The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบฝึกทักษะชุดที่ ๔ โวหารภาพพจน์ (บุคคลวัต สัทพจน์ ปฏิปุจฉา สัญลักษณ์ นามนัย)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jariya jittaponk, 2020-05-09 05:19:25

แบบฝึกทักษะชุดที่ ๔ โวหารภาพพจน์ (บุคคลวัต สัทพจน์ ปฏิปุจฉา สัญลักษณ์ นามนัย)

แบบฝึกทักษะชุดที่ ๔ โวหารภาพพจน์ (บุคคลวัต สัทพจน์ ปฏิปุจฉา สัญลักษณ์ นามนัย)



คำนำ

แบบฝึกทักษะวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีสาหรบั นักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๕ จัดทาเพ่ือใช้
ฝึกทักษะวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านวรรณศิลป์และด้านสังคม โดยใช้การจัดกิจกรรมตามแนว
ทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ มุ่งให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการวิเคราะห์
วรรณคดี อย่างเป็นข้ันตอน ผ่านกิจกรรมการฝึกทักษะที่มีรูปแบบหลากหลาย ท้าทายความสามารถ
เพื่อให้ผู้เรียนเห็นความสาคัญของวรรณคดีไทย เห็นคุณค่าทางด้านการใช้ภาษาที่สะท้อนให้เห็นวิถี
ชีวิตของคน กฎระเบียบคาสอน ค่านิยม วัฒนธรรม วิถีชีวิต และคุณค่าทางสติปัญญาและศีลธรรม
โดยแบบฝึกทักษะวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีสาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๕ มีจานวน ๖ ชุด
ประกอบด้วย

แบบฝึกทกั ษะชดุ ที่ ๑ ศิลปะการเลน่ เสียง
แบบฝึกทกั ษะชดุ ท่ี ๒ ศลิ ปะการเล่นคา
แบบฝกึ ทกั ษะชดุ ที่ ๓ โวหารภาพพจน(์ อปุ มา อุปลักษณ์ อุปมานิทศั น์ อติพจน์ อวพจน์)
แบบฝกึ ทักษะชุดท่ี ๔ โวหำรภำพพจน์(บุคคลวตั สทั พจน์ ปฏิปจุ ฉำ สญั ลกั ษณ์ นำมนัย)
แบบฝึกทักษะชุดที่ ๕ รสวรรณคดี
แบบฝกึ ทักษะชุดท่ี ๖ คุณคา่ ด้านสงั คม
ผู้ศึกษาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แบบฝึกทักษะวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีสาหรับนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปที ่ี ๕ จะช่วยพัฒนาทักษะการวิเคราะหค์ ณุ คา่ วรรณคดีแก่ผ้เู รยี น และจะเป็นประโยชน์
แก่ผู้สอนในการท่ีจะนาไปใช้ในการเรยี นการสอนวรรณคดี

จริยา จติ ตพงศ์

สำรบญั ข

เร่อื ง หนำ้
คานา ก
สารบญั ข
คาช้แี จงสาหรบั ครู ค
คาช้ีแจงสาหรับนักเรยี น ง
ขนั้ ตอนในการฝกึ ทกั ษะการวิเคราะห์คุณคา่ วรรณคดี จ
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้ีวดั ฉ
จุดประสงค์การเรยี นรู้ ฉ
ใบความรแู้ ละแบบฝกึ ทักษะ ๑

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ๓
ใบความร้ทู ่ี ๔ ๕
แบบฝึกทกั ษะท่ี ๔.๑ ๖
แบบฝกึ ทกั ษะที่ ๔.๒ ๗
แบบฝึกทักษะท่ี ๔.๓ ๙
แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๔.๔
แบบฝึกทักษะที่ ๔.๕ ๑๐
แบบฝกึ ทกั ษะที่ ๔.๖ ๑๒
แบบทดสอบทา้ ยแบบฝึกทกั ษะ ๑๓
บรรณานุกรม ๑๖
ภาคผนวก ๑๗



คำชี้แจงสำหรับครู

แบบฝกึ ทักษะวิเคราะห์คณุ ค่าวรรณคดีสาหรับนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๕ ชุดน้ใี ช้เป็น
ส่ือประกอบกจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ เพ่ือพัฒนาทกั ษะการวเิ คราะหว์ รรณคดีด้านวรรณศลิ ป์
สาหรบั นักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๖ โดยมขี ั้นตอนในการปฏบิ ัติในการใช้แบบฝกึ ดงั น้ี

๑. ครูแจกแบบฝึกทักษะการวิเคราะหว์ รรณคดดี ้านวรรณศิลป์สาหรับนักเรยี นช้นั
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๖ ชดุ น้ีใหน้ ักเรยี นทุกคน

๒. ครูช้แี จงการเรียนดว้ ยแบบฝกึ ทักษะการวิเคราะห์คุณคา่ วรรณคดี สาหรับนกั เรียนช้ัน
มธั ยมศึกษาปที ี่ ๕ ให้นกั เรยี นฟังก่อนลงมือศึกษา

๓. ครใู ห้นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพือ่ ประเมนิ ความรู้พ้นื ฐานเก่ยี วกับเรื่องที่จะ
ศึกษา โดยไม่ใหน้ ักเรียนดเู ฉลย

๔. ครูให้นกั เรยี นเริ่มศึกษาใบความรู้ และทาแบบฝกึ ทักษะการวเิ คราะหค์ ุณคา่ วรรณคดี
สาหรับนักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๕ โดยไม่ใหน้ กั เรียนดเู ฉลย

๕. ครใู ห้นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เพ่ือวดั ความรู้ความเขา้ ใจหลังจากทากจิ กรรม
ในแบบฝกึ เสรจ็ สิ้น โดยไมใ่ ห้นกั เรยี นดูเฉลย

๖. ครูตรวจสอบและเฉลยคาตอบของแบบฝึกทักษะการวเิ คราะหค์ ณุ คา่ วรรณคดีสาหรับ
นักเรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๕ และแบบทดสอบก่อนเรยี น หลงั เรียน และบันทกึ ผล

๗. ครูสังเกตพฤติกรรมนักเรยี นระหว่างทากิจกรรมและบนั ทึกผล
๘. ครูแจง้ คะแนนใหน้ ักเรยี นทราบ และชมเชยนกั เรียนพร้อมให้คาแนะนานักเรียน



