การปฏิวัติ
อุตสาหกรรม
INDUSTRIAL REVOLUTION
คำนำ
หนังสือเล่นนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book)
เรื่อง การปฏิวัติอุดสาหกรรม เพื่อนำไปใช้ในการเรียนรู้เป็นนวัตกรรมส่งเสริม
ด้านเทคโนโลยีให้นักเรียนอ่านได้อย่างสะดวกเข้าถึงเนื้อได้ง่ายขึ้นและเพื่อใน
การเรียนการสอนและให้ความรู้ สำหรับนักเรียนและตลอดจนถึงบุคคลทั่วไปที่
สนใจในเนื้อหาบทเรียน โดยผู้จัดทำได้หาข้อมูลที่หลากหลายเพื่อนำมาประกอบ
ในการจัดนำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เพื่อเป็นแนวการศึกษาเรื่องการ
ปฏิวัติอุดสาหกรรมให้เข้าใจถึงเนื้อหา
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เรื่อง การ
ปฏิวัติอุตสาหกรรม เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอน ตลอด
จนนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานและสามารถน้ำไปใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป
คณะผู้จัด
สารบัญ
1 การปฏิวัติอุตสาหกรรม
( INDUSTRIAL REVOLUTION )
2 การปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้นได้อย่างไร?
6 เหตุใดอังกฤษจึงเป็นชาติแรกที่เกิดการปฏิวัติ
11 อุตสาหกรรม?
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อังกฤษเป็นประเทศผู้นำ
การปฏิวัติอุตสาหกรรม
12 ระยะเวลาที่เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม
19 ผลกระทบของการปฎิวัติอุตสาหกรรม
1
การปฏิวัติอุตสาหกรรม
( INDUSTRIAL REVOLUTION )
การปฏิวัติอุตสาหกรรม หรือ INDUSTRIAL REVOLUTION หมายถึง
กระบวนการเปลี่ยนแปลงในวิธีการผลิตและระบบการผลิต จากเดิมระบบการ
ผลิตมักทำกันภายในครอบครัว พ่อค้ามักเป็นนายทุนซื้อวัตถุดิบแล้วแจกจ่ายให้
แต่ละครอบครัวรับมาทำ แล้วพ่อค้าจะรับผลิตภัณฑ์ที่สำเร็จแล้วไปขาย คนงานก็
จะได้ค่าจ้างเป็นการตอบแทน การผลิตสินค้าเดิมใช้แรงงานคน แรงงานสัตว์
รวมทั้งพลังงานจากธรรมชาติเครื่องมือแบบง่ายๆ มาเป็นการใช้เครื่องจักรกล
แทน เริ่มจากแบบง่ายๆ จนถึงแบบชับซ้อนที่มีกำลังผลิตสูงจนเกิดเป็นการผลิต
ในระบบโรงงาน (FACTORY SUSTEM )การผลิตภายในครอบครัวก็ค่อย ๆ
หมดไป และผู้คนจำนวนมากตามชนบทต้องอพยพเข้ามาทำงานเป็นกรรมกรใน
โรงงาน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างรวดเร็วเริ่มต้นขึ้นในอังกฤษช่วง
ศตวรรษที่18 และ 19 ซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางด้านสังคม วัฒนธรรมและ
เศรษฐกิจ
2
การปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิด
ขึ้นได้อย่างไร?
