The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน หน่วยที่ ๘ โอม!พินิจพิจารณา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 621166010, 2022-07-24 21:46:11

หน่วยที่ ๘ โอม!พินิจพิจารณา

แผนการสอน หน่วยที่ ๘ โอม!พินิจพิจารณา

Keywords: แผนการสอน หน่วยที่ ๘ โอม!พินิจพิจารณา

ตารางกาหนดการจัดการเรยี นรู้ กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย

ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔

หน่วยท่ี ๘ โอม! พนิ จิ มหาพจิ ารณา เวลา ๘ ช่วั โมง

จุดประสงค์การเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา
๘ ชม.

โอม! พินิจมหาพิจารณา ๘
๑. อา่ นออกเสียงบทเรียนได้ถูกต้อง ชดั เจน - การอ่านออกเสยี ง ๒

๒. อ่านประโยคในบทเรียนได้ถกู ต้อง - การแสดงความคิดเหน็ เชิง ๒
๓. บอกความหมายคาใหม่บทเรยี นได้ วิจารณ์ ๑
๔. วิพากษ์วิจารณ์เร่อื งท่อี ่านได้ - การสรุปเรอ่ื ง

๕. เขยี นวพิ ากษ์วจิ ารณ์เร่ืองท่ีอ่านได้ - เครื่องหมายวรรคตอน ๒
๖. เขยี นสรุปเรื่องทอี่ ่านได้ - การเขยี นเว้นวรรค ๑
๗. นักเรียนสามารถจบั ใจความจากเรอื่ งที่

อา่ นได้
๘. มมี ารยาทในการเขยี น

๙. นกั เรยี นบอกความหมายวรรคตอนได้
ถกู ต้อง
๑๐. นกั เรยี นใช้เครอื่ งหมายวรรคตอนได้

ถูกต้อง

๑๑. นักเรยี นเขยี นประโยคโดยใช้
เคร่ืองหมายวรรคตอนได้

๑๒. นกั เรยี นเว้นวรรคตอนในการพูด อ่าน
เขียนให้ถูกต้อง

๑๓. นักเรยี นใช้ภาษาได้ถูกตอ้ งตาม

สถานการณ์
๑๔. ทาแบบทดสอบหลงั เรียนได้

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๔๓

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รหัสวิชา ท ๑๔๑๐๑ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๔

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๘ เรอื่ ง โอม! พนิ ิจมหาพจิ ารณา เวลา ๘ ชว่ั โมง

เรือ่ ง การอ่านออกเสยี ง เวลา ๒ ชว่ั โมง

โรงเรียนบ้านปงตา ผูส้ อน นางสาวชญาภา สุขคา

สาระท่ี ๑ การอ่าน

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดไปใช้ตัดสินใจ

แก้ปญั หา และสร้างวสิ ัยทศั น์ในการดาเนินชวี ติ และมีนิสัยรกั การอ่าน

๑. สาระสาคญั
๑. ความคิดรวบยอด
การอ่านออกเสียงผู้อ่านต้องอ่านถูกต้องทั้งด้านอักขระ การเว้นวรรคตอน ระดับสูงต่าของ

เสียงตามบรบิ ทแห่งเน้ือหา จึงจะทาใหก้ ารส่ือสารมีประสทิ ธิภาพ เกิดความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ส่ง
สารและผู้รบั สาร

๒. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
- ความสามารถในการสือ่ สาร

๒. ตัวชี้วดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๔/๑ อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกตอ้ ง

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. อ่านออกเสียงบทเรียนได้ถูกต้อง ชดั เจน
๒. อ่านประโยคในบทเรยี นได้ถูกต้อง
๓. บอกความหมายคาใหม่ในบทเรยี นได้

๔. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. รกั ความเปน็ ไทย
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มีวนิ ัย

๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง

๕. สาระการเรียนรู้
๑. อ่านออกเสียงเร่อื ง “โอม! พินจิ มหาพิจารณา”
๒. การวิเคราะห์เรอ่ื ง “โอม! พนิ ิจมหาพจิ ารณา”
๓. คายากในบทเรยี น

๖. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขัน้ ที่ ๑ นกั เรยี นเขียนตามคาบอก จานวน ๑๐ คา พร้อมเฉลยบนกระดานและคัดคาใหม่ลง

ในสมุด
ขั้นที่ ๒ ครอู ธบิ ายจดหมายลูกโซ่แล้วใหน้ กั เรียนแล้วให้นักเรียนช่วยอภิปรายแสดงความ

คดิ เหน็ และสรปุ
ข้ันที่ ๓ นักเรยี นอ่านเรื่อง โอม! พินจิ มหาพิจารณา ในหนงั สือเรยี น จากนัน้ ช่วยกันสรปุ เน้อื

เร่ืองและแสดงข้อคิดเห็นจากเนื้อเร่ือง ครูช่วยถามความคิดเหน็ จากเน้อื เรอ่ื ง ครูช่วยถามนาเพอ่ื ให้
นักเรียนมีความชดั เพ่ือให้นักเรยี นมคี วามชดั เจนมากข้นึ

ขั้นที่ ๔ นักเรียนอ่านออกเสียงอ่านเพ่ิมเตมิ ความหมายในหนังสือเรยี น ครูและนกั เรียน
อภปิ รายความหมายของคาศพั ท์ แลว้ ชว่ ยกนั ยกตัวอย่างประโยคเพมิ่ เตมิ

ขน้ั ที่ ๕ นักเรยี นช่วยกันบอกความเช่ือทมี่ ีในท้องถิ่น เช่น ไม่ชรี้ ุ้งกินนา้ เพราะจะทาใหน้ ิ้วกุด
หรอื ขาด ฟ้าร้องฟ้าผ่าเกดิ จากรามสูรขว้างขวาง เป็นต้น แล้วอภิปรายแสดงความคิดเห็น

ข้ันท่ี ๖ นักเรียนทาแบบฝึกหัดท้ายบท หนา้ ๕๘-๕๙ ขอ้ ๑ (๑ – ๖) ในชั้นเรียนพร้อมกนั
ขน้ั ท่ี ๗ นักเรยี นทาใบงานท่ี ๑ เป็นการบา้ น

๗. ชิ้นงาน/หลักฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้
๑. แบบฝึกหัดท้ายบท หนา้ ๕๘-๕๙ ข้อ ๑ (๑ – ๖)
๒. ใบงานที่ ๑
๓. เขียนตามคาบอก
๔. แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงคแ์ ละแบบประเมินผลงาน

