มาตรฐานการบญั ชี ฉบบั ที่ 37 เรื่อง การประมาณการหน้สี นิ หนส้ี นิ ที่อาจ
เกิดขนึ้ และสินทรพั ย์ที่อาจะเกดิ ขึ้น
นางสาวขนษิ ฐา ศรสี ุราษฎร์
นางสาวณัฏฐณชิ า แกว้ อไุ ร
นางสาวศตนันท์ กจิ อภินันท์
นางสาววฒุ ิพร มที รพั ยป์ รุง
รายงานโครงงานวชิ าน้เี ป็นสว่ นหนงึ่ ของการศกึ ษาตามหลักสูตรประกาศนยี บัตร
วิชาชีพชน้ั สูง
สาขาวิชาการบัญชี
วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาชลบุรี
ปกี ารศึกษา 2565
ก
ประกาศสภาวชิ าชีพบัญชี
ท่ี ๓๙/๒๕๖๒
เร่ือง มาตรฐานการบญั ชี ฉบบั ท่ี ๓๗ เร่ือง ประมาณการหนส้ี ิน หน้สี ินทอ่ี าจเกดิ ข้นึ และ
สนิ ทรัพยท์ ่อี าจเกดิ ขน้ึ
อาศัยอานาจตามมาตรา ๗ (๓) และมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบญั ญัติวิชาชีพบญั ชี พ.ศ.
๒๕๔๗ ท่กี าหนดให้สภาวชิ าชีพบัญชีมีอานาจหน้าทใี่ นการกาหนดและปรบั ปรุงมาตรฐานการบัญชี
เพ่ือใชเ้ ปน็ มาตรฐานในการจดั ทาบัญชตี ามกฎหมายวา่ ด้วยการบญั ชแี ละกฎหมายอนื่ ทั้งน้ี มาตรฐาน
การบญั ชนี ั้น ตอ้ งได้รับความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการกากบั ดูแลการประกอบวชิ าชีพบญั ชี และ
ประกาศ ในราชกจิ จานุเบกษาแลว้ จงึ จะใชบ้ ังคับได้
สภาวิชาชพี บัญชี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกากับดูแลการประกอบวิชาชพี บัญชี
ในการประชุมครัง้ ที่ ๖๘ (๒/๒๕๖๕) เมื่อวนั ที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ จึงออกประกาศไว้
ดงั ต่อไปน้ี
ขอ้ ๑ ประกาศนีใ้ ห้ใชบ้ ังคับต้งั แต่วันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็นต้นไป
ขอ้ ๒ ให้ยกเลกิ ประกาศสภาวชิ าชีพบัญชี ท่ี ๒๙/๒๕๖๓ เร่อื ง มาตรฐานการบญั ชี ฉบบั ที่
๓๗ เรื่อง ประมาณการหน้สี ิน หน้ีสินท่อี าจเกดิ ขน้ึ และสนิ ทรพั ยท์ ี่อาจเกดิ ข้นึ
ข้อ ๓ ให้ใช้มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ ๓๗ เรอ่ื ง ประมาณการหนส้ี นิ หนส้ี นิ ทีอ่ าจเกิดขนึ้
และสนิ ทรพั ยท์ อี่ าจเกิดข้นึ ตามท่กี าหนดท้ายประกาศน้ี
ประกาศ ณ วันท่ี ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
วรวทิ ย์ เจนธนากลุ
นายกสภาวิชาชีพบัญชี
ข
คานา
มาตรฐานการบญั ชีฉบับนเ้ี ป็นไปตามเกณฑ์ท่ีกาหนดขึ้นโดยมาตรฐานการบญั ชรี ะหว่าง
ประเทศ ฉบบั ท่ี 37 เรอ่ื ง ประมาณการหน้ีสนิ หน้ีสนิ ที่อาจเกดิ ขนึ้ และสนิ ทรัพยท์ ี่อาจเกิดขึ้น ฉบับ
รวมเล่มปี 2565 (IAS 37: Provisions, Contingent Liabilities and Contingent Assets (Bound
volume 2022 Consolidated without early application))
ประวตั ิการแก้ไขเพ่มิ เติมมาตรฐานการบัญชีฉบบั น้ี (ใช้อ้างอิงเฉพาะสาหรับประเทศไทย
เท่าน้ัน)
สารบญั ค
เรอื่ ง
วตั ถุประสงค์ หนา้
ขอบเขต 1
คานิยาม 2
ประมาณการหน้ีสนิ และหนีส้ ินอื่น 3
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประมาณการหน้ีสินกับหน้สี ินที่อาจเกิดข้นึ 4
การรับรู้รายการ 6
ประมาณการหนส้ี ิน 8
หน้สี นิ ทอี่ าจเกดิ ขึ้น 8
สินทรัพย์ทอ่ี าจเกิดขนึ้ 12
การวัดมลู คา่ 12
ประมาณการทด่ี ที ี่สดุ 12
ความเสี่ยงและความไมแ่ นน่ อน 12
มลู ค่าปัจจบุ ัน 14
เหตุการณใ์ นอนาคต 15
การจาหน่ายสินทรพั ยท์ ่ีคาดวา่ จะเกิดขึ้น 15
รายจ่ายทจ่ี ะไดร้ บั ชดเชย 16
การเปลย่ี นแปลงประมาณการหนี้สิน 16
การนาประมาณการหน้ีสนิ มาใช้ 17
การนาข้อกาหนดเก่ยี วกับการรับรู้รายการและการวัดมูลคา่ มาปฏิบตั ิ 17
ขาดทุนจากการดาเนนิ งานในอนาคต 18
สญั ญาท่ีสร้างภาระ 18
การปรบั โครงสร้าง 18
การเปดิ เผยข้อมลู 19
การปฏิบัติในชว่ งเปลีย่ นแปลง 22
วนั ถอื ปฏิบตั ิ
24
25
1
วตั ถุประสงค์
มาตรฐานการบญั ชฉี บับนี้มีวัตถุประสงคเ์ พอ่ื ใหแ้ น่ใจว่ากจิ การได้นาเกณฑก์ ารรับรู้รายการ
และ การวัดมลู คา่ มาถอื ปฏบิ ัตกิ ับประมาณการหนี้สิน หนี้สินท่ีอาจเกิดขนึ้ และสินทรัพย์ที่อาจเกดิ ขึ้น
อย่างเหมาะสม และมกี ารเปิดเผยขอ้ มูลเกี่ยวกบั รายการดงั กล่าวในหมายเหตปุ ระกอบ งบการเงนิ
อย่างเพยี งพอ เพอ่ื ช่วยใหผ้ ใู้ ช้งบการเงนิ สามารถเข้าใจถึงลกั ษณะ จังหวะเวลา และ จานวนเงินท่ี
แสดงอย่ใู นงบการเงินน้ัน
2
ขอบเขต
1. มาตรฐานการบัญชฉี บบั นี้ตอ้ งถือปฏบิ ตั กิ บั กิจการทกุ กิจการในการบันทึกบัญชเี กี่ยวกับ
ประมาณการหน้ีสิน หน้ีสนิ ท่อี าจเกิดขึน้ และสินทรพั ยท์ ่อี าจเกดิ ขน้ึ ยกเว้นรายการตอ่ ไปน้ี
1.1 รายการทเี่ ปน็ ผลจากสัญญาทมี่ ผี ลบังคับแล้ว ยกเวน้ สญั ญาท่สี รา้ งภาระแกก่ ิจการ
1.2 (ย่อหนา้ น้ีไมใ่ ช้)
1.3 รายการที่ครอบคลุมโดยมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ ฉบบั อื่น
2. มาตรฐานการบัญชีฉบับนไี้ ม่ใหถ้ ือปฏิบตั ิกับเครอื่ งมือทางการเงิน (รวมถงึ การค้าประกนั )
ที่อยูใ่ นขอบเขตของมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบบั ที่ 9 เร่อื ง เครอ่ื งมือทางการเงิน
3. สญั ญาที่มผี ลบงั คับแล้ว คือ สัญญาท่ีคู่สญั ญาท้ังสองฝ่ายยังไม่ได้ปฏบิ ัติตามภาระผูกพนั
ทใ่ี หไ้ ว้หรอื ไดป้ ฏบิ ัตติ ามภาระผกู พนั ที่ให้ไวเ้ พยี งบางสว่ นอยา่ งเทา่ เทยี มกนั กจิ การไม่นามาตรฐานการ
บญั ชีฉบบั นี้มาปฏิบัติกับสญั ญาท่ีมผี ลบังคบั แลว้ เว้นแต่สัญญานนั้ เปน็ สัญญา ทส่ี ร้างภาระแก่กิจการ
4. (ย่อหนา้ นีไ้ มใ่ ช)้
5. กจิ การนามาตรฐานการบัญชฉี บบั อนื่ มาปฏิบัติแทนมาตรฐานการบญั ชฉี บับน้ีหาก
มาตรฐานการบญั ชฉี บบั อื่นครอบคลมุ ถงึ การปฏิบัติทางบญั ชีเกี่ยวกับประเภทใดประเภทหนึง่
โดยเฉพาะ ของประมาณการหน้สี นิ หนี้สินที่อาจเกดิ ข้ึน และสินทรพั ยท์ ี่อาจเกดิ ขนึ้ ตัวอยา่ งประเภท
ของ ประมาณการหนี้สินที่ครอบคลมุ โดยมาตรฐานการบญั ชฉี บับอ่ืนดังต่อไปนี้
5.1 (ย่อหนา้ นี้ไม่ใช้)
5.2 ภาษเี งินได้ (ดูมาตรฐานการบญั ชีฉบับท่ี 12 เรื่อง ภาษีเงินได้)
5.3 สญั ญาเช่า (ดมู าตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบบั ที่ 16 เร่อื งสญั ญาเชา่ ) อย่างไรก็
ตาม มาตรฐานการบญั ชฉี บบั นี้ถอื ปฏบิ ัตสิ า หรบั สัญญาเช่าใดๆ ท่ีสร้างภาระแกก่ จิ การ ก่อนวนั ท่ี
สญั ญาเชา่ เร่ิมมีผลตามท่ีกาหนดไวใ้ นมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 16 มาตรฐานการบญั ชี
ฉบับนี้ใหถ้ ือปฏบิ ัติกับสญั ญาเช่าระยะส้ันและสญั ญาเช่า ซ่ึงสินทรัพยอ์ ้างองิ มีมูลค่าตามท่ีถอื ปฏบิ ัติ
ตามย่อหน้าที่ 6 ของมาตรฐานการรายงาน ทางการเงนิ ฉบับท่ี 16 และเป็นสัญญาท่ีสร้างภาระแก่กิจการ
5.4 ผลประโยชนข์ องพนักงาน (ดูมาตรฐานการบัญชีฉบบั ที่ 19 เร่อื ง ผลประโยชนข์ อง
พนักงาน)
5.5 สัญญาประกนั ภยั (ดมู าตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบบั ท่ี 4 เร่ือง สญั ญา
ประกนั ภยั ) อย่างไรกต็ าม มาตรฐานการบัญชีฉบับนใี้ ชก้ ับการประมาณการหนีส้ นิ หนี้สินท่ีอาจ
3
เกิดข้ึน และสินทรพั ย์ท่ีอาจเกดิ ขนึ้ ของผู้รับประกัน นอกเหนอื จากประมาณการหน้ีสิน หน้ีสนิ ท่อี าจ
เกดิ ขน้ึ และสินทรัพยท์ ี่อาจเกิดขนึ้ ซง่ึ เกิดจากภาระผกู พนั ของผ้รู บั ประกัน ตามสัญญาและสิทธิของผู้
รบั ประกนั ภายใต้สญั ญาประกันภยั ซง่ึ อยใู่ นขอบเขตของ มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับท่ี 4
5.6 ส่งิ ตอบแทนที่ผ้ซู อ้ื คาดวา่ จะตอ้ งจา่ ยในการรวมธรุ กจิ (ดูมาตรฐานการรายงานทาง
การเงนิ ฉบบั ที่ 3 เรื่อง การรวมธรุ กจิ ) และ
5.7 รายไดจ้ ากสัญญาที่ทากับลูกค้า (ดมู าตรฐานการรายงานทางการเงนิ ฉบบั ท่ี 15 เรอ่ื ง
รายไดจ้ ากสญั ญาท่ที ากับลกู ค้า) อยา่ งไรก็ตาม มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 15 ไมไ่ ด้ให้
ขอ้ กาหนดที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสัญญาที่ทากับลกู ค้าที่สรา้ งหรอื มีภาระแก่กจิ การ ดังนน้ั กจิ การ
ต้องนามาตรฐานการบญั ชฉี บับนม้ี าปฏบิ ัติกบั สัญญา ดงั กล่าว 6 (ย่อหนา้ นี้ไมใ่ ช)้ 7 มาตรฐานการ
บญั ชฉี บบั น้ใี ห้คานิยามสาหรับคาวา่ “ประมาณการหนี้สิน” หมายถึง หนี้สิน ท่ีมีความไมแ่ น่นอน
เกยี่ วกบั จงั หวะเวลาหรอื จานวนเงินท่ีตอ้ งจา่ ยชาระ ในบางประเทศ คาว่า ประมาณการหน้ี สนิ ใช้ ใน
บรบิ ทของรายการอนื่ เช่น ค่าเส่ือมราคา ค่าเผ่อื การด้อยคา่ ของสินทรพั ย์และคา่ เผ่ือหนีส้ งสัยจะสูญ
