The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กอิน น้ำตกปาเซปูเตห์ (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by meela_kitty, 2022-04-19 03:50:06

กอิน น้ำตกปาเซปูเตห์ (1)

กอิน น้ำตกปาเซปูเตห์ (1)

หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน

ภาษาไทย ม.๓

เช็กอิน น้ำตกปาเซปูเตห์

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลักสูตรแกนกลางศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

ผู้เรียบเรียง
นางสาวนูรลัยลา หวัง
นางสาวอามีลา กะจิ
นางสาวฮายาตี ฮาวา
นางสาวมัสรี เจะเล๊าะ
นางสาวรุสลีนา เจะมะ
นางสาวดรุณี มะ

ผู้ตรวจ
อาจารย์อัจฉรา เทศขำ

ดีเอลดีไซน์

ดีเอลดีไซน์แอนด์กราฟิก

ริษัท ดีเอลดีไซน์แอนด์กราฟิก จำกัด
๙๙/๙๙ ลาดพร้าววังหิน ๘๒ แขวง/เขตลาดพร้าว
กรุงเทพมหามหานคร โทร ๐๗๒-๔๔๕-๕๔ ต่อ ๘๘๕ ต่อ ๗๗๖



คำนำ

หนังสือเรียน การเรียนรู้พื้นฐานภาษาไทย
เรื่อง เช็กอินน้ำตกปาเซปูเตห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
ได้ฝึกพัฒนาทักษะที่สำคัญตามสาระที่๑ การอ่าน
สาระที่ ๒ การเขียนในหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

หนังสือเล่มนี้มีเนื้ อหาเกี่ยวกับการวิเคราะห์
ภาษาพูด ภาษาเขียน การเขียนแสดงความคิดเห็น
และการอ่านจับใจความ อีกทั้งยังประกอบด้วย
เนื้อหาเสริมในเรื่อง ประวัติความเป็นมาของน้ำตก
ปาเซปูเตห์ ความเป็นมาของไก่กอและ และส่วน
ผสม วิธีการทำไก่กอและ

คณะผู้จัดทำจึงมีความมั่นใจว่า หนังสือเล่มนี้
จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
จนสามารถพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนตาม
หลักการใช้ภาษาไทยได้อย่างมีประสิธิภาพ ทั้งนี้ขอ
ขอบคุณ อาจารย์อัจฉรา เทศขำ อาจารย์ประจำ
วิชาการพัฒนาหนังสือเรียนภาษาไทย ที่ให้คำ
แนะนำจนหนังสือสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์

ผู้เรียบเรียง

สารบัญ ข

คำนำ
หน้ า
สารบัญ ก

แนวทางการใช้หนั งสือ ค

เรื่ องสั้น ๑
เนื้อหาหลัก

ภาษาพูด ภาษาเขี
ยน ๑๑
๑๔
การเขียนแสดงความคิดเห็น



การอ่านจับใจความ
๑๘
เนื้อหาเสริม ๒๐
ประวัติความเป็ นมาของน้ำตกปาเซปูเตห์ ๒๒
ความเป็ นมาของไก่กอและ ๒๓
ส่วนผสมไก่กอและ
วิธีการทำไก่กอและ ๒๕
๒๗
แบบฝึ กหัด ๒๘
กิจกรรมท้ายบทเรียน
แบบทดสอบหลังเรียน ๓๓
๓๕
บรรณานุกรม
คณะผู้จัดทำ



แนวทางการใช้หนังสือ

หนังสือเรียน สาระการเรียนรู้พื้นฐานภาษา
ไทยเรื่องเช็กอินน้ำตกปาเซปูเตห์ชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ ๓ เป็นหนังสือที่คณะผู้จัดทำได้ศึกษาตัวอย่าง
การเขียนจากหนังสือเรียนของระดับชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ประกอบเป็นตัวอย่าง และ
แนวทางการศึกษาข้อมูลในเรื่องการวิเคราะห์
ภาษาพูด ภาษาเขียน การเขียนแสดงความคิด
เห็น และการอ่านจับใจความ อีกทั้งยังประกอบ
ด้วยเนื้อหาเสริมในเรื่อง ประวัติความเป็นมาของ
น้ำตกปาเซปูเตห์ ความเป็นมาของไก่กอและ
และส่วนผสม วิธีการทำไก่กอและ ซึ่งเป็นการ
ชี้แนะแนวทางของการหาข้อมูลให้ตรงกับตัวชี้วัด
ของผู้เรียน

เช็กอิน น้ำตกปาเซปูเตห์

เรื่องสั้น

ในวันที่แดดส่องจ้า ตรงกับวันหยุดสุดหรรษา ของ
เหล่าผองเพื่อน ซึ่งประกอบด้วย ฮูเล่ จ๊ะจ๋า และใบเฟิร์น
ที่กำลังหารือกันว่าจะไปเที่ยวผ่อนคลายร่างกายให้รู้สึก
สบายตัวสบายใจ ที่ไหนกันดี ในหัวฮูเล่นึกครุ่นคิดขึ้นมา
ได้ว่า ใกล้บ้านของตนนั้นมีน้ำตกปาเซปูเตห์ หรือที่เรียก
กันว่าน้ำตกทรายขาว ซึ่งเป็นน้ำตกที่ได้รับความนิยมเป็น
อย่างมากเพราะขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำตกที่วัยรุ่นและผู้ใหญ่ ใน
ละแวก อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี มีการเช็คอินมาก
ที่สุดเนื่ องด้วยมีการเล่าขานกันว่า น้ำตกแห่งนี้ มีความ
สวยงามและเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ แต่คนหลาย
ๆ คน ที่ไปเยือนน้ำตกแห่งนี้กลับไม่รู้ว่า น้ำตกทรายขาว
เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลผ่าน พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่อยู่บน