๘. ส่ือ/ แหล่งเรียนรู้
๑. หนงั สอื เรียนรายวชิ าพ้นื ฐานภาษาไทยชดุ ภาษาเพ่ือชวี ติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔
๒. แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐานภาษาไทยชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ทกั ษะภาษา ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔

๙. วดั ผลประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมอื วัดผลและประเมินผล
รายการประเมนิ - สังเกต - แบบบันทกึ การสงั เกต
- ซกั ถาม - แบบฝึกหัดทา้ ยบท หน้า ๕๘-๕๙
• ด้านความรูค้ วามเข้าใจ - ตรวจใบงาน ขอ้ ๑ (๑ – ๖)
- การร่วมสนทนา - ใบงานท่ี ๑
- การตอบคาถาม - สงั เกตพฤติกรรมขณะรว่ ม - เขียนตามคาบอก
- แบบฝกึ หดั กิจกรรม - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
- แบบประเมินผลงานรายบุคคล
• ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ - การคดิ แสดงความคดิ เห็น
ประสงค์ แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล

• ดา้ นทักษะกระบวนการคดิ
การรว่ มสนทนา

๑๐. เกณฑ์ในการวัดผลและประเมินผล

๑) เกณฑ์ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคร์ ายบุคคลมีคะแนน ๓ ระดบั คือ

ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ไดค้ ะแนน ๘ – ๑๐

ระดับคุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๖ – ๗

ระดับคุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรงุ ได้คะแนน ๑ – ๕

เกณฑ์การผา่ นตอ้ งไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ๒ ขึ้นไปหรือได้คะแนน ๖ ขนึ้ ไป

๒) เกณฑ์การประเมนิ การทาใบงาน มีคะแนน ๓ ระดับ ดงั น้ี

ระดับคุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ทาได้ถูก ๘ – ๑๐

ระดบั คณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗

ระดับคุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรุง ได้คะแนน ๑ – ๔

เกณฑก์ ารผา่ นตอ้ งได้ระดบั คุณภาพ ๒ ข้ึนไปหรอื ไดค้ ะแนน ๕ ข้นึ ไป

๓) เกณฑก์ ารประเมินการทาแบบฝกึ หัดทา้ ยบท มคี ะแนน ๓ ระดบั ดงั น้ี

ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถึง ดี ทาไดถ้ กู ๘ – ๑๐

ระดับคุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗

ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๔

เกณฑ์การผ่านต้องไดร้ ะดับคณุ ภาพ ๒ ขึ้นไปหรอื ได้คะแนน ๕ ขน้ึ ไป

๔) เกณฑก์ ารประเมินการเขียนตามคาบอก มีคะแนน ๓ ระดับ ดงั นี้

ระดับคุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ทาได้ถูก ๘ – ๑๐

ระดับคุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗

ระดับคณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง ได้คะแนน ๑ – ๔

เกณฑก์ ารผ่านตอ้ งได้ระดับคุณภาพ ๒ ขน้ึ ไปหรือไดค้ ะแนน ๕ ขน้ึ ไป

การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน
รักความเปน็ ไทย
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐)
ใฝเ่ รียนรู้
มจี ติ สาธารณะ สนใจและตัง้ ใจร่วม สนใจและตัง้ ใจร่วม สนใจและต้ังใจร่วม
กิจกรรมการเรียน กิจกรรมการเรยี น กิจกรรมการเรียน
มวี นิ ัย ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอยา่ ง ภาษาไทยอยา่ ง
อยูอ่ ยา่ งพอเพียง สนกุ สนานและมี สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสขุ เกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา

กล้าซกั ถามกล้าพดู กลา้ ซักถามกล้าพูด กล้าซกั ถามกล้าพดู

กลา้ แสดงความคิดเห็น กล้าแสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น

และโตแ้ ย้งในสง่ิ ทไ่ี ม่ และโตแ้ ย้งในสิ่งทไ่ี ม่ และโต้แย้งในสง่ิ ทไ่ี ม่

ถกู ตอ้ ง กลา้ แสดงออก ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กลา้ แสดงออก

มคี วามเสยี สละเพอ่ื มีความเสยี สละเพอื่ ไม่คอ่ ยเสียสละเพื่อ

ส่วนรวม ไม่เอา ส่วนรวมเป็นบางคร้ัง ส่วนรวม ชอบเอา

เปรยี บไม่เหน็ แกต่ วั ไม่เอาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ เปรยี บคนอน่ื คอ่ นขา้ ง

ช่วยเหลอื หมู่คณะได้ ตวั ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื เห็นแก่ตวั ไมค่ ่อย

เป็นอยา่ งดี หมู่คณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ

มีการตรวจสอบแกไ้ ข มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแก้ไข
การกระทาทไี่ ม่ถูกตอ้ ง การกระทาท่ีไม่ถกู ต้อง การกระทาทไ่ี มถ่ ูกตอ้ ง
ทกุ คร้ังทาใบงานได้ เกอื บทกุ ครั้ง ทาใบ เปน็ บางครง้ั ทาใบงาน
สะอาดเรยี บร้อยและ งานได้สะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถกู ต้องและทนั เวลา เรียบร้อย ไม่คอ่ ย เรียบร้อยและไมค่ อ่ ย
ทนั เวลา ทันเวลา

ใช้วสั ดุอุปกรณก์ าร ใชว้ ัสดอุ ุปกรณก์ าร ใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์การ

เรยี นทรี่ าคาถกู และใช้ เรียนทีร่ าคาค่อนขา้ ง เรยี นทรี่ าคาค่อนขา้ ง

อยา่ งคมุ้ คา่ ใช้จน แพงและใช้อย่างค้มุ คา่ แพงและใชอ้ ย่างคุม้ ค่า

หมดแล้วค่อยซือ้ ใหม่ ใช้จนหมด ใช้ไมห่ มดแล้วซือ้ ใหม่

ใบงานที่ ๑
หนว่ ยที่ ๘

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๔๔

กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย รหสั วิชา ท ๑๔๑๐๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๘ เรอ่ื ง โอม! พินิจมหาพจิ ารณา เวลา ๘ ชว่ั โมง

เรอ่ื ง การแสดงความคิดเหน็ เชิงวจิ ารณ์ เวลา ๒ ชว่ั โมง

โรงเรยี นบา้ นปงตา ผูส้ อน นางสาวชญาภา สขุ คา

สาระที่ ๒ การเขียน

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขยี นสอื่ สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และ

เขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี

ประสิทธภิ าพ

๑. สาระสาคัญ
๑. ความคิดรวบยอด
การวิจารณ์คือการพูดหรือเขียนแสดงความคิดเห็นที่มีต่อเรื่องท่ีอ่านหรือฟังโดยใช้เหตุผล

สนบั สนุนอย่างหนักแน่น หลีกเล่ียงมิให้กระทบกระเทือนถงึ ตนเองและบุคคลอื่น ผู้แสดงความคิดเห็น
ควรมีการศึกษาอย่างรอบคอบและรู้จกั ข้อเทจ็ จริง ข้อคดิ เห็น จะช่วยสามารถตัดสินใจและแก้ปัญหา
ในชวี ิตประจาวันได้

๒. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการแกป้ ญั หา

๒. ตัวช้ีวดั
ท ๒.๑ ป.๔/๗ เขียนวิเคราะห์วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโต้แย้งในเรื่อง

ต่างๆ
ท ๒.๑ ป.๔/๘ มีมารยาทในการเขียน

๓. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. วิพากษ์วจิ ารณ์เรอ่ื งทอี่ ่านได้
๒. เขยี นวิพากษ์วิจารณ์เรื่องท่อี ่านได้

๔. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. รกั ความเปน็ ไทย
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง

๕. สาระการเรียนรู้
๑. การจับประเดน็ สาคัญของเรอ่ื ง
๒. การวจิ ารณ์เร่อื ง

๖. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขั้นที่ ๑ นกั เรียนเขียนตามคาบอก จานวน ๑๐ คา พรอ้ มเฉลยบนกระดานและคดั คาใหม่ลง

ในสมุด
ขน้ั ท่ี ๒ นกั เรยี นดูภาพในบทเรียน เรื่อง โอม! พินจิ มหาพจิ ารณา สนทนาเกย่ี วกบั ตัวละครใน

ภาพ โดยนกั เรียนผลัดกันพูดวิจารณ์ลกั ษณะของตัวละครในภาพว่าเป็นคนอย่างไร ลกั ษณะภายนอก
บ่งบอกว่าเป็นคนดีหรือคนชัว่ ได้หรือไม่

ข้ันที่ ๓ นักเรียนอ่านอธิบายเพ่ิมเติมความรู้ เร่ืองการแสดงความคิดเห็นเชิงวิจารณ์/การ
แยกแยะขอ้ เทจ็ จรงิ และข้อคิดเหน็ ในหนงั สอื เรียน แล้วชว่ ยกนั สรุปความรู้จากเร่ืองทอี่ ่านเป็นแผนภาพ
ความคดิ ครูช่วยสรปุ เพ่ิมเติมให้ชัดเจน

ขั้นที่ ๔ นักเรียนแต่ละคนช่วยกันค้นหาข้อความหรือคาพูดที่แสดงความคิดเห็นเชิงวิจารณ์
จากบทเรียน เรือ่ ง โอม! พนิ ิจมหาพจิ ารณา นาเสนอหน้าชั้นเรยี น เพ่ือนๆ ช่วยกนั พจิ ารณาว่าถกู ต้อง
หรือไม่

ขนั้ ท่ี ๕ ทาแบบฝึกหัดท้ายบท แบบฝึกหดั ที่ ๖ ข้อ ๓ (๑) หน้า ๖๔ ทาพร้อมกันในชั้นเรยี น
ขน้ั ที่ ๖ ครแู ละนักเรยี นช่วยกนั สรปุ บทเรียน
ข้นั ท่ี ๗ นักเรียนทาใบงานที่ ๒ เป็นการบา้ น

๗. ชิน้ งาน/หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้
๑. แบบฝกึ หัดท่ี ๖ ข้อ ๓ (๑) หน้า ๖๔
๒. ใบงานที่ ๒
๓.เขียนตามคาบอก

๔. แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์และแบบประเมนิ ผลงาน

๘. สือ่ / แหล่งเรยี นรู้
๑. หนังสือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐานภาษาไทยชุดภาษาเพือ่ ชีวิตภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
๒. แบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐานภาษาไทยชดุ ภาษาเพือ่ ชวี ิตทักษะภาษา ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๔

๙. วัดผลประเมินผล วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมอื วัดผลและประเมนิ ผล
รายการประเมิน
- สงั เกต - แบบบันทกึ การสงั เกต
• ดา้ นความรู้ความเขา้ ใจ
- การร่วมสนทนา - ซกั ถาม - แบบฝึกหัดที่ ๖ ข้อ ๓ (๑) หน้า ๖๔
- การตอบคาถาม
- ตรวจใบงาน - ใบงานที่ ๒
• ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ
ประสงค์ - เขยี นตามคาบอก

• ดา้ นทกั ษะกระบวนการคดิ - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
การรว่ มสนทนา
- สังเกตพฤตกิ รรมขณะ - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล

รว่ ม

กิจกรรม

- การแสดงความคดิ เห็น แบบประเมินผลงานรายบุคคล

เชิงวิจารณ์/การแยกแยะ

ข้อเทจ็ จรงิ และข้อคิด

๑๐. เกณฑใ์ นการวัดผลและประเมนิ ผล

๑) เกณฑ์ประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์รายบุคคลมีคะแนน ๓ ระดับ คือ

ระดับคุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ไดค้ ะแนน ๘ – ๑๐

ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน ๖ – ๗

ระดับคณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๕

เกณฑ์การผา่ นตอ้ งไดร้ ะดับคณุ ภาพ ๒ ข้ึนไปหรือไดค้ ะแนน ๖ ขึน้ ไป

๒) เกณฑ์การประเมนิ การทาใบงาน มีคะแนน ๓ ระดบั ดังนี้

ระดับคุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ทาไดถ้ ูก ๘ – ๑๐

ระดับคุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗

ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๔

เกณฑ์การผ่านต้องได้ระดับคณุ ภาพ ๒ ข้นึ ไปหรือไดค้ ะแนน ๕ ขึ้นไป

๓) เกณฑก์ ารประเมนิ การทาแบบฝึกหัดท้ายบท มีคะแนน ๓ ระดบั ดงั น้ี

ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาได้ถูก ๘ – ๑๐

ระดับคุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗

ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรับปรงุ ได้คะแนน ๑ – ๔

เกณฑ์การผา่ นต้องไดร้ ะดับคณุ ภาพ ๒ ขน้ึ ไปหรอื ไดค้ ะแนน ๕ ข้นึ ไป

๔) เกณฑ์การประเมนิ การเขยี นตามคาบอก มีคะแนน ๓ ระดับ ดังน้ี

ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ทาได้ถูก ๘ – ๑๐

ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗

ระดับคณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๔

เกณฑก์ ารผ่านต้องได้ระดบั คณุ ภาพ ๒ ขน้ึ ไปหรือได้คะแนน ๕ ขนึ้ ไป

การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน
รกั ความเปน็ ไทย
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐)
ใฝ่เรยี นรู้
มจี ิตสาธารณะ สนใจและต้งั ใจรว่ ม สนใจและตัง้ ใจร่วม สนใจและต้ังใจร่วม
กิจกรรมการเรียน กจิ กรรมการเรยี น กิจกรรมการเรียน
มวี ินัย ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอยา่ ง ภาษาไทยอยา่ ง
อยอู่ ยา่ งพอเพียง สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสขุ เกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา

กล้าซกั ถามกลา้ พดู กลา้ ซักถามกล้าพูด กล้าซกั ถามกล้าพดู

กล้าแสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น

และโตแ้ ยง้ ในสง่ิ ที่ไม่ และโตแ้ ย้งในสิ่งทไ่ี ม่ และโต้แย้งในสง่ิ ทไ่ี ม่

ถูกตอ้ ง กล้าแสดงออก ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กลา้ แสดงออก

มีความเสยี สละเพอื่ มีความเสยี สละเพอื่ ไม่คอ่ ยเสียสละเพื่อ

ส่วนรวม ไมเ่ อา ส่วนรวมเป็นบางคร้ัง ส่วนรวม ชอบเอา

เปรียบไมเ่ ห็นแก่ตวั ไมเ่ อาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ เปรยี บคนอน่ื คอ่ นขา้ ง

ชว่ ยเหลอื หมู่คณะได้ ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื เห็นแก่ตวั ไมค่ ่อย

เปน็ อย่างดี หมคู่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ

มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแก้ไข
การกระทาทไี่ ม่ถูกตอ้ ง การกระทาท่ีไม่ถกู ต้อง การกระทาทไ่ี มถ่ ูกตอ้ ง
ทกุ ครง้ั ทาใบงานได้ เกือบทกุ ครั้ง ทาใบ เปน็ บางครง้ั ทาใบงาน
สะอาดเรยี บร้อยและ งานได้สะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถกู ตอ้ งและทนั เวลา เรียบร้อย ไม่คอ่ ย เรียบร้อยและไมค่ อ่ ย
ทันเวลา ทันเวลา

ใช้วสั ดุอุปกรณก์ าร ใชว้ ัสดอุ ุปกรณก์ าร ใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์การ

เรยี นทีร่ าคาถูกและใช้ เรียนทีร่ าคาค่อนขา้ ง เรยี นทรี่ าคาค่อนขา้ ง

อย่างคมุ้ คา่ ใช้จน แพงและใช้อย่างค้มุ คา่ แพงและใชอ้ ย่างคุม้ ค่า

หมดแล้วค่อยซื้อใหม่ ใชจ้ นหมด ใช้ไมห่ มดแล้วซือ้ ใหม่

ใบงานที่ ๒
หนว่ ยที่ ๘

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๔๕

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รหัสวิชา ท ๑๔๑๐๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๔

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๘ เร่อื ง โอม! พินิจมหาพจิ ารณา เวลา ๘ ชั่วโมง

เรอื่ ง การสรุปเรอ่ื ง เวลา ๑ ชว่ั โมง

โรงเรยี นบา้ นปงตา ผู้สอน นางสาวชญาภา สุขคา

สาระที่ ๒ การเขียน

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขยี นส่ือสาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และ

เขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี

ประสทิ ธิภาพ

๑. สาระสาคญั
๑. ความคดิ รวบยอด
การเขียนสรุปเรื่อง เป็นการเขียนเพื่อจับใจความสาคัญและย่อเนื้อหาจากเร่ืองท่ีอ่านหรือฟัง

ให้สั้น กระชับและได้ใจความ ซึ่งช่วยให้ผู้เขียนมีทักษะด้านการสังเกต วิเคราะห์ สังเคราะห์และเกิด
ความรู้ท่คี งทน

๒. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
- ความสามารถในการคิด

๒. ตัวชี้วดั
ท ๒.๑ ป.๔/๔ เขยี นย่อความจากเรือ่ งส้ันๆ
ท ๒.๑ ป.๔/๘ มมี ารยาทในการเขยี น

๓. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. เขียนสรปุ เรือ่ งทอ่ี ่านได้
๒. นักเรียนสามารถจับใจความจากเรือ่ งทอี่ ่านได้
๓. มมี ารยาทในการเขยี น

๔. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑. รกั ความเปน็ ไทย
๒. ใฝ่เรยี นรู้

๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มีวนิ ัย
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง

๕. สาระการเรียนรู้
- การเขียนสรุปเรอ่ื งทีอ่ ่าน

๖. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ข้ันที่ ๑ นักเรยี นเขยี นตามคาบอก จานวน ๑๐ คา พรอ้ มเฉลยบนกระดานและคดั คาใหม่ลง

ในสมุด

ขน้ั ที่ ๒ นกั เรยี นเล่นปรศิ นาคาทาย โดยใช้ปริศนาคาทายท่ีเป็นบทร้อยกรองง่ายๆ เช่น

ฉันคอื อะไร ฉันไม่มีตา

ฉนั มแี ต่หน้า เธอหาอ่านได้

อา่ นมากเก่งมาก ไม่อยากใช่ไหม

เร่ืองสนุกถกู ใจ ฉันชอื่ อะไรบอกที (คาตอบ หนงั สือ)

ทายประมาณ ๒ – ๓ ปรศิ นา ครูซกั ถามว่าทาไมนักเรียนจงึ ตอบคาถามได้ จากน้ันจึงสรุปว่า

การทีเ่ ราจับประเดน็ หรือใจความสาคัญของเรื่องได้จะทาใหเ้ ราสรุปเรอ่ื งได้

ข้ันที่ ๓ นักเรียนอ่านอธิบายเพิ่ม เติมความรู้ เรื่อง การสรุปเรื่องในหนังสือเรียน ครูและ

นักเรียนช่วยกนั สรปุ ความหมาย ประโยชน์และขัน้ ตอนของการสรปุ เรื่องทด่ี ี

ข้ันที่ ๔ ครูมอบหมายให้นักเรียนหาข่าวหรือบทความส้ันๆ จากหนังสือพิมพ์/นิตยสาร/

วารสารต่างๆ จากน้ันอ่านสรุปเนื้อหาและวิเคราะห์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นจากข่าวหรือบทความ

