อาเซียน (ASEAN) เป็นการรวมตวั กนั ของ 10 ประเทศ ในทวปี เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ ผนู้ าอาเซียน
ไดร้ ่วมลงนามในปฎิญญาวา่ ดว้ ย ความร่วมมืออาเซียนเห็นชอบ ใหจ้ ดั ต้งั ประชาคมอาเซียน (ASEAN
Community) คือ เป็นองคก์ รระหวา่ งประเทศ ระดบั ภมู ิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ มีจุดเร่ิมตน้ โดยประเทศ
ไทย มาเลเซีย และฟิ ลิปปิ นส์ ไดร้ ่วมกนั จดั ต้งั สมาคมอาสา (Association of South East Asia) เม่ือเดือน ก.ค.
2504 เพื่อการร่วมมือกนั ทาง เศรษฐกิจ สังคมและวฒั นธรรม แต่ดาเนินการ ไปไดเ้ พียง 2 ปี ก็ตอ้ งหยดุ ชะงกั
ลง เน่ืองจากความผกผนั ทางการเมืองระหวา่ งประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย จนเมื่อมีการฟ้ื นฟู
สมั พนั ธ์ทางการฑตู ระหวา่ งสองประเทศ
จึงไดม้ ีการแสวงหาหนทางความร่วมมือกนั อีกคร้ัง และสาเร็จภายในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) แต่ตอ่ มา
ไดต้ กลงร่นระยะเวลาจดั ต้งั ใหเ้ สร็จในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) ในปี น้นั เองจะมีการเปิ ดกวา้ งใหป้ ระชาชนในแต่
ละประเทศสามารถเขา้ ไปทางานในประเทศ อ่ืน ๆ ในประชาคมอาเซียนไดอ้ ยา่ งเสรี เสมือนดงั เป็นประเทศ
เดียวกนั ซ่ึงจะมีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและการมีงานทาของคนไทย
ความเป็ นมาของอาเซียน
สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations หรือ
ASEAN) ก่อต้งั ข้นึ โดยปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) หรือ ปฏิญญาอาเซียน (ASEAN
Declaration) เมื่อวนั ท่ี 8 สิงหาคม 2510 โดยมีประเทศสมาชิก 5 ประเทศ ประกอบดว้ ย อินโดนีเซีย
มาเลเซีย ฟิ ลิปปิ นส์ สิงคโปร์ และไทย ซ่ึงผแู้ ทนท้งั 5 ประเทศ ประกอบดว้ ย
- นายอาดมั มาลิก (รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย)
- นายตุน อบั ดุล ราชกั บิน ฮุสเซน (รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีกระทรวง
พฒั นาการแห่งชาติมาเลเซีย)
- นายนาซิโซ รามอส (รัฐมนตรีต่างประเทศฟิ ลิปปิ นส์)
- นายเอส ราชารัตนมั (รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโ์ ปร์)
- พนั เอก (พิเศษ) ถนดั คอมนั ตร์ (รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการตา่ งประเทศของไทย)
เพอ่ื ส่งเสริมความร่วมมือทางดา้ นการเมือง เศรษฐกิจและสงั คม ของประเทศในภูมิภาคเอเชีย
ตะวนั ออกเฉียงใต้ ต่อมามีประเทศสมาชิกเพิ่มเติม ไดแ้ ก่ บรูไนดารุส-ซาลาม เวยี ดนาม ลาว เมียนมาร์
และกมั พูชา ตามลาดบั จึงทาใหป้ ัจจุบนั อาเซียน มีสมาชิก 10 ประเทศ
“อาเซียน” สู่การเป็ นประชาคมอาเซียน ในปี 2558
ปัจจุบนั บริบททางการเมือง เศรษฐกิจ และสงั คม รวมท้งั ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งประเทศได้
เปล่ียนแปลงไปอยา่ งมาก ทาใหอ้ าเซียนตอ้ งเผชิญ สิ่งทา้ ทายใหม่ๆ อาทิ โรคระบาด การก่อการร้าย ยา
เสพติด การคา้ มนุษย์ ส่ิงแวดลอ้ ม ภยั พิบตั ิ อีกท้งั ยงั มีความจาเป็นตอ้ งรวมตวั กนั เพื่อเพม่ิ อานาจต่อรองและ
ขดี ความสามารถทางการแข่งขนั กบั ประเทศในภูมิภาคใกลเ้ คยี ง และในเวทีระหวา่ งประเทศ ผนู้ าอาเซียนจึง
เห็นพอ้ งกนั วา่ อาเซียนควรจะร่วมมือกนั ใหเ้ หนียวแน่น เขม้ แขง็ และมนั่ คงยง่ิ ข้นึ จึงไดป้ ระกาศ “ปฏิญญาวา่
ดว้ ยความร่วมมือในอาเซียน ฉบบั ท่ี 2” (Declaration of ASEAN Concord II) ซ่ึงกาหนดใหม้ ีการสร้าง
ประชาคมอาเซียนท่ีประกอบไปดว้ ย 3 เสาหลกั ไดแ้ ก่
- ประชาคมการเมืองและความมนั่ คงอาเซียน (ASEAN Political and Security Community - APSC) ม่งุ
ใหป้ ระเทศกลมุ่ สมาชิกอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสนั ติสุข แกไ้ ขปัญหาระหวา่ งกนั โดยสันติวิธี มีเสถียรภาพและความ
มน่ั คงรอบดา้ น เพ่ือความมนั่ คงปลอดภยั ของเหล่าประชาชน
- ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community - AEC) มุ่งเนน้ ให้เกิดการรวมตวั กนั
ทางเศรษฐกิจ และความสะดวกในการติดตอ่ คา้ ขายระหวา่ งกนั เพอ่ื ใหป้ ระเทศสมาชิกสามารถแขง่ ขนั กบั ภูมิภาค
อื่นๆไดโ้ ดย
- ประชาคมสังคมและวฒั นธรรมอาเซียน (ASEAN Socio - Cultural Community - ASCC) มุง่ หวงั ให้
ประชากรอาเซียนมีสภาพความเป็นอยทู่ ี่ดี มีความมน่ั คงทางสงั คม มีการพฒั นาในทุกๆ ดา้ น และมีสงั คมแบบ
เอ้ืออาร โดยจะมีแผนงานสร้างความร่วมมือ 6 ดา้ น คือ การพฒั นาทรัพยากรมนุษย์ การคุม้ ครองและสวสั ดิการ
สังคม สิทธิและความยตุ ิธรรมทางสงั คม ความยงั่ ยนื ดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม การสร้างอตั ลกั ษณ์อาเซียน การลดช่องวา่ ง
ทางการพฒั นา
ซ่ึงตอ่ มาผนู้ าอาเซียนไดต้ กลงใหม้ ีการจดั ต้งั ประชาคมอาเซียนใหแ้ ลว้ เสร็จเร็วข้ึนมาเป็นภายในปี 2558
ประวตั ิการก่อต้งั อาเซียน
ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) คือ การรวมตวั ของกล่มุ ประเทศสมาชิกอาเซียนใหเ้ ป็น
ชุมชนท่ีมีความแขง็ แกร่ง สามารถสร้างโอกาสและรับมือส่งทา้ ทา้ ย ท้งั ดา้ นการเมืองความมน่ั คง เศรษฐกิจ
และภยั คุกคามรูปแบบใหม่ โดยสมาชิกในชุมชนมีสภาพความเป็นอยทู่ ่ีดี สามารถประกอบกิจกรรมทาง
เศรษฐกิจไดอ้ ยา่ งสะดวกมากยงิ่ ข้ึน และสมาชิก ในชุมชนมีความรู้สึกเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั
จดุ ประสงค์หลกั ของอาเซียน
ปฏิญญากรุงเทพฯ ไดร้ ะบวุ ตั ถปุ ระสงคส์ าคญั 7 ประการของการจดั ต้งั อาเซียน ไดแ้ ก่
1. ส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ในทางเศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม
เทคโนโลยี วทิ ยาศาสตร์ และการบริหาร
2. ส่งเสริมสนั ติภาพและความมน่ั คงส่วนภมู ิภาค
3. เสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจพฒั นาการทางวฒั นธรรมในภูมิภาค
4. ส่งเสริมใหป้ ระชาชนในอาเซียนมีความเป็นอยแู่ ละคุณภาพชีวิตที่ดี
5. ใหค้ วามช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ในรูปของการฝึกอบรมและการวิจยั และส่งเสริมการศึกษาดา้ น
เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
6. เพ่ิมประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยายการคา้ ตลอดจนการปรับปรุงการขนส่ง
และการคมนาคม
7. เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกบั ประเทศภายนอก องคก์ าร ความร่วมมือแห่งภูมิภาคอื่นๆ และ
องคก์ ารระหวา่ งประเทศ
ภาษาอาเซียน
ภาษาทางการท่ีใชใ้ นการติดต่อประสานงานระหวา่ งประเทศสมาชิก คือ ภาษาองั กฤษ
คาขวัญของอาเซียน
"หน่ึงวสิ ยั ทศั น์ หน่ึงเอกลกั ษณ์ หน่ึงประชาคม”
(One Vision, One Identity, One Community)
อตั ลกั ษณ์อาเซียน
อาเซียนจะตอ้ งส่งเสริมอตั ลกั ษณ์ร่วมกนั ของตนและความรู้สึกเป็นเจา้ ของในหม่ปู ระชาชนของตน
เพือ่ ใหบ้ รรลชุ ะตา เป้าหมาย และคุณค่าร่วมกนั ของอาเซียน
สัญลกั ษณ์อาเซียน
คอื ดวงตราอาเซียนเป็นรูปมดั รวงขา้ ว สีเหลืองบนพ้นื วงกลมสีแดงลอ้ มรอบดว้ ยวงกลมสีขาว และสี
น้าเงิน รวงขา้ วสีเหลือง 10 ตน้ หมายถึง ความใฝ่ฝันของบรรดาสมาชิกในเอเซียตะวนั ออกเฉียงใตท้ ้งั
10 ประเทศ ใหม้ ีอาเซียนที่ผูกพนั กนั อยา่ งมีมิตรภาพและเป็นหน่ึงเดียววงกลม เป็นสญั ลกั ษณ์แสดงถึงเอกภาพ
ของอาเซียนตวั อกั ษรคาวา่ asean สีน้าเงิน อยใู่ ตภ้ าพรวงขา้ ว แสดงถึงความมุ่งมน่ั ท่ีจะทางานร่วมกนั เพื่อความ
มนั่ คง สนั ติภพ เอกภาพ และความกา้ วหนา้ ของประเทศสมาชิกอาเซียน
สีเหลือง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง
สีแดง หมายถึง ความกลา้ หาญและการมีพลวตั ิ
สีขาว หมายถึง ความบริสุทธ์ิ
สีน้าเงิน หมายถึง สันติภาพและความมน่ั คง
ธงอาเซียน
ธงอาเซียนเป็นธงพ้ืนสีน้าเงิน มีดวงตราอาเซียนอยตู่ รงกลาง แสดงถึงเสถียรภาพ สนั ติภาพ ความ
สามคั คี และพลวตั ของอาเซียน สีของธงประกอบดว้ ย สีน้าเงิน สีแดง สีขาว และสีเหลือง ซ่ึงเป็นสีหลกั ในธง
ชาติของบรรดาประเทศสมาชิกของอาเซียนท้งั หมด
วันอาเซียน
ใหว้ นั ที่ 8 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวนั อาเซียน
เพลงประจาอาเซียน (ASEAN Anthem)
คอื เพลง ASEAN WAY เป็นผลงานจากประเทศไทยที่ชนะเลิศจากการแขง่ ขนั ระดบั ภมู ิภาคอาเซียน
ประพนั ธ์โดย นายกิตติคณุ สดประเสริฐ (ทานอง และ เรียบเรียง) ไดเ้ ริ่มใชบ้ รรเลงอยา่ งเป็นทางการคร้ังแรกใน
พิธีเปิ ดการประชุมสุดยอดอาเซียน คร้ังท่ี 14 ในวนั ที่ 28 กุมภาพนั ธ์ 2552 ท่ีอาเภอหวั หิน จงั หวดั
ประจวบคีรีขนั ธ์
กฎบตั รอาเซียน
กฎบตั รอาเซียน กาหนดให้อาเซียนและประเทศสมาชิกปฏิบตั ิตามหลกั การดงั ต่อไปน้ี
1. เคารพเอกราช อธิปไตย ความเสมอภาค บูรณภาพแห่งดินแดน และอตั ลกั ษณ์แห่งชาติของรัฐ
สมาชิกอาเซียนท้งั ปวง
2. ผกู พนั และรับผิดชอบร่วมกนั ในการเพิ่มพูนสันติภาพ ความมนั่ คง และความมงั่ คงั่ ของภมู ิภาค
3. ไม่รุกรานหรือข่มขวู่ า่ จะใชก้ าลงั หรือการกระทาอื่นใดในลกั ษณะที่ขดั ต่อกฎหมายระหวา่ งประเทศ
4. ระงบั ขอ้ พิพาทโดยสนั ติ
5. ไมแ่ ทรกแซงกิจการภายในของรัฐสมาชิกอาเซียน
6. เคารพสิทธิของรัฐสมาชิกทกุ รัฐในการธารงประชาชาติของตนโดยปราศจากการแทรกแซง การ
บอ่ นทาลาย และการบงั คบั จากภายนอก
7. ปรึกษาหารือท่ีเพิ่มพนู ข้ึนในเรื่องท่ีมีผลกระทบอยา่ งร้ายแรงตอ่ ผลประโยชน์ร่วมกนั ของอาเซียน
8. ยดึ มน่ั ต่อหลกั นิติธรรม ธรรมาภิบาล หลกั การประชาธิปไตยและรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ
9. เคารพเสรีภาพพ้ืนฐาน การส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน และการส่งเสริมความยตุ ิธรรมทาง
สังคม
10. ยดึ ถือกฎบตั รสหประชาชาติและกฎหมายระหวา่ งประเทศ รวมถึงกฎหมายมนุษยธรรมระหวา่ ง
ประเทศ ท่ี รัฐสมาชิกอาเซียนยอมรับ
11. ละเวน้ จากการมีส่วนร่วมในการคกุ คามอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดนหรือเสถียรภาพทาง
การเมืองและเศรษฐกิจของรัฐสมาชิกอาเซียน
12. เคารพในวฒั นธรรม ภาษา และศาสนาท่ีแตกต่างของประชาชนอาเซียน
13. มีส่วนร่วมกบั อาเซียนในการสร้างความสัมพนั ธ์กบั ภายนอกท้งั ในดา้ นการเมือง เศรษฐกิจ และ
สงั คม โดยไมป่ ิ ดก้นั และไมเ่ ลือกปฏิบตั ิ
14. ยดึ มน่ั ในกฎการคา้ พหุภาคีและระบอบของอาเซียน
ประชาคมอาเซียน
ประชาคมอาเซียนประกอบดว้ ยความร่วมมือ 3 เสาหลกั คอื
1.ประชาคมการเมืองและความมนั่ คงอาเซียน (ASEAN Political and Security Community–APSC)
2.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community–AEC)
3.ประชาคมสังคมและวฒั นธรรม (ASEAN Socio-Cultural Community–ASCC)
1. ประชาคมการเมืองและความม่ันคงอาเซียน (ASEAN Political and Security Community – APSC)
มีวตั ถุประสงคเ์ พื่อเสริมสร้างและธารงไวซ้ ่ึงสันติภาพและความมนั่ คงของภูมิภาค เพ่ือใหป้ ระเทศใน
ภูมิภาคอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสนั ติสุข และสามารถแกไ้ ขปัญหาและความขดั แยง้ โดยสันติวิธี อาเซียนจึงไดจ้ ดั ทา
แผนงานการจดั ต้งั ประชาคมการเมือง และความมน่ั คงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community
Blueprint) โดยเนน้ ใน 3 ประการ คือ
1.การมีกฎเกณฑแ์ ละค่านิยมร่วมกนั ครอบคลุมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีจะร่วมกนั ทาเพ่อื สร้างความเขา้ ใจ
ในระบบสังคม วฒั นธรรม และประวตั ิศาสตร์ท่ีแตกต่างของประเทศสมาชิก ส่งเสริมพฒั นาการทางการเมืองไป
ในทิศทางเดียวกนั เช่น หลกั การ ประชาธิปไตย การส่งเสริมและคมุ้ ครองสิทธิมนุษยชน การสนบั สนุนการมี
ส่วนร่วมของภาคประชาสงั คม การต่อตา้ นการทุจริต การส่งเสริมหลกั นิติธรรมและธรรมาภิบาล เป็นตน้
2.ส่งเสริมความสงบสุขและรับผดิ ชอบร่วมกนั ในการรักษาความมน่ั คงสาหรับประชาชนที่ครอบคลมุ
ในทกุ ดา้ นครอบ คลมุ ความร่วมมือ เพ่ือเสริมสร้างความมน่ั คงในรูปแบบเดิม มาตรการสร้างความไวเ้ น้ือเช่ือใจ
และการระงบั ขอ้ พิพาท โดยสันติ เพือ่ ป้องกนั สงครามและใหป้ ระเทศสมาชิกอาเซียนอยดู่ ว้ ยกนั โดยสงบสุขและ
ไมม่ ีความหวาดระแวง และขยายความร่วมมือเพื่อ ต่อตา้ นภยั คกุ คามรูปแบบใหม่ เช่น การต่อตา้ นการก่อการร้าย
อาชญากรรมขา้ มชาติต่าง ๆ เช่น ยาเสพติด การคา้ มนุษย์ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเพอื่ ป้องกนั และจดั การ
ภยั พบิ ตั ิและภยั ธรรมชาติ
3.การมีพลวตั และปฏิสัมพนั ธก์ บั โลกภายนอก เพื่อเสริมสร้างบทบาทของอาเซียนในความร่วมมือระดบั
ภมู ิภาค เช่น กรอบอาเซียน+3 กบั จีน ญี่ป่ นุ สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต)้ และการประชุมสุดยอดเอเชีย
ตะวนั ออก ตลอดจนความสมั พนั ธ์ท่ีเขม้ แขง็ กบั มิตรประเทศ และองคก์ ารระหวา่ งประเทศ เช่น สหประชาชาติ
2. ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน (ASEAN Political-Security Community-AEC)
มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ทาให้อาเซียนมีตลาดและฐานการผลิตเดียวกนั และมีการเคลื่อนยา้ ยสินคา้ บริการ
การลงทุน เงินทนุ และแรงงานมีฝีมืออยา่ งเสรี อาเซียนไดจ้ ดั ทาแผนงาน การจดั ต้งั ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
(ASEAN Economic Community Blueprint) ซ่ึงเป็นแผนงานบูรณาการการดาเนินงานในดา้ นเศรษฐกิจเพอื่ ให้
บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ 4 ดา้ น คือ
1.การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว (single market and production base) โดยจะมีการเคลื่อนยา้ ย
สินคา้ บริการ การลงทุน และแรงงานมีฝีมืออยา่ งเสรี และการเคล่ือนยา้ ยเงินทุนอยา่ งเสรีมากข้นึ
2.การสร้างขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั ทางเศรษฐกิจของอาเซียน โดยใหค้ วามสาคญั กบั ประเด็น
นโยบายที่จะช่วยส่งเสริมการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจ เช่น นโยบายการแขง่ ขนั การคุม้ ครองผบู้ ริโภค สิทธิใน
ทรัพยส์ ินทางปัญญา นโยบายภาษี และการพฒั นาโครงสร้างพ้นื ฐาน (การเงิน การขนส่ง เทคโนโลยสี ารสนเทศ
และพลงั งาน)
3.การพฒั นาเศรษฐกิจอยา่ งเสมอภาค ใหม้ ีการพฒั นาวสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม และการ
เสริมสร้างขีดความสามารถผา่ นโครงการตา่ ง ๆ
4.การบูรณาการเขา้ กบั เศรษฐกิจโลก เนน้ การปรับประสานนโยบายเศรษฐกิจของอาเซียนกบั ประเทศ
ภายนอกภมู ิภาคเพื่อใหอ้ าเซียนมีทา่ ทีร่วมกนั อยา่ งชดั เจน
3. ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community – ASCC)
อาเซียนไดต้ ้งั เป้าเป็นประชาคมสังคมและวฒั นธรรมอาเซียน ในปี 2558 โดยมงุ่ หวงั เป็ นประชาคมท่ีมี
ประชาชนเป็นศูนยก์ ลาง มีสงั คมท่ีเอ้ืออาทรและแบ่งปัน ประชากรอาเซียนมีสภาพความเป็นอยทู่ ี่ดีและมีการ