จากการขยายตัวของจำนวนประชากรส่งผลกระทบ
โดยตรงต่อธุรกิจเสื้อผ้าซึ่งเป็นการผลิตด้วยมือ เมื่อ
ดีมานด์สูงขึ้นแต่ความสามารถในการผลิตเท่าเดิม การ
เปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจึงเกิดขึ้น โดยเริ่มต้นที่ธุรกิจสิ่ง
ทอก่อน เช่น การคิดค้นเครื่องทอผ้า Spinning Jenny
ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโลหะถือเป็น
ส่วนสำคัญ ด้วยการใช้งานโลหะในกลุ่มการเกษตรที่เกิด
ขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้การผลิตชิ้นส่วนโลหะมีความ
ก้าวหน้าขึ้นทำให้สามารถผลิตโลหะที่มี คุณภาพและความ
ทนทานเพิ่มสูงขึ้น คุณภาพของโลหะนี้ส่งผลต่อมายัง
การซึ่งพัฒนาเครื่องจักรไอน้ำ
3
ในปี ค.ศ. 1764 เจมส์ฮาร์กรีฟส์(James Hargreaves) ได้ ประดิษฐ์เครื่อง
ปั่ นด้าย(เครื่องกรอด้าย) ได้สำเร็จ ที่เรียกว่า “ Spinning Jenny
4
ภายหลังการคิดค้นของ Neucomen แล้ว
James Watt ได้พัฒนาระบบลูกสูบใน
กระบอกเพื่อทำให้เกิดแรงดันที่มากขึ้น เป็นการ
ยกระดับเครื่องจักรไอน้ำเดิม การพัฒนา
เทคโนโลยีการผลิตขออุตสาหกรรมสิ่งทอ
ความ อุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรและความ
ก้าวหน้าเทคโนโลยี ครื่องจักรใอน้ำสร้างความ
เชื่อมั่นให้แก่ภาคการเมืองของอังกฤษในช่วง
เวลานั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งราชวงศ์อังกฤษ ที่
เห็นความสำคัญ ความมั่งคั่ง และผลกระทบที่
เกิดจาก การปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้เกิด
ความก้าวหน้าและการพัฒนาอย่างรวดเร็ว
5
เจมส์วัตต์ (James
Watt) เป็นชาวสก็อตแลนด์
ประเทศอังกฤษ ฐานะทาง
ครอบครัวของวัตต์ ค่อน
ข้างยากจน วัตต์ไม่ได้รับการ
ศึกษามากนัก แต่ เขาก็มี
ความสนใจในเรื่องของการ
ประดิษฐ์เครื่องมือ เครื่องใช้
และเครื่องยนต์กลไกมา
ตั้งแต่เด็ก
ครื่องจักรไอน้ำของเจมส์ วัตต์
6
เหตุใดอังกฤษจึงเป็นชาติแรกที่เกิดการ
ปฏิวัติอุตสาหกรรม?
การปฏิวัติอุตสาหกรรมเริ่มต้นที่อังกฤษเพราะอังกฤษมี
ปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวทางอุตสาหกรรมครบถ้วน คือ มี
ทุน วัตถุดิบ แรงงาน และตลาดการค้า การปฏิวัติอุตสาหกรรม
คือจุดเริ่มต้นของความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากร ของ
อังกฤษในการก่อให้เกิดเชื้อไฟแห่งการปฏิวัต.ค.รั้งนี้ เมื่อ
พลังงานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นการ
หุงหาอาหารหรือการทำงานต่างๆ เช่น การตีเหล็ก ไม่จึงเป็น
แหล่งเชื้อเพลิงยอดนิยมอันดับแรกนับตั้งแต่อดีตกาล
แต่การตัดไม้และการขนส่งจากระยะทางที่
ใกลทำให้มีราคาสูงทำให้ผู้คนเริ่มค้นหาวัตถุดิบ
เชื้อเพลิงใหม่ ซึ่งถ่านหินกลายเป็นคำตอบที่
เหมาะสมเนื่องจากอังกฤษ สามารถทำเหมือง
ขุดเจาะได้ง่าย แต่ยังมีปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การ
ขุดเหมืองยิ่งขุด ลึกเท่าใหร่ยิ่งทำให้น้ำท่วมได้
ง่ายทำให้ Thomas Newcomen ได้คิดค้น
เครื่องสูบน้ำ ออกจากเหมืองโดยใช้ไอน้ำแก้
