The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ยุทธภูมิ ครัช, 2020-10-27 22:56:20

วัชเรน เขตรรัตน์

63305030010

แฟ้มสะสมผลงาน

วชิ า เทคโนโลยสี รสนเทศ
เพื่อการจัดการอาชีพ
สาขาวชิ า
ประจาปี การศึกษา 2563

โดย
นาย วชั เรน เขตรรัตน์
รหสั นักศึกษา 63305030010

วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยตี รัง
สถาบนั การอาชีวศึกษาเกษตรภาคใต้



รายงานวชิ าเทคโนโลยี
สารสนเทศเพ่ือการจดั การอาชพี

macbook pro

ผู้จดั ทำ : นายนฤเบศร์ ลาภบญุ รหสั นกั ศกึ ษา 63305030006
นายวชั เรน เขตรรัตน์ รหัสนักศึกษา 63305030010
ใบงานที่ 1 ความรู้เกี่ยวกับคอมพวิ เตอรแ์ ละอปุ กรณ์
โทรคมนาคม

1

ชอื่ ผลติ ภณั ฑ์ Apple : รุ่น macbook pro 16 นิว้ ยี่หอ้ macbook pro บรษิ ัทผู้ผลิต แอปเปลิ ผผู้ ลติ
คอมพวิ เตอร์ในชือ่ ทีร่ จู้ ักกนั ดีคอื แมคอนิ ทอช (Macintosh)

ประเภทของเครอ่ื ง : mac book
ลกั ษณะเด่นของเครอ่ื ง : โปรเซสเซอร์ทเี่ รว็ สดุ ขว้ั , กราฟิกเจเนอเรชนั่ ถดั ไป,
แบตเตอร่ีที่มคี วามจสุ ูงสดุ เทา่ ทเ่ี คยมีมาใน MacBook Pro,
Magic Keyboard ใหม่ และพื้นที่จดั เก็บขอ้ มูลขนาดมหมึ า บอกเลยว่า
นีค่ อื สุดยอดโน้ตบุ๊คระดบั โปร สำหรับผใู้ ชท้ ่ีเป็นระดบั สดุ ยอด
อยา่ งแทจ้ รงิ
ระบบปฏิบตั กิ ารทีใ่ ช้ : macOS
macOS คอื ระบบปฏบิ ตั ิการท่ีเปน็ หัวใจสำคัญสำหรบั ทกุ สง่ิ ท่คี ุณทำบน Mac และ macOS Catalina กม็ า
พรอ้ มแอพทสี่ รา้ งสรรคม์ าเปน็ พเิ ศษเพื่อเพลง ทีวี และพ็อดคาสทโ์ ดยเฉพาะ รวมถงึ การอัพเดทแอพที่คณุ
ใช้
เป็นประจำใหช้ าญฉลาดยง่ิ ข้ึน และ Sidecar ที่ใหค้ ุณใช้ iPad เป็นจอภาพท่ีสอง บอกเลยวา่ ทกุ อย่างทคี่ ณุ
ทำ
คณุ ทำไดเ้ หนอื กว่านน้ั เยอะ
หน่วยความจำของเคร่ือง : หนว่ ยความจำ DDR4 ออนบอรด์ ความเร็ว 2666MHz ขนาด 16GB
สามารถปรับแต่งใหเ้ ป็นหนว่ ยความจำ 32GB หรือ 64GB ได้
หนว่ ยประมวลผลของเคร่ือง
กล้องหนา้ มีความละเอยี ด : กล้อง FaceTime HD ความละเอียด 720p
ขนาดของหนา้ จอ : จอภาพแบ็คไลทแ์ บบ LED ขนาด 16 น้วิ (แนวทแยง) พรอ้ มเทคโนโลยี IPS
ความละเอียดปกติ 3072 x 1920 ที่ 226 พิกเซลต่อน้ิว และรองรับสสี ันนบั ล้านสี

2

ความละเอยี ดหน้าจอ : 2048 x 1280
• 1792 x 1120
• 1344 x 840
• 1152 x 720
คณุ สมบตั พิ เิ ศษ ทีแ่ ตกตา่ งจากรนุ่ : จอภาพ Retina116"

โปรเซสเซอร์สงู สุดIntel Core i9 แบบ 8-core
หน่วยความจำสูงสดุ 64 GB
พื้นท่ีจัดเกบ็ ข้อมลู สูงสดุ 8 TB
ระยะเวลาการใชง้ านแบตเตอรส่ี งู สดุ 11 ชม.

3



10/22/2020

 นายยทุ ธภมู ิ ทองเทพ เลขที 7
เลขประจาํ ตวั นกั ศึกษา 63305030009

 นาย วัชเรน เขตรรัตน์ เลขที 8
เลขประจาํ ตวั นกั ศึกษา 63305030010

2

1

10/22/2020

ครือข่ายคอมพวิ เตอร์ เกิดจากการสือสารขอ้ มูลของเครืองคอมพวิ เตอร์ตงั แต่ 2 เครืองขนึ ไป
โดยใชว้ ธิ ีการสือสารขอ้ มูลทวั ไปในการเชือมต่อสือสาร ระหว่างเครืองคอมพวิ เตอร์

เครอื ข่ายเฉพาะที หรอื แลน (Local Area Network: 3
LAN) เป็ นเครือขา่ ยทีใชใ้ นการเชอื มโยงคอมพิวเตอรแ์ ละ
อปุ กรณต์ า่ งๆ ทีอย่ใู นพืนทีเดียวกนั หรือใกลเ้ คียง 2

กนั เชน่ ภายในบา้ น ภายในสาํ นกั งาน และภายในอาคาร

สาํ หรบั การใชง้ านภายในบา้ นนนั อาจเรียกเครือขา่ ยประเภท
นวี า่ เครือขา่ ยทีพกั อาศยั (home network) ซึงอาจใชก้ าร
เชอื มตอ่ แบบใชส้ ายหรือไรส้ าย

10/22/2020

การเชอื มตอ่ เครือขา่ ยระหว่างสาํ นกั งาน

เครือขา่ ยนครหลวง หรือแมน (Metropolitan Area
Network : MAN) เป็ นเครือขา่ ยทีใชเ้ ชอื มโยงแลนทีอยู่
ห่างไกลออกไป เชน่ การเชอื มตอ่ เครอื ขา่ ยระหว่างสาํ นกั งานทีอาจ
อยคู่ นละอาคารและมรี ะยะทางไกลกนั การเชอื มตอ่ เครอื ขา่ ยชนดิ นี
อาจใชส้ ายไฟเบอรอ์ อพตกิ หรือบางครงั อาจใชไ้ มโครเวฟเชอื มตอ่

