The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สัตว์เศรษฐกิจ E magazine, 2022-08-19 04:25:18

Livestock Production Magazine-895

สัตว์เศรษฐกิจ
LIVESTOCK PRODUCTION MAGAZINE ข่ า ว ส า ร แ ล ะ ส า ร ะ ส ำา ห รั บ ว ง ก า ร เ ลี้ ย ง สั ต ว์


WWW.LIVESTOCKMAG.NET









ปี 39 ฉบับที่ 895 สิงหาคม 2565

อาหารสัตว์แพง...
อาหารสัตว์แพง...

รับมืออย่างไร ?
รับมืออย่างไร ?

วิกฤตต้นทุนสูง
วิกฤตต้นทุนสูง

ผู้เลี้ยงโคนมต้องปรับตัวอย่างไร?
ผู้เลี้ยงโคนมต้องปรับตัวอย่างไร?

ให้อยู่รอด
ให้อยู่รอด


หมูรายย่อย...ทำาอย่างไร...
หมูรายย่อย...ทำาอย่างไร...

ถึงรอดพ้นจาก ASF
ถึงรอดพ้นจาก ASF


สุขภาพทางเดินอาหาร...
สุขภาพทางเดินอาหาร...
กุญแจสู่การลดใช้ยาในไก่
กุญแจสู่การลดใช้ยาในไก่








































www.hipra.com


www.hipra.com โทรศพท: +66 (0) 2090 9612-4 แฟกซ: +66 (0) 2090 9615

โทรศัพท์: +66 (0) 2090 9612-4 แฟกซ์: +66 (0) 2090 9615





Manufacturer: Thailand distributor :


Name: Shandong Longchang Animal Health Product co.,ltd Name: Feed Techno Focus Co., Ltd.
Address: Lushang square,Jingshi road, Jinan,Shandong Address: 554/3 Asok-Dindaeng Rd., Dindaeng, Bangkok
province,China Tel/What’s app/Line:0086-18369909316 10400 Thailand
Email: [email protected] Tel. : 0066- (0)2 641 8862-4

Bile acid
Bile acid








การทางานของกรดน+าด (Bile Acids) มผลต่อตับอย่างไรบาง






การทางานของกรดน+าด (Bile Acids) มผลต่อตับอย่างไรบาง ้ ี= ้

กรดน+าดี (Bile Acids) จะทาหนาทช่วยใหไขมันถูกย่อย และดูดซึมเขาทสําไสเล็กส่วนปลาย (Terminal


ี=


กรดน+าดี (Bile Acids) จะทาหนาทช่วยใหไขมันถูกย่อย และดูดซึมเขาทสําไสเล็กส่วนปลาย (Terminal
ี=
ี=













Ileum) กรดน+าดี (Bile Acids) ถูกนากลับมาทตับ เพอกระตุนใหตับสังเคราะห และหลั=งน+าดขึ+นมาใหม่
ื=
ี=




Ileum) กรดน+าดี (Bile Acids) ถูกนากลับมาทตับ เพอกระตุนใหตับสังเคราะห และหลั=งน+าดขึ+นมาใหม่
ื=

ี=









นอกจากน+การหลั=งน+าดทาใหมการขับสารพิษ และสารตกคางต่างๆจากตับ อย่างเช่น ยา โลหะหนัก และสาร



นอกจากน+การหลั=งน+าดทาใหมการขับสารพิษ และสารตกคางต่างๆจากตับ อย่างเช่น ยา โลหะหนัก และสาร




อันตรายอนๆ
ื=
อันตรายอนๆ
ื=

กรดน+าดี (Bile Acids) ป้องกันความเสยหายของตับจากเอนโดทอกซิน (Endotoxin : LPS) โดยการ

กรดน+าดี (Bile Acids) ป้องกันความเสยหายของตับจากเอนโดทอกซิน (Endotoxin : LPS) โดยการ



จับ และรวมตัว เพอยับยั+งการออกฤทธUของเอนโดทอกซิน ลดความเครยดจากปฏกรยาออกซิเดชัน และการ


ื=



จับ และรวมตัว เพอยับยั+งการออกฤทธUของเอนโดทอกซิน ลดความเครยดจากปฏกรยาออกซิเดชัน และการ




ื=
ตอบสนองต่อการอักเสบ ซึ=งช่วยป้องกันความเสียหายของตับทจะเกดจากเอนโดทอกซิน

ี=

ี=
ตอบสนองต่อการอักเสบ ซึ=งช่วยป้องกันความเสียหายของตับทจะเกดจากเอนโดทอกซิน ์ ํ ี
ในการป้องกันตับ กรดน+าด (Bile Acids) เปนปจจัยควบคุมและกระตุนการสังเคราะหกรดน+าดผ่าน Bile





ในการป้องกันตับ กรดน+าด (Bile Acids) เปนปจจัยควบคุมและกระตุนการสังเคราะหกรดน+าดผ่าน Bile









Acids Sensitive Nuclear Receptor (FXR : Fanosyl X Receptor) ซึ=งมคุณสมบัติ

Acids Sensitive Nuclear Receptor (FXR : Fanosyl X Receptor) ซึ=งมคุณสมบัติ
ป้องกันภาวะท่อน+าดตบ และอุดตัน (Anti-cholestasis) ตานการเกดภาวะผังผืดเกาะตับ (Anti-





ป้องกันภาวะท่อน+าดตบ และอุดตัน (Anti-cholestasis) ตานการเกดภาวะผังผืดเกาะตับ (Anti-





liver fibrosis) และตานการอักเสบ (Anti-inflammatory)

liver fibrosis) และตานการอักเสบ (Anti-inflammatory)



สารในกรดน+าดี (Deoxycholic Acid and Ursodeoxycholic Acid) จะช่วยส่งเสรมใหมการ


สารในกรดน+าดี (Deoxycholic Acid and Ursodeoxycholic Acid) จะช่วยส่งเสรมใหมการ









หลั=งน+าดออกมาเปนจานวนมากจากเซลลตับ เพิ=มการละลายของคอเลสเตอรอล ทาใหท่อทางเดินน+าด








หลั=งน+าดออกมาเปนจานวนมากจากเซลลตับ เพิ=มการละลายของคอเลสเตอรอล ทาใหท่อทางเดินน+าด ี





ราบเรยบ ซึ=งมบทบาทในการปกป้องตับ และถุงน+าดจากภาวะท่อน+าดอุดตัน





ราบเรยบ ซึ=งมบทบาทในการปกป้องตับ และถุงน+าดจากภาวะท่อน+าดอุดตัน = ิ









กรดน+าดี (Bile Acids) สามารถส่งเสรมและเพิมประสิทธภาพการตานอนุมูลอิสระ (เพิมประสิทธภาพการ

=

กรดน+าดี (Bile Acids) สามารถส่งเสรมและเพิมประสิทธภาพการตานอนุมูลอิสระ (เพิมประสิทธภาพการ

=


=


ทางานของ SOD, GSH-Px และ GR) ขจัดออกซิเจนส่วนเกนทเปนอนุมูลอิสระจากกระบวนการ


ี=

ี=


ทางานของ SOD, GSH-Px และ GR) ขจัดออกซิเจนส่วนเกนทเปนอนุมูลอิสระจากกระบวนการ
ออกซิเดชันของไขมัน (Fat Oxidation) ขจัดเอนโดทอกซิน (Endotoxin) และสารพิษจากเช+อรา

ออกซิเดชันของไขมัน (Fat Oxidation) ขจัดเอนโดทอกซิน (Endotoxin) และสารพิษจากเช+อรา


(Mycotoxin) เพิ=มประสิทธภาพการตานอนุมูลอิสระ ความสามารถในการป้องกันความเครยดและ





(Mycotoxin) เพิ=มประสิทธภาพการตานอนุมูลอิสระ ความสามารถในการป้องกันความเครยดและ

ผลกระทบจากความเครยด

ผลกระทบจากความเครยด



การแนะนาการใช Runeon (Bile Acids) ในไก่เน+อ ไก่ไข่ และเปด

การแนะนาการใช Runeon (Bile Acids) ในไก่เน+อ ไก่ไข่ และเปด ั




เพอการปรบปรงประสิทธภาพ แนะนาใหเติม Runeon (Bile Acids) ในอัตรา 200 กรม ต่ออาหาร 1




ื=

เพอการปรบปรงประสิทธภาพ แนะนาใหเติม Runeon (Bile Acids) ในอัตรา 200 กรม ต่ออาหาร 1






ื=
ตัน
ตัน




กรณ การแกปญหาการผลกระทบของสารพิษจากเช+อรา แนะนาใหเติม Runeon (Bile Acids) ใน






กรณ การแกปญหาการผลกระทบของสารพิษจากเช+อรา แนะนาใหเติม Runeon (Bile Acids) ใน






อัตรา 500~1,000 กรม ต่ออาหาร 1 ตัน รวมกับผลิตภัณฑจับสารพิษจากเช+อรา



อัตรา 500~1,000 กรม ต่ออาหาร 1 ตัน รวมกับผลิตภัณฑจับสารพิษจากเช+อรา

Contact information:
Contact information:
Manufacturer:Shandong Longchang Animal
Manufacturer:Shandong Longchang Animal
Health Product co.,ltd
Health Product co.,ltd
Web: www.sdlachance.net
Web: www.sdlachance.net
Email: [email protected]
Email: [email protected]

ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
















กรมปศุสัตว์


แนะทางแบ่งเบาผู้เลี้ยงสัตว์



จากภาวะวิกฤตอาหารสัตว์แพง






นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว เปิดเผยกรณีการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของเกษตรกร

ผ้เลี้ยงสัตว์ท่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤติสงครามรัสเซีย ยูเครน ว่า ทางกรมปศุสัตว์มีแผนส่งเสริมให ้


เกษตรกรและผ้ประกอบการหันมาใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ภายในประเทศ ลดการนำาเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งทาง
กรมปศุสัตว์ได้มีการสนับสนุนสูตรการผลิตอาหารสัตว์ที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ อย่างข้าวและมันสำาปะหลัง






เพื่อทดแทนการนำาเข้าข้าวโพดและข้าวสาลจากประเทศรสเซีย ยเครน พรอมเผยแพรสตรอาหารสัตว 90

สูตรท่มีความเหมาะสมกับแต่ละจังหวัด ท่สามารถหาวัตถุดิบแหล่งพลังงานในท้องถ่นได้ เช่น การใช้ข้าว




กะเทาะเปลือก หรือมันสาปะหลัง ในสูตรอาหารเพื่อทดแทนข้าวโพดและข้าวสาลี ในสูตรอาหารสุกรได้ 100%
และสูตรอาหารไก่ได้ 35% เป็นต้น โดยเกษตรกรสามารถเรียนรู้สูตรอาหารสัตว์นี้ผ่านสื่อออนไลน์ของกรม
ปศุสัตว์

นอกจากนี้ยังได้มีการจัดหน่วยบริการจัดการอาหารสัตว์เคลื่อนท่ “Feeding Management Mobile
Unit (FMMU)” ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการที่ฟาร์มเกษตรกร โดยให้คำาแนะนำาการจัดการด้านอาหารสัตว์
ปรับสูตรอาหารสัตว์รายฟาร์มตามชนิดและวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เพื่อการจัดการอาหารสัตว์ที่มีความ
แม่นยำา (precision feeding) ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนได้ประมาณ 1 – 2 บาท/กิโลกรัม โดยขอรับบริการได้ที่

สำานักพัฒนาอาหารสัตว์ และศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ท้ง 33 แห่งท่วประเทศ รวมถึงได้เปิดศูนย์บริการ

เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ด้านปศุสัตว์ (Motor Pool) ถือเป็นนวัตกรรมการบริการเครื่องจักรกลอาหารสัตว์



ท่ให้การสนับสนุนเคร่องจักรกลแก่กลุ่มเกษตรกรเพื่อยืมใช้สาหรับการผลิตเสบียงสัตว์ ช่วยลดภาระในการ
ลงทุนซื้อเคร่องจักรกลของตนเอง ลดภาระงบประมาณของรัฐบาลในการช่วยเหลือกล่มเกษตรกรท่มีอาชีพ




ปศุสัตวในระยะยาว ช่วยลดต้นทนการผลิตอาหารสัตว์ โดยเพิมการนำาวสดุเหลือใช้ในแปลงไรนามาเป็นอาหาร




สัตว์ เช่น ฟางข้าว สามารถช่วยลดการเผาตอซังและช่วยลดการเพิ่มฝุ่น PM 2.5 ในอากาศ และช่วยเพิ่ม

การสารองเสบียงสัตว์เพื่อความมั่นคงทางด้านอาหารสัตว์ (Feed security) ใช้รองรับผลกระทบจากการ
เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ภัยแล้ง น้ำาท่วม ตลอดจนทดแทนการขาดแรงงานภาคเกษตรที่นับวันจะ
ลดลงและเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
ในส่วนของการส่งเสริม และสนับสนุนเกษตรกรด้านพืชอาหารสัตว์ ได้มีโครงการ “พัฒนาอาชีพผลิต
พืชอาหารสัตว์” ให้เกษตรกรทำาเป็นอาชีพโดยการผลิตพืชอาหารสัตว์จำาหน่าย ในรูปแบบหญ้าสด หญ้าหมัก
หญ้าแห้ง และเมล็ดพันธุ์ สร้างรายได้ที่มั่นคง ปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรผลิตเพื่อจำาหน่าย 133 กลุ่ม 2,100
ราย 23,000 ไร่ รายได้ 380,000 บาท/ราย/ปี ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ได้มีการสำารองเสบียงสัตว์ ตามโครงการ
“หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน” เพื่อผลิตเสบียงสัตว์ ได้แก่ หญ้าแห้ง หญ้าหมัก และอาหารทีเอ็มอาร์ จำานวน
6,720,000 กิโลกรัม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ที่ประสบภัยพิบัติ โดยได้สนับสนุนเกษตรกร 23,000
รายต่อปี
6 สัตว์เศรษฐกิจ



895 สารบัญ 39 ฉบับที่ 895 สิงหาคม 2565









สัตว์เศรษฐกิจ





















บรรณาธิการ ผู้พิมพ์, ผู้โฆษณา : คอลัมน์พิเศษ
มุกดา วนิชกุล 12 อาหารสัตว์แพง...รับมืออย่างไร ?
ที่ปรึกษา : 15 ผู้เลี้ยงโคนมจี้ปรับราคา “นํ้านมดิบ” หลังต้นทุนเพิ่มสูง
รศ.ดร.เยาวมาลย์ ค้าเจริญ 18 วิกฤตต้นทุนสูง ผู้เลี้ยงโคนมต้องปรับตัวอย่างไร? ให้อยู่รอด
ผศ.นาม ศิริเสถียร
รศ.อุทัย คันโธ 22 นําร่อง “Pig Sandbox” คุม ASF ฟื้นฟูการเลี้ยงสุกร
ศ.น.สพ.ดร.รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช 24 เนื้อหมูเถื่อน...ภัยร้ายคุกคามผู้เลี้ยงและผู้บริโภคไทย
ผศ.ดร.เสกสม อาตมางกูร 27 หมูรายย่อย...ทำาอย่างไร...ถึงรอดพ้นจาก ASF
อาจารย์ศักดิ์ชัย โตภาณุรักษ์ 30 ชี้ช่องหมูไทย...ให้อยู่ได้หลังวิกฤต ASF
บรรณาธิการบริหาร : 32 ปัญหาชะงักการเจริญเติบโตหลังหย่านม Set Back : วิกฤติเพิ่มต้นทุน
ทิพารัตน์ อธิภัทรพงศ์ 35 สุขภาพทางเดินอาหาร...กุญแจสู่การลดใช้ยาในไก่
กองบรรณาธิการ : 40 ไข่ไก่ ปรับขึ้นฟองละ 3.60 บาท หลังต้นทุนเพิ่ม ยันมีไข่เพียงพอ
วิษณุ เจริญพงศ์พูล 42 ไบโอซายน์ (BIS) เปิดตัว “Canna BIS” ผสม CBD รุกตลาดสัตว์เลี้ยง
กองจัดการ :
เอกบุรุษ อุมากูล 44 ปศุสัตว์ไตรมาส 2 หดตัว...หลังต้นทุนสูง และโรครุมเร้า
ออกแบบรูปเล่ม : Chin 48 ILDEX Vietnam 2022 งานแสดงสินค้าปศุสัตว์เวียดนามจัดใหญ่...
พิสูจน์อักษร : รัชดา กูใหญ่ ผู้ร่วมงานคับคั่ง
สำานักงาน : 74/423-424 ซ.รามคำาแหง 180
ถ.รามคำาแหง มีนบุรี กรุงเทพฯ 10510 คอลัมน์ประจำ�
โทร. 0-2916-3786-7 50 บอกกล่าว
แฟกซ์ : 0-2916-8005 52 กิจกรรมเด่น
E-mail : [email protected] 54 แนวโน้มราคาปศุสัตว์
โรงพิมพ์ : ก.พลพิมพ์
เพลท : กรกนก กราฟฟิก
โทร. 082-458-4318
จัดจำาหน่าย : นานาสาส์น

C AW_TVO_PRINT ADS_CS5.pdf 1 29/12/2562 0:15:27
M
Y
CM
MY
CY
CMY
K

IT’S TIME


T O FEEL THE



C OMF OR T









SWINE V A C CINA TION
HAS NEVER BEEN

SO PRECISE, SO EAS Y

OR SO QUICK

INTRADERMAL APPLICATION

OF VACCINES IN PIGS





Mechanism of action













EPIDERMIS



DERMIS Inflamatory
Dendritic Cell (DC)
Blood vessel
Resident DC taking
ADIPOSE TISSUE (S.C.) up antigen
Lymph vessel with DC
migrating to lymph node

The dermis represents an excellent
site for vaccine delivery being rich in
resident DC, lymph vessels and
blood capillaries.

1 2 3

90º



Pig skin Pig skin Pig skin
As a needle-free injector, Hipradermic ®1 injector head must contact the surface of the pig's skin at a 90º angle. Hipradremic ® has no trigger, so it
is enough to make a small movement towards the animal to carry out the vaccination.

Adequate regions for intradermal Correct administration Comparison between intradermal (ID)
administration of vaccines of the vaccine and intramuscular (IM) application










1 2 3 4 5 6 7 8
Sows Sows Papule in sows In the ID application the vaccine is deposited
Observed in 90% of the sows vaccinated with at the dermal layer of the skin (before the
®2
Hipradermic . subcutaneous fat).










Sows Piglets Injection point in piglets For IM application is very important to select
In piglets no papule is observed, just an the adequate needle length tacking into
injection point can be seen. account the subcutaneous fat.
(1) Hipradermic ®, needle-free device with full traceability
for the vaccination of sows and piglets.
(2) Busquet et al., 2017. ESPHM Proceedings.
www.hipra.com

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE












File: Way to Feed

อาหารสัตว์แพง...รบมืออย่างไร ?


หลังจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับขึ้น จากภาวะสงครามรัสเซียยูเครนทยืดเยื้อ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพ

ภูมิอากาศท าให้ผลผลิตธัญพืชในแหล่งเพาะปลูกทีส าคัญลดลง การฟนตัวทางเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบ


กับต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์และการผลิตปศุสัตว์ไทย ท าให้เกษตรกรผู้เล้ยงต้องแบกรับภาวะต้นทุนสูง สวนทางกับราคา






สนค้าปศุสัตว์ทถูกควบคุมโดยภาครัฐ ดังนัน ผู้ผลตอาหารสัตว์และผู้เล้ยงสัตว์จ าเปนต้องปรับตัวหาแนวทางรับมือ เพอ




ประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดต่อไปได้



คุณสมภพ เอื้องทรงธรรม รองเลชาธิการสมาคมผูผลตอาหารสตว์ไทย เผยว่า สถานการณ์การผลต



อาหารสัตว์ของโลกในป 2564 อยูท 1,207.861 ล้านตัน หรือเพมข้น 2.3 เปอร์เซ็นต์ โดย เอเชีย-แปซิฟค (รวมจีน) เปน


ี่










ภูมิภาคทีผลตมากทีสุด อยูที 458 ล้านตัน รองลงมาในทวีปยุโรป 266 ล้านตัน อันดับ 3 คอ อเมริกาเหนอ (รวม
สหรัฐอเมริกา) 253 ล้านตัน หากพิจารณาเป็นรายประเทศ จีนถือเปนผู้ผลิตอาหารสัตว์อันดับ 1 มีก าลังกาผรลิต 239 ล้าน


ตันในป 2563 เพิ่มเปน 261 ล้านตัน ในปี 2564 อันดับ 2 สหรัฐอเมริกา มีก าลังการผลต 226ล้านตัน ในป2563 และเพิ่ม




เป็น 231 ล้านตัน ในป 2564 อันดับ 3 บราซิล มีก าลังการผลิต 78 ล้านตัน ในป 2563 และเพิ่มเปน 80 ล้านตัน ในปี 2564
อาหารสัตว์แพง... รับมืออย่างไร ? ี ี ่ ่ ่ ี ี ิ ็ ี
ทีเหลอก็เปน อินเดีย เม็กซิโก สเปน รัสเซีย ตุรก ญปุน และเยอรมนี ขณะทไทยผลตอาหารสัตว์ 20.50 ล้านตัน ในป 2563



และลดลงเหลือ 20.21 ล้านตัน ในป 2564

หลังจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับขึ้น จากภาวะสงคราม ประเทศผูผลตอาหารสตว์โลก หน่วย : ล้านตัน



รัสเซียยูเครนท่ยืดเยื้อ รวมถึงการเปล่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทาให ้





ผลผลิตธัญพืชในแหล่งเพาะปลูกท่สำาคัญลดลง การฟื้นตัวทาง ประเทศ ปี 2563 ปี 2564 % การเปล่ยนแปลง
เศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบกับต้นทุนการผลิตอาหาร จีน 239.980 261.424 8.9




สัตวและการผลิตปศุสตวไทย ทำาใหเกษตรกรผเลียงต้องแบกรบภาวะ สหรฐอเมริกา 226.753 231.538 2.1





ต้นทุนสูง สวนทางกับราคาสินค้าปศุสัตว์ท่ถูกควบคุมโดยภาครัฐ บราซิล 78.413 80.094 2.1

ดังนั้น ผผลิตอาหารสัตวและผเลียงสัตวจำาเป็นต้องปรบตัวหาแนวทาง อินเดีย 39.256 44.059 12.2








รับมือ เพื่อประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดต่อไปได้ เม็กซิโก 37.925 38.857 2.5
คุณสมภพ เอองทรงธรรม รองเลขาธิการสมาคมผผลิตอาหาร สเปน 34.841 35.580 2.1




สัตว์ไทย เผยว่า สถานการณ์การผลิตอาหารสัตว์ของโลกในปี 2564 รสเซีย

อยู่ที่ 1,207.861 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 2.3 เปอร์เซ็นต์ โดย เอเชีย- 32.531 33.000 1.4
แปซิฟิค (รวมจีน) เป็นภูมิภาคที่ผลิตมากที่สุด อยู่ที่ 458 ล้านตัน ตุรกี 26.300 25.300 -3.8



รองลงมาในทวีปยุโรป 266 ล้านตัน อันดับ 3 คือ อเมริกาเหนือ ญ่ปน 24.821 24.797 -0.1

(รวมสหรัฐอเมรกา) 253 ล้านตัน หากพิจารณาเป็นรายประเทศ จีน เยอรมน ี 24.930 24.506 -1.7
ถือเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์อันดับ 1 มีกำาลังการผลิต 239 ล้านตันในปี รวม 765.75 799.16 4.4
2563 เพิ่มเป็น 261 ล้านตัน ในปี 2564 อันดับ 2 สหรัฐอเมริกา ไทย 20.50 20.21 -1.4
มีกำาลังการผลิต 226 ล้านตัน ในปี2563 และเพิ่มเป็น 231 ล้าน ทีมา : สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย

ตัน ในปี 2564 อันดับ 3 บราซิล มีกำาลังการผลิต 78 ล้านตัน วัตถุดิบอาหารสัตว์หลัก เริมจาก ขาวโพด ผลผลตของโลกอยูท 1,200 ล้านตัน ใกล้เคยงกับความต้องการใช้







ในปี 2563 และเพิ่มเป็น 80 ล้านตัน ในปี 2564 ท่เหลือก็เป็น วัตถุดิบอาหารสัตว์หลัก เริ่มจาก ข้าวโพด ผลผลิตของโลกอยู่

ขณะทปริมาณสต็อกลดลงจาก 340 ล้านตันในป 2561 เหลอเพยง 300 ล้านตันในป 2565 โดยสต็อกข้าวโพดมากกว่า50





อินเดีย เม็กซิโก สเปน รัสเซีย ตุรกี ญี่ปุ่น และเยอรมนี ขณะที่ ที่ 1,200 ล้านตัน ใกล้เคียงกับความต้องการใช้ ขณะที่ปริมาณสต็อก ี







เปอร์เซนต์ เกบทจน โดยเปนประเทศเกบข้าวโพดได้คอนข้างมาก สวนราคาจากเดมอยูท 140 เหรียญสหรัฐตอตัน ในปี


ไทยผลิตอาหารสัตว 20.50 ล้านตัน ในปี 2563 และลดลงเหลือ ลดลงจาก 340 ล้านตันในปี 2561 เหลือเพียง 300 ล้านตันในปี ิ ่ ี ่ ่




2563 เพิ่มเปน 220 เหรียญสหรัฐตอตัน ในปี 2564 แต่ในปนี้เพิ่มเปน 330 เหรียญสหรัฐต่อตัน เมือรวมกับค่าเงินบาทที

20.21 ล้านตัน ในปี 2564 2565 โดยสต็อกข้าวโพดมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เก็บที่จีน โดยเป็น ่ ่
อ่อนตัว ท าให้ราคาข้าวโพดสูงกว่าปทีแล้ว และราคาสูงมากกว่าในอดีตมาก


12 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE






หวงโซ่อตสาหกรรมปศุสัตว เรมจากวตถดิบการเกษตร



ข้าวโพด กากถ่วเหลือง ก็นำามาผลิตอาหารสัตว ในโรงงานอาหาร


สัตว์มีมูลค่า 3 แสนล้านบาท นำาไปเลี้ยงสัตว์ต่อ เพิ่มมูลค่าเป็น 6


แสนล้านบาท จากน้นนำามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าท้งหมด
9 แสนล้านบาท รวมท้งห่วงโซ่ต้องอยู่ในมาตรฐานความปลอดภัย

File: Way to Feed มั่นคง และยั่งยืน
อาหารสัตว์แพง...รบมืออย่างไร ? การผลิตอาหารสัตว์ไทย เริ่มจาก 20 ปีก่อน ผลิตเพียง 10

หลังจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับขึ้น จากภาวะสงครามรัสเซียยูเครนทยืดเยื้อ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพ ล้านตัน ก่อนพัฒนาผ่านวิกฤตการเงินในปี 2540 วิกฤตไข้หวัดนก





ภูมิอากาศท าให้ผลผลิตธัญพืชในแหล่งเพาะปลูกทีส าคัญลดลง การฟนตัวทางเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบ ในปี 2547 และวิกฤตแฮมเบอร์ในปี 2551 ก่อนกำาลังการผลิตสูงสุด

กับต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์และการผลิตปศุสัตว์ไทย ท าให้เกษตรกรผู้เล้ยงต้องแบกรับภาวะต้นทุนสูง สวนทางกับราคา ที่ 20.51 ล้านตัน ในปี 2563 ก่อน ลดลง หลังจากได้รบผล








สนค้าปศุสัตว์ทถูกควบคุมโดยภาครัฐ ดังนัน ผู้ผลตอาหารสัตว์และผู้เล้ยงสัตว์จ าเปนต้องปรับตัวหาแนวทางรับมือ เพอ กระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 และ โรค ASF ในสุกร โดย


ประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดต่อไปได้ คาดว่า ในปี 2565 จะมีการผลิตอาหารสัตว์ 19 ล้านตัน ลดลงจาก
ปี 2564 ประมาณ 5.63 เปอร์เซ็นต์



คุณสมภพ เอื้องทรงธรรม รองเลชาธิการสมาคมผูผลตอาหารสตว์ไทย เผยว่า สถานการณ์การผลต วัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว์ไทย เป็นวัตถุดิบแหล่ง

อาหารสัตว์ของโลกในป 2564 อยูท 1,207.861 ล้านตัน หรือเพมข้น 2.3 เปอร์เซ็นต์ โดย เอเชีย-แปซิฟค (รวมจีน) เปน คาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวโพด มันสำาปะหลัง ข้าวสาลี ผลิตภัณฑ์จาก







ี่

ภูมิภาคทีผลตมากทีสุด อยูที 458 ล้านตัน รองลงมาในทวีปยุโรป 266 ล้านตัน อันดับ 3 คอ อเมริกาเหนอ (รวม ข้าวประเมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ อีก 28 เปอร์เซ็นต์ เป็นถั่วเหลือง







สหรัฐอเมริกา) 253 ล้านตัน หากพิจารณาเป็นรายประเทศ จีนถือเปนผู้ผลิตอาหารสัตว์อันดับ 1 มีก าลังกาผรลิต 239 ล้าน และกากถั่วเหลือง ที่เหลือเป็นปลาป่น 3 เปอร์เซ็นต์ และ อื่น 9



ตันในป 2563 เพิ่มเปน 261 ล้านตัน ในปี 2564 อันดับ 2 สหรัฐอเมริกา มีก าลังการผลต 226ล้านตัน ในป2563 และเพิ่ม เปอร์เซ็นต์

เป็น 231 ล้านตัน ในป 2564 อันดับ 3 บราซิล มีก าลังการผลิต 78 ล้านตัน ในป 2563 และเพิ่มเปน 80 ล้านตัน ในปี 2564

อาหารสัตว์แพง... รับมืออย่างไร ? ี ่ ี ่ ี ่ ี ิ ็ ี การผลิตอาหารสัตว์ ในปี 2564 ประมาณ 20 ล้านตัน ใช้
วัตถุดิบอาหารสัตว์ภายในประเทศ 8 ล้านตัน หรือ 40 เปอร์เซ็นต์


ทีเหลอก็เปน อินเดีย เม็กซิโก สเปน รัสเซีย ตุรก ญปุน และเยอรมนี ขณะทไทยผลตอาหารสัตว์ 20.50 ล้านตัน ในป 2563

และลดลงเหลือ 20.21 ล้านตัน ในป 2564 ที่เหลืออีก 12 ล้านตัน หรือ 60 เปอร์เซ็นต์ นำาเข้า แสดงให้เห็น

หลังจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับขึ้น จากภาวะสงคราม ประเทศผูผลตอาหารสตว์โลก หน่วย : ล้านตัน ว่า การผลิตอาหารสัตว์ของไทยพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศค่อน





รัสเซียยูเครนท่ยืดเยื้อ รวมถึงการเปล่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทาให ้ ข้างสูง โดยวัตถุดิบท่ผลิตได้เอง ประกอบด้วย ข้าวโพดประมาณ 4.8



ผลผลิตธัญพืชในแหล่งเพาะปลูกท่สำาคัญลดลง การฟื้นตัวทาง ประเทศ ปี 2563 ปี 2564 % การเปล่ยนแปลง ล้านตัน ปลาป่น 1.5 แสนตัน มันเส้น 1 ล้านตัน และปลายข้าว

เศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบกับต้นทุนการผลิตอาหาร จีน 239.980 261.424 8.9 2 ล้านตัน ส่วนวัตถุดิบที่ต้องนำาเข้า ได้แก่ ข้าวโพด 1.8 ล้านตัน






สัตวและการผลิตปศุสตวไทย ทำาใหเกษตรกรผเลียงต้องแบกรบภาวะ สหรฐอเมริกา 226.753 231.538 2.1 จากเมียนมาร์และกัมพูชา กากถั่วเหลืองนำาเข้า 2.8 ล้านตัน เมล็ด




ต้นทุนสูง สวนทางกับราคาสินค้าปศุสัตว์ท่ถูกควบคุมโดยภาครัฐ บราซิล 78.413 80.094 2.1 ถั่วเหลืองนำาเข้า 4 ล้านตัน DDGs นำาเข้า 3 แสนตัน ข้าวสาลี








ดังนั้น ผผลิตอาหารสัตวและผเลียงสัตวจำาเป็นต้องปรบตัวหาแนวทาง อินเดีย 39.256 44.059 12.2 1.2 ล้านตัน ข้าวบาร์เลย์ 7.5 แสนตัน และอื่นๆ 1 ล้านตัน
รับมือ เพื่อประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดต่อไปได้ เม็กซิโก 37.925 38.857 2.5 ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อวัตถุดิบอาหารสัตว์ เริ่มจาก ปี 2563


คุณสมภพ เอองทรงธรรม รองเลขาธิการสมาคมผผลิตอาหาร สเปน 34.841 35.580 2.1 วิกฤตโควิด 19 ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์สูงขึ้น เพราะจีนเร่งซื้อ


สัตว์ไทย เผยว่า สถานการณ์การผลิตอาหารสัตว์ของโลกในปี 2564 รสเซีย วัตถุดิบในปี 2563 ต่อมาในปี 2564 เกิดภัยแล้งและสภาพอากาศที่




อยู่ที่ 1,207.861 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 2.3 เปอร์เซ็นต์ โดย เอเชีย- 32.531 33.000 1.4 ประเทศเก็บข้าวโพดได้ค่อนข้างมาก ส่วนราคาจากเดิมอยู่ท 140 แปรปรวนของอเมริกาเหนือและใต้ ทำาให้ข้าวโพดและถ่วเหลืองมี
แปซิฟิค (รวมจีน) เป็นภูมิภาคที่ผลิตมากที่สุด อยู่ที่ 458 ล้านตัน ตุรกี 26.300 25.300 -3.8 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในปี 2563 เพิ่มเป็น 220 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปริมาณลดลง และในปี 2565 ก็เกิดภาวะสงครามรัสเซียบุกยูเครน




รองลงมาในทวีปยุโรป 266 ล้านตัน อันดับ 3 คือ อเมริกาเหนือ ญ่ปน 24.821 24.797 -0.1 ในปี 2564 แต่ในปีนี้เพิ่มเป็น 330 เหรียญสหรัฐต่อตัน เมื่อรวมกับ ทำาให้ราคาวัถตุดิบอาหารสัตว์สูงขึ้น เนื่องจากเป็นประเทศผ้ส่งออก

(รวมสหรัฐอเมรกา) 253 ล้านตัน หากพิจารณาเป็นรายประเทศ จีน เยอรมน ี 24.930 24.506 -1.7 ค่าเงินบาทที่อ่อนตัว ทำาให้ราคาข้าวโพดสูงกว่าปีที่แล้ว และราคาสูง ข้าวสาลีอันดับต้นๆ ของโลก มีสัดส่วนรวมกันประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์

ถือเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์อันดับ 1 มีกำาลังการผลิต 239 ล้านตันในปี รวม 765.75 799.16 4.4 มากกว่าในอดีตมาก อีกท้งไทยยังมีนโยบายรัฐท่บิดเบือนตลาดเพราะต้องการดูแลเกษตรกร




2563 เพิ่มเป็น 261 ล้านตัน ในปี 2564 อันดับ 2 สหรัฐอเมริกา ไทย 20.50 20.21 -1.4 กากถ่วเหลือง ได้มาจากเมล็ดถ่วเหลืองเมื่อนำาไปผ่าน ผ้ปลูกพืชอาหารสัตว์ในประเทศ การควบคุมโดยรัฐ ต้องการให้พืช


มีกำาลังการผลิต 226 ล้านตัน ในปี2563 และเพิ่มเป็น 231 ล้าน ทีมา : สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กระบวนการสกัดน้ามันแล้วเหลือเป็นกากถ่วเหลืองประมาณ 248 อาหารสัตว์ราคาสูง แต่อาหารสัตว์มีการควบคุมราคา เช่นเดียวกับ

ล้านตัน มีความต้องการใช้อยู่ท 240 ล้านตัน ส่วนราคากาก
ตัน ในปี 2564 อันดับ 3 บราซิล มีกำาลังการผลิต 78 ล้านตัน วัตถุดิบอาหารสัตว์หลัก เริมจาก ขาวโพด ผลผลตของโลกอยูท 1,200 ล้านตัน ใกล้เคยงกับความต้องการใช้ ี ่ เนื้อสัตว์ที่ห้ามขายแพง ถือเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด










ในปี 2563 และเพิ่มเป็น 80 ล้านตัน ในปี 2564 ท่เหลือก็เป็น วัตถุดิบอาหารสัตว์หลัก เริ่มจาก ข้าวโพด ผลผลิตของโลกอยู่ ถ่วเหลืองปรับจากระดับ 350 เหรียญสหรัฐต่อตัน มาเป็น 450 สำาหรับโครงการต้นทุนการผลิตอาหารสัตว โดยกวา 80-90


ขณะทปริมาณสต็อกลดลงจาก 340 ล้านตันในป 2561 เหลอเพยง 300 ล้านตันในป 2565 โดยสต็อกข้าวโพดมากกว่า50





อินเดีย เม็กซิโก สเปน รัสเซีย ตุรกี ญี่ปุ่น และเยอรมนี ขณะที่ ที่ 1,200 ล้านตัน ใกล้เคียงกับความต้องการใช้ ขณะที่ปริมาณสต็อก ี เหรียญสหรัฐต่อตัน ในปี 2564 และปี 2565 ก็เพิ่มเป็น 550-570 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว ถ้าราคาวัตถุดิบอาหารสัตว ์




เปอร์เซนต์ เกบทจน โดยเปนประเทศเกบข้าวโพดได้คอนข้างมาก สวนราคาจากเดมอยูท 140 เหรียญสหรัฐตอตัน ในปี







ไทยผลิตอาหารสัตว 20.50 ล้านตัน ในปี 2563 และลดลงเหลือ ลดลงจาก 340 ล้านตันในปี 2561 เหลือเพียง 300 ล้านตันในปี ิ ่ ี ่ เหรียญสหรัฐต่อตัน เมื่อรวมกับค่าเงินบาทท่อ่อนตัว ก็ทำาให้ราคา สูงก็มีผลต่อต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ทันที ในขณะที่อาหารสัตว์ถือ


2563 เพิ่มเปน 220 เหรียญสหรัฐตอตัน ในปี 2564 แต่ในปนี้เพิ่มเปน 330 เหรียญสหรัฐต่อตัน เมือรวมกับค่าเงินบาทที




20.21 ล้านตัน ในปี 2564 2565 โดยสต็อกข้าวโพดมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เก็บที่จีน โดยเป็น ่ กากถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นไปอีก ถือว่า สูงกว่าปีที่ผ่านมาค่อนข้างมาก เป็นต้นทุน 60-70 เปอร์เซ็นต์ ของต้นทุนการผลิตสัตว์ ซึ่งสะท้อน

อ่อนตัว ท าให้ราคาข้าวโพดสูงกว่าปทีแล้ว และราคาสูงมากกว่าในอดีตมาก

12 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 13

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE



ในราคาสุกรไก่และไข่ท่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ก็มาจากอาหารสัตว์และ แนวโน้มราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในช่วงคร่งปีหลัง ราคา




วัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น ข้าวโพดเร่มอ่อนตัวลง เน่องจากเข้าสู่ฤดูผลผลิตออกส่ตลาด แต่



ท่ผ่านมารัฐบาลช่วยเหลือ ด้วยการผ่อนปรนชั่วคราว ใน วัตถุดิบนำาเข้ากากถ่วเหลือง ข้าวสาลี ทรงตัวสงตลอดไตรมาส 3
ระหว่างวันที่ 10 พ.ค.-31 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยไม่ต้องใช้โควตา 3 และ 4 ส่วนหนึ่งมาจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง และหากสถานการณ์
ต่อ 1 หรือรับซื้อข้าวโพด 3 ส่วน แลกกับการนำาเข้าข้าวสาลี 1 สงครามไม่ยุติราคาข้าวสาลีก็ไม่มีทางลง

ส่วน มีการขยายโควตานาเข้าข้าวโพดในกรอบขององค์การการค้า ดังนั้น อาหารสัตว์แพงรับมืออย่างไร สำาหรับโรงงานอาหาร
โลก หรือ WTO 6 แสนตัน ทำาให้นำาเข้าข้าวโพดจากปากีสถานและ สัตว์ ก็ต้องสร้างทางเลือกและวัตถุดิบทดแทนใหม่ๆ ที่ผ่านมาก็ใช้
อินเดีย โดยจำานวนการนำาเข้าข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ รวม มันสำาปะหลังและผลิตภัณฑ์ข้าวเพิ่มขึ้น ก็ช่วยเกษตรกรไทยได้ และ
ทั้งห้ามเกิน 1.2 ล้านตัน ซึ่งที่ผ่านมาก็นำาเข้าส่วนใหญ่เป็นข้าวโพด พยายามหาแหล่งผู้ขายใหม่ๆ และผู้ขายที่มีสต็อกในประเทศ พร้อม
จากประเทศเพื่อนบ้าน ที่เหลือเป็นข้าวสาลี ติดตามข่าวสารที่มีผลกระทบวัตถุดิบ เช่น ราคาน้ำามัน ค่าเงินและ
สถานการณ์ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เริ่มจากกากถั่วเหลือง ปี จีนไม่นำาเข้าภายใน 2 เดือน เพื่อชะลอการนำาเข้าสิ่งเหล่านี้มีผลต่อ

2563 จากราคากิโลกรัมละ 13.26 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 16.51 ราคาท้งหมด ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ชะลอการขาดทุน
ในปี 2564 และในเดือนมิถุนายน ปี 2565 ราคากิโลกรัมละ 21.73 บริหารพอร์ตแต่ละสินค้า ต้องศึกษาภาวะขาดทุนกำาไรก็แต่ละบริษัท


บาท เพิ่มขึ้น 31.62 เปอร์เซ็นต์ ข้าวโพด จากราคากิโลกรัมละ และจัดเตรียมแผนรองรับกรณีท่แย่ท่สุด (worst case scenario)
8.97 บาท ในปี 2563 เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 10.05 บาท ในปี 2564 โดยประเมินว่า ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดจะเกิดอะไรขึ้น และต้องรับมือ
และเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ราคากิโลกรัมละ 13.12 บาท เพิ่มขึ้น กับมันให้ได้
30.55 เปอร์เซ็นต์ มันสำาปะหลัง จากกิโลกรัมละ 7.10 บาท เพิ่ม ื ี สำาหรับประเทศไทย ในภาวะราคาอาหารสัตว์สูงเช่นนี้ กลไก



สถานการณ์ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เริมจากกากถัวเหลอง ป 2563 จากราคากิโลกรัมละ 13.26บาท เพิ่มเปน
เป็นกิโลกรัมละ 7.79 บาท และเดือนมิถุนายน ปี 2565 ราคา ที่บิดเบือนกลไกตลาดจะทำาให้โครงสร้างไปต่อไม่ได้ ดังนั้น อาจต้อง






กโลกรัมละ 16.51 ในปี 2564 และในเดอนมถุนายน ปี 2565 ราคากโลกรัมละ 21.73 บาท เพ่มข้น 31.62 เปอร์เซนต์ ำ

ปลดล็อค เพื่อลดภาระให้กับผ้ประกอบการ เพราะคงทาเช่นนี้ได้

กิโลกรัมละ 9.35 บาท เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ ข้าวสาลีเป็นสินค้า
ี ข้าวโพด จากราคากิโลกรัมละ 8.97 บาท ในปี 2563 เพิ่มเป็นกิโลกร
ทเพิ่มราคาสูงสุด จากกโลกรมละ 7.38 บาท มาเป็นกโลกรัมละ ัมละ 10.05 บาท ในปี2564 และเดือนมิถุนายนที่ผ่าน
ไม่นาน และลดภาษีนำาเข้าเพื่อลดต้นทุนวัตถุดิบ และเร่งส่งเสริม




ปรบปรุงประสิทธิภาพการผลิตวตถุดิบอาหารสัตว และต้องส่งเสรม


8.94 บาท ในปี 2564 และเดือนมิถุนายน ปี 2565 เป็นกิโลกรัม


มา ราคากิโลกรัมละ 13.12 บาท เพิ่มขึ้น 30.55 เปอร์เซนต์ มันส าปะหลัง จากกิโลกรัมละ 7.10 บาท เพิ่มเปนกิโลกรัมละ ์ ิ
พัฒนาการผลิตแบบยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต...
ละ 14 บาท หรือเพิ่มขึ้น 56.60 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นปีที่นำาเข้าได้











7.79 บาท และเดอนมถุนายน ปี 2565 ราคากิโลกรัมละ 9.35 บาท เพ่มข้น 20 เปอร์เซนต์ ข้าวสาลเปนสนค้าทีเพมราคา
ยาก เพราะราคาสูงกว่าข้าวโพด เช่นเดียวกับ ข้าวบาร์เลย์จากราคา

สูงสุด จากกิโลกรัมละ 7.38 บาท มาเปนกิโลกรัมละ 8.94 บาท ในป2564 และเดือนมิถุนายน ปี 2565 เป็นกโลกรัมละ 14



กิโลกรัมละ 7.40 บาท ในปี 2563 เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 9.48 บาท


บาท หรือเพิ่มขึ้น 56.60 เปอร์เซ็นต์ ถอเปนปทีน าเข้าได้ยาก เพราะราคาสูงกว่าข้าวโพด เช่นเดียวกับ ข้าวบาร์เลย์จากราคา


ในปี 2564 และเดือนมิถุนายน ปี 2565 ราคากิโลกรัมละ 14.50
บาท เพิ่มขึ้น 52.65 เปอร์เซ็นต์ โดยข้าวบาร์เลย์ที่นำาเข้าเป็นเกรด

กิโลกรัมละ 7.40 บาท ในป 2563 เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 9.48 บาท ในป 2564 และเดือนมิถุนายน ปี 2565 ราคากิโลกรัมละ


อาหารคน ซึ่งในช่วง 2 ปีท่ผ่านมาจีนนำาเข้าน้อยลง แต่ปีนี้จีน

14.50 บาท เพิ่มขึ้น 52.65 เปอร์เซ็นต์ โดยข้าวบาร์เลย์ทีน าเข้าเปนเกรดอาหารคน ซึ่งในช่วง2 ปทีผ่านมาจีนน าเข้าน้อยลง



นำาเข้าเพิ่มขึ้นราคาก็แพงขึ้น
แต่ปนี้จีนน าเข้าเพิ่มขึ้นราคาก็แพงขึ้น

ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ หนวย บาท/ก.ก.

ปี 2563 2564 มิ.ย.65 เทียบ (ปี64/มิ.ย.65)
กากถ่วเหลอง 13.26 16.51 21.73 31.62%


ข้าวโพด 8.97 10.05 13.12 30.55%
มันส าปะหลัง 7.10 7.79 9.35 20.00%
ข้าวสาลี 7.38 8.94 14.00 56.60%
ข้าวบาร์เลย์ 7.40 9.48 14.50 52.65%
ทีมา : สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย






แนวโน้มราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในช่วงครึ่งปหลัง ราคาข้าวโพดเริมอ่อนตัวลง เนืองจากเข้าสูฤดูผลผลตออกสู ่







ตลาด แตวัตถุดบน าเข้ากากถัวเหลอง ข้าวสาล ทรงตัวสูงตลอดไตรมาส 3 และ 4 สวนหนึ่งมาจากค่าเงินบาททีอ่อนตัว
ลง และหากสถานการณ์สงครามไม่ยุติราคาข้าวสาลีก็ไม่มีทางลง
ดังนั้น อาหารสัตว์แพงรับมืออย่างไร ส าหรับโรงงานอาหารสัตว์ ก็ต้องสร้างทางเลือกและวัตถุดิบทดแทนใหม่ๆ ที ่

ผ่านมาก็ใช้มันส าปะหลังและผลิตภัณฑ์ข้าวเพิ่มขึ้น ก็ช่วยเกษตรกรไทยได้ และพยายามหาแหล่งผู้ขายใหม่ๆ และผู้ขายทีมี
14 สัตว์เศรษฐกิจ
สต็อกในประเทศ พร้อมติดตามข่าวสารทมีผลกระทบวัตถุดิบ เช่น ราคาน ้ามัน ค่าเงินและจีนไม่น าเข้าภายใน 2 เดือน เพือ





ชะลอการน าเข้าสิ่งเหล่านี้มีผลต่อราคาทั้งหมด ปรับปรงประสิทธภาพการผลิต ชะลอการขาดทุน บริหารพอร์ตแต่ละสินค้า
ต้องศึกษาภาวะขาดทุนก าไรก็แต่ละบริษัท และจัดเตรยมแผนรองรับกรณทแยทสุด (worst case scenario) โดยประเมน









ว่า ในกรณทีเลวร้ายทีสุดจะเกิดอะไรขึ้น และต้องรับมือกับมันให้ได้



ส าหรับประเทศไทย ในภาวะราคาอาหารสัตว์สูงเช่นน้ กลไกทีบิดเบือนกลไกตลาดจะท าให้โครงสร้างไปต่อไม่ได้



ดังนัน อาจต้องปลดลอค เพอลดภาระให้กับผู้ประกอบการ เพราะคงท าเชนน้ได้ไมนาน และลดภาษน าเข้าเพอลดต้นทุน











วัตถุดบ และเร่งส่งเสริมปรับปรงประสิทธภาพการผลิตวัตถุดบอาหารสัตว์ และต้องส่งเสริมพัฒนาการผลิตแบบยังยืน


ตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต...

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสําหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE



ในราคาสุกรไก่และไข่ท่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ก็มาจากอาหารสัตว์และ แนวโน้มราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในช่วงคร่งปีหลัง ราคา




วัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น ข้าวโพดเร่มอ่อนตัวลง เน่องจากเข้าสู่ฤดูผลผลิตออกส่ตลาด แต่



ท่ผ่านมารัฐบาลช่วยเหลือ ด้วยการผ่อนปรนชั่วคราว ใน วัตถุดิบนำาเข้ากากถ่วเหลือง ข้าวสาลี ทรงตัวสงตลอดไตรมาส 3
ระหว่างวันที่ 10 พ.ค.-31 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยไม่ต้องใช้โควตา 3 และ 4 ส่วนหนึ่งมาจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง และหากสถานการณ์
ต่อ 1 หรือรับซื้อข้าวโพด 3 ส่วน แลกกับการนำาเข้าข้าวสาลี 1 สงครามไม่ยุติราคาข้าวสาลีก็ไม่มีทางลง

ส่วน มีการขยายโควตานาเข้าข้าวโพดในกรอบขององค์การการค้า ดังนั้น อาหารสัตว์แพงรับมืออย่างไร สำาหรับโรงงานอาหาร
โลก หรือ WTO 6 แสนตัน ทำาให้นำาเข้าข้าวโพดจากปากีสถานและ สัตว์ ก็ต้องสร้างทางเลือกและวัตถุดิบทดแทนใหม่ๆ ที่ผ่านมาก็ใช้
อินเดีย โดยจำานวนการนำาเข้าข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ รวม มันสำาปะหลังและผลิตภัณฑ์ข้าวเพิ่มขึ้น ก็ช่วยเกษตรกรไทยได้ และ
ทั้งห้ามเกิน 1.2 ล้านตัน ซึ่งที่ผ่านมาก็นำาเข้าส่วนใหญ่เป็นข้าวโพด พยายามหาแหล่งผู้ขายใหม่ๆ และผู้ขายที่มีสต็อกในประเทศ พร้อม
จากประเทศเพื่อนบ้าน ที่เหลือเป็นข้าวสาลี ติดตามข่าวสารที่มีผลกระทบวัตถุดิบ เช่น ราคาน้ำามัน ค่าเงินและ
สถานการณ์ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เริ่มจากกากถั่วเหลือง ปี จีนไม่นำาเข้าภายใน 2 เดือน เพื่อชะลอการนำาเข้าสิ่งเหล่านี้มีผลต่อ

2563 จากราคากิโลกรัมละ 13.26 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 16.51 ราคาท้งหมด ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ชะลอการขาดทุน
ในปี 2564 และในเดือนมิถุนายน ปี 2565 ราคากิโลกรัมละ 21.73 บริหารพอร์ตแต่ละสินค้า ต้องศึกษาภาวะขาดทุนกำาไรก็แต่ละบริษัท


บาท เพิ่มขึ้น 31.62 เปอร์เซ็นต์ ข้าวโพด จากราคากิโลกรัมละ และจัดเตรียมแผนรองรับกรณีท่แย่ท่สุด (worst case scenario)
8.97 บาท ในปี 2563 เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 10.05 บาท ในปี 2564 โดยประเมินว่า ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดจะเกิดอะไรขึ้น และต้องรับมือ
และเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ราคากิโลกรัมละ 13.12 บาท เพิ่มขึ้น กับมันให้ได้ ผู้เลี้ยงโคนมจี้ปรับราคา
30.55 เปอร์เซ็นต์ มันสำาปะหลัง จากกิโลกรัมละ 7.10 บาท เพิ่ม ื ี สำาหรับประเทศไทย ในภาวะราคาอาหารสัตว์สูงเช่นนี้ กลไก


สถานการณ์ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เริมจากกากถัวเหลอง ป 2563 จากราคากิโลกรัมละ 13.26บาท เพิ่มเปน

เป็นกิโลกรัมละ 7.79 บาท และเดือนมิถุนายน ปี 2565 ราคา ที่บิดเบือนกลไกตลาดจะทำาให้โครงสร้างไปต่อไม่ได้ ดังนั้น อาจต้อง “นํ้านมดิบ” หลังต้นทุนเพิ่มสูง

กโลกรัมละ 16.51 ในปี 2564 และในเดอนมถุนายน ปี 2565 ราคากโลกรัมละ 21.73 บาท เพ่มข้น 31.62 เปอร์เซนต์ ำ






ปลดล็อค เพื่อลดภาระให้กับผ้ประกอบการ เพราะคงทาเช่นนี้ได้

กิโลกรัมละ 9.35 บาท เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ ข้าวสาลีเป็นสินค้า
ี ข้าวโพด จากราคากิโลกรัมละ 8.97 บาท ในปี 2563 เพิ่มเป็นกิโลกร
ทเพิ่มราคาสูงสุด จากกโลกรมละ 7.38 บาท มาเป็นกโลกรัมละ ัมละ 10.05 บาท ในปี2564 และเดือนมิถุนายนที่ผ่าน เกษตรกรโคนมวอนรัฐเร่งแก้ราคาน้านมดิบ เน่องจากค่าใช้จ่าย ที่ขายในท้องตลาดก็ต้องปรับขึ้นตาม อย่างน้อย 0.48 บาทต่อกล่อง
ไม่นาน และลดภาษีนำาเข้าเพื่อลดต้นทุนวัตถุดิบ และเร่งส่งเสริม






ปรบปรุงประสิทธิภาพการผลิตวตถุดิบอาหารสัตว และต้องส่งเสรม





8.94 บาท ในปี 2564 และเดือนมิถุนายน ปี 2565 เป็นกิโลกรัม
มา ราคากิโลกรัมละ 13.12 บาท เพิ่มขึ้น 30.55 เปอร์เซนต์ มันส าปะหลัง จากกิโลกรัมละ 7.10 บาท เพิ่มเปนกิโลกรัมละ ์ ิ ค่าบริหารจัดการฟาร์มเพิ่มขึ้นมาก หวั่น FTA ที่ในปี 2568 อัตรา ยูเอชท ยังไม่รวมต้นทุนผ้ประกอบการผ้ผลิตนมพาณิชย์ ดังนั้น ราคา


พัฒนาการผลิตแบบยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต...

