The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบฝึกทักษะชุดที่ ๒ ศิลปะการเล่นคำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jariya jittaponk, 2020-05-09 05:15:13

แบบฝึกทักษะชุดที่ ๒ ศิลปะการเล่นคำ

แบบฝึกทักษะชุดที่ ๒ ศิลปะการเล่นคำ

\\



คำนำ

แบบฝกึ ทกั ษะวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดสี าหรบั นักเรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๕ จดั ทาเพื่อใช้
ฝกึ ทกั ษะวิเคราะหค์ ุณค่าวรรณคดีดา้ นวรรณศิลปแ์ ละดา้ นสงั คม โดยใชก้ ารจัดกิจกรรม ตามแนวทาง
การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนที่เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคัญ มงุ่ ใหผ้ เู้ รียนไดฝ้ กึ ทกั ษะการวิเคราะห์
วรรณคดี อย่างเปน็ ข้ันตอน ผ่านกิจกรรมการฝกึ ทักษะท่ีมีรปู แบบหลากหลาย ทา้ ทายความสามารถ
เพ่ือให้ผู้เรยี นเหน็ ความสาคญั ของวรรณคดไี ทย เหน็ คุณค่าทางด้านการใชภ้ าษาทส่ี ะท้อนใหเ้ หน็ วิถี
ชีวิตของคน กฎระเบียบคาสอน ค่านิยม วัฒนธรรม วถิ ีชีวติ และคุณคา่ ทางสติปัญญาและศีลธรรม
โดยแบบฝึกทกั ษะวเิ คราะหค์ ุณค่าวรรณคดีสาหรับนักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๕ มจี านวน ๖ ชดุ
ประกอบด้วย

แบบฝกึ ทกั ษะชดุ ท่ี ๑ ศลิ ปะการเลน่ เสียง
แบบฝึกทกั ษะชดุ ท่ี ๒ ศลิ ปะกำรเลน่ คำ
แบบฝกึ ทกั ษะชดุ ท่ี ๓ โวหารภาพพจน(์ อปุ มา อปุ ลักษณ์ อุปมานทิ ศั น์ อติพจน์ อวพจน์)
แบบฝึกทักษะชุดที่ ๔ โวหารภาพพจน์ (บุคคลวตั สทั พจน์ ปฏปิ ุจฉาสัญลักษณ์ นามนยั )
แบบฝึกทักษะชุดท่ี ๕ รสวรรณคดี
แบบฝึกทักษะชุดที่ ๖ คุณค่าดา้ นสังคม
ผู้ศึกษาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แบบฝึกทักษะวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีสาหรับนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ ๕ จะชว่ ยพัฒนาทกั ษะการวเิ คราะห์คุณคา่ วรรณคดแี กผ่ ูเ้ รยี น และจะเป็นประโยชน์
แกผ่ ู้สอนในการทจี่ ะนาไปใชใ้ นการเรียนการสอนวรรณคดี

จริยา จติ ตพงศ์



สำรบัญ หนำ้

เร่อื ง ข
คานา ค
สารบญั ง
คาช้แี จงสาหรบั ครู จ
คาช้ีแจงสาหรับนักเรยี น ฉ
ขนั้ ตอนในการฝกึ ทกั ษะการวิเคราะห์คุณคา่ วรรณคดี ฉ
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้ีวดั ๑
จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๑
ใบความรแู้ ละแบบฝกึ ทักษะ ๓

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ๖
ใบความร้ทู ่ี ๒ ๗
แบบฝึกทกั ษะท่ี ๒.๑ ๙
แบบฝกึ ทกั ษะที่ ๒.๒
แบบฝึกทักษะท่ี ๒.๓ ๑๑
แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๒.๔ ๑๓
แบบฝึกทักษะที่ ๒.๕ ๑๕
แบบฝกึ ทกั ษะที่ ๒.๖ ๑๘
แบบทดสอบทา้ ยแบบฝึกทกั ษะ ๑๙
บรรณานุกรม
ภาคผนวก ค

คำชี้แจงสำหรับครู

แบบฝกึ ทักษะวิเคราะห์คณุ ค่าวรรณคดีสาหรับนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๕ ชุดน้ใี ช้เป็น
ส่ือประกอบกจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ เพ่ือพัฒนาทกั ษะการวเิ คราะหว์ รรณคดีด้านวรรณศลิ ป์
สาหรบั นักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๖ โดยมขี ั้นตอนในการปฏบิ ัติในการใช้แบบฝกึ ดงั น้ี

๑. ครูแจกแบบฝึกทักษะการวิเคราะหว์ รรณคดดี ้านวรรณศิลป์สาหรับนักเรยี นช้นั
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๖ ชดุ น้ีใหน้ ักเรยี นทุกคน

๒. ครูช้แี จงการเรียนดว้ ยแบบฝกึ ทักษะการวิเคราะห์คุณคา่ วรรณคดี สาหรับนกั เรียนช้ัน
มธั ยมศึกษาปที ี่ ๕ ให้นกั เรยี นฟังก่อนลงมือศึกษา

๓. ครใู ห้นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพือ่ ประเมนิ ความรู้พ้นื ฐานเก่ยี วกับเรื่องที่จะ
ศึกษา โดยไม่ใหน้ ักเรียนดเู ฉลย

๔. ครูให้นกั เรยี นเริ่มศึกษาใบความรู้ และทาแบบฝกึ ทักษะการวเิ คราะหค์ ุณคา่ วรรณคดี
สาหรับนักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๕ โดยไม่ใหน้ กั เรียนดเู ฉลย

๕. ครใู ห้นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เพ่ือวดั ความรู้ความเขา้ ใจหลังจากทากจิ กรรม
ในแบบฝกึ เสรจ็ สิ้น โดยไมใ่ ห้นกั เรยี นดูเฉลย

๖. ครูตรวจสอบและเฉลยคาตอบของแบบฝึกทักษะการวเิ คราะหค์ ณุ คา่ วรรณคดีสาหรับ
นักเรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๕ และแบบทดสอบก่อนเรยี น หลงั เรียน และบันทกึ ผล

๗. ครูสังเกตพฤติกรรมนักเรยี นระหว่างทากิจกรรมและบนั ทึกผล
๘. ครูแจง้ คะแนนใหน้ ักเรยี นทราบ และชมเชยนกั เรียนพร้อมให้คาแนะนานักเรียน



คำชี้แจงสำหรับนักเรยี น

แบบฝึกทักษะชุดน้ีจัดทาข้ึนเพื่อใชป้ ระกอบการเรยี นการสอน การวิเคราะห์วรรณคดีด้าน
วรรณศิลป์ มีท้ังหมด ๖ ชุด ชุดน้ีเป็นแบบฝึกทักษะชุดท่ี ๒ ศิลปะการเล่นคา นักเรียนสามารถ
ศึกษาด้วยตัวเอง โดยอ่านคาแนะนาและปฏิบัติกิจกรรมตามข้ันตอน นักเรียนจะได้รับความรู้อย่าง
ครบถว้ น ซ่งึ ต้องปฏิบตั กิ จิ กรรมตามขั้นตอนตอ่ ไปน้ี