พฒั นาในทกุ ดา้ นเพือ่ ยกระดบั คุณภาพ ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมการใชท้ รัพยากรธรรมชาติอยา่ งยง่ั ยนื รวมท้งั
ส่งเสริมอตั ลกั ษณ์อาเซียน (ASEAN Identity) เพื่อรองรับการเป็นประชาคมสังคม และวฒั นธรรมอาเซียน โดย
ไดจ้ ดั ทาแผนงานการจดั ต้งั ประชาคมสังคมและวฒั นธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community
Blueprint)ซ่ึงประกอบดว้ ยความร่วมมือใน 6 ดา้ น ไดแ้ ก่
1.การพฒั นาทรัพยากรมนุษย์
2.การคมุ้ ครองและสวสั ดิการสงั คม
3.สิทธิและความยตุ ิธรรมทางสงั คม
4.ความยง่ั ยนื ดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม
5.การสร้างอตั ลกั ษณ์อาเซียน
6.การลดช่องวา่ งทางการพฒั นา
ท้งั น้ีโดยมีกลไกการดาเนินงาน ไดแ้ ก่ การประชุมรายสาขาระดบั เจา้ หนา้ ที่อาวโุ ส และระดบั รัฐมนตรี
และคณะมนตรีประชาคม สงั คมและวฒั นธรรมอาเซียน
ประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN Member States)
เนการาบรูไนดารุสซาลาม : Negara Brunei Darussalam
การปกครอง : สมบูรณาญาสิทธิราชย์
ประมุข : สมเด็จพระราชาธิบดีฮจั ญี ฮสั ซานลั โบลเกียห์ มูอิซซดั ดิน วดั เดาเลาะห์
เมืองหลวง : บนั ดาร์เสรีเบกาวนั
ภาษาราชการ : ภาษามาเลย,์ ภาษาอาหรับ
หน่วยเงินตรา : บรูไนดอลลาร์
ศาสนา : อิสลาม 67%, พทุ ธนิกายมหายาน 13%, ศาสนาคริสต์ 10%
วนั ชาติ บรูไน : วนั ท่ี 23 กมุ ภาพนั ธ์
อาหารประจาชาติ บรูไน : อมั บยู ตั เป็นอาหารยอดนิยมของบรูไน
สัตวป์ ระจาชาติ บรูไน : เสือโคร่ง
ดอกไมป้ ระจาชาติ : ดอกซิมปอร์ (Simpor)
ราชอาณาจักรกมั พชู า : Kingom of Cambodia
การปกครอง : ระบอบประชาธิปไตย
ประมขุ : พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมนุ ี
เมืองหลวง : กรุงพนมเปญ
ภาษาราชการ : ภาษาเขมร
หน่วยเงินตรา : เรียล
ศาสนา : พุทธร้อยละ 95, อิสลามร้อยละ 3, คริสตร์ ้อยละ 1.7, พราหมณ์-ฮินดูร้อยละ 0.3
วนั ชาติ กมั พชู า : วนั ที่ 9 พฤศจิกายน
อาหารประจาชาติ กมั พูชา : อามอ็ ก (Amok) อาหารยอดนิยมของกมั พูชา มีลกั ษณะคลา้ ยห่อหมกไทย
สตั วป์ ระจาชาติ กมั พชู า : กูปรี หรือโคไพร เป็นสตั วป์ ระจาชาติของประเทศกมั พูชา
ดอกไมป้ ระจาชาติ : ดอกลาดวน (Rumdul)
สาธารณรัฐอินโดนีเซีย : Republic of Indonesia
การปกครอง : ระบอบสาธารณรัฐแบบประชาธิปไตย
ประมขุ : พลโทซูซีโล บมั บงั ยโู ดโยโน
เมืองหลวง : กรุงจาการ์ตา
ภาษาราชการ : ภาษาบาร์ฮาซา, ภาษาอินโดนีเซีย
หน่วยเงินตรา : รูเปี ยห์
ศาสนา : อิสลามร้อยละ 88 คริสตร์ ้อยละ 8 ฮินดูร้อยละ 2 พุทธร้อยละ 1 และศาสนาอื่นๆร้อยละ 1
วนั ชาติ อินโดนีเซีย : วนั ที่ 17 สิงหาคม
อาหารประจาชาติ อินโดนีเซีย : กาโด กาโด (Gado Gado) ประกอบไปดว้ ยผกั และธญั พืช
สัตวป์ ระจาชาติ อินโดนีเซีย : มงั กรโคโมโด
ดอกไมป้ ระจาชาติ : ดอกกลว้ ยไมร้ าตรี (Moon Orchid)
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว : The Loa People's Democratic Republic
การปกครอง : ระบอบสังคมนิยม
ประมขุ : พลโทจูมมะลี ไซยะสอน
เมืองหลวง : นครหลวงเวยี งจนั ทน์
ภาษาราชการ : ภาษาลาว
หน่วยเงินตรา : กีบ
ศาสนา : ศาสนาพทุ ธ(เถรวาท) คริสต์ อิสลาม นบั ถือผี
วนั ชาติ ลาว : วนั ที่ 2 ธนั วาคม
อาหารประจาชาติ ลาว : ซุบไก่ (Chicken Soup)
สัตวป์ ระจาชาติ ลาว : ชา้ ง ถือเป็นสัตวค์ ู่บา้ นคเู่ มืองที่มีความผกู พนั กบั ชาวลาวเป็นอยา่ งยง่ิ
ดอกไมป้ ระจาชาติ : ดอกจาปาลาว (Dok Champa)
มาเลเซีย : Malaysia
การปกครอง : สหพนั ธรัฐ โดยมีสมเดจ็ พระราชาธิบดีเป็นประมขุ
ประมุข : สมเด็จพระราชาธิบดีสุลตา่ นตวนกู อบั ดุล ฮาลิม มูอซั ซอม ซาร์
เมืองหลวง : กรุงกวั ลาลมั เปอร์
ภาษาราชการ : ภาษามาเลย์
หน่วยเงินตรา : ริงกิต
ศาสนา : อิสลาม ศาสนาประจาชาติ ร้อยละ 60.4, พุทธ ร้อยละ 19.2, คริสต์ ร้อยละ 11.6, ฮินดู ร้อยละ
6.3 และอ่ืน ๆ อีกร้อยละ 2.5
วนั ชาติ มาเลเซีย : วนั ท่ี 31 สิงหาคม
อาหารประจาชาติ มาเลเซีย : นาซิเลอมกั เป็นหน่ึงในอาหารยอดนิยมของมาเลเซีย เป็นขา้ วผดั กบั กะทิ
และสมนุ ไพร, สะเตะ๊ เป็นอาหารท่ีรู้จกั แพร่หลาย นิยมใชเ้ น้ือววั หรือเน้ือไก่ยา่ งบนเตาถ่าน
รับประทานกบั น้าจ้ิมรสชาติหวานหอมเผด็ และเครื่องเคียง
สัตวป์ ระจาชาติ มาเลเซีย : เสือโคร่ง
ดอกไมป้ ระจาชาติ : ดอกพู่ระหง (Bunga Raya)
สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ : Republic of the Union of the Myanmar
การปกครอง : ระบบประธานาธิบดี
ประมุข : พลเอกเตง็ เส่ง
เมืองหลวง : นครเนปิ ดอร์
ภาษาราชการ : ภาษาพมา่
หน่วยเงินตรา : จต๊ั
ศาสนา : พุทธ 90%, คริสต์ 5%, อิสลาม 3.8%
วนั ชาติ : วนั ที่ 4 มกราคม
อาหารประจาชาติ เมียนมาร์ : หล่าเพด็ (Lahpet) เป็นอาหารยอดนิยมของพมา่ คอื ใบชาหมกั ทานกบั
เครื่องเคียง
สัตวป์ ระจาชาติ เมียนมาร์ : เสือ
ดอกไมป้ ระจาชาติ : ดอกประดู่ (Paduak)
สาธารณรัฐฟิ ลิปปิ นส์ : Republic of the Philippine