ละ 14 บาท หรือเพิ่มขึ้น 56.60 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นปีที่นำาเข้าได้


7.79 บาท และเดอนมถุนายน ปี 2565 ราคากิโลกรัมละ 9.35 บาท เพ่มข้น 20 เปอร์เซนต์ ข้าวสาลเปนสนค้าทีเพมราคา ภาษีการนำาเข้านมและผลิตภณฑ์นมจากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เป็น นมพาณิชย์ต้องเพิ่มขึ้นมากกว่า 0.50 บาทต่อกล่อง (ยูเอชที)









ยาก เพราะราคาสูงกว่าข้าวโพด เช่นเดียวกับ ข้าวบาร์เลย์จากราคา


สูงสุด จากกิโลกรัมละ 7.38 บาท มาเปนกิโลกรัมละ 8.94 บาท ในป2564 และเดือนมิถุนายน ปี 2565 เป็นกโลกรัมละ 14 ร้อยละ 0 จะทำาลายอาชีพผู้เลี้ยงโคนมไทย ผลจากต้นทุนการผลิต แน่นอน



น�ยนัยฤทธิ์ จำ�เล ประธ�นชมรมโคนมสหกรณ์แห่งประเทศไทย
กิโลกรัมละ 7.40 บาท ในปี 2563 เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 9.48 บาท
แพง เกษตรกรหมดใจในการทำามาตรฐานฟาร์ม



บาท หรือเพิ่มขึ้น 56.60 เปอร์เซ็นต์ ถอเปนปทีน าเข้าได้ยาก เพราะราคาสูงกว่าข้าวโพด เช่นเดียวกับ ข้าวบาร์เลย์จากราคา คุณสมพร ศรีเมือง ผ้อำ�นวยก�ร องค์ก�รส่งเสริมกิจก�รโคนม กล่าวว่า ทางสหกรณ์ได้ยื่นหนังสือและร่วมพูดคุยถึงสถานการณ ์


ในปี 2564 และเดือนมิถุนายน ปี 2565 ราคากิโลกรัมละ 14.50

กิโลกรัมละ 7.40 บาท ในป 2563 เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 9.48 บาท ในป 2564 และเดือนมิถุนายน ปี 2565 ราคากิโลกรัมละ แห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. ระบุว่า คณะกรรมการโคนมและ ราคานานมดิบภายหลังจากคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม
บาท เพิ่มขึ้น 52.65 เปอร์เซ็นต์ โดยข้าวบาร์เลย์ที่นำาเข้าเป็นเกรด




อาหารคน ซึ่งในช่วง 2 ปีท่ผ่านมาจีนนำาเข้าน้อยลง แต่ปีนี้จีน

14.50 บาท เพิ่มขึ้น 52.65 เปอร์เซ็นต์ โดยข้าวบาร์เลย์ทีน าเข้าเปนเกรดอาหารคน ซึ่งในช่วง2 ปทีผ่านมาจีนน าเข้าน้อยลง ผลิตภัณฑ์นม หรือมิลค์บอร์ดเห็นชอบให้ปรับเพิ่มราคาน้ำานมดิบอีก (มิลค์บอร์ด) ได้พิจารณาอนุมัติเห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาน้ำานม กก.



นำาเข้าเพิ่มขึ้นราคาก็แพงขึ้น


แต่ปนี้จีนน าเข้าเพิ่มขึ้นราคาก็แพงขึ้น 2.25 บาทต่อลิตร หรือจาก 17.50 ในปี 2557 เป็น 19.75 บาท 2.25 บาท ซึ่งจะทาให้เกษตรกรจำาหน่ายน้านมดิบได้ในราคากิโลกรัม


ละ 19.75 บาท และเมื่อนาไปรวบรวมจำาหน่ายท่ศูนย์รวบรวม




ต่อลิตร ซึ่งเป็นการปรับคร้งแรกในรอบ 8 ปี ท้งน้สืบเน่องจากต้นทุน

ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ หนวย บาท/ก.ก. การผลิตของเกษตรกรเพิ่มขึ้นตามราคาน้ามัน พลังงาน และปุ๋ย น้ำานมฯ (กลางนา) และส่งต่อไปยังโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์นมก็จะบวก




ปี 2563 2564 มิ.ย.65 เทียบ (ปี64/มิ.ย.65) เบื้องต้นการเล้ยงโคนมมีต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มอีก 1.50 บาท ซึ่งจะมีผลให้โรงงานต้องซื้อนานมดิบในราคา



กากถ่วเหลอง 13.26 16.51 21.73 31.62% กระทบกับเกษตรกรโดยตรง และเรียกร้องให้ปรับราคานานมดิบ ตาม กิโลละ 20.50 บาท




ข้าวโพด 8.97 10.05 13.12 30.55% ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น มติที่ประชุมมิลค์บอร์ด ดังกล่าว กระทรวงเกษตร “การปรับราคาคร้งนี้จะช่วยบรรเทาภาระต้นทุนของเกษตรกร












มันส าปะหลัง 7.10 7.79 9.35 20.00% และสหกรณ์ จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา ทปรบขึ้นไปกว่า 40% ทงจากราคาอาหารข้นสาหรบเลียงววทมีส่วน



ข้าวสาลี 7.38 8.94 14.00 56.60% อีกครั้ง หากได้รับความเห็นชอบก็จะถือเป็นข้อปฏิบัติต่อไป ผสมจากกากปาล์มน้ามันและถ่วเหลืองนำาเข้าท่มีราคาแพงต้นทุน
ค่าไฟฟ้า ค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วเกษตรกรขอปรับขึ้น

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาปรับขึ้นราคาน้ำานมดิบ 2.25 บาท
ข้าวบาร์เลย์ 7.40 9.48 14.50 52.65% ต่อลิตร ยอมรับว่าเป็นเร่องละเอียดอ่อน แต่ต้นทุนของเกษตรกร ในราคากิโลกรัมละ 3 บาท แต่ทางมิลค์บอร์ดให้ 2.25 บาทเพราะ

ทีมา : สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ผู้เลี้ยงโคนมเพิ่มขึ้น เป็นสิ่งที่น่าเห็นใจเพราะต้องยอมรับหลายอย่าง พิจารณาตามต้นทุนแล้วเกษตรกรก็ยังได้กำาไรอยู่กิโลกรัมละ 2 บาท









แนวโน้มราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในช่วงครึ่งปหลัง ราคาข้าวโพดเริมอ่อนตัวลง เนืองจากเข้าสูฤดูผลผลตออกสู ่ ท้งพลังงาน ปุ๋ย ปรับตัวเพิ่มขึ้น ยอมรับเห็นใจเกษตรกรถ้ารอบน ้ ี โดยระหว่างนีบอรดจะนาเสนอต่อท่ประชุมคณะรฐมนตรีในวันท 2









ตลาด แตวัตถุดบน าเข้ากากถัวเหลอง ข้าวสาล ทรงตัวสูงตลอดไตรมาส 3 และ 4 สวนหนึ่งมาจากค่าเงินบาททีอ่อนตัว ไม่ปรับราคาน้านมดิบ ผ้เลี้ยงก็จะอยู่ไม่ได้ แต่เมื่อปรับเพิ่มราคา สิงหาคม 2565 เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป”












ลง และหากสถานการณ์สงครามไม่ยุติราคาข้าวสาลีก็ไม่มีทางลง น้ำานมดิบ ทประชุมกเกดความกงวล เมื่อต้นทางน้ำานมดิบเพิ่มขึ้น การพิจารณาปรับขึ้นราคานมจะช่วยเหลือเกษตรกรผ้เล้ยง

วัวนมซ่งขณะน้ประสบปัญหาลดจำานวนลงมากจาก 24,000 ครัวเรือน

นมโรงเรียนก็ต้องเพิ่มขึ้น นมพาณชย์กต้องเพิมขึน รัฐบาลก็ต้อง




ดังนั้น อาหารสัตว์แพงรับมืออย่างไร ส าหรับโรงงานอาหารสัตว์ ก็ต้องสร้างทางเลือกและวัตถุดิบทดแทนใหม่ๆ ที ่ จัดสรรงบประมาณในการจ่ายค่านมโรงเรียนเพิ่มขึ้น นมพาณิชย์ เหลือเพียง 18,000 ครัวเรือน ทำาให้ผลผลิตนมที่ได้ลดลงจากวันละ

ผ่านมาก็ใช้มันส าปะหลังและผลิตภัณฑ์ข้าวเพิ่มขึ้น ก็ช่วยเกษตรกรไทยได้ และพยายามหาแหล่งผู้ขายใหม่ๆ และผู้ขายทีมี
14 สัตว์เศรษฐกิจ
สต็อกในประเทศ พร้อมติดตามข่าวสารทมีผลกระทบวัตถุดิบ เช่น ราคาน ้ามัน ค่าเงินและจีนไม่น าเข้าภายใน 2 เดือน เพือ สัตว์เศรษฐกิจ 15




ชะลอการน าเข้าสิ่งเหล่านี้มีผลต่อราคาทั้งหมด ปรับปรงประสิทธภาพการผลิต ชะลอการขาดทุน บริหารพอร์ตแต่ละสินค้า







ต้องศึกษาภาวะขาดทุนก าไรก็แต่ละบริษัท และจัดเตรยมแผนรองรับกรณทแยทสุด (worst case scenario) โดยประเมน



ว่า ในกรณทีเลวร้ายทีสุดจะเกิดอะไรขึ้น และต้องรับมือกับมันให้ได้




ส าหรับประเทศไทย ในภาวะราคาอาหารสัตว์สูงเช่นน้ กลไกทีบิดเบือนกลไกตลาดจะท าให้โครงสร้างไปต่อไม่ได้

ดังนัน อาจต้องปลดลอค เพอลดภาระให้กับผู้ประกอบการ เพราะคงท าเชนน้ได้ไมนาน และลดภาษน าเข้าเพอลดต้นทุน












วัตถุดบ และเร่งส่งเสริมปรับปรงประสิทธภาพการผลิตวัตถุดบอาหารสัตว์ และต้องส่งเสริมพัฒนาการผลิตแบบยังยืน


ตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต...

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE
























3,500 ตัน เหลือวันละ 3,000-3,200 ตันเท่านั้น เมื่อเกษตรกรหยุด ว่า หากไม่สามารถปรับตัวหรือแก้ปัญหาได้ สุดท้ายอาจต้องเลิกทำา
เลี้ยงเกิดปัญหาซัพพลายตึงตัว วัตถุดิบเริ่มขาด หากปรับราคาก็จะ อาชีพนี้ เช่นเดียวกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม Young Smart Farmer อีก

ช่วยให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้ หลายคนท่ทยอยขายแม่วัวและขายฟาร์ม เพราะแบกรับต้นทุนค่า



น�ยวัฒนศักย์ เสือเอ่ยม อธิบดีกรมก�รค้�ภ�ยใน กล่าวว่า อาหารสัตว์ท่เพิ่มสูงขึ้นไม่ไหว แม้ท่ผ่านมาทุกคนจะพยายามปรับตัว

หลังจากกล่มเกษตรกรได้มายื่นหนังสือเบื้องต้น ได้มีการพูดคุยถึง แปรรูปน้านมดิบ เป็นโยเกิร์ต และนมพาสเจอร์ไรซ์ส่งขาย แต่ก็ถือว่า





สถานการณ์ท่จะปรับราคาในส่วนของน้านมดิบ ในส่วนนี้ยังอยู่ใน เป็นช่วงเวลาท่ยากลาบากมาก หากปลายปีนี้ยังไม่ได้ รับการ
ขั้นตอนการดำาเนินการของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หาก ครม.มีมติว่า ช่วยเหลือ หรือยังไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ได้ ก็อาจจะ
ยังไงก็ต้องปฏิบัติตาม แต่ในส่วนของปลายทางนั้นก็ยังต้องขอความ เป็นอีกหนึ่งฟาร์มที่อาจต้องเลิกไปเหมือนกัน

ร่วมมือในการตรึงราคา อย่างไรก็ตามภายใต้นโยบาย วิน-วิน โมเดล ปัจจุบันต้นทุนการเล้ยงโคนมเพิ่มขึ้นทุกรายการ บางชนิด




ในการพิจารณาถงราคาต้นทนต่างๆ กต้องพิจารณากนเปนรายๆ เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับราคาของปีท่แล้ว ราคา


เป็นเจ้าๆ เป็นยี่ห้อๆ ไป ส่วนนี้ก็ได้มีการชี้แจงให้พี่น้องเกษตรกรได้ อาหารโคนม ที่เรียกกันว่า “อาหารข้น” ปรับขึ้นทุกชนิด โดยอาหาร
รับทราบแล้ว ข้นโปรตีน 12 เปอร์เซ็นต์ ปีที่แล้ว ยังอยู่ที่ 200 กว่าบาท แต่ปีนี้
น�ยวินน� ศรีสงคร�ม ประธ�นชุมนุมภ�คตะวันออกและ ทะลุ 300 บาทไปแล้วไม่ต่างจากอาหารข้นแบบผง โปรตีน 16
ภ�คอีส�นใต้ และรองประธานชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย เปอร์เซ็นต์ ก็ปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 100 บาทเช่นกัน ส่วนอาหารข้น
เผยว่า กลุ่มเกษตรกรมีการนัดหมายกัน ทั้งเกษตรกรและชุมนุมทุก แบบเม็ด โปรตีน 22 เปอร์เซ็นต์ ก็ปรับขึ้นหลายสิบบาท แต่ที่น่า
ภาคทั้ง 5 ภาค ในประเทศไทย เนื่องจากอาชีพการเลี้ยงโคนมนั้น ตกใจว่า คือ ถั่วเหลือง เพราะปีที่แล้วอยู่ที่กระสอบละ 1,300 บาท
มีปัญหามาหลายปีแล้ว โดยราคาน้านมดิบ 6-7 ปีท่ผ่านมาไม่เคย มาปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 450 บาท เท่ากับว่าเพิ่มขึ้นเกือบ 35 เปอร์เซ็นต์







ปรับราคาเลย ขณะนี้ต้นทุนการผลิต การเลี้ยงโคนมสูงขึ้นอย่างเห็น ขณะท่วัตถุดิบท่นามาทาอาหารสาหรับโคนม ก็ปรับขึ้นท้งหมด

ได้ชัด จะเห็นได้ว่าราคาวัตถุดิบและอาหารสัตว์ ในจำานวน 6-7 ปีนี้ แล้วเช่นกัน ทั้ง กากมัน มันเส้น กากเบียร์ ฟางก้อน และข้าวโพด




มีการปรับราคาขึ้นถึง 27 ครั้ง แต่ราคานานมดิบของเกษตรไม่ได้ ยังไม่นับรวมค่านามันท่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการตัดหญ้า


ปรับเลย วัตถุดิบอาหารสัตว์มีการปรับขึ้นบางตัวเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ และการขนส่งน้านมดิบไปขายก็สูงขึ้นไปด้วย แม้ต้นทุนจะเพิ่มทุก
อย่างถั่วเหลือง กากปาล์ม มันสำาปะหลัง และข้าวโพด ซึ่งพูดตาม รายการ แต่มีอย่างเดียวท่ไม่ปรับขึ้นเลย คือ ราคานมดิบ ท่ขายลิตร




ความเป็นจริงแล้ว อาชีพการเลียงโคนม เราไม่เคยเรยกรองอะไร ละ 17.50 บาท มา กว่า 8 ปีแล้ว โดยข้อเสนอของเกษตรกร คือ

เพิ่งมาเรียกร้องในวันนี้ เพราะเราอยู่ไม่ได้จริงๆ ในขณะนี้เกษตรกร การปรับเพิ่มอีก 2.25 บาทต่อลิตร

ส่วนใหญ่ขายวัวกันเป็นจำานวนมาก เน่องจากมีต้นททุนในการเลี้ยง น�ยสุธน พล�ยพูล เจ้�ของคำ�ใหญ่ฟ�ร์ม ถ.มิตรภาพ

โคนมสูง และไปต่อไม่ไหวรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย บ.ซาจาน ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า การปรับขึ้น
ด้าน น�ยธ�ร�รัตน์ ร่มแก้ว รองประธ�นเครือข่�ยยุวเกษตรกร ราคาน้านมดิบ เดิมเกษตรกรต้องการให้ปรับขึ้นราคาเป็น 3 บาท


โคนมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากเมื่อก่อนท่เคยเลี้ยงวัวจำานวน ต่อกิโลกรัม แต่มติตามท่มิลค์บอร์ด ได้พิจารณาอนุมัติออกมาท 2.25



มาก แต่ด้วยต้นทุนที่ต้องแบกรับมาหลายเดือน และหากฝืนอาจไป บาทต่อกิโลกรัมนั้นโดยส่วนตัวน้นดีใจและรับได้ เพราะดีกว่าไม่มีการ


ต่อไม่ไหว เลยตัดสินใจหายวัวในฟาร์มท่มีอยู่กว่า 80 ตัว ตอนน ี ้ ปรับราคาใดๆ ปัจจุบันฟาร์ม ส่งน้ำานมดิบให้กับสหกรณ์ฯ ในราคา
เหลือเพียง 15 ตัว เป็นแม่รีดอย่างเดียว ซึ่งเป็นแม่สาวท้องแรก กิโลกรัมละ 19 บาท แต่ด้วยราคาวัตถุดิบต้นทุนที่แพงขึ้น เหมือน

ขณะท น.ส.รสิต� จรดล เจ้�ของฟ�ร์มโคนม จ.ชัยภูมิ ยอมรับ กับจะร้ว่า ราคานานมดิบจะแพงขึ้นจึงพากันปรับราคารอล่วงหน้า




16 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสําหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE



ร้อยละ 60-70 อาท อาหารข้น จากเดิมท่เคยซื้อสูตรโปรตีน 18

น้ำาหนัก 30 กิโลกรัม ราคากระสอบละ 295 บาท ปรับขึ้นมาอีก
กระสอบละ 70 บาท เป็น 365 บาท ขณะที่ราคารับซื้อน้ำานมดิบ
ปัจจุบันอยู่ที่ 19 บาทต่อกิโลกรัม
วิธีแก้ปัญหาในเบื้องต้นได้ทาการคัดเลือกโคท่มีปัญหาด้านอัตรา


การให้นมต่ำา และสุขภาพออก เพื่อลดต้นทุน ซึ่งจากการพูดคุยกับ






เพือนเกษตรกรต่างบอกเป็นเสียงเดียวกนวา ราคาน้านมดิบทเป็นอยู ่

ไม่เพียงพอกับต้นทุนท่เพิ่มขึ้น อยากให้รัฐบาลพิจารณาปรับราคา
กลางรับซื้อน้ำานมดิบอย่างน้อยกิโลกรัมละ 3-4 บาท เพื่อความอยู่
รอดของเกษตรกร แม้ว่ามิลค์บอร์ดจะยื่นเรื่องขอให้ปรับราคารับซื้อ

น้ำานมดิบต่อหน่วยงานท่เก่ยวข้องแล้วก็ตาม แต่ส่งท่ตนและเพื่อน




3,500 ตัน เหลือวันละ 3,000-3,200 ตันเท่านั้น เมื่อเกษตรกรหยุด ว่า หากไม่สามารถปรับตัวหรือแก้ปัญหาได้ สุดท้ายอาจต้องเลิกทำา โดยเฉพาะอาหารสำาเร็จรูป ซึ่งเดิม กระสอบละ 326 บาทก็มีการ เกษตร ท้งฟาร์มขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลางมองเห็นและวิตกกังวล
เลี้ยงเกิดปัญหาซัพพลายตึงตัว วัตถุดิบเริ่มขาด หากปรับราคาก็จะ อาชีพนี้ เช่นเดียวกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม Young Smart Farmer อีก ปรับราคามาที่กระสอบละ 404 บาท อีกประเด็นหนึ่งคือ เรื่องของเขตการค้าเสรี หรือ FTA ที่ในปี 2568

ช่วยให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้ หลายคนท่ทยอยขายแม่วัวและขายฟาร์ม เพราะแบกรับต้นทุนค่า ที่ฟาร์มมีวัวทั้งหมดกว่า 100 ตัว โดยจะต้องให้อาหารต่อตัว อัตราภาษีการนำาเข้านมและผลิตภัณฑ์นม ภายใต้ความตกลงการค้า
น�ยวัฒนศักย์ เสือเอ่ยม อธิบดีกรมก�รค้�ภ�ยใน กล่าวว่า อาหารสัตว์ท่เพิ่มสูงขึ้นไม่ไหว แม้ท่ผ่านมาทุกคนจะพยายามปรับตัว ต่อวันอยู่ท่ประมาณ 30-35 กก. ซึ่งเฉลี่ยต้นทุนค่าอาหารจะอยู่ท เสรีระหว่างประเทศไทย-ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จะเป็นร้อยละ










หลังจากกล่มเกษตรกรได้มายื่นหนังสือเบื้องต้น ได้มีการพูดคุยถึง แปรรูปน้านมดิบ เป็นโยเกิร์ต และนมพาสเจอร์ไรซ์ส่งขาย แต่ก็ถือว่า กก.ละ 4 บาท แต่ในช่วง 2 เดือนทผ่านมาราคาอาหารปรบขึ้น 0 ทำาให้ราคาผลิตภัณฑ์นมจากต่างประเทศถูกกว่าราคานานมดิบ








สถานการณ์ท่จะปรับราคาในส่วนของน้านมดิบ ในส่วนนี้ยังอยู่ใน เป็นช่วงเวลาท่ยากลาบากมาก หากปลายปีนี้ยังไม่ได้ รับการ ไม่ว่าจะเป็นอาหารสาเร็จรูป ปรับเป็น กระสอบละ 404 บาท ของไทย ดังน้นนอกจากการปรบราคารบซื้อน้านมดิบแล้วรฐบาลควร





ขั้นตอนการดำาเนินการของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หาก ครม.มีมติว่า ช่วยเหลือ หรือยังไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ได้ ก็อาจจะ จากเดิม กระสอบละ 326 บาท, ข้าวโพด กก.ละ 2.10 บาท, ควบคุมราคาต้นทุนการผลิต รวมทั้งมีมาตรการช่วยเหลือในด้านอื่น

ยังไงก็ต้องปฏิบัติตาม แต่ในส่วนของปลายทางนั้นก็ยังต้องขอความ เป็นอีกหนึ่งฟาร์มที่อาจต้องเลิกไปเหมือนกัน ฟางข้าว เดิม กก.ละ 2 บาทปรับเป็น กก.ละ 2.50 บาท, เพิ่มขึ้น เพราะหากยังต้องเผชิญกับปัญหาเหล่านี เกษตรกรจะ

ร่วมมือในการตรึงราคา อย่างไรก็ตามภายใต้นโยบาย วิน-วิน โมเดล ปัจจุบันต้นทุนการเล้ยงโคนมเพิ่มขึ้นทุกรายการ บางชนิด มันสำาปะหลัง เดิม กก.ละ 7 บาท ปรับเป็น 8-9 บาท และ สูญเสียความสามารถในการแข่งขันกับตลาดโลก ยังส่งผลต่ออาชีพ
ในการพิจารณาถงราคาต้นทนต่างๆ กต้องพิจารณากนเปนรายๆ เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับราคาของปีท่แล้ว ราคา ถั่วเหลือง เดิม กก.ละ 14 บาทปรับเป็น กก.ละ 20 บาทขณะที่ เกษตรกรโคนมไทยในอนาคตอีกด้วย






เป็นเจ้าๆ เป็นยี่ห้อๆ ไป ส่วนนี้ก็ได้มีการชี้แจงให้พี่น้องเกษตรกรได้ อาหารโคนม ที่เรียกกันว่า “อาหารข้น” ปรับขึ้นทุกชนิด โดยอาหาร น้ำานมดิบที่ได้จะอยู่นั้นจะอยู่ที่ตัวละประมาณ 14 กก.เท่านั้น ล่าสุด น�ยประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและ
รับทราบแล้ว ข้นโปรตีน 12 เปอร์เซ็นต์ ปีที่แล้ว ยังอยู่ที่ 200 กว่าบาท แต่ปีนี้ การปรับขึ้นราคาน้ำานมดิบอีก กก.ละ 2.25 บาท นั้นก็จะทาให ้ สหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่�ก�ร



น�ยวินน� ศรีสงคร�ม ประธ�นชุมนุมภ�คตะวันออกและ ทะลุ 300 บาทไปแล้วไม่ต่างจากอาหารข้นแบบผง โปรตีน 16 ราคากลางจะอยู่ที่ 19.75 บาทต่อ กก. ขณะที่การส่งจำาหน่ายให้กับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ ให ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย
ภ�คอีส�นใต้ และรองประธานชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย เปอร์เซ็นต์ ก็ปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 100 บาทเช่นกัน ส่วนอาหารข้น สหกรณ์ฯก็จะปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามด้วยราคากลางที่ปรับขึ้นแม้ จำ�กัด จากทุกภาคของประเทศไทย เข้าพบ ณ ห้องประชุมกระทรวง




เผยว่า กลุ่มเกษตรกรมีการนัดหมายกัน ทั้งเกษตรกรและชุมนุมทุก แบบเม็ด โปรตีน 22 เปอร์เซ็นต์ ก็ปรับขึ้นหลายสิบบาท แต่ที่น่า จะเป็นข่าวดี แต่ท่ผ่ามาเกษตรกรผ้เล้ยงโคนมหลายรายก็ต้องยุติ เกษตรและสหกรณ เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีขออนุมัติปรับเพิ่ม

ภาคทั้ง 5 ภาค ในประเทศไทย เนื่องจากอาชีพการเลี้ยงโคนมนั้น ตกใจว่า คือ ถั่วเหลือง เพราะปีที่แล้วอยู่ที่กระสอบละ 1,300 บาท กิจการไป หรือส่งต่อการจำาหน่ายจากสหกรณ มาเป็นรูปแบบส่วน ราคานานมดิบ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรโคนม (ขอปรับเพิ่มขึ้น


มีปัญหามาหลายปีแล้ว โดยราคาน้านมดิบ 6-7 ปีท่ผ่านมาไม่เคย มาปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 450 บาท เท่ากับว่าเพิ่มขึ้นเกือบ 35 เปอร์เซ็นต์ ตัวแทน เนื่องจากทนต่อภาวะต้นทุนราคาค่าอาหารไม่ไหว จึงอยาก กิโลกรัมละ 2.25 บาท) โดยขอปรับราคากลางรับซื้อน้ำานมดิบหน้า



ปรับราคาเลย ขณะนี้ต้นทุนการผลิต การเลี้ยงโคนมสูงขึ้นอย่างเห็น ขณะท่วัตถุดิบท่นามาทาอาหารสาหรับโคนม ก็ปรับขึ้นท้งหมด ให้รัฐบาลได้ควบคุมราคาค่าอาหาร หรือช่วยเหลือเกษตรกรในด้าน ศูนย์รวบรวมน้ำานมดิบในปี 2565 จากกิโลกรัมละ 17.50 บาทเป็น









ได้ชัด จะเห็นได้ว่าราคาวัตถุดิบและอาหารสัตว์ ในจำานวน 6-7 ปีนี้ แล้วเช่นกัน ทั้ง กากมัน มันเส้น กากเบียร์ ฟางก้อน และข้าวโพด อื่นๆ ด้วยท้งค่าน้า ค่าไฟ และต้นทุนต่างๆ ท่มีการปรับราคาขึ้น 19.75 บาท และขอปรับราคากลางรับซื้อนำานมโคหน้าโรงงานแปรรูป
มีการปรับราคาขึ้นถึง 27 ครั้ง แต่ราคานานมดิบของเกษตรไม่ได้ ยังไม่นับรวมค่านามันท่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการตัดหญ้า เพื่อให้เกษตรกรผ้เล้ยงนมนั้นมีสภาพคล่องในการบริหารจัดการ ผลิตภัณฑ์นมในปี 2565 จากกิโลกรัมละ 19 บาท เป็นกิโลกรัมละ








ปรับเลย วัตถุดิบอาหารสัตว์มีการปรับขึ้นบางตัวเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ และการขนส่งน้านมดิบไปขายก็สูงขึ้นไปด้วย แม้ต้นทุนจะเพิ่มทุก เพราะเมื่อบวก ลบ คูณ หาร ทั้งต้นทุนค่าอาหาร ราคาน้ำานมดิบ 21.25 บาท



อย่างถั่วเหลือง กากปาล์ม มันสำาปะหลัง และข้าวโพด ซึ่งพูดตาม รายการ แต่มีอย่างเดียวท่ไม่ปรับขึ้นเลย คือ ราคานมดิบ ท่ขายลิตร ที่ได้ ทำาให้เกษตรกรจะเหลือค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อตัวต่อวันเพียงไม่ก่บาท ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ ได้เสนอข้อมูลดังกล่าว





ความเป็นจริงแล้ว อาชีพการเลียงโคนม เราไม่เคยเรยกรองอะไร ละ 17.50 บาท มา กว่า 8 ปีแล้ว โดยข้อเสนอของเกษตรกร คือ เท่านั้น ต่อคณะรัฐมนตร (ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบปรับราคา
เพิ่งมาเรียกร้องในวันนี้ เพราะเราอยู่ไม่ได้จริงๆ ในขณะนี้เกษตรกร การปรับเพิ่มอีก 2.25 บาทต่อลิตร น�ยเอกชน ศรีสวัสดิ์ เกษตรกรช�ว ต.หนองโพ อ.โพธ�ร�ม น้ำานมดิบ 1.50 บาท โดยคาดว่าจะสามารถเข้า ครม. ได้ภายใน

ส่วนใหญ่ขายวัวกันเป็นจำานวนมาก เน่องจากมีต้นททุนในการเลี้ยง น�ยสุธน พล�ยพูล เจ้�ของคำ�ใหญ่ฟ�ร์ม ถ.มิตรภาพ เปิดเผยว่า เริ่มทำาอาชีพนี้มาตั้งแต่อายุ 15 ปี ปัจจุบันมีโคนม รวม วันที่ 23 ส.ค. 65 และในส่วนของกรมปศุสัตว์จะดำาเนินการจัดทำา

โคนมสูง และไปต่อไม่ไหวรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย บ.ซาจาน ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า การปรับขึ้น 45 ตัว แบ่งเป็นแม่โคท้อง จำานวน 5 ตัว และแม่โครีดนม 15 ตัว โครงการเพื่อให้รัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกร 0.75 บาทต่อกิโลกรัม
ด้าน น�ยธ�ร�รัตน์ ร่มแก้ว รองประธ�นเครือข่�ยยุวเกษตรกร ราคาน้านมดิบ เดิมเกษตรกรต้องการให้ปรับขึ้นราคาเป็น 3 บาท สามารถรีดน้ำานมได้วันละประมาณ 120 กิโลกรัม ที่เหลือเป็นโคสาว เป็นระยะเวลา 3 เดือน (90 วัน) และหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาตาม

โคนมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากเมื่อก่อนท่เคยเลี้ยงวัวจำานวน ต่อกิโลกรัม แต่มติตามท่มิลค์บอร์ด ได้พิจารณาอนุมัติออกมาท 2.25 และลูกโค จำานวน 20 ตัว ซึ่งในแต่ละวันจะมีค่าใช้จ่ายบริหารจัดการ โครงการให้คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด)





มาก แต่ด้วยต้นทุนที่ต้องแบกรับมาหลายเดือน และหากฝืนอาจไป บาทต่อกิโลกรัมนั้นโดยส่วนตัวน้นดีใจและรับได้ เพราะดีกว่าไม่มีการ ฟาร์ม ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้า ค่าน้ำามันเชื้อเพลิง ค่ายาเวชภัณฑ์ และ พิจารณาแนวทางในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรท่ได้รับความ

ต่อไม่ไหว เลยตัดสินใจหายวัวในฟาร์มท่มีอยู่กว่า 80 ตัว ตอนน ้ ี ปรับราคาใดๆ ปัจจุบันฟาร์ม ส่งน้ำานมดิบให้กับสหกรณ์ฯ ในราคา ค่าอาหารสัตว แต่ด้วยสถานการณ์ราคาราคาน้ามันเชื้อเพลิง วัตถุดิบ เดือดร้อนต่อไป



เหลือเพียง 15 ตัว เป็นแม่รีดอย่างเดียว ซึ่งเป็นแม่สาวท้องแรก กิโลกรัมละ 19 บาท แต่ด้วยราคาวัตถุดิบต้นทุนที่แพงขึ้น เหมือน อาหารสัตว์ ตลอดจนราคาของปุ๋ยเคมี และยารักษาสัตว์ที่ปรับตัวสูง




ขณะท น.ส.รสิต� จรดล เจ้�ของฟ�ร์มโคนม จ.ชัยภูมิ ยอมรับ กับจะร้ว่า ราคานานมดิบจะแพงขึ้นจึงพากันปรับราคารอล่วงหน้า ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนท่ยังไม่รวมค่าแรงงาน เพิ่มขึ้นถึง


16 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 17

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE











































ผู้เลี้ยงโคนม... ปรับตัวอย่างไร?...

ให้รอดในวิกฤตต้นทุนสูง






หลังจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ราคาน้ำามัน และปัจจัยการ ผลจากวิธีการควบคุมตลาดท่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณาผ้ผลิตนม
ผลิตอื่นๆ เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการเลี้ยงโคนมสูงขึ้นจนเกษตรกร รายใหญ่ของโลก ทั้ง ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ พบว่า ราคาน้ำานม





ผ้เล้ยงโคนมประสบปัญหาขาดทุน เพราะราคานานมดิบถูกกาหนดไว ้ ดิบมีเสถียรภาพ มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย เช่นเดียวกับ
ที่กิโลกรัมละ 18 บาท ซึ่งเกษตรกรได้เรียกร้องให้มีการปรับราคาไป สหรัฐอเมริกา ต่างจากยุโรปท่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม

แล้ว แต่ผู้เลี้ยงก็จำาเป็นปรับรูปแบบการเลี้ยงการจัดการ หาวิธีการ ทำาให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ในขณะที่ไทยต้องเผชิญกับภาวะต้นทุน
เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตร่วมด้วย เพื่อให้ประคับประคองให้ฟาร์ม สูงตามราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับขึ้น ซึ่งถือเป็น วิกฤตที่เกิดขึ้น
อยู่รอดวิกฤตต้นทุนการผลิตสูงเช่นนี้ไปได้ จากปัญหาภายในประเทศ เพราะทั่วโลกยังไม่เกิดปัญหา






ปัจจุบันเกษตรกรผ้เล้ยงโคนมต้องเผชิญกบต้นทนการผลิตสูง ท่ผ่านมา การเล้ยงโคนไทยยังขาดการเก็บข้อมูลต้นทุนการผลิต

จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ท่ปรับเพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อ สงคราม น้ำานมดิบต่อเนื่อง มีเพียงการศึกษาจากนักวิชาการบางราย และเก็บ

รัสเซียยูเครนท่ทาให้วัตถุดิบอาหารสัตว์ขาดแคลนและราคาสูงขึ้น ข้อมูลเป็นช่วงๆ แต่ก็พอประเมินได้ว่า เกษตรกรมีกาไรจากน้านม




ท่วโลก ประกอบกับขาดการนาเทคโนโลยีท่ทันสมัยเข้ามาปรับใช้ เพื่อ ดิบประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์ และมีบางการศึกษาพบว่า เกษตรกร



เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน ส่งผลให้มีต้นทุนแฝงใน ขาดทุนบางช่วง โดยเฉพาะในฟาร์มขนาดเล็ก ท่สำาคัญ เกษตรกร
กระบวนการผลิต สวนทางกับราคานานมดิบท่ไม่ได้ปรับตั้งแต่ปี 2557 ส่วนใหญ่ไม่ได้คำานวณต้นทุนละเอียด ทาให้เข้าใจผิดว่า มีกาไรสูงเกิน








โดยราคาอยู่ท่กิโลกรัมละ 18 บาท ทาให้เกษตรกรแบกรับการขาดทุน จริง เมื่อต้นทุนการผลิตค่อยๆ ปรับขึ้น จะร้สึกตัวเมื่อขาดทุนรุนแรง
ไม่ไหวในที่สุด แล้ว ยกตัวอย่าง ต้นทุนการผลิตมีสัดส่วน 80 เปอร์เซ็นต์ แต่




จากข้อมูลต้นทุนการผลิตนานมดิบท่วโลก ในเอเชียและ เกษตรกรมักไม่ได้บริการจัดการท้งหมด อาจจัดการเพียง 50-60


อเมริกาใต้ พบว่า มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ต่างจาก เปอร์เซ็นต์ เท่าน้น เมื่อราคาอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นก็มองท่ราคาวัตถุดิบ
อเมริกาเหนือ ยุโรป และนิวซีแลนด์ ที่ต้นทุนค่อนข้างคงที่ ซึ่งเป็น แต่ละตัวเท่านั้น ไม่ได้พิจารณาปัจจัยการผลิตอ่น เช่น ปุ๋ย หรือ

18 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE


อย่างไร ถ้าเลี้ยงเองราคาถูกกว่า หรือพันธุกรรมโคดีกว่าก็เป็นสิ่งที่






คุมค่า โดยสัดสวนระหวางโครดนมและโคทดแทนทเหมาะสมอาจเป็น
โครีด 1 ตัว ต่อโคทดแทน 0.73-0.75 ตัว

ต่อจากน้น เกษตรกรต้องเลี้ยงโคนมเชิงธุรกิจ แทนการเล้ยง

แบบครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงไม่ถนัด หรือเข้าใจผิดว่า ที่ทำาอยู่
ก็เป็นธุรกิจแล้ว ทั้งที่จริงแล้วไม่ใช่ โดยต้องกำาหนดเป้าหมาย เช่น
มีโคก่ตัว เป็นโครีดก่ตัว โคทดแทนก่ตัว ได้ผลผลิตวันละเท่าใด อัตรา



การผสมติดเป็นอย่างไร และวางแผนจัดการเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย

นั้น ที่สำาคัญ ต้องทราบต้นทุนการผลิต เพราะท่ผ่านมาเกษตรกรบาง
รายอาจไม่ทราบต้นทุนท่แท้จริง จึงไม่ทราบสถานะของฟาร์มว่า

ขาดทุนหรือไม่ โดยต้องทำาความเข้าใจก่อนว่า ต้นทุนไม่ได้มีเฉพาะ
ค่าอาหารข้น อาหารหยาบ ยาและเวชภัณฑ์ หรือค่าแรงงาน ซึ่ง
เป็นต้นทุนผันแปรเท่านั้น แต่ยังมีต้นทุนคงที่ที่ซ่อนอยู่ เช่น ค่าที่ดิน
หรือค่าเช่าที่ ค่าเสื่อมโรงเรือน อุปรกร์การเลี้ยง หรือแม้กระทั่งตัว



โคนม สิ่งเหล่าน้คิดเป็นต้นทุนท้งหมด ซ่งปกติต้นทุนคงท่มีสัดส่วน

ประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุน หากไม่นำามารวมก็ทำาให้การ
คำานวณกำาไรคลาดเคลื่อน


เพราะฉะน้น ต้นทุนต้องคำานวณท้งหมด โดยต้นทุนผันแปร
พบว่า อาหารข้นและอาหารหยาบมีสัดส่วนประมาณ 50-60
เปอร์เซ็นต์ ค่าแรงงาน 10 เปอร์เซ็นต์ (มักเป็นอีกสิ่งที่เกษตรกร
ผู้เลี้ยงโคนม... ปรับตัวอย่างไร?... สารกำาจัดศัตรูพืช ในฟาร์มที่ปลูกพืชอาหารสัตว์เอง ส่งผลให้ต้นทุน ลืมคำานวณ) แสดงให้เห็นว่า หากลืมคำานวณต้นทุนคงที่ เกษตรกร
อาหารหยาบเพิ่มขึ้น และเกษตรกรปรับตัวไม่ทัน และเมื่อขาดทุน
อาจเข้าใจผิดว่า บริหารต้นทุนทั้งหมดแล้ว ทั้งๆ ที่บริหารอยู่เพียง

ให้รอดในวิกฤตต้นทุนสูง เกษตรกรก็ไปต่อได้ยาก ิ 70-80 เปอร์เซ็นต์เท่าน้น ทาให้จากท่เข้าใจว่า มีกาไร 20-30




เพราะฉะน้น หากต้องการอยู่รอดต้องปรับตัวอย่างไร? เร่มจาก




เปอร์เซ็นต์ แท้จริงแล้วฟาร์มอาจเร่มขาดทุนแล้วก็ได้ ถือเป็นส่งท

การปรับตัวระยะสั้น เน้นการลดภาระต้นทุนด้วยการลดสิ่งที่ไม่ก่อให้ เกษตรกรจำาเป็นต้องทำา เพื่อให้ทราบสถานะของฟาร์ม และจัดการ




หลังจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ราคาน้ำามัน และปัจจัยการ ผลจากวิธีการควบคุมตลาดท่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณาผ้ผลิตนม เกิดรายได้กับฟาร์มท้ง โคนมท่ประสิทธิภาพการผลิตไม่ดี ให้นมน้อย ปรับให้อยู่รอดได้ต่อไป
ผลิตอื่นๆ เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการเลี้ยงโคนมสูงขึ้นจนเกษตรกร รายใหญ่ของโลก ทั้ง ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ พบว่า ราคาน้ำานม ขาเจ็บ เต้านมอักเสบเรื้อรัง ผสมติดยาก ขณะที่โครุ่นและโคสาวที่ ขณะท่การจัดการอาหารโคนม เป็นอีกวิธีท่ช่วยลดต้นทุนเพิ่ม





ผ้เล้ยงโคนมประสบปัญหาขาดทุน เพราะราคานานมดิบถูกกาหนดไว ้ ดิบมีเสถียรภาพ มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย เช่นเดียวกับ อาจขายออก และเกษตรกรบางรายอาจตัดสินใจผสมโคนมด้วย ประสิทธิภาพการผลิตให้กับฟาร์ม เพราะจากการศึกษาวิจัยพบว่า



ที่กิโลกรัมละ 18 บาท ซึ่งเกษตรกรได้เรียกร้องให้มีการปรับราคาไป สหรัฐอเมริกา ต่างจากยุโรปท่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม น้ำาเชื้อโคเนื้อ เพราะคาดว่า ขายเป็นโคเนื้ออาจได้ราคาดีกว่า แต่ก็ โคแต่ละลำาดับทอง รวมถงโคดรายมีความต้องการอาหารแตกต่างกน




แล้ว แต่ผู้เลี้ยงก็จำาเป็นปรับรูปแบบการเลี้ยงการจัดการ หาวิธีการ ทำาให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ในขณะที่ไทยต้องเผชิญกับภาวะต้นทุน น่ากังวลว่า หากทาพร้อมกันในอนาคตอาจเกิดปัญหาโคนมลดลง และ ดังนั้น หากให้อาหารเหมือนกันท้งหมด อาจทาให้โคบางตัวได้รับ




เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตร่วมด้วย เพื่อให้ประคับประคองให้ฟาร์ม สูงตามราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับขึ้น ซึ่งถือเป็น วิกฤตที่เกิดขึ้น ถ้าต้องเลี้ยงโครีดนมท่ประสิทธิภาพต่าต่อไป ก็ทาให้ต้นทุนสูง ปริมาณ อาหารไม่ครบถ้วนตามความต้องการ ยิ่งโคท่ให้นมมากก็ยิ่งขาด


อยู่รอดวิกฤตต้นทุนการผลิตสูงเช่นนี้ไปได้ จากปัญหาภายในประเทศ เพราะทั่วโลกยังไม่เกิดปัญหา น้ำานมในประเทศลดลง อาจเป็นการเปิดช่องให้นาเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะพลังงาน ถือเป็นความสูญเสีย เพราะลงทุนไปแล้วแต่







ปัจจุบันเกษตรกรผ้เล้ยงโคนมต้องเผชิญกบต้นทนการผลิตสูง ท่ผ่านมา การเล้ยงโคนไทยยังขาดการเก็บข้อมูลต้นทุนการผลิต เพิ่มขึ้นได้อีก ไม่ได้ช่วยให้โคสุขภาพดีหรือให้ผลผลิตได้อย่างที่ควรจะเป็น

จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ท่ปรับเพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อ สงคราม น้ำานมดิบต่อเนื่อง มีเพียงการศึกษาจากนักวิชาการบางราย และเก็บ อย่างไรก็ดี วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นจุดที่ผู้เลี้ยงโคนมต้องพิจารณา ท่ผ่านมา ผ้เลี้ยงมักให้อาหารเพิ่มในโคท่ให้นมมาก แต่ไม่






รัสเซียยูเครนท่ทาให้วัตถุดิบอาหารสัตว์ขาดแคลนและราคาสูงขึ้น ข้อมูลเป็นช่วงๆ แต่ก็พอประเมินได้ว่า เกษตรกรมีกาไรจากน้านม ว่า จะไปต่อหรือพอแค่นี้ และยังเป็นจุดเปลี่ยนของรูปแบบการเลี้ยง เพียงพอ จึงต้องอาศัยการคำานวณที่สามารถศึกษาได้และทุกวันนี้ก็มี

ท่วโลก ประกอบกับขาดการนาเทคโนโลยีท่ทันสมัยเข้ามาปรับใช้ เพื่อ ดิบประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์ และมีบางการศึกษาพบว่า เกษตรกร โคนมไทย เพราะเมื่อเกษตรกรรายย่อยลดลงก็เปิดโอกาสให้รายใหญ่ ท่ปรึกษาพร้อมช่วยเหลือ เพื่อให้ใช้อาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ









เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน ส่งผลให้มีต้นทุนแฝงใน ขาดทุนบางช่วง โดยเฉพาะในฟาร์มขนาดเล็ก ท่สำาคัญ เกษตรกร เพิ่มกาลังการผลิต แต่ผ้เล้ยงท่จะไปต่อ ต้องเร่มจากการปรับสัดส่วน คุ้มค่ากับการลงทุน เร่มจากการแบ่งโคตามระยะการให้นมท้ง ต้น






กระบวนการผลิต สวนทางกับราคานานมดิบท่ไม่ได้ปรับตั้งแต่ปี 2557 ส่วนใหญ่ไม่ได้คำานวณต้นทุนละเอียด ทาให้เข้าใจผิดว่า มีกาไรสูงเกิน ฝูง โดยฟาร์มโคนมควรมีโครีดนมไม่ต่ากว่า 30-50 ตัว และมีสัดส่วน กลาง และท้าย แล้วให้อาหารที่เหมาะกับแต่ละระยะอย่างต่อถูกต้อง








โดยราคาอยู่ท่กิโลกรัมละ 18 บาท ทาให้เกษตรกรแบกรับการขาดทุน จริง เมื่อต้นทุนการผลิตค่อยๆ ปรับขึ้น จะร้สึกตัวเมื่อขาดทุนรุนแรง ระหว่างโครีดและโคทดแทนท่ดีสัมพันธ์กับการคัดท้ง เกษตรกรควร และคุ้มค่ากับการลงทุน ซึ่งอาจเป็นรูปแบบการจัดการเฉพาะฟาร์ม

ไม่ไหวในที่สุด แล้ว ยกตัวอย่าง ต้นทุนการผลิตมีสัดส่วน 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ ตั้งเป้าการคัดท้งเพื่อสร้างฝูงทดแทนให้เหมาะสม ด้วยการประเมิน เพราะราคาอาหารท่ใช้เลี้ยงโคนม 30 ตัว ในแต่ละปีมีมูลค่าหลาย


จากข้อมูลต้นทุนการผลิตนานมดิบท่วโลก ในเอเชียและ เกษตรกรมักไม่ได้บริการจัดการท้งหมด อาจจัดการเพียง 50-60 ต้นทุนการเลี้ยงลูกโค เน่องจากบางรายอาจมองการเลี้ยงลูกโคเป็น ล้าน หากจัดการได้ถูกต้องก็ได้ผลตอบแทนกลับมาอย่างคุ้มค่า ดีกว่า





อเมริกาใต้ พบว่า มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ต่างจาก เปอร์เซ็นต์ เท่าน้น เมื่อราคาอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นก็มองท่ราคาวัตถุดิบ ภาระ แต่ถ้าตั้งเป้าว่าจะใช้โคตัวน้เมื่อใดก็จะคำานวณต้นทุนได้ และ จัดการแบบเดียวกันทั้งฟาร์ม ที่อาจกระทบกับการให้ผลผลิต ทำาให้



อเมริกาเหนือ ยุโรป และนิวซีแลนด์ ที่ต้นทุนค่อนข้างคงที่ ซึ่งเป็น แต่ละตัวเท่านั้น ไม่ได้พิจารณาปัจจัยการผลิตอ่น เช่น ปุ๋ย หรือ กลายเป็นการลงทุน ซ่งอาจเทียบกับราคาโคสาวในท้องตลาดว่า เป็น ต้นทนเพิ่มขึน ปัจจุบันการคำานวณสูตรอาหารข้น มีโปรแกรม



18 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 19

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE



สำาเร็จรูปท่ใช้งานง่ายมากมาย เพียงเกษตรกรเข้าไปศึกษาและทดลอง


ใช้ หรือหากไม่ได้จริงๆ ก็อาศัยนักวิชาการ เจ้าหน้าท่ปศุสัตว์ท่ให ้


บริการในพื้นท่ ถือเป็นสิ่งท่ต้องทาเพื่อให้อยู่รอด เพราะอาหาร

ถือเป็นปัจจัยที่มีผลต่อต้นทุน และประสิทธิภาพการผลิต
การจัดการระบบสืบพันธุ์ เป็นอีกส่วนท่มีผลต่อต้นทุนกรผลิต






เนองจากโคนมจำาเป็นต้องทาใหโคคลอดลูกใหม่ตลอดเวลา เพือใหมี

ผลผลิตนมต่อเนื่อง โดยหลังจากคลอดลูกแล้วโคใช้เวลาตั้งแต่ 6-10
สัปดาห์ หลังคลอด จึงให้น้ำานมสูงสุด ดังนั้น เกษตรกรต้องจัดการ
ให้ได้ เพราะการกินได้หลังคลอดอาจไม่เป็นไปตามเป้า ทำาให้โคผอม
จึงต้องคำานวณสูตรอาหารให้มีระดับโภชนะตรงกับความต้องการ ช่วย
บำารุงระบบสืบพันธุ์ ร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง และให้ผลผลิตน้ำานม
ได้อย่างเต็มที่




ระยะท่โคให้นานมสูง และมีกาไรอยู่ในช่วง 16 สัปดาห์แรก
หลังคลอด หลังจากนั้นก็เริ่มไม่คุ้ม การจัดการระบบสืบพันธุ์จึงต้อง
ทำาให้โคมีระยะเวลาให้ลูกสั้นที่สุด คือ ประมาณ 12-14 เดือน หาก
ทำาได้ โคก็มีช่วงท้องว่างน้อย ให้ผลผลิตดีต่อเนื่อง ฟาร์มมีปริมาณ