๑. นักเรียนศกึ ษาจดุ ประสงค์การเรยี นรูข้ องแตล่ ะเรื่อง เพ่อื ใหท้ ราบวา่ เมอื่ จบบทเรียนแต่
ละบทเรยี นแลว้ นกั เรียนจะไดร้ ับความรู้ และทักษะอะไรบา้ ง

๒. นักเรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เพื่อประเมินความรู้พ้ืนฐานเกยี่ วกบั เรอื่ งท่ีจะศึกษา
๓. นักเรียนศึกษาใบความรู้และทาแบบฝึกตามท่ีกาหนดไว้ พร้อมตรวจคาตอบเพื่อ
ประเมนิ ตวั เอง
๔. นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน เพ่ือวัดความรู้ความเข้าใจหลังจากทากิจกรรมใน
แบบฝึกเสรจ็ ส้ิน
๕. นักเรียนแต่ละคนต้องมีความซ่ือสัตย์ต่อตนเอง ไม่เปิดดูเฉลยก่อนเรียน หลังเรียน
และเฉลยแบบฝกึ ทกั ษะทกุ แบบฝกึ



ข้ันตอนในกำรฝกึ ทักษะกำรวเิ ครำะห์คุณค่ำวรรณคดี

ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น ๑๐ ขอ้
ครูแจง้ จดุ ประสงคใ์ หน้ กั เรยี นทรำบพรอ้ มท้งั ศกึ ษำคำชแ้ี จง

นักเรียนศึกษำใบควำมรู้
ทำกจิ กรรมในแบบฝกึ ทกั ษะ
ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น ๑๐ ขอ้
ตรวจแบบฝึกทักษะและแบบทดสอบ

ใชเ้ วลำ ๒ ชวั่ โมง



มำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชว้ี ดั

สำระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มำตรฐำน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและ
วรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนามาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจริง

ท. ๕.๑ ม. ๖/๓ วเิ คราะหแ์ ละประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลปข์ องวรรณคดี
และวรรณกรรมในฐานะทเี่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรมของชาติ

จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้

ด้ำนควำมรู้
๑. นักเรยี นบอกลกั ษณะการ เล่นคาในงานประพันธ์ได้

ดำ้ นทกั ษะ
๒. นกั เรยี นสามารถวิเคราะห์และประเมินคุณค่าวรรณคดีได้
๓. นักเรยี นสามารถยกตวั อย่างบทประพนั ธ์ท่ีมคี ุณค่าวรรณคดีได้

ด้ำนคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
ข้อ ๒ ซื่อสัตย์สุจรติ
ข้อ ๔ ใฝ่เรียนรู้
ข้อ ๖ มงุ่ มน่ั ในการทางาน

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

คำสั่ง ใหน้ กั เรียนเลอื กคาตอบทถ่ี ูกทสี่ ุด (๑๐คะแนน)

๑. “ การเรียงถ้อยคาให้เปน็ ประโยคเชงิ ถาม แตเ่ จตนาท่ีแทจ้ ริงไม่ไดถ้ าม เพราะไม่ต้องการคาตอบ
แต่ต้องการเนน้ ให้ขอ้ ความมนี ้าหนักดงึ ดูดความสนใจและให้ผฟู้ งั คิดตาม” หใยถงึ ศลิ ปะการแลน่ คา
ประเภทใด

ก. เล่นคาพอ้ ง ข. สัการเล่นคาซา
ค. การเลน่ คาอัพภาส ง. การเลน่ คาเชิงคาถาม
๒. บทประพันธต์ ่อไปน้ีปรากฏศิลปะกรเลน่ คาแบบใด

คนเห็นคนเป็นคนนนั่ แหละคน คนเหน็ คนใชค่ นใช่คนไม่

เกิดเปน็ คนต้องเป็นคนทุกคนไป จนหรือมผี ดู้ ไี พร่ไม่พ้นคน”

ก. การซ้าคา ข. การเล่นคาซ้า

ค. การเลน่ คาพ้อง ง. การเล่นคาอัพภาส

๓. “สลดั ไดใดสลดั น้อง แหนงนอน ไพรฤา
เพราะเพื่อมาราญรอน เศกิ ไสร้”

คาประพันธ์ข้างต้นใช้โวหารภาพพจนใ์ ด ข. สัการเลน่ คาซา
ก. เลน่ คาพอ้ ง ง. การเล่นคาเชิงคาถาม
ค. การเลน่ คาอัพภาส

๔. ศลิ ปะการประพันธข์ อ้ ใดใช้อพั ภาสเลยี นเสยี งธรรมชาติ

ก. ชะโดดกุ กระด่ีโดด สลาดโลดยะหยอยหยอย

กระเพอ่ื มน้าพะพร่าพรอย กระฉอกฉานกระฉ่อนชล

ข. พลหัวหนา้ พะกนั แกว่งดาบฟนั ฉะฉาด แกว่งดาบฟนั ฉะฉดั
ซอ้ งหอกซัดยะยุ่ง ซอ้ งหอกพุ่งยะย้าย

ค. หางนกยงู ระยา้ เรยี่ คลอเคลียนา้ แพนดอกฉ่าช้อยชอ่ วรวิจติ ร

งามด่ังเปลวเพลิงป่ามานิรมิต สรอ้ ยโสภติ อภิรุมพุ่มหัวใจ

ง. เพชรน้าคา้ งคา้ งหล่นบนพรมหญา้ เยน็ หยาดฟา้ มาฝนั หลงวันใหม่

เคลา้ เคลยี หยอกดอกหญ้าอย่างอาลัย เมอ่ื แฉกดาวใบไผไ่ หวตะวนั

๕ ขอ้ ใดมีการซา้ คาทมี่ ีความหมายเหมือนกนั ทุกคา
ก. ทงั้ หนาวลมหนาวพรมนา้ ค้างพราว ไหนจะหนาวซากผาศิลาเย็น
ข. เห็นรอหักเหมือนหนง่ึ รักพ่ีรอรา รอท่ารง้ั ทุกข์มาตามทาง

ค. ระกากายมาถึงท้ายระกาบ้าน ระกาย่านน่ีก็ยาวนะอกเอ๋ย
ง. ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้า เหมือนเกิดกรรมเกดิ ราชการหลวง



๖. คาประพันธ์ในข้อใดใช้กลวิธีการเลน่ คาลกั ษณะเดียวกบั ตวั อย่างนี้

“ท้งั จากทจี่ ากคลองเป็นสองข้อ ยงั จากกอก็มาข้ึนในคลองขวาง”

