว์ท่เหมาะสม (GFM) ประกอบกับการต้องลงทุนด้าน
และเมียนมา ที่ประสบปัญหา ASF ทำาให้ปริมาณผลผลิตไม่เพียงพอ ส่งแวดล้อมเพิ่ม ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ


กับการบริโภคภายในประเทศ และราคาสุกรมีชีวิตเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ส่งแวดล้อม ท่กาหนดให้การเล้ยงสุกรต้องควบคุมน้าเสียก่อนปล่อย








ตัวจากภาวะปกติ ตามกลไกตลาด จึงต้องพึ่งพาการนำาเข้าจากไทย ลงส่ส่งแวดล้อม ท้งหมดส่งผลต่อภาพรวมต้นทุนการเลี้ยงสุกรท่ปรับ
ทั้งในส่วนของสุกรพันธุ์ สุกรขุนมีชีวิต และเนื้อสุกกร จากมาตรฐาน ตัวขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ของไทยที่สามารถผลิตสุกรคุณภาพปลอดสาร ปลอดภัย ปลอดโรค “ปัจจุบันต้นทุนการเล้ยงสุกร ตามข้อมูลของสานักงานเศรษฐกิจ





เน่องจากไทยมีระบบฟาร์มมาตรฐานท่แข็งแกร่งท้งฟาร์มเชิงพาณิชย์ การเกษตร (สศก.) เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 75 บาท ขณะที่ราคาขาย
ที่เลี้ยงภายใต้มาตรฐาน GAP และมาตรฐาน GFM ในฟาร์มขนาด สุกรหน้าฟาร์มเกษตรกรตามประกาศของสมาคมผ้เลี้ยงสุกร อยู่ท่


เล็ก ที่กรมปศุสัตว์ผลักดันให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง โดย 76-80 บาทต่อกิโลกรัม โดยต้องจับตาประกาศต้นทุนของ สศก. ใน
ท้งสองมาตรฐานมุ่งเน้นการปกป้องฟาร์มและฝูงสัตว์ ด้วยจัดการ ไตรมาสท่ 1/2564 ท่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปถึง 78 บาทต่อกิโลกรัม



ฟาร์มให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity System) ท ่ ี จากปัจจัยราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ท่น่าจะเพิ่มขึ้น ภาวะภัยแล้งในช่วง

เข้มงวด เดือนมีนาคมต่อเมษายน การป้องกันโรคท้ง ASF และโควิด-19 และ



อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการจัดการฟาร์มสุกรในปัจจุบันจะมี ยังมีความสูญเสียจากโรคในสุกรท่สำาคัญอย่างโรคเพิร์สทาให้ต้นทุน
ประสิทธิภาพและควบคุมโรคระบาดได้ดีขึ้น จากประสบการในการ สูงขึ้น
ป้องกัน ASF มานานกว่า 2 ปี หากแต่ในช่วงที่ผ่านมายังคงมีปัจจัย นอกจากน้ยังมีการคาดการณ์ว่าปีนี้ภาวะอากาศแปรปรวน

เสี่ยงเรื่องโรคในสุกร เช่น โรค PRRS หรือเพิร์ส ที่ทำาให้กระทบกับ รุนแรงกว่าทุกปี ฝนจะมาเร็วและหมดเร็ว ส่งผลให้ช่วงฤดูแล้ง
การผลิต ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นตลอดปี 2563 ยาวนานขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยชาวหมูยังคงร่วมมือกับกรมการค้า

กระท่งมีการระบาดรอบใหม่เมื่อปลายปีท่ผ่านมา ทาให้เกษตรกร ภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในการร่วมใจกันตรึงราคาหมูหน้าฟาร์ม




ผ้เล้ยงสุกรต้องดำาเนินมาตรการป้องกันโรคท่เข้มงวดเพื่อป้องกันฝูง ไว้ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัมทั่วประเทศ แม้ต้นทุนจะเพิ่มเกือบเท่าราคา

สัตว์ พร้อมท้งยกระดับการป้องกันโรคโควิดในบุคลากรท่ทางาน ขายที่ 80 บาท แล้วก็ตาม วอนผู้บริโภคเข้าใจในกลไกตลาดที่แท้








ภายในฟาร์ม เพื่อไม่ให้กระทบกับการเลี้ยงสุกรอย่างเด็ดขาด ส่งผล จรง และสุกรเป็นสินค้าปศุสตวเดียวในยามวกฤตินีทสามารถนาเงน




ให้ทุกฟาร์มมีภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสูงกว่า 300 บาทต่อตัว ตราเข้ามาพัฒนาประเทศ

ขณะเดียวกัน ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ท่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อต้นทุน ในปี 2564 แม้จะมีความท้ายทายจากวิกฤตโควิด-19 และ
การผลิตเช่นกัน ทั้งความกังวลของตลาดต่อปริมาณสต๊อกถั่วเหลือง สถานการณ์ ASF ที่ยังพบการระบาดในประเทศต่างๆ รอบๆ ไทย


ในประเทศสหรัฐฯ ท่อาจจะปรับตัวลดลงต่ากว่า 175 ล้านบุชเชล แต่แนวโน้มภาพรวมยังคงสดใส จากความต้องการบริโภคท่คาดว่า


จากท่กระทรวงเกษตรสหรัฐฯคาดการณ์ไว้ และการเพาะปลูก จะเพิ่มขึ้นท้งในไทยและภูมิภาคเอเชีย ขณะท่ปริมาณการผลิตน่าจะ


ถ่วเหลืองของอาร์เจนตินาท่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ส่งผล ใกล้เคียงกับปีนี้ จากภาวะโรค ASF และ PRRS ที่ยังต้องเฝ้าระวัง



ต่อราคาเมล็ดถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองนำาเข้าที่เพิ่มสูงขึ้น ทำาสถิติ และเกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงลดความเส่ยง ด้วยการเข้าเลี้ยงสุกร


สูงสุดในรอบ 5 ปี และมีแนวโน้มราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่วนวัตถุดิบ บางลง ไม่เต็มกาลังการผลิต สอดคล้องกับการผลิตสุกรท่วโลกท ่ ี


อาหารสัตว์ท่ผลิตได้ในประเทศอย่างเช่น ข้าวโพด มันสาปะหลัง ลดลงจากปัจจัยดังกล่าว และเชื่อว่าสุกรจะยังคงเป็นสินค้าปศุสัตว ์




รา-ปลายข้าว ราคาขึ้นเช่นกัน จากมาตรการประกันรายได้เกษตรกร เดียวท่เหลืออย่ ท่จะสามารถนำาเงินตราเข้าประเทศได้ในวิกฤต
ของภาครัฐ เพื่อพยุงราคาพืชเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากภาวะ โควิด-19 เช่นนี้ อย่างไรก็ดี ทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมการเลี้ยง

อากาศแล้งและภัยพิบัติในช่วงปีที่ผ่านมา สุกรไทยท้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร ยังคงจับมือเหนียว


ขณะท่การเล้ยงสุกรในปัจจุบันต้องปรับตัวเข้าสู่มาตรฐานของ แน่น เพื่อตั้งค่ายกลป้องกัน ASF ที่แข็งแกร่ง ปกป้องอาชีพเลี้ยง

กรมปศุสัตว์ ท้งฟาร์มเลี้ยงสุกรขนาดใหญ่ท่ต้องทาตามมาตรฐาน สุกร ให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติในวิกฤตโควิดเช่นนี้ต่อไป...


สัตว์เศรษฐกิจ 21

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE


























กล่มผู้เล้ยงสุกรไทยจัดงานขอบคุณภาครัฐเอกชนตลอด 2 ป ร่วมกันรับมือ


โรค ASF ในสุกร สร้างการส่งออกหมูไทยเติบโตก้าวกระโดดท้งสุกรขุน สุกรพันธ ุ ์
และเนื้อสุกรแปรรูป
ชาวหมูไทย...
ขอบคุณรัฐและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลังไทย



ปลอด ASF กว่า 2 ปี






การจัดงานนี้ใช้ชื่อว่า “งานแสดงความขอบคุณและเป็นกาลังใจ และการเลี้ยงสัตว์ท่เหมาะสม” (GOOD FARMING MANAGEMENT)

ต่อผ้ปฏิบัติงานท่ยังคงต้องเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มแข็งต่อไป” ณ โดยมีจำานวนผ้ประกอบการฟาร์มสุกรครบวงจรและเกษตรกรรายย่อย


โรงแรมสุโกศล ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร โดยในงาน ท้งประเทศร่วม 200,000 ฟาร์ม ท่ขับเคล่อนเศรษฐกิจของชุมชน



มีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ และของประเทศชาติโดยรวม
จันทร์โอชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จุดเริ่มต้นของการร่วมมือภาครัฐและเอกชนที่ร่วมกันเฝ้าระวัง




คุณจุรนทร ลกษณวศิษฏ รฐมนตรวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ ป้องกันโรค ASF ในสุกรเกิดขึ้นหลังช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2561รัฐบาล





ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน พร้อมด้วย อธิบดีกรมปศุสัตว์พร้อมผู้บริหาร กลางของจีนได้มีการประกาศการระบาดของโรค ASF ในสุกร








และผ้ปฏิบัติหน้าท่ ผ้บริหารกล่มบริษัทเกษตรครบวงจรท่สนับสนุน อย่างเป็นทางการ ท่ฟาร์มสุกรแห่งหน่งในเมืองเส่นหยาง มณฑล
เงินทุนสำาหรับทุกกิจกรรมในการเฝ้าระวังป้องกันโรค ASF ในสุกร เหลียวหนิง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน

นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันการศึกษา นักวิชาการอิสระ ซึ่งเป็นการระบาดคร้งแรกของโรค ASF ในสุกรท่ระบาดสู่สาธารณรัฐ

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน การเลี้ยงสุกรเป็นอาชีพเกษตรปศุสัตว์ ประชาชนจีน และ เอเชียตะวันออกหลังจากนั้นได้มีการกระจายตัว


แขนงหน่งท่มีความสาคัญอย่างยิ่งต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกร ไปยังเมืองและมณฑลอื่นๆ อย่างรวดเร็ว

ไทย ที่มีความแน่นอนของผลผลิต เกิดการสร้างอุปสงค์ให้กับห่วงโซ่ กรมปศุสัตว์ ได้ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรค ASF


ต่อเน่องท่ในกล่มของผลผลิตทางการเกษตรท่เป็นพืชอาหารสัตว ์ ในสุกรในสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างใกล้ชิด โดยมีการประชุมด่วน



ของไทย เช่น ข้าวโพดเลียงสัตว์ ถ่วเหลือง ผลพลอยได้จากข้าว ครั้งสำาคัญในเดือนกันยายน 2561 ซึ่งได้เชิญนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ

เช่น ปลายข้าว รำาข้าว ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจาก ด้านสัตว์แพทย์ชั้นนาของประเทศ จากสถาบันการศึกษา บริษัท

การเป็นอาหารโปรตีนหลักของคนในชาติ อุตสาหกรรมสุกรยังสร้าง เกษตรครบวงจร สมาคม และผู้ประกอบการในวงการสุกร เพื่อร่วม
มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่อง รวมแล้วกว่าสองแสนล้านบาทต่อปี หารือแนวทางป้องกัน จัดทำาคู่มือแนวทางปฏิบัติ และการให้ความรู้




ปี 2563 การเลี้ยงสุกรของไทยมีผลผลิตประมาณ 22 ล้านตัว เรองโรค การเฝาระวงและการจัดการความปลอดภยทางชีวภาพใน


มีระบบฟาร์มมาตรฐาน หรือ GAP “การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี” ฟาร์ม พร้อมท้งแนวทางเฝ้าระวังป้องกันของเจ้าหน้าท่ของหน่วยงาน

(Good Agricultural Practices) สำาหรับฟาร์มเชิงพาณิชย์ และ ภาครัฐ



มาตรฐานฟารมรายย่อย หรอ GFM “ฟารมทมีระบบการป้องกนโรค



22 สัตว์เศรษฐกิจ

ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์



ในช่วงเวลาดังกล่าวสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สมาคมผู้เลี้ยง

สุกรทุกภูมิภาค บริษัทเกษตรครบวงจร และผ้ค้าเวชภัณฑ์ต่าง

กระจายการจัดสัมมนาในประเด็นความร้เร่องโรค ASF ในสุกร



มาตรการป้องกันในระดับฟาร์มท่เป็นเร่องความปลอดภัยทางชีวภาพ
ที่ลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อไม่ให้เข้าสู่ฟาร์มอย่างเด็ดขาด





สมาคมผเลียงสุกรแห่งชาติยังเป็นผสนับสนนหลักของงาน



สัมมนาระดับนานาชาติในแถบภูมิภาค โดยมีผ้ท่เก่ยวข้องในวงการ

ปศุสัตว์จาก กัมพูชา ลาว เมียนม่าร์ และเวียดนาม ในงาน
Seminar On African Swine Fever Risk Preparedness โดยมี
วัตถุประสงค์เพื่อทบทวนสถานการณ์และความเสี่ยงของโรค ASF ใน
สุกร ที่มีต่อประเทศในแถบภูมิภาค สร้างเครือข่ายและความร่วมมือ

เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันการเกิดโรค โดยสมาคมผ้เลี้ยง
สุกรแห่งชาติในขณะน้นได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือดำาเนินงานการ ชำาแหละ มียอดการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในปีท่ผ่านมา




ควบคุมป้องกันและเฝ้าระวังโรค ASF ในสุกรรวมกันใหกับ กระทรวง จนถึงปีปัจจุบัน ที่ทุกฝ่ายยังคงต้องเดินหน้าปฏิบัติภารกิจนี้ต่อไป
กสิกรรมและป่าไม้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ

ร่วมมือในเร่องของการสนับสนุนงบประมาณดำาเนินงานการทาลาย สหกรณ เป็นตัวแทนรัฐบาลกล่าว ขอบคุณและเป็นกาลังใจต่อผ้ปฏิบัติ






สุกรซากสุกรท่ติดโรค ASF ในสุกร ตั้งแต่เร่มมีการระบาดท ี ่ งานป้องกัน โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ โรค ASF ในสุกร มา
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตลอด 2 ปีท่ผ่านมา จนทาให้ประเทศไทยยังคงสถานะปลอดการ




ภาคเอกชนโดยสมาคมผ้เลี้ยงแห่งชาติท่ประกอบด้วย เกษตรกร ระบาด และสามารถสรางการสงออกสุกรไทยใหเติบโตแบบกาว







ผ้เล้ยงสุกรท่วประเทศได้ริเร่มในการสร้างศูนย์ทาความสะอาดและฆ่า กระโดด ท้งสุกรขุน สุกรพันธุ์ และสุกรแปรรูป ซ่งจากอดีตจนถึง




เชื้อโรคยานพาหนะบรรทุกสินค้าปศุสัตว์ ตามแนวบริเวณชายแดน ปัจจุบัน การเลี้ยงสุกรเป็นอาชีพเกษตรแขนงหนึ่งท่มีความสำาคัญ

5 แห่ง และ 2 แห่งในภูมิภาค อย่างยิ่งต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรไทย มีความแน่นอนของ

นอกจากนี้กลุ่มผ้เลี้ยงสุกรยังช่วยกันการลดความเสี่ยงต่อการ ผลผลิต เกิดการสร้างอุปสงค์ให้กับห่วงโซ่ต่อเน่องในกลุ่มของผลผลิต

ติดเชื้อจากประเทศรอบบ้าน บริเวณทุกจุดขนถ่ายสุกรขุนเพื่อการ ทางการเกษตรที่เป็นพืชอาหารสัตว์ของไทย เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
ส่งออกสุกรไปประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้ปรับปรุงระบบขนถ่ายสุกรให้ ถ่วเหลือง ผลพลอยได้จากข้าว เช่น ปลายข้าว ราข้าว ท่มีการ



มีความปลอดภัย เพื่อป้องกันการนำาเข้าโรคสุกรเข้าสู่ประเทศ ท่เรียก เติบโตอย่างต่อเน่อง นอกเหนือจากการเป็นอาหารโปรตีนหลักของ


ว่า “แท่นทอยหมู” ท่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์ว่าเป็นมาตรการ คนในชาติ อุตสาหกรรมสุกรยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่อง

ท่เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้นในขณะท่อีกหนึ่งความเส่ยงท่จะสร้าง รวมแล้วกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี ภาคเกษตรปศุสัตว์จึงถือเป็นหน่ง ึ




ความเสียหายให้กับเกษตรกรผ้เลี้ยงสุกรรายย่อยตามแนวชายแดน ของภาคเกษตรท่มีรากฐานของประเทศและมีความเชื่อมโยงกับการ


หลังกรมปศุสัตว์จึงได้ชี้แจงให้เกษตรกรรายย่อยท่ยังขาดระบบความ พัฒนาประเทศในทุกมิติ ท้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม



ปลอดภัยทางชีวภาพท่ดี ให้หยุดการเลี้ยงสุกรไว้ก่อน โดยสมาคม ปัจจุบันภาคการเลี้ยงสุกรของไทยมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น มี


ผ้เล้ยงสุกรแห่งชาติได้ระดมรับเงินบริจาคจากเกษตรกรทุกภาคส่วน ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษามาก
บริษัทผ้ค้าเวชภัณฑ์ เพื่อจ่ายชดเชยให้กับเกษตรการผ้เล้ยงสุกร ยิ่งขึ้น



รายย่อยสำาหรับการพักการเลี้ยง เมื่อรวมกับเงินท่ได้รับการสนับสนุน สำาหรับในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการ


ในการสร้างศูนย์ทาความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคยานพาหนะบรรทุก ผลิตและการควบคุมคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรให้มีความ
สินค้าปศุสัตว์ทั้งหมด เป็นจำานวนเงินกว่า 120 ล้านบาท ปลอดภัยได้มาตรฐาน และตรงตามความต้องการของตลาด อย่างไร
ตั้งแต่คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบแผนรับมือโรค ASF ในสุกร ก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ ยังคงมุ่งพัฒนาภาคปศุสัตว์ของประเทศ
เป็นวาระแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 ทั้งภาครัฐ เอกชน อย่างต่อเนื่อง จึงต้องอาศัยความร่วมมือและการบูรณาการจาก
ทุกฝ่าย ต่างระดมทั้งความคิด ระดมแรงกาย สละเวลา ระดมทุน ทุกภาคส่วนท่เก่ยวข้อง ท้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม



กันหลายรอบ ทาให้ปัจจุบันประเทศไทยยังคงปลอดการระบาดของ ภาคการศึกษา และเกษตรกร เพื่อสร้างความตระหนักรู้ กระตุ้นให้

โรค ASF ในสุกร นอกเหนือจากการสร้างความปลอดภัยทางอาหาร เกิดการปรับตัว เสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งให้ภาคเกษตร

ให้กับผ้บริโภคในประเทศแล้ว ยังสร้างโอกาสทางการค้าระหว่าง และภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะ
ประเทศ ทำาให้สินค้าจากสุกร ทั้งสุกรพันธุ์ สุกรขุนมีชีวิต เนื้อสุกร ทำาให้ประเทศไทยมีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ
สัตว์เศรษฐกิจ 23

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE









“รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลพ่น้องเกษตรกรและผู้ประกอบการทุกกล่ม จึงอยากให้มีการ






