MUSIC BOOK Compiled by Pirachat Wongthongdee
ดีด สี ตี เป่า จะเข้ ไวโอลิน ระนาดเอก ขลุ่ยเพียงออ กระจับปี่ วิโอลา ระนาดเอกเหล็ก ปี่ชวา ซึง วิโอลอนเชลโล ฆ้องวงใหญ่ ปี่กาหลอ พิณเปี๊ยะ ดับเบิลเบส กลองสะบัดชัย ขลุ่ยหลิบ กีตาร์ สะล้อ กลองชุด แซกโซโฟน เบส ซอกันตรึม กลองทิมปานีทูบา แบนโจ ซอด้วง ฉาบ ทรัมเป็ต ฮาร์ป ซอสามสาย ไซโลโฟน ทรอมโบน ประเภทของเครื่องดนตรี
เครื่องดนตรีประเภทดีด จะเข้เป็นเครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องดีดมี 3 สายรูปร่างคล้ายตัวจระเข้ ตัวเป็นโพรง วางยาวไปกับพื้น มี สาย 3 สาย มีนม 11 นมเป็นฐานรองรับสายเมื่อกดนิ้วขณะดีดทำ ให้มีเสียงสูงต่ำ มีขา 5 ขา ได้รับอิทธิพลมา จากมอญและได้ปรับปรุงแก้ไขมาจากกระจับปี่ซึ่งมี 4 สายนำ มาวางดีดกับพื้นเพื่อความสะดวก มีประวัติและมี หลักฐานครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยาจะเข้ได้นำ เข้าร่วมบรรเลงเป็นเครื่องนำ อยู่ในวงมโหรีคู่กับกระจับปี่ใน สมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ กระจับปี่ เป็นเครื่องดนตรีประเภทดีด หรือ พิณ 4 สายชนิดหนึ่งตัวกะโหลกเป็นรูปกลมรีแบนทั้งหน้าหลัง มี ความหนาประมาณ 7 ซม. ด้านหน้ายาวประมาณ 44 ซม. กว้างประมาณ 40 ซม. ทำ คันทวนเรียวยาวประมาณ 138 ซม. ตอนปลายคันทวนมีลักษณะแบนและบานปลายผายโค้งออกไป ถ้าวัดรวมทั้งคันทวนและตัวกะโหลก จะมีความยาวประมาณ 180 ซม. มีลูกบิดสำ หรับขึ้นสาย 4 อัน มีนมรับนิ้ว 11 นมเท่ากับจะเข้ ตรงด้านหน้า กะโหลกมีแผ่นไม้บางๆ ทำ เป็นหย่องค้ำ สายให้ตุงขึ้น เวลาบรรเลงใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้จับไม้ดีด ขี่ยสายให้ เกิดเสียง - 1 -
ซึง เป็นเครื่องดนตรีประเภทดีด มี 4 สาย แต่แบ่งออกเป็น 2 เส้น เส้นละ 2 สาย มีลักษณะคล้าย กระจับปี่ แต่มีขนาดเล็กกว่า ความยาวทั้งคันทวนและกะโหลกรวมกันประมาณ 81 ซม. กะโหลกมีรูปร่าง กลมวัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ประมาณ 21 ซม. ทั้งกะโหลกและคันทวนใช้ไม้เนื้อแข็งชิ้นเดียวคว้านตอนที่ เป็นกะโหลกให้เป็นโพรง ตัดแผ่นไม้ให้กลม แล้วเจาะรูตรงกลางทำ เป็นฝาปิดด้านหน้า คันทวนเป็นเหลี่ยม แบนตอนหน้า เพื่อติดตะพานหรือนมรับนิ้ว จำ นวน 9 อัน ตอนปลายคันทวนทำ เป็นรูปโค้ง และขุดให้เป็น ร่อง เจาะรูสอดลูกบิดข้างละ 2 อัน รวมเป็น 4 อันสอดเข้าไปในร่อง สำ หรับขึ้นสาย 4 สาย สายของซึงใช้ สายลวดขนาดเล็ก 2 สาย และ สายใหญ่ 2 สาย พิณเปี๊ยะ หรือ พิณเพียะ เป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองล้านนาชนิดหนึ่ง เป็นเครื่องดนตรีประเภทดีด ลักษณะของพิณเปี๊ยะมีคันทวนยาวประมาณ 1 เมตรเศษ ตอนปลายคันทวนทำ ด้วยเหล็กทองเหลือง เรียกว่าหัวพิณเปี๊ยะ สำ หรับใช้เป็นที่พาดสาย ใช้สายทองเหลืองเป็นพื้น สายทองเหลืองนี้จะพาดผ่านสลัก ตรงกะลาแล้วต่อไปผูกกับสลักตรงด้านซ้าย สายของพิณเปี๊ยะมีทั้ง 2 สายและ 4 สาย กะโหลกของพิณ เปี๊ยะทำ ด้วยเปลือกน้ำ เต้าตัดครึ่งหรือกะลามะพร้าว ก็ได้ เวลาดีด ใช้กะโหลกประกบติดกับหน้าอก ขยับ เปิดปิดให้เกิดเสียงตามต้องการ เช่นเดียวกับพิณน้ำ เต้าของภาคกลาง - 2 -
