เอกสารประกอบการสัมมนา
“การจัดการศึกษาในสังคมพหุวัฒนธรรม”
วนั เสารท์ ่ี 3 ตุลาคม 2563
ณ โรงแรมรอยลั ฮิลล์ อำเภอละงู จงั หวัดสตูล
นักศึกษาหลักสูตรครศุ าสตรมหาบณั ฑติ
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา รุ่นที่ 9
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
กำหนดกำร
กำรสัมมนำ “กำรจัดกำรศึกษำในสงั คมพหวุ ัฒนธรรม”
วันเสำร์ ท่ี 3 ตลุ ำคม 2563
ณ จงั หวัดสตูล
เวลา 13.00 - 13.30 น. ลงทะเบยี นเข้ารว่ มการสัมมนา
เวลา 13.30 - 13.45 น. พิธเี ปิดการสัมมนาวิชาชพี โดย รองศาสตราจารย์ ดร.จรณุ ี เกา้ เอย้ี น
เวลา 13.45 - 14.45 น. กลา่ วรายงาน โดย นายมงคล ดินแดง ประธานนักศึกษา
หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ าการบริหารการศึกษา ร่นุ ที่ 9
เวลา 14.45 - 15.00 น. การสัมมนา “การจัดการศกึ ษาในสงั คมพหุวัฒนธรรม”
เวลา 15.00 - 16.30 น. ช่วงท่ี 1 การเสวนา “การจดั การศกึ ษาในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม”
พิธกี ร โดย 1. นายมูฮามดั ตอยดู ีน เจ๊ะแว
เวลา 16.30 - 17.00 น.
2. นางสาวตอเหเราะ ดอละ
วิทยากร โดย 1. นายมะนาพี อนิ นยู ูซี
2. นายวุฒินนั ท์ โพหะดา
3. นายรซี ูวณั สะแลแม
พกั รบั ประทานอาหารว่าง
การสมั มนา “การจดั การศกึ ษาในสังคมพหวุ ฒั นธรรม”
ชว่ งท่ี 2 การแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ “การจัดการศกึ ษาในสังคมพหวุ ัฒนธรรม”
พธิ ีกร โดย 1. นายนูรมาน พิทักษ์สขุ สันต์
2. นายรฟิ อรรถ ยะโกะ
พิธีปดิ การสัมมนาวิชาชีพ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์นติ ยา เรอื งแป้น
และมอบเกียรติบัตรการเข้าร่วมสัมมนา
คำนำ
การสัมมนาวิชาชีพทางการบริหารการศึกษาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ อย่างยิ่งและจำเป็น
ในการจัดการศึกษาในยุคการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และไทยแลนด์ ยุค 4.0 โดยเฉพาะการจัดการศึกษา
ในสังคมพหุวัฒนธรรมถือว่า เป็นการจัดการศึกษาที่ต้องคำนึงถึงความแตกต่างของสังคมน้ันๆ แต่สามารถ
นำบรบิ ทของความแตกตา่ งนนั้ มาจดั การศึกษาให้มีความเปน็ เอกภาพและเกิดประสิทธิภาพและประสทิ ธผิ ล
การสัมมนาวิชาชีพทางการบริหารการศึกษา เร่ือง การจัดการศึกษาในสังคมพหุวัฒนธรรม ในครั้งน้ี
เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา สัมมนาวิชาชีพการบริหารการศึกษา (1206118) ตามหลักสูตรครุศาสตร
มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา คณะผู้จัดสัมมนาหวังเป็นอย่างย่ิงว่า
การสมั มนาวิชาชีพครง้ั นี้จะเปน็ ประโยชน์แก่ผเู้ ขา้ ร่วมสมั มนาและผู้ท่ีสนใจเกี่ยวกับการบรหิ ารการจดั การศึกษา
ในสังคมพหุวัฒนธรรม และขอขอบพระคุณคณะอาจารย์ประจำหลักสูตรฯ เป็นอย่างสูง ท่ีให้คำแนะนำ