5

กระบวนการถ่ายโอนหรือแลกเปลยี นขอ้ มลู กนั ระหว่างผสู้ ่งและ
ผรู้ บั โดยผา่ นชอ่ งทางสอื สาร เชน่ อปุ กรณอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์ หรือ
คอมพิวเตอรเ์ ป็ นตวั กลางในการสง่ ขอ้ มลู เพือใหผ้ สู้ ง่ และผรู้ บั
เกดิ ความเขา้ ใจซึงกนั และกนั

6

3

ระบบการสือสารขอ้ มลู มอี งคป์ ระกอบพืนฐาน 10/22/2020
5 องคป์ ระกอบ คือ
1.ผสู้ ง่ หรืออปุ กรณส์ ่งขอ้ มลู (Sender) เป็ นตน้ 7
ทางของการสอื สาร มหี นา้ ทีเตรียมขอ้ มลู ขา่ วสารเพือ
จัดสง่
2.ผรู้ บั หรืออปุ กรณร์ บั ขอ้ มลู (Receiver) เป็ น
ปลายทางของการสือสาร มหี นา้ ทีรบั ขอ้ มลู ขา่ วสารที
ผสู้ ง่ จดั สง่ มาให้

3.สือกลาง (Message) เป็ นเสน้ ทางการสอื สาร เพือนาํ ขอ้ มลู ขา่ วสารจากตน้ ทางไปยงั ปลายทาง
4.ขา่ วสาร (Sender) เป็ นสญั ญาณทสี ง่ ผา่ นไปในสือกลาง แบง่ ออกเป็ น 4 รปู แบบ คือเสยี ง (Voice) ขอ้ มลู
(Data) ขอ้ ความ (Text) รปู ภาพ (Image)
5.โพรโตคอล (Protocol) หมายถงึ กฎระเบยี บ หรอื ขอ้ ตกลงทใี ชใ้ นการสอื สารขอ้ มลู เพอื ใหผ้ รู้ บั และผสู้ ่งสามารถเขา้ ใจ
หรือพดู คยุ กนั ได้

8

4

10/22/2020

สญั ญาณทีใชใ้ นระบบการสอื สารขอ้ มลู 2 ประเภท คือ
 สญั ญาณอนาล็อก (analog signal)
 สญั ญาณดิจิทลั (digital signal)

9

 แบบขนาน

การสง่ แบบขนานนนั จะทาํ การสง่ ขอ้ มลู ทีละหลาย ๆ บิตเชน่ สง่
10011110 ทงั 8 บิต ออกไปพรอ้ มกนั โดยผา่ นสายสง่ ขอ้ มลู ทีมี
8 เสน้ ตวั อยา่ งการใชง้ านทีเห็นชดั ของการสง่ ขอ้ มลู แบบขนาน
เชน่ การตอ่ เครืองพมิ พเ์ ขา้ กบั เครืองคอมพิวเตอร์ ซึงปกตจิ ะใช้
สายยาว 5 เมตร ถึง 10 เมตรเท่านนั

 ขอ้ ดี คือ สง่ ขอ้ มลู ไดเ้ ร็วกวา่ แบบอนกุ รม

 ขอ้ เสีย คือ มรี าคาแพง

10

5

10/22/2020

แบบขนานแบบอนกุ รม
การสง่ ขอ้ มลู แบบอนกุ รม ขอ้ มลู จะถกู ส่งออก ไปทีละบิตตอ่ เนอื งกนั ไป
เชน่ ถา้ ขอ้ มลู คือ 10011110 เลข 0 ทางขวามอื สดุ เป็ นบิตที 1
เรียงลาํ ดบั ไปจนครบ 8 บิต โดยการสง่ นนั จะใชส้ ายสง่ เสน้ เดียวเทา่ นนั
ตวั อยา่ งการสง่ ขอ้ มลู แบบอนกุ รม เชน่ การตอ่ เทอรม์ นิ ลั เขา้ กบั
คอมพิวเตอรแ์ มท่ ีอย่หู ่างกนั สกั 100 เมตร ซึงทาํ ใหป้ ระหยดั สาย
ขอ้ ดี คือ มรี าคาถกู
ขอ้ เสยี คอื สง่ ขอ้ มลู ไดช้ า้ กวา่

11

สว่ นทีทาํ ใหเ้ กดิ การเชอื มตอ่ ระหวา่ งอปุ กรณต์ า่ งๆ เขา้ ดว้ ยกนั และ
อปุ กรณน์ ยี อมใหข้ า่ วสารขอ้ มลู เดนิ ทางผา่ น จากผสู้ ง่ ไปสผู่ รู้ บั

12

6

10/22/2020

ฮบั หรอื รีพีทเตอร์ (Hub, Repeater)
เป็ นอปุ กรณท์ ที วน และขยายสญั ญาณ เพือสง่ ตอ่ ไปยงั อปุ กรณอ์ นื ใหไ้ ดร้ ะยะทางทยี าวไกลขนึ ไม่
มีการเปลียนแปลงขอ้ มลู กอ่ นและหลงั การรบั -ส่ง และไมม่ กี ารใชซ้ อฟทแ์ วรใ์ ดๆ
สวิทช์ หรอื บริดจ์ (Switch, Bridge)
เป็ นอปุ กรณส์ าํ หรบั เชอื มตอ่ เครือขา่ ยทอ้ งถนิ หรอื แลน (LAN) ประเภทเดยี วกนั ใชโ้ ปรโตคอล
เดยี วกนั สองวงเขา้ ดว้ ยกนั เชน่ ใชเ้ ชอื มตอ่ อีเธอรเ์ น็ตแลน (Ethernet LAN) หรอื โทเคน
รงิ กแ์ ลน (Token Ring LAN) ทงั นี สวทิ ช์ หรือ บรดิ จ์ จะมีความสามารถในการเชอื มตอ่
ฮารด์ แวร์ และตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาด

13

เรา้ เตอร์ (Router)
เป็ นอปุ กรณท์ ที าํ งานคลา้ ย สวทิ ช์ แตจ่ ะสามารถเชอื มตอ่ ระบบทีใชส้ ือ หรอื สายสญั ญาณตา่ งชนดิ กนั ได้ เชน่ เชอื มตอ่ อีเธอรเ์ น็ต
แลน (Ethernet LAN) ทีสง่ ขอ้ มลู แบบ ยทู ีพี (UTP: Unshield Twisted Pair) เขา้ กบั อีเธอรเ์ น็ตอกี เครือขา่ ย แตใ่ ช้
สายแบบโคแอ็กเชยี ล (Coaxial cable) ได้ นอกจากนยี งั ชว่ ยเลือก หรอื กาํ หนดเสน้ ทางทีจะส่งขอ้ มลู ผา่ น และแปลงขอ้ มลู ให้
เหมาะสมกบั การนาํ สง่ แนน่ อนว่าการตดิ ตงั ยอ่ มยงุ่ ยากมากขนึ
เกทเวย์ (Gateway)
เป็ นอปุ กรณท์ มี ีความสามารถสงู สดุ ในการเชอื มตอ่ เครือขา่ ยตา่ งๆ เขา้ ดว้ ยกนั โดยไม่มีขดี จาํ กดั