กีตาร์มีทั้งแบบกีตาร์อะคูสติกและกีตาร์ไฟฟ้า บางตัวก็เป็นได้ทั้งสองอย่าง กีตาร์มีส่วนตัวเป็นกล่องกำ ทอน ซึ่งในกีตาร์อะคูสติกจะเจาะเป็นช่อง ส่วนกีตาร์ไฟฟ้ามักจะตัน และมีโพรงในส่วนคอกีตาร์ โดยทั่วไป แล้วส่วนหัวของกีตาร์จะยืดขึ้นไปจากคอ เพื่อใส่ลูกบิดหมุนสายสำ หรับปรับเสียง มี 6 สาย แต่แบบ 4- 7- 8- 10- 12- สายก็มีเช่นกัน เป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง จัดเป็นพวกเครื่องสาย มักจะเล่นด้วยนิ้วมือซ้าย และ ดีดหรือเกาด้วยนิ้วมือขวาหรือใช้ปิ๊กดีดกีตาร์ เสียงของกีตาร์นั้นเกิดจากการสั่นสะเทือนของสาย ทำ ให้เกิด กำ ทอน (resonance) แก่ตัวกีตาร์และคอกีตาร์ กีตาร์มีทั้งแบบกีตาร์อะคูสติกและกีตาร์ไฟฟ้า บางตัวก็ เป็นได้ทั้งสองอย่าง กีตาร์มีส่วนตัวเป็นกล่องกำ ทอน ซึ่งในกีตาร์อะคูสติกจะเจาะเป็นช่อง ส่วนกีตาร์ไฟฟ้า มักจะตัน และมีโพรงในส่วนคอกีตาร์ โดยทั่วไปแล้วส่วนหัวของกีตาร์จะยืดขึ้นไปจากคอ เพื่อใส่ลูกบิดหมุน สายสำ หรับปรับเสียง เบส เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย ในทางสากลสามารถเรียกได้ทั้ง electric bass (เบสไฟฟ้า) , electric bass guitar (กีตาร์เบสไฟฟ้า) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า bass (เบส) ลักษณะของเบสมีขนาดใหญ่กว่า กีตาร์ มีโครงสร้างของคอที่ใหญ่และยาวกว่า มีย่านความถี่เสียงต่ำ มี 4 สายและ 5 สาย ส่วนสายที่มากไป กว่านี้ก็มีเนื่องจากนักดนตรีบางคนอาจจะออกแบบเพื่อประยุกต์ใช้ทางการเล่นเฉพาะตัว มีหน้าที่โดยหลัก ๆ ในการให้จังหวะ คือคุมจังหวะตาม rhythm, line, pattern และ groove ของดนตรี ในขณะเดียวกันก็ สามารถขยายระดับความสามารถการเล่นให้สูงขึ้นตามแนวเพลงและการประยุกต์ใช้ต่าง ๆ - 3 -
แบนโจ เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย ประกอบด้วย 4,5 หรือ 6 สาย กล่องเสียงของแบนโจจะเหมือน กับหน้ากลอง มีหนังแท้หรือหนังเทียมขึงปิดอยู่ คาดหรือวงรอบด้วยไม้หรือเหล็กเพื่อให้หนังตึง โดยปกติ กล่องเสียงจะมีรูปร่างวงกลม แบนโจในช่วงแรกที่มีแบบสมัยแบบแอฟริกาในสหรัฐ มีการดัดแปลงจากให้ คล้ายคลึงกับเครื่องดนตรีของแอฟริกาแบนโจมักใช้ในดนตรีแนวโฟล์ก, ดนตรีโฟล์กไอริช และ เพลงคัน ทรี ฮาร์ป (harp) หรือพิณฝรั่ง คือเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายของตะวันตกมีเสียงเกิดขึ้นจากการใช้นิ้ว ดีด สายเสียงของเครื่องดนตรีนี้ปกติแล้วมี 47 สาย และที่เหยียบเพดดัล 7 อัน เพดดัลแต่ละอันจะควบคุม สายเสียงแต่ละชุด