น้นั ๆ

ขน้ั ท่ี ๕ นกั เรยี นทาใบงานท่ี ๓ – ๔ พรอ้ มกนั ในช้นั เรยี นและเฉลยบนกระดาน ถา้ ทาไม่เสรจ็

ก็สามารถทาต่อเปน็ การบา้ นได้

๗. ช้นิ งาน/หลักฐานร่องรอยแสดงความรู้
๑. ใบงานที่ ๓ – ๔
๒. เขียนตามคาบอก
๓. แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์และแบบประเมินผลงาน

๘. สือ่ / แหล่งเรียนรู้
๑. ปรศิ นาคาทาย
๒. หนงั สอื พมิ พ์
๓. หนงั สอื เรียนรายวิชาพ้นื ฐานภาษาไทยชดุ ภาษาเพ่อื ชีวติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔

๙. วดั ผลประเมินผล วธิ ีการวัดและประเมินผล เครอ่ื งมอื วัดผลและประเมนิ ผล
รายการประเมนิ - สงั เกต - แบบบนั ทึกการสงั เกต
- ซกั ถาม - ใบงานท่ี ๓ – ๔
• ด้านความร้คู วามเข้าใจ - ตรวจใบงาน - เขยี นตามคาบอก
- การรว่ มสนทนา - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
- การตอบคาถาม - สงั เกตพฤติกรรมขณะรว่ ม - แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
- ใบงาน กจิ กรรม
• ด้านคุณลักษณะอันพงึ แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
- การเขียนจับใจความ
ประสงค์
• ดา้ นทกั ษะกระบวนการคดิ
การรว่ มสนทนา

๑๐. เกณฑ์ในการวัดผลและประเมินผล

๑) เกณฑ์ประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์รายบุคคลมีคะแนน ๓ ระดบั คอื

ระดบั คณุ ภาพ ๓ หมายถงึ ดี ไดค้ ะแนน ๘ – ๑๐

ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ไดค้ ะแนน ๖ – ๗

ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๕

เกณฑก์ ารผา่ นต้องได้ระดบั คณุ ภาพ ๒ ข้ึนไปหรือได้คะแนน ๖ ขึ้นไป

๒) เกณฑก์ ารประเมนิ การทาใบงาน มคี ะแนน ๓ ระดบั ดังน้ี

ระดับคุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ทาไดถ้ ูก ๘ – ๑๐

ระดบั คณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗

ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรงุ ได้คะแนน ๑ – ๔

เกณฑ์การผ่านต้องไดร้ ะดับคณุ ภาพ ๒ ข้นึ ไปหรอื ไดค้ ะแนน ๕ ขึ้นไป

๓) เกณฑก์ ารประเมินการเขยี นตามคาบอก มีคะแนน ๓ ระดับ ดังนี้

ระดับคุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาได้ถกู ๘ – ๑๐

ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗

ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ ได้คะแนน ๑ – ๔
เกณฑ์การผ่านต้องไดร้ ะดับคุณภาพ ๒ ขึน้ ไปหรอื ได้คะแนน ๕ ข้นึ ไป

การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน
รกั ความเปน็ ไทย
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐)
ใฝ่เรยี นรู้
มจี ิตสาธารณะ สนใจและต้งั ใจรว่ ม สนใจและตัง้ ใจร่วม สนใจและต้ังใจร่วม
กิจกรรมการเรยี น กจิ กรรมการเรยี น กิจกรรมการเรียน
มวี ินัย ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอยา่ ง ภาษาไทยอยา่ ง
อยอู่ ยา่ งพอเพียง สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสขุ เกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา

กล้าซกั ถามกล้าพดู กลา้ ซักถามกล้าพูด กล้าซกั ถามกล้าพดู

กล้าแสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น

และโตแ้ ยง้ ในสงิ่ ที่ไม่ และโตแ้ ย้งในสิ่งทไ่ี ม่ และโต้แย้งในสง่ิ ทไ่ี ม่

ถกู ตอ้ ง กล้าแสดงออก ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กลา้ แสดงออก

มีความเสยี สละเพอื่ มีความเสยี สละเพอื่ ไม่คอ่ ยเสียสละเพื่อ

ส่วนรวม ไมเ่ อา ส่วนรวมเป็นบางคร้ัง ส่วนรวม ชอบเอา

เปรียบไมเ่ ห็นแก่ตวั ไมเ่ อาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ เปรยี บคนอน่ื คอ่ นขา้ ง

ช่วยเหลอื หมู่คณะได้ ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื เห็นแก่ตวั ไมค่ ่อย

เป็นอย่างดี หมคู่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ

มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแก้ไข
การกระทาทไี่ ม่ถูกตอ้ ง การกระทาท่ีไม่ถกู ต้อง การกระทาทไ่ี มถ่ ูกตอ้ ง
ทกุ ครง้ั ทาใบงานได้ เกือบทกุ ครั้ง ทาใบ เปน็ บางครง้ั ทาใบงาน
สะอาดเรยี บร้อยและ งานได้สะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถกู ตอ้ งและทนั เวลา เรียบร้อย ไม่คอ่ ย เรียบร้อยและไมค่ อ่ ย
ทันเวลา ทันเวลา

ใช้วสั ดุอุปกรณ์การ ใชว้ ัสดอุ ุปกรณก์ าร ใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์การ

เรยี นทีร่ าคาถูกและใช้ เรียนทีร่ าคาค่อนขา้ ง เรยี นทรี่ าคาค่อนขา้ ง

อย่างคมุ้ คา่ ใช้จน แพงและใช้อย่างค้มุ คา่ แพงและใชอ้ ย่างคุม้ ค่า

หมดแล้วค่อยซ้ือใหม่ ใชจ้ นหมด ใช้ไมห่ มดแล้วซือ้ ใหม่

ใบงานที่ ๓
หนว่ ยที่ ๘

ใบงานที่ ๔
หนว่ ยที่ ๘

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔๖

กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย รหัสวิชา ท ๑๔๑๐๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๘ เร่อื ง โอม! พนิ ิจมหาพิจารณา เวลา ๘ ชั่วโมง

เรอื่ ง เครื่องหมายวรรคตอน เวลา ๒ ชวั่ โมง

โรงเรียนบ้านปงตา ผ้สู อน นางสาวชญาภา สขุ คา

สาระท่ี ๑ การอา่ น

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่อื นาไปใช้ตัดสนิ ใจ

แก้ปัญหาในการดาเนนิ ชีวติ และมีนิสัยรักการอ่าน

๑. สาระสาคัญ
๑. ความคิดรวบยอด
เคร่ืองหมายวรรคตอนคือสัญลักษณ์ที่ใช้เพ่ือเน้น เช่ือม ละเว้น ข้อความหรือประโยคใน