14

7

10/22/2020

โมเดม (Modem)
MODEM มาจากคาํ เต็มวา่ Modulator – DEModulator ทาํ หนา้ ทีแปลงสญั ญาณ

ขอ้ มลู ดิจติ อล ทไี ดร้ บั จากเครืองสง่ หรือคอมพิวเตอร์ เป็ นสญั ญาณแบบอนาลอกกอ่ นทาํ การสง่ ไปยงั
ปลายทางตอ่ ไป โดยผา่ นเครือขา่ ยโทรศพั ท์ และเมือสง่ ถึงปลายทางกจ็ ะมโี มเด็มทาํ หนา้ ทแี ปลงสญั ญาณจาก
อนาลอกใหเ้ ป็ นดจิ ิตอล เพือใชก้ บั คอมพวิ เตอรป์ ลายทาง
มลั ติเพล็กซเ์ ซอร์ (Multiplexer)
วิธีการเชอื มตอ่ การสือสารระหวา่ งผรู้ บั และผสู้ ง่ ปลายทางทีงา่ ยทีสดุ คือ การเชอื มตอ่ แบบจดุ ตอ่ จดุ (Point
to Point) แตต่ อ้ งเสียคา่ ใชจ้ า่ ยสงู และใชง้ านไมเ่ ต็มที จึงมวี ิธีการเชอื มตอ่ ทียงุ่ ยากขนึ คอื การเชอื มตอ่ แบบ
หลายจดุ ซึงใชส้ ายสือสารเพียงเสน้ 802.3
คอนเซนเตรเตอร์ (Concentrator)
คอนเซนเตรเตอรเ์ ป็ นมลั ตเิ พล็กซเ์ ซอรท์ ีมปี ระสิทธิภาพสงู สามารถเพมิ สายหรือชอ่ งทางการสง่ ขอ้ มลู ไดม้ าก
ขนึ การสง่ ขอ้ มลู จะเป็ นแบบอซิงโครนสั

15

ฟรอนต์ – เอ็นโปรเซสเซอร์ FEP (Front-End Processor)
FEP เป็ นคอมพวิ เตอรท์ ใี ชเ้ ชอื มตอ่ ระหว่างโฮสตค์ อมพิวเตอร์ หรือมนิ คิ อมพวิ เตอรก์ บั อปุ กรณเ์ ครอื ขา่ ยสาํ หรบั
สือสารขอ้ มลู เชน่ โมเด็ม มลั ตเิ ล็กซเ์ ซอร์ เป็ นตน้ FEP เป็ นอปุ กรณท์ ีมหี นว่ ยความจาํ (RAM) และซอฟตแ์ วร์
สาํ หรบั ควบคมุ การทาํ งานเป็ นของตวั เองโดยมีหนา้ ทีหลกั คือ ทาํ หนา้ ทแี กไ้ ขขา่ วสาร เก็บขา่ วสาร เปลยี นรหัสรวบรวม
หรอื กระจายอกั ขระ ควบคมุ อตั ราความเร็วในการรบั สง่ ขอ้ มลู จดั ควิ เขา้ ออกของขอ้ มลู ตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาดในการ
สง่ ขอ้ มลู

อิมเู ลเตอร์ (Emulator)
อมิ เู ลเตอรเ์ ป็ นอปุ กรณท์ ที าํ หนา้ ทีเปลียนกล่มุ ขา่ วสารจากโปรโตคอลแบบหนงึ ไปเป็ นกลมุ่ ขา่ วสาร ซึงใชโ้ ปรโตคอลอกี
แบบหนงึ แตจ่ ะเป็ นอปุ กรณฮ์ ารด์ แวรห์ รอื เป็ นโปรแกรมซอฟตแ์ วรก์ ็ได้

16

8

10/22/2020

รพี ีตเตอร์ (Repeater)

เป็ นอปุ กรณท์ ใี ชส้ าํ หรบั ส่งสญั ญาณซาํ เพอื สง่ สญั ญาณตอ่ ไปนใี นระยะไกลป้ องกนั การขาดหายของสญั ญาณ ซึง
รปู แบบของเครอื ขา่ ยแตล่ ะแบบรวมทงั สายสญั ญาณทีใชเ้ ป็ นตวั กลางหรือสอื กลางแตล่ ะชนดิ จะมขี อ้ จาํ กดั ของระยะทาง
ในการส่ง ดงั นนั เมือตอ้ งการส่งสญั ญาณใหไ้ กลกวา่ ปกตติ อ้ งเชอื มตอ่ กบั รีพตี เตอรด์ งั กล่าว เพอื ทาํ ใหส้ ามารถสง่
สญั ญาณ ไดไ้ กลยงิ ขนึ

การด์ เครือขา่ ย (Network Adapter) หรอื การด์ LAN

เป็ นอปุ กรณท์ าํ หนา้ ทสี ือสารระหวา่ งเครอื งตา่ งกนั ไดไ้ ม่จาํ เป็ นตอ้ งเป็ นรนุ่ หรอื ยหี อ้ เดยี วกนั แตห่ ากซือพรอ้ มๆกนั ก็
แนะนาํ ใหซ้ ือร่นุ และยีหอ้ เดยี วกนั จะดกี วา่
และควรเป็ น การด์ แบบ PCI เพราะสามารถสง่ ขอ้ มลู ไดเ้ ร็วกว่าแบบ ISAและเมนบอรด์ ร่นุ ใหมๆ่ มกั จะไมม่ ี
Slot ISA ควรเป็ นการด์ ทีมคี วามเร็วเป็ น 100 Mbps
ซึงจะมีราคามากกว่าการด์ แบบ 10 Mbps ไม่มากนกั แตส่ ่งขอมลู ไดเ้ ร็วกวา่ นอกจากนคี ณุ ควรคาํ หนงึ ถงึ ขวั ตอ่ หรือ
คอนเน็กเตอรข์ องการด์ ดว้ ยโดยทวั ไปคอนเน็กเตอร์ ของการด์ LAN จะมีหลายแบบ เชน่ BNC , RJ-45 เป็ นตน้

17

9



รายงาน
เร่ือง การเลยี้ งสุกรในระบบเกษตรธรรมชาติ(หมูหลมุ )

เสนอ
นาย เกรียงศักด์ิ คงมน

จัดทาโดย
นาย ทรงศักด์ิ จติ รา เลขที่ 3
นาย วชั เรน เขตรรัตน์ เลขท่ี 8
ช้ันประกาศนียบตั รวิชาชีพช้ันสูง

รายงานนเี้ ป็ นส่วนหนึ่งของการศึกษาวชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การจัดการ
อาชีพ

ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2563
วทิ ยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง

อาเภอเมืองตรัง จงั หวดั ตรัง

1. การเลยี้ งสุกรแบบธรรมชาติ(หมหู ลุม)

