แฟม้ สะสมผลงาน
วิชา เทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการจัดการอาชีพ
โดย
นายมะเพาซัน เซง็
รหัสนกั ศกึ ษา
63305030008
สตั วศาสตร์
ใบงานท่1ี
รายงานวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือ
การจัดการอาชีพ
Samsung Galaxy
S8
ผ้จู ดั ทา :
นาย มะเพาซัน เซ็ง
รหสั นักศึกษา 63305030008
นาย วรี พัฒน์ ทองแป้น
รหัสนกั ศึกษา 63305030012
ใบงานท่ี 1 ความรู้เก่ียวกับคอมพวิ เตอร์และอปุ กรณ์โทรคมนาคม
1
ชื่อผลิตภัณฑ์ ประเภทของเครื่อง : Samsung Galaxy S8
ลักษณะเด่นของเครื่อง : จอแสดงผลแบบ Super AMOLED Infinity Display ความละเอียด 2960x1440 Pixels (2K
QHD+ : กวา้ ง 5.8 น้ิว : 570 ppi : อตั ราส่วนแบบ 18.5:9 : สดั ส่วนจอแสดงผลกบั ตวั เครื่อง 83.3%) พร้อมเซ็นเซอร์สแกน
ม่านตา (Iris Scanner) ทดี่ า้ นหนา้ ของตวั เครื่อง
• ประมวลผลการทางานดว้ ยชิปเซต็ Octa-Core Exynos 9 Octa 8895 ความเร็วในการประมวลผล 2.3 GHz พรอ้ ม
ระบบปฏบิ ตั ิการ Android OS เวอร์ชนั 7.0 (Nougat) และโหมดการทางานแบบ Performance Mode
• หน่วยความจาภายในสาหรับเก็บบนั ทึกขอ้ มูลขนาด 64 GB (UFS 2.1) และ RAM ขนาด 4 GB (LPDDR4x)
พรอ้ มรองรับการ์ดหน่วยความจาเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ไดส้ ูงสุดขนาด 256 GB
• ใชง้ านอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi, 4G LTE Cat16, 3G HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อขอ้ มูล
แบบไร้สายผ่าน NFC, Bluetooth, ANT+ หรือ MST
: Samsung Galaxy S8 ยี่ห้อ Samsung
ระบบปฏบิ ตั ิการทใ่ี ช้ : Android 7.0
ระบบปฏิบตั กิ าร: Android 7.0 (Nougat)
หน่วยประมวลผล : Exynos 8895 Octa Core ความเรว็ : 2.3 GHz
2
เป็ นระบบปฏิบัติการท่ีมีพ้ืนฐานอยู่บนลินุกซ์ ในอดีตถูกออกแบบมาสาหรับอุปกรณ์ที่ใช้จอสัมผสั เช่นสมาร์ต
โฟน และแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ ปัจจุบนั ได้แพร่ไปยงั อุปกรณ์หลายชนิดเพราะเป็ นมาตรฐานเปิ ด เช่น Nikon S800C
กลอ้ งดิจติ อลระบบแอนดรอยด์ หมอ้ หุงขา้ ว Panasonic ระบบแอนดรอยด์ และ Smart TV ระบบแอนดรอยด์ รวมถึง
กล่องเสียบตอ่ TV ทาใหส้ ามารถใชร้ ะบบแอนดรอยด์ไดด้ ว้ ย Android Wear นาฬกิ าขอ้ มอื ระบบแอนดรอด์ เป็นตน้ ถูก
คดิ คน้ และพฒั นาโดยบริษทั แอนดรอยด์ (Android, Inc.) ซ่ึงต่อมา กเู กิล ไดท้ าการซ้ือต่อบริษทั ในปี พ.ศ. 2548[3] แอน
ดรอยด์ถูกเปิ ดตัวเม่ือ ปี พ.ศ. 2550 พร้อมกับการก่อต้ังโอเพนแฮนด์เซตอัลไลแอนซ์ ซ่ึงเป็ นกลุ่มของบริษทั ผลิต
ฮาร์ดแวร์, ซอฟตแ์ วร์ และการสื่อสารคมนาคม ทีร่ ่วมมือกนั สร้างมาตรฐานเปิ ด สาหรบั อปุ กรณ์พกพา[4] โดยสมาร์ตโฟน
ทใ่ี ชร้ ะบบปฏบิ ตั ิการแอนดรอยด์เครื่องแรกของโลกคือ เอชทีซี ดรีม วางจาหน่ายเม่อื ปี พ.ศ. 2551
หน่วยความจาของเครื่อง : หน่วยความจาภายใน 16/64/128 GB
กล้องความละเอียด :
1. กล้องหลังเป็ นกล้องดิจิทัล Dual Pixel ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง พร้อมเทคโนโลยี
Multi-Frame, ระบบป้องกันการสั่นแบบ OIS
2. กล้องหน้าความละเอียดระดบั 8 ล้านพิกเซล
ขนาดของหน้าจอ : จอแสดงผล Super AMOLED 24-bit (16 ล้านสี)
- กวา้ ง 6.2 น้ิว (แนวทะแยง)
- ความละเอยี ด 1440 x 2960 พิกเซล (529 ppi)
- ประเภทจอ หนา้ จอกระจกแขง็ Corning Gorilla Glass 5
-ระบบเซน็ เซอร์ (Sensor)
- ระบบตรวจสอบลายน้ิวมอื (Fingerprint)
- ระบบหมุนภาพอตั โนมตั ิ (Accelerometer)
- ตรวจจบั แสงปรบั ความสว่างอตั โนมตั ิ (Ambient light)
- ระบบเปิ ด/ปิ ดหนา้ จออตั โนมตั ิขณะสนทนา (Proximity)
- ระบบตรวจจบั คลน่ื แมเ่ หล็ก (Geomagnetic)
3
ขอ้ มูลเครือขา่ ย (Network) :
• เครือข่าย
- GSM 850/900/1800/1900 MHz
- UMTS 850/900/1900/2100 MHz
- LTE Bands 1/ 2/ 3/ 4/ 5/ 7/ 8/ 12/ 13/ 17/ 18/ 19/ 20/ 25/ 26/ 28/ 32/ 38/ 39/ 40/ 41
• เทคโนโลยกี ารรบั /ส่งขอ้ มูล
- 2G: EDGE/GPRS
- 3G: HSDPA , HSUPA
- 4G: LTE DL , LTE UL
• ใชง้ าน Nano-SIM
• รองรับ 2 ซิมการ์ด
คุณสมบตั ิพิเศษ ที่แตกต่างจากรุ่น : เคร่ืองออกแบบสวยมาก สาหรับ S8 คอื ขนาดเคร่ืองเหมาะมือสุดๆ เครื่องโคง้
รับมือท้งั ดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั สามารถใชง้ านมือเดียวไดส้ บายๆ
1. ป่ มุ โฮมอยูใ่ ตจ้ อ ใชง้ านเหมือน 3D Touch ของ iPhone กด
2. หนา้ จอท่ีซัมซุงเรียกว่า Infinity Display ดีอนั ดับหน่ึงของโลก ดีกว่าจอของ iPhone 7 อีก สีสันสดใส สะดดุ ตา
ดว้ ยกรอบบาง
1. สามารถเลือกโหมดให้ภาพสีอุ่นข้ึนสาหรับการชมภาพยนตร์ได้ดว้ ย (เพราะภาพยนตร์ควรดูในจอ
อณุ หภมู สิ ี 6500 k ถึงจะไดส้ ีท่ถี ูกตอ้ งอยา่ งทผ่ี สู้ รา้ งตอ้ งการ ซ่ึงจอจะใหส้ ีอนุ่ กวา่ ปกต)ิ
2. รองรับมาตรฐาน Mobile HDR Premium คอื จอรองรับความลึกของสี 10 bit หรือแสดงสีไดพ้ นั ลา้ นสี
เป็นอยา่ งนอ้ ย
3. ซ่ึงผลการทดสอบจอของ S8 จาก displaymate บอกว่ารองรับสีมาตรฐาน DCI-P3 113% (เป็ น
มาตรฐานของวงการภาพยนตร์) สามารถแสดงสีสันจากวิดีโอ HDR ได้อย่างแม่นยา และจอสว่าง
สูงสุดมากกวา่ 1000 nit พดู ง่ายๆ คอื ใชง้ านกลางแดด ภาพกย็ งั ชดั เจนมาก
4
ใบงานท่ี2
22/10/63
▪ นาย มะเพาซัน เซ็ง
▪ รหสั นักศึกษา 63305030008
▪ นาย วรี พฒั น์ ทองแป้น
▪ รหัสนักศึกษา 63305030012
2
1
22/10/63
เครือข่ายคอมพวิ เตอร์ เกิดจากการสือสารขอ้ มูลของเครืองคอมพิวเตอร์
ตงั แต่ 2 เครืองขนึ ไป โดยใชว้ ธิ ีการสือสารขอ้ มลู ทวั ไปในการเชือมต่อสือสาร
ระหวา่ งเครืองคอมพวิ เตอร์
3
เครือข่ายเฉพาะที หรือแลน (Local Area Network:
LAN) เป็ นเครือข่ายทีใชใ้ นการเชือมโยงคอมพิวเตอร์และ
อุปกรณ์ ต่ างๆ ที อยู่ในพืนที เดี ยวกันหรื อใกล้เคียง
กนั เช่น ภายในบา้ น ภายในสํานักงาน และภายในอาคาร
สาํ หรับการใชง้ านภายในบา้ นนนั อาจเรียกเครือข่ายประเภท
นีว่า เครือข่ายทีพกั อาศยั (home network) ซึงอาจใชก้ าร
เชือมต่อแบบใชส้ ายหรือไร้สายกไ็ ด้
2
22/10/63
เครือข่ายนครหลวง หรือแมน (Metropolitan Area Network : MAN) 5
เป็ นเครือข่ายทีใช้เชือมโยงแลนทีอยู่ห่างไกลออกไป เช่น การ
เชือมต่อเครือขา่ ยระหวา่ งสาํ นกั งานทีอาจอยคู่ นละอาคารและมีระยะ
ทางไกลกนั การเชือมต่อเครือข่ายชนิดนีอาจใชส้ ายไฟเบอร์ออพติก
หรือบางครังอาจใชไ้ มโครเวฟเชือมต่อ
การสือสารขอ้ มลู คือกระบวนการถ่ายโอนหรือแลกเปลียนขอ้ มูล 6