น้ำานมดิบสูงตลอดเวลา การจัดการระบบสืบพันธุ์จึงมีความสาคัญ อาจจับสัดได้เพียง 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะการจับสัดต้องดูจน
โดยเฉพาะในช่วง 80-100 วันแรก ปัจจัยท่มีผลต่อการผสมติดจำาเป็น มั่นใจว่า เป็นสัดจริง แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ใข้การสังเกต เมื่อเห็นโค

ต้องเตรียมและจัดการ โดยเชื่อมโยงกับการจัดการอาหารด้วย ปีนกันก็เข้าใจว่า เป็นสัดแล้ว ทั้งที่จริงไม่ใช่วิธีการจับสัดที่ดี ที่ต้อง
จากการศึกษาเก็บข้อมูล พบว่า ฟาร์มส่วนใหญ่มีปัญหาระบบ ติดตามเฝ้าดูพฤติกรรม โดยควรจับสัดวันละ 3 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่า
สืบพันธ์ ระยะท้องว่างสูง ทำาให้ได้น้ำานมต่ำากว่าที่ควรจะเป็น กระทบ ตัวใดเป็น และบันทึกได้ถูกต้อง เพราะนอกจากเป้าหมายโคต้องให ้
ต่อรายได้ และทำาให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ดังนั้น การจัดการระบบสืบพันธุ์ ลูกทุกปีแล้ว ต้องมีจำานวนตามเป้าด้วย โดยไม่ควรต่ากว่า 60-80

เร่มจากการจัดการอาหารให้ถูกต้อง เพราะเชื่อมโยงกับความสมบูรณ ์ เปอร์เซ็นต์

ของร่างกาย หรือคะแนนร่างกาย โดยโคที่ผอมเกินไป จะกระทบกับ การจับสัดท่แม่นยำามีความสำาคัญ เพราะมีส่วนกับประสิทธิภาพ

การทางานของรังไข่และมดลูก ท่จะเตรียมความพร้อมในการเป็นสัด การผสมติด จึงต้องเพิ่มอัตราการจับสัดให้ถูกต้อง เพื่อให้โคในฟาร์ม


รวมถึงระดับฮอร์โมนท่ทาให้โคพร้อมเข้าสู่การผสมพันธุ์รอบต่อไป ซึ่ง ตั้งท้อง และคลอดลูกได้ตลอดทั้งปี โดยต้องวางแผนว่า แต่ละเดือน







ถือเป็นหัวใจสำาคัญของการเลี้ยงโคนม เพราะมีผลกระทบต่อรายได้ จะผสมโคทตัว เพือใหคลอดก่ตัว และต้องจับสัดได้เดือนละก่ตัว



ขณะท่โรคระบบเมตาบอลิซึม ท่ทาให้โคป่วยเป็นอีกปัจจัยเสี่ยง ยกตัวอย่าง ตั้งเป้าให้โคคลอดเดือนละ 3 ตัว ก็ต้องจับสัดให้ได้ไม่ต่ำา


ต่อระบบสืบพันธุ์ เช่น รกค้าง โดยโรคที่ไม่แสดงอาการมีผลกระทบ กว่า 10 ตัว หากต่ากว่านี้อาจไม่เป็นไปตามเป้า และกระทบกับ


ต่อการทางานของมดลูกและรังไข่ ทาให้ระบบสืบพันธุ์ไม่สมบูรณ์ ผลผลิตน้ำานมดิบของฟาร์ม
ทำาให้ผลผลิตไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เช่น ตั้งเป้าผสมให้ได้ กีบและขาเจ็บ ถือเป็นอีกปัจจัยท่มีผลกระทบต่อการสืบพันธุ์

ทุกปี หลังจากหย่านม 3 เดือน โคต้องตั้งท้อง ซึ่งหากยังแก้ปัญหา เพราะถ้าโคขาเจ็บก็ไม่แสดงอาการเป็นสัดให้เห็น หรือสังเกตได้ยาก
ระบบสืบพันธุ์ไม่ได้ก็ไม่มีโอกาสท่ทาให้โคนมในฟาร์มมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังมีเกิดความเครียดและลดประสิทธิภาพการผสมติด เมื่อใด


การผลิตสูง มีรายได้ในระดับที่ต้องการ โคเจ็บกีบขาก็แสดงอาการให้เห็นทันที ท่สาคัญแม้เจ็บกีบขาวันนี้ แต่


นอกจากน้ยังมีโรคติดเชื้อระบบสืบพันธุ์ หรือผ้เลี้ยงมักเรียกว่า ต้องใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน หากเจ็บมากจนกระทบกับระบบ




“มดลูกอักเสบ” ท่ต้องหาสาเหตุว่า เกิดจากส่งใด โดยต้องจัดการ สืบพันธุ์ การแก้ไขต้องใช้เวลามากกว่า 1 เดือนอยู่แล้ว กระทบกับ
ให้ถูกต้องแต่สัปดาห์แรกหลังคลอด ซึ่งโคที่ผสมติดยาก 1 ใน 3 มี เป้าหมายการทำาให้โคตั้งท้องภายใน 3 เดือน เป็นไปได้ยากขึ้น หาก



ปัญหาติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ ท่อาจไม่แสดงอาการ สังเกตไม่เห็น โคขาเจ็บ เพราะต้องทาการรักษา ดังน้น ก็น่าจะยืดระยะเวลา

ด้วยตาย แต่ทาให้เกิดกระบวนการอักเสบกระทบต่อการฝังตัวของตัว ออกไป


อ่อน จึงจำาเป็นต้องจัดการ และเพียงรักษาหายอาจไม่ใช้คำาตอบ แต่ เพราะฉะนัน การจัดการระบบสืบพันธุ ต้องมีเป้าหมายให ้
ต้องติดตามจนมั่นใจว่า ไม่มีผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์แล้วจริงๆ ชัดเจน เช่น ตั้งเป้าระยะท้องว่างให้ต่ำาที่สุด หรือตั้งเป้าโคคลอดทุก


การจับสด ถอเป็นอกสิงทมีปัญหากบระบบสืบพันธุ โดยการ ปี แม้ความเป็นจริงอาจนานกว่า การตั้งเป้าที่สำาคัญ คือ ลดจำานวน














จับสัดในอุดมคติไม่ควรต่ำากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ในไทยที่ผ่านมา วนทองวาง จากเดิมทมีอยูลงมาได้หรอไม่ เมือลดกต้องกาหนด


20 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE



สำาเร็จรูปท่ใช้งานง่ายมากมาย เพียงเกษตรกรเข้าไปศึกษาและทดลอง แผนงานที่เข้มงวด ซึ่งการทำาต้องจัดการโภชนการ จัดการโรค การ ระดับหนึ่งแล้วแต่อาจไม่เข้มงวด โดย ความปลอดภัยทางชีวภาพ



ใช้ หรือหากไม่ได้จริงๆ ก็อาศัยนักวิชาการ เจ้าหน้าท่ปศุสัตว์ท่ให ้ จับสัด และปัญหาขาเจ็บให้ได้ โดยลงรายละเอียดว่า จัดการอย่างไร เก่ยวข้องกับ สุขอนามัย การฆ่าเชื้อโรค การจัดการท่ตัวสัตว์

บริการในพื้นท่ ถือเป็นสิ่งท่ต้องทาเพื่อให้อยู่รอด เพราะอาหาร มีการเก็บข้อมูล มีการประเมินคะแนนร่างกายโคหลังคลอด การล้วง อยู่อย่างไร โรงเรือน คอกเป็นอย่างไร หนาแน่นเกินไป รางอาหาร




ถือเป็นปัจจัยที่มีผลต่อต้นทุน และประสิทธิภาพการผลิต ตรวจระบบสืบพันธุ์หรือไม่ มดลูกอักเสบมีการจัดการท่ถูกต้องหรือ สะอาดดีหรือไม่ มีการกินที่เหมาะสม ไม่ได้อดอาหาร อุปกรณ์ฟาร์ม

การจัดการระบบสืบพันธุ์ เป็นอีกส่วนท่มีผลต่อต้นทุนกรผลิต ไม่ แม้ดูเหมือนกับการจัดการปกติ แต่ต้องกระจายให้เกษตรกรท่วไป บำารุงรักษาให้ดี การจัดการระบายอากาศที่ดี โคมีที่พักหรือไม่ พื้นที่









เนองจากโคนมจำาเป็นต้องทาใหโคคลอดลูกใหม่ตลอดเวลา เพือใหมี ทำาอย่างเป็นแบบแผน และตั้งเป้าดำาเนินการอย่างเคร่งครัด ต่อตัวเป็นอย่างไร ส่งเหล่านี้เก่ยวข้องกับความเครียดท่ต้องจัดการ

ผลผลิตนมต่อเนื่อง โดยหลังจากคลอดลูกแล้วโคใช้เวลาตั้งแต่ 6-10 เมื่อเลี้ยงโคนมเพิ่มขึ้นก็จำาเป็นต้องนาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย การทาความสะอาดเป็นอย่างไร จัดการกับมูลอย่างไร ซากสัตว ์







สัปดาห์ หลังคลอด จึงให้น้ำานมสูงสุด ดังนั้น เกษตรกรต้องจัดการ ปัจจุบันมีโปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นท่เข้ามาช่วยจัดการเพิ่ม จัดการอย่างไร ส่งเหล่าน้เป็นส่งท่ความปลอดภัยทางชีวภาพให้ความ


ให้ได้ เพราะการกินได้หลังคลอดอาจไม่เป็นไปตามเป้า ทำาให้โคผอม ประสิทธิภาพการผลิต แต่ท่ผ่านมาเกษตรกรยังใช้โปรแกรมช่วย สำาคัญ เมื่อเกิดการระบาดก็ต้องใส่ใจขั้นตอนเหล่านี้ท้งหมด เพราะ









จึงต้องคำานวณสูตรอาหารให้มีระดับโภชนะตรงกับความต้องการ ช่วย จัดการฟารมค่อนข้างน้อย แต่เกษตรกรจำาเป็นต้องใช้ให้ได้ เพื่อ เป็นส่งทช่วยยับยังการระบาดได้หรือไม่ โดยเป็นสิงท่เกยวกบโรค

บำารุงระบบสืบพันธุ์ ร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง และให้ผลผลิตน้ำานม วเคราะห์ข้อมูล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างชัดเจน ทั้งหมด


ได้อย่างเต็มที่ โดยข้อมูลท่เก็บ เร่มตั้งแต่คลอดก็มีความสาคัญ โดยต้องทราบว่า ส่วนโรคลัมปีสกินท่กรมปศุสัตว์มีแผนในการควบคุม ในช่วง








ระยะท่โคให้นานมสูง และมีกาไรอยู่ในช่วง 16 สัปดาห์แรก โคผสมกี่ครั้งแล้ว คลอดเมื่อใด ให้น้ำานมเท่าใด เป็นสิ่งที่ต้องทราบ แรกการทาวัคซีนก็เป็นส่งจำาเป็น แต่การป้องกันไม่ให้เชื้อกระจาย

หลังคลอด หลังจากนั้นก็เริ่มไม่คุ้ม การจัดการระบบสืบพันธุ์จึงต้อง และจัดการให้อย่างถูกต้อง เช่น ตั้งเป้าให้โคในฟาร์มผสมไม่เกิน 3 ออกไปเป็นสิ่งท่ต้องทา การฆ่าเชื้อต่างๆ การกาจัดแมลงพาหะ




ทำาให้โคมีระยะเวลาให้ลูกสั้นที่สุด คือ ประมาณ 12-14 เดือน หาก คร้ง ต้องติด แต่ถ้าไม่ได้ ก็ต้องหาสาเหตุ และแก้ไข ไม่ใช่ปล่อย เพราะโรคเป็นสิ่งท่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและผลผลิตในฟาร์มอย่าง






ทำาได้ โคก็มีช่วงท้องว่างน้อย ให้ผลผลิตดีต่อเนื่อง ฟาร์มมีปริมาณ ผ่านไป หรือแม้กระท่ง ปริมาณนานมเป็นข้อมูลท่สาคัญมาก ว่า มาก ถือเป็นสิ่งสำาคัญที่เกษตรกรต้องให้ความสำาคัญ เพื่อให้ฟาร์มอยู่
น้ำานมดิบสูงตลอดเวลา การจัดการระบบสืบพันธุ์จึงมีความสาคัญ อาจจับสัดได้เพียง 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะการจับสัดต้องดูจน เพิ่มขึ้นหรือลดลง เพราะน้ำานมคือ รายได้หลัก ต้องทราบว่า แต่ละ ได้ และปัจจุบัน ยาฆ่าเชื้อก็มีการพัฒนาใช้กับตัวสัตว์ได้ รวมทั้งมี



โดยเฉพาะในช่วง 80-100 วันแรก ปัจจัยท่มีผลต่อการผสมติดจำาเป็น มั่นใจว่า เป็นสัดจริง แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ใข้การสังเกต เมื่อเห็นโค ตัวเป็นอย่างไร โคคลอดใหม่ให้นมเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ องค์ความร้จัดการกับปัจจัยท่นำาเชื้อเข้ามา การจัดการคนท่ผ่าน








ต้องเตรียมและจัดการ โดยเชื่อมโยงกับการจัดการอาหารด้วย ปีนกันก็เข้าใจว่า เป็นสัดแล้ว ทั้งที่จริงไม่ใช่วิธีการจับสัดที่ดี ที่ต้อง ถ้าไม่ใช้แบบนี้เป็นอย่างไร ต้องรีบจัดการก่อนท่จะไม่ได้นานมไป เข้าออก อาบน้าเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำาความสะอาดรถกอนเข้าฟารม
จากการศึกษาเก็บข้อมูล พบว่า ฟาร์มส่วนใหญ่มีปัญหาระบบ ติดตามเฝ้าดูพฤติกรรม โดยควรจับสัดวันละ 3 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่า ระยะยาว เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเงินและรายได้ของฟาร์ม ทำาความสะอาดฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง แม้เป็นฟาร์มขนาดเล็กก็ต้องให้

สืบพันธ์ ระยะท้องว่างสูง ทำาให้ได้น้ำานมต่ำากว่าที่ควรจะเป็น กระทบ ตัวใดเป็น และบันทึกได้ถูกต้อง เพราะนอกจากเป้าหมายโคต้องให ้ ยกตัวอย่าง งานวิจัยท่เข้ามาช่วยด้านการจับสัด ซึ่งเป็นส่ง ความสำาคัญ แม้รายย่อยไม่อยากลงทุน แต่ก็จำาเป็นต้องทำา เพราะ



ต่อรายได้ และทำาให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ดังนั้น การจัดการระบบสืบพันธุ์ ลูกทุกปีแล้ว ต้องมีจำานวนตามเป้าด้วย โดยไม่ควรต่ากว่า 60-80 ท่ทางมหาวิทยาลัยพัฒนา เพื่อให้จับสัดได้อย่างแม่นยำามากยิ่งขึ้น หากเกิดการโรคระบาดเสียหายก็อาจไปต่อไม่ได้ ยิ่งในภาวะท่กาไรไม่


เร่มจากการจัดการอาหารให้ถูกต้อง เพราะเชื่อมโยงกับความสมบูรณ ์ เปอร์เซ็นต์ เมื่อผสมเสร็จก็ใส่ตัวอ่นต่อไป และเป็นการเก็บข้อมูลเข้าโปรแกรม มากเช่นนี้



ของร่างกาย หรือคะแนนร่างกาย โดยโคที่ผอมเกินไป จะกระทบกับ การจับสัดท่แม่นยำามีความสำาคัญ เพราะมีส่วนกับประสิทธิภาพ ซึ่งอยู่ในระหว่างการทดสอบขั้นสุดท้าย ถือเป็นเครื่องมือที่ต้องนำามา บทสรุป การปรับตัวและไปต่อได้ ต้องเร่มจากการใช้ความร ้ ู
การทางานของรังไข่และมดลูก ท่จะเตรียมความพร้อมในการเป็นสัด การผสมติด จึงต้องเพิ่มอัตราการจับสัดให้ถูกต้อง เพื่อให้โคในฟาร์ม ใช้ช่วยการจัดการ โดยเป็นการจับสัดจากการเดินที่เพิ่มขึ้น เพราะโค และวชาการท่เหมาะสม โดยมีนักวชาการทงจากภาครฐและเอกชน










รวมถึงระดับฮอร์โมนท่ทาให้โคพร้อมเข้าสู่การผสมพันธุ์รอบต่อไป ซึ่ง ตั้งท้อง และคลอดลูกได้ตลอดทั้งปี โดยต้องวางแผนว่า แต่ละเดือน ท่เป็นสัดจะมีการเคล่อนไหวมากขึ้น และวัดการปีนของโคด้วย จน อาจารย์มหาวิทยาลัย ท่มีองค์ความร้อยู่แล้วก็ต้องเลือกนำามาใช้อย่าง









ถือเป็นหัวใจสำาคัญของการเลี้ยงโคนม เพราะมีผลกระทบต่อรายได้ จะผสมโคทตัว เพือใหคลอดก่ตัว และต้องจับสัดได้เดือนละก่ตัว มากกว่าพื้นฐานที่เคยเป็นถือว่า เป็นสัดและพร้อมผสมได้ ล่วงหน้า เหมาะสมและถูกต้อง เพื่อปรับตัวให้อยู่ได้ โดยต้องยอมเปลี่ยนแปลง



ขณะท่โรคระบบเมตาบอลิซึม ท่ทาให้โคป่วยเป็นอีกปัจจัยเสี่ยง ยกตัวอย่าง ตั้งเป้าให้โคคลอดเดือนละ 3 ตัว ก็ต้องจับสัดให้ได้ไม่ต่ำา อย่างน้อย 12 ชั่วโมง และมีความแม่นยำาสูง และลงมือทาอย่างจริงจัง โดยปรับทัศนคติให้เป็นเชิงธุรกิจมากขึ้น



ต่อระบบสืบพันธุ์ เช่น รกค้าง โดยโรคที่ไม่แสดงอาการมีผลกระทบ กว่า 10 ตัว หากต่ากว่านี้อาจไม่เป็นไปตามเป้า และกระทบกับ การป้องกันโรคระบาดท่สาคัญ ในฟาร์มโคนม มีโรคปากและ ต้องกล้าลงทุน เพิ่มรายได้ โดยอาจเริ่มทำาแปลงหญ้าหรือพืชอาหาร


ต่อการทางานของมดลูกและรังไข่ ทาให้ระบบสืบพันธุ์ไม่สมบูรณ์ ผลผลิตน้ำานมดิบของฟาร์ม เท้าเปื่อย ถือเป็นโรคสำาคัญ แม้มีโรคปอดอยู่บ้างแต่ไม่ได้สม่ำาเสมอ สัตว์ พึ่งพาตัวเองให้มากขึ้น รวมถึงการทำาอาหารหยาบหมัก เป็น


ทำาให้ผลผลิตไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เช่น ตั้งเป้าผสมให้ได้ กีบและขาเจ็บ ถือเป็นอีกปัจจัยท่มีผลกระทบต่อการสืบพันธุ์ ทุกปี เหมือนกับโรคปปากและเท้าเปื่อย โดยในปีที่แล้วเนื่องจากการ สิ่งที่ต้องให้ความสำาคัญ ที่สำาคัญต้องเก็บข้อมูล พึ่งพาตัวเองให้มาก


ทุกปี หลังจากหย่านม 3 เดือน โคต้องตั้งท้อง ซึ่งหากยังแก้ปัญหา เพราะถ้าโคขาเจ็บก็ไม่แสดงอาการเป็นสัดให้เห็น หรือสังเกตได้ยาก ระบาดของโรคลัมปิสกินทาให้มีโรคปากและเท้าเปื่อยลดลง แต่โคท ่ ี ขึ้นไม่รอเฉพาะภาครัฐ สุดท้ายรวมกล่มกับรายอ่นๆ เพื่อแบ่งปัน







ระบบสืบพันธุ์ไม่ได้ก็ไม่มีโอกาสท่ทาให้โคนมในฟาร์มมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังมีเกิดความเครียดและลดประสิทธิภาพการผสมติด เมื่อใด เป็นโรคแบบไม่รุนแรง มีเพียงแผลที่ปากและเล็กน้อยก็น้ำานมหายไป ประสบการณแกปัญหาและทรพยากร เพือช่วยลดต้นทนได้ และ






การผลิตสูง มีรายได้ในระดับที่ต้องการ โคเจ็บกีบขาก็แสดงอาการให้เห็นทันที ท่สาคัญแม้เจ็บกีบขาวันนี้ แต่ เป็นเดือน และเมื่อเวลาผ่านไปก็เร่มขาเจ็บ ทาให้น้ำานมหายไปจำานวน อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน...
นอกจากน้ยังมีโรคติดเชื้อระบบสืบพันธุ์ หรือผ้เลี้ยงมักเรียกว่า ต้องใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน หากเจ็บมากจนกระทบกับระบบ มาก แม้จะรักษาหายแล้วปริมาณน้ำานมก็ไม่กลับมา ซึ่งแม้ทำาวัคซีน



“มดลูกอักเสบ” ท่ต้องหาสาเหตุว่า เกิดจากส่งใด โดยต้องจัดการ สืบพันธุ์ การแก้ไขต้องใช้เวลามากกว่า 1 เดือนอยู่แล้ว กระทบกับ แล้ว โรคก็จะสร้างปัญหาได้แม้จะไม่มากแต่ก็ยังสูญเสียในระยะยาว ที่มา : สรุปจากการสัมมนาออนไลน์ จัดโดย เพจ Betagro Agro



ให้ถูกต้องแต่สัปดาห์แรกหลังคลอด ซึ่งโคที่ผสมติดยาก 1 ใน 3 มี เป้าหมายการทำาให้โคตั้งท้องภายใน 3 เดือน เป็นไปได้ยากขึ้น หาก อย่ ความเจ็บป่วยก็ยังตามมาสร้างปัญหา บางตัวท่เป็นใกล้คลอด Solution เรื่อง “ปรับตัวและไปต่ออย่างไร กับธุรกิจการเลี้ยงโคนม” โดย

ปัญหาติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ ท่อาจไม่แสดงอาการ สังเกตไม่เห็น โคขาเจ็บ เพราะต้องทาการรักษา ดังน้น ก็น่าจะยืดระยะเวลา เมื่อคลอดออกมาแล้วอาจไม่ได้นานมและยังส่งผลกระทบกับระบบ อ.น.สพ.ดร.ศุภชาติ ปานเนียม สัตวแพทย์ชำานาญการ โรงพยาบาลสัตว์




ด้วยตาย แต่ทาให้เกิดกระบวนการอักเสบกระทบต่อการฝังตัวของตัว ออกไป สืบพันธุ์ต่ออีกด้วย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หนองโพ




อ่อน จึงจำาเป็นต้องจัดการ และเพียงรักษาหายอาจไม่ใช้คำาตอบ แต่ เพราะฉะนัน การจัดการระบบสืบพันธุ ต้องมีเป้าหมายให ้ ดังนั้น ความปลอดภัยทางชีวภาพ เป็นสิ่งท่ต้องนำามาใช้
ต้องติดตามจนมั่นใจว่า ไม่มีผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์แล้วจริงๆ ชัดเจน เช่น ตั้งเป้าระยะท้องว่างให้ต่ำาที่สุด หรือตั้งเป้าโคคลอดทุก เพิ่มขึ้นจนเต็มระบบ เพราะหลักการของระบบความปลอดภัยทาง






การจับสด ถอเป็นอกสิงทมีปัญหากบระบบสืบพันธุ โดยการ ปี แม้ความเป็นจริงอาจนานกว่า การตั้งเป้าที่สำาคัญ คือ ลดจำานวน ชีวภาพ คือ การป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคระหว่างตัว





จับสัดในอุดมคติไม่ควรต่ำากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ในไทยที่ผ่านมา วนทองวาง จากเดิมทมีอยูลงมาได้หรอไม่ เมือลดกต้องกาหนด หรือระหว่างฝูง หรือระบาดในวงแคบ ที่ผ่านมา เกษตรกรทำาได้ใน







20 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 21

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE
































นำ�ร่อง


“Pig Sandbox” คุม ASF ฟื้นฟูก�รเลี้ยงสุกร




ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ การเล้ยงดูให้มีคุณภาพมาตรฐาน และส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกร ได้


สหกรณ เปิดเผยว่า ตามนโยบายของท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำาโครงการวิจัย “Sandbox ในการวางระบบการควบคุมโรคและฟื้นฟู
นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายเสนอให้ตั้งโครงการ Sandbox ปศุสัตว์ ฟาร์มสุกรท่ได้รับผลกระทบจากโรคปากและเท้าเปื่อยและโรคอหิวาต์



เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้สร้างความยั่งยืนให้อาชีพเกษตรกรผ้เลี้ยงสัตว์ แอฟริกาในสุกร ในพื้นท่นาร่องจังหวัดราชบุรี” โดยมีระยะเวลา

ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นช่องทางในการเพิ่มรายได้ควบคู่กับ ดำาเนินการโครงการ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2565 – 3


การทาเกษตร ได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณจัดทา พฤษภาคม 2566 ได้การสนับสนุนงบประมาณวิจัยจาก สำานักงาน



Sandbox ปศุสัตว์ พิจารณากาหนดพื้นท่ กลุ่มเป้าหมาย เพื่อควบคุม พัฒนาการวจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรอ สวก. วงเงน



โรคสัตว์และส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ ให้ดำาเนินการเป็นโครงการนำาร่อง งบประมาณ 10,070,720.00 บาท กำาหนดโอนทั้งหมด 4 งวด โดย


และประสานกับหน่วยงานท่เก่ยวข้องกระทรวงพาณิชย์ในการหา งวดแรก ได้โอนไปแล้ว จำานวน 3,142,560.00 บาท สำาหรับเป็น
ช่องทางส่งออกไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้านและต่างประเทศ แนวทางต้นแบบในการควบคุมป้องกันโรค การส่งเสริมและฟื้นฟูการ


ได้มอบหมายกรมปศุสตว์ใหเร่งดำาเนินการและติดตามความ เลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็กและเกษตรกรรายย่อย เป็นการเตรียม


คืบหน้าโครงการนี้มาโดยตลอด ใหกรมปศุสตวกาหนดพื้นที่นำาร่อง ความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อยกระดับและปรับระบบการเลี้ยงให้เข้าส่ ู


“Pig Sandbox” เพื่อควบคุมโรคและส่งเสริมการเล้ยงสุกรในพื้นท ่ ี มาตรฐาน GFM หรือ GAP หรือระบบ compartment และเป็น

ดังกล่าวภายใต้มาตรการ 3S คือ การเตรียมความพร้อมของเกษตรกรในพื้นที่เพื่อนำาสุกรกลับมาเลี้ยง
1. SCAN พื้นที่ รอบใหม่
2. SCREEN ความเหมาะสม และ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว ให้ข้อมูล

3. SUPPORT การเลี้ยงดู การตลาดและแหล่งทุน เพิ่มเติมว่า จากการดำาเนินงานในการควบคุมและป้องกันโรค ASF
กรมปศุสัตว์ได้ดำาเนินโครงการ Pig Sandbox แบ่งเป็นพื้นที่ อย่างเข้มงวดมาโดยตลอด ทาใหประเทศไทยเป็นอนดับหนึงใน





นำาร่อง พื้นที่ขยายผล พื้นที่ปลอดโรค ASF – Free Zone และ อาเซียนท่ควบคุมโรคได้ดีท่สุด ประเทศฟิลิปปินส์เข้ามาศึกษาดูงาน

พื้นท่นอกเขตปลอดโรค เป็นโครงการนาร่องต้นแบบการเล้ยงสุกร ในมาตรการควบคุม ป้องกันและเฝ้าระวังโรค ASF ในประเทศไทย



เพื่อการควบคุมป้องกันการเกิดโรคอหิวาต์แอฟริการในสุกร (ASF) เพื่อนำาไปประยุกต์ใช้ในการป้องกันโรคในประเทศฟิลิปปินส์ สาหรับ

และโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ส่งเสริมและฟื้นฟูการผลิตสุกร โครงการ Pig Sandbox จะเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ เพื่อเป็นต้น
เพื่อการผลิตสินค้าปศุสัตว์ท่มีคุณภาพ ยกระดับการจัดการฟาร์มและ แบบนาร่องในการส่งเสริมและฟื้นฟูการผลิต สามารถควบคุมป้องกัน


22 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่�วส�รและส�ระสำ�หรับวงก�รเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE



การเกิดโรคระบาดต่างๆ ในสุกรได้ เป็นการปรับปรุงระบบความ โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรท้งทางอาการ และทางห้องปฏิบัติการ ซึ่ง

ปลอดภัยทางชีวภาพของการเล้ยงสุกรในฟาร์มให้มีการจัดการและ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นผลลบต่อโรคอหิวาต์แอฟริกาใน
การป้องกันควบคุมโรคท่เหมาะสมยิ่งขึ้น นอกจากน้น ยังย้าชัด สุกรท้งหมด แต่ตรวจทางห้องปฏิบัติการให้ผลบวกต่อโรคระบาดใน




ไม่เคยปกปิดโรค ASF จนเป็นสาเหตุของปัญหาเนื้อสุกรแพง สุกรชนิดอนๆ จนถงช่วงเดือนมกราคม 2565 มีการพบสุกรป่วยตาย




โดยจากการอภิปรายนายกรัฐมนตรีในกรณีปัญหาเร่องราคาหมู ผิดปกติมากขึ้น กรมปศุสัตว์ไม่ได้น่งนอนใจกับสถานการณ์ดังกล่าว

แพงจากการปกปิดข้อมูลสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์ จึงได้ส่งการให้จัดชุดเฉพาะกิจลงตรวจสอบสภาวะโรคในพื้นท่เสี่ยง




แอฟริกาในสุกร (ASF) นั้น กรมปศุสัตว์ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง สุ่มตรวจสอบเพิ่มเติมโดยเฉพาะในพื้นท่ท่มีการเล้ยงสุกรหนาแน่น จน

ย้ำาชัดไม่เคยปกปิดข้อมูล โปร่งใสตรวจสอบได้ มีการเฝ้าระวังการเกิด วันที่ 10 มกราคม 2565 กรมปศุสัตว์ได้ประกาศการพบโรคอหิวาต์

โรค ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือโรคนี้มา แอฟริกาในสุกรในประเทศไทย จากผลตรวจทางหองปฏิบัติการใหผล

โดยตลอดตั้งแต่มีการระบาดในสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศ บวกต่อเชื้อ ASF จำานวน 1 ตัวอย่างจากตัวอย่างพื้นผิวสัมผัสบริเวณ
เพื่อนบ้านโดยรอบ ท้งด้านแผนมาตรการป้องกันและควบคุม โรงฆ่าสัตว์แห่งหนึ่งท่มาจากจังหวัดนครปฐม จึงได้ส่งการให้ชุด



การเสนอเป็นวาระแห่งชาติ การควบคุมการเคลือนย้าย การสราง เฉพาะกิจได้ลงพื้นท่เข้าสอบสวนโรคทางระบาดวิทยาถึงแหล่งทมา








เครือข่ายและให้ความรู้แก่เกษตรกรและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ของสุกรและสาเหตุเพือควบคุมโรคโดยเรวต่อไป เพือลดผลกระทบ
ประเทศเพื่อนบ้านและองค์กรระหว่างประเทศ การเตรียมความพร้อม ต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ซึ่งจากการดำาเนิน

ทางห้องปฏิบัติการ และการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูเกษตรกร การควบคุมโรคอย่างเข้มงวด ทาให้ปัจจุบันสามารถควบคุมโรคได้อยู ่


นำ�ร่อง ท่ได้รับผลกระทบ เมื่อพบรายงานการเกิดโรคในประเทศไทยทาให้ ในวงพื้นท่จำากัดแล้ว และเพื่อเป็นการทางานเชิงรุกเนื่องจากโรคนี ้





สามารถรับมือควบคุมสถานการณ์ในวงจำากัดได้ทันที จนได้รับการ


ไม่มีวคซีนในการป้องกนจึงได้ศึกษาถงการผลตวคซีนป้องกนโรค ASF

“Pig Sandbox” คุม ASF ฟื้นฟูก�รเลี้ยงสุกร ยอมรับมีระบบการควบคุมโรค ASF ดีท่สุดในอาเซียน ประเทศ เพื่อนำามาเป็นต้นแบบนำามาขยายผลต่อไป

สำาหรับการจำาหน่ายเน้อหมูจากโครงการ “เกษตรช่วยประชาชน

ฟิลิปปินส์มาขอศึกษาดูงานเพื่อนำาไปประยุกต์ใช้ในประเทศ สำาหรับ

กรณีราคาหมูแพงนั้นเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ต้นทุนด้านอาหาร ลดค่าครองชีพ” เมื่อวันที่ 12 - 19 กุมภาพันธ์ 2565 นั้นเป็นเนื้อ


ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ การเล้ยงดูให้มีคุณภาพมาตรฐาน และส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกร ได้ สัตว์ ค่าน้ำามันในการขนส่ง และค่าโลจิสติกส์ต่างๆ และสำาหรับเนื้อ หมูท่มาจากโรงงานมาตรฐานได้รับการรับรองเป็นโรงงานเพื่อการ
สหกรณ เปิดเผยว่า ตามนโยบายของท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำาโครงการวิจัย “Sandbox ในการวางระบบการควบคุมโรคและฟื้นฟู หมูที่จำาหน่ายในโครงการ อตก. มาจากโรงฆ่ามาตรฐานเพื่อการ ส่งออกและได้เข้าร่วมโครงการปศุสัตว์ OK กับกรมปศุสัตว์ ซึ่งมี




นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายเสนอให้ตั้งโครงการ Sandbox ปศุสัตว์ ฟาร์มสุกรท่ได้รับผลกระทบจากโรคปากและเท้าเปื่อยและโรคอหิวาต์ ส่งออกและปศุสัตว์ ok มั่นใจไม่มี ASF แน่นอน เจ้าหน้าท่ตรวจโรคสัตว์ของกรมปศุสัตว์ไปกากับดูแลการผลิตเนื้อสุกร
เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้สร้างความยั่งยืนให้อาชีพเกษตรกรผ้เลี้ยงสัตว์ แอฟริกาในสุกร ในพื้นท่นาร่องจังหวัดราชบุรี” โดยมีระยะเวลา โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรพบการระบาดคร้งแรกท่สาธารณรัฐ ตลอดการผลิต มีการควบคุมป้องกันโรค ASF อย่างเคร่งครัด โดย





ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นช่องทางในการเพิ่มรายได้ควบคู่กับ ดำาเนินการโครงการ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2565 – 3 ประชาชนจีน ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2561 กรมปศุสัตว์ได้มีการ ฟาร์มและโรงงาน มีการตรวจสุขภาพสุกร การสุ่มเก็บตัวอย่างก่อน



การทาเกษตร ได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณจัดทา พฤษภาคม 2566 ได้การสนับสนุนงบประมาณวิจัยจาก สำานักงาน ดำาเนินการเตรียมความพร้อมรับมือต่อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรมา การเคลื่อนย้ายสุกรเข้าโรงฆ่า เฉพาะสุกรสุขภาพดีเท่าน้นเข้าฆ่าเพื่อ

Sandbox ปศุสัตว์ พิจารณากาหนดพื้นท่ กลุ่มเป้าหมาย เพื่อควบคุม พัฒนาการวจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรอ สวก. วงเงน โดยตลอดอย่างต่อเน่อง โดยส่งการปศุสัตว์จังหวัดทุกจังหวัด จำาหน่าย และผ่านการตรวจวิเคราะห์หาเชื้อ ASF ตามหลักวิชาการ








โรคสัตว์และส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ ให้ดำาเนินการเป็นโครงการนำาร่อง งบประมาณ 10,070,720.00 บาท กำาหนดโอนทั้งหมด 4 งวด โดย ดำาเนินการเฝ้าระวังโรคในพื้นท่อย่างเข้มงวด พร้อมจัดตั้งการจัด และไม่พบการปนเปื้อนเชื้อ ASF และการที่ผู้ประกอบการสามารถ

และประสานกับหน่วยงานท่เก่ยวข้องกระทรวงพาณิชย์ในการหา งวดแรก ได้โอนไปแล้ว จำานวน 3,142,560.00 บาท สำาหรับเป็น ตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร นำาเนื้อสุกรจำาหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ 140 บาทนั้น เนื่องจาก

ช่องทางส่งออกไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้านและต่างประเทศ แนวทางต้นแบบในการควบคุมป้องกันโรค การส่งเสริมและฟื้นฟูการ (War room) ในระดับจังหวัด ประสานงานร่วมกับหน่วยงานท ่ ี เป็นเนื้อสุกรที่ผลิตและเก็บไว้ใน stock ก่อนเดือนกุมภาพันธ์ 2565





ได้มอบหมายกรมปศุสตว์ใหเร่งดำาเนินการและติดตามความ เลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็กและเกษตรกรรายย่อย เป็นการเตรียม เก่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตสุกรท้งภาครัฐ เอกชน สถาบัน จึงมีราคาต้นทุนสุกรมีชีวิตต่ากว่าท้องตลาดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์




คืบหน้าโครงการนี้มาโดยตลอด ใหกรมปศุสตวกาหนดพื้นที่นำาร่อง ความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อยกระดับและปรับระบบการเลี้ยงให้เข้าส่ ู การศึกษา องค์กรวิชาชีพท่เก่ยวข้องและองค์กรระหว่างประเทศ ทาง 2565





“Pig Sandbox” เพื่อควบคุมโรคและส่งเสริมการเล้ยงสุกรในพื้นท ี ่ มาตรฐาน GFM หรือ GAP หรือระบบ compartment และเป็น ด้านสุขภาพสัตว์และความมั่นคงด้านอาหาร เช่น องค์การสุขภาพ อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งท่สาคัญท่สุดในการลด




ดังกล่าวภายใต้มาตรการ 3S คือ การเตรียมความพร้อมของเกษตรกรในพื้นที่เพื่อนำาสุกรกลับมาเลี้ยง สตวโลก (WOAH) องค์การอาหารและการเกษตรแหงสหประชาชาติ ความเสียหายและป้องกันโรคได้ดีที่สุดนั้นคือ การพัฒนานาปรับปรุง


1. SCAN พื้นที่ รอบใหม่ (FAO) เป็นต้น ได้ร่วมประชุมและกาหนดแผนเตรียมความพร้อม ทำาระบบความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์มเล้ยงสุกร จึงขอให ้




2. SCREEN ความเหมาะสม และ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว ให้ข้อมูล รับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของประเทศไทย พร้อมท้งมีการซ้อม เกษตรกรผ้เลี้ยงสุกรควรมีความเข้มงวดในเร่องระบบความปลอดภัย
3. SUPPORT การเลี้ยงดู การตลาดและแหล่งทุน เพิ่มเติมว่า จากการดำาเนินงานในการควบคุมและป้องกันโรค ASF แผนเตรียมความพร้อมรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในทุกพื้นท ี ่ ทางชีวภาพของฟาร์มสุกร และปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน



กรมปศุสัตว์ได้ดำาเนินโครงการ Pig Sandbox แบ่งเป็นพื้นที่ อย่างเข้มงวดมาโดยตลอด ทาใหประเทศไทยเป็นอนดับหนึงใน ปศุสัตวเขตทวประเทศ โดยเป็นการใหความรแกเจ้าหนาทกรมปศุสัตว ์ โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรภายในฟาร์มสุกร เช่น การห้ามบุคคล












นำาร่อง พื้นที่ขยายผล พื้นที่ปลอดโรค ASF – Free Zone และ อาเซียนท่ควบคุมโรคได้ดีท่สุด ประเทศฟิลิปปินส์เข้ามาศึกษาดูงาน ในระดับพื้นท่ให้ความร้เก่ยวกับโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร/รับทราบ ภายนอกเข้าฟาร์ม การฆ่าเชื้อก่อนเข้าฟาร์ม การห้ามนาเศษอาหาร





พื้นท่นอกเขตปลอดโรค เป็นโครงการนาร่องต้นแบบการเล้ยงสุกร ในมาตรการควบคุม ป้องกันและเฝ้าระวังโรค ASF ในประเทศไทย แนวทางปฏิบัติในการป้องกันโรค และได้ดำาเนินการจัดทาแผนเตรียม มาเลี้ยงสุกร การฆ่าเชื้อในฟาร์มอย่างสม่ำาเสมอ เป็นต้น ทั้งนี้ หาก









เพื่อการควบคุมป้องกันการเกิดโรคอหิวาต์แอฟริการในสุกร (ASF) เพื่อนำาไปประยุกต์ใช้ในการป้องกันโรคในประเทศฟิลิปปินส์ สาหรับ ความพร้อมเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ต้องการข้อมูลเพิมเติมสามารถหาได้ท www.dld.go.th หรอสายด่วน
และโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ส่งเสริมและฟื้นฟูการผลิตสุกร โครงการ Pig Sandbox จะเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ เพื่อเป็นต้น (contingency plan) และแนวทางเวชปฏิบัติของโรคอหิวาต์แอฟริกา กรมปศุสัตว์ 063-225 -6888 หรือ application DLD 4.0 ได้ตลอด

เพื่อการผลิตสินค้าปศุสัตว์ท่มีคุณภาพ ยกระดับการจัดการฟาร์มและ แบบนาร่องในการส่งเสริมและฟื้นฟูการผลิต สามารถควบคุมป้องกัน ในสุกร (Clinical Practice Guideline) อีกท้งได้มีการเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง


22 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 23

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE






































เนื้อหมูเถื่อน...


ภัยร้ายคุกคามผู้เลี้ยงและผู้บริโภคไทย




โรค ASF ในสุกร หรือ โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ยังคงเป็น เยอรมัน เดนมาร์ค แล้วสำาแดงเท็จเป็น อาหารสัตว์บ้าง อาหาร
ภัยคุกคามของหลายประเทศ โดยสำานักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจาก ทะเลบ้าง จนทำาให้เล็ดรอดสายตาเจ้าหน้าที่ไป
เมืองฮัมบวร์ก ประเทศเยอรมนี เมื่อเดือนกรกฎาคมท่ผ่านมาว่า พบ ขณะที่เชื้อ ASF เป็นเชื้อที่คงทนต่ออุณหภูมิแช่แข็ง สามารถ

การระบาดของ ASF ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเป็น เกาะติดอยู่กับเนื้อสัตว์แช่แข็งได้นานนับปี สะสมในอยู่ในสิ่งแวดล้อม




ครงแรก โดยพบท่ฟารมแหงหน่งในเมือง Emsland รัฐ Lower ได้หลายปี ดังนั้น หากยังไม่สามารถขจัดขบวนการดังกล่าวให ้


Saxony ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสุกรท่ใหญ่ท่สุดของเยอรมนี ส่งผลกระทบ เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ย่อมเป็นความเสี่ยงสาคัญ ท่จะนำาพาเอาเชื้อ ASF





อย่างรุนแรงต่อตลาดสำาคัญ เช่น จีน ซึ่งระงับการนำาเข้าหมูจาก เข้าสู่อาณาจักรไทยอีกคร้ง ซ่งเป็นอันตรายเหลือเกินต่อผ้เลี้ยงสุกร


เยอรมันตั้งแต่ปี 2020 การพบการระบาดครั้งนี้ ตอกย้ำาว่าเป็นเรื่อง ต่อห่วงโซ่การผลิต และเชื่อมโยงไปถึงอันตรายต่อปริมาณผลผลิต


ยากท่จีนจะกลับมานำาเข้าหมูจากเยอรมันอีกคร้ง จากปกติหมูเป็น และระดับราคาสุกรไทย
สินค้าสร้างรายได้ให้แก่เยอรมันได้ถึงประมาณปีละ 1 พันล้านยูโร ปัจจุบันประเทศไทย ผ่านความบอบช้าจาก ASF รอบแรก

หรอประมาณปีละ 37,000 ลานบาท ทสำาคัญการระบาดของ เข้าส่ช่วงของการฟื้นฟูและสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรกล้าท่จะลงเลี้ยง






โรค ASF ในคร้งน้มีแนวโน้มท่จะระบาดไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เพื่อเร่งเพิ่มผลผลิตสุกรเข้าส่ระบบ ลดปัญหาปริมาณสุกรมีน้อย ช่วย





เนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศส ให้ระดับราคาเข้าส่ภาวะสมดุลโดยเร็ว ทุกภาคส่วนล้วนช่วยกันวาง




ถึงแม้อยู่คนละซีกโลกแต่ข่าวดังกล่าวก็สร้างความกังวลใจมาถึง มาตรการต่างๆ ท่จะเอ้อให้เกษตรกรมีความมั่นใจ ท้งเร่องของฟาร์ม





ผ้เล้ยงสุกรในประเทศไทยด้วย เนื่องจากขณะน้ไทยสามารถควบคุม มาตรฐาน ท่มีการกาหนดมาตรฐาน GFM : Good Farming
การกระจายของโรค ASF ในประเทศได้แล้ว หากแต่อาจต้องใช้เวลา Management สำาหรับฟาร์มขนาดเล็ก และมาตรฐานการปฏิบัติ

ถึงสิ้นปี กว่าผลผลิตหมูจะกลับเข้าส่ภาวะปกติ เป็นเหตุให้เกิด ทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) สำาหรับ
“ขบวนการลักลอบนาเข้าเน้อหมูเถ่อน” มีหมูเถ่อนวางจำาหน่ายอยู่ใน ฟาร์มขนาดกลางและใหญ่ รวมถึงการวางระบบป้องกันโรค มาตรการ




หลายๆ ตลาด เช่น ราชบุรี นครปฐม ภาคเหนือ และภาคอีสาน ด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องอยู่ร่วมกับชุมชนได้ ดังนั้น อย่าให้แนวโน้มดีๆ
โดยแหล่งที่มาส่วนใหญ่จะเป็นหมูแช่แข็งจากประเทศแถบยุโรป เช่น ที่กำาลังเกดขึ้นต้องสะดุด เพราะเจอเนอสุกรเถอนจากยุโรปทพกพา







24 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE



และควบคุมโรคระบาดในสัตว์ ขบวนการลักลอบนำาเข้าเน้อสัตว์และ
ชิ้นส่วนที่ผิดกฎหมายจากต่างประเทศ ที่ไม่มีเอกสารการเคลื่อนย้าย


หรือขออนุญาต หรือโดยสาแดงเท็จว่าเป็นสินค้าอ่น จึงได้กาชับ

สั่งการให้เจ้าหน้าท่ปศุสัตว์พร้อมหน่วยงานในพื้นท่ดำาเนินการ


ตรวจสอบ รายงานและดำาเนินการลงโทษผู้กระทำาความผิดอย่างเข้ม
งวดต่อเนื่อง
กรมปศุสัตว์ โดยด่านกักกันสัตว์หนองคาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่
ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร
สำานักงานศุลกากรภาคท่ 2 ร่วมกับเจ้าหน้าท่หน่วยสืบสวนปราบปราม


ประจำาพื้นที่ภาคอีสาน ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม 2 ส่วนสืบสวน
ปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม และเจ้าหน้าที่ศุลกากร

สำานักงานศุลกากรจังหวัดหนองคาย ได้ดำาเนินการยึดซากสัตว์ท้งหมด
รวม 9,454 กิโลกรัม

โดยวันท่ 14 กรกฎาคม 2565 ได้ตรวจยึดสินค้าซากสัตว ์
ทั้งหมดจำานวน 5,176 กิโลกรัม เป็นชิ้นส่วนหูสุกรแช่แข็ง จำานวน
40 กล่อง น้ำาหนัก 480 กิโลกรัม ตีนไก่แช่แข็ง จำานวน 58 กล่อง
น้ำาหนัก 696 กิโลกรัม เนื้อสุกรแช่แข็ง จำานวน 4,000 กิโลกรัม

และในวันท่ 25 กรกฎาคม 2565 ได้ตรวจยึดสินค้าประเภทซากสัตว ์
เนื้อหมูเถื่อน... เชื้อ ASF เข้ามา แม้เชื้อ ASF ไม่ใช่เชื้อท่ติดต่อส่คน แต่มันก ็ ทั้งหมด 4,278 กิโลกรัม เครื่องในไก่แช่แข็ง (กึ๋นไก่) กล่องละ 16


ทำาลายผู้คนในห่วงโซ่การผลิตสุกรได้ทั้งระบบภาครัฐ ทั้งกรมปศุสัตว์
กิโลกรัม จำานวน 98 กล่อง น้ำาหนัก 1,568 กิโลกรัม เครื่องในไก่
ภัยร้ายคุกคามผู้เลี้ยงและผู้บริโภคไทย กรมศุลกากร และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบ แช่แข็ง (กึ๋นไก่) กล่องละ 10 กิโลกรัม จำานวน 20 กล่อง น้ำาหนัก

การลักลอบดังกล่าว จึงควรต้องมีมาตรการท่เข้มข้น เร่งขจัดเน้อ
200 กิโลกรัม และชิ้นส่วนไก่แช่แข็ง (ตีนไก่) กล่องละ 10 กิโลกรัม

สุกรเถ่อนอย่างเด็ดขาด เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ก่อนท่ไทยจะประสบ จำานวน 251 กล่อง น้ำาหนัก 2,510 กิโลกรัม


โรค ASF ในสุกร หรือ โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ยังคงเป็น เยอรมัน เดนมาร์ค แล้วสำาแดงเท็จเป็น อาหารสัตว์บ้าง อาหาร ปัญหา ในการกระทาความผดตามมาตรา 242 แหงพระราชบัญญัติ



ภัยคุกคามของหลายประเทศ โดยสำานักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจาก ทะเลบ้าง จนทำาให้เล็ดรอดสายตาเจ้าหน้าที่ไป ด้าน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมปศุสัตว์ ได้คุม ศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558

เมืองฮัมบวร์ก ประเทศเยอรมนี เมื่อเดือนกรกฎาคมท่ผ่านมาว่า พบ ขณะที่เชื้อ ASF เป็นเชื้อที่คงทนต่ออุณหภูมิแช่แข็ง สามารถ เข้มตรวจห้องเย็นหากพบซากสุกรผิดกฎหมายก็ทาการอายัติและ เพื่อเป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างกรมปศุสัตว์กับกรมศุลกากร


การระบาดของ ASF ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเป็น เกาะติดอยู่กับเนื้อสัตว์แช่แข็งได้นานนับปี สะสมในอยู่ในสิ่งแวดล้อม ทำาลายทันที ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เร่องปฏิบัติเก่ยวกับกรณีท่มีการจับกุมดำาเนินคดีลักลอบนำาสัตว์หรือ









ครงแรก โดยพบท่ฟารมแหงหน่งในเมือง Emsland รัฐ Lower ได้หลายปี ดังนั้น หากยังไม่สามารถขจัดขบวนการดังกล่าวให ้ และสหกรณ์ ส่งคุมเข้มป้องกันการลักลอกนำาเข้าซากสัตว์ผิดกฎหมาย ซากสตวเข้ามาในราชอาณาจักร ด่านศุลกากรจึงขอส่งมอบของกลาง



Saxony ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสุกรท่ใหญ่ท่สุดของเยอรมนี ส่งผลกระทบ เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ย่อมเป็นความเสี่ยงสาคัญ ท่จะนำาพาเอาเชื้อ ASF ป้องกันการกักตุนสินค้าในห้องเย็นเพื่อหวังผลประโยชน์กาไร และ ดังกล่าว ให้กับด่านกักกันสัตว์หนองคาย เพื่อดำาเนินการตามอำานาจ





อย่างรุนแรงต่อตลาดสำาคัญ เช่น จีน ซึ่งระงับการนำาเข้าหมูจาก เข้าสู่อาณาจักรไทยอีกคร้ง ซ่งเป็นอันตรายเหลือเกินต่อผ้เลี้ยงสุกร เพื่อเป็นการคุ้มครองผ้บริโภคในประเทศให้มีความปลอดภัยอาหาร ต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าท่ด่านกักกันสัตว์หนองคายได้รับมอบของกลาง





เยอรมันตั้งแต่ปี 2020 การพบการระบาดครั้งนี้ ตอกย้ำาว่าเป็นเรื่อง ต่อห่วงโซ่การผลิต และเชื่อมโยงไปถึงอันตรายต่อปริมาณผลผลิต ได้บริโภคอาหารท่มีคุณภาพมาตรฐาน ตรวจสอบย้อนกลับมีแหล่ง ดังกล่าว และดำาเนินการทำาลายของกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาศัย


ยากท่จีนจะกลับมานำาเข้าหมูจากเยอรมันอีกคร้ง จากปกติหมูเป็น และระดับราคาสุกรไทย ท่มาชัดเจนน้น กระทรวงเกษตรฯได้ให้ความสาคัญในเร่องมีมาโดย อำานาจตามระเบียบกรมปศุสัตว ว่าด้วยการดำาเนินการกบสัตวหรอ









สินค้าสร้างรายได้ให้แก่เยอรมันได้ถึงประมาณปีละ 1 พันล้านยูโร ปัจจุบันประเทศไทย ผ่านความบอบช้าจาก ASF รอบแรก ตลอด และได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบใน ซากสัตว์ของกลางที่เป็นโรคระบาดหรือเป็นพาหะของโรคระบาด ซึ่ง



หรอประมาณปีละ 37,000 ลานบาท ทสำาคัญการระบาดของ เข้าส่ช่วงของการฟื้นฟูและสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรกล้าท่จะลงเลี้ยง การควบคุมป้องกันโรคระบาดสัตว์ และความปลอดภัยอาหาร ตรวจ ถูกยึดหรืออายัดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์หรือตาม