เช่น เพดดัล อันหนื่งจะบังคับสายเสียง C ทั้งหมดและอีกอันหนื่งจะบังคับสายเสียง D ทั้งหมด ฮาร์ปเป็นเครื่องดนตรีเก่าแก่ชนิดหนึ่งที่มีการกล่าวถึงตั้งแต่ราว 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ที่มา ของเครื่องดนตรีชิ้นนี้น่าจะมาจากประเทศไอยคุปต์ (อียิปต์) เพราะตามภาพฝาผนังใต้สุสานของประเทศไอย คุปต์ที่เห็นจะมีรูปคนดีดพิณชนิดนี้อยู่เยอะมาก แบนโจ เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย ประกอบด้วย 4,5 หรือ 6 สาย กล่องเสียงของแบนโจ จะเหมือนกับหน้ากลอง มีหนังแท้หรือหนังเทียมขึงปิดอยู่ คาดหรือวงรอบด้วยไม้หรือเหล็กเพื่อให้หนัง ตึง โดยปกติกล่องเสียงจะมีรูปร่างวงกลม แบนโจในช่วงแรกที่มีแบบสมัยแบบแอฟริกาในสหรัฐ มีการ ดัดแปลงจากให้คล้ายคลึงกับเครื่องดนตรีของแอฟริกาแบนโจมักใช้ในดนตรีแนวโฟล์ก, ดนตรีโฟล์กไอริช และ เพลงคันทร - 4 -
ไวโอลิน ลักษณะของไวโอลินนั้นเป็นเครื่องดนตรีที่มีรูปร่างคล้ายกีต้าร์แต่เล็กกว่ามาก ทำ มาจากไม้ เนื้ออ่อนด้านหน้าที่เรียกว่า ไม้พรูซ ด้านหลังจะเป็นไม้เนื้อแข็งที่เรียกว่า ไม้เมเปิ้ล แล้วใช้ชิ้นส่วนทั้งสอง ประกอบเข้าหากันก็จะกลายเป็นตัวไวโอลินขึ้น จะมีส่วนปลายที่ใช้จับหรือถือเราจะเรียกว่าด้ามถือ แผ่นไม้ ด้านหน้าจะมีช่องอากาศรูปตัว F ไว้ใช้ระบายอากาศภายใน ด้านหน้าจะมีสายทั้งหมด 4 สายขึงตึงอยู่และ ให้เสียงสูงต่ำ แตกต่างกันโดยไล่จากต่ำ ไปสูงคือ เสียง E = สาย 4, เสียง G = สาย 3, เสียง D = สาย 2 และเสียง E = สาย 1 เป็นเครื่องดนตรีที่ทำ ให้เกิดเสียงระดับเสียงสูงในกลุ่มเครื่องดนตรีคลาสสิกประเภท เครื่องสาย (String instruments) ซึ่งมีต้นกำ เนิดมาจากโลกตะวันตก เป็นเครื่องดนตรีตระกูลไวโอลิน ที่เล็กที่สุด อันประกอบไปด้วย ไวโอลิน วิโอลา เชลโล และ ดับเบิลเบส เมื่อนำ ทั้งหมดมาเล่นร่วมกันแล้วจะ เรียกว่า วงเครื่องสาย(string) ซึ่งเป็นตระกูลเครื่องดนตรีหลักของ วงออร์เคสตรา เครื่องดนตรีประเภทสี วิโอลา วิโอล่าจะตั้งสายเป็น C-G-D-A ซึ่งต่ำ กว่าไวโอลิน วิโอล่ามีขนาดความยาวอยู่ที่ 38 ถึง 45 ซม. รูปร่างคล้ายไวโอลิน แต่มีขนาดที่ใหญ่กว่า เป็นเครื่องดนตรีในตระกูลเครื่องสายนิยมเล่นในวงออร์เคส ตราและวงเครื่องสายซึ่งมีต้นกำ เนิดมาจากโลกตะวันตก เป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีตระกูลไวโอลิน อัน ประกอบไปด้วยไวโอลิน วิโอลา เชลโล และดับเบิลเบส โดยวิโอลามีระดับเสียงต่ำ กว่าไวโอลิน แต่สูงว่า เชลโลและดับเบิลเบส - 5 -