ปัญหาน้ำท่วมได้และส่งผลให้เกิดแหล่งเชื้อ
เพลิง ราคาถูกขึ้น
เครื่องจักรไอน้ำแบบลูกสูบ
7
นอกจากนี้ในยุคดังกล่าวแนวคิดทางวิทยาศาสตร์มัก
ถูกปิดกั้นจากโบสถ์ใน ยุโรป แต่ไม่ใช่ในอังกฤษที่ซึ่ง
สามารถค้นคว้า ตั้งคำถามและหาคำตอบได้ ส่งผลให้
อังกฤษเป็นแหล่งความรู้และก่อเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ
สนับสนุนให้ เกิดสังคมของเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่แลก
เปลี่ยนและคิดค้นสิ่งใหม่ๆ อย่าง ต่อเนื่อง ซึ่งความก้าว
หน้าทางทคนโลยีนี้เกี่ยวพันกับความก้าวหน้าใน เรื่องอื่นๆ
ด้วย เช่น ความก้าวหน้าทางระบบการเงินที่ทำให้ผู้คนกล้า
ลงทุน การเพิ่มจำนวนของประชากร การเนทางถือเป็นอีก
ส่วนหนึ่ง สำคัญ โดยเฉพาะถนนหนทาง แม่น้ำ คลอง ที่
ช่วยลดระยะเวลาในการ เดินทางและค่าใช้จ่ายสำหรับการ
ขนส่ง เมื่อรวมความรู้เข้ากับแหล่ง ทรัพยากรราคาถูก
ทำให้เกิดความสามารถในการลงทุนพัฒนาสิ่งต่างๆ ขึ้น
อย่างต่อเนื่อง
8
การปฏิวัติอุตสาหกรรมเริ่มต้นที่อังกฤษเพราะอังกฤษมีปัจจัย
สนับสนุนการขยายตัวทางอุตสาหกรรมครบถ้วน คือ มีทุน วัตถุดิบ
แรงงาน และตลาดการค้า การปฏิวัติอุตสาหกรรม คือจุดเริ่มต้น
ของความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากร ของอังกฤษในการก่อให้
เกิดเชื้อไฟแห่งการปฏิวัติครั้งนี้ เมื่อพลังงานเป็นหนึ่งใน ปัจจัย
สำคัญของการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นการทุงหาอาหารหรือการทำงาน
ต่างๆ เช่น การตีเหล็ก ไม้จึงเป็นแหล่งเชื้อเพลิงยอดนิยมอันดับ
แรกนับตั้งแต่อดีตกาล แต่การตัดไม้และการขนส่งจากระยะทางที่
ใกลทำให้มีราคาสูงทำให้ผู้คนเริ่มค้นหา วัตถุดิบเชื้อเพลิงใหม่ ซึ่ง
ถ่านหินกลายเป็นคำตอบที่เหมาะสมเนื่องจากอังกฤษ สามารถทำ
เหมืองขุดเจาะได้ง่าย แต่ยังมีปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การยุดเหมืองยิ่ง
ขุด สึกเท่าไหร่ยิ่งทำให้น้ำท่วมได้ง่ายทำให้ Thomas Newcomen
ได้คิดค้นเครื่องสูบ น้ำออกจากเหมืองโดยใช้ใอน้ำแก้ปัญหาน้ำท่วม
ได้และส่งผลให้เกิดแหล่งเชื้อเพลิง
9
อังกฤษเป็นผู้นำในการปฏิวัติเกษตรกรรม
(AGRICULTURAL REVOLUTION) โดยนำ
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาปรับปรุงการเกษตรให้
พัฒนาขึ้น โดยในคริสต์ศตวรรษที่ 16 อังกฤษนำ
ระบบล้อมเขตที่ดิน (ENCLOSURE SUSTEM)
มาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตรอย่าง แพร่หลาย
ซึ่งเป็นผลให้เจ้าของที่ดินรายใหญ่สามารถรวน
รวมที่ดินของตนเป็นผืนใหญ่ และสร้างริ้วล้อม
ที่ดินของตนเพื่อป้องกันความเสียหายของ มีผล
จากการทำลายของคนและสัตว์ นอกจากนี้ยังนำ
วิทยาการ ใหม่ๆ มาใช้ในการผลิต การปรับปรุง
วิธีการทำนาให้มีบระสิทธิภาพยิ่งขึ้น การปฏิวัติ
เกษตรกรรมนำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม
10
การเกษตรกรรมในอังกฤษได้ผลดีขึ้น ทำให้การค้าขายเจริญ
รุ่งเรืองขึ้น ประเทศมีความมั่งคั่งขึ้น ใน ค.ศ. 1694 รัฐบาลจัดตั้ง
ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ (BANK OF ENGLAND )เพื่อเป็น
แหล่งระดมทุนของรัฐ ทรัพยากรมนุษย์ของอังกฤษก็มีความพร้อม
สนับสนุนการปฏิวัติอุตสาหกรรม เพราะชาวอังกฤษไม่เคร่งครัดต่อ
การแบ่งแยกชนชั้น เช่น สังคมอื่นๆ ในยุโรป ทั้งยังให้การยอมรับ
ชนทุกชั้นที่สามารถสร้างฐานะเป็นบิกแผ่น ดังนั้นขุนนางอังกฤษจึง
ไม่รังเกียจที่จะทำการค้า เช่นเดียวกับคนชั้นกลางที่พยายามยก
สถานภาพทางเศรษฐกิจให้เท่าเทียมขุนนาง นอกจากนี้รัฐยังส่ง
เสริมให้การค้าขยายตัว เช่น มีการออกพระราชบัญญัติสร้างถนน
ท่าจอดเรือ และขุดดูคลอง ต่างๆ เป็นจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นเส้น
ทางคมนาคมทางการค้า มีการยกเลิกการเก็บกาษีผ่านด่าน และมีน
โยบายการค้าแบบเสรี ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้มีการขยายตัวของตลาด
การค้าภายในอย่างกว้างขวาง
ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ
11
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อังกฤษเป็นประเทศผู้นำการ
ปฏิวัติอุตสาหกรรม
1
มีระบบการเงินที่มั่นคง
2 มีวัตถุดิบที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรม
ได้แก่ เหล็ก ถ่านหิน
3 มีประชากรเพิ่มขึ้นจากการบฏิวัติเกษตรกรรม
ทำให้มีแรงงานเพิ่มมากขึ้น
4 มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี
5 มีตลาดการค้ากว้างขวางเนื่องจากมีการล่า
อาณานิคมมากขึ้น
6
มีการคมนาคมขนส่งสะดวก
12
ระยะเวลาที่เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม
การปฏิวัติอุตสาหกรรมแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ การ
ปฏิวัติอุตสาหกรรมระยะแรกในระหว่าง ค.ศ. 1760-1840
เป็นระยะที่มีการประดิษฐ์เครื่องจักรช่วยในการผลิตและการ
ปรับปรุง โรงงานอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภานและการ
ปฏิวัติอุตสาหกรรมระยะที่ 2 ระหว่าง ค.ศ. 1861- 1865
เป็นการปรับปรุงการคมนาคมสื่อสาร ซึ่งเป็นผลมาจาก
ความสำเร็จของอุตสาหกรรมเหล็กและเครื่องจักรไอน้ำ
13
การปฏิวัติอุตสาหกรรมในระยะที่ 1 คือ การประดิษฐ์เพื่อ
ตอบสนองอุตสาหกร์รมการทอผ้า เช่น ใน ค.ศ. 1733 จอห์น
เคย์ (JOHN KAY )แห่งเมืองแลงคาเชียร์ (LANCASHIRE)
ได้ประดิษฐ์ที่กระตุก( FLYNG SHUTTLE) ซึ่งช่วยให้ช่างทอผ้า
สามารถผลิตผ้าได้มากกว่าเดิมถึง 2 เท่า ค.ศ. 1764 เจมส์
ฮาร์กรีฟส์ (JAMES HARGREAVES) สามารถผลิตเครื่องปั่ น
ด้าย (SPINNING JENNY)ได้สำเร็จต่อมา ค.ศ. 1769 ริชาร์ด
อาร์กไรด์ (RICHARD ARKURIGHT)ได้ปรับปรุง เครื่องปั่ น
ด้ายให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และพัฒนาเป็นเครื่องจักรกลที่ใช้
พลังน้ำหมุนแทนพลังคนเรียกว่า WATER FRAME ทำให้เกิด
โรงงานทอผ้าตามริมฝั่ งแม่น้ำทั่วประเทศ มีการขยายตัวทำไร่
ฝ้ายในอเมริกาต่อมาวิตนีย์ (ELI WHITNEY) สามารถประดิษฐ์
เครื่องแยกเมล็ดฝ้ายออกจากใย(COTTON GIN)ได้เมื่อ ค.ศ.