คำชี้แจงสำหรบั นักเรียน

แบบฝึกทักษะชุดนี้จัดทาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการเรยี นการสอน การวิเคราะห์วรรณคดดี ้าน
วรรณศิลป์ มีท้ังหมด ๖ ชุด ชุดนี้เป็นแบบฝึกทักษะชุดท่ี ๔ โวหารภาพพจน์ (บุคคลวัต สัทพจน์
ปฏิปุจฉา สัญลักษณ์ นามนัย) นักเรียนสามารถศึกษาด้วยตัวเอง โดยอ่านคาแนะนาและปฏิบัติ
กิจกรรมตามข้ันตอน นักเรียนจะได้รับความรู้อย่างครบถ้วน ซึ่งต้องปฏิบัติกิจกรรมตามข้ันตอน
ต่อไปน้ี

๑. นักเรยี นศกึ ษาจุดประสงค์การเรยี นรขู้ องแต่ละเรื่อง เพอ่ื ใหท้ ราบวา่ เมอ่ื จบบทเรียนแต่
ละบทเรียนแลว้ นักเรยี นจะไดร้ ับความรู้ และทกั ษะอะไรบ้าง

๒. นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อประเมนิ ความรู้พน้ื ฐานเกย่ี วกบั เรือ่ งทจี่ ะศึกษา
๓. นักเรียนศึกษาใบความรู้และทาแบบฝึกตามที่กาหนดไว้ พร้อมตรวจคาตอบเพ่ือ
ประเมนิ ตัวเอง
๔. นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน เพ่ือวัดความรู้ความเข้าใจหลังจากทากิจกรรมใน
แบบฝกึ เสรจ็ สิ้น
๕. นักเรียนแต่ละคนต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ไม่เปิดดูเฉลยก่อนเรียน หลังเรียน
และเฉลยแบบฝึกทักษะทุกแบบฝกึ



ข้ันตอนในกำรฝกึ ทักษะกำรวเิ ครำะห์คุณค่ำวรรณคดี

ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น ๑๐ ขอ้
ครูแจง้ จดุ ประสงคใ์ หน้ กั เรยี นทรำบพรอ้ มท้งั ศกึ ษำคำชแ้ี จง

นักเรียนศึกษำใบควำมรู้
ทำกจิ กรรมในแบบฝกึ ทกั ษะ
ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น ๑๐ ขอ้
ตรวจแบบฝึกทักษะและแบบทดสอบ

ใชเ้ วลำ ๒ ชวั่ โมง



มำตรฐำนกำรเรยี นรู้และตัวช้ีวดั

สำระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มำตรฐำน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและ
วรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ ค่าและนามาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตจริง

ท. ๕.๑ ม. ๖/๓ วิเคราะหแ์ ละประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดี
และวรรณกรรมในฐานะทีเ่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรมของชาติ

จุดประสงค์กำรเรียนรู้

ด้ำนควำมรู้
๑. นกั เรียนบอกลักษณะโวหารภาพพจน์ (บุคคลวตั สัทพจน์ ปฏิปุจฉา
สัญลกั ษณ์ นามนัย) ในงานประพนั ธไ์ ด้

ดำ้ นทกั ษะ
๒. นกั เรียนสามารถวิเคราะห์และประเมนิ คุณคา่ วรรณคดีได้
๓. นักเรียนสามารถยกตัวอย่างบทประพนั ธ์ท่มี ีคุณคา่ วรรณคดีได้

ด้ำนคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
ข้อ ๒ ซอื่ สัตยส์ จุ รติ
ขอ้ ๔ ใฝ่เรียนรู้
ข้อ ๖ มุ่งมนั่ ในการทางาน

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

คำสั่ง ใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบที่ถกู ท่สี ดุ (๑๐คะแนน)

๑. คาประพันธต์ อ่ ไปนใ้ี ช้โวหารภาพพจน์ใด

" ตอ้ ยตะริดติดตเี่ จา้ พ่ีเอย จะละเลยเร่รอ่ นไปนอนไหน

แออ้ ีอ่อยสรอ้ ยฟ้าสมุ าลัย แมเ้ ดด็ ไดแ้ ล้วไมร่ ้างให้ห่างเลย"

ก. นามนัย ข. สัญลักษณ์

ค. บคุ คลวัต ง. สทั พจน์

๒. ข้อใดใช้โวหารภาพพจน์สัทพจน์ เพลงลองไนพล้ิวพรมลมอ่อนโยน
ก. ผีเสื้อบนิ เยา้ หยอกกบั ดอกไม้ ย่ิงทุกข์โทมนสั ในฤทัยทวี
ข. ฟงั สาเนียงเสียงคลื่นดังครื้นโครม เปรียบเหมอื นเหน็ พยัคฆ์ให้ชกั หลัง
ค. สัตวใ์ นนา้ จาแพ้แก่ผเี สอื้ สองมือตีอกตูมฟมู น้าตา
ง. เสียนา้ ใจในอารมณ์ไมส่ มประดี

๓. คาประพนั ธต์ อ่ ไปนใี้ ชภ้ าพพจน์ใด ไม่เกรงกลัวบญั ญัตเิ ลย"
" โทสะอาจจะโดดโลดขา้ มร้ัว ข. สัญลักษณ์
ก. นามนยั ง. สัทพจน์
ค. บุคคลวัต

๔. ความในขอ้ ใดใชโ้ วหารภาพพจน์ชนดิ "นามนัย"
ก. ผลัดแผน่ ดนิ เปลี่ยนราช เยยี วววิ าทชงิ ฉัตร
ข. เจา้ พดู จาใช้ถ้อยคาวกเวยี นเหมือนลูกหมาไลก่ ัดหางตัวเอง
ค. ดอกไม้แย้มกลบี ยมิ้ รมิ บึงช่างตรงึ จติ ลมจุมพิตเทา่ ไรก็ไม่หมอง
ง. เสียงคล่ืนระทม สายลมยังตระโบมลูบไล้ ผวิ นา้ ทะเล จะตรมระบมเทา่ ไร

