The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จรุง บํารุงจิตต์, 2020-02-04 23:47:29

005TAวิชาสื่อสาร

005TAวิชาสื่อสาร

ยุทโธปกรณ การสื่อสารประเภทสาย

บทท่ี 1 เครื่องมือวางสายทางยทุ ธวิธีและการใชง าน

1. ชดุ เคร่ืองวางสาย CE - 11

กลาวท่วั ไป
ชุดเครื่องวางสาย CE - 11 (RELL EQUIPMENT CE - 11) เปน เครือ่ งวางสายท่ีมนี ้าํ หนกั

เบาหิ้วไปมา ไดสะดวก ออกแบบมาเพ่ือวางสายและเก็บสายเพยี งคน ๆ เดยี ว ในพน้ื ทกี่ ารรบ
ขา งหนา โดยใชวางสาย ในระยะทางใกล ๆ
สว นประกอบชุด ประกอบดวย

1. โครงลอสาย RL - 39
2. โทรศัพทกําลังงานเสยี ง TS – 10 (ปจจบุ นั ใช
เครอื่ งโทรศัพทTA - 1/PTแทน)
3. ลอสาย DR - 8 (บรรจุสายโทรศพั ทส นาม
WD - 1/TT) ไดย าว 1/4 ไมล
4. สายรดั ST-33,ST-34,ST-35 อยา งละ 1 เสน

รปู ที่ 1-1 แสดงโครงลอ สาย RL -
39
การใชง าน

การวางสาย ในการวางสายดวยชดุ เครอื่ งวางสาย CE - 11 น้ัน พนักงานวางสายไมต องใชส าย
รัด ใหป ลดปลายขอเก่ียวออกจากโครงลอสายหอ ยตดิ ตวั ไว ใหม อื รวบที่หว้ิ โครงลอสายเขา ดวยกัน
ถอื ดว ยมือ ๆ เดยี วโดยใหคันมอื หมุนอยนู อกตัว แลว เดนิ ไปยังท่หี มายตามทตี่ อ งการขณะทีเ่ ดนิ วาง
สาย สายจะโรยออกไปเรอ่ื ย ๆ ถาเปนการวางสายในพืน้ ที่การรบขา งหนา กใ็ ชว ิธคี ลานเขา ท่ีหมาย
โดยการลากลอ สายไปตามพน้ื ดนิ

การตดิ ตอ พนักงานวางสาย สามารถทาํ การตดิ ตอ ไปยังหนว ยขางหลังได โดยการตอ
โทรศัพทก ําลังงานเสียง เขากบั หมดุ ตอ สายทอี่ ยขู างลอ สาย DR - 8 ไดทกุ ขณะ

การเกบ็ สาย เมอ่ื พนักงานวางสายมีความตอ งการเกบ็ สายเขาลอ จาํ เปนตองตดิ ตง้ั สายรดั
โดยใชสายรดั ST - 35 คลอ งคอพรอมกับเก่ยี วขอเขาทมี่ มุ ของโครงลอ สายขางละ 2 ขอ ใหด านท่ี
ห้วิ ที่มีลูกกลง้ิ ฉนวนอยูขางลาง, แลว นําสายรัด ST - 34 รดั สะโพกเกีย่ วขอเขา ทมี่ มุ โครงลอ สาย
ขางลางขา งละ 1 ขอเพ่อื ปองกันมิใหโ ครงลอ สายขยับเขยอื้ น ในขณะที่เก็บสายเขา ลอ พนักงานจะ
หมุนคนั หมนุ ดว ยมือขวา สว นมือซายคอยปอนสายเขา ลอ

2. แกนลอ สาย RL - 27

กลาวท่ัวไป
แกนลอ สาย RL - 27 (AXLE RL - 27) เปน แกนลอสายทใี่ ชส ําหรับวางสายและเกบ็

สายโทรศพั ทสนาม ดว ยคนเพียง 2 คน ในระยะทางใกล ๆ แกนลอสาย RL - 27 นี้ ทาํ ดวยเหลก็
กลม ๆ สองทอ นตอ กันมดี า นถือท้งั สองขา ง เมอ่ื ตอ กันเสรจ็ แลวจะยาวประมาณ 29 นิว้ ดานขาง
หน่งึ ถอดออกไดเพื่อสะดวกในการใสลอสาย แกนลอสายน้ีมตี ลับ ลกู ปน เมื่อใสแ กนลอ สายเขา
ดวยกนั รอยบากจะลอกแกนลอสายไว
ติดตง้ั ลอ สาย ไดด งั นี้

- ลอ มว นสาย DR - 4 ได 1 ลอ หรอื ลอมวนสาย RL - 159/U ได 1 ลอ สวนประกอบชดุ
ประกอบดว ย

1. แกนลอ สาย (AXLE) 2 ทอ นตอ กัน
2. มือหมนุ (CRANK) GC - 15
การใชง าน การวางสาย ใชพ นักงานเพียง 2 คนจบั ทด่ี ามของแกนลอสายขา งละคน แลว เดนิ
ไปตามทศิ ทาง ท่ีตอ งการ ในขณะทว่ี างสายไมตอ งประกอบมอื หมนุ เขา กบั แกนลอสายเพราะจะ
ทาํ ใหไ มส ะดวกในการวางสาย
การเกบ็ สาย พนักงานตอ งประกอบมือหมุน GC - 15 เขา กับแกนลอ สาย โดยพนกั งานคนท่ี
1 จบั แกนลอ สาย ดว ยมอื ซา ยสว นมือขวาหมนุ มอื หมนุ สว นพนักงานคนท่ี 2 จับ แกนลอสายดว ย
มือซา ยสวนมอื ขวาคอยปอนสายเขาลอ
การประกอบแกนลอสายเพอื่ ใชงาน

การถอดแกนลอ สาย
1. มือขวาจบั ดา ม ดานทมี่ แี หวนทองเหลอื ง โดยใหปลายอกี ดา นชไี้ ปขา งหนา
2. มอื ซายจบั แหวนทองเหลอื ง ใหแ หวนทองเหลอื งอยรู ะหวางหวั แมมอื และนว้ิ ช้ี แลวบีบ
แหวนทองเหลือง ใหแ นน พรอ มกับหมุนไปตามเข็มนาฬิกา
3. เออื้ มมือขวาไปจับปลายทช่ี ไี้ ปขา งหนา แลว ดงึ ออกมาตรง ๆ
การประกอบแกนลอ เขากับลอสาย
1. ถอดแกนลอสาย ตามขอ 1 - 3
2. นาํ เอาทอ นท่ีมเี ดือย แหยเ ขาไปตรงรกู ลางของลอ สาย
3. นาํ ดา นทีม่ แี หวนทองเหลอื ง สวมใสเ ขา กบั เดอื ยดนั ใหถ ึงรอยบากสปรงิ ที่ แหวน
ทองเหลอื งจะลอกรอยบาก ท่ีเดอื ยไว

ขอควรระวังในการใช
ในขณะท่ที ําการวางสายหรอื เกบ็ สายนนั้ ลอสายและแกนลอ สายเทานน้ั ที่หมนุ ไป สว นดามท่ี

ถอื ทงั้ สองขาง ท่ตี อกัน คงอยูกบั ที่มิไดห มนุ ตามไปดว ย

รปู ที่ 1-2 แสดงแกนลอสาย RL - 27

3. โครงลอสาย RL - 31

กลาวทัว่ ไป
โครงลอ สาย RL - 31 (REEL UNIT RL - 31) เปน โครงเหลก็ รปู ตวั H สองตอน มบี าน

พับพบั เกบ็ และกางออกได ตรงบริเวณรอยตอของบานพับทง้ั สองขา ง มีรองสาํ หรบั ใสแกน
ลอ พรอมทงั้ ฝาครอบปด-เปด ไดใ ชสําหรบั ยึดแกนลอ และมแี ผนเหลก็ สําหรับยึดแกนลอของขา
ตงั้ แตละตอน เพอ่ื กันมใิ หขาแยกออก เมอ่ื กางโครงลอ สาย โครงลอ สาย RL - 31 ทําดว ยเหล็กกลา
แข็งแรง น้ําหนักเบา ติดตงั้ งา ย และสะดวกรวดเรว็ ในการวางสายและเกบ็ สาย
ติดตัง้ ลอ สาย ไดดงั นี้

1. ลอมวนสาย DR - 4 หรือ ลอมว นสาย RL – 159/U ไดม ากทสี่ ุด 2 ลอ
2. ลอ มว นสาย DR - 5, DR - 7, DR – 15 - B ไดอยา งละ 1 ลอ
สว นประกอบชุด ประกอบดวย
1. โครงลอ (FRAME) เปน รปู ตัว H สองตอน เชอื่ มตอ กนั ดวยบานพับ
2. แกนลอ (AXLE) มที ัง้ ชนดิ เพลาเดี่ยวและเพลาคู
3. มือหมนุ (CRANK) GC - 4 - A
4. เบรค (BRAKE UNIT) GC - 10
5. สายรดั (STRAP) ST – 19 - A (หรอื ST - 42) จาํ นวน 2 เสน
6. เหลก็ ยดึ ปลายขา (TOE CLAMPS) จาํ นวน 4 อนั

การนาํ ไปใชง าน ใชง านได 4 ชนิด คือ
1. ใชพนักงาน 2 คน หามแบบเปล
2. ใชพนักงานเพยี งคนเดยี ว ลากหรือเข็นไปบนพื้น
3. ใชต ิดตงั้ บนรถยนต
4. ใชตดิ ตัง้ บนพน้ื ดนิ

4. เคร่ืองวางสาย RL - 172/G

กลา วทัว่ ไป
เครื่องวางสาย RL - 172/G เปนเคร่อื งยนตว างสายและเกบ็ สายโทรศัพทสนามซง่ึ มนี าํ้ หนกั

ประมาณ 100 ปอนด โดยใชเ ครื่องยนตเ ปนตัวขบั เคลอื่ น ตามปกตแิ ลว จะตดิ ตงั้ อยใู นแนวตัง้ ท่ี
ทายรถ วางบนพนื้ รถ หรือวางบนพนื้ ดนิ

สวนประกอบชดุ ประกอบดว ย
1. เครอ่ื งยนตว างสาย RL - 172/G ขบั เคลอื่ นดวยไฟฟา

กระแสตรง 24 V.
2. มีมือหมนุ เม่ือตอ งการทํางานดวยมอื
3. BRAKE สว นควบคุมความเรว็ ดวยมอื
4. แกนลอ มว นสายแกนเดยี ว

ติดตงั้ ลอสาย ไดด ังนี้
1. ลอมวนสาย RL - 159/U ได 1 ลอ

รูปที่ 1-4 แสดงเครอื่ งวางสาย RL - 172/G
การใชงาน

การวางสาย ออกแบบไวส าํ หรบั การปฏิบตั งิ านเพียงคนคนเดียว เพราะมีเครอื่ งควบคุมในการ
เดนิ เครอื่ ง การหยุดและการกลับทศิ ทางการหมนุ ของลอ เม่ือวางสายสนามออกไป หรอื มวนสาย
เขามาจากทางดานหลัง หรอื ดา นหนา หรือดานหนาดานใดดานหนึง่ ของลอ ก็ได ความเร็วของลอ
สามารถควบคมุ และเปล่ียนแปลงไดจ าก 0 - 300 รอบตอ นาที โดยการใชเ คร่อื งหา มลอ และการ
เปล่ียนแปลงการกดของคนั บงั คับ