1793 การพัฒนาอุตสาหกรรมการทอผ้าของอังกฤษเจริญ
เติบโตอย่างต่อเนื่องจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 19
14
การปฏิวัติอุตสาหกรรมระยะที่ 1
การประดิษฐ์ที่พัฒนาควบคู่กับการทอผ้า คือ การประดิษฐ์
เครื่องจักรไอน้ำ โดยเจมสั วัตต์ (JAMES WATT )ชาวสกอต
ประดิษฐ์ได้ใน ค.ศ. 1769 โดยใช้ขับเคลื่อนเครื่องจักรกลแทน
พลังงานน้ำ ซึ่งส่งผลให้นำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น
เหมืองแร่และการทอผ้าต่างใช้เครื่องจักรไอน้ำเป็นพลังขับเคลื่อน
เครื่องจักรกลทั้งสิ้นโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็กเมื่อมีการ
พัฒนาเครื่องจักรกสไอน้ำทำให้อุตสาหกรรมเหล็กขยายปริมาณ
การผลิตได้อย่างรวดเร็วและเมื่อเฮนรี คอร์ต (HENRY
CORT)ชาวอังกฤษคิดคันวิธีการหลอมเหล็กให้มีคุณภาพดีขึ้น ก็
ส่งผลให้มีการปรับปรุงคุณภาพของบินใหญ่ตลอดจนยุทโร
ปกรณ์ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพขึ้น
เฮนรี คอร์ต (HENRY CORT)
ชาวอังกฤษคิดคันวิธีการหลอมเหล็กให้
มีคุณภาพดีขึ้น
15
การปฏิวัติอุตสาหกรรมระยะที่ 1
ต่อมาใน ค.ศ. 1807 ชาวอังกฤษได้ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรม
จำหน่ายเครื่องจักร ณ เมืองลีจ (LIEGE) ประเทศเบลเยียม
ทำให้เกิดการปฏิวัอุตสาหกรรมขึ้นในเบลเยียม แต่อย่างไรก็ตาม
ในต้นคริสต์ศลวรรษที่ 19 อังกฤษยังครองความเป็นผู้นำในการ
ปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยใน ค.ศ. 1851 อังกฤษได้จัดแสดง
นิทรรศการครั้งใหญ่ (GREAT EXHIBMTION) แสดงความ
ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเหล็กของอังกฤษ
16
การปฏิวัติอุตสาหกรรมระยะที่ 2
เป็นการปรับปรุงการคมนาคมสื่อสาร ซึ่งเป็นผลมา จาก
ความสำเร็จของอุตสาหกรรมเหล็กและเครื่องจักรไอน้ำ โดยใน
ค.ศ. 1804 ริชาร์ด เทรวีทิก (RICHARD TREUITICK)
นำพลังงานไอน้ำมาขับเคลื่อนรถบรรทุก รถจักรไอน้ำจึงมีบทบาท
สำคัญในอุตสาหกรรมขนส่งที่มีชื่อเสียงมาก คือ หัวรถจักรไอน้ำ
ชื่อร็อกเกต (ROCKET) ของจอร์จ สตีเฟนสัน (GEORGE
STEPHENSON) ทำให้มีการเปิดบริการรถจักรไอน้ำบรรทุก
สินค้าเป็นครั้งแรกต่อมามีการดัดแปลงมารับส่งผู้โดยสารถือเป็น
จุดเริ่มต้นการเข้าสู่ยุคการใช้รถไฟ ซึ่งเป็นผลทำให้ความเจริญ
ขยายตัวจากเขตเมืองไปสู่ชนบทเปลี่ยนชนบทให้กลายเป็นเมือง
นอกจากนี้รถไฟยังเป็นพาหนะสำคัญในการลำเลียงกำลังพลและ
อาวุธยุทโฮปกรณ์ต่างๆ และเป็นสิ่งกระตุ้นให้ยุโรปสนใจ
กระบวนการปฏิวัติอุตสาหกรรมในคริสต์ศตวรรษที่ 19
17
การปฏิวัติอุตสาหกรรมระยะที่ 2 ส่วนการคมนาคมทางน้ำ
ในค.ศ.1807 โรเบิร์ต ฟุลตัน (ROBERT FULTON) ชาวอเมริกัน
ประสบความสำเร็จในการนำพลังไอน้ำมาใช้กับ รือเพื่อรับส่งผู้
โดยสาร ต่อมาค.ศ.1840 แซมมวล คูนาร์ด (SEMUEL
CUNARD) เปิดเดินเรือกลไฟแล่นข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้
ภายใน14 วัน และมีการปรับปรุงเรือกสไฟให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ทางด้านรถยนต์มี การนำพลังไอน้ำมาใช้กับรถสามล้อ ต่อมาใน