โรค ASF ในคร้งน้มีแนวโน้มท่จะระบาดไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เพื่อเร่งเพิ่มผลผลิตสุกรเข้าส่ระบบ ลดปัญหาปริมาณสุกรมีน้อย ช่วย สอบห้องเย็นและตามด่านชายแดนต่างๆ เพื่อป้องกันการลักลอบ กฎหมายอื่น พ.ศ. 2558




เนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศส ให้ระดับราคาเข้าส่ภาวะสมดุลโดยเร็ว ทุกภาคส่วนล้วนช่วยกันวาง นำาเข้าซากสัตว์ผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ จากการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ในการนาเข้าซาก


ถึงแม้อยู่คนละซีกโลกแต่ข่าวดังกล่าวก็สร้างความกังวลใจมาถึง มาตรการต่างๆ ท่จะเอ้อให้เกษตรกรมีความมั่นใจ ท้งเร่องของฟาร์ม นายสัตว์แพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เผยว่า กรม สัตว์และการเคลื่อนย้ายสัตว์ เพื่อป้องกันการลักลอบ นำาเข้า ส่งออก





ผ้เล้ยงสุกรในประเทศไทยด้วย เนื่องจากขณะน้ไทยสามารถควบคุม มาตรฐาน ท่มีการกาหนดมาตรฐาน GFM : Good Farming ปศุสัตว์มีหน้าท่ในการป้องกันและควบคุมโรคระบาดในสัตว์ กากับ หรอนาผานราชอาณาจักรไทย และกันการลกลอบเคลือนย้ายซาก










การกระจายของโรค ASF ในประเทศได้แล้ว หากแต่อาจต้องใช้เวลา Management สำาหรับฟาร์มขนาดเล็ก และมาตรฐานการปฏิบัติ ดูแลกระบวนการผลิตสินค้าปศุสัตว์ให้มีคุณภาพมาตรฐานอาหาร สัตว์ผิดกฎหมายภายในประเทศ เพื่อเฝ้าระวังและควบคุมโรคระบาด

ถึงสิ้นปี กว่าผลผลิตหมูจะกลับเข้าส่ภาวะปกติ เป็นเหตุให้เกิด ทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) สำาหรับ ปลอดภัยต่อผ้บริโภค และบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติ ในสัตว์ จึงได้กาชับสั่งการให้เจ้าหน้าท่ปศุสัตว์โดยชุดปฏิบัติงานบังคับ







“ขบวนการลักลอบนาเข้าเน้อหมูเถ่อน” มีหมูเถ่อนวางจำาหน่ายอยู่ใน ฟาร์มขนาดกลางและใหญ่ รวมถึงการวางระบบป้องกันโรค มาตรการ โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ได้ตรวจสอบเข้มงวดในการนำาเข้า ใช้กฎหมายดำาเนินการตรวจสอบ รายงานและดำาเนินการลงโทษ
หลายๆ ตลาด เช่น ราชบุรี นครปฐม ภาคเหนือ และภาคอีสาน ด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องอยู่ร่วมกับชุมชนได้ ดังนั้น อย่าให้แนวโน้มดีๆ ซากสัตว์และการเคล่อนย้ายสัตว์ เพือป้องกันการลักลอบนำาเข้า ผู้กระทำาความผิดอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง



โดยแหล่งที่มาส่วนใหญ่จะเป็นหมูแช่แข็งจากประเทศแถบยุโรป เช่น ที่กำาลังเกดขึ้นต้องสะดุด เพราะเจอเนอสุกรเถอนจากยุโรปทพกพา ซากสตวผดกฎหมายอย่างต่อเนอง โดยเฉพาะอย่างยิงเพือเฝาระวง ั














24 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 25

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE


แม้ภาครัฐตรวจตราและจับกุมเข้มงวด “เนื้อหมูเถ่อน” มาตั้งแต่

ต้นปี เจาะกล่มห้องเย็นในจังหวัดต่างๆ ท่วประเทศ เช่น สมุทรสาคร


สงขลา ชลบุรี ราชบุรี นครปฐม อุบลราชธานี มุกดาหาร เป็นต้น

แต่ก็ยังมีเล็ดลอดเข้ามาต่อเน่องทุกภูมิภาคแบบ “ตรวจเมื่อไหร่ก็เจอ”
ตลอด 6 เดือนท่ผ่านมา ของกลางถูกยึดและสืบหาผ้กระทาไปดำาเนิน



คดี แต่ “ผ้ร้าย” ก็คือผ้ร้าย ท่หนีรอดไปได้ และยังคงใช้กลเม็ดสำาแดง



เท็จเป็นอาหารทะเลหรืออาหารสัตว์ (แบบเดิมๆ) หลบหลีกการตรวจ

สอบแบบไม่เกรงกลัวโทษทัณฑ์ ปริมาณท่เจอมีตั้งแต่หลัก 1,000
กิโลกรัม ถึง 1 ล้านกิโลกรัม ล่าสุดเจ้าหน้าที่จากกองสารวัตรและ
กักกัน ร่วมกับด่านกักกันสัตว์เพชรบุรี และด่านกักกันสัตว์นครปฐม

โดยผลการดำาเนินงานล่าสุด เจ้าหน้าท่จากกองสารวัตรและ ตรวจพบซากสัตว์ลักลอบนำาเข้าจากต่างประเทศจำานวน 5 รายการ
กักกัน ร่วมกับด่านกักกันสัตว์เพชรบุรี และด่านกักกันสัตว์นครปฐม รวม 64,000 กิโลกรัม โดยไม่มีใบอนุญาตนำาเข้า 3 รายการ และ


ได้ดำาเนินการเข้าตรวจสอบห้องเย็นในพื้นท่อาเภอเมืองจังหวัด ไม่ทราบแหล่งที่มา 2 รายการ ที่ห้องเย็นจังหวัดสมุทรสาคร และ
สมุทรสาคร จำานวน 2 แห่ง ตามที่ได้รับข้อมูลแจ้งว่ามีการลักลอบ ก่อนหน้านี้การจับกุมที่ห้องเย็นในจังหวัดอุบลราชธานี เช่นกัน
นำาเข้าซากสัตว์จากต่างประเทศมาซุกซ่อนไว้ ผลการตรวจสอบ ร้ายไปกว่านั้น “เนื้อหมูเถื่อน” ถูกนำาไปขายปะปนกับเนื้อหมูดี
พบว่ามีการกระทำาความผิด 1 แห่ง โดยพบซากสัตว์ลักลอบนำาเข้า ของไทยบนเขียงหมูในตลาดสด ตีตราเปนเนื้อหมูไทยแบบแยกไม่ออก

จากต่างประเทศจำานวน 5 รายการ รวม 64,000 กิโลกรัม โดย ด้วยตาเปล่า ยิ่งเศรษฐกิจขาลงช่วงนี้ ราคาถูกเป็นแรงจูงใจสำาคัญใน

ไม่มีใบอนุญาตนำาเข้า 3 รายการ และไม่ทราบแหล่งท่มา 2 รายการ การเลือกซื้อของผู้บริโภค หารู้ไม่ว่า “ของถูกไม่มีดี ของดีไม่มีถูก”



ซึ่งซากสัตว์ท้งหมด เจ้าหน้าท่ได้ทาการอายัดไว้เพื่อตรวจสอบ เพราะของถูกท่ซื้อไปอาจมีของแถมเป็นสารก่อให้เกิดมะเร็งติดไปด้วย

หาแหล่งท่มา พร้อมลงบันทึกประจำาวันไว้เป็นหลักฐานในการเข้า ส่วนเกษตรกรผู้เลี้ยง มองว่าสถานการณ์กำาลังจะดีอยู่แล้ว ได้

ตรวจสอบไว้ท่สถานีตำารวจภูธรโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร และแจ้ง รับเงินชดเชยจากรัฐบาล หวังจะฟื้นฟูกิจการนำาสุกรรุ่นใหม่เข้าเลี้ยง


ให้ผ้ประกอบการนาเอกสารใบอนุญาตนำาเข้า ใบอนุญาตเคลื่อนย้าย ต่อเนื่อง แต่มีอันต้องทบทวนแผนให้รอบคอบว่า หากหมูลักลอบ




ซากสัตว์ ใบรับรองสุขศาสตร์ซากสัตว์ และเอกสารต่างๆ ท่เก่ยวข้อง นำาเข้าท่ขายต่ากว่าราคาหมูไทยได้ยังมีให้เห็นไม่ขาดสาย ต้นทุน

นำามาแสดงภายใน 15 วันทำาการ หากไม่สามารถนำามาแสดงได้จะ อาหารสัตว์ท่เพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว ์

ดำาเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป แม้ราคาจะปรับลดจาก 13.50 บาทต่อกิโลกรัม เหลือ 12 บาทต่อ


เพราะฉะนั้น “เนื้อหมูเถ่อน” ท่ลักลอบนาเข้าเหล่านี้ เป็น กิโลกรัม แต่ก็ยังคงสูง รวมถึงต้นทุนพลังงานท่ยังหาเสถียรภาพไม่ได้


“ยาพิษ” ทั้งกับคนไทยและเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ ก็เพราะ แม้น้ำามันดิบจะปรับลดลงแต่ยังอยู่ในระดับ 98-100 เหรียญสหรัฐต่อ
ว่าเนื้อสุกรที่ต้นทางมาจากประเทศทางตะวันตก เช่น เยอรมัน ตุรกี บาเรล ซึ่งมีผลต่อต้นทุนค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง ทั้งสิ้น แต่ราคาตลาด





บราซิล นั้น ยังอนุญาตให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงได้ ซึ่งเป็น ถูกบิดเบือน เงินท่ลงทุนไปไม่คุ้มค่าแน่นอน ท่สาคัญเน้อหมูเถ่อน
สารก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ที่ประเทศไทยห้ามใช้มานานมากกว่า 20 ปี เป็นพาหะสำาคัญในการนาเข้าโรคระบาดมาสู่ประเทศไทย ไม่เพียงแต่

เพื่อคุ้มครองคนไทยให้มีอาหารปลอดภัยบริโภค และยังบั่นทอนแรง โรค ASF ยังรวมถึงโรคระบาดอื่นๆ เช่นกัน ซึ่งเป็นการทำาลายการ
จูงใจของเกษตรกรไทยไม่เดินหน้าต่อนาสุกรร่นใหม่เข้าเลี้ยง ด้วยสุกร พัฒนาภาคปศุสัตว์และเศรษฐกิจไทยที่เดินหน้ามาอย่างต่อเนื่อง


ลักลอบนำาเข้า เป็นตัวการทำาลายเสถียรภาพราคาในประเทศ ทำาให้ ดังน้น ถึงเวลาแล้วท่ภาครัฐต้องดำาเนินการอย่างจริงจัง เพราะ






กลไกตลาดบิดเบือน เพราะเน้อสุกรนำาเข้ามีต้นทุนท่ต่ำากว่าจึงสามารถ เชื่อแน่ว่าสายสืบของท่านมีเบาะแสชีเป้าได้แม่นยำา ผลการจับกม





ขายถูกกว่าสุกรไทยได้ ทผ่านมาเข้าตาประชาชน เหนได้วาทุกหองเย็นทไปตรวจสอบไม่เคย



ท้งน้ ประเทศไทยมีกฎหมายห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดง จาก พลาดเป้าจับหมูเถื่อนได้คาหนังคาเขา ผู้บริโภคมั่นใจได้กินหมูปลอด

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่อง กาหนดชื่อ ประเภท โรคและปลอดภัย ท้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจส่งเสริมให้เกษตรกร



ชนิด หรือลักษณะของอาหารสัตว์ท่ไม่อนุญาตให้นำาเข้าเพื่อขาย และ มั่นใจในการเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ ตามเป้าหมาย



กำาหนดชื่อ ประเภท ชนิด ลักษณะคุณสมบัติ และส่วนประกอบของ ท่รัฐบาลวางไว้ในการฟื้นฟูการผลิตสุกรกลับส่ภาวะปกติภายในสิ้นปี



วัตถุท่เติมในอาหารสัตว์ท่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหารสัตว์ น้ และขอฝากคนไทยให้ช่วยเป็นหูเป็นตา เพื่อปกป้องคนไทยด้วยกัน
พ.ศ.2545 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 269) พ.ศ. ได้ด้วยการแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อทาลายแหล่งนำาเข้า

2546 เร่อง มาตรฐานอาหารท่มีการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มเบต้า หมูเถื่อน สามารถแจ้งได้ที่แอปพลิเคชัน DLD 4.0 หรือ สายด่วน


อะโกนิสต์ กรมปศุสัตว์ 063-225-6888 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง
26 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE



แม้ภาครัฐตรวจตราและจับกุมเข้มงวด “เนื้อหมูเถ่อน” มาตั้งแต่
ต้นปี เจาะกล่มห้องเย็นในจังหวัดต่างๆ ท่วประเทศ เช่น สมุทรสาคร


สงขลา ชลบุรี ราชบุรี นครปฐม อุบลราชธานี มุกดาหาร เป็นต้น

แต่ก็ยังมีเล็ดลอดเข้ามาต่อเน่องทุกภูมิภาคแบบ “ตรวจเมื่อไหร่ก็เจอ”


ตลอด 6 เดือนท่ผ่านมา ของกลางถูกยึดและสืบหาผ้กระทาไปดำาเนิน



คดี แต่ “ผ้ร้าย” ก็คือผ้ร้าย ท่หนีรอดไปได้ และยังคงใช้กลเม็ดสำาแดง

เท็จเป็นอาหารทะเลหรืออาหารสัตว์ (แบบเดิมๆ) หลบหลีกการตรวจ
สอบแบบไม่เกรงกลัวโทษทัณฑ์ ปริมาณท่เจอมีตั้งแต่หลัก 1,000

กิโลกรัม ถึง 1 ล้านกิโลกรัม ล่าสุดเจ้าหน้าที่จากกองสารวัตรและ
กักกัน ร่วมกับด่านกักกันสัตว์เพชรบุรี และด่านกักกันสัตว์นครปฐม

โดยผลการดำาเนินงานล่าสุด เจ้าหน้าท่จากกองสารวัตรและ ตรวจพบซากสัตว์ลักลอบนำาเข้าจากต่างประเทศจำานวน 5 รายการ
กักกัน ร่วมกับด่านกักกันสัตว์เพชรบุรี และด่านกักกันสัตว์นครปฐม รวม 64,000 กิโลกรัม โดยไม่มีใบอนุญาตนำาเข้า 3 รายการ และ


ได้ดำาเนินการเข้าตรวจสอบห้องเย็นในพื้นท่อาเภอเมืองจังหวัด ไม่ทราบแหล่งที่มา 2 รายการ ที่ห้องเย็นจังหวัดสมุทรสาคร และ
สมุทรสาคร จำานวน 2 แห่ง ตามที่ได้รับข้อมูลแจ้งว่ามีการลักลอบ ก่อนหน้านี้การจับกุมที่ห้องเย็นในจังหวัดอุบลราชธานี เช่นกัน
นำาเข้าซากสัตว์จากต่างประเทศมาซุกซ่อนไว้ ผลการตรวจสอบ ร้ายไปกว่านั้น “เนื้อหมูเถื่อน” ถูกนำาไปขายปะปนกับเนื้อหมูดี
พบว่ามีการกระทำาความผิด 1 แห่ง โดยพบซากสัตว์ลักลอบนำาเข้า ของไทยบนเขียงหมูในตลาดสด ตีตราเปนเนื้อหมูไทยแบบแยกไม่ออก

จากต่างประเทศจำานวน 5 รายการ รวม 64,000 กิโลกรัม โดย ด้วยตาเปล่า ยิ่งเศรษฐกิจขาลงช่วงนี้ ราคาถูกเป็นแรงจูงใจสำาคัญใน
ไม่มีใบอนุญาตนำาเข้า 3 รายการ และไม่ทราบแหล่งท่มา 2 รายการ การเลือกซื้อของผู้บริโภค หารู้ไม่ว่า “ของถูกไม่มีดี ของดีไม่มีถูก”


ซึ่งซากสัตว์ท้งหมด เจ้าหน้าท่ได้ทาการอายัดไว้เพื่อตรวจสอบ เพราะของถูกท่ซื้อไปอาจมีของแถมเป็นสารก่อให้เกิดมะเร็งติดไปด้วย



หาแหล่งท่มา พร้อมลงบันทึกประจำาวันไว้เป็นหลักฐานในการเข้า ส่วนเกษตรกรผู้เลี้ยง มองว่าสถานการณ์กำาลังจะดีอยู่แล้ว ได้

ตรวจสอบไว้ท่สถานีตำารวจภูธรโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร และแจ้ง รับเงินชดเชยจากรัฐบาล หวังจะฟื้นฟูกิจการนำาสุกรรุ่นใหม่เข้าเลี้ยง


ให้ผ้ประกอบการนาเอกสารใบอนุญาตนำาเข้า ใบอนุญาตเคลื่อนย้าย ต่อเนื่อง แต่มีอันต้องทบทวนแผนให้รอบคอบว่า หากหมูลักลอบ





ซากสัตว์ ใบรับรองสุขศาสตร์ซากสัตว์ และเอกสารต่างๆ ท่เก่ยวข้อง นำาเข้าท่ขายต่ากว่าราคาหมูไทยได้ยังมีให้เห็นไม่ขาดสาย ต้นทุน หมูรายย่อย...ทำาอย่างไร...
นำามาแสดงภายใน 15 วันทำาการ หากไม่สามารถนำามาแสดงได้จะ อาหารสัตว์ท่เพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว ์

ดำาเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป แม้ราคาจะปรับลดจาก 13.50 บาทต่อกิโลกรัม เหลือ 12 บาทต่อ ถึงรอดพ้นจาก ASF


เพราะฉะนั้น “เนื้อหมูเถ่อน” ท่ลักลอบนาเข้าเหล่านี้ เป็น กิโลกรัม แต่ก็ยังคงสูง รวมถึงต้นทุนพลังงานท่ยังหาเสถียรภาพไม่ได้


“ยาพิษ” ทั้งกับคนไทยและเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ ก็เพราะ แม้น้ำามันดิบจะปรับลดลงแต่ยังอยู่ในระดับ 98-100 เหรียญสหรัฐต่อ



ว่าเนื้อสุกรที่ต้นทางมาจากประเทศทางตะวันตก เช่น เยอรมัน ตุรกี บาเรล ซึ่งมีผลต่อต้นทุนค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง ทั้งสิ้น แต่ราคาตลาด ปัจจุบัน โรค ASF ในสุกร ถือเป็นสิ่งท่เข้ามาเปลี่ยนแปลง คุณอุดมศักดิ แก้วจันทรวงษ เจ้าของฟาร์มหมูยโสดอนเน็ต










บราซิล นั้น ยังอนุญาตให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงได้ ซึ่งเป็น ถูกบิดเบือน เงินท่ลงทุนไปไม่คุ้มค่าแน่นอน ท่สาคัญเน้อหมูเถ่อน รปแบบการเลียงสกรไทย โดยเฉพาะเกษตรกรผเลียงรายย่อยทมีระบบ ฟาร์มเครือข่ายกรมปศุสัตว์ จังหวัดยโสธร ฟาร์มรายย่อยมาตรฐาน








สารก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ที่ประเทศไทยห้ามใช้มานานมากกว่า 20 ปี เป็นพาหะสำาคัญในการนาเข้าโรคระบาดมาสู่ประเทศไทย ไม่เพียงแต่ ป้องกันโรคไม่ดีเท่าท่ควร ทำาให้มีความเส่ยงท่จะเกิดความเสียหาย GFM ของกรมปศุสัตว เปิดเผยประสบการเอาตัวรอดจากวิกฤต ASF





เพื่อคุ้มครองคนไทยให้มีอาหารปลอดภัยบริโภค และยังบั่นทอนแรง โรค ASF ยังรวมถึงโรคระบาดอื่นๆ เช่นกัน ซึ่งเป็นการทำาลายการ และกลับมาเร่มเล้ยงใหม่ได้ยาก ดังนั้น เกษตรกรผ้เล้ยงรายย่อย ว่า ท่ผ่านมาโรค ASFสร้างความเสียหายให้กับฟาร์มสุกร โดยเฉพาะ




จูงใจของเกษตรกรไทยไม่เดินหน้าต่อนาสุกรร่นใหม่เข้าเลี้ยง ด้วยสุกร พัฒนาภาคปศุสัตว์และเศรษฐกิจไทยที่เดินหน้ามาอย่างต่อเนื่อง จำาเป็นต้องพัฒนาปรับรูปแบบการเล้ยงและการป้องกันโรคให้ดียิ่งขึ้น รายย่อยอย่างรุนแรง ซึ่งบริเวณฟาร์มเกษตรกรก็เสียหายท้งหมด




ลักลอบนำาเข้า เป็นตัวการทำาลายเสถียรภาพราคาในประเทศ ทำาให้ ดังน้น ถึงเวลาแล้วท่ภาครัฐต้องดำาเนินการอย่างจริงจัง เพราะ ด้วยการเข้าส่มาตรฐาน GFM: Good Farming Management ของ เหลือเพียงตนรายเดียวท่ไม่เสียหาย เน่องจากเป็นฟาร์มเครือข่าย


กลไกตลาดบิดเบือน เพราะเน้อสุกรนำาเข้ามีต้นทุนท่ต่ำากว่าจึงสามารถ เชื่อแน่ว่าสายสืบของท่านมีเบาะแสชีเป้าได้แม่นยำา ผลการจับกม กรมปศุสัตว์ เพื่อช่วยให้รายย่อยรอดพ้นจากวิกฤต ASF สัตว์พันธุ์ดีของกรมปศุสัตว์ จึงมีหน้าที่ในการปกป้องพันธุกรรมสุกร













ขายถูกกว่าสุกรไทยได้ ทผ่านมาเข้าตาประชาชน เหนได้วาทุกหองเย็นทไปตรวจสอบไม่เคย ไม่ให้ถูกทาลายเหมือนกับรายอ่นๆ และจากการท่ฟาร์มได้มาตรฐาน







ท้งน้ ประเทศไทยมีกฎหมายห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดง จาก พลาดเป้าจับหมูเถื่อนได้คาหนังคาเขา ผู้บริโภคมั่นใจได้กินหมูปลอด GFM ถอเป็นจุดแข็งสำาคัญทใช้ในการต่อสกบ ASF ดังนั้น หาก

ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่อง กาหนดชื่อ ประเภท โรคและปลอดภัย ท้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจส่งเสริมให้เกษตรกร ต้องการอยู่รอดในอาชีพการเลี้ยงสุกรได้ ก็จำาเป็นต้องทำา




ชนิด หรือลักษณะของอาหารสัตว์ท่ไม่อนุญาตให้นำาเข้าเพื่อขาย และ มั่นใจในการเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ ตามเป้าหมาย เนื่องจากการเลี้ยงสุกรเป็นได้ทั้ง อาชีพหลัก และอาชีพเสริม


กำาหนดชื่อ ประเภท ชนิด ลักษณะคุณสมบัติ และส่วนประกอบของ ท่รัฐบาลวางไว้ในการฟื้นฟูการผลิตสุกรกลับส่ภาวะปกติภายในสิ้นปี แต่สิ่งสำาคัญ คือ พันธุกรรม ซึ่งที่ผ่านมา ฟาร์มใดที่ป้องกันไม่ดีก็

วัตถุท่เติมในอาหารสัตว์ท่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหารสัตว์ น้ และขอฝากคนไทยให้ช่วยเป็นหูเป็นตา เพื่อปกป้องคนไทยด้วยกัน ไม่มีสุกรเล้ยง ต้องใช้สุกรขุนตัวเมียคัดขึ้นมาเป็นแม่พันธุ์ทดแทน




พ.ศ.2545 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 269) พ.ศ. ได้ด้วยการแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อทาลายแหล่งนำาเข้า คุณอุดมศักดิ์ แก้วจันทรวงษ์ หรือในต่างประเทศ โรค ASF ก็ทำาลายพันธุ์สุกรไปเกือบท้งหมด





2546 เร่อง มาตรฐานอาหารท่มีการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มเบต้า หมูเถื่อน สามารถแจ้งได้ที่แอปพลิเคชัน DLD 4.0 หรือ สายด่วน ต้องหันมานำาเข้าจากต่างประเทศ รวมถึงผ้เล้ยงรายใหม่ท่เพิ่งเข้าส ู ่

อะโกนิสต์ กรมปศุสัตว์ 063-225-6888 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง วงการเลี้ยงสุกร ก็ถูกโรค ASF ทำาลายจนต้องหยุดดำาเนินการไป
26 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 27

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE




ถือเป็นส่งท่น่าเสียดาย ดังนั้น ผ้เลี้ยงจำาเป็นต้องพัฒนาระบบการเลี้ยง



ให้รอดพ้นจากโรค ASF เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับผ้ท่สนใจ นำาไป
ปรับใช้ และกลับมาอยู่รอดในอาชีพนี้ได้
เกษตรกรรายย่อยมีสัดส่วนถึง 80 เปอร์เซ็นต์ แต่มีปริมาณ


สุกรเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ต่างจากผ้เล้ยงรายกลางและรายใหญ่
แม้มีเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ แต่มีปริมาณสุกรถึง 80 เปอร์เซ็นต์

ดังนั้น ปริมาณสุกรท่หายไปจากระบบไม่ได้มาจากความเสียหายของ

รายย่อยเท่าน้น เพราะมีความสูญเสียในฟาร์มรายใหญ่ร่วมด้วย
อย่างไรก็ดี โรค ASF ทำาให้รายใหญ่และรายย่อยไม่มีข้อได้เปรียบ
เสียเปรียบกัน เนื่องจากโรคไม่เลือกขนาดฟาร์ม ปริมาณสุกร หรือ
เงินทุน แต่ทำาลายทุกคนท่ป้องกันไม่ดี ไม่มีความพร้อมเป็นหลัก

แสดงให้เห็นว่า รายย่อยหากจัดการได้ดีก็รอดและคว้าโอกาสในช่วง
ที่ปริมาณสุกรลดลง ราคาอยู่ในระดับสูงได้



ผ้เล้ยงสุกรรายย่อย หมายถึง เกษตรกรท่เลี้ยงสุกรไม่เกิน 500
ตัว ถือเป็นกลุ่มเป้าหมาย ในการทามาตรฐาน GFM เพื่อพัฒนา

การผลิต เพื่อให้กลับมาและอยู่รอด โดยรายย่อยมีจุดแข็งที่ ใช้คน


น้อย ส่วนใหญ่เจ้าของฟาร์มจัดการเองท้งหมด จึงดูแลได้ท่วถึง ไม่มี
ปัญหาด้านการจัดการคนเหมือนกับฟาร์มใหญ่ ไม่ต้องนาสุกรจาก เป็นฟาร์มเดียวที่เหลืออยู่ในพื้นที่ ก็ตัดสินใจว่า หากให้ราคานี้ปล่อย

แหล่งอื่นเข้าทดแทน เพราะเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์เอง ต่างจากฟาร์มใหญ่ ให้ตายในฟาร์มเสียยังดีกว่า และเร่มเดินหน้าส ด้วยการหาความร ู ้





ท่อาจต้องนำาเข้าสุกรสองสายหรือสุกรขุนจากแหล่งอ่นท่มีความเส่ยง จากการฟังสัมมนาจากนักวิชาการ ปรึกษาผู้รู้ และนำามาประยุกต์ใช้


มากกว่า หากพลาดเพียงตัวเดียวก็เสียหายได้ทั้งฟาร์ม ที่สำาคัญเมื่อ วางมาตรการป้องกันโรค ดังนั้น รายย่อยจำาเป็นต้องรู้ หากไม่รู้จะ

เกิดปัญหารายย่อยก็ปรับตัวได้ดีกว่า ไม่รอด เพราะท่ผ่านมา รายท่ไม่รอดส่วนใหญ่นั้นไม่ร้บางรายสุกร


ขณะที่จุดอ่อนของเกษตรกรรายย่อย คือ การเลี้ยงในโรงเรือน ตายหมดทั้งฟาร์มยังไม่ทราบว่า มีโรคระบาด

เปิด ทำาให้เปิดรับทุกความเส่ยง และขาดเงินทุนปรับปรุงโรงเรือนเป็น เมื่อรู้แล้วต้องลงมือทำา แม้อาจต้องลงทุนเพิ่มในระบบป้องกัน
ระบบปิด อีกทั้งยังขาดองค์ความรู้ และไม่มีเวลาไปงานสัมมนาเสริม โรค แต่ก็ช่วยให้ฟาร์มอยู่รอดได้ ซึ่งคุ้มค่ากว่า การท่โรคเข้าแล้ว







ความร เพราะต้องทางานจัดการฟาร์มด้วยตนเอง ที่สำาคัญ รายย่อย เสียหายท้งหมด เพราะการเล้ยงสุกรถือเป็นการลงทุนท่ต้องหวังผล
เลี้ยงสุกรทุกระยะอยู่ด้วยกัน เมื่อเกิดโรคจะแพร่ได้อย่างรวดเร็ว จาก กำาไร จึงต้องป้องกันไม่ให้เชื้อโรคสัมผัสกับสุกร ด้วยการป้องกันปัจจัย
ประสบการณ์มักพบ โรคท่พ่อพันธุ์ก่อนลามไปยังคอกแม่อ้มท้องท่ราง ความเสี่ยงที่จะนำาเชื้อเข้าสู่ฟาร์ม โดยโรค ASF ไม่มีวัคซีนป้องกัน




อาหารต่อกัน และคอกคลอด ส่วนที่เหลือรอดมักเป็นสุกรขุน โรค ไม่มียารักษา เชื้อมีความรุนแรง คงทนอย่ในสภาพแวดล้อม
สำาหรับปัจจัยที่กระทบกับผู้เลี้ยงรายย่อย คือ ราคา ที่ปรับขึ้น ได้นาน ซึ่งในรายย่อยความเสี่ยงสำาคัญ คือ การขายสุกร หากปล่อย


ลงตามกลไกตลาด แต่จากต้นทุนการผลิตท่ปรับเพิ่มขึ้น ตามราคา ให้รถพ่อค้าเข้ามาจับสุกรหน้าคอกเป็นอันตรายท่สุด จึงต้องหาวิธีการ
วัตถุดิบอาหารสัตว์ ส่งผลให้ต้องใช้ทุนเพิ่มขึ้น ทำาให้หลายฟาร์มขาด ขายสุกรหน้าฟาร์มให้ได้ การซื้อสุกรจากหลายแหล่งมารวมกันโดย
สภาพคล่อง ซ้ำาเติมเกษตรกรที่รอดมาแล้วอยู่ไม่ได้ เพราะต้องปรับ ไม่ได้กักโรค และการจ้างให้คนมาผสมเทียมในฟาร์ม รวมถึงนำาพ่อ

ระบบควบคุมป้องกันโรค เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน หากหา พันธุ์ไปให้บริการผสมในฟาร์ม บางฟาร์มมีร้วแต่ไม่ล็อค ปล่อยให้คน
แหล่งเงินทุนไม่ได้ก็อาจไปต่อไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีโรค ASF ที่ต้อง เข้าออกได้สะดวก สิ่งเหล่านี้ ถือเป็นความเสี่ยงต่อโรค ASF ทั้งสิ้น
เฝ้าระวังอย่างเคร่งครัด หากโรค ASF เข้าฟาร์มก็ไม่เหลือหนทาง และรายย่อยส่วนใหญ่ยังประมาทและไม่ตระหนักในการทาตามระบบ

ไปใช้หนี้เลย ถือเป็นภัยคุกคามที่สำาคัญ ความปลอดภัยทางชีวภาพ แม้ตอนน้อาจโชคดีท่รอด แต่ถ้ายังละเลย


“รายย่อยควรไปต่อ หรือพอแค่นี้” เป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องประเมิน ต่อไปก็ไม่รอดแน่นอน


ตัวเองอย่างถ่ถ้วน ซึ่งในช่วงท่โรค ASFเร่มระบาดเข้ามาในภาค ระบบความปลอดภยทางชีวภาพ หรือ ไบโอซีเคียวริตี้



ตะวันออกเฉียงเหนือ ฟาร์มได้เตรียมรับมือด้วยการไม่ผสม ปล่อย (Biosecurity) หากมองระดับฟาร์มใหญ่อาจเป็นสิ่งท่เกินเอ้อมสำาหรับ

ให้แม่พันธุ์ท้อง เตรียมพร้อมรับโรคเข้า เพราะประเมินความเสี่ยง รายย่อย แต่แท้จริงแล้วไบโอซีเคียวริตี้สามารถปรับให้เหมาะสมกับ
โรคเข้าได้จากหลายทิศทาง ไม่น่าจะป้องกันได้ แต่สุดท้ายเมื่อมีพ่อค้า รายย่อยได้ โดยเน้นหลักการและคุณภาพในการปฏิบัติ ด้วยการ



มาติดต่อขอซื้อสุกรให้ราคาเพียงกิโลกรัมละ 10 บาท ซึ่งขณะน้น ป้องกันปัจจัยเส่ยงท่นาเชื้อเข้าฟาร์ม คือ รองเท้า และ ล้อรถ

28 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE




ถือเป็นส่งท่น่าเสียดาย ดังนั้น ผ้เลี้ยงจำาเป็นต้องพัฒนาระบบการเลี้ยง นอกจากนั้น ยังลดกิจกรรมในโรงเรือนลง โดยให้อาหาร



ให้รอดพ้นจากโรค ASF เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับผ้ท่สนใจ นำาไป พ่อพันธุ์วันละ 1 ครั้ง เพื่อลดการเข้าโรงเรือน พร้อมทำางานแบบ
ปรับใช้ และกลับมาอยู่รอดในอาชีพนี้ได้ รักษาระยะห่างจากตัวสุกร ยกตัวอย่าง ต่อด้ามไม้ไสมูลลงส้วมนา


เกษตรกรรายย่อยมีสัดส่วนถึง 80 เปอร์เซ็นต์ แต่มีปริมาณ โดยแรงงานไม่ต้องเข้าไปในคอก รางอาหารอยู่ด้านหน้า เพื่อให้



สุกรเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ต่างจากผ้เล้ยงรายกลางและรายใหญ่ คนงานเทจากนอกคอกได้ เป็นการลดความเสี่ยง ขณะท่การพ่นยา

แม้มีเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ แต่มีปริมาณสุกรถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ฆ่าเชื้อ จะเป็นเพียงพิธีกรรมเท่าน้นหากขาดความเข้าใจ ทั้ง สัดส่วน
ดังนั้น ปริมาณสุกรท่หายไปจากระบบไม่ได้มาจากความเสียหายของ การผสม ความเข้มข้น ระยะเวลาสัมผัส ดังนั้น จึงให้จอดรถหน้า



รายย่อยเท่าน้น เพราะมีความสูญเสียในฟาร์มรายใหญ่ร่วมด้วย ฟาร์มท้งหมด ส่วนรถขนอาหารก็ให้ลงด้านหน้า และใช้รถภายใน
อย่างไรก็ดี โรค ASF ทำาให้รายใหญ่และรายย่อยไม่มีข้อได้เปรียบ ขนเข้ามาที่โกดัง
เสียเปรียบกัน เนื่องจากโรคไม่เลือกขนาดฟาร์ม ปริมาณสุกร หรือ สำาหรับมาตรฐาน GFM : Good Farming Management

เงินทุน แต่ทำาลายทุกคนท่ป้องกันไม่ดี ไม่มีความพร้อมเป็นหลัก ถือเป็นระบบมาตรฐานท่ช่วยให้ฟาร์มอยู่รอดได้ เน่องจากกฎเกณฑ ์


แสดงให้เห็นว่า รายย่อยหากจัดการได้ดีก็รอดและคว้าโอกาสในช่วง ข้อกำาหนดต่างๆ เป็นสิ่งที่ทำาเพื่อความอยู่รอดในธุรกิจการเลี้ยงสุกร

ที่ปริมาณสุกรลดลง ราคาอยู่ในระดับสูงได้ ท้งหมด ท้งการไม่ใช่พ่อพันธุ์ร่วมกับฟาร์มอ่น สุกรทุกตัวท่ซื้อเข้ามา



ผ้เล้ยงสุกรรายย่อย หมายถึง เกษตรกรท่เลี้ยงสุกรไม่เกิน 500 ต้องผ่านการกักโรคก่อนเข้าฟาร์ม มีเล้าขายหรือพื้นท่ขายสุกร ซึ่ง







ตัว ถือเป็นกลุ่มเป้าหมาย ในการทามาตรฐาน GFM เพื่อพัฒนา เป็นส่งท่ควรทา เพื่อประโยชน์ของฟาร์ม จึงอยากให้รายย่อยได้ศึกษา

การผลิต เพื่อให้กลับมาและอยู่รอด โดยรายย่อยมีจุดแข็งที่ ใช้คน และนาไปปรับใช้ เพราะในอนาคตอาจมีข้อกาหนดว่า ผท่จะเล้ยงสุกร






น้อย ส่วนใหญ่เจ้าของฟาร์มจัดการเองท้งหมด จึงดูแลได้ท่วถึง ไม่มี ต้องได้มาตรฐษน GFM เท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าเลี้ยงรอดและไม่เกิด



ปัญหาด้านการจัดการคนเหมือนกับฟาร์มใหญ่ ไม่ต้องนาสุกรจาก เป็นฟาร์มเดียวที่เหลืออยู่ในพื้นที่ ก็ตัดสินใจว่า หากให้ราคานี้ปล่อย โดยใช้หลัก “รองเท้า 3 คู่ สู้ ASF” เพื่อตัดตอนเชื้อ โดยคู่แรกใส่ โรคระบาด
แหล่งอื่นเข้าทดแทน เพราะเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์เอง ต่างจากฟาร์มใหญ่ ให้ตายในฟาร์มเสียยังดีกว่า และเร่มเดินหน้าส ด้วยการหาความร ้ ู จากบ้านมาเปลี่ยน คู่ที่ 2 ที่หน้าฟาร์ม ไว้ใส่ในบริเวณฟาร์ม และ สรุป หากรายย่อยต้องการรอดพ้นจากภัย ASF ต้องเริ่มจาก







ท่อาจต้องนำาเข้าสุกรสองสายหรือสุกรขุนจากแหล่งอ่นท่มีความเส่ยง จากการฟังสัมมนาจากนักวิชาการ ปรึกษาผู้รู้ และนำามาประยุกต์ใช้ ก่อนเข้าโรงเรือนก็เปลี่ยนคู่ที่ 3 สำาหรับปฏิบัติงานในโรงเรือน เมื่อ “ปิด” คือ ปิดทุกความเสี่ยง ปิดประตูฟาร์ม ปิดจุดอ่อนทั้งหมด ถ้า



มากกว่า หากพลาดเพียงตัวเดียวก็เสียหายได้ทั้งฟาร์ม ที่สำาคัญเมื่อ วางมาตรการป้องกันโรค ดังนั้น รายย่อยจำาเป็นต้องรู้ หากไม่รู้จะ ทำางานเสร็จก็เปลี่ยนกลับ หามใช้รองเทาแต่ละคูข้ามพืนท โดย เป็นไปได้ต้องเลี้ยงในระบบปิด ปิดฝูง ผลิตสุกรทดแทนและลูกสุกร





เกิดปัญหารายย่อยก็ปรับตัวได้ดีกว่า ไม่รอด เพราะท่ผ่านมา รายท่ไม่รอดส่วนใหญ่นั้นไม่ร้บางรายสุกร รองเท้าแต่ละคู่จะถูกถอดจุ่มน้ายาฆ่าเชื้อและวางไว ทำาให้ไม่ต้องกังวล ขุนใช้เองในฟารม เพือลดความเส่ยงจากการนำาสุกรเข้าจากแหล่งอ่น







ขณะที่จุดอ่อนของเกษตรกรรายย่อย คือ การเลี้ยงในโรงเรือน ตายหมดทั้งฟาร์มยังไม่ทราบว่า มีโรคระบาด กับระยะเวลาสัมผัสยาฆ่าเชื้อ ช่วยตัดตอนป้องกันไม่ให้เชื้อเข้ามาใน จากนั้นต้อง “เปิด” คือ เปิดหูเปิดตารับความรู้ โดยผ่านกิจกรรมที่
เปิด ทำาให้เปิดรับทุกความเส่ยง และขาดเงินทุนปรับปรุงโรงเรือนเป็น เมื่อรู้แล้วต้องลงมือทำา แม้อาจต้องลงทุนเพิ่มในระบบป้องกัน ฟาร์ม สมาคมผู้เลี้ยงฯ ชมรมฯ สหกรณ์ หรือบริษัทเอกชนจัดขึ้น เพื่อนำา



ระบบปิด อีกทั้งยังขาดองค์ความรู้ และไม่มีเวลาไปงานสัมมนาเสริม โรค แต่ก็ช่วยให้ฟาร์มอยู่รอดได้ ซึ่งคุ้มค่ากว่า การท่โรคเข้าแล้ว เช่นเดียวกับ รถ(เข็น)ขนสุกร ที่ฟาร์มใช้ 5 คัน แต่รายย่อย องค์ความร้ไปประยุกต์ใช้ ซึ่งเป็นไปตามข้อกาหนดของกรมปศุสัตว ์


ความร เพราะต้องทางานจัดการฟาร์มด้วยตนเอง ที่สำาคัญ รายย่อย เสียหายท้งหมด เพราะการเล้ยงสุกรถือเป็นการลงทุนท่ต้องหวังผล อาจใช้เพียง 3 คันก็ได้ โดยเร่มจากรถท่ขนสุกรมาท่หน้าโรงเรือน ที่กำาหนดให้เกษตรกรที่ต้องการกลับมาเลี้ยงใหม่ ต้องผ้านการอบรม








เลี้ยงสุกรทุกระยะอยู่ด้วยกัน เมื่อเกิดโรคจะแพร่ได้อย่างรวดเร็ว จาก กำาไร จึงต้องป้องกันไม่ให้เชื้อโรคสัมผัสกับสุกร ด้วยการป้องกันปัจจัย มาส่งรถคันที่ 2 ที่ เคลื่อนย้ายสุกรไปยังโรงเรือนขุน และมีรถอีก 1 การป้องกันโรคสุกรอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง นอกจากน้ต้อง “ปรับ”


ประสบการณ์มักพบ โรคท่พ่อพันธุ์ก่อนลามไปยังคอกแม่อ้มท้องท่ราง ความเสี่ยงที่จะนำาเชื้อเข้าสู่ฟาร์ม โดยโรค ASF ไม่มีวัคซีนป้องกัน คัน สำาหรับรับสุกรเข้าไปในโรงเรือน โดยขั้นตอนการเคลื่อนย้ายสุกร รูปแบบการเล้ยง จากเดิมท่ใช้เข็มเดียวทาสุกรท้งโรงเรือนก็ต้องปรับ








อาหารต่อกัน และคอกคลอด ส่วนที่เหลือรอดมักเป็นสุกรขุน โรค ไม่มียารักษา เชื้อมีความรุนแรง คงทนอย่ในสภาพแวดล้อม พนักงานต้องเปลี่ยนรองเท้าตามที่กำาหนด เพื่อลดความเสี่ยง และมี มาเป็นรายตัวหรือรายคอก ปรับการขายจากบ่อยๆ คร้งละน้อยๆ


สำาหรับปัจจัยที่กระทบกับผู้เลี้ยงรายย่อย คือ ราคา ที่ปรับขึ้น ได้นาน ซึ่งในรายย่อยความเสี่ยงสำาคัญ คือ การขายสุกร หากปล่อย การฆ่าเชื้อรถทุกคร้งทุกรอบท่มีการขนสุกร และหากเป็นการขน มาเป็นคร้งเดียว และต้องทากิจกรรมขายเป็นภารกิจสุดท้ายของ



ลงตามกลไกตลาด แต่จากต้นทุนการผลิตท่ปรับเพิ่มขึ้น ตามราคา ให้รถพ่อค้าเข้ามาจับสุกรหน้าคอกเป็นอันตรายท่สุด จึงต้องหาวิธีการ สุกรรระหว่างฟาร์มหรือออกนอกพื้นที่ก็ต้องมีรถอีก 1 คัน และคลุม ฟาร์ม หลังขายสุกรเสร็จก็กลับบ้าน เพื่อตัดโอกาสปนเปื้อน ผลิต

วัตถุดิบอาหารสัตว์ ส่งผลให้ต้องใช้ทุนเพิ่มขึ้น ทำาให้หลายฟาร์มขาด ขายสุกรหน้าฟาร์มให้ได้ การซื้อสุกรจากหลายแหล่งมารวมกันโดย ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันโอกาสการติดเชื้อระหว่างขนส่ง สุกรพ่อแม่พันธุ์ใช้เอง ลดการพึ่งพาแหล่งพันธุ์จากภายนอก เพื่อลด
สภาพคล่อง ซ้ำาเติมเกษตรกรที่รอดมาแล้วอยู่ไม่ได้ เพราะต้องปรับ ไม่ได้กักโรค และการจ้างให้คนมาผสมเทียมในฟาร์ม รวมถึงนำาพ่อ ขณะที่โรงเรือน เดิมเลี้ยงในโรงเรือนเปิดระบบปิด แต่ช่วงหลัง ความเสี่ยง



ระบบควบคุมป้องกันโรค เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน หากหา พันธุ์ไปให้บริการผสมในฟาร์ม บางฟาร์มมีร้วแต่ไม่ล็อค ปล่อยให้คน ได้ปรับมาเป็นโรงเรือนปิดปรับอากาศ หรือ โรงเรือนอีแวปท่รายย่อย “โรค ASF ถือเป็นปัจจัยท่เข้ามาเปลี่ยนการเลี้ยงสุกรโดย



แหล่งเงินทุนไม่ได้ก็อาจไปต่อไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีโรค ASF ที่ต้อง เข้าออกได้สะดวก สิ่งเหล่านี้ ถือเป็นความเสี่ยงต่อโรค ASF ทั้งสิ้น ส่วนใหญ่ไม่อยากทา แต่หลังจากฟาร์มได้ทดลองนำาโรงเรือนระบบ สิ้นเชิง (Disruption) ผ้ท่กลับมาเลี้ยงใหม่จำาเป็นต้องศึกษาหา




เฝ้าระวังอย่างเคร่งครัด หากโรค ASF เข้าฟาร์มก็ไม่เหลือหนทาง และรายย่อยส่วนใหญ่ยังประมาทและไม่ตระหนักในการทาตามระบบ อุโมงค์ลมมาใช้ พบว่า ลงทุนไม่สูง และไม่ยุ่งยากเกินไป ดังนั้น ความร เพราะหากกลับมาแล้วเล้ยงแบบเดิมก็เสียหายซ้าซาก เพราะ


ไปใช้หนี้เลย ถือเป็นภัยคุกคามที่สำาคัญ ความปลอดภัยทางชีวภาพ แม้ตอนน้อาจโชคดีท่รอด แต่ถ้ายังละเลย เกษตรกรรายย่อยต้องกล้าลงทุน เพื่อป้องกันไม่ให้สุกรเสียหาย ASF กลัวคนรู้ทันเพราะคนรู้จะจัดการได้ ป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าถึงตัว


“รายย่อยควรไปต่อ หรือพอแค่นี้” เป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องประเมิน ต่อไปก็ไม่รอดแน่นอน เพราะแมลงวันถือเป็นพาหะนาโรคในภาวะท่มีการระบาด ซึ่งเดิมเลี้ยง สุกร กลัวคนเอาจริง คือ ปฏิบัติจริง และกลัวคนพิถีพิถัน ละเอียด





ตัวเองอย่างถ่ถ้วน ซึ่งในช่วงท่โรค ASFเร่มระบาดเข้ามาในภาค ระบบความปลอดภยทางชีวภาพ หรือ ไบโอซีเคียวริตี้ โรงเรือนเปิด การพบแมลงวันในโรงเรือนเป็นส่งปกติ แต่เมื่อทาระบบ จึงอยู่รอดได้ ซึ่งหากทุกคนปรับทุกคนก็จะอยู่รอดไปด้วยกัน รายย่อย




ตะวันออกเฉียงเหนือ ฟาร์มได้เตรียมรับมือด้วยการไม่ผสม ปล่อย (Biosecurity) หากมองระดับฟาร์มใหญ่อาจเป็นสิ่งท่เกินเอ้อมสำาหรับ ปิดด้วยการติดตั้งมุ้งฟ้าและตาข่ายรอบโรงเรือนก็จะทราบว่าแมลงวัน ต้องป้องกันตนเองเพื่อป้องกันคนอื่นด้วย” คุณอุดมศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย
ให้แม่พันธุ์ท้อง เตรียมพร้อมรับโรคเข้า เพราะประเมินความเสี่ยง รายย่อย แต่แท้จริงแล้วไบโอซีเคียวริตี้สามารถปรับให้เหมาะสมกับ มีปริมาณมากจนปล่อยไว้ไม่ได้ แต่วิธีนี้ทำาให้การระบายอากาศไม่ดี
โรคเข้าได้จากหลายทิศทาง ไม่น่าจะป้องกันได้ แต่สุดท้ายเมื่อมีพ่อค้า รายย่อยได้ โดยเน้นหลักการและคุณภาพในการปฏิบัติ ด้วยการ อุณหภูมิในโรงเรือนสูง จึงต้องปรับมาใช้โรงเรือนอีแวปในที่สุด โดย

มาติดต่อขอซื้อสุกรให้ราคาเพียงกิโลกรัมละ 10 บาท ซึ่งขณะน้น ป้องกันปัจจัยเส่ยงท่นาเชื้อเข้าฟาร์ม คือ รองเท้า และ ล้อรถ เริ่มจากโรงเรือนพ่อพันธุ์ก่อน



28 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 29

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE


































ชี้ช่องหมูไทย... ให้อยู่ได้หลังวิกฤต ASF




นับตั้งแต่ ไทยประกาศ พบโรค ASF ในสุกร เมื่อต้นเดือน ในเอเชียประมาณ 16 ประเทศ ยุโรป 15 ประเทศ แอฟริกา 9





มกราคม 2565 ท่ผ่านมา ถือเป็นปัจจัยสาคัญท่กดดันธุรกิจสุกร ประเทศ ถือว่า มีผลกระทบท่วโลกในเอเชียหลังจากท่พบโรคท่วไป

เพราะถือเป็นปัจจัยหลักที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง เนื่องจาก การรายได้ก็อาจลดลง
ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ส่งผลใหเกษตรกรผเลียงต้องพัฒนา การระบาดของ ASF ในยุโรปตั้งแต่ปี 2007-2017 พบว่า 10







มาตรฐานการจัดการ โดยหัวใจสาคัญ คือ การเปล่ยนแปลง ทาระบบ ปี โรคมีการระบาดอย่างช้าๆ ไปได้เพียง 3,000 กว่ากิโลเมตร ใน




ไบโอซีเคียวริตี้ท่ต้องทาอย่างเข้มงวดลดโอกาสท่จะนาเชื้อเข้าฟาร์ม หมูป่าและฟาร์มสุกรเล็กน้อย เมือเกดโรคก็ทาลายสุกรท้งหมด มีการ




ป้องกันความเสียหาย และทำาให้รอดพ้นจาก ASF ได้ต่อไป ชดเชยเงิน และงดเคลื่อนย้าย ทำาให้การระบาดดำาเนินไปอย่างช้าๆ





ต่างจากการเกดโรคในเอเชีย เรมจากในปี 2561 ทเกดโรคในจีน


ท่คาดว่า ติดต่อมาจากรัสเซีย แต่ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี

โรคระบาดไปท่วเอเชีย เนื่องจากเกิดการเคล่อนย้ายสุกรและซากสุกร

เพราะเชื้อโรคนี้ติดไปกับสุกรเมื่อเกิดโรค คำาแนะนำาที่ดีที่สุด คือ การ
น.สพ.ดำ�เนิน จตุรวิธวงศ์ เสียหายมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ของกำาลังการผลิตในจีน จึงมีการ
ทำาลายสุกรป่วยตายและเสี่ยง แต่เมื่อเกิดโรคระบาดรุนแรงมีความ


ลักลอบย้ายสุกรท่ยังไม่มีอาการ นำาไปจำาหน่าย ทาให้เกิดการกระจาย
ของโรคและเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในทุกประเทศในเอเชีย
สัตว์พาหะ (นก หนู แมลงวัน) ก็มีโอกาสนำาเชื้อเข้าฟาร์ม หากเชื้อ


น.สพ.ดำ�เนิน จตุรวิธวงศ์ ท่ปรึกษ�สม�คมผ้เล้ยงสุกรแห่งช�ติ เมื่อสุกรตายแล้วทำาลายผิดวิธี เชื้อจะอยู่ในสิ่งแวดล้อม หากมี




เปิดเผยว่า ASF เป็นโรคท่ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมการเลี้ยง ลงในอยู่ในน้ำา น้ำาท่ปนเปื้อนเชื้อแม้เพียงเล็กน้อย สุกรท่กินเข้าไป






สุกร แต่เชื้อ ASF ไม่ติดต่อสู่คน จึงบริโภคเน้อสุกรได้อย่างปลอดภัย กติดเชือได้ แต่ลักษณะการเกดโรคนมักพบในฟารมทอยูใกล้กบ