ซ่ึงรายการดงั กล่าวเปน็ รายการที่ใชป้ รบั ปรงุ มูลค่า ตามบญั ชีของสนิ ทรัพยด์ งั นั้น มาตรฐานการบญั ชี
ฉบับนจี้ ึงไม่ครอบคลมุ ถงึ การปฏบิ ัติทางบัญชี เกย่ี วกับรายการดังกล่าว 8 มาตรฐานการบัญชฉี บับอื่น
กาหนดวา่ รายจ่ายใดถอื เป็นสินทรพั ย์และรายจ่ายใดถอื เปน็ ค่าใช้จา่ ย ดงั นนั้ มาตรฐานการบญั ชฉี บับ
น้ี ไมไ่ ด้ห้ามหรือกาหนดให้นาตน้ ทุนท่ีรบั รู้เมอ่ื กจิ การรับรู้ ประมาณการหนีส้ ินมารวมเปน็ ต้นทนุ ของ
สนิ ทรัพย์ 9 มาตรฐานการบญั ชฉี บับนี้ใหถ้ ือปฏิบตั ิกับประมาณการหน้ีสินท่ีเกยี่ วกบั การปรับโครงสร้าง
ซ่ึงรวมถึงการดาเนินงานท่ียกเลกิ เมื่อการปรบั โครงสร้างเปน็ ไปตามคานิยามการดาเนินงาน
6. (ยอ่ หน้านไ้ี มใ่ ช)้
7. มาตรฐานการบัญชีฉบับนีใ้ ห้คานยิ ามสาหรบั คาว่า “ประมาณการหนสี้ ิน” หมายถึง
หนี้สิน ท่มี คี วามไมแ่ น่นอนเกี่ยวกับจงั หวะเวลาหรือจานวนเงนิ ท่ีต้องจ่ายชาระ ในบางประเทศ
คาว่า ประมาณการหน้ี สนิ ใช้ ในบริบทของรายการอืน่ เช่น คา่ เส่อื มราคา ค่าเผ่อื การด้อยคา่ ของ
สินทรพั ย์และคา่ เผ่ือหนสี้ งสยั จะสูญ ซึ่งรายการดงั กล่าวเป็นรายการท่ีใชป้ รับปรุงมลู ค่า ตามบญั ชีของ
สนิ ทรพั ยด์ ังนนั้ มาตรฐานการบัญชีฉบบั นีจ้ ึงไมค่ รอบคลมุ ถึงการปฏิบัตทิ างบัญชี เกี่ยวกับรายการ
ดังกลา่ ว
4
8. มาตรฐานการบญั ชฉี บับอื่นกาหนดว่ารายจา่ ยใดถอื เป็นสนิ ทรัพยแ์ ละรายจา่ ยใดถอื เป็น
ค่าใช้จา่ ย ดงั น้ัน มาตรฐานการบัญชีฉบบั น้ี ไม่ไดห้ า้ มหรือกาหนดใหน้ าต้นทุนท่ีรับรู้เมอ่ื กิจการรับรู้
ประมาณการหนี้สนิ มารวมเป็นตน้ ทนุ ของสินทรพั ย์
9. มาตรฐานการบญั ชฉี บับน้ีใหถ้ อื ปฏิบัตกิ บั ประมาณการหนี้สินที่เกย่ี วกบั การปรับโครงสร้าง
ซึ่งรวมถงึ การดา เนนิ งานที่ยกเลิก เมื่อการปรับโครงสร้างเปน็ ไปตามคานยิ ามการดาเนนิ งานท่ียกเลิก
กจิ การอาจตอ้ งเปิดเผยขอ้ มูลเพ่ิมเติมตามขอ้ กาหนดที่ระบไุ วใ้ นมาตรฐานการรายงาน ทางการเงนิ
ฉบบั ที่ 5 เรอื่ ง สินทรัพย์ไมห่ มุนเวียนที่ถือไวเ้ พอื่ ขายและการดาเนินงานท่ยี กเลิก
คานิยาม
10. คาศัพท์ท่ใี ช้ในมาตรฐานการบัญชฉี บบั น้มี ีความหมายโดยเฉพาะ ดงั น้ี
ประมาณการหนี้สิน หมายถึง หนสี้ นิ ที่มีความไม่แน่นอนเกยี่ วกับจังหวะเวลา
หรอื จานวนทตี่ อ้ งจ่ายชาระ
หน้สี ิน หมายถงึ ภาระผูกพันปัจจุบันของกิจการ ซ่ึงเปน็ ผลจาก
เหตุการณ์ในอดีตทกี่ ารชาระภาระผกู พันนนั้
คาดวา่ จะสง่ ผลใหก้ ิจการตอ้ งสญู เสยี
ทรพั ยากรที่มีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ
เหตกุ ารณ์ท่กี ่อใหเ้ กิด หมายถงึ เหตุการณ์ทก่ี ่อให้เกิดภาระผกู พันตาม
ภาระผูกพนั กฎหมายหรอื ภาระผูกพันจากการอนมุ านซง่ึ
เป็นผลให้กิจการต้องจ่ายชาระภาระผูกพันนนั้
โดยไมม่ ที างเลอื กอื่นที่เป็นไปได้
ภาระผกู พันตาม หมายถึง ภาระผกู พันท่เี กิดจากรายการใดรายการหน่งึ ตอ่ ไปน้ี
กฎหมาย 1) สัญญา (ตามเง่ือนไขที่ระบไุ ว้อย่างชดั เจน หรือโดยนัย)
2) กฎหมายท่ีบงั คับ หรือ
3) กระบวนการตามกฎหมายอน่ื
ภาระผกู พนั หมายถงึ ภาระผกู พนั ทีเ่ กดิ จากการกระทาของกิจการ
การอนุมาน เม่อื เป็นไปตามขากาหนดทกุ ขอ้ ตอ่ ไปนี้
1) กจิ การแสดงออกใหฝ้ ่ายอนื่ ๆ เห็นวา่ กจิ การ
จะยอมรบั ผิดชอบบางประการ โดยการปฏบิ ตั ิ
5
หนีส้ ินทอี่ าจเกิดขน้ึ หมายถึง ในอดีตจนถือเปน็ แบบแผน โดยนโยบายท่ี
สนิ ทรัพย์ทอ่ี าจเกิดขนึ้ หมายถงึ ประกาศใชห้ รอื โดยคาแถลงการณใ์ นปัจจุบนั ทม่ี ี
ความเฉพาะเจาะจงอย่างเพยี งพอ
2) การกระทาตามข้อ 1) ของกิจการสร้างความ
คาดหมายท่ีมมี ลู ความจริงให้กับฝา่ ยอนื่ ๆ วา่
กจิ การจะรบั ผิดชอบบางประการดังกลา่ วนน้ั
รายการขอ้ ใดขอ้ หน่งึ ต่อไปน้ี
1) ภาระผูกพันท่เี ป็นไปได้ที่เกดิ ขึน้ จากเหตุการณ์
ในอดตี และการมีอยู่จริงของภาระผูกพันนน้ั จะ
ได้รบั การยืนยนั โดยการเกดิ ขน้ึ หรือไมเ่ กดิ ขน้ึ
ของเหตกุ ารณ์ในอนาคตท่ีมีความไม่แนน่ อน
เหตุการณ์หนึง่ หรือมากกว่าเท่าน้ัน เหตกุ ารณ์
ดังกล่าวไม่อยใู่ นการควบคมุ ใด ๆ ของกจิ การ หรอื
2) ภาระผูกพันท่ีเปน็ ไปได้ที่เกิดขน้ึ จากเหตุการณ์
ในอดตี แตไ่ มไ่ ด้รับรูเ้ นื่องจาก
(1) ไม่มคี วามเปน็ ไปได้คอ่ นข้างแนท่ ก่ี จิ การ
จาเป็นต้องสญู เสียทรพั ยากรท่มี ีประโยชน์
เชงิ เศรษฐกจิ เพอ่ื ชาระภาระผกู พนั หรือ
(2) จานวนเงินของภาระผูกพนั ไม่สามารถ
วัดมูลค่าไดอ้ ยา่ งน่าเชอ่ื ถือเพียงพอ
สินทรัพย์ทเี่ ปน็ ไปไดท้ ่ีเกิดข้นึ จากเหตุการณ์ในอดีตและ
การมอี ยู่ของสินทรพั ยน์ น้ั จะได้รบั การยืนยนั โดยการ
เกดิ ขน้ึ หรือไม่เกดิ ขึ้นของเหตกุ ารณ์ในอนาคตทม่ี ีความ
ไม่แน่นอนเหตุการณห์ น่ึงหรือมากกวา่ นนั้ โดยเหตกุ ารณ์
ดงั กล่าวไมอ่ ยูใ่ นความควบคุมใด ๆ ของกจิ การ
6
สญั ญาทส่ี ร้างภาระ หมายถงึ สญั ญาท่ีก่อให้เกิดต้นทุนทห่ี ลกี เลย่ี งไม่ได้จากการปฏบิ ตั ิ
ตามภาระผูกพันที่ระบไุ วภ้ ายใต้สัญญา ซ่งึ ต้นทนุ ดังกลา่ ว
มจี านวนสูงกว่าประโยชนเ์ ชงิ เศรษฐกิจทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั
จากสญั ญานัน้
ประมาณการหนส้ี นิ และหนีส้ ินอน่ื
11. ประมาณการหนสี้ ินสามารถแยกจากหน้สี ินประเภทอืน่ เช่น เจา้ หน้กี ารค้าและรายการ
ค้างจ่ายเน่ืองจากประมาณการหนี้สินจะมคี วามไม่แน่นอนเก่ยี วกบั จังหวะเวลาและจานวนของรายจ่าย
ในอนาคตทีต่ ้องจ่ายชาระ การเปรยี บเทียบให้เหน็ ความแตกตา่ ง
11.1 เจา้ หนก้ี ารคา้ เป็นหนี้สนิ ท่กี ิจการจา่ ยสาหรับสนิ คา้ หรือบรกิ ารท่ีไดร้ ับหรือบรโิ ภคท่ี
กิจการยังไมไ่ ด้จา่ ยชาระ โดยไดร้ บั ใบเรียกเก็บเงินหรอื ตกลงอยา่ งเปน็ ทางการกับ
ผู้ขายสนิ ค้าหรอื ผู้ใหบ้ ริการ และ
11.2 รายการคา้ งจา่ ยเปน็ หนี้สินท่ีกิจการจา่ ยสาหรับสินค้าหรือบรกิ ารท่ีได้รับหรือบริโภค
ทก่ี ิจการยังไมไ่ ดจ้ ่ายชาระ ยงั ไม่ไดร้ ับใบเรยี กเกบ็ เงนิ หรือยงั ไม่ไดต้ กลงอยา่ งเปน็
ทางการกบั ผู้ขายสนิ ค้าหรือผใู้ ห้บรกิ าร รวมถึงจานวนทีค่ ้างชาระกับพนักงาน เช่น
คา่ พกั ร้อนค้างจา่ ย แม้ว่าในบางครงั้ กจิ การจาเป็นต้องประมาณจานวนหรือจังหวะ
เวลาของรายการคา้ งจ่าย แตต่ ามปกตกิ ารประมาณดงั กลา่ วจะมีความไมแ่ นน่ อน
น้อยกวา่ การประมาณจานวนหรอื จงั หวะเวลาของประมาณการหน้สี นิ
ตามปกตกิ ิจการจะแสดรายการค้าจา่ ยเปน็ ส่วนหนง่ึ ของเจา้ หนี้การค้าหรือเจา้ หน้อี ่นื ในขณะท่ีแสดง
ประมาณการหน้ีสินเปน็ รายการแยกตา่ งหาก
ความสมั พนั ธ์ระหว่างประมาณการหน้ีสนิ กับหนี้สินทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ
12. ตามความหมายโดยทั่วไป ประมาณการหนส้ี ินทุกประเภท คอื หนส้ี ินท่อี าจเกดิ ขนึ้
เน่ืองจากมจี านวนหรอื จงั หวะเวลาของการจา่ ยชาระทีไ่ มแ่ นน่ อน อยา่ งไรก็ตาม มาตรฐานการบัญชี
ฉบบั นก้ี าหนดให้ใชค้ าว่า “หน้สี ินที่อาจเกิดข้ึนและสนิ ทรัพย์ทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ ” กับหนสี้ นิ ท่ียังไมเ่ ปน็ ไป
ตามเกณฑ์การรบั รรู้ ายการ
7
13. มาตรฐานการบัญชีฉบับนก้ี าหนดขอ้ แตกตา่ งระหว่างประมาณการหนสี้ นิ กบั หนส้ี ินทีอ่ าจเกิดขึ้นดังนี้
13.1 ประมาณการหนีส้ นิ เปน็ ประมาณการท่ีกิจการรับรู้เป็นหนี้สนิ (หากเปน็ กิจการสามารถ
ประมาณมูลคา่ ไดอ้ ย่างน่าเชื่อถือ) เนื่องจากประมาณการหนสี้ ินเป็นภาระผกู พันในปัจจบุ ัน
ซงึ่ มคี วามเป็นไปไดค้ อ่ นข้างแนท่ ี่กจิ การจะสญู เสียทรพั ยากรที่มีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ
เพ่อื จ่ายชาระภาระผกู พนั นัน้ และ
13.2 หน้ีสินที่อาจเกิดข้ึน คือ หนส้ี ินที่กิจการยงั ไม่รับรู้เป็นหนี้สินได้เนอ่ื งจากเหตุผลข้อใด
ข้อหนง่ึ ต่อไปนี้
13.2.1 เปน็ ภาระผกู พันท่เี ป็นไปไดเ้ น่ืองจากยังไม่ได้รับการยนื ยันวา่ กจิ การมีภาระผกู พนั
ปจั จุบันทีจ่ ะนาไปสู่การสญู เสียทรัพยากรท่มี ปี ระโยชน์เชิงเศรษฐกจิ หรือ
13.2.2 เป็นภาระผูกพันปัจจบุ ันซึ่งยงั ไม่เปน็ ไปตามเกณฑ์การรับรู้รายการทกี่ าหนดไว้ใน
มาตรฐานการบญั ชีฉบับน้ี (เนอื่ งจากไมม่ ีความเปน็ ไปได้ค่อนขา้ งแน่ทก่ี จิ การจะสูญเสีย
ทรพั ยากรทีม่ ปี ระโยชนเ์ ชงิ เศรษฐกิจเพือ่ จ่ายชาระภาระผูกพัน หรอื กจิ การ
ไม่สามารถประมาณจานวนของภาระผกู พนั น้ันได้อย่างนา่ เช่อื ถือเพยี งพอ)
การรับรู้รายการ
ประมาณการหนส้ี นิ