คริสต์ศตวรรษที่19 ได้มีการ ประดิษฐ์เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน
เบนซินจนถึงค.ศ.1857 คาร์ล เบนซ์ (KARL BENZ) และกอตด์
ลีบ เดมเลอร์ (GOTTLIEB DAIMLER) สามารถนำเครื่องยนต์ที่
ใช้น้ำมันเบนชินมาใช้กับรถยนต์ทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ เจริญ
ก้าวหน้าขึ้นในยุคนี้ยังได้มีการประดิษฐ์เครื่องพิมพ์แบบลูกกลิ้งขึ้น
ใช้ ในค.ศ.1812 ทำให้การพิมพ์พัฒนาได้ปริมาณมากขึ้นและเร็ว
ทัน เหตุการณ์หนังสือพิมพ์จึงแพร่หลายการเผยแพร่ความรู้และ
ข่าวสารก็แพร่หลายในวงกว้างขึ้น
โรเบิร์ต ฟุลตัน (ROBERT FULTON) ชาวอเมริกัน
ประสบความสำเร็จในการนำพลังไอน้ำมาใช้กับเรือ
18
การปฏิวัติอุตสาหกรรมระยะที่ 2 นอกจากนี้ยังมี
การริเริ่มระบบไปรษณีย์ในอังกฤษในค.ศ.1840
ทำให้การ สื่อสารสะดวกรวดเร็วขึ้น ปลายคริสต์
ศตวรรษที่19 แซมมวล มอร์ส (SEMUEL
MORSE) ประดิษฐ์โทรเลขได้สำเร็จเป็นคนแรก
ในค.ศ.1837 อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์
(ALCXANDER GRAHAM BELL )ประดิษฐ์
โทรศัพท์ได้สำเร็จใน ค.ศ.1876 และในค.ศ.1901
ก็มีการประดิษฐ์ วิทยุโทรเลขได้และส่งโทรเลขข้าม
มหาสมุทรแอดแลนลิกได้สำเร็จ ธอมัส แอลวา เอ
ดิสัน (THOMAS ALVA EDISON) ชาวอเมริกัน
ประดิษฐ์หลอด ไฟฟ้าเครื่องเล่นจานเสียงและ
กล้องถ่ายภาพยนตร์ได้
ธอมัส แอลวา เอดิสัน (THOMAS ALVA EDISON) ชาวอเมริกัน
ประดิษฐ์หลอด ไฟฟ้าเครื่องเล่นจานเสียงและกล้องถ่ายภาพยนตร์ได้
19
ผลกระทบของการปฎิวัติ
อุตสาหกรรม
ด้านสังคม ผลกระทบพื้นฐานที่สำคัญของการปฏิวัติ
อุตสาหกรรม คือ การเพิ่มจำนวนประชากรอย่าง รวดทั่ว
โลก ยุโรปในต้นค.ศ. 1800มีประชากรทั่วทั้งทวีป
ประมาณ187ล้านคน แต่ในค.ศ.1900 เพิ่มจำนวน
เป็น2เท่า สาเหตุสำคัญของการเพิ่มขึ้นของประชากรดัง
กล่าวนี้เกิดจาก ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการ
แพทย์ ความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร ตลอดจนการ
ปรับปรุงระบบสาธารณสุขและการดูแลสุขภาพอน่ามัยที่ดี
ขึ้น ก่อให้เกิดการขยายตัวของ สังคมเมืองและการ
เปลี่ยนแปลงทางสังคม การเจริญเติบโตทางวัตถุของ
เมืองต่างๆและการ เติบโตของระบบอุตสาหกรรมนิยม
ทำให้ชาวชนบทจำนวนมากหลั่งไหลเข้าเมืองเพื่อขาย
แรงงานตามโรงงานต่างๆภายในเวลาอันสั้น
20
ด้านสังคม ก่อให้เกิดปัญหาสังคมต่างๆมากมาย เช่น ปัญหา
ที่พักอาศัยชุมชนแออัด ปัญหาความสกปรก และการแพร่
กระจายของเชื้อโรค ปัญหาอาชญากรรม การใช้แรงงานเด็ก
ชั่วโมงการทำงาน อันยาวนาน ปัญหาสวัสดิภาพของคนงาน
การเอารัดเอาเปรียบในอัตราค่าจ้าง ซึ่งสถาบัน แบบดั้งเดิมไม่
อาจแก้ปัญหาได้แนวคิดของระบบสังคมนิยม (socialsm) ของ
คาร์ล มากซ์ (Kar Marx) ค.ศ. 1818-1883 ที่เรียกร้องให้
กรรมกรรวมพลังกันเพื่อต่อสู้โค่นล้มระบบทุน นิยม
(captalism)จึงเริ่มมีบทบาทและอิทธิพลมากขึ้นในการเมือง
ของยุโรปในปลาย คริสต์ศตวรรษที่ 19 เพื่อสร้างสังคมใหม่ที่มี
ความเสมอภาคและปราศจากความเหลื่อมล้ำทาง เศรษฐกิจและ