ก. นกขมิ้นจบั เถาขม้นิ เครือ คาบเหยื่อเผ่ือลูกแลว้ โผบิน

ข. สาลิกาพาหมเู่ ที่ยวจบู่ นิ เขาคูคู่ถ่ินอยู่ริมรก

ค. กระทาปักหาตัวเมยี จ้อ ชูคอปีกกางหางหก

ง. ค้อนทองร้องรบั กนั ปก๊ ป๊ก นกคมุ่ เปรียวปร๋ือกระพือบิน

๗. คาประพันธต์ อ่ ไปนมี้ ีลกั ษณะเด่นในการประพนั ธ์ด้านใด

ทง้ั ตอ้ งน้าอามฤตเมอื่ ดึกเงียบ แสนยะเยียบเน้ือเยน็ เปน็ เหน็บหนาว

ก. การซา้ คา ข. การเล่นคาซ้า

ค. การเล่นคาพ้อง ง. การเล่นคาอัพภาส

๘. ข้อใดใช้คาอัพภาส ระย้าย้อยห้อยพวงกรอง
ก. ประยงคท์ รงพวงหอ้ ย กระแหนะภาพกระหนกพนั
ข. ลวดลายระบายระบุกระหนาบ

ค. สามยอดตลอดระยะระยับ วะวะวบั สลบั พรรณ
ง. ความรักทยี่ งั รักระบมใจ อย่าตดั ไมตรีตรงึ ให้ตรอมตรม
๙. ขอ้ ใดไม่มีการเลน่ คาพ้อง

ก. มาคลองบางกอกกลมุ้ กลางใจ
ฤๅบ่กอกหนองใน อกชา้
เสมอช่อื ไม้นา
ข. สละสละสมร

นกึ ระกานามไม้ แม่นแม้นทรวงเรยี ม
ค. โฉมแมจ่ ักฝากฟ้า เกรงอนิ ทร์ หยอกนา
สู่ฟ้า
อนิ ทรท่านเทอกโฉมเอา

ง. นางนวลจบั แมกไม้ นางนวล

นวลนชุ แนบเรยี มควร ค่แู คลว้

๑๐. “โปรดเถิดดวงใจโปรดได้ฟังเพลงนก้ี ่อน อยา่ ดว่ นหลับนอนอย่าดว่ นทอดถอนฤทัย จาเสยี งของ

พไ่ี ดห้ รือเปล่า จาเพลงรักเกา่ เราได้ไหม เคยฝงั ฝากไว้แนบในกลางใจนาง”

ขอ้ ความขา้ งต้นไม่ปรากฏลักษณะใด

ก. เล่นคาพ้อง ข. การเล่นคาซา้

ค. การเลน่ คาอัพภาส ง. การเลน่ คาเชิงคาถาม



ใบควำมรู้ที่ ๒

ศิลปะกำรเลน่ คำ

การเล่นคา คือ การสรรคามาเรียงร้อยในคาประพันธ์ โดยพลิกแพลงให้เกิดความหมาย

พิเศษและแปลกออกไปจากทีใ่ ช้กนั อยู่ เพื่ออวดฝมี อื ของกวี มกี ารเล่นคาพ้อง การเลน่ คาซ้า และการ

เล่นเชงิ ถาม (หนังสือเรยี นสาระการเรียนรพู้ ื้นฐานวรรณคดวี จิ ักษ์ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๒ . ๒๕๕๔ : ๓-

๖)

สมเกียรติ รักษ์มณี (๒๕๕๒ : ๓๙-๔๑) ได้จาแนกประเภทของศิลปะการใช้คาไว้ ๔

ประเภท ไดแ้ ก่ การเล่นคา การซ้าคาหรือซ้าวลี การใชค้ าซา้ หรอื คาอัพภาส และการหลากคา

ธเนศ เวศร์ภาดา (๒๕๔๙ : ๒๔) กล่าวว่าการปรุงแต่งคามีวธิ ีหลากหลาย พอจะกล่าว

ได้ ๓ ประเดน็ คือ การสรรคา การเล่นคา และการซ้าคา

กล่าวโดยสรุป ลักษณะการเล่นคามีทั้งหมด ๕ วิธีด้วยกัน คือ การเล่นคาพ้อง การ

เล่นคาซา้ การเล่นคาเชงิ คาถาม การใช้คาซา้ หรอื คาอพั ภาส และการหลากคา

๑. กำรเลน่ คำพอ้ ง คอื การนาคาพ้องมาใชค้ ูก่ ันให้เกดิ ความหมายทส่ี มั พนั ธก์ ัน

เชน่

ลางลิงลิงลอดไม้ ลางลงิ

แลลกู ลิงลงชิง ลกู ไม้

ลงิ ลมไตล่ มติง ลงิ โลด หนนี า

แลลูกลิงลางไหล้ ลอดเลี้ยวลางลงิ

(ลิลิตพระลอ)

โคลงนเี้ ล่นคา “ลางลิง” ซ่งึ มีความหมายสองอยา่ ง อยา่ งหน่ึงหมายถงึ ลงิ บางตัวซึ่งเป็น

สัตว์ และชอื่ ต้นไม้ลางลิง

"เบญจวรรณจับวัลยม์ าลี เหมอื นวนั เจา้ วอนพ่ีให้ตามกวาง"

(บทละคร เร่ืองรามเกยี รต์ิ พระราชนิพนธใ์ นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช)

กวีเล่นคาทม่ี ีเสียง "วนั " ๓ คา คือ (เบญจ)วรรณ-วัลย์-วัน โดยนามาใช้ใหม้ ี

ความหมายสัมพันธ์กันได้อย่างกลมกลืน การเล่นคาพ้องเป็นกลวิธกี ารประพันธท์ ่ีกวนี ยิ มมาก นอกจาก

คาพ้องเสยี งดังขา้ งต้นแล้วนน้ั ยังมีคาพ้องรูปอีก เชน่

"เห็นรอหักเหมือนหนึ่งรกั พี่รอรา แต่รอทา่ รั้งทุกข์มาตามทาง"

รอ คาแรก คือ หลกั ปักกั้นกระแสน้า สว่ น "รอ" ในคาวา่ "รอรา" คอื หยุด และใน
คาว่า "รอท่า" หมายถงึ คอย

๒. กำรเลน่ คำซำ้ หรอื เรยี กอีกอย่างว่า การซา้ คาหรอื ซา้ วลี คอื การนาคาคา
เดียวมาใช้ซ้าๆในที่ใกล้ๆกันเพ่อื ยา้ ความหมายของข้อความใหห้ นักแนน่ มากยิง่ ขน้ึ เชน่