5. เคร่อื งวางสาย RL - 118/G

กลาวทว่ั ไป
เคร่ืองวางสาย RL - 118/G เปน เครื่องยนตวางสายและเก็บสายโทรศพั ทส นาม ทข่ี บั เคลื่อน

ดว ยเครอ่ื งยนตแ กส โซลีน เครือ่ งยนตว างสายนอี้ อกแบบไวใหส ามารถปฏบิ ัติงานไดท งั้ บนรถยนต
และบนพน้ื ดนิ

สว นประกอบชุด ประกอบดว ย
1. เครือ่ งยนตข บั เคลอื่ นดวยแกส โซลีน
2. มอื หมนุ เมื่อตอ งการทํางานดวยมือ
3. BRAKE สวนควบคุมความเร็ว
4. แกนลอมว นสายแกนเดยี ว

ตดิ ต้งั ลอสาย ไดด งั น้ี
1. ลอมว นสาย RL - 159/U ได 2 ลอ
2. ลอ มว นสาย DR - 5 ได 1 ลอ
3. ลอ มวนสาย DR - 15 - B ได 1 ลอ

การใชงาน
เม่ือวางสาย หรือมวนสายเขา ลอ กลไกในการมวนสายอาจจะอาศยั กาํ ลังเครื่องยนตห รือโดย

การหมนุ คันหมนุ ดว ยมอื กไ็ ด เมอ่ื วางสายออกไปนนั้ ไมใชเ คร่อื งยนตความเรว็ ในการมว นสายเขา
ลอ ขบั เคลอ่ื นดวย เครื่องยนตและควบคุมความเร็วไดดว ย BREAK มอื

6. เคร่อื งวางสาย RL - 26

กลา วทว่ั ไป
เครอื่ งวางสาย RL - 26 (REEL UNIT RL - 26) เปน เคร่ืองวางสายและเกบ็ สายโทรศพั ทสนาม

หรือสายเคเบลิ้ โดยใชเคร่อื งยนตเ ปน ตัวขบั เคล่อื น ตดิ ต้ังบนยานยนตท ั้งช่วั คราวและถาวร สามารถ
ทํางานไดท้ังในระหวา ง เคลอื่ นที่หรือหยดุ อยกู บั ท่ี

สว นประกอบชดุ ประกอบดว ย
1. เครื่องยนตข นาด 1 1/3 แรงมา ลกู สบู เดยี ว ระบายความรอ นดว ยอากาศ ความเรว็ 3,200

รอบ/นาที ถังน้ํามัน บรรจ ุ 2 แกลลอน ตดิ ตั้งปมุ สตารท ทีเ่ ทา สามารถควบคุมความเร็วไดด ว ย
1.1 ภาค TRANSMISSION ประกอบดว ยคลัทชแ ละเกียร
1.2 BRAKE สวนควบคมุ ความเรว็ ดว ยมือ (HAND OPERATED)

2. โครงลอ ประกอบดว ย แกนสวนบนและแกนสว นลาง
ตดิ ต้ังลอสาย ไดด งั น้ี

1. ลอ มวนสาย RL - 159/U ได 4 ลอ (บน 2 ลอ , ลาง 2 ลอ )
2. ลอมว นสาย DR - 5 ได 2 ลอ (บน 1 ลอ, ลาง 1 ลอ)
3. ลอ มวนสาย DR – 15 - B ได 2 ลอ (บน 1 ลอ , ลาง 1 ลอ)
การใชง าน
ใชส ําหรับวางสายและเก็บสายโทรศัพทส นามหรือสายเคเบลิ้ สนาม เมือ่ ใชวางสายดว ย
เคร่ืองยนต สามารถวางสายไดด ว ยอัตราความเร็ว
ประมาณ 30 ไมล/ช่วั โมง และถาใชเก็บสายได
ดว ยอตั ราความเร็วประมาณ 6 ไมล/ ชั่วโมง ใน
การวางสายสามารถวางสายไดคร้ังละ 1 ลอ 2
ลอ 3 ลอ หรือ 4 ลอ พรอม ๆ กันได หาก
เครอ่ื งยนตขดั ของหรอื ไมป ระสงคที่จะวางสาย
หรือเก็บสายดว ยการใชเ ครื่องยนต ก็สามารถใช
มือหมุน ประจาํ เครือ่ งแทนได

รูปท่ี 1-6 แสดงเครื่องวางสาย RL - 26

7. ชดุ เครอื่ งมือสรางสาย TE - 21

กลาวท่วั ไป
ชดุ เครื่องมอื TE - 21 เปน ชดุ เครือ่ งมอื สรา งสายโทรศัพทส นาม ทใ่ี ชในการปน เสา หรอื ปน ตน ไม

โดยไมตอง ใชบ นั ใด และทาํ ใหสามารถใชมือท้งั สอง ปฏิบตั ิงานไดข ณะทาํ งานอยบู นที่สูง

ชุดเคร่ืองมือสรา งสาย TE - 21 ประกอบดว ย
1. เครอื่ งปน LC - 5 ทําดว ยเหลก็ กลา รูปรางคลา ยตวั L ตอนลางมเี ดือยแหลม สาํ หรบั แทงเขา

ไปในเนอ้ื ไม เพอ่ื รับนํา้ หนกั ตวั ของผูป น ปลายทงี่ อย่ืนออกไปนนั้ เปน รปู โคงพอท่ีจะรองรบั พ้นื ลา ง
ของรองเทา ปลายเหลก็ งอน้มี ี หว งเหลก็ เล็ก ๆ ตดิ อยเู พ่ือใสสายรัดเครื่องปน ใหกระชับแนนกับรองเทา
ตอนบนเปน เหล็กยาวทาบกบั ขา ตอนปลายมีหว งเหลก็ เลก็ ๆ เชนเดยี วกัน ใชใ สสายรัดกบั แผนรองเขา
เพอ่ื รัดตอนบนของเคร่ืองปน เพื่อใหกระชับกบั นอ งตอนใตเขา

2. เข็มขัดประจาํ ตวั และสายรัดนริ ภยั LC - 23 เข็มขดั ประจําตวั ทาํ ดว ยหนงั ใชส ําหรับคาดท่ี
สะโพก ในขณะทที่ ํางานบนเสา ประกอบกับสายรัดนริ ภัย ดา นซายของเข็มขัดมหี ว งทําดว ยโลหะติดไว
สําหรับแขวนกุญแจปากตาย ทางขวามชี องอีก 3 ชอง ทาํ ดว ยหนงั เปนชอ งสําหรับใสปากจับสาํ หรับ
ตอ สาย ฆอ น, ไขควง และยงั มสี ายหนงั หว ยลงมา ใชสาํ หรบั แขวนยางพนั สายและผา พนั สาย ชอ งถดั
ตอ ไปมีซองสาํ หรบั ใสค ีม ปลายเขม็ ขดั ประจาํ ตัวทงั้ 2 ขา ง มีหว งรูปตวั D ทาํ ดว ยโลหะ สาํ หรบั แขวน
สายรัดนิรภยั และสาํ หรับเกีย่ วสาย รัดนริ ภยั เม่อื ทาํ งานบนเสา สวนสายรดั นริ ภยั เปน สายหนังสาํ หรบั
ใหความสะดวกและปลอดภยั ขณะทาํ งานบนเสา โดยคลองสายรดั นริ ภยั ไวก ับเสาแลวใชม ือทงั้ สอง
ขา งปฏิบตั ิงาน

3. ปากจดั สําหรบั ตอสาย LC - 24
4. กญุ แจปากตาย LC - 25
5. ไขควง (ยาว 10 นว้ิ ) TL - 106
6. คีม TL - 107
7. ฆอน HM – 1

รูปที่ 1-7 แสดงชดุ เครอื่ งมือสรา งสาย TE - 21

8. ไมคํา้ สาย MC - 123

กลา วท่วั ไป
ไมคํ้าสาย MC - 123 เปนไมก ลม ๆ 2 ทอ น ตอสวมกนั มีเสนผาศนู ยก ลางประมาณ 1 นิว้ ตอนท่ี

ตอ กนั นนั้ ทาํ ดว ยโลหะ เมือ่ ตอ กนั เรยี บรอ ยแลวจะยาวประมาณ 9 ฟตุ ตอนปลายของไมค ส าย มขี อ
เกีย่ วทาํ ดว ยโลหะ ตรงกลางมลี ูกกลิ้งทําดว ยโลหะเชนเดยี วกนั

การใชง าน
ใชใ นการวางสาย กรอสายเขา ลอ และเก็บสายจากทส่ี ูง เม่ือเวลาวางสายดว ยรถยนตจะมีพลวาง

สายคนหนงึ่ ซ่ึงอาจยืนหรือนง่ั อยูท ีท่ ายรถคอยคล่สี ายออก โดยถอื ไมค้าํ สายคอยค้ําสายใหเขา ขา งทาง
วิธีคํา้ สายโดยถอื ไมค าํ้ สาย ไวเฉย ๆ โดยใหป ลายไมอ ยหู างจากรถพอควร สว นการเกบ็ สายพลวางสาย
จะถอื ไมค ํ้าสายน่งั อยูบนทายรถคอยเก่ยี วสายไว หรือจะลงเดนิ ตามทา ยรถคนั ท่ีมวนสายกไ็ ด ไมค้ํา
สาย MC - 123 ยังใชส าํ หรับนาํ สายขน้ึ พาดกบั สง่ิ ตา ง ๆ ตามภูมปิ ระเทศ และยังใชส ําหรับแกเ งอื่ น
กระตุกลา ง เมอ่ื วางสายเหนอื ศีรษะซง่ึ ไดผ กู สายไวตามตน เสา หรือตามตนไมว ธิ ีแกก็คอื เอาขอโลหะ
ตอนปลายเกย่ี วกบั สายทเี่ ปน บว งอันลา งของเงือ่ นแลว กระตุกลงมา นอกจากนี้แลว ไมค า้ํ สาย MC - 123
ยังใชสําหรับตรวจความแข็งแรงและการผกุ รอนของเสาไมก อ นที่จะ ปน เสาไมไดอ กี ดว ย

รปู ท่ี 1-8 แสดงไมค ํา้ สาย MC - 123

9. กลองหมดุ ตอ สาย TA - 125/GT

กลา วทั่วไป
กลองหมดุ ตอ สาย หรอื กลอ งหมดุ ปลายสาย (TERMINAL BOX) TA - 125/GT เปน กลอ งหมดุ

ตอสายขนาดเล็ก นํา้ หนักเบา มฝี าปด - เปด กนั นํ้าได ติดต้งั ใชงาน ณ ทร่ี วมสายตนทาง, กลางทาง,
ปลายทาง หรอื ตําบลตรวจสอบสาย นอกจากน้ียงั ใชเ ปนท่ีพกั สาย ตรวจสอบและซอมบาํ รงุ สายสําหรบั
เครื่องสลบั สายทางยุทธวิธี ไดอ ีกดว ย

สว นประกอบกลอ งหมดุ ตอสาย ประกอบดว ย
กลอ งหมุดตอ สาย TA - 125/GT ประกอบดว ยสว นประกอบของหมดุ