14. ประมาณการหนีส้ นิ ต้องรับร้กู ต็ ่อเมื่อเป็นไปตามเงอื่ นไขทกุ ข้อต่อไปน้ี
14.1 กจิ การมภี าระผกู พันปัจจุบนั (ภาระผูกพนั ตามกฎหมายหรอื ภาระผูกพนั จากการอนุมาน)
ซงึ่ เปน็ ผลจากเหตกุ ารณ์ในอดตี
14.2 มคี วามเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ทกี่ ิจการจะสูญเสียทรัพยากรทีม่ ีประโยชนเ์ ชงิ เศรษฐกิจ
ของกจิ การเพ่อื จ่ายชาระภาระผูกพันดังกล่าว และ
14.3 สามารถประมาณจานวนของภาระผกู พันไดอ้ ย่างน่าเช่ือถือ
หากไม่เปน็ ไปตามเง่อื นไขดังกล่าว ตอ้ งไม่มีการรับรู้ประมาณการหน้สี ิน
ภาระผูกพันปจั จุบัน
15. ในกรณีทย่ี ากยง่ิ ทีจ่ ะเกดิ เมื่อมคี วามไมช่ ดั เจนวา่ กจิ การมภี าระผูกพนั ปัจจบุ ันหรอื ไมใ่ นกรณีดังกล่าว
ใหถ้ ือวา่ เหตุการณ์ในอดีตมีผลทาให้เกิดภาระผกู พันปัจจบุ ัน ถ้าจากหลักฐานท้งั หมดที่มีอยพู่ ิจารณาได้ว่ามี
ความเป็นไปได้มากกวา่ ทจ่ี ะเปน็ ไปไม่ได้ท่ีภาระผูกพนั ปจั จบุ ันทม่ี อี ยู่ ณ วนั ส้ินรอบระยะเวลารายงาน
8
16. ในเกือบทกุ กรณี จะเหน็ ไดอ้ ยา่ งชดั เจนว่าเหตุการณใ์ นอดีตมผี ลทาใหเ้ กดิ ภาระผูกพัน
ปจั จุบนั หรอื ไม่ แตใ่ นกรณีท่ยี ากย่ิงจะเกดิ ขึน้ ตวั อย่างเช่น การฟ้องร้องตามกฎหมาย อาจมกี ารโต้แยง้
กนั ว่า เหตุการณ์บางเหตกุ ารณไ์ ดเ้ กิดขึน้ แล้ว หรอื ยงั ไม่เกิด หรอื เหตุการณ์ท่ีเกดิ ขนึ้ ทาให้กิจการมี
ภาระผกู พนั ปัจจุบันหรือไม่ ในกรณีดงั กล่าว กิจการตอ้ งพิจารณาหลกั ฐานทัง้ หมดที่มี ซึ่งรวมถงึ
ความเหน็ ของผู้เชยี วชาญ เพ่อื กาหนดวา่ กจิ การมีภาระผูกพันปัจจบุ ัน ณ วันส้นิ รอบระยะเวลารายงาน
หรอื ไม่ หลกั ฐานที่พิจารณารวมถงึ หลกั ฐานเพม่ิ เติมท่ีได้รบั จากฐานดังกล่าว กจิ การตอ้ งปฏบิ ตั ิตาม
ขอ้ กาหนดทกุ ขอ้ ต่อไปน้ี
16.1 ในกรณมี ีความเป็นไปได้มากกวา่ ท่จี ะเป็นไปไมไ่ ดท้ ่ีกจิ การมีภาระผูกพนั ปจั จุบนั
ณ วนั ส้นิ รอบระยะเวลารายงาน กิจการตอ้ งรบั รปู้ ระมาณการหนี้สนิ
(หากเข้าเกณฑ์ การรบั รรู้ ายการ) และ
16.2 ในกรณมี คี วามเปน็ ไปได้มากกว่าท่ีจะเป็นไปไมไ่ ด้ทก่ี ิจการไม่มภี าระผกู พนั ในปัจจุบนั
ณ วันส้นิ รอบระยะเวลารายงาน กิจการต้องเปดิ เผยหน้ีสินทอ่ี าจเกิดขึ้น เวน้ แต่
ความเป็นไปได้ทจ่ี ะสญู เสยี ทรพั ยากรที่มีประโยชนเ์ ชงิ เศรษฐกิจอยใู่ นระดบั ทีไ่ ม่นา่
เปน็ ไปได(้ ดยู อ่ หน้าที่86)
เหตุการณ์ในอดีต
17. เหตุการณ์ในอดีตทมี่ ีผลทาใหภ้ าระผูกพันปจั จบุ นั เกดิ ข้ึน เรียกว่าเหตุการณ์ท่กี อ่ ใหเ้ กดิ
ภาระผกู พนั เหตกุ ารณ์ในอดีตจะถือเปน็ เหตุการณท์ ่กี อ่ ใหเ้ กิด ภาระผูกพันได้ก็ตอ่ เมื่อเหตกุ ารณ์ นนั้
เปน็ เหตใุ ห้กิจการต้องจ่ายชาระภาระผกู พันโดยไมม่ ีทางเลือกอนื่ ท่ีเปน็ ไปได้สถานการณ์ ดังกล่าว
เกิดขึ้นได้เฉพาะตอ่ เมอ่ื เปน็ ไปตามข้อกาหนดข้อใดขอ้ หนงึ่ ต่อไปนี้
17.1 เมือ่ การจา่ ยชาระภาระผูกพนั สามารถบังคบั ได้ตามกฎหมาย หรอื
17.2 ในกรณขี องภาระผกู พันจากการอนุมาน เม่ือเหตุการณ์ (ซงึ่ อาจเป็นการกระทาของกิจการ)
ได้สร้างความคาดหมายอย่างมีมูลความจรงิ กับฝ่ายอน่ื ๆ ว่ากิจการจะรบั ผดิ ชอบ
ตอ่ ภาระผูกพันที่เกิดขึ้น
18. งบการเงินมวี ัตถปุ ระสงค์ที่จะแสดงฐานะการเงนิ ของกิจการ ณ วันส้นิ รอบระยะเวลา
รายงาน ไม่ใช่ฐานะการเงนิ ท่ีอาจเป็นไปได้ในอนาคต ดงั นัน้ กิจการไมร่ ับรู้ประมาณการหนสี้ นิ สาหรบั
ตน้ ทนุ ท่ีจาเป็นจะตอ้ งเกิดขนึ้ เพ่ือการดาเนนิ งานในอนาคต หนี้สนิ ที่กจิ การรบั รู้ในงบฐานะการเงนิ
เป็นหนส้ี นิ ท่ีกจิ การมอี ยู่ ณ วันส้นิ รอบระยะเวลารายงานเทา่ นั้น
9
19. ประมาณการหนีส้ ินที่กิจการรบั รู้เปน็ ภาระผกู พนั ท่ีเกิดจากเหตกุ ารณใ์ นอดีตและไม่
ขึน้ กับ การกระทาในอนาคตของกจิ การ (กล่าวคือ สิง่ ทก่ี ิจการจะกระทาในอนาคตในการประกอบ
ธุรกิจ) ตวั อยา่ งเช่น การที่กจิ การต้องจ่ายคา่ ปรับหรอื คา่ ใช้จา่ ยในการกาจัดมลพิษเนือ่ งจากกระทาผิด
กฎหมายสิง่ แวดลอ้ ม การจ่ายค่าปรับหรอื ค่าใชจ้ ่ายดังกล่าวจะทาใหก้ ิจการตอ้ งสญู เสยี ทรพั ยากรท่ีมี
ประโยชนเ์ ชงิ เศรษฐกจิ เพ่ือชา ระภาระผูกพนั ที่เกดิ ขนึ้ ไม่วา่ การกระทา ในอนาคตของกจิ การ จะเป็น
เช่นไร ในทานองเดียวกันกิจการรับรปู้ ระมาณการหนี้สินสาหรบั ตน้ ทนุ ในการรือ้ ถอน แท่นขดุ เจาะ
นา้ มนั หรือโรงงานไฟฟา้ ปรมาณเู ทา่ กบั จานวนที่กิจการตอ้ งรับผดิ ชอบเพื่อแกไ้ ข ความเสียหายท่ีได้
เกดิ ขน้ึ ในทางกลบั กัน กิจการอาจได้รบั แรงกดดันเชงิ พาณิชย์หรือข้อกาหนด ตามกฎหมายทีท่ าให้
กิจการอาจจะมีความตั้งใจหรือจา เป็นท่ีจะต้องใช้จ่ายเงินเพ่อื การดาเนนิ งาน อย่างใดอย่างหน่ึงในอนาคต
เชน่ การตดิ ต้งั เคร่ืองกรองควันสาหรับโรงงานบางประเภท ในกรณนี ี้ กิจการไม่รบั รู้ประมาณการหน้ีสิน
เน่อื งจากยงั ไม่เกิดภาระผูกพนั ปัจจุบนั สาหรับรายจ่ายในอนาคตน้ัน เพราะกิจการสามารถหลีกเล่ียง
รายจ่ายที่จะเกิดขนึ้ ในอนาคตได้ดว้ ยการกระทาในอนาคตของกิจการเอง เช่น การเปล่ียนวิธีปฏิบตั ิงาน
20. ภาระผกู พนั มักจะเกี่ยวขอ้ งกบั อกี ฝา่ ยหนึ่งซง่ึ เปน็ ผู้ที่จะได้รบั ชาระภาระผกู พัน แตก่ จิ การ
ไม่จาเป็นตอ้ งทราบวา่ ผู้ทจี่ ะไดร้ บั ชาระภาระผกู พนั นนั้ เปน็ ใคร ซ่ึงตามความเปน็ จรงิ ผู้ท่จี ะไดร้ ับ ชาระ
ภาระผูกพนั อาจเปน็ สาธารณชนท่วั ไปไดด้ ังนั้น เนือ่ งจากภาระผูกพนั มกั จะเก่ียวข้องกบั การให้คามั่น
สญั ญากบั อกี ฝ่ายหนง่ึ การตัดสินใจของฝ่ายบริหารหรือคณะกรรมการจะไมก่ ่อให้เกิด ภาระผกู พนั จาก
การอนมุ าน ณ วนั สิน้ รอบระยะเวลารายงาน ถา้ การตดั สินใจดังกล่าวไมไ่ ด้มกี ารส่อื สาร ก่อนวันสิ้น
รอบระยะเวลารายงานไปยงั ผู้ที่ได้รับผลกระทบในลักษณะเฉพาะเจาะจงอย่างเพียงพอ ทจี่ ะทาให้ผู้ที่
ได้รบั ผลกระทบเกิดความคาดหมายอย่างมมี ูลความจรงิ วา่ กิจการจะรับผิดชอบต่อ ภาระผูกพันที่เกิดขึน้
21. เหตกุ ารณ์ที่ไม่ก่อให้เกดิ ภาระผกู พนั ในทันทอี าจก่อให้เกิดภาระผูกพันในภายหลัง
เน่ืองจาก กฎหมายเปลี่ยนแปลงไป หรอื การกระทาบางอย่างของกจิ การท่ีทาให้ภาระผูกพันจากการ
อนมุ าน เกดิ ข้นึ (เชน่ การแถลงตอ่ สาธารณชนในลกั ษณะเฉพาะเจาะจงอย่างเพียงพอ) ตวั อย่างเช่น
เมื่อกจิ การกอ่ ให้เกิดความเสียหายตอ่ สิง่ แวดลอ้ ม กจิ การอาจไมม่ ภี าระผูกพนั ที่จะต้องฟื้นฟู ความ
เสยี หายที่เกิดจากการกระทาของกิจการ อยา่ งไรกต็ าม เหตุการณท์ ่ีเปน็ เหตใุ หเ้ กดิ ความเสยี หายจะ
กลายเปน็ เหตุการณ์ท่ีกอ่ ให้เกิดภาระผูกพนั เม่ือกฎหมายทปี่ ระกาศใหม่ มีผลทาให้กิจการตอ้ งแกไ้ ข
10
ความเสียหายท่ีมีอยู่ หรือเม่ือกิจการยอมรบั ต่อสาธารณชนวา่ จะรบั ผดิ ชอบในการแกไ้ ขความเสยี หาย
ดังกล่าวในลกั ษณะที่ทาใหเ้ กิดภาระผกู พนั จากการ อนุมาน
22. ในกรณีท่ีรายละเอยี ดของร่างกฎหมายใหมย่ งั ไมผ่ า่ นการพจิ ารณาขั้นสุดท้าย ภาระผูกพนั
จะเกดิ ข้ึนตอ่ เมอ่ื เสมือนแนน่ อนแล้ววา่ กฎหมายใหม่จะไดร้ บั การบัญญตั ขิ ึ้นตามข้อกาหนดท่ีรา่ งไว้
มาตรฐานการบัญชีฉบับน้ีกาหนดให้ถอื ว่าภาระผกู พันท่ีเป็นผลจากร่างกฎหมายดังกล่าว เป็นภาระผูกพัน
ตามกฎหมาย อยา่ งไรก็ตาม สถานการณ์แวดลอ้ มที่แตกตา่ งกันท่ีเกยี่ วกบั การบญั ญตั ิกฎหมายทาให้
กจิ การไมส่ ามารถระบุลงไปได้วา่ เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนงึ่ ทาใหก้ ารบัญญตั ิกฎหมายเกิดขนึ้ อย่าง
เสมอื นแน่นอน ในหลายกรณีกจิ การจะไม่สามารถแนใ่ จได้อย่างเสมือนแนน่ อนวา่ รา่ งกฎหมายใหมจ่ ะ
ได้รับการบัญญัตเิ ปน็ กฎหมาย จนกระท่ังกฎหมายนนั้ ไดร้ ับการบัญญัติข้ึนจริง
ความเป็นไปได้ค่อนขา้ งแน่ทีจ่ ะสูญเสียทรัพยากรที่มปี ระโยชนเ์ ชงิ เศรษฐกิจ
23. หนี้สนิ ทก่ี จิ การสามารถรับร้ไู ดต้ อ้ งไม่เปน็ แตเ่ พยี งภาระผูกพันปัจจุบนั เท่าน้ัน แต่ต้องมี
ความเปน็ ไปไดค้ ่อนข้างแนท่ ่ีกจิ การจะสูญเสยี ทรพั ยากรท่ีมปี ระโยชนเ์ ชิงเศรษฐกจิ เพ่ือจา่ ยชาระ
ภาระผูกพนั ดังกล่าว ตามวตั ถปุ ระสงค์ของมาตรฐานการบัญชีฉบบั น้ี การสูญเสียทรัพยากรหรือ
เหตุการณ์อ่นื ถอื ว่ามีความเป็นไปได้ค่อนขา้ งแน่ก็ตอ่ เมอ่ื เหตกุ ารณน์ ้ัน มีความเป็นไปไดท้ ่ีจะเกดิ ขน้ึ
มากกวา่ ไม่เกิดขึ้น กล่าวคอื ความเป็นไปไดท้ ่ีเหตกุ ารณน์ ้ันจะเกิดขนึ้ มมี ากกวา่ ความเปน็ ไปไดท้ ่ี
เหตกุ ารณ์น้ันจะไมเ่ กดิ ขึ้น ในกรณีท่ีไม่มีความเปน็ ไปได้ คอ่ นข้างแน่ท่ีภาระผูกพันปัจจบุ นั จะมอี ยู่