๑ ยอดเขาลงมาสู่พื้นดิน

เช็กอิน น้ำตกปาเซปูเตห์

น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกที่ได้รับความนิยมเพราะครึ่ง
หนึ่ งเชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สามารถผ่อนคลายความเครียดได้
เป็นอย่างดี และผู้คนอีกส่วนหนึ่งที่มาเที่ยวน้ำตกปาเซปู
เตห์มีความหลงใหลในความสวยงามของที่แห่งนี้ แต่ใน
ส่วนของการเดินทางมายังน้ำตกปาเซปูเตห์ไม่ใช่เส้นทาง
ที่มีความเรียบง่ายอย่างที่หลาย ๆ คนคิดเพราะกว่าจะไป
ถึงน้ำตกปาเซปูเตห์ เส้นทางมีความคดเคี้ยว คดโค้ง ซึ่ง
หากเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ค่อนข้างที่จะอันตราย
แต่ในทางกลับกันเมื่อไปถึงน้ำตกแห่งนี้กลับรู้สึกมีความ
สุขลืมความร้อน และความเครียดได้เป็นอย่างดี ทั้งสาม
คนก็ได้สนทนากันว่า
จ๊ะจ๋า : “ฮูเล่พาเรามาถูกที่ถูกจังหวะจริง ๆ เลย”
ใบเฟิร์น : “จริงด้วยจ๊ะจ๋า เพราะฉันรู้สึกคลายร้อนและสบาย
ตัวขึ้นมาก”
ฮูเล่ : “ก็ฉันบอกพวกเธอแล้วไง ว่าน้ำตกปาเซปูเตห์แห่งนี้
มันดีจริง ๆ พวกเธอเห็นไหม”



เช็กอิน น้ำตกปาเซปูเตห์

ว๊ายยยยยยยยยย! พวกเราได้มาผ่อนคลายสักที (เต็มไป
ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มและเต็มเปี่ ยมไปด้วยความสุข)
หลังจากที่ทุกคนได้เห็นบรรยากาศน้ำตกปาเซปูเตห์ต่างก็
เตรียมตัวซื้อของกินที่ทางขึ้นน้ำตกเพื่อไปกินด้วยกันใน
ระหว่างเล่นน้ำ แต่แล้วในจังหวะที่ จ๊ะจ๋า กำลังซื้อข้าว
เหนียวไก่กอและ มีเสียงเรียกขึ้นมาว่า
แม่ค้า : “ไก่กอและของทรายขาวเป็นไปกอและที่ได้ขึ้นชื่อ
ว่า เป็นไก่ที่อร่อยที่สุด”
จ๊ะจ๋า : “แม่ค้าจ๋า กอและแปลว่าอะไรหรอคะ”
แม่ค้า : “เป็นอาหารมลายูปักษ์ใต้ของไทย คำว่า"golek"
ในภาษามลายู หรือ ฆอและ หมายถึง กลิ้ง คงหมายถึงการ
เอาไก่ไปกลิ้งบนไฟ การราดน้ำกระทิปรุงรสมาราดบนตัวไก่
แล้วย่างไฟและลูก”



เช็กอิน น้ำตกปาเซปูเตห์

จ๊ะจ๋า : “ฮุ้ย เป็นอาหารที่น่าสนใจและคงจะอร่อยน่าดู
เลย”
แม่ค้า : “ใช่เลยหนู !!! เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของน้ำตกปาเซ
ปูเตห์แห่งนี้เลยนะ”
จ๊ะจ๋า ฮูเล่ ใบเฟิร์น : สุดยอดมากเลยค่ะ งั้นเอาไก่กอและ
4 ไม้ค่ะ แม่ค้า (ทุกคนทำสีหน้าตื่นเต้นกับไก่กอและที่
แม่ค้าพูดถึงเป็นอย่างมาก)
ใบเฟิร์น : งั้นพวกเราไปกินไก่กอและที่น้ำตกกันเถอะมัน
น่าสนุกมากเลยนะ
ฮูเล่ จ๊ะจ๋า : ลุยกันเล๊ย



เช็กอิน น้ำตกปาเซปูเตห์

และจังหวะที่ทุกคนกำลังกินไก่กอและอยู่นั้นต่างก็รู้สึก
ถึงรสชาติว่าไก่กอและของน้ำตกปาเซปูเตห์แห่งนี้
อร่อยจริง ๆ ด้วย ต่อมา ใบเฟิร์นพูดกับจ๊ะจ๋าและฮูเล่ว่า
น้ำตกแห่งนี้ ช่างมหัศจรรย์เป็นอย่างมากเนื่ องด้วย
น้ำตกเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ อีก
ทั้งผู้คนใจดี อาหารอร่อย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมน้ำตก
ปาเซปูเตห์หรือน้ำตกทรายขาวแห่งนี้เป็นน้ำตกที่ได้รับ
ความนิยมเป็นอย่างมากคงเป็นเพราะความมหัศจรรย์
หลายๆอย่างนี่เอง และแล้วใบเฟิร์นเกิดข้อสงสัยในหัว
ขึ้นมาว่า

ใบเฟิร์น : “ฮูเล่ เธอพอรู้ไหมว่า ทำไมเขาถึงได้ตั้งชื่อน้ำตกนี่
ว่า น้ำตกปาเซปูเตห์” (ใบเฟิร์นทำหน้าสงสัยและเกิดอยาก
รู้ขึ้นมา)