ตอสาย 48 หมุด (ใชสําหรบั ตอ ปลายสายโทรศัพทสนาม) หรือเชื่อมตอทาง
สายทง้ั สายเขาและสายออกได 12 คูสาย ดานขางของกลอ งหมุดตอ สาย มี
ทางเขา ของคสู ายเรยี งกนั เปน แถวอยูขา งกลองขา งละ 12 ชอง และมสี วิตที่
เปน รองเรยี งกนั เปน แถว 24 สวิต ซ่งึ อยูต รงกลางของกลอ งใชสําหรับบิด
เพ่อื ตดั หรือตอทางไฟฟา ระหวา งหมุดตอสายแตล ะคูสาย

รูปที่ 1-9 แสดงกลอ งหมุดตอ สาย TA - 125/GT

10. สายโทรศัพทส นาม (FIELD WIRE)

กลาวท่วั ไป
สายโทรศัพทส นาม (FIELD WIRE) เปน สายสง กําลงั งานทีอ่ อกแบบมาเพื่อใหมีความคงทนถาวร

ตอสภาพ ภมู ปิ ระเทศและดนิ ฟา อากาศ ทนแรงดึงไดส งู ทนแรงระเบดิ ตอกระสุนปน บางชนดิ
นา้ํ หนกั เบา มีความกระทดั รดั สายโทรศพั ทสนามท่ดี ีนน้ั จะตองมคี ณุ ลักษณะดังนี้

1. โลหะท่ใี ชทําสาย
2. ทนแรงดึงไดส ูง
3. เปน ตัวนาํ ทด่ี ี
4. มฉี นวนหุมเรยี บรอย
5. สามารถนาํ ติดตัวไปมาไดสะดวก

ชนดิ ของสายโทรศพั ทส นาม (TYPES OF FIELD WIRE) แบง ออกเปน 2 ชนิด คอื
1. สายคูเดย่ี ว (ONE PAIR) สายชนิดนอี้ าจจะเปน สายไขวก นั หรอื ไมไ ขวกนั ก็ได สายแตล ะ

เสนมีฉนวน หมุ เรียบรอย และมฉี นวนหมุ สายทง้ั หมดอกี ชั้นหน่งึ เชน สาย W - 143
2. สายคูไ ขว (TWISTED PAIR) สายชนิดน้มี สี ายสองเสนไขวก ัน และสายแตละเสน มีฉนวน

หุมเรียบรอย เชนสาย WD - 1/TT

คุณลกั ษณะทางเทคนิคของสายโทรศพั ทสนาม WD - 1/TT
เปนสายสงกาํ ลงั งานท่ีออกแบบมาเพอื่ ใหมีความคงทนถาวรตอสภาพภูมปิ ระเทศ และดนิ ฟา

อากาศ เปนทนี่ ิยมใชก นั มากทางยทุ ธวิธี มีชื่อเรียกอีกอยางหนึง่ วา “สายเขา ตี” (ASSAULT WIRE)
1. ภายในมีลวด 7 เสน ลวดทองแดงผสมดบี กุ 4 เสน ลวดเหลก็ อาบสงั กะสี 3 เสน มีฉนวน

สดี าํ ทําดว ยพลาสตกิ อยา งดชี นดิ พิเศษเรียกวา โพลิทีลนี (POLYTHYLENE) หุมอยู และมไี นลอน
(NYLON) หมุ ฉนวนพลาสตกิ อีกชน้ั หนึ่ง

2. สายยาว 1 ไมล หนักประมาณ 48 ปอนด
3. ทนแรงดงึ ไดป ระมาณ 200 ปอนด
4. อมิ พแี ดนซ ณ ความถี่ 1,000 Hz ประมาณ 600 โอหม
5. ความตานทานตอ กระแสไฟตรง 230 โอหม/ลูฟไมล
6. ความสญู เสยี ในทางสาย
6.1 ในสภาวะสายแหง (DRY) สญู เสีย 1.6 dB. ณ ความถ่ี 1,000 Hz/ไมล
6.2 ในสภาวะเปย ก,ช้ืน (WET) สญู เสยี 2.5 dB. ณ ความถ่ี 1,000 Hz/ไมล

สายโทรศัพทสนาม WD - 1/TT บรรจอุ ยูใ นลอ มวนสาย ไดด งั น้ี
1. ลอมวนสาย DR - 4 บรรจสุ าย WD - 1/TT ไดยาว 1 1/3 ไมล
2. ลอ มว นสาย DR - 5 บรรจุสาย WD - 1/TT ไดย าว 2 1/2 ไมล
3. ลอ มวนสาย DR - 8 บรรจุสาย WD - 1/TT ไดยาว 1/4 ไมล
4. ลอมว นสาย DR - 7 บรรจุสาย WD - 1/TT ไดยาว 6 ไมล
5. ลอมวนสาย RL - 159/U บรรจุสาย WD - 1/TT ไดยาว 1 ไมล
6. ถงุ เกบ็ สาย MX - 306 A/G บรรจสุ าย WD - 1/TT ไดย าว 1/2 ไมล
7. ลอมวนสาย DR – 15 - B บรรจุสาย CX - 1065/G ไดย าว 1/4 ไมล

11. สายเคเบ้ลิ สนาม (FIELD CABLE)

กลาวทวั่ ไป
สาย SPIRAL FOUR CABLE (S - 4) เปน สายเคเบิล้ สนามชนดิ 4 ตัวนํา 2 คู ซึ่งใชเ ปน สายสง

กาํ ลังงานของระบบวิทยถุ า ยทอดและคล่นื พาห ซ่งึ มีมคี วามเกย่ี วพันกับเรื่องของสายสงกาํ ลงั งาน ของ
เคร่ืองโทรศพั ท และเครือ่ งสลับสาย บางพอสมควร

คณุ ลักษณะทางเทคนคิ ท่ัว ๆ ไปของ (S - 4)
1. เปนสายตวั นาํ ซึง่ แตล ะเสน ประกอบดว ยลวดทองแดงตเี กลี่ยว มี 4 เสน 2 คู
2. คูหนง่ึ ๆ จะแสดงไวดว ยสี สายคูหนึง่ เปน คูสง และสายอีกคูหนี่งเปน คูรบั
3. สายแตละเสน หมุ ดว ยฉนวนอยางดี
4. สายท้ัง 4 เสน หุม รวมกนั ดว ยโลหะถักเปน ตาขา ย (ซ่ึงตอ กบั สายชลี ด SHEILD) ใชตอ กบั

สายหมุด GROUND และหมุ ดว ยฉนวนยางสีดําอกี ช้ันหน่ึง
5. มีหวั ตอ ตรงหวั ตอ เรยี กวา UNIVERSAL CONNECTOR

ชนิดและความยาวของสาย SPIRAL FOUR CABLE (S - 4) มี 3 ชนิด คอื
1. CABLE ASSEMBLY CX - 1065/G ยาว 1/4 ไมล เรยี กวา SPIRAL FOUR CABLE ปลาย

ทงั้ สองขางมีหวั ตอ สากล ทง้ั 2 ปลาย ตวั นําคูหน่ึงตอ กบั ตวั สมั ผัสตวั ผูของหวั ตอทปี่ ลายขา งหนง่ึ และ
ตอกับตวั สมั ผสั ตวั เมยี ของหวั ตอ ทป่ี ลายอีกขา งหน่ึง และมีฝาครอบทปี่ ลายหัวตอ ทัง้ สองขา ง สาย
เคเบ้ิล CX - 1065/G น้ีบรรจุ อยมู วนในลอมว นสาย DR – 15 - B ขา งลอมว นสายมชี องสําหรับเกบ็
หวั ตอ ทัง้ 2 หวั และสําหรบั เก็บสาย CX - 1512/U ซึ่งยาว 12 ฟตุ ไดอีก

2. TELEPHONE CABLE ASSEMBLY CX - 1606/G ยาว 100 ฟตุ เรยี กวา CABLE STUB
ปลายท้ังสอง ขางมีหัวตอสากลทงั้ 2 ปลาย (เชน เดียวกบั CX -1065/G) สายเคเบิ้ล CX - 1606/G นใี้ ช
ตอ รว มกับสายเคเบล้ิ CX - 1065/G ซ่ึงยาว 1/4 ไมล เพือ่ ใหไดทางสายสงกําลังงานใหย าวตามความท่ี
ตอ งการ

3. TELEPHONE CABLE ASSEMBLY CX - 1512/U ยาว 12 ฟตุ เรียกวา CABLE STUB
ปลายขางหนง่ึ มหี ัวตอ สากล สวนปลายอกี ขางหนึง่ มตี วั นาํ 4 เสน จะปอกปลายสายไวย าว 3/4 นวิ้ และ
เคลอื บดว ยดบี กุ เพือ่ ใหส ามารถตอ สายรวม 4 เกล่ียวเขา กับเครอ่ื งปลายทาง สายเคเบิล้ ทงั้ 3 ชนิดน้ี มี
คุณลักษณะทางเทคนคิ เหมอื นกนั ทกุ ประการ

12. ชดุ โหลดดง้ิ คอยล (LOADING COIL CU - 260/G)

มีลกั ษณะรูปรางทรงกระบอกโลหะยาวประมาณ 5 นวิ้ เสนผา ศนู ยก ลาง 2 นว้ิ หนกั ประมาณ
2 ปอนด ทง้ั สองดานมี UNIVERSAL CONNECTOR เพ่ือใชตอ กบั สายเคเบล้ิ สนาม CX - 1065/G
ภายในประกอบดวยลวด 6 มลิ เิ ฮนร่ี เมอ่ื ใสทุก ๆ 1/4 ไมล เพื่อลดความสูญเสียจากคา LOSS ของ
CX - 1065/G จาก 1.25 dB./ไมล เหลือ 0.73 dB./ไมล ณ ความถี่ 1,000 Hz/ไมล

บทที่ 2 เครอื่ งโทรศพั ท

1. เครอ่ื งโทรศพั ทสนาม TA - 1/PT

กลาวท่ัวไป

เคร่อื งโทรศัพทส นาม TA - 1/PT เปนเคร่ืองโทรศัพทส นามกําลงั งานเสียงขนาดเล็ก

นํ้าหนกั เบา เคลอ่ื นทงี่ าย ใชไ ดทกุ สภาพอากาศและพน้ื ท่ี สวนมากใชก บั สายโทรศพั ทส นาม

ปฏิบัตงิ านในพืน้ ทีเ่ ขตหนา ทํางานรวมกับเครอื่ งโทรศพั ทส นามหรอื เครือ่ งสลบั สายโทรศัพทส นาม

ระบบหมอ ไฟประจําเครอ่ื ง LB. (LOCAL BATTERY)

คณุ ลกั ษณะทางเทคนคิ
1. ระยะการติดตอ ประมาณ 4 - 6.25 ไมล (เมอ่ื ใชส ายโทรศพั ทส นาม WD - 1/TT)
2. ขีดจาํ กัดการทาํ งาน 10 dB.
3. ยา นความถีเ่ สยี งประมาณ 300 - 4,000 Hz
4. สวติ กดพดู (PRESS – TO - TALK) อนั เลก็ ดานขาง
5. ผลิตสญั ญาณไฟเรยี กประมาณ 65 - 80 V. 20 Hz
6. สวติ กดเรยี ก (GENERATOR) อนั ใหญดา นขา ง
7. วงจรรบั สัญญาณเรียกแบบทศั นะรปู กากะบาดปรบั ไมไ ด และแบบเสยี งบัสเซอรด ัง สามารถ