ขอ้ เสนอแนะ และคำปรึกษาในการจดั การสัมมนาครง้ั น้ีให้สำเร็จลุล่วงไปดว้ ยดีอีกดว้ ย
คณะผ้จู ดั ทำ
3 ตลุ าคม 2563
สารบัญ
เร่อื ง หนา้
กำหนด
คำนำ ก
สารบญั ข
การจัดการศกึ ษาในสังคมพหุวัฒนธรรม 1
1. ความหมายของพหุวัฒนธรรมศกึ ษา 1
2. ความสำคญั ของพหุวฒั นธรรมศึกษา 1
3. วตั ถปุ ระสงค์ของพหวุ ฒั นธรรมศกึ ษา 2
4. ลกั ษณะของพหวุ ฒั นธรรมศึกษา 2
5. เป้าหมายของพหุวฒั นธรรมศกึ ษา 3
6. โครงสรา้ งตามแนวทางพหุวัฒนธรรมศกึ ษา 3
7. การพฒั นาการจัดการศกึ ษาตามแนวทางพหุวัฒนธรรมศกึ ษา 3
8. การบริหารสถานศึกษาตามแนวคดิ พหวุ ัฒนธรรมศกึ ษาในสามจังหวดั ชายแดนภาคใต้ 4
9. การนำรปู แบบการ บริหารสถานศกึ ษาตามแนวคิดพหวุ ัฒนธรรมศกึ ษา
ในสามจังหวดั ชายแดนภาคใต้ไปปฏบิ ตั ิจรงิ 4
ภาคผนวก
โครงการสมั มนาทางวิชาการ 7
คณะผู้จดั ทำเอกสาร 10
การจดั การศกึ ษาในสงั คมพหุวัฒนธรรม
1. ความหมายของพหวุ ัฒนธรรมศกึ ษา
Banks และ Banks (1989) ได้กล่าวว่า ความหมายของการศึกษาแบบพหุวัฒนธรรม ไว้ว่า
“การศึกษาแบบพหุวัฒนธรรม” เป็นแนวคิดในการปฏิรูปการศึกษาและเป็นกระบวนการท่ีมีเป้าหมายสำคัญ
เพ่ือท่ีจะเปล่ียนโครงสร้างสถาบันการศึกษา เพ่ือให้นักเรียนแต่ละเพศ นักเรียนพิเศษ นักเรียนกลุ่มเช้ือชาติ
สายต่างๆ กลุ่มสีผิวและกลุม่ วฒั นธรรม ทง้ั หลายไดม้ ีความเสมอภาคกันในดา้ นความสำเร็จในการเรียน
Mitchell and Salsbury (1999) ได้กล่าวว่า การจัดการศึกษาตามแนวทางพหุวัฒนธรรม หมายถึง
การศึกษาท่ีพยายามใช้แนวความคิดค่านิยมเชิงบวกเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันของมนุษย์และนำไปสู่การปรับปรุง
ความสามารถในการเรยี นรู้ของผู้เรยี นทกุ คน
เกสรี ลัดเลยี และคณะ (ม.ป.ป.) ได้กล่าวว่า การศึกษาแบบพหุวัฒนธรรม หมายถึง การจัดการศึกษาท่ี
มุ่งให้ทุกคนยอมรับและเห็นคุณค่าในวัฒนธรรมตนเองและวัฒนธรรมอื่นๆ มีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรม
ตนเองและภาคภูมใิ จที่ได้เรยี นรู้วฒั นธรรมอ่ืนๆ และรจู้ ักการเลอื กใชค้ วามร้ใู ห้เหมาะสม
สรุปได้วา่ พหุวัฒนธรรมศึกษา หมายถึง การจัดการศกึ ษาที่มุ่งเน้นให้ผคู้ นในสังคมมีความเท่าเทยี มกัน
ความเสมอภาค มีเสรีภาพ มีการยอมรับซ่ึงกันและกนั ของผู้เรียนทมี่ ีความแตกต่างทางวัฒนธรรม เช่น เช้ือชาติ
หรือกลุ่มพันธุ์ ภาษา ศาสนา เพศ ชนชั้นทางสังคม ได้เกิดการเรียนรูท่ีจะยอมรับในความแตกต่าง
ทางวฒั นธรรม ไมมีอคตติ ่อกัน ไมเกิดการแบ่งแยก และการเลอื กปฏิบตั ิ และลดปญั หาความขัดแยง้ ระหวา่ งกัน
2. ความสำคญั ของพหวุ ฒั นธรรมศกึ ษา
เอกรินทร์ สังข์ทอง (2551) ได้กล่าวว่า ความสำคัญของพหุวัฒนธรรมศึกษา มีความสำคัญต่อระบบ
การศึ ก ษ าโด ย เฉ พ าะก ารจัด ก ารศึ ก ษ าบ น พ้ื น ฐ าน ข อ งค ว าม แ ต ก ต่ างข อ งผู้ เรีย น ท่ี มี ค ว าม ห ล าก ห ล าย