พดคุยและช่วยเหลือซ่งกันและกัน ต้องมีความเข้มแขง เป็นนาหนึงใจเดียวกัน เพ่อให้

ประเทศไทยผ่านวิกฤตต่าง ๆ ไปให้ได้ และในวันน้ทุกภาคส่วนต้องมาทางานร่วมกัน


ทุกฝ่ายต้องลดความเห็นแก่ตัว ต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง ต้องมีความร่วมมือกัน เพื่อผ่าน









วกฤตทังโรค ASF และโควด-19 ไปให้ได้ จึงตองขอขอบคณทกภาคสวน ทังภาครฐที ่


ทางานอย่างเข้มแข็ง ผู้ประกอบการและเกษตรกรที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างด จนทำาให้
สามารถป้องกันการเกิดโรค ASF ในประเทศไทยได้ และที่สาคัญยังเป็นส่วนหนึ่งในการ



ฟ้นเศรษฐกิจของประเทศด้วย อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมดูแลพ่น้อง



เกษตรกรทุกกล่ม และพร้อมเดินเคียงข้างกับพ่น้องเกษตรกรผู้เล้ยงสุกร จึงมั่นใจว่าใน
ระยะยาว อนาคตของสุกรไทยจะดำาเนินไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน” นายเฉลิมชัย กล่าว


ด้าน นางสาวรชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำาสานักนายก
รัฐมนตร เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ได้รายงานผลการดำาเนินงานการป้องกันการแพร่ระบาดโรคอหิวาต์

แอฟริกาในหมู (ASF) ต่อนายกรฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา


ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ชื่นชมการทางานของกระทรวงเกษตรฯและ

ขอบคุณทุกภาคส่วนท่ร่วมมือกันจนสามารถป้องกันความเสียหาย


ไม่ให้เกิดกับเกษตรกรและอุตสาหกรรมการเล้ยงหมู ทาให้ประเทศไทย




เป็นประเทศเดียวในอาเซียนทปลอดโรคระบาดนเป็นเวลา 2 ปีติดต่อ
กัน ในขณะที่มี 34 ประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างมาก





อนึง ทผ่านมารฐบาลได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มท่ มีการ
ยกระดับแผนปฏิบัติการป้องกันโรค ASF ให้เป็นวาระแห่งชาติ
สนับสนุนงบกลาง วงเงิน 1,700 ล้านบาท และด้วยความสามารถ



ในการรักษาความปลอดภัยในอุตสาหกรรมเล้ยงสุกรน้ ทาให้สุกรไทย
เป็นที่สนใจของตลาดต่างประเทศ ตัวเลขการส่งออกเฉพาะปี 2563
มีมูลค่าเกิน 22,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 300 เปอร์เซ็นต์
จากปีที่ผ่านๆ มา



สำาหรบใน 2564 รัฐบาลมุ่งมันเดินหนาสูเป้าหมายการเป็น

ศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลกภายใต้สถานการณ ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชือไวรสโคโรนา (โควิด-19) โดยยึดถือ


ความร่วมมือด้านความปลอดภัยในอาหารเป็นหัวใจสำาคัญ การส่ง
ออกสินค้าปศุสัตว์ โดยเฉพาะ “สุกร” จะเป็น “สินค้าเรือธง” เพราะ ทาการส่งออกในรูปแบบสุกรขุน สุกรพันธุ์ ลูกสุกร ชิ้นส่วนและ

ชื่อเสียงด้านการป้องกันโรคของไทยเป็นที่รับรู้ทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ เป็นรายได้เข้าประเทศอย่างมาก มีคณะกรรมการดูแล
อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่าการส่งออกท่จะมี ประกอบด้วย 5 หน่วยงานคือ กรมปศุสัตว กระทรวงเกษตรและ


เพิ่มขึ้นนี้ ไม่ทาให้เกิดภาวะขาดแคลนในประเทศ เพราะปริมาณ สหกรณ์ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สมาคมผู้เลี้ยงสุกร

การผลิตสุกรขุนของไทยในปัจจุบัน อยู่ที่ 55,000 ตัวต่อวัน ขณะที่ แห่งชาติ สมาคมพัฒนาธุรกิจสุกรไทย และสมาคมผ้ผลิตและแปรรูป

การบริโภคภายในประเทศอยู่ท่ 50,000 ตัวต่อวัน การผลิตจึง สุกรเพื่อการส่งออก ตามมติของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกร


เพียงพอกับการบริโภคภายในประเทศ สาหรับผลผลิตส่วนเกินจะ และผลิตภัณฑ์ (พิกบอร์ด)...
24 สัตว์เศรษฐกิจ


การประกาศความสาเร็จของอุตสาหกรรมหมูไทย ที่ร่วมกันป้องกัน



โรคสาคัญในหม อย่างแอฟริกันสไวน์ฟีเวอร หรือ ASF โรคระบาดร้าย
แรงท่สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมหมูใน 35 ประเทศ หากแต ่






ทกภาคสวนทีเกยวของทงภาครฐ ภาคเอกชน สมาคมฯตางๆ และ






เกษตรกร ได้เตรียมรับมือกับโรคน้ต้งแต่คร้งแรกที่รัฐบาลกลางของจีน


รายงานการติดเชื้อเมื่อ 3 สิงหาคม 2561
ไทยชนะ...ASF
ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยได้ยกระดับเร่องน้ให้เป็นวาระแห่งชาติ ขณะที่ความเข้มแข็งของมาตรการการเฝ้าระวัง ป้องกัน และ


ด้วยเห็นความสำาคัญของโรค ท่ไม่เพียงทาลายวงการหมู เพราะทาให ้ ควบคุมโรค ASF ด้วยความร่วมมือร่วมใจกันของภาครัฐ เอกชน



หมูมีอัตราการตายสูงถึง 100% และยังไม่มียารักษาหรือวัคซีนป้องกัน ทุกฝ่าย ที่ระดมทั้งความคิด ระดมแรงกาย สละเวลา ระดมทุนกัน


ท่สำาคัญยังสร้างผลกระทบใหญ่หลวงต่อผบรโภคท่ต้องแบกรบราคาหมู หลายรอบ ซึ่งนับเป็นความร่วมมือคร้งสาคัญของผ้เลี้ยงสุกรไทย







ที่สูงกว่าปกติ 2-3 เท่า ดังเช่น ประเทศจีน ที่ราคาหมูมีชีวิตเฉลี่ย ท่วประเทศ ทาให้ไทยเป็นประเทศท่ปลอดการระบาดของ ASF เป็น



สูงถึง 160 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่กัมพูชาราคา 95 บาทต่อกิโลกรัม ท่ต้องการของตลาดประเทศเพื่อนบ้าน สร้างโอกาสทางการค้าระหว่าง

เวียดนามราคา 90 บาทต่อกิโลกรัม ลาวราคา 85 บาทต่อกิโลกรัม ประเทศ ทั้งหมูพันธุ์ หมูขุนมีชีวิต รวมถึงเนื้อหมูชำาแหละ
และเมียนมาราคา 82 บาทต่อกิโลกรัม สอดคล้องกับการประเมินของ OIE ที่ว่า 1 ใน 4 ของสุกรทั้ง






การททุกหน่วยงานพร้อมใจกันยกเรองน้เป็นภารกิจรวมท้งภาค โลกจะได้รับความเสียหายจาก ASF แสดงว่าประเทศท่ปลอดจาก





รฐและภาคผ้ผลิต จนกลายเป็นความรวมมือครงสาคัญทสุดใน ASF จะมีโอกาสทางการตลาดจากเนื้อสุกร 25-30 ล้านตัน หรือ





ประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ไทยยังคงสถานะ “ปลอดโรค ASF” เพียง 350-400 ล้านตัวต่อปี
ประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชีย มานานกว่า 2 ปี ส่งผลให้การเลี้ยง วันนี้ผ้ประกอบการฟาร์มหมูครบวงจรและเกษตรกรรายย่อย

หมูของไทยที่สร้างผลผลิตมากกว่า 22 ล้านตัวต่อปี ยังคงเดินหน้า ร่วม 200,000 ฟาร์ม พร้อมจะเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชน


ต่อไม่ต้องหยุดชะงักเหมือนกับประเทศอ่นๆ รอบบ้านเราท่ได้รับผล และของประเทศชาติโดยรวม ทาให้อุตสาหกรรมหมูมีส่วนในการสร้าง

กระทบจากโรค ASF กันถ้วนหน้า ขณะเดียวกันผู้บริโภคชาวไทยก็ มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่อง รวมแล้วกว่าสองแสนล้านบาทต่อปี
ยังได้ทานเนื้อหมู “ราคาถูกที่สุดในภูมิภาค” จากราคาหมูมีชีวิตหน้า จากการเป็นโซ่ข้อกลางท่สำาคัญในการสร้างอุปสงค์ให้กับห่วงโซ่ต่อเนื่อง





ฟาร์มล่าสุดท่กิโลกรัมละ 72-80 บาท ตามประกาศของสมาคมผเลียง ในกลุ่มของผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นพืชอาหารสัตว์ของไทย เช่น


สุกรแห่งชาติ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถ่วเหลือง รวมถึงผลพลอยได้จากข้าว ท้งปลาย
แม้ว่าท่ผ่านมา คนเลี้ยงหมูจะต้องท่มเทกับการป้องกันโรคอย่าง ข้าว รำาข้าว ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง





หนัก ด้วยการมุ่งเน้นมาตรฐานการเล้ยง ท้งมาตรฐาน GAP ในฟาร์ม น่าชื่นชมความสามารถของคนในวงการหมู ท่ร่วมแรงร่วมใจ
ขนาดใหญ่ และการยกระดับการเลี้ยงในฟาร์มขนาดเล็กสู่มาตรฐาน ในฐานะ “ทีมไทยแลนด์” เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัย


GFM ท่เน้นการปกป้องฟาร์มเล้ยงหมูด้วยจัดการฟาร์มให้มีความ อาหารให้กับคนไทย รางวัลท่พวกเขาควรได้รับคือการหันมาบริโภค

ปลอดภัยทางชีวภาพ หรือ Biosecurity System อย่างเข้มงวด เพื่อ หมูให้มาก เพื่อช่วยหมุนวงล้อเศรษฐกิจให้คนเลี้ยงหมู และปล่อยให้




ปกป้องอาชีพเดียวของตนเอง กลไกตลาดงานอย่างเสรีตามอปสงค์อุปทานทแทจริง ไม่ต่างกบสินค้า

ขณะเดียวกัน ยังช่วยปกป้องคนไทยให้รอดพ้นจากภาวะราคา เกษตรชนิดอื่นๆ ทั้งไก่ ไข่ กุ้ง ปลา ที่ผู้บริโภคทุกคนคือผู้สนับสนุน

หมูแพงดังท่ประเทศอ่นกาลังประสบอยู่ ท่ผ่านมาหมูไทยจึงไม่เคย คนสำาคัญ ให้วงล้อเศรษฐกิจขับเคลื่อน ทำาให้เกษตรกรยังคงเดินหน้า



ขาดแคลน เพราะภาคผ้ผลตต่างรวมกนบรหารจัดการปรมาณการผลิต อาชีพของพวกเขาสร้างอาหารให้คนไทยต่อไปเช่นเดียวกัน.






หมูให้เพียงพอกับความต้องการของผบริโภคในประเทศก่อนเป็น


อันดับแรก เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหารให้กับ ที่มา : ปฏิภาณ กิจสุนทร นักวิชาการอิสระ :
ผู้บริโภคชาวไทย [email protected]
สัตว์เศรษฐกิจ 25

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE










ผู้จัดการฝ่ายวิชาการ บจก. เซ็นทรัลลิส





7 ประเด็นน่ารู้ :


ทำาไมต้องเสริมธาตุเหล็กให้ลูกสุกร น.สพ. ยุทธ เทียมสุวรรณ





ประเด็นแรก “ธาตุเหล็กสำาคัญอย่างไร” เราค้นพบกันมานาน
แล้วว่าธาตุเหล็กมีความสำาคัญเป็นอย่างมากต่อสุขภาพร่างกายมนุษย์
และสัตว์ มีการใช้ธาตุเหล็กในการรักษาโรคมาตั้งแต่สมัยอดีตกาลแล้ว



เนื่องจากเหล็กเป็นแรธาตุองค์ประกอบของทกสิงมีชีวต ในเกือบ

สวัสดีปีใหม่ 2564 ครับ ขอให้เกษตรกร และผู้อ่าน ทุกเซลล์ รวมถึงในเอนไซม์หลายชนิดสำาหรับหลายกระบวนการ
ทุกท่านประสบแต่ความสุข พานพบแต่ส่งใหม่ๆ ดีงาม ทำางานของร่างกาย พบธาตุเหล็กได้มากที่กล้ามเนื้อ ตับ รก น้ำานม


เข้ามาในชีวิต ผู้เขียนก็ขอประเดิมเร่มต้นปีใหม่นี้ตาม และหากสังเกตจะพบว่าเป็นอวัยวะท่มีความเก่ยวข้องกับเลือด



คาอวยพรของตนเอง ด้วยการเร่มงานใหม่ ในตาแหน่ง ค่อนข้างมาก นั่นเพราะว่าธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบของฮีโมโกลบิน



ผู้จัดการฝ่ายวิชาการ ท่บริษัท เซ็นทรัลลิส จำากัด แม ้ หรือฮีม ท่เป็นโมเลกุลโปรตีนภายในเซลล์เม็ดเลือดแดง เราจึงมอง





บางอย่างจะเปล่ยนแปลงไป แต่ด้วยความรักในงาน เห็นเลือดมีสีแดง ทาหน้าท่ขนส่งลาเลียงออกซิเจนจากปอดไปยัง







วิชาการทีทำามานาน จึงตงปณธานว่าจะขอให้ความรอัน เน้อเยื่อต่างๆ ท่วร่างกาย นอกจากน้ยังพบว่าธาตุเหล็กเป็นองค์




เป็นประโยชน์แก่เกษตรกร และผู้อ่านทุกท่านในรูปแบบนี ้ ประกอบของ ไมโอโกลบินในกล้ามเน้อ แลคโตเฟอรินในน้านม
เฟอริตินและฮีโมซิเดอรินในตับ ยูเทอโรเฟอรินในซีรั่มและรก จากที่
ต่อไป ด้วยหวังว่าจะยังคงได้รับความสนใจติดตาม กล่าวมาจะเห็นได้ว่าธาตุเหล็กมีความสำาคัญ และจำาเป็นอย่างมาก



ต่อเนื่องเร่อยไป ในฉบับแรกรับปีใหม่นี จึงอยากนาเสนอ ร่างกายต้องได้รับในปริมาณมากพอ


เนื้อหาเบาๆ ง่ายๆ ทไม่เครียดหรือหนักจนเกินไป แต่ก ็ ประเด็นท่สอง “หากขาดธาตุเหล็กจะเป็นอย่างไร” คนหรือสัตว ์


สาคญอันจะช่วยปูพนฐานความรความเข้าใจได้เป็น ที่ได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ จะแสดงความผิดปกติ หรืออาการของ











อย่างดี เน่องจากผู้เขียนได้มีโอกาสคุยกับเกษตรกร ภาวะโลหตจาง ขนหยาบกระด้างไม่มัน ผวหนังแหงเหยวย่น ใบห










ผูเลยงสกรในเรองนี พบวาบางคนไม่เขาใจ ทองและทา จมูกซีดออกเหลืองเล็กน้อย เยื่อบุหรือเยื่อเมือกที่เปลือกตา เหงือก



ตามๆ กันมา บางคนเข้าใจในระดับเบ้องต้นว่าทำาอย่างไร กระพุ้งแก้มจะซีด หัวหูตก เบื่ออาหาร น้ำาหนักลด กระสับกระส่าย

แต่ไม่ร้ลึกซ้งว่าทาไม ท่กล่าวมาน้ก็คือ เร่องการให้ธาต ุ เจริญเติบโตช้า แคระแกร็น เหนื่อยง่าย เซื่องซึม ไม่สมบูรณ์พันธุ์





ท้องร่วงหรือถ่ายเหลวออกสีซีด ความต้านทานโรคลดลง ติดเชื้อโรค

เหล็กเสริมในลูกสุกรแรกเกิด เห็นเร่องง่ายๆ อย่างนี ้ อ่นรวมถึงพยาธิได้ง่ายและรุนแรงมากขึ้น เช่น ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม

อย่าเพ่งเปิดผ่านกันนะครับ เพราะลึกๆ แล้วมันมีอะไร เมื่อเร่มรุนแรงจะมีอัตราการหายใจเร็ว หรือหายใจลาบากถ่รัว หัวใจ




มากกว่าที่คุณคิด เต้นเร็ว อาจถึงตายเฉียบพลันได้จากออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายไม่ทัน

โดยพบการบวมน้าท่ชั้นใต้ผิวหนังบริเวณหัว คอ ไหล่ ขา หาก

ผ่าซากดูภายในจะพบว่าหัวใจขยายขนาดโตขึ้น แต่ผนังบางลง
มีของเหลวสะสมในถุงเยื่อห้มหัวใจ ปอดบวมน้า ตับและม้ามมี


ขนาดใหญ่ขึ้น ไขมันสะสมที่ตับอาจมีสีออกเหลืองอ่อน มีน้ำาสะสมใน
ช่องท้อง เลือดใสซีดจางคล้ายน้ำา ไม่หนืด
26 สัตว์เศรษฐกิจ

ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์











ประเด็นท่สาม “วินิจฉัยภาวะขาดธาตุเหล็กได้อย่างไร” นอกจาก แกแม่สกรกอนคลอด พบวาไม่สามารถสงผานธาตุเหลกไปยังตัวลก

ประวัติท่ไม่ได้เสริมธาตุเหล็ก และอาการรวมถึงรอยโรคท่กล่าวมา สุกรในท้องได้ เนื่องจากชนิดของรกสุกรเอง ท่ป้องกันโมเลกุลและ




แล้วนั้น การวินิจฉัยจากค่าทางโลหิตวิทยา ก็มีส่วนช่วยในการวินิจฉัย ส่งแปลกปลอมสารต่างๆ ไม่ให้ผ่านไปยังระบบหมุนเวียนโลหิตของ
ยืนยันได้ สุกรที่ไม่ได้เสริมธาตุเหล็กมักมีค่าฮีโมโกลบิน < 6-7 ก. ลูกสุกรได้ รวมถึงธาตุเหล็กนี้ด้วย แต่การให้ธาตุเหล็กเสริมปริมาณ
ต่อเลือด 100 มล. ส่วนการวินิจฉัยภาวะโลหิตจางนั้นเริ่มที่มีค่าฮีโม สูงในอาหารช่วงแม่เลี้ยงลูกน้น กลับพบว่าช่วยให้ลูกสุกรได้รับธาตุ

โกลบิน < 8 ก. ต่อเลือด 100 มล. หากมีค่า 7 ถือว่าเริ่มเป็นแล้ว เหล็กเพิ่มขึ้นอันช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางได้ แต่ไม่ได้มาจากธาตุ



หากมีค่า 6 ถือว่าเริ่มรุนแรง และหากเหลือเพียง 4 จะถือว่ารุนแรง เหล็กท่ผานนานมแม่แต่อย่างใด เนื่องจากกลไก mucosal block