กนั ระหว่างผสู้ ่งและผรู้ ับ โดยผา่ นช่องทางสือสาร เช่น อุปกรณ์
อิเลก็ ทรอนิกส์ หรือคอมพิวเตอร์เป็นตวั กลางในการส่งขอ้ มลู
เพอื ใหผ้ สู้ ่งและผรู้ ับเกิดความเขา้ ใจซึงกนั และกนั
3
22/10/63
ระบบการสือสารขอ้ มูลมีองคป์ ระกอบพืนฐาน5 องคป์ ระกอบ คอื 3.สือกลาง (Message) เป็ นเส้นทางการสือสาร เพอื นาํ ขอ้ มูลข่าวสารจาก
ตน้ ทางไปยงั ปลายทาง
1.ผูส้ ่งหรืออุปกรณ์ส่งขอ้ มูล (Sender) เป็ นตน้ ทางของการสือสาร มีหน้าที 4.ขา่ วสาร (Sender) เป็ นสัญญาณทีส่งผ่านไปในสือกลาง แบ่งออกเป็ น
เตรียมขอ้ มูล ขา่ วสารเพอื จดั ส่ง 4 รูปแบบ คือเสียง (Voice) ขอ้ มูล (Data) ขอ้ ความ (Text) รูปภาพ
(Image)
2.ผรู้ ับหรืออุปกรณ์รับขอ้ มูล (Receiver) เป็นปลายทางของการสือสาร มีหนา้ ที 5.โพรโตคอล (Protocol) หมายถึง กฎระเบียบ หรือขอ้ ตกลงทีใชใ้ นการ
รับขอ้ มูล ขา่ วสารทีผูส้ ่งจดั ส่งมาให้ สือสารขอ้ มูลเพือใหผ้ รู้ ับและผสู้ ่งสามารถเขา้ ใจ หรือพดู คุยกนั ได้
7
สญั ญาณทีใชใ้ นระบบการสือสารขอ้ มูล 2 ประเภท คือ
สญั ญาณอนาล็อก (analog signal)
สญั ญาณดิจิทลั (digital signal)
8
4
22/10/63
แบบขนาน
การส่งแบบขนานนนั จะทาํ การส่งขอ้ มูลทีละหลาย ๆ บิตเช่น ส่ง 10011110
ทงั 8 บิต ออกไปพร้อมกนั โดยผ่านสายส่งขอ้ มูลทีมี 8 เส้น ตวั อยา่ งการใชง้ านทีเห็นชดั
ของการส่งขอ้ มูลแบบขนาน เช่น การต่อเครืองพมิ พเ์ ขา้ กบั เครืองคอมพิวเตอร์ ซึงปกติจะใช้
สายยาว 5 เมตร ถึง 10 เมตรเทา่ นนั
ขอ้ ดี คอื ส่งขอ้ มูลไดเ้ ร็วกว่าแบบอนุกรม
ขอ้ เสีย คอื มีราคาแพง
9
แบบอนุกรม
การส่งขอ้ มูลแบบอนุกรม ขอ้ มูลจะถูกส่งออก ไปทีละบิตต่อเนืองกนั ไป
เช่นถา้ ขอ้ มูลคอื 10011110 เลข 0 ทางขวามือสุดเป็ นบติ ที 1 เรียงลาํ ดบั
ไปจนครบ 8 บิต โดยการส่งนนั จะใชส้ ายส่งเส้นเดียวเท่านนั ตวั อยา่ งการ
ส่งขอ้ มูลแบบอนุกรม เช่นการต่อเทอร์มนิ ลั เขา้ กบั คอมพิวเตอร์แม่ทีอยหู่ ่าง
กนั สกั 100 เมตร ซึงทาํ ใหป้ ระหยดั สาย
ขอ้ ดี คอื มีราคาถูก
ขอ้ เสีย คอื ส่งขอ้ มูลไดช้ า้ กวา่
10
5
22/10/63
สือกลางในการสือสารขอ้ มูล คือส่วนทีทาํ ให้เกิด
การเชือมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกัน
และอุปกรณ์นียอมให้ข่าวสารขอ้ มูลเดินทางผ่าน
จากผูส้ ่งไปสู่ผรู้ ับ
11
ฮับ (Hub)
เป็ นอุปกรณ์ทีทวน และขยายสัญญาณ เพือส่งต่อไปยงั อุปกรณ์อืน ให้ได้
ระยะทางทียาวไกลขึน ไม่มีการเปลียนแปลงขอ้ มูลก่อนและหลงั การรับ-ส่ง และไม่
มีการใชซ้ อฟทแ์ วร์ใดๆ
12
6
22/10/63
สวทิ ช์ หรือ บริดจ์ (Switch, Bridge)
เป็ นอุปกรณ์สาํ หรับเชือมต่อ เครือข่ายทอ้ งถิน หรือ แลน (LAN) ประเภทเดียวกนั
ใชโ้ ปรโตคอลเดียวกนั สองวงเขา้ ด้วยกนั เช่น ใช้เชือมต่อ อีเธอร์เน็ตแลน (Ethernet
LAN) หรือ โทเคนริงก์แลน (Token Ring LAN) ทงั นี สวิทช์ หรือ บริดจ์ จะมี
ความสามารถในการเชือมต่อ ฮาร์ดแวร์ และตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาด
13
เร้าเตอร์ (Router)
เป็นอุปกรณท์ ีทาํ งานคลา้ ย สวิทช์ แต่จะสามารถเชือมต่อ ระบบทีใชส้ ือ หรือสายสัญญาณต่างชนิดกนั
ได้ เช่น เชือมต่อ อีเธอร์เน็ตแลน (Ethernet LAN) ทีส่งขอ้ มูลแบบ ยทู ีพี (UTP: Unshield Twisted Pair) เขา้
กบั อีเธอร์เน็ตอีกเครือขา่ ย แต่ใชส้ ายแบบโคแอก็ เชียล (Coaxial cable) ได้ นอกจากนียงั ช่วยเลือก หรือ
กาํ หนดเส้นทางทีจะส่งขอ้ มูลผ่าน และแปลงขอ้ มูลให้เหมาะสมกบั การนาํ ส่ง แน่นอนว่าการติดตงั ยอ่ ม
ยงุ่ ยากมากขนึ
14
7
22/10/63
เกทเวย์ (Gateway)
เป็นอปุ กรณท์ ีมีความสามารถสูงสุด ในการเชือมต่อเครือขา่ ยต่างๆ เขา้ ดว้ ยกนั โดยไม่มีขีดจาํ กดั
15
มัลตเิ พลก็ ซ์เซอร์ (Multiplexer)
วิธีการเชือมต่อการสือสารระหว่างผูร้ ับและผูส้ ่งปลายทางทีง่ายทีสุดคือ การเชือมต่อแบบจุด
ต่อจุด (Point to Point) แต่ตอ้ งเสียคา่ ใชจ้ ่ายสูงและใชง้ านไมเ่ ต็มที จึงมีวธิ ีการเชือมต่อทียงุ่ ยากขนึ
คือการเชือมต่อแบบหลายจุดซึงใชส้ ายสือสารเพยี งเสน้ 802.3
16
8
22/10/63
โมเดม (Modem)
MODEM มาจากคาํ เตม็ วา่ Modulator – DEModulator ทาํ หนา้ ทีแปลงสญั ญาณ
ขอ้ มูลดิจิตอล ทีไดร้ ับจากเครืองส่งหรือคอมพวิ เตอร์ เป็นสัญญาณแบบอนาลอก
ก่อนทาํ การส่งไปยงั ปลายทางต่อไป โดยผา่ นเครือข่ายโทรศพั ท์ และเมือส่งถึง
ปลายทางกจ็ ะมโี มเด็มทาํ หนา้ ทีแปลงสญั ญาณจากอนาลอกใหเ้ ป็นดิจิตอล เพือใช้
กบั คอมพวิ เตอร์ปลายทาง
17
คอนเซนเตรเตอร์ (Concentrator)
คอนเซนเตรเตอร์เป็นมลั ติเพลก็ ซเ์ ซอร์ทีมีประสิทธิภาพสูง สามารถเพิมสายหรือช่องทางการ
ส่งขอ้ มูลไดม้ ากขึน การส่งขอ้ มูลจะเป็นแบบอซิงโครนสั
18
9
22/10/63
การ์ดเครือข่าย (Network Adapter) หรือ การ์ด LAN
เป็นอปุ กรณ์ทาํ หนา้ ทีสือสารระหว่างเครืองต่างกนั ไดไ้ ม่
จาํ เป็นตอ้ งเป็ นรุ่นหรือยหี ้อเดียวกนั แต่หากซือพร้อมๆกนั ก็
แนะนาํ ใหซ้ ือรุ่นและยหี ้อเดียวกนั จะดีกว่า
และควรเป็น การ์ดแบบ PCI เพราะสามารถส่งขอ้ มูลไดเ้ ร็วกวา่
แบบ ISAและเมนบอร์ดรุ่นใหม่ๆมกั จะไม่มี Slot ISA ควรเป็น
การ์ดทีมีความเร็วเป็น 100 Mbps
ซึงจะมีราคามากกว่าการ์ดแบบ 10 Mbps ไม่มากนกั แต่ส่งขอมูล
ไดเ้ ร็วกวา่ นอกจากนีคุณควรคาํ หนึงถึงขวั ต่อหรือคอนเน็กเตอร์
ของการ์ดดว้ ยโดยทวั ไปคอนเน็กเตอร์ ของการ์ด LAN จะมีหลาย
แบบ เช่น BNC , RJ-45 เป็นตน้
10
ใบงานท่ี3
รายงาน
เรื่อง...เกษตรอนิ ทรียแ์ ผนผสมผสานการทาป๋ ุยหมกั
จดั ทาโดย
นายมะเพาซนั เซ็ง ปวส 1/6
นาย ณฐั พง รักษาศรี ปวส 1/6
วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยตี รัง
เกษตรอินทรีย์
เกษตรอินทรีย์ (Organic Agriculture) หมายถึง ระบบการจดั การผลิตเกษตรแบบองคร์ วมท่ีเก้ือหนุน
ต่อระบบนิเวศ รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ วงจรชีวภาพ โดยเนน้ การใชว้ สั ดุธรรมชาติ หลีกเล่ียงการ
ใช้วตั ถุดิบจาการสังเคราะห์ และไม่ใช้ พืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ท่ีได้มาจากเทคนิคการดัดแปรพันธุกรรม
(genetic modification) มีการจดั การกบั ผลิตภณั ฑโ์ ดยเนน้ การแปรรูปดว้ ยความระมดั ระวงั เพือ่ รักษาสภาพการ
เป็นเกษตรอินทรีย์ และคณุ ภาพท่ีสาคญั ของผลิตภณั ฑใ์ นทกุ ข้นั ตอน
หลกั การเกษตรอินทรีย์ โดยมีหลกั การสาคญั 4 ดา้ น ดงั น้ี
1. สุขภาพ ไมว่ า่ จะเป็นสุขภาพดิน พืช สตั ว์ มนุษย์ และโลก
2. นิเวศวิทยา โดยการฟ้ื นฟูระบบนิเวศน์ท้องถิ่น และการสร้างความหลากหลายทาง
พนั ธุกรรมและกิจกรรมทางการเกษตร