วิโอลอนเชลโล เป็นเครื่องดนตรีที่อยู่ในตระกูลไวโอลิน มีขนาดยาวและใหญ่กว่าไวโอลินเป้น 2 เท่า โดยประมาณ มี 4 สาย ตั้งเสียงห่างกันในระยะคู่ 5 (C D G A) โน๊ตสำ หรับเชลโลบันทึกด้วยกุญแจเสียง เอฟ (F clef) ระดับเสียงต่ำ กว่าไวโอลิน คุณภาพเสียงทุ้มลึกกว่าเสียงของไวโอลิน หรือเรียกทั่วไปว่า เชลโล เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย นิยมเล่นใน วงออร์เคสตราและ วงเครื่องสาย ซึ่งมีต้นกำ เนิด มาจากโลกตะวันตก เป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีตระกูลไวโอลิน อันประกอบไปด้วยไวโอลิน, วิโอล่า, เชลโล และ ดับเบิลเบส เชลโลเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายที่ได้รับความนิยมเช่นเดียวกับไวโอลิน มีโน้ต เพลงที่เขียนไว้สำ หรับเชลโลโดยเฉพาะอยู่หลายบทเพลง แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมถึงอย่างไรก็ตามยังมี การเล่นเชลโลกับดนตรีประเภทแจ๊ส บลูส์ ป๊อป ร็อก ฯลฯ ดับเบิลเบส (Double bass) มีชื่อเรียกหลายชื่อเช่น สตริงเบส (String Bass) คอนทราเบส (Contra Bass) เบสวิโอล (Bass Viol) ดับเบิลเบสเป็นเครื่องดนตรีที่ที่นิยมเล่นใน วงออร์เคสตรา และ วง เครื่องสาย ซึ่งมีต้นกำ เนิดมาจากโลกตะวันตก เป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีตระกูลไวโอลิน อันประกอบไป ด้วยไวโอลิน วิโอล่า เชลโล และ ดับเบิลเบส มีความสูงมาตรฐานประมาณ 74 นิ้ว ดับเบิ้ลเบสเป็นเครื่อง ดนตรีเพียงชิ้นเดียวที่อาจจะกล่าวได้ว่ามีความสัมพันธ์กับซอวิโอล (Viol) อย่างแท้จริง โดยสืบทอดมา จาก Violone ซอวิโอลขนาดใหญ่ (Big Viol) ซึ่งเล่นในช่วงเสียง 16 ช่วงเสียง (เสียงของมันจะต่ำ กว่า โน้ตที่เขียน 1 ช่วงเสียง) - 6 -
สะล้อ เป็นเครื่องดนตรีเครื่องสีพื้นเมืองล้านนา ซึ่งสะล้อมีทั้ง 2 สายและ 3 สาย และเป็นตัวหลักมักนิยม ใช้ขึ้นนำ เพลงในวงกับเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ เช่น สะล้อ ซอ ซึง สะล้อนั้นมีขนาด 3 ขนาดด้วยกัน ได้แก่ เล็ก กลาง ใหญ่ ซึ่งแต่ละไซต์มีหน้าที่ในการเล่นในวงไม่เหมือนกัน ส่วนมากมักนิยมนิยมเล่นกับ ขลุ่ยล้าน นา เพราะ สามารถสื่อเล่าถึงอารมณ์ที่ผู้เล่นต้องสื่อได้ หรือการสีเลียนเสียงมนุษย์ก็สามารถทำ ได้ สะล้อ เป็นเครื่องดนตรีที่ละเอียดอ่อน เพราะชนิดของพื้นผิวที่วางสะล้อเมื่อเล่นก็มีผลต่อเสียงที่ออกมาทั้งหมด ซอกันตรึม เป็นเครื่องดนตรีของกลุ่มชาวไทยเชื้อสายเขมรและชาวไทยอีสาน เป็นเครื่องสายใช้สี ทำ ด้วยไม้ กะโหลกซอขึงด้วยหนังงูหรือหนังจำ พวกตะกวด มีช่องเสียง อยู่ด้านตรงข้ามหน้าซอ ใช้สาย ลวดมี 2 สาย คันชักอยู่ระหว่างสาย คันซอยาวประมาณ 60 เซนติเมตร มีลูกบิดอยู่ตอนนอกซอใช้รัด ด้วยเชือก ขนาดของซอแตกต่างกันไปตามความ ประสงค์ของผู้สร้าง โดยทั่วไปมี 3 ขนาด คือ ขนาด เล็กเรียก ตรัวจี้ ขนาดกลางเรียกตรัวเอก ขนาดใหญ่เรียกตรัว บางครั้งจะเห็นมีการดัดแปลงประยุกต์ กะโหลกซอโดยใช้กระป๋องหรือปี๊บซึ่งอาจเรียกแทนว่า ซอกระป๋องหรือซอปี๊บได้ - 7 -