มาก อาจตายได้ แต่ท้งนี้อาจมีโรคหรือภาวะอ่นท่ต้องวินิจฉัยแยกแยะ ท่ผนังลาไส้แม่สุกร ทาให้ดูดซึมได้แค่เพียงท่ร่างกายแม่ต้องการ




จากการขาดธาตุเหล็ก โดยจะแสดงอาการ หรือมีค่าทางโลหิตวิทยา เท่านั้น ส่วนที่เหลือไม่ดูดซึม ถูกขับออกทางอุจจาระ แล้วลูกสุกรได้

ใกล้เคียงกันได้แก่ อีเพอริโทรซูโนซิส เสียเลือดมากทางสายสะดือ รบผ่านทางไหน? ลกสุกรจะได้รบธาตุเหล็กผ่านทางการกนอาหาร



หลังคลอด ตัดหาง ตอนเพศผู้ ภาวะเม็ดเลือดแดงแตกจากความผิด ของแม่โดยตรง และอีกส่วนได้รับจากการกินอุจจาระของแม่ท่ธาตุ

ปกติของภูมิคุ้มกัน เป็นต้น เหล็กส่วนเกินถูกขับทิ้งออกมา






ประเด็นท่ส “ทาไมต้องเสริมธาตุเหล็กให้ลูกสุกร” โดยท่วไป ประเด็นท่หก “แล้วจะเสริมธาตุเหล็กให้ลูกสุกรทางใดได้บ้าง”
ลูกสกรแรกเกดมีธาตุเหล็กสะสมอยู่ในรางกายมาเพียงแค่ 50 มก. การเสริมธาตุเหล็กนั้นทำาได้หลากหลายวิธี เช่น การให้ลูกสุกรได้รับ



และส่วนใหญ่มากกว่า 80% จะอยู่ในรูปของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือด จากแหล่งธรรมชาติ เช่น ดินท่มีธาตุเหล็ก และอุจจาระแม่สุกร


แดง ซึ่งปริมาณธาตุเหล็กที่สะสมมาแต่แรกเกิดของลูกสุกรแต่ละตัว วิธีธรรมชาติเช่นน้อาจไม่เป็นท่นิยม และไม่เหมาะสมในทางปฏิบัติ

น้ ถือว่าต่ามากทีเดียว ร่างกายจะสามารถใช้ได้เพียงแค่ 3-7 วัน มากนัก อันเนื่องมาจากระบบการเล้ยงและโรงเรือนในปัจจุบันไม่



แรกเท่านั้น และตามหลักมาตรฐานวิชาการเป็นท่ร้ตรงกันว่า แม่สุกร เอื้ออำานวย ไม่ทราบปริมาณธาตุเหล็กที่ได้รับ อาจมากน้อย มีความ


ให้ลูกดกมาก และลูกสุกรเป็นสัตว์ท่มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วมาก แปรปรวนสูง และมีผลข้างเคียงสูงด้วย เช่น การได้รับเชื้อโรคอื่นๆ

เห็นได้จากลูกสุกรอายุ 3-4 สัปดาห์ จะมีน้ำาหนักเพิ่มขึ้นเป็น 4 หรือ และพยาธิแถมมาด้วย ปัจจุบันวิธีที่สะดวก และได้รับความนิยมกัน
5 เท่าของน้ำาหนักแรกเกิด (จาก 1.5 เป็น 8 กก.) ทำาให้ลูกสุกร มากในทางปฏิบัติได้แก่
เป็นสัตวทต้องการธาตุเหล็กสูงเมือเทยบกับสัตว์ชนิดอนๆ เมื่อลูกสุกร  การให้ธาตุเหล็กทางปาก ทาได้โดยการใช้ส่วนผสมเกลือ









เจริญเติบโตขึ้นจะต้องการธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นมากกว่าวันละ 7-16 มก. ของธาตุเหล็กในรูปแบบอินทรีย์ท่นิยมมากกกว่า เช่น เมทไธโอนีน
ต่อตัว หรือ 80 มก./กก. เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต ผลิตเม็ดเลือด (Iron methionine) เนื่องจากย่อย ดูดซึม และนำาไปใช้ได้ดีกว่า แต่

รักษาและเพิ่มระดับปริมาณเลือด และสำารองปริมาณธาตุเหล็กในรูป รปแบบซัลเฟต (Ferrous sulfate) และฟูมาเรต (Ferrous fumarate)

แบบอื่นๆ ในร่างกายให้เพียงพอ โดยปกติมักสำารองเก็บธาตุเหล็กไว้ ก็ยังได้รับความนิยมไม่น้อย มักให้โดยป้ายล้นลูกสุกร หรือป้ายไว ้

ที่ตับและม้าม ด้านตรงกันข้ามในแง่ของแม่สุกร พบว่าน้ำานมสุกรมี ท่เต้านมแม่สุกร หรือปั๊มปากด้วยรูปแบบของเดกซแทรน (Iron
ธาตุเหล็กในปริมาณต่ำามากแค่เพียง 1-2 มก./ลิตร หรือประมาณ 1 dextran) ปริมาณ 100-200 มก./ตัว วิธีนี้ควรทำาภายใน 12 ชม.

ppm Spinka และคณะ (1997) ศึกษาวิจัยปริมาณน้ำานมที่แม่สุกร (6-8) แรกหลังคลอด ซึ่งเป็นช่วงท่ลำาไส้เล็กลูกสุกรยังดูดซึมสาร

ผลิต และลูกสุกรได้รับในช่วงอายุ 7-8 วัน โดยได้รับแต่นานมแม่ โมเลกุลใหญ่เช่น ธาตุเหล็ก และอิมมูโนโกลบูลินได้ดี ธาตุเหล็กจะ




ทาการชั่งน้าหนักก่อนและหลังดูดนม จะได้ปริมาณท่ลูกสุกรแต่ละตัว ดูดซึมด้วยวิธีพิโนไซโตซิส ดูดซึมได้ตลอดทางเดินอาหาร แต่ดีสุดที่













ได้รบในหนึงวน คำานวณออกมาแลวพบวาแต่ละตัวอาจจะได้รบธาตุ ลำาไสเล็กสวนต้นและส่วนกลาง หากใหในช่วงเวลานจะทาใหได้รบธาตุ

เหล็กไม่ถึง 1 มก./วัน ซึ่งถือว่าต่ำามากหากเทียบกับความต้องการ เหล็กตามปริมาณท่ต้องการ วิธีน้อาจได้ผลช้ากว่าวิธีการฉีด แต่มี


แล้ว หากลูกสุกรไม่ได้รับธาตุเหล็กเสริมจากภายนอก กินแต่น้ำานม ข้อดีคือ เครียดจากการจับบังคับน้อยกว่า รวมถึงไม่เจ็บปวดเหมือน

แม่อย่างเดียว จะแสดงอาการภาวะโลหิตจางได้อย่างรวดเรวภายใน วิธีการฉีด แต่การให้ทางปากก็ต้องระวังการสำาลักเข้าหลอดลม และ


10-14 วันหลังคลอด ส่วนในแง่ของสภาพการเลี้ยงสมัยใหม่ หรือรูป การได้รบทางปากพบวาบางรปแบบอาจดูดซึมได้ต่า จะมีการขับธาตุ


แบบอุตสาหกรรมที่ลูกสุกรอยู่บนพื้นปูน ขังกรงตลอดเวลา ก็มีส่วน เหล็กออกทางอุจจาระค่อนข้างมาก จึงต้องให้ซ้ำาเพื่อรักษาระดับธาตุ

เสริมให้ได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอหากเทียบกับสุกรป่าท่อยู่ตาม เหล็กให้สูงเพียงพอ โดยนิยมให้ซ้ำาอีกครั้งใน 5-10 วันต่อมา บาง
ธรรมชาติ หรือเลี้ยงแบบอินทรีย์ที่ปล่อยให้สุกรได้สัมผัสพื้นดิน อัน รูปแบบเช่นซัลเฟต อาจต้องระวังเร่องปริมาณการให้เกินขนาด

เป็นแหล่งของธาตุเหล็กตามธรรมชาติที่จะได้รับ เมื่อสุกรกินเข้าไป อาการพิษได้แก่ ตัวสั่น หายใจไม่ออก ชัก ตาย



ประเด็นท่ห้า “เพิ่มธาตุเหล็กสารองใหตั้งแต่อยู่ในท้องได้  การฉีดธาตุเหล็ก ปัจจุบันเป็นวิธีท่นิยมใช้กันในทางปฏิบัติ

หรือไม่” มีการศึกษาทดลองพยายามท่จะให้ธาตุเหล็กในระดับสูงแก ่ มากท่สุด เน่องจากให้ประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย สะดวก ง่ายต่อ



แม่สุกรท่ตังท้องในระยะท้ายผ่านอาหาร รวมถึงการฉีดธาตุเหล็กให ้ การปฏิบัติ โดยการฉีดธาตุเหล็กในรูปแบบของเดกซแทรน (Iron


สัตว์เศรษฐกิจ 27

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE


dextran) หรือเกลบโตเฟอริน (Iron gleptoferrin) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ ธาตุเหล็กด้วยวิธีฉีด (ตาราง ; ดัดแปลงจากอรัญญา, 2555) อันมี








ดูดซึมได้ดีกวา เข้ากล้ามเน้อบริเวณคอ หรอกล้ามเนื้อสะโพกโคน ผลต่อค่าอัตราการเจรญเติบโตของทงสองกล่มไม่วาจะป้อนปาก หรือ
ขาหลังลูกสุกร ภายใน 3 วันแรกหลังคลอด ด้วยปริมาณ 100-200 ฉีด ก็ล้วนแต่สูงมากกว่าไม่ได้รับธาตุเหล็ก (Negative) อย่างมีนัย
มก. (ไม่ควรเกิน 200 มก. หรือ 2 ซีซี เนื่องจากอาจเกิดความ สำาคัญ



เป็นพิษจากเหล็กที่มากเกินขนาดได้) หรืออาจแบ่งให้ 2 ครั้ง ครั้ง ประเด็นท่เจ็ด “ปัจจัยอะไรบ้างท่มีผลกระทบต่อธาตุเหล็ก”

ละ 100 มก. โดยครั้งที่สองห่างจากครั้งแรกประมาณ 7 วัน ควร ได้แก่ แม่สุกรท่ให้จำานวนลูกต่อครอกดกมาก ลูกสุกรก็จะมีโอกาส

ใช้เข็มขนาดเล็กเบอร์ 20 และยาวประมาณครึ่งนิ้ว หรือ 12 มม. ขาดธาตุเหล็กมากกว่าครอกท่ให้ลูกน้อยกว่า การให้ธาตุเหล็กเสริม

เทคนิคการฉีดคือดึงผิวหนังให้เหล่อมก่อนฉีด เพื่อจะได้กลับมา เกินขนาด อาจส่งผลให้แบคทีเรียเจริญเติบโตดีขึ้น ลูกสุกรไวต่อการ
ปกคลุมรูที่ฉีด ป้องกันการไหลย้อนกลับ วิธีนี้การฉีดนี้อาจมีข้อเสีย ติดเชื้อ จึงพบอาการท้องเสีย อุจจาระร่วง รวมถึงเกิดแผลโรคกระดูก
คือ บาดเจ็บจากการฉีด เครียดจากการจับบังคับมากกว่า รวมถึง อ่อนได้ และโดยปกติเหล็กจะถูกขับออกทางเหงื่อ ผิวหนัง ปัสสาวะ


อาจเกิดการระคายเคืองต่อกล้ามเน้อหรือเส้นประสาท จึงอาจพบ และอุจจาระ เพราะการเก็บสะสมไว้มากเกิน จะถูกเปล่ยนเป็นอนุมูล




























อาการอักเสบ เจ็บปวด บวม หรือแพ้ จากสารถนอมคุณภาพอัน อิสระทาลายเซลล์ร่างกายตัวเอง ซึ่งหากสัตว์มีความเครียด และ
ได้แก่ ฟีนอล 5% รวมถึงอาจเกิดฝีแทรกซ้อนได้ อาการแพ้รุนแรง อนุมูลอิสระอ่นๆ สูงอยู่แล้ว การได้รับธาตุเหล็กอาจทาให้แย่ลงได้




หลายระดับไปจนถึงตายน้นอาจเกิดจากพิษของธาตุเหล็ก หรือความ ส่วนรูปแบบของธาตุเหล็กก็มีความสำาคัญมากดังท่กล่าวมาข้างต้นแล้ว
ไวรับเพาะตัวลูกสุกร แต่เกิดได้ไม่บ่อยนัก วิธีการฉีดนี้ก็ยังได้รับความ สุดท้ายนี้เมื่อรู้เรื่องราวเกี่ยวกับความจำาเป็น รู้ลึก รู้จริง อันเกี่ยวกับ
นิยมมากในทางปฏิบัติ เนื่องจากให้ผลที่ดีกว่า Kegly (2002) ศึกษา การเสริมธาตุเหล็กในลูกสุกรกันไปแล้ว ก็คงจะเลือกใช้ ปฏิบัติ
เปรียบเทียบการเสริมธาตุเหล็กด้วยวิธีการฉีดภายใน 12 ชม.แรก และจัดการกันได้อย่างถูกต้องไม่หลงลืมละเลยกันไป แต่ธาตุเหล็ก
หลังคลอด กับวิธีการป้อนภายใน 12 ชม.แรกหลังคลอด และที่อายุ อย่างเดียวคงไม่พอ ขออย่ามองข้ามเรื่องอาหารที่ดีมีคุณภาพ โรค
3 วัน พบว่าเมื่อเลี้ยงไปจนถึงอายุ 21 วัน กลุ่มที่ได้รับธาตุเหล็ก และการจัดการด้านอื่นๆ ในฟาร์มให้ครอบคลุมกันด้วยนะครับ....
โดยวิธีการฉีดจะมีอัตราการเจริญเติบโตดีกว่ากลุ่มท่ให้โดยวิธีการป้อน เอกสารอ้างอิง

ปาก ในขณะที่บางการศึกษาพบให้ผลตรงกันข้าม อรัญญา (2555) อรัญญา จุลปานนท์ และคณะ. 2555. วารสารสัตวแพทยศาสตร์ มข. ปีที่ 22 ฉบับที่ 2 ก.ค.-ธ.ค.
หน้า 210-222.
รายงานการให้ธาตุเหล็กด้วยวิธีการป้อนปาก (Treatment) น้น สุพล เลื่องยศลือชากุล. ความผิดปกติจากการขาดสารอาหารบางชนิดในสุกร. ปศุสัตว์เกษตรศาสตร์.

สามารถป้องกันการเกิดภาวะโลหตจางในลูกสุกรได้ดีไม่แตกต่างจาก หน้า 24-30.

สารสัตวแพทยสภา. CE-2 ทำาไมต้องฉีดธาตุเหล็กให้แก่ลูกสุกร. หน้า 20-22.
การฉีดธาตุเหล็กรูปแบบเดิม (Positive) โดยแบบป้อนปากกลับมี อรอนงค์ รกษา. 2560. เอกสารนำาเสนอวชาสัมมนาเรอง ผลของการเสรมธาตุเหล็กต่อค่าโลหต ิ





แนวโน้มดีกว่าอีกด้วย ยืนยันด้วยค่าฮีโมโกลบิน และค่าฮีมาโตคริต วิทยาในลูกสุกร. ภาควิชาสัตวศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
10 หน้า.
สูงกว่าลูกสุกรที่ไม่ได้รับธาตุเหล็กอย่างมีนัยสำาคัญ และสูงกว่าได้รับ Kegley EB et al., 2002, Nutr Res. 22: 1209-1217.
Spinka e al., 1997. J Anim Sci. 75 : 1223-1228.
28 สัตว์เศรษฐกิจ

หลังจากภาษีนำาเข้าเน้อโคและผลิตภัณฑ์จากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ลดลง ทาให้









มีการนำาเข้าเนือโคเพ่มขน โดยส่วนใหญเปนเนือโคคณภาพทไทยยงผลตได้ไม่เพยงพอ







กับความต้องการ ขณะท่ปริมาณโคเนื้อในประเทศเพ่มข้นจากการโครงการส่งเสรม



การเล้ยงของภาครัฐ ส่วนการส่งออกโคเน้อและผลิตภัณฑไปยังประเทศเพ่อนบ้านยังม ี








อย่างต่อเน่อง แต่ราคาอ่อนตัวลง ดังน้น เกษตรกรผู้เล้ยง ผู้ประกอบการจาเป็นต้อง

โคเนื้อ ปี 64 พัฒนาประสิทธิภาพ ผลิตเนื้อโคคุณภาพดี เพ่อแข่งขันในตลาดเสรี และรุกตลาดส่งออก
จี้ผู้เลี้ยงพัฒนาคุณภาพรับตลาดเสรี
สถานการณ์การผลิตโคเนื้อของโลก ปี 2559 - 2563 การผลิต การนำาเข้า ปี 2559 - 2563 การนำาเข้าเนื้อโคเพิ่มขึ้นในอัตรา
เนื้อโคของประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ1.25 ต่อปี โดยในปี ร้อยละ 6.68 ต่อปี โดยในปี 2563 มีการนำาเข้าเนื้อโค 9.14 ล้าน
2563 มีปริมาณการผลิต 60.43 ล้านตัน ลดลงจากปี 2562 ที่มี ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีการนำาเข้า 8.82 ล้านตัน ร้อยละ 3.63
ปริมาณการผลิต 61.64 ล้านตัน ร้อยละ 1.96 ผู้ผลิตรายใหญ่ที่มี โดย จีน และสหรัฐอเมริกา มีการนำาเข้าเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ
การผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ จีน โดยผลิตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.65 ในขณะ 26.32 ร้อยละ 12.69 ตามลำาดับ
ที่ สหภาพยุโรป บราซิลและ สหรัฐอเมริกา ผลิตลดลงร้อยละ 0.99 ด้านการผลิตโคเนื้อของไทย ปี 2559 - 2563 การผลิตโคเนื้อ
0.98 และ 0.08 ตามลำาดับ ของไทยเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 11.52 ต่อปี โดยในปี 2563 มีปริมาณ
ความต้องการบริโภค ปี 2559 - 2563 ปริมาณความต้องการ การผลิตโคเนื้อ 1.38 ล้านตัว เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ซึ่งมีปริมาณการ
บริโภคเนื้อโคในประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 1.44 ต่อปี ผลิต 1.35 ล้านตัว ร้อยละ 2.22 เนื่องจากภาครัฐส่งเสริมให้เกษตรกร
ประเทศที่มีการบริโภคมากที่สุด คือ สหรัฐอเมริกา รองลงมาได้แก่ เลี้ยงโคเน้อเป็นอาชีพหลัก และการเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติของแม่พันธุ ์

จีน และบราซิล โดยการบริโภคเนื้อโคในปี 2563 มีปริมาณ 59.11 โคเนื้ออีกทั้งมีการปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อที่ดี ทำาให้อัตราการเกิดในรอบ
ล้านตัน ลดลงจากปี 2562 ที่มีการบริโภคปริมาณ 59.59 ล้านตัน ปีดีขึ้น
ร้อยละ 0.81 ขณะที่ความต้องการบริโภค ปี 2559 - 2563 ความต้องการ
การส่งออก ปี 2559 - 2563 การส่งออกเนื้อโคเพิ่มขึ้นใน บริโภคเนื้อโคของไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในอัตราเพียงร้อยละ 0.08
อัตราร้อยละ 4.43 ต่อปี บราซิลมีการส่งออกมากท่สุดรองลงมาได้แก ต่อป โดยในปี 2563 คาดว่าจะมีปริมาณการบริโภคโคเน้อ 1.26