3. ความเป็ นธรรม ควรจะต้งั อยู่บนความสัมพนั ธ์ที่ มีความเป็ นธรรมระหว่างส่ิงแวดลอ้ ม
โดยรวมและส่ิงมีชีวติ
4. การดูแลเอาใจใส่ ซ่ึงตอ้ งดาเนินการอย่างระวงั และรับผิดชอบเพื่อปกป้องสุขภาพและ
ความเป็นอยขู่ องผคู้ นท้งั ในปัจจุบนั และอนาคต รวมท้งั พิทกั ษ์ ปกป้องสภาพแวดลอ้ มโดยรวม
แนวทางเกษตรอินทรีย์
คือ การทาการเกษตรแบบวิถีภูมิปัญญาสู่การพ่ึงพาของสิ่งมีชีวิตอยา่ งสมดุล การทาเกษตร
แบบองคร์ วม เขา้ ใจกลไก กระบวนการของระบบนิเวศการเกษตร ไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์ ยึด 6 แนวทาง
สาคญั ดงั น้ี
1. หมุนเวียนของธาตุอาหาร โดยปลูกพืชคลุมดินและคลุมดิน ดว้ ยอินทรียวตั ถุ เพ่ือสร้าง
วงจรการหมนุ เวยี นธาตุอาหาร
2. สร้างความอดุ มสมบูรณ์ของธาตุอาหารในดิน โดยใชป้ ๋ ุยอินทรีย์ อย่างผสมผสานและคลุม
ดินดว้ ย อินทรียวตั ถุ และปรับปรุง ดินดว้ ยอินทรียวตั ถุ
3. สร้างความหลากหลายที่สัมพนั ธ์กนั อย่างสมดุลในระบบนิเวศ และเพ่ิมความหลากหลาย
ทางชีวภาพในไร่นา
4. อนุรักษแ์ ละฟ้ื นฟนู ิเวศการเกษตร และสร้างสมดุลของ ระบบนิเวศ โดยปลกู พืชร่วม
พืชแซม พชื หมนุ เวียน ไมย้ นื ตน้
5. พ่งึ พากลไกธรรมชาติในการทาเกษตร
6. พ่ึงพาตนเองดา้ นปัจจยั การผลิต สร้างและพฒั นาและผลิต ปัจจยั การผลิตต่างๆ ดว้ ยตนเอง
ใหม้ ากท่ีสุด พ่ึงพาปัจจยั ภายนอกเท่าท่ีจาเป็น
หลกั การเกษตรอินทรีย์ หลกั การสาคญั 4 ขอ้ ของเกษตรอินทรีย์ คือสุขภาพนิเวศวทิ ยา ความเป็นธรรม
และการดูแลเอาใจใส่ (Health, Ecology, Fairness and Care)
(1) มิติดา้ นสุขภาพ เกษตรอินทรียค์ วรจะตอ้ งส่งเสริม และสร้างความยงั่ ยนื ให้กบั สุขภาพอย่างเป็ น
องคร์ วมของดิน พืช สตั ว์ มนุษย์ และโลก สุขภาวะของสิ่งมีชีวิตแตล่ ะปัจเจกและของชุมชน เป็นหน่ึง เดียวกนั
กบั สุขภาวะของระบบนิเวศ การท่ีผืนดินมีความอุดม สมบูรณ์จะทาใหพ้ ืชพรรณต่างๆ แข็งแรง มีสุขภาวะที่ดี
ส่งผลต่อ สัตวเ์ ล้ียงและมนุษยท์ ่ีอาศยั พืชพรรณเหล่าน้ันเป็ นอาหาร สุขภาวะเป็ นองค์รวมและเป็ นปัจจยั ที่
สาคญั ของสิ่งมีชีวิต การมีสุขภาวะท่ีดีไม่ใช่การปราศจากโรคภยั ไขเ้ จ็บ แต่รวมถึงภาวะ แห่งความเป็ นอย่ทู ี่ดี
ของกายภาพ จิตใจ สังคม และสภาพ แวดลอ้ มโดยรวม ความแข็งแรง ภูมิตา้ นทาน และความสามารถ ในการ
ฟ้ื นตวั เองจากความเสื่อมถอยเป็นองค์ประกอบที่สาคญั ของ สุขภาวะที่ดี บทบาทของเกษตรอินทรีย์ ไม่ว่าจะ
เป็ นการผลิตในไร่นา การแปรรูป การกระจายผลผลิต หรือการบริโภค ต่างก็มีเป้าหมาย เพื่อเสริมสร้างสุข
ภาวะท่ีดีของระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตท้งั ปวง ต้งั แต่ส่ิงมีชีวิตที่มีขนาดเล็กสุดในดินจนถึงตวั มนุษยเ์ ราเอง
เกษตร อินทรียจ์ ึงมุ่งท่ีจะผลิตอาหารท่ีมีคุณภาพสูง และมีคุณค่าทาง โภชนาการ เพ่ือสนบั สนุนให้มนุษยไ์ ดม้ ี
สุขภาวะท่ีดีข้ึน ดว้ ยเหตุน้ี เกษตรอินทรียจ์ ึงเลือกที่จะปฏิเสธการใช้ป๋ ุยเคมี สารเคมีกาจดั ศตั รู พืช เวชภณั ฑ์
สตั ว์ และสารปรุงแต่งอาหาร ที่อาจมีอนั ตรายต่อ สุขภาพ
(2) มิติดา้ นนิเวศวิทยา เกษตรอินทรียค์ วรจะตอ้ งต้งั อยู่ บนรากฐานของระบบนิเวศวิทยาและวฏั จกั ร
แห่งธรรมชาติ การ ผลิตการเกษตรจะตอ้ งสอดคลอ้ งกบั วิถีแห่งธรรมชาติ และช่วย ทาให้ระบบและวฏั จกั ร
ธรรมชาติเพิ่มพูนและยงั่ ยนื มากข้ึนในการอนุรักษ์สิ่งแวดลอ้ ม ท้งั ในแง่ของภูมินิเวศ สภาพบรรยากาศ นิเวศ
ทอ้ งถ่ิน ความหลากหลายทางชีวภาพ อากาศ และน้า
(3) มิติดา้ นความเป็ นธรรม เกษตรอินทรียค์ วรจะต้งั อยู่บน ความสัมพนั ธ์ที่มีความเป็ นธรรมระหวา่ ง
ส่ิงแวดลอ้ มโดยรวมและส่ิงมี ชีวิต ความเป็นธรรมน้ีรวมถึงความเท่าเทียม การเคารพ ความ ยุติธรรม และการ
มีส่วนในการปกปักษพ์ ิทกั ษโ์ ลกท่ีเราอาศยั อยู่ ท้งั ใน ระหวา่ งมนุษยด์ ว้ ยกนั เอง และระหวา่ งมนุษยก์ บั สิ่งมีชีวิต
อื่นๆ ในหลกั การดา้ นน้ี ความสัมพนั ธข์ องผคู้ นที่เก่ียวขอ้ งกบั กระบวนการผลิตและการจดั การผลผลิตเกษตร
อินทรียใ์ นทุกระดบั ควร มีความสัมพนั ธ์กนั อยา่ งเป็ นธรรม ท้งั เกษตรกร คนงาน ผูแ้ ปรรูป ผจู้ ดั จาหน่าย ผคู้ า้
และผูบ้ ริโภค ทุกผูค้ นควรไดร้ ับโอกาสในการมีคุณภาพ ชีวิตท่ีดี และมีส่วนช่วยในการรักษาอธิปไตยทาง
อาหาร และช่วยแก้ไข ปัญหาความยากจน เกษตรอินทรีย์ควรมีเป้าหมายในการผลิตอาหาร และผลผลิต
การเกษตรอื่นๆ ท่ีเพียงพอ และมีคุณภาพท่ีดี ในหลักการข้อน้ีหมายรวมถึงการปฏิบัติต่อสัตว์เล้ียงอย่าง
เหมาะสม โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ การจดั สภาพการเล้ียงให้สอดคลอ้ งกบั ลกั ษณะและความตอ้ งการทางธรรมชาติ
ของสัตว์ รวมท้งั ดูแลเอาใจใส่ ความเป็ นอยู่ของสัตวอ์ ย่างเหมาะสม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มที่
นามาใช้ในการผลิตและ การบริโภคควรจะตอ้ งดาเนินการอย่างเป็ นธรรม ท้งั ทางสังคมและทาง นิเวศวิทยา
รวมท้ังตอ้ งมีการอนุรักษ์ปกป้องให้กบั อนุชนรุ่นหลัง ความ เป็ นธรรมน้ีจะรวมถึงว่า ระบบการผลิต การ
จาหน่าย และการคา้ ผลผลิตเกษตรอินทรียจ์ ะตอ้ งโปร่งใส มีความเป็ นธรรม และมีการนา ตน้ ทุนทางสังคม
และสิ่งแวดลอ้ มมาพจิ ารณาเป็นตน้ ทุนการผลิตดว้ ย
(4) มิติดา้ นการดูแลเอาใจใส่ การบริหารจดั การเกษตร อินทรียค์ วรจะตอ้ งดาเนินการอย่างระมดั ระวงั
และรับผิดชอบ เพ่อื ปกป้องสุขภาพและความเป็นอยขู่ องผคู้ นท้งั ในปัจจุบนั และอนาคต รวมท้งั พทิ กั ษป์ กป้อง
สภาพแวดลอ้ มโดยรวมดว้ ย เกษตรอินทรียเ์ ป็ นระบบที่มีพลวตั รและมีชีวิตในตวั เอง ซ่ึงการ เปลี่ยนแปลงจะ
เกิดข้ึนไดท้ ้งั จากปัจจยั ภายในและภายนอก ผูท้ ี่ เกี่ยวขอ้ งกบั เกษตรอินทรียค์ วรดาเนินกิจกรรมต่างๆ เพ่ือเพิ่ม
ประสิทธิภาพและเพิ่มผลผลิตในการผลิต แต่ในขณะเดียวกันจะตอ้ ง ระมดั ระวงั อย่าให้เกิดความเส่ียงต่อ
สุขภาพและส่ิงแวดลอ้ ม ดงั น้ัน เทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ จะตอ้ งมีการประเมินผลกระทบอย่างจริงจงั และ
แมแ้ ต่เทคโนโลยที ่ีมีการใชอ้ ย่แู ลว้ ก็ควรจะตอ้ งมีการทบทวนและ ประเมินผลกนั อยู่เนื่องๆ ท้งั น้ีเพราะมนุษย์
เรายงั ไม่ไดม้ ีความรู้ความ เขา้ ใจอยา่ งดีพอเก่ียวกบั ระบบนิเวศการเกษตร ที่มีความสลบั ซบั ซ้อน ดงั น้นั เราจึง
ต้องดาเนินการต่างๆ ด้วยความระมัดระวงั เอาใจใส่ ในหลักการน้ี การดาเนินการอย่างระมัดระวงั และ
รับผิดชอบ เป็ นหัวใจสาคญั ของการบริหารจดั การ การพฒั นา และการคดั เลือก เทคโนโลยที ี่จะนามาใช้ใน