การเมือง
21
ด้านการเมือง ชนชั้นกลางได้กลายเป็นกลุ่มนักการเมืองที่ส่ง
เสริมให้มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยในประเทศต่างๆ
ส่วนพวกชนชั้นกรรมกรในโรงงานอุตสาหกรรมก็ได้รวมตัวกัน
เรียกร้องสิทธิ์ในการปกครองด้วย ในกลางคริสต์ศตวรรษที่19
กรรมกรในอังกฤษได้จัดตั้ง สหภาพแรงงาน (Labour Union) น
เพื่อรักษาผลประโยชน์และให้ความคุ้มครองแก่พวกตน อีกทั้งเป็น
องค์กรที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนจนในที่สุดในปลาย
คริสต์ศตวรรษที่19 ก็สามารถเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมาย
เลือกตั้งให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ทำให้ ประชาชนทั่วไปมีสิทธิ์ใน
การเลือกตั้ง
22
ด้านการเมืองนอกจากนี้การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเริ่มต้น
จากวิชาดาราศาสตร์ และคณิตศาสตร์ยังนำไปสู่การค้นพบความรู้
ใหม่ๆและวิทยาศาสตร์แขนง อื่นๆอย่างต่อเนื่องไปเป็นลูกโช่อย่างไม่
หยุดยั้ง ก่อให้เกิดความก้าวหน้า ทางเทคนโลยีและวิทยาการด้าน
ต่างๆได้มีการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ประยุกต์ใช้ในการค้นคิด
ประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้หรือเครื่องทุนแรงใน การดำรงชีวิต
ต่างๆทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม และความมั่งคั่ง บริบูรณ์ทาง
วัตถุอย่างไม่ขาดระยะส่งผลให้โครสร้างเศรษฐกิจและสังคมที่ ล้า
หลังของยุโรปเปลี่ยนแปลงเป็นประเทศอุดสาหกรรมอันทันสมัย การ
ผลิตสินค้าที่เคยได้ปริมาณน้อยก็ขยายตัวเป็นการผลิตขนาดใหญ่
(mass producion)ทำให้ชาวยุโรปส่วนใหญ่เริ่มมีสภาพชีวิตที่
สะดวกสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้การปฏิวัติอุตสาหกรรมยังมีผลให้
ชนชั้นกลางและชนชั้น กรรมาชีพบทบาทในสังคมมากขึ้นด้วย เกิด
การรวมตัวกันและมีบทบาท ในการเรียกร้องประชาธิปไตยในนานา
ประเทศในยุโรป
23
ด้านเศรษฐกิจ ใน ค.ศ. 1776 อดัม สมิท (Adom Smith
ค.ศ. 1723- 1790) ศาตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยกลาส
โกว์ (Glasgou) ประเทศอังกฤษ ได้พิมพ์เผยแพร่งาน
เขียน ชื่อ ความมั่งคั่งของประชาชาติ (Wealth of
Nations )เพื่อให้รัฐบาลเห็นด้วยว่าความมั่นคงของ
ประเทศจะเกิดจากระบบการค้าแบบเสรี (aissez fore) ที่
รัฐบาลควร ปล่อยให้เอกชนประกอบกิจกรรมทาง
เศรษฐกิจได้อย่าง เสซี่โดยปราศจากการคจบคุม หลักการ
ของระบบการค้า แบบเสรีดังกล่าวทำให้ชนชั้นกลางของ
ประเทศต่างๆ หลายประเทศในยุโรปมีบทบาทสูงทางด้าน
เศรษฐกิจ และสังคม
อดัม สมิท (Adom Smith)
อ้างอิง
http://world-history-
encyclopedia.blogspot.com
http://www.satit.up.ac.th
https://writer.dek-d.com
https://tuemaster.com
จัดทำโดย
นายเดชาวัสส์ ดาทอง เลขที่ 5
นางสาวณัฐิดา บินรัมย์ เลขที่ 12
นางสาวเบญจมาศ ดินราบรัมย์ เลขที่ 14
นางสาวสายสวรรค์ สินศิริ เลขที่ 21
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1