ปรับได จากดงั สดุ จนไมมีเสยี ง
8. ไมต อ งใชแ บตเตอร่เี ลีย้ งวงจรปากพดู (ใชห ลกั การการชักนาํ ดว ยแมเหล็กไฟฟา ทาํ ใหเ กดิ

แรงเคล่ือนไฟฟา เหนยี่ วนําขน้ึ ในขดลวดรอบ ๆ อารเมเจอร)
9. น้ําหนกั หนกั ประมาณ 2.75 ปอนด
10. ใชง านในหนว ยระดับ หมวด

รปู ท่ี 2-1 แสดงโทรศพั ทสนาม TA-1/PT

2. เครอื่ งโทรศัพทสนาม TA - 312/PT

กลา วท่ัวไป
เครอื่ งโทรศัพทส นาม TA - 312/PT เปนเครอ่ื งโทรศัพทสนามทมี่ ีน้ําหนกั เบาใชง านไดท กุ สภาพ

ภูมปิ ระเทศ และสถานการณ ติดต้ังงายสะดวกรวดเรว็ อกี ท้งั ยังมีทตี่ อชดุ ปากพดู - หูฟง ภายนอกไดอกี
ดวยเม่อื ชุดปากพดู - หูฟงของตัวมันเองเสยี และยงั ใชเปน REMOTE CONTROL ใหกับชุดวิทยไุ ด

คุณลักษณะทางเทคนคิ
1. เลอื กการทาํ งานได 3 ระบบ คือ
1.1 ระบบหมอ ไฟประจําเคร่ือง LB. (LOCAL BATTERY) ไฟเลี้ยงปากพดู ไดจากแบตเตอร่ี

ประจาํ เครอื่ งไฟเรยี กไดจ ากเครือ่ งเรียกกาํ เนดิ ไฟชนิดมอื หมุนท่ตี วั เครอ่ื ง
1.2 ระบบหมอไฟรว ม CB. (COMMON BATTERY) ไฟเลีย้ งปากพดู และไฟเรยี กไดจาก

เคร่อื งสลบั สายกลาง
1.3 ระบบหมอไฟรว มเฉพาะสญั ญาณเรยี ก CBS. (COMMON BATTERY SIGNALING)

ไฟเลี้ยงปากพดู ไดจ ากแบตเตอรีป่ ระจาํ เคร่อื งไฟเรยี กไดจ ากเครือ่ งสลับสายกลาง
2. เม่ือเลือกการทาํ งานในระบบ LB. หรอื ระบบ CBS. ไฟเลีย้ งปากพดู ใชแบตเตอรี่ BA - 30

จาํ นวน 2 กอน 3 V. โดยใสเ อาขว้ั บวกลง 1 กอ น และเอาขวั้ บวกขนึ้ 1 กอน (หรือไฟตรง 3 V. DC.จาก
ภายนอก)

3. ระยะการติดตอ ประมาณ 14 – 22 ไมล (เมอ่ื ใชสายโทรศพั ทส นาม WD - 1/TT)
4. ขีดจํากัดการทาํ งาน 35 dB.
5. ยานความถ่ีเสยี งประมาณ 300 - 3,200 Hz
6. ผลติ สญั ญาณไฟเรยี กประมาณ 90 V. 20 Hz (ระบบ LB.)
7. สัญญาณไฟเรยี กเม่ือเลอื กใชง าน ระบบ CB. หรอื ระบบ CBS. ไดไ ฟเรยี กจากเครือ่ งสลับสาย
กลาง
8. วงจรรบั สญั ญาณเรยี กเปนแบบ BUZZER เสยี งดัง
ปรบั ใหด งั มากดังนอ ยไดตามความตองการ แตไมถ งึ กับเงยี บ
9. เมอ่ื ชดุ ปากพดู - หูฟง ภายใน (H - 60/PT) เสยี ใชชุด
ปากพูด - หฟู ง ภายนอก (H - 144/U) มาตอแทนได
10. นํา้ หนกั หนกั ประมาณ 9.5 ปอนด
11. ใชง านในหนว ยระดับ กองรอย ขนึ้ ไป

รูปที่ 2-2 แสดงโทรศัพทส นาม TA-312/PT

3. เครื่องโทรศพั ทส นาม TA - 312/M2E

กลา วทว่ั ไป
เครือ่ งโทรศพั ทส นาม TA - 312/M2E เปน เคร่อื งโทรศพั ทสนามอีกแบบหนงึ่ ซงึ่ ไดดดั แปลงมา

จาก เครอื่ งโทรศพั ทส นาม TA - 312/PT จึงมีคุณลกั ษณะทางเทคนิคสเพ่มิ เตมิ ตลอดจนมีการ
ปรบั ปรุงใหดขี ึน้ ซึง่ มีขอ แตกตางกบั เคร่ืองโทรศัพทส นาม TA - 312/PT ดงั น้ี

1. วงจรรับสัญญาณเรียกเปน แบบ ELECTRONIC BUZZER จงึ ทําใหมีความไวในการรบั
สญั ญาณเรยี ก ไดดีกวา BUZZER ธรรมดา

2. ขัว้ ของ BATTERY ใสกลบั ข้วั เหมือนกบั เครื่องโทรศัพทสนาม TA - 312/PT แตต องใสใ ห
ตรงกบั สญั ญลกั ษณข วั้ บวก ขวั้ ลบของขวั้ BATTERY ทพี่ ิมพไวบนฝาครอบ BATTERY

3. มภี าคขยาย 20 DB. เพ่ือขยายสัญญาณความถเี่ สียงใหรับทางดานหูฟง
4. มีสวติ เลือกการทํางานได 3 ตําแหนง คอื

4.1 ตาํ แหนง AMP. ขณะรบั ใชภ าคขยายรว มดว ย
4.2 ตําแหนง NORMAL ขณะรับไมใ ชภาคขยาย
4.3 ตาํ แหนง CHECK LOOP สามารถตรวจสอบความตอเนอ่ื งของทางสายทําให
ทราบไดว า ท่ีปลายสาย มีเครือ่ งโทรศพั ทห รอื เครอ่ื งสลบั สาย ตออยูหรอื ไม

รปู ที่ 2-3 แสดงโทรศพั ทสนาม TA - 312/M2E

4. เคร่ืองเขา -ถอดรหัสสญั ญาณอตั โนมัติ

รปู ที่ 2-4 แสดงเครือ่ งเขา – ถอดรหัสสัญญาณอัตโนมัติ

กลา วนาํ

ชดุ เขา - ถอดรหัสสัญญาณอัตโนมัติเปน ชดุ เขา - ถอดรหสั คาํ พูดทางโทรศัพท (SECURE
DIGITAL VOICE) และเขา - ถอดรหัสลบั โทรสาร (FAX ENCRYPTION) และ DATA
ENCRYPTION ท่ีประกอบอยใู นเครือ่ งเดยี วกัน และสามารถใชเ ปน เครอ่ื งโทรศัพทธรรมดาท่ัวไป ไม
เขารหัส ใชไดท ัง้ ระบบแบบกดปุม (DTMF TONE) และแบบหมนุ (PLUSE)

ชดุ เขา -ถอดรหสั ชุดนถี้ กู ออกแบบมาใชงานงายและอํานวยความสะดวกตอผใู ชงาน
ขณะเดียวกนั ชน้ั ความลับไดส งู มาก โคต รหัสลบั จะเปลยี่ นแปลงทกุ ครง้ั โดยอตั โนมตั เิ มื่อใชงานแตละ
คร้งั ในการตอพวงเขา กบั เครอ่ื งโทรสาร ทีม่ ีใชง านอยทู ่ัวไปไดทนั ทโี ดยไมตอ งดดั แปลงใด ๆ ทงั้ สิน้
โดยใชส ายตอ 2 WIRE และขอ ตอแบบ RJ-11C สามารถ ใชง านรวมกบั ชดุ โทรสารเพอื่ รับ-สง FAX
แบบเขารหสั และแบบไมเ ขารหัสไดอ ีกทั้งสามารถตอ พว งเขา กบั เครอื่ งคอมพวิ เตอร (DATA
ENCRYPTION) โดยใชร ะบบตอพวงมาตรฐาน RS-232

ชุดเขา -ถอดรหสั สามารถสรา งโคต รหัสลับ (RANDOM KEY GENERATOR) ไดภ ายใน
ตวั เอง เพ่ือทาํ KEY MANAGEMENT เกบ็ ไวใน TEMPORARY RAM จากนน้ั ยังสามารถนําโคต
รหสั ลับที่สรา งไดไ ปเขยี นลงใน SMART MODULE KEYFILL-DEVICE (N0N-VOLATILE
EEPROM) เมอ่ื ตองการใชง านโคตรหัสลับ ทีส่ รางไวใหน าํ SMART MODULE มาเพ่ือ LOAD เขา
เคร่ืองกส็ ามารถทจ่ี ะมโี คตรหัสลบั มาใชง านได

ในการต้ังโคตรหัสลบั ผใู ชเ ปน ผูตั้งโคตเองจากหนา ปท มเครอ่ื งหรือโดยใช SMART
MODULE KEYFILL-DEVICE โดยไมต องมีเครื่องตงั้ โคต พิเศษแยกตา งหาก

ในการปอ งกนั ชน้ั ความลบั โดยที่ผูผ ลิตหรือผมู เี คร่ืองชนดิ เดยี วกันไมส ามารถท่ีจะรบั ขา วสาร
จากเครื่องเขา -ถอดรหัสชุดนไี้ ด เนอื่ งจากการตั้งโปรแกรมโคตรหสั ลับ ถกู กําหนดเองโดยผูใชง าน เมือ่
เกิดเหตฉุ ุกเฉนิ สามารถ ลบโคตลับได และถาฝาเครอ่ื งถูกเปดออก โคต รหสั ลับจะถูกลบโดย อัตโนมัติ

โคตรหสั ลับ KEY MANAGEMENT
ชุดเขา-ถอดรหัสลบั จะประกอบดวยโคต รหสั ลบั 3 ชน้ั คอื

1. LOCAL KEYS
2. NETWORK KEYS
3. SYSTEM KEYS
1. LOCAL KEYS จะมีจํานวน 400 KEYS โดยแตล ะ KEYS จะใสตวั เลขได 19 ตัว
เครอ่ื งจะทาํ การ เปลีย่ นเลขท่ีใสลงไปเปนรหสั ลับทม่ี ีความยาวขนาด 64 BITS KEYS 1.84 X 1019
KEY VARIABLES โดยอัตโนมัติ รหสั จะสามารถเปล่ยี นแปลงไดทั้งแบบ MANUALLY และ
AUTO. ขนึ้ อยกู ับผใู ช จะวางแผน LOCAL KEYS แบงออกไดเปน 2 สว นคือ
1. UPPER KEY BANK จะมี 200 KEY INDEX โดยเริ่มที่ 001-200 KEY INDEX
โดยแตล ะ KEY ใสเ ลขฐานสองได 19 ตัวเชน เดีวกนั
2. LOWER KEY BANK จะมี 200 KEY INDEX เชนเดยี วกนั
2. NETWORK KEYS ใสต วั เลขไ ด 19 ตัวเชนเดยี วกนั และตวั เลข 19 ตัวที่ใสจะเปลย่ี น
เปน 64 BITS ไดถ งึ 1.84 X 1019 KEYS VARIABLES
3. SYSTEM KEYS เครอ่ื งจะเปลยี่ นได 1 X 10614 VARIABLES โดย KEYS นจ้ี ะถกู
ตั้งขึ้นที่ บริษทั ผูผ ลิตเอง