เกษตรอินทรีย์ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็ น ส่ิงจาเป็ นเพื่อสร้างหลกั ประกนั ความมนั่ ใจว่า เกษตรอินทรียน์ ้ัน
ปลอดภยั และเหมาะกบั สิ่งแวดลอ้ ม แต่อย่างไรก็ตาม ความรู้ทาง วิทยาศาสตร์แต่เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ
ประสบการณ์จากการ ปฏิบตั ิ และภูมิปัญญาทอ้ งถ่ินที่สะสมถ่ายทอดกนั มาก็อาจมีบทบาท ในการแกป้ ัญหา
ต่างๆ ไดเ้ ช่นกัน เกษตรกรและผูป้ ระกอบการควรมี การประเมินความเสี่ยง และเตรียมการป้องกนั จากนา
เทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ และควรปฏิเสธเทคโนโลยีที่มีความแปรปรวนมาก เช่น เทคโนโลยีพนั ธุวิศวกรรม
การตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีต่างๆ จะต้อง พิจารณาถึงความจาเป็ นและระบบคุณค่าของผูท้ ี่เก่ียวข้อง
โดยเฉพาะ ผทู้ ี่อาจไดร้ ับผลกระทบ และจะตอ้ งมีการปรึกษาหารืออยา่ งโปร่งใส
ป๋ ุยหมัก หมายถึง ป๋ ุยอินทรีย์ท่ีได้จากหมักบ่มสารอินทรีย์ด้วยจุลินทรีย์ท่ีทาหน้าที่ย่อยสลาย
อินทรียว์ ตั ถุใหส้ ลายตวั และผพุ งั ไปบางส่วน ทาใหไ้ ดป้ ๋ ุยที่มีลกั ษณะสีคล้าดา มีลกั ษณะเป็นผง ละเอียดเหมาะ
สาหรับการปรับปรุงดิน และใหธ้ าตุอาหารแก่พืช
วสั ดุอินทรียท์ ่ีใชส้ าหรับการหมกั อาจเป็ นเศษพืชสด วสั ดุอินทรียเ์ ผา รวมถึงอาจผสมซากของสัตว์ หรืออาจ
ผสมป๋ ุยคอกก็ได้ และหากนามากองรวมกนั พร้อมรดน้าอยา่ งสม่าเสมอ จุลินทรียก์ ็จะทาการย่อยสลายข้ึนซ่ึง
สงั เกตไดจ้ ากกองป๋ ุยหมกั จะมีความร้อนเกิดข้นึ เม่ือเกิดความร้อนจึงจาเป็นตอ้ งคลุกกลบั กองป๋ ยุ และรดน้าให้
ทว่ั ซ่ึงจะทาให้จุลินทรียย์ ่อยสลายสารอินทรียไ์ ดอ้ ย่างทวั่ ถึง และหากความร้อนในกองป๋ ุยหมกั มีอุณหภูมิ
ใกลเ้ คียงกนั ในทุกจุด และความร้อนมีนอ้ ยจึงจะแสดงไดว้ า่ ป๋ ยุ หมกั ป๋ ยุ พร้อมใชง้ านแลว้
ป๋ ุยหมกั ท่ีย่อยสลายไดด้ ีแลว้ จะมีลกั ษณะเป็ นเม็ดละเอียดสีน้าตาลดา มีความร่วนซุย และมีกลิ่นฉุนของการ
หมัก เม่ือนาป๋ ุยหมักไปใช้ในแปลงเกษตรก็จะช่วยเพ่ิมความอุดมสมบูรณ์ของดิน ท้ังช่วยเพิ่มแร่ธาตุ
อินทรียว์ ตั ถุ ปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง และช่วยใหด้ ินอมุ้ น้าไดด้ ีข้นึ เป็นตน้
สถานการณ์ปัญหาขยะอนิ ทรีย์และผลกระทบ
จากรายงานการสรุปสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2561 โดยกรมควบคุมมลพิษ พบว่า ในปี
พ.ศ. 2561 ปริมาณขยะมูลฝอยในประเทศไทยมีมากถึง 27.93 ลา้ นตนั ต่อปี หรือประมาณ 76,529 ตนั ต่อวนั
เพิ่มข้ึนจากปี พ.ศ. 2560 ประมาณ 2.05% นับว่าเป็ นปริมาณท่ีมากเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่าน้ันสถานการณ์การ
จดั การขยะก็ยงั ไม่ค่อยดีด้วย เพราะถึงแม้อตั ราการนาขยะกลบั มาใช้ประโยชน์จะเพ่ิมข้ึนจากเดิม 14.69%
(ประมาณ 9.76 ลา้ นตนั ของปริมาณขยะท้งั หมด) แต่อตั ราการนาขยะไปกาจดั อยา่ งถูกตอ้ งกลบั ลดลงจากเดิม
ถึง 7.19% (ประมาณ 10.85 ลา้ นตนั ของปริมาณขยะท้งั หมด) แถมอตั ราการนาขยะไปกาจดั อยา่ งไม่ถูกตอ้ งก็
ยงั เพม่ิ ข้ึนจากเดิมราว 2.09% (ประมาณ 7.32 ลา้ นตนั ของปริมาณขยะท้งั หมด) เลยดว้ ย
โดยข้อมูลจากกรมควบคุมมลพษิ ระบุว่า มีปริมาณขยะอนิ ทรีย์ หรือขยะย่อยสลาย เป็ นประเภทขยะ
ท่ีมีมากที่สุด มีอัตราส่วนถึง 64% หากกาจดั ผิดวิธี หรือกาจดั ไดไ้ ม่หมด ก็จะสร้างปัญหาตามมา เช่น น้าชะ
ขยะปนเป้ื อนดิน ส่งกลิ่นเหมน็ เน่า ทาลายทศั นียภาพ และก่อใหเ้ กิดความราคาญใจได้
ฉะน้นั หากสามารถลดปริมาณขยะประเภทนี้ลงไปได้ กจ็ ะช่วยลดปริมาณขยะมูลฝอยรวมตามลงไป
ด้วยเหมือนกัน และหน่ึงในวิธีกาจัดขยะประเภทนี้ก็คือ การนาไปทาเป็ นป๋ ุยหมักสาหรับบารุงดินและปลูก
ต้นไม้ ส่วนเศษขยะชนิดใดนามาทาป๋ ุยไดบ้ า้ ง วิธีการเป็นอยา่ งไร แลว้ มีประโยชน์ต่างจากป๋ ุยเคมีมากนอ้ ยแค่
ไหน ตามมาดูกนั ไดเ้ ลย
ประโยชน์จากการใช้ป๋ ุยหมัก
ป๋ ุยหมกั นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะไดท้ างหน่ึงแลว้ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ ไดอ้ ธิบายถึงประโยชนข์ องป๋ ยุ หมกั ไวอ้ ีกมากมาย เช่น
1. ป๋ ยุ หมกั เป็นการนาขยะอินทรียม์ าใชป้ ระโยชนใ์ หม่ จึงช่วยลดปริมาณขยะอินทรียเ์ ขา้ ระบบการจดั การขยะ
ได้
2. ป๋ ยุ หมกั บางชนิดมีจุลินทรียท์ ่ีช่วยยบั ย้งั และป้องกนั จุลินทรียท์ ี่ทาใหพ้ ชื เป็นโรคได้
3. ป๋ ุยหมกั มีธาตอุ าหารครบถว้ น ท้งั ธาตอุ าหารหลกั ธาตอุ าหารรอง และธาตอุ าหารเสริม
4. ป๋ ุยหมกั เป็นแหลง่ อาหารของสิ่งมีชีวิตในดินที่เป็นประโยชน์ จึงช่วยให้ตน้ ไมเ้ จริญเติบโตไดด้ ีข้นึ
5. ป๋ ยุ หมกั มกั จะปลอ่ ยธาตุอาหารใหพ้ ืชอยา่ งชา้ ๆ ทาใหอ้ ยใู่ นดินไดค้ อ่ นขา้ งนาน จึงมีโอกาสเสียนอ้ ยกวา่
ป๋ ยุ เคมี
6. ป๋ ยุ หมกั ช่วยปรับค่าความเป็นกรด-ด่างของดินใหเ้ หมาะสมได้ ตา่ งจากป๋ ุยเคมีท่ีมีแอมโมเนียเป็น
ส่วนประกอบ จึงอาจจะทาใหด้ ินแปรสภาพเป็นกรด
7. ป๋ ยุ หมกั ช่วยเพ่มิ จุลินทรียแ์ ละอินทรียวตั ถุ ทาให้โครงสร้างของดินดีข้ึน เช่น ร่วนซุย ระบายน้าดี ถ่ายเท
อากาศสะดวก และรากแผก่ ระจายหาอาหารงา่ ยข้ึน ในขณะท่ีป๋ ยุ เคมีไม่มีคุณสมบตั ิในการปรับปรุงดินใด ๆ
8. ป๋ ุยหมกั ช่วยลดค่าใชจ้ ่ายและทาใหป้ ระหยดั เงิน เพราะสามารถใชแ้ ทนป๋ ยุ เคมีได้ สามารถลดปริมาณการซ้ือ
ป๋ ยุ เคมีลงได้ แถมยงั ไม่ตอ้ งเสียเงินซ้ือสารเคมีหรือยาป้องกนั แมลงศตั รูพืชดว้ ย
จะเหน็ เลยว่ามเี ศษขยะอนิ ทรีย์หลายชนดิ ทส่ี ามารถนากลบั มาทาป๋ ยุ หมักได้ แถมประโยชน์ยงั ดงี าม คุ้มค่า มี
ประสิทธภิ าพไม่แพ้ป๋ ุยเคมเี ลยด้วย เอาเป็ นว่าต่อไปนี้นอกจากจะคัดแยกขยะก่อนทิง้ แล้ว อย่าลืมนาขยะ
อนิ ทรีย์ทค่ี ัดแยกไว้มาใช้ให้เกิดประโยชน์กันด้วย
การผลิตป๋ ยุ หมกั อินทรียช์ ีวภาพ
ป๋ ุย : วสั ดุที่ใหธ้ าตุอาหารพืช หรือสิ่งมีชีวิตที่ก่อใหเ้ กิดธาตุอาหารพืช สารฆ่าศตั รูพืชและสัตว์ ส่วนใหญ่เป็ น
สารประกอบอินทรียท์ ่ีเป็ นพิษกบั แมลงและ ศตั รูพืช หากใชไ้ ม่ระมดั ระวงั ย่อมเป็ นพิษต่อสุขภาพของผูใ้ ช้
และผบู้ ริโภค ท้งั ยงั มีสารพิษตกคา้ งใน สิ่งแวดลอ้ มอีกดว้ ย จึงมกั มีคาเตือนบนฉลาก เช่น ควรเก็บเก่ียวผลผลิต
หลงั จากฉีดพ่นยา 20 วนั มิฉะน้นั สารพิษตกคา้ งในผลผลิตจะเป็นอนั ตรายต่อผบู้ ริโภค เป็นตน้
1. ป๋ ุย และผลประโยชน์ของป๋ ุย ป๋ ุย คือ วสั ดุที่มีธาตุอาหารพชื เป็นองคป์ ระกอบ หรือสิ่งมีชีวิตที่ก่อใหเ้ กิดธาตุ
อาหาร พืช เม่ือใส่ลงไปในดินแลว้ จะปลดปล่อยหรือสังเคราะห์ธาตุอาหารที่จาเป็ นให้แก่พืช ดินท่ีมีความ