ฮูเล่ : "อ๋อ ก็เป็นเพราะว่าทรายที่นี้เป็นทรายที่มีลักษณะ
ออกสีขาวเป็นพิเศษ ไงใบเฟิร์น เขาถึงตั้งชื่อน้ำตกนี้ว่า
น้ำตกปาเซปูเตห์ "



เช็กอิน น้ำตกปาเซปูเตห์

ใบเฟิร์น : "ใช่ จริง ๆ ด้วย ฮูเล่ มันน่าทึ่งมากเลยนะ "
จ๊ะจ๋า : "ฮูเล่ คำว่า ปาเซปูเตห์ เป็นภาษาอะไรหรอ ฉันไม่
คุ้นหูเลย"
ฮูเล่ : "ก็เป็นภาษามลายูไงจ๊ะจ๋า เพราะคนแถวนี้ส่วนมาก
นับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่ จึงได้ตั้งชื่อน้ำตกเป็น
ภาษามลายู แต่ถ้ามาแปลเป็นภาษาไทย ปาเซ ก็จะแปลว่า
ทราย ปูเตห์ แปลว่า ขาว มารวม ๆ กันแล้วจึงเป็นคำว่า
น้ำตกทรายขาวนั้นเอง เป็นไงละ จ๊ะจ๋า กระจ่างไหม"
จ๊ะจ๋า : "อ๋อ แบบนี้นี่เอง วันนี้ได้ภาษามลายู คำสองคำ
ด้วยแฮะ... ดีจัง"



เช็กอิน น้ำตกปาเซปูเตห์

หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ลงไปเล่นน้ำตกอย่าง
สนุกสนานและมีความสุขมาก ทุกคนต่างพูดว่า มัน
จริงอย่างที่หลาย ๆ คนพูดถึงด้วย ว่าใครที่ได้มาเยือน
น้ำตกปาเซปูเตห์แห่งนี้ ก็จะพบเจอกับความผ่อนคลาย
สบายตัวสบายใจและเมื่อตกเย็นพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน
ทุกคนต่างเก็บสัมภาระกลับบ้านพร้อมด้วยความสุข
และความประทับใจที่ได้มาเยือนน้ำตกปาเซปูเตห์แห่ง
นี้ ทั้งฮูเล่ จ๊ะจ๋า และใบเฟิร์น อิ่มเอมกับความสุข และ
ในระหว่างทางกลับบ้านทั้งสามคนก็เต็มเปี่ ยมไปด้วย
ความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ต้องมาสัมผัสด้วยตนเองถึงจะรู้
ว่าน้ำตกปาเซปูเตห์มีดีอย่างไร



ภาษาพูดภาษาเขียน

เนื้ อหาหลัก

การพูดและการเขียนมีความสำคัญต่อการสื่อสารใน
ชีวิตประจำวันมากเพราะเราใช้แสดงความคิดเห็น ความ
รู้สึก และถ่ายทอดความรู้แก่ผู้อื่น ดังนั้นจึงจำเป็นอย่าง
ยิ่งที่ผู้พูดและผู้เขียนต้องพิจารณาและเลือกสรรถ้อยคำ
สำนวนภาษาที่เหมาะสมกับบุคคล โอกาส และสถานที่

ภาษาพูด คือ เป็นภาษาที่ใช้พูดจากัน
ไม่พิถีพิถันในการใช้หลักภาษามากนักสร้าง
ความรู้สึกที่เป็นกันเอง ใช้ในหมู่เพื่อนฝูง

ในครอบครัว ในการเขียน นวนิยายและการ
ติดต่อสื่อสารกันอย่างไม่เป็นทางการ การใช้ภาษา
พูดจะใช้ภาษาที่เป็นกันเอง สุภาพ คำนึงถึงบุคคล
และกาลเทศะใช้ในโอกาสที่มีการสนทนาสัมภาษณ์
อภิปราย พูดรายงาน โต้วาที การซื้อขาย ฯลฯ ซึ่ง
เป็นโอกาสที่ผู้พูดและผู้ฟังได้สื่อสารกันโดยตรง



ภาษาพูดภาษาเขียน

ภาษาเขียน คือ เป็นภาษาที่เคร่งครัดต่อ
การใช้ถ้อยคำและคำนึงถึงหลักภาษา เพื่อใช้
สื่อสารให้ถูกต้องและใช้ในการเขียนมากกว่า
การพูด ต้องใช้ถ้อยคำสุภาพ เขียนให้เป็น

ประโยค เลือกใช้ถ้อยคำเหมาะกับบุคคลและ
กาลเทศะ เป็นภาษาที่ใช้ในพิธีการและเป็นทางการ
ไม่ใช้คำฟุ่มเฟือย หรือการเล่นคำจนกลายเป็นการพูด
หรือการเขียนเล่นๆการเขียนใช้ในโอกาสที่มีการบันทึก
ข้อความจากการฟัง การแสดงความคิดเห็น แสดง
ความต้องการ เสนอความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่

การบันทึกรายงานการประชุมการเขียนบรรยาย
เหตุการณ์จากประสบการณ์การเขียนบทความ
สารคดี จดหมาย ย่อความ เรียงความ เอกสาร
ประกอบการพูด การกล่าวรายงาน กล่าวคำปราศรัย



ภาษาพูดภาษาเขียน

ตัวอย่างภาษาพูดแ
ละภาษาเขียน

ภาษา
พูด ภาษาเ
ขียน

เป็
นไง เป็นอย่า
งไร
เอา
ไงดี ทำอย่าง
ไรดี
จริง
ๆแล้ว
ไป
ป่ะ อันที่จ
ริง
กินไก่ก
อและ ไปไห