ขอเชิญโอษฐ์ตอบโอษฐ์จงเอมอร ๔
ขอฝากเน้ือพี่แนบเน้ือนวลจนั ทร์
ขอเชญิ เนตรสบเนตรสกั หน่อยบ้าง ขอฝากกรตระกองชมโฉมสวรรค์
ขอฝากใจร่วมใจจอมสุดา ขอฝากขวญั มอบขวญั นัยนา
ขอฝากพักตรง์ ามเพยี งมาเคียงพกั ตร์ ขอฝากปรางมาศมอบกับนาสา
เชิญร่นื รสวาจามายาเยียว ขอฝากชีวาไวเ้ ป็นคู่ชีวติ เดยี ว
ขอฝากศกั ดเ์ิ สมอศักด์ิแสนเฉลยี ว
ที่ทรวงเสียวดว้ ยศรีสวาทแทง

จากคาประพนธ์ข้างต้นมีการซ้าคา โอษฐ์-โอษฐ,์ เนือ้ -เน้ือ, ขวัญ-ขวัญ, เนตร-เนตร,ใจ-ใจ
, พกั ตร-์ พกั ตร,์ ศักด-ิ์ ศักดิ์ ในความหมายเดียวกนั

๓. กำรเลน่ คำเชิงถำม คอื การเรียงถอ้ ยคาให้เปน็ ประโยคเชิงถาม แตเ่ จตนาที่
แท้จรงิ ไม่ได้ถาม เพราะไม่ต้องการคาตอบ แต่ต้องการเน้นให้ข้อความมนี ้าหนกั ดงึ ดูดความสนใจและ
ให้ผู้ฟังคิดตาม บางท่านอาจเรียกว่า การใช้ประโยคคาถามเชิงวาทศลิ ป์ เช่น

เปลก็ไกวดาบก็แกว่งแขง็ หรือไม่ ไมอ่ วดหยง่ิ หญงิ ไทยมิใชช่ วั่

ไหนไถถากกรากกราไหนทาครัว ใช่รจู้ ักแตจ่ ะยวั่ ผวั เมื่อไร

๔. กำรใช้คำซำ้ หรอื คำอัพภำส คือการเลือกซ้าคาเดียวกันในตาแหนง่ ที่
ตอ่ เน่อื งกนั เพือ่ เนน้ ความ หรือทาให้ความหมายเปลีย่ นไปบ้างตามลักษณะของคาซา้ นอกจากนผี้ ู้
แต่งอาจเลือกใช้คาอัพภาสหรอื ซ้าอกั ษรลงหน้าศพั ท์จากการกลอ่ นเสียงของคาซ้าก็ได้ เชน่

ครนื ครืนใชฟ่ ้าร้อง เรยี มครวญ
หง่ึ หึ่งใชล่ มหวน พไ่ี ห้
ฝนตกใช่ฝนนวล พท่ี อด ใจนา
รอ้ นใช่รอ้ นไฟไหม้ พี่ร้อนกลกาม

๕. กำรหลำกคำ ได้แก่การใช้คาไวพจนใ์ นตาแหนง่ ใกล้เคียงหรอื ในบรบิ ทเดยี วกนั
ทาใหเ้ กดิ ความไพเราะท่ีไมต้องใชถ้ ้อยคาซ้าซาก

ถงึ ยามกาหนัดจะประโลมเล้าน่ีก็ไม่ชนื่ ชม นตฺถิ รติ ยามเม่อื จะรว่ มรสภริ มย์น่ีก็ไม่
ปรีดา ยามเมือ่ จะเจรจานีก่ ็ไมป่ ราโมทย์ เหมอื นตะแกจะกรวิ้ โกรธตวาดขดู่ เู ปนน่ากลัว

คาประพันธข์ ้างตน้ มกี ารเลือกใช้คา “ช่นื ชม” “ปรีดา” “ปราโมทย์” ในความหมาย
เดียวกนั ทาให้เห็นความงามของภาษาทีม่ ีคาใชอ้ ย่างหลากหลาย



แบบฝึกท่ี ๒.๑

คำสัง่ นักเรียนนาคาด้านลา่ งเติมหน้าข้อความทม่ี ีความสมั พนั ธก์ ัน ( ๑๐ คะแนน)

การเล่นคาพ้อง การซ้าคาหรือซ้าวลี
การใช้คาซ้า การหลากคา การเล่นคาเชิงถาม

.................๑. อาจเรยี กวา่ คาอัพภาส
.................๒. การเลือกใช้คาท่ีมหี ลายความหมายในตาแหนง่ ที่ใกลเ้ คยี งกัน
.................๓. การเลือกใชค้ าหรอื วลีเดยี วกันในตาแหนง่ ตา่ งกัน มีความหมายอย่าง

เดยี วกนั ทกุ ตาแหนง่
..................๔. อาจเกดิ จากการซ้อนหรอื การซ้าอกั ษรลงหน้าศัพทจ์ ากการกร่อนเสียงของคา
..................๕. เกิดจากการใช้คาไวพจน์ในตาแหน่งท่ใี กลเ้ คียงกนั หรือในบริบทเดยี วกนั
..................๖. คาออกเสยี งเหมือนกัน อาจมีตัวสะกดทต่ี า่ งกัน แต่อาจมีความหมาย

แตกต่างกนั ไปตามบริบท
..................๗. ความไพเราะเกดิ จากการไม่ใช้ถอ้ ยคาซ้าซากเม่ือกลา่ วถึงส่ิงเดียวกนั
..................๘. อาจทาให้ความหมายเปลีย่ นไปบ้างตามลกั ษณะของคาซา้
..................๙. การเรยี งถ้อยคาให้เปน็ ประโยคเชงิ ถาม แตเ่ จตนาท่แี ทจ้ ริงไมไ่ ด้ถาม เพราะ

ไม่ต้องการคาตอบ
.................๑๐. การเลือกใช้คาเดียวกันในตาแหนง่ ทีต่ อ่ เน่ืองกันเพื่อเน้นความ



แบบฝึกท่ี ๒.๒

คำส่งั ใหน้ ักเรียนพิจารณาขอ้ ความต่อไปน้ี ถา้ ถกู ต้องให้ ทาเคร่ืองหมาย  ในชอ่ งใช่
ถา้ ผดิ ให้ทาเคร่ืองหมาย  ในช่องไม่ใช่ (๑๐ คะแนน)

ที่ ขอ้ ควำม ใช่ ไม่ใช่

๑ “โอเ้ จา้ แว่งแกว้ ส่อองสวา่ งอกของแมเ่ อ่ย แมเ่ คยไดร้ บั ขวญั เจา้ ทุกเวลา เป็นไร
เลา่ เจา้ จ่ึงไม่มาเหมือนทกุ วนั มตา หรือว่าพระลกู เจ้าอาสญั สูญสนิ้ พระชนมาน
อยู่ในป่าหมิ พานตน์ ้ีแลว้ แล” ข้อความ “เป็นไรเลา่ เจ้าจึ่งไม่มาเหมอื นทุกวัน”
เป็นการเล่นคาเชงิ คาถาม