การปกครอง : สาธารณรัฐเด่ียวระบบประธานาธิบดี
ประมขุ : เบนิกโน อากีโน ที่ 3
เมืองหลวง : กรุงมะลิลา
ภาษาราชการ : ภาษาตากาลอ๊ ก, ภาษาองั กฤษ
หน่วยเงินตรา : เปโซ
ศาสนา : ร้อยละ 92.5 นบั ถือศาสนาคริสต์ โดยร้อยละ 83 นบั ถือนิกายโรมนั คาทอลิก และร้อยละ 9 เป็น
นิกายโปรเตสแตนต์
วนั ชาติ ฟิ ลิปปิ นส์ : วนั ท่ี 12 มิถนุ ายน
อาหารประจาชาติ ฟิ ลิปปิ นส์ : อโดโบ้ (Adobo) เป็นหน่ึงในอาหารยอดนิยม ของประเทศฟิ ลิปปิ นส์ ทา
จากหมู หรือไก่ที่ผา่ นกรรมวิธีหมกั และปรุงรสโดยจะใส่ซีอ๊ิวขาว น้าส้มสายชู กระเทียมสบั ใบกระวาน
พริกไทยดา นาไปทาใหส้ ุกโดยใส่ในเตาอบ หรือทอด และรับประทานกบั ขา้ ว
สัตวป์ ระจาชาติ ฟิ ลิปปิ นส์ : กระบือ เป็นสัตวป์ ระจาชาติฟิ ลิปปิ นส์ ในภาษาตากาลอ็ กเรียกวา่ คาราบาว
ดอกไมป้ ระจาชาติ : ดอกพดุ แกว้ (Sampaguita Jasmine)
สาธารณรัฐสิงคโปร์ : Republic of Singapore
การปกครอง : ระบบสาธารณรัฐแบบรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุข
ประมขุ : โทนี ตนั เคง็ ยมั
เมืองหลวง : สิงคโปร์
ภาษาราชการ : ภาษาองั กฤษ, ภาษาจีนกลาง, ภาษามาเลย,์ ภาษาทมิฬ
หน่วยเงินตรา : ดอลล่าร์สิงคโปร์
ศาสนา : พุทธ 42.5%, อิสลาม 14.9%, คริสต์ 14.5%, ฮินดู 4%, ไม่นบั ถือศาสนา 25%
วนั ชาติ : วนั ที่ 9 สิงหาคม
อาหารประจาชาติ สิงคโปร์ : ลกั ซา (Laksa) อาหารยอดนิยมของสิงคโปร์ เป็นก๋วยเตี๋ยวตม้ ยา (ใส่กะทิ)
ลกั ษณะคลา้ ยขา้ วซอยของไทย น้าแกงเขม้ ขน้ ดว้ ยรสชาติของกะทิ กุง้ แหง้ และพริก โรยหนา้ ดว้ ยกงุ้ ตม้
หอยแครง
สัตวป์ ระจาชาติ สิงคโปร์ : สิงโต ซ่ึงเป็นท่ีมาของช่ือประเทศ มาจากคาวา่ สิงหปุระ (Singapura) เป็น
ภาษาสนั สกฤต
ดอกไมป้ ระจาชาติ : ดอกกลว้ ยไมแ้ วนดา้ (Vanda Miss Joaquim)
ราชอาณาจกั รไทย : Kingdom of Thailand
การปกครอง : ระบอบประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมุข
ประมุข : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เมืองหลวง : กรุงเทพมหานคร
ภาษาราชการ : ภาษาไทย
หน่วยเงินตรา : บาท
ศาสนา : พุทธ 93.83%, อิสลาม 4.56%, คริสต์ 0.80%, ฮินดู 0.086%, ลทั ธิขงจื๊อ 0.011% และอื่นๆ
0.079% และมีประชากรที่ไม่นบั ถือศาสนาและไมท่ ราบศาสนา 0.27% และ 0.36%
วนั ชาติ : วนั ท่ี 5 ธนั วาคม
อาหารประจาชาติ ไทย: ตม้ ยากงุ้ (Tom Yam Goong), สม้ ตา
สตั วป์ ระจาชาติ ไทย: ชา้ ง ถือเป็นสัตวค์ ่บู า้ นคเู่ มืองและมีความสาคญั เก่ียวขอ้ งกบั สถาบนั หลกั ของ
ประเทศ
ดอกไมป้ ระจาชาติ : ดอกราชพฤกษ์ (Ratchaphruek)
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวยี ดนาม : Socialist Republic of Vietnam
การปกครอง : ระบอบสงั คมนิยมเวยี ดนาม
ประมขุ : เจือง เต๋ิน ซาง
เมืองหลวง : กรุงฮานอย
ภาษาราชการ : ภาษาเวียดนาม
หน่วยเงินตรา : ด่อง
ศาสนา : ศาสนาพุทธ นิกายมหายานสูงถึงร้อยละ 70 ของจานวนประชากร ร้อยละ 15 นบั ถือศาสนา
คริสต์ ที่เหลือนบั ถือลทั ธิขงจ้ือ มุสลิม
วนั ชาติ : วนั ที่ 2 กนั ยายน
อาหารประจาชาติ เวยี ดนาม : : แหนม หรือ ปอเป๊ี ยะเวยี ดนาม เป็นอาหารยอดนิยมของเวยี ดนาม หน่ึง
ในอาหารพ้นื เมืองที่โด่งดงั ท่ีสุดของประเทศแผน่ แป้งทาจากขา้ วจา้ ว นามาห่อไส้ ซ่ึงอาจเป็นไก่ หมู กุง้
หรือหมยู อ รวมกบั ผกั ท่ีมีสรรพคณุ
เป็ นยานานาชนิด
สัตวป์ ระจาชาติ เวยี ดนาม : กระบือ
ดอกไมป้ ระจาชาติ : ดอกบวั (Lotus)
อาเซียนในปัจจบุ นั
นบั ต้งั แตก่ ารก่อต้งั ASEAN เม่ือปี 2510 จนถึงปัจจุบนั อาจกลา่ วไดว้ า่ อาเซียนประสบความสาเร็จใน
การบรรลถุ ึง เป้าหมายสาคญั ๆ และ เจตนารมยท์ ่ีกาหนดไวใ้ นปฏิญญากรุงเทพฯ อยา่ งน่าพอใจ ท้งั ใน ดา้ น
การเมืองและความมนั่ คง ดา้ นเศรษฐกิจ ดา้ นสังคมและดา้ นการพฒั นา ความสัมพนั ธก์ บั โลกภายนอก
ความสาเร็จประการหน่ึงน่าจะไดแ้ ก่การดาเนินการเพอื่ ใหท้ ุกประเทศในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต ้้ หนั หนา้ เขา้
หากนั และร่วมมือกนั มากข้ึนในฐานะประเทศสมาชิกอาเซียน ซ่ึงการรวมตวั กนั ของประเทศ ใน เอเชีย
ตะวนั ออกเฉียงใต้ ภายใตก้ รอบ ความร่วมมือ อาเซียนกาลงั พฒั นาเป็นรูปเป็น ร่างอยา่ งต่อเนื่อง ตามลาดบั
อยา่ งไรกต็ าม อาเซียนในวยั 33 ปี กาลงั ประสบกบั เง่ือนไขใหม่ๆ หลายประการท้งั จากปัจจยั ภายใน และ
ภายนอกภมู ิภาคซ่ึงทา้ ทายกระบวนการ รวมตวั และความเป็น ปึ กแผน่ ของ ประเทศสมาชิก และบน่ั ทอนความ
น่าเช่ือถือและบทบาท ขององคก์ รอาเซียนดว้ ย จึงมีความ จาเป็นที่ประเทศสมาชิกจะตอ้ ง มีความตื่นตวั และให้
ความสนใจในการร่วมกนั แสวงหาแนวทางในการ เผชิญกบั สิ่งทา้ ทายตา่ งๆเหล่าน้ีต่อไป
ความมัน่ คงทางการเมืองในภูมิภาค
ภายหลงั จากสงครามเยน็ ยตุ ิลง และการแกไ้ ขปัญหากมั พชู า สถานการณ์ความมน่ั คงทาง การเมืองใน
ภมู ิภาคโดย ส่วนรวม เร่ิมดีข้ึนและยงั คงมีแนว โนม้ ในทางบวกตอ่ ไป โดยประเทศในอินโดจีนได้ เขา้ ร่วมเป็น