ขา วกระจา ง 64 BIT X 200 = 12,800 BIT

LOCAL KEYS 400 KEY UPPER KEYBANK 200 KEYS

19 KEY INDEX (001-200)
1.84 X 10 64 BIT X 200 = 12,800 BIT

NETWORK KEYS LOWER KEYBANK 200 KEYS

19 KEY INDEX (001-200)
1.84 X 10
614
SYSTEM KEYS 1 X 10

ขาวเขา โคตรหัสลบั

LOCAL KEYS NETWORK KEYS SYSTEM KEYS

ขา วกระจา ง ขา วเขาโคตรหัสลับ

0010110000 1101000000 1100100000

รูปท่ี 2-5 แสดงโคต รหัสลบั ท้งั หมดซึ่งมคี วามสัมพนั ธก ัน

การตดิ ตง้ั และทดสอบเครื่อง (INSTALLATION AND TEST)
การตดิ ต้งั ชุดเครื่องเขา -ถอดรหสั สัญญาณอตั โนมัติ จะคลา ยกบั การตดิ ตงั้ ชุดโทรศพั ทท วั่ ไป

กลาวคอื

การติดต้งั เบื้องตน และทดสอบเครอื่ ง มขี นั้ ตอนตามลาํ ดับ คอื
1. ปลดสายโทรศัพทอ อกจากเครอ่ื งโทรศพั ทธ รรมดา ควรจะเปนโทรศพั ทร ะบบ DTMF

เพราะสญั ญาณ รบกวนจะนอ ยกวา ระบบ PLUSE
2. ตอ สายโทรศัพทเขา ท่ีจุด LINE ที่อยหู ลงั เครื่อง
3. ตอ สายไฟ 220 VAC เขาท่ีเครือ่ งเขา-ถอดรหสั จะมีเสียงดงั สองคร้ัง “BEEP TWICE” เพ่ือ

แสดงวา ไฟเขา เคร่ืองถูกตอ ง และถา ไมม เี สยี ง BEEP ใหเช็คฟวสห รือปลั๊กหลวม
4. ทดลองการติดตอ โทรศัพทแ บบธรรดา ถาใชไ ดแ สดงวา การตอ เครื่องใชง าน ไดถกู ตอง

และถาใชไมได แสดงวา เลอื กใชร ะบบโทรศัพทไมถ กู ตองแบบ DTMF หรอื PLUSE หรอื ตอ
สายโทรศัพทเ ขาจุดดา นหลงั เคร่ืองเขา-ถอดรหสั ไมถ ูกตอ ง

ระบบโทรศัพท

เคร่ืองเขา-ถอดรหสั

รูปท่ี 2-6 แสดงการติดตั้งใชงานเปนเคร่ืองโทรศัพทธรรมดา

การตดิ ตัง้ ใชงานรวมกบั โทรสาร FAX INSTALLATION
1. ปลดสายโทรศัพทออกจากเครอ่ื งโทรศพั ทธ รรมดา ควรจะเปน โทรศัพทร ะบบ DTMF

เพราะสัญญาณ รบกวนจะนอยกวา ระบบ PLUSE
2. นําสายตอโทรศัพท 2 WIRE ที่มขี อตด RJ 11C ทัง้ สองดานปลายขางหนง่ึ ใหตอ เขา ท่ี

เครอื่ ง FAX อีกปลายตอเขา ท่จี ดุ FAX ของเครื่องเขา -ถอดรหัส
3. ทดลองการติดตอ FAX แบบธรรมดา ไมเ ขารหสั

สายตอ 2 ระบบโทรศัพท

เครื่องเขา-ถอดรหัส

WIRE

รูปที่ 2-7 แสดงการติดต้งั ใชงานรวมกบั โทรสาร

การตดิ ต้งั ใชง านรว มกับ DATA TERMINAL EQUIPMENT หรือ COMPUTER
1. ปลดสายโทรศพั ทอ อกจากเครื่องโทรศพั ทธ รรมดา ควรจะเปน โทรศพั ทร ะบบ DTMF

เพราะสญั ญาณ รบกวนจะนอ ยกวา ระบบ PLUSE
2. นาํ สายตอพรอ มขอ ตอ เช่อื มแบบ RS - 232 ปลายขางหนงึ่ ใหต อ เขา เครือ่ งเขา -

ถอดรหัสท่ีจดุ TERMINAL INTERFACE อกี ปลายขา งหน่ึงใหตอ เขา DATA
TERMINAL / COMPUTER

RS-232 ระบบโทรศัพท

เครอ่ื งเขา -ถอดรหัส

รูปที่ 2-8 แสดงการติดต้ังใชงานรว มกับ DATA TERMINAL EQUIPMENT หรือ COMPUTER

การใชง านชดุ เคร่อื งเขา-ถอดรหัส

ชดุ เคร่อื งเขา-ถอดรหัส สามารถนําไปใชง านเปน ชดุ เขา -ถอดรหัสคําพดู ทางโทรศัพท

(SECURE DIGITAL VOICE) และเขา-ถอดรหสั ลบั ทางโทรสาร (FAX ENCRYPTION) ปอ งกนั การ

ดูด FAX และเขา-ถอดรหสั ลับ DATA ENCRYPTION สาํ หรบั DATA TERMINAL หรอื

PERSONAL COMPUTER จากเครื่องหนงึ่ ไปอีกเครื่องหนง่ึ โดยผานสาย (LINE) โทรศพั ท

การเขาถงึ โปรแกรม เลอื กใชคาํ สง่ั (USER INTERFACE)
คาํ ส่งั ตาง ๆ ถูกบรรจลุ งในเคร่ืองเขา -ถอดรหสั เรยี บรอ ยแลว ผูใชเพยี งแตเ ลือกเสนทางใหเ ขา

ไปถงึ คําส่งั นั้น ๆ โดยการกดปมุ เพยี ง 6 ปุม คอื ENTER, ESCAPE, ปมุ หวั ลูกศรขึน้ ,ปมุ หวั ลกู ศรลง,
ปุมหวั ลูกศรทางซา ย, ปุมหวั ลกู ศรทางขวา และอานผลทจ่ี อ แสดง DISPLAY จาํ นวน 2 แถว 16
ตัวอักษร

วธิ กี ารเขาถึงโปรแกรม เลอื กใชค ําสง่ั MENU มขี ั้นตอนดงั นี้

1. วางหูฟง โทรศพั ท
2. กดปมุ ENTER ซงึ่ อาจจะหลายหน เพ่ือใหไดคาํ สง่ั ที่ตอ งการ
3. กดปุมหวั ลูกศรข้นึ หรือหวั ลกู ศรลง จนเหน็ คําสั่งท่ีตองการที่ DISPLAY
4. กดปุม ENTER เพ่อื ยนื ยนั ของใชค ําสั่งทีเ่ หน็ ท่ี DISPLAY
5. กดปุม หวั ลกู ศรขน้ึ หรือหวั ลกู ศรลงหรือหวั ลูกศรไปทางซายหรอื หัวลกู ศร ไปทางขวา จน
เหน็ คําส่ังยอยท่ตี องการตอ (SUB MENU) ท่ี DISPLAY
6. กดปุม ENTER เพ่อื ยนื ยนั การขอใชค าํ สง่ั ทีเ่ หน็ ท่ี DISPLAY

7. กดปุม ESCAPE เพือ่ ออกจาก SUB หรอื ไปยัง NEXT LEVEL MENU

การเซ็ท VOICE OPERATION
เครื่องเขา -ถอดรหสั จะทาํ หนา ท่เี ปน โทรศพั ทธ รรมดา และโทรศพั ทเขา รหัสลับ (SECURE
DIGITAL VOICE) อยใู นชดุ เดียวกนั ใชง านงา ยขณะเดยี วกนั ชัน้ ความสูงมาก มขี ้นั ตอนการใชคอื

START

ยกปากพดู หฟู ง

กดเบอรโทรศพั ทป ลายทาง
รอปลายทางรับสาย

N เขา รหสั
หรือไม

Y ที่จอจะแสดง

กดปุม เพอื่ เขา รหสั ลบั XX SECURE VOICE
SECURE รอประมาณ 7 S CALL IN PROGRESS

สนทนา สนทนา เขารหสั
ไมเ ขารหสั

สนทนาจบ

กดปมุ ทัง้ ตน สาย
SECURE ปลายสายกด

สนทนาจบ
วางปากพูดหฟู ง

END

รูปท่ี 2-9 แสดงการเซ็ท VOICE OPERATION

การเซท็ FAX OPERATIONS
- ถา ฝายรบั มเี ครื่องเขา-ถอดรหสั จะรบั แบบเขา รหัสไดเม่ือต้งั รหสั ลบั ตรงกัน
- ถา ฝา ยรบั ไมม เี ครื่องเขา -ถอดรหสั จะรบั แบบธรรมดาโดยอตั โนมตั ิ
เครื่องเขา-ถอดรหัสสามารถตัง้ โปรแกรมไดท ้งั AUTO VOICE/FAX,ALWAYS FAX, VOICE

THEN FAX ไดถา ตอ งการ
กรณฝี ายสง จะสามารถเลอื กสงไดท ัง้ VOICE หรอื FAX จะเขารหสั หรอื ไมเขารหสั ก็ได
กรณฝี ายรับ จะสามารถเลือกรับ AUTO FAX หรือ VOICE กไ็ ด

ปอนตนฉบบั

ยกหโู ทรศพั ทท เ่ี คร่ือง FAX
กดหมายเลขปลายทาง

ปลายทางรบั สาย
ที่เครอื่ งเขา-ถอดรหสั

แลว สนทนา

แจง ปลายทางขอสง FAX
ปลายทางกดปมุ # ทเี่ ครือ่ ง

เขา-ถอดรหดั
แลววางหโู ทรศพั ท

เมื่อไดยนิ สญั ญาณ FAX
กดปุม START ท่ี
เคร่อื ง FAX

วางหโู ทรศพั ท

จบการทาํ งาน

รปู ที่ 2-10 แสดงการสง FAX

การเซท็ DATA-OPERATION
DATA MODE เครื่องโทรศัพทเ ขา-ถอดรหัส สามารถตอรวมกบั COMPUTER ไดโดยผาน
RS-232C PORT การใชง านจะใชคําสง่ั AT COMMAND โดยใขโ ปรแกรม COMMUNICATION
ท่ัวไปมารว ม RUN งานเชน PROGRAM PROCOMM PLUS เปน ตน

การติดตง้ั ระบบ

1. COMPUTER มโี ปรแกรม COMMUNICATION ตดิ ตง้ั อยู

2. ตอสาย CABLE ระหวา ง RS-232C ของตวั เครอ่ื งเขา-ถอดรหัส กบั อกี ดา น ของ

RS-232C ตอเขา กับ COMPUTER

3. ตง้ั โคตรหัสลับลงไปในเครอ่ื งเขา-ถอดรหสั ทั้งตน ทางและปลายทาง โดยโคต ร

หัสลับ ตองเหมือนกนั

4. ต้งั ANSWERING MODE : VOICE THEN DATA ใน

CONFIGURATION

5. ตัง้ RING UNTIL ANSWER : 001

6. ต้ัง INTERFACE ดงั น้ี

RATE : 9600 THEN 4800

TRAIN ON DATA : OFF

ERROR WINDOW : 010 S

LINE QUALITY : NOISE

SYNC ATTEMPTS : 002

7. ตั้ง CONFIGURATION ดงั น้ี

RING UNTIL FAX : 03

SECURE FAX MODE : AUTO SECURE

ANSWERING MODE : VOICE
SPEAKER
THEN DATA
TONE
MODE : ON DURING SYNC

DIALING MODE :