โดย ASF เป็นโรคทติดต่อในสุกรเทานัน มีโอกาสสร้างความเสยหาย การระบาด แต่สิ่งท่พบในเอเชีย ส่วนใหญ่เกิดจากการขายและย้าย






ได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มียาและวัคซีนท่มีประสิทธิภาพ สุกรหนีจากฟาร์มที่เป็นโรคเข้าไปยังโรงชำาแหละ ซึ่งโรคนี้เชื้อที่อยู่ใน
เพียงพอในการควบคุมโรคได้ มีการระบาดมากว่า 100 ปี โดยมีการ เลือดเพียง 1 หยด ก็มีปริมาณมากพอที่ทำาให้สุกรทั้งฟาร์มป่วยตาย


รายงานคร้งแรกท่ประเทศเคนยาในปี 1921 และรายงานในไทยอย่าง ได้ ดังนั้น การเคลื่อนย้ายสุกรไปยังโรงชำาแหละก็เป็นการแพร่เชื้อไป
เป็นทางการ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 โดยประวัติการเกิดโรค สู่สิ่งแวดล้อมและรถที่มารับก็จะแพร่เชื้อไปยังฟาร์มอื่นต่อไป
30 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่�วส�รและส�ระสำ�หรับวงก�รเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE


เชื้อ ASF มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม เช่น อยู่ในเนื้อ รวดเร็ว เพราะหากไม่มีการจ่ายค่าชดเชยคนก็จะไม่ยอมทำาลายและ

แช่แข็งได้ถึง 1,000 วัน เนื้อแช่แย็น 110 วัน ในคอก 30 วัน ใน ลักลอบไปขายทาให้เกิดการกระจายของเชื้อออกไป ต่อมาในฟาร์ม
เลือด 510 วัน อยู่ในมูลได้นาน 11 วัน ผลิตภัณฑ์เหล่านี้หากมีเชื้อ ใหญ่ มักใช้วิธีการ Partial depopulation หรือทาลายบางส่วน





ปนเปือนก็เทากับเป็นการกระจายเชือได้ เชือจะตายทอณหภูมิ 70 โดยเฉพาะส่วนที่เป็น ป่วย และเสี่ยง และเก็บตัวที่ปลอดภัยไว้เลี้ยง



องศาเซลเซียส นาน 30 นาที หรือ 56 องศาเซลเซียส นาน 70 ต่อไป รวมถึงการ Partitioning Approach หรือการแบ่งส่วน


นาที ดังนั้น หากให้อุณหภูมิไม่ถึงตามเกณฑ์แล้วนาเศษอาหาร การผลิตในฟาร์ม แยกออกจากกัน คนเลี้ยงในแต่ละกล่มแยกออก

เหล่านี้ไปเลี้ยงสุกรก็ติดเชื้อเกิดโรคได้ ดังนั้น เชื้อโรคจะแพร่กระจาย จากกัน และทาลายไปบางส่วน ซึ่งจะใกล้เคียงกับสิ่งท่ไทยทา คือ


อย่างรวดเร็วจากการกระทาของคนและความไม่โปร่งใสในการ segmentation และ Partial depopulation เพื่อคงความมั่นคงทาง

ดำาเนินการ โดยทุกประเทศเมื่อเกิดโรคมีช่วงการระบาด เร่มตั้งแต่ อาหารไว้

เกิดโรค แพร่กระจาย มีการระบาดเพิ่มขึ้น และลดลง ก่อนเป็น ดังน้น จะทาอย่างไรให้หมูไทยปลอด ASF ท่ผ่านมามีบทเรียน



การระบาดแบบคร้งคราว ซึ่งตลอดการระบาดในแต่ละประเทศ จากคนท่สำาเร็จและล้มเหลว ยกตัวอย่าง ผ้ผลิตรายใหญ่ของจีน






แทบจะไม่มีการแจ้งข้อมูลท่โปร่งใสแท้จริงกับผ้เลี้ยงเลย เกษตรกร เมื่อ ASF ระบาด ธุรกิจสุกรของบริษัทเพิ่มกาลังการผลิตแม่สุกร
ทราบเพียงว่า มีโรคระบาด ทำาให้โรคแพร่กระจายในเอเชียได้อย่าง กว่า 2แสนแม่ เพราะเน้นระบบการควบคุมป้องกันโรค หากแหล่ง


รวดเร็วในตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ท่ตั้งฟาร์มท่ห่างไกล เน้นการควบคุมทุกภาคส่วน ถือเป็นฟาร์ม




ด้านแผนการควบคุม ASF ระดับโลก โดยทาง FAO และ ท่ใหญ่ มีระบบการเล้ยงท่ทันสมัย ทุกอย่างท่เข้าไปต้องผ่านการตรวจ
OIE กได้พัฒนาโครงการโดยมีเป้าหมายไม่ให้เกิดการระบาดใน สอบการปนเปื้อนก่อนท้งหมด ในขณะเดียวกันผ้ผลิตรายอ่นๆ ในจีน





ชี้ช่องหมูไทย... ให้อยู่ได้หลังวิกฤต ASF ประเทศใหม่ ทาให้จำานวนประเทศท่ได้รับผลกระทบจาก ASF ลดลง บางรายก็ล้มเหลว เห็นได้จากกาลังการผลิตท่ลดลงถึง 7 แสนแม่




ลดจำานวนการเกิดเคสของ ASF และลดการสูญเสียจาก ASF
ท่เสียหายจากโรคน้ ส่วนใหญ่เป็นการเล้ยงแบบรายย่อยท่การป้องกัน



เน่องจากเชือว่า เป็นโรคท่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางอาหาร โรคไม่ดี ซึ่งปัจจุบันฟาร์มเหล่าน้ก็พัฒนาสู่ระบบมาตรฐานเพื่อควบคุม




นับตั้งแต่ ไทยประกาศ พบโรค ASF ในสุกร เมื่อต้นเดือน ในเอเชียประมาณ 16 ประเทศ ยุโรป 15 ประเทศ แอฟริกา 9 และกระทบกับเศรษฐกิจ สังคมในแต่ละประเทศ การควบคุมต้อง ป้องกันโรคให้ได้




มกราคม 2565 ท่ผ่านมา ถือเป็นปัจจัยสาคัญท่กดดันธุรกิจสุกร ประเทศ ถือว่า มีผลกระทบท่วโลกในเอเชียหลังจากท่พบโรคท่วไป อาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สำาหรับกรมปศุสัตว์ก็มีแนวทางที่คล้ายกับการทำาโซนนิ่ง เรียก



เพราะถือเป็นปัจจัยหลักที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง เนื่องจาก การรายได้ก็อาจลดลง การควบคุมจะมีข้อกาหนดพื้นฐาน ท่ต้องเร่มจาก ความไว ้ ว่า Pig sandbox คือ ลดการแพร่กระจายของโรค และเพิ่ม


ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ส่งผลใหเกษตรกรผเลียงต้องพัฒนา การระบาดของ ASF ในยุโรปตั้งแต่ปี 2007-2017 พบว่า 10 วางใจซึ่งกันและกัน (Trust) ต้องอาศัยข้อมูลในเชิงวิทยาศาสตร์ และ ประสิทธิภาพการผลิต ใช้การทาระบบมาตรฐาน และการจับคุณภาพ





มาตรฐานการจัดการ โดยหัวใจสาคัญ คือ การเปล่ยนแปลง ทาระบบ ปี โรคมีการระบาดอย่างช้าๆ ไปได้เพียง 3,000 กว่ากิโลเมตร ใน สุดท้าย คือ ความโปร่งใสในการดำาเนินงานต่างๆ เพราะเป็นปัจจัย เข้าไป จัดเป็น ASF Free zone ที่ต้องมีกิจกรรมขึ้นทะเบียนฟาร์ม










ไบโอซีเคียวริตี้ท่ต้องทาอย่างเข้มงวดลดโอกาสท่จะนาเชื้อเข้าฟาร์ม หมูป่าและฟาร์มสุกรเล็กน้อย เมือเกดโรคก็ทาลายสุกรท้งหมด มีการ สำาคัญที่ทำาให้การแก้ไขทาไปได้ด้วยดี โดยกุญแจสู่ความสำาเร็จ มีการควบคุมและพัฒนาส่ระบบฟาร์มมาตรฐานท้ง GAP และ GFM






ป้องกันความเสียหาย และทำาให้รอดพ้นจาก ASF ได้ต่อไป ชดเชยเงิน และงดเคลื่อนย้าย ทำาให้การระบาดดำาเนินไปอย่างช้าๆ ประกอบด้วย องค์ความร้เร่องโรคและข้อมูลท่เก่ยวข้องกับการระบาด และพัฒนาสู่ระบบคอมพาร์ทเมนท์ และตรวจสอบย้อนกลับได้ โดย







ต่างจากการเกดโรคในเอเชีย เรมจากในปี 2561 ทเกดโรคในจีน และควบคุม ความสามารถของสัตวแพทย์ในการควบคุมโรค การ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน โดยแนวทางที่ใช้ คือ Scan คัดเลือก




ท่คาดว่า ติดต่อมาจากรัสเซีย แต่ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี ส่อสารด้านความเสี่ยง และความร่วมมือ และต้องมีทรัพยากรท่เพียง พื้นที่ที่เหมาะสม ประเมินความเสี่ยงกำาหนดพื้นที่ โดยนำาร่องในเขต


โรคระบาดไปท่วเอเชีย เนื่องจากเกิดการเคล่อนย้ายสุกรและซากสุกร พอและยั่งยืน 5 ในภาคเหนือ ต่อมา Screen คัดเลือกเกษตรกร พัฒนาโรงเรือน

เพราะเชื้อโรคนี้ติดไปกับสุกรเมื่อเกิดโรค คำาแนะนำาที่ดีที่สุด คือ การ วัตถุประสงค์ของแผนควบคุม ASF ในระดับโลก เพื่อเพิ่ม คอกเลี้ยง เคร่องมือและอุปกรณ์ และพัฒนาเข้าสู่ฟาร์มมาตรฐาน
น.สพ.ดำ�เนิน จตุรวิธวงศ์ เสียหายมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ของกำาลังการผลิตในจีน จึงมีการ การเกิดโรค และการกาจัดโรค สร้างการประสานงานท่มีประสิทธิภาพ เหลือด้านการตลาด สนับสนุนเงินทุนเข้าไป ้ ่ ์ ่ ี
ศักยภาพในแต่ละประเทศในการควบคุม ป้องกัน และตอบสนองต่อ
และ Support สนับสนุนด้วยการอบรม ให้พันธุ์สัตว์ท่ปลอดโรค ช่วย
ทำาลายสุกรป่วยตายและเสี่ยง แต่เมื่อเกิดโรคระบาดรุนแรงมีความ



ลักลอบย้ายสุกรท่ยังไม่มีอาการ นำาไปจำาหน่าย ทาให้เกิดการกระจาย

นอกจากนั้นกรมปศุสัตว์ยังพัฒนาฟาร์มปลอดโรค ASF ในปี


และความร่วมมือในระดับโลก เมื่อเกิดโรค ASF แล้วธุรกิจยังดำาเนิน
2564 และมีฟาร์มทได้รบรองแลว แสดงใหเห็นวา ไทยมีฟารมท
ต่อไปได้ เพื่อให้มั่นใจว่า ธุรกิจผลิตสุกรและค้าขายได้อย่างปลอดภัย




ของโรคและเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในทุกประเทศในเอเชีย
สัตว์พาหะ (นก หนู แมลงวัน) ก็มีโอกาสนำาเชื้อเข้าฟาร์ม หากเชื้อ
โซนนงต่อไป โดยหมูไทยจะปลอด ASF ต้องเรมจากการกาหนด
น.สพ.ดำ�เนิน จตุรวิธวงศ์ ท่ปรึกษ�สม�คมผ้เล้ยงสุกรแห่งช�ติ เมื่อสุกรตายแล้วทำาลายผิดวิธี เชื้อจะอยู่ในสิ่งแวดล้อม หากมี ด้วยการทำาโซนนิ่ง หรือคอมพาร์ทเมนท์ปลอดโรค ASF และสร้าง พัฒนาระบบมาตรฐานนี้ได้ เพื่อต่อยอดสู่ระบบคอมพาร์ทเมนท์และ
หวงโซ่การผลตทสะอาดปราศจากการปนเปื้อน โดยการทาโซนนิง














เปิดเผยว่า ASF เป็นโรคท่ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมการเลี้ยง ลงในอยู่ในน้ำา น้ำาท่ปนเปื้อนเชื้อแม้เพียงเล็กน้อย สุกรท่กินเข้าไป ท่อาจเลือกพื้นท่ท่ปลอดโรค ไม่มีการเกิดโรค หรือการใช้ระบบ เป้าหมายท่ชัดเจน อาศัยความร่วมมือของทกภาคส่วน จากน้น















สุกร แต่เชื้อ ASF ไม่ติดต่อสู่คน จึงบริโภคเน้อสุกรได้อย่างปลอดภัย กติดเชือได้ แต่ลักษณะการเกดโรคนมักพบในฟารมทอยูใกล้กบ คอมพาร์ทเมนท์ท่จัดการให้ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพของ ก็ต้องขับเคลื่อนด้วยหลักฐานวิชาการ ต้องมีงบประมาณและไม่มี









โดย ASF เป็นโรคทติดต่อในสุกรเทานัน มีโอกาสสร้างความเสยหาย การระบาด แต่สิ่งท่พบในเอเชีย ส่วนใหญ่เกิดจากการขายและย้าย ห่วงโซ่การผลิตเป็นมาตรฐานเดียวกันป้องกันการเกิดโรคได้ ซึ่งเป็น ผลประโยชน์ทับซ้อน และต้องมีความโปร่งใสในทกขั้นตอนการ




ได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มียาและวัคซีนท่มีประสิทธิภาพ สุกรหนีจากฟาร์มที่เป็นโรคเข้าไปยังโรงชำาแหละ ซึ่งโรคนี้เชื้อที่อยู่ใน ประโยชน์ในการค้าขายเจรจาต่อรอง ดำาเนินงาน และสุดท้ายต้องติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง...


เพียงพอในการควบคุมโรคได้ มีการระบาดมากว่า 100 ปี โดยมีการ เลือดเพียง 1 หยด ก็มีปริมาณมากพอที่ทำาให้สุกรทั้งฟาร์มป่วยตาย นอกจากน้นการควบคุม ASF ในระดับโลก อันดับแรก คือ
รายงานคร้งแรกท่ประเทศเคนยาในปี 1921 และรายงานในไทยอย่าง ได้ ดังนั้น การเคลื่อนย้ายสุกรไปยังโรงชำาแหละก็เป็นการแพร่เชื้อไป Stamping out คือ เป็นแล้วทำาลายทั้งหมด ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ในอดีต


เป็นทางการ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 โดยประวัติการเกิดโรค สู่สิ่งแวดล้อมและรถที่มารับก็จะแพร่เชื้อไปยังฟาร์มอื่นต่อไป แต่ปัจจัยความสำาเร็จของวิธีการนี้ คือ ต้องรู้เร็วและจ่ายเงินชดเชย
30 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 31

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE



ปัญหาชะงักการเจริญเติบโตหลังหย่านม


Set Back : วิกฤติเพิ่มต้นทุน























น.สพ. ยุทธ เทียมสุวรรณ
น.สพ. ยุทธ เทยมสุวรรณ

ผู้จัดการฝ่ายวิชาการ บจก. เซ็นทรัลลิส
ผูจัดการฝายวิชาการ บจก. เซ็นทรัลลิส



ในช่วงเลี้ยงลูก และยังดูดนมอยู่น้น เป็นช่วงท่ลูกสุกรยังมี ท่น่าสนใจคือช่วงท่ผ่านมานาย่อยเอนไซม์ในทางเดินอาหารจะเป็น






ในช่วงเลียงลูก และยังดูดนมอยู่นั้น เปนช่วงทีลูกสุกรยังมีสุขภาพแข็งแรง เนืองจากยังอยู่กับแม่ ที่คอยเฝาดูแลและให้




สุขภาพแข็งแรง เนื่องจากยังอยู่กับแม่ ที่คอยเฝ้าดูแลและให้น้ำานม ชนิดที่ย่อยโภชนะในน้ำานมเป็นส่วนใหญ่ ลูกสุกรยังมีน้ำาย่อยเอนไซม์


น านม ทั้งมีสภาพแวดล้อมทีเหมาะสมกับการเจริญเติบโต และยังมีภูมิค้มกันถ่ายทอดมาจากแม่สุกรในระดับสูง แต่เมื่อหย่านม



ท้งมีสภาพแวดล้อมท่เหมาะสมกับการเจริญเติบโต และยังมีภูมิคุ้มกัน ที่ย่อยวัตถุดิบธัญพืช โปรตีน หรือน้ำาตาลอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในน้ำานม
ถ่ายทอดมาจากแม่สุกรในระดับสูง แต่เมื่อหย่านมท่ 21-28 วัน หรือ ้ ได้น้อยมาก แม้ว่าจะเคยได้รับอาหารเลียรางมาก่อน แต่ลูกสุกรหลัง

ที่ 21-28 วัน หรือเมื่อใดก็ตาม มักพบสารพัดปญหาเกิดขึนมากมายกับลูกสุกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 7 วันแรกหลังหย่า


เมื่อใดก็ตาม มักพบสารพัดปัญหาเกิดขึ้นมากมายกับลูกสุกร โดย หย่านมก็ยังคงมีเอนไซม์ท่กล่าวมาน้อย ไม่เพียงพอ ทาให้อาหาร


นม ทีลูกสุกรต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เกิดเป็นปญหาการชะงักการเจริญเติบโต (Set Back) จนมักเรียกกันว่าวิกฤติ 7 วันแรกหลัง

เฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 7 วันแรกหลังหย่านม ที่ลูกสุกรต้องปรับตัว ไม่ย่อย หรือย่อยได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลต่อจุลชีพในทางเดิน

หย่านมนั้น มีปญหาและสาเหตุหลักๆ มาได้จากอะไรบ้าง
ครั้งใหญ่ เกิดเป็นปัญหาการชะงักการเจริญเติบโต (Set Back) จน ่ ่ อาหารไม่สมดุล จุลินทรีย์ดีจะมีปริมาณลดน้อยลง ส่วนจุลินทรีย์ท ี ่

ประการแรก ลูกสุกรเครียดจากสภาพแวดล้อมทีเปลียนแปลงไป ไม่มีแม่สุกรคอยดูแล คอยให้ความอบอุ่น หรือนานม

มักเรียกกันว่าวิกฤติ 7 วันแรกหลังหย่านมนั้น มีปัญหาและสาเหตุ ก่อให้เกิดโทษเช่น E. coli, Streptococcus spp. จะใช้อาหารท ่ ี

อีกต่อไป ทั้งต้องเคลื่อนย้ายเปลียนคอก เปลียนโรงเรือน ยิ่งหากมีการรวมกลุ่มกับลูกสุกรครอกอื่น ก็ต้องจัดล าดับทางสังคม

หลักๆ มาได้จากอะไรบ้าง ้ ไม่ย่อยนั้น เพื่อเติบโต เพิ่มจำานวน และก่อโรค โดยมีปัจจัยเสริมคือ
กันใหม่อีก มีการต่อสู้ กัดกัน สภาพต่างๆ เหล่านีท าให้ลูกสุกรเกิดความเครียด อันอาจส่งผลเกียวข้องกับการย่อย และดูดซึม

ประการแรก ลูกสุกรเครียดจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ุ วิลไลท่เสียหายจะยิ่งไวต่อการติดเชื้อแทรกซ้อน สุดท้ายจึงมักพบ


โภชนะในระบบทางเดินอาหาร รวมถึงส่งผลกระทบต่อภูมิค้มกันโรค และเกิดปญหาสุขภาพตามมา

ไป ไม่มีแม่สุกรคอยดูแล คอยให้ความอบอ่น หรือน้านมอีกต่อไป ลูกสุกรมีปัญหาถายเหลว ทองเสีย อุจจาระออกมาเป็นอาหารไม่ย่อย






ประการทีสอง เมื่อมีการเปลียนอาหารหลักจากนานมแม่ที่มีสถานะเปนของเหลว ความนากินสูง ย่อยง่าย ไปเป็น


ท้งต้องเคล่อนย้ายเปล่ยนคอก เปล่ยนโรงเรือน ยิ่งหากมีการรวมกล่ม ้ ซึ่งปัจจัยจากอาหารน้อาจก่อให้เกิด Set Back รอบสองได้ด้วย







อาหารแข็งทีมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เปนวัตถุดิบธัญพืช ที่มีความนากินนอยกว่า หยาบกว่า แข็งกว่า และย่อยยากกว่า ท าให้






กับลูกสุกรครอกอื่น ก็ต้องจัดลำาดับทางสังคมกันใหม่อีก มีการต่อสู้ จากการกนอาหารท่มีโปรตีนสูงมากเกินไป ส่งผลใหสุกรทองเสียได้

ลูกสุกรไม่เคยชิน กินอาหารลดนอยลง อาจส่งผลให้ผนังล าไส้ถูกท าลาย ทั้งยังพบว่าอาหารแข็งทีโมเลกุลหยาบใหญ่ระคาย


กัดกัน สภาพต่างๆ เหล่าน้ทาให้ลูกสุกรเกิดความเครียด อันอาจ อีกครั้งหนึ่ง ่
เคือง อาจส่งผลให้วิลไลทีเยื่อบุผนังล าไส้เสียหาย ถูกท าลายมากขึนไปอีก ส่งผลให้ความสามารถในการย่อย และดูดซึม



ส่งผลเก่ยวข้องกับการย่อย และดูดซึมโภชนะในระบบทางเดินอาหาร ้ ประการท่สาม ภูมิคุ้มกันหลายโรคท่ได้รับถ่ายทอดจากแม่ผ่าน






สารอาหารลดนอยลง ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ทีนาสนใจคือช่วงทีผ่านมานาย่อยเอนไซม์ในทางเดินอาหารจะเปนชนิดที



รวมถึงส่งผลกระทบต่อภูมิคุ้มกันโรค และเกิดปัญหาสุขภาพตามมา น้ำานมเหลือง มักลดต่ำาลงในช่วงอายุ 3-4 สัปดาห์ที่เป็นช่วงหย่านม
ีชนะในน ้านมเป็นส่วนใหญ่ ลูกสุกรยังมีน ้าย่อยเอนไซม์ที่ย่อยวัตถุดิบธัญพืช โปรตีน หรือน ้าตาลอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ใน
ย่อยโภ



ประการท่สอง เมื่อมีการเปล่ยนอาหารหลักจากน้านมแม่ท่มี พอดี เช่น โรคเพิร์ส (PRRS), โรคอหิวาต์สุกร เป็นต้น ทำาให้ลูก


นานมได้นอยมาก แม้ว่าจะเคยได้รับอาหารเลียรางมาก่อน แต่ลูกสุกรหลังหย่านมก็ยังคงมีเอนไซม์ทีกล่าวมาน้อย ไม่เพียงพอ
สถานะเป็นของเหลว ความน่ากินสูง ย่อยง่าย ไปเป็นอาหารแข็ง สุกรอ่อนแอ ง่ายและไวต่อการติดเชื้อ แสดงอาการป่วย หรือกรณี


หากได้รับวัคซีนป้องกันโรคเหล่านี้ในช่วงก่อนหย่านม หรือช่วง


ท าให้อาหารไม่ย่อย หรือย่อยได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ท่มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบธัญพืช ท่มีความน่ากินน้อยกว่า ส่งผลต่อจุลชีพในทางเดินอาหารไม่สมดุล จุลินทรีย์ดีจะมีปริมาณลด

หยาบกว่า แข็งกว่า และย่อยยากกว่า ทำาให้ลูกสุกรไม่เคยชิน กิน หย่านมพอดี แต่มีกระบวนการปฏิบัติงานให้วัคซีนท่ไม่เหมาะสมเช่น

นอยลง ส่วนจุลินทรีย์ทีก่อให้เกิดโทษเช่น E. coli, Streptococcus spp. จะใช้อาหารทีไม่ย่อยนั้น เพื่อเติบโต เพิ่มจ านวน และ


อาหารลดน้อยลง อาจส่งผลให้ผนังลำาไส้ถูกทาลาย ท้งยังพบว่าอาหาร จับบังคับรุนแรง สุกรได้รับความเจ็บปวดมากจากเข็มฉีดยา ก็จะ




ก่อโรค โดยมีปจจัยเสริมคือ วิลไลทีเสียหายจะยิ่งไวต่อการติดเชือแทรกซ้อน สุดท้ายจึงมักพบลูกสุกรมีปญหาถ่ายเหลว


แข็งท่โมเลกุลหยาบใหญ่ระคายเคือง อาจส่งผลให้วิลไลท่เยื่อบุผนัง ทำาให้เกิดความเครียด หรือแม้หากควบคุมไม่ให้เกิดสิ่งที่กล่าวมาได้





ท้องเสีย อุจจาระออกมาเปนอาหารไม่ย่อย ซึงปจจัยจากอาหารนีอาจก่อให้เกิด Set Back รอบสองได้ด้วย จากการกินอาหาร


ลำาไส้เสียหาย ถูกทาลายมากขึ้นไปอีก ส่งผลให้ความสามารถในการ ่ แต่องค์ประกอบในวัคซีน เช่น สื่อบางชนิด ก็อาจทำาให้เกิดปฏิกิริยา

ทีมีโปรตีนสูงมากเกินไป ส่งผลให้สุกรท้องเสียได้อีกครั้งหนึง
ย่อย และดูดซึมสารอาหารลดน้อยลง ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ การตอบสนองของเม็ดเลือดขาวท่รุนแรง ร่างกายลูกสุกรก็เกิด

32 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE



ปัญหาชะงักการเจริญเติบโตหลังหย่านม


Set Back : วิกฤติเพิ่มต้นทุน










ประการทีสาม ภูมิค้มกันหลายโรคทีได้รับถ่ายทอดจากแม่ผ่านนานมเหลือง มักลดต าลงในช่วงอายุ 3-4 สัปดาห์ทีเปน



ช่วงหย่านมพอดี เช่น โรคเพิร์ส (PRRS), โรคอหิวาต์สุกร เปนต้น ท าให้ลูกสุกรอ่อนแอ ง่ายและไวต่อการติดเชือ แสดงอาการ





ความเครียด บางคร้งภูมิคุ้มกันอาจลดลงต่ามากกว่าภูมิคุ้มกันท ่ ี ท่น้อยกว่าเช่นกันในตารางถัดไป และแน่นอนว่านาหนักหย่านมท่น้อย


ประการทีสาม ภูมิค้มกันหลายโรคทีได้รับถ่ายทอดจากแม่ผ่านนานมเหลือง มักลดต าลงในช่วงอายุ 3-4 สัปดาห์ทีเปน






ปวย หรือกรณีหากได้รับวัคซีนปองกันโรคเหล่านีในช่วงกอนหย่านม


หรือช่วงหย่านมพอดี แต่มีกระบวนการปฏิบัติงานให้


คาดหวังว่าจะเพิ่มขึ้นสูงเสียอีก ก็จะเป็นอีกปัจจัยท่ก่อให้เกิดปัญหา ็ จนมีปัญหา Set Back ทำาให้ต้องใช้ระยะวันเลี้ยงถึงส่งขายตลาดที่

ช่วงหย่านมพอดี เช่น โรคเพิร์ส (PRRS), โรคอหิวาต์สุกร เปนต้น ท าให้ลูกสุกรอ่อนแอ ง่ายและไวต่อการติดเชือ แสดงอาการ

วัคซีนทีไม่เหมาะสมเช่น จับบังคับรุนแรง สุกรได้รับความเจ็บปวดมากจากเข็มฉีดยา ก็จะท าให้เกิดความเครียด หรือแม้หาก


Set Back หลังหย่านมได้มาก และรุนแรงขึ้นด้วยเช่นกัน ้ ่ นานกว่าด้วยเช่นกัน ซ่งข้อมูลมีแนวโน้ม และเป็นไปในแนวทาง

ปวย หรือกรณีหากได้รับวัคซีนปองกันโรคเหล่านีในช่วงกอนหย่านม หรือช่วงหย่านมพอดี แต่มีกระบวนการปฏิบัติงานให้





นอกจากน้ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยท่อาจกล่าวได้ว่า ช่วยส่งเสริม หรือ
เดียวกันกับตารางด้านล่าง เนื่องจากสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันทั้งหมด
ควบคุมไม่ให้เกิดสิ่งทีกล่าวมาได้ แต่องค์ประกอบในวัคซีน เช่น สือบางชนิด ก็อาจท าให้เกิดปฏิกิริยาการตอบสนองของเม็ด
วัคซีนทีไม่เหมาะสมเช่น จับบังคับรุนแรง สุกรได้รับความเจ็บปวดมากจากเข็มฉีดยา ก็จะท าให้เกิดความเครียด หรือแม้หาก




เลือดขาวทีรุนแรง ร่างกายลูกสุกรก็เกิดความเครียด บางครั้งภูมิค้มกันอาจลดลงตามากกว่าภูมิค้มกันทีคาดหวังว่าจะเพิ่มขึน



เกี่ยวข้องทำาให้เกิดปัญหา Set Back หลังหย่านมได้ง่าย และรุนแรง ุ ่ อีกปัจจัยท่สามารถพิจารณาเมื่อมีปัญหา Set Back หลัง

ควบคุมไม่ให้เกิดสิ่งทีกล่าวมาได้ แต่องค์ประกอบในวัคซีน เช่น สือบางชนิด ก็อาจท าให้เกิดปฏิกิริยาการตอบสนองของเม็ด

้ สูงเสียอีก ก็จะเป็นอีกปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหา Set Back หลังหย่านมได้มาก และรุนแรงขึ้นด้วยเช่นกัน





มากขึน หรอเป็นตัวกาหนดความสามารถของสกรในการต่อสเอาชนะ หย่านมนั่นก็คือ อัตราการเจริญเติบโต หรือ ADG ซึ่งจะส่งผล






เลือดขาวทีรุนแรง ร่างกายลูกสุกรก็เกิดความเครียด บางครั้งภูมิค้มกันอาจลดลงตามากกว่าภูมิค้มกันทีคาดหวังว่าจะเพิ่มขึน





นอกจากนียังมีอีกหนึงปจจัยทีอาจกล่าวได้ว่า ช่วยส่งเสริม หรือเกียวข้องท าให้เกิดปัญหา Set Back หลังหย่านมได้


ปัญหา Set Back ได้ นั่นก็คือ น้ำาหนักหย่านม โดยถ้าหย่านมสุกร กระทบต่อเน่องไปทุกระยะตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงขุนขาย โดยอาจ


สูงเสียอีก ก็จะเปนอีกปจจัยทีก่อให้เกิดปญหา Set Back หลังหย่านมได้มาก และรุนแรงขึนด้วยเช่นกัน





ที่น้ำาหนักนอยกวา จะมีโอกาสเกิดปัญหา และได้รบผลกระทบใน วัดผลได้หลายค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำาหนัก และระยะเวลาเลี้ยง






ง่าย และรุนแรงมากขึน หรือเปนตัวก าหนดความสามารถของสุกรในการต่อสู้เอาชนะปญหา Set Back ได้ นั่นก็คือ นาหนัก





นอกจากนียังมีอีกหนึงปจจัยทีอาจกล่าวได้ว่า ช่วยส่งเสริม หรือเกียวข้องท าให้เกิดปัญหา Set Back หลังหย่านมได้


น.สพ. ยุทธ เทียมสุวรรณ รูปแบบชะงักการเจริญเติบโตท่รุนแรงมากกว่า ตัวอย่างดังแสดงใน ตัวอย่างดังแสดงในตาราง เป็นข้อมูลการศึกษาในลูกสุกรหย่านมท่
หย่านม โดยถ้าหย่านมสุกรทีนา
็หนักน้อยกว่า จะมีโอกาสเกิดปัญหา และได้รับผลกระทบในรูปแบบชะงักการเจริญเติบโตที่




ง่าย และรุนแรงมากขึน หรือเปนตัวก าหนดความสามารถของสุกรในการต่อสู้เอาชนะปญหา Set Back ได้ นั่นก็คือ นาหนัก



น.สพ. ยุทธ เทยมสุวรรณ ตาราง เป็นข้อมูลการศึกษาในลูกสุกรหย่านมที่ 21 วัน (17-25 วัน) 21 วัน (17-25 วัน) น้ำาหนักเฉลี่ยประมาณ 6.2 กก. (4.5-9.0 กก.)

ผู้จัดการฝ่ายวิชาการ บจก. เซ็นทรัลลิส
่งในตาราง เป็นข้อมูลการศึกษาในลูกสุกรหย่านมที่ 21 วัน (17-25 วัน) น ้าหนักระหว่าง 4.5-
รุนแรงมากกว่า ตัวอย่างดังแสด



หย่านม โดยถ้าหย่านมสุกรทีนาหนักนอยกว่า จะมีโอกาสเกิดปญหา และได้รับผลกระทบในรูปแบบชะงักการเจริญเติบโตที


ผูจัดการฝายวิชาการ บจก. เซ็นทรัลลิส น้ำาหนักระหว่าง 4.5-9.0 กก. ทั้งหมด 1,350 ้ ทั้งหมด 1,350 ตัว ่
รุนแรงมากกว่า ตัวอย่างดังแสดงในตาราง เปนข้อมูลการศึกษาในลูกสุกรหย่านมที 21 วัน (17-25 วัน) นาหนักระหว่าง 4.5-





ในช่วงเลี้ยงลูก และยังดูดนมอยู่น้น เป็นช่วงท่ลูกสุกรยังมี ท่น่าสนใจคือช่วงท่ผ่านมานาย่อยเอนไซม์ในทางเดินอาหารจะเป็น 9.0 กก. ทั้งหมด 1,350 ตัว ็ ่ ้

9.0 กก. ทั้งหมด 1,350 ตัว

ในช่วงเลียงลูก และยังดูดนมอยู่นั้น เปนช่วงทีลูกสุกรยังมีสุขภาพแข็งแรง เนืองจากยังอยู่กับแม่ ที่คอยเฝาดูแลและให้




สุขภาพแข็งแรง เนื่องจากยังอยู่กับแม่ ที่คอยเฝ้าดูแลและให้น้ำานม ชนิดที่ย่อยโภชนะในน้ำานมเป็นส่วนใหญ่ ลูกสุกรยังมีน้ำาย่อยเอนไซม์ ประเมินระดับ นำหนกหย่ำนม นำหนกตัว (กก.) หลังหย่ำนมเมื่อวันท ี่ ระยะวันเลี้ยงถึงสงตลำดท ี่





ประเมินระดับ







น านม ทั้งมีสภาพแวดล้อมทีเหมาะสมกับการเจริญเติบโต และยังมีภูมิค้มกันถ่ายทอดมาจากแม่สุกรในระดับสูง แต่เมื่อหย่านม

ประมำณ 113 กก.
ท้งมีสภาพแวดล้อมท่เหมาะสมกับการเจริญเติบโต และยังมีภูมิคุ้มกัน ที่ย่อยวัตถุดิบธัญพืช โปรตีน หรือน้ำาตาลอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในน้ำานม ของ Set Back นำหนกหย่ำนม 28 นำหนกตัว (กก.) หลังหย่ำนมเมื่อวันท ี่ 156 ระยะวันเลี้ยงถึงสงตลำดท ี่

(กก.)

56
ของ Set Back
28
56
(กก.)
-




ที่ 21-28 วัน หรือเมื่อใดก็ตาม มักพบสารพัดปญหาเกิดขึนมากมายกับลูกสุกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 7 วันแรกหลังหย่า

ถ่ายทอดมาจากแม่สุกรในระดับสูง แต่เมื่อหย่านมท่ 21-28 วัน หรือ ้ ได้น้อยมาก แม้ว่าจะเคยได้รับอาหารเลียรางมาก่อน แต่ลูกสุกรหลัง มำกทสด ุ 4.5 – 4.9 12.3 27.3 - 156 ประมำณ 113 กก.
27.3

12.3
มำกทสด

-
4.5 – 4.9
-
เมื่อใดก็ตาม มักพบสารพัดปัญหาเกิดขึ้นมากมายกับลูกสุกร โดย หย่านมก็ยังคงมีเอนไซม์ท่กล่าวมาน้อย ไม่เพียงพอ ทาให้อาหาร มำก 5.4 – 5.8 13.9 30.2 107.1 181.3




นม ทีลูกสุกรต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เกิดเป็นปญหาการชะงักการเจริญเติบโต (Set Back) จนมักเรียกกันว่าวิกฤติ 7 วันแรกหลัง
107.1
มำก
181.3
5.4 – 5.8
13.9
30.2
เฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 7 วันแรกหลังหย่านม ที่ลูกสุกรต้องปรับตัว ไม่ย่อย หรือย่อยได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลต่อจุลชีพในทางเดิน ปำนกลำง 6.4 – 6.8 15.1 31.8 109.0 179.2

หย่านมนั้น มีปญหาและสาเหตุหลักๆ มาได้จากอะไรบ้าง
31.8
ปำนกลำง
15.1
6.4 – 6.8
109.0
179.2
ครั้งใหญ่ เกิดเป็นปัญหาการชะงักการเจริญเติบโต (Set Back) จน ่ ่ อาหารไม่สมดุล จุลินทรีย์ดีจะมีปริมาณลดน้อยลง ส่วนจุลินทรีย์ท ่ ี น้อย 7.3 – 7.7 16.2 33.8 112.8 174.1


112.8
ประการแรก ลูกสุกรเครียดจากสภาพแวดล้อมทีเปลียนแปลงไป ไม่มีแม่สุกรคอยดูแล คอยให้ความอบอุ่น หรือนานม
7.3 – 7.7
174.1
33.8
น้อย
16.2
มักเรียกกันว่าวิกฤติ 7 วันแรกหลังหย่านมนั้น มีปัญหาและสาเหตุ ก่อให้เกิดโทษเช่น E. coli, Streptococcus spp. จะใช้อาหารท ่ ี ไม่ม ี ี 8.2 – 9.0 17.2 33.0 113.6 171.8
113.6
33.0
ไม่ม
171.8
17.2
8.2 – 9.0

อีกต่อไป ทั้งต้องเคลื่อนย้ายเปลียนคอก เปลียนโรงเรือน ยิ่งหากมีการรวมกลุ่มกับลูกสุกรครอกอื่น ก็ต้องจัดล าดับทางสังคม

ดัดแปลง และปรับปรุงข้อมูลจาก Tokach, M.D. et al., 1992
หลักๆ มาได้จากอะไรบ้าง ้ ไม่ย่อยนั้น เพื่อเติบโต เพิ่มจำานวน และก่อโรค โดยมีปัจจัยเสริมคือ ดัดแปลง และปรับปรุงข้อมูลจาก Tokach, M.D. et al., 1992

กันใหม่อีก มีการต่อสู้ กัดกัน สภาพต่างๆ เหล่านีท าให้ลูกสุกรเกิดความเครียด อันอาจส่งผลเกียวข้องกับการย่อย และดูดซึม
ประการแรก ลูกสุกรเครียดจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ุ วิลไลท่เสียหายจะยิ่งไวต่อการติดเชื้อแทรกซ้อน สุดท้ายจึงมักพบ โดยหากหย่านมสุกรที่น้ำาหนักน้อยมาก อัตราการเจริญเติบโต ซึ่งหากอ้างอิงจากมาตรฐานการเล้ยงสุกรโดยปกติท่วไปน้น พบ




โภชนะในระบบทางเดินอาหาร รวมถึงส่งผลกระทบต่อภูมิค้มกันโรค และเกิดปญหาสุขภาพตามมา

โดยหากหย่านมสุกรทีนาหนักนอยมาก อัตราการเจริญเติบโตจะไม่มีดี มีปญหา Set Back มาก ท าให้มีนาหนักในทุก










โดยหากหย่านมสุกรทีนาหนักนอยมาก อัตราการเจริญเติบโตจะไม่มีดี มีปญหา Set Back มาก ท าให้มีนาหนักในทุก






ไป ไม่มีแม่สุกรคอยดูแล คอยให้ความอบอ่น หรือน้านมอีกต่อไป ลูกสุกรมีปัญหาถายเหลว ทองเสีย อุจจาระออกมาเป็นอาหารไม่ย่อย จะไม่มีดี ้มีปัญหา Set Back มาก ทำาให้มีน้ำาหนักในทุกช่วงน้อย ว่าช่วงสัปดาห์แรกหลังหย่านมนั้น ลูกสุกรจะมีอัตราการเจริญเติบโต



ช่วงนอยกว่าสุกรทีมีนาหนักหย่านมมากขึน ทั้งอาจเกิดปญหาแคระแกร็น ไม่โต รวมถึงติดเชือโรคง่ายกว่าปกติ ท าให้เจ็บปวย







ประการทีสอง เมื่อมีการเปลียนอาหารหลักจากนานมแม่ที่มีสถานะเปนของเหลว ความนากินสูง ย่อยง่าย ไปเป็น









ช่วงนอยกว่าสุกรทีมีนาหนักหย่านมมากขึน ทั้งอาจเกิดปญหาแคระแกร็น ไม่โต รวมถึงติดเชือโรคง่ายกว่าปกติ ท าให้เจ็บปวย





ท้งต้องเคล่อนย้ายเปล่ยนคอก เปล่ยนโรงเรือน ยิ่งหากมีการรวมกล่ม ้ ซึ่งปัจจัยจากอาหารน้อาจก่อให้เกิด Set Back รอบสองได้ด้วย กว่าสุกรท่มีนาห ็นักหย่านมมากขึ้น ทั้งอาจเกิดปัญหาแคระแกร็น ้หรือ ADG อยู่ที่ประมาณ 250-300 ก. ดังนั้นกลุ่มสุกรที่มี ADG









ตาย หรือเปนแบบเรือรัง แคระแกร็น เปนตัวอมโรค จนต้องคัดทิง ในตารางด้านบนจึงไม่มีข้อมูลนาหนักสุกรที 156 วัน และไม่





อาหารแข็งทีมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เปนวัตถุดิบธัญพืช ที่มีความนากินนอยกว่า หยาบกว่า แข็งกว่า และย่อยยากกว่า ท าให้


ตาย หรือเปนแบบเรือรัง แคระแกร็น เปนตัวอมโรค จนต้องคัดทิง ในตารางด้านบนจึงไม่มีข้อมูลนาหนักสุกรที 156 วัน และไม่





กับลูกสุกรครอกอื่น ก็ต้องจัดลำาดับทางสังคมกันใหม่อีก มีการต่อสู้ จากการกนอาหารท่มีโปรตีนสูงมากเกินไป ส่งผลใหสุกรทองเสียได้ ไม่โต รวมถึงติดเชื้อโรคง่ายกว่าปกติ ทำาให้เจ็บป่วย ตาย หรือเป็น ้ >230 ก. นั้น จึงประเมินได้ว่าเป็นกลุ่มที่ไม่มีภาวะ Set Back หลัง







มีสุกรที่ส่งตลาด ซึงข้อมูลอันมีปจจัยจากนาหนักหย่านมนี จะมีความสัมพันธ์กับค่า ADG ทีนอยกว่าเช่นกันในตารางถัดไป


ลูกสุกรไม่เคยชิน กินอาหารลดนอยลง อาจส่งผลให้ผนังล าไส้ถูกท าลาย ทั้งยังพบว่าอาหารแข็งทีโมเลกุลหยาบใหญ่ระคาย



กัดกัน สภาพต่างๆ เหล่าน้ทาให้ลูกสุกรเกิดความเครียด อันอาจ อีกครั้งหนึ่ง ่ แบบเรื้อรัง แคระแกร็น เป็นตัวอมโรค ั ้จนต้องคัดทิ้ง ในตารางด้าน ้ หย่านม ส่วนกลุ่มอื่นๆ ที่มี ADG ต่ำากว่านั้น ก็ประเมินเป็นกลุ่มที่



มีสุกรที่ส่งตลาด ซึงข้อมูลอันมีปจจัยจากนาหนักหย่านมนี จะมีความสัมพันธ์กับค่า ADG ทีนอยกว่าเช่นกันในตารางถัดไป









และแนนอนว่านาหนักหย่านมทีนอย จนมีปญหา Set Back ท าให้ต้องใช้ระยะวันเลียงถึงส่งขายตลาดทีนานกว่าด้วยเช่นกัน


เคือง อาจส่งผลให้วิลไลทีเยื่อบุผนังล าไส้เสียหาย ถูกท าลายมากขึนไปอีก ส่งผลให้ความสามารถในการย่อย และดูดซึม


ส่งผลเก่ยวข้องกับการย่อย และดูดซึมโภชนะในระบบทางเดินอาหาร ้ ประการท่สาม ภูมิคุ้มกันหลายโรคท่ได้รับถ่ายทอดจากแม่ผ่าน บนจึงไม่มีข้อมูลน้ำาหนักสุกรที่ 156 วัน และไม่มีสุกรที่ส่งตลาด ซึ่ง มีภาวะ Set Back ในระดับมาก ปานกลาง และน้อย ตามลำาดับ







และแนนอนว่านาหนักหย่านมทีนอย จนมีปญหา Set Back ท าให้ต้องใช้ระยะวันเลียงถึงส่งขายตลาดทีนานกว่าด้วยเช่นกัน






ซึงข้อมูลมีแนวโนม และเปนไปในแนวทางเดียวกันกับตารางด้านล่าง เนืองจากสัมพันธ์เกียวเนืองกันทั้งหมด










สารอาหารลดนอยลง ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ทีนาสนใจคือช่วงทีผ่านมานาย่อยเอนไซม์ในทางเดินอาหารจะเปนชนิดที

รวมถึงส่งผลกระทบต่อภูมิคุ้มกันโรค และเกิดปัญหาสุขภาพตามมา น้ำานมเหลือง มักลดต่ำาลงในช่วงอายุ 3-4 สัปดาห์ที่เป็นช่วงหย่านม ซึงข้อมูลมีแนวโนม และเปนไปในแนวทางเดียวกันกับตารางด้านล่าง เนืองจากสัมพันธ์เกียวเนืองกันทั้งหมด





จะเห็นได้ว่ายิ่งสุกรมีอัตราการเจริญเติบโตต่ำา หรือมีภาวะ Set Back
่ ข้อมูลอันมีปัจจัยจากน้าหนักหย่านมน้ จะมีความสัมพันธ์กับค่า ADG





อีกปจจัยทีสามารถพิจารณาเมือมีปญหา Set Back หลังหย่านมนั่นก็คือ อัตราการเจริญเติบโต หรือ ADG ซึ่งจะ

ีชนะในน ้านมเป็นส่วนใหญ่ ลูกสุกรยังมีน ้าย่อยเอนไซม์ที่ย่อยวัตถุดิบธัญพืช โปรตีน หรือน ้าตาลอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ใน
ย่อยโภ

ประการท่สอง เมื่อมีการเปล่ยนอาหารหลักจากน้านมแม่ท่มี พอดี เช่น โรคเพิร์ส (PRRS), โรคอหิวาต์สุกร เป็นต้น ทำาให้ลูก อีกปจจัยทีสามารถพิจารณาเมือมีปญหา Set Back หลังหย่านมนั่นก็คือ อัตราการเจริญเติบโต หรือ ADG ซึ่งจะ







ส่งผลกระทบต่อเนืองไปทุกระยะตั้งแต่อนบาลไปจนถึงขุนขาย โดยอาจวัดผลได้หลายค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นาหนัก และ


สถานะเป็นของเหลว ความน่ากินสูง ย่อยง่าย ไปเป็นอาหารแข็ง สุกรอ่อนแอ ง่ายและไวต่อการติดเชื้อ แสดงอาการป่วย หรือกรณี ประเมินระดับ ADG (ก.) ในชวงสัปดำห์ ุ นำหนกตัว (กก.) หลังหย่ำนมเมื่อวันท ี่ ระยะวันเลี้ยงถึงสงตลำดท ี่

นานมได้นอยมาก แม้ว่าจะเคยได้รับอาหารเลียรางมาก่อน แต่ลูกสุกรหลังหย่านมก็ยังคงมีเอนไซม์ทีกล่าวมาน้อย ไม่เพียงพอ













ระยะเวลาเลียง ตัวอย่างดังแสดงในตาราง เปนข้อมูลการศึกษาในลูกสุกรหย่านมที 21 วัน (17-25 วัน) นาหนักเฉลียประมาณ
ของ Set Back


หากได้รับวัคซีนป้องกันโรคเหล่านี้ในช่วงก่อนหย่านม หรือช่วง
156
ประมำณ 113 กก.
ท าให้อาหารไม่ย่อย หรือย่อยได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
56
แรกหลังหย่ำนม
ท่มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบธัญพืช ท่มีความน่ากินน้อยกว่า ส่งผลต่อจุลชีพในทางเดินอาหารไม่สมดุล จุลินทรีย์ดีจะมีปริมาณลด ส่งผลกระทบต่อเนืองไปทุกระยะตั้งแต่อนบาลไ ็ปจนถึงขุนขาย โดยอาจวัดผลได้หลายค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น ้าหนัก และ
28
6.2 กก. (4.5-9.0 กก.) ทั้งหมด 1,350 ตัว

ระยะเวลาเลียง ตัวอย่างดังแสดงในตาราง เปนข้อมูลการศึกษาในลูกสุกรหย่านมที 21 วัน (17-25 วัน) นาหนักเฉลียประมาณ
หยาบกว่า แข็งกว่า และย่อยยากกว่า ทำาให้ลูกสุกรไม่เคยชิน กิน หย่านมพอดี แต่มีกระบวนการปฏิบัติงานให้วัคซีนท่ไม่เหมาะสมเช่น มำก ้ ≤ 0 ็ 14.7 30.1 ่ 105.3 ้ 183.3




นอยลง ส่วนจุลินทรีย์ทีก่อให้เกิดโทษเช่น E. coli, Streptococcus spp. จะใช้อาหารทีไม่ย่อยนั้น เพื่อเติบโต เพิ่มจ านวน และ
6.2 กก. (4.5-9.0 กก.) ทั้งหมด 1,350 ตัว


อาหารลดน้อยลง อาจส่งผลให้ผนังลำาไส้ถูกทาลาย ท้งยังพบว่าอาหาร จับบังคับรุนแรง สุกรได้รับความเจ็บปวดมากจากเข็มฉีดยา ก็จะ ปำนกลำง 0 - 150 16.0 31.8 108.1 179.2




ก่อโรค โดยมีปจจัยเสริมคือ วิลไลทีเสียหายจะยิ่งไวต่อการติดเชือแทรกซ้อน สุดท้ายจึงมักพบลูกสุกรมีปญหาถ่ายเหลว

แข็งท่โมเลกุลหยาบใหญ่ระคายเคือง อาจส่งผลให้วิลไลท่เยื่อบุผนัง ทำาให้เกิดความเครียด หรือแม้หากควบคุมไม่ให้เกิดสิ่งที่กล่าวมาได้ น้อย 150 - 230 16.9 32.5 111.2 175.2


ท้องเสีย อุจจาระออกมาเปนอาหารไม่ย่อย ซึงปจจัยจากอาหารนีอาจก่อให้เกิด Set Back รอบสองได้ด้วย จากการกินอาหาร




ลำาไส้เสียหาย ถูกทาลายมากขึ้นไปอีก ส่งผลให้ความสามารถในการ ่ แต่องค์ประกอบในวัคซีน เช่น สื่อบางชนิด ก็อาจทำาให้เกิดปฏิกิริยา ไม่ม ี  230 18.2 34.7 113.3 173.0

ทีมีโปรตีนสูงมากเกินไป ส่งผลให้สุกรท้องเสียได้อีกครั้งหนึง

ย่อย และดูดซึมสารอาหารลดน้อยลง ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ การตอบสนองของเม็ดเลือดขาวท่รุนแรง ร่างกายลูกสุกรก็เกิด ดัดแปลง และปรับปรุงข้อมูลจาก Tokach, M.D. et al., 1992

ซึงหากอ้างอิงจากมาตรฐานการเลียงสุกรโดยปกติทั่วไปนั้น พบว่าช่วงสัปดาห์แรกหลังหย่านมนั้น ลูกสุกรจะมีอัตรา

32 สัตว์เศรษฐกิจ การเจริญเติบโต หรือ ADG อยู่ทีประมาณ 250-300 ก. ดังน้นกลุ่มสุกรทีมี ADG >230 ก. นั้น จึงประเมินได้ว่าเปนกลุ่มทีไม่มี 33
สัตว์เศรษฐกิจ







ภาวะ Set Back หลังหย่านม ส่วนกลุ่มอื่นๆ ทีมี ADG ต ากว่านั้น ก็ประเมินเปนกลุ่มทีมีภาวะ Set Back ในระดับมาก ปาน



กลาง และนอย ตามล าดับ จะเห็นได้ว่ายิ่งสุกรมีอัตราการเจริญเติบโตต า หรือมีภาวะ Set Back มากเท่าใด นาหนักทีวันต่างๆ







ก็จะนอยลงตามไปด้วย แต่ในทางตรงกันข้าม กลับต้องใช้ระยะเวลาวันเลียงทีมากขึน เพื่อให้ได้นาหนักส่งขายตลาดเท่ากับ



กลุ่มอื่นๆ ยกตัวอย่างกลุ่มทีมีภาวะ Set Back มาก จะโตช้า มีนาหนักตัวนอยกว่าประมาณ 4, 5 และ 8 กก. หลังหย่านมใน