รับประทาน
ไก่กอและ

๑๐

การเขียนแสดงความคิดเห็น



เนื้ อหาหลัก

เป็นการเขียนที่ประกอบด้วยข้อมูลอันเป็นข้อเท็จจริง
กับการแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ความคิด
เห็นควรจะมีเหตุผลและเป็นไปในทางสร้างสรรค์ ผู้รับสาร
เรื่องเดียวกันไม่จำเป็นต้องมีความคิดเห็นเหมือนกัน
เป็นการมองต่างมุม และเป็นความคิดเห็นเฉพาะบุคคล

การเขียนแสดงความคิดเห็นมีหลักการดังนี้

๑. การเลือกเรื่อง ผู้เขียนควรเลือกเรื่องที่เป็นที่สนใจของสังคม

หรือเป็นเรื่องที่ทันสมัย อาจเกี่ยวกับเหตุการทางการเมือง

เศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปะ วิทยาศาสตร์ หรือข่าวเหตุการ

ประจำวัน ทั้งนี้ผู้เขียนต้องมีความรู้และเข้าใจเรื่องที่ตนจะแสดง

ความคิดเห็นเป็นอย่างดี เพื่อที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างลึกซึ้ง

๒. การให้ข้อเท็จจริง ข้อมูลที่เลือกมานั้นจะต้องมีรายละเอียด

ต่างๆ เช่น ที่มาของเรื่องความสำคัญ และเหตุการณ์เป็นต้น ดัง

นั้นจึงควรจะต้องศึกษาเรื่องที่จะเขียนอย่างละเอียด จับใจความ

สำคัญของเรื่องให้ได้ และศึกษาเรื่องที่เกี่ยวข้องจากแหล่งความ

รู้อื่นๆ ประกอบ จากนั้นจึงพิจารณาข้อเด่นข้อด้อย พร้อมทั้งยก

เหตุผลประกอบข้อคิดเห็น

๑๑

การเขียนแสดงความคิดเห็น



๓. การแสดงความคิดเห็น ผู้เขียนอาจแสดงความคิดเห็น
ต่อเรื่องได้ ๔ ลักษณะดังนี้ คือ

- การแสดงความคิดเห็นเพื่อตั้งข้อสังเกต เช่น การ
เติบโตของธุรกิจอินเทอร์เน็ต ความนิยมรับประทานอาหาร
เสริมสุขภาพ

- การแสดงความคิดเห็นเพื่อสนับสนุนข้อเท็จจริง เช่น
หัวข้อเรื่องการจัดระเบียบสังคมของร้อยตำรวจเอกปุระชัย
เปี่ ยมสมบูรณ์ การปราบปรามยาเสพติดขั้นเด็ดขาดของ
รัฐบาล

- การแสดงความคิดเห็นเพื่อโต้แย้งข้อเท็จจริง เช่น
หัวข้อเรื่อง การกินยาลดความอ้วนของวัยรุ่น การเปิดเสรี
การค้าน้ำเมาของภูมิปัญญาชาวบ้าน

- การแสดงความคิดเห็นเพื่อประเมินค่า เช่น หัวข้อเรื่อง
การวิจารณ์เรื่องสั้นที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์
ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนหรือรางวัลซีไรต์

๑๒

การเขียนแสดงความคิดเห็น



๔. การเรียบเรียง มีลำดับขั้นตอนดังนี้

- การตั้งชื่อ ควรตั้งชื่อเรื่องให้เร้าความสนใจผู้อ่าน และ
สอดคล้องกับเนื้อหาที่จะเขียน เพราะชื่อเรื่องเป็นส่วนที่ผู้อ่านจะ
ต้องอ่านเป็นอันดับแรก และเป็นการบอกขอบเขตของเรื่องด้วย

- การเปิดเรื่อง ใช้หลักการเขียนเช่นเดียวกันกับคำนำ และ
ควรเปิดเรื่องให้น่าสนใจ ชวนให้ผู้อ่านติดตามเรื่องต่อไป

- การลำดับ ควรลำดับเรื่องให้มีความต่อเนื่องสอดคล้องกัน
ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่เขียนวกไปวนมา เพราะผู้อ่านอาจเกิดความ
สับสนจนไม่สามารถแยกแยะได้ว่า ส่วนใดเป็นข้อเท็จจริง และ
ส่วนใดเป็นการแสดงความคิดเห็น

- การปิดเรื่อง ใช้หลักการเช่นเดียวกับการเขียนสรุป และ
ควรปิดเรื่องให้ผู้อ่านประทับใจ

๕. การใช้ภาษา ควรใช้ภาษาอย่างสละสลวย ชัดเจน มีการ
ใช้สำนวนโวหารอย่างเหมาะสมกับเรื่อง นอกจากนั้น ยัง
ต้องใช้ถ้อยคำที่สื่อความหมายได้ตรงตามอารมณ์ และ
ความรู้สึกของผู้เขียน ทั้งนี้ ควรเขียนอย่างเป็นกลาง และ
หลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่แสดงอารมณ์รุนแรง ซึ่งอาจก่อ
ให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงภายหลัง

๑๓

การอ่านจับใจความสำคัญ

เนื้ อหาหลัก

การอ่านจับใจความสำคัญ คือ การอ่านเพื่อจับใจความ
หรือข้อคิด ความคิดสำคัญหลักของข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน
เป็นข้อความที่คลุมข้อความอื่นๆ ในย่อหน้าหนึ่งๆ ไว้ทั้งหมด