๒ “สดุ สายนัยนาท่ีแม่จะตามมาเลง็ แล สดุ โสตแล้วทแี่ ม่จะซับทราบฟังสาเนยี ง
สุดสุรเสยี งทีแ่ มจ่ ะเรียกรา่ พิไรร้อง สุดฝเี ทา้ ท่แี ม่จะเยื้องย่องยกย่างลงเหยียบ
ดนิ ” “สุด” เป็นการซ้าคา

๓ “ถงึ ยามกาหนัดจะประโลมเล้านกี่ ไ็ ม่ชื่นชม นตถฺ ิ รติ ยามเม่ือจะรว่ มรส
ภริ มย์นกี่ ไ็ มป่ รดี า ยามเม่ือจะเจรจาน่ีก็ไม่ปราโมทย์ เหมอื นตะแกจะกร้ิวโกรธ
ตวาดขูด่ เู ปนนา่ กลัว” ข้อความน้มี ีการหลากคา

๔ “ถา้ รแู้ จง้ ประจักษ์ใจแม่ก็จะตามเจา้ ไปจนสดุ แรง นีก่ ็เหลือทแี่ มจ่ ะเทยี่ วแสวง
สืบเสาะหา” ข้อความ “แสวงสบื เสาะหา” เป็นการเลน่ คาพ้อง

๕ “พักหนึ่งก็ถึงท่ีสดุ บรเิ วณพระอาวาสทพี่ ระลูกเจ้าเคยประพาสแล่นเล่น” คาว่า
“แล่นเลน่ ” เปน็ การคาซา้

๖ “ภุมรินทรบ์ นิ วะวอ่ นเที่ยวซบั ซาบเอาเกสรสคุ นธมาเลศ” ข้อความนมี้ ีการใชค้ า
อัพภาสและคาพอ้ ง

๗ “พระพายราเพยพัดมาฉวิ เฉ่ือย เรไรระรเ่ี รอ่ื ยร้องอยหู่ ริง่ ๆ” ขอ้ ความนี้มีการใช้
คาซ้า

๘ “เหมอื นหน่ึงนาพลอยพร้อยๆอยูพ่ รายๆ” ข้อความนี้มีการซ้าคา
๙ “อตุ สาหะตระตรากตระตราเตร็จเตร่หาผลาผลไม้” ข้อความนม้ี กี ารเล่นคาพ้อง
๑๐ “สะดุง้ พระทยั ไหวหวาดวะหวดี วิ่งวนแวะเขา้ ข้างทาง พระทรวงนางสน่ั ระรวั

เตน้ ดังตปี ลา” ข้อความน้ีมกี ารใช้คาอัพภาส



แบบฝกึ ที่ ๒.๓

คำส่งั ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาขอ้ ความต่อไปน้ี แลว้ พจิ ารณาว่าเป็นศิลปะการเล่นคา
ประเภทใด ทาเครอื่ งหมาย  ใหต้ รงช่องท่ีสอดคล้องกนั (๑๐ คะแนน)

ท่ี ข้อควำม กำรเ ่ลนคำ ้พอง
กำรซ้ำ คำ หรือซ้ำว ีล
กำรเ ่ลนคำเ ิชงคำถำม
กำรใ ้ชคำซ้ำหรือคำ ัอพภำส
กำรหลำกคำ

๑ รอนรอนสุริยโอ้ อสั ดง
เร่อื ยเรือ่ ยลบั เมรุลง คา่ แล้ว
รอนรอนจติ จานง นชุ พี่ เพยี งแม่
เร่อื ยเรื่อยเรยี มคอยแกว้ คลับคลา้ ยเรยี มเหลยี ว
(กาพยเ์ หเ่ รือ)

๒ สองโจมสองจูจ่ ว้ ง บารู
สองขัตยิ สองขอชู เชดิ ดา้
กระลึงกระลอกดู ไวว่อง นกั นา
ควาญขับคชแข่งคา้ เข่นเขีย้ วในสนาม
(ลิลิตตะเลงพา่ ย)

๓ คุณ แม่หนาหนักเพ้ียง พสธุ า

คุณบดิ รดจุ อา กาศกวา้ ง

คณุ พี่พ่างศขิ รา เมรุมาศ

คณุ พระอาจารย์อา้ ง อาจสู้สาคร

๔ นวลจันทร์เปน็ นวลจรงิ เจ้างามพร้ิงย่ิงนวลปลา

คางเบือนเบอื นหน้ามา ไม่งามเท่าเจา้ เบือนชาย

(กาพย์เหเ่ รือ)

๕ เสยี งสรวลระรี่นี้ เสยี งใด
เสยี งนุชพฤ่ี าใคร ใครร่ ู้
เสยี งสรวลเสยี งทรามวัย นชุ พี่ มาแม่
เสียงบังอรสมรผู้ อ่นื นนั้ ฤามี
(กาพย์เหเ่ รือ)



ที่ ข้อควำม กำรเ ่ลนคำ ้พอง
กำรซ้ำ คำ หรือซ้ำว ีล
กำรเ ่ลนคำเ ิชงคำถำม
กำรใ ้ชคำซ้ำหรือคำ ัอพภำส
กำรหลำกคำ

๖ มงึ ถอื วา่ อวี นั ทองเปน็ แม่ตัว ไมเ่ กรงกลวั เว้โว้ทาโมหันธ์
ไปรบั ไยไม่ไปในกลางวัน อา้ ยแผนพ่อน้ันกเ็ ป็นใจ
(ขุนชา้ งขนุ แผน)

๗ เพียนทองงามดงั่ ทอง ไม่เหมอื นน้องห่มตาดพราย

กระแหแหห่างชาย ดงั่ สายสวาทคลาดจากสม

(กาพย์เห่เรือ)

๘ งามทรงวงด่ังวาด งามมารยาทนาดกรกราย
งามพริ้มยิม้ แย้มพราย งามคาหวานลานใจถวิล
(กาพย์เห่เรือ)

๙ เสยี งสรวลระร่นี ้ี เสยี งแกว้ พ่ีหรือเสยี งใคร
เสยี งสรวลเสียงทรามวยั สุดสายใจพต่ี ามมา
(กาพยเ์ ห่เรือ)

๑๐ เรอ่ื ยเร่ือยมารอนรอน ทิพากรจะตกตา่
สนธยาจะใกล้ค่า คะนงึ หาเจ้าตาตรู
เรื่อยเรือ่ ยมาเรยี งเรยี ง นกบนิ เฉยี งไปทงั่ หมู่
ตวั เดยี วมาพลดั คู่ เหมือนพี่อยู่ผู้เดียวดาย
(กาพย์เหเ่ รือ)



แบบฝกึ ที่ ๒.๔

คาสั่ง ใหน้ ักเรียนบอกลักษณะศิลปะการเลน่ คาท่ีตรงตามลกั ษณะตามข้อความและอธบิ ายขอ้ สงั เกต

ประกอบข้อความใหต้ รงตามลกั ษณะของศิลปะการใชค้ า (๑๐ คะแนน)

๑. จงจาคาพ่อไซร้ สั่งสอน

จงประสทิ ธิส์ มพร พ่อให้

จงเรอื งพระฤทธิร์ อน อรริ าช

จงพ่อลุลาภได้ เผด็จด้าวแดนสยาม

(ลลิ ติ ตะเลงพ่าย)

ลกั ษณะศลิ ปะกำรเล่นคำ ข้อสงั เกต

................................................................... .................................................................
................................................................... .................................................................