วันที 28, 56 และ 156 ตามล าดับ เมื่อเทียบกับกลุ่มปกติทีไม่มีภาวะ Set Back และทีส าคัญคือสุกรทีมีภาวะ Set Back มาก


จะต้องใช้เวลาเลียงนานกว่ากลุ่ม Set Back ปานกลาง 4 วัน นานกว่ากลุ่มนอย 8 วัน และนานกว่ากลุ่มปกติทีไม่มีภาวะ Set


Back เลยถึง 10 วัน

จาก 3 ปจจัยทีกล่าวมาร่วมกับลูกสุกรทีหย่านมโดยมีนาหนักน้อย จะท าให้สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงตั้งแต่ในเล้า





คลอด มักส่งผลให้ลูกสุกรหลังหย่านมอ่อนแอ ติดเชื้อโรค และก่อให้เกิดปญหาสุขภาพได้ง่าย โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร



คือ อาหารไม่ย่อย ถ่ายเหลว ท้องเสีย สูญเสียนาหนัก มีอัตราการเจริญเติบโตและอัตราแลกเนือลดต าลง ชะงักการ


เจริญเติบโต หากจัดการไม่ดีอาจส่งผลให้แคระแกร็น แตกไซส์ ซ ้าด้วยการติดเชือโรคต่างๆ แทรกซ้อนซ ้าไปอีก จนสุดท้าย





อัตราการคัดทิงและอัตราการตายจะเพิ่มสูงขึน ย่อมหนีไม่พ้นต้นทุนการผลิตทีเพิ่มสูง ก าไรทีลดต าลง หรืออาจขาดทุนได้เลย

โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากทั้งสองตารางทีผ่านมา หากขายสุกรพร้อมกันในวันที 156 หลังหย่านม จะพบว่าสุกรกลุ่มทีมี




ภาวะ Set Back มากจะได้นาหนักตัวเฉลียทีประมาณ 106.2 กก. ปานกลางที 108.6 กก. นอยที 112.0 กก. และไม่มีภาวะ







Set Back เลยจะได้นาหนักตัวเฉลียทีประมาณ 113.5 กก. ดังนั้นหากคิดราคาขายสุกรในช่วงปจจุบันทีกิโลกรัมละ 100 บาท









อาจวิเคราะห์ได้ว่าสุกรทีมีภาวะ Set Back มากจะมีนาหนักนอยกว่ากลุ่มปกติถึง 7.3 กก./ตัว ท าให้ขายได้เงินนอยกว่ากลุ่ม


ปกติถึง 730 บาท/ตัว และขายได้เงินนอยกว่า 490 บาท/ตัว ในกลุ่มปานกลาง และขายได้เงินนอยกว่า 150 บาท/ตัวในกลุ่ม
น้อย เมื่อเทียบกับกลุ่มปกติทีไม่มีภาวะ Set Back



แต่หากพิจารณาในอีกแง่หนึงนั่นก็คือ ขายไม่พร้อมกัน แต่จะขายเมื่อนาหนักถึง นั่นก็คือ ประมาณ 113 กก. ในแต่ละ


กลุ่มจะใช้เวลาต่างกัน จะพบว่าสุกรกลุ่มทีมีภาวะ Set Back มากจะใช้เวลาเลียงนานทีสุด ประมาณ 182.3 วัน ปานกลางที ่






179.2 วัน นอยที 174.7 วัน และไม่มีภาวะ Set Back เลยจะใช้เวลาเลียงนอยทีสุด ประมาณ 172.4 กก. ดังนั้นหากคิดราคา




ต้นทุนทีต้องเพิ่มขึนตามวัน นั่นก็คือ ค่าอาหาร สมมติอาหารสุกรขุนราคา 18 บาท/กก. และสุกรขุนกินอาหารเฉลียประมาณ

2.5 กก./ตัว/วัน จะสรุปได้ว่าสุกรทีมีภาวะ Set Back มากจะเลียงนานกว่ากลุ่มปกติถึง 10 วัน ต้องใช้อาหาร 25 กก. คิดเปน



เงินต้นทุนการผลิตทีต้องจ่ายมากกว่าถึง 450 บาท/ตัว และนานกว่า 6.8 วัน ต้องใช้อาหาร 17 กก. คิดเปนเงินทีต้องจ่าย


มากกว่า 306 บาท/ตัวในกลุ่มปานกลาง และนานกว่า 2.3 วัน ต้องใช้อาหาร 6 กก. คิดเปนเงินทีต้องจ่ายมากกว่า 108 บาท/





ตัวในกลุ่มนอย เมื่อเทียบกับกลุ่มปกติทีไม่มีภาวะ Set Back นอกจากนีการเลียงทีนานขึ้น นอกจากค่าอาหารแล้วยังมีค่านา




ค่าไฟ ค่าแรงงาน ค่าเสียเวลาเสียโอกาสในการกลับมาเลียงรอบใหม่ และมีความเสียงต่อการติดเชือ ปวย ตาย อีกด้วย




จะเห็นได้ว่า จากข้อมูลการศึกษาด้านบนอาจมองเพียงมิติปจจัยของนาหนัก อัตราการเจริญเติบโต ระยะวันเลียงถึง






ส่งตลาด และอาหารทีต้องใช้เพิ่มมากขึน คือสุกรกลุ่มทีมีภาวะชะงักการเจริญเติบโตหลังหย่านม หรือ Set Back มากยิ่งขึ้น

เท่าใด ก็ยิ่งท าให้ขายสุกรได้ในราคาทีต ากว่า ได้ก าไรนอยกว่า และ/หรือจะมีต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึนในแง่ของค่าอาหาร ทั้งนี ้







การศึกษานียังไม่ได้มองในมิติปจจัยอื่นๆ ทีเกียวข้อง ควรต้องนามาพิจารณาด้วย คือ ภาวะ Set Back ที่มาก จะท าให้เกิดการ


ติดเชื้อโรคง่ายขึ้น จึงต้องมีต้นทุนค่ายาทีใช้ในการรักษาโรค อาจรวมถึงค่าวัคซีนปองกันโรคทีต้องท าเพิ่มมากขึนในโรคเดิม





LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE























หรือโรคอื่นๆ และทีส าคัญไปกว่านั้นคือ สุกรทีปวยเรือรังจะต้องถูกคัดทิง รวมถึงมีสุกรปวยตายทีเพิ่มมากขึน ในส่วนนีจึงเปน





มากเท่าใด นาหนักท่วันต่างๆ ก็จะน้อยลงตามไปด้วย แต่ในทางตรง กก. และสุกรขุนกินอาหารเฉลี่ยประมาณ 2.5 กก./ตัว/วัน จะสรุป




การเพิ่มต้นทุนการผลิตรอบนั้นให้สูงมากยิ่งขึนไปอีก สุกรตัวทีเหลือมีชีวิตรอดถึงขายจึงต้องเฉลี่ยรับต้นทุนตัวทีถูกคัดทิ้ง และ
กันข้าม กลับต้องใช้ระยะเวลาวันเลี้ยงที่มากขึ้น เพื่อให้ได้น้ำาหนักส่ง ่ ได้ว่าสุกรที่มีภาวะ Set Back มากจะเลี้ยงนานกว่ากลุ่มปกติถึง 10

ตายไปด้วย ท าให้ต้นทุนการผลิตสุกรทีขายในรุ่นนั้นๆ เพิ่มสูงขึนมาก จึงยากต่อการได้ก าไร หรืออาจขาดทุนได้ด้วย ทั้งหมด

ขายตลาดเท่ากับกลุ่มอ่นๆ ยกตัวอย่างกลุ่มท่มีภาวะ Set Back มาก ้ วัน ต้องใช้อาหาร 25 กก. คิดเป็นเงินต้นทุนการผลิตท่ต้องจ่าย


ี้

นมาจากสาเหตุเดียวนั่นก็คือ ภาวะชะงักการเจริญเติบโตหลังหย่านม หรือ Set Back ในฉบับหนาอย่าลืมติดตามเนือหา



จะโตช้า มีน้าหนักตัวน้อยกวาประมาณ 4, 5 และ 8 กก. หลัง มากกว่าถึง 450 บาท/ตัว และนานกว่า 6.8 วัน ต้องใช้อาหาร 17

ต่อเนืองทีส าคัญมากคือ เราจะลด ปองกัน แก้ไข หรือจัดการอย่างไรได้บ้างเพื่อลดภาวะนี ทีต้องเริ่มตั้งแต่แม่สุกรทกระยะ ไป





หย่านมในวันที่ 28, 56 และ 156 ตามลำาดับ เมื่อเทียบกับกลุ่มปกติ กก. คิดเป็นเงินที่ต้องจ่ายมากกว่า 306 บาท/ตัวในกลุ่มปานกลาง
จนถึงลูกสุกร เพื่อให้ผ่านภาวะวิกฤตินีไปได้ทั้งหมู (Set Back) และของคนเลียง (โรคระบาด และภาวะเศรษฐกิจ วัตถุดิบ


ท่ไม่มีภาวะ Set Back และท่สาคัญคือสุกรท่มีภาวะ Set Back และนานกว่า 2.3 วัน ต้องใช้อาหาร 6 กก. คิดเป็นเงินที่ต้องจ่าย




อาหาร ราคาปศุสัตว์)…..

มาก จะต้องใช้เวลาเลี้ยงนานกว่ากลุ่ม Set Back ปานกลาง 4 วัน มากกว่า 108 บาท/ตัวในกลุ่มน้อย เมื่อเทียบกับกลุ่มปกติท่ไม่มีภาวะ



นานกว่ากลุ่มน้อย 8 วัน และนานกว่ากล่มปกติท่ไม่มีภาวะ Set Back Set Back นอกจากนี้การเลี้ยงที่นานขึ้น นอกจากค่าอาหารแล้วยัง
เอกสำรอำงอิง

เลยถึง 10 วัน มีค่าน้ำา ค่าไฟ ค่าแรงงาน ค่าเสียเวลาเสียโอกาสในการกลับมาเลี้ยง
https://www.wattagnet.com/articles/25232-pig-gut-health-at-weaning-impacts-finishing-performance
รอบใหม่ และมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ป่วย ตาย อีกด้วย
Tokach M.D. et al., 1992. Influence of weaning weight and growth during the first week postweaning on subsequent pig performance. Swine Dat 1992 : p15-17.
จาก 3 ปัจจัยที่กล่าวมาร่วมกับลูกสุกรที่หย่านมโดยมีน้ำาหนัก
น้อย จะทำาให้สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงตั้งแต่ในเล้าคลอด มักส่งผล จะเห็นได้ว่า จากข้อมูลการศึกษาด้านบนอาจมองเพียงมิติปัจจัย


ให้ลูกสุกรหลังหย่านมอ่อนแอ ติดเชื้อโรค และก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ ของนาหนัก อัตราการเจริญเติบโต ระยะวันเลี้ยงถึงส่งตลาด และ
ได้ง่าย โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหารคือ อาหารไม่ย่อย ถ่ายเหลว อาหารท่ต้องใช้เพิ่มมากขึ้น คือสุกรกลุ่มท่มีภาวะชะงักการเจริญ


ท้องเสีย สูญเสียน้ำาหนัก มีอัตราการเจริญเติบโตและอัตราแลกเนื้อ เติบโตหลังหย่านม หรือ Set Back มากยิ่งขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งทำาให้ขาย

ลดต่ำาลง ชะงักการเจริญเติบโต หากจัดการไม่ดีอาจส่งผลให้แคระ สุกรได้ในราคาท่ต่ากว่า ได้กาไรน้อยกว่า และ/หรือจะมีต้นทุนการ












แกร็น แตกไซส์ ซ้าด้วยการติดเชื้อโรคต่างๆ แทรกซ้อนซ้าไปอีก ผลตเพิมสงขึนในแง่ของค่าอาหาร ทงนการศึกษานยังไม่ได้มองใน



จนสุดท้ายอัตราการคัดท้งและอัตราการตายจะเพิ่มสูงขึ้น ย่อมหนีไม่ มิติปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ควรต้องนำามาพิจารณาด้วย คือ ภาวะ
พ้นต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูง กำาไรที่ลดต่ำาลง หรืออาจขาดทุนได้เลย Set Back ที่มาก จะทำาให้เกิดการติดเชื้อโรคง่ายขึ้น จึงต้องมีต้นทุน


โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากท้งสองตารางท่ผ่านมา หากขายสุกรพร้อม ค่ายาทใช้ในการรกษาโรค อาจรวมถงค่าวคซีนป้องกนโรคทต้องทา ำ








กันในวันที่ 156 หลังหย่านม จะพบว่าสุกรกลุ่มที่มีภาวะ Set Back เพิ่มมากขึ้นในโรคเดิม


มากจะได้น้ำาหนักตัวเฉลี่ยที่ประมาณ 106.2 กก. ปานกลางที่ 108.6 หรอโรคอนๆ และทสาคัญไปกวาน้นคือ สกรทป่วยเรอรง
















กก. น้อยที่ 112.0 กก. และไม่มีภาวะ Set Back เลยจะได้น้ำาหนัก จะต้องถูกคัดท้ง รวมถึงมีสุกรป่วยตายท่เพิมมากขึ้น ในส่วนนีจึง
ตัวเฉลี่ยที่ประมาณ 113.5 กก. ดังนั้นหากคิดราคาขายสุกรในช่วง เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตรอบนั้นให้สูงมากยิ่งขึ้นไปอีก สุกรตัว










ปัจจุบันท่กิโลกรัมละ 100 บาท อาจวิเคราะห์ได้ว่าสุกรท่มีภาวะ ทเหลอมีชีวิตรอดถงขายจึงต้องเฉลียรับต้นทนตัวทถกคัดทง และตาย





Set Back มากจะมีน้ำาหนักน้อยกว่ากลุ่มปกติถึง 7.3 กก./ตัว ทำาให้ ไปด้วย ทาให้ต้นทุนการผลิตสุกรท่ขายในร่นน้นๆ เพิ่มสูงขึ้นมาก




ขายได้เงินน้อยกว่ากลุ่มปกติถึง 730 บาท/ตัว และขายได้เงินน้อย จึงยากต่อการได้กาไร หรืออาจขาดทุนได้ด้วย ท้งหมดนี้มาจากสาเหตุ

กว่า 490 บาท/ตัว ในกลุ่มปานกลาง และขายได้เงินน้อยกว่า 150 เดียวน่นก็คือ ภาวะชะงักการเจริญเติบโตหลังหย่านม หรือ Set Back
บาท/ตัวในกลุ่มน้อย เมื่อเทียบกับกลุ่มปกติที่ไม่มีภาวะ Set Back ในฉบับหน้าอย่าลืมติดตามเนื้อหาต่อเนื่องที่สำาคัญมากคือ เราจะลด
แต่หากพิจารณาในอีกแง่หนึ่งนั่นก็คือ ขายไม่พร้อมกัน แต่จะ ป้องกัน แก้ไข หรือจัดการอย่างไรได้บ้างเพื่อลดภาวะนี้ ที่ต้องเริ่ม

ขายเมื่อน้ำาหนักถึง นั่นก็คือ ประมาณ 113 กก. ในแต่ละกลุ่มจะใช้ ตั้งแต่แม่สุกรทุกระยะ ไปจนถึงลูกสุกร เพื่อให้ผ่านภาวะวิกฤติน้ไป

เวลาต่างกัน จะพบว่าสุกรกลุ่มที่มีภาวะ Set Back มากจะใช้เวลา ได้ท้งหมู (Set Back) และของคนเลี้ยง (โรคระบาด และภาวะ
เลี้ยงนานที่สุด ประมาณ 182.3 วัน ปานกลางที่ 179.2 วัน น้อย เศรษฐกิจ วัตถุดิบอาหาร ราคาปศุสัตว์)…..
ที่ 174.7 วัน และไม่มีภาวะ Set Back เลยจะใช้เวลาเลี้ยงน้อย
เอกสารอ้างอิง
ที่สุด ประมาณ 172.4 กก. ดังนั้นหากคิดราคาต้นทุนที่ต้องเพิ่มขึ้น https://www.wattagnet.com/articles/25232-pig-gut-health-at-weaning-impacts-finishing-performance
Tokach M.D. et al., 1992. Influence of weaning weight and growth during the first week
ตามวัน นั่นก็คือ ค่าอาหาร สมมติอาหารสุกรขุนราคา 18 บาท/ postweaning on subsequent pig performance. Swine Dat 1992 : p15-17.
34 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE




















หรือโรคอื่นๆ และทีส าคัญไปกว่านั้นคือ สุกรทีปวยเรือรังจะต้องถูกคัดทิง รวมถึงมีสุกรปวยตายทีเพิ่มมากขึน ในส่วนนีจึงเปน








มากเท่าใด นาหนักท่วันต่างๆ ก็จะน้อยลงตามไปด้วย แต่ในทางตรง กก. และสุกรขุนกินอาหารเฉลี่ยประมาณ 2.5 กก./ตัว/วัน จะสรุป


การเพิ่มต้นทุนการผลิตรอบนั้นให้สูงมากยิ่งขึนไปอีก สุกรตัวทีเหลือมีชีวิตรอดถึงขายจึงต้องเฉลี่ยรับต้นทุนตัวทีถูกคัดทิ้ง และ


กันข้าม กลับต้องใช้ระยะเวลาวันเลี้ยงที่มากขึ้น เพื่อให้ได้น้ำาหนักส่ง ่ ได้ว่าสุกรที่มีภาวะ Set Back มากจะเลี้ยงนานกว่ากลุ่มปกติถึง 10

ตายไปด้วย ท าให้ต้นทุนการผลิตสุกรทีขายในรุ่นนั้นๆ เพิ่มสูงขึนมาก จึงยากต่อการได้ก าไร หรืออาจขาดทุนได้ด้วย ทั้งหมด


ขายตลาดเท่ากับกลุ่มอ่นๆ ยกตัวอย่างกลุ่มท่มีภาวะ Set Back มาก ้ วัน ต้องใช้อาหาร 25 กก. คิดเป็นเงินต้นทุนการผลิตท่ต้องจ่าย

นมาจากสาเหตุเดียวนั่นก็คือ ภาวะชะงักการเจริญเติบโตหลังหย่านม หรือ Set Back ในฉบับหนาอย่าลืมติดตามเนือหา
ี้


จะโตช้า มีน้าหนักตัวน้อยกวาประมาณ 4, 5 และ 8 กก. หลัง มากกว่าถึง 450 บาท/ตัว และนานกว่า 6.8 วัน ต้องใช้อาหาร 17



ต่อเนืองทีส าคัญมากคือ เราจะลด ปองกัน แก้ไข หรือจัดการอย่างไรได้บ้างเพื่อลดภาวะนี ทีต้องเริ่มตั้งแต่แม่สุกรทกระยะ ไป





หย่านมในวันที่ 28, 56 และ 156 ตามลำาดับ เมื่อเทียบกับกลุ่มปกติ กก. คิดเป็นเงินที่ต้องจ่ายมากกว่า 306 บาท/ตัวในกลุ่มปานกลาง

จนถึงลูกสุกร เพื่อให้ผ่านภาวะวิกฤตินีไปได้ทั้งหมู (Set Back) และของคนเลียง (โรคระบาด และภาวะเศรษฐกิจ วัตถุดิบ




ท่ไม่มีภาวะ Set Back และท่สาคัญคือสุกรท่มีภาวะ Set Back และนานกว่า 2.3 วัน ต้องใช้อาหาร 6 กก. คิดเป็นเงินที่ต้องจ่าย

อาหาร ราคาปศุสัตว์)…..

มาก จะต้องใช้เวลาเลี้ยงนานกว่ากลุ่ม Set Back ปานกลาง 4 วัน มากกว่า 108 บาท/ตัวในกลุ่มน้อย เมื่อเทียบกับกลุ่มปกติท่ไม่มีภาวะ


นานกว่ากลุ่มน้อย 8 วัน และนานกว่ากล่มปกติท่ไม่มีภาวะ Set Back Set Back นอกจากนี้การเลี้ยงที่นานขึ้น นอกจากค่าอาหารแล้วยัง


เอกสำรอำงอิง
เลยถึง 10 วัน มีค่าน้ำา ค่าไฟ ค่าแรงงาน ค่าเสียเวลาเสียโอกาสในการกลับมาเลี้ยง
https://www.wattagnet.com/articles/25232-pig-gut-health-at-weaning-impacts-finishing-performance
Tokach M.D. et al., 1992. Influence of weaning weight and growth during the first week postweaning on subsequent pig performance. Swine Dat 1992 : p15-17.
จาก 3 ปัจจัยที่กล่าวมาร่วมกับลูกสุกรที่หย่านมโดยมีน้ำาหนัก
รอบใหม่ และมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ป่วย ตาย อีกด้วย
น้อย จะทำาให้สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงตั้งแต่ในเล้าคลอด มักส่งผล จะเห็นได้ว่า จากข้อมูลการศึกษาด้านบนอาจมองเพียงมิติปัจจัย


ให้ลูกสุกรหลังหย่านมอ่อนแอ ติดเชื้อโรค และก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ ของนาหนัก อัตราการเจริญเติบโต ระยะวันเลี้ยงถึงส่งตลาด และ สุขภาพทางเดินอาหาร...
ได้ง่าย โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหารคือ อาหารไม่ย่อย ถ่ายเหลว อาหารท่ต้องใช้เพิ่มมากขึ้น คือสุกรกลุ่มท่มีภาวะชะงักการเจริญ


ท้องเสีย สูญเสียน้ำาหนัก มีอัตราการเจริญเติบโตและอัตราแลกเนื้อ เติบโตหลังหย่านม หรือ Set Back มากยิ่งขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งทำาให้ขาย


ลดต่ำาลง ชะงักการเจริญเติบโต หากจัดการไม่ดีอาจส่งผลให้แคระ สุกรได้ในราคาท่ต่ากว่า ได้กาไรน้อยกว่า และ/หรือจะมีต้นทุนการ กุญแจสู่การลดใช้ยาในไก่













แกร็น แตกไซส์ ซ้าด้วยการติดเชื้อโรคต่างๆ แทรกซ้อนซ้าไปอีก ผลตเพิมสงขึนในแง่ของค่าอาหาร ทงนการศึกษานยังไม่ได้มองใน

จนสุดท้ายอัตราการคัดท้งและอัตราการตายจะเพิ่มสูงขึ้น ย่อมหนีไม่ มิติปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ควรต้องนำามาพิจารณาด้วย คือ ภาวะ ปัจจุบันท่วโลกหันมาให้ความสำาคัญกับปัญหาเชื้อดื้อยาต้าน

พ้นต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูง กำาไรที่ลดต่ำาลง หรืออาจขาดทุนได้เลย Set Back ที่มาก จะทำาให้เกิดการติดเชื้อโรคง่ายขึ้น จึงต้องมีต้นทุน จุลชีพ หรือ ยาปฏิชีวนะ นำามาสู่การลดการใช้ยาปฏิชีวนะใน







โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากท้งสองตารางท่ผ่านมา หากขายสุกรพร้อม ค่ายาทใช้ในการรกษาโรค อาจรวมถงค่าวคซีนป้องกนโรคทต้องทา การผลิตสัตว์ท่ถูกมองว่า เป็นหน่งในต้นเหตุหลัก ซึ่งไทยให้ความ






กันในวันที่ 156 หลังหย่านม จะพบว่าสุกรกลุ่มที่มีภาวะ Set Back เพิ่มมากขึ้นในโรคเดิม สำาคัญด้วยการจัดทาแผนยุทธศาสตร์จัดการการดื้อยาต้านจุลชีพ




มากจะได้น้ำาหนักตัวเฉลี่ยที่ประมาณ 106.2 กก. ปานกลางที่ 108.6 หรอโรคอนๆ และทสาคัญไปกวาน้นคือ สกรทป่วยเรอรง ประเทศไทย โดยภาคการผลิตปศุสตวมีเป้าหมายสำาคัญในการลดการ
















กก. น้อยที่ 112.0 กก. และไม่มีภาวะ Set Back เลยจะได้น้ำาหนัก จะต้องถูกคัดท้ง รวมถึงมีสุกรป่วยตายท่เพิมมากขึ้น ในส่วนนีจึง ใช้ยาปฏิชีวนะในกระบวนการผลิตสตวลง 30 เปอรเซ็นต์ ในปี 2564








ตัวเฉลี่ยที่ประมาณ 113.5 กก. ดังนั้นหากคิดราคาขายสุกรในช่วง เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตรอบนั้นให้สูงมากยิ่งขึ้นไปอีก สุกรตัว ท่ทุกภาคส่วนท่เก่ยวข้องต้องให้ความสาคัญและดำาเนินการอย่าง














ปัจจุบันท่กิโลกรัมละ 100 บาท อาจวิเคราะห์ได้ว่าสุกรท่มีภาวะ ทเหลอมีชีวิตรอดถงขายจึงต้องเฉลียรับต้นทนตัวทถกคัดทง และตาย จริงจัง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายท่ตั้งไว ดังนั้น การลดการใช้





Set Back มากจะมีน้ำาหนักน้อยกว่ากลุ่มปกติถึง 7.3 กก./ตัว ทำาให้ ไปด้วย ทาให้ต้นทุนการผลิตสุกรท่ขายในร่นน้นๆ เพิ่มสูงขึ้นมาก ยาปฏิชีวนะในการผลิต จำาเป็นต้องเร่มจากสุขภาพของระบบทางเดิน


ขายได้เงินน้อยกว่ากลุ่มปกติถึง 730 บาท/ตัว และขายได้เงินน้อย จึงยากต่อการได้กาไร หรืออาจขาดทุนได้ด้วย ท้งหมดนี้มาจากสาเหตุ ทางอาหารที่ดี จุลินทรีย์ก่อโรคเพิ่มจำานวนทาลายระบบต่างๆ ในร่างกาย การให ้




กว่า 490 บาท/ตัว ในกลุ่มปานกลาง และขายได้เงินน้อยกว่า 150 เดียวน่นก็คือ ภาวะชะงักการเจริญเติบโตหลังหย่านม หรือ Set Back ผศ.ดร.ยุวเรศ เรืองพาณิชย์ ภาคสัตวบาล คณะเกษตร ยาปฏิชีวนะจึงเข้าไปช่วยกาจัดเชื้อโรคเหล่านี้ ทำาให้สัตว์สุขภาพดี
บาท/ตัวในกลุ่มน้อย เมื่อเทียบกับกลุ่มปกติที่ไม่มีภาวะ Set Back ในฉบับหน้าอย่าลืมติดตามเนื้อหาต่อเนื่องที่สำาคัญมากคือ เราจะลด กำาแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า จากปัญหาเชื้อ เยื่อบุทางเดินอาหารไม่ถูกทำาลาย ดูดซึมสารอาหารได้ดี
แต่หากพิจารณาในอีกแง่หนึ่งนั่นก็คือ ขายไม่พร้อมกัน แต่จะ ป้องกัน แก้ไข หรือจัดการอย่างไรได้บ้างเพื่อลดภาวะนี้ ที่ต้องเริ่ม ดื้อยา ทำาให้การจัดการอาหารและการใช้ยาปฏิชีวนะเปลี่ยนไป พร้อมกันนี ยาปฏิชีวนะยังทางานในลักษณะการต้านการอักเสบ


ขายเมื่อน้ำาหนักถึง นั่นก็คือ ประมาณ 113 กก. ในแต่ละกลุ่มจะใช้ ตั้งแต่แม่สุกรทุกระยะ ไปจนถึงลูกสุกร เพื่อให้ผ่านภาวะวิกฤติน้ไป ดังนั้น จึงต้องหาวิธีการจัดการให้สัตว์มีสุขภาพดีและให้ผลผลิตอย่าง ซึ่งเป็นผลต่อเน่องจากการท่สัตว์ได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย



เวลาต่างกัน จะพบว่าสุกรกลุ่มที่มีภาวะ Set Back มากจะใช้เวลา ได้ท้งหมู (Set Back) และของคนเลี้ยง (โรคระบาด และภาวะ เต็มที่ เริ่มจากการทำาความเข้าใจว่า ยาปฏิชีวนะมีกลไกการทำางาน หรือมีความเครียด ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์และการผลิต หาก


เลี้ยงนานที่สุด ประมาณ 182.3 วัน ปานกลางที่ 179.2 วัน น้อย เศรษฐกิจ วัตถุดิบอาหาร ราคาปศุสัตว์)….. อย่างไร ในการทำาลายเชื้อ และช่วยให้สัตว์มีสุขภาพดี หรือใช้เพื่อ ความเครียดมีผลต่อความสูญเสียสภาพการทางานของเซลล์ในระบบ
ที่ 174.7 วัน และไม่มีภาวะ Set Back เลยจะใช้เวลาเลี้ยงน้อย ไม่ให้สัตว์แสดงอาการป่วย โดยควบคุมจุลินทรีย์ด้วยยาปฏิชีวนะ ทางเดินอาหาร ทำาให้สัตว์นำาเอนไซม์มาย่อย หรือดูดซึมสารอาหาร
เอกสารอ้างอิง
ที่สุด ประมาณ 172.4 กก. ดังนั้นหากคิดราคาต้นทุนที่ต้องเพิ่มขึ้น https://www.wattagnet.com/articles/25232-pig-gut-health-at-weaning-impacts-finishing-performance ช่วยลดการสูญเสียอาหารไปให้กับจุลินทรีย์ที่อยู่ในร่างกายสัตว์ สัตว์ ได้ไม่เต็มท การลดการอักเสบ ก็จะช่วยให้สุขภาพระบบทางเดิน


Tokach M.D. et al., 1992. Influence of weaning weight and growth during the first week


ตามวัน นั่นก็คือ ค่าอาหาร สมมติอาหารสุกรขุนราคา 18 บาท/ postweaning on subsequent pig performance. Swine Dat 1992 : p15-17. ดูดซึมสารอาหารไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มท ตรงกันข้ามหาก อาหารของสัตว์ดีขึ้นได้
34 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 35

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE



พลังงานของลูกไก่ท่นามาเจาะเปลือกไข่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลด

การสูญเสียในระหว่างการฟัก นอกจากนั้น ยังมีการให้อาหารในฟอง
ไข่อีกหลายแบบท้ง การให้แหล่งพลังงาน หรือกรดอะมิโน เพื่อพัฒนา


กล้ามเน้อบริเวณคอเพื่อใช้ในการเจาะเปลือกไข่ หรือให้วิตามิน
เอ อี หรือแร่ธาตุในกลุ่มสังกะสี เพื่อกระตุ้นการทำางานของระบบที่
เก่ยวข้องกับพัฒนาการของกระดูกและเนื้อเยื่อค้าจุน รวมถึงการให



Growth factor เช่น อินซูลิน เพื่อช่วยกระตุ้นพัฒนาการของระบบ
ทางเดินอาหารในส่วนของลาไส ซึ่งเก่ยวข้องกับความสามารถในการ



ใช้อาหารของลูกไก่


ขณะท่การให้โปรไบโอตก ก็มีการศึกษาวิจัยเช่นกัน เพราะ
เป็นการจัดสมดุลของจุลินทรีย์ภายในระบบทางเดินอาหารให้จุลินทรีย์
ท่มีประโยชน์เพิ่มจำานวนตั้งแต่ก่อนฟักออกมาสัมผัสกับสิ่งแวดล้อม

ภายนอก เน่องจากสมดุลของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารเป็น

สิ่งสำาคัญ แต่ก็ยังต้องศึกษาวิจัยต่อไปว่า ต้องใช้โปรไบโอติกชนิดใด
อย่างไร เพราะโปรไบโอติกแต่ละชนิดมีการพัฒนาในระบบทางเดิน
อาหารต่างกัน ยกตัวอย่าง งานวิจัยใช้แบคทีเรียกลุ่ม บาซิลลัส

ที่เพิ่มจำานวนได้ดีท่กระเพาะบด หรือ กึ๋น หลังจากได้รับไป 48
ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่า การให้โปรไบโอติกสามารถเปล่ยนแปลงสมดุล



การจัดการอาหารสตวปีก ต้องพิจารณาจากระบบทางเดิน ของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารของตัวอ่อนได้ แต่ในอนาคตเห็น
อาหารเป็นหลัก เพราะทางเดินอาหารของสัตวืปีกค่อนข้างส้น ใช้ การพัฒนาท่เพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันการให้อาหารในไข่ยังไม่คุ้มค่าทาง


ระยะเวลาเพียง 3-5 ชั่วโมงในการย่อย ดูดซึม และขับถ่าย หากมี เศรษฐกิจ เพราะต้องอาศัยอุปกรณ์และเทคนิคเฉพาะในการทำา

ปัจจัยมากระทบกบอวยวะหรือการทางานของระบบทางเดินอาหารใน ด้านการจัดการอาหารไกหลงจากฟักแลว แบ่งเป็น 2 สวน






ขั้นตอนการย่อยและดูดซึม จะส่งผลกระทบกับตัวสัตว์ได้ค่อนข้างเร็ว คือ การใช้ยาที่กระตุ้นการทำางานของกระเพาะบด และการใช้ยาเพิ่ม
จึงต้องพิจารณาโครงสร้างทางเดินอาหาร เพื่อรักษาสุขภาพระบบทาง ความแข็งแรงของระบบทางเดินอาหารในส่วนของลำาไส้เล็ก เนื่องจาก
เดินอาหารให้ทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอวัยวะสำาคัญในระบบ เป็นบริเวณท่ย่อยและดูดซึมสารอาหารต่อเน่องไปถึงลำาไส้ใหญ่และ



ทางเดินอาหารประกอบด้วย กระเพาะบด หรือ กึ๋น ลำาไส้เล็ก และ ไส้ติ่ง ซึ่งเป็นบริเวณท่มีอวัยวะท่สร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย


วิลไล ดังนั้น การรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร สัตว์ปีก ดังนั้น การรักษาสุขภาพทางเดินอาหารให้แข็งแรงก็จะช่วย
โดยไม่ใช่ยาปฏิชีวนะเป็นสิ่งที่ต้องจัดการ ให้ไก่มีสุขภาพดีพร้อมต่อต้านเชื้อที่เข้าสู่ร่างกายได้
ในปัจจุบัน มีการศึกษาวิจัยตั้งแต่การพัฒนาตัวอ่อนของไก่ ที่ เร่มจากการจัดการกระเพาะบด หรือ กึ๋น มีการทางานของ


ใช้เวลาประมาณ 21 วัน จึงมีการศึกษาพัฒนาการให้อาหารตั้งแต่ ระบบทางเดินอาหารท่ดี โดยมีมัดกล้ามเน้อของกระเพาะบดมีการ


ลูกไก่ยังเป็นตัวอ่อนในไข่ หรือ Early Hatch Feeding โดยให้ไปใน บีบรัดตัว เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในทางเดินอาหารไก่ และทุกครั้งที่มี
ส่วนของ Embryotic Fluid ประมาณ 3 วันก่อนฟักออกเป็นตัว ซึ่ง การบีดรัดตัว จะทาให้เกิดการเคล่อนของทางเดินอาหารแทบตลอด


เป็นการให้อาหารเพี่อกระตุ้นพัฒนาการของระบบทางเดินอาหาร เส้นทาง ตั้งแต่ส่วนกระเพาะบดไปจนถึงไส้ติ่ง มีผลต่อการคลุกเคล้า



ขณะท่การจัดการหลังลูกไก่ฟักออกมาเป็นตัว เป็นส่งท่เกษตรกร อาหารในกระเพาะบด เพื่อลดจุลินทรีย์ก่อโรค และกระตุ้นการทางาน

ผู้เลี้ยง นักโภชนาการ มีบทบาทสำาคัญในการจัดการ เร่มจากสูตร ของเอนไซม์ที่ย่อยโปรตีน หากกระเพาะบดทำางานได้ดี การควบคุม



อาหารต้องมีความสมดุลท่ดี เน่องจากสารอาหารมีผลต่อสุขภาพของ จุลินทรีย์ก่อโรคจะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ การย่อยโปรตีนเกิดได้ดีขึ้น

ระบบทางเดินอาหารโดยตรง ดังนั้น ไก่จึงต้องได้รับอาหารคุณภาพ และการย่อยโปรตีนที่ดีจะมีผลต่อสุขภาพทางเดินอาหาร
ดี ปลอดภัย มีการวางโปรแกรมการให้อาหารอย่างถูกต้อง เพื่อให้ อย่างไรก็ดี มีหลายปัจจัยท่ผ้ให้อาหารสร้างเง่อนไขให้กระเพาะ



ไก่ได้รับสารอาหารตรงกับความต้องการในแต่ละช่วงอายุ ช่วยให้มี บดเจริญเติบโตได้ดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับรูปแบบของอาหารท่ให โดยทาง



พัฒนาการ เจริญเติบโต และให้ผลผลิตได้เต็มท่ตามศักยภาพของ เดินอาหารของสัตว์ปีก การเคลื่อนที่หรือบีบรัดตัวกระเพาะบดทำาให้
สายพันธุ์ การเคลื่อนท่ของสิ่งย่อยของทางเดินอาหาร 3 จุดสาคัญ ท่มีบทบาท




อย่างไรกดี การใหอาหารตังแต่ลูกไกยังเป็นตัวออนในไข่ มีการ สำาคัญต่อการย่อยและควบคุมจุลินทรีย์ ส่วนแรก คือ บริเวณท ่ ี









พัฒนามาอย่างต่อเนอง เรมจากการใช้คารโบไฮเดรตกระตุนการใช้ กระเพาะ การเคล่อนท่ของอาหารจากกระเพาะบด หากอาหารท่ย่อย




36 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE




พลังงานของลูกไก่ท่นามาเจาะเปลือกไข่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลด ได้แล้วเต็มทสามารถเคล่อนท่ในรูปแบบของเหลวได้จะเคลื่อนท ่ ี




การสูญเสียในระหว่างการฟัก นอกจากนั้น ยังมีการให้อาหารในฟอง ข้างหน้าและจะไปถูกย่อยต่อที่ลำาไส้เล็ก แต่ถ้าเป็นของแข็งจะถูกดัน

ไข่อีกหลายแบบท้ง การให้แหล่งพลังงาน หรือกรดอะมิโน เพื่อพัฒนา กลับไปท่กระเพาะแท้ผสมกับกรดและมีน้าส่วนของโปรตีนบางส่วน



กล้ามเน้อบริเวณคอเพื่อใช้ในการเจาะเปลือกไข่ หรือให้วิตามิน เพิ่มระยะเวลาการย่อยให้สมบูรณ์มากขึ้น
เอ อี หรือแร่ธาตุในกลุ่มสังกะสี เพื่อกระตุ้นการทำางานของระบบที่ ส่วนที่ 2 คือ การเคลื่อนที่ของอาหารบริเวณลำาไส้เล็ก การ



เก่ยวข้องกับพัฒนาการของกระดูกและเนื้อเยื่อค้าจุน รวมถึงการให บีบรัดตัวของกระเพาะบดแต่ละคร้ง ทำาให้เกิดการบีดรัดกล้ามเน้อท ่ ี





Growth factor เช่น อินซูลิน เพื่อช่วยกระตุ้นพัฒนาการของระบบ ทำาให้เคล่อนท่ไปมากของส่งย่อยบริเวณนี ทำาให้การย่อยเกิดได้มาก

ทางเดินอาหารในส่วนของลาไส ซึ่งเก่ยวข้องกับความสามารถในการ ขึ้น สิ่งสำาคัญที่สุด คือ การเคล่อนท่ของส่งย่อยบริเวณลำาไส้เล็ก






ใช้อาหารของลูกไก่ ส่วนแรก หรือ ซีกัม ที่ทำาให้เกิดการเคลื่อนที่ย้อนไปมาประมาณ 20



ขณะท่การให้โปรไบโอตก ก็มีการศึกษาวิจัยเช่นกัน เพราะ คร้ง ซึ่งในส่วนน้ มีโอกาสท่จุลินทรีย์ก่อโรคอาศัยอยู่ และการเคลื่อนท ่ ี





เป็นการจัดสมดุลของจุลินทรีย์ภายในระบบทางเดินอาหารให้จุลินทรีย์ ของส่งย่อยท่มาซีกัมมาท่ลาไส้เล็กมีโอกาสท่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา เมื่อ




ท่มีประโยชน์เพิ่มจำานวนตั้งแต่ก่อนฟักออกมาสัมผัสกับสิ่งแวดล้อม ใดท่สร้างภาพแวดล้อมของจุลินทรีย์ให้สมดุลตลอดเวลา คือ มี



ภายนอก เน่องจากสมดุลของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารเป็น จุลินทรีย์ท่มากกว่าจุลินทรีย์ก่อโรค ทำาให้สัตว์ไม่เส่ยงต่อการเจ็บป่วย
สิ่งสำาคัญ แต่ก็ยังต้องศึกษาวิจัยต่อไปว่า ต้องใช้โปรไบโอติกชนิดใด ก็จะไม่เห็นภาวะของการรบกวนใดๆ แต่ถ้าที่เลี้ยงสัตว์แล้วในบริเวณ
อย่างไร เพราะโปรไบโอติกแต่ละชนิดมีการพัฒนาในระบบทางเดิน น้เกิดการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคท่มาจากการปนเปื้อนตาม


อาหารต่างกัน ยกตัวอย่าง งานวิจัยใช้แบคทีเรียกลุ่ม บาซิลลัส ธรรมชาติ หรือไปกระตุ้นให้จุลินทรีย์ก่อโรคเจริญเติบโตได้ก็เมื่อนั้นก็


ที่เพิ่มจำานวนได้ดีท่กระเพาะบด หรือ กึ๋น หลังจากได้รับไป 48 เส่ยงท่จุลินทรีย์ก่อโรคจะเข้ามาในลาไส้เล็กแล้วเกิดปัญหาได้มากขึ้น


ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่า การให้โปรไบโอติกสามารถเปล่ยนแปลงสมดุล ดังนั้น หากควบคุมการทำางานของกระเพาะบดได้ ทำาให้อาหารย่อย




การจัดการอาหารสตวปีก ต้องพิจารณาจากระบบทางเดิน ของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารของตัวอ่อนได้ แต่ในอนาคตเห็น ได้ดี ทำาให้การควบคุมจุลินทรีย์ก่อโรคทำาได้ดี โอกาสที่จะถูกรบกวน การดูดซึมสารอาหารเกิดได้ค่อนข้างต่า หรือภาวะของการได้รับ
อาหารเป็นหลัก เพราะทางเดินอาหารของสัตวืปีกค่อนข้างส้น ใช้ การพัฒนาท่เพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันการให้อาหารในไข่ยังไม่คุ้มค่าทาง ด้วยจุลินทรีย์ท่มาจากการเคลื่อนท่ย้อนมาท่ลาไส้เล็กเกิดขึ้นได้ ความเครียด ตัวอย่างเช่น การเลี้ยงหนาแน่นสูง หรือเลี้ยงใน







ระยะเวลาเพียง 3-5 ชั่วโมงในการย่อย ดูดซึม และขับถ่าย หากมี เศรษฐกิจ เพราะต้องอาศัยอุปกรณ์และเทคนิคเฉพาะในการทำา น้อยลง เพราะทำาให้เกิดการคลุกเคล้าของกรดได้สมบูรร์และควบคุม โรงเรือนเปิดท่จัดการอุณหภูมิความชื้นไม่ได้ เกิดภาวะเครียดจาก



ปัจจัยมากระทบกบอวยวะหรือการทางานของระบบทางเดินอาหารใน ด้านการจัดการอาหารไกหลงจากฟักแลว แบ่งเป็น 2 สวน จุลินทรีย์ก่อโรคได้ ความร้อน หรือเลี้ยงในภาวะที่อาหารปนเปื้อนของเชื้อ หรือสารพิษ




ขั้นตอนการย่อยและดูดซึม จะส่งผลกระทบกับตัวสัตว์ได้ค่อนข้างเร็ว คือ การใช้ยาที่กระตุ้นการทำางานของกระเพาะบด และการใช้ยาเพิ่ม ส่วนการให้อาหาร เช่น อาหารมีอนุภาคชิ้นใหญ่ พบว่า ช่วย จากเชื้อรา มีโอกาสเกิดการรั่วของลำาไส้ หรือกระเพาะบด นำามาสู่
จึงต้องพิจารณาโครงสร้างทางเดินอาหาร เพื่อรักษาสุขภาพระบบทาง ความแข็งแรงของระบบทางเดินอาหารในส่วนของลำาไส้เล็ก เนื่องจาก กระตุ้นการทางานของกระเพาะบดได้ เป็นการเลียนแบบตาม ภาวะถดถอยของระบบเดินอาหาร แต่ทำาอย่างไร หากพิจารณาการ




เดินอาหารให้ทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอวัยวะสำาคัญในระบบ เป็นบริเวณท่ย่อยและดูดซึมสารอาหารต่อเน่องไปถึงลำาไส้ใหญ่และ ธรรมชาติของสัตว์ปีก ท่ไม่มีฟันเมื่อกินอาหารธรรมชาติท่เป็นธัญพืช จัดการอาหารในภาพรวม นักโภชนาการคงเน้นการทาอาหารท่สมดุล





ทางเดินอาหารประกอบด้วย กระเพาะบด หรือ กึ๋น ลำาไส้เล็ก และ ไส้ติ่ง ซึ่งเป็นบริเวณท่มีอวัยวะท่สร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เป็นเม็ดจะกินกรวดเข้ามาในกระเพาะบด เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ อาหารท่ปลอดการปนเปื้อน หรือไปสร้างขนาดของเม็ดอาหารท ่ ี


วิลไล ดังนั้น การรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร สัตว์ปีก ดังนั้น การรักษาสุขภาพทางเดินอาหารให้แข็งแรงก็จะช่วย บดแตก แต่การเล้ยงในปัจจุบันมีการบดอาหาร เพื่อช่วยเพิ่ม เหมาะสม ซึ่งการจัดการในส่วนโภชนาการ แต่ในเน้นการหาทางเลือก

โดยไม่ใช่ยาปฏิชีวนะเป็นสิ่งที่ต้องจัดการ ให้ไก่มีสุขภาพดีพร้อมต่อต้านเชื้อที่เข้าสู่ร่างกายได้ ประสิทธิภาพ การย่อย แต่บางครั้งอาจบดละเอียดเกินไป การเลี้ยง ของยาปฏิชีวนะจะเน้นการใช้สารเสริมในการควบคุมจุลินทรีย์ หรือ
ในปัจจุบัน มีการศึกษาวิจัยตั้งแต่การพัฒนาตัวอ่อนของไก่ ที่ เร่มจากการจัดการกระเพาะบด หรือ กึ๋น มีการทางานของ ในเชิงอุตสาหกรรมอาจไม่ได้เอ้อต่อการพัฒนาการท่ดีของระบบทาง สุขภาพในระบบทางเดินอาหาร





ใช้เวลาประมาณ 21 วัน จึงมีการศึกษาพัฒนาการให้อาหารตั้งแต่ ระบบทางเดินอาหารท่ดี โดยมีมัดกล้ามเน้อของกระเพาะบดมีการ เดินอาหาร ดังนั้น ในส่วนของการจัดการอาหาร ในส่วนของขนาด เร่มจากสารเสริมท่ส่วนใหญ่ มองถึงการจัดการจุลินทรีย์ในทาง



ลูกไก่ยังเป็นตัวอ่อนในไข่ หรือ Early Hatch Feeding โดยให้ไปใน บีบรัดตัว เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในทางเดินอาหารไก่ และทุกครั้งที่มี เม็ดอาหารก็มีความสำาคัญที่ต้องดูว่า เท่าใด จึงเหมาะสม เดินอาหารหรือลำาไส้เล็ก เมื่อไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ มีสารเสริม 2 กลุ่ม
ส่วนของ Embryotic Fluid ประมาณ 3 วันก่อนฟักออกเป็นตัว ซึ่ง การบีดรัดตัว จะทาให้เกิดการเคล่อนของทางเดินอาหารแทบตลอด อีกส่วน คือ เยื่อใย ที่อยู่ในวัตถุดิบอาหารสัตว์มี 2 ส่วน คือ ท่ใช้จัดการจุลินทรีย์ในระบบเดินอาหารได้ โดยกลุ่มแรกมีบทบาท



เป็นการให้อาหารเพี่อกระตุ้นพัฒนาการของระบบทางเดินอาหาร เส้นทาง ตั้งแต่ส่วนกระเพาะบดไปจนถึงไส้ติ่ง มีผลต่อการคลุกเคล้า เยื่อใยที่ละลายน้ำาและไม่ละลายน้ำา โดยเยื่อใยที่ไม่ละลายน้ำาบางส่วน คล้ายกับยาปฏิชีวนะ คือ กลุ่มของสมุนไพร น้ำามันหอมระเหย กรด



ขณะท่การจัดการหลังลูกไก่ฟักออกมาเป็นตัว เป็นส่งท่เกษตรกร อาหารในกระเพาะบด เพื่อลดจุลินทรีย์ก่อโรค และกระตุ้นการทางาน กมีผลในการกระตุนการทางานของกระเพาะบด ยกตัวอย่าง งานวิจัย อินทรีย์ หรือแร่ธาตุรอง เช่น สังกะสี และทองแดง ในการควบคุม





ผู้เลี้ยง นักโภชนาการ มีบทบาทสำาคัญในการจัดการ เร่มจากสูตร ของเอนไซม์ที่ย่อยโปรตีน หากกระเพาะบดทำางานได้ดี การควบคุม ที่ทำาเยื่อใยที่มาจากกระบวนการผลิตวุ้นเส้น พบว่า มีเยื่อใยที่ละลาย อีโคไลในระบบทางเดินอาหารเดินอาหารสัตว์ปีก ซึ่งการใช้สารเสริม


อาหารต้องมีความสมดุลท่ดี เน่องจากสารอาหารมีผลต่อสุขภาพของ จุลินทรีย์ก่อโรคจะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ การย่อยโปรตีนเกิดได้ดีขึ้น น้ำาไม่ได้ค่อนข้างมาก ก็ช่วยกระตุ้นพัฒนาการของกระเพาะบดได้ดี กลุ่มนี้ออกฤทธิ์คล้ายกับยาปฏิชีวนะ คือ ไปลดจุลินทรีย์ในภาพรวม

ระบบทางเดินอาหารโดยตรง ดังนั้น ไก่จึงต้องได้รับอาหารคุณภาพ และการย่อยโปรตีนที่ดีจะมีผลต่อสุขภาพทางเดินอาหาร มีน้ำาหนักท่เพิ่มขึ้นได้ เป็นโอกาสในการพัฒนากระเพาะบดให้แข็งแรง ไม่ได้จำาเพาะเจาะจงว่า ต้องเป็นจุลินทีย์ก่อโรค เป็นการลดปริมาณ

ดี ปลอดภัย มีการวางโปรแกรมการให้อาหารอย่างถูกต้อง เพื่อให้ อย่างไรก็ดี มีหลายปัจจัยท่ผ้ให้อาหารสร้างเง่อนไขให้กระเพาะ และทำางานได้ดี จุลินทรีย์ให้ไม่มากจนเกินไป เมื่อไม่มากจนเกินไป ทำาให้โอกาสที่มา



ไก่ได้รับสารอาหารตรงกับความต้องการในแต่ละช่วงอายุ ช่วยให้มี บดเจริญเติบโตได้ดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับรูปแบบของอาหารท่ให โดยทาง ขณะทการใหอาหาร เพือปรับปรงสุขภาพของระบบทางเดิน แย่งสารอาหารกับสัตว์ลดลง ไม่กระทบต่อการใช้ประโยชน์ได้ของสาร








พัฒนาการ เจริญเติบโต และให้ผลผลิตได้เต็มท่ตามศักยภาพของ เดินอาหารของสัตว์ปีก การเคลื่อนที่หรือบีบรัดตัวกระเพาะบดทำาให้ อาหาร โดยเฉพาะในส่วนของลำาไส้ ซึ่งมีภาวะของการติดเชื้อ การ อาหารของตัวสัตว อกกลุ่มเป็นกล่มทไม่ได้ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ไม่ได้





สายพันธุ์ การเคลื่อนท่ของสิ่งย่อยของทางเดินอาหาร 3 จุดสาคัญ ท่มีบทบาท ปนเปื้อนจากการจัดการสิ่งแวดล้อมท่ไม่สมบูรณ ส่งผลต่อการทางาน ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรย์ท่ดี เช่น เอนไซม์ โปรไบโอติก










อย่างไรกดี การใหอาหารตังแต่ลูกไกยังเป็นตัวออนในไข่ มีการ สำาคัญต่อการย่อยและควบคุมจุลินทรีย์ ส่วนแรก คือ บริเวณท ่ ี ของระบบทางเดินอาหารท้งหมด อาจทาให้วิลไลมีพัฒนาการด้อยลง พรไบโอติก กจะเหนรูปแบบของสารเสริมเหล่านีอยู่ในท้องตลาดค่อน














พัฒนามาอย่างต่อเนอง เรมจากการใช้คารโบไฮเดรตกระตุนการใช้ กระเพาะ การเคล่อนท่ของอาหารจากกระเพาะบด หากอาหารท่ย่อย เกิดภาวะการอักเสบ วิลไลหดสั้น เกิดชั้นของเมือกท่หนาขึ้น ข้างมาก




36 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 37

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE































เร่มจากผ้ประกอบการสูตรอาหารสัตว์มีอาหาร 2 ชนิด ที่ เป็นด่าง เมื่อเจอกับกรดที่เป็นประโยชน์ต่อทางเดินอาหารก็ต้านกรด