กจิ การเปดิ เผยหนี้สินท่ีอาจจะเกดิ ขน้ึ ยกเว้น ความน่าจะเป็นท่ีกิจการจะสูญเสยี ทรัพยากรท่ีมี
ประโยชน์เชงิ เศรษฐกิจเพื่อจ่ายชาระภาระผูกพันนนั้ จะอย่ใู นระดับไมน่ ่าเป็นไปได้ (ดูยอ่ หน้าท่ี86)
24. ในกรณที ่ีกจิ การมภี าระผูกพันท่ีคล้ายคลงึ กันหลายรายการ (เช่น การรับประกันสนิ ค้า
หรอื สญั ญาที่คลา้ ยคลงึ กัน) กจิ การกาหนดความน่าจะเป็นที่กจิ การจะสูญเสียทรัพยากรเพื่อจา่ ยชาระ
ภาระผกู พันเหลา่ น้ัน โดยพจิ ารณาภาระผูกพันที่จัดอยูใ่ นประเภทน้ันโดยรวมทั้งประเภท แม้วา่ ความ
เปน็ ไปไดค้ อ่ นข้างแน่ท่ีกิจการจะสญู เสยี ทรัพยากรเพ่ือจ่ายชาระภาระผกู พนั บางรายการ ท่จี ัดอยู่ใน
ประเภทเดียวกันจะมีระดับต่า แตอ่ าจมคี วามเป็นไปไดท้ ่ีกิจการจะสญู เสยี ทรัพยากรจานวนหนงึ่ ไปเพอื่
จ่ายชาระภาระผกู พันโดยรวมทัง้ ประเภทในกรณีดงั กลา่ ว กจิ การรับรปู้ ระมาณการหน้สี ิน (หากเข้า
เงื่อนไขตามเกณฑก์ ารรับรรู้ ายการอื่น)
11
การประมาณการภาระผูกพันท่นี ่าเช่อื ถอื
25. การใชป้ ระมาณการถือเป็นปัจจัยสาคญั ในการจัดทางบการเงินและไม่ไดท้ าใหง้ บการเงนิ
ขาดความนา่ เชือ่ ถือ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งประมาณการหนี้สิน ซ่ึงโดยธรรมชาตแิ ล้ว เปน็ รายการที่มี
ความไมแ่ น่นอนสูงกว่ารายการอนื่ ส่วนใหญท่ ่ีบันทกึ อยใู่ นงบฐานะการเงนิ ยกเวน้ ในกรณที ี่ยากยง่ิ ที่จะ
เกิด กจิ การจะสามารถกาหนดชว่ งของจานวนรายจา่ ยที่น่าจะเกิดขึ้น และจึงสามารถประมาณการ
ภาระผูกพนั ที่เชื่อถอื ไดอ้ ยา่ งเพียงพอที่จะใชร้ ับรู้เปน็ ประมาณการหน้ีสิน
26. ในกรณที ี่ยากยิ่งท่ีจะเกดิ ท่ีกิจการไมส่ ามารถจัดทาประมาณการไดอ้ ยา่ งนา่ เชื่อถือ กจิ การ
จะไมส่ ามารถรบั ร้หู น้ีสนิ นั้นได้ดังนนั้ กจิ การเปิดเผยขอ้ มูลเก่ียวกับหน้ีสินน้ันเปน็ หน้ีสิน ที่อาจเกิดข้ึน
(ดูย่อหน้าที่ 86)
หนีส้ นิ ท่ีอาจเกิดขึ้น
27. กิจการตอ้ งไม่รับรหู้ นีส้ นิ ทอ่ี าจเกิดข้ึน
28. กจิ การเปดิ เผยข้อมูลเกี่ยวกับหน้ีสนิ ท่ีอาจเกิดขนึ้ ตามที่กาหนดไวใ้ นย่อหนา้ ที่ 86 เวน้ แต่
ความน่าจะเปน็ ท่ีกจิ การจะสูญเสียทรัพยากรที่มีประโยชน์เชิงเศรษฐกจิ อย่ใู นระดับท่ีไม่น่าเป็นไปได้
29. ในกรณที ี่กจิ การรับผิดชอบภาระผกู พนั รว่ มกับผู้อื่น กจิ การตอ้ งถอื วา่ ภาระผกู พันสว่ นที่
คาดวา่ ผอู้ ื่นต้องรบั ผิดชอบเปน็ หนี้สนิ ท่ีอาจเกิดข้ึนของกิจการ และรบั รู้ภาระผูกพันสว่ นท่ีมคี วาม
เปน็ ไปได้ คอ่ นข้างแน่ว่ากิจการจะสูญเสียทรัพยากรที่มีประโยชน์เชิงเศรษฐกจิ เปน็ ประมาณการหน้ีสิน
เวน้ แต่ในกรณีที่ยากย่ิงที่จะเกิดที่กิจการไม่สามารถประมาณมูลค่าของหนี้สินนนั้ ไดอ้ ยา่ งน่าเชื่อถือ
30. หนี้สนิ ที่อาจเกิดขนึ้ อาจเปลี่ยนแปลงไปจากลักษณะท่ีคาดไว้แตเ่ ร่ิมแรก ดังนั้น กิจการ
ต้องประเมินสถานการณอ์ ยา่ งตอ่ เนื่องเพือ่ กาหนดวา่ กจิ การจะสูญเสียทรัพยากรท่ีมปี ระโยชนเ์ ชิงเศรษฐกิจ
อยู่ในระดับเปน็ ไปไดค้ อ่ นขา้ งแน่แลว้ หรอื ไม่ หากมคี วามเป็นไปได้ค่อนข้างแนท่ ี่กิจการจะสญู เสีย
ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตสาหรับรายการที่เคยถือเป็นหน้ีสนิ ท่ีอาจเกิดขน้ึ กิจการรบั รู้
ประมาณการหนสี้ นิ ในงบการเงินในรอบระยะเวลาท่ีระดบั ความเป็นไปไดน้ ้นั ได้เปลี่ยนแปลงไป
(เวน้ แต่ในสถานการณ์ท่ียากย่งิ ทจ่ี ะเกดิ ท่ีกิจการไม่สามารถจัดทาประมาณการไดอ้ ย่างน่าเช่ือถือ)
12
สนิ ทรัพย์ทอี่ าจเกิดขึน้
31. กิจการตอ้ งไม่รับรูส้ นิ ทรัพย์ท่อี าจเกิดขน้ึ
32. สินทรัพย์ท่ีอาจเกิดขน้ึ มกั เกิดจากเหตกุ ารณ์ที่ไมไ่ ด้วางแผนไวห้ รอื ไมไ่ ดค้ าดการณไ์ วท้ ่ี
ก่อให้เกิดความนา่ จะเป็นที่กิจการจะได้รับประโยชน์เชงิ เศรษฐกจิ ตวั อย่างเชน่ การเรียกรอ้ งค่า
สนิ ไหม ทดแทนท่ีกิจการกาลังดาเนนิ การตามกฎหมาย ซึ่งผลของคดยี งั ไม่แนน่ อน
33. กิจการไมร่ ับรู้สนิ ทรพั ยท์ ี่อาจเกิดขนึ้ ในงบการเงิน เน่ืองจากอาจทาให้มกี ารรับรู้รายได้ที่
อาจจะไมม่ ีวนั ได้รับเลย อย่างไรก็ตาม หากมีความเสมือนแนน่ อนว่ารายได้จะเกิดขึ้นอย่างแนน่ อน รายการ
สินทรพั ย์ที่เกี่ยวข้องไมถ่ ือวา่ เป็นสินทรพั ยท์ ี่อาจเกิดขนึ้ และการรับร้รู ายการดงั กลา่ ว ถือว่าเหมาะสม
34. กิจการเปิดเผยขอ้ มลู เก่ียวกับสินทรัพยท์ ่ีอาจเกดิ ข้ึนตามที่กาหนดไว้ในย่อหน้าท่ี 89
หากมี ความเป็นไปได้ค่อนขา้ งแน่ที่กิจการจะได้รับประโยชนเ์ ชงิ เศรษฐกิจ
35. กจิ การประเมินสถานการณเ์ ก่ียวกับสนิ ทรัพย์ท่ีอาจเกิดข้ึนอยา่ งตอ่ เนื่องเพื่อให้มนั่ ใจว่า
งบการเงินจะสะท้อนภาพท่ีเหมาะสมเกย่ี วกบั สนิ ทรพั ยด์ งั กล่าว หากสภาพการณ์เปล่ียนทาให้มีความ
เสมอื นแน่นอนวา่ กิจการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจอย่างแนน่ อน กิจการรบั รู้สินทรัพย์และรายได้
ท่ีเกยี่ วข้องในงบการเงินในงวดทมี่ กี ารเปลี่ยนแปลงเกดิ ข้ึน ในกรณีที่มี ความเป็นไปไดค้ ่อนข้างแนท่ ่ี
กิจการจะไดร้ ับประโยชน์เชิงเศรษฐกจิ กจิ การเปิดเผยข้อมลู เกย่ี วกับสินทรพั ยท์ ่ีอาจเกิดข้ึน
การวัดมลู ค่า
ประมาณการที่ดที ส่ี ุด
36. กิจการตอ้ งรบั รปู้ ระมาณการหนี้สนิ ด้วยจานวนประมาณการท่ีดีที่สุดของรายจา่ ยที่ต้อง
นาไปจา่ ยชาระภาระผูกพันปจั จุบนั ณ วนั สิ้นรอบระยะเวลารายงาน
37. ประมาณการท่ีดที ่ีสดุ ของรายจ่ายที่ตอ้ งนาไปจา่ ยชาระภาระผกู พันปัจจุบนั คือ จานวนท่ี
สมเหตุสมผลท่ีกจิ การจะจา่ ยเพ่ือชาระภาระผกู พันหรอื โอนภาระผกู พนั ใหก้ บั บคุ คลท่ีสาม ณ วนั สิน้
รอบระยะเวลารายงาน ตามปกตมิ ักเปน็ ไปไมไ่ ดห้ รือตอ้ งมคี า่ ใช้จ่ายสงู เกนิ กว่าที่จะยอมรบั ได้เพ่ือ
ชาระหรือโอน ณ วนั สน้ิ รอบระยะเวลารายงาน อย่างไรก็ตาม ประมาณการของ จานวนที่
สมเหตุสมผลที่กจิ การจะจ่ายเพ่ือชาระหรอื โอนภาระผกู พันถอื เป็นประมาณการทด่ี ที ่ีสุดของรายจ่ายที่
ต้องนาไปจา่ ยชาระภาระผกู พันปัจจบุ นั ณ วนั สน้ิ รอบระยะเวลารายงาน
13
38. กจิ การตอ้ งประมาณผลลัพธข์ องเหตุการณ์หรือสถานการณแ์ ละผลกระทบทางการเงิน
โดยใช้ วิจารณญาณของฝ่ายบริหารของกิจการ ประกอบกับประสบการณท์ ่ีได้จากรายการท่ีคล้ายคลงึ
กัน และในบางกรณีรายงานของผู้เช่ียวชาญอิสระ หลกั ฐานที่ใชใ้ นการพิจารณาจะรวมถงึ หลักฐาน ท่ี
ได้รับเพมิ่ เตมิ จากเหตกุ ารณภ์ ายหลงั รอบระยะเวลารายงาน
39. เนื่องจากมีความไมแ่ น่นอนเกี่ยวกับจานวนที่จะรับรู้เปน็ ประมาณการหน้ีสินกิจการจงึ
ตอ้ งนาวิธีการหลายวิธตี ามสถานการณ์มาใช้ หากประมาณการหนี้สนิ เกยี่ วข้องกบั ประชากรที่
ประกอบดว้ ยรายการจานวนมาก กิจการตอ้ งประมาณภาระผกู พันโดยการถ่วงนา้ หนักผลลพั ธ์ท่ี
เปน็ ไปได้ท่ีนา่ จะเกิดขน้ึ ทง้ั หมดดว้ ยความเปน็ ไปได้ที่เก่ียวข้อง วธิ ีทางสถิติที่ใช้ในการประมาณนี้
เรยี กวา่ “มูลคา่ ที่คาดว่าจะเกิด” ดังน้นั ประมาณการหนีส้ ินอาจมีจานวนแตกต่างกนั ขน้ึ อยูก่ ับความ
นา่ จะเปน็ ท่ีรายจ่ายจะเกิดข้ึนมอี ัตราไม่เทา่ กนั เช่น รอ้ ยละ 60 หรอื ร้อยละ 90 หากรายจา่ ย ที่นา่ จะ
เกดิ ขนึ้ ในช่วงจานวนท่ีประมาณไว้มคี วามตอ่ เน่ืองกนั และรายจา่ ยทุกจุดของช่วงจานวนน้นั มีความ
น่าจะเป็นที่จะเกดิ ขน้ึ เทา่ เทยี มกนั กิจการตอ้ งใช้รายจ่ายที่นา่ จะเกิดข้ึน ณ จุดกึ่งกลางของช่วงจานวน
นัน้ เปน็ ตวั แทนของประมาณการหนส้ี ิน
ตวั อย่าง
กิจการขายสินคา้ โดยใหก้ ารรบั ประกันสนิ ค้า กิจการจะรับผิดชอบต้นทนุ ในการแกไ้ ขความเสียหายท่ี
เกดิ ขน้ึ ของสนิ ค้าท่ีเสียหายจากการผลิตภายใน 6 เดอื นนับจากวนั ทซ่ี ้ือ ถ้าความเสียหายเกดิ ข้ึนเพยี ง
เล็กน้อยแต่เกิดกบั สินค้าทกุ รายการที่จาหน่ายต้นทุนในการแก้ไข ความเสียหายจะมีจานวนประมาณ
1 ล้านบาท หากความเสยี หายเป็นความเสียหายที่สาคัญและเกดิ กับสนิ ค้าทุกรายการที่จาหนา่ ย
ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขความเสยี หายจะมจี านวน ประมาณ 4 ล้านบาท จากประสบการณ์ในอดีตของ
กจิ การ และความคาดหมายเก่ียวกบั อนาคตช้ีให้เหน็ วา่ ในปที ่ีจะมาถงึ 75% ของสินคา้ ท่ีขายจะไม่มี
ความเสียหายเกิดขนึ้ 20% ของสินค้าที่ขายจะมีความเสียหายเพยี งเล็กนอ้ ย 5% ของสินค้าที่ขายจะมี
ความเสียหายที่สาคญั ตามย่อหนา้ ท่ี 24 กิจการจะต้องประเมินความนา่ จะเป็นของกระแสเงนิ สดท่ี