ออสเตรเลย สหรฐอเมรกา และอนเดีย โดยในปี 2563 มีการ ล้านตัว หรือคิดเป็นเนื้อโค 212.18 พันตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก


ส่งออกเน้อโค 10.44 ล้านตัน ลดลงจากปี 2562 ท่มีการส่งออก ปี 2562 ร้อยละ 0.08 เน่องจากความต้องการของตลาดภายใน



10.89 ล้านตัน ร้อยละ 4.13 ซึ่งประเทศผ้ส่งออกหลัก ได้แก บราซิล ประเทศเพิ่มขึ้นตามจำานวนประชากรที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งผู้บริโภคยังคง
ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา บราซิลมีการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ นิยมบริโภคเนื้อโคแบบชาบูหรือปิ้งย่าง
10.22 สาหรับสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียส่งออกลดลง ร้อยละ การส่งออก ปี 2559 - 2563 การส่งออกโคมีชีวิตของไทย



4.30 และร้อยละ 18.01 ตามลำาดับ เพิมขึนในอตรารอยละ 13.08 ต่อปี โดยสวนใหญ่ส่งออกไปยังประเทศ



สัตว์เศรษฐกิจ 29

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE



เพื่อนบ้าน ได้แก มาเลเซีย และสปป.ลาว (ส่งต่อไปยังจีน) ในปี 38.56 และร้อยละ 15.94 ตามลำาดับ เนื่องจากภาษีนำาเข้าเหลือ




2563 การส่งออกโคมีชีวิตมีปริมาณ 322,297 ตัว มูลค่า 5,757.66 รอยละ 0 ส่งผลให้เน้อนำาเข้าราคาลดลง ผประกอบการจึงมีการ
ล้านบาท เทียบกับปี 2562 ซึ่งส่งออกปริมาณ 318,904 ตัว มูลค่า นำาเข้าเนื้อโคและผลิตภัณฑ์มากขึ้น
5,840.72 ล้านบาท ปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.06 แต่มูลค่าลดลง ด้านราคาที่เกษตรกรขายได้ ปี 2559 - 2563 ราคาโคมีชีวิต

ร้อยละ 1.42 ตามลาดับ เน่องจากประเทศเพื่อนบ้านมีความต้องการ ที่เกษตรกรขายได้ลดลงในอัตราร้อยละ 3.05 ต่อปี โดยในปี 2563

โคเนื้ออย่างต่อเนื่อง โคมีชีวิตท่เกษตรกรขายได้มีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 92.00 บาท

ปี 2559 - 2563 ปริมาณการส่งออกเนื้อโคและผลิตภัณฑ์ของ สูงขึ้นจากปี 2562 ซึ่งมีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 89.00 บาท ร้อยละ
ไทยเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 0.71 ต่อปี โดยในปี 2563 การส่งออก 3.37 เน่องจากยังคงมีความต้องการบริโภคอย่างต่อเนื่องท้งจากตลาด


เนื้อโคและผลิตภัณฑ์มีปริมาณ 200.08 ตัน มูลค่า 27.74 ล้านบาท ในประเทศและต่างประเทศ
เทียบกับ ปี 2562 ซึ่งส่งออกปริมาณ 84.26 ตัน มูลค่า 29.72 ราคาส่งออก ปี 2559 - 2563 ราคาส่งออกโคมีชีวิตสูงขึ้นใน
ล้านบาท ปริมาณเพิ่มขึ้น 1.38 เท่า แต่มูลค่าลดลงร้อยละ 6.66 อัตราร้อยละ 40.30 ต่อปี โดยในปี 2563 ราคาส่งออกโคมีชีวิต

เนื่องจากมีความต้องการเนื้อโคและผลิตภัณฑ์เพิ่มจากประเทศ ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 2.46 ส่วนราคาส่งออกเน้อโคและ
เพื่อนบ้าน แต่ก็ยังมีการแข่งขันด้านราคากันมากขึ้น ผลิตภัณฑ์ลดลงในอัตราร้อยละ 3.42 ต่อปี โดยในปี 2563 ราคา
การนำาเข้า ปี 2559 - 2563 การนำาเข้าโคมีชีวิตของไทย ส่งออกเนื้อโคและผลิตภัณฑ์ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 60.69
ลดลงในอัตราร้อยละ 13.41 ต่อปี โดยในปี 2563 การนำาเข้าโคมี ราคานำาเข้า ปี 2559 - 2563 ราคานำาเข้าโคมีชีวิตสูงขึ้นใน
ชีวิตมีปริมาณ 58,363 ตัว มูลค่า 1,086.79 ล้านบาท เทียบกับปี อัตราร้อยละ 4.42 ต่อปี โดยในปี 2563 ราคานำาเข้าโคมีชีวิตสูงขึ้น
2562 ซึ่งนำาเข้าปริมาณ 85,616 ตัว มูลค่า 1,329.61 ล้านบาท จากปี 2562 ร้อยละ 19.91 ส่วนราคานำาเข้าเนื้อโคและผลิตภัณฑ์
ลดลงร้อยละ 31.83 และร้อยละ 18.26 ตามลำาดับ เน่องจาก ลดลงในอัตราร้อยละ 3.41 ต่อปี โดยในปี 2563 ราคานำาเข้าเนื้อโค



สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลให้จีนปิดประเทศและ และผลิตภัณฑ์ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 16.33 ท้งน เน้อโคท ี ่


ห้ามนำาเข้าโคมีชีวิตเข้าประเทศ จึงส่งผลให้ไทยชะลอ การนำาเข้าจาก นาเข้าส่วนใหญ่เป็นเนื้อโคคุณภาพ ซึ่งผลิตในประเทศได้ไม่เพียงพอ

เมียนมาเช่นเดียวกัน อีกทั้งผู้ประกอบการนำาเข้าโคเนื้อลดลง เพราะ กับความต้องการของผู้บริโภคในตลาดบน
จีนสามารถติดต่อซื้อโคเนื้อ โดยตรงจากเมียนมาโดยไม่ต้องนำาเข้า แนวโน้มการผลิตโคเนื้อของโลก ในปี 2564 คาดว่า การผลิต
ผ่านไทยเพื่อขุนและส่งออกไปยังจีน เนื้อโคจะมีปริมาณ 61.45 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ


ปี 2559 - 2563 ปริมาณการนำาเข้าเนื้อโคและผลิตภัณฑ์ของ 1.69 ผ้ผลิตรายใหญ่ท่มีการผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก สหรัฐอเมริกา บราซิล

ไทยเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 13.89 ต่อปี โดยส่วนใหญ่เป็นการนำาเข้า จีน และอินเดีย ซึ่งผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.85 ร้อยละ 3.66 ร้อยละ

เน้อโคจากประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย ส่วน 1.77 และ 8.22 ตามลาดับ ส่วนสหภาพยุโรป ผลผลิตลดลง



ผลิตภัณฑ์นาเข้าจากประเทศอินเดีย นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ร้อยละ 0.90 โดยบราซิลมีการเพิ่มผลผลิตเน่องจากมีการส่งออก


โดยในปี 2563 การนำาเข้าเนื้อโคและผลิตภัณฑ มีปริมาณ 18,949.34 ไปจีนเพิมขึน และมีการบรโภคในประเทศทเพิมขึนอกด้วย สวน








ตัน มูลค่า 3,327.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่ง ออสเตรเลียยังคงได้รับผลกระทบจากความแห้งแล้ง ทาให้ผลผลิต

นำาเข้าปริมาณ 13,676.15 ตัน มูลค่า 2,869.91 ล้านบาท ร้อยละ ลดลงร้อยละ 1.68












หมายเหตุ : *ประมาณการ, **คาดคะเน
ที่มา : Livestock and Poultry : World Markets and Trade USDA Foreign Agriculture Service, October 2020
30 สัตว์เศรษฐกิจ

ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์



ขณะที่ความต้องการบริโภค ปี 2564 คาดว่าจะมีการบริโภค

เน้อโค 59.95 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 1.42 โดย
ประเทศที่มีการบริโภคมากที่สุดยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา 12.51 ล้าน
ตัน รองลงมาได้แก่ จีน 9.73 ล้านตัน และบราซิล 7.84 ล้านตัน


























หมายเหตุ : *ประมาณการ, **คาดคะเน
ที่มา : Livestock and Poultry : World Markets and Trade USDA Foreign Agriculture Service, October 2020






การส่งออก ปี 2564 คาดว่าจะมีการส่งออกเน้อโค 10.77
ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 3.16 โดยบราซิลเป็นผู้ส่งออก

มากท่สุด ปริมาณ 2.67 ล้านตัน รองลงมาได้แก สหรัฐอเมริกา

1.40 ล้านตัน และออสเตรเลีย 1.36 ล้านตัน อินเดีย 1.20 ล้าน
ตัน ซึ่งบราซิล อินเดีย และสหรัฐอเมริกา มีการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อย
ละ 4.71, 14.29 และ 6.32 ตามลำาดับ ในขณะที่ออสเตรเลียและ
อาร์เจนตินาส่งออกลดลง


























หมายเหตุ : *ประมาณการ **คาดคะเน
ที่มา : Livestock and Poultry : World Markets and Trade USDA Foreign Agriculture Service, October 2020


สัตว์เศรษฐกิจ 31

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE



การนาเข้า ปี 2564 คาดว่าจะมีการนำาเข้าเนื้อโคของโลก 9.26
ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 1.31 โดยประเทศผู้นำาเข้าหลัก

ได้แก จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มีการนำาเข้าเนื้อโคเพิ่มขึ้นร้อยละ
3.64 ร้อยละ 1.18 และร้อยละ 0.94 ตามลำาดับ ส่วนสหรัฐอเมริกา



มีการนำาเข้าลดลงร้อยละ 9.02 จีนยังคงเป็นประเทศผ้นาเข้าท่มีความ

ต้องการบริโภคภายในประเทศสูงโดยมีแนวโน้มการนาเข้าเพิ่มขึ้นค่อน
ข้างมาก ประเทศผ้ผลิตหลักจึงสนใจท่จะส่งออกมายังจีนเพิ่มมากขึ้น























หมายเหตุ : *ประมาณการ **คาดคะเน
ที่มา : Livestock and Poultry : World Markets and Trade USDA Foreign Agriculture Service, October 2020





แนวโน้มการผลิตโคเนื้อของไทย ปี 2564 คาดว่า มีปริมาณ
การผลิต 1.41 ล้านตัว หรือ 236.04 พันตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563
ร้อยละ 1.89 เนื่องจากยังคงมีความต้องการโคเนื้อของตลาด
ในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งตลาดส่งออกโคมีชีวิตไปประเทศ
เพื่อนบ้าน เช่น ลาว เวยดนาม เป็นต้น มีความต้องการอย่าง



ต่อเนื่อง รวมท้งความต้องการบริโภคเน้อโคในประเทศคาดว่าเพิ่มขึ้น
จากปี 2563 จากสถานการณ์คลี่คลายของการระบาดของโรคโควิด19
ทาให้ธุรกิจภาคบริการ และการท่องเท่ยวสามารถดำาเนินการได้




มากขึ้น นอกจากน้ภาครัฐยังมีโครงการต่างๆ ท่ช่วยสนับสนุนการ

เล้ยงโคเนื้อ และขยายตลาดส่งออกสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศ






จีนและเวยดนามมีความต้องการบรโภคเนอโค ทาให้ราคาโคเนือท ี ่

เกษตรกรขายได้ยังอยู่ในเกณฑ์ดี เกษตรกรผ้เลี้ยงโคเนื้อจึงต้อง


ปรับปรุงประสิทธิภาพการเล้ยงโคเน้อให้มีประสิทธิภาพ และเก็บรักษา

แม่พันธุ์โคเน้อไว้เพื่อเพิ่มผลผลิตโคเนื้อต่อไป ส่งผลให้ปริมาณการ
ผลิตโคเนื้อปี 2564 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วย

ขณะท่ความต้องการบริโภคโคเนื้อท่ผลิตได้จะใช้บริโภคใน

ประเทศเกือบทั้งหมด โดยปี 2564 คาดว่าการบริโภคจะเพิ่มขึ้นตาม
การเพิ่มของจำานวนประชากรและความต้องการบริโภคเนื้อโคท ่ ี
เพิ่มขึ้น
32 สัตว์เศรษฐกิจ

ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
























หมายเหตุ : *ประมาณการ ** คาดคะเน
ที่มา : 1/ สำานักงานเศรษฐกิจการเกษตร 2/ กรมศุลกากร





การส่งออก ปี 2564 คาดว่า การส่งออกโคมีชีวิต เนื้อโคและ
ผลิตภัณฑ์ เพิ่มขึ้นจากปี 2563 เนื่องจากมีความต้องการโคมีชีวิต
จากประเทศเวียดนาม และจีนเพิ่มมากขึ้น ส่วนการนำาเข้า ปี 2564

คาดว่าการนำาเข้าโคมีชีวิตและเน้อโคและผลิตภัณฑ์ลดลงจากปี 2563








































หมายเหตุ: * - การส่งออกโคมีชีวิต ปี 2559 ไปยัง สปป.ลาว มีตัวเลขมูลค่าส่งออกผิดปกติ ซึ่งทำาให้ราคาโคเนื้อที่ส่งออกต่ำากว่า
ปกติ โดยมีราคาเฉลี่ยตัวละ 4,292 บาท
** ข้อมูลประมาณการ
ที่มา: กรมศุลกากร


สัตว์เศรษฐกิจ 33

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE



ราคาท่เกษตรกรขายได้ ปี 2564 คาดว่าราคาจะสูงขึ้นเล็ก


น้อยหรือใกล้เคียงจากปีท่ผ่านมา เน่องจากยังคงมีความต้องการ

บริโภคเนื้อโคในประเทศอย่างต่อเน่อง ส่วนราคาส่งออก และราคา
นาเข้า ปี 2564 คาดว่าราคาส่งออกโคมีชีวิตจะสูงขึ้น ส่วนราคา




ส่งออกเน้อโคและผลิตภัณฑ์และราคานาเข้าโคมีชีวิต เน้อโคและ
ผลิตภัณฑ์ คาดว่าจะใกล้เคียงกับปี 2563





















หมายเหตุ : การส่งออกโคมีชีวิต ปี 2559 ไปยัง สปป.ลาว มีตัวเลขมูลค่าส่งออกผิดปกติ ซึ่งทำาให้ราคาโคเนื้อที่ส่งออกต่ำากว่าปกติ
โดยมีราคาเฉลี่ยตัวละ 4,292 บาท
*ประมาณการ
ที่มา : 1/ สำานักงานเศรษฐกิจการเกษตร
2/ จากการคำานวณข้อมูลในตารางการนำาเข้า-ส่งออกโคมีชีวิต เนื้อโค และผลิตภัณฑ์ของไทย



ปัจจัยท่มีผลกระทบต่อการผลิตและการค้าของไทย เร่มจาก ครบวงจรห่วงโซ่อุปทาน วิสาหกิจชุมชน 4 กลุ่ม เช่น ถ่ายทอด

การผลิตปัจจุบันการผลิตโคเนื้อของไทยยังไม่เพียงพอต่อความ เทคโนโลยีพัฒนาศักยภาพเกษตรกร ให้เงินก้สำาหรับการก่อสร้าง/
ต้องการบริโภค ดังนั้นภาครัฐโดยกรมปศุสัตว์มีการส่งเสริม โดยจัด ปรับปรุงคอกกลาง ซื้อลูกโคเน้อหย่านมเข้าเลี้ยงในคอกกลางเล้ยงขุน


ทาโครงการต่างๆ ให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงโคเน้อเพิ่มขึ้น ได้แก ต้นน้า/กลางนาของเกษตรกรในเครือข่าย และซื้อโคเน้อจากคอกกลาง








โครงการฟาร์มโคเน้อสร้างอาชีพ ระยะท 1 (พ.ศ. 2559-2565) เลี้ยงขุนต้นน้ำา/กลางน้ำา จำานวน 60 ตัว/เดือน เข้าเลี้ยงในคอกกลาง



ผลการดำาเนินงาน ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2563 เกษตรกรเข้าร่วม โคขุน พร้อมกันน้ยังมีกิจกรรมเพิ่มศักยภาพการแปรรูปและขยาย



โครงการ 397 ราย จัดซื้อแม่โคเนื้อเป้าหมาย 1,975 ตัว ลูกเกิด โอกาสทางการตลาด บรษทพรเมียมบีฟ จำากด เช่น การพัฒนา

สะสม 7,409 ตัว เพศผู้ 4,434 ตัว เพศเมีย 4,156 ตัว โครงการ ผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อโคแช่เย็นด้วยเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์สุญญากาศ



ฟาร์มโคเน้อสร้างอาชีพ ระยะท 2 (พ.ศ. 2560-2567) ผลการดำาเนิน แบบ Skin Vacuum ซื้อโคขุนปลายน้ำาเข้าโรงงานเพื่อแปรรูปเนื้อโค
งาน ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2563 เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 3,501 แช่เย็นด้วยเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์สูญญากาศแบบ Skin Vacuum
ราย จัดซื้อแม่โคเป้าหมาย 17,500 ตัว ลูกเกิดสะสม 30,728 ตัว เป็นต้น ซึ่งการดำาเนินโครงการฯ ดังกล่าวข้างต้นจะช่วยเพิ่มผลผลิต

เพศผ 18,071 ตัว เพศเมีย 18,178 ตัว โครงการโคบาลบูรพา โคเน้อเพื่อรองรับความต้องการบริโภคท้งในประเทศและประเทศ



(พ.ศ. 2560-2565) ผลการดำาเนินงาน ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2563 เพื่อนบ้านได้


ได้ส่งมอบโคเน้อแก่เกษตรกรเรียบร้อยแล้ว 6,000 ราย จำานวน การนำาเข้าและส่งออก ปัจจัยบวกตลาดในประเทศเวยดนาม
30,000 ตัว ลูกเกิด จำานวน 1,976 ตัว จำาหน่าย ลูกโคเพศผู้ 33 และจีน มีความต้องการโคมีชีวิตมากขึ้น ทาให้แนวโน้มราคาโคมีชีวิต



ตัว มูลค่า 790,335 บาท สูงขึน จึงเปนโอกาสดีทไทยจะสามารถส่งโคขุนมีชีวตส่งไปขายยัง



นอกจากนี้ สำานักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้อนุมัติโครงการ ต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น โครงการรถไฟ สปป.ลาว-จีน จะเริ่มใช้ในปี
พัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดโคเนื้อรองรับ FTA 161.78 2565 ซึ่งเป็นการสนับสนุนอำานวยความสะดวกให้มีการส่งออกไปยัง

ล้านบาท (พ.ศ. 2563 - 2570) ผลการดำาเนินงาน (ณ วันที่ 14 จีนได้เพิ่มขึ้น และทาให้ต้นทุนโลจิสติกส์ต่าลง ซึ่งไทยมีโอกาสส่งออก



ตุลาคม 2563) กจกรรมเพิ่มศักยภาพการผลิตโคและระบบโลจิสติกส์ โคมีชีวิตและเน้อโคไปยังมณฑลต่างๆ ของจีนทางรถไฟได้มากขึ้น แต่
34 สัตว์เศรษฐกิจ

ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์



ต้องเร่งเจรจาในการปลดล็อคปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในการส่งออก
ไปยังจีน

ปัจจัยลบ ในปี 2564 เปิดเขตการค้าเสร FTA ไทย-ออสเตรเลีย


และไทย-นิวซีแลนด์ ส่งผลให้ราคาเน้อโคนาเข้าต่ากว่าราคาเนื้อโค


คุณภาพในประเทศ จึงส่งผลกระทบโดยไม่สามารถส่งเน้อโคไปขายยัง
ภัตตาคารและร้านอาหารต่างๆ ได้สินค้าโคเนื้อและผลิตภัณฑ์ ไทย

ส่งออกคิดเป็นร้อยละ 26.64 ของการผลิตท้งหมด สำาหรับการ
ส่งออกโคมีชีวิต ส่วนใหญ่ส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาท

สปป.ลาว มาเลเซีย โดยเป็นการนาเข้าโคมีชีวิตจากเมียนมากว่า


ร้อยละ 90 เพื่อส่งออก สำาหรับการส่งออกเนื้อโคและผลิตภัณฑ ไทย
ส่งออก ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา
เป็นต้น โดยส่วนใหญ่โคมีชีวิตจะถูกส่งออกไปยังสปป.ลาวและส่งต่อ
ไปจีน โดยในช่วงไตรมาส 1-2 ของปี 2563 ไทยได้รับผลกระทบ

จาก โรคโควิด-19 โดยตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดท่มีความต้องการบริโภค
เนื้อโคสูง แต่การส่งออกโคเนื้อระหว่างไทยและจีน เป็นการค้าที่ต้อง
ผ่านประเทศที่สามมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากจีนเข้มงวดใน ดังนั้น เกษตรกรผู้เลี้ยงและผู้ประกอบการไทยต้องพิจารณาว่า
เร่องการใช้สารเร่งเน้อแดงในโคเนื้อและเฝ้าระวังโรคปากและเท้าเปื่อย หากต้องการผลิตเนื้อโคทั่วไปแข่งขันกับเนื้อโคออสเตรเลีย ก็ต้องหา


ดังน้น ไทยจึงต้องส่งโคเนื้อผ่านทาง สปป.ลาว ซึ่งปลอดโรคปากและ ทางลดต้นทุนการผลิตทั้ง สายพันธุ์ ค่าอาหาร การจัดการ และการ

เท้าเปื่อย แต่เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ ทำาให้ด่าน ป้องกันโรค ให้ต่าท่สุด แต่ไทยยังมีต้นทุนสายพันธุ์สูงกว่าออสเตรเลีย






ชายแดนทางมณฑลยูนนานของจีนปิด ส่งผลให้โคเนื้อท่นาไปขุนท ี ่ ค่อยข้างมาก เน่องจากอัตราการผสมติดของออสเตรเลียไม่ต่ากว่า
สปป.ลาว ไม่สามารถส่งออกไปยังจีนได้ จึงมีการชะลอการนาเข้า 90 เปอรเซ็นต์ ขณะทไทยมีอตราการผสมติดเฉลียเพียง 50






จากไทยตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2563 เป็นต้นมา จนกว่า เปอร์เซ็นต์ ต่างจากด้านอาหารสัตว์ที่ไทยยังแข่งขันได้ เนื่องจากมี
สถานการณ์โรคโควิด 19 จะคล่คลายและมีการป้องกันท่รัดกุมและ พืชอาหารสัตว์พันธุ์ดี รวมถึงองค์ความร้การจัดการอาหารสัตว์ท่ดี




ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี หลังเปิด FTA ไทยควรเน้นการผลิตเน้อโคพรีเมียม



ดังเช่นท สหกรณ์เครือข่ายโคเน้อ ได้เน้นการผลิตเนื้อโคลูกผสมยุโรป


และโคไทยวากิว รวมถึงการผลิตเนื้อโคนมป้อนตลาด
โคเนื้อ ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำาคัญ แต่จำาเป็นต้องได้รับการ
สนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะโรงตัดแต่งเนื้อโคท่ได้มาตรฐาน เพื่อ





ทาตลาดร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม และหางโมเดิร์นเทรดทมี
คุณสิทธิพร บุรณนัฎ เพื่อลดต้นทุนแฝงในวงจรการผลิตโคเน้อ คือ ต้นทุนการขนส่ง เพราะ
กระจายอยู่ทุกภูมิภาค แต่ชาวโคเนื้อยังขาดโรงงานตัดแต่งมาตรฐาน


การขาดแคลนโรงชำาแหละและตัดแต่งท่ได้มาตรฐาน ทาให้ต้องเคลื่อน


ย้ำ�พัฒน�คุณภ�พ ผลิตเนื้อพรีเมี่ยมแข่งขัน ย้ายโคเป็นระยะทางไกล ทาให้ต้นทุนสูง หากมีโรงเชือดกระจายอยู ่
ทุกภูมิภาค ระยะทางในการขนส่งสั้นลง ต้นทุนลดลง การกระจาย
คุณสิทธิพร บุรณนัฎ ผู้จัดก�รสหกรณ์เครือข่�ยโคเนื้อ หรือ สินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น



Max beef เปิดเผยว่า หลังจากภาษีนำาเข้าเนื้อโคและผลิตภัณฑ์จาก สำาหรับเกษตรกรผ้เล้ยงโคเนื้อ จำาเป็นต้องศึกษาและทาความ

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ลดลง การนาเข้าเน้อโคจากท้ง 2 ประเทศ เข้าใจกับกระบวนการผลิตและการตลาดให้ดีว่า คลัสเตอร์การผลิตใด


ก็เพิ่มขึ้น ในปี 62 นำาเจ้า 12,000 ตัน ปี 63 นำาเข้าไม่ต่ำากว่า เหมาะกับการลงทุนตนเอง เช่น กลุ่มต้นน้ำา คือ เลี้ยงแม่พันธุ์ผลิต






18,000 ตัน และในปี 64 ท่ภาษีเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ คาดว่า ปริมาณ ลูกโค กลุมกลางนา คือ นาลูกโคมาเลยงปรบโครงสร้าง และกลุม



เนื้อโคนำาเข้าอาจเพิ่มถึง 20,000 ตัน เนื่องจากราคาเนื้อโค ปลายน้า คือ นาโคมาเลี้ยงขุน ไม่ควรทาเองท้งระบบ เพราะต้อง




ออสเตรเลียนั้นต่ากว่าไทย โดยราคาเนื้อออสเตรเลียกิโลกรัมละ 175 ลงทุนสูงมาก และโคเนื้อเป็นสัตว์ใหญ่ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงยาว จึง

บาท ท้งท่เนื้อโคไทยอยู่ท่กิโลกรัมละ 195-200 บาท จึงแข่งขัน ต้องเลือกให้เหมาะสม เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า...



ได้ยาก ที่มา : สำ�นักง�นเศรษฐกิจก�รเกษตร
สัตว์เศรษฐกิจ 35

ก.เกษตรฯ


เร่งแก้ปัญหานมล้น



เซ่นพิษโควิด-19














สหกรณโคนมไทยเดนมารคในจังหวัดประจวบครขนธและเพชรบุร
เดือดร้อนหนัก หลังจากสถานศึกษาต้องปิดจากมาตรการควบคุม

โรคโควิด-19 ทาให้นำ้านมดิบที่นาไปผลิตนมโรงเรียนแบบพาสเจอรไรส ์


เกิดล้นตลาด ต้องเทนำ้านมดิบท้งกว่า 300 ตัน ร้องขอความช่วยเหลือ

ล่าสุด รมช.เกษตรฯ ได้ลงพื้นที่แก้ปัญหาเบื้องต้น ให้ อสค. รับน้านมดิบ

ส่วนเกินวันละ 40 ตัน เป็นการชั่วคราว ด้านกรมปศุสัตว์เร่งหาแนวทาง
แก้ปัญหาในระยะยาว
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เชื้อโคโรนาไวรัส 2019 (COVID-19) ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม



เกษตรและสหกรณ เปิดเผยภายหลังลงพื้นท่ติดตามการดำาเนินงาน ไม่สามารถขายน้านมได้ ส่งผลให้มีปริมาณผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนค้าง
ของโรงงานผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ยูเอชที และเป็นประธาน สต็อกและใกล้หมดอายุอยู่เป็นจำานวนมาก ดังนั้น กรมปศุสัตว์ จึง


การประชุมร่วมกับผ้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองผ้ว่า จัดการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกลางโครงการอาหารเสริม
ราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และตัวแทนสหกรณ์โคนมภาคใต้และ (นม) โรงเรียน เพื่อหาแนวทางการจัดส่งนมโรงเรียน ภาคเรียนที่ 2
ภาคตะวันตก ว่า เป็นการร่วมกันหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการ ปีการศึกษา 2563 ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ



รับซ้อนานมดิบของสมาชิกสหกรณ์โคนมภาคใต้และภาคตะวันตก โคโรนาไวรัส 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ และเสนอแนวทาง
สืบเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ทำาให้เกษตรกรโคนมได้รับผล การส่งนมโรงเรียนภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 ในสถานการณ์

กระทบ นานมดิบล้นกว่าวันละ 40 ตัน โดยเบื้องต้น องค์การ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 (COVID-19)

ส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จะรับซื้อน้านมดิบ ระลอกใหม่ แก่คณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน

40 ตัน นำาไปผลิตเป็นนมยูเอชที และบริหารจัดการต่อไป พิจารณา
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายขยายการรับน้ำานมดิบ นอกจากนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
ของเกษตรกรโคนมภาคใต้มากขึ้น โดยจะมีการสร้างโรงงานใหม่ โคโรนาไวรัส 2019 (COVID-19) (รอบแรก) กรมปศุสัตว์ ได้เสนอ






สามารถรองรับนานมดิบได้มากถึงวันละ 200 ตัน ซ่งปัจจุบัน อ.ส.ค. โครงการเยียวยาเกษตรกรผ้เล้ยงโคนมและผ้ประกอบการผลิตภัณฑ ์
มีข้อจำากัดในปริมาณการสำารองน้ำานมดิบของเกษตรกร และปริมาณ นมพลิกฟื้นเศรษฐกิจภาคการเลี้ยงโคนมและผลิตภัณฑ์นม เพื่อขอ

การผลิตนมยูเอชที รวมถึงปริมาณกล่อมนมท่มีจำากัด จึงต้องร่วมกัน อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำาปี 2564 งบกลาง เพือช่วยเหลือ





หารือ ต้องประสานกับหลายหน่วยงาน เพื่อให้ได้แนวทางท่ดีต่อ เกษตรกรผ้เล้ยงโคนมท่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร ่
ทุกฝ่าย ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 (COVID-19) ซึ่งในแต่ละ



ด้าน กรมปศุสัตว์ ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ตามประกาศกระทรวง ปีมีปริมาณนานมดิบท่เป็นโควตาโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน
ศึกษาธิการ เรื่อง ให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำากับของกระทรวง จำานวนประมาณ 1,050 ตันต่อวัน สำาหรับให้เด็กนักเรียนจำานวน 7
ศึกษาธิการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ลงวันที่ 2 มกราคม 2564 ทำาให้ ล้านคนได้ดื่ม ดังนั้น จึงต้องมีการบริหารจัดการให้เด็กๆ ได้บริโภค
โรงเรียนใน 28 จังหวัดต้องปิดการเรียนการสอน จึงส่งผลกระทบต่อ น้ำานมที่มีคุณภาพ อย่างต่อเนื่องทั่วถึง เพื่อบำารุงร่างกายให้แข็งแรง



ผ้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม ไม่สามารถจัดส่งนมโรงเรียนท่ได้ดำาเนิน เจริญเติบโตเทียบเท่ากับเด็กในต่างประเทศ และท่สำาคัญคือ เกษตรกร

การผลิตไว้แล้วได้ อีกท้ง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติด ผู้เลี้ยงโคนมต้องขายน้ำานมได้...
36 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE
















วิกฤตโรคโควิด19 ระบาดท่วโลก ส่งผลกระทบต่อการส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ

ในป 2563 เพราะประเทศค่ค้าท้ง สหภาพยุโรปและญ่ป่นชะลอการนำาเข้า เน่องจาก






เศรษฐกิจชะลอตัว แม้ผ่านช่วงกลางปีความต้องการบริโภคเร่มดีขึ้น ประกอบกับคาส่ง



ซื้อจากจีนเข้ามา แต่การส่งออกก็ไม่เติบโต ต่างจากในปี 64 ที่ แนวโน้มตลาดส่งออกเพิ่ม
ขึ้น หลังจากประเทศต่างๆ จัดการกับโรคโควิด19 ได้ดี รวมถึงการมีวัคซีนออกมาให้เริ่ม
ใช้ ประกอบกับการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ ส่งผลให้โควตาการส่งออก


เน้อไก่และผลิตภัณฑไปอียูของไทยเพ่มขึ้น เป็นโอกาสของผู้ส่งออกไทย คาดส่งออกได้

9.2 แสนตัน มูลค่ากว่าแสนล้านบาท
ปี 64 ไก่เนื้อไทยรุ่ง
หลัง Brexit ดันโควตาส่งออกเพิ่ม





การผลิตไก่เนื้อโลก ปี 2559 - 2563 การผลิตเนื้อไก่ของโลก ได้แก่ จีน 15.46 ล้านตัน สหภาพยุโรป 11.56 ล้านตัน และบราซิล
มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 2.73 ต่อปี โดยใน ปี 2563 การ 10.02 ล้านตัน โดยจีนมีการบริโภคเพิ่มขึ้นมากที่สุด ร้อยละ 11.22
ผลิตเนื้อไก่ของโลกมีปริมาณ 100.83 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 99.32 เมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งมีปริมาณ 13.90 ล้านตัน จากความต้องการ
ล้านตัน ของปี 2562 ร้อยละ 1.52 ซึ่งสหรัฐอเมริกายังคงเป็นผู้ผลิต บริโภคเนื้อไก่ที่ขยายตัวเพื่อทดแทนเนื้อสุกร

รายใหญ่ท่สุด มีปริมาณการผลิต 20.26 ล้านตัน รองลงมาได้แก่ การส่งออก ปี 2559 - 2563 การส่งออกเนื้อไก่ของโลกขยาย
จีน 14.85 ล้านตัน บราซิล 13.88 ล้านตัน และสหภาพยุโรป 12.36 ตัวเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 2.84 ต่อปี โดยในปี 2563 การส่งออก
ล้านตัน โดยหลายประเทศมีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับ เนื้อไก่ของโลกมีปริมาณ 11.95 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 11.83 ล้าน

ความต้องการบริโภคในประเทศท่มีการระบาดของ โรคอหิวาต์ ตัน ของปี 2562 ร้อยละ 1.00 บราซิลยังคงเป็นประเทศผู้ส่งออก
แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever: ASF) ซึ่งส่งผลให้ผลผลิต อันดับ 1 ของโลก ส่งออกได้ปริมาณ 3.86 ล้านตัน รองลงมา ได้แก่
สุกรเสียหายและราคาเน้อสุกรเพิ่มสูงขึ้น ทาให้มีการขยายการผลิต สหรัฐอเมริกา 3.33 ล้านตัน และสหภาพยุโรป 1.44 ล้านตัน ตาม


เนื้อไก่เพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนการบริโภคเนื้อสุกร ทั้งการผลิตเพื่อการ ลำาดับ โดยไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับ 4 ของโลก มีปริมาณการส่งออก

บริโภคในประเทศ โดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นประเทศท่เกิดการระบาด ที่ 0.89 ล้านตัน






ของโรค ASF เป็นวงกวาง มีการผลิตเนอไก่เพิมขึนจากปี 2562 การนำาเข้า ปี 2559 - 2563 การนำาเข้าเน้อไก่ของโลกมี

รอยละ 8.00 และในประเทศผผลตเพือการส่งออก โดยเฉพาะ แนวโน้มเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 1.88 ต่อปี โดยในปี 2563 การนำา







สหรัฐอเมริกา และบราซิล มีการผลิตเน้อไก่เพิ่มขึ้นจากปี 2562 เข้าเนือไกของโลกมีปริมาณ 9.80 ล้านตัน เพิ่มขึนเล็กน้อยจาก 9.76

ร้อยละ 1.61 และร้อยละ 1.39 ตามลำาดับ ล้านตัน ของปี 2562 ร้อยละ 0.44 ซึ่งญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศที่นำา

การบริโภค ปี 2559 - 2563 การบริโภคเนื้อไก่ของโลก มี เข้าเน้อไก่มากเป็นอันดับ 1 ของโลก คือ 1.06 ล้านตัน แต่มีปริมาณ
แนวโนมเพิ่มขึนในอตราร้อยละ 2.63 ต่อปี โดยในปี 2563 การ การนำาเข้าลดลง ร้อยละ 1.49 เมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งมีปริมาณ





บริโภคเนื้อไก่ของโลกมีปริมาณ 98.65 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 97.22 1.08 ล้านตัน เน่องจากจำานวนนักท่องเท่ยวท่เดินทางเข้าประเทศ

ล้านตัน ของปี 2562 ร้อยละ 1.47 ซึ่งสหรัฐอเมริกายังคงเป็น ลดลง ซึ่งเป็นผลจากมาตรการจำากัดการเดินทางเข้าประเทศเพื่อสกัด






ประเทศท่มีการบริโภคเนื้อไก่มากท่สุด คือ 17.02 ล้านตัน รองลงมา การแพรระบาดของโรคโควิด 19 ในขณะท่จีนมีปรมาณการนาเข้า
สัตว์เศรษฐกิจ 37

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE




























เพิ่มขึ้นมากที่สุด ร้อยละ 69.83 เมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งมีปริมาณ 17.26 ตามลำาดับ โดยตลาดส่งออกไก่สดแช่แข็งท่สาคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น

0.58 ล้านตัน เนื่องจากมีความต้องการบริโภคเน้อไก่ท่ขยายตัว (ร้อยละ 35.93) จีน (ร้อยละ 34.40) กล่มประเทศในอาเซียน


เพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนเนื้อสุกร (ร้อยละ 19.57) สหภาพยุโรป (ร้อยละ 2.03) และสหราชอาณาจักร
สำาหรับประเทศไทย ปี 2559 - 2563 การผลิตไก่เนื้อของไทย (ร้อยละ 0.32) สำาหรับจีนเป็นประเทศคู่ค้าที่ไทยส่งออกเพิ่มขึ้นจาก
เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 3.71 ต่อปี โดยในปี 2563 มีการผลิตไก่เนื้อ ปี 2562 ร้อยละ 60.11 เนื่องจากความต้องการบริโภคเนื้อไก่ เพื่อ
1,694.52 ล้านตัว หรือ 2.50 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 1,588.63 ล้าน ทดแทนเนื้อสุกรที่เพิ่มขึ้นจากการระบาดของโรค ASF ในสุกร การ
ตัว หรือ 2.35 ล้านตัน ของปี 2562 ร้อยละ 6.67 เนื่องจากมีการ ส่งออกเนื้อไก่แปรรูป ส่งออกปริมาณ 550,000 ตัน มูลค่า 76,000

ขยายการผลิตตามความต้องการบริโภคท่เพิ่มขึ้น รวมท้งการผลิต ล้านบาท ลดลงจาก 589,984 ตัน มูลค่า 80,300 ล้านบาท ของ