๕. ขอ้ ใดสอดคล้องกบั บทประพันธต์ อ่ ไปนี้

“ พอทรงจบแจง้ พระทยั ในข้อหา

มนั เคยี่ วเขญ็ ทาเปน็ อย่างไรกัน ก็โกรธาเคืองขนุ่ หนุ หนั

อวี ันทองคนเดยี วไมร่ แู้ ลว้

ก. นามนยั ข. สัญลักษณ์

ค. ปฏปิ จุ ฉา ง. สัทพจน์

๖. ข้อใดเป็นการใชโ้ วหารภาพพจน์แบบสัญลกั ษณ์ ๒
ก. มโหรจี ากราวป่ามาเรือ่ ยร่ี
ฝกั ตอ้ ยต่ิงแตกจังหวะประชนั กนั ราชนิ ีแหง่ นา้ ค้างจะหางหนั
ข. ไผซ่ อออ้ เอียดเบยี ดออด จักจ่นั จี่เจื้อยรับเร่ือยรอ้ ง
ออดแอดแอดออดยอดไกว ลมลอดไลเ้ ลี้ยวเรียวไผ่
ค. ลมหนาวเร่ิมล่องมาจากฟา้ แลว้ แพใบไล้นา้ ลาคลอง
คลืน่ คล่เี กลยี วแก้วมว้ นกบั นวลจนั ทร์ พรมจูบแผว่ เจ้าพระยาโดยฟ้าฝัน
ง. งามทรงวงดั่งวาด กระซิบสั่งซ่านกระเซน็ เป็นลานา
งามพร้มิ ย้ิมแยม้ พราย งามมารยาทนาดกรกราย
งามคาหวานลานใจถวิล

๗. ขอ้ ใดใชภ้ าพพจน์ “นามนยั ” ประหลาดเดด็ สรุ ิยาลงมาล่าง
ก. น้องฝันวา่ ได้เออื้ มถึงอากาศ ท่นี ่งั รองนน้ั ไดม้ าแต่ไหน
ข. เอง็ ไปปา่ พาไปแตว่ ันทอง ทองประศรีตนื่ ตาหาชา้ ไม่
ค. ครั้นร่งุ แจ้งแสงสางสว่างหล้า เดด็ ใบบอนช้อนน้าในไร่ฝา้ ย
ง. เจ้าลมื นอนซ่อนพุ่มกระท่มุ ต่า

๘. “สายธาราด่งั นาฬกิ าแก้ว แวว่ แวว่ จ๊อกจอ๊ กเซาะซอกหิน” ขอ้ ความที่ขีดเสน้ ใตใ้ ชภ้ าพพจน์ชนิดใด

ก. นามนยั ข. สัญลกั ษณ์

ค. ปฏิปจุ ฉา ง. บคุ คลวตั

๙. ขอ้ ใดมโี วหารภาพพจนเ์ ช่นเดยี วกบั “หางนกยงู ระยา้ เร่ียคลอเคลียน้า”

ก. ก้อยกุ้งปรงุ ประทน่ิ วางถึงลิน้ ด้นิ แดโดย

ข. เมือ่ ลมพดั ใบไม้สะบัดโบกมอื เรยี กใคร

ค. สุดเอยสดุ สวาท โฉมประหลาดลา้ เทพอปั สร

ง. เหลอื บเหน็ สตรีวไิ ลลกั ษณ์ พศิ พักตร์ผ่องเพยี งแขไข

๑๐. ขอ้ ใดมกี ารใช้สัญลักษณ์ ใครบอกได้ไหมไฉนจึงต่นื
ก. ทะเลไม่เคยหลบั ใหล เหมอื นพี่นับโมงมาเม่อื ไกลนาง
ข. เค้าโมงจบั โมงอยู่เอกา ฉันพิชติ มันได้ดว้ ยใจหาญ
ค. เมฆหมอกท่ผี ่านมาในชีวิต
ง. อยากจะบอกว่ารกั สักเทา่ ฟา้ หมดภาษาจะพสิ ูจนพ์ ดู รักได้



ใบควำมรู้ที่ ๔

โวหำรภำพพจน์
(บคุ คลวัต สัทพจน์ ปฏิปุจฉำ สญั ลกั ษณ์ นำมนัย)

บุคคลวัต หรอื บุคลำธิษฐำน (Personification)

หมายถงึ การทาสง่ิ ที่ไม่ใช่คนให้มคี วามร้สู กึ นึกคิดอยา่ งคน ทง้ั นเี้ พ่ือให้เกดิ ความรสู้ กึ

ประทบั ใจ มีอารมณ์สะเทือนใจ หรือให้ภาพทีง่ ดงามเปน็ ภาษากวี มากกว่าการใชภ้ าษาอย่าง

ตรงไปตรงมา เชน่

ต้นไมก้ ็แตง่ ตัว อยใู่ นม่านมวั ของหมอกคราม

บ้างลอกเปลือกอยู่ปลามปลาม บ้างแปรกิ่งประกบกัน

บ้างปลวิ ใบสยายลม บา้ งชนื่ ชมช่อชูชัน

บา้ งแตกกงิ่ อวดตาวนั บา้ งว่อนไหวจะร่ายรา

จากบทประพันธ์นี้จะเห็นว่าอาการ “แตง่ ตวั ” “ช่นื ชม” “อวด” “ร่ายรา” เป็นกริ ยิ า
ของมนษุ ย์ รวมทั้ง “บา้ งแปรกิ่งประกบกัน” แมจ้ ะไม่ใชก่ ิริยาของมนุษย์อยา่ งชัดเจนแต่กแ็ สดงความ
ต้งั ใจอยา่ งมนุษย์ทจี่ ะ “ประกบกนั ” การใช้กิรยิ าของมนุษยใ์ นสิ่งท่ไี ม่ใชม่ นุษย์เช่นน้ี นับเป็น
วรรณศลิ ป์ท่ีก่อใหเ้ กิดความไหวรสู้ กึ และอารมณส์ ะเทือนใจไดม้ ากขึ้น

สทั พจน์ ()nomatoboeia)

หมายถึงภาพพจน์ทเี่ กิดจากการเลียนเสียงธรรมชาติ เพื่อใหผ้ ้อู า่ นผูฟ้ งั เกดิ มโนภาพที่ชัดเจน

แฝงดว้ ยนัยแห่งเสียงและอารมณ์ อย่างเช่นการพรรณนาถึงความงามของธรรมชาติ ซง่ึ ถา่ ยทอดเสียง