๒. สลัดไดใดสลัดนอ้ ง แหนงนอน ไพรฤๅ
เพราะเพ่ือมาราญรอน เศกิ ไสร้
สละสละสมร เสมอชื่อ ไมน้ า
นึกระกานามไม้ แมน่ แม้นทรวงเรยี ม
(ลิลติ ตะเลงพ่าย)
ลักษณะศลิ ปะกำรเลน่ คำ
ข้อสงั เกต

................................................................... .................................................................
................................................................... .................................................................

๓. สายหยดุ หยดุ กลิ่นฟุง้ ยามสาย
สายบห่ ยุดเสนห่ ์หาย ห่างเศรา้
กีค่ ืนกว่ี ันวาย วางเทวษ ราแม่
ถวิลทุกขวบค่าเชา้ หยุดได้ฉนั ใด
(ลลิ ิตตะเลงพ่าย)
ลักษณะศิลปะกำรเล่นคำ
ข้อสังเกต
...................................................................
................................................................... .................................................................
.................................................................

๑๐

๔. “...สาดปนื ไฟยะแย้ง แผลงปนื พิษยะยุ่ง พุ่งหอกใหญ่คะคว้าง ขว้างหอกซดั

คะไขว่ไลค่ ะคลุกบุกบนั เงื้อดาบฟนั ฉะฉาด ง่าง้าวฝาดฉะฉับ...”

(ลลิ ิตตะเลงพ่าย)

ลักษณะศลิ ปะกำรเล่นคำ ขอ้ สงั เกต

................................................................... .................................................................
................................................................... .................................................................

๕. สงครามครานี้หนัก ใจเจ็บ ใจนา
เรยี มเรง่ แหนงหนาวเหน็บ อกโอ้
ลูกตายฤใครเก็บ ผีฝาก พระเอย
ผีจกั เทง้ ท่ีโพล้ ทเ่ี พล้ใครเผา
(ลิลติ ตะเลงพ่าย)
ลักษณะศิลปะกำรเลน่ คำ
ข้อสงั เกต
...................................................................
................................................................... .................................................................
.................................................................

๑๑

แบบฝกึ ที่ ๒.๕

คำสั่ง ใหน้ ักเรยี นวเิ คราะหค์ าประพันธต์ ่อไปนี้ พรอ้ มอธิบายการเล่นเลน่ คาท่ีใช้ในการประพนั ธ์
(๑๐ คะแนน)

คนธรรพค์ ร้นั เห็นกรุงกษัตรยิ ์ แจง้ รหสั ให้เนตรด่งั บรรหาร

นอ้ มศโิ รตมร์ บั รสพจมาน จับพณิ ดดี ประสานสาเนียงครวญ

แกล้งประดิษฐ์คิดขับเปน็ กาพยก์ ลอน กระแสเสยี งลอยร่อนโหยหวน

โอพ้ ระพายชายกลนิ่ มารญั จวน หอมหวนนาสาเหมือนกากี

รนื่ รนื่ ชื่นจิตพี่จาได้ เหมือนไปร่วมภิรมยป์ ระสมศรี

ในสถานพิมานสมิ พลี กลิ่นยังซาบทรวงพ่ีทงั้ วรกาย

นิจจาเอย๋ เชยมาเจด็ วนั กลิ่นสุคนั ธรสรื่นกเ็ หือดหาย

ฤาว่าใครแนบน้องประคองกาย กล่นิ สายสวาทซาบอรุ ามาฯ

......................................................................................

พระยาครฑุ ครองชูเ้ ป็นชายเฉา มาพาเราผู้ชู้ไปสู่สมร

ราตรีปักษเี ข้าแนบนอน ทิวากรเราแนบประจานาง

ต่างชตู้ า่ งช่ืนทุกคืนวัน แต่สบุ รรณงมจิตไม่คิดหมาง

เป็นสจั จงั ด่งั พร้องไม่อาพราง ข้าระคางกลวั เกลือกจะมคี รรภ์

วา่ พลางขบั ครวญกระบวนพิณ โอก้ ลนิ่ กากีพหี่ มายม่นั

เสยี ดายพักตรร์ ับพกั ตรพ์ ่เี มียงมัน เสียดายกรรณรบั รสพจนา

เสียดายขนงก่งพักตร์เม่ือยักยวน เสียดายเนตรนาชวนเสน่หา

เสียดายปรางชา่ งเบอื นกระบวนมา ใหน้ าสาสูบรสรัญจวนใจ

เสียดายโอษฐอ์ ่อนคาให้กาหนัด เสยี ดายกรกอดรัดกระหวดั ไหว

เสียดายเตา้ เคล้าชื่นอุราใน เสียดายใจน้าใจทุกสงิ่ อัน

นิจจาเอ๋ยชวดเชยเพราะสองชู้ ถา้ คงคกู่ ็ไม่ร้างภริ มย์ขวัญ

เวทนาด้วยพระยาสบุ รรณครัน ขบั แลว้ อภิวนั ท์กษัตรา ฯ

(กากีคากลอน : เจ้าพระยาพระคลัง (หน))

๑๒

…………………กา…รเ…ล่…นค…า…พ…้อง…………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..

……………ก…า…รเ…ล่น…ค…าเ…ชิง…ค…าถ…า…ม……………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..

……………กา…รซ…้า…ค…า ห…ร…ือ…ซ้า…ว…ลี………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..

…………ก…าร…ใช…้ค…าซ…้า…หร…ือ…ค…าอ…พั …ภ…าส………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..