2. การเลยี้ งสุกรในระบบเกษตรธรรมชาติ(หมหู ลมุ )

“หมหู ลมุ ” เป็นภาษาชาวบา้ นทเ่ี รียกการเล้ยี งหมูแบบขดุ หลุมลกึ โดยมวี สั ดรุ องพ้นื หลมุ ด้งั เดิมมาจาก
ประเทศเกาหลี มีแนวคิดตามหลักการของ “เกษตรกรรมธรรมชาติ” ซ่ึงเป็ นรูปแบบหน่ึงของระบบ
เกษตรกรรมยง่ั ยืน เป็นการเกษตรทไ่ี ม่เพยี งแต่คานึงถงึ ผลผลติ จากการเกษตรเทา่ น้นั แตม่ ีปรชั ญาแนวคดิ อยู่
เบ้ืองหลงั ของการทางาน เป็นการพฒั นารูปแบบการเกษตรทีเ่ ป็นมิตรตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม ความเป็นองคร์ วมของ
ระบบนิเวศน์ดา้ นการเกษตร วงจรชีวภาพห่วงโซ่อาหาร ดนิ พชื สัตว์ จลุ ินทรีย์ พลงั ธรรมชาตหิ มุนเวียนจาก
พลงั งานแสงแดด และนา้ นามาเป็นปัจจยั ในการปลกู พืช เล้ียงสัตวท์ เ่ี ก้ือกูลซ่ึงกนั และกนั พชื ทป่ี ลูกส่วนหน่ึง
นามาเล้ียงสัตว์ สัตว์ถ่ายมูลออกมาก็นาป๋ ุยมูลสัตว์มาเพ่ิมความอุดมสมบรูณ์ให้กับดินเพื่อการ ปลูกพืช
รวมถึงดา้ นเศรษฐกจิ และสังคมของทอ้ งถ่ิน และการพ่งึ พาตนเองในดา้ นการผลิตและการบริโภคขนาดเลก็
และขนาดกลาง ท่ีเหมาะสมกบั ทรัพยากรภูมิปัญญาในทอ้ งถ่ิน และวฒั นธรรมทมี่ ีในชุมชน โดยมีเป้าหมาย
เชิงนโยบายอยู่ท่ีการพัฒนาชนบท การฟ้ื นฟูสิ่งแวดลอ้ มและการพฒั นาอย่างยงั่ ยืน การอยู่ดีกินดีของคน
ชนบท และสุขภาพของประชากร น าไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจนในที่สุดปัจจุบนั การเล้ียงสุกรใน
ประเทศไทยได้มีการพฒั นาการเทคโนโลยีการเล้ียงท้ังด้านพันธุ์สัตว์ อาหารสัตว์การจัดการและการ
สุขาภบิ าล และระบบการเล้ียงสุกรพฒั นาไปสู่การเล้ยี งในระบบอุตสาหกรรม มีระบบการผลิต
ขนาดใหญ่ ในขณะเดยี วกนั ก็ยงั มีเกษตรกรรายย่อยที่เล้ียงสุกรรายละ 1-20 ตวั ตามหมบู่ า้ นอย่จู านวนมาก
เกษตรกรรายยอ่ ยดงั กลา่ วจาเป็นจะตอ้ งไดร้ บั ความรูใ้ นดา้ นการเล้ียงสุกรอยา่ งถูกตอ้ ง ซ่ึงจาเป็น ทีจ่ ะตอ้ ง
ยดึ แนวปฏบิ ตั ิในการจดั การเล้ียงสตั วท์ ว่ั ไป คือจะตอ้ งใหค้ วามสาคญั ตามหลกั การจดั การเล้ียงสตั วเ์ บ้ืองตน้
คือสุกรพนั ธุ์ดอี าหารดีโรงเรือนดี การจดั การสุขาภบิ าลและการป้องกนั โรคดีแลว้ ใชอ้ งคค์ วามรู้ ภูมิปัญญา
ท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมตามสภาพพ้ืนท่ีท่ีมีความแตกต่างด้านทรัพยากร เพ่ือจะได้นาไป
พฒั นาการเล้ียงสุกรให้มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกบั สภาพแวดลอ้ มและทรัพยากรในทอ้ งถิ่น ในการจดั การ
ฟาร์มได้รับการออกแบบมาเพ่ือลดตน้ ทุนในการผลิตได้ถึง 40% และใช้อาหารที่ทาข้ึนเอง 60 – 70% ซ่ึง
สามารถลดตน้ ทุนไดม้ าก เกษตรกรสามารถพ่ึงพาตนเองโดยยึดหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และยงั เป็น
การฟ้ื นฟอู งคค์ วามรูเ้ ดิมและถูมิปัญญาทอ้ งถิ่นมาปรับใชไ้ ดอ้ ย่างเหมาะสม ซ่ึงจะทารายไดใ้ หก้ บั ครอบครัว
อย่างมน่ั คงและยง่ั ยนื และยงั จะไดป้ ระโยชน์ในการใชท้ รพั ยากรอยา่ งคมุ้ ค่า และรักษาสภาพแวดลอ้ มท่ีดีไว้
ใหอ้ ยูค่ ู่ชุมชน

ข้อดขี องการเลยี้ งสุกรแบบธรรมชาติ(หมูหลุม)
1. สามารถใชว้ สั ดุต่าง ๆ ทม่ี อี ยตู่ ามธรรมชาติและในทอ้ งถ่ิน หาง่าย ราคาถกู
2. ไม่ก่อให้เกิดปัญหากบั สิ่งแวดลอ้ ม อนั เนื่องมาจากมลู สุกรและน้าเสีย
3. สามารถเล้ยี งในชมุ ชนไดเ้ น่ืองจากไม่มีปัญหาเร่ืองกลนิ่ เหมน็ จากมูลสุกรและแมลงวนั

4. ไม่ตอ้ งเสียค่าใชจ้ า่ ยในการลา้ งทาความสะอาดคอกและบาบดั น้าเสีย
5. มีระบบการหมนุ เวยี นท่เี กิดข้นึ ตามธรรมชาติในคอกหรือหลมุ สุกร
6. มูลสุกรและวสั ดุในหลุมซ่ึงถูกหมกั และย่อยสลายโดยจุลินทรียก์ ลายเป็นป๋ ยุ หมกั อย่างดนี าไปเป็นป๋ ยุ
ให้กบั พชื ปรบั ปรุงดนิ บารุงดนิ หรือจาหน่าย
7. ตน้ ทนุ การผลิตโดยเฉพาะตน้ ทนุ ดา้ นอาหารสามารถลดไดไ้ ม่ตา่ กวา่ 70 เปอร์เซน็ ต์
8. หลีกเล่ยี งการใชส้ ารเคมหี รือยาปฏชิ ีวนะ ท าให้ผลผลิตมีความปลอดภยั ตอ่ ผบู้ ริโภค
9. เพ่ือใชเ้ ป็นส่วนหน่ึงของการท าเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพยี งและระบบเกษตรอนิ ทรีย์