สมบูรณ์สูงจึงตอ้ งการธาตุอาหารพืชเพ่ิมเติมจากป๋ ุยนอ้ ยกว่าดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่า ป๋ ุยแบ่งออกเป็ น 4
ประเภท ดงั น้ี
(1) ป๋ ุยเคมี คือ สารประกอบอนินทรียท์ ่ีให้ธาตุอาหารพืช เป็ นสารประกอบท่ีผ่าน กระบวนการผลิต
ทางเคมี เม่ือใส่ลงไปในดินที่มีความช้ืนท่ีเหมาะสม จะละลายใหพ้ ชื ดูดไปใช้ ประโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
(2) ป๋ ุยอินทรีย์ คือ สารประกอบท่ีไดจ้ ากส่ิงมีชีวิต ไดแ้ ก่ พืช สัตว์ จุลินทรียฯ์ ลฯ ผ่าน กระบวนการ
ผลิตทางธรรมชาติ ป๋ ุยอินทรียส์ ่วนใหญ่ใชใ้ นการปรับปรุงคุณสมบตั ิทางกายภาพของดิน ทาให้ดินร่วนซุย
ระบายน้าและถ่ายเทอากาศไดด้ ี รากพืชชอนไชไปหาธาตุอาหารไดง้ ่าย ป๋ ุยอินทรีย์ มี 3 ประเภท คือ ป๋ ุยหมกั
ป๋ ุยคอก และป๋ ุยพืชสด ป๋ ุยอินทรียม์ ีปริมาณธาตุอาหารพืชอยู่นอ้ ยเม่ือเปรียบเทียบกบั ป๋ ุยเคมี และธาตุอาหาร
พืชส่วนใหญ่อยู่ในรูปของสารประกอบอินทรีย์ เช่น ไนโตรเจนอยู่ในสารประกอบ จาพวกโปรตีน เมื่อใส่ลง
ไปในดินพืชจะไม่สามารถดูดไปใชป้ ระโยชน์ไดท้ นั ที ตอ้ งผ่านกระบวนการ ย่อยสลายของจุลินทรีย์ในดิน
แลว้ ปลดปล่อยธาตุอาหารเหล่าน้ันออกมาในรูปสารประกอบอนินทรีย์ เช่นเดียวกนั กบั ป๋ ุยเคมี จากน้นั พืชจึง
ดูดไปใชป้ ระโยชน์ได้ ตารางปริมาณ เอน็ - พี - เค ในป๋ ุยอินทรีย์ จากขอ้ มูลกรมวิชาการเกษตร ปริมาณ เอ็น -
พี - เค ในป๋ ุยอินทรียโ์ ดย เฉล่ียมีเพียงร้อยละ 2 - 1 - 1 ตามลาดบั ฉะน้ันถา้ ตอ้ งการน า เอ็น - พี - เค ในป๋ ุย
อินทรีย์มาชดเชย ธาตุอาหารพืชในดินท่ีสูญเสียไปกับผลผลิต จะต้องใช้ในประมาณมากมายมหาศาล
ประกอบกบั การ ปรับปริมาณการใช้ป๋ ุยอินทรียเ์ พื่อสร้างความสมดุลของแต่ละธาตุอาหารพืชในดินก็ทาได้
ลาบาก เน่ืองจากวสั ดุที่นามาใชใ้ นการผลิตป๋ ุยอินทรียม์ ีความแตกต่างหลากหลาย และปริมาณธาตุอาหาร พืช
ในวสั ดุเหล่าน้นั ก็มีความแปรปรวนมาก ป๋ ยุ อินทรีย์ ธาตอุ าหารพืช คุณสมบตั ิบางประการของป๋ ยุ อินทรียต์ าม
มาตรฐานของกรมวิชาการเกษตร ไดแ้ ก่ ความช้ืนไม่เกิน ร้อยละ 35 ปริมาณอินทรียวตั ถุมากกวา่ ร้อยละ 30 ค่า
ความเป็นกรด - ด่าง (pH) = 5.5 - 8.5 และ ปริมาณ เอน็ - พี - เค มากกวา่ ร้อยละ 1.0 - 0.5 - 0.5 ตามลาดบั เป็ น
ตน้ ซ่ึงมาตรฐานเหล่าน้ียงั ไม่ มีผลบงั คบั ใชอ้ ยา่ งเป็นทางการ จึงมีผฉู้ กฉวยโอกาสขายป๋ ุยอินทรียใ์ นราคาแพง
เกินความเป็นจริงอยู่ ทว่ั ไป ในปี 2548 กรมวิชาการเกษตรไดต้ รวจสอบคุณภาพของป๋ ุยอินทรียว์ างจาหน่ายใน
18 จงั หวดั รวม 328 ตวั อย่าง พบว่า มีเพียง 2 ตวั อย่าง หรือร้อยละ 0.6 เท่าน้นั ที่ไดม้ าตรฐานดงั กล่าว ขา้ งตน้
ฉะน้นั เกษตรกรควรผลิตป๋ ยุ อินทรียไ์ วใ้ ชเ้ อง เพราะมีโอกาสสูงที่จะไดป้ ๋ ุยอินทรียท์ ่ีให้ ประโยชน์ไม่คุม้ ค่ากบั
เงินท่ีตอ้ งจ่ายออกไป
(3) ป๋ ุยชีวภาพ คือ ป๋ ุยที่ประกอบดว้ ยจุลินทรียท์ ่ียงั มีชีวิตอยแู่ ละมีคุณสมบตั ิพิเศษ สามารถสังเคราะห์
สารประกอบธาตุอาหารพืชไดเ้ อง หรือสามารถเปลี่ยนธาตุอาหารพืชท่ีมีอยู่ในรูป ท่ีไม่เป็ นประโยชน์ต่อพืช
ให้มาอยู่ในรูปท่ีพืชสามารถดูดไปใช้ประโยชน์ได้ ป๋ ุยชีวภาพแบ่งออกเป็ น 2 ประเภท คือ กลุ่มจุลินทรียท์ ่ี
สามารถสังเคราะห์ สารประกอบธาตุอาหารพืชไนโตรเจนไดเ้ อง ไดแ้ ก่ ไรโซเบียมท่ีอยูใ่ นปมรากพืชตระกูล
ถวั่ แฟรงเคีย ท่ีอยู่ในปมของรากสนทะเล สาหร่ายสีเขียวแกมน้าเงินท่ีอยู่ในโพรงใบของแหนแดง และยงั มี
จุลินทรียท์ ี่อาศยั อย่ใู นดินอย่างอิสระอีกมากที่มีความสามารถในการตรึงไนโตรเจนจากอากาศให้แก่ พืชได้
เช่นกนั
(4) ป๋ ุยอินทรียช์ ีวภาพ คือ ป๋ ุยอินทรียท์ ่ีผ่านกระบวนการผลิตท่ีใช้อุณหภูมิสูงถึงระดบั ที่สามารถ ฆ่า
เช้ือจุลินทรีย์ ท้งั ที่เป็นโรคพืช โรคสัตว์ และโรคมนุษย์ รวมท้งั จุลินทรียท์ ว่ั ๆ ไปดว้ ย จากน้นั จึงนาจุลินทรียท์ ่ี
มีคุณสมบตั ิเป็นป๋ ุยชีวภาพท่ีเล้ียงไวใ้ นสภาพปลอดเช้ือมาผสมกบั ป๋ ุยอินทรีย์ ดงั กล่าว และทาการหมกั ต่อไป
จนกระทงั่ จุลินทรียท์ ี่ใส่ลงไปในป๋ ุยหมกั มีปริมาณคงที่ จุลินทรีย์ เหล่าน้ีนอกจากจะช่วยตรึงไนโตรเจนใหแ้ ก
พชื แลว้ ยงั ช่วยผลิตสารฮอร์โมนพืชเพอ่ื กระตุน้ การ เจริญเติบโตของรากพืช และจุลินทรียบ์ างชนิดยงั สามารถ
ควบคุมโรคพืชในดิน และกระตุน้ ให้พืช สร้างภูมิคุม้ กันโรคได้อีกด้วย กรมวิชาการเกษตรยงั คงแบ่งป๋ ุย
ออกเป็น 3 ประเภท คือ ป๋ ุยเคมี ป๋ ุยอินทรีย์ และป๋ ุย ชีวภาพ เพราะยงั ไม่มีการผลิตป๋ ุยอินทรียช์ ีวภาพจาหน่าย
ในประประเทศไทย
2. น้าหมักชีวภาพ วสั ดุที่นา มาผลิตน้าหมกั ชีวภาพ ไดแ้ ก่ ชิ้นส่วนของพืชและสัตว์ เม่ือนามาหมกั ใน
ถงั วสั ดุเหลา่ น้ีจะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรียซ์ ่ึงเกือบท้งั หมดเป็นจุลินทรียท์ ี่มีอยใู่ นธรรมชาติ (มากกว่า ร้อยละ
90 ของจุลินทรียท์ ้งั หมด) แลว้ ธาตอุ าหารพืชจะถูกปลดปล่อยออกมา ส่วนจะมีปริมาณมาก หรือนอ้ ยข้นึ อยกู่ บั
ปริมาณธาตุอาหารท่ีมีอยใู่ นวสั ดุท่ีนามาใชห้ มกั ซ่ึงเป็นหลกั การเดียวกนั กบั การ ผลิตป๋ ยุ หมกั นนั่ เอง การผลิต
น้าหมกั ชีวภาพใชว้ สั ดุท่ีเป็ นของแข็งในปริมาณน้อย ประกอบกบั ธาตุอาหาร พืชท่ีมีอยู่ในวสั ดุเหล่าน้ันก็มี
ปริมาณนอ้ ยอยู่แลว้ ธาตุอาหารพืชที่ถูกปลดปล่อยผ่านกระบวนการ ยอ่ ยสลายจึงมีปริมาณนอ้ ยมาก ท้งั ยงั ถูก
ทาให้เจือจางดว้ ยน้าอีกประมาณ 10 - 100 เท่า การที่เกษตรกรทาน้าหมกั ชีวภาพไปใชก้ บั พืชแลว้ ไดผ้ ลดีอาจ
เกิดจากผลขา้ งเคียง มากกวา่ เม่ือกระบวนการหมกั สิ้นสุดลง น้าหมกั ที่ไดจ้ ะมีความเป็นกรด
(1) ทาให้ศตั รูพืชลดลงชวั่ คราว เน่ืองจากไม่ชอบกลิ่น หรือความเป็นกรดของน้าหมกั ชีวภาพ แต่เมื่อ
ศตั รูพชื ปรับตวั ได้ ก็จะทาลายพืชเหมือนเดิม
(2) ในกรณีท่ีเกษตรกรใชป้ ๋ ุยเคมีสูตรเดิมๆ อย่างต่อเน่ือง ทาให้มีการสะสมธาตุอาหาร บางตวั ในดิน
มากเกินไป โดยเฉพาะฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เมื่อหยดุ การใชป้ ๋ ยุ เคมีและใชน้ ้า หมกั ชีวภาพแทน พืชจึง
เจริญเติบโตไดด้ ีข้นึ
(3) ในบางกรณี ดินมีความเป็ นด่าง หรือธาตุอาหารพืชบางตวั ไม่ละลาย เม่ือใช้น้า หมกั ชีวภาพ ท่ีมี
ความเป็นกรดใส่ลงไปจะทาใหส้ ภาพดินดีข้นึ ชวั่ คราว และปลดปลอ่ ยธาตอุ าหารพืช ออกมามากข้นึ
(4) ในกรณีท่ีดินน้ันขาดธาตุอาหารรองบางตวั น้าหมกั ชีวภาพที่มีธาตุอาหารดงั กล่าว เขา้ ไปแทน ทา
ใหเ้ กิดผลดีต่อพืช
(5) มีฮอร์โมนพืชบางอยา่ งที่ถูกสังเคราะห์ข้ึนในกระบวนการหมกั และมีปริมาณที่ เหมาะสมกบั พืช