NOT SECURE TONE : ON

บทที่ 3 เครือ่ งสลบั สายสลบั สาย

1. เครอ่ื งสลบั สายโทรศพั ทส นาม SB - 993/GT

กลา วทั่วไป
เครือ่ งสลบั สายโทรศัพทสนาม SB - 993/GT เปน เคร่อื งสลบั สายโทรศัพทส นามฉุกเฉนิ ท่ีมพี นกั

งานประจํา น้ําหนกั เบา นาํ ตดิ ตัวไปมาไดส ะดวก ติดตง้ั และเก็บรกั ษางาย ออกแบบมาเพ่ือใชใ นพ้ืนที่
การรบดา นหนา ตองใชงานรว มกับเครอื่ งโทรศพั ท ระบบหมอไฟประจาํ เคร่ือง และยงั สามารถใช
ทดแทนเครือ่ งสลับสาย ระบบหมอไฟประจาํ เครื่อง LB. (LOCAL BATTERY)ใด ๆ ก็ได เมอื่ มเี หตุ
ฉุกเฉิน

คุณลกั ษณะทางเทคนิค
1. รับทางสายได 6 ทางสาย
2. มปี ลก๊ั เสยี บทัง้ หมด 7 ตวั (ปลัก๊ สําหรบั พนกั งาน 1 ตัว)
3. ไมมแี หลง จา ยกาํ ลังงานใหก บั ตวั เอง
4. พนกั งานเครื่องสลบั สายตอ งนาํ เครอื่ งโทรศัพทระบบหมอ ไฟประจําเคร่ือง LB. (เชน

เครอ่ื งโทรศัพท TA - 1/PT หรือ TA - 312/PT) มาตอกบั ปลัก๊ ของพนักงานไว 1 เครอื่ ง
5. สายทนี่ าํ มาจากเคร่ืองโทรศัพทหรอื เครื่องสลบั สายอ่นื ๆ ใหตอ เขาตรงรูกลางของตัวปล๊ัก
6. ตัวปล๊ักเปน แบบพลาสติกใส ขา งในตวั ปลั๊กมีหลอดนีออนเรืองแสง ขนาด 1/25 วตั ต อยู 1

หลอด เมือ่ มีสัญญาณเรียกเขา มาหลอดไฟขางในจะสวา ง
7. อํานวยการตดิ ตอโดยใชต วั ปลั๊กของพนกั งานเสียบดา นบนของตวั ปลก๊ั ท่ตี อ งการติดตอ
8. ไฟเรียกและไฟเล้ียงปากพดู ไดจากเครือ่ งโทรศัพทของพนักงาน
9. น้ําหนกั หนกั ประมาณ 2.5 ปอนด
10. ใชงานในหนว ยระดับ กองรอย

รูปท่ี 3-1 แสดงเครอ่ื งสลับสายโทรศพั ทส นาม SB-993/GT

2. เคร่ืองสลับสายโทรศัพทส นาม SB - 22/PT

กลา วทั่วไป
เครือ่ งสลบั สายโทรศัพทสนาม SB - 22/PT เปนเครอ่ื งสลบั สายโทรศพั ทสนามทางยุทธวิธี ทีม่ ี

พนักงานประจาํ น้าํ หนักเบา ติดต้ังงายและรวดเร็วสามารถใชง านไดทุกสภาพภูมปิ ระเทศ เปนเครอ่ื ง
สลบั สายระบบหมอไฟประจาํ เครอ่ื ง LB. (LOCAL BATTERY) และยงั ใชเปน เครอื่ งควบคมุ วทิ ยุ
ระยะไกล หรือใชเ ปน เครื่องสลบั สาย โทรพิมพร ะบบความถเี่ สียงไดอ กี ดวย นอกจากน้ยี งั สามารถใช
ตอเปนวงจร TRUNK LINE รวมกบั เครอ่ื งสลับสายระบบหมอไฟรว มเฉพาะสัญญาณเรียก CBS.
(COMMON BATTERY SIGNALING) โดยเปลี่ยนภาคทางสายจาก LINE PACK TA - 222/PT มา
เปน TRUNK PACK TA - 326/PT

สว นประกอบท่ีสําคัญ มีอยู 5 สว นดวยกนั คือ
1. ภาคพนกั งาน (OPERATOR PACK) TA - 221/PT
2. ภาคทางสาย (LINE PACK) TA - 222/PT
3. ชดุ ปากพูด-หฟู ง (HANDSET - HEADSET) H-81A/U, H - 144/U
4. กลอ งใสแบตเตอรี่ (BATTERY CASE) บรรจุ BA - 30
5. ชดุ สว นประกอบ (ACCESSORY KITS) MX-230/PT, MX - 2915/PT

คณุ ลกั ษณะทางเทคนิค
1. เปนเครอื่ งสลับสายระบบหมอ ไฟประจาํ เครือ่ ง LB. (LOCAL BATTERY) ท้ังทางสายภาย

ใน LOCAL LINE และทางสายภายนอก TRUNK LINE โดยใชภ าคทางสาย LINE PACK
TA - 222/PT

2. ระบบหมอ ไฟรวมเฉพาะสัญญาณเรียก CBS. (COMMON BATTERY SIGNALING) ใชทํา
เปน วงจร ทางสาย CBS.TRUNK LINE เทานัน้ (โดยใช TRUNK PACK TA - 326/PT)

3. รบั ทางสายได 12 ทางสาย (ถา 2 เครือ่ งวางซอ นกันรบั ทางสายได 29 ทางสาย ถา 3 เครือ่ ง
วางซอนกันรบั ทางสายได 46 ทางสาย)

4. ไฟเล้ียงวงจรปลุกกลางคืน และแสงสวา งหนา เครอ่ื ง (ใชแบตเตอร่ี BA - 30 จํานวน 2 กอน
3 V. DC.) ตอเขาหมดุ คทู ี่ 13

5. ไฟเลย้ี งวงจรปากพดู ของพนักงาน(ใชแบตเตอรี่ BA - 30 จาํ นวน 2 กอ น 3 V.DC.) ตอเขา
หมุดคูท่ี 14

6. ผลิตสญั ญาณไฟเรียก 90 V.20 Hz จากเคร่อื งเรียกชนดิ มือหมุน (ระบบ LB.)
7. วงจรรบั สญั ญาณเรียก เปนแบบทัศนะ และเสียง BUZZER ดงั
8. ถาชุดปากพูด-หูฟงภายใน H - 144/U ของพนักงานเสีย พนักงานสามารถหาเครอื่ งโทรศัพท
ระบบหมอ ไฟประจาํ เครื่อง LB. มาตอแทนไดโ ดยตอ เขา หมุดคทู ี่ 15
9. ถา เคร่อื งเรยี กชนิดมือหมนุ (HAND GENERATOR) ของพนักงานเสียพนกั งานสามารถหา
เคร่ืองเรยี กอะไรก็ไดซ ง่ึ ผลติ ไฟเรียกประมาณ 90 V. 20 Hz โดยตอเขาหมดุ คทู ี่ 16
10. มวี งจรเครือ่ งปอ งกันอันตรายสําหรับพนกั งานเปนแบบ LIGHTING ARRESTOR จาํ นวน 1
ตวั ตอ 1 ทางสาย
11. นาํ้ หนกั หนกั ประมาณ 30 ปอนด
12. ใชง านในหนว ยระดับ กองพนั

รปู ท่ี 3-2 แสดงเคร่อื งสลับสายโทรศพั ทส นาม SB - 22/PT

3. เคร่ืองสลบั สายโทรศัพทสนาม SB - 86/P

กลาวทัว่ ไป
เครอ่ื งสลับสายโทรศัพทสนาม SB - 86/P เปน เคร่ืองสลับสายโทรศพั ทสนามทางยุทธวธิ ที ม่ี ี

พนกั งานประจํา ทํางานในระบบหมอ ไฟประจําเครอื่ ง LB. (LOCAL BATTERY) ตดิ ตั้งงา ย และ
เคลือ่ นยายไดส ะดวก เหมาะสมที่จะนําไปใชงานทางยทุ ธวธิ ี

สวนประกอบที่สาํ คัญ
1. แผงสลับสายหนา เครื่อง (JACK FIELD SECTION) TA - 207/P
2. พวกเคร่อื งตอ ทางสายลับ (KEY SHELF SECTION) SB - 248/P
2.1 วงจรสายคอรด (CORD TELEPHONE CIRCUIT) TA - 208/P
2.2 วงจรพนกั งาน (OPERATOR TELEPHONE CIRCUIT) TA - 220/P
3. ชุดปากพดู - หฟู ง ของพนกั งาน (HANDSET-HEADSET) H - 91/U
4. แหลงจา ยกําลงั งาน (POWER SUPPLY) PP - 990/G

คุณลกั ษณะทางเทคนิค
1. เปน เครือ่ งสลับสายระบบหมอ ไฟประจาํ เคร่ือง LB. (LOCAL BATTERY)
2. รบั ทางสายได 30 ทางสาย(ถาตอ งการเพมิ่ ทางสายก็สามารถนาํ แผงสลับสาย TA -207/P มา

วางซอ นอีก 1 แผง รวมเปน 60 ทางสาย)
3. ไฟเล้ียงวงจรปากพดู ของพนักงาน ไฟตรง 3 V. DC. (BA - 30 จํานวน 2 กอน)
4. ไฟเล้ยี งวงจรปลุกกลางคืนและแสงสวา งหนาเคร่อื งไฟตรง 3 V.DC. (BA - 30 จาํ นวน 2

กอ น)
5. ผลติ สญั ญาณไฟเรียก 90 V.20 Hz จากเคร่ืองเรียกชนดิ มอื หมุนทต่ี วั เครื่อง
6. เลือกระบบการทาํ งานได 3 ระบบ คือ
6.1 เลอื ก M คอื ระบบหมอ ไฟประจาํ เครอ่ื ง LB. (LOCAL BATTERY) (ทางสายภายใน

LOCAL LINE หรือทางสายภายนอกTRUNK LINE)
6.2 เลอื ก C คือ ระบบหมอ ไฟรว มเฉพาะสญั ญาณเรียก CBS. (COMMON BATTERY

SIGNALING) เฉพาะทางสายภายใน LOCAL LINE
6.3 เลือก T คอื ระบบหมอ ไฟรวมเฉพาะสัญญาณเรียก CBS. (COMMON BATTERY

SIGNALING) เฉพาะทางสายภายนอก TRUNK LINE

7. วงจรรับสญั ญาณเรยี กเปน แบบทศั นะหลอดสญั ญาณพลิกเปน สีขาว,แบบแสงหลอดไฟสวาง,
แบบเสียง BUZZER ดงั

8. แหลง จายกาํ ลงั งาน PP - 990/G เปนกลองโลหะสาํ หรับบรรจแุ บตเตอร่ี BA - 200/U จํานวน
2 แถว ๆ ละ 5 กอน 30 V. DC.