การสร้างคอกสาหรับเลยี้ งหมหู ลุม
คอกหมหู ลุมจะแตกตา่ งจากคอกหมูโดยทว่ั ไป คือ นอกจากมผี นงั ก้นั คอกแลว้ ยงั ขุดหลมุ ให้ลกึ ลงไป
ประมาณ 90 เซนติเมตร แลว้ นาวสั ดุท่ีย่อยสลายได้ใส่ลงไปทดแทนดินท่ีขุดออก ผนงั ก้ันคอกข้ึนอยู่กับ
เงินทุนท่ีดาเนินการอาจจะใช้ไมไ้ ผ่ ไมร้ ะแนง ไมย้ ูคาลิปตสั หรืออาจจะเป็ นผนงั อิฐบล็อกก็ไดโ้ ดยเนน้ ใช้
วสั ดทุ ่ีหาไดง้ ่ายราคาไมแ่ พงเกนิ ไป หรือผนงั อาจจะเป็นแบบไหนกไ็ ดท้ ี่สามารถป้องกนั ไม่ใหส้ ุกรออกจาก
คอกได้มีความแข็งแรงและอายุการใช้งานนานพอสมควร ไม่ตอ้ งซ่อมแซมบ่อยคร้ังเกินไป การขุดหลุม
ขนาดของหลมุ ข้ึนอยู่กบั จานวนสุกรท่จี ะเล้ียงโดยกาหนดสุกร 1 ตวั ใชพ้ ้ืนท่เี ล้ียงต้งั แต่เร่ิมจนถึงขาย 1.2-1.5
ตารางเมตร การขุดหลุมจะขุดหลมุ กอ่ นหรือหลงั การสรา้ งโรงเรือนกไ็ ดข้ ้นึ อยกู่ บั ความสะดวกในการทางาน

การเตรียมหลมุ และพนื้ คอกหมูหลมุ
ข้ันตอนการสร้างคอกสัตว์
1. ตอ้ งทาคอก และหลงั คาก่อน
2. ขดุ หลุมจากระดบั ดนิ ลงไป 40 ซม.
3. ใชอ้ ฐิ บล็อกก่อ 2 ช้นั ให้รอบดา้ น ถา้ ไมม่ ีอฐิ บล็อกใชไ้ มไ้ ผแ่ ทน
4. ทาบา่ จากอิฐบล็อก 20 ซม.
5. ขุดหลุมจากบา่ ลงไป 50 ซม.
6. แบ่งหลมุ ออกเป็น 2 ส่วน ๆ ละ 45 ซม.
ส่วนลา่ งรองพ้นื ดว้ ยวสั ดแุ หง้ เชน่ ข้ีเลอื่ ยหรือแกลบ หรือฟาง
แหง้ หรือใบไมแ้ หง้

การเลยี้ งและการจัดการหมูหลุม
การเล้ยี งสุกรแบบธรรมชาติ(หมหู ลุม) ถา้ จะให้ประสบความสาเร็จตอ้ งปฏบิ ตั ิใหถ้ ูกหลกั วิธีการ เชน่ การ
ดูแลสภาพทว่ั ไปของพ้ืนคอก การผสมอาหาร การกินอาหารของสุกรตลอดจนการจดั การและดูแลเรื่อง
สุขภาพของสุกร เป็นตน้ อาหารสาหรับเล้ยี งสุกรแบบธรรมชาติ (หมหู ลุม) จะเนน้ การใชว้ ตั ถุดบิ ที่มีอยู่ตาม
ธรรมชาติในชุมชนและทอ้ งถิ่นเป็ นหลกั ไดแ้ ก่ ผลไมแ้ ละพืชสีเขียวชนิดต่าง ๆ เช่น เศษผกั ต่าง ๆ หยวก
กล้วย ผกั บุง้ เถามนั เทศ เถาฟักทอง ผกั ตบชวา สาหร่าย มะละกอดิบ หน่อไม้สัปปะรด แตงโม ยอดมนั
สาปะหลงั ใบบอน ฯลฯ นามาหมกั เพ่ือเพิ่มปริมาณจลุ ินทรียใ์ นอาหาร ช่วยในการย่อยไดข้ องอาหาร แทน
การนามาตม้ เหมือนสมยั ก่อน ซ่ึงทาให้คุณค่าของอาหารจากธรรมชาติเหล่าน้นั ลดลง การนาเศษผกั 100
กิโลกรัม หมกั กับน้าตาลทรายแดงหรือกากน้าตาล 4 กิโลกรัมและผสมเกลือ 1 กิโลกรัม หมกั ในถงั ทง้ิ ไว7้
วนั จะไดผ้ กั หมกั ที่มีคณุ ภาพ โดยมีโปรตีน1 7.87 เปอร์เซ็นต์ ไขมนั 1.78 เปอร์เซ็นต์ พลงั งาน 3,500 กิโล
แคลลอรี่ตอ่ กิโลกรมั หากนาไปตากแห้งจะมี
โปรตนี 24.87 เปอร์เซ็นต์ สามารถนาไปทดแทนอาหารสาเร็จรูปไดถ้ ึง 50 เปอร์เซน็ ต์ หรืออาจนาไปผสมกบั
เปลือกหอยป่ น ราละเอียด ขา้ วโพดป่ น ใหส้ ุกรกินโดยไมต่ อ้ งใชอ้ าหารสาเร็จรูปเลยก็ได

การผลติ อาหารสัตว์ ( ทาได้ 2 ส่วน )
ส่วนผสมท่ี 1 การหมกั วตั ถดุ ิบ ( ตน้ กลว้ ย, ผกั สด ฯลฯ )
สูตร (50 : 2 : 0.5) 50 กิโลกรมั = ตน้ กลว้ ย, ผกั สด ฯลฯ (สดและสีเขียว)
2 กโิ ลกรัม = น้าตาลทรายแดง
0.5 กิโลกรมั = เกลือเม็ด (หรือเกลือทะเล)
วิธีทา
- หัน่ ตน้ กลว้ ยหรือผกั สดเป็นชิ้นๆ รวม 50 กโิ ลกรัม
- ในกรณีใชถ้ งั พลาสติก ปริมาตร 30 แกลลอน ใหแ้ บง่ ถงั ออกเป็น 4 ส่วน