ทางวัฒนธรรม พหุวัฒนธรรมศึกษาจะช่วยจรรโลงความเข้าใจและช่วยให้ผู้คนที่มีพื้นฐานแตกต่างกันยอมรับ
และศรัทธาความแตกต่างทางวัฒนธรรม ตลอดจนเกิดความเข้าใจในอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของผู้คนท่ีแตกต่าง
กันนำไปสูค่ วามเท่าเทยี มและความเสมอภาค
ไขมุก อุทยาวลี (2552) ได้กล่าวว่า พื้นฐานทางสังคมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีเอกลักษณ์
เป็นสังคมพหุลักษณ์ ที่มีลักษณะการใช้ชีวิตของคนหลากหลายวัฒนธรรมในสังคมเดียวกัน ดังน้ัน การอาศัย
อยู่รว่ มกนั ในท้องถิ่นเดยี วกนั และการรกั ษาอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธ์ุต้องอาศัยการยอมรับความหลากหลาย
ทางวัฒนธรรม และแนวทางการจัดการศึกษาท่ีมีความเหมาะสมในพื้นที่ ท่ีต้องมีการยึดหลักการบูรณาการ
ทางสังคมพหวุ ัฒนธรรมในการจัดการศึกษาเพื่อไปสู่การยอมรบั ความหลากหลายในเอกลักษณ์ของชาติ
บรรจง ฟ้ารุ่งสาง (2550) ได้กล่าวว่า การจัดการศึกษาแนวพหุวัฒนธรรมสำหรับประชาชนใน
สามจงั หวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นอย่างยิ่งต้องคำนึงถึงบรบิ ททางการเมือง สังคม วัฒนธรรม แนวทางในสังคม
ปัจจุบันมีแนวโน้มท่ีต้องจัดการศึกษาสำหรับเยาวชนให้ตรงกับความต้องการของคนในท้องถิ่น การเคารพ
ความแตกต่างทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของประชาชนในท้องถ่ินให้มีโอกาสท่ีเท่าเทียมหรือใกล้เคียงกัน
ในขณะเดยี วกันการยอมรบั ความหลากหลายทางวฒั นธรรม ซ่ึงเคยถือว่าเป็นปัญหาสำหรับการปกครองทอ้ งถิ่น
ชายแดนใตใ้ นอดีต
สรุปได้ว่า ความสำคัญของพหุวัฒนธรรมศึกษาจะช่วยสร้างความเข้าใจและความยอมรับใน
ความแตกต่างระหว่างบุคคล จากความแตกต่างและความหลากหลายดังกล่าว ต้องมีการจัดแนวทาง
การจัดการศึกษาที่มีความเหมาะสมในพื้นท่ี ต้องมีการยึดหลักการบูรณาการทางสังคมพหุวัฒนธรรมใน
การจัดการศกึ ษาเพ่ือไปส่กู ารยอมรบั ความหลากหลายในสงั คมต่อไป
การสมั มนา “การจดั การศึกษาในสังคมพหุวัฒนธรรม” หน้า ๒
3. วัตถปุ ระสงค์ของพหวุ ัฒนธรรมศึกษา
Bank (1994) ได้กลา่ ว วัตถปุ ระสงค์หลกั ของพหุวัฒนธรรมศกึ ษา มแี นวทางในการปฏบิ ัติ ดังนี้
1. การสร้างโอกาสท่ีเท่าเทียม ให้ความยุติธรรม ความเสมอภาคของผู้เรียนท่ีมาจาก
ความหลากหลายทางวฒั นธรรม เชอื้ ชาติ ศาสนา เพศ ฐานะทางสงั คม สภาพร่างกาย
2. การปรับวิธีการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้เหมาะกับรูปแบบการเรียนรูของผู้เรียนที่มา
จากต่างวฒั นธรรม
3. การปรบั เนอ้ื หาในบทเรยี นเพ่อื ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมตา่ งๆ
4. การปรับทัศนคติในการอยูร่วมกันอยา่ งสันติของผู้เรียนท่มี ีความหลากหลายทางวฒั นธรรม
สรปุ ไดว้ า่ วัตถปุ ระสงค์ของพหวุ ัฒนธรรมศึกษาในการจัดการศกึ ษาในสามจังหวัดชายแดนภาคใตค้ วรมี