กิจการจะต้องจ่าย สาหรบั ภาระผกู พนั ในการรบั ประกนั สินคา้ โดยรวมมูลคา่ ท่ีคาดวา่ จะเกิดข้ึนของ
ค่าใช้จา่ ย ในการแก้ไขความเสียหายมีดงั น้ี (75% ของ 0) + (20 % ของ 1 ลา้ นบาท) + (5% ของ
4 ล้านบาท) = 400,000 บาท
14
40. ในการประมาณมลู ค่าของภาระผกู พันรายการเดียว กิจการอาจเห็นวา่ ผลลพั ธ์จานวน
หนง่ึ ใดที่นา่ จะเกิดขนึ้ มากที่สุดเฉพาะรายการ คอื ประมาณการที่ดีที่สดุ ของหนี้สิน อยา่ งไรก็ตาม
ในกรณีดงั กล่าว กจิ การยงั คงตอ้ งพิจารณาถงึ ผลลัพธท์ ี่เป็นไปได้อ่ืนๆ หากพบวา่ รายจ่ายที่เปน็ ไปได้
อืน่ ๆ สว่ นใหญม่ จี านวนสูงกวา่ หรือต่ากว่าจานวนผลลัพธ์ที่นา่ จะเกิดข้ึนมากท่ีสุด ประมาณการท่ีดี
ทส่ี ดุ ของหน้ีสินจะเป็นจานวนที่สูงกว่าหรือต่ากวา่ ดงั กลา่ ว ตัวอย่างเช่น หากกจิการตอ้ งแก้ไขความ
ผดิ พลาดสาคัญที่เกิดจากการกอ่ สรา้ งโรงงานหลักให้กับลูกค้า กจิ การอาจมคี วามเหน็ ว่าผลลพั ธท์ ี่
น่าจะเกดิ ข้ึนมากท่ีสุดเฉพาะรายการดังกลา่ ว คอื ต้นทนุ จานวน 1 พันล้านบาท ถ้าการซอ่ มแซม
ประสบผลสาเรจ็ ในคราวเดยี ว อยา่ งไรก็ตาม กจิ การอาจตอ้ งรบั รู้ประมาณการหน้ีสนิ ดว้ ยจานวนท่ี
สงู กว่า 1 พนั ล้านบาท หากมโี อกาสอย่างมนี ัยสาคัญที่กจิ การจะต้องทาการซอ่ มแซมหลายครงั้ จนกวา่
งานจะสาเรจ็ ลงได้
41. กจิ การวดั มลู ค่าประมาณการหนีส้ นิ ก่อนหักภาษเี งนิ ได้เนอ่ื งจากผลกระทบทางภาษขี อง
ประมาณการหนีส้ ินและการเปล่ียนแปลงประมาณการดงั กลา่ วจะต้องปฏิบัตติ ามมาตรฐาน การบญั ชฉี บบั ที่ 12
ความเสีย่ งและความไม่แน่นอน
42. กจิ การต้องพิจารณาถงึ ความเส่ยี งและความไมแ่ น่นอนทีเ่ ก่ยี วขอ้ งอยา่ งไมอ่ าจหลีกเลี่ยงได้ กบั สิ่ง
ที่อยู่แวดลอ้ มเหตุการณ์และสถานการณ์ต่างๆ เพ่ือให้ไดม้ าซง่ึ ประมาณการที่ดีท่ีสดุ ของประมาณการหนี้สนิ
43. ความเส่ียงชี้ให้เห็นถงึ ความผันผวนของผลลัพธก์ ารปรับความเสี่ยงอาจทาใหจ้ านวนของ
หน้ีสินท่ีมกี ารวัดมูลค่าสูงขึน้ กิจการต้องใช้วจิ ารณญาณอยา่ งระมัดระวงั ในสถานการณ์ที่มคี วามไม่
แนน่ อน เพื่อที่จะไมท่ าใหร้ ายไดห้ รือสินทรัพยแ์ สดงด้วยจานวนท่ีสงู เกนิ ไป และทาให้ ค่าใชจ้ า่ ยและ
หน้ีสินแสดงดว้ ยจานวนท่ีต่าเกนิ ไป อยา่ งไรก็ตามความไม่แนน่ อนไมใ่ ช่เหตผุ ลที่จะนามาสนบั สนุนการ
ประมาณจานวนประมาณการหนี้สินใหส้ งู เกนิ ความจาเปน็ หรอื การรับรู้หน้ีสนิ ด้วยจานวนท่ีสงู เกินจริง
โดยเจตนา ตวั อย่างเชน่ ถ้าตน้ ทุนท่ีคาดการณไ์ ว้สาหรับผลลพั ธ์ ทเ่ี ป็นผลรา้ ยอยา่ งยิ่ง ได้มกี าร
ประมาณโดยใชห้ ลกั ความระมัดระวัง จะไม่ถอื ว่าเปน็ การจงใจ พจิ ารณาวา่ ผลลพั ธน์ ั้นมคี วามเปน็ ไปได้
ท่จี ะเกิดขนึ้ มากกวา่ ที่จะเป็นจริงได้กจิ การต้องใช้ ความระมัดระวังเพ่ือหลีกเล่ียงการนาความเส่ียงและ
ความไม่แน่นอนมาปรับซา้ ซ้อน ซงึ่ จะทาให้ ประมาณการหนี้สินมีจานวนสูงเกนิ กวา่ ท่ีควรเป็น
44. กิจการเปดิ เผยข้อมลู เกี่ยวกับความไมแ่ นน่ อนของจานวนรายจ่ายที่จะเกดิ ขน้ึ จาก
ประมาณการหนี้สินตามขอ้ กาหนดที่ระบไุ วใ้ นย่อหนา้ ที่ 85.2
15
มูลคา่ ปจั จบุ ัน
45. กจิ การต้องกาหนดจานวนประมาณการหน้ีสนิ โดยใชม้ ูลคา่ ปัจจบุ นั ของรายจา่ ยท่ีคาดวา่
จะตอ้ งนามาจา่ ยชาระภาระผกู พนั หากมลู ค่าของเงินตามเวลามีผลกระทบต่อจานวนประมาณการ
หนสี้ นิ น้ันอย่างมสี าระสาคญั
46. เน่ืองจากมลู ค่าของเงนิ ตามเวลาประมาณการหน้ีสินที่เกยี่ วขอ้ งกับกระแสเงนิ สดท่ีกจิ การ
ต้องจ่ายภายหลงั รอบระยะเวลารายงานเพยี งไมน่ านจะสร้างภาระตอ่ กิจการมากกว่าประมาณการหน้ีสนิ
ท่เี ก่ียวขอ้ งกบั กระแสเงินสดจานวนเดยี วกนั ที่กิจการตอ้ งจา่ ยภายหลงั จากนั้น ดังนัน้ กจิ การคดิ ลด
กระแสเงนิ สดท่ีเก่ียวข้องกบั ประมาณการหน้ีสินหากมูลค่าของเงนิ ตามเวลามีผลกระทบตอ่ จานวน
ประมาณการหนสี้ นิ นน้ั อย่างมีสาระสาคญั
47. อัตราคดิ ลด (อัตราเดยี วหรือหลายอัตรา) ต้องเป็นอัตราก่อนหกั ภาษีซึ่งสะท้อนถงึ การ
ประเมนิ สถานการณ์ตลาดในปัจจบุ ันของมลู ค่าของเงินตามเวลา และความเสีย่ งเฉพาะของหนี้สนิ ที่
กาลังพิจารณาอยู่ แตต่ อ้ งไม่สะทอ้ นถึงความเสี่ยงทไ่ี ด้นาไปปรับประมาณการกระแสเงนิ สด ในอนาคตไปแล้ว
เหตุการณใ์ นอนาคต
48. จานวนประมาณการหนี้สินต้องสะทอ้ นถึงเหตกุ ารณ์ในอนาคตซึง่ อาจมีผลกระทบตอ่
จานวนท่ีกจิ การตอ้ งนามาจา่ ยชาระภาระผกู พนั หากมหี ลักฐานที่เปน็ รปู ธรรมเพยี งพอทีท่ าใหเ้ ชื่อได้
ว่าเหตกุ ารณใ์ นอนาคตนน้ั จะเกดิ ขึ้น
49. เหตุการณ์ในอนาคตที่คาดวา่ จะเกิดขึ้นอาจมีความสาคัญตอ่ การวดั มูลค่าประมาณการ
หนี้สนิ ตัวอยา่ งเช่น กิจการอาจเชื่อวา่ ตน้ ทนุ ในการทาความสะอาดสถานท่ีเมอื่ สน้ิ สุดอายกุ ารใชง้ าน
ของสถานท่ีจะมจี านวนลดลงเน่ืองจากวิทยาการที่เปลย่ี นไปในอนาคต จานวนประมาณการหนี้สินท่ี
กจิ การรบั รู้ตอ้ งสะท้อนถึงความคาดหมายอย่างสมเหตุสมผลของผู้สังเกตการณ์ภายนอกซ่ึงเป็นผู้ที่มี
ความเท่ียงธรรมและคณุ สมบัตทิ างด้านเทคนคิ ท่ีเหมาะสม โดยตอ้ งพจิ ารณาจากหลักฐานที่มีอยู่
ทงั้ หมดเก่ียวกบั วิทยาการที่กจิ การสามารถนามาใชไ้ ดเ้ มื่อถึงเวลาท่ีต้องทาความสะอาด ดังนนั้ จึงเป็น
การเหมาะสมท่ีกิจการจะรวมจานวนตน้ ทุนที่คาดว่าจะประหยดั ได้ เนื่องจากประสบการณ์ท่ีเพม่ิ ขน้ึ
จากการนาวิทยาการท่ีมอี ยมู่ าใชใ้ นการทาความสะอาด หรอื จานวน ตน้ ทุนที่คาดว่าจะเกดิ ขึ้นในการ
นาวิทยาการที่มีอย่มู าประยุกต์กับการกาจดั มลพษิ ท่ีเปน็ งานใหญ่ข้ึนหรือท่ีซับซ้อนขนึ้ กวา่ ท่เี คยทา
มาแล้วในอดตี อย่างไรก็ตาม กจิ การตอ้ งไมค่ าดล่วงหน้าวา่ จะมกี ารพัฒนาวทิ ยาการใหมโ่ ดยสนิ้ เชงิ ใน
การกาจดั มลพษิ หากไม่มีหลกั ฐานสนบั สนุนที่เปน็ รูปธรรมเพียงพอ
16
50. กจิ การนาผลกระทบของกฎหมายใหม่ทมี่ คี วามเปน็ ไปไดม้ าพิจารณาเพื่อวัดมูลคา่ ภาระผูกพนั
ทมี่ ีอยู่หากมีหลกั ฐานท่ีเป็นรูปธรรมเพียงพอวา่ กฎหมายนั้นน่าจะไดร้ ับการบัญญัตขิ ้ึนอยา่ งเสมอื น
แนน่ อน ในทางปฏบิ ตั ิสถานการณท์ ่ีหลากหลายทาใหไ้ ม่สามารถกาหนดไดว้ า่ เหตุการณ์ใด เหตุการณ์
หนึ่งจะใหห้ ลกั ฐานที่เปน็ รูปธรรม และเพียงพอในทกุ กรณหี ลกั ฐานที่ตอ้ งการ เป็นกฎหมายจะมี
ข้อกาหนดอะไรและกฎหมายนน้ั จะได้รับการบญั ญัติและมผี ลบังคับใช้ อยา่ งเสมือนแนน่ อนแล้ว
หรือไม่ ในหลายกรณีหลกั ฐานที่เป็นรูปธรรมเพยี งพอดงั กลา่ วจะไมม่ อี ยู่ จนกระท่งั กฎหมายนนั้ จะ
ได้รับการบัญญัตขิ ้ึน
การจาหนา่ ยสินทรพั ยท์ ค่ี าดวา่ จะเกดิ ขน้ึ
51. กิจการต้องไมน่ าผลกาไรจากการจาหนา่ ยสนิ ทรพั ย์ทค่ี าดวา่ จะเกดิ ขึ้นมารวมพจิ ารณาใน
การวดั มูลค่าประมาณการหนีส้ ิน
52. กจิ การไม่นารายการผลกาไรที่คาดว่าจะเกดิ ข้ึนจากการจาหน่ายสินทรัพยม์ ารวม
พิจารณา ในการวัดมลู ค่าประมาณการหนี้สนิ แม้ว่าการจาหน่ายท่ีคาดว่าจะเกิดขนึ้ จะเกย่ี วโยงอยา่ ง
ใกล้ชดิ กับเหตุการณท์ ่ีกอ่ ให้เกดิ ประมาณการหน้ีสิน แต่กจิ การรบั รู้ผลกาไรทค่ี าดวา่ จะเกิดขึ้นจาก การ
จาหนา่ ยสินทรพั ย์ ณ เวลาท่ีกาหนดไว้โดยมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวขอ้ งกบั สินทรพั ยท์ ่ี
คาดว่าจะจาหน่ายน้ัน
รายจา่ ยท่ีจะไดร้ บั ชดเชย
53. หากกจิ การคาดวา่ จะไดร้ ับชดเชยรายจา่ ยทัง้ หมดหรือบางส่วนคืนจากบุคคลทสี่ ามตาม
จานวนที่กจิ การจา่ ยไปเพอื่ ชาระประมาณการหน้ีสนิ กิจการต้องรบั รรู้ ายจา่ ยทจี่ ะไดร้ ับชดเชยเป็น
สนิ ทรัพยไ์ ดก้ ต็ อ่ เมือ่ กิจการมคี วามเสมอื นแนน่ อนวา่ หลงั จากที่จ่ายชาระภาระผูกพันแล้วกจิ การน่าจะ
ได้รับรายจา่ ยนั้นคืนอย่างแนน่ อน กจิ การต้องรบั รรู้ ายจ่ายทีจ่ ะได้รบั ชดเชยเป็นสนิ ทรัพยแ์ ยกต่าง
หากแตต่ ้องไม่เกนิ จานวนประมาณการหน้ีสินท่เี ก่ยี วข้อง
54. กิจการอาจแสดงค่าใช้จ่ายทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั ประมาณการหนส้ี นิ ในงบกาไรขาดทนุ เบ็ดเสร็จ
โดยแสดงสุทธิจากจานวนรายจ่ายท่จี ะได้รับชดเชยท่ีรับรู้ไว้
55. ในบางครง้ั กิจการสามารถเรียกรอ้ งใหบ้ คุ คลที่สามจ่ายรายจา่ ยบางส่วนหรือท้ังหมดท่ี
กิจการจ่ายไปเพอ่ื ชาระประมาณการหนี้สิน (เช่น จากสญั ญาประกนั ภัย สัญญาชดเชยค่าเสยี หาย หรอื
17
การประกันจากผูข้ ายสนิ คา้ หรอื ใหบ้ ริการ) ในกรณีดังกล่าวบุคคลท่ีสามอาจชดใช้เงนิ ท่ีกจิ การจา่ ย
ออกไปกอ่ นหรือจา่ ยชาระภาระผูกพันโดยตรงแทนกิจการ