การจดั กาจัดพนื้ คอก
หลงั จากเล้ยี งสตั วไ์ ด้ 1 อาทติ ย์ ใหใ้ ส่-ราด-พน่ (ใส่หัวเช้ือราขาว,ราดดว้ ยน้าหมกั
จุลนิ ทรีย์ 7 ชนิดอย่างละ 2 ชอ้ นกบั น้าตาลทรายแดง 4 ชอ้ น ผสมน้า1 ถงั สี,พ่นดว้ ยน้าหมกั จุลินทรีย์ 7 ชนิด
อย่างละ 2 ช้อนกับน้าตาลทรายแดง 4 ช้อน กับน้าหมกั ยาฆ่าแมลง 4 ช้อนผสมน้า 1 ถงั สี) ห่างกนั 3 – 5 – 7

วนั (หรือวนั ท่ี 3, วนั ท่ี 8, วนั ท่ี 15 ของเดือน เดือนพ้ืนคอกโดยเฉพาะบริเวณท่ีสุกรชอบถ่ายมลู และปัสสาวะ
จะช้ืนแฉะใหท้ าการตกั หรือเกลีย่ ลงกลางหลุมสลบั เอาส่วนที่แหง้ ใส่แทน สามารถทาไดต้ ามความเหมาะสม
ถ้าเห็นว่าบริเวณน้ันช้ืนแฉะเกินไปหลังจากพลิกกลับเอาวสั ดุในหลุมส่วนขา้ งล่างข้ึนมา จะพบว่าวสั ดุ
เหล่าน้นั ยงั แหง้ อาจจะใชน้ ้าหมกั จุลินทรียร์ ดอีกคร้งั หรือถา้ เล้ียงสุกรไปสกั พกั หน่ึงพ้ืนคอกจะทรุดตวั ลงก็
สามารถนาแกลบหรือข้เี ลอ่ื ยใส่เพ่ิมลงไปอีกได้ จนเต็มขอบหลมุ และใชน้ ้าหมกั จลุ นิ ทรียร์ ดอีกคร้งั โรงเรือน
และสภาพแวดลอ้ มโดยทวั่ ไป ตอ้ งโล่ง โปร่งอากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก จะทาใหส้ ุกรอยู่อย่างสบายไมเ่ ครียด มี
ผลทาใหก้ ารเจริญเตบิ โต และสุขภาพของสุกรดอี กี ดว้ ย

3. อธบิ ายเหตุผลเกย่ี วกับการทาการเกษตรอนิ ทรีย์ในเรื่องทีต่ วั เองสนใจ: อธิบายในคาบเรียน
4.โปรแกรมท่ีใช้ในสืบค้นข้อมูล: https://www.google.co.th/?hl=th
5.บอกวิธีการค้นหาข้อมูลบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต:การหาทาง https://www.google.co.th/?hl=thคน้ หา
ขอ้ มูล
6. อ้างองิ เวบ็ แหล่งท่ีมาข้อมลู ทสี่ ืบค้น:http://km.dld.go.th/th/images/stories/kpi/2557/region5/pig1.pdf



ใบงานที่ 4

ตอนที่ 1 ใหน้ ักศึกษาตอบคำถามใหถ้ ูกตอ้ งและสมบรู ณ์
1. จงอธบิ ายความหมายของโปรแกรมประมวลผลคำ

โปรแกรมการประมวลผลคำ (Word Processing) เปน็ การนำหลายๆคำมาเรยี งกันให้อยู่ในรูปแบบท่ี
กำหนด ซง่ึ เราสารารถกำหนดไดว้ า่ จะมีกีตัวอกั ษรต่อหน่งึ บรรทดั หรือหนา้ ละกบี่ รรทัด กน้ั ระยะหนา้ หลังเทา่ ไร
และสามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้สะดวกจนกวา่ จะพอใจแล้วจงึ ส่งั พมิ พเ์ อกสารนั้น ๆ ออกมากช่ี ดุ ก็ได้ ซง่ึ เอกสารทไ่ี ด้
จะเหมอื นกนั ทกุ ประการโปรแกรมหรือชุดคำสั่งที่เราสามารถทำงานเอกสารและสงั่ งานต่าง ๆนไ้ี ดม้ ชี ่อื เรียกวา่
โปรแกรมเวริ ด์ โพรเซสเซอร์ (Word Processor Program)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จงอธบิ ายความสำคญั ของโปรแกรมประมวลผลคำ

ปัจจบุ ันสำนกั งานทัง้ ในภาครฐั และเอกชนไดม้ กี ารนำโปรแกรมประมวลผลคำเขา้ มาใชใ้ นการพิมพเ์ อกสาร
และรายงานตา่ ง ๆ แทนเครอ่ื งพิมพด์ ดี ีมากขึน้ ทัง้ นจ้ี ากความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอรโ์ ดยเฉพาะอยา่ ง
ย่ิงการพฒั นาความสามารถของตวั ประมวลผลหรอื โพรเซสเซอร์ (Processor) และประสิทธภิ าพการเก็บขอ้ มลู ของ
หนว่ ยงานเก็บข้อมูลสำรองตา่ ง ๆ เชน่ ฮาร์ดดิสก,์ ดสิ ก์เกตต์ ทีม่ ีความสงู ขน้ึ รวมถึงการผลติ เคร่ืองพิมพ์
(Printer) ความเร็วสงู ประกอบกบั ราคาเครื่องคอมพวิ เตอรม์ ีราคาถกู ลงแตม่ ปี ระสทิ ธภิ าพการทำงานสูงขนึ้ จึงทำให้
สำนักงานตา่ ง ๆหนั มาใชเ้ ครอื่ งคอมพิวเตอรเ์ ขา้ มาชว่ ยในการประมวลผลขอ้ มูลตลอดจนการจัดทำเอกสารและ
รายงานตา่ ง ๆโดยผา่ นโปรแกรมประมวลผล (Word Processor) ทำใหบ้ ุคคลในสำนักงานมเี คร่ืองมือช่วยอำนวย
ความสะดวกในการพิมพ์เอกสารบทความตลอดจนรายงานต่าง ๆไดอ้ ย่างรวดเรว็ โดยสามารถจัดขอ้ ความและเเบ
ตัวอักษรแกไ้ ขเพม่ิ เติมปรับปรงุ แทรกข้อความรวมขอ้ ความหรือเอกสารจัดขอบกระดาษและตรวจดูเอกสารกอ่ นท่ี
จะทำการพิมพ์เอกสารจริงออกมาทางเครือ่ งพิมพไ์ ดน้ อกจากน้ียังสามารถเกบ็ บนั ทึกข้อความเอกสารต่าง ๆ
ตลอดจนเรียกใชง้ านแฟ้มขอ้ มลู ได้เกบ็ ไว่ในสอ่ื บนั ทกึ ข้อมลู ต่าง ๆ เช่น ฮารด์ ดสิ ก,์ ดสิ กเ์ กตต์ และซดี รี อม ฯลฯ
ขนึ้ มาใช้งานในภายหลงั ไดท้ ำการทำงานกบั เอกสารสะดวกและรวดเรว็ มากยงิ่ ขึ้น
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ประโยชนข์ องโปรแกรมประมวลผลคำมอี ะไรบา้ ง