ประเด็นที่เน้นในเร่ืองของทิศทางในการพัฒนาสถานศึกษาให้มีความสอดคล้องกับการบริหารสถานศึกษาซึ่ง
ประกอบดว้ ย
1. ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาในสามจังหวดั ชายแดนใต้ต้องมีการยอมรับความแตกต่าง มีนโยบายท่ี
ชัดเจนเกี่ยวกับพหุวัฒนธรรมศึกษา การสร้างโอกาส ความเท่าเทียมกัน ให้ความยุติธรรม ความเสมอภาคและ
การปรับทัศนคตใิ นการอยรู ่วมกันในการไดร้ บั การศึกษาของผเู้ รียน
2. ครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องมีความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นเช้ือชาติ ศาสนา เพศ
และสภาพร่างกาย ความหลากหลายของบุคลากรเช่นน้ี จะเป็นเคร่ืองสะท้อนให้เห็นถึงนโยบายของโรงเรียน
เก่ียวกับพหุวัฒนธรรมศึกษาของโรงเรียนเป็นอย่างดี ครูและบุคลากรมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างเจตคติ
ปราศจากความอคติความลำเอียงตอ่ ผู้เรียน และปฏบิ ัตติ อ่ ผเู้ รยี นทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
3. หลักสูตรของโรงเรียนโดยจัดทำหลักสูตรท่ีมีความสอดคล้องกับบริบทในสามจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ โดยเน้นในเร่ืองของวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรม และประเพณีของนักเรียน เพ่ือส่งผลต่อ
การจดั การศกึ ษาในสามจังหวัดชายแดนภาคใตใ้ ห้มีการพัฒนามากย่ิงขน้ึ
4. ลักษณะของพหุวัฒนธรรมศึกษา
Cortes (1996) ได้กล่าวไว้ ลักษณะของการจัดการศึกษาตามแนวทางพหุวัฒนธรรมไว้ว่า การจัด
การศึกษาตามแนวทางพหุวัฒนธรรม มีหลัก 3 ประการ คือ
1. แน วคิดห รือ มโน ทั ศน์ (Idea or Concept) แน วท างการป ฏิ รูป ท างการศึกษ า
(Educational reform movement) และกระบวนการทางการจัดการศึกษาตามแนวทางพหุวัฒนธรรม
เพ่ือผู้เรียนทุกคน โดยไมแบ่งแยก เพศ ชนชั้นทาง สังคม กลุ่มชน เชื้อชาติ หรือลักษณะทางวัฒนธรรม ต้องมี
ความเท่าเทียมกนั ในโอกาสทจ่ี ะไดรบั การเรยี นรู้ และมงุ่ ให้ผู้เรยี นได้รบั การเปลย่ี นแปลงมากที่สุด
2. การจัดการศึกษาตามแนวทางพหุวัฒนธรรมเป็นแนวทางในการปฏิรูปทางการศึกษา
สถาบันการศึกษาซึ่งมีผู้เรียนจำนวนมาก หลากหลายชนชั้น มีความแตกต่างทางเพศ เช้ือชาติ และวัฒนธรรม
ดังนัน้ การปฏริ ูปการศกึ ษาตามแนวการศึกษาพหวุ ฒั นธรรมจะต้องเปน็ การเปล่ียนแปลง
3. การจัดการศึกษาตามแนวทางพหุวัฒนธรรมเป็นกระบวนการจัดการศึกษาท่ีมีเสรีภาพและ
ความยุติธรรม ขจัดความคิดท่ีเป็นอคติและการแบ่งแยกของกลุ่มต่างๆ โดยเป็นกระบวนการที่จะต้องปฏิบัติ
อย่างตอ่ เนอื่ ง
Banks (1994) ได้กล่าวว่า การศึกษาแบบพหุวัฒนธรรมมี 2 รูปแบบ คือ รูปแบบท่ีเน้นคนใน
วัฒนธรรมให้กลุ่มคนในวัฒนธรรมย่อยเข้าใจตนเองในบริบททางสังคมของตนเอง และวัฒนธรรมหลัก
ดังตอ่ ไปนี้