ภาษาไทยให้เกิดความเข้าใจตามเจตนารมณ์ของผู้ใช้ ในภาษาไทยของเรามีเคร่ืองหมายต่างๆ ใชเ้ ขยี น
กากับข้อความประโยคมากมาย ผู้เรียนต้องศึกษาหลกั และวธิ กี ารนาไปใชใ้ หถ้ ูกต้องตามบรบิ ท

๒. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
- ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

๒. ตวั ช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๔/ ๒ อธบิ ายความหมายของคา ประโยค และสานวนจากเร่อื งทอ่ี ่าน

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นักเรียนบอกความหมายวรรคตอนได้ถกู ต้อง
๒. นกั เรยี นใช้เครือ่ งหมายวรรคตอนได้ถกู ตอ้ ง
๓. นกั เรียนเขียนประโยคโดยใช้เคร่อื งหมายวรรคตอนได้

๔. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
๑. รักความเปน็ ไทย
๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง

๕. สาระการเรียนรู้
๑. เครื่องหมายวรรคตอน
๒. ความหมายของเครอ่ื งหมายวรรคตอน
๓. การใชเ้ ครอื่ งหมายวรรคตอน

๖.กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขน้ั ท่ี ๑ นกั เรียนเขียนตามคาบอก จานวน ๑๐ คา พรอ้ มเฉลยบนกระดานและคดั คาใหม่ลง

ในสมุด
ขน้ั ท่ี ๒ นกั เรียนอา่ นอธิบายเพิ่ม เตมิ ความรู้ เร่ือง เครือ่ งหมายวรรคตอน ในหนงั สือเรยี น

สรุปความรู้ทไ่ี ด้จากการศกึ ษา
ขั้นที่ ๓ ครูทาเครอื่ งหมายวรรคตอนบนกระดาน เม่ือครขู านชื่อเคร่อื งหมายวรรคตอนใดให้

นักเรยี นยกมอื ขึ้น นกั เรยี นในห้องชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกต้องเสรจ็ แล้ว
ข้ันที่ ๔ ครูเขียนขอ้ ความหรือประโยคท่ตี อ้ งใช้เครื่องหมายวรรคตอนบนกระดานดาทลี ะ

ประโยค ให้นักเรยี นช่วยกนั เตมิ เคร่อื งหมายวรรคตอนให้ถูกต้อง แลว้ อ่านพร้อมๆ กัน เช่น
- ตลาดนา้ มขี องขายมากมาย เช่น กาแฟโบราณ ก๋วยเตี๋ยว ผดั ไทย ลกู ช้ิน ...........
- ชว่ ยดว้ ย.........คนจมน้า
- ลานวัดโพธ์ิมีร้านค้านาสนิ ค้าต่าง.......มาขายมากมาย
- ......ฉนั ต้องสอบเขา้ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ลให้ได้....... วินัยพดู
ครูกับนกั เรียนช่วยกนั สรุปความสาคญั และความจาเป็นในการใช้เครือ่ งหมายวรรคตอน
ขนั้ ท่ี ๕ นักเรียนและครูสรปุ ความรู้ เรอ่ื งการใช้เครื่องหมายวรรคตอน
ข้ันที่ ๖ นกั เรยี นทาใบงานที่ ๕ พร้อมกนั ในช้นั เรียน และเฉลยคาตอบ

๗. ชิ้นงาน/หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้
๑. ใบงานที่ ๕
๒. เขยี นตามคาบอก
๓. แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงคแ์ ละแบบประเมินผลงาน

๘. ส่ือ/ แหล่งเรียนรู้
๑. บตั รเครื่องหมายวรรคตอน
๒. บตั รชอ่ื เครื่องหมายวรรคตอน
๓. บตั รคา/ประโยค ที่ใช้เคร่อื งหมายวรรคตอน

๔. หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานภาษาไทยชุดภาษาเพื่อชีวติ ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔
๕. แบบฝกึ หัดรายวิชาพื้นฐานภาษาไทยชดุ ภาษาเพ่ือชีวิตทักษะภาษา ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔

๙. วดั ผลประเมินผล วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื วดั ผลและประเมนิ ผล
รายการประเมนิ - สงั เกต - แบบบันทึกการสังเกต
- ซกั ถาม - ใบงานท่ี ๕
• ด้านความรู้ความเข้าใจ - ตรวจใบงาน - เขยี นตามคาบอก
- การรว่ มสนทนา - แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
- การตอบคาถาม - สังเกตพฤติกรรมขณะร่วม - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
กจิ กรรม
• ด้านคุณลกั ษณะอนั พึง แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
ประสงค์ - การคิด แยกแยะ จับคู่

• ด้านทักษะกระบวนการคิด
การรว่ มสนทนา

๑๐. เกณฑใ์ นการวัดผลและประเมนิ ผล

๑) เกณฑ์ประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคร์ ายบุคคลมีคะแนน ๓ ระดับ คอื

ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ได้คะแนน ๘ – ๑๐

ระดับคุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน ๖ – ๗

ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๕

เกณฑก์ ารผา่ นตอ้ งได้ระดับคุณภาพ ๒ ขน้ึ ไปหรอื ได้คะแนน ๖ ขนึ้ ไป

๒) เกณฑก์ ารประเมินการทาใบงาน มีคะแนน ๓ ระดับ ดงั นี้

ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาได้ถูก ๘ – ๑๐

ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗

ระดับคุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรุง ได้คะแนน ๑ – ๕

เกณฑก์ ารผา่ นต้องได้ระดับคุณภาพ ๒ ขึ้นไปหรอื ได้คะแนน ๕ ข้ึนไป

๓) เกณฑ์การประเมินการเขยี นตามคาบอก มีคะแนน ๓ ระดับ ดงั น้ี

ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาได้ถูก ๘ – ๑๐

ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗

ระดับคุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ ได้คะแนน ๑ – ๔

เกณฑ์การผ่านตอ้ งได้ระดับคุณภาพ ๒ ขนึ้ ไปหรือไดค้ ะแนน ๕ ขึ้นไป

การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน
รกั ความเปน็ ไทย
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐)
ใฝ่เรยี นรู้
มจี ิตสาธารณะ สนใจและต้งั ใจรว่ ม สนใจและตั้งใจร่วม สนใจและต้ังใจร่วม
กิจกรรมการเรยี น กจิ กรรมการเรยี น กิจกรรมการเรียน
มวี ินัย ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอยา่ ง ภาษาไทยอยา่ ง
อยอู่ ยา่ งพอเพียง สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสขุ เกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา

กล้าซกั ถามกล้าพดู กลา้ ซักถามกล้าพูด กล้าซกั ถามกล้าพดู

กล้าแสดงความคดิ เห็น กล้าแสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น

และโตแ้ ยง้ ในสงิ่ ที่ไม่ และโตแ้ ย้งในสิ่งทไ่ี ม่ และโต้แย้งในสง่ิ ทไ่ี ม่

ถกู ตอ้ ง กล้าแสดงออก ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กลา้ แสดงออก

มีความเสยี สละเพอื่ มีความเสยี สละเพอื่ ไม่คอ่ ยเสียสละเพื่อ

ส่วนรวม ไมเ่ อา ส่วนรวมเป็นบางคร้ัง ส่วนรวม ชอบเอา

เปรียบไมเ่ ห็นแก่ตวั ไม่เอาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ เปรยี บคนอน่ื คอ่ นขา้ ง

ช่วยเหลอื หมู่คณะได้ ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื เห็นแก่ตวั ไมค่ ่อย

เป็นอย่างดี หมคู่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ

มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแก้ไข
การกระทาทไี่ ม่ถูกตอ้ ง การกระทาท่ีไม่ถกู ต้อง การกระทาทไ่ี มถ่ ูกตอ้ ง
ทกุ ครง้ั ทาใบงานได้ เกอื บทกุ ครั้ง ทาใบ เปน็ บางครง้ั ทาใบงาน
สะอาดเรยี บร้อยและ งานได้สะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถกู ตอ้ งและทนั เวลา เรียบร้อย ไม่คอ่ ย เรียบร้อยและไมค่ อ่ ย
ทนั เวลา ทันเวลา

ใช้วสั ดุอุปกรณ์การ ใช้วัสดอุ ุปกรณก์ าร ใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์การ

เรยี นทีร่ าคาถูกและใช้ เรียนทีร่ าคาค่อนขา้ ง เรยี นทรี่ าคาค่อนขา้ ง

อย่างคุ้มคา่ ใช้จน แพงและใช้อย่างค้มุ คา่ แพงและใชอ้ ย่างคุม้ ค่า

หมดแล้วค่อยซ้ือใหม่ ใช้จนหมด ใช้ไมห่ มดแล้วซือ้ ใหม่

ใบงานที่ ๕
หนว่ ยที่ ๘

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๔๗

กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย รหสั วิชา ท ๑๔๑๐๑ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๘ เรื่อง โอม! พินิจมหาพิจารณา เวลา ๘ ช่วั โมง

เรือ่ ง การเขยี นเว้นวรรค เวลา ๑ ชั่วโมง

โรงเรียนบ้านปงตา ผ้สู อน นางสาวชญาภา สุขคา

สาระที่ ๒ การเขยี น

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขยี นส่อื สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และ

เขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี

ประสิทธภิ าพ

๑. สาระสาคญั
๑. ความคดิ รวบยอด
การเว้นวรรคตอนคือการแบ่งช่วงเน้ือหาสาระของประโยคหรือข้อความต่างๆ ในภาษาไทย

ถ้าเว้นวรรคตอนผดิ จะทาใหค้ วามหมายเปล่ียนแปลงไป ผู้ใช้ภาษาต้องเว้นวรรคตอนให้ถกู ต้อง เพือ่ ให้
การสอื่ สารตรงประเดน็ และมีประสทิ ธภิ าพ

๒. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน
- ความสามารถในการส่ือสาร

๒. ตวั ชี้วัด
ท ๒.๑ ป.๔/๑ คดั ลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทดั

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นักเรยี นเว้นวรรคตอนในการพดู อ่าน เขยี นใหถ้ ูกต้อง
๒. นักเรยี นใชภ้ าษาไดถ้ ูกตอ้ งตามสถานการณ์
๓. ทาแบบทดสอบหลังเรยี นได้

๔. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. รกั ความเปน็ ไทย
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. มจี ิตสาธารณะ

๔. มวี นิ ัย
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง

๕. สาระการเรยี นรู้
๑. ประโยคและข้อความ
๒. การเว้นวรรคตอน

๖. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ข้ันที่ ๑ นักเรียนเขยี นตามคาบอก จานวน ๑๐ คา พร้อมเฉลยบนกระดานและคัดคาใหม่ลง

ในสมดุ
ขน้ั ที่ ๒ ครแู สดงแถบประโยคท่ีไม่มกี ารเว้นวรรคให้นกั เรยี นอ่าน

ยานดี้ ีกินแลวแข็งแรงไมม่ โี รคภยั เบยี ดเบยี น

หากมีการอ่านเว้นวรรคผดิ จะกลายเป็น

ยานี้ดี กินแลวแขง็ แรงไม่มี โรคภัยเบยี ดเบียน

การอ่านเว้นวรรคทถ่ี ูกต้อง ได้แก่

ยานดี้ ี กนิ แลวแข็งแรง ไม่มีโรคภัยเบยี ดเบยี น

ขั้นท่ี ๓ นักเรียนอ่าน อธิบายเพ่ิม เติมความรู้ เร่ือง เคร่ืองหมายวรรคตอน ในหนังสือเรียน
สรุปความรู้ท่ีได้จากการอ่าน

ขั้นที่ ๔ ครยู กตวั อย่างประโยคท่มี ีการเว้นวรรคตอนผิดพลาด เช่น
เวน้ วรรคถกู ต้อง

ห้ามครสู ตรนี ุงกางเกง ในเวลาราชการ

เวน้ วรรคไม่ถกู ตอ้ ง

ห้ามครสู ตรีนุงกางเกงใน เวลาราชการ

เวน้ วรรคถูกต้อง

พ่ีฉันชอบรบั ประทานเน้อื สนุ ัขฉนั กช็ อบ

เวน้ วรรคไม่ถกู ต้อง

พ่ฉี นั ชอบรับประทานเน้ือสนุ ขั ฉันก็ชอบ

นักเรียนพิจารณาความแตกต่างของความหมายในประโยค แล้วสรุปว่าถ้าเราเว้นวรรค
ประโยคหรือข้อความผิดพลาด อาจทาใหเ้ ขา้ ใจผดิ ส่อื ความผดิ และทาใหเ้ กิดความเสยี หาย