ซอด้วง เป็นซอสองสาย มีเสียงแหลม ก้องกังวาน คันทวนยาวประมาณ 72 ซม. คันชักยาวประมาณ 68 ซม. ใช้ขนหางม้าประมาณ 120–150 เส้น กะโหลกของ ซอด้วงนั้น แต่เดิมใช้กระบอกไม้ไผ่มาทำ ปาก กระบอกของซอด้วงกว้างประมาณ 7 ซม. ตัวกระบอกยาวประมาณ 13 ซม. กะโหลกของซอด้วงนี้ ใน ปัจจุบันใช้ไม้จริง หรือ งาช้างทำ ก็ได้ ซอสามสาย เป็นเครื่องดนตรีไทยชนิดหนึ่ง จำ พวกเครื่องสาย มีขนาดใหญ่กว่าซอด้วงหรือซออู้ และ มีลักษณะพิเศษ คือมีสามสาย มีคันชักอิสระ กะโหลกซอมีขนาดใหญ่ นับเป็นเครื่องดนตรีที่มีความสง่า งามชิ้นหนึ่งในวงเครื่องสาย ผู้เล่นจะอยู่ในตำ แหน่งด้านหน้าของวง - 8 -
เครื่องดนตรีประเภทตี ระนาดเอก เป็นเครื่องตีชนิดหนึ่ง ที่วิวัฒนาการมาจากกรับ แต่เดิมคงใช้กรับสองอันตีเป็นจังหวะ ต่อ มาก็เกิดความคิดว่า ถ้าเอากรับหลาย ๆ อันวางเรียงราดลงไป แล้วแก้ไขประดิษฐ์ให้มีขนาดลดหลั่นกัน แล้ว ทำ รางรองอุ้มเสียง และใช้เชือกร้อยไม้กรับขนาดต่าง ๆ กันนั้นให้ติดกัน และขึงไว้บนรางใช้ไม้ตีให้เกิดเสียง นำ ตะกั่วผสมกับขี้ผึ้งมาถ่วงเสียงโดยนำ มาติดหัวท้ายของไม้กรับนั้น ให้เกิดเสียงไพเราะยิ่งขึ้น เรียกไม้กรับ ที่ประดิษฐ์เป็นขนาดต่างๆกันนั้นว่า ลูกระนาด เรียกลูกระนาดที่ผูกติดกันเป็นแผ่นเดียวกันว่า ผืน ระนาด เอกใช้ในงานมงคล เป็นเครื่องดนตรีที่เป็นมงคลในบ้าน บรรเลงในวงปี่พาทย์และวงมโหรี โดยระนาดเอกนี้ ทำ หน้าที่เป็นผู้นำ วงดนตรี ระนาดเอกเหล็ก เป็นเครื่องดนตรีที่ประดิษฐ์ขึ้นในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว แต่เดิมลูกระนาดทำ ด้วยทองเหลือง จึงเรียกกันว่าระนาดทอง ในเวลาต่อมาได้มีการประดิษฐ์ลูก ระนาดด้วยเหล็ก ระนาดเอกเหล็กมีจำ นวน 20 หรือ 21 ลูก โดยวางไว้บนรางที่มีไม้ระกำ วางพาดไปตาม ของราง ก็อาจใช้ผ้าพันไม้แล้วนำ มารองลูกระนาดก็ได้ ลูกต้น ของระนาดเอกเหล็กมีขนาด 23.5 ซม กว้างประมาณ 5 ซม ลดหลั่นขึ้นไปจนถึงลูกยอดที่มีขนาด 19 ซม กว้างประมาณ 4 ซม รางของระนาด เอกเหล็กนั้น ทำ เป็นรูปสี่เหลี่ยม มีเท้ารองรับไว้ทั้ง 4 ด้านหรืออาจใส่ลูกล้อเพื่อสะดวกในการขนย้ายก็ได้ - 9 -
ฆ้องวงใหญ่เป็นเครื่องดนตรีที่วิวัฒนาการมาจากฆ้องรางของอินโดนีเซีย สันนิษฐาน ว่ามีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ส่วนประกอบของฆ้องวงใหญ่ประกอบด้วยลูกฆ้องและวงฆ้อง ลูกฆ้องมี 16 ลูกทำ จากทองเหลือง เรียงจากลูกเล็กด้านขวา วงฆ้องสูงประมาณ 24 เซนติเมตร ใช้หวายโป่งทำ เป็นราง ให้หวายเส้นนอกกับเส้นในห่างกัน 14-17 เซนติเมตร ใช้ หวาย 4 อัน ด้านล่าง 2 อันขดเป็นวงขนานกัน เว้นที่ไว้ให้นักดนตรีเข้าไปบรรเลง กลองสะบัดชัย มีลักษณะเป็นกลองสองหน้าขนาดใหญ่ 1 ลูก หน้ากว้างประมาณ 30 – 35 นิ้ว ยาวประมาณ 45 นิ้ว หน้ากลองหุ้มด้วยหนังตรึงด้วยหมุด เป็นกลองที่มีมานานแล้วนับ หลายศตวรรษ ในสมัยก่อนใช้ ตียามออกศึกสงคราม เพื่อเป็นสิริมงคล และเป็น ขวัญ กำ ลังใจให้แก่เหล่าทหารหาญในการต่อ สู้ให้ได้ชัยชนะ ทำ นองที่ใช้ในการตี