ของนกยงู และนกค้อนทองใน “กาพยพ์ ระไชยสรุ ยิ า” ผลงานของสนุ ทรภ่ดู ังนี้

ยงู ทองร้องกะโต้งโหง่ ดัง เพยี งฆ้องกลองระฆงั

แตรสังข์กงั สะดาลขานเสยี ง

กะลงิ กะลางนางนวลนอนเรยี ง พระยาลอคลอเคียง

แอ่นเอย้ี งอีโก้งโทงเทง

ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋ง เพลิงฟังวังเวง

อีเกง้ เริงร้องลองเชงิ

ปฏปิ ุจฉำ (Rhetorical Question)

หมายถงึ การต้ังคาถามโดยไม่ต้องการคาตอบ เพราะคาตอบนน้ั เป็นทรี่ ู้จักกนั แล้ว การใช้

ภาษาเช่นน้นี ับเปน็ ภาพพจนร์ ูปแบบหน่งึ ซง่ึ มุ่งเนน้ เน้ือความทีต่ ้องการสอื่ สารใหช้ ัดเจนย่ิงข้นึ ดัง

ตวั อย่างตอนท่ที า้ วพรหมทัตคร่าครวญถงึ นางกากี โดยตงั้ คาถามกับตนเองว่าการท่ีนางหายตัวไป



อย่างไรร้ ่องรอยนั้นอาจจะถูกทวยเทพ คนธรรพ์ พญาครุฑ พญานาค หรอื วทิ ยาธรลกั ตวั ไป เป็น

การเน้นความรู้สกึ อาลัยรกั และความรู้สกึ ห่วงใยทมี่ ีต่อนาง

“ฤาอิศเรศประเวศทรงอสุ ุภา ลกั สุดาเหินเหาะไปหิมพานต์

ฤๅจกั รกฤษณฤ์ ทธิรงค์ทรงครุฑ มาลกั นุชพ่ีไปรว่ มภริ มยส์ มาน

ฤๅธาดาทรงมหาหงส์ทะยาน ลักสมรไปสมานวิมานพรหม

ฤๅอินทรอ์ งค์ทรงพระยาไอยเรศ ลักดวงเนตรพี่ไปดาวดึงส์สม

ฤๅสุริยงทรงรถอันลอยลม มาลอบชมกล่ินแกว้ แล้วพาจร

ฤๅพระเพลิงฤทธริ งคท์ รงแรด มาเวยี นแวดพาน้องไปสมสมร

ฤๅพระพายชายทรงอัสดร มาอ้มุ บังอรแอบอรุ าไป

ฤๅครุฑาวาสกุ รวี ิทเยศ มาโลมลวงดวงเนตรไปฤาไฉน”

สัญลกั ษณ์ (Symbol)

หมายถงึ การนาสภาพหรอื ลักษณะของสิง่ หนึง่ ใช้แทนหรือเปน็ ตวั แทนของอีกสิง่ หนึ่งท่ี

ต้องการกลา่ วถงึ การเขา้ ใจความหมายของสญั ลักษณต์ า่ งๆ ตอ้ งผ่านการวิเคราะห์และตคี วาม หรือดู

บรบิ ทท่แี วดลอ้ มจงึ จะสามารถเข้าใจสญั ลักษณเ์ หล่าน้ันได้ โดยทั่วไปแลว้ กวีหรือผูป้ ระพันธ์จะ

สร้างสรรค์หรือนาสญั ลักษณ์ต่างๆมาใชจ้ ากสิ่งตอ่ ไปน้ี เชน่ วัตถสุ ง่ิ ของ กิรยิ าท่าทาง อาการ

สถานการณ์ สี ธรรมชาติ ดอกไม้ ตน้ ไม้ สตั ว์ หรือเครอ่ื งหมายต่างๆ เชน่

ภพนี้มิใช่หลา้ หงส์ทอง

กาก็เจา้ ของครอง ชีพดว้ ย

เมาสมมุติจองหอง หนิ ชาติ

น้ามติ รแลง้ โลกมว้ ย หมดสิน้ สขุ ศานต์ิ

โคลงบทนไี้ ด้กล่าวถงึ “หงสท์ อง” และ “กา” เปน็ สญั ลักษณห์ มายถึง คนรวย คนจน

ผูส้ งู ศกั ดิ์และผตู้ ่าศักด์ิ แต่ในขณะเดียวกนั ก็อาจจะมคี วามหมายตรงตามอักขระ คือหงสแ์ ละกาจริงๆ

ได้เชน่ เดยี วกนั

นำมนัย (Metonymy)

หมายถงึ การใช้คาหรอื วลีแทนสิ่งหนง่ึ สงิ่ ใดทม่ี ลี ักษณะเดน่ หรือมีความสัมพันธใ์ กลช้ ิดกับส่งิ ท่ี
แทนน้ัน อาจจะเป็นรูปธรรมหรอื นามธรรมก็ได้ ทัง้ น้ีเพื่อใหเ้ ห็นภาพลกั ษณ์เปน็ นามธรรมมากย่งิ ข้นึ
นอกจากน้ียงั ใชเ้ ปรียบเทยี บเพ่ือแสดงความแตกต่างท่ชี ดั เจน เชน่ ทก่ี รมสมเด็จพระปรมานุชติ ชิโนรส
ได้ทรงพระนิพนธ์วา่ กรุงศรีอยธุ ยาเสยี เอกราชตกเป็นเมืองขน้ึ ของพมา่ ในรัชกาลสมเด็จพระมหนิ ทร์
โดยทรงใชป้ ระโยควา่ “เสียเสวตฉัตรหงษา” คาว่าฉตั รท่ีทรงใช้ในความตอนนี้หมายถงึ การเสีย
แผน่ ดนิ เสียเอกราชอธิปไตย ดงั ความวา่

คร้ันสวรรคาลัยไซร้ พระมหนิ ทรได้สมบัติ เสียเสวตฉัตรหงษา
ศรีอยธุ าพนิ าศ จ่ึงพระบรมราชบิตรุ งค ทรงสบื เสวยสวรรเยศ ฝ่ายประเทศกุรรุ ษั ฐ



แบบฝกึ ท่ี ๔.๑

คำสั่ง นักเรียนจบั คู่ข้อความทม่ี ีความสัมพันธ์กัน ( ๑๐ คะแนน)