พยายามจัดสมดุล หรือไม่ให้เกินความต้องการของสัตว หรือพยายาม ทำาให้ค่าความเป็นกรดด่างไม่อยู่ในระดับท่ต่าพอจะยับยั้งการเจริญ



เลือกวัตถุดิบที่มีการย่อยได้ของสารอาหารมากที่สุด เพื่อดูดซึมไปใช้ เติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรคได้ ดังนั้น ความสำาคัญของนักโภชนาการ
ประโยชน์ได้อย่างเต็มท่และเหลือน้อยท่สุด ไปยังลำาไส้ส่วนปลาย อาหารสัตว ก่อนท่จะพิจารณาการใช้เสริม พื้นฐานของการทาอาหาร







เพราะสารอาหารท่หลงเหลือ คือ การให้อาหารจุลินทรีย์ท่ลำาไส้ ให้สมดุล ให้สัตว์นาไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุด รวมถึงการช่วยย่อย

ส่วนปลาย คือ คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน โดยคาร์โบไฮเดรต แบ่ง สิ่งที่ให้ไปในตัวสัตว์ให้หลงเหลือน้อยที่สุด
เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ แป้งและไม่ใช่แป้ง โดยส่วนของแป้ง เมื่อไก่ ยกตัวอย่าง การใช้เอนไซม์กับวัตถุดิบที่มีปัญหาบางชนิด เช่น
ได้รับแป้งจากวัตถุดิบอาหารสัตว์เกิน 90 เปอร์เซ็นต์ จากสามารถ ขนไก่ป่น หากใช้ในอาหารสัตว์ท่ระดับ 1.5 และ 3 เปอร์เซ็นต์

ย่อยและได้กลูโครสออกมาใช้เป็นแหล่งพลังงานภายในเซลล์ แต่ส่วน พบว่า ค่าการย่อยได้ของโปรตีนของอาหารลดต่าลง เมื่อเทียบกับ



ของเยื่อใยเป็นส่วนท่สัตว์กระเพาะเดี่ยวย่อยไม่ได้ โดยเยื่อใยมี 2 แบบ กลุ่มท่ใช้อาหารปกติ ส่วนของโปรตีนท่ถูกหมักท่ลำาไส้ส่วนปลาย


คือ แบบละลายน้ำาได้ และละลายน้ำาไมได้ แต่เยื่อใยแบบละลายน้ำา เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ใช้ขนไก่ คือ ของเสียที่เกิดจากการหมัก

ได้จะมีบทบาทสาคัญต่อระบบทางเดินอาหาร เพราะเมื่อละลายได้ โปรตีน คือ แอมโมเนียเพิ่มขึ้น ฟีนอลเพิ่มขึ้น ที่สำาคัญ ส่งเสริม
ในน้า จะมีโอกาสถูกย่อยต่อโดยจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารส่วนปลาย การเจริญของจุลินทรีย์ก่อโรค เช่น คอสทริเดียม ทำาให้เกิดการสร้าง

การย่อย ได้กรดอินทรีย์ที่มีบทบาทลดค่าความเป็นกรดด่างในระบบ แก็สระบบทางเดินอาหาร
ทางเดินอาหารและช่วยควบคุมจุลินทรีย์ก่อโรคบางชนิดได้ เช่น กรด หลังจากการจัดสมดุลของสูตรอาหารแล้วยังต้องใส่ใจการเลือก
บิวเทอริค ท่เป็นสารเสริมท่ช่วยในการควบคุมจุลินทรีย์ก่อโรคและ ใช้วัตถุดิบ เพราะไม่ใช่ทุกครั้งที่ได้วัตถุดิบคุณภาพดีมาใช้ หากภาวะ


ช่วยเป็นแหล่งสารตัวกลางเข้าสู่เซลล์ และถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานให้ ราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นก็อาจมีการปรับการใช้วัตถุดิบ เมื่อใช้วัตถุดิบ
เซลล์ใช้ในการเจริญเติบโต ซ่อมแซม เซลล์ที่หลุดลอกเสียหาย หาก คุณภาพดีไม่ได้ตลอดเวลา เอนไซม์ก็เป็นสารเสริมที่มีศักยภาพ ช่วย




จัดการสูตรอาหารในส่วนคาร์โบไฮเดรตท่มีเยื่อใยท่ละลายนาได้ ใน ให้การทำางานง่ายขึ้น อาทิเช่น เอนไซม์โปรตีเอส ที่ในสูตรอาหารที่


อัตราท่เหมาะสม ก็ช่วยปรับเปลี่ยนการทางานของจุลินทรีย์ในส่วน ใช้ขนไก่ป่น พบว่า ปริมาณเชื้อคอสทริเดียมต่ำาลง ดังนั้น การเพิ่ม


ท้ายได้ ประสทธิภาพการย่อยได้ สัตว์ก็นำาสารอาหารไปใช้ประโยชน์ได้ดีขึน
ขณะที่ โปรตีน ที่จัดการได้ค่อนข้างยาก เพราะมีอยู่ในวัตถุดิบ หลงเหลือไปยังลำาไส้ส่วนปลายน้อย เป็นผลดีต่อสุขภาพไก่ นอกจาก

หลากหลายชนิด โปรตีนโดยปกติหากให้สัตว์มาก ย่อยแล้วเป็นกรด น้ยังพบว่า การเสริมโปรตีเอสในอาหารช่วยให้กรดอะมิโนทรีโอนีน



อะมิโนจำานวนมาก หากดูดซึมได้มาก แต่ร่างกายใช้ไม่หมดก็ต้อง เพิ่มขึ้น เอ้อต่อการสร้างสารคัดหล่งเพื่อดักจับจุลินทรีย์ท่ปนเปื้อน


ขับถ่ายท้ง แต่ให้โปรตีนท่สัตว์ย่อยได้น้อย ใช้ประโยชน์ได้ไม่หมด เข้ามาในทางเดินอาหาร ช่วยลดความสูญเสีย

ส่วนท่เหลือจะหลงเหลือมายังลำาไส้ส่วนปลายและถูกย่อยด้วยจุลินทรีย์ การจัดการเอนไซม์ท่มีผลต่อจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร


ก่อโรค ที่ใช้โปรตีน ได้แก่ คอสตริเดียม และซัลโมเนลลา ที่สร้าง ทางยุโรปให้ความสำาคัญของความหลากหลายของจุลินทรีย์ท่อยู่ใน


สารพิษท่เป็นแอมโมเนีย เอมีน หรือฟีนอล ท่มีความเป็นพิษต่อเซลล ์ ระบบทางเดินอาหารว่า จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารสัตว์ปีกมีความ



ในทางเดินอาหาร และด้วยความท่สารประกอบเหล่าน้มีคุณสมบัติ แตกต่างกัน จากเดิมทใช้สารเสริมในการปรบสมดุลของจุลินทรย์



38 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE


มักใช้โปรไบโอติก กล่มแลคโตบาซิลลัส เพราะเมื่อพิจารณาในส่วน ลดการเป็นพิษของเชื้อรา ด้วยการทำาลายสารพิษจากเชื้อรา ก็เป็น

ของลำาไส้เล็กส่วนปล่อย พบว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นแลคโตบาซิลลัส ประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นมา
ในสัตว์สุขภาพดี หากมีแลคโตบาซิลลัสในลำาไส้ส่วนปลายในปริมาณ การใช้สารเสริมในการลดภาวะความเครียด โดยความเครียด

ที่สูง พบว่า โอกาสในการสร้างกรดอินทรีย์ท่ช่วยควบคุมค่าความ จากการเลี้ยงสัตว์ปีก คือ ความเครียดจากอากาศร้อน การเล้ยง

เป็นกรดด่างในบริเวณได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือคุมจุลินทรีย์ก่อโรค ท่หนาแน่น และความเครียดจากการปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อรา


ได้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อมาพิจารณาในลำาไส้ส่วนซีกัมที่มีออกซิเจนน้อย ซึ่งมีงานวิจัยท่ช่วยเหลือ โดยความเครียดจากความร้อน ด้วย



ลง พบวา รปแบบของจุลินทรีย์เปลียนไป มีแลคโตบาซิลลัสเพียง พันธุกรรมของไก่เนื้อท่ปรับปรุงมาตลอด ก็ทำาให้เจริญเติบโตดี ใน


10 เปอร์เซ็นต์ แต่มีกลุ่มคอสทริเดียม หรือแลคโตสไปโรราซีอี ซึ่ง ระยะเวลาส้น ทำาให้ความร้อนท่ถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวไก่เมื่อ

เป็นแบคทีเรียที่สร้างกรดบิวทีริค ดังนั้น หากสร้างเงื่อนไขที่ทำาให้มี เทียบกับอดีตจะเพิ่มขึ้นมาก มีผลทางานภาวะการอยู่อาศัยของตัวไก


คาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมต่อการทำางานของจุลินทรีย์ทั้ง 2 ได้ ช่วย อุณหภูมิจากเดิมที่ 18-25 องศาเซลเซียส แต่ตอนนี้ต้องทำาให้อยู่ที่
สร้างกรดบิวทีริคเพิ่มขึ้นในระบบทางเดินอาหาร โดยกรดบิวทีริคท ี ่ ระดับ 15-20 องศาเซลเซียส ซึ่งศักยภาพโรงเรือนระบบปิดปรับ
ใช้ในลูกสุกรหย่านมเป็นการให้พลังงานเซลล์ ช่วยให้แผลหายเร็ว อากาศของไทยทำาไม่ได้


ส่งผลให้สุขภาพสัตว์ดีตามไปด้วย ดังน้น เมือไกโตขึ้น ความรอนท่อยู่ในรางกายท่ระบายออกยาก






จากการศึกษาวิจัย เก็บข้อมูลจากไก่ท่เลี้ยงในระบบอุตสาหกรรม ขึ้น การเลี้ยงไก่ในเมืองไทย หากน้าหนักเพียง 1 กิโลกรัมกว่าๆ


เร่มจากผ้ประกอบการสูตรอาหารสัตว์มีอาหาร 2 ชนิด ที่ เป็นด่าง เมื่อเจอกับกรดที่เป็นประโยชน์ต่อทางเดินอาหารก็ต้านกรด พิจารณารูปแบบของจุลินทรีย์ในส่วนของซีกัม ที่พบในไก่ที่สุขภาพดี ก็มีโอกาสเกิดความเครียดได้ มีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลที่มี





พยายามจัดสมดุล หรือไม่ให้เกินความต้องการของสัตว หรือพยายาม ทำาให้ค่าความเป็นกรดด่างไม่อยู่ในระดับท่ต่าพอจะยับยั้งการเจริญ พบว่า เมื่อนำาไก่มาเก็บตัวอย่างสิ่งย่อยในส่วนของไส้ติ่งพบว่า ไก่ที่ ผลต่อการกระตุ้นการเกิดการอักเสบในทางเดินอาหาร ทำาใหวลไล





เลือกวัตถุดิบที่มีการย่อยได้ของสารอาหารมากที่สุด เพื่อดูดซึมไปใช้ เติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรคได้ ดังนั้น ความสำาคัญของนักโภชนาการ สุขภาพดี จุลินทรีย์ท่พบมากท่สุด ท่เป็นกลุ่มของจุลินทรีย์ท่มี หดส้น การใช้ประโยชน์ได้ลดลง ในการทดลองก็มีความพยายาม






ประโยชน์ได้อย่างเต็มท่และเหลือน้อยท่สุด ไปยังลำาไส้ส่วนปลาย อาหารสัตว ก่อนท่จะพิจารณาการใช้เสริม พื้นฐานของการทาอาหาร เบสคัวนินและไกโคซินประมาณ 47 เปอร์เซ็นต์ และเป็นกลุ่มของ หาตัวช่วย พบว่า มีสารเสริม 2 ตัว ที่ทดสอบแล้วได้ผล พบว่า
เพราะสารอาหารท่หลงเหลือ คือ การให้อาหารจุลินทรีย์ท่ลำาไส้ ให้สมดุล ให้สัตว์นาไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุด รวมถึงการช่วยย่อย สไปโรราซิอ ท่สร้างกรดบิวทีริค ในทางตรงกันข้าม เมื่อเก็บตัวอย่าง อัลคาลอย หยุดกระบวนระบบการสร้างการอักเสบได้ การให้อัลคา








ส่วนปลาย คือ คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน โดยคาร์โบไฮเดรต แบ่ง สิ่งที่ให้ไปในตัวสัตว์ให้หลงเหลือน้อยที่สุด ของไก่ท่สุขภาพไม่ดี การเจริญเติบโตไม่ดี พบว่า จุลินทรีย์ท่พบ ลอยช่วยลดปัญหาในระบบทางเดินอาหาร ทำาให้การดูดซึมสารอาหาร


เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ แป้งและไม่ใช่แป้ง โดยส่วนของแป้ง เมื่อไก่ ยกตัวอย่าง การใช้เอนไซม์กับวัตถุดิบที่มีปัญหาบางชนิด เช่น เปลี่ยนไป เมื่อใดมีปัจจัยในการจัดการท่ส่มเสี่ยงต่อการรบกวนการ ดีขึ้น และอัตราการตายของกล่มท่เสริมในระดับท่สูงต่ากว่ากลุ่ม






ได้รับแป้งจากวัตถุดิบอาหารสัตว์เกิน 90 เปอร์เซ็นต์ จากสามารถ ขนไก่ป่น หากใช้ในอาหารสัตว์ท่ระดับ 1.5 และ 3 เปอร์เซ็นต์ ทำางานของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ก็จะมีโอกาสท่ทาให้ไก ่ ควบคุมอย่างมีนัยสำาคัญ

ย่อยและได้กลูโครสออกมาใช้เป็นแหล่งพลังงานภายในเซลล์ แต่ส่วน พบว่า ค่าการย่อยได้ของโปรตีนของอาหารลดต่าลง เมื่อเทียบกับ เจริญเติบโตลดลงได้ สารสกัดจากธรรมชาติในกล่มฟาวัลนอย ท่เปรียบเทียบแล้วให ้









ของเยื่อใยเป็นส่วนท่สัตว์กระเพาะเดี่ยวย่อยไม่ได้ โดยเยื่อใยมี 2 แบบ กลุ่มท่ใช้อาหารปกติ ส่วนของโปรตีนท่ถูกหมักท่ลำาไส้ส่วนปลาย หากคาร์โบไฮเดรทท่หลงเหลือมาถึงลาไส้ส่วนปลาย เป็น NSP ผลใกล้เคียงกับการใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ฟัลวานอยมีความแตกต่าง คือ

คือ แบบละลายน้ำาได้ และละลายน้ำาไมได้ แต่เยื่อใยแบบละลายน้ำา เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ใช้ขนไก่ คือ ของเสียที่เกิดจากการหมัก สายค่อนข้างยาว เพราะอยู่ในวัตถุดิบอาหารสัตว มีความสามารถ การเล้ยงไก่ในภาวะท่มีความเครียดกล่มท่ให้ฟัลวานอยด์สูงพบว่า




ได้จะมีบทบาทสาคัญต่อระบบทางเดินอาหาร เพราะเมื่อละลายได้ โปรตีน คือ แอมโมเนียเพิ่มขึ้น ฟีนอลเพิ่มขึ้น ที่สำาคัญ ส่งเสริม ละลายนาได้ต่ำา ทำาใหถกหมักย่อยด้วยจุลินทรย์ทดีในลาไส้สวน ไม่มีไก่ตายเลย ทั้งๆ ที่ กลุ่มที่ใช้ยาปฏิชีวนะ มีการเจริญเติบโตที่ดี











ในน้า จะมีโอกาสถูกย่อยต่อโดยจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารส่วนปลาย การเจริญของจุลินทรีย์ก่อโรค เช่น คอสทริเดียม ทำาให้เกิดการสร้าง ปลายต่า และไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายสัตว จึงมีการนำา แต่มีการตาย ซึ่งต้องศึกษาต่อไปว่า ฟัลวานอยด์ มีกระบวนการ


การย่อย ได้กรดอินทรีย์ที่มีบทบาทลดค่าความเป็นกรดด่างในระบบ แก็สระบบทางเดินอาหาร พรีไบโอติก เพื่อให้จุลินทรีย์ได้รับ NSP สายสั้นนำาไปใช้ประโยชน์ได้ ทำางานอย่างไร ในการลดความเครียดได้ ต้องทาการศึกษาต่อว่า

ทางเดินอาหารและช่วยควบคุมจุลินทรีย์ก่อโรคบางชนิดได้ เช่น กรด หลังจากการจัดสมดุลของสูตรอาหารแล้วยังต้องใส่ใจการเลือก แต่ถ้าไม่ได้ให้พรีไบโอติก จะทำาให้สัตว์ใช้ประโยชน์จาก NSP ที่อยู่ จะทาอย่างไร ไม่ให้สารพิษจากเชื้อราเข้ามามีส่วนต่อสูญเสียสภาพ



บิวเทอริค ท่เป็นสารเสริมท่ช่วยในการควบคุมจุลินทรีย์ก่อโรคและ ใช้วัตถุดิบ เพราะไม่ใช่ทุกครั้งที่ได้วัตถุดิบคุณภาพดีมาใช้ หากภาวะ ในวัตถุดิบอาหารได้ ยกตัวอย่าง อาหารท่ให้มี NSP สายยาว ของระบบทางเดินอาหาร

ช่วยเป็นแหล่งสารตัวกลางเข้าสู่เซลล์ และถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานให้ ราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นก็อาจมีการปรับการใช้วัตถุดิบ เมื่อใช้วัตถุดิบ อะลามิโนไซแลน พบในธัญพืชท่เป็นแหล่งพลังงานหลัก ทั้ง ข้าวโพด การจัดการสุขภาพทางเดินอาหาร อาจไม่มีวิธีการสำาเร็จรูป




เซลล์ใช้ในการเจริญเติบโต ซ่อมแซม เซลล์ที่หลุดลอกเสียหาย หาก คุณภาพดีไม่ได้ตลอดเวลา เอนไซม์ก็เป็นสารเสริมที่มีศักยภาพ ช่วย และ ข้าวสาล หากต้องการให้กลายเป็นสายสั้นลง ให้เป็นโอลิโก เพราะวิธีการลดการใช้ยาปฏิชีวนะในกระบวนการผลิตสัตว์ท่ดีท่สุด
จัดการสูตรอาหารในส่วนคาร์โบไฮเดรตท่มีเยื่อใยท่ละลายนาได้ ใน ให้การทำางานง่ายขึ้น อาทิเช่น เอนไซม์โปรตีเอส ที่ในสูตรอาหารที่ แซคคาไรด์ที่นำาไปใช้ประโยชน์ได้ ก็อาจเสริมเอนไซม์ไซยาเนสที่ตัด แต่ต้องพิจารณาว่า ในฟาร์มหรือปัญหาในฟาร์ม คือ อะไร เพราะ





อัตราท่เหมาะสม ก็ช่วยปรับเปลี่ยนการทางานของจุลินทรีย์ในส่วน ใช้ขนไก่ป่น พบว่า ปริมาณเชื้อคอสทริเดียมต่ำาลง ดังนั้น การเพิ่ม โครงสร้างอะลามิโนไซแลน และได้โอลิโกแซคคาไรด์ที่ถูกย่อยได้โดย ทุกวันนี้หลายฟาร์มยังแก้ปัญหาไม่ได้ ไม่ได้ยอมรับว่า มีปัญหา


ท้ายได้ ประสทธิภาพการย่อยได้ สัตว์ก็นำาสารอาหารไปใช้ประโยชน์ได้ดีขึน จุลินทรีย์ที่สร้างกรดบิวทีริค ซึ่งในอนาคตอาจมีสารเสริมกลุ่มนี้ออก ไม่พยายามแสดงให้เห็นว่า ปัญหาที่แท้จริง คือ อะไร เมื่อจัดการ

ขณะที่ โปรตีน ที่จัดการได้ค่อนข้างยาก เพราะมีอยู่ในวัตถุดิบ หลงเหลือไปยังลำาไส้ส่วนปลายน้อย เป็นผลดีต่อสุขภาพไก่ นอกจาก มาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปัญหาไม่ได้อย่างชัดเจน ก็ลดการใช้ยาปฏิชีวนะด้วยการใช้สารเสริม

หลากหลายชนิด โปรตีนโดยปกติหากให้สัตว์มาก ย่อยแล้วเป็นกรด น้ยังพบว่า การเสริมโปรตีเอสในอาหารช่วยให้กรดอะมิโนทรีโอนีน ด้านโปรไบโอติก เป็นสารเสริมท่มีการใช้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะ ได้ไม่ตรงประเด็น หากไม่ใช้ยา ต้องเริ่มจากการจัดการที่ดีเป็นหัวใจ









อะมิโนจำานวนมาก หากดูดซึมได้มาก แต่ร่างกายใช้ไม่หมดก็ต้อง เพิ่มขึ้น เอ้อต่อการสร้างสารคัดหล่งเพื่อดักจับจุลินทรีย์ท่ปนเปื้อน กลุ่มบาซิลลัสเป็นทกล่มท่ทนต่อการอดเม็ดและทางานได้คล้ายกบแลค สำาคัญ หากต้องจัดการด้านอาหารก็มีหลายแนวทาง แต่ต้องปรับให้


ขับถ่ายท้ง แต่ให้โปรตีนท่สัตว์ย่อยได้น้อย ใช้ประโยชน์ได้ไม่หมด เข้ามาในทางเดินอาหาร ช่วยลดความสูญเสีย โตบาซิลัส แต่สิ่งท่สร้างได้มากขึ้น คือ เอนไซม์ นอกจากน้น เหมาะสม เพราะสารเสริมต่างๆ มีให้เลือกใช้มากมาย แต่ต้องใช้




ส่วนท่เหลือจะหลงเหลือมายังลำาไส้ส่วนปลายและถูกย่อยด้วยจุลินทรีย์ การจัดการเอนไซม์ท่มีผลต่อจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ยังช่วยลดภาวะการอักเสบได้ และเพิ่มศักยภาพทางเดินอาหาร อย่างถูกต้องและเหมาะสม...




ก่อโรค ที่ใช้โปรตีน ได้แก่ คอสตริเดียม และซัลโมเนลลา ที่สร้าง ทางยุโรปให้ความสำาคัญของความหลากหลายของจุลินทรีย์ท่อยู่ใน เพราะจะหล่งกรดเพื่อควบคุมจุลินทรีย์ก่อโรค บาซิลัสบางสายพันธุ ์

สารพิษท่เป็นแอมโมเนีย เอมีน หรือฟีนอล ท่มีความเป็นพิษต่อเซลล ์ ระบบทางเดินอาหารว่า จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารสัตว์ปีกมีความ ยังช่วยลดภาวะการเกิดความเครียดในทางเดินอาหาร ลดภาวะการ







ในทางเดินอาหาร และด้วยความท่สารประกอบเหล่าน้มีคุณสมบัติ แตกต่างกัน จากเดิมทใช้สารเสริมในการปรบสมดุลของจุลินทรย์ อักเสบ ทำาให้สุขภาพทางเดินอาหารดีขึ้น และโปรไบโอติกยังช่วย
38 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 39

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE









































ไข่ไก่ ปรับขึ้นฟองละ 3.60 บาท

หลังต้นทุนเพิ่ม ยันมีไข่เพียงพอ





กรมปศุสัตว์ชี้แจงสาเหตุท่ไข่ไก่หน้าฟาร์มปรับขึ้นราคา จาก ต่อฟอง ส่วนต้นทุนการผลิตเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน 2565


เกษตรกรผ้เลี้ยงไก่ไข่แบกรับต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ท่ปรับตัวสูงขึ้น เฉลี่ยอยู่ที่ 2.97 บาทต่อฟอง (คณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตไก่
ต่อเน่องกระทบต้นทุนอย่างหนัก ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์เพื่อรักษา ไข่และไข่ไก่) และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนือง ซึ่งผ้เล้ยงไก่ไข่




สมดุลการผลิต – การบริโภค รายย่อยจะมีต้นทุนสูงกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าว มีความจำาเป็นต้องปรับ
นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มขึ้นเพื่อให้สามารถประกอบกิจการอยู่ได้
ได้มีการติดตามสถานการณ์การผลิตไข่ไก่อย่างต่อเน่อง ล่าสุดการ สำาหรับมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ท่กรมปศุสัตว์ได้มี




ประเมินสถานการณ์ในเดือนสิงหาคม 2565 พบว่าปัจจุบันมีไก่ไข่ยืน การประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชนผ้ผลิตไข่ไก่ ท้งรายเล็ก รายกลาง
กรงจำานวน 50.67 ล้านตัว ให้ผลผลิตไข่ไก่ประมาณ 42 ล้านฟอง และรายใหญ่มาโดยตลอดนั้น มีความมุ่งเน้นในด้านการปรับสมดุล

ต่อวัน ส่วนอัตราการบริโภคท้งภายในประเทศและการส่งออกรวมกัน การผลิตและการบริโภคเป็นหลัก โดยในเดือนสิงหาคม 2565 มี
ประมาณ 41.89 ล้านฟองต่อวัน สถานการณการผลิตและการบริโภค วัตถุประสงค์เพื่อรักษาสมดุลและคงตลาดส่งออกไว้ตามสภาพปกติ




จึงอยู่ในจุดใกล้เคียงสมดุล จากท่ก่อนหน้าน้ในเดือนพฤษภาคม - เท่าน้น ส่วนแผนการดำาเนินการระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม
มิถุนายน เกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดและราคาตกต่ำาขึ้น 2565 มีไว้เพื่อรับมือสถานการณ์หลังเทศกาลกินเจ ฝนตกชุก และ
ในปัจจุบัน ขอยืนยันว่าไข่ไก่ท่ผลิตภายในประเทศมีปริมาณ ปิดภาคเรียน ท่ในช่วงนี้ทุกปีมักมีแนวโน้มเกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด



เพียงพอสำาหรับการบริโภคภายในประเทศอย่างแน่นอน ส่วนการท ี ่ จากอัตราการบริโภคตกต่า ซึ่งจะยิ่งซ้ำาเติมให้เกษตรกรผ้เล้ยงไก่ไข่


ราคาปรับตัวสูงขึ้นเป็นไปตามกลไกการตลาด โดยในปี 2565 นี้ต้นทุน รายย่อยท่ประสพปัญหาต้นทุนสูงอยู่แล้วให้เดือดร้อนมากยิ่งขึ้น และ

การผลิตของเกษตรกรผ้เลี้ยงไก่ไข่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเน่อง อาจส่งผลให้บางรายต้องมีการเลิกกิจการตามมา ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์


จากวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เป็นสัดส่วนประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ของ จะมีการประเมินสถานการณ์ร่วมกับภาคเอกชนเป็นระยะอย่าง

ต้นทุนการผลิตไข่ไก่ พบว่าราคาไข่ไก่คละ ณ หน้าฟาร์มเกษตรกร ต่อเน่อง และมีการปรับมาตรการตามสภาวการณ์เพื่อรักษาสมดุล
ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2565 มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3.20 บาท การผลิตและการบริโภคไข่ไก่ให้ใกล้เคียงจุดสมดุล ตามนโยบาย
40 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE









































ไข่ไก่ ปรับขึ้นฟองละ 3.60 บาท “ผ้บริโภคต้องไม่เดือดร้อนและเกษตรกรต้องอยู่ได้” ของกระทรวง ในท่ประชุมจึงมีมติร่วมกันกับสมาคมฯ สหกรณ์ต่างๆ และ


หลังต้นทุนเพิ่ม ยันมีไข่เพียงพอ เกษตรและสหกรณ์ ผู้ประกอบการที่มีพันธุ์สัตว์ 16 ในการปลดไก่ อายุ 78-80 สัปดาห์
ด้าน นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์

ต่อไปพร้อมส่งไข่ออกนอกอีก 3 เดือนเป็นอย่างน้อยเพื่อรองรับ
เผยว่า สถานการณ์การผลิต - การบริโภคไข่ไก่ ปี 2565 (ข้อมูล สถานการณ์กินเจและปิดเทอม รวม 3 เดือน (ส.ค.-ต.ค.) รวม 83

กรมปศุสัตว์ชี้แจงสาเหตุท่ไข่ไก่หน้าฟาร์มปรับขึ้นราคา จาก ต่อฟอง ส่วนต้นทุนการผลิตเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน 2565 ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2565) เดือน มกราคม - เมษายน 2565 ล้านฟอง ส่วนเกษตรกร ปลดไก่ไข่ยืนกรงตามอายุ 78-80 สัปดาห์

เกษตรกรผ้เลี้ยงไก่ไข่แบกรับต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ท่ปรับตัวสูงขึ้น เฉลี่ยอยู่ที่ 2.97 บาทต่อฟอง (คณะอนุกรรมการต้นทุนการผลิตไก่ อัตราการบริโภคไข่ไก่ปรับตัวสูงขึ้นเน่องจากผ้บริโภคเลือกไข่ไก่ท่มี และคงอัตราการส่งออกเพื่อรักษาตลาด และรักษาสถานการณ ์








ต่อเน่องกระทบต้นทุนอย่างหนัก ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์เพื่อรักษา ไข่และไข่ไก่) และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนือง ซึ่งผ้เล้ยงไก่ไข่ ราคาถูกกว่าเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนจากเนื้อสุกรท่มีราคาปรับตัว การผลิต - การบริโภคไข่ไก่ปัจจุบันใกล้เคียงจุดสมดุล ราคาท ่ ี

สมดุลการผลิต – การบริโภค รายย่อยจะมีต้นทุนสูงกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าว มีความจำาเป็นต้องปรับ สูงขึ้น และสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เกษตรกรรับได้ และผู้บริโภคไม่เดือดร้อน

นายสรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มขึ้นเพื่อให้สามารถประกอบกิจการอยู่ได้ “โควิด-19” ในภาพรวมอาการของผ้ติดเชื้อมีแนวโน้มรุนแรงน้อยลง นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผ้เลี้ยงไก่ไข่ เปิดเผยถึง


ได้มีการติดตามสถานการณ์การผลิตไข่ไก่อย่างต่อเน่อง ล่าสุดการ สำาหรับมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ท่กรมปศุสัตว์ได้มี ทำาให้การค้าภายในประเทศคล่องตัวมากขึ้น ต้งแต่ พฤษภาคม 2565 สาเหตุที่ไข่ไก่มีการปรับราคาขึ้นในช่วงนี้ ว่า เนื่องจากต้นทุนอาหาร




ประเมินสถานการณ์ในเดือนสิงหาคม 2565 พบว่าปัจจุบันมีไก่ไข่ยืน การประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชนผ้ผลิตไข่ไก่ ท้งรายเล็ก รายกลาง ไข่ไก่เร่มมีการสะสมในระบบมากขึ้น ส่งผลให้แนวโน้มราคาไข่ไก่ปรับ สัตว์มีราคาเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังเป็นการปรับราคาขึ้นตามกลไกลตลาด




กรงจำานวน 50.67 ล้านตัว ให้ผลผลิตไข่ไก่ประมาณ 42 ล้านฟอง และรายใหญ่มาโดยตลอดนั้น มีความมุ่งเน้นในด้านการปรับสมดุล ลดลงสวนทางกบต้นทนการผลิตท่ยังคงมีแนวโน้มปรบตัวสูงขึนอย่าง คือ ปริมาณไข่ไก่และกาลังซื้อในระบบในช่วงเวลาปัจจุบัน อย่างไร



ต่อวัน ส่วนอัตราการบริโภคท้งภายในประเทศและการส่งออกรวมกัน การผลิตและการบริโภคเป็นหลัก โดยในเดือนสิงหาคม 2565 มี ต่อเนื่องจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย - ยูเครน ได้แก่ ราคาน้ำามัน ก็ตาม ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ราคาไข่ไก่




ประมาณ 41.89 ล้านฟองต่อวัน สถานการณการผลิตและการบริโภค วัตถุประสงค์เพื่อรักษาสมดุลและคงตลาดส่งออกไว้ตามสภาพปกติ และราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ท่สูงขึ้น กาลังซื้อของประชาชนลดลง ก็ถูก ตกต่ำาลงไปอยู่ที่ 3 บาท /ฟองเท่านั้น หรือ ลดลง 50 สตางค์/
จึงอยู่ในจุดใกล้เคียงสมดุล จากท่ก่อนหน้าน้ในเดือนพฤษภาคม - เท่าน้น ส่วนแผนการดำาเนินการระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม เน่องจากสภาวะเศรษฐกิจและราคาสินค้าท่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เดือน ฟอง ซึ่งจะเห็นว่าการขึ้นหรือลงราคานั้น ขึ้นอยู่กับกลไกตลาด





มิถุนายน เกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดและราคาตกต่ำาขึ้น 2565 มีไว้เพื่อรับมือสถานการณ์หลังเทศกาลกินเจ ฝนตกชุก และ มิถุนายน - กรกฎาคม 2565 ดำาเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคา ช่วง 2-3 เดือนก่อนหน้านี้ไข่ไก่ ราคาตกจาก 3.50 เหลือ 3

ในปัจจุบัน ขอยืนยันว่าไข่ไก่ท่ผลิตภายในประเทศมีปริมาณ ปิดภาคเรียน ท่ในช่วงนี้ทุกปีมักมีแนวโน้มเกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด ไข่ไก่ จนสถานการณ์เริ่มคลี่คลายและราคาปรับตัวสูงขึ้น บาท แต่ขณะนี้ ราคาไข่คละหน้าฟาร์มปรับขึ้น มาอยู่ที่ 3.60 บาท/

เพียงพอสำาหรับการบริโภคภายในประเทศอย่างแน่นอน ส่วนการท ่ ี จากอัตราการบริโภคตกต่า ซึ่งจะยิ่งซ้ำาเติมให้เกษตรกรผ้เล้ยงไก่ไข่ ปัจจุบันกำาลังการผลิตไข่ไก่ ไก่ไข่ยืนกรง 50.67 ล้านตัว ผลิต ฟอง ตามภาวะตลาด สำาหรับส่วนตัวผมจะพยายามประคับประคอง




ราคาปรับตัวสูงขึ้นเป็นไปตามกลไกการตลาด โดยในปี 2565 นี้ต้นทุน รายย่อยท่ประสพปัญหาต้นทุนสูงอยู่แล้วให้เดือดร้อนมากยิ่งขึ้น และ ไข่ไก่ 42.05 ล้านฟองต่อวัน (กรมปศุสัตว์, 25 ก.ค. 2565) อัตรา ให้ไข่ไก่อยู่ในราคาเท่านี้ จะไม่ปรับราคาขึ้นอีก แต่ท้งนี้ ต้องดูกลไกล

การผลิตของเกษตรกรผ้เลี้ยงไก่ไข่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเน่อง อาจส่งผลให้บางรายต้องมีการเลิกกิจการตามมา ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ การบริโภค (Demand) ประมาณ 41.89 ล้านฟองต่อวัน คาดการณ์ ตลาดด้วยว่าจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม ได้ประสานขอความร่วม



จากวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เป็นสัดส่วนประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ของ จะมีการประเมินสถานการณ์ร่วมกับภาคเอกชนเป็นระยะอย่าง อัตราบริโภคภายในประเทศปัจจุบันประมาณวันละ 41.5 ล้านฟอง มือสมาชิกสมาคมฯ ให้เลี้ยงไก่ไข่ตามรอบปกติ คือ เลี้ยงครบ 75





ต้นทุนการผลิตไข่ไก่ พบว่าราคาไข่ไก่คละ ณ หน้าฟาร์มเกษตรกร ต่อเน่อง และมีการปรับมาตรการตามสภาวการณ์เพื่อรักษาสมดุล ส่งออก เฉลี่ยวันละ 389,325 ฟองต่อวัน (ข้อมูลการออกใบรับรอง สัปดาห์แล้วจะต้องมีการปลดแม่ไก่ตามรอบ เพือไม่ให้เกดปัญหาเรอง
ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2565 มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3.20 บาท การผลิตและการบริโภคไข่ไก่ให้ใกล้เคียงจุดสมดุล ตามนโยบาย สุขอนามัย, 1 - 10 ส.ค. 2565) เสถียรภาพราคาไข่ไก่อีก...
40 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 41

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE






















































ไบโอซายน์ (BIS) เปิดตัว


“Canna BIS” ผสม CBD รุกตลาดสัตว์เลี้ยง




บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำากัด (มหาชน) “BIS” ด้านการวิจัยพัฒนา เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการตลาดการขาย

เดินเกมส์รุก เปิดธุรกิจใหม่ Canna BIS” ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง และเครือข่ายลูกค้าโรงพยาบาลสัตว์และคลินิครักษาสัตว์ท่วประเทศ
ที่มีส่วนผสม CBD ทั้งกลุ่มแชมพู และสารสกัดน้ำามัน พัฒนาร่วม กว่า 1,000 แห่ง เพื่อผลักดันให้ ธุรกิจสัตว์เล้ยง เติบโตได้อย่าง

กับมหาวิทยาลัยเกษตรฯ เป็นรายแรกของไทย เตรียมปูพรมวาง มั่นคงและต่อเนื่อง
ตลาดในโรงพยาบาลสัตว์ และคลินิกรักษาสัตว์กว่า 1,000 แห่ง “BIS เตรียมเปิดตัว กลุ่มผลิตภัณฑ์ “Canna BIS” ผลิตภัณฑ์
ทั่วประเทศคาดดันรายได้รวมเติบโตต่อเนื่อง ดูแลสัตว์เลี้ยงผสม CBD สำาหรับสุนัข และแมว ซึ่งเป็นการคิดค้น

นายสัตวแพทย์ธนวัฒน์ คงเจริญสมบัติ ประธานเจ้าหน้าท ี ่ พัฒนาสูตรโดยอาจารย์สัตวแพทย์ผ้เชี่ยวชาญด้าน CBD ในสัตว์ ของ





บริหาร บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำากัด (มหาชน) เปิด มหาวทยาลัยเกษตรศาสตร โดยการผสมสารสกด CBD ทคัดคุณภาพ
เผยว่า “BIS ได้เปิดกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ คือ ขยายธุรกิจด้านสัตว์เลี้ยง ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ทาให้ผลิตภัณฑ์มีสรรพคุณในการ



(Pet Business) ให้เติบโตอย่างมั่นคง เพื่อเสริมธุรกิจหลักทางด้าน ลดการอักเสบ ช่วยเร่องโรคผิวหนัง โรคภูมิแพ้ อาการคันเร้อรัง และ
ปศุสัตว์ซึ่งสร้างรายได้กว่า 90% ของรายได้รวม โดย บริษัทฯ ได้ อื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งโรคมะเร็งในสุนัขและแมวได้อีกด้วย โดย
ผสมผสานจุดแข็งของบริษัทฯ คือความเชี่ยวชาญด้านสัตว์แพทย์ BIS ได้มีการทำา MOU วิจัยพัฒนาร่วมกับ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์
42 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE



กล่มผลิตภัณฑ์ Canna BIS เป็นผลิตภัณฑ์ผสม CBD สำาหรับ

สัตว์เลียงแบรนด์แรกของไทย ท่พัฒนาสูตรโดยนักวิจัยจาก

มหาวิทยาลัยชั้นนำาของประเทศ มีการวิจัยเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ

มีกระบวนการการผลิตท่ได้มาตรฐานสากลและจำาหน่ายถูกต้องตาม
กฎหมาย โดยผลิตจากฟาร์มกัญชงที่ได้รับใบอนุญาติในการปลูกและ

จำาหน่ายท่ถูกต้องจากกระทรวงสาธารณสุข และผ่านการสกัดสาร

CBD โดยโรงสกดสารทได้รับใบอนญาติโรงสกดจากกระทรวง






สาธารณสุข และผลิตโดยโรงงานท่มีมาตรฐานสากล GMP ทาให้
มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ Canna BIS มีคุณภาพสูง ระดับเดียวกันกับ

แบรนด์ผลิตภัณฑ์ CBD ชั้นนาของต่างประเทศ ซึ่งกฎหมายไทย

ไม่อนุญาตให้นาเข้ามาจำาหน่ายในประเทศ ทาให้เป็นโอกาสในการ

สร้างแบรนด์ของไทย ซึ่งจากการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ท ่ ี

เก่ยวข้องในการพัฒนาการใช้ประโยชน์พืชกัญชง กัญชา พบว่า
สรรพคุณจากสาร CBD (cannabidiol) เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและ
จิตใจของสัตว์เลี้ยง อาทิ ช่วยบรรเทาอาการจากโรคต่างๆ ลดความ
เจ็บปวดและการอักเสบ ลดความเครียด ความวิตกกังวล ไปจนถึง
การช่วยบำารุงสุขภาพผิวและขน นอกจากพัฒนาสินค้าปศุสัตว์เเละ
สัตว์เลี้ยงแล้ว BIS ยังมองไปถึงการรักษาและยกคุณภาพชีวิตในสัตว ์


แบบครบวงจรอีกด้วย เพราะน่คือกลุ่มธุรกิจใหม่ท่มีเทรนด์กาลัง



เติบโตท่วโลก ซึ่ง BIS ได้มุ่งมั่นในการทางานวิจัยและพัฒนา
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดย “Canna BIS” นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เพื่อไปยังจุดมุ่งหมายของการเตรียมก้าว


ผลิตภัณฑ์ผสม CBD สำาหรับสุนัข และแมว เป็นผลิตภัณฑ์ระดับ ขึ้นเป็นหน่งในผ้นำาด้านไบโอเท็คของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน”
พรีเมียม เน้นคุณภาพสูง ตรวจสอบย้อนกลับได้ และเป็นรูปแบบ ล่าสุด บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำากัด (มหาชน)
ที่เหมาะสมสำาหรับสัตว์โดยเฉพาะ ตอบโจทย์การรักษาและดูแลสัตว์ รายงงานผลประกอบการ ไตรมาส 2 ของปี 2565 BIS มีรายได้
เล้ยงให้กับสัตวแพทย์และเจ้าของสัตว์เลี้ยง ท่ให้สำาคัญกับการดูแล รวม 502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากรายได้รวม 492 ล้านบาท


สุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีของสัตว์เลี้ยง โดยผลิตภัณฑ์กลุ่มแรก เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 2 ปี 2564 และมีกำาไรสุทธิ 13.2 ล้าน
ไบโอซายน์ (BIS) เปิดตัว ที่จะออกมาประกอบด้วย 1. แชมพู Canna BIS Hypoallergenic บาท ลดลงจากกำาไรสุทธิ 21.5 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยสาเหตุหลักท่กาไรสุทธิท่ปรับตัวลงเน่องด้วยสถานการณ์การ




2. แชมพู Canna BIS Anti-itch 3. โฟมอาบน้ำาแห้ง Canna BIS






“Canna BIS” ผสม CBD รุกตลาดสัตว์เลี้ยง และ 4. Canna BIS CBD Isolated Oil โดยคาดว่าจะเริ่มวาง แพรระบาดของโรคอหิวาต์แอฟรกาในสกรทวโลก ทาให้จำานวน


ประชากรสุกรในไทยลดลงอย่างมีนัยยะสาคัญในปีท่ผ่านมา ความ
จำาหน่ายในช่วงไตรมาส 4 ปี 2565





นายสัตวแพทย์ปรเมศวร์ ขำาภักตร์ ประธานเจ้าหน้าท่ฝ่าย ต้องการและกาลังซือของลูกค้าสาหรบสินค้ากล่มผลิตภัณฑ์ยาและ



บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำากัด (มหาชน) “BIS” ด้านการวิจัยพัฒนา เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการตลาดการขาย ปฏิบัติการ บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำากัด (มหาชน) วคซีนสตว ลดลงทาให้ในไตรมาส 2 บริษัทฯ ต้องลดราคาเพื่อระบาย




เดินเกมส์รุก เปิดธุรกิจใหม่ Canna BIS” ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง และเครือข่ายลูกค้าโรงพยาบาลสัตว์และคลินิครักษาสัตว์ท่วประเทศ กล่าวว่า “BIS ได้เตรียมแผนการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ Canna BIS สต็อคสินค้าท่ใกล้หมดอายุ จึงทาให้มีอัตรากาไรน้อยลง แต่ท้งนี ้




ที่มีส่วนผสม CBD ทั้งกลุ่มแชมพู และสารสกัดน้ำามัน พัฒนาร่วม กว่า 1,000 แห่ง เพื่อผลักดันให้ ธุรกิจสัตว์เล้ยง เติบโตได้อย่าง โดยใช้จุดแข็งท่บริษัทฯมีฐานลูกค้าเดิมของบริษัท คือเครือข่าย เป็นการได้รับผลกระทบเพียงชั่วคราวเท่านั้น

กับมหาวิทยาลัยเกษตรฯ เป็นรายแรกของไทย เตรียมปูพรมวาง มั่นคงและต่อเนื่อง โรงพยาบาลสัตว์และคลินิครักษาสัตว์ท่วประเทศกว่า 1,000 แห่ง ซึ่ง ลักษณะการประกอบธุรกิจ บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำากัด

ตลาดในโรงพยาบาลสัตว์ และคลินิกรักษาสัตว์กว่า 1,000 แห่ง “BIS เตรียมเปิดตัว กลุ่มผลิตภัณฑ์ “Canna BIS” ผลิตภัณฑ์ มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจทดี และ ทมงานของบรษทฯเป็นสัตว์แพทย์ (มหาชน) หรือ BIS





ทั่วประเทศคาดดันรายได้รวมเติบโตต่อเนื่อง ดูแลสัตว์เลี้ยงผสม CBD สำาหรับสุนัข และแมว ซึ่งเป็นการคิดค้น จึงมีความเข้าใจความต้องการของสัตว์แพทย์เจ้าของโรงพยาบาลและ บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำากัด (มหาชน) (BIS)


นายสัตวแพทย์ธนวัฒน์ คงเจริญสมบัติ ประธานเจ้าหน้าท ี ่ พัฒนาสูตรโดยอาจารย์สัตวแพทย์ผ้เชี่ยวชาญด้าน CBD ในสัตว์ ของ คลินิคสัตว์เล้ยงเป็นอย่างดี นอกจากน้ BIS เตรียมแผนงาน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2547 เป็นผ้นาในด้านการดูแลสุขภาพกลุ่ม








บริหาร บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำากัด (มหาชน) เปิด มหาวทยาลัยเกษตรศาสตร โดยการผสมสารสกด CBD ทคัดคุณภาพ ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างแบรนด์ สร้างการรับร้ในกล่มผลิตภัณฑ์ เพื่อ ปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร กลุ่มไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์




เผยว่า “BIS ได้เปิดกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ คือ ขยายธุรกิจด้านสัตว์เลี้ยง ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ทาให้ผลิตภัณฑ์มีสรรพคุณในการ ให้เจ้าของสัตว์เล้ยงเข้าใจและมั่นใจในคุณภาพของ ผลิตภัณฑ มุ่งมั่นท่จะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจท่มีคุณค่า ด้วยสินค้า บริการ





(Pet Business) ให้เติบโตอย่างมั่นคง เพื่อเสริมธุรกิจหลักทางด้าน ลดการอักเสบ ช่วยเร่องโรคผิวหนัง โรคภูมิแพ้ อาการคันเร้อรัง และ Canna BIS และ มีความเชื่อมั่นว่า จะได้รับการตอบสนองเป็น เทคโนโลยี และนวัตกรรมเกี่ยวกับสัตว์ ในภูมิภาคอาเซียน
ปศุสัตว์ซึ่งสร้างรายได้กว่า 90% ของรายได้รวม โดย บริษัทฯ ได้ อื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งโรคมะเร็งในสุนัขและแมวได้อีกด้วย โดย อย่างดี ปัจจุบันตลาดสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตค่อนข้างสูงทั้งในประเทศ
ผสมผสานจุดแข็งของบริษัทฯ คือความเชี่ยวชาญด้านสัตว์แพทย์ BIS ได้มีการทำา MOU วิจัยพัฒนาร่วมกับ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ อย่างต่อเนื่อง
42 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 43

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE






























ปศุสัตว์ไตรมาส 2 หดตัว...