56. ในกรณีสว่ นใหญ่ กิจการยังคงต้องรับผดิ ชอบที่จะตอ้ งจา่ ยจานวนท่ีกาลงั มปี ญั หากนั อยู่
ทัง้ หมด ทาใหก้ จิ การจะตอ้ งจ่ายชาระรายจา่ ยทั้งจานวน หากบคุ คลที่สามไมส่ ามารถจ่ายชาระ
เน่ืองจาก เหตผุ ลใดก็ตาม ในกรณดี งั กล่าวกจิ การต้องรบั ร้ปู ระมาณการหนี้สินดว้ ยจานวนหน้สี นิ ทั้งสน้ิ
และรับรู้รายจ่ายที่คาดว่าจะไดร้ บั ชดเชยเป็นสินทรัพยแ์ ยกตา่ งหาก เมือ่ กิจการมคี วามแน่ใจอย่างมาก
วา่ จะไดร้ ับรายจา่ ยนนั้ คืนหากกิจการจ่ายชาระหน้ีสิน
57. ในบางกรณกี ิจการจะไมร่ ับผิดชอบจานวนต้นทนุ ท่ีกาลงั มีปญั หากนั อยูแ่ ม้วา่ บุคคลท่ีสาม
จะไมส่ ามารถจ่ายชาระรายจา่ ยดงั กล่าว ในกรณีนร้ี ายจ่ายดงั กลา่ วไม่ถอื เป็นหนสี้ นิ และกิจการไมน่ า
รายจา่ ยนน้ั ไปรว่ มบนั ทึกเปน็ ประมาณการหนี้สิน
58. ตามข้อกาหนดท่ีระบุไวใ้ นย่อหน้าท่ี 29 กจิ การถือว่าภาระผกู พันท่ีกจิ การมคี วาม
รับผดิ ชอบ โดยไมแ่ บง่ แยกกับผู้อน่ื เปน็ หน้ีสินท่ีอาจเกิดขนึ้ ในกรณีที่คาดว่าภาระผูกพันดังกลา่ วจะมี
การจ่ายชาระโดยฝ่ายอ่ืนนัน้
การเปลีย่ นแปลงประมาณการหนีส้ ิน
59. กิจการตอ้ งทบทวนประมาณการหนี้สิน ณ ทุกวนั สิ้นรอบระยะเวลารายงาน และ
ปรับปรงุ ประมาณการหนี้สนิ ดงั กลา่ วเพ่ือสะทอ้ นให้เหน็ ถึงประมาณการทีด่ ีท่ีสุดในปัจจุบนั กิจการ
ตอ้ งกลับบัญชปี ระมาณการหนี้สินหากไมม่ ีความน่าจะเป็นท่กี จิ การจะสญู เสียทรพั ยากรท่ีมีประโยชน์
เชิงเศรษฐกิจเพ่อื จา่ ยชาระภาระผูกพันอีกตอ่ ไป
60. หากกจกิ ารมีการคิดลดกระแสเงินสดที่เกี่ยวกับประมาณการหนี้สิน มูลค่าตามบญั ชีของประมาณ
การหนสี้ ินจะเพ่มิ ข้ึนในแต่ละงวดตามเวลาที่ผ่านไป กจิ การรับรูก้ ารเพิม่ ขน้ึ ดังกลา่ วเปน็ ตน้ ทนุ การกยู้ ืม
การนาประมาณการหนส้ี ินมาใช้
61. กิจการจะนาประมาณการหน้ีสนิ มาใช้ไดเ้ ฉพาะกับรายจ่ายท่กี จิ การรับรเู้ ป็นประมาณการ
หนส้ี ินไวแ้ ต่เดิม
62. กจิ การจะนา รายจา่ ยมาตัดประมาณการหน้ีสินได้เฉพาะรายจา่ ยที่กิจการรบั รู้เป็น
ประมาณการหนส้ี ินไว้แต่เดิมเท่าน้ัน การนารายจ่ายที่รบั รู้มาตดั ประมาณการหน้ีสนิ ซ่ึงแตเ่ ดิมมไี ว้เพ่ือ
วตั ถปุ ระสงคอ์ ่นื อาจทาใหไ้ ม่เห็นผลกระทบของเหตกุ ารณ์สองเหตุการณ์ทแ่ี ตกตา่ งกัน
18
การนาขอ้ กาหนดเก่ยี วกับการรบั รรู้ ายการและการวดั มลู คา่ มาปฏบิ ัติ
ขาดทนุ จากการดาเนินงานในอนาคต
63. กจิ การต้องไม่รับรู้ประมาณการหน้สี ินสาหรบั ขาดทนุ จากการดาเนินงานในอนาคต
64. ขาดทนุ จากการดาเนนิ งานในอนาคตไม่เป็นไปตามคานิยามของหน้ีสนิ ท่ีกาหนดไวใ้ นยอ่
หนา้ ท่ี 10 และเกณฑก์ ารรับร้รู ายการประมาณการหน้ีสินทก่ี าหนดไว้ในย่อหนา้ ที่ 14
65. การคาดคะเนขาดทนุ จากการดาเนนิ งานในอนาคตชี้ให้เหน็ ว่าสนิ ทรัพย์บางรายการท่ีใช้
ในการดาเนนิ งานอาจเกิดการด้อยค่า กิจการทดสอบการดอ้ ยค่าของสินทรัพยเ์ หล่าน้นั ตามขอ้ กาหนด
ท่ีระบไุ วใ้ นมาตรฐานการบญั ชฉี บับที่ 36 เร่อื ง การด้อยคา่ ของสินทรัพย์
สญั ญาท่สี รา้ งภาระ
66. ในกรณที ก่ี ิจการมสี ญั ญาทสี่ รา้ งภาระ กิจการต้องรบั รแู้ ละวัดมูลค่าภาระผกู พันปจั จุบัน
ซ่ึงเกิดจากสญั ญานั้นเป็นประมาณการหน้ีสิน
67. สญั ญาหลายประเภทสามารถท่ียกเลกิ ไดโ้ ดยไมจ่ าเป็นท่ีกิจการจะต้องจ่ายเงินชดเชย
ใหก้ ับอกี ฝ่ายหนง่ึ เชน่ คาสง่ั ซอ้ื ที่ออกเปน็ ประจา ดังน้นั สัญญาดงั กลา่ วจึงไม่กอ่ ใหเ้ กิดภาระผกู พนั
กับกิจการ แต่สัญญาประเภทอนื่ กอ่ ให้เกิดทงั้ สิทธิและภาระผูกพันกบั คู่สัญญาแต่ละฝ่าย ในกรณีท่ี
เหตกุ ารณ์บางอย่างทาให้สญั ญาดังกล่าวสร้างภาระ สัญญาน้ันจะอยู่ภายใต้ขอบเขตของมาตรฐานการ
บญั ชฉี บับน้ี และกจิ การรับรูห้ นี้สนิ ที่มีอยู่ ในทางกลบั กัน สัญญาท่ีมีผลบงั คับแลว้ แตย่ งั ไมเ่ ป็นสัญญา
ท่รี า้ งภาระจะไม่อยภู่ ายใต้ขอบเขตของมาตรฐานการบัญชฉี บับน้ี
68. มาตรฐานการบัญชีฉบับนี้นยิ ามคาว่าสญั ญาท่ีสร้างภาระว่าคือสัญญาท่ีต้นทนุ ที่หลีกเลย่ี งไมไ่ ด้
ในการปฏิบัตติ ามภาระผูกพันภายใต้สัญญามีจานวนสงู กวา่ ประโยชน์เชงิ เศรษฐกิจที่คาดว่าจะไดร้ ับ
ภายใตส้ ญั ญานน้ั ตน้ ทุนท่ีหลีกเลย่ี งไมไ่ ดภ้ ายใต้สญั ญาสะท้อนตน้ ทุนสุทธิท่ีตา่ ท่สี ุดในการยกเลิกสญั ญา
ซ่ึงคือตน้ ทุนการปฏบิ ัติครบตามสัญญาหรือค่าชดเชยหรอื ค่าปรบั ท่ีเกิดขึน้ จากการไม่ปฏิบัติครบตามสญั ญา
แล้วแต่ว่าตน้ ทุนใดจะตา่ กว่า
68ก ต้นทุนการปฏบิ ตั ิครบตามสญั ญาประกอบดว้ ยต้นทนุ ท่ีเกยี่ วข้องโดยตรงกับสัญญา
ต้นทนุ ท่ีเกีย่ วขอ้ งโดยตรงกบั สญั ญาประกอบด้วยตน้ ทนุ ท้ังสองขอ้ ดงั น้ี
68ก.1 ตน้ ทุนส่วนเพ่ิมในการปฏิบัติครบตามสญั ญาตวั อยา่ งเชน่ ค่าแรงงานและค่าวตั ถุดิบทางตรงและ
19
68ก.2 การปนั ส่วนต้นทุนอ่ืนที่เกยี่ วข้องโดยตรงในการปฏบิ ัตคิ รบตามสญั ญา ตวั อย่างเชน่
การปนั ส่วนค่าเส่ือมราคาของรายการท่ีดิน อาคารและอปุ กรณ์ท่ีใชใ้ นการปฏิบัติครบตามสญั ญาน้นั
ท่ามกลางเรอื่ งอ่นื
69 กอ่ นท่ีจะตงั้ ประมาณการหน้ีสนิ แยกตา่ งหากสา หรับสัญญาที่สร้างภาระให้กจิ การรบั รู้ผลขาดทนุ
จากการด้อยค่าที่เกิดขนึ้ จากสนิ ทรัพย์ท่ีใช้ในการปฏิบัตคิ รบตามสญั ญา (ดูมาตรฐานการบัญชี ฉบับท่ี36)
การปรบั โครงสร้าง
70. ตวั อย่างต่อไปนเ้ี ปน็ เหตุการณท์ ี่อาจถือเปน็ การปรบั โครงสร้างตามคานยิ าม
70.1 การขายหรอื การยกเลิกสายงานธุรกิจ
70.2 การปดิ สถานประกอบการทางธุรกิจในประเทศหรอื ภมู ิภาคหนึ่ง หรือการยา้ ย
กจิ กรรม ทางธุรกิจจากประเทศหรอื ภูมภิ าคหนง่ึ ไปยังอีกประเทศหรอื ภูมิภาคหน่ึง
70.3 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบรหิ าร เชน่ การลดระดับชนั้ ทางการบริหาร และ
70.4 การปรับโครงสร้างข้ันพ้ืนฐานขององคก์ รที่มผี ลกระทบอย่างเป็นสาระสาคัญ
ต่อธรรมชาติ และจุดมงุ่ หมายในการปฏบิ ัตงิ านของกิจการ
71. กิจการจะรบั รู้ตน้ ทุนการปรับโครงสรา้ งเป็นประมาณการหนส้ี นิ ไดก้ ต็ อ่ เมอ่ื เป็นไปตาม
เกณฑ์ ในการรบั รู้ประมาณการหน้ีสินตามท่ีกาหนดไวใ้ นย่อหนา้ ที่ 14 สว่ นการนาเกณฑ์ดงั กลา่ ว
มาปฏบิ ตั กิ ับการปรับโครงสรา้ งไดก้ าหนดไว้ในย่อหนา้ ท่ี 72 ถงึ 83
72. ภาระผกู พนั จากการอนุมานที่จะปรบั โครงสรา้ งเกิดข้ึนไดต้ อ่ เมือ่ กจิ การได้ปฏบิ ตั ิตาม
ข้อกาหนดทุกขอ้ ตอ่ ไปน้ี
72.1 กจิ การมแี ผนการปรับโครงสร้างทเ่ี ป็นทางการอย่างละเอยี ด ซงึ่ ระบุถึงเร่อื ง
ตอ่ ไปน้ีเปน็ อย่างนอ้ ย
72.1.1 ธุรกิจหรอื ส่วนของธุรกจิ ท่เี ก่ยี วขอ้ ง
72.1.2 สถานประกอบการหลกั ทีจ่ ะได้รบั ผลกระทบ
72.1.3 สถานประกอบการ หน้าทีง่ าน และจานวนพนักงานโดยประมาณทจ่ี ะ
ได้รับค่าตอบแทนจากการเลิกจ้าง
72.1.4 รายจา่ ยทก่ี จิ การจะตอ้ งรับภาระ และ
72.1.5 กาหนดเวลาทีจ่ ะมกี ารปฏบิ ัตติ ามแผนการปรับโครงสร้าง
20
72.2 กจิ การทาให้ผู้ถูกกระทบจากแผนการปรับโครงสรา้ งเกดิ ความคาดหมายท่ีมมี ลู
ความจริงวา่ กิจการจะดาเนนิ การปรับโครงสรา้ งโดยเร่มิ ปฏบิ ัติตามแผนนัน้ หรือ โดยการ
ประกาศลกั ษณะหลกั ของแผนน้ันให้ผไู้ ด้รับผลกระทบทราบ
73. ตัวอย่างของหลกั ฐานที่แสดงวา่ กจิ การไดเ้ ร่ิมปฏบิ ัตติ ามแผนการปรับโครงสรา้ ง ได้แก่
การรื้อถอน โรงงาน การขายสนิ ทรพั ย์หรือการประกาศใหส้ าธารณชนทราบถึงลักษณะหลกั ของ
แผนการปรบั โครงสรา้ ง การประกาศใหส้ าธารณชนทราบถงึ แผนการปรบั โครงสรา้ งในรายละเอยี ดจะ
กอ่ ให้เกิด ภาระผูกพันจากการอนมุ านที่จะมกี ารปรับโครงสร้างไดก้ ต็ ่อเมือ่ การประกาศน้นั ทาโดยวธิ ีการ
และให้รายละเอียดอย่างเพียงพอ (เชน่ ให้ลกั ษณะหลกั ของแผน) ที่จะสร้างความคาดหมาย อย่างมมี ูล
ความจริงใหก้ บั ฝ่ายอืน่ เชน่ ลกู ค้า ผขู้ ายสินค้า พนกั งาน (หรอื ตวั แทนพนกั งาน) วา่ กิจการจะ
ดาเนินการปรับโครงสรา้ ง
74. แผนการปรับโครงสรา้ งจะถือว่าเพียงพอท่ีจะกอ่ ให้เกดิ ภาระผกู พันจากการอนุมาน
เมอ่ื กิจการประกาศให้ผู้ไดร้ ับผลกระทบทราบ กิจการตอ้ งวางแผนท่ีจะเร่ิมปฏบิ ัตติ ามแผนการปรบั
โครงสรา้ ง ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเปน็ ไปได้ และดาเนนิ การปรบั โครงสรา้ งใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในกรอบเวลา
ท่ไี มน่ ่าทาใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงท่ีมีนัยสาคญั ตอ่ แผนนั้น หากกิจการคาดวา่ จะมีความล่าชา้ อย่าง