สมาชิกอาเซียนครบ ทกุ ประเทศแลว้ โดยกมั พชู าเขา้ ร่วมเป็นประเทศสมาชิกลาดบั ท่ี 10
เม่ือปี 2542 ส่วนสถานการณ์ในติมอร์ตะวนั ออก กาลงั พฒั นาไปในทิศทางที่ดีข้นึ ขณะเดียวกนั
อาเซียนไดผ้ ลกั ดนั การจดั ทาเอกสารแนวทาง ปฏิบตั ิระดบั ภมู ิภาคในทะเล จีนใต้ (Regional Code of Conduct on
the South China Sea) ระหวา่ งอาเซียนกบั จีนซ่ึงจะช่วย สร้างความไวเ้ น้ือ เชื่อใจระหวา่ งฝ่ายท่ีเกี่ยวขอ้ งรวมท้งั
สร้างความมน่ั ใจใหแ้ ก่ ้่ประเทศนอก ภูมิภาค นอกจากน้นั อาเซียนยงั คง ใหค้ วามสนใจตอ่ สถานการณ์ ้์ใน
คาบสมุทรเกาหลี โดยลา่ สุด ฯพณฯ รัฐมนตรีวา่ การฯ ไดเ้ ชิญรมว.กต. เกาหลีเหนือมา เยอื นไทยในช่วงการ
ประชุม AMM คร้ังท่ี 33 ในเดือน กรกฎาคม 2543 เพือ่ จกั ไดม้ ีโอกาส สัมผสั กบั บรรยากาศ ของการประชุมและ
กระบวนการ ร่วมมือระดบั ภูมิภาค และมีโอกาส ไดพ้ บปะกบั ประเทศอ่ืนรวมท้งั ประเทศท่ีมีบทบาท เก่ียวขอ้ ง
กบั ปัญหาในคาบสมทุ รเกาหลีดว้ ย ท้งั น้ี อาเซียนยงั คงมีบทบาทนาในการประชุมอาเซียนวา่ ดว้ ยความร่วมมือ
ทางการเมือง และความมน่ั ในเอเชีย-แปซิฟิ ก (ARF) โดยมงุ่ หวงั ท่ีจะพฒั นาให้เป็นกลไก ในการสร้างเสถียรภาพ
ความไวเ้ น้ือเช่ือใจ และป้องกนั มิใหเ้ กิดปัญหา ความขดั แยง้ ในภมู ิภาค ท้งั น้ี ยงั ไดด้ าเนินการเพ่ือส่งเสริมให้
สนธิ สญั ญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ (TAC) เป็นหลกั ในการ ดาเนินความสมั พนั ธ์ใน
ภมู ิภาค อีกท้งั ไดพ้ ยายามเร่งการปฏิบตั ิตามสนธิสัญญา เขตปลอดอาวธุ นิวเคลียร ้์ในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
(SEANWFZ) และโนม้ นา้ วใหป้ ระเทศท่ีมี อาวุธนิวเคลียร์เขา้ ร่วมใน สนธิสญั ญาดงั กล่าว
อยา่ งไรก็ตาม สถานการณ์ความมนั่ คงในภูมิภาคยงั คงมีความแปรปรวนสืบเน่ืองจากปัญหาในทะเลจีน
ใต้ ความขดั แยง้ ในคาบสมทุ รเกาหลี ความตึงเครียดระหว่างจีน-ไตห้ วนั ตลอดจนปัญหาภายในของบาง
ประเทศ ในอาเซียน โดยเฉพาะ อยา่ งยง่ิ พมา่ และอินโดนีเซีย ซ่ึงส่งผลกระทบต่อ ความมน่ั คงของภมู ิภาค ใน
ขณะเดียวกนั อาเซียนยงั ตอ้ งเผชิญกบั ส่ิงทา้ ทายใหมๆ่ อาทิ ปัญหาขา้ มชาติซ่ึงทวคี วาม รุนแรง มากยง่ิ ข้ึนแล ตอ้ ง
อาศยั ความ ร่วมมือ อยา่ งเป็นรูปธรรมในระดบั ภมู ิภาค เพ่ือแกไ้ ขปัญหา
ความร่วมมือด้านเศรษฐกจิ ในอาเซียน
ความร่วมมือดา้ นเศรษฐกิจของอาเซียนเร่ิมมีเป้าหมายชดั เจนท่ีจะนาไปสู่การรวมตวั ทางเศรษฐกิจ ของ
ประเทศ ในภมู ิภาค นบั ต้งั แต่การประชุม สุดยอดอาเซียน คร้ังท่ี 4 ณ สิงคโปร์ เม่ือปี 2535 มีดาริจดั ต้งั เขตการคา้
เสรีอาเซียน (AFTA) นบั แต่น้นั มากิจกรรมของอาเซียนไดข้ ยายครอบคลมุ ไป สู่ทกุ สาขาหลกั ทางเศรษฐกิจ
รวมท้งั ในดา้ น การคา้ สินคา้ และบริการ การลงทุน มาตรฐานอุตสาหกรรมและการเกษตร ทรัพยส์ ิน ทางปัญญา
การขนส่ง พลงั งาน และการเงิน การคลงั เป็นตน้ โดยมีการกาหนดทิศทางโครงร่างและ แผนงานความร่วมมือ
ตลอดจนระยะเวลาบรรลุผลที่ชดั เจน ภายใต้ วิสัยทศั น์อาเซียน ค.ศ. 2020 และแผนปฏิบตั ิ การฮานอย (Hanoi
Plan of Action) ซ่ึงกาหนดเป้าหมายท่ีจะให อาเซียนเป็นเขต เศรษฐกิจ ท่ีมีการ ไหลเวยี นของสินคา้ การบริการ
และการลงทุนอยา่ ง เสรี พฒั นาการท่ีสาคญั ๆ มีดงั น้ี
ภายใต้ AFTA มีการร่นระยะเวลาการลดภาษีศุลกากรของ 6 ประเทศสมาชิกด้งั เดิม สาหรับสินคา้
อตุ สาหกรรม ใหเ้ หลืออตั รา 0-5% ภายในปี ค.ศ. 2002 และ 0% ภายในปี ค.ศ. 2010 และสาหรับ สินคา้ เกษตรให้
เหลือ 0-5% ภายในปี ค.ศ. 2010
มีการเจรจาเปิ ดเสรีดา้ นการคา้ บริการใน 7 สาขา (การขนส่งทางทะเล การขนส่งทางอากาศ การเงิน การ
คลงั วิชาชีพธุรกิจ การก่อสร้าง โทรคมนาคม และการทอ่ งเที่ยว)เพอ่ื ใหป้ ระเทศสมาชิกเปิ ดเสรี ดา้ นการบริการ
มากกวา่ ท่ีผกู พนั ไวใ้ นกรอบ WTO ขณะน้ี อาเซียนไดเ้ ร่ิมเจรจารอบใหม่โดยมี เป้าหมายใหก้ ารเปิ ดเสรี
ครอบคลุมทกุ สาขาการบริการ (รวม 12 สาขา) ภายในปี ค.ศ. 2020
มีการร่นเวลาการจดั ต้งั เขตการลงทุนอาเซียน (AIA) จากเดิมปี ค.ศ. 2010 เป็นปี ค.ศ. 2003 ซ่ึงมี
จุดประสงคเ์ พื่อ จดั ต้งั เขตการลงทนุ อาเซียนท่ีมีความ ไดเ้ ปรียบและดึงดูดการลงทุนจากภายในและ ภายนอก
ภมู ิภาค โดยครอบคลุมการ ลงทุนโดยตรงท้งั หมดยกเวน้ การลงทนุ ดา้ นหลกั ทรัพย์ ท้งั น้ีประเทศ สมาชิกอาเซียน
จะตอ้ งเปิ ดอุตสาหกรรม (Market Access) ในทุกสาขาท่ีไม่มีการขอยกเวน้ ไว้ และใหก้ ารปฏิบตั ิเยย่ี งคนชาติ
(National Treatment) แก่นกั ลงทนุ อาเซียน กลา่ วคอื คนชาติของรัฐสมาชิกหรือนิติบุคคลของรัฐสมาชิก โดย
ทนั ทีสาหรับ 7 ประเทศสมาชิก ท้งั น้ี ความตกลง AIA มีผลบงั คบั ใชต้ ้งั แตว่ นั ท่ี 21 มิถุนายน 2542 ซ่ึงสาหรับ
อตุ สาหกรรมการผลิตที่มีการขอยกเวน้ ชว่ั คราว ประเทศสมาชิกจะตอ้ งยกเลิกภายในปี ค.ศ. 2003 มีการกาหนด
มาตรการ เช่ือมโยง เสน้ ทางถนนหลวง 23 สาย สนามบินศลุ กากร 36 แห่ง และท่าเรือ 46 แห่งทว่ั ภูมิภาค ให้อยู่