กลองสะบัดชัย โบราณมี 3 ทำ นอง คือ ชัยเภรี, ชัย ดิถี และชนะมารการตีกลองสะบัดชัยเป็นศิลปะการ แสดงพื้นบ้านล้านนาอย่างหนึ่ง ซึ่งมักจะพบเห็นในขบวนแห่หรืองานแสดงศิลปะพื้นบ้าน ในระยะหลังโดยทั่วไป ลีลาในการตีมีลักษณะโลดโผนเร้าใจมีการใช้อวัยวะหรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่นศอก เข่า ศีรษะ ประกอบในการตีด้วย ทำ ให้การแสดงการตีกลองสะบัด ชัยเป็นที่ประทับใจของผู้ที่ได้ชม จนเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน - 10 -
กลองชุด เป็นเครื่องดนตรีประเภทตีกระทบ ประกอบด้วยตัวกลองและฉาบจำ นวน หลายใบ และใช้”ไม้กลอง”เพื่อตีควบคุมจังหวะ กลองชุดเป็นเครื่องดนตรีที่มีเสียงหนัก แน่น สามารถเพิ่มพลังให้กับบทเพลงได้หลากหลายแนว เช่น ร็อก , บลูส์ , ป็อป , ฟังก์ , ดิสโก้ และ แจ๊ส เป็นต้น กลองชุดเป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก กลองทิมปานีหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เคทเทิลดรัม เป็นกลองที่ปรับระดับเสียงได้ มี รูปร่างคล้ายกระทะหรือกาต้มน้ำ ตั้งอยู่บนฐาน ตัวกลองทำ ด้วยทองแดง ใช้หนังลูกวัว ขึง มีสกรูอยู่รอบๆ ขอบกลองเพื่อใช้บังคับหนังกลองให้ตึงมากน้อยให้เกิดระดับเสียง ที่ต้องการ นอกจากสกรูแล้วที่ฐานยังมีกระเดื่องไว้ให้ผู้เล่นเหยียบเปลี่ยนระดับเสียง อุปกรณ์ที่สำ คัญอีกอย่างหนึ่งคือ ไม้ตีกลอง (Drum Sticks)ซึ่งมีขนาดแตกต่างกัน (เล็ก กลาง และใหญ่) หัวไม้ตีกลองมักจะหุ้มด้วยสักหลาด ผ้า สำ ลี ไม้ก๊อก หรือ ฟองน้ำ เสียงของทิมปานี จะทุ้มมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเส้นผ่าศูนย์กลาง ของหน้ากลอง ถ้าเส้น ผ่าศูนย์กลางยาวมากเสียงก็จะทุ้มมากถ้าเส้นผ่าศูนย์กลางสั้น เสียงจะมีความทุ้มน้อย เสียงของกลองทิมปานี เทียบได้กับเสียงเบสเป็นเสียงที่แสดงอำ นาจตื่นเต้น เร้าใจ - 11 -
ฉาบ เป็นเครื่องดนตรีที่ใช้ในดนตรีหลายชนิด เช่นวงออร์เคสตราสมัยใหม่ วงมาร์ช วง คอนเสิร์ต ดนตรีทหาร รวมถึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลองชุดในปัจจุบันด้วย ในวงโยธ วาทิต สามารถแบ่งฉาบที่ใช้ออกได้เป็นสองชนิด คือ ฉาบคู่ และฉาบแขวนหรือฉาบรัว ฉาบคู่เป็นฉาบสองใบ แต่ละใบจะมีสายเป็นวงสำ หรับถือ การเล่นใช้มือแต่ละข้างถือฉาบ แล้วนำ เข้ามากระทบกัน ส่วนฉาบแขวน เป็นฉาบใบเดียวแขวนกับขาตั้ง นิยมตีด้วยไม้ แบบหัวมัลเล็ตหุ้ม ในกลองชุดก็ใช้ฉาบแบบนี้เช่นเดียวกัน ไซโลโฟน เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องกระทบ (Percussion Instruments) ชนิด ที่มีระดับเสียงแน่นอน (Definite Pitch) เป็นระนาดไม้ขนาดเล็กของดนตรีตะวันตก ลักษณะทั่วไปจะคล้ายกับมะริมบะ หรือไวบราโฟน แต่ไวบราโฟนทำ จากโลหะ และมีขนาด ใหญ่กว่าไซโลโฟน ลูกระนาดของไซโลโฟนทำ ด้วยไม้เนื้อแข็ง เช่น โร้สวูด เป็นต้น จัดเรียง ลำ ดับเสียงตามบันไดเสียงโครมาติก (Chromatic) เช่นเดียวกับเปียโนหรือออร์แกน ใต้ ลูกระนาดมีท่อโลหะติดอยู่เพื่อเป็นตัวขยายเสียง คาดว่ามีต้นกำ เนิดมาจากแอฟริกา และ เอเชีย - 12 -