มากก่อนท่ีจะเร่ิมการปรับโครงสร้างหรอื คาดวา่ จะใช้เวลานานอย่างไมส่ มเหตุสมผล แผนการปรับ
โครงสรา้ งน้ันไม่นา่ จะสร้างความคาดหมายอยา่ งมีมลู ความจรงิ ให้กบั ฝ่ายอน่ื วา่ กจิ การมีข้อผูกมดั ใน
ปจั จบุ นั ที่จะทาการปรับโครงสรา้ ง เนอ่ื งจากกรอบเวลาดงั กล่าวทาให้กจิ การมีโอกาสเปล่ียนแปลง
แผนการปรับโครงสรา้ งได้
75. การตัดสินใจของฝา่ ยบริหารหรอื คณะกรรมการที่จะปรับโครงสร้างกอ่ นวนั สิ้นรอบ
ระยะเวลารายงานจะไมก่ อ่ ใหเ้ กิดภาระผูกพันจากการอนุมาน ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน ถ้ากิจการ
ไมไ่ ดป้ ฏบิ ตั ิตามขอ้ ใดขอ้ หน่งึ ต่อไปนี้กอ่ นวนั สิ้นรอบระยะเวลารายงาน
75.1 เร่มิ ปฏบิ ัติตามแผนการปรบั โครงสร้าง หรือ
75.2 ประกาศลกั ษณะหลกั ของแผนการปรบั โครงสร้างให้ ผู้ ได้ รับผลกระทบทราบ โดยการ
ประกาศนั้นเป็นไปในลักษณะที่เฉพาะเจาะจงเพยี งพอท่ีจะสร้างความคาดหมาย อย่างมมี ูลความจริง
แกผ่ ู้ไดร้ ับผลกระทบวา่ กิจการจะดาเนินการปรับโครงสรา้ ง
ในกรณที ี่กจิ การเริ่มปฏิบตั ิตามแผนการปรับโครงสร้างหรอื ประกาศลกั ษณะหลักของแผนให้ผู้ไดร้ ับ
ผลกระทบทราบภายหลังรอบระยะเวลารายงาน กิจการต้องเปิดเผยข้อมลู ตามที่กาหนดไว้ใน
21
มาตรฐานการบัญชฉี บบั ท่ี 10 เรื่อง เหตุการณภ์ ายหลงั รอบระยะเวลารายงาน หากการปรบั โครงสร้าง
น้ันมีสาระสาคญั และการไมเ่ ปดิ เผยข้อมูลสามารถคาดได้อย่างสมเหตุสมผล ว่ามีอิทธพิ ลต่อการตัดสนิ ใจ
บนขอ้ มลู ของงบการเงินของผใู้ ชห้ ลกั ของงบการเงินเพือ่ วตั ถุประสงคท์ ั่วไป ซ่ึงให้ข้อมลู การเงิน
เกย่ี วกบั กิจการทีเ่ สนอรายงาน
76. แม้วา่ การตดั สนิ ใจของฝ่ายบริหารเพียงอย่างเดียวจะไมก่ อ่ ให้เกดิ ภาระผกู พนั จากการอนมุ าน
แตเ่ หตกุ ารณ์ท่ีเกิดขนึ ้ กอ่ นหน้านนั้ ประกอบกบั การตดั สินใจของฝ่ายบริหารอาจกอ่ ให้เกิดภาระผกู พนั ดงั กลา่ ว
ตวั อย่างเช่น การเจรจาตอ่ รองกบั ตวั แทนพนกั งานเกี่ยวกบั เงนิ ท่ีจะจ่ายเม่ือเลกิ จ้างหรือการตอ่ รองกบั ผ้ทู ่ีจะซือ้
การดาเนินงานของกจิ การอาจดาเนินการแล้วเสร็จ เหลือเพียงการได้รับการอนมุ ตั จิ ากคณะกรรมการ เมื่อมกี าร
อนมุ ตั ไิ ด้เกดิ ขนึ ้ และมีการสอ่ื สาร ให้ฝ่ายอื่นทราบ จะถือวา่ กจิ การได้กอ่ ให้เกดิ ภาระผกู พนั จากการอนมุ านที่จะ
ปรับโครงสร้าง หากเป็นไปตามเงื่อนไขทกุ ข้อที่ระบไุ ว้ในยอ่ หน้าท่ี 72
77. ในบางประเทศคณะกรรมการจะได้รับสทิ ธิให้มอี านาจสงู สดุ โดยคณะกรรมการจะประกอบด้วย
ตวั แทนของกลมุ่ ผลประโยชน์นอกเหนือจากตวั แทนฝ่ายบริหาร เช่น ตวั แทนพนกั งาน หรือในกรณีท่ีจาเป็นต้องมี
การแจ้งตอ่ ตวั แทนดงั กลา่ วกอ่ นท่ีคณะกรรมการจะตดั สนิ ใจ ปรับโครงสร้างภาระผกู พนั จากการอนมุ านของ
กจิ การในการปรับโครงสร้างอาจเกดิ ขนึ ้ เน่ืองจาก การตดั สนิ ใจของคณะกรรมการต้องมกี ารสอ่ื สารกบั ตวั แทน
ของกลมุ่ ผลประโยชน์แล้ว
78. เมอื่ กจิ การขายการดาเนนิ งาน ภาระผูกพนั จะไม่ถือวา่ เกิดขึ้นจนกระทั่งกิจการมขี ้อผูกมดั
ท่จี ะขายการดาเนนิ งานนนั้ เช่น มกี ารทสัญญาขายท่ีมีผลบังคับตามกฎหมาย
79. แมว้ ่ากิจการตัดสินใจที่จะขายการดาเนนิ งาน และไดป้ ระกาศถึงการตัดสนิ ใจนน้ั ต่อ
สาธารณชน ยงั ไม่ถือวา่ กิจการมีขอ้ ผูกมัดท่ีจะขายการดาเนินงานน้ันจนกระท่ังกจิ การสามารถระบุผู้
ซือ้ และตกลงทาสญั ญาขายท่ีมีผลบังคับตามกฎหมาย ตราบใดที่กิจการยงั ไม่ได้ทาสญั ญาขายที่มีผลบงั คับ
ตามกฎหมายกิจการยงั คงสามารถเปล่ียนใจและอาจดาเนนิ การเป็นอย่างอื่น หากกิจการไม่สามารถหาผู้ซื้อ
ท่จี ะตกลงตามเง่ือนไขท่ีกิจการยอมรับได้ในกรณที ี่การดาเนนิ งาน ถือเปน็ ส่วนหนึง่ ของการปรับโครงสรา้ ง
กิจการตอ้ งทบทวนการด้อยคา่ ของสนิ ทรัพยท์ ี่ใช้ในการดาเนนิ งานนนั้ ตามข้อกาหนดที่ระบุไวใ้ น
มาตรฐานการบญั ชีฉบับท่ี 36 ในกรณีทก่ี ารขายการดาเนนิ งานเปน็ เพียงส่วนหนงึ่ ของการปรบั โครงสร้าง
ภาระผกู พนั จากการอนมุ านอาจเกิดข้นึ กับสว่ นอ่ืนๆ ของการปรบั โครงสร้างก่อนท่ีกิจการทาสัญญาขาย
ทีม่ ีผลบงั คบั ตามกฎหมาย
80. ประมาณการหน้ีสินจากการปรับโครงสร้างตอ้ งรวมเฉพาะรายจา่ ยโดยตรงทีเ่ กดิ ขนึ้ จาก
การปรบั โครงสร้างเท่านน้ั ทเ่ี ป็นไปตามเง่ือนไขทุกข้อตอ่ ไปนี้
22
80.1 จาเปน็ ตอ้ งเกดิ ในการปรับโครงสรา้ งนน้ั และ
80.2 ไม่เก่ยี วขอ้ งกบั กจิ กรรมทที่ าอยู่อย่างต่อเนื่องของกิจการ
81. ประมาณการหน้ีสนิ จากการปรบั โครงสร้างไม่รวมรายจา่ ยตอ่ ไปน้ี
81.1 ค่าอบรมหรือค่าย้ายสถานที่ของพนักงานท่ียงั จา้ งงานอยู่
81.2 คา่ ใชจ้ า่ ยทางการตลาด หรือ
81.3 เงนิ ลงทุนในระบบใหม่หรือเครือขา่ ยใหมท่ ี่เก่ียวข้องกบั การจาหน่ายเครอื ขา่ ย
การจาหนา่ ยใหม่
รายจา่ ยขา้ งต้นเก่ียวขอ้ งกับการดาเนินธรุ กจิ ในอนาคต และไมถ่ ือเปน็ หน้สี ินสาหรับการปรับ
โครงสร้าง ณ วนั สน้ิ รอบระยะเวลารายงาน กจิ การรับรู้รายจา่ ยดงั กล่าวโดยใช้เกณฑ์การรบั รู้
รายการเสมือนวา่ รายจา่ ยนน้ั เกิดข้ึนอย่างเปน็ อสิ ระจากการปรบั โครงสร้าง
82. กจิ การไมน่ าขาดทนุ จากการดาเนินงานท่ีจะเกิดขนึ้ ในอนาคต ซ่งึ สามารถระบไุ ดจ้ นถึง
วนั ท่ีมกี ารปรบั โครงสรา้ งมารวมเป็นประมาณการหนส้ี ิน เวน้ แตผ่ ลขาดทุนนัน้ เกี่ยวขอ้ งกับสญั ญาที่
สรา้ งภาระตามคานิยามท่ีระบไุ ว้ในยอ่ หนา้ ที่ 10
83. ตามขอ้ กาหนดที่ระบไุ ว้ในย่อหนา้ ที่ 51 กิจการไมน่ ารายการผลกาไรจากการจาหนา่ ย
สนิ ทรัพย์ ทีค่ าดว่าจะเกิดขึ้นมาพิจารณาในการวดั มลู ค่าประมาณการหน้ีสินจากการปรับโครงสร้าง
แม้วา่ การขายสนิ ทรัพย์น้ันจะถอื เป็นสว่ นหนึ่งของการปรบั โครงสรา้ ง
การเปดิ เผยข้อมลู
84. กิจการต้องเปดิ เผยขอ้ มลู ตอ่ ไปน้ีสาหรบั ประมาณการหนส้ี นิ แต่ละประเภท
84.1 จานวนประมาณการหนี้สิน ณ วันต้นงวดและวันสิน้ รอบระยะเวลารายงาน
84.2 จานวนประมาณการหนี้ สนิ ทีร่ ับรเู้ พมิ่ เตมิ ในระหว่างงวด ซ่ึงรวมถงึ จานวนท่ี
เพิม่ ข้ึน ของประมาณการหน้สี ินที่มอี ยู่
84.3 จานวนท่ตี ัดออกจากบัญชีประมาณการหน้ี สินในระหวา่ งรอบระยะเวลา
รายงาน (กลา่ วคอื รายจ่ายทเ่ี กิดข้นึ และนาไปลดประมาณการหนี้สนิ )
84.4 จานวนประมาณการหน้ี สนิ ทไ่ี มไ่ ดใ้ ชท้ ต่ี อ้ งกลบั รายการในระหว่างรอบ
ระยะเวลา รายงาน และ
84.5 จานวนคิดลดท่เี พ่ิมข้ึนในระหว่างรอบระยะเวลารายงานเนื่องจากเวลาท่ีผา่ น
ไป และจากผลของอตั ราคิดลดท่เี ปล่ยี นแปลง
23
กิจการไม่จาเป็นต้องแสดงข้อมลู เปรียบเทยี บ
85. กจิ การตอ้ งเปดิ เผยข้อมลู ตอ่ ไปน้ีสาหรบั ประมาณการหนีส้ นิ แตล่ ะประเภท
85.1 คาอธิบายโดยสังเขปเกีย่ วกบั ธรรมชาติของภาระผกู พันและจงั หวะเวลาท่ี
กจิ การคาดวา่ จะสูญเสยี ประโยชน์เชงิ เศรษฐกิจ
85.2 คาอธบิ ายลกั ษณะของความไมแ่ น่นอนเก่ยี วกับจานวนหรอื จงั หวะเวลาของ
การสญู เสยี ประโยชนเ์ ชงิ เศรษฐกิจ กจิ การตอ้ งเปิดเผยข้อสมมติท่ีสาคญั ทใ่ี ช้เก่ียวกับ
เหตกุ ารณใ์ นอนาคต (ตามท่ีระบใุ นย่อหน้าท่ี 48) เม่อื จาเปน็ เพอ่ื ใหข้ อ้ มูลทเี่ ปิดเผยมีความ
เพยี งพอ และ
85.3 จานวนรายจ่ายที่คาดว่าจะได้รับชดเชย โดยระบจุ านวนสนิ ทรัพยท์ กี่ จิ การรบั รู้
สาหรบั รายจ่ายท่คี าดวา่ จะได้รับชดเชยนน้ั
86. กจิ การต้องให้คาอธิบายโดยสงั เขปเกย่ี วกบั ธรรมชาตขิ องหน้ี สินที่อาจเกดิ ขึ้นแต่ละ
ประเภท ณ วนั ส้นิ รอบระยะเวลารายงาน และเปิดเผยขอ้ มูลตอ่ ไปนี้ หากทาไดใ้ นทางปฏบิ ตั ิเว้นแต่
ความนา่ จะเปน็ ที่กจิ การจะสูญเสียทรัพยากรเพ่ือจ่ายชาระหนส้ี นิ นั้นอยู่ในระดับไมน่ า่ เปน็ ไปได้
86.1 ประมาณการผลกระทบทางการเงนิ ซง่ึ วดั มูลคา่ ตามขอ้ กาหนดทรี่ ะบุไว้ในยอ่
หนา้ ท่ี 36 ถึง 52
86.2 สิ่งท่ชี ้ีบอกความไมแ่ น่นอนเก่ียวกับจานวนหรือจังหวะเวลาของการสญู เสีย
ประโยชนเ์ ชิงเศรษฐกจิ และ
86.3 ความเปน็ ไปไดท้ จี่ ะได้รบั ชดเชย
87. ในการกาหนดวา่ ประมาณการหน้ีสินหรอื หน้ีสนิ ที่อาจเกดิ ขนึ้ รายการใดอาจนามารวมไว้
เป็นประเภทเดียวกัน กจิ การต้องพจิ ารณาวา่ รายการต่างๆ มีธรรมชาติคล้ายคลึงกันอยา่ งเพยี งพอ จน
ทาใหก้ จิ การสามารถใชข้ อ้ ความเดียวกันในการอธิบายถึงรายการเหล่าน้ัน หรอื สามารถบรรลุ เงื่อนไข
ทก่ี าหนดไว้ในยอ่ หน้าท่ี 85.1 85.2 86.1 และ 86.2 ไดด้ ังนนั้ การรวมจานวนที่เกี่ยวข้องกบั การ