ในระบบ โครงข่าย การขนส่งอาเซียน และจะมีการ อนุญาตและอานวยความสะดวกใหผ้ ปู้ ระกอบการขนส่งใน
แต่ละประเทศสามารถดาเนิน การขนส่งสินคา้ ผา่ นแดน (Goods in Transit) ทวั่ อาเซียนภายในปลายปี น้ี โดยจะ
ขยายไปถึงการขนส่ง ขา้ มแดน (Inter-state Transport) และการขนส่งหลายรูปแบบ (Multi-modal Transport)
ดว้ ย ในอนาคตอนั ใกลน้ ้ี มีการใหส้ ิทธิพิเศษทางภาษศี ลุ กากร แก่บริษทั ตา่ งๆ ในอาเซียนที่มีการ แลกเปล่ียน
วตั ถดุ ิบ /ส่วนประกอบ ระหวา่ งกนั เพื่อนาไปผลิตสินคา้ สาเร็จรูป /ก่ึง สาเร็จรูปตามโครงการ ความร่วมมือทาง
อุตสาหกรรม (AICO) แลว้ 40 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นโครงการ ผลิตรถยนตข์ อง บริษทั ญ่ีป่ ุน
การรวมตวั ทางเศรษฐกิจของอาเซียนดงั กลา่ วขา้ งตน้ มีผลในทางบวกตอ่ การคา้ และการลงทนุ อยา่ ง
ชดั เจน โดยตลาดอาเซียนมีประชากรถึง 500 ลา้ นคน มีผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (GDP) รวมกนั ประมาณ 800
ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการคา้ ภายในภมู ิภาคได้ ขยายตวั จาก 44 พนั ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2536 (ก่อนความ
ตกลง AFTA มีผลบงั คบั ใช)้ เป็น 73.4 พนั ลา้ นดอลลาร์สหรัฐในปี 2541 และมูลค่าการลงทนุ จากตา่ งชาติโดย
เฉล่ียต่อปี ได้ ขยายตวั เช่นกนั จาก 7.8 พนั ลา้ นดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2529-2534 เป็น 22 พนั ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ
ในช่วงปี 2536-2540
อยา่ งไรก็ตาม ในระยะหลงั มีปัจจยั หลายประการที่ส่งผลกระทบตอ่ กระบวนการรวมตวั ทางเศรษฐกิจ
ของ อาเซียน อาทิการรับประเทศสมาชิกใหม่ ้่ซ่ึงทาใหต้ ลาดของ อาเซียนใหญข่ ้ึนแต่ในขณะเดียวกนั ก็แบ่ง
ออก เป็น 2 กลุม่ (two-tier) โดยปริยายเน่ืองจากระดบั การพฒั นาที่แตกต่างกนั มาก วิกฤตการณ์ทาง เศรษฐกิจ
และการเงินใน เอเชีย กไ็ ดส้ ่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของทุกประเทศสมาชิกและต่อขีด ความ สามารถในการ
ดาเนินโครงการ ที่ตอ้ งใชเ้ งินทนุ จานวนมากอีกท้งั ถกู ใชเ้ ป็นขอ้ อา้ งโดยภาค เอกชนในทอ้ งถ่ินใหม้ ีการชะลอการ
เปิ ดเสรีทาง การคา้ สินคา้ และบริการดว้ ย นอกจากน้นั ยงั มีปัจจยั อ่ืนๆ อาทิ ความพยายามที่จะให้ มีการคา้ รอบ
ใหม่ ในกรอบ WTO การเร่งเปิ ดเสรีในกรอบ APEC และการท่ี จีนกลายเป็นคู่แข่งสาคญั ทางการคา้ และการ
ลงทนุ ของ อาเซียนล่าสุด มีบางประเทศท่ีเร่ิมขอชะลอการ ลดภาษศี ุลกากรสาหรับสินคา้ บางรายการในรายการ
ยกเวน้ การลดภาษีชวั่ คราว (Temporary Exclusion List : TEL) ซ่ึงมีกาหนดจะตอ้ งนาเขา้ สู่กระบวนการลดภาษี
ภายในปี ค.ศ. 2000 น้ี และทยอย ลดภาษใี หเ้ หลือ 0-5% ภายในปี ค.ศ. 2002 ตามพนั ธกรณีภายใต ้้ AFTA แลว้
โดยมาเลเซียขอชะลอ การลดภาษสี าหรับสินคา้ ชุดประกอบรถยนต์ (Completely Knocked-Down: CKD) และ
รถยนตป์ ระกอบแลว้ (Completely Built-Unit: CBU) โดยอา้ งวา่ อุตสาหกรรมรถยนตข์ องมาเลเซีย ไดร้ ับ
ผลกระทบจากวิกฤตการณ์ ทางเศรษฐกิจจึงตอ้ ง มีการปกป้อง ไปอีกระยะหน่ึง ซ่ึงไทยได้พยายามขอใหม้ าเลเซีย
ทบทวนท่าทีดงั กลา่ วมาโดย ตลอดเพราะเห็นวา่ ประเทศสมาชิก ควรตอ้ งปฏิบตั ิตามพนั ธกรณีอยา่ งเคร่งครัด
มิฉะน้นั จะเป็นการสร้าง กรณีตวั อยา่ ง และส่งผลกระทบต่อ ภาพพจน์และความน่าเชื่อถือ ของอาเซียน
นอกจากน้นั อินโดนีเซีย และฟิ ลิปปิ นส์ไดแ้ จง้ วา่ จะขอ ชะลอการลดภาษีสาหรับสินคา้ น้าตาล ซ่ึงอยใู่ น รายการ
TEL โดยจะขอโอนยา้ ย ไปสู่รายการสินคา้ อ่อนไหว (sensitive list) แทนซ่ึงกาหนดจะตอ้ งเริ่มลดภาษี ในช่วง
ระหวา่ ง ปี ค.ศ. 2001-2003 โดยทยอย การลดภาษี ใหเ้ หลือ 0-5% ภายในปี ค.ศ. 2010
ความร่วมมือด้านสังคม
ความร่วมมือดา้ นสงั คมของอาเซียนในปัจจุบนั มีความหลากหลายมาก รวมถึงการพฒั นาสงั คม
วฒั นธรรม การศึกษา สาธารณสุข วทิ ยาศาสตร์และ เทคโนโลยี และการรณรงคต์ ่อตา้ นยาเสพติด เป็นตน้
อยา่ งไรกต็ าม ท่ามกลางความ เปล่ียนแปลงทางสังคมท่ีรวดเร็วสืบเน่ืองจากกระแสโลกาภิวตั น์ กอรปกบั คา่ นิยม
ของ ประชาชนทว่ั ภมู ิภาคที่เร่ิมมี ความคาดหวงั ในเร่ืองประชาธิปไตยและสิทธิข้นั พ้ืนฐานอ่ืนๆ มากข้ึน
ตลอดจน ผลกระทบจาก วิกฤตการณ์ทาง เศรษฐกิจท่ีไดส้ ร้างปัญหาการวา่ งงานและ ความยากจนท่ีขยายช่องวา่ ง
ระหวา่ ง คนรวยกบั คนจนมากยง่ิ ข้ึน อาเซียนจึงไดเ้ ริ่ม ให้ความสาคญั ลาดบั ตน้ ตอ่ การร่วมมือเพือ่ เสริมสร้าง
ความมนั่ คงทางสังคม และการพฒั นา ทรัพยากรมนุษย์
ทศิ ทางในอนาคต
เพ่อื ให้ ASEAN สามารถเผชิญกบั สิ่งทา้ ทายตา่ งๆ ดงั กลา่ วขา้ งตน้ และในขณะเดียวกนั เพ่อื เป็นการ
เสริมสร้าง รากฐาน แห่ง ความร่วมมือของประเทศ ในภมู ิภาคในกรอบอาเซียน อาเซียนจาเป็นตอ้ ง ผลกั ดนั ความ
ร่วมมือในสาขาต่างๆ ใหม้ ีความกา้ วหนา้ ข้ึนและตอบสนองต่อความตอ้ งการท่ีแทจ้ ริง ของประชาชน จึงไดใ้ ห้