น้นั ๆ จึงสามารถทาใหพ้ ชื เจริญเติบโตดีข้นึ
สูตรวธิ ที าป๋ ยุ หมักช่วยลดขยะและบารุงดนิ
ขยะอินทรีย์ หรือขยะย่อยสลาย สามารถนากลบั มาใช้ประโยชน์ใหม่ได้หลายวิธี ซ่ึงวิธีท่ีนิยมมาก
ที่สุดก็คือ การนากลบั มาทาป๋ ุยหมกั หรือป๋ ุยอินทรีย์ เช่น มูลสัตว์ เศษอาหาร เศษผกั -ผลไม้ และเศษขยะต่าง ๆ
ผา่ นกรรมวธิ ีที่ทาใหว้ สั ดุอินทรียย์ อ่ ยสลายดว้ ยจุลินทรีย์ โดยมีตวั อยา่ งดงั ต่อไปน้ี
1. วิธีทาป๋ ุยหมกั จากเศษอาหารและมูลสัตว์
วสั ดแุ ละอุปกรณ์
• เศษอาหารแหง้ เช่น เศษขา้ ว เศษขนมปัง
กา้ งปลา เปลือกไข่ เปลือกผลไม้ 1 ส่วน
• มลู สัตว์ เช่น ข้ีววั ข้ีไก่ ข้มี า้ 1 ส่วน
• ใบไม้ 1 ส่วน
• ถงั ขนาด 20 ลิตร
• ตาขา่ ยกนั แมลง
วิธที า
1. นาถงั ขนาด 20 ลิตร มาเจาะรูไวร้ อบถงั แลว้ ใชต้ าขา่ ยกนั แมลงพนั ใหร้ อบ เพื่อช่วยระบายอากาศและ
ป้องกนั แมลงรบกวน
2. ผสมเศษอาหารแหง้ ที่มีขนาดเลก็ และไมม่ ีน้า เช่น เศษขา้ ว เศษขนมปัง กา้ งปลา เปลือกไข่ และเปลือก
ผลไม้ เขา้ กบั มลู สัตว์ เช่น ข้ีววั ข้ีไก่ ข้มี า้ และเศษใบไม้ ในอตั รา 1:1:1 ส่วน
3. คลุกเคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั แลว้ ปิ ดฝาใหส้ นิท ถา้ หากวนั ตอ่ ไปมีเศษอาหารเพ่มิ ก็นามาเติมเขา้ ไปได้ แต่อยา่
ลืมผสมในอตั ราส่วนเทา่ เดิมดว้ ย
4. พลิกกลบั ส่วนผสมวนั ละ 1-2 คร้ัง เป็นประจาทกุ วนั
Tips : ในช่วงแรกไมจ่ าเป็นตอ้ งเติมน้า เพราะเศษอาหารมีความช้ืนอยแู่ ลว้ แตเ่ มื่อเห็นวา่ ส่วนผสมเริ่มแหง้ ลง
กส็ ามารถพรมน้าเขา้ ไปไดเ้ ล็กนอ้ ย โดยจะใชเ้ วลาในการหมกั ประมาณ 1 เดือน กจ็ ะไดป้ ๋ ุยหมกั สีดาขนาดเลก็
ที่แหง้ สนิทและไมม่ ีกลิ่นเหม็นไวใ้ ชบ้ ารุงตน้ ไมแ้ ลว้
2. วธิ ีทาป๋ ยุ หมกั จากตน้ กลว้ ย
วสั ดแุ ละอุปกรณ์
• หน่อกลว้ ย 3 ส่วน
• กากน้าตาล 1 ส่วน
• น้ามะพร้าวออ่ น
• น้าสะอาด
• บวั รดน้า
วธิ ีทานา้ หมกั จลุ นิ ทรีย์
1. ทาน้าหมกั จุลินทรียช์ ีวภาพก่อน โดยนาหน่อกลว้ ย 3 ส่วนมาสับเป็นชิ้นเลก็ ๆ แลว้ ผสมให้เขา้ กนั กบั
กากน้าตาล 1 ส่วน
2. เทน้ามะพร้าวออ่ นลงไปใหพ้ อท่วม ปิ ดฝาใหแ้ น่นสนิทเพือ่ ไล่อากาศ 1 วนั แลว้ รอประมาณ 10-15 วนั
คอ่ ยนามากรองใส่ขวดพร้อมเกบ็ ไวใ้ นท่ีร่มเพอื่ รอใชง้ าน
วธิ ีทาป๋ ยุ หมัก
1. นาหน่อกลว้ ยสบั ละเอียด 3 ส่วน กากน้าตาล 1 ส่วน และน้ามะพร้าวอ่อนมาผสมกนั
2. นาน้าหมกั จุลินทรีย์ (จากข้นั ตอนขา้ งตน้ ) กากน้าตาล และน้าใส่ลงไปในบวั รดน้า
3. นาไปรดใหช้ ุ่มกองส่วนผสมที่เตรียมไว้ คนใหเ้ ขา้ กนั จนกวา่ จะกาแลว้ กอ้ นไม่แตก
4. นาส่วนผสมมาใส่ในกระสอบป๋ ุยโดยไม่ตอ้ งมดั ปาก แลว้ นาไปวางไวใ้ นที่ร่มประมาณ 5-7 วนั ก็จะ
ไดป้ ๋ ุยหมกั ที่หอม มีจุลินทรียแ์ ละอินทรียต์ ่าง ๆ พร้อมแก่การนาไปใช้ประโยชน์ แต่ทางท่ีดีอย่าลืมผสมป๋ ุย
หมกั กลว้ ย 1 ส่วน เขา้ กบั ป๋ ุยคอก 10 ส่วน เพื่อประสิทธิภาพท่ีดีดว้ ยล่ะ
3. วิธีทาป๋ ยุ หมกั ข้ีววั
วสั ดุและอุปกรณ์
• มูลสตั ว์ เช่น ข้วี วั ข้ีหมู หรือข้ีไก่ 1,000 กิโลกรัม
• หินฟอสเฟต 25 กิโลกรัม
• ป๋ ยุ ยเู รีย 2 กิโลกรัม
วิธที า
1. นามูลสตั วม์ าหมกั ปรับความช้ืน 50%
2. นามลู สัตวท์ ี่ไดไ้ ปผสมหินฟอสเฟต (K. B. K. 0-3-0) และป๋ ยุ ยเู รีย (สูตร 46-0-0) เขา้ ดว้ ยกนั
3. นาส่วนผสมขา้ งตน้ ใส่ลงในถงั หมกั พร้อมคลุมผา้ ปิ ด รอประมาณ 1 เดือน ก็จะไดป้ ๋ ุยที่พร้อมแก่การ
ใชง้ าน
4. หมน่ั พลิกกลบั กองป๋ ุยอย่างสม่าเสมอ โดยจะแบ่งออกเป็ น 4 คร้ัง ไดแ้ ก่ คร้ังแรกเม่ือหมกั ได้ 3 วนั
คร้ังที่สองเมื่อหมกั ได้ 10 วนั คร้ังที่สามเม่ือหมกั ได้ 17 วนั และคร้ังที่ 4 เม่ือหมกั ได้ 24 วนั นนั่ เอง
ใบงานท่ี4
ใบงานที่ 4
ตอนท่ี 1 ใหน้ กั ศึกษาตอบคาถามใหถ้ ูกตอ้ งและสมบูรณ์
1. จงอธิบายความหมายของโปรแกรมประมวลผลคา
โปรแกรมประมวลผลคา หรือท่ีนิยมเรียกกนั วา่ โปรแกรมเวริ ์ดโพรเซสเซอร์ (Word Processor
Program) เป็นโปรแกรมที่ช่วยสร้างเอกสารประเภทต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งสะดวก และรวดเร็ว อาทิเช่น จดหมาย
บนั ทึกขอ้ ความ ใบปะหนา้ โทรสาร แบบฟอร์มต่าง ๆ เป็ นตน้ โดยเกบ็ ในสื่อ อิเล็กทรอนิกส์แทนกระดาษ ผใู้ ช้
สามารถเพิม่ เติม หรือแกไ้ ขขอ้ มูลที่จดั เกบ็ ได้ โดยที่ไม่ตอ้ งพิมพ์ ใหมท่ ้งั หมด
2. จงอธิบายความสาคญั ของโปรแกรมประมวลผลคา
ปัจจุบนั สานกั งานท้งั ในภาครัฐและเอกชน ไดม้ ีการนาโปรแกรมประมวลผลคาเขา้ มาใชใ้ นการพิมพ์
เอกสารและรายงานต่าง ๆ แทนเคร่ื องพิมพ์ดีดีมากข้ึน ท้ังน้ีจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
คอมพิวเตอร์ โดย เฉพาะ อย่างยิ่งก ารพัฒนาความส ามารถ ของตัวประ มวล ผล หรื อ
โพรเซสเซอร์ (Processor) และประสิ ทธิ ภาพการเก็บข้อมูลของหน่วยงานเก็บข้อมูลสารองต่าง
ๆ เช่น ฮาร์ดดิสก,์ ดิสก์เกตต์ ท่ีมีควางสูงข้ึน รวมถึงการผลิตเครื่องพิมพ์ (Printer) ความเร็วสูงประกอบกบั
ราคาเครื่องคอมพิวเตอร์มีราคาถูกลงแต่มีประสิทธิภาพการทางานสูงข้ึน จึงทาให้สานกั งานต่าง ๆ หนั มาใช้
เครื่องคอมพิวเตอร์เขา้ มาช่วยในการประมวลผลขอ้ มูล ตลอดจนการจดั ทาเอกสารและรายงานต่าง ๆ โดยผา่ น
โปรแกรมประมวลผล (Word Processor) ทาใหบ้ ุคคลในสานกั งานมีเครื่องมือช่วยอานวยความสะดวก ใน
การพิมพ์เอกสาร บทความ ตลอดจนรายงานต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถจดั ขอ้ ความและ
ตวั อกั ษร แก้ไข เพ่ิมเติม ปรับปรุง แทรกขอ้ ความ รวมขอ้ ความหรือเอกสาร จดั ขอบกระดาษและตรวจดู
เอกสารก่อนท่ีจะทาการพิมพเ์ อกสารจริงออกมาทางเคร่ืองพิมพไ์ ด้ นอกจากน้ียงั สามารถเก็บบนั ทึกขอ้ ความ
เอกสารต่าง ๆ ตลอดจนเรียกใช้งานแฟ้มข้อมูลได้เก็บไว่ในส่ือบนั ทึกขอ้ มูลต่าง ๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์, ดิสก์
เกตต์ และซีดีรอม ฯลฯ ข้ึนมาใชง้ านในภายหลงั ได้ ทาการทางานกบั เอกสารสะดวกและรวดเร็วมากยง่ิ ข้ึน
3. ประโยชน์ของโปรแกรมประมวลผลคามีอะไรบา้ ง
1. ช่วยใหก้ ารจดั เก็บและคน้ หาเอกสารมีความรวมเร็วมากข้ึน เพราะงานเอกสารต่าง ๆ จะถูกจดั เก็บเป็น
แฟ้มขอ้ มูลลงในสื่อบนั ทึกขอ้ มูลตา่ ง ๆ และสามารถคน้ หาและเรียกใชง้ านไดส้ ะดวกและรวมเร็ว
2. ช่วยลดปริมาณกระดาษท่ีจดั เกบ็ ทาใหป้ ระหยดั พ้ืนท่ีในการเกบ็ เอกสาร เพราะเอกสารจะถูกเกบ็
เอกสารอยใู่ นส่ือบนั ทึกขอ้ มูลตา่ ง ๆ ท่ีมีขนาดเลก็ แต่มีความจุในการก็บขอ้ มูลไดเ้ ป็ นจานวนมาก