บุคคลวตั สัทพจน์ ปฏิปุจฉา สญั ลกั ษณ์ นามนยั

............................. ๑. การทาส่งิ ทไ่ี มใ่ ช่คนให้มีความร้สู กึ นกึ คดิ อยา่ งคน
............................. ๒. การเลียนเสียงธรรมชาติ
............................. ๓. การตง้ั คาถามโดยไม่ต้องการคาตอบ
............................. ๔. การนาสภาพหรือลักษณะของสิง่ หนึ่ง ใชแ้ ทนหรอื เปน็

ตัวแทนของอีกสิง่ หน่งึ
............................. ๕. การใช้คาหรือวลีแทนสิ่งหนึ่งสิง่ ใดที่มลี กั ษณะเดน่ หรือมี

ความสัมพันธใ์ กล้ชดิ กบั ส่ิงที่แทนนั้น
............................. ๖. บคุ ลาธษิ ฐาน
............................. ๗. การถา่ ยทอดเสยี งของนกยงู และนกคอ้ นทอง
............................. ๘. การเข้าใจ ต้องผ่านการวเิ คราะห์และตคี วาม หรือดูบรบิ ท

ที่แวดล้อม
............................. ๙. แฝงด้วยนัยแหง่ เสยี งและอารมณ์
............................. ๑๐. ยงั ใชเ้ ปรยี บเทียบเพ่ือแสดงความแตกต่างท่ีชดั เจน



แบบฝกึ ที่ ๔.๒

คำสั่ง ให้นกั เรียนอธบิ ำยควำมหมำยของสัญลักษณต์ ่อไปน้ี (๑๐ คะแนน)

๑. สีขาว หมายถงึ ............................................................

๒. สดี า หมายถงึ ............................................................

๓. ดอกกุหลาบสีแดง หมายถึง ............................................................

๔. ดอกหญา้ หมายถงึ ............................................................

๕. ดอกมะลิ หมายถึง ............................................................

๖. ดอกบัว หมายถงึ ............................................................

๗. ดอกทานตะวนั หมายถงึ ............................................................

๘. รวงขา้ ว หมายถงึ ............................................................

๙. หญ้าแพรก หมายถึง ............................................................

๑๐. นา้ ค้าง หมายถึง ............................................................

๑๑. สนุ ขั จิง้ จอก หมายถึง ............................................................

๑๒. ลา หมายถงึ ............................................................

๑๓. ปีศาจ แมม่ ด หมายถงึ ............................................................

๑๔. นางฟ้า เทวดา หมายถึง ............................................................

๑๕. นกขม้ิน หมายถึง ............................................................

๑๖. ผง้ึ มด หมายถึง ............................................................

๑๗. เมฆ หมอก หมายถงึ ............................................................

๑๘. ฝน หมายถงึ ............................................................

๑๙. กา หมายถงึ ............................................................

๒๐. สมอ หมายถงึ ............................................................



แบบฝกึ ที่ ๔.๓

คำส่ัง ให้นกั เรยี นพิจำรณำขอ้ ควำมต่อไปน้ี ว่ำใชภ่ ำพพจนน์ ำมนยั หรือไม่ หำกใชจ่ งอธิบำย
ควำมหมำยของนำมนัยนนั้ (๑๐ คะแนน) (๑๐ คะแนน)

๑. ...วา่ นครรามินทร์ ผลัดแผ่นดนิ เปล่ียนราช เยยี วววิ าทชิงฉตั ร
(ลิลติ ตะเลงพา่ ย)

ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๒. ยุงร่ำนมนั กินมาหลายวนั อตุ สา่ หใ์ หน้ ้องน้นั ได้ข่มี า (เสภาเรอ่ื งขุนชา้ งขนุ แผน)
ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. ขดุ เผือกมันสู่กันมาตามจน พักร้อนผอ่ นปรนมาในปา่ (เสภาเร่ืองขนุ ช้างขนุ แผน)
ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. "อย่ปู ราสาทเสาคอดยอดดว้ น กาแพงแกว้ แล้วลว้ นด้วยเรยี วหนาม"
(ระเด่นลนั ได)

ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๕. ถึงห้วยโป่งเห็นธารละหานไหล คงคาใสปลาว่ายคลา้ ยคล้ายเหน็

มกี รวดแกว้ แพรวพรายรายกระเดน็ บา้ งแลเหน็ เป็นสบี ุษราคัม

(นริ าศเมืองแกลง)

ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๖. ถา้ แพล้ งคงปรับทับทวี เลอื ดเนือ้ เทา่ นี้เป็นเงนิ ทอง (เสภาเรอื่ งขุนช้างขนุ แผน)
ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๗. เมื่อแรกเชอ่ื วา่ เน้ือทับทิมแท้ มาแปรเป็นพลอยหงุ ไปเสยี ได้"
(ขุนช้างขุนแผน)

ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………



๘. รอนรอนสุรยิ โอ้ อัสดง

เรอื่ ยเรอื่ ยลับเมรุลง ค่าแลว้

รอนรอนจติ จานง นุชพี่ เพยี งแม่

เรอื่ ยเรอ่ื ยเรียมคอยแก้ว คลับคลา้ ยเรยี มเหลยี ว

(กาพยเ์ หเ่ รอื )

ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๙. เขารกั เกำ้ อี้ยิง่ กว่าชือ่ เสียงเกียรติยศ
ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๐.นีฤ่ าบตุ รีพระดาบส งามหมดหาใครจะเปรยี บได้
อนิจจาบิดาท่านแสร้งใช้ มารดตน้ ไม้พรวนดิน
ดผู วิ สนิ วลละอองอ่อน มะลซิ ้อนดดู าไปหมดสนิ้
สองเนตรงามกวา่ มฤคนิ นางน้เี ป็นปิ่นโลกา
(ศกุนตลา)

ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………



แบบฝกึ ท่ี ๔.๔

คำสง่ั ใหน้ กั เรยี นพจิ ำรณำขอ้ ควำมจำกวรรณคดีเรอื่ งขุนชำ้ งขุนแผน ว่ำใช่ภำพพจน์ปฏปิ จุ ฉำ

หรอื ไม่ ถำ้ ใชใ่ ห้ทำเครอ่ื งหมำย  ในช่อง “ใช่” ถ้ำไมใ่ ชใ่ ห้คำเครอ่ื งหมำย  ในช่องไมใ่ ช่