ข้ันท่ี ๕ ครูสนทนากับนักเรียนนอกจาการเว้นวรรคในประโยคหรือข้อความแล้ว ยังมีการ
เขียนในลักษณะที่คล้ายกัน คือ การเขียนยอ่ หน้า นักเรียนสังเกตวิธีการเขยี นยอ่ หน้าในบทเรียน เรือ่ ง
โอม! พนิ ิจมหาพิจารณา

ขน้ั ที่ ๖ นกั เรยี นอธบิ ายเพม่ิ เติมความรู้ เรื่อง การเว้นวรรค ในหนังสอื เรียน แล้วชว่ ยกันสรุป
ความรู้ทีไ่ ด้จากการอ่าน ครอู ธิบายเพมิ่ เติม

ข้ันท่ี ๗ ครูแสดงแผนภูมิตัวอย่างการเขียนย่อหน้าที่ไม่ถูกต้องและย่อหน้าที่ถูกต้องให้
นักเรียนได้อ่าน ครูและนักเรียนอภิปรายแสดงความคิดเห็นถึงความเหมาะสม สวยงามและ
ความสัมพันธ์กันของข้อความนน้ั ๆ

ข้ันท่ี ๘ นกั เรียนและครูสรุปความรู้ เรอื่ งการใช้เครอ่ื งหมายวรรคตอน
ขั้นท่ี ๙ นักเรยี นทาใบงานที่ ๖ พร้อมกันในชน้ั เรยี นและเฉลย

๗. ช้ินงาน/หลักฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้
๑. ใบงานท่ี ๖
๒. เขยี นตามคาบอก
๓. แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์และแบบประเมินผลงาน

๘. สื่อ / แหล่งเรียนรู้
๑. แถบประโยค
๒. หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานภาษาไทยชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔

๙. วัดผลประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดและประเมินผล เคร่อื งมือวดั ผลและประเมินผล
รายการประเมนิ - สงั เกต - แบบบันทกึ การสงั เกต
- ซกั ถาม - ใบงานที่ ๖
• ด้านความรู้ความเขา้ ใจ - ตรวจแบบฝกึ หดั - เขยี นตามคาบอก
- การรว่ มสนทนา - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
- การตอบคาถาม - สงั เกตพฤติกรรมขณะร่วม - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
- แบบฝึกหัด กิจกรรม
• ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
- การเว้นวรรคในประโยค
ประสงค์ หรอื ขอ้ ความ
• ด้านทักษะกระบวนการคิด
การร่วมสนทนา

๑๐. เกณฑใ์ นการวัดผลและประเมินผล

๑) เกณฑป์ ระเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์รายบุคคลมคี ะแนน ๓ ระดับ คือ

ระดับคุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ไดค้ ะแนน ๘ – ๑๐

ระดบั คณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๖ – ๗

ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๕

เกณฑ์การผา่ นต้องไดร้ ะดับคุณภาพ ๒ ข้นึ ไปหรอื ได้คะแนน ๖ ขน้ึ ไป

๒) เกณฑก์ ารประเมนิ การทาใบงาน มคี ะแนน ๓ ระดบั ดังนี้

ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถึง ดี ทาไดถ้ กู ๘ – ๑๐

ระดับคณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗

ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรุง ได้คะแนน ๑ – ๔

เกณฑก์ ารผ่านตอ้ งได้ระดบั คณุ ภาพ ๒ ขึ้นไปหรือได้คะแนน ๕ ข้นึ ไป

๓) เกณฑ์การประเมนิ การเขียนตามคาบอก มีคะแนน ๓ ระดับ ดังน้ี

ระดบั คณุ ภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาได้ถกู ๘ – ๑๐

ระดบั คณุ ภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗

ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๔

เกณฑก์ ารผ่านต้องไดร้ ะดับคณุ ภาพ ๒ ข้นึ ไปหรอื ได้คะแนน ๕ ขน้ึ ไป

การประเมนิ ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน
รกั ความเปน็ ไทย
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐)
ใฝ่เรยี นรู้
มจี ิตสาธารณะ สนใจและต้งั ใจรว่ ม สนใจและตัง้ ใจร่วม สนใจและต้ังใจร่วม
กิจกรรมการเรยี น กิจกรรมการเรยี น กิจกรรมการเรียน
มวี ินัย ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอยา่ ง ภาษาไทยอยา่ ง
อยอู่ ยา่ งพอเพียง สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสขุ เกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา

กล้าซกั ถามกล้าพดู กลา้ ซักถามกล้าพูด กล้าซกั ถามกล้าพดู

กล้าแสดงความคดิ เห็น กล้าแสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น

และโตแ้ ยง้ ในสงิ่ ที่ไม่ และโตแ้ ย้งในสิ่งทไ่ี ม่ และโต้แย้งในสง่ิ ทไ่ี ม่

ถกู ตอ้ ง กล้าแสดงออก ถกู ต้อง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กลา้ แสดงออก

มีความเสยี สละเพอื่ มีความเสยี สละเพอื่ ไม่คอ่ ยเสียสละเพื่อ

ส่วนรวม ไมเ่ อา สว่ นรวมเป็นบางครั้ง ส่วนรวม ชอบเอา

เปรียบไมเ่ ห็นแก่ตวั ไมเ่ อาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ เปรยี บคนอน่ื คอ่ นขา้ ง

ช่วยเหลอื หมู่คณะได้ ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื เห็นแก่ตวั ไมค่ ่อย

เป็นอย่างดี หมคู่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ

มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแก้ไข
การกระทาทไี่ ม่ถูกตอ้ ง การกระทาท่ีไม่ถกู ต้อง การกระทาทไ่ี มถ่ ูกตอ้ ง
ทกุ ครง้ั ทาใบงานได้ เกือบทกุ ครั้ง ทาใบ เปน็ บางครง้ั ทาใบงาน
สะอาดเรยี บร้อยและ งานได้สะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถกู ตอ้ งและทนั เวลา เรียบร้อย ไม่คอ่ ย เรียบร้อยและไมค่ อ่ ย
ทันเวลา ทันเวลา

ใช้วสั ดุอุปกรณ์การ ใช้วัสดอุ ุปกรณก์ าร ใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์การ

เรยี นทีร่ าคาถูกและใช้ เรียนทีร่ าคาค่อนขา้ ง เรยี นทรี่ าคาค่อนขา้ ง

อย่างคมุ้ คา่ ใช้จน แพงและใช้อย่างค้มุ คา่ แพงและใชอ้ ย่างคุม้ ค่า

หมดแล้วค่อยซ้ือใหม่ ใช้จนหมด ใช้ไมห่ มดแล้วซือ้ ใหม่

ใบงานที่ ๖
หนว่ ยที่ ๘


Click to View FlipBook Version