3. ช่วยลดข้นั ตอนในการจดั ทาเอกสาร เช่น ถา้ ตอ้ งการส่งจดหมายที่มีขอ้ ความเหมือนกนั ไปใหผ้ รู้ ับ
จดหมายเป็นจานวนมากอาจทาไดโ้ ดยการจดั ทาจดหมายเวยี น ซ่ึงมีข้นั ตอนการทาที่สะดวกและรวดเร็ว ซ่ึง
ถา้ หากใชเ้ ครื่องพมิ พด์ ีดก็อาจจะตอ้ งเสียเวลาในการจดั ทามาก
4. ช่วยประหยดั เวลาและคา่ ใชจ้ ่ายในการจดั พิมพ์
5. ช่วยสร้างเอกสารใหม้ ีความสวยงาม ท้งั น้ีเพราะผใู้ ชส้ ามารถนารูปภาพ รูปวาด ภาพกราฟิ กตา่ ง
ๆ มาแทรกลงในเอกสารไดโ้ ดยตรง
6. ช่วยใหก้ ารทางานกบั เอกสารถูกตอ้ งและมีขอ้ ผดิ พลาดลดนอ้ ยลง เพราะผใู้ ชง้ านสามารถตรวจสอบ
ความถูกตอ้ งของเอกสารไดโ้ ดยตรงบนหนา้ จอจนพอใจจึงจะสัง่ พิมพเ์ อกสารออกทางเคร่ืองพิมพห์ รืออาจใช้
ระบบการตรวจสอบคาผดิ แบบอตั โนมตั ิ ในการตรวจสอบการสะกดคาหรือไวยากรณ์ของภาษากไ็ ด้
4. ความสามารถของโปรแกรมประมวลผลคามีอะไรบา้ ง
๑. มีแม่แบบของเอกสารใหเ้ ลือกใช้
โปรแกรมประมวลผลคารุ่นใหม่ๆ จะมีแม่แบบของเอกสารที่ใชโ้ ดยทวั่ ไป ในสานกั งาน ให้สามารถเลือกใชไ้ ด้
ทนั ที เช่น จดหมายบนั ทึกขอ้ ความ ใบปะหนา้ โทรสาร ประวตั ิส่วนตวั เป็ นตน้ จึงทาให้ไดเ้ อกสารท่ีถูกตอ้ งตาม
มาตรฐาน และสร้างเอกสารไดอ้ ยา่ งสะดวก และรวดเร็วยงิ่ ข้ึน
๒. การสร้างตาราง
การใชโ้ ปรแกรมประมวลผลคาในยุคแรกน้นั การสร้างตารางเป็ นเรื่องที่ยุง่ ยาก เพราะตอ้ งคานวณ และ
กะระยะเอง แตส่ าหรับโปรแกรมประมวลผลคาในยคุ หลงั น้ี จะมีเครื่องมือช่วยใหง้ านสร้างตารางง่ายข้ึน เพียงแต่
กาหนดจานวนแถว และจานวนคอลมั น์ที่ตอ้ งการทาเป็ นตาราง โปรแกรมก็จะสร้างตารางให้มีขนาดตามที่ระบุ
ไดท้ นั ที นอกจากน้ี ยงั สามารถแกไ้ ขเพิ่มความกวา้ งของแต่ละคอลมั น์ หรือความสูงของแต่ละแถวได้ อีกท้งั
สามารถกาหนดเส้นแบ่งคอลมั น์ และเส้นแบ่งแถวของตารางไดต้ ามตอ้ งการ เช่น กาหนดให้เป็ นเส้นทึบ หรือ
เส้นคู่ เป็นตน้
๓. การจดั แบ่งขอ้ ความเป็นหลายคอลมั น์
โปรแกรมประมวลผลคารุ่นใหม่ๆ ไดเ้ พิ่มความสามารถในการจดั รูปแบบคอลมั น์ได้ เช่น กาหนดให้
แบง่ ขอ้ ความท้งั หมดเป็น ๒ คอลมั น์ ๓ คอลมั น์ หรือมากกวา่ ได้ เป็นตน้ นอกจากน้ียงั สามารถจดั แบ่งคอลมั น์ใน
อีกรูปแบบ คือ การกาหนดใหข้ อ้ ความในคอลมั น์ทางซา้ ย สัมพนั ธ์กบั ขอ้ ความในคอลมั น์ทางขวา ซ่ึงเหมาะกบั
การอธิบายวธิ ีการทางาน อธิบายคาส่ังแตล่ ะคาสัง่ หรืออธิบายความหมายของคาแต่ละคาในคอลมั นท์ างซา้ ย โดย
ใชข้ อ้ ความที่บรรยายในคอลมั น์ทางขวาคุณสมบตั ิน้ีจึงเหมาะสาหรับงาน หนงั สือพมิ พห์ รือวารสาร โดยทว่ั ไปท่ี
จดั เรียงขอ้ ความเป็นคอลมั น์
๔. การทางานแบบ WYSIWYG
การทางานแบบ WYSIWYG (ยอ่ มาจาก What You See is What You Get) คือ การทางานที่เราสามารถ
เห็นส่ิงที่ปรากฏบนหนา้ จอได้ เหมือนกบั ผลท่ีไดจ้ ากการพิมพอ์ อกทางเครื่องพิมพ์ เช่น ตวั อกั ษรที่เนน้ ให้เป็ น
ตวั หนา ตวั เอียง หรือตวั ท่ีขีดเส้นใต้ จะแสดงผลใหเ้ ห็นทางหนา้ จอ ดงั น้นั สิ่งที่เรากาหนดไวจ้ ะแสดงให้เห็นจริง
บนหนา้ จอโดยตรง และไม่จาเป็ นตอ้ งพิมพอ์ อกมาทดลองดูก่อน คุณสมบตั ิน้ีช่วยใหเ้ ราสามารถจดั การกบั หน้า
เอกสารตามความตอ้ งการไดท้ นั ท่ี
๕. การตรวจสอบการสะกดคา
ความสามารถในการตรวจสอบการสะกดคาน้ี คือ การตรวจสอบคาท่ีสะกดผิด และคาที่ใช้ผิดหลกั ไวยากรณ์
โดยจะทาการเปรียบเทียบคาท่ีพิมพก์ บั คาในพจนานุกรมท่ีติดต้งั มากบั ตวั โปรแกรม ซ่ึงสามารถตรวจสอบการ
สะกดคาไดท้ ้งั ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ โดยคาหรือขอ้ ความท่ีตรวจพบว่าผิด จะถูกเน้นให้ผูใ้ ชม้ องเห็นได้
อยา่ งชดั เจน เช่นเนน้ ดว้ ยเส้นหยดั ฟันปลาใตค้ าท่ีสะกดผดิ หรือบางโปรแกรมจะแสดงคาใกลเ้ คียงที่คิดวา่ ถูกตอ้ ง
ข้ึนมา เพ่ือให้ผูใ้ ชเ้ ลือกใชแ้ ทนคาท่ีผดิ ไดท้ นั ที นอกจากการช่วยตรวจหาคาผิดแลว้ บางโปรแกรมจะช่วยแสดง
คาที่สะกดใกลเ้ คียงกบั คาท่ีกาลงั พิมพข์ ้ึนมา ผใู้ ชส้ ามารถจะเลือกใชไ้ ดเ้ ลย โดยไมต้ อ้ งพิมพค์ าน้นั ต่อจนครบทุก
ตวั อกั ษร เช่น ขณะพมิ พค์ าวา่ "อาทิ" โปรแกรมจะแสดงคาวา่ "อาทิตย"์ ข้ึนมา ถา้ เราตอ้ งการพิมพค์ าวา่ "อาทิตย"์
ก็เลือกใชไ้ ดเ้ ลย โปรแกรมจะพิมพค์ าน้นั ใหท้ นั ทีการตรวจสอบใหอ้ ยา่ งอตั โนมตั ิเช่นน้ีช่วยใหง้ านสร้างเอกสาร
ทาไดร้ วดเร็ว ข้ึน โดยไม่ตอ้ งกลบั มาตรวจหาคาผิด ภายหลงั การพิมพเ์ สร็จแลว้ และทาให้ไดเ้ อกสารท่ีถูกตอ้ ง
ทนั ที
๖. การแทรกขอ้ ความสัญลกั ษณ์พิเศษ
โปรแกรมประมวลผลคาบางโปรแกร มช่วยให้เราสร้างเอกสารไดเ้ ร็วข้ึน โดยการใส่รายละเอียดทวั่ ไป ลงใน
เอกสารใหอ้ ยา่ งอตั โนมตั ิ เช่น
วนั ที่และวนั ในสัปดาห์ ท่ีมีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น วนั จนั ทร์ที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ หรือวนั ที่ ๔
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ หรือ ๐๔/๐๕/๒๕๔๑ ๑๐.๒๑ น. เป็นตน้
ขอ้ ความท่ีมกั ใชบ้ ่อยๆ ไดแ้ ก่ คาข้ึนตน้ และคาลงทา้ ยของจดหมาย เช่น เรียนคุณพ่อ และคุณแม่ ที่เคารพ หรือ
เรียนทา่ นสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรี หรือขอแสดงความนบั ถืออยา่ งสูง หรือดว้ ยความเคารพอยา่ งสูง เป็นตน้
สัญลกั ษณ์พิเศษ ที่นอกเหนือจากตวั อกั ษรบนแป้นพมิ พ์ เช่น สมการทางคณิตศาสตร์ เป็นตน้
๗. การรวมภาพกราฟิ ก
โปรแกรมประมวลผลคาในปัจจุบนั ไดเ้ พ่ิมความสามารถในการใส่รูปภาพกราฟิ ก ต่าง ๆ เขา้ ไปในเอกสารใน
ตาแหน่งที่ตอ้ งการได้ เช่น การแทรกรูปภาพลงในยอ่ หนา้ หรือแทรกรูปภาพให้เสมือนรูปภาพถูกลอ้ มรอบดว้ ย
ขอ้ ความ ซ่ึงมกั จะพบเห็นกนั ทวั่ ไปในหน้าส่ิงพิมพต์ ่าง ๆ เป็ นตน้ นอกจากน้ี บางโปรแกรมไดจ้ ดั เตรียมคลงั
รูปภาพใหด้ ว้ ย ผใู้ ชส้ ามารถเรียกใชร้ ูปภาพเหล่าน้นั ไดท้ นั ที หรือสร้างคลงั รูปภาพเกบ็ ไวไ้ ดเ้ อง
การแทรกรูปภาพลงในเอกสารจะมีการแบ่งกนั พ้ืนที่ไวใ้ ห้ ดงั น้ัน ขอ้ ความที่เป็ นตวั อกั ษร จะเขา้ ไปทบั ใน
บริเวณกราฟิ กไม่ได้ เราจะมองเห็นภาพกราฟิ กปรากฏบนจอภาพโดยตรง และสามารถสั่งให้แสดงผลออกมา
ทางเครื่องพิมพไ์ ด้
ตอนที่ 2 จากภาพตอ่ ไปน้ีใหน้ กั ศึกษาบอกส่วนประกอบของหนา้ ตา่ งโปรแกรม Microsoft Word
2019
1. แถบเครื่องมือด่วน แถบเก็บป่ ุมคาสัง่ ท่ีใชง้ านบ่อย ๆ โดยโปรแกรมกาหนดคา่ เร่ิมตน้ ให้
(Quick Access Toolbar) แต่สามารถเพมิ่ เติมได้
2. แท็บคาส่ัง (Menu Bar) เป็ นเมนูคาสั่งหลกั ของโปรแกรมซ่ึงแบ่งออกเป็ นหมวดหมู่ เพื่อใหง้ ่ายต่อการใช้
งาน