(๑๐ คะแนน)

ข้อ ข้อความ ใช่ ไมใ่ ช่

๑ โอ้แม่เจา้ ประคณุ ของลูกเอ๋ย ไม่ควรเลยจะพรากจากคุณพ่อ

เวรกรรมนาไปไมร่ งั้ รอ มพิ อที่จะต้องพรากก็จากมา

๒ อะไรแม่แซร่ ้องทง้ั ห้องนอน ลกู ร้อนราคาญใจจงึ มาหา

จะร้องไยใช่โจรผรู้ า้ ยมา สนทนาด้วยลกู อยา่ ตกใจ ฯ

๓ ครานั้นวันทองผ่องโสภา คร้นั รู้วา่ ลกู ยาหากลวั ไม่

ลกุ ออกมาพลนั ด้วยทันใด พระหม่นื ไวยเข้ากอดเอาบาทา

๔ มีธรุ ะสง่ิ ไรในใจเจา้ พ่อจงเล่าแก่แมแ่ ลว้ กลบั บ้าน

มคิ วรทาเจ้าอยา่ ทาใหร้ าคาญ อย่าหาญเหมือนพอ่ นักคะนองใจ ฯ

๕ มาอยู่ไยกบั ไอ้หินชาติ แสนอบุ าทวใ์ จจติ ริษยา

ดังทองคาทาเลีย่ มปากกะลา หน้าตาดาเหมือนมนิ หม้อมอม

๖ ความรกั หนกั หน่วงทรวงสวาดิ พ่ีไม่คลาศคลายรักแตส่ ักส่ิง

เผอิญเป็นวปิ ริตพ่ผี ดิ จริง จะนอนนงิ่ ถือโทษโกรธอยู่ไย

๗ แม่เลีย้ งลกู มาถึงเจด็ ขวบ เคราะหป์ ระจวบจากแม่หาเห็นไม่

จะคิดถึงลูกบ้างฤๅอย่างไร ฤๅหาไม่ใจแม่ไม่คิดเลย

๘ ใชจ่ ะอิ่มเอิบอาบด้วยเงินทอง มใิ ช่ของตวั ทามาแตไ่ หน

ท้งั ผู้คนชา้ งม้าแลข้าไท ไมร่ กั ใครเ่ หมือนกบั พ่อพลายงาม

๙ ยายจันงนั งกยกมอื ไหว้ นั่นพ่อจะไปไหนพ่อทนู หัว

ไม่นงุ่ ผอ่ นนุ่งผ้าดนู ่ากลวั ขุนชา้ งมองดตู วั ก็ตกใจ

๑ สองหนสามหนก่นแตห่ นี พลง้ั ทลี งไมร่ อดนางยอดหญงิ

๐ คราวน้นั อา้ ยขุนแผนมนั แง้นชิง นค่ี ราวน้ีหนวี ่ิงไปตามใคร

๑๐

แบบฝึกท่ี ๔.๕

คำสง่ั ใหน้ ักเรียนพิจารณาคาประพันธท์ ่ีกาหนดแลว้ บอกว่าเปน็ การใช้ภาพพจนบ์ คุ คลวัต สัทพจน์

ปฏปิ จุ ฉา สญั ลักษณ์ นามนัย (๑๐ คะแนน)

ข้อ คำประพันธ์ ภำพพจน์

๑ ลกู กแ็ ลดแู ม่แมด่ ูลูก ตา่ งพนั ผกู เพียงวา่ เลือดตาไหล
สะอืน้ รา่ อาลาด้วยอาลยั
แล้วแข็งใจจากนางตามทางมา .......................
(ขนุ ชา้ งขุนแผน)

๒ ตะปดู อกใหญ่ตร้ึง บาทา อยเู่ ฮยด

จงึ บอาจลลี า คลอ่ งได้

เชิญผู้ที่เมตตา แก่สตั ว์ ปวงแฮ .......................

ชกั ตะปูน้ีให้ ส่งข้าอัญขยม

(ขัตติยพันธกรณี)

๓ ...วา่ นครรามนิ ทร์ ผลัดแผ่นดินเปลย่ี นราช เยยี ววิวาทชิงฉตั ร เพ่อื กษตั รยิ ส์ องสู้

บ่รา้ งรู้เหตุผล ควรยาตรพลไปเยือน .......................

(ลลิ ติ ตะเลงพ่าย)

๔ ว่าหญงิ ช่ัวผัวยังคราวละคน หาตามตอมกนั เกรยี วเหมือนมึงไม่

หนกั แผ่นดนิ กจู ะอยู่ไย อ้ายไวยมึงอย่านับว่ามารดา .......................

(ขนุ ช้างขนุ แผน)

๕ จึงแกล้งเพทบุ ายทานายไป ฝนั อย่างนม้ี ิใชจ่ ะเกิดเข็ญ

เพราะวิตกหมกไหมจ้ งึ ไดเ้ ป็น เนอื้ เย็นอยู่กับผัวอย่ากลวั ทกุ ข์ .......................
(ขุนชา้ งขนุ แผน)

๖ ญาติกาหาไหนมีใครเล่า จะสง่ ข้าวปลาหมดคงอดสิ้น

จะเป็นความถามไถ่ในบรุ นิ เงินเท่าปีกรนิ้ กไ็ ม่มี (ขุนชา้ งขนุ แผน) .......................

๗ เหมือนแมลงวนั วอ่ นเคล้าทเ่ี น่าช่วั .......................
มาเกลือกกลั้วปทุมมาลยท์ หี่ วานหอม (ขุนชา้ งขนุ แผน)
ดอกมะเดื่อฤๅจะเจือดอกพะยอม
ว่านกั แมจ่ ะตรอมระกาใจ

ขอ้ คำประพันธ์ ๑๑
ภำพพจน์

๘ เมื่อแรกเชอื่ ว่าเน้ือทับทิมแท้ มาแปรเป็นพลอยหงุ ไปเสียได้ ...... .................
กาลวงว่าหงส์ใหป้ ลงใจ ด้วยมิได้ดหู งอนแต่กอ่ นมา .......................