1.ช่วยให้การจัดเก็บและคน้ หาเอกสารมีความรวมเรว็ มากขนึ้ เพราะงานเอกสารต่าง ๆจะถกู จัดเก็บเปน็
แฟ้มข้อมลู ลงในสอื่ บนั ทึกข้อมลู ต่าง ๆ และสามารถค้นหาและเรยี กใช้งานได้สะดวกและรวมเรว็

2.ช่วยลดปรมิ าณกระดาษท่ีจัดเก็บทำใหป้ ระหยดั พนื้ ท่ีในการเก็บเอกสารเพราะเอกสารจะถกู เก็บเอกสารอย่ใู น
ส่ือบันทกึ ข้อมลู ต่าง ๆ ทมี่ ีขนาดเลก็ แตม่ ีความจุในการกบ็ ข้อมลู ไดเ้ ปน็ จำนวนมาก

3.ช่วยลดขน้ั ตอนในการจัดทำเอกสาร เชน่ ถา้ ตอ้ งการส่งจดหมายทมี่ ีขอ้ ความเหมือนกันไปใหผ้ ู้รับ
จดหมายเปน็ จำนวนมากอาจทำไดโ้ ดยการจดั ทำจดหมายเวยี นซ่งึ มีขน้ั ตอนการทำที่สะดวกและรวดเร็วซ่งึ ถ้าหากใช้
เครอื่ งพิมพด์ ีดกอ็ าจจะต้องเสียเวลาในการจดั ทำมาก

4.ชว่ ยประหยัดเวลาและคา่ ใชจ้ า่ ยในการจัดพิมพ์
5.ชว่ ยสร้างเอกสารให้มคี วามสวยงาม ทง้ั นเี้ พราะผูใ้ ช้สามารถนำรปู ภาพรปู วาด ภาพกราฟิกต่าง ๆ มา
แทรกลงในเอกสารได้โดยตรง
6.ช่วยให้การทำงานกับเอกสารถกู ตอ้ งและมขี ้อผิดพลาดลดนอ้ ยลงเพราะผใู้ ช้งานสามารถตรวจสอบความ
ถกู ตอ้ งของเอกสารได้โดยตรงบนหน้าจอจนพอใจจึงจะส่งั พิมพเ์ อกสารออกทางเครอ่ื งพิมพ์หรอื อาจใชร้ ะบบการ
ตรวจสอบคำผดิ แบบอัตโนมตั ใิ นการตรวจสอบการสะกดคำหรอื ไวยากรณข์ องภาษาก็ได้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ความสามารถของโปรแกรมประมวลผลคำมีอะไรบา้ ง
1. การดาเนินการตามมาตรฐานเก่ียวกบั การป้อนและแกไ้ ขขอ้ มูล
2. การดาเนินการตามมาตรฐานเก่ียวกบั รูปแบบการพิมพ์
หนา้
3. การดาเนินการข้นั สูง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ตอนที่ 2 จากภาพต่อไปน้ีให้นกั ศกึ ษาบอกส่วนประกอบของหนา้ ต่างโปรแกรม Microsoft Word
2019

1.แท็บเคร่ืองมอื ดว่ น ( Quick Access Toolbar ) เป็นแถบเครอื่ งมอื เพื่อใหส้ ามารถเรยี กใชง้ านไดอ้ ยา่ งรวดเรว็
ผูใ้ ชย้ งั สามารถเพิ่มปมุ่ คำสง่ั ทใ่ี ชง้ านบ่อย ๆไว้ทีแ่ ถบน้ีไดด้ ้วย
2.แท็บคำส่ัง (Menu Bar) เป็นเมนคู ำสัง่ หลกั ของโปรแกรมซ่งึ แบง่ ออกเปน็ หมวดหมู่ เพอื่ ใหง้ า่ ยต่อการใชง้ าน
3.ช่ือแฟ้ม และ โปรแกรม (Title Bar) เป็นส่วนทแ่ี สดงชอ่ื ของโปรแกรมและชอื่ ไฟลเ์ อกสารท่เี รากำลงั ใชง้ านอยู่
4.แถบRibbon เป็นแถบที่รวบรวมคำสัง่ ตา่ ง ๆ ของเมนหู รอื ทลู บาร์ เพอ่ื ให้ผใู้ ชเ้ ลือกใช้งานงา่ ยข้นึ
5.ลงชื่อเข้า
6.ปุ่มปรบั รูปแบบการแสดงแถบรบิ บอน
7.ปมุ่ ควบคมุ หน้าต่างโปรแกรม (Control Menu) เป็นป่มุ จัดการกับต่างโปรแกรมท่ีเปิดใชง้ นอยู่ ประกอบด้วยปมุ่
ซ่อนหน้าต่าง (Minimize) ปมุ่ ยอ่ ขนาดหน้าต่าง (Restore Down) หรือปุ่มขยายขนาดหนา้ ต่าง (Maximize) และ
ปุม่ ปดิ หน้าต่างโปรแกรม (Close)
8.แถบไม้บรรทดั ( Ruler ) เปน็ แถบแสดงมุมมองไมบ้ รรทัด
9.เคอรเ์ ซอรแ์ สดงตำแหนง่ พิมพ์ (Cursor) ตวั กะพรบิ เลก็ ๆ บนจอภาพ ทำหน้าทบ่ี อกให้เราทราบว่าตวั อกั ขระที่
เราจะปอ้ นตัวตอไปปรากฏอยู่ที่ใด
10.แท็บสถานะ(Status Bar) แสดงสถานะการทำงานปจั จุบนั บนหน้าจอ
....................................................................................................................................................................................

ตอนท่ี 3 ใหน้ กั ศึกษาปฏิบตั ติ ามคส่ังต่อไปน้ี
1. เข้าสูโ่ ปรแกรม Microsoft Word และสรา้ งเอกสารใหม่ โดยพิมพข์ อ้ ความตามทก่ี ำหนดให้ จดั รปู แบบราชการ
พรอ้ มท้งั บันทึกไฟล์เอกสารช่อื ใบงานท่ี 4 การพมิ พ์หนังสอื ราชการ

ประกาศมหาวทิ ยาลยั เกษตร์ศาสตร์

เร่ือง กาหนดรหสั วและบตั รประจากบั หนงั สือราชการของมหาวทิ ยาลยั เกษตรมศาสตร์
วทิ ยาลยั เขตเฉลิมพระเกียรติ จงั หวดั สกลนคร
--------------------------

อนุสนธิประกาศสภามมหาวมิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ เร่ือง การจดั ต้งั คณะ สานกั และสานกั -
งานวทิ ยาลยั เขต ที่จงั หวดั สกลนคร และประกาศสภาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ เร่ือง กาหนดเขตการศึกษา
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จงั หวดั สกลนคร ใหเ้ ป็นวิทยาเขต ลงวนั ที่ 23
พฤษภาคม 2543 โดยใหม้ ีผลวนั ที่ 8 และ 9 มิถุนายน 2543 ตามลาดบั แลว้ น้นั