เครื่องดนตรีประเภทเป่า ขลุ่ยเพียงออ เป็นเครื่องดนตรีไทย ประเภทเครื่องเป่าชนิดไม่มีลิ้น ทำ จากไม้รวกปล้องยาวๆ ด้านหน้าเจาะรูเรียงกัน สำ หรับปิดเปิดเพื่อเปลี่ยนเสียง ตรงที่เป่าไม่มีลิ้นแต่มีดาก ซึ่งทำ ด้วยไม้อุด เหลาเป็นท่อนกลมๆยาวประมาณ 2 นิ้ว สอดลงไปอุดที่ปากของขลุ่ย แล้วบากด้านหนึ่งของดากเป็น ช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เราเรียกว่า ปากนกแก้ว เพื่อให้ลมส่วนหนึ่งผ่านเข้าออกทำ ให้เกิดเสียงขลุ่ยลม อีกส่วนจะวิ่งเข้าไปปลายขลุ่ยประกอบกับนิ้วที่ปิดเปิดบังคับเสียงเกิดเป็นเสียงสูงต่ำ ตามต้องการ ใต้ปากนกแก้วลงมาเจาะ 1 รู เรียกว่า รูนิ้วค้ำ เวลาเป่าต้องใช้หัวแม่มือค้ำ ปิดเปิดที่รูนี้ บางเลาด้าน ขวาเจาะเป็นรูเยื่อ ปลายเลาขลุ่ยมีรู 4 รู เจาะตรงกันข้ามแต่เหลื่อมกันเล็กน้อย ใช้สำ หรับร้อยเชือก แขวนเก็บหรือคล้องมือจึงเรียกว่า รูร้อยเชือก รวมขลุ่ยเลาหนึ่งมี 14 รู ด้วยกัน ปี่ชวา เป็นเครื่องเป่าชนิดหนึ่งที่มีลิ้น เข้าใจว่าเมืองไทยรับมาในคราวเดียวกับกลองแขก ส่วน ประกอบของปี่ชวามีดังนี้ ตัวเลา ทำ ด้วยไม้จริง ๆ แบ่งเป็น 2 ท่อน ท่อนแรกเรียกว่า”เลาปี่” กลึงให้ กลมเรียวยาว ภายในโปร่งตลอด ตอนโคนกลึงให้ใหญ่เล็กน้อย มีลูกแก้วคั่น ท่อนบนของลำ ปี่ ใต้ลูก แก้วเจาะรู 7 รูเรียงตามลำ ดับ สำ หรับปิดเปิด และมี”รูนิ้วค้ำ ” อยู่ด้านหลังใกล้กับลูกแก้ว อีกท่อนหนึ่ง เรียกว่า”ลำ โพงปี่” ทำ ด้วยไม้จริง กลึงให้กลมเรียว ปลายบานเหมือนดอกลำ โพง ภายในโปร่ง ตอน กลางกลึงเป็นลูกแก้วคั่น ตอนบนจะหุ้มด้วยแผ่นโลหะบาง ๆ โดยรอบ สวมรับกับตัวลำ ปี่ได้พอดี ลิ้นปี่ ทำ ด้วยใบตาลแก่ ตัดพับซ้อนกันเป็น 4 กลีบ สอดใส่ที่ปลาย”กำ พวด” ซึ่งทำ ด้วยโลหะกลมเล็ก ยาว ภายในโปร่ง ผูกด้วยเชือกเส้นเล็กๆด้วยเงื่อนตะกรุดเบ็ด เคียนด้วยด้ายที่โคนกำ พวด เพื่อสอดใส่ ให้แน่นในรูปี่ เฉพาะลิ้นปี่ชวาจะมี”กะบังลม”ซึ่งทำ ด้วยไม้หรือกะลา บางกลม สำ หรับรองรับริมฝีปาก ขณะเป่า สำ หรับตัวเลาปี่ชวา นอกจากจะทำ ด้วยไม้แล้ว ยังสามารถทำ ให้สวยงามด้วยงาทั้งเลา หรือทำ ด้วยไม้ประดับงา - 13 -
ปี่กาหลอ หรือ ปี่ห้อ เป็นเครื่องเป่าชนิดหนึ่งของภาคใต้ของไทย เลาปี่ทำ ด้วยไม้ยาว ประมาณ 13 นิ้ว มีรูบังคับเสียง 7 รู และด้านล่างมีรูนิ้วหัวแม่มือ 1 รู ลิ้นปี่ทำ ด้วยใบตาล มี บังลมทำ ด้วยไม้หรือเปลือกหอยมุก ด้านล่างเป็นลำ โพงปี่ทำ ด้วยไม้ปากบาน เพื่อขยายเสียง (เช่นเดียวกับปี่ชวา) นิยมใช้ลูกปัดสีต่าง ๆ ร้อยห้อยที่เลาปี่เพื่อตกแต่งด้วย ปี่กาหลอใช้เป่า บรรเลงในงานศพ หรืองานบวชที่ผู้บวชจะไม่สึก ปัจจุบันหาดูได้ยากแล้ว