๙ ได้ยนิ เสียงฆ้องยา่ ประจาวงั (ขุนชา้ งขนุ แผน)
นับย่ายามได้สามครา
ลอยลมลอ่ งดังถึงเคหา
๑๐ แมลงภคู่ เู่ คยี งวา่ ย ดเู วลาปลอดห่างทักทิน
คดิ ความยามเมื่อสม
(ขนุ ชา้ งขนุ แผน)

เหน็ คล้ายคลา้ ยน่าเชยชม

สนิทเคลา้ เจ้าเอวบาง .......................

(กาพย์เห่เรือ)

๑๒

แบบฝกึ ที่ ๔.๖

คำส่ัง ใหน้ กั เรยี นวิเคราะหค์ าประพนั ธต์ อ่ ไปน้ี พร้อมอธบิ ายโวหารภาพพจน์ (บคุ คลวตั
สทั พจน์ ปฏิปจุ ฉา นามนัย สัญลกั ษณ์) ทใี่ ช้ในการประพันธ์ (๑๐ คะแนน)

คนเขาชงั วา่ เปน็ นำงกลำงเมือง ฉันไมเ่ คยเคอื งถือเปน็ เรอื่ งหมองใจ
ฉันรตู้ วั เหมอื นคนช่ัวท่วั ไป ดชู า่ งเลวร้าย โรคภัยไหน จะเบยี ดเบยี น
โลกหมนุ วน ไดเ้ จอคนโง่งม หลงเข้าสงั คมโดนเขาตม้ เสยี เตยี น

หลงโลกีย์ ทั้งท้ังท่ียงั เรยี น พล้ังพลาดผิดเพ้ียน การเรยี นสลาย ลง
ฉนั เก็บ เอามาเล้ียงบาเรอ เพราะสงสารเธอรกั เสมอ ดงั หงส์
ใหเ้ ธอเรียนต่อเพนา้ พะนอเสริมสง่ จนเธอเรียนจบลง เธอคงจะเปน็ คนดี

เหมอื นฟา้ ฟาด เม่อื มญี าติมาตาม เห็นหน้าประณาม ฉันขอห้ามเสีย ที
พอหรือยงั ท่ีฉันสรา้ งความดี หญงิ ชว่ั คนน้ี อยา่ งดีก็นำงกลำงเมือง

(ผอ่ งศรี วรนชุ )

…………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สตรมี ีสองมือ มนั่ ยึดถือในแก่นสาร

เกลยี วเอน็ จักเปน็ งาน มิใชร่ ่านหลงแพรพรรณ

สตรีมีสองตนี ไว้ปา่ ยปีนความใฝฝ่ นั
ยืนหยัดอยรู่ ว่ มกัน มหิ มายม่นั กินแรงใคร

สตรีมีดวงตา เพอ่ื เสาะหาชวี ติ ใหม่

มองโลกอย่างกวา้ งไกล มใิ ช่คอยชม้อยชวน……..
(จริ นันท์ พิตรปรชี า)

…………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

๑๓

แบบทดสอบหลังเรยี น

คำสงั่ ใหน้ กั เรียนเลอื กคาตอบท่ถี ูกที่สุด (๑๐ คะแนน)

๑. ขอ้ ใดใช้โวหารภาพพจนส์ ัทพจน์

ก. ผเี สื้อบนิ เย้าหยอกกับดอกไม้ เพลงลองไนพลิ้วพรมลมอ่อนโยน

ข. ฟังสาเนยี งเสยี งคลื่นดังครื้นโครม ยง่ิ ทกุ ขโ์ ทมนสั ในฤทยั ทวี

ค. สตั ว์ในนา้ จาแพแ้ ก่ผีเสื้อ เปรียบเหมอื นเหน็ พยัคฆ์ใหช้ กั หลงั

ง. เสียนา้ ใจในอารมณ์ไม่สมประดี สองมือตีอกตูมฟูมนา้ ตา

๒. คาประพนั ธ์ต่อไปนใี้ ชภ้ าพพจนใ์ ด

" โทสะอาจจะโดดโลดข้ามร้ัว ไม่เกรงกลวั บัญญัตเิ ลย"

ก. นามนัย ข. สญั ลักษณ์

ค. บุคคลวัต ง. สทั พจน์

๓. คาประพันธต์ ่อไปน้ใี ช้โวหารภาพพจนใ์ ด

" ตอ้ ยตะริดติดตเี่ จ้าพเี่ อย จะละเลยเร่ร่อนไปนอนไหน

แอ้อีอ่อยสรอ้ ยฟา้ สมุ าลยั แม้เดด็ ไดแ้ ล้วไม่รา้ งใหห้ ่างเลย"

ก. นามนัย ข. สญั ลกั ษณ์

ค. บคุ คลวตั ง. สัทพจน์

๔. ความในขอ้ ใดใช้โวหารภาพพจน์ชนดิ "นามนยั "

ก. ผลัดแผน่ ดินเปลย่ี นราช เยยี วววิ าทชงิ ฉัตร

ข. เจา้ พูดจาใชถ้ ้อยคาวกเวยี นเหมอื นลูกหมาไลก่ ัดหางตัวเอง

ค. ดอกไม้แยม้ กลบี ยิม้ ริมบึงช่างตรึงจติ ลมจุมพิตเท่าไรก็ไม่หมอง

ง. เสียงคลน่ื ระทม สายลมยังตระโบมลูบไล้ ผวิ นา้ ทะเล จะตรมระบมเทา่ ไร

๕. . ข้อใดเป็นการใช้โวหารภาพพจน์แบบสัญลกั ษณ์

ก. มโหรจี ากราวป่ามาเร่อื ยรี่ ราชินีแห่งนา้ ค้างจะหางหนั

ฝักต้อยตง่ิ แตกจังหวะประชันกัน จักจ่ันจ่เี จื้อยรับเร่ือยร้อง

ข. ไผซ่ อออ้ เอียดเบยี ดออด ลมลอดไลเ้ ลยี้ วเรยี วไผ่

ออดแอดแอดออดยอดไกว แพใบไล้นา้ ลาคลอง

ค. ลมหนาวเร่มิ ลอ่ งมาจากฟา้ แล้ว พรมจบู แผว่ เจ้าพระยาโดยฟ้าฝัน

คลื่นคล่เี กลยี วแก้วมว้ นกบั นวลจนั ทร์ กระซบิ ส่ังซ่านกระเซ็นเป็นลานา

ง. งามทรงวงดง่ั วาด งามมารยาทนาดกรกราย

งามพริ้มยิ้มแย้มพราย งามคาหวานลานใจถวลิ

๑๔

๖. ขอ้ ใดสอดคลอ้ งกับบทประพนั ธ์ตอ่ ไปนี้

“ พอทรงจบแจง้ พระทยั ในข้อหา

มนั เค่ยี วเข็ญทาเปน็ อย่างไรกัน กโ็ กรธาเคืองข่นุ หนุ หนั

อวี ันทองคนเดยี วไม่รู้แลว้

ก. นามนัย ข. สัญลักษณ์

ค. ปฏปิ จุ ฉา ง. สทั พจน์

๗. ข้อใดมีโวหารภาพพจนเ์ ช่นเดยี วกบั “หางนกยงู ระย้าเรี่ยคลอเคลียน้า”