หลังต้นทุนสูง และโรครุมเร้า




ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 2 ปี 2565 ขยายตัวร้อย มังคุด และเงาะ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะข้าวนาปรังและผลไม้ภาค

ละ 5.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 โดยมีปัจจัยสาคัญ ตะวันออกซึ่งเป็นผลผลิตหลักในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบ





มาจากสภาพอากาศท่เอ้ออานวยมากขึ้น ปริมาณน้าในอ่างเก็บน้า กับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สาขาบริการทางการเกษตรขยายตัว
และแหล่งนำาธรรมชาติมีเพียงพอสำาหรับ การทาการเกษตร ประกอบ ได้ตามการเพาะปลูกและการเก็บเก่ยวพืชท่เพิ่มขึ้น และสาขาป่าไม้





กับราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดอยู่ในเกณฑ์ดี ทาให้เกษตรกรขยาย ขยายตัวจากปริมาณการผลิต ที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาด
การเพาะปลูกมากขึ้น รวมถึงความต้องการสินค้าเกษตรมีแนวโน้ม อย่างไรก็ตาม สาขาปศุสัตว์และสาขาประมงหดตัวลงจากปริมาณ
เพิ่มขึ้นหลังจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของ การเลี้ยงท่ลดลงซึ่งเป็นผลจากการเฝ้าระวังโรคระบาดและต้นทุน


โควิด-19 ท้งในประเทศและต่างประเทศ ทาให้กิจกรรมการผลิต การผลิตที่สูงขึ้น สำาหรับรายละเอียดในแต่ละสาขา มีดังนี้

การค้าและบริการต่างๆ การขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยวกลับมา สาขาปศุสัตว์ ในไตรมาส 2 ปี 2565 หดตัวร้อยละ 2.2 เมื่อ


ดำาเนินการได้มากขึน ส่งผลใหเกษตรกรเอาใจใส่การผลิตและมี เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 เนื่องจากเกษตรกรยังมีความกังวล
การบำารุงดูแลรักษามากขึ้น เพื่อให้สินค้าเกษตรมีคุณภาพมาตรฐาน เก่ยวกับสถานการณ์โรคระบาดตั้งแต่ปีท่ผ่านมา ประกอบกับต้นทุน


ตรงกับความต้องการของตลาด นอกจากนี้ การดำาเนินนโยบายและ การผลิตท่เพิ่มสูงขึ้นท้งราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และการบริหารจัดการ


มาตรการในด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต การควบคุม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากโรคระบาด อย่างไรก็ตาม ความต้องการ
คุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด บริโภคสินค้าปศุสัตว์ท่มีอย่างต่อเนื่อง รวมท้งการจัดการฟาร์มท่ได้






การขยายช่องทางการตลาดทงออนไลนและออฟไลน รวมถงการ มาตรฐานและการเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มงวด ทาให้ผลผลิตหลายชนิด



ส่งเสริมการใช้ ปุ๋ยชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์ การใช้ปุ๋ยเคมีอย่างถูกวิธี เพิ่มขึ้น



เพื่อลดภาระต้นทุนการผลิตท่สูงขึ้น ทาให้เกษตรกรสามารถทา ผลผลิตปศุสัตว์
การผลิต ได้อย่างต่อเนื่องและมีช่องทางในการจำาหน่ายสินค้าเกษตร สินค้าปศุสัตว์ที่มีผลผลิตลดลงอย่างมาก คือ สุกร เนื่องจาก
มากขึ้น เกษตรกรมีความกังวลกับโรคระบาดในสุกร โดยเฉพาะโรคอหิวาต์
สำาหรับภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 2 ขยายตัวได้ แอฟริกันในสุกร (African Swine Fever: ASF) ประกอบกับได้รับ

ต่อเนืองจากไตรมาสแรก โดยสาขาพืชมีการขยายตัวเพิมขึนมาก ผลกระทบจากต้นทุนการผลิตท่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรลด



เนื่องจากปริมาณน้ำาที่มีเพียงพอสำาหรับการเจริญเติบโตของพืช และ ปริมาณการเลี้ยงสุกรลง




สภาพอากาศท่เหมาะสมต่อการออกดอกติดผล ทาให้ผลผลิตพืช สินค้าปศุสัตว์ท่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ไก่เน้อ ไข่ไก่ และ
สำาคัญทั้งข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลำาไย ทุเรียน น้ำานมดิบ โดย ไก่เนื้อ ผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการขยายการผลิต
44 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE


ผลิตภัณฑ์ของไทย สินค้าปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์ท่มีปริมาณและมูลค่า

ส่งออกเพิ่มขึ้นในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2565 เมื่อเทียบกับช่วง
เดียวกันของปี 2564 คือ นมและผลิตภัณฑ์ เนื่องจากประเทศคู่ค้า
สำาคัญของไทย ได้แก่ ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว มาเลเซีย จีน และ
อินโดนีเซีย มีความต้องการนมและผลิตภัณฑ์ลดลง
สาขาประมง ในไตรมาส 2 ปี 2565 หดตัวร้อยละ 2.7 เมื่อ

เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 โดยการทาประมงทะเลลดลง

เนื่องจากสภาพอากาศท่มีมรสุมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ




ราคานามันที่สูงขึ้น ทำาให้มีการออกเรือจับสัตว์นาลดลง ขณะท่ก้ง ุ





ทะเลเพาะเลียงลดลง จากการลดระยะเวลาในการเลียงกงเพือเฝ้าระวง ั




และควบคุมโรค อย่างไรก็ตาม การเพาะเล้ยงสัตว์น้าจืดท้งปลานิล
และปลาดุกมีมากขึ้นจากปริมาณน้ำาในแหล่งน้ำาต่างๆ ที่มีมากขึ้น
ผลผลิตประมง
สินค้าประมงที่มีผลผลิตลดลง ได้แก่ สัตว์น้ำาที่นำาขึ้นท่าเทียบ


ปศุสัตว์ไตรมาส 2 หดตัว... เพื่อรองรับความต้องการของตลาดท้งในและต่างประเทศท่เพิ่มขึ้น เรือ และก้งทะเลเพาะเลี้ยง สัตว์นาที่นำาขึ้นท่าเทียบเรือในภาคใต้มี



ปริมาณลดลง เน่องจากมีมรสุมเข้ามาอย่างต่อเน่อง ทาให้ชาวประมง



หลังต้นทุนสูง และโรครุมเร้า ขณะที่ ไข่ไก่ ผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกษตรกรมีการจัดการฟาร์ม จับสัตว์น้ำาได้ลดลง ประกอบกับราคาน้ำามันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้

ท่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลผลิตไข่ไก่ออกส่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่าง


ชาวประมงลดการนาเรือออกไปจับสัตว์น้า ก้งทะเลเพาะเลี้ยง มี




ต่อเนื่อง และ น้ำานมดิบ ผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกษตรกรดูแล ปริมาณผลผลิตลดลง เน่องจากในช่วงท่ผ่านมาพบการระบาดของโรค

ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 2 ปี 2565 ขยายตัวร้อย มังคุด และเงาะ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะข้าวนาปรังและผลไม้ภาค เอาใจใส่สุขภาพของแม่โคเป็นอย่างดีและมีการปรับปรุง พันธุ์แม่โค ขี้ขาว ไวรัสตัวแดงดวงขาว หัวเหลือง ในก้งขาวแวนนาไม เกษตรกร

ละ 5.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 โดยมีปัจจัยสาคัญ ตะวันออกซึ่งเป็นผลผลิตหลักในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบ ให้มีอัตราการให้น้ำานมเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีการใช้เทคโนโลยีช่วยในการ จึงลดเวลาในการเลี้ยง ทำาให้ได้กุ้งที่มีขนาดเล็กลง



มาจากสภาพอากาศท่เอ้ออานวยมากขึ้น ปริมาณน้าในอ่างเก็บน้า ำ กับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สาขาบริการทางการเกษตรขยายตัว จัดการฟาร์มและควบคุมโรคระบาด สินค้าประมงท่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ปลานิล และปลาดุก






และแหล่งนำาธรรมชาติมีเพียงพอสำาหรับ การทาการเกษตร ประกอบ ได้ตามการเพาะปลูกและการเก็บเก่ยวพืชท่เพิ่มขึ้น และสาขาป่าไม้ ราคาสินค้าปศุสัตว์ ที่เกษตรกรขายได้ที่มีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นใน เน่องจากมีปริมาณน้าเพียงพอต่อการเลี้ยง จากปริมาณน้าฝนที่มี



กับราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดอยู่ในเกณฑ์ดี ทาให้เกษตรกรขยาย ขยายตัวจากปริมาณการผลิต ที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาด ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2565 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของ มากกว่าปีท่ผ่านมา และเกษตรกรมีการอนุบาลลูกปลาให้ได้ขนาดและ


การเพาะปลูกมากขึ้น รวมถึงความต้องการสินค้าเกษตรมีแนวโน้ม อย่างไรก็ตาม สาขาปศุสัตว์และสาขาประมงหดตัวลงจากปริมาณ ปี 2564 ได้แก่ สุกร ไก่เน้อ ไข่ไก่ และนานมดิบ สุกร ราคา แข็งแรงก่อนปล่อยลงบ่อเลี้ยง ทำาให้มีอัตราการรอดสูงขึ้น






เพิ่มขึ้นหลังจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของ การเลี้ยงท่ลดลงซึ่งเป็นผลจากการเฝ้าระวังโรคระบาดและต้นทุน เพิ่มขึ้น เน่องจากปริมาณผลผลิตออกส่ตลาดลดลงไม่เพียงพอกับ ราคาสินค้าประมง ที่เกษตรกรขายได้ที่มีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นใน
โควิด-19 ท้งในประเทศและต่างประเทศ ทาให้กิจกรรมการผลิต การผลิตที่สูงขึ้น สำาหรับรายละเอียดในแต่ละสาขา มีดังนี้ ความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ไก่เนื้อ ราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจาก ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2565 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของ


การค้าและบริการต่างๆ การขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยวกลับมา สาขาปศุสัตว์ ในไตรมาส 2 ปี 2565 หดตัวร้อยละ 2.2 เมื่อ ผ้บริโภคมีความต้องการบริโภคเนื้อไก่ทดแทนการบริโภคเนื้อสุกรท่มี ปี 2564 ได้แก่ ก้งขาวแวนนาไม ปลานิล และปลาดุก ก้งขาว





ดำาเนินการได้มากขึน ส่งผลใหเกษตรกรเอาใจใส่การผลิตและมี เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 เนื่องจากเกษตรกรยังมีความกังวล ผลผลิตลดลงและราคาเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการปรับราคาตาม แวนนาไม (ขนาด 70 ตัวต่อกิโลกรัม) ราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากความ







การบำารุงดูแลรักษามากขึ้น เพื่อให้สินค้าเกษตรมีคุณภาพมาตรฐาน เก่ยวกับสถานการณ์โรคระบาดตั้งแต่ปีท่ผ่านมา ประกอบกับต้นทุน ต้นทุนการผลิตท่สูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว ไข่ไก ราคา ต้องการของตลาดทงในประเทศและต่างประเทศเพิมขึน ปลานล





ตรงกับความต้องการของตลาด นอกจากนี้ การดำาเนินนโยบายและ การผลิตท่เพิ่มสูงขึ้นท้งราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และการบริหารจัดการ เพิมขึน เนืองจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทปรับตัวสูงขึน ทาให้ ขนาดกลาง และ ปลาดุกบิ๊กอุย (ขนาด 2-4 ตัวต่อกิโลกรัม) ราคา









มาตรการในด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต การควบคุม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากโรคระบาด อย่างไรก็ตาม ความต้องการ เกษตรกรมีการปรับราคา ให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตท่เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคที่หันมาบริโภคเนื้อปลา



คุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด บริโภคสินค้าปศุสัตว์ท่มีอย่างต่อเนื่อง รวมท้งการจัดการฟาร์มท่ได้ น้ำานมดิบ ราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเกษตรกรมีการจัดการที่ดี เพิ่มขึ้น ทดแทนเนื้อสัตว์อื่นๆ ที่มีราคาสูงขึ้น






การขยายช่องทางการตลาดทงออนไลนและออฟไลน รวมถงการ มาตรฐานและการเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มงวด ทาให้ผลผลิตหลายชนิด ทำาให้น้ำานมโคมีคุณภาพดีขึ้น การส่งออกสินค้าประมงและผลิตภัณฑ สินค้าประมงและ











ส่งเสริมการใช้ ปุ๋ยชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์ การใช้ปุ๋ยเคมีอย่างถูกวิธี เพิ่มขึ้น การส่งออกสินค้าปศุสัตวและผลิตภณฑ เร่มจาก สินค้าปศุสัตว ์ ผลตภณฑทมีปรมาณและมูลค่าส่งออกเพิมขึนในเดือนเมษายน 2565







เพื่อลดภาระต้นทุนการผลิตท่สูงขึ้น ทาให้เกษตรกรสามารถทา ำ ผลผลิตปศุสัตว์ และผลิตภัณฑทมีปรมาณและมูลค่าส่งออกลดลงในเดือนเมษายน- เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 ได้แก่ ปลาและผลิตภัณฑ์

การผลิต ได้อย่างต่อเนื่องและมีช่องทางในการจำาหน่ายสินค้าเกษตร สินค้าปศุสัตว์ที่มีผลผลิตลดลงอย่างมาก คือ สุกร เนื่องจาก พฤษภาคม 2565 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 คือ ปลาหมึกและผลิตภัณฑ์ ปลาและผลิตภัณฑ์ มีปริมาณและมูลค่า

มากขึ้น เกษตรกรมีความกังวลกับโรคระบาดในสุกร โดยเฉพาะโรคอหิวาต์ เน้อสุกรและผลิตภัณฑ์ เนื่องจากปริมาณผลผลิตสุกรในประเทศลดลง ส่งออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากประเทศคู่ค้าสำาคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่นและ

สำาหรับภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 2 ขยายตัวได้ แอฟริกันในสุกร (African Swine Fever: ASF) ประกอบกับได้รับ ส่วนสินค้าปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์ท่มีปริมาณส่งออกลดลงขณะท่มูลค่า สหรฐอเมรกา มีความต้องการเพิ่มขึน ปลาหมึกและผลิตภัณฑ






ต่อเนืองจากไตรมาสแรก โดยสาขาพืชมีการขยายตัวเพิมขึนมาก ผลกระทบจากต้นทุนการผลิตท่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรลด เพิ่มขึ้นในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2565 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน มีปริมาณและมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดส่งออกหลัก โดย



เนื่องจากปริมาณน้ำาที่มีเพียงพอสำาหรับการเจริญเติบโตของพืช และ ปริมาณการเลี้ยงสุกรลง ของปี 2564 คือ เนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ เนื่องจากราคาไก่เนื้อส่งออก เฉพาะอิตาลีและสหรัฐอเมริกามีความต้องการเพิ่มขึ้น สินค้าประมง
สภาพอากาศท่เหมาะสมต่อการออกดอกติดผล ทาให้ผลผลิตพืช สินค้าปศุสัตว์ท่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ไก่เน้อ ไข่ไก่ และ ท่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นประกอบกับค่าเงินเยนของญี่ปุ่นซึ่งเป็นคู่ค้าหลัก และผลิตภัณฑ์ท่มีปริมาณลดลง แต่มูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นในเดือน







สำาคัญทั้งข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลำาไย ทุเรียน น้ำานมดิบ โดย ไก่เนื้อ ผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการขยายการผลิต ของไทยอ่อนค่าลง ส่งผลให้ผ้นำาเข้าชะลอการส่งซื้อเน้อไก่และ เมษายน 2565 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 ได้แก่ กุ้ง


44 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 45

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE





































และผลิตภัณฑ์ เนื่องจากประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักมีความ สินค้าพืชทมีผลผลตลดลง ได้แก ข้าวนาปี มันสำาปะหลง


ต้องการนาเข้าลดลง ประกอบกับผ้ส่งออกประสบปัญหาความล่าช้า สับปะรด ยางพารา และปาล์มน้ำามัน โดย ข้าวนาปี ผลผลิตลดลง

ในการขนส่งระหว่างประเทศ ในขณะท่ประเทศคู่ค้าอ่นๆ ได้แก่ เนื่องจากราคาข้าวเปลือกในฤดูเพาะปลูกที่ผ่านมาไม่จูงใจ ประกอบ


สหรัฐอเมริกา มีการนำาเข้าเพิ่มขึ้น กับต้นทุนการผลิตท่เพ่มขึ้นจากราคาปัจจัยการผลิตท่สูงขึ้น และ




สาขาพืช ในไตรมาส 2 ปี 2565 ขยายตัวร้อยละ 9.3 เมื่อ ขาดแคลนแรงงาน ทาให้เกษตรกรบางส่วนปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอ่น


เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 เน่องจาก มีปริมาณนามากขึ้น ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า เช่น อ้อยโรงงาน และมันสำาปะหลัง เป็นต้น



และสภาพอากาศเหมาะสมสาหรับการเพาะปลูกพืช รวมถึงราคา รวมถึงปรับเปล่ยนไปทาเกษตรกรรมแบบผสมผสานและพืชผัก

สินค้าพืชหลายชนิดอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง จูงใจให้เกษตรกรขยายการ สวนครัว มันสำาปะหลัง ผลผลิตลดลง เนื่องจากเนื้อที่เก็บเกี่ยวลดลง
เพาะปลูกและเอาใจใส่ในการบำารุงดูแลผลผลิตพืชมากขึ้น จากพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม 2564 มี

ผลผลิตพืช สินค้าพืชทมีผลผลิตเพิมขึ้น ได้แก ข้าวนาปรง การปลูกซ่อมใหม่ ทำาให้รอบการปลูกเลื่อนออกไป จึงยังไม่สามารถ






ข้าวโพดเล้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลำาไย ทุเรียน มังคุด และเงาะ เก็บเก่ยวผลผลิตได้ในไตรมาสน้ ประกอบกับบางพื้นท่มีการปรับ



ข้าวนาปรัง ผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณน้าในอ่างเก็บนาและ เปล่ยนไปปลูกอ้อยท่มีราคาอยู่ในเกณฑ์ดี ปาล์มนำามัน ผลผลิตลดลง









แหล่งน้าธรรมชาติมีมากขึ้น เพียงพอสาหรับการเพาะปลูก เกษตรกร เนื่องจากสภาพอากาศเอ้ออานวยและเกษตรกรมีการบำารุงดูแล
















จึงขยายการเพาะปลูกในพืนทนาปรังเดิมทเคยปลอยวาง ทาให้มีพื้นที่ มากขึน ทาให ผลผลิตปาลมนามันออกสูตลาดเรวขึ้นและมีจำานวน




เพาะปลูกเพิ่มขึ้น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว ผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพ มากในไตรมาสท่ผ่านมา ส่งผลให้ผลผลิตปาล์มนามันท่เคยออกสู ่



อากาศท่เอ้ออานวยและปริมาณนาฝนเหมาะสม ประกอบกับราคา ตลาดสูงสุดในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม มีปริมาณลดลง




ท่อยู่ในเกณฑ์ดีจากความต้องการของตลาดท่มีอย่างต่อเนื่อง ราคาสินค้าพืช

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์ จูงใจให้เกษตรกร มีการ ราคาสินค้าพืชท่เกษตรกรขายได้ท่มีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในช่วง







ดูแลแปลงปลูก มีการควบคุมโรคและแมลงมากขึ้น ทาให้ผลผลิต เดือนเมษายน-มิถนายน 2565 เมือเทยบกบช่วงเดียวกนของปี 2564



เฉลี่ยต่อไร่เพิ่มขึ้น อ้อย ผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศท ี ่ ได้แก่ ข้าวโพดเล้ยงสัตว มันสำาปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ามัน






เอ้อต่อการเพาะปลูกและปริมาณนาฝนท่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นอ้อย และเงาะ เร่มจาก ข้าวโพดเลยงสัตว ราคาเพิมขน เนืองจากการ








เจริญเติบโตได้ดี ประกอบกับราคาท่อยู่ในเกณฑ์ดี และโรงงานนาตาล ขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ ความขัดแย้ง


มีการประกันราคารับซื้อผลผลิตอ้อยสดคุณภาพดี รวมถึงภาครัฐ ระหว่างรัสเซียและยูเครน ทาให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในตลาดโลก

มีมาตรการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ ส่งเสริมให้เกษตรกรตัดอ้อยสด ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ความต้องการใช้ ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์
ลดการเผาใบอ้อย และมีการรับซื้อใบอ้อย เพื่อนาไปเป็นวัตถุดิบใน ยังมีอยู่อย่างต่อเน่อง ส่งผลให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศปรับ


การผลิตไฟฟ้า ทำาให้เกษตรกรเอาใจใส่ดูแลผลผลิตอ้อยให้มีคุณภาพ ตัวสูงขึ้น มันสำาปะหลัง ราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลผลิตมันสำาปะหลัง




ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น ของไทยยังเป็นท่ต้องการใช้สาหรับเป็นวตถดิบ ในอุตสาหกรรม
อาหารและอุตสาหกรรมเอทานอลของตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
46 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE


ส่วนถ่านไม้เพิ่มขึ้นจากการส่งออก ไปยังจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ที่
เพิ่มขึ้น ประกอบกับความต้องการใช้ในประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ
ธุรกิจร้านอาหารและโรงแรมภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โควิด-19 คลี่คลายลง ในด้านครั่งยังคงเป็นที่ต้องการใช้เป็นวัตถุดิบ
ในหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมหมึกพิมพ์


และอุตสาหกรรมเก่ยวกับวัสดุท่เป็นฉนวนไฟฟ้า เป็นต้น รวมถึงการ

ส่งออกไปยังอินเดียท่มีอย่างต่อเน่อง สำาหรับรังนกมีความต้องการ

จากประเทศจีนสาหรับบริโภคเป็นอาหารเสริมบำารุงสุขภาพ ขณะท่



ไม้ยางพาราลดลงตามพื้นท่การตัดโค่นสวนยางพาราเก่าเพื่อปลูก
ทดแทนด้วยยางพาราพันธุ์ดีและพืชอ่น ประกอบกับราคายางพารา

ปรับตัวเพิ่มขึ้น จูงใจให้เกษตรกรมีการตัดโค่นไม้ยางพาราลดลง
แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรในปี 2565 คาดว่าจะขยายตัวอยู่
ในช่วงร้อยละ 2.4 - 3.4 เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยทุกสาขา
การผลิต ได้แก่ สาขาพืช สาขาปศุสัตว์ สาขาประมง สาขาบริการ
ทางการเกษตร และสาขาป่าไม้ มีแนวโน้มขยายตัว เนื่องจากฝน





และผลิตภัณฑ์ เนื่องจากประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักมีความ สินค้าพืชทมีผลผลตลดลง ได้แก ข้าวนาปี มันสำาปะหลง โดยเฉพาะประเทศจีน ปาล์มน้ำามัน ราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาผล ที่ตกอย่างต่อเนื่อง ทำาให้มีปริมาณน้ำาในอ่างเก็บน้ำาและแหล่งน้ำาตาม





ต้องการนาเข้าลดลง ประกอบกับผ้ส่งออกประสบปัญหาความล่าช้า สับปะรด ยางพารา และปาล์มน้ำามัน โดย ข้าวนาปี ผลผลิตลดลง ปาล์มน้ามันท่เกษตรกรขายได้และราคานามันปาล์มดิบในประเทศมี ธรรมชาติมากกว่าปีท่ผ่านมา และสภาพอากาศท่มีความเหมาะสม





ในการขนส่งระหว่างประเทศ ในขณะท่ประเทศคู่ค้าอ่นๆ ได้แก่ เนื่องจากราคาข้าวเปลือกในฤดูเพาะปลูกที่ผ่านมาไม่จูงใจ ประกอบ การปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ามันปาล์มดิบในตลาดโลกท่มีแนวโน้ม มากขึ้น ประกอบกับความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ในการส่งเสริม



สหรัฐอเมริกา มีการนำาเข้าเพิ่มขึ้น กับต้นทุนการผลิตท่เพ่มขึ้นจากราคาปัจจัยการผลิตท่สูงขึ้น และ สูงขึ้นจากความต้องการใช้ในตลาดโลกท่ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่าง ให้เกษตรกรมีการใช้เทคโนโลยี ในการผลิตและใช้ปัจจัยการผลิตอย่าง




สาขาพืช ในไตรมาส 2 ปี 2565 ขยายตัวร้อยละ 9.3 เมื่อ ขาดแคลนแรงงาน ทาให้เกษตรกรบางส่วนปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอ่น ต่อเนื่อง เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนการผลิต ยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพ

เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 เน่องจาก มีปริมาณนามากขึ้น ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า เช่น อ้อยโรงงาน และมันสำาปะหลัง เป็นต้น ราคาสินค้าพืชท่เกษตรกรขายได้ท่มีราคาเฉล่ยลดลงในช่วง ได้มาตรฐาน และบริหารจัดการการผลิตและการตลาดให้สอดคล้อง














และสภาพอากาศเหมาะสมสาหรับการเพาะปลูกพืช รวมถึงราคา รวมถึงปรับเปล่ยนไปทาเกษตรกรรมแบบผสมผสานและพืชผัก เดือนเมษายน-มิถนายน 2565 เมือเทยบกบช่วงเดียวกนของปี 2564 กบความต้องการของตลาด นอกจากนี การผอนคลายมาตรการ



สินค้าพืชหลายชนิดอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง จูงใจให้เกษตรกรขยายการ สวนครัว มันสำาปะหลัง ผลผลิตลดลง เนื่องจากเนื้อที่เก็บเกี่ยวลดลง ได้แก่ ข้าว สับปะรดโรงงาน ลำาไย ทุเรียน และมังคุด ข้าว ราคา ควบคุม การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

เพาะปลูกและเอาใจใส่ในการบำารุงดูแลผลผลิตพืชมากขึ้น จากพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม 2564 มี ลดลง เน่องจากปริมาณผลผลิตข้าวออกส่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเน่อง ผู้ประกอบการต่างๆ ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ การท่องเที่ยว






ผลผลิตพืช สินค้าพืชทมีผลผลิตเพิมขึ้น ได้แก ข้าวนาปรง การปลูกซ่อมใหม่ ทำาให้รอบการปลูกเลื่อนออกไป จึงยังไม่สามารถ โดยเฉพาะข้าวนาปรังท่มีผลผลิตเพิ่มขึ้นมาก สับปะรด ราคาลดลง และการขนส่ง มีการดำาเนินการมากขึ้น ทาให้ความต้องการสินค้า








ข้าวโพดเล้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลำาไย ทุเรียน มังคุด และเงาะ เก็บเก่ยวผลผลิตได้ในไตรมาสน้ ประกอบกับบางพื้นท่มีการปรับ เน่องจากฝนท่ตกชุกในช่วงท่ผ่านมา ทาให้ผลสับปะรดสุกเร็ว เกษตรท้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น และการส่งออกสินค้า






ข้าวนาปรัง ผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณน้าในอ่างเก็บนาและ เปล่ยนไปปลูกอ้อยท่มีราคาอยู่ในเกณฑ์ดี ปาล์มนำามัน ผลผลิตลดลง เกษตรกรจึงมีการเก็บเก่ยวก่อนกาหนด โดยท่ขนาดผลยังไม่เติบโต เกษตรและผลิตภัณฑมีแนวโน้มขยายตัวได้มากขึน อย่างไรก็ตาม











แหล่งน้าธรรมชาติมีมากขึ้น เพียงพอสาหรับการเพาะปลูก เกษตรกร เนื่องจากสภาพอากาศเอ้ออานวยและเกษตรกรมีการบำารุงดูแล เต็มที่ ส่งผลให้ราคาสับปะรดที่เกษตรกรขายได้ลดลง ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ ภาวะฝนท้ง ิ














จึงขยายการเพาะปลูกในพืนทนาปรังเดิมทเคยปลอยวาง ทาให้มีพื้นที่ มากขึน ทาให ผลผลิตปาลมนามันออกสูตลาดเรวขึ้นและมีจำานวน สาขาบริการทางการเกษตร ในไตรมาส 2 ปี 2565 ขยายตัว ช่วงในบางพื้นท่ และพายุฝนท่อาจรุนแรงมากขึ้นในช่วงฤดูฝน ต้นทุน












เพาะปลูกเพิ่มขึ้น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว ผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพ มากในไตรมาสท่ผ่านมา ส่งผลให้ผลผลิตปาล์มนามันท่เคยออกสู ่ ร้อยละ 4.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 โดยกิจกรรม การผลิตท่สูงขึ้นจากราคาปัจจัยการผลิตท่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นท้ง











อากาศท่เอ้ออานวยและปริมาณนาฝนเหมาะสม ประกอบกับราคา ตลาดสูงสุดในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม มีปริมาณลดลง การเตรียมดินเพิ่มขึ้นตามการเพาะปลูกพืชสาคัญท่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ราคานามัน ปุ๋ยเคมี สารกาจัดศัตรูพืช และอาหารสัตว์ รวมถึง




ท่อยู่ในเกณฑ์ดีจากความต้องการของตลาดท่มีอย่างต่อเนื่อง ราคาสินค้าพืช ข้าวนาปี ข้าวโพดเล้ยงสัตว์ และข้าวนาปรังเน่องจากสภาพอากาศ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรสเซียและยูเครนท่ยังคงยืดเยื้อ




โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์ จูงใจให้เกษตรกร มีการ ราคาสินค้าพืชท่เกษตรกรขายได้ท่มีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในช่วง และปริมาณน้ำาเพียงพอสำาหรับการเพาะปลูกพืช และราคาพืชหลาย ทำาให้หลายประเทศประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ และอาจส่งผลให ้

:
l
e
i
File: OAE Q2 65 OAE Q2 65

F
เศรษฐกิจโลกชะลอตัว










ดูแลแปลงปลูก มีการควบคุมโรคและแมลงมากขึ้น ทาให้ผลผลิต เดือนเมษายน-มิถนายน 2565 เมือเทยบกบช่วงเดียวกนของปี 2564 ชนิดอยูในเกณฑ์ดี ทาใหเกษตรกร มีการเตรียมพื้นท่และทาการเพาะ File: OAE Q2 65 ว ไต ร มาส 2 ั ห ด ต ว ั . . . ห ล ั ง ต น ท น ุ ส ุู ง แ ้ ล ุ ้

ุสัต
ปศ
ปศุสัตว์ไตรมาส 2 หดตัว...หลงต้นทุนสูง และโรครมเรา ะโรครมเรา



ปศุสัตว์ไตรมาส 2 หดตัว...หลงต้นทุนสูง และโรครมเรา





เฉลี่ยต่อไร่เพิ่มขึ้น อ้อย ผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศท ี ่ ได้แก่ ข้าวโพดเล้ยงสัตว มันสำาปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ามัน ปลูกมากขึ้น สาหรับกิจกรรมการเก็บเก่ยวผลผลิตเพิ่มขึ้นตามพื้นท อัตราการเติบโตของภาคเกษตร อัตราการเติบโตของภาคเกษตร ุ ้


อัตราการเติบโตของภาคเกษตร





เอ้อต่อการเพาะปลูกและปริมาณนาฝนท่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นอ้อย และเงาะ เร่มจาก ข้าวโพดเลยงสัตว ราคาเพิมขน เนืองจากการ เก็บเกี่ยวผลผลิตพืชสำาคัญ ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปรัง และอ้อย หน่วย: ร้อยละ หน่วย: ร้อยละ









หน่วย: ร้อยละ
2

มาส

5

6
5
เมษาย
/
2
(


ุน
มิถ

ไต






เจริญเติบโตได้ดี ประกอบกับราคาท่อยู่ในเกณฑ์ดี และโรงงานนาตาล ขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ ความขัดแย้ง โรงงาน เนื่องจากการขยายพื้นท่เพาะปลูก ทาให้พื้นท่เก็บเก่ยว สาขา สาขา ไตรมาส 2/2565 (เมษายน – มิถุนายน 2565) ายน 2565)

สาขา
ไตรมาส 2/2565 (เมษายน – มิถุนายน 2565)
5.7
ภาคเกษตร ภาคเกษตร
5.7
5.7
ภาคเกษตร
มีการประกันราคารับซื้อผลผลิตอ้อยสดคุณภาพดี รวมถึงภาครัฐ ระหว่างรัสเซียและยูเครน ทาให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในตลาดโลก ผลผลิตเพิ่มขึ้นด้วย พืช พืช 9.3 9.3

9.3
พืช
มีมาตรการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ ส่งเสริมให้เกษตรกรตัดอ้อยสด ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ความต้องการใช้ ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สาขาป่าไม้ ในไตรมาส 2 ปี 2565 ขยายตัวร้อยละ 2.0 เมื่อ ปศุสัตว์ ปศุสัตว์ -2.2 -2.2
ปศุสัตว์
-2.2


ลดการเผาใบอ้อย และมีการรับซื้อใบอ้อย เพื่อนาไปเป็นวัตถุดิบใน ยังมีอยู่อย่างต่อเน่อง ส่งผลให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศปรับ เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 เนื่องจากผลผลิตไม้ยูคาลิปตัส ประมง ประมง -2.7 -2.7
ประมง
-2.7

กา
บร
รท

บริการทางการเกษตร
การผลิตไฟฟ้า ทำาให้เกษตรกรเอาใจใส่ดูแลผลผลิตอ้อยให้มีคุณภาพ ตัวสูงขึ้น มันสำาปะหลัง ราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลผลิตมันสำาปะหลัง ถ่านไม้ คร่ง และรังนัก เพิ่มขึ้น โดยไม้ยูคาลิปตัสยังคงเป็นท่ต้องการ บริการทางการเกษตร งการเกษตร 4.2 4.2

4.2

ป่าไม้
2.0
ป่าไม้
2.0
2.0
ป่าไม้
ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น ของไทยยังเป็นท่ต้องการใช้สาหรับเป็นวตถดิบ ในอุตสาหกรรม ของตลาดท้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ลาว และ ทีมา: กองนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร ส านักงานเศรษฐกิจการเกษตร การเกษตร





นเศ


กง

รษฐ

กิจ
กอง
นโ
ยและแผ
ยบา
ที


:
มา
ตร
รเกษ



ฒนา
นพ
กา


อาหารและอุตสาหกรรมเอทานอลของตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ญี่ปุ่น เพื่อนำาไปใช้ผลิตเยื่อกระดาษและแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล ทีมา: กองนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร ส านักงานเศรษฐกิจการเกษตร






(ประมาณการ ณ เดือนกรกฎาคม 2565) ดือนกรกฎาคม 2565)





ณกา


ะมา


ปร
(
(ประมาณการ ณ เดือนกรกฎาคม 2565)

46 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 47

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE



































ILDEX Vietnam 2022


งานแสดงสินค้าปศุสัตว์เวียดนามจัดใหญ่...


ผู้ร่วมงานคับคั่ง







ILDEX VIETNAM 2022 (อิลเด็กซ์ เวียดนาม) คร้งท่ 8 (MOIT) และสมาคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ในประเทศเวียดนาม รวมทั้ง


งานแสดงเทคโนโลยีและสินค้าสาหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ ์ แขกผ้มีเกียรติจากสถานเอกอัครราชทูตฯ เช่น เอกอัครราชทูต

จากนม การแปรรูปเน้อสัตว์ และการเพาะเล้ยงสัตว์น้าสำาหรับ บราซิล ณ กรุงฮานอย เอกอัครราชทูตปากีสถาน ณ กรุงฮานอย




ประเทศเวียดนาม เปิดประตูส่เวทีเจรจาการค้าเต็มรูปแบบ พร้อม กงสุล (พาณิชย์) ประสบความสาเร็จ และสานักงานวฒนธรรมใน



นำาเสนอโซลูชั่นสาหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ จากผ้ประกอบการ เวียดนาม สถานกงสุลเยอรมนี และสถานกงสุลแคนาดา

ชั้นนำากว่า 250 แบรนด์ทั่วโลก เริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 3-5 สิงหาคม หลังจากผ่านความท้าทายต่างๆ ท่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อ

พ.ศ. 2565 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไซง่อน นครโฮจิมินห์ อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร การเกษตร และปศุสัตว์ สังเกตได้ว่า

ประเทศเวียดนาม จัดโดย VNU Asia Pacific ร่วมกับพันธมิตรการ อปสงค์ในตลาดเวยดนามเพิมขึนอย่างมาก และประเทศเวยดนามก ็






จัดงานท้องถิ่น VEAS เป็นผ้ผลิตอาหารรายใหญ่อันดับ 10 ของโลกในปัจจุบัน เน่องจาก

พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการเร่มขึ้นในเวลา 10.00 น. โดย การผลิตอาหารสัตว์เติบโตขึ้นอย่างต่อเน่องถึง 13-15% ต่อปี

มี คุณ Duong Tat Thang อธิบดีกรมปศุสัตว์กระทรวงเกษตรและ ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เชิงพาณิชย์ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโต CAGR
การพัฒนาชนบทเวียดนาม ร่วมด้วย คุณ Fernando Apparicio ประมาณ 6.6% ต่อปี และภายในปี พ.ศ. 2571 การบริโภคเนื้อหมู
da Silva เอกอัครราชทูตฯ ประเทศบราซิล ณ กรุงฮานอย และ ต่อหวในตลาดเวียดนามคาดว่าจะสูงถงเกอบ 33 กโลกรมต่อคน





คุณ อิกอร์ เพาก้า กรรมการผู้จัดการ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค ร่วม ต่อปี

กล่าวเปิดงานในครั้งนี้ พร้อมด้วยแขก VIP จากหลากหลายองค์กร แม้ว่างานอิลเด็กซ์ เวียดนามคร้งล่าสุด ท่จัดขึ้นในปี 2018



ได้แก่ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของ และได้ถูกเลื่อนออกไปหลังจากน้น อย่างไรก็ตามขณะน้สถานการณ ์

เวียดนาม (MARD) ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรแห่งชาติ (NAEC) ดีขึ้นจนเกือบเข้าสู่สถาณการณ์ปกติ ทาให้ความต้องการจากตลาด

กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของเวียดนาม (MARD) การ ปศุสัตว์ในเอเชียแปซิฟิกยังคงสูงขึ้นเร่อยๆ ถึงเวลาแล้วท่เราจะ

ส่งเสริมการค้า นครโฮจิมินห์ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า เริ่มต้นกิจกรรมทางธุรกิจของเราใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในปีนี้เป็นครั้งที่
48 สัตว์เศรษฐกิจ

LIVESTOCK ข่าวสารและสาระสำาหรับวงการเลี้ยงสัตว์
PRODUCTION MAGAZINE


ผลิตภัณฑ์นม การแปรรูปเนื้อสัตว์ และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำา ได้รับ
การพิสูจน์แล้วว่าเป็นโอกาสที่ดีสำาหรับบริษัททั้งในและต่างประเทศที่
ไม่เพียงแต่แนะนำาผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ยังได้รับข้อมูลอัปเดตเก่ยวกับ

แนวโน้มตลาด อัปเดทข่าวสารเทคโนโลยีใหม่ และส่งเสริมความร ู ้
ใหม่ๆ ผ่านการจัดงานสัมมนาที่นำาเสนอโดยวิทยากรที่มีชื่อเสียงจาก

ธุรกิจนั้นๆ นอกจากน้งานแสดงสินค้าในคร้งน้ ยังเป็นการสร้างตลาด


สร้างเครือข่ายทางธุรกิจท่แข็งแรง เสริมสร้างการกระตุ้นการลงทุน

จากนานาชาติสู่ภูมิภาคเอเชีย เพื่อขยายธุรกิจผ่านกิจกรรมไฮไลท์ที่
หลากหลาย รวมถึงพาวิลเลี่ยนนานาชาติ การจับคู่ธุรกิจ และ




โปรแกรม Hosted Buyer Program ท่นาพาผ้ซื้อรายสาคัญจาก
นานาประเทศมาสู่เวียดนาม ฯลฯ
ในปี 2022 นี้ ผ้เข้าร่วมงานจะได้พบกับแบรนด์ชั้นนำากว่า 250

แบรนด์จากกว่า 30 ประเทศและ พาวิเลี่ยนจากต่างประเทศรวม

8 ของงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีเคร่องมือสำาหรับธุรกิจปศุสัตว์ แล้วกว่า 6 ประเทศ จากสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส สาธารณรัฐเช็ก
ผลิตภัณฑ์จากนม และสัตว์นาระดับนานาชาติ ในตลาดเวียดนาม ซึ่ง สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และอิตาลีท่งานของเรา โดยงาน



เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีควรามสำาคัญอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย งานอิลเด็กซ์ เวียดนาม 2022 พร้อมต้อนรับ บริษัทผู้ประกอบการ

ILDEX Vietnam 2022 ภายในงานอิลเด็กซ์ เวียดนาม เป็นงานแสดงสินค้าท่มุ่งเน้น กว่า 150 แห่งจาก 25 ประเทศ อาทิ ประเทศออสเตรีย เบลเยียม

การค้าระหว่างประเทศท่ครอบคลุมหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นฟาร์ม
แคนาดา จีน สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี
งานแสดงสินค้าปศุสัตว์เวียดนามจัดใหญ่... สุกร สัตว์ปีก ผลิตภัณฑ์นม ไข่ การจัดการฟาร์ม และการแปรรูป ญี่ปุ่น เกาหลี เนเธอร์แลนด์ ไทย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา
เนื้อสัตว์ นอกจากนี้บริษัทชั้นนาจากนานาประเทศจะมานาเสนอ
และอีกมากมาย พร้อมกับแบรนด์ดังมากมาย อาทิเช่น EVONIK,




ผู้ร่วมงานคับคั่ง ผลิตภัณฑ์ของตนแก่ผ้ซื้อรายสำาคัญและผ้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม HUALI, BEHN MEYER, PEJA, LUCTA, MIAVIT ฯลฯ นอกจาก
นี้โอกาสท่ได้ติดต่อกับผ้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมปศุสัตว์กว่า 8,000



ในเวียดนาม ซึ่งนับเป็นระยะเวลากว่า 20 ปีแล้วท่ผ้จัดงานได้ส่งเสริม


รายจาก 40 ประเทศภายใต้พื้นที่กว่า 5,000 ตร.ม. ของพื้นที่จัด
ตลาดเวียดนามให้เป็นจุดหมายปลายทางสาหรับนักลงทุนต่างชาติมา



อย่างต่อเนื่อง แสดงสินค้า นอกจากน้กิจกรรมต่างๆ ท่จัดขึ้นในงานจัดทาขึ้นเป็น
ILDEX VIETNAM 2022 (อิลเด็กซ์ เวียดนาม) คร้งท่ 8 (MOIT) และสมาคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ในประเทศเวียดนาม รวมทั้ง ย้อนไปเมื่องานอิลเด็กซ์ เวียดนาม 2018 ได้ต้อนรับผู้เข้าร่วม พิเศษโดยผ้จัดงานโดยร่วมมือกับสมาคมอุตสาหกรรม สถาบันการ





งานแสดงเทคโนโลยีและสินค้าสาหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ ์ แขกผ้มีเกียรติจากสถานเอกอัครราชทูตฯ เช่น เอกอัครราชทูต จากต่างประเทศกว่า 1,924 คน จาก 40 ประเทศ ในช่วง 3 วัน ศึกษา และแบรนด์ระดับโลกเพื่อให้ความร้ คำาแนะนำา โซลูชันทาง

จากนม การแปรรูปเน้อสัตว์ และการเพาะเล้ยงสัตว์น้าสำาหรับ บราซิล ณ กรุงฮานอย เอกอัครราชทูตปากีสถาน ณ กรุงฮานอย ของการจัดนิทรรศการ และผ้เข้าชมงานชาวเวียดนามมากกว่า 8,000 ธุรกิจ และกลยุทธ์ที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตและการพัฒนาที่ยั่งยืน








ประเทศเวียดนาม เปิดประตูส่เวทีเจรจาการค้าเต็มรูปแบบ พร้อม กงสุล (พาณิชย์) ประสบความสาเร็จ และสานักงานวฒนธรรมใน ราย เกิดการประชุมทางธุรกิจท่ประสบความสำาเร็จมากกว่า 100 ภายในงาน งานอิลเด็กซ์ เวียดนาม นั้นมีกิจกรรมที่น่าสนใจ


นำาเสนอโซลูชั่นสาหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ จากผ้ประกอบการ เวียดนาม สถานกงสุลเยอรมนี และสถานกงสุลแคนาดา รายการ ซึ่งในปีนี้งานอิลเด็กซ์ เวียดนาม 2022 มีกำาหนดการจัด หลายอย่าง เช่น การประชุมทางธุรกิจแบบตัวต่อตัวระหว่างผ้เข้าชม


ชั้นนำากว่า 250 แบรนด์ทั่วโลก เริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 3-5 สิงหาคม หลังจากผ่านความท้าทายต่างๆ ท่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อ งานระหว่างวันที่ 3-5 สิงหาคม 2565 ที่ ศูนย์นิทรรศการและการ งานและผ้แสดงสินค้า ท่ทางผ้จัดงานนั้นได้จัดขึ้นเพื่อช่วยให้ท้งสอง





พ.ศ. 2565 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไซง่อน นครโฮจิมินห์ อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร การเกษตร และปศุสัตว์ สังเกตได้ว่า ประชุมไซง่อน (SECC) นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม จาก ฝ่ายเจอกลุ่มเป้าหมายที่มุ่งหวัง โปรแกรมผู้ซื้อวีไอพีจะทำาให้ผู้แสดง





ประเทศเวียดนาม จัดโดย VNU Asia Pacific ร่วมกับพันธมิตรการ อปสงค์ในตลาดเวยดนามเพิมขึนอย่างมาก และประเทศเวยดนามก ็ พันธมิตรการจัดงานและผ้ประกอบการท่ยังคงมองเห็นโอกาสทาง สินค้ามีโอกาสท่ดีในการเข้าถึงผ้ซื้อชั้นนำาและขยายเครือข่ายธุรกิจของ




จัดงานท้องถิ่น VEAS เป็นผ้ผลิตอาหารรายใหญ่อันดับ 10 ของโลกในปัจจุบัน เน่องจาก ธุรกิจในตลาดนี้ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค ผู้จัดงาน เชื่อมั่นว่างาน พวกเขา และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย




พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการเร่มขึ้นในเวลา 10.00 น. โดย การผลิตอาหารสัตว์เติบโตขึ้นอย่างต่อเน่องถึง 13-15% ต่อปี แสดงสินค้านี้จะส่งเสริมให้ตลาดอุตสาหกรรมปศุสัตว์และการเพาะ ในปัจจุบัน 95% ของพื้นท่จัดแสดงงานอิลเด็กซ์ เวียดนาม

มี คุณ Duong Tat Thang อธิบดีกรมปศุสัตว์กระทรวงเกษตรและ ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เชิงพาณิชย์ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโต CAGR เลี้ยงสัตว์น้าในภูมิภาคแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ด้วยความร่วมมือจาก 2022 คับคั่งไปด้วยบูธผ้ประกอบการชั้นนำาจากนานาประเทศ ซ่งการ



การพัฒนาชนบทเวียดนาม ร่วมด้วย คุณ Fernando Apparicio ประมาณ 6.6% ต่อปี และภายในปี พ.ศ. 2571 การบริโภคเนื้อหมู หลากหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น ผ้จัดงานจากท้องถ่น Minh Vi จัดงานแสดงสินค้าในรูปแบบปกตินได้พิสูจน์แลววาเป็นโอกาสทดี













da Silva เอกอัครราชทูตฯ ประเทศบราซิล ณ กรุงฮานอย และ ต่อหวในตลาดเวียดนามคาดว่าจะสูงถงเกอบ 33 กโลกรมต่อคน Exhibition & Advertising Services Co., Ltd - VEAS การ สำาหรับบริษัทท้งในและต่างประเทศท่ไม่เพียงแต่แนะนาผลิตภัณฑ์ใหม่



คุณ อิกอร์ เพาก้า กรรมการผู้จัดการ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค ร่วม ต่อปี ให้การสนับสนุนจาก VIV Worldwide เพื่อเสริมให้เครือข่ายทาง แต่ยังได้รับข้อมูลอัปเดตเก่ยวกับแนวโน้มตลาด ข่าวสารเทคโนโลยี



กล่าวเปิดงานในครั้งนี้ พร้อมด้วยแขก VIP จากหลากหลายองค์กร แม้ว่างานอิลเด็กซ์ เวียดนามคร้งล่าสุด ท่จัดขึ้นในปี 2018 ธุรกิจปศุสัตว์กว้างขวางขึ้น ตลอดจนพันธมิตรในอุตสาหกรรม ใหม่ และส่งเสริมความร้ผ่านการจัดงานสัมมนาท่นาเสนอโดยวิทยากร





ได้แก่ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของ และได้ถูกเลื่อนออกไปหลังจากน้น อย่างไรก็ตามขณะน้สถานการณ ์ สมาคม และพันธมิตรด้านสื่อในระดับสากลและระดับท้องถ่นท่มีส่วน ที่มีชื่อเสียงจากภาคธุรกิจนั้นๆ



เวียดนาม (MARD) ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรแห่งชาติ (NAEC) ดีขึ้นจนเกือบเข้าสู่สถาณการณ์ปกติ ทาให้ความต้องการจากตลาด ส่งเสริมในการจัดงานครั้งนี้ รายละเอียดของงานกรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.ildex-


กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของเวียดนาม (MARD) การ ปศุสัตว์ในเอเชียแปซิฟิกยังคงสูงขึ้นเร่อยๆ ถึงเวลาแล้วท่เราจะ งานอิลเด็กซ์ เวียดนาม เป็นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ vietnam.com เชื่อมต่อกับเราได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย @ildex-
ส่งเสริมการค้า นครโฮจิมินห์ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า เริ่มต้นกิจกรรมทางธุรกิจของเราใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในปีนี้เป็นครั้งที่ ท่จัดขึ้นเป็นประจำาทุกๆ 2 ปีท่ มุ่งเน้นไปท่ภาคธุรกิจปศุสัตว์ exhibitions หรืออีเมล [email protected]



48 สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์เศรษฐกิจ 49

LIVESTOCK
PRODUCTION MAGAZINE


กรมปศุสัตว์จะพัฒนางานด้านปศุสัตว์ให้เกิดประโยชน์แก ่
บอกกล่าวเล่าสิบ เกษตรกรยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และภาคภูมิใจท่ได้เป็นส่วนหน่งใน


การสนองพระราชดำาริ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกภาคส่วน รวม




บอกกล่าวเล่าสิบ ประจำาฉบับที่ 895 เดือนสิงหาคม...เริ่มจาก ท้งเกษตรกรท่เข้าร่วมโครงการในคร้งน้ จะตั้งใจและร่วมมือกัน





“กรมปศุสัตว์ สนองงานตามพระราชดำาริ พระบรมราชชนน ี ดำาเนินงานใหบรรลุเป้าหมาย ประสบผลสาเรจตามวตถประสงค์


พันปีหลวง” ดำาเนินโครงการสัตวแพทย์พระราชทาน จ.นครพนม ของโครงการฯ ต่อไป ท้งนี้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมค้นหาได้ท่


เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา” นายสัตว์แพทย์ www.dld.go.th หรอสายด่วนกรมปศุสัตว์ 063-225-6888 หรอ
สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคล application DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์ลงพื้นท่มอบเสบียงหญ้าอาหารสัตว์


พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 90 พรรษา ในวันท่ 12 สิงหาคม พร้อมถุงยังชีพ ช่วยเหลือเกษตรกรผ้เลี้ยงสัตว์ท่ประสบปัญหาอุทกภัย



2565 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมราลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในพื้นท่อาเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ดโดยมีนายสุรพล ธัญญเจริญ

กรมปศุสัตว์ได้สนองงานตามพระราชดำาริจัดโครงการสัตวแพทย์ ปศุสัตว์เขต 4, นายเศกสรรค์ สวนกูล ผอ.สำานักพัฒนาอาหารสัตว์,

พระราชทานในพระราชดำาริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม น.ส.เยาวนิตย์ บุรีรักษา เลขานุการกรม, และเจ้าหน้าท่เข้าร่วม
ราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้บริการด้านสวัสดิภาพ ติดตามการดำาเนินกิจกรรมการจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์สืบต่อมาจนถึง


สัตว์แก่เกษตรกรและประชาชนผู้เลี้ยงสัตว์ เป็นการแบ่งเบาพระราช ปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์ดังน้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสาหรับ


กรณียกิจอีกทางหน่ง สร้างคุณประโยชน์ให้แก่เกษตรกรผ้ยากไร้ ให้ความช่วยเหลือด้านเสบียงสัตว์แก่เกษตรกรเมื่อเกิดภัยพิบัติให้ทัน

อยู่ห่างไกลและขาดโอกาส มีการออกหน่วยให้บริการตรวจรักษา ท่วงทีเพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสียหายท่อาจจะเกิดขึ้นต่อสัตว ์


พยาบาลสัตว์ บริการผสมเทียม ให้คำาปรึกษาแนะนาด้านปศุสัตว์ เล้ยงเพื่อลดภาระการเดินทางของเกษตรกรในการเดินทางมาขอรับ
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์ กำาจัดพยาธิภายใน - ภายนอก แจกยา ความช่วยเหลือเสบียงสัตว์ที่สำานักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือศูนย์วิจัย
และเวชภัณฑ์สำาหรับสัตว์ ผ่าตัดทาหมันสุนัขและแมว เพี่อช่วยพัฒนา และพัฒนาอาหารสัตว์ตั้งแต่ปี 2545-2564

สุขภาพสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านให้มีความสมบูรณ์แข็งแรง เป็นการ กรมปศุสัตว์ ได้จัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ประจำาตำาบลเพื่อเป็นการ

ป้องกันโรคระบาดสัตว์และโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน ซึ่งการจัด เตรียมความพร้อมเตรียมรับมือกับภัยพิบัติแล้ว 670 แห่งท่วประเทศ
โครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ ท่จังหวัดนครพนม ในปี 2565 และในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 นี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์


นี้เป็นครั้งที่ 64 แล้ว ร้อยเอ็ดดำาเนินการร่วมกันกับสานักงานปศุสัตว์จังหวัด ได้พิจารณา



โครงการสัตวแพทย์พระราชทานเร่มดำาเนินงานมาตั้งแต่ ร่วมกันแล้วว่าพื้นท่บ้านวังยาว ตำาบลพลับพลา อาเภอเชียงขวัญ









ปี 2550 ในจังหวัดสกลนครเป็นที่แรก โดยจัดกิจกรรมปีละ 4 ครั้ง จังหวดรอยเอดเป็นพืนท่ทเหมาะสมท่จะจัดตั้งใหมีคลังเสบียงสัตว์


ปี 2565 นี้เป็นปีท่ 15 ของโครงการ ได้ดำาเนินการจัดท่จังหวัด เพื่อสำารองเสบียงสัตว์สำาหรับช่วยเหลือเกษตรกร หมู่ที่ 8,9 และ 10

อุทัยธานี เชียงราย สงขลา และครั้งนี้ที่จังหวัดนครพนม เป็นการ ตำาบลพลับพลา อาเภอเชียงขวัญ เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศ มี
ดำาเนินงานครั้งที่ 64 รวมได้ดำาเนินการมาแล้วใน 54 จังหวัด ช่วย ลักษณะเป็นเกาะแต่มีพื้นที่เป็นที่ลุ่มแม่น้ำาชีล้อมรอบ ทำาให้เป็นพื้นที่





เหลือเกษตรกรผู้มารับบริการแล้วจำานวน 66,151 ราย สัตว์ที่ได้ให้ รับน้ำาล้นตลิ่ง ทาให้เกิดปัญหานาท่วมซ้ำาซากในฤดูนาหลากมานาน
บริการแล้วจำานวน 666,808 ตัว กรมปศุสัตว์ร่วมกับสัตวแพทย์สภา หลายปี ซึ่งสร้างความเสียหายในพื้นที่มากถึง 363 ครัวเรือน และ
หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน รวมท้งสถาบันการศึกษา ท่ดำาเนินงาน ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือจำานวน 67 ครัวเรือน มี




ด้านปศุสัตว์ ได้ร่วมถวายงานในด้านการช่วยเหลือเกษตรกผ้เล้ยงสัตว ์ จำานวนโค-กระบือ 252 ตัว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับ

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ ปัญหาอุทกภัยอาจจะเกิดขึ้นสานักพัฒนาอาหารสัตว์ โดยศูนย์วิจัย
มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระ และพัฒนาอาหารสัตว์ร้อยเอ็ดได้สนับสนุนเสบียงอาหารสัตว์ หญ้า
นางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อ แพงโกล่าแห้งอัดฟ่อนจำานวน 5,000 กิโลกรัมเพื่อจัดตั้งคลังเสบียง
ให้เกิดความกินดีอยู่ดีของประชาชนชาวไทยตามพระราชประสงค์ สัตว์ตำาบลพลับพลา อำาเภอเชียงขวัญ และสำานักงานปศุสัตว์จังหวัด


และดำาเนินโครงการสัตวแพทย์พระราชทานในพระราชดำาริฯ คร้งท่ ได้สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์สำาหรับสัตว์ จำานวน 60 ชุดท้งน้ได้


64 นี้ กำาหนดจัดงานระหว่างวันที่ 2-5 สิงหาคม 2565 ณ จังหวัด สนับสนุนปัจจัยการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ จำานวน100



นครพนม ในพื้นท่อาเภอเมืองนครพนม อาเภอธาตุพนม อาเภอ กิโลกรัม เพื่อใช้สาหรับฟื้นฟูแปลงหญ้าอาหารสัตว์ในพื้นท่หลังจาก



ศรีสงคราม และอำาเภอนาหว้า เพื่อให้ความช่วยเหลือและถ่ายทอด น้ำาลด และเพื่อเพิ่มแหล่งอาหารหยาบคุณภาพดีในพื้นที่ต่อไป




ความร้อบรมแก่เกษตรกรไม่น้อยกว่า 550 ราย และให้บริการในการ กรมปศุสัตวเปิดการประชุมรบการตรวจประเมินระบบการกากับ
รักษาด้านสุขภาพสัตว์ไม่น้อยกว่า 1,000 ตัว ดูแลการผลิตสินค้าเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภคของ
50 สัตว์เศรษฐกิจ


Click to View FlipBook Version