ไก่เน้อของไทยมีการจัดการฟาร์มท่ได้มาตรฐาน และมีระบบการผลิต ปี 2562 ร้อยละ 6.78 และร้อยละ 5.35 ตามลำาดับ ตลาดส่งออก

ปลอดภัย เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไก่แปรรูปที่สำาคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น (ร้อยละ 53.31) สหราชอาณาจักร
ด้านการบริโภค ปี 2559 - 2563 การบริโภคเนื้อไก่ของไทย (รอยละ 26.03) สหภาพยุโรป (ร้อยละ 9.13) กลุ่มประเทศในอาเซียน

เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 4.57 ต่อปี โดยปี 2563 มีปริมาณการบริโภค (ร้อยละ 3.82) และประเทศอื่นๆ (ร้อยละ 7.71)
เนื้อไก่ 1.60 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 1.45 ล้านตัน ของปี 2562 ร้อย ส่วนราคา ปี 2559 - 2563 ราคาไก่เนื้อที่เกษตรกรขายได้มี
ละ 11.00 โดยปริมาณการบริโภคมีสัดส่วนร้อยละ 64.06 ของปริมาณ แนวโน้มลดลงในอัตราร้อยละ 1.12 ต่อปี โดยในปี 2563 ราคา


การผลิตทั้งหมด ไก่เน้อท่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 35.50 บาท ลดลงจาก
การส่งออก ปี 2559 - 2563 ปริมาณการส่งออกเนื้อไก่และ กิโลกรัมละ 36.85 บาท ของปี 2562 ร้อยละ 3.66 เนื่องจากมี
ผลิตภัณฑ์ของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในอัตราร้อยละ 7.31 ต่อปี โดย ผลผลิตไก่เนื้อออกสู่ตลาดมาก
ในปี 2563 ไทยส่งออกเนื้อไก่รวมปริมาณ 900,000 ตัน มูลค่า ราคาส่งออก ปี 2563 ราคาส่งออกไก่สดแช่แข็งเฉลี่ยกิโลกรัม
105,000 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปริมาณ 902,482 ตัน มูลค่า ละ 82.86 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 79.14 บาท ของปี 2562

105,030 ล้านบาท ของปี 2562 ร้อยละ 0.28 และร้อยละ 0.03 ร้อยละ 4.70 และราคาส่งออกเน้อไก่แปรรูปในปี 2563 เฉล่ยกิโลกรัม



ตามลาดับ เน่องจากความต้องการบริโภคของประเทศคู่ค้าท่ลดลง ละ 138.18 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 136.10 บาท ของปี 2562

โดยเฉพาะสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นผลจาก ร้อยละ 1.53
มาตรการจำากัดการเดินทางเข้าประเทศ เน่องจากสถานการณ์การ สำาหรับแนวโน้มปี 2564 การผลิตโลก ปี 2564 คาดว่า การ


แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดย ผลิตเน้อไก่ของโลกจะมีปริมาณ 102.93 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 100.83
ตลาดส่งออกเน้อไก่และผลิตภัณฑ์ท่สาคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น (ร้อยละ ล้านตัน ของปี 2563 ร้อยละ 2.08 การผลิตเนื้อไก่ของโลก




46.55) สหราชอาณาจักร (ร้อยละ 16.03) จีน (ร้อยละ 13.38) ขยายตัวตามความต้องการบริโภคท่เพิ่มขึ้น ประกอบกับสถานการณ ์





กลุ่มประเทศในอาเซียน (ร้อยละ 9.95) และสหภาพยุโรป (ร้อยละ โรคโควด 19 ในหลายประเทศเรมคลีคลายและมีการผอนคลาย
6.37) มาตรการมากขึ้น ส่งผลให้ประเทศผู้ผลิตที่สำาคัญ ทั้ง สหรัฐอเมริกา
การส่งออกไก่สดแช่แข็ง ในปี 2563 ส่งออกปริมาณ 350,000 จีน บราซิล และสหภาพยุโรป ขยายการผลิตเพิ่มขึ้น โดยคาดว่า
ตัน มูลค่า 29,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปริมาณ 312,498 ตัน จีนมีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้นมากที่สุด ร้อยละ 3.03 เมื่อเทียบกับ
มูลค่า 24,731 ล้านบาท ของปี 2562 ร้อยละ 12.00 และร้อยละ ปี 2563
38 สัตว์เศรษฐกิจ

ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
































หมายเหตุ : 1/ ข้อมูลเบื้องต้น 2/ข้อมูลคาดคะเน
ที่มา : Livestock and Poultry : World Market and Trade. USDA Foreign Agricultural Service. October. 2020
ด้านการตลาด เริ่มจาก ความต้องการบริโภค ปี 2564 คาด
ว่า การบริโภคเนื้อไก่ของโลกมีปริมาณ 100.71 ล้านตัน เพิ่มขึ้น
จาก 98.65 ล้านตัน ในปี 2563 ร้อยละ 2.09 ผู้บริโภครายใหญ่
ที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา คาดว่า จะมีปริมาณการบริโภค 17.19 ล้าน
ตัน รองลงมา ได้แก่ จีน 15.82 ล้านตัน สหภาพยุโรป 11.85 ล้าน
ตัน และบราซิล 10.24 ล้านตัน






















หมายเหตุ : 1/ ข้อมูลเบื้องต้น 2/ข้อมูลคาดคะเน
ที่มา : Livestock and Poultry : World Market and Trade. USDA Foreign Agricultural Service. October. 2020
การส่งออก ปี 2564 คาดว่า การส่งออกเนื้อไก่ของโลกมี
ปริมาณ 12.19 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 11.95 ล้านตัน ของปี 2563
ร้อยละ 1.96 ผู้ผลิตรายเดิม (บราซิล สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป)
ยังคงเป็นผู้ครองตลาด โดยบราซิลยังคงเป็นประเทศที่ส่งออกเนื้อไก่
มากที่สุด คือ 3.94 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 3.86 ล้านตัน ของปี 2563
ร้อยละ 2.07 รองลงมา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และ
ไทย ตามลำาดับ ซึ่งไทยยังคงเป็นผู้ส่งออกอันดับ 4 ของโลก


สัตว์เศรษฐกิจ 39

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE






























หมายเหตุ : 1/ ข้อมูลเบื้องต้น 2/ข้อมูลคาดคะเน
ที่มา : Livestock and Poultry : World Market and Trade. USDA Foreign Agricultural Service. October. 2020
การนำาเข้า ปี 2564 คาดว่า การนำาเข้าเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์
ของโลกมีปริมาณ 9.96 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 9.80 ล้านตัน ของปี
2563 ร้อยละ 1.68 โดยญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศที่นำาเข้าเนื้อไก่มาก
ที่สุด คือ 1.06 ล้านตัน รองลงมา ได้แก่ จีน 0.93 ล้านตัน เม็กซิโก
0.89 ล้านตัน สหภาพยุโรป 0.72 ล้านตัน และซาอุดิอาระเบีย 0.63
ล้านตัน ตามลำาดับ




































หมายเหตุ : 1/ ข้อมูลเบื้องต้น 2/ข้อมูลคาดคะเน
ที่มา : Livestock and Poultry : World Market and Trade. USDA Foreign Agricultural Service. October. 2020




40 สัตว์เศรษฐกิจ

ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์



สำาหรับการผลิต ปี 2564 คาดว่า การผลิตไก่เนื้อของไทยยัง
คงขยายตัวเพิ่มขึ้นตามจำานวนประชากร และความต้องการบริโภคท ี ่

ขยายตัวเพิ่มขึ้นท้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ โดย
คาดว่า ไทยจะผลิตไก่เนื้อปริมาณ 1,721.89 ล้านตัว เพิ่มขึ้นจาก
1,694.52 ล้านตัว ของปี 2563 ร้อยละ 1.62 ความต้องการบริโภค
ปี 2564 คาดว่า การบริโภคเนื้อไก่ของไทยมีปริมาณ 1.66 ล้านตัน
เพิ่มขึ้นจาก 1.60 ล้านตันของปี 2563 ร้อยละ 3.30 เนื่องจากเนื้อ


ไก่เป็นอาหารท่จำาเป็น เพื่อการบริโภคและเป็นอาหารโปรตีนท่มีราคา

ถูกกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอ่นๆ โดยการบริโภคในประเทศคิดเป็นสัดส่วน
ร้อยละ 64.30 ของปริมาณการผลิตทั้งหมด

























หมายเหตุ : 1/ ข้อมูลเบื้องต้น 2/ ข้อมูลคาดคะเน
3/ ตั้งแต่ 2561 ปรับน้ำาหนักไก่เฉลี่ยใช้ในการคำานวณเพิ่มขึ้นจาก 2.25 เป็น 3.35 กิโลกรัม/ตัว
ที่มา : สำานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, กรมศุลกากร














การส่งออกเนื้อไก่ของไทยในปี 2564 คาดว่า จะขยายตัว ในปี 2564 คาดว่าการส่งออกเนื้อไก่รวมมีปริมาณ 920,000
เพิ่มขึ้นสอดรับกับปริมาณความต้องการบริโภคของตลาด โดยเฉพาะ ตัน มูลค่า 108,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปริมาณ 900,000 ตัน

ตลาดญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป ท่มีแนวโน้มนำาเข้าเนื้อไก่จากไทย มูลค่า 105,000 ล้านบาท ของปี 2563 ร้อยละ 2.22 และร้อยละ

เพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมและป้องกันการระบาด 2.86 ตามลาดับ โดยแบ่งเป็นการส่งออกไก่สดแช่แข็งปริมาณ
ของโรคโควด 19 ประกอบกับตลาดจีน ท่มีความต้องการบริโภค 360,000 ตัน มูลค่า 30,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปริมาณ 350,000


เน้อไก่เพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนการบริโภคเนื้อสุกร ซึ่งเป็นผลจาก ตัน มูลค่า 29,000 ล้านบาท ของปี 2563 ร้อยละ 2.86 และ


มาตรการควบคุมป้องกัน และเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ท่เข้มงวด ร้อยละ 3.45 ตามลำาดับ และเป็นการส่งออกเนื้อไก่แปรรูปปริมาณ
ตลอดจนการรักษามาตรฐานการผลิตและคุณภาพสินค้า จนเป็นท ่ ี 560,000 ตัน มูลค่า 78,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปริมาณ 550,000
ยอมรับของผ้บริโภคและประเทศคู่ค้า ทาให้ไทยขยายการส่งออก ตัน มูลค่า 76,000 ล้านบาท ของปี 2563 ร้อยละ 1.82 และ


เนื้อไก่ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 2.63 ตามลำาดับ

สัตว์เศรษฐกิจ 41

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE






















หมายเหตุ : 1/ ข้อมูลเบื้องต้น 2/ ข้อมูลคาดคะเน
ที่มา : กรมศุลกากร

ส่วนราคาท่เกษตรกรขายได้ ปี 2564 คาดว่า ราคาไก่เนื้อ

ท่เกษตรกรขายได้จะสูงขึ้นจากปี 2563 เน่องจากมีการวางแผน


การผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดท้งในประเทศและ

ต่างประเทศ ราคาส่งออก ปี 2564 คาดว่าราคาส่งออกเนื้อไก่สดแช่
เย็นแช่แข็งและเนื้อไก่แปรรูปจะสูงขึ้นเล็กน้อยจากปี 2563

















หมายเหตุ : 1/ ข้อมูลเบื้องต้น 2/ ข้อมูลคาดคะเน
ที่มา : สำานักงานเศรษฐกิจการเกษตร
ปัจจัยท่มีผลกระทบต่อปริมาณการผลิตหรือการส่งออกของไทย 3. การดำาเนินการเร่อง Compartment และ Traceability


เร่มจาก ปัจจัยด้านบวก 1. การเพิ่มขึ้นของจำานวนประชากรโลก สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพการผลิตเนื้อไก่ของไทยให้ประเทศคู่ค้า

ทาให้ความต้องการบริโภคอาหารจากเนื้อสัตว์โดยเฉพาะเนื้อไก ่ ยอมรับ ซึ่งเป็นผลจากมาตรการควบคุมป้องกัน และเฝ้าระวังโรค

ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากเนื้อไก่เป็นอาหารโปรตีนที่มีไขมันต่ำา รวม ระบาดสัตว์ที่เข้มงวด ทำาให้ไทยไม่มีรายงานการพบโรคไข้หวัดนกใน
ทั้งยังมีราคาถูกเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ประเภทอื่นๆ ประเทศไทยเป็นเวลากว่า 12 ปี นับจากวันท่ทาลายสัตว์ปีกตัวสุดท้าย


2. การส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ไปยังต่างประเทศ โดย เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2551 ในขณะที่ประเทศคู่แข่งต่างๆ มี


เฉพาะญี่ปุ่น ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเน่อง เน่องจากสินค้าอาหาร การระบาดของโรคไข้หวัดนก อาทิ สหรัฐอเมริกา และจีน จึงเป็น



จากไทยมีภาพลักษณ์ท่ดีท้งในด้านคุณภาพและราคา ซึ่งไทยมีระยะ โอกาสท่ทาให้ไทยมีส่วนแบ่งการตลาดส่งออกเนื้อไก่ไปยังตลาดโลก

ทางที่ใกล้กว่าประเทศคู่แข่งอย่างสหรัฐอเมริกา และบราซิล รวมทั้ง เพิ่มขึ้น
แรงงานไทยมีฝีมือและประณีต ทาให้ผลิตภัณฑ์ไก่สดของไทยสามารถ ปัจจัยด้านลบ คือ 1. ประเทศไทยต้องพึ่งพาปัจจัยการผลิต

ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีกว่าคู่แข่ง ประกอบกับการที่ และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เช่น พันธุ์สัตว์ เคมีภัณฑ์เวชภัณฑ์

หลายประเทศเกิดการระบาด “โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African และอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนต้นทุนการผลิตไก่เน้อของไทยโดยเปรียบ
Swine Fever: ASF)” ท้งในจีน และประเทศเพื่อนบ้าน ทาให้มี เทียบสูงกว่าประเทศคู่แข่ง อาทิ บราซิล สหรัฐอเมริกา และจีน






ความต้องการบริโภคเน้อไก่เพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนการบริโภคเน้อสุกร 2. ประเทศต่างๆ มีการนามาตรการกีดกันทางการค้าท่มิใช่
ส่งผลให้ไทยมีโอกาสขยายการส่งออกเนื้อไก่ได้เพิ่มขึ้น ภาษี (Non-Tariff Measures: NTMs) มาใช้มากขึ้น โดยนำาประเด็น
42 สัตว์เศรษฐกิจ

ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์




ทางสังคมต่างๆ มากาหนดเป็นมาตรฐานทางการค้าระหว่างประเทศ
เช่น มาตรฐาน แรงงาน มาตรฐานสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งประเทศ
คู่ค้าอาจนำาประเด็นดังกล่าวมาใช้กีดกันการค้าระหว่างกัน หากไทย
ไม่ได้มีการเตรียมการป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจัง ก็อาจส่งผล
กระทบต่อการส่งออกเนื้อไก่ของไทยได้
3. ค่าเงินบาท เนื่องจากสินค้าไก่เนื้อและผลิตภัณฑ์เป็นสินค้า

เกษตรส่งออกท่สำาคัญของไทย โดยไทยสามารถส่งออกได้มากกว่า
ร้อยละ 30 ของปริมาณการผลิตทั้งหมด และเป็นผู้ส่งออกอันดับ 4 ส่งออกไปตลาดยูเคได้เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อมูลค่าส่งออก



ของโลก ท้งน้ หากค่าเงินบาทมีการแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะทาให ้ สินค้าสัตว์ปีกของไทยในภาพรวมได้ดี
สินค้าไก่เนื้อและผลิตภัณฑ์ของไทยมีราคาแพง ส่งผลให้ความสามารถ สำาหรับอียูเป็นตลาดส่งออกสินค้าสัตว์ปีกท่สำาคัญของไทยเป็น

ในแข่งขันด้านราคากับประเทศคู่แข่งลดลง อันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น โดยในปี 2562 ส่งออกไปอยูมูลค่ากวา


4. การระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลกระทบให้นักท่องเที่ยว 32,737.2 ล้านบาท และช่วง 10 เดือนปี 2563 (ม.ค.-ต.ค.)



ท่เข้ามาในไทยลดลง ตลอดจนเปล่ยนรูปแบบการบริโภคของผ้บริโภค ส่งออกมูลค่า 22,992.0 ล้านบาท ลดลง 16.8 เปอรเซ็นต์ เนองจาก



อาทิ ลดการรับประทานอาหารนอกบ้าน รวมท้งภาวะเศรษฐกิจ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยตลาดส่งออกหลัก ได้แก่


ท่ชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการบริโภคในประเทศให ้ อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี และไอร์แลนด์ เป็นต้น
ลดลงได้ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยถึง
Brexit หนุนส่งออกไก่ไปอียูรุ่ง หลังโควตาเพิ่ม ภาพรวมการผลิตและการส่งออกสินค้าปศุสัตว์สำาคัญ โดยเฉพาะ

คุณกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ไก่เน้อในช่วงท่ผ่านมาว่า ไทยถือเป็นประเทศท่มีความโดดเด่นในระดับ


ได้ติดตามความคืบหน้ากรณีท่สหราชอาณาจักร (ยูเค) ออกจาก โลกด้านมาตรฐานความปลอดภัยในอาหาร (Food Safety) จากการ



สหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิตมาโดยตลอด และจากการประชุม ให้ความสาคัญอย่างยิ่งยวด โดยมีกรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานท่มี

ของ คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศระเบียบการจัดสรรโควตา หน้าทกากบดูแล โดยทางานอย่างใกลชิดกบภาคส่วนผผลตและ









Regulation (EU) ที่ 2020/1739 ยืนยันปริมาณโควตาภาษีสินค้า เกษตรกร ทำาให้เนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ไทยเป็นที่ต้องการในตลาดโลก
สัตวปีกไทยภายใต้ตารางผูกพันของอียูภายใต้องค์การการค้าโลก สะท้อนจากความสามารถในการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่าง

(WTO) แล้ว ต่อเนื่อง
ท้งน้ พบว่า ปริมาณโควตาท่ไทยได้รับจัดสรรใหม่เทียบกับสถิติ สำาหรับการส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ ในช่วง 10 เดือนของ



การส่งออกสินค้าสัตว์ปีกไทยไปอียู 27 ประเทศและยูเคย้อนหลัง 3 ปี 2563 ไทยมีปริมาณการส่งออกรวม 769,665 ตัน มากกว่าช่วง

ปี (2562-62) ไทยได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้น ทาให้ไทยมีโอกาสส่งออก เดียวของปีก่อนหน้า 0.67 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่ารวม 89,889


สินค้าสัตว์ปีกได้เพิ่มขึ้น และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ล้านบาท แบ่งเป็นเน้อไกแปรรูป 58.50 เปอรเซ็นต์ ปรมาณ


2564 ที่ผ่านมา 450,282 ตัน มูลค่า 62,489 ล้านบาท และเน้อไก่สด 41.50

สินค้าเนื้อไก่ปรุงสุก แปรรูป ไทยมีโอกาสส่งออกไปอียู 27 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณ 319,383 ตัน มูลค่า 27,400 ล้านบาท โดย
ประเทศได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณโควตาท่ได้รับจัดสรรใหม่มี ตลาดสำาคัญของเนื้อไก่แปรรูป คือ ญี่ปุ่น อังกฤษ และอียู ขณะที่