ประกันสินค้าตา่ งชนิดไวเ้ ปน็ ประมาณการหนี้สินประเภทเดยี วกันจึงอาจถือเป็นการเหมาะสม แต่การ
นาจานวนท่ีเกย่ี วข้องกับการรับประกันสินคา้ ตามปกตแิ ละจานวนท่ีจะเกดิ จากการฟ้องรอ้ งตาม
กฎหมายมารวมไวเ้ ปน็ ประมาณการหน้ีสนิ ประเภทเดยี วกันจะถอื ว่าไม่เหมาะสม
24
88. หากประมาณการหนี้สนิ และหน้ีสินท่ีอาจเกดิ ข้ึนเกิดจากสถานการณช์ ุดเดยี วกนั กจิ การ
ต้องเปดิ เผยขอ้ มูลตามท่ีกาหนดไวใ้ นยอ่ หนา้ ท่ี 84 ถงึ 86 ในลักษณะท่ีแสดงให้เหน็ ถงึ ความเก่ียวพนั
ระหวา่ งประมาณการหน้ีสินและหนี้สนิ ทอี่ าจเกิดขึ้นนั้น
89. เมื่อมีความเปน็ ไปได้คอ่ นขา้ งแน่ทีก่ ิจการจะไดร้ ับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ กิจการตอ้ ง
เปดิ เผยคาอธบิ ายโดยสงั เขปเกย่ี วกบั ธรรมชาติของสนิ ทรัพยท์ ่อี าจเกิดขึน้ ณ วนั สิ้นรอบ ระยะเวลา
รายงาน และกิจการตอ้ งเปิดเผยประมาณการผลกระทบทางการเงนิ ซง่ึ วัดมลู คา่ ตามขอ้ กาหนดทรี่ ะบุ
ไว้ในย่อหน้าท่ี 36 ถึง 52 หากสามารถทาได้ในทางปฏิบตั ิ
90. เมอื่ กิจการเปิดเผยขอ้ มูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ท่ีอาจเกิดข้ึน กจิ การตอ้ งหลกี เล่ียงการชี้นา ที่
อาจทาให้เกิดการเขา้ ใจผดิ เกี่ยวกับระดับความนา่ จะเป็นท่ีรายได้จะเกิดข้ึน
91. หากกจิ การไม่เปิดเผยข้อมลู ตามทีก่ าหนดไวใ้ นย่อหน้าท่ี 86 และ 89 เนื่องจากไม่
สามารถทาได้ในทางปฏบิ ตั ิกิจการต้องเปิดเผยข้อเทจ็ จริงดังกลา่ ว
92. ในกรณีที่ยากย่งิ ทจ่ี ะเกิดท่กี ิจการจะสามารถคาดการณ์ได้วา่ การเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด
หรอื บางสว่ นตามที่กาหนดไว้ในย่อหนา้ ที่ 84 ถึง 89 จะทาให้สถานะของกจิ การเก่ยี วกบั ข้อพิพาทกบั
ฝา่ ยอน่ื ๆ ในเร่อื งเกี่ยวกับประมาณการหน้สี นิ หนี้สินท่อี าจเกดิ ขึ้น หรอื สนิ ทรัพย์ท่ีอาจเกิดขึ้น เกิด
ความเสียหายอยา่ งรุนแรง ในกรณีนี้ กจิ การไม่จาเป็นตอ้ ง เปิดเผยข้อมลู ดงั กลา่ ว แต่ตอ้ งเปิดเผยถงึ
ธรรมชาตทิ ัว่ ไปของข้อพพิ าทพรอ้ มกับข้อเทจ็ จริง และเหตุผลของการไมเ่ ปิดเผยขอ้ มลู น้ัน
การปฏบิ ัติในชว่ งเปลี่ยนผา่ น
93. กจิ การต้องรับรูผ้ ลกระทบจากการปฏิบตั ิตามมาตรฐานการบัญชฉี บับนี้ ณ วนั ถือปฏิบัติ
(หรอื กอ่ นวนั ถือปฏบิ ัติ) โดยปรบั กับกาไรสะสมตน้ งวดของงวดแรกทก่ี ิจการได้นามาตรฐานการบัญชี
ฉบบั นี้ มาถือปฏบิ ัตมิ าตรฐานการบญั ชีฉบับนี้ สนับสนนุ แตไ่ ม่ไดก้ าหนดใหก้ ิจการ ตอ้ งปรับปรุงกาไร
สะสมต้นงวดของงวดก่อนท่นี าเสนอหรือปรบั ย้อนหลังขอ้ มูลเปรียบเทียบ หากกจิ การไมไ่ ด้ปรับ
ย้อนหลังขอ้ มลู เปรยี บเทียบกิจการตอ้ งเปิดเผยขอ้ เท็จจรงิ ดังกล่าว
94. (ย่อหนา้ นีไ้ มใ่ ช)้
94ก สญั ญาที่สร้างภาระ – ตน้ ทุนการปฏบิ ัตคิ รบตามสัญญาทอ่ี อกโดยคณะกรรมการ
มาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศเมอ่ื พฤษภาคมปี 2563 ทาใหม้ กี ารแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ มาตรฐานการ
บัญชี ฉบับนใ้ี นปี2565 โดยเพ่ิมยอ่ หน้าท่ี68ก และแก้ไขเพมิ่ เตมิ ยอ่ หนา้ ท่ี 69 กิจการตอ้ งถือปฏิบัติ
ตามการแก้ไขเพมิ่ เติมดังกล่าวกับสญั ญาซ่ึงยังปฏบิ ัตไิ มค่ รบตามภาระผูกพนั ทั้งหมด ณ วนั เรม่ิ ตน้ ของ
25
รอบระยะเวลารายงานประจาปซี ่ึงกจิ การถือปฏบิ ัติตามการแกไ้ ขเพมิ่ เติมเปน็ ครงั้ แรก (วนั ท่ีเรม่ิ ต้นใช้
มาตรฐานครั้งแรก) กิจการต้องไม่แก้ขอ้ มลู เปรยี บเทียบ แต่กิจการตอ้ งรับรู้ ผลกระทบสะสมของการ
เรมิ่ ต้นถอื ปฏบิ ตั ิตามการแก้ไขเพิ่มเตมิ น้ีให้เป็นรายการปรับปรงุ ในกาไรสะสมยกมา หรอื องคป์ ระกอบ
อนื่ ของสว่ นของเจา้ ของ (ตามความเหมาะสม) ณ วนั ท่ีเร่ิมตน้ ใช้ มาตรฐานครั้งแรกแทน
วนั ถอื ปฏิบตั ิ
95. กิจการต้องปฏิบัตติ ามมาตรฐานการบัญชฉี บับนีก้ บั งบการเงนิ ประจาปีสาหรับรอบ
ระยะเวลา บัญชีทเี่ ริม่ ในหรือหลังวันท่ี 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ทัง้ นสี้ นบั สนนุ ใหน้ าไปใชก้ ่อนวัน
ถือปฏิบตั ิ หากกิจการถอื ปฏบิ ัตติ ามมาตรฐานการบัญชฉี บบั นี้สาหรบั งวดก่อนวันท่ีมีผลบงั คับใช้
กิจการตอ้ งเปิดเผยขอ้ เท็จจรงิ ดงั กลา่ วด้วย
96. (ยอ่ หน้านไ้ี ม่ใช้)
97. (ยอ่ หน้านไี้ มใ่ ช้)
98. (ยอ่ หนา้ นี้ไมใ่ ช)้
99. การปรบั ปรุงมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ ระหวา่ งประเทศประจาปี 2553 ถงึ 2555
ทอี่ อก ในเดือนธันวาคมปี 2556 ทาใหม้ กี ารแก้ไขเพ่ิมเตมิ มาตรฐานการบัญชีฉบบั นี้ในปี 2558 โดย
แก้ไขเพ่มิ เติมย่อหนา้ ท่ี 5 ซึง่ เป็นผลเนอ่ื งมาจากการปรับปรุงของมาตรฐานการรายงานทางการเงิน
ฉบบั ท่ี 3 กจิ การตอ้ งถอื ปฏิบตั ติ ามการปรบั ปรงุ น้ันโดยใช้วธิ ีเปลี่ยนทันทีเป็นตน้ ไปสาหรบั การรวม
ธุรกจิ ซึ่งเป็นการถือปฏิบัติตามการปรับปรงุ ของมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ ฉบับที่ 3
100. มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบบั ที่ 15 เร่ือง รายได้จากสัญญาทที่ ากบั ลกู คา้ ที่
ออกโดย คณะกรรมการมาตรฐานการบญั ชีระหวา่ งประเทศเม่ือเดอื นพฤษภาคมปี 2557 ทาใหเ้ กดิ
การแก้ไขเพม่ิ เตมิ ยอ่ หน้าที่ 5 และตดั ยอ่ หนา้ ที่ 6 กิจการตอ้ งถือปฏิบัติตามการแกไ้ ขเพม่ิ เติม ดังกล่าว
เมอ่ื กิจการถือปฏิบัติตามมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ ฉบบั ท่ี 15
101. มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบบั ที่ 9 ทอี่ อกโดยคณะกรรมการมาตรฐานการ
บญั ชีระหวา่ งประเทศเม่อื เดือนกรกฎาคมปี 2557 ทาให้เกิดการแกไ้ ขเพมิ่ เติมย่อหนา้ ที่ 2 และตดั ย่อ
หนา้ ท่ี 97 และ 98 กิจการตอ้ งถือปฏบิ ตั ิตามการแก้ไขเพิ่มเตมิ ดังกลา่ วเม่อื กจิ การถอื ปฏบิ ัติตาม
มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับท่ี 9
26
102. มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 16 ที่ออกโดยคณะกรรมการมาตรฐานการบัญชี
ระหว่างประเทศเมอ่ื เดือน มกราคม ปี 2559 ทาใหเ้ กดิ การแก้ไขเพ่ิมเติมยอ่ หนา้ ที่ 5 กิจการต้อง ถือปฏิบัติ
ตามการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเม่ือกิจการถือปฏบิ ัติตามมาตรฐานการรายงานทาง การเงนิ ฉบับท่ี 16
103. (ย่อหนา้ นี้ไมเ่ กยี่ วขอ้ ง)
104. คานยิ ามของความมสี าระสาคัญ (ที่แก้ไขเพิม่ เติมในมาตรฐานการบญั ชฉี บบั ท่ี 1 และ
มาตรฐาน การบญั ชีฉบับท่ี 8 ท่ีออกโดยคณะกรรมการมาตรฐานการบัญชรี ะหว่างประเทศเม่ือเดือน
ตุลาคมปี 2561 ทาใหม้ กี ารแกไ้ ขเพิ่มเตมิ มาตรฐานการบัญชฉี บบั น้ใี นปี 2563 โดยการแก้ไขเพม่ิ เติม
ย่อหน้าที่ 75 กจิ การตอ้ งถอื ปฏิบตั ิตามการแก้ไขเพม่ิ เตมิ ดงั กล่าวสาหรับรอบระยะเวลา บญั ชที ี่เรมิ่ ใน
หรอื หลงั วันที่ 1 มกราคม 2564 เปน็ ต้นไป ท้ังนีอ้ นุญาตให้กิจการถือปฏิบัติไดก้ อ่ นวนั บังคับใช้หากกิจการ
ถอื ปฏบิ ัติตามการแก้ไขเพม่ิ เติมดังกลา่ วกอ่ นวนั บังคบั ใช้ กจิ การต้องเปิดเผยขอ้ เท็จจรงิ ดังกลา่ ว
กจิ การต้องถอื ปฏิบัติตามการแกไ้ ขเพิ่มเตมิ ดงั กลา่ วเม่ือกจิ การ ถอื ปฏิบัตติ ามการแกไ้ ขเพ่มิ เตมิ คานิยาม
ของความมสี าระสาคญั ในยอ่ หน้าท่ี 7 ของมาตรฐานการ บัญชีฉบบั ที่ 1 และย่อหน้าที่ 5 และ 6 ของ
มาตรฐานการบัญชฉี บบั ท่ี 8
105. สญั ญาที่สร้างภาระ – ตน้ ทุนการปฏิบัติครบตามสญั ญา ท่ีออกโดยคณะกรรมการมาตรฐาน
การบญั ชรี ะหวา่ งประเทศเมือ่ เดอื นพฤษภาคมปี 2563 ทาใหม้ กี ารแก้ไขเพ่มิ เตมิ มาตรฐานการบญั ชี
ฉบับน้ใี นปี 2565 โดยเพิ่มย่อหน้าท่ี 68ก และ 94ก และแก้ไขเพ่มิ เติมยอ่ หนา้ ที่ 69 กิจการตอ้ งถอื
ปฏบิ ตั ิตามการแกไ้ ขเพิ่มเติมดังกลา่ วสาหรับรอบระยะเวลาบญั ชปี ระจาปีท่ีเริ่มในหรอื หลังวนั ท่ี 1
มกราคม 2566 เป็นตน้ ไป ทงั้ น้อี นญุ าตให้กิจการถือปฏิบัติไดก้ อ่ นวันบงั คบั ใช้ หากกจิ การถอื ปฏบิ ตั ิ
ตามการแก้ไขเพ่มิ เติมดงั กล่าวสาหรับรอบระยะเวลาก่อนวนั บังคับใช้ กจิ การต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงดังกล่าว
27
บรรณานุกรม
https://www.tfac.or.th/ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2565
https://www.set.or.th/th/home 25 พฤศจกิ ายน พ.ศ.2565
https://www.dbd.go.th/index.php 5 มกราคม พ.ศ.2566
28