3. แถบชื่อเร่ือง (Title Bar) แถบแสดงชื่อและประเภทของไฟล์
4. ริบบอน (Ribbon) แถบกลุ่มคาสงั่ ซ่ึงประกอบดว้ ยคาสัง่ ตา่ ง ๆ โดยจะเกบ็ รวบรวมคาสัง่ ไวเ้ ป็น
หมวดหมู่
5. ป่ ุมลงช่ือเพือ่ เขา้ ใชง้ าน ลงช่ือเพอ่ื เขา้ ใชง้ านโปรแกรม
6. ป่ ุมยอ่ Ribbon เป็นสาหรับยอ่ Ribbon ใหเ้ ล็กท่ีสุด
7. ป่ ุมควบคุมหนา้ ตา่ ง เป็นป่ ุมจดั การกบั ต่างโปรแกรมท่ีเปิ ดใชง้ นอยู่
โปรแกรม(Control Menu)
8. ป่ ุมก้นั หนา้ ไมบ้ รรทดั ไมบ้ รรทดั เป็นส่วนที่แสดงมาตราส่วนเช่นเดียวกบั ไมบ้ รรทดั ทวั่ ไป เพอื่ บอก
(Ruler) ระยะของ ขอ้ ความในเอกสาร มีท้งั แนวนอนและ แนวต้งั ใชไ้ ดท้ ้งั เป็นนิ้วและ
เซนติเมตร
9. ตาแหน่งพิมพ์ เป็นเคร่ืองหมายท่ีบอกตาแหน่งการพมิ พง์ าน
(Cursor)
เป็นส่วนที่แสดงสถานการณ์ทางานต่าง เช่น กาลงั ทางานอยทู่ ี่หนา้ ใด จานวน
10. แถบสถานะ หนา้ เอกสารท้งั หมด จานวนคาท้งั หมด โหมดภาษา ป่ ุมเปลี่ยนมุมมองเอกสาร
(Status Bar) และเปอร์เซ็นตก์ ารปรับยอ่ -ขยายแอกสาร
ตอนท่ี 3 ใหน้ กั ศึกษาปฏิบตั ิตามคสั่งต่อไปน้ี
1. เขา้ สู่โปรแกรม Microsoft Word และสร้างเอกสารใหม่ โดยพิมพข์ อ้ ความตามที่กาหนดให้ จดั รูปแบบ
ราชการ พร้อมท้งั บนั ทึกไฟลเ์ อกสารชื่อ ใบงานท่ี 4 การพิมพห์ นงั สือราชการ
หนา้ ถดั ไป
ประกาศมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
เร่ือง กาหนดรหสั และเลขบตั รประจากากบั หนงั สือราชการของมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
วทิ ยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จงั หวดั สกลนคร
---------------------------------
อนุสนประกาศสภามหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ เรื่อง การจดั ต้งั คณะ สานกั และสานกั งาน-งานวทิ ยาเขต
ฃที่จังหวดั สกลนคร และ ประกาศมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เร่ือง กาหนดเขตการศึกษามหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จงั หวดั สกลนคร ใหเ้ ป็นวทิ ยาเขต ลงวนั ท่ี 23พฤษภาคม 2543 โดยใหม้ ี
ผลต้งั แต่วนั ที่ 8 และ 9 มิถุนายน 2543 ตามลาดบั แลว้ น้นั
เพ่ือให้การบริหารงานเอกสารดาเนินไปดว้ ยความเรียบร้อย และเป็ นไปตามระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรี
ว่าดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์จึงไดย้ กเลิกรหัสและเลขประจากากับหนังสือ
ราชการ ท่ี ทม 0401.25 ของสานกั งานโครงการจดั ต้งั วิทยาเขตสกลนคร(ภูพานกาญจนาภิเษก)ช่ือเดิม ก่อน
เปลี่ยนเป็ นพระราชทาน มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จงั หวดั สกลนคร ตามประกาศลง
วนั ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2539 และกาหนดรหัสและเลขประจากากบั หนงั สือราชการของวิทยาเขตเฉลิมพระ
เกียรติ จงั หวดั สกลนคร ดงั น้ี
สานกั งานวทิ ยาเขต ที่ ทม 0470/
คณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร ที่ ทม 0471/
คณะวทิ ยาศาสตร์และวศิ วกรรมศาสตร์ ท่ี ทม 0472/
คณะศิลปะศาสตร์และวทิ ยาการจดั การ ที่ ทม 0473/
สานกั วทิ ยาบริการ ที่ ทม 0474/
ท้งั น้ี ต้งั แตว่ นั ท่ี 9 มิถุนายน พ.ศ.2543 เป็ นตน้ ไป
ประกาศ ณ วนั ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2543
( นายมะเพาซนั เซ็ง)
อธิการบดีมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
ใบงานท่ี5
แฟ้มสะสมผลงาน
วชิ า เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชีพ
สาขาวิชา
สัตวศาสตร์
โดย
นายมะเพาซนั เซ็ง
รหัสนักศกึ ษา
63305030008
สตั วศาสตร์
วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยตี รงั
สถาบนั อาชวี เกษตรภาคใต้
ใบงานท่ี6
คา่ ใชเจา่ ยหมนุ เวยี นในรอบปี
รายการ ปี ท1่ี ปี ท2ี่ ปี่ ท3่ี ปี ท4ี่ ปี ท5ี่ ปี ท6่ี ปี ท7่ี
คา่ ดายหญา้ 10,000 10,000 8,000 7,000 6,000 5,000 5,000
คา่ ยาฆา่ แมลง 17,000 24,000 31,000 40,000 45,000 45,000 45,000
คา่ นา้ มนั เชอ้ื เพลงิ 30,000 30,000 30,000 30,000 30,000 30,000 30,000
คา่ ป๋ ยุ คอก-เคมี 18,000 24,000 31,000 38,000 40,000 40,000 40,000
คา่ แรงงานประจา 24,000 25,200 26,400 27,600 28,800 30,000 30,000
คา่ โกยเลน 7,000 7,000 7,000 7,000 7,000 7,000 7,000
คา่ ตดั แตง่ กง่ิ -อน่ื ๆ - 2,000 4,000 5,000 5,000 5,000 5,000
คา่ ซอ่ มแซมอปุ กรณ์ 2,000 2,000 2,000 2,000 2,000 2,000 2,000
คา่ พาหนะตดิ ตอ่ 5,000 5,000 5,000 5,000 5,000 5,000 5,000
รวม 113,000 129,200 144,400 161,600 168,800 169,000 169,000
เฉลย่ี 14,125 14,356 16,044 17,956 18,756 18,778 18,778
รำยงำนผลกำรเรยี นของนักศกึ ษำชนั้ ปวส. 1/6
รำยวชิ ำ โปรแกรมสำเร็จรปู มในงำนอำชพี
ท่ี รหัสประจำตวั ชอื่ สกลุ รวม
สอบปลำยภำค
ทดสอบคร่ังที่ 2
ทดสอบครั่งท่ี 1
1 5632040001 นำงสำวชยำภร์ ทองทว้ ม 56 67 55 178
76 87 87 250
2 5632040002 นำงสำวชำลสิ ำ ดอนมอญ 45 79 69 193
95 99 99 293
3 5632040004 นำงสำวทักษพร พรร 86 48 43 177
90 62 62 214
4 5632040007 นำงสำวพรนภำ เสโส 67 71 74 212
87 89 81 257
5 5632040008 นำงสำวพรพมิ ล เกตแุ กว้ 54 68 77 199
52 60 65 177
6 5632040009 นำงสำวพศิ มยั องึ่ ฮวบ 55 75 80 210
75 80 85 240
7 5632040010 นำงสำวสริ ธิ ร เฉดิ สกลุ กจิ 90 70 80 240
80 85 96 261
8 5632040012 นำงสำวเสำวลกั ษ์ พูลสวสั ดิ์ 80 75 78 233
9 5632040015 นำงสำวกฤชฤทธ์ิ ลอยประดษิ ฐ์ 99 99 198
10 5632040017 นำยฐำปกณ์ จำรุวรวฒั น์ 48 43 91
11 6532040018 นำยฐติ นิ ันท์ ตำมะณี 74.3333 75.4 149.733
12 5632040019 นำยกลมลวฒั น์ พงึ่ ฤทธิ์
13 5632040020 นำยพพิ ัฒน์ รจุ สิ ทิ ธโิ รจน์
14
15
คแนนสงู สดุ
คะแนนตำ่ สดุ
คแนนคำ่ เฉลย่ี
คำ่ สว่ นเบย่ี งเบนมำตรำฐำน
ตารางการหาค่าผลรวมโดยคานวน
ผลการเ ีรยน
ผลการเ ีรยน
ผลการเ ีรยน
ผลการเ ีรยน
ผลการเ ีรยน
ผลการเ ีรยน
ผลการเ ีรยน
ดร221 ดนตรีสากล 2 69 21 90 4
ดร222 การบริการ 1.5 72 18 90 4
ดร223 จติ วทิ ยา 1 66 24 90 4
ดร224 แนะแนวเบอื่ งตน้ 2 55 15 70 2
ดร225 เทคโนๆ การศึกษา 1 56 16 72 2
ดร226 สวสั ดการการศึกษา 0.5 71 23 94 4
ดร227 วดั ผลการศึกษา 2.5 63 22 85 4
คอลมั น์1
ตารางอณุ หภมู คิ อกสตั ว์
รหัสคอก ชอ่ื คอก อหุ ภมู ทิ วี่ ดั ได ้ ผล
1001 ไกไ่ ข่
1002 ไกเ่ นื้อ 90 สงู
1003 โคเนอ้ื
1004 โคนม 80 ปานกลาง
1005 แพะ
1006 นก 70 ปานกลาง
60 ปกติ
45 ตา่ มากตดิ ลบ
0 ตา่ มากตดิ ลบ