ก. ก้อยกุ้งปรงุ ประท่นิ วางถึงลน้ิ ดนิ้ แดโดย

ข. เมื่อลมพดั ใบไม้สะบัดโบกมอื เรยี กใคร

ค. สดุ เอยสุดสวาท โฉมประหลาดล้าเทพอัปสร

ง. เหลอื บเหน็ สตรีวไิ ลลกั ษณ์ พศิ พักตร์ผอ่ งเพยี งแขไข

๘. “สายธาราดงั่ นาฬิกาแกว้ แวว่ แวว่ จอ๊ กจ๊อกเซาะซอกหิน” ขอ้ ความทขี่ ีดเสน้ ใตใ้ ช้ภาพพจน์ชนดิ ใด

ก. นามนยั ข. สัญลกั ษณ์

ค. ปฏิปจุ ฉา ง. บคุ คลวตั

๙. ข้อใดใช้ภาพพจน์ “นามนยั ”

ก. นอ้ งฝันว่าได้เอื้อมถึงอากาศ ประหลาดเดด็ สรุ ิยาลงมาล่าง

ข. เอ็งไปปา่ พาไปแตว่ นั ทอง ทนี่ ัง่ รองนน้ั ไดม้ าแตไ่ หน

ค. ครน้ั ร่งุ แจ้งแสงสางสวา่ งหลา้ ทองประศรตี ื่นตาหาชา้ ไม่

ง. เจา้ ลมื นอนซ่อนพุ่มกระทมุ่ ต่า เด็ดใบบอนช้อนน้าในไรฝ่ า้ ย

๑๐. ขอ้ ใดมกี ารใชส้ ัญลกั ษณ์

ก. ทะเลไมเ่ คยหลบั ใหล ใครบอกได้ไหมไฉนจึงตื่น

ข. เค้าโมงจับโมงอยู่เอกา เหมือนพน่ี บั โมงมาเม่อื ไกลนาง

ค. เมฆหมอกทผ่ี ่านมาในชีวิต ฉันพิชติ มันได้ดว้ ยใจหาญ

ง. อยากจะบอกว่ารกั สักเท่าฟา้ หมดภาษาจะพิสจู น์พดู รักได้

๑๕

ตำรำงสรุปคะแนน

แบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรียน
แบบทดสอบ/แบบฝึกทกั ษะ คะแนนเต็ม คะแนนทไ่ี ด้

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ๑๐

แบบทดสอบหลังเรียน ๑๐

แบบฝกึ ทักษะ คะแนนที่ได้
แบบทดสอบ/แบบฝึกทักษะ คะแนนเตม็

แบบฝึกทักษะที่ ๔.๑ ๑๐

แบบฝึกทักษะท่ี ๔.๒ ๑๐

แบบฝึกทักษะที่ ๔.๓ ๑๐

แบบฝึกทกั ษะที่ ๔.๔ ๑๐

แบบฝึกทักษะท่ี ๔.๕ ๑๐

แบบฝกึ ทักษะที่ ๔.๖ ๑๐

รวมคะแนนแบบฝกึ ทักษะ ๖๐

บรรณำนกุ รม

จฑุ าฎา เทพวรรณ. (๒๕๕๕). เก็งข้อสอบรับตรงภาษาไทย. กรุงเทพฯ : แม็คเอ็ดดเู คช่ัน.
บดินทร์ พิจอักษรากรณฑ์, นอ้ ย เนียมฟัก, อบุ ลวรรณ ภัยชนะ และรตั น์ สนแกว้ . (ม.ป.ป).

ภาษาไทย ตามหลักสตู รมัธยมมศึกษาตอนปลาย. กรุงเทพฯ : กจิ อกั ษร.
ประจักษ์ ประภาพทิ ยากร. (๒๕๑๖). ถาม-ตอบ วรรณคดีไทยมธั ยมศึกษาตอนปลาย. (พมิ พค์ รง้ั ท่ี

๗). กรงุ เทพฯ : ประสานมิตร.
ธเนศ เวศรภ์ าดา. (๒๕๔๓). ตวิ ไทยพิเศษ. กรงุ เทพฯ : หมกึ จีน.
วัลลภา วิทยารักษ์. (ม.ป.ป). คมู่ ือเตรียมสอบ Entrance ระบบใหม่ ภาษาไทย. กรุงเทพฯ :

ไฮเอ็ดพบั ลิชช่ิง.
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน. (๒๕๕๗). หนังสือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐานภาษาไทยหลกั

ภาษาและการใชภ้ าษาเพ่ือการสื่อสาร ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๖. กรงุ เทพฯ : สกสค.
ลาดพรา้ ว.
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน. (๒๕๕๘). หนงั สอื เรียนรายวิชาพนื้ ฐานภาษาไทย
วรรณคดีวิจักษ์ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๕. พมิ พ์คร้ังที่ ๘. กรงุ เทพฯ : สกสค.ลาดพรา้ ว.
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน. (๒๕๕๙). หนังสือเรยี นรายวิชาพน้ื ฐานภาษาไทย
วรรณคดวี จิ กั ษ์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔. พมิ พ์ครั้งที่ ๑๐. กรุงเทพฯ : สกสค.ลาดพร้าว.
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน. (๒๕๖๑). หนงั สือเรียนรายวิชาพ้นื ฐานภาษาไทย
วรรณคดีวิจักษ์ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๖. พมิ พ์ครั้งท่ี ๑๐ กรงุ เทพฯ : สกสค.ลาดพรา้ ว.


Click to View FlipBook Version