8.1 ผลิตสัญญาณไฟเรียก 90 V. 20 Hz จากเครือ่ งเรยี กอัตโนมตั ิ
8.2 จา ยไฟตรง 24 V.DC.ในระบบหมอไฟรวมเฉพาะสญั ญาณเรียก CBS.
8.3 จายไฟตรง 24 V.DC.เพ่ือดงึ หลอดสญั ญาณประจําทางสายและดงึ หลอดสัญญาณบอก
เลิกจาก สขี าว กลับมาเปน สดี ํา
9. น้าํ หนกั หนกั ประมาณ 180 ปอนด
10. ใชงานในหนว ยระดบั กรม, กองพล, ทภ.

รปู ท่ี 3-3 แสดงเคร่ืองสลับสายโทรศัพทส นาม SB - 86/P

4. เครือ่ งสลบั สายโทรศัพทอตั โนมตั ิระบบ SPC แบบ MD – 110

กลาวท่ัวไป
1. ตูสาขาระบบ SPC (STORE PROGRAM CONTROL)

แบบ MD - 110 มีขนาดตงั้ แต 100 เลขหมาย ถงึ 26,000 เลข
หมาย

2. ใชงานไดท ง้ั แบบ ANALOG LINE และ DIGITAL
LINE โดยอุปกรณส วทิ ชแ ละอุปกรณอนื่ ๆ ใชเทคนิคทาง
DIGITAL จงึ ทําใหมคี วามคลอ งตัวในการใชงานสูง

3. สามารถใชกบั โทรศัพทท ัง้ แบบ สญั ญาณ ROTARY
และสญั ญาณ DUAL TONE MULTI FREQUENCY (DTMF)

4. การเช่ือมตอ กบั ชมุ สายทอ งถนิ่ ดว ยวงจร TRUNK
LINE สามารถเชอื่ มตอ ไดท งั้ แบบ ANALOG และ DIGITAL
TRUNK

รูปที่ 3-4 แสดงเคร่ืองสลับสายโทรศัพทอตั โนมตั ิ

ระบบ SPC แบบ MD-110

Digital Line

Analog Trunk

DIGITAL TOT
TELEPHONE

Digital Trunk

Analog Line TELEPHONE ORGANIZATION
OF THAILAND

ANALOG
TELEPHONE

รปู ที่ 3-5 แสดงการเช่ือมตอ ระหวา ง MD - 110 และอุปกรณ สายใน / สายนอก

5. คุณลกั ษณะการทาํ งานของระบบเปน แบบแยกสว น (DECENTRALIZED CONTROL) โดยแต
ละสวนจะทาํ งานเปนอิสระ ซง่ึ เปรยี บเสมอื นเปน ชมุ สายเล็ก ๆ ชุมสายหน่งึ

6. สามารถที่จะนําแตละสวนไปติดต้งั ตามสถานตี า ง ๆ ท่หี า งไกลกันได (REMOTE
SWITCHING) โดยจะทาํ การเช่อื มตอแตล ะสว นดว ยระบบของ PULSE CODE MODULATION
(PCM)

7. เนื่องจาก MD - 110 เปน ตูสาขาระบบ SPC แบบ DIGITAL จงึ มีบรกิ ารพเิ ศษ (FACILITY)
ตา ง ๆ มากมาย

Building A Building B

PCM Link
A - LAW
30 / 32 Channel

LIM 1 LIM 2 LIM 3 LIM 4

รปู ท่ี 3-6 แสดงการเชื่อมตอ MD - 110 (REMOTE SWITCHING)

โครงสรางของระบบ
1. PWM (POWER MODULE)
เปน MAGAZINE ท่ีบรรจเุ ฉพาะอุปกรณจ ายแรงดนั ไฟ (-48 โวลท) ใหกบั ระบบ หากเปน

ชุมสายโทร ศัพทขนาดใหญ จะมีการตดิ ตง้ั อปุ กรณจ า ยไฟไฟไวภายนอก (CENTRAL POWER) จงึ ไม
พบการตดิ ตง้ั PWM ไวภ ายในตูสาขาโทรศัพท

2. PSM (PROCESSOR SWITCH MODULE (MAG 0 ))
เปน MAGAZINE ท่ีมีความสาํ คัญในระบบ เนอ่ื งจากเปน ที่สาํ หรบั ติดตงั้ อุปกรณค วบคุม

ระบบท้ังหมด ซง่ึ รวมถงึ อปุ กรณสายในและสายนอกดว ย โดยปกตใิ น 1 ตสู าขาจะมไี ดไมเกนิ 2 MAG
3. IFM (INTERFACE MODULE (MAG 1, MAG 2, MAG 3 ))
เปน MAGAZINE สําหรับตดิ ต้งั อุปกรณส ายใน และสายนอกโดยเฉพาะ รวมถึงอปุ กรณพ ิเศษ

อ่ืน ๆ ก็ยงั สามารถตดิ ตั้งใน IFM เชนเดยี วกนั โดยปกตใิ น 1 ตสู าขามีไดไ มเ กนิ 3 MAG

IFM Interface Module
IFM MAG3
IFM
PSM Interface Module
PWM MAG2

Interface Module
MAG1

Processor Switch Module
MAG0

Power Module

รูปที่ 3-7 แสดงการเช่ือมตอ ระหวาง LINE INTERFACE MODULE (LIM)

ตูสาขา MD - 110 ประกอบดว ยสว นสําคญั 2 สว น คือ
1. LINE INTERFACE MODULE (LIM)
2. GROUP SWITCH (GS)

- โดยปกตใิ นแตละ LIM จะเปน ตสู าขาขนาดประมาณ 200 เลขหมาย ท้งั ยังสามารถขยาย จาํ นวน
หมายเลขภายในไดสงู สุด 640 เลขหมาย และทํางานเปนชมุ สายอิสระ

- ถาตอ งการประกอบใหเปนตสู าขาขนาดใหญขึ้น กจ็ ะตองนาํ เอาแตล ะ LIM มาเชือ่ มตอกัน
โดยใช PCM LINK แบบ A LAW ( 30/32 CHANNEL ) ถา มีจาํ นวน LIM ไมเ กิน 2 LIM

Tx LIM 1 Tx LIM 2

Rx GJUL Rx GJUL

PCM LINK
A-LAW 30 / 32 CH.

1D5ACTHA. 15 CH.
Sync. DATA

Control

รปู ที่ 3-8 แสดงการเชื่อมตอ ระหวาง LINE INTERFACE MODULE (LIM)
- ถา หากมจี าํ นวน LIM มากกวา 2 LIMS ขน้ึ ไปหรอื มากกวา 400 เลขหมาย การเชื่อมตอ ดว ย
PCM LINK จะตองผา นทาง GROUP SWITCH (GS) ซึ่งเปน สวทิ ชกลางทใ่ี ชส าํ หรบั การเชือ่ มตอ
ระหวาง LIM

LIM 1 TX RX LIM 2

GJUL GJUL

TX RX GS
TX RX
LIM 3 TX RX LIM 4

GJUL GJUL

รปู ท่ี 3-9 แสดงการเช่ือมตอ ระหวาง LIM ผาน GROUP SWITCH

- การเชอื่ มตอ ระหวา ง LIM ดว ยกันเองหรอื ระหวาง LIM กบั GROUP SWITCH โดยใช PCM
LINK นน้ั ตามปกติจะใชเพยี ง 2 PCM LINK แตถา มี TRAFFIC สงู มากกอ็ าจเพิม่ เปน 3 PCM LINK แต
สูงสุดไมเกิน 4 PCM LINK และเพ่ือใหร ะบบมคี วามเช่อื ถอื ไดส ูง จงึ สามารถจัดใหมี GROUP
SWITCH เปน 2 ชดุ โดยเม่อื ชุดใดชดุ หนึ่งเกดิ ขดั ขอ ง อกี ชดุ หนง่ึ จะทาํ งานแทนทก่ี ันโดยอัตโนมัติ

ชนดิ ของ BOARD ตาง ๆ ที่ติดต้ังในระบบ

1. อปุ กรณค วบคมุ การทํางานของระบบ ประกอบดวย
- PROCESSOR BOARD หรอื LIM PROCESSOR UNIT (LPU) ซง่ึ ประกอบดว ย

PROCESSOR SYSTEM โดยใช MICRO PROCESSOR ชนิด 8 BITS มีหนาทีเ่ ปน ตัวควบคมุ ภายใน
LIM

- MEMORY UNIT (MEU) หนว ยความจํา ซึ่งอุปกรณภ ายในเปน แบบ RAM (RANDOM
ACCESS MEMORY) มหี นา ท่เี กบ็ โปรแกรม (PROGRAM) ขอมูล (DATA) โดย MEU แตละ BOARD
บรรจคุ วามจําได 8 Mbyte หรอื 16 Mbyte

2. อปุ กรณเชื่อมตอการสนทนา เปน DIGITAL SWITCHING NETWORK บรรจไุ วด วย 1.24
TIME SLOTS จึงทาํ ให TIME SWITCH น้ีเปนแบบ NON BLOCKING สามารถตดิ ตง้ั BOARD
สายใน หรอื สายนอก ในชอ งเสยี บ BOARD เดยี วกันได โดยภายใน TIME SWITCH ประกอบดว ย

- BASIC BOARD หรอื LIM SWITCH UNIT (LSU) ใน 1 LIM จะมเี พยี ง 1 BOARD
เทา น้ัน ซงึ่ LSU จะบรรจไุ วด ว ย SPEED MEMORY และ CONTROL MEMORY โดยใช
MICROPROCESSOR ควบคุมการทํางานของ SWITCH

- SUPPLEMENTARY BOARD หรือ DOUBLE SWITCH UNIT (DSU) ซงึ่ ในแตละ
MAGAZINE จะมจี าํ นวน 1 BOARD และในแตล ะ BOARD จะมี 256 TIME SLOTS ซ่ึงมีหนา ทด่ี งั นี้

1. แปลงสัญญาณ PCM จาก PARALLEL เปน SERIAL ในกรณรี บั สัญญาณจาก DEVICE
BOARD

2. แปลงสญั ญาณ PCM จาก SERIAL เปน PARALLEL ในกรณีสงสญั ญาณไปยงั DEVICE
BOARD

LSU DSU IFM
1024 TS 256 TS MAG 3

DSU IFM
256 TS MAG 2

DSU IFM
256 TS MAG 1

DSU IFM
256 TS MAG 0

PWM

รปู ท่ี 3-10 แสดงการเชือ่ มตอ ระหวา งอปุ กรณ SWITCHING ภาย LIM

3. อุปกรณส ายใน / สายนอก ประกอบดวย
- EXTENSION LINE UNIT ANALOG (ELU - A) หรอื ANALOG LINE CIRCUIT มี
หนาท่ดี ังนี้

1. เปน ตัวเช่อื มระหวาง เคร่อื งโทรศพั ท ANALOG กบั TIME SWITCH
2. เปนตัวเปล่ียนสญั ญาณ ANALOG ใหเ ปน สัญญาณ DIGITAL จะถกู กระทาํ ที่ BOARD
โดยใชว งจร CODEC
3. ใน ELU - A 1 BOARD ประกอบดว ย ANALOG LINE ขนาด 8 หรอื 16 เลขหมาย
ข้นึ กบั ชนดิ ของ BOARD
- EXTENSION LINE UNIT - DIGITAL (ELU - D) หรือ DIGITAL LINE CIRCUIT มี
หนาทด่ี งั นี้