ปริมาณมากถึง 109,441 ตันต่อปี ในขณะท่ไทยส่งออกไปเพียง เนื้อไก่สดมีญี่ปุ่น จีน และอียู เป็นตลาดส่งออกที่สำาคัญ

59,910.7 ตันต่อปี แต่ตลาดยูเค ได้รับจัดสรร 66,692 ตันต่อปี “ความสาเร็จในการนำาสินค้าปศุสัตว์ไทยบุกตลาดต่างประเทศ
ส่งออกเฉลี่ย 153,823.4 ตันต่อปี ส่วนไก่หมักเกลือ ตลาดอียูได้รับ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 เกิดจากความร่วมมือของท้ง

จัดสรร 68,385 ตันต่อปี ไทยส่งออกเฉลี่ย 73,024.5 ตันต่อปี และ ภาครัฐบาล ภาคเอกชน และเกษตรกร ภายใต้ความมุ่งมั่นใน


ตลาดยูเค ได้รับจัดสรร 24,225 ตันต่อปี ส่งออกเฉลี่ย 6,888.3 ตัน การผลักดันให้เกษตรกรและผ้ประกอบการท่เก่ยวข้องกับการผลิต


ต่อปี สินค้าปศุสัตว ตระหนักและให้ความสาคัญกับความปลอดภัยในอาหาร

ส่วนเน้อเป็ด ห่านแปรรูป ตลาดอียูได้รับจัดสรร 278 ตัน มาตั้งแต่ต้น โดยร่วมมือกับภาคผ้ผลิตในการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐาน


ต่อปี แต่ส่งออกเฉลี่ย 2,817.5 ตันต่อปี และตลาดยูเค ได้รับจัดสรร สากลอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการท่ไทยมีชื่อเสียงท้งด้านการ


14,432 ตันต่อปี มีการส่งออกเฉลี่ย 2,105.3 ตันต่อปี ป้องกันโรคในคนและโรคในสัตว์ติดระดับโลก ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้
เบรกซิตเป็นผลแล้ว โอกาสในการส่งออกสินค้าเนอไกปรงสุก กับผ้บริโภคในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี” อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าว








แปรรป ของไทยไปยังตลาดอยู เชือวาจะเพิมขึน เพราะได้โควตา ทิ้งท้าย




เพิ่มขึ้นมาก ส่วนไก่หมักเกลือ และเนื้อเป็ด ห่านแปรรูป ก็มีโอกาส ที่มา : สำ�นักง�นเศรษฐกิจก�รเกษตร
สัตว์เศรษฐกิจ 43

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE


“รมช.เกษตรฯ” เดินหน้า 5 โครงการหลัก รับปี 64
หวังแก้ปัญหา สร้างรายไดให้เกษตรกรอย่างย่งยืน


นายประภัตร โพธสุธน รมช. เกษตรฯ เปิดเผยว่า ในส่วน
แนวนโยบายในป 64 ทีคนรบผิดชอบใน 4 หน่วยงานหลก





อันได้แก กรมปศุสตว กรมการข้าว สานักงานมาตรฐาน


สนค่าเกษตรและอาหารแห่งชาติหรือ มกอชมีแนวทาง

นโยบายในการขับเคล่อนภาคการเกษตรหลัก

ใน5โครงการหลัก เพื่อ โดยมุ่งหวังที่จะขับเคลื่อนงานให้
สรุปข่าววงการปศุสัตว์ เป็นไปตามเป้าหมายท่ต้งวางไว โดยมีทั้งหมดท่ถือเป็น




โครงการหลัก
โครงการที่ 1 คือ โครงการสนับสนุนสินเชื่อ เพื่อการส่งเสริม


การเล้ยงสัตว์และเก่ยวกับกิจการท่เก่ยวเนื่องฯ (โคขุน ก้วิกฤต






Covid-19) เป็นโครงการเงินก้ดอกเบี้ยต่า มีตลาดรองรับท่แน่นอน
มีการประกันราคา สำาหรับการสนับสนุนเงินทุน ธนาคารเพื่อ
การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อเพื่อการ
เลี้ยงสัตว์ 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 100 บาท/ปี รวมกลุ่มและสมาชิก
7 คนขึ้นไป ยื่นจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนกับเกษตรอาเภอ ดำาเนิน

การจัดทำาแผนธุรกิจเพื่อผ่านความเห็นชอบต่อไปซึ่ง จะสามารถเป็น

แหล่งเงินทุนท่ช่วยส่งเสริมอาชีพและรายได้ให้กับประชาชน มีกลุ่ม
เกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการฯ 52 จังหวัด 1,197 กลุ่ม 11,837
ราย ดำาเนินการตามแผนธุรกิจ 23 จังหวัด 100 กลุ่ม 1,378 ราย
ธ.ก.ส. (โคขุน 90 กลุ่ม, แพะขุน 4 กลุ่ม, กระบือ 2 กลุ่ม, สุกร
3 กลุ่ม และโคต้นน้ำา คอกกลาง 1 กลุ่ม) อนุมัติสินเชื่อแล้วกว่า
396.434 ล้านบาท เพื่อสร้างได้อย่างครบวงจร จึงได้ส่งเสริมให ้
เกษตรกรผลิตพืชอาหารสัตว์ (หญ้าเนเปียร์แปลงใหญ่) เพื่อลดต้นทุน
การเลี้ยงสัตว์และสามารถนำาผลผลิตส่วนเหลือส่งขายให้โรงงานไฟฟ้า
ชีวมวล ผ่านศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ทั้ง 32 แห่ง
โครงการที่ 2 เป็นโครงการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าว
ปี 2563/64 เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร ความสามารถทางการ
ค้า และการตลาดข้าวไทย จึงสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีแก่

เกษตรกรท่ประสบฝนแล้ง ฝนท้งช่วง และอุทกภัยในฤดูนาปี ปี

2562/63 ในช่วงเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา เพื่อนำาเมล็ดพันธุ์
ไปปลูกทดแทนข้าวท่เสียหาย และเมื่อได้ผลผลิตสำาหรับบริโภคในครัว


เรือนแล้วสามารถนาส่วนท่เหลือไปจำาหน่าย ทาให้มีรายได้ในการ




ดำารงชีพได้ต่อไป ซึ่งการดำาเนินโครงการน้ มีเป้าหมายท่จะสนับสนุน
เมล็ดพันธุ์ข้าวจำานวน 63,000 ตัน แบบให้เปล่าแก่เกษตรกรผู้ปลูก
ข้าว 827,000 ครัวเรือน ที่ประสบฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง และอุทกภัย
ในปี 2562 ระหว่างเดือนมิถุนายน - กันยายน 2562 ในพื้นที่ 6.32
ล้านไร่ 34 จังหวัด

โครงการที 3 เป็นโครงการเกษตรอัจฉริยะลดต้นทุนการปลูก
ข้าว ศึกษาทดลองโดยใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ พัฒนาเมล็ดพันธุ์


44 สัตว์เศรษฐกิจ

ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์





จนได้ชุดเทคโนโลยีท่เหมาะสมและพร้อมท่จะถ่ายทอดความร้ดังกล่าว ผลิตภัณฑ์นม ระยะที่ 1 (ปี พ.ศ. 2564-2570) แผนปฏิบัติการย่อย






ไปส่เกษตรกร ซึ่งได้รับความร่วมมือจากท้งหน่วยงานภาครัฐและ ท่ 2 การพัฒนาการผลิตนานมโคและอุตสาหกรรมโคนมให้ได้

เอกชน รวมท้งเกษตรกร จัดทาแปลงเรียนร้ด้านข้าว พื้นท่แปลง มาตรฐานสากล



นากว่า 138 ไร่ ที่อำาเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เป็น ประการท่สอง เพื่อยกระดับมาตรฐานนานมดิบ เพิ่มความ






เคร่องมือสาคัญ ในการสร้างผลผลิตท่มีคุณภาพ ลดต้นทุนและ สามารถในการแข่งขัน และมีข้อมูลเพื่อใช้เฝ้าระวังโรคระบาดและ
เพิ่มรายได้ จากการศึกษาและการทดลองเทคโนโลยีแปลงนาอัจฉริยะ สร้างความน่าเชื่อถือให้ประเทศคู่ค้าและผู้บริโภค



พบว่า ต้นทุนในการปลูกข้าว ไม่เกิน 3,000 บาท/ไร่ ประการท่สาม เพื่อควบคุมการนำาเข้านานมดิบจากต่างประเทศ
โครงการที่ 4 คือ โครงการผลักดันและส่งเสริมการแสดงและ จากการเปิดเขตการค้าเสรี (Free Trade Area : FTA) และ
จำาหน่ายสินค้าเกษตรให้มีเครื่องหมาย Q โดยเกษตรกรที่ได้รับการ การค้าเสรีอาเซียน
รับร้อง GAP จะแสดงเครื่องหมาย Q เพื่อสร้างวความเชื่อมั่นให้ และประการที่สี่ เพื่อป้องกันโรคระบาดที่อาจเกิดจากน้ำานมดิบ


กับผ้บริโภค ตลอดจนจัดทามาตรฐานสินค้าเกษตรท่มีความสำาคัญ ภายในประเทศ

ทางเศรษฐกิจมากกว่า 20 รายได้ อาทิ ทะลายปาล์มมันสำาปะหลัง ดังนั้น กรมปศุสัตว์จึงได้จัดประชุมชี้แจงแนวทางเพื่อควบคุม


เผือก ถั่วเขียว กระถินแห้งสำาหรับอาหารสัตว์ ยางพารา มาตรฐาน การเคลื่อนย้ายนานมดิบโดยระบบ e-Privilege Permit โดยเชิญ

ฟาร์มโคนม คอกสุนัข แมว ปางช้าง รวมไปถึงการกาหนดมาตรฐาน เจ้าหน้าท่กรมปศุสัตว์ท่เก่ยวข้อง ประกอบด้วย ผ้แทนจากปศุสัตว ์




สารพิษตกค้างในสินค้าเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าและเพื่อให ้ เขต 1 - 9 ผู้แทนปศุสัตว์จังหวัดที่มีศูนย์รวบรวมน้ำานมดิบ และ


เกิดความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค ผ้แทนจากศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพ สานัก




โครงการที 5 เป็นโครงการ ปรบปรงทาเทยบเรือและตลาด เทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ จำานวนรวมทั้งสิ้น 85 คน โดย








ประมง เพือใช้ประโยชนในพืนทสะพานปลาและทาเทยบเรอประมง การประชุมแบ่งออกเป็น 2 ครั้ง คือ ในวันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน


ทั้ง 18 แห่ง ทั่วประเทศให้มีศักยภาพ นำาร่องไปแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ 2563 และวันพุธท่ 11 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งในการประชุมประกอบ



สะพานปลากรุงเทพ สมุทรปราการ ชลบุรี และภูเก็ต ให้ได้มาตรฐาน ด้วยเน้อหาสาระเก่ยวกับขั้นตอนการเคลื่อนย้ายนานมดิบ ด้วยระบบ

เป็นศูนย์กลางสัตว์น้ำาที่ทันสมัย ถูกสุขอนามัย e-Privilege Permit ของกองสารวัตรและกักกัน เพื่อเป็นการสร้าง

อย่างไรก็ตามท้ง 5 โครงการน้นนายประภัตร ยืนยันว่าจะ ความร้ความเข้าใจให้แก่ผ้ประกอบการ รวมท้งการอานวยความ







เร่งรัดดำาเนินการให้เกิดผลท่ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2564 เพื่อ สะดวกให้แก่ผ้ประกอบการ ในการขออนุญาตเคลื่อนย้ายซากสัตว ์
เป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและสร้างความเขื่อมั่นให้กับ ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ด้วย

ผู้บริโภคด้วย นอกจากน้ กรมปศุสัตว์ได้มีการวางแนวทางเพื่อควบคุมการ
แนวทางการเคลื่อนย้ายนํ้านมดิบ เคลื่อนย้ายน้ำานมดิบ พร้อมทั้งจัดทำาขอบเขตการควบคุมการเคลื่อน

กรมปศุสัตว์เตรียมวางแนวทางการเคล่อนย้ายนานมดิบสำาหรับ ย้ายน้านมดิบ อาทิ ควบคุมการขนส่งและเคลื่อนย้ายน้านมดิบ





ศูนย์รวมนมฯ ไม่กระทบเกษตรกรผ้เลี้ยงโคนมรายย่อย ทาให้สามารถ เฉพาะกรณี การขนส่งและเคล่อนย้ายจากศูนย์รวบรวมน้านมดิบ



ตรวจสอบย้อนกลับได้ ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 เพื่อ ไปยังโรงงานผ้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม การขนส่งและเคลื่อนย้าย



ความปลอดภัยผู้บริโภค จาก “ฟาร์มโคนมท่ส่งนมไปยังโรงงานผ้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม”
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว เปิดเผยว่า โดยตรง การเคลื่อนย้ายน้ำานมดิบดังกล่าวฯ ผ่านระบบ e-Privilege






กรมปศุสัตว์ได้มีการวางแนวทางเพื่อควบคุมการเคล่อนย้ายนานมดิบ Permit เป็นผ้ประกอบการท่ได้รับมาตรฐาน GMP หรือ GAP
สำาหรับศูนย์รวบรวมนานมดิบ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร เป็นต้น











ผ้เล้ยงโคนม โดยน้านมดิบท่ยังไม่ผ่านกระบวนการทาให้สุกน้น ถือ การควบคุมเคลื่อนย้ายน้านมดิบท่ยังไม่ผ่านกระบวนการทาให ้
เป็นซากสัตว์ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. สุกจากต้นทาง ซึ่งหมายถึง ศูนย์รวบรวมน้ำานม ไปสู่โรงงานแปรรูป
2558 และในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการในการพิจารณาการอนุญาตเคลื่อน นั้น จะทำาให้กรมปศุสัตว์สามารถตรวจสอบย้อนกลับสินค้า ในกรณี








ย้ายนานมดิบ กรมปศุสัตว์จึงเห็นควรให้จัดทาแนวทางและกาหนด ท่สินค้าอาจมีปัญหาคุณภาพ รวมท้งจะทาให้ทราบถึงปริมาณนานม

หลักเกณฑ์ ในการควบคุมการเคลื่อนย้ายนานมดิบ ตามพระราช ท่ผลิตในประเทศ และควบคุมนานมท่อาจจะมีการนาเข้าจาก







บัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 และเป็นประโยชน์ในระบบการ ต่างประเทศในอนาคตเมื่อเปิดการค้าเสรีอีกด้วย ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์

ตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) สินค้าปศุสัตว์ ท้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ขอย้าวา การเคล่อนย้ายน้านมดิบตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว





ของการควบคุมการเคลื่อนย้ายน้ำานมดิบ 4 ประการ ได้แก่ พ.ศ. 2558 นั้น จะบังคับใช้กับผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้น ไม่ได้
ประการแรก เพื่อจัดทำาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceabil- ใช้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายย่อยอย่างแน่นอน...

ity) ของน้านมดิบ ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านโคนมและ
สัตว์เศรษฐกิจ 45

ราคาสินค้าปศุสัตว์ยังคงมีแนวโน้มยืนแข็ง (สัปดาห์
ท 11-17 มกราคม 2563) โดยเฉพาะราคาสุกรมีชีวิต แนวโน้ม




หน้าฟาร์มท่ปรับเพ่มขึ้น ตามปริมาณการส่งออกทได้


กิโลกรัมละ 78-80 บาท ขณะที่ราคาไก่เนื้อหน้าฟาร์ม ราคาปศุสัตว์และเกษตร
เพ่มข้น โดยสมาคมผู้เล้ยงสุกรแห่งชาติท่ยืนแข็งที





ของสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อที่ยืนที่กิโลกรัมละ 32 บาท และ
ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มยืนแข็งที่ฟองละ 2.70 บาท

ภาคกลาง : สุกรขุนราคาปรับขึ้น ปริมาณสุกรขุนในพื้นท่พอดี



กับความต้องการ กาลังซื้อในพื้นท่เร่มดีขึ้น การส่งออกเพิ่มขึ้น ราคา
78-80 น้ำาหนัก 105-108 กก. แม่คัดทิ้ง 44-45 บาท แนวโน้ม
ทิศทางราคาสุกรขุนยืนแข็ง








สุกร : ราคายืนแข็ง ภาคตะวันออก : ราคาขายสุกรขุนปรับขึ้น จำานวนตัวและ


ปริมาณการบริโภคเน้อสุกรภายในประเทศดีขึ้น จากการ น.น. ทรงตัว เร่มมีการส่งออกได้ ราคายืนแข็งท่กิโลกรัมละ 77 - 80

ท่องเท่ยวและงานต่างๆ รายได้ประชาชนยังไม่ดีขึ้น การช่วยเหลือ บาท น้ำาหนัก 105-108 กก. แม่คัดทิ้ง 44-45 บาท

จากภาครัฐ (จ่ายคนละครง) รายย่อย เป็นการกระจายเงินเข้าใน ภาคตะวันตก : สุกรขุนราคาปรับขึ้น ปริมาณสุกรขุนในพื้นที่


ระบบท่เข้าถึงประชาชนโดยตรง ข่าว covid-19 จากแรงงานต่างด้าว พอดีกับความต้องการ มีสุกรจากภาคใต้เข้ามาในเขตตะวันตกลดลง

ติดต่อคนไทย ที่ตลาดกลางกุ้ง และแพร่กระจายไป 57 จังหวัดที่ไป แต่ปลายพระพ่อค้าเร่มเพิ่มปริมาณการซื้อ ฟาร์มจึงร่วมใจกันขึ้น

ซื้ออาหารทะเลจากตลาดนี้ ส่งผลให้มีการแพร่ระบาดมากขึ้น มีการ ราคาเฉลี่ย 78-80 บาท น้ำาหนัก 102-105 กก. แม่คัดทิ้ง 44-45

ปิดตลาดนัดและสถานท่ต่างๆ เพื่อควบคุมการแพร่ของโรค ทาให ้ บาท

การจัดงานต่างๆ ตามฤดูกาลต้องหยุดลง ส่งผลกระทบกับการบริโภค ภาคใต้ : ภาพรวมราคาสุกรขุนปรับขึ้น แต่ปริมาณตัว
แน่นอน แต่การส่งสุกรออกต่างประเทศจากด่านมุกดาหาร, จีนและ และน.น.สะสมลดลง เนื่องจากการบริโภคลดลง จากการท่องเที่ยว



กัมพูชา เร่มส่งออกได้เพิ่มขึ้น ดึงราคาในประเทศให้เพิ่มขึ้นได้ พ่อค้า ท่ลดลง ฝนตกนาท่วม แนวโน้มราคาปรับขึ้นตามเขตตะวันตก



ภายในประเทศมีความต้องการสุกรเพิ่มขึ้น โดยราคาประกาศสุกรขุน แต่ยังมีขึ้นมาขายในเขตตะวันตกอยู่ในปริมาณท่เพิ่มขึ้นราคาเฉล่ย
มีชีวิตหน้าฟาร์มของ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ยืนแข็งที่กิโลกรัม 78-80 บาท น้ำาหนัก 105-110 กก. แม่คัดทิ้ง 45 บาท
ละ 76-80 บาท ส่วนลูกสุกรน้ำาหนัก 16 กิโลกรัมต่อตัว ราคาอยู่ที่ แนวโน้ม : คาดว่าราคาสุกรน่าจะยืนแข็ง
2,500 บาท (บวก/ลบ 72)
ราคาเฉลี่ยตามภาค เร่มจาก ภาคเหนือ : สุกรขุนราคา