การหลากคา

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
……………….……………………………………………………………………………………………………………

๑๓

แบบฝกึ ท่ี ๒.๖

คำสง่ั ใหน้ กั เรยี นวเิ คราะหค์ าประพนั ธ์ต่อไปนี้ พร้อมอธบิ ายการเล่นเลน่ คาท่ีใช้ในการประพนั ธ์

(๑๐ คะแนน)

เหช่ มเครื่องหวำน

๏ สงั ขยาหน้าไข่คุน้ เคยมี

แกมกับขา้ วเหนยี วสี โศกยอ้ ม

เป็นนัยนาวาที สมรแม่ มาแม

แถลงวา่ โศกเสมอพ้อม เพียบแอ้อกอร ๚

๏ สงั ขยา หนา้ ตั้งไข่ ขา้ วเหนยี วใส่สีโศกแสดง

เป็นนยั ไม่เคลือบแคลง แจง้ ว่าเจา้ เศร้าโศกเหลือ

๏ ซา่ หรมิ่ ลิม้ หวานลา้ แทรกใส่นา้ กะทเิ จือ

วติ กอกแห้งเครือ ไดเ้ สพหริ่มพิมเสนโรย

๏ ลาเจยี ก ชือ่ ขนม นึกโฉมฉมหอมชวยโชย

ไกลกลิน่ ดนิ้ แดโดย โหยไหห้ าบุหงางาม

๏ มัศกอด กอดอยา่ งไร น่าสงสัยใครข่ อถาม

กอดเคล้นจะเห็นความ ขนมนามน้ยี งั แคลง

๏ ลุดตี่ นี้น่าชม แผแ่ ผน่ กลมเพยี งแผ่นแผง

โอชาหน้าไกแ่ กง แคลงของแขกแปลกกลน่ิ อาย

๏ ขนมจีบ เจ้าจีบห่อ งามสมส่อประพิมพป์ ระพาย

นกึ นอ้ งนุง่ จีบกราย ชายพกจีบกลีบแนบเนียน

๏ รสรักยกั ลานา ประดษิ ฐ์ทา ขนมเทยี น

คานึงนิว้ นางเจียน เทียนหล่อเหลาเกลากลงึ กลม

๏ ทองหยบิ ทพิ ยเ์ ทียมทัด สามหยิบชัดน่าเชยชม

หลงหยิบวา่ ยาดม ก้มหนา้ เมนิ เขินขวยใจ

๏ ขนมผงิ ผิงผ่าวร้อน เพียงไฟฟอนฟอกทรวงใน

ร้อนนกั รักแรมไกล เมอื่ ไรเห็นจะเยน็ ทรวง

๏ รงั ไร โรยดว้ ยแป้ง เหมอื นนกแกลว้ ทารงั รวง

โออ้ กนกทั้งปวง ยงั ยินดีดว้ ยมีรัง

๏ ทองหยอด ทอดสนทิ ทองมว้ น มดิ คิดความหลัง

สองปีสองปดิ บัง แต่ลาพงั สองต่อสอง

๏ งามจรงิ จา่ มงกฏุ ใส่ชื่อดุจมงกุฏทอง

เรยี มรา่ คานึงปอง สะอิ้งน้องนน้ั เคยยล

๏ บวั ลอย เล่ห์บัวงาม คิดบวั กามแก้วกับตน

ปล่งั เปลง่ เคร่งยุคล สถนนชุ ดจุ ประทมุ

๏ ชอ่ มว่ ง เหมาะมีรส หอมปรากฏกลโกสุม

คดิ สีสไลคลุม หมุ้ ห่อม่วงดวงพุดตาน

๑๔

๏ ฝอยทอง เปน็ ยองใย เหมอื นเสน้ ไหมไข่ของหวาน
คิดความยามเยาวมาลย์ เยบ็ ชนุ ใช้ไหมทองจีน ฯ

(กาพยเ์ ห่ชมเคร่ืองคาวหวาน : พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลา้ นภาลยั )

การเล่นคาพ้อง

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..

……………ก…า…รเ…ล่น…ค…าเ…ชิง…ค…าถ…า…ม…………

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..

การซ้าคา หรือซ้าวลี

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..

การใช้คาซ้าหรือคาอพั ภาส

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..

การหลากคา

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….…………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..

๑๕

แบบทดสอบหลังเรยี น

คำสั่ง ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกทีส่ ุด (๑๐ คะแนน)

๑. “ การเรียงถ้อยคาให้เปน็ ประโยคเชิงถาม แต่เจตนาที่แท้จริงไม่ได้ถาม เพราะไม่ต้องการคาตอบ

แต่ตอ้ งการเนน้ ให้ขอ้ ความมีน้าหนกั ดงึ ดดู ความสนใจและให้ผูฟ้ งั คิดตาม” หใยถึงศลิ ปะการแล่นคา

ประเภทใด

ก. เลน่ คาพ้อง ข. การเลน่ คาซ้า

ค. การเล่นคาอัพภาส ง. การเล่นคาเชงิ คาถาม

๒. “สลัดไดใดสลดั น้อง แหนงนอน ไพรฤา

เพราะเพ่ือมาราญรอน เศกิ ไสร้”

คาประพันธข์ ้างต้นใช้โวหารภาพพจน์ใด

ก. เล่นคาพ้อง ข. การเล่นคาซา้

ค. การเลน่ คาอัพภาส ง. การเล่นคาเชิงคาถาม

๓. บทประพนั ธ์ตอ่ ไปนปี้ รากฏศลิ ปะกรเล่นคาแบบใด

คนเห็นคนเป็นคนน่นั แหละคน คนเห็นคนใช่คนใช่คนไม่

เกดิ เปน็ คนต้องเปน็ คนทุกคนไป จนหรือมีผ้ดู ีไพร่ไมพ่ น้ คน”

ก. การซา้ คา ข. การเล่นคาซ้า

ค. การเล่นคาพ้อง ง. การเล่นคาอัพภาส

๔. คาประพันธต์ อ่ ไปนี้มีลกั ษณะเดน่ ในการประพนั ธ์ด้านใด

ทั้งต้องน้าอามฤตเมื่อดึกเงยี บ แสนยะเยียบเน้ือเยน็ เป็นเหน็บหนาว

ก. การซ้าคา ข. การเลน่ คาซา้

ค. การเลน่ คาพ้อง ง. การเลน่ คาอัพภาส

๕ ขอ้ ใดมีการซา้ คาทมี่ ีความหมายเหมือนกนั ทุกคา

ก. ทั้งหนาวลมหนาวพรมน้าค้างพราว ไหนจะหนาวซากผาศลิ าเยน็

ข. เห็นรอหักเหมือนหนงึ่ รกั พี่รอรา รอทา่ ร้งั ทุกข์มาตามทาง

ค. ระกากายมาถงึ ทา้ ยระกาบ้าน ระกายา่ นนี่กย็ าวนะอกเอย๋

ง. ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขนึ้ กลางนา้ เหมือนเกิดกรรมเกดิ ราชการหลวง