1. เปน ตวั เชื่อมตอ ระหวา งเครื่องโทรศพั ท DIGITAL หรอื ORERATOR CONSOLE กับ
TIME SWITCH

2. การเปลย่ี นสญั ญาณ ANALOG เปน สญั ญาณ DIGITAL จะกระทําในเครือ่ งโทรศพั ท หรอื
ใน OPERATOR CONSOLE

3. ใน ELU - D 1 BOARD ประกอบดว ย DIGITAL LINE 8 หรอื 16 เลขหมาย ข้ึนอยู
กบั ชนดิ ของ BOARD

- TRUNK LINE UNIT - ANALOG (TLU - A "ANALOG TRUNK LINE, PSTN") หรอื
ANALOG TRUNK CIRCUIT มหี นา ทีด่ งั น้ี

1. เปนวงจรเช่อื มตอระหวา งตสู าขากบั ชมุ สายทอ งถิ่น หรอื PABX (PRIVATE AUTOMATIC
BRANCH EXCHANGE) อน่ื ๆ ทเี่ ปน ANALOG ดว ยกนั

2. การเปล่ียนสญั ญาณ ANALOG เปน สญั ญาณ DIGITAL จะกระทําใน BOARD TLU-A
โดยวงจร CODEC

3. ใน TLU - A 1 BOARD ประกอบดว ย ANALOG TRUNK จาํ นวน 4 หรอื 8
TRUNK ข้นึ อยูกับ ชนดิ ของ BOARD

- TRUNK LINE UNIT - ANALOG (TLU - A "ANALOG TIELINE, E&M") หรือ
ANALOG TIELINE CIRCUIT มีหนา ที่ดังนี้
1. เปน วงจรเชือ่ มตอ ระหวางตสู าขา MD - 110 กบั ตสู าขา MD - 110 ดวยกนั เองทเ่ี ปน

ANALOG ดว ยกัน
2. การเปลย่ี นสญั ญาณ ANALOG เปนสญั ญาณ DIGITAL จะกระทําใน BOARD TLU -

A โดยวงจร CODEC
3. ใน TLU - A 1 BOARD ประกอบดว ย ANALOG TIELINE จํานวน 3 วงจร

- TRUNK LINE UNIT-DIGITAL (TLU - D "DIGITAL TRUNK LINE , PSTN) หรอื
DIGITAL TRUNK CIRCUIT มหี นาที่ดงั นี้

1. เปนวงจรเชื่อมตอ ระหวา งตูสาขากับชุมสาย ทองถนิ่ หรอื PABX อืน่ ๆ ท่เี ปน DIGITAL
2. ใน TLU - D 1 BOARD ประกอบดว ย DIGITAL TRUNK จาํ นวน 30 TRUNK
- TRUNK LINE UNIT - DIGITAL (TLU - D "DIGITAL TIELINE , DPNSS) หรือ
DIGITAL TIELINE CIRCUIT มหี นา ทีด่ ังนี้
1. เปน วงจรเช่ือมตอ ระหวา งตูสาขา MD-110 กับตสู าขา MD-110 ท่ีเปน DIGITAL
2. ใน TLU - D 1 BOARD ประกอบดว ย DIGITAL TRUNK จํานวน 30 TRUNK

4. อปุ กรณรับการกดเลขหมาย / สงสัญญาณตา ง ๆ / ประชมุ ทางโทรศพั ท ประกอบดว ย
- TONE AND MULTIPARTY CONFERENCE UNIT (TMU) โดยแบงยอยไดด งั นี้

1. TONE SENDER UNIT (TSU) มหี นาทกี่ าํ เนิดและสงสัญญาณตา ง ๆ เชน
- DIAL TONE คอื TONE ท่ไี ดตอนยกหู จะเปน สญั ญาณยาวตอเน่ือง แสดงวาสามารถ

เร่มิ กดหมายเลขได
- SPECIAL DIAL TONE คอื TONE ท่ีมกี ารทาํ ฟงกชั่นพเิ ศษไวใ นเคร่อื งโทรศพั ท ซง่ึ

เปน สญั ญาณแสดงใหท ราบวา ไดตัง้ เปลี่ยนจุดรบั สาย
- BUSY TONE คือ สายไมว า ง เปน สญั ญาณแสดงวาสายในหรือสายนอกท่ตี องการ

ติดตอ ไมวาอยู
- CALL WAITING TONE คือการบอกใหร ูวามีสายเขาขณะคยุ กนั อยจู ะเตือนครั้งเดยี ว

เฉพาะภายใน
- RING BACK TONE คือ TONE ทโี่ ทรตดิ นน่ั เอง หรอื เปนสัญญาณแสดง วาสายในที่

กําลังเรียก มกี ระดง่ิ ดงั อยู
- CONGESTION TONE คอื TONE ท่สี ายเตม็ ในการโทรออก
- NUMBER UNOBTAINBLE TONE (NU TONE) คือ TONE ที่สญั ญาณที่ยกหแู ลว ไม

กดเบอรสักระยะ หนง่ึ หรอื กดไปหาเบอรไ มวาง
- VERIFICATION TONE เปน สญั ญาณรบั รู หรือเปน สญั ญาณแสดงวาระบบ

รบั ทราบคณุ สมบัติ การใชทตี่ องการแลว
- WARNING TONE เปนสญั ญาณแสดงวา มีบคุ คลท่สี ามเขา มารว มในคสู าย
- INTRUSTION TONE คือ สัญญาณแทรกสาย ปกติ OP.จะแทรกไดเ ทา นนั้

2. TONE RECIEVER UNIT (TRU) มหี นา ทีด่ งั น้ี
- เปนตวั รับสญั ญาณการกดเลขหมายของผูเ รยี กในแตละ LIM จะมี TRU ไดสงู สดุ 2

BOARD
- สามารถรับเลขหมายจากผูกดไดในเวลาเดยี วกนั 32 เลขหมาย

3. MULTI PARTY CONFERENCE UNIT (MPU) หรอื เรียกวา CONFERENCE CIRCUIT มี
หนาที่ดังน้ี

- เชอื่ มตอ วงจรการสนทนาระหวางผูเ รยี กจากภายนอกกับพนักงานโทรศัพทก ลาง
- เชื่อมตอวงจรการสนทนาระหวางพนักงานโทรศพั ทก ลางกับเลขหมายภายใน

- เชือ่ มตอวงจรการสนทนาแบบประชุม (CONFERENCE) ตง้ั แต 3 ถงึ 8 เลขหมาย
- สวนของ RINGING CURRENT ทใ่ี ชส าํ หรับปอ นกระด่ิงเครอื่ งโทรศัพทจะถกู แยก
ออกจาก TSU โดยเปน สว นของ RINGING EQUIPMENT UNIT (REU) อกี 1 BOARD

5. อปุ กรณทีใ่ ชต ดิ ตอ กับอุปกรณภายนอกระบบ ประกอบดว ย

- I/O TERMINAL INTERFACE UNIT (IPU) มีหนา ทค่ี ือ
1. เชอื่ มตอ HARD DISK TERMINAL และ I/O EQUIPMENT อืน่ ๆ
2. การตอ HARD DISK นน้ั กเ็ พื่อการ BACK UP PROGRAM และ DATA เมอ่ื LIM

ทาํ งานลม เหลว สามารถนาํ PROGRAM และ DATA ใน HARD DISK ปอ นกลบั เขา ไปเกบ็ ใน
MEMORY (MEU) อกี คร้งั

3. สําหรับการตอ TERMINAL ก็เพ่อื ประโยชนใ นการเปล่ยี นแปลง แกไ ขหรือเพมิ่ เตมิ
ขอมูล รวมทงั้ การซอ มบาํ รงุ รกั ษา (OPERATION AND MAINTENANCE)

4. ปกตใิ น 1 LIM จะมี IPU เพียง 1 BOARD โดยเม่อื ตดิ ตง้ั ท่ี LIM ใดก็จะเรียกวา I/O LIM
ของ LIM นั้น

6. อุปกรณเช่ือมตอระหวา ง LIM

- GROUP SWITCH (GS)
ใชในกรณที ่มี กี ารเชือ่ มตอกนั ตัง้ แต 3 LIMS ข้ึนไป GROUP SWITCH มีหนา ที่เช่ือมตอ

PCM,VOICE และ DATA รวมทง้ั สัญญาณควบคมุ (CONTROL SIGNAL) ระหวา ง LIM ดว ยกนั เอง ใน
แตละ LIM จะเชื่อมตอ เขากบั GROUP SWITCH ดว ย PCM LINK แบบ 30/32 CHANNELS โดยที่
TIME SLOT ที่ 1 - 15 และ 17 - 31 จะถูกใชสาํ หรบั VOICE และ DATA สวน TIME SLOT ที่ 0 ใชเปน
SYNCRONIZATION SIGNAL และ TIME SLOT ท่ี 16 ใชเปน CONTROL SIGNAL

- เชื่อ LIM 2 LIM n

LIM 1 MAG 3 MAG 3
MAG 2 MAG 2
MAG 3
MAG 2 MAG 1 MAG 1
GJUML AG 0 GJUML AG 0
MAG 1
GJUMLAG 0

GROUP SWITCH

MODULE 7
MODULE 1

MODULE 0

GJUG 31 BOARDS

รปู ที่ 3-11 แสดงการเชือ่ มตอระหวา ง LIM และ GROUP SWITCH

GROUP SWITCH เปน SWITCH แบบ NON-BLOCKING ประกอบดว ย
- TIME SWITCH MODULE (TSM) ทม่ี ี 1024 PORTS การเชื่อมตอจาก LIM โดยใช PCM

LINK จะถกู ตอ จาก GROUP SWITCH JUNCTOR UNIT (GJU) ใน LIM เขามา GROUP SWITCH
และที่ GJU GROUP SWITCH จะตอ มายัง TIME SWITCH MODULE สามารถเชื่อมตอกับ PCM
LINK ได 31 PCM LINKS หรอื กลา วไดว า TIME SWITCH MODULE เพยี ง 1 MODULE สามารถตอ
กับ GJU ใน GROUP SWITCH ได 31 BOARD

- การขยาย GROUP SWITCH เพ่ิมขน้ึ กต็ อ งทําการเพมิ่ TIME SWITCH MODULE เขาไปดว ย
กลา วคือถา มี GROUP SWITCH 2 ตวั GROUP SWITCH แตล ะตัว จะตอ งมี TIME SWITCH
MODULE จาํ นวน 2 MODULES ดว ย GROUP SWITCH สามารถขยายไดสูงสุด 8 ตัว จึงสามารถรับ
PCM LINK ไดเปน จํานวนท้งั สิ้น 248 PCM LINKS (31x8)

- ใน GROUP SWITCH จะบรรจุไวดว ย MICROPROCESSOR ซ่งึ มีหนาทต่ี ดิ ตอ กบั LIM
โดยผา นทาง TIME SLOT ที่ 16 และอปุ กรณต า ง ๆ ใน GROUP SWITCH ยงั ถูกจัดเรยี งในตู
เชน เดยี วกบั ใน LIM โดยจัดแถวในรปู ของ SWITCH MATRIX และสอดคลอ งกบั GJUG ท้งั 31
BOARDS


Click to View FlipBook Version