ใจความสำคัญ หมายถึง ใจความที่สำคัญ และเด่นที่สุดใน
ย่อหน้า เป็นแก่นของย่อหน้าที่สามารถครอบคลุมเนื้อความในประ
โยคอื่นๆ ในย่อหน้านั้นหรือประโยคที่สามารถเป็นหัวเรื่องของ
ย่อหน้านั้นได้ ถ้าตัดเนื้อความของประโยคอื่นออกหมด หรือ
สามารถเป็นใจความหรือประโยคเดี่ยว ๆ ได้ โดยไม่ต้องมีประโยค
อื่นประกอบ ซึ่งใน แต่ละย่อหน้าจะมีประโยคในความสำคัญเพียง
ประโยคเดียว หรืออย่างมากไม่เกิน ๒ ประโยค

๑๔

การอ่านจับใจความสำคัญ

ใจความรอง หรือ พลความ (พน-ละ-ความ) หมายถึง ใจความ
หรือประโยคที่ขยายความประโยคใจความสำคัญ เป็นใจความ
สนับสนุนใจความสำคัญให้ชัดเจนขึ้น อาจเป็นการอธิบายให้
รายละเอียด ให้คำจำกัดความ ยกตัวอย่าง เปรียบเทียบ หรือ
แสดงเหตุผลอย่างถี่ถ้วน เพื่อสนับสนุนความคิด ส่วนที่มิใช่
ใจความสำคัญ และมิใช่ใจความรอง แต่ช่วยขยายความให้
มากขึ้น คือ รายละเอียด

หลักการจับใจความสำคัญ
๑. ตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่านให้ชัดเจน
๒.อ่านเรื่องราวอย่างคร่าวๆ พอเข้าใจ และเก็บใจความ
สำคัญของแต่ละย่อหน้า
๓.เมื่ออ่านจบให้ตั้งคำถามตนเองว่า เรื่องที่อ่าน มีใคร ทำ
อะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร
๔.นำสิ่งที่สรุปได้มาเรียบเรียงใจความสำคัญใหม่ด้วย
สำนวนของตนเองเพื่อให้เกิดความสละสลวย

๑๕

การอ่านจับใจความสำคัญ

วิธีการจับใจความสำคัญ
วิธีการจับใจความมีหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับความชอบว่าอย่างไร

เช่น การขีดเส้นใต้ การใช้สีต่างๆกัน แสดงความสำคัญมากน้อย
ของข้อความการบันทึกย่อเป็นส่วนหนึ่ งของการอ่านจับใจความ
สำคัญที่ดีแต่ผู้ที่ย่อควรย่อด้วยสำนวนภาษาและสำนวนของตนเอง
ไม่ควรย่อด้วยการตัดเอาข้อความสำคัญมาเรียงต่อกัน เพราะอาจ
ทำให้ผู้อ่านพลาดสาระสำคัญบางตอนไปอันเป็นเหตุให้การตีความ
ผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ วิธีจับใจความสำคัญมีหลักดังนี้
๑. พิจารณาทีละย่อหน้าหาประโยคใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า
๒. ตัดส่วนที่เป็นรายละเอียดออกได้ เช่น ตัวอย่าง สำนวนโวหาร
อุปมาอุปไมย(การเปรียบเทียบ) ตัวเลข สถิติ ตลอดจนคำถามหรือ
คำพูดของผู้เขียนซึ่งเป็นส่วนขยายใจความสำคัญ
๓. สรุปใจความสำคัญด้วยสำนวนภาษาของตนเอง
การพิจารณาตำแหน่งใจความสำคัญ

๑๖

การอ่านจับใจความสำคัญ

ใจความสำคัญของข้อความในแต่ละย่อหน้าจะปรากฏดังนี้
๑. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนต้นของย่อหน้า
๒. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนกลางของย่อหน้า
๓. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนท้ายของย่อหน้า
๔. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนต้นและตอนท้ายของย่อหน้า
๕. ผู้อ่านสรุปขึ้นเอง จากการอ่านทั้งย่อหน้า (ในกรณีใจความ
สำคัญหรือความคิดสำคัญอาจอยู่รวมในความคิดย่อยๆ โดยไม่มี
ความคิดที่เป็นประโยคหลัก)

๑๗

ประวัติน้ำตกปาเซปูเตห

เนื้ อหาเสริม

น้ำตกปาเซปูเตหหรือน้ำตกทรายขาวเดิมชาวบ้าน
เรียกว่า“น้ำตกกระโถน“มีต้นกำเนิดจากยอดเขาแม่
นางจันทร์บนเทือกเขาสันกาลาคีรีเป็นน้ำตกที่ตกจาก
หน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร ความยาวประมาณ 700
เมตรสองข้างลำธารมีต้นไม้ปกคลุมด้วยป่าดิบชื้นที่อุดม
สมบรูณ์อันเป็นแหล่งกำเนิดของลำห้วยลำธารที่ไหลลง
สู่แม่น้ำเทพามีเนื้อที 750 ไร่ หรือ 1.15 ตารางกิโลเมตร
จากการบอกเล่าของราษฏรที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นได้เล่า
ว่า พระครูศรีรัตนากร (ท่านศรีแก้ว) เจ้าอาวาสวัดทราย
ขาวเป็นผู้ค้นพบน้ำตกแห่งนี้เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2475