การสมั มนา “การจดั การศกึ ษาในสังคมพหวุ ัฒนธรรม” หนา้ ๓
มิตทิ ี่ 1 การบูรณาการเน้ือหา ครใู ช้ตัวอยา่ งและเน้ือหาจากวัฒนธรรม
มติ ิที่ 2 กระบวนการสรา้ งความรู้
มติ ิที่ 3 การสอนทใี่ หโ้ อกาสอยา่ งเสมอภาค
มติ ทิ ่ี 4 การลดอคติ
มิติที่ 5 อำนาจของวัฒนธรรมและโครงสร้างของสังคม เป็นส่ิงจำเป็นจะต้องสร้างวัฒนธรรม
ของโรงเรยี น เพอ่ื ใหพ้ ลังของนกั เรยี นจากหลากหลายเชอื้ ชาติ ชนกลุม่ น้อย และวฒั นธรรมกลมุ่ ตา่ งๆ เกิดขน้ึ
สรุปได้ว่า ลักษณะของพหุวัฒนธรรมศึกษาที่มีความเหมาะสมในการนำไปใช้มากที่สุด คือ การเน้น
ให้คนกลุ่มวัฒนธรรมย่อยเข้าใจตนเอง ยอมรับในความแตกต่างของบุคคลอื่นด้วย มีความท่าเทียมกันในโอกาส
ที่จะไดร้ บั การเรียนรู้และในการจดั การศกึ ษา ต้องมเี สรีภาพและความยุตธิ รรม
5. เปา้ หมายของพหุวฒั นธรรมศกึ ษา
เอกรินทร์ สังข์ทอง (2551) ได้กลา่ วว่า เป้าหมายของพหวุ ัฒนธรรมศึกษาจะมงุ่ เน้นให้เกดิ การยอมรับ
และเข้าใจในความแตกต่างของมิติต่างๆ ทางสังคมและวัฒนธรรมการเปล่ียนแปลงเพ่ือการพัฒนาคุณภาพชีวิต
และความสำเรจ็ ของสมาชิกในสังคม รวมถงึ เกดิ ความเข้าใจความเปล่ยี นแปลงและความเปน็ ไปได้ของโลก
อามัดไญนี ดาโอะ (2551) ได้กล่าวว่า เป้าหมายของพหุวัฒนธรรมศึกษา คือ การมีส่วนร่วมต่อ
การเปลี่ยนแปลงของสังคม ดังน้ัน แนวทางในการจัดการศึกษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น ประกอบด้วย
การเปลยี่ นแปลง ดังตอ่ ไปนี้
1. การเปล่ยี นแปลงตนเองในฐานะครูผู้สอนต้องตรวจสอบความอคตคิ วามลำเอียง
2. การเปลี่ยนแปลงโรงเรียนและระบบการเรียนการสอนการศึกษาพหุวัฒนธรรม ดังน้ี
2.1 การสอนเน้นให้นักเรียนเปน็ ศูนย์กลาง
2.2 สื่อการเรยี นการสอนควรจะรวมความคิดเห็นท่ีแตกตา่ งและมมุ มองของนักเรยี น
2.3 การสนบั สนนุ ของโรงเรียนและบรรยากาศในชนั้ เรยี น
3. การเปลีย่ นแปลงสงั คม เป้าหมายของการศึกษาพหุวฒั นธรรม
สรุปได้ว่า เป้าหมายของพหุวัฒนธรรมศึกษา เป็นการมุ่งเน้นให้เกิดความเท่าเทียมกันทางสังคม
เกิดการยอมรับและเข้าใจความแตกต่าง มีทักษะทางสังคม สามารถปรับตัวเพ่ือการอยูร่วมกันและเรียนรู้
ร่วมกนั และมีความปรองดองสามารถอยรู่ ว่ มกันในสงั คมที่มคี วามแตกตา่ งได้อย่างมคี วามสุข
6. โครงสรา้ งตามแนวทางพหุวัฒนธรรมศึกษา
โครงสร้างตามแนวทางพหุวัฒนธรรมศึกษา ต้องคำนึงถึงพฤติกรรมของนักเรียน ซึ่งประกอบด้วย
เพศ เช้ือชาติ ชนชั้นทางสังคม ศาสนา ความสามารถพิเศษ ซ่ึงส่งผลต่อการบริหารจัดการของผู้บริหาร
สถานศึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างถูกต้อง
ตามแนวทางการจัดการศกึ ษาตามแนวคิดพหวุ ฒั นธรรมตอ่ ไป
7. การพฒั นาการจดั การศกึ ษาตามแนวทางพหวุ ัฒนธรรมศกึ ษา
พหุวัฒนธรรมศึกษาตามแนวทางการบริหารสถานศึกษา ต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