๖. ศิลปะการประพันธข์ อ้ ใดใชอ้ ัพภาสเลียนเสยี งธรรมชาติ

ก. ชะโดดกุ กระดี่โดด สลาดโลดยะหยอยหยอย

กระเพอ่ื มน้าพะพร่าพรอย กระฉอกฉานกระฉ่อนชล

ข. พลหวั หนา้ พะกนั แกวง่ ดาบฟันฉะฉาด แกว่งดาบฟนั ฉะฉัด

ซอ้ งหอกซดั ยะยุ่ง ซอ้ งหอกพุ่งยะย้าย

ค. หางนกยงู ระยา้ เร่ียคลอเคลียน้า แพนดอกฉา่ ช้อยช่อวรวจิ ติ ร

งามดัง่ เปลวเพลิงปา่ มานิรมิต สรอ้ ยโสภติ อภิรุมพมุ่ หวั ใจ

ง. เพชรน้าคา้ งค้างหลน่ บนพรมหญา้ เย็นหยาดฟ้ามาฝันหลงวนั ใหม่

เคลา้ เคลยี หยอกดอกหญ้าอย่างอาลยั เมอื่ แฉกดาวใบไผไ่ หวตะวนั

๑๖

๗. คาประพันธ์ในข้อใดใช้กลวธิ กี ารเลน่ คาลักษณะเดียวกับตวั อยา่ งน้ี

“ทั้งจากท่ีจากคลองเปน็ สองข้อ ยังจากกอก็มาข้นึ ในคลองขวาง”

ก. นกขม้ินจับเถาขม้ินเครือ คาบเหย่อื เผ่ือลูกแลว้ โผบนิ

ข. สาลกิ าพาหมู่เที่ยวจู่บิน เขาคคู ู่ถน่ิ อย่รู ิมรก

ค. กระทาปักหาตวั เมียจอ้ ชคู อปีกกางหางหก

ง. ค้อนทองรอ้ งรับกนั ปก๊ ป๊ก นกคุ่มเปรยี วปรื๋อกระพือบิน

๘. ขอ้ ใดใช้คาอัพภาส

ก. ประยงค์ทรงพวงหอ้ ย ระยา้ ยอ้ ยห้อยพวงกรอง

ข. ลวดลายระบายระบกุ ระหนาบ กระแหนะภาพกระหนกพัน

ค. สามยอดตลอดระยะระยับ วะวะวบั สลับพรรณ

ง. ความรกั ท่ียังรักระบมใจ อยา่ ตดั ไมตรตี รงึ ให้ตรอมตรม

๙. “โปรดเถดิ ดวงใจโปรดได้ฟงั เพลงนี้ก่อน อย่าด่วนหลบั นอนอยา่ ดว่ นทอดถอนฤทยั จาเสียงของพ่ี

ไดห้ รอื เปล่า จาเพลงรกั เกา่ เราไดไ้ หม เคยฝงั ฝากไวแ้ นบในกลางใจนาง”

ข้อความข้างตน้ ไม่ปรากฏลักษณะใด

ก. เลน่ คาพอ้ ง ข. สกั ารเล่นคาซา

ค. การเลน่ คาอัพภาส ง. การเล่นคาเชิงคาถาม

๑๐. ข้อใดไม่มกี ารเล่นคาพ้อง

ก. มาคลองบางกอกกล้มุ กลางใจ

ฤๅบก่ อกหนองใน อกช้า

ข. สละสละสมร เสมอชอ่ื ไมน้ า

นกึ ระกานามไม้ แม่นแมน้ ทรวงเรียม

ค. โฉมแม่จักฝากฟา้ เกรงอนิ ทร์ หยอกนา

อนิ ทรทา่ นเทอกโฉมเอา สู่ฟ้า

ง. นางนวลจับแมกไม้ นางนวล

นวลนุชแนบเรียมควร ค่แู คลว้

๑๗

ตำรำงสรุปคะแนน

แบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรียน
แบบทดสอบ/แบบฝึกทกั ษะ คะแนนเต็ม คะแนนทไ่ี ด้

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ๑๐

แบบทดสอบหลังเรียน ๑๐

แบบฝกึ ทักษะ คะแนนที่ได้
แบบทดสอบ/แบบฝึกทักษะ คะแนนเตม็

แบบฝึกทักษะที่ ๒.๑ ๑๐

แบบฝึกทักษะท่ี ๒.๒ ๑๐

แบบฝึกทักษะที่ ๒.๓ ๑๐

แบบฝึกทกั ษะที่ ๒.๔ ๑๐

แบบฝึกทักษะท่ี ๒.๕ ๑๐

แบบฝกึ ทักษะที่ ๒.๖ ๑๐

รวมคะแนนแบบฝกึ ทักษะ ๖๐

บรรณำนกุ รม

กำกคี ำกลอน. โรงพมิ พ์ห้างสมุด: พระนคร, ๒๕๐๐.
ชลดา เรืองรกั ษล์ ขิ ิต. (๒๕๕๒).กำพยเ์ ห่ชมเครอ่ื งคำวหวำน กำพยน์ ริ ำศแรมรสรำ้ ง. กรงุ เทพฯ:

สานักพมิ พ์แห่งจุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั .
จฑุ าฎา เทพวรรณ. (๒๕๕๕). เกง็ ขอ้ สอบรับตรงภาษาไทย. กรงุ เทพฯ : แมค็ เอ็ดดเู คช่นั .
บดนิ ทร์ พจิ อักษรากรณฑ์, น้อย เนียมฟัก, อบุ ลวรรณ ภัยชนะ และรตั น์ สนแก้ว. (ม.ป.ป).

ภาษาไทย ตาม หลักสตู รมัธยมมศึกษาตอนปลาย. กรงุ เทพฯ : กจิ อกั ษร.
ประจกั ษ์ ประภาพทิ ยากร. (๒๕๑๖). ถาม-ตอบ วรรณคดีไทยมธั ยมศึกษาตอนปลาย. (พมิ พ์ครงั้ ท่ี

๗). กรุงเทพฯ : ประสานมิตร.
ธเนศ เวศรภ์ าดา. (๒๕๔๓). ติวไทยพิเศษ. กรงุ เทพฯ : หมกึ จีน.
วัลลภา วิทยารกั ษ์. (ม.ป.ป). ค่มู ือเตรยี มสอบ Entrance ระบบใหม่ ภาษาไทย. กรุงเทพฯ :

ไฮเอด็ พับลชิ ช่งิ .
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน. (๒๕๕๗). หนงั สือเรียนรายวิชาพนื้ ฐานภาษาไทยหลัก

ภาษาและการใช้ภาษาเพือ่ การสื่อสาร ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๖. กรงุ เทพฯ : สกสค.
ลาดพร้าว.
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน. (๒๕๕๘). หนังสอื เรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย
วรรณคดีวิจกั ษ์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕. พิมพ์คร้งั ที่ ๘. กรุงเทพฯ : สกสค.ลาดพรา้ ว.
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน. (๒๕๕๙). หนงั สือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐานภาษาไทย
วรรณคดวี ิจกั ษ์ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๔. พมิ พ์ครั้งท่ี ๑๐. กรงุ เทพฯ : สกสค.ลาดพรา้ ว.
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน. (๒๕๖๑). หนงั สอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐานภาษาไทย
วรรณคดีวจิ กั ษ์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖. พิมพ์ครัง้ ท่ี ๑๐ กรุงเทพฯ : สกสค.ลาดพร้าว.


Click to View FlipBook Version