๑๘

ประวัติน้ำตกปาเซปูเตห

หลังจากนั้นท่านได้ขอความร่วมมือให้ราษฏรสละแรงงานใน
การก่อสร้างศาลา บันไดเหล็กและจัดทำถนนขึ้นไปยังน้ำตก
เพื่อให้ประชาชนได้พักผ่อนและชมทิวทัศน์ความสวยงามของ
น้ำตกแห่งนี้หลังจากนั้น ยังได้ปรับปรุงและทำถนนจากตลาด
นาประดู่ไปยังน้ำตกทรายขาวเป็นถนนดิน เมื่อปี พ.ศ. 2479
ทำให้น้ำตกแห่งนี้มีชื่อเสียงจนถึงปัจจุบันและเป็นที่นิยมของ
นักท่องเที่ยวและประชาชนมากยิ่งขึ้น

อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่รอยต่อ

3 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง คือ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา

และจังหวัดสงขลา และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ 3 แห่ง คือ

ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาใหญ่ จังหวัดปัตตานี ในเขตอำเภอ

โคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาใหญ่ จังหวัด

ยะลา ในเขตอำเภอเมือง และอำเภอยะหา จังหวัดยะลา และ

อุทยานแห่งชาติเขาสันกาลาคีรี ในเขตอำเภอสะบ้าย้อย

จังหวัดสงขลา มีเนื้อที่จากการสำรวจครั้งแรกประมาณ 110

ตารางกิโลเมตร หรือ 68,756 ไร่ เป็นอุทยาน

๑๙

ไก่กอและ

เนื้ อหาเสริม




ไก่กอและ หรือ ไก่ฆอและเป็นอาหารมลายูปักษ์ใต้ของ
ไทย คำว่า"golek" ในภาษามลายู หรือ ฆอและ หมายถึง
กลิ้ง คงหมายถึงการเอาไก่ไปกลิ้งบนไฟ การราดน้ำกระทิป
รุงรสมาราดบนตัวไก่แล้วย่างไฟ เมนูไก่กอและเป็นอาหารที่
ชาวมุสลิมแถบชายแดนใต้ของไทยทำรับประทานกัน โดย
เฉพาะที่ปัตตานีจะมีชื่อเสียงมาก บางแห่งจะทำไก่ฆอและ
ขายคู่กับข้าวหลามด้วย ไก่กอและในภาษามลายูปัตตานีจะ
อ่านว่า "อาแยฆอและ" คำว่า อาแย (Ayam) แปลว่าไก่ ฆอ
และ (Golek) แปลว่า กลิ้ง อาแยฆอและ จึงแปลว่า ไก่กลิ้ง
ก็น่าจะหมายถึงการย่างเพราะต้องคอยพลิกกลับไปมา

๒๐

ไก่กอและ

นอกจากจะใช้ไก่ทำแล้ว ยังสามารถใช้เนื้อสัตว์อื่น ๆ ทำได้
ถ้าใช้หอยแครงสดทำ เรียกว่า "กือเปาะห์ฆอและ" ใช้ปลาทำ
เรียกว่า "อีแกฆอและ" ถ้าใช้เนื้อทำ เ
รียกว่า "ดาฆิงฆอและ"
การทำไก่กอและ

รสชาติของไก่กอและคือเนื้ อไก่จะนุ่ มรสกลมกล่อมด้วยเครื่อง
ปรุงรับประทานกับข้าวสวยไก่กอและสูตรโบราณนี้ ได้รับการ
สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ จากรุ่นสู่รุ่นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ไก่
กอและสูตรโบราณนี้จะเป็นสูตรเฉพาะเป็นของโบราณจริง ๆ
ไม่มีการเติมแต่งสี และกลิ่นลงไป นอกจากวัสดุธรรมชาติ
เท่านั้น สมัยก่อนทำไก่กอและรับประทานกับข้าวเหนียวใบพ้อ
(ตูปะ) ข้าวหลาม ข้าวเหนียวและทำกินในวันสำคัญโดยเฉพาะ
วันรายอ หรือวันจัดงานแต่งงาน เป็นต้น

๒๑

ไก่กอและ

เครื่องปรุงไก่กอและ

๑. ไก่บ้าน จำนวน ๑ ตัว

๒. กะทิ จำนวน ๑.๕ กก.


๓. พริกชี้ฟ้าแห้ง จำนวน ๑ ขึด

๔. หอมแดง จำนวน ๓ ขึด

๕. น้ำตาลปิ๊ บ จำนวน ๑/๒ ถ้วย

๖. ขิง จำนวน ๒ นิ้ว

๗. กระเทียม จำนวน ๑ หัว

๘. มะขามเปียก จำนวน ๒ ช้อนโต๊ะ

๙. ขมิ้น จำนวน ๒ นิ้ว

๑๐. เกลือ จำนวน ๑ - ๒ ช้อนโต๊ะ

๒๒

ไก่กอและ

วิธีทำไก่กอและ
๑. นำไก่มาล้างให้สะอาด และสับเป็นชิ้นๆ
๒. นำไก่ที่เตรียมไว้ มาหมักกับ (ขมิ้น กระเทียม เกลือ ที่โขลก
ละเอียดแล้ว) และใส่หัวกะทิเล็กน้อ
ย หมักไว้ ประมาณ ๑๕
นาที
๓. นำไก่ที่หมักแล้ว มาหนีบกับไม้ไผ่ ย่างด้วยไฟอ่อนๆให้สุก
แล้วพักไว้
๔. นำพริกชี้ฟ้าแห้ง หอมแดง ขิง และหางกะทิเล็กน้อยมาปั่ น
รวมกันให้ละเอียด
๕. นำกระทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่หัวกะทิเล็กน้อยเคี่ยวให้แตกมัน
แล้วใส่เครื่องแกงที่เตรียมไว้ ผัดให้หอม ใส่หัวกะทิที่เหลือให้
หมด แล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลปิ๊ บ เกลือ น้ำมะขามเปียก ปรุงรส
ให้ออกรสหวาน เค็ม เปรี้ยว ตามใจชอบ ๖. นำไก่ที่ย่างสุกแล้ว
ราดด้วยน้ำแกงให้ทั่ว แล้วย่างด้วยไฟอ่อนๆอีกครั้ง เมื่อเนื้อ
หมาด ก็ราดน้ำแกงซ้ำอีก 2 ครั้ง จนเห็นว่าเครื่องแกงจับเนื้อ
ไก่หนาพอสมควรแล้วก็เป็นอันว่าเสร็จ

๒๓

อ่านเสริม เติมความหมาย

คำศัพ
ท์ ความห
มาย


ปา
เซ
ปูเต
ห์ ทราย

สีข
าว
อา
แย

ฆอ
และ
กือเ
ปาะห์ ไก่

ดา
ฆิง กลิ้ง

อีแ
ก หอย


ตู
ปะ เนื้อ

ปล



ข้
าวเหนียว

๒๔

แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน

คำถาม คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน






๑.ตัวละครในเรื่อง เช็กอิน น้ำตกปาเซปูเตห์ มีใครบ้าง
ตอบ.......................................................................................
..............................................................................................
..............................................................................................

๒.จากที่นักเรียนได้อ่าน เรื่องเช็กคอิน น้ำตกปาเซปูเตห์
นักเรียนได้อะไรจากเรื่องที่อ่านอธิบายพอสังเขป
ตอบ.......................................................................................
..............................................................................................
..............................................................................................
..............................................................................................
..............................................................................................

๓.ให้นักเรียนเลือกสถานที่ ในจังหวัดที่ตัวเองอาศัยอยู่มา๑
สถานที่พร้อมบอกเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกสถานที่แห่งนี้
ตอบ.......................................................................................
..............................................................................................
..............................................................................................
..............................................................................................
..............................................................................................
.

๒๕

แบบฝึกหัดท้ายบทเรียน

เฉลย




๑.ตัวละครในเรื่อง เช็กอิน น้ำตกปาเซปูเตห์ มีใครบ้าง
ตอบ ฮูเล่ จะจ๊า ใบเฟิร์น แม่ค้าขายไก่กอและ

๒.จากที่นักเรียนได้อ่าน เรื่องเช็กคอิน น้ำตกปาเซปูเตห์
นักเรียนได้อะไรจากเรื่องที่อ่านอธิบายพอสังเขป
ตอบ ได้รู้ถึงความสวยงามของธรรมชาตินั้นก็คือ น้ำตกอีก
ทั้งในเรื่องกำลังสื่อถึงธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัวเรา อย่ามอง
ข้าม เพราะยังมีอีกหลายสถานที่ ที่สวยงามไม่จำเป็นจะต้อง
ไปที่อื่นไกล ที่สำคัญการการชม การอยู่กับธรรมชาติเป็น
ความสุขอย่างหนึ่ งที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่ไหน

๒๖

กิจกรรมท้ายบทเรียน

ปฏิบัติ




๑. ให้นักเรียนจับกลุ่ม ๕ คน ออกมาเล่าตำนาน โดยเรื่อง
ที่ออกมาเล่านั้นจะต้องเป็ นตำนานในท้องถิ่นของสมาชิก
ในกลุ่ม

๒.ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกเรื่องสั้นมากลุ่มละ ๑ เรื่อง
และช่วยกันอ่านจับใจความสำคัญของเรื่องนั้น

๒๗

แบบทดสอบหลังเรียน

คำถาม คำชี้แจง แบบทดสอบปรนัย ๔ ตัวเลือก
จำนวน ๑๐ ข้อ ทั้งหมด ๑๐ คะแนน

นักเรียนทำเครื่องหมาย (x) ลงใน
กระดาษคำตอบ
เลือกคำตอบที่สุดที่สุด
เพียงคำตอบเดียว

  ๑.ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกในการวิเคราะห์วิจารณ์
        ก.  หาความรู้และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นให้มาก   ที่สุด
        ข.  อ่านเรื่องนั้นอย่างถี่ถ้วน แล้วหาแนวคิดหลักหรือแก่น
            ของเรื่อง
        ค.  หาความรู้เกี่ยวกับประเภทและลักษณะของหนังสือ   เรื่อง
นั้นให้เข้าใจ
        ง.  ตั้งคำถามเกี่ยวกับองค์ประกอบหรือข้อเท็จจริงในเรื่อง 
 แล้วหาคำตอบ

๒.ผู้วิจารณ์หนังสือ ควรแสดงความค
ิดเห็นอย่างไร

ก. วิจารณ์ตามข้อเท็จจริง
ข. วิจารณ์เพื่อให้เห็นข้อบกพร่องอย่างชัดเจน
ค. วิจารณ์ในแง่ลบไม่ต้องแสดงความคิดเห็นในแง่บวก
ง. วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เขียน

๒๘

แบบทดสอบหลังเรียน

คำถาม




๓. "เชิญเสด็จลงมาได้แล้ว อาหารตั้งโต๊ะพร้อมแล้ว" จัดเป็นภาษาระดับ
ใด ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่

ก. ระดับสนทนา ไม่เหมาะสม
ข. ระดับพิธีการ ไม่เหมาะสม
ค. ระดับกันเอง ไม่เหมาะสม
ง. ระดับกึ่งทางการ ไม่เหมาะสม

๔. ข้อใดใช้ภาษาต่างระดับจากข้ออื่น
ก. เออ! กูบอกมึงแล้วว่ามันแน่มาก
ข. ก่อนขึ้นมากรุณาล้างตีนก่อนนะโว้ย
ค. ขอให้โชคดีในการแข่งขันในวันพรุ่งนี้นะคะ
ง. หล่อนคนนั้นทำหน้าเด้งมาสวยสะบัดช่อเลย

๕. การเขียนรายงานเชิงวิชาการควรใช้ภาษาระดับใด
ก. ภาษาปาก
ข. ภาษาทางการ
ค. ภาษาพิธีการ
ง. ภาษากึ่งทางการ

๒๙

แบบทดสอบหลังเรียน

คำถาม ๖. เธอเป็นยังไงบ้าง ควรเปลี่ยนคำว่ายังไง
ตามข้อใด

ก. อย่างไร
ข. อย่างไง

ค. หยั่งไง
ง. หยั่งไร

ให้นักเรียนอ่านบทความที่กำหนดให้ แล้วตอบคำถาม ข้อ ๗-๘

กำแพงเมืองจีน เป็นสิ่งก่อสร้างที่เป็นมรดกล้ำค่าชิ้นหนึ่ง
ของโลก เป็นก าแพงที่ใหญ่และยาวที่สุดในโลก เป็นกำแพง
อิฐยาว ๒,๖๕๐ ไมล์ สูง ๒๕ – ๓๐ ฟุต หนา ๑๕- ๒๕ ฟุต มี
ทางเดินกว้าง ๑๐ ฟุต สร้างเมื่อ พ.ศ. ๓๐๐ – ๓๒๐ จักรพร
รดิชิวั่งตี่ ให้เกณฑ์ราษฎร มาสร้างกั้นพรมแดนระหว่าง
ประเทศจีนกับธิเบต เพื่อป้องกันการรุกรานของพวกตาด

๗.กำแพงเมืองจีนสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ใด
ก. เพื่อให้เป็นมรดกโลก
ข. เพื่อกั้นพรมแดนจีนกับประเทศอื่น
ค. เพื่อป้องกันการรุกรานของพวกตาด
ง. เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิชิวั่งตี่

๘. กำแพงเมืองจีนใช้เวลาในการสร้างทั้งหมดกี่ปี

ก. ๑๖ ปี ค. ๒๐ ปี

ข. ๑๘ ปี ง. ๒๒ ปี

๓๐

แบบทดสอบหลังเรียน

คำถาม




๙. การอ่านจับใจความหมายถึง ข้อใด
ก. การอ่านเพื่อหาสาระสำคัญของเรื่อง
ข. การอ่านเพื่อให้เกิดความรอบรู้ในเรื่องต่าง ๆ
ค. การอ่านเพื่อให้เพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์
ง. การอ่านเพื่อให้ทราบข้อมูลพื้นฐานของหนังสือนั้น ๆ
๑๐. การอ่านจับใจความสำคัญ ผู้อ่านต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. แยกเรื่องออกเป็นตอน ๆ
ข. อ่านให้รวดเร็วอย่างสม่ำเสมอ
ค. แยกใจความสำคัญจากส่วนขยายใจความสำคัญ
ง. แยกประเด็นของเรื่องว่าส่วนใดเป็นข้อมูลประกอบ






๓๑

แบบทดสอบหลังเรียน

เฉลย




๑. ค
๒. ง
๓. ข
๔. ค
๕. ข
๖. ก
๗. ค
๘. ค
๙. ก
๑๐. ค

๓๒

บรรณานุกรม

กรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัด
และสาระการเรียนรู้ภาษาไทย พุทธศักราช
2551. กรุงเทพฯ : ศูนย์พัฒนาหนังสือกรม
วิชาการ.

กรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและ
สาระการเรียนรู้แกนกลางหนังสือเรียน รายวิชา
ภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ม.3
กรุงเทพฯ : ศูนย์พัฒนา
หนังสือกรมวิชาการ.

กองเทพ เคลือบพนิชกุล. (2542). การใช้ภาษาไทย.
กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.

ดำรงรัตน์ ดำรงวิธีธรรม. (2552). การศึกษาทางสังคม.
กรุงเทพฯ : ศูนย์หนังสือเสริมกรุงเทพ.

๓๓

คณะผู้จัดทำ

นางสาวนูรลัยลา หวัง
รหัส ๖๑๐๖๕๑๐๐๒๙
[email protected]
093-7633709
คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์

มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ๓๔

คณะผู้จัดทำ

นางสาวอามีลา กะจิ

รหัส ๖๑๐๖๕๑๐๐๓๙

[email protected]

061-2311657

คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์

มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ๓๕

คณะผู้จัดทำ

นางสาวฮายาตี ฮาวา

รหัส ๖๑๐๖๕๑๐๐๔๗

[email protected]

098-9419390

คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์

มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ๓๖

คณะผู้จัดทำ

นางสาวมัสรี เจะเล๊าะ

รหัส ๖๑๐๖๕๑๐๐๕๑

[email protected]

061-2523754

คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์

มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ๓๗

คณะผู้จัดทำ

นางสาวรุสลีนา เจะมะ

รหัส ๖๑๐๖๕๑๐๐๕๕

[email protected]

063-6858198

คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์

มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ๓๘

คณะผู้จัดทำ

นางสาวดรุณี มะ

รหัส ๖๑๐๖๙๑๐๐๐๘

[email protected]

062-25722347

คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์

มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ๓๙




Click to View FlipBook Version