ความสาคญั ในเร่ืองตา่ งๆ ดงั น้ี
เสริมสร้างบทบาทของเวทีการประชุมอาเซียนวา่ ดว้ ยความร่วมมือดา้ นการเมืองและความมน่ั คงใน
ภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิ ก ใหเ้ ป็นกลไกป้องกนั แกไ้ ขความขดั แยง้ ในภูมิภาค ตลอดจนพฒั นา บทบาท และการมี
ส่วนร่วมของ อาเซียนในการแกไ้ ข ป้องกนั ปัญหาหรือสถานการณ์ในภูมิภาค ไดอ้ ยา่ งทนั เหตุการณ์ ซ่ึงในเร่ืองน้ี
ไทยไดเ้ สนอ ใหม้ ีการจดั ต้งั กล่มุ ผปู้ ระสานงาน อาเซียน (ASEAN Troika) เพอ่ื เป็นแกนนาในการส่งเสริม ให้
อาเซียนสามารถ เผชิญส่ิงทา้ ทายต่างๆ ไดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งที
ผลกั ดนั การรวมตวั ทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียนเพอื่ ขยายการคา้ ภายใน ภูมิภาคและ ชกั จูง
การลงทนุ จากตา่ งชาติ ซ่ึงหมายความวา่ จะตอ้ งมีการปฏิบตั ิตามพนั ธกรณีภายใตค้ วามตกลง ทางเศรษฐกิจของ
อาเซียน อยา่ งต่อเน่ือง และตอ้ งมีการพิจารณาแนวทางความร่วมมือ รูปแบบใหม่ๆ ที่จะใชเ้ ป็นพ้นื ฐานของความ
ร่วมมืออาเซียน ต่อเน่ืองจากท่ีมีการจดั ต้งั AFTA และ AIA แลว้ ในอีก 2-3 ปี ขา้ งหนา้ ซ่ึงในเร่ืองน้ี อาจรวมถึง
การเปิ ดเสรีเตม็ รูปแบบ สาหรับสินคา้ บางรายการที่อาเซียนมี ขดี ความสามารถ ในการแขง่ ขนั สูงระดบั โลก
(ASEAN Product Community) และการเปิ ดเสรีทาง พาณิชยอ์ ิเลก็ ทรอนิคส์ภายใน อาเซียน เป็นตน้
เสริมสร้างการเช่ือมโยงทางเศรษฐกิจกบั ประเทศ/กลมุ่ ประเทศนอกภูมิภาคเพม่ิ เติมจากกรอบ APEC
และกบั สหภาพยโุ รปในกรอบ ASEM โดยเฉพาะ อยา่ งยงิ่ กบั ประเทศในเอเชียตะวนั ออก ในกรอบ ASEAN+3:
East Asia Cooperation ซ่ึงเป็นดาริจากท่ีประชุมสุดยอด ระหวา่ งผนู้ าอาเซียน และผนู้ าจีน ญ่ีป่ ุนและเกาหลีใต้
เมื่อเดือน พฤศจิกายน ศกน้ี และการพฒั นาความร่วมมือ กบั เขตเศรษฐกิจอื่นๆ อาทิ เขตเศรษฐกิจระหวา่ ง
ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (CER) และกลุม่ ประเทศละตินอเมริกา เป็นตน้
เร่งรัดความร่วมมือในการพฒั นาเศรษฐกิจของประเทศล่มุ น้าโขง โดยรณรงคใ์ หช้ ่วงระหวา่ ง ปี ค.ศ.
2000-2010 เป็นทศวรรษแห่งความร่วมมือ เพอ่ื พฒั นาเศรษฐกิจในประเทศในลุ่มน้าโขง เพอื่ ยก ระดบั ชีวิตความ
เป็นอยขู่ อง ประชาชน ในประเทศสมาชิกใหม่และสนบั สนุนการรวมตวั ทางเศรษฐกิจ ของประเทศ เหล่าน้ีให้
สอดคลอ้ งกบั ตลาดของอาเซียน ท้งั น้ี โดยระดมความร่วมมือจากประเทศนอก ภมู ิภาค องคก์ ารระหวา่ ง ประเทศ
และ ภาค เอกชนดว้ ย
ร่วมกนั เสริมสร้างโครงขา่ ยรองรับทางสังคม (Social Safety Nets) เพื่อเป็นมาตรการเสริมการ พฒั นา
เศรษฐกิจ โดยมุ่งเนน้ การขจดั ความยากจน การเพิ่มการจา้ งงานที่มีผลผลิตท่ีสูงข้นึ และการ คุม้ ครอง กลมุ่
ผดู้ อ้ ยโอกาสในสงั คม ท้งั น้ี โดยระดมความร่วมมือและการสนบั สนุนจากต่างประเทศ องคก์ ารระหวา่ งประเทศ
และองคก์ ารที่มิใช่ของ รัฐบาลดว้ ย
เร่งกาหนดแผนงานความร่วมมือเพ่อื การพฒั นาทรัพยากรมนุษยใ์ นระดบั ภมู ิภาคที่มุ่งเนน้ การ พฒั นาขดี
ความ สามารถของทรัพยากรมนุษยเ์ พอื่ สามารถปรับตวั เขา้ กบั วทิ ยาการสมยั ใหม ้่ ้่และสภาพทางเศรษฐกิจ
ตลอดจน ความตอ้ งการของภาคธุรกิจ ท่ีเปลี่ยนแปลงอยา่ งรวดเร็ว ท้งั น้ี โดยการร่วมมือกบั ประเทศท่ีสามใน
ลกั ษณะของ ความร่วมมือทวิภาคี ความร่วมมือ ในกรอบ เหล่ียมเศรษฐกิจตา่ งๆ ตลอดจนความร่วมมือสามเสา้
นอกจากน้นั ตอ้ งมีการร่วมมือดา้ นการศึกษา ในระดบั ภูมิภาคอยา่ งเป็นรูปธรรม อาทิ การจดั ทาเครือขา่ ย
มหาวิทยาลยั อาเซียน(ASEAN University Network) เพือ่ เชื่อมโยงมหาวิทยาลยั ของ ภมู ิภาค และการพจิ ารณา
จดั ต้งั มหาวทิ ยาลยั ASEAN Virtual University เพ่ือส่งเสริมการรวมกล่มุ ของมหาวิทยาลยั และ สถาบนั วิจยั โดย
ใช้ อินเตอร์เน็ต และเทคโนโลยกี ารศึกษา ทางไกลอื่นๆ
ตลอด 33 ปี ที่ผา่ นมา อาจกล่าวไดว้ า่ อาเซียนไดว้ วิ ฒั นาการมาจากสภาวะความจาเป็นทางการเมือง เพื่อ
เป็นเวที ความร่วมมือในการเสริมสร้าง สนั ติภาพและความมนั่ คงใหบ้ งั เกิดข้นึ ในภูมิภาค โดยต่อมาอีกระยะหน่ึง
เม่ือ สถานการณ์ทางการเมืองและ ความมนั่ คงเร่ิมพฒั นาไปในทางท่ีดีข้นึ อาเซียนก็ไดม้ ่งุ เนน้ ความสนใจไปส่
ความ ร่วมมือทางเศรษฐกิจมากข้ึน โดยมีการจดั ต้งั AFTA เพ่ือนาไปสู่การรวมตวั ทางเศรษฐกิจของประเทศ
สมาชิกในสภาวะที่การแข่งขนั ทาง การคา้ ระหวา่ งประเทศทวคี วามรุนแรงข้ึน โดยจนถึงปัจจุบนั ความร่วมมือ
ทางเศรษฐกิจของอาเซียน ไดข้ ยาย เพ่มิ ข้นึ ท้งั ในเชิงกวา้ งและเชิงลึก และขณะน้ี อาเซียนไดเ้ ร่ิมใหค้ วามสนใจ
มากข้ึนที่จะร่วมมือเพือ่ การพฒั นาสังคม และปรับคุณภาพชีวติ ของ ประชาชนใหด้ ีข้ึน และกาลงั จะหาทางพฒั นา
ความร่วมมือในเชิงคุณภาพเพื่อใหท้ ุกฝ่าย และสังคมทกุ ระดบั มีจิตสานึกของความเป็น ประชาคมอาเซียน มาก
ยงิ่ ข้นึ โดยใหอ้ าเซียนเป็นองคก์ รการที่สามารถเขา้ ถึง และตอบสนองความตอ้ งการของ ประชาชนในภูมิภาคน้ี