ปรับขึ้น ปริมาณสุกรขุนในพื้นท่เร่มขาด แต่กาลังซื้อในพื้นท่ดีขึ้น


น.น.เร่มลดลง มีการส่งออกไปจีนเล็กน้อย แต่แนวโน้มส่งออกได้

ราคา 80 บาท น้ำาหนัก 102-105 กก. แม่คัดทิ้ง 60 บาท แนว
โน้มทิศทางราคาสุกรขุนยืนแข็ง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : สุกรขุนราคาปรับขึ้น ปริมาณสุกร ไก่เนื้อ : ราคาทรงตัว


ขุนในพื้นท่ยังเหลือสะสมอยู่แต่เร่มลดลง จากการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่าง ปริมาณไก่ใหญ่และไก่เกินไซด์พอมี สอดรับกับความต้องการ



ต่อเน่องกาลังซื้อในพื้นท่เร่มดีขึ้น ราคา 76-80 บาท นาหนักเร่ม ของผ้บริโภค สมาคมผ้เล้ยงไก่เนื้อ ประกาศราคาไก่เน้อหน้าฟาร์ม








ลดลง 108-110 กก. แม่คัดทิ้ง 55-58 บาท แนวโน้มทิศทางราคา ทรงตัวท่กิโลกรัมละ 32 บาท โดยการบริโภคทรงตัวสมดุลกับปริมาณ

สุกรยืนแข็ง ผลผลิต ด้านลูกไก่เนื้อ ราคาตัวละ 8.50 บาท
46 สัตว์เศรษฐกิจ

ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์






ราคาเฉลี่ยตามภาค ภาคเหนือ เหนือบน : ราคายืน อยู่ท

31-32 บาท แนวโน้มราคายืน เหนือล่าง : ราคา อยู่ที่ 31-32 บาท
แนวโน้มราคายืน


โคเนื้อ
ราคาโคพันธุ์ลูกผสม (ขนาดกลาง) ที่เกษตรกรขายได้ เฉลี่ย

ท้งประเทศกิโลกรัมละ 97.93 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 98.24




ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ภาพรวมราคาเร่มปรับตัวบางพื้นท บาท ร้อยละ 0.31 โดยแยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ กิโลกรัม
ปริมาณตัวสะสมเริ่มมีตัว แนวโน้มราคายืน อีสานบน ราคา 39-40 ละ 98.40 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กิโลกรัมละ 99.69 บาท
บาท, ไก่เล็ก 43-44 บาท อีสานล่าง : อยู่ที่ 31-34 บาท ปริมาณ ภาคกลาง กิโลกรัมละ 91.13 บาท และภาคใต้ กิโลกรัมละ 102.86
ไก่ใหญ่สะสมมีน้อย,ไก่เล็ก 34-36 บาท แนวโน้มราคายืน บาท
กลาง-ออก-ตก : ภาพรวมโดยทั่วไป ราคาคงตัวมีอ่อนตัวเล็ก




น้อย ปรมาณตัวสะสมเรมมี แนวโน้มราคายืน ภาคกลาง : อยู่ที่
29-30 บาท แนวโน้มราคายืน ภาคตะวันออก : ราคาอ่อนตัวเล็ก



น้อย อยู่ท 29-31 บาท รอติดตามสถานการณ covid แนวโน้ม
ี่
ราคายืน ภาคตะวันตก : ราคาอยู่ท 29-30 บาท ไก่เกินไซส์เริ่มมี
สะสม แนวโน้มราคายืน
ภาคใต้ : ภาพรวมท่ผ่าน ราคาอ่อนตัว เนื่องจากเข้าช่วงมรสุม

ปริมาณเริ่มมี แนวโน้มราคายืน ใต้บน 31-33 บาท ใต้ล่าง 31-33
บาท
แนวโน้ม : คาดว่าราคาไก่เนื้อน่าจะทรงตัว กระบือ


ราคากระบือ (ขนาดกลาง) ท่เกษตรกรขายได้เฉล่ยท้งประเทศ

กิโลกรัมละ 76.65 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 77.44 บาท ร้อยละ
1.02 โดยแยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ กิโลกรัมละ 90.58 บาท
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กิโลกรัมละ 73.97 บาท ภาคกลางและ
ภาคใต้ไม่มีรายงานราคา


ไข่ไก่ : : ราคาทรงตัว
จากเทศกาลท่องเท่ยวและวันหยุดยาว ทาให้การบริโภคไข่ไก



ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาหารสาหรับนักเรียนและคนทางานมีปริมาณ





ลดลง โดยสมาคมผ้ผลิต ผ้ค้าและส่งออกไข่ไก ประกาศราคาแนะนา

ไข่ไก่คละ ณ หน้าฟาร์มเกษตรกร ยืนแข็งราคาที่ฟองละ 2.70 บาท
และลูกไก่ไข่ ราคาตัวละ 28.00 บาท
แนวโน้ม : คาดว่าราคาไข่ไก่น่าจะทรงตัว
ข้าวโพด : ราคาเพิ่มขึ้น
ราคาซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว ณ ไซโลโรงงานอาหารสัตว


ปรับขึ้นจากหาบละ 543 บาท (9.05 บาทต่อกิโลกรัม) เป็นหาบละ
552 บาท (9.20 บาทต่อกิโลกรัม) เนื่องจากเกษตรกรเร่งนำาผลผลิต
ข้าวโพดเล้ยงสัตว์เข้าส่ตลาดอย่างต่อเน่องก่อนหยุดปีใหม่ ด้านตลาด



ซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก ประจำาวันที่ 29 ธันวาคม 2563 ข้าวโพด
สัตว์เศรษฐกิจ 47

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE




THB29.8674/USD) ราคาถ่วเหลือง ขยับตัวสูงขึ้น เน่องจาก

ไม่สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้ อันเป็นผลจากการท่พนักงาน


ได้รบผลตอบแทนไม่เท่าท่คาดหวัง ทาให้การประท้วงในอาร์เจนตินา

ยังดำาเนินต่อไปเป็นสัปดาห์ท่สาม รวมท้งตลาดมีความกังวลเร่อง




ปริมาณสต๊อกถ่วเหลืองในประเทศสหรัฐฯ ท่อาจจะปรับตัวลดลงต่า ำ

กว่า 175 ล้านบุชเชล จากที่กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ คาดการณ์
แนวโน้ม : คาดว่าราคาถั่วเหลืองนำาเข้าน่าจะทรงตัว
เล้ยงสัตว รอบส่งมอบเดือนมีนาคม 2564 ราคาอยู่ท 466.00 เซนต์/




บุชเชล (5.479 บาทต่อกิโลกรัม ณ THB29.8674/USD) ราคา
ข้าวโพด ขยับตัวสูงขึ้น คาดการณ์ปริมาณน้าฝนเพิ่มขึ้นท่วทุกบริเวณ












พืนทเพาะปลูกในบราซิล ทาใหคลายกงวลเรองความแหงแลงท ่ ี
เกิดขึ้นทางตอนใต้ของรัฐรีอูกรันดีดูซูล (Rio Grande De Sul)



ฝ่งอาร์เจนตินา แต่ไม่สามารถช่วยเพิ่มระดับนาในดินได้มากนัก รวม
ท้งอุณหภูมิจะปรับตัวสูงขึ้นในปลายสัปดาห ส่งผลกระทบทาให ้ ปลาป่น : ราคาทรงตัว



ผลผลิตข้าวโพดในประเทศฤดูกาล 2563/64 ปรับตัวลดลงต่ำากว่าที่ การจับปลาของผู้ผลิตประเทศเปรูปรับลงเล็กน้อย แต่ยังอยู่ใน
กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ คาดการณ์ที่ 49 ล้านตัน ระดับท่ดีอยู โดยคาดการณ์ว่าจะจับได้เกิน 90 เปอร์เซ็นต์ ของ




แนวโน้ม : คาดว่าราคาข้าวโพดในประเทศน่าจะทรงตัว โควต้าได้ภายในเดือนมกราคมปีหน้า ทาให้ราคาตลาดมีแนวโน้มท่จะ
ปรับตัวลงหากปริมาณจับปลายังสูงอยู่อย่างต่อเนื่อง ด้านปริมาณ


การซื้อและราคายังคงทรงตัว เน่องจากผ้ซื้อยังคงรอดูปริมาณการจับ


ปลาจริงท่จะเกิดขึ้นในเดือนมกราคมปีหน้า โดย ปลาป่นเกรดก้ง
ราคาทรงตัวที่กิโลกรัมละ 44.00 บาท ส่วนปลาป่นเบอร์ 1 เกรดที่
สูงกว่า 60 โปรตีนขึ้นไป ยืนราคาที่กิโลกรัมละ 32.70 บาท และ
ปลาป่นเกรดที่ต่ำากว่า 60 โปรตีน ยืนราคาที่กิโลกรัมละ 30.20 บาท


ถั่วเหลือง : ราคาทรงตัว ด้านปลาป่นคุณภาพรองลงมา ปลาป่นเบอร 2 ชนิดท่มีโปรตีน
กากถั่วเหลืองจากเมล็ดถั่วเหลืองนำาเข้า ยืนราคาที่กิโลกรัมละ สูงกว่า 60 โปรตีนขึ้นไป ยืนราคาที่กิโลกรัมละ 29.70 บาท ส่วน


17.50 บาท โดยปริมาณการซื้อในตลาดลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ ปลาป่นเบอร 2 ชนิดท่มีโปรตีนสูงกว่า 56 แต่ไม่เกิน 60 ราคา

สัปดาห์ท่ผ่านมา เน่องจากเร่มเข้าช่วงเทศกาลหยุดยาวปลายปี ทรงตัวที่กิโลกรัมละ 27.20 บาท




คาดว่าปริมาณซื้อจะเร่มกลับเข้ามาในตลาดอีกคร้งหลังปีใหม่ ขณะท ี ่ แนวโน้ม : คาดว่าราคาปลาป่นน่าจะทรงตัว
สภาพอากาศในประเทศผู้ผลิตฝั่งอเมริกาใต้ยังคงแห้งแล้งเช่นเดิม
ข้าว : ราคาทรงตัว
ตลาดซื้อขายข้าวต่างประเทศ ข้าวขาว 100 เปอร์เซ็นต์
ชั้น 2 ส่งออกท่าเรือกรุงเทพฯ เอฟ.โอ.บี. ราคาทรงตัวที่ตันละ 545



และคาดการณ์ว่าการเก็บเก่ยวท่ล่าช้า จะทาให้ราคายังคงแข็งตัวอย่าง เหรียญสหรัฐฯ ส่วนปลายข้าว เอ.วัน.พิเศษ ส่งออก เอฟ.โอ.บี.

ต่อเนื่อง ด้านตลาดซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก ประจำาวันที่ 29 ธันวาคม ยืนราคาท่ตันละ 472 เหรียญสหรัฐฯ ด้านตลาดซื้อขายข้าวในประเทศ
2563 เมล็ดถั่วเหลือง รอบส่งมอบเดือนมกราคม 2564 ราคาอยู่ที่ ข้าวขาว 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้น 2 ราคาทรงตัวที่กระสอบละ 1,500
1,296.00 เซนต์/บุชเชล (14.222 บาทต่อกิโลกรัม ณ THB29.8674/ บาท ส่วนปลายข้าว เอ.วัน.พิเศษ ณ โรงงานอาหารสัตว์ ยืนราคา






USD) และ กากถวเหลอง รอบส่งมอบเดือนมกราคม ราคาอยูท ที่กระสอบละ 1,280 บาท
427.00 เหรียญสหรัฐฯ/ช็อตตัน (14.028 บาทต่อกิโลกรัม ณ แนวโน้ม : คาดว่าราคาข้าวน่าจะทรงตัว
48 สัตว์เศรษฐกิจ

กลุ่มบริษัทแหลมทองสหการ





รับสมัครวุฒิปริญญาโทและปริญญาตรี สัตวศาสตร์, พืชศาสตร์ ทั้งผู้มีประสบการณ์และไม่มีประสบการณ์หลายอัตรา เพื่อประจำส่วนจัดซื้อ
วัตถุดิบ, ฝ่ายเทคนิคอาหารสัตว์ และฝ่ายการผลิตสัตว์ปีก/สุกร ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดต่างๆ

1. สัตวบาลการผลิต 6. นักวิชาการฝ่ายเทคนิคอาหารสัตว์/ผู้ช่วยโภชนากร
มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการปฎิบัติงานเลี้ยงสัตว์ ควบคุมงานให้เป็นไป อาหารสัตว ์
ตามระบบมาตรฐานกรมปศุสัตว์ มาตรฐาน ISO และ HACCP ที่บริษัทฯได้ คุณสมบัติ - วุฒิปริญญาโท สาขาสัตวศาสตร์
กำหนดไว้และการรับการอบรมในมาตรฐานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อการพัฒนา - เพศชายและหญิง ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์
ตำเหน่งนี้ต่อไป
คุณสมบัติ - วุฒิปริญญาตรี สาขาสัตวศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง 7. เจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลและวางแผนการจัดซื้อวัตถุดิบ
- ไม่ต้องมีประสบการณ์โดยตรง อาหารสัตว์
คุณสมบัติ - วุฒิปริญญาโท สาขาพืชไร่, สัตวศาสตร์
2. สัตวบาลอาวุโสระดับหัวหน้าควบคุมหน่วยผลิต - เพศชายและหญิง ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ ์

มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการควบคุมการเลี้ยงสัตว์ตามแผนการผลิต
ประจำปี การจัดการการใช้ปัจจัยการเลี้ยงสัตว์ต่างๆตามแผนการผลิต การดูแล 8. เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ผลการเลี้ยงประจำฟาร์มไก่, สุกร
ฝึกอบรมผู้ใต้บังคับบัญชา การป้องกันโรคตามมาตรฐานปศุสัตว์ สามารถ คุณสมบัติ - วุฒิปริญญาตรี สาขาสัตวศาสตร์ และสาขาใกล้เคียง
วิเคราะห์ปัญหาและนำเสนอเพื่อการปรับปรุงพัฒนาการเลี้ยง - เพศชายและหญิง ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ ์
คุณสมบัติ - วุฒิปริญญาตรี สาขาสัตวศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
- เพศชาย มีประสบการณ์โดยตรง ไม่น้อยกว่า 5-7 ปี 9. พนักงานขายอาหารสัตว์/พนักงานขายสุกรขุน
คุณสมบัติ - วุฒิปริญญาตรี สาขาสัตวศาสตร์ หรือสาขาใกล้เคียง
3. หัวหน้าฟาร์ม และหรือ ผู้จัดการฟาร์ม - เพศชาย ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์
(ประจำฟาร์มไก่พันธุ์หรือฟาร์มไก่เนื้อ หรือโรงฟัก
ผู้สมัครต้องมีประสบการณ์โดยตรงด้านใดด้านหนึ่ง) 10. พนักงานขายชิ้นส่วนไก่และไส้กรอก
มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการวางแผนและควบคุมการเลี้ยงสัตว์ตาม คุณสมบัติ - วุฒิปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ไม่จำกัดสาขาวิชา
นโยบายและแผนการผลิตประจำปี กำกับดูแลการปฎิบัติงานของสัตวบาล และ - เพศชาย ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์
ผู้ช่วยในแต่ละยูนิตการผลิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ชี้แนะการแก้ไขปัญหา
และอบรมเทคนิค ตรวจสอบการบันทึกข้อมูลการใช้ปัจจัยการผลิตและผลการ 11. หัวหน้าเขตขายอาหารสัตว์/ผู้จัดการภาคอาหารสัตว์
ผลิตในระบบงานควบคุมคุณภาพ สรุปข้อมูลตามรอบเวลา ประสานงานกับ และผลิตภัณฑ์ปศุสัตว ์
ศูนย์สุขภาพสัตว์บริษัทฯ และพัฒนาเทคนิคความรู้ในการตรวจติดตามระบบ คุณสมบัติ - วุฒิปริญญาตรี มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี ใน
งานป้องกันโรคตามมาตรฐานปศุสัตว์และมาตรฐานสากลอื่นๆเพื่อพัฒนา ตำแหน่งแรก และมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 10 ปี ในตำแหน่งหลัง
ศักยภาพในการผลิต และการจัดการทั้งระบบได้ มีหน้าที่จัดการ และติดตามระบบงานขาย ร่วมปรับปรุงและพัฒนา
คุณสมบัติ - วุฒิปริญญาตรี สาขาสัตวศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง แผนการตลาดและการขาย
- เพศชาย มีประสบการณ์โดยตรง ไม่น้อยกว่า 10-15 ปี
12. หัวหน้างานพืชสวนและหัวหน้างานแปลงหญ้าเนเปียร์
4. หัวหน้างานชีวอนามัยและความปลอดภัยทางชีวภาพ ประจำ จ.นครราชสีมา และกรุงเทพมหานคร ในเขตปริมณฑล
คุณสมบัติ - วุฒิปริญญาตรี สาขาเทคนิคการสัตวแพทย์ และสาขา และเขตภาคใต้ จ.ชุมพร และจ.นครศรีธรรมราช
ใกล้เคียง คุณสมบัติ - วุฒิปริญญาตรี พืชสวน และสาขาที่เกี่ยวข้อง,
- เพศชายและหญิง ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ ์ มีความรู้ด้านปลูกปาล์มน้ำมัน หรือด้านแปลงหญ้า
- เพศชาย ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์
5. สัตวแพทย์ประจำฟาร์มไก่, ฟาร์มสุกร
มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการตรวจติดตามและชี้แนะการควบคุมคุณภาพ 13. หัวหน้างานผลิต, หัวหน้างานควบคุมคุณภาพ,
กระบวนการผลิตไก่, สุกร การเผ้าระวังดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ ร่วม หัวหน้างานคลังสินค้า ประจำโรงงานผลิตอาหารสัตว์
ศึกษาและพัฒนาระบบคุณภาพให้สอดคล้องกับหลักวิชาและมาตรฐานสากล และโรงงานแปรรูปไก่
กับผู้ชำนาญการ คุณสมบัติ - วุฒิปริญญาตรี สาขาสัตวศาสตร์, พืชศาสตร์และสาขา
คุณสมบัติ - วุฒิ สพ.บ. ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ ใกล้เคียง
- เพศชายและหญิง ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์

ผู้สนใจสามารถมาสมัครด้วยตนเอง หรือส่งจดหมายสมัครงาน ระบุที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อสะดวก พร้อมรูปถ่ายหลักฐานต่างๆ ส่งถึง
ฝ่ายบริหารอัตรากำลัง บริษัท แหลมทองสหการ จำกัด
วานิชเพลซ 1126/1 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่(มุมถนนวิทยุ) เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร.0-2253-4430 วงเล็บมุมซองว่า “สายเกษตร”
หรือสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครได้จากwww.laemthong.com/career.php `
และส่งอีเมล์ประวัติมาที่ [email protected] (ดูข้อมูลกลุ่มบริษัทฯ ที่ www.laemthong.com)


Click to View FlipBook Version