เพ่ือใหก้ ารบริหารเอกสารดาเนินไปดว้ ยความเรียบร้อย และเป็นไปตามระเบียบสานกั

นายกรัฐมนตรีวา่ ดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ 2526 มหาวิทยาเกษตรศาสตร์จึงใหย้ กเลิกรหสั และเลขประจากากบั

หนงั สือราชการ ท่ี ทม 0401.25 ของสานกั โครงการจดั ต้งั วิทยาลยั เขตสกลนคร (ภูพานกาญจนามภิเษก)

ช่ือเดิม การเปล่ียนชื่อพระราชทาน มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จงั หวดั

สกลนคร ตามประกาศลงวนั ท่ี 27 พฤษภาคม พ.ศ 2539 และกาหนดรหสั และเลขประจากากบั หนงั สือ

ราชการของวทิ ยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จงั หวดั สกลนคร ดงั น้ี

สานกั งานวิทยาเขต ท่ี มท 0470/

คณะทรัพยากรธรรมชาตและอุตสาหกรรมเกษตร ท่ี มท 0471/

คณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ท่ี มท 0472/

คณะศิลปะศาสตร์และวิทยาการจดั การ ที่ มท 0473/

สานกั วทิ ยบริการ ที่ มท 0474

ท้งั น้ีต้งั แต่วนั ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2543 เป็นตน้ ไป

ประกาศ ณ วนั ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2543

( นาย วชั เรน เขตรรัตน์ )
อธิการบคีมมหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์



แฟ้มสะสมผลงาน

วชิ า เทคโนโลยสี รสนเทศ
เพื่อการจัดการอาชีพ
สาขาวชิ า
ประจาปี การศึกษา 2563

โดย
นาย วชั เรน เขตรรัตน์
รหสั นักศึกษา 63305030010

วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยตี รัง
สถาบนั การอาชีวศึกษาเกษตรภาคใต้



รายการ ค่าใชจ้ า่ ยหมนุ เวยี นในรอบปี ปี ท่ี 5 ปี ท่ี 6 ปี ท่ี 7
คา่ ดายหญา้ ปี ที่ 1 ปี ท่ี 2 ปี ท่ี 3 ที่ 4 6,000 5,000 5,000
คา่ ยาฆา่ แมลง 10,000 10,000 8,000 7,000 45,000 45,000 45,000
ค่าป่ ุยคอก-เคมี 17,000 24,000 31,000 40,000 40,000 40,000 40,000
คา่ น้ามนั เช้ือเพลิง 18,000 24,000 31,000 38,000 30,000 30,000 30,000
คา่ แรงงานประจา 30,000 30,000 30,000 30,000 28,800 30,000 30,000
ค่าโกยลน 24,000 25,500 26,400 28,800 7,000 7,000 7,000
คา่ ตดั แต่งก่ิง-อื่น ๆ 5,000 5,000 5,000
คา่ ซ่อมแซมอูปกรณ์ 7,000 7,000 7,000 7,000 2,000 2,000 2,000
คา่ พาหนะติดตอ่ - 2,000 4,000 5,000 5,000 5,000 5,000
รวม
เฉล่ีย 2,000 2,000 2,000 2,000 168,800 169,000 169,000
5,000 5,000 5,000 5,000 18,756 18,778 18,778
113,000 129,500 144,400 162,800
14,125 14,389 16,044 18,089

ตารางการหาค่าผลรวมโดยการคานวณ

รหัสวชิ า ช่ือวชิ า ห ่นวยการเ ีรยน
คะแนนระห ่วางภาค
คะแนนปลายภาค

คะแนนรวม
ผลการเ ีรยน

ดร 221 ดนตรีสากล 2 69 21 90 4
90 4
บห 300 การบริหาร 1.5 72 18 90 4
70 3
จศ 202 จิตวิทยาพฒั นาการ 1 66 24 72 3
94 4
นน 301 แนะแนวเบ้ืองตน้ 2 55 15 85 4

ทน 301 เทคโนฯ ดารศึกษา 1 56 16

สข 412 สวสั ดิการ 0.5 71 23

วผ 401 วดั ผลการเรียนรู้ 2.5 63 22



รายงานผลการเรียนของนกั ศึกษาช้นั ปวส. 1/2556

รายวิชา โปรแกรมสาเร็จรูปในงานอาชีพ

ท่ี รหสประจาตวั ชื่อ-สกุล ทดสอบ ทดสอบ สอบ
คร้ังท่ี 1 คร้ังที่ 2 ปลายภาค

1 5632040001 นางสาวชยาภรณ์ ทองทว้ ม 56 67 55

2 5632040002 นางสาวชาลิสา ดอนมอญ 76 87 87

3 5632040003 นางสาวทกั ษพร พรรณโรน์ 45 79 69

4 5632040004 นางสาวพรนภา เสโส 95 99 99

5 5632040005 นางสาวพรพิมล เกตแุ กว้ 86 48 43

6 5632040006 นางสาวพิศมยั อ่ึงฮวบ 90 62 62

7 5632040007 นางสาวสิรีธร เฉิดสกลุ กิจ 67 71 74

8 5632040008 นางสาวเสาวลกั ษณ์ พลูสวสั ด์ิ 87 89 81

9 5632040009 นายกฤชฤทธ์ิ ลอยประดิษฐ์ 54 68 77

10 5632040010 นายฐาปกรณ์ จารุวรวฒั น์ 52 60 65

11 5632040011 นายฐิตินนั ท์ ตามะณี 55 75 80

12 5632040012 นายเทวินทร์ มโี ม 65 80 85

13 5632040013 นายกมลวฒั น์ พ่ึงฤทธ์ิ 75 70 80

14 5632040014 นายพิพฒน์ รุจิสิทธิโรจน์ 90 85 96

15 5632040015 นายไพฑูรย์ สมบรูณ์ 80 75 78

คะแนนสุงสุด 95 99 99

คะแนนต่าสุด 45 48 43

คะแนนเฉล่ีย 71.5333333 74.333333 75.4

ค่าส่วนเบี่ยงมาราฐาน 16.3788481 12.893335 14.850685

คะแนน

รวม

178
250
193
293
177
214
212
257
199
177
210
230
225
271
233
293
293
221.2666667

35.15367623

ตารางอุณหภูมคิ อกสตั ว์

รหสั คอก ช่ือคอก อุณหภมู ิท่ีวดั ได้ ผล

1001 ไก่ไข่ 90 สูงสุด

1002 ไก่เน้ือ 80 สูง

1003 โคเน้ือ 70 ปานกลาง

1004 โคนม 60 ปกติ

1005 แพะ 45 ต่ามากติดลบ

1006 นก 0 ต่ามากติดลบ

 


Click to View FlipBook Version