ขลุ่ยหลิบ หรือ ขลุ่ยหลีก เป็นขลุ่ยที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาขลุ่ยไทยมีความยาว ประมาณ 25 เซนติเมตร มีเสียงสูงกว่าขลุ่ยเพียงออเป็นคู่สี่ คือปิดหมดทุกนิ้วเป่าเป็น เสียงฟา นิยมใช้เป่าในวงมโหรีเครื่องคู่ เครื่องใหญ่ และวงเครื่องสายคู่ โดยเป็นเครื่องนำ ในวงเช่นเดียวกับระนาด หรือซอด้วง นอกจากนี้ยังใช้ในวงเครื่องสายปี่ชวา โดยบรรเลง เป็นพวกหลังเช่นเดียวกับซออู้ - 14 -
แซกโซโฟน เป็นเครื่องดนตรีในตระกูลเครื่องลมไม้ ใช้ลิ้นเดี่ยวเหมือนของคลาริ เนต แม้ว่าตัวเครื่องมักจะทำ ด้วยโลหะแต่สุ้มเสียงก็กระเดียดมาทางเครื่องลมไม้ แซก โซโฟนจึงได้รับฉายาว่า “คลาริเนตทองเหลือง” (brass clarinet) โดยมากจะใช้ในวง โยธวาทิต วงดนตรีลูกทุ่ง จนถึงวงออเคสตรา และแตรวง แบร์ลิออซได้กล่าวว่าเสียง ของแซกโซโฟนคือการผสมผสานเข้าด้วยกันระหว่าง ซอเชลโล ปี่คอร์อังแกลส์และปี่ คลาริเนท แซกโซโฟนจะเล่นกระซิบกระซาบ อ่อนหวานนุ่มนวล หรือจะแผดให้แสบโสต ประสาทก็ทำ ได้ จึงเหมาะสำ หรับใช้เป็นเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการแสดงอย่าง มาก ทูบา เป็นเครื่องดนตรีตระกูล แซ็กฮอร์น ทูบามีท่อลมขนาดใหญ่ และมีความยาว ตั้งแต่ 9 ,12,14,16 และ 18 ฟุต แล้วแต่ขนาด มีช่วงเสียง โดยมากจะใช้ใน วงโยธ วาทิต วงดนตรี ลูกทุ่ง จนถึง วงออเคสตรา และ แตรวง กว้าง 3 ออคเทฟ เศษ ๆ ท่อลมเป็นทรงกรวย เช่นเดียวกับ ฮอร์น ส่วนกลางลำ ตัวติดลูกสูบบังคับเสียง 3 อัน หรือ 4 อัน ส่วนตรงปลายท่อ บานเป็นลำ โพงกำ พวดเป็นโลหะรูปถ้วย เสียงของทูบา ต่ำ ลึกนุ่มนวล ไม่แตกพร่า เสียงต่ำ มากที่เรียกว่า “พีเดิล โทน” (pedal tones) นั้น มีคุณสมบัติเฉพาะตัวปกติแตรทูบาทำ หน้าที่เป็นแนว เบส ให้แก่กลุ่ม เครื่องลมทอง เหลือง - 15 -
ทรัมเป็ต เป็นเครื่องดนตรีสากลในกลุ่มเครื่องลมทองเหลือง (แตร) ประเภทเสียงสูง (high brass) เช่นเดียวกับเฟรนช์ฮอร์น กำ เนิดเสียงโดยอาศัยลมจากการเป่าของผู้เล่น ทำ ให้เกิดการสั่นสะเทือนของริมฝีปาก โดยทั่วไปมีปุ่มกด (valve) 3 อัน เรียงอยู่ในระนาบ เดียวกัน มีทั้งที่เคลือบผิวด้วยทอง, เงิน, นิกเกิล, และแลกเกอร์ ทรอมโบน รอมโบนเป็นเครื่องดนตรีประเภทท่อทรงกระบอก (Cylindrical Bore) กล่าว คือมีท่อลมที่ขนาดคงที่เกือบทั้งเครื่อง ทำ ให้มีเสียงที่แข็งและกระด้าง ไม่นิ่มนวลเหมือนฮอร์น หรือยูโฟเนียม แต่ในบางรุ่นอาจมีการขยายขาหนึ่งของ Slide ให้ใหญ่กว่าอีกขาหนึ่ง ทำ ให้ เสมือนหนึ่งเป็นเครื่องดนตรีทรงกรวย (Conical Bore) และให้เสียงที่นุ่มขึ้น เป็นเครื่อง ดนตรีสากลประเภทเครื่องเป่าทองเหลือง มีคันชักใช้สำ หรับเปลี่ยนระดับเสียง โดยส่วน มากจะใช้ในวงโยธวาทิต วงดนตรีลูกทุ่ง รวมทั้งวงซิมโฟนีออร์เคสตรา และแตรวง ใน วงดนตรี ทรอมโบนจะทำ หน้าที่ประสานเสียงในกลุ่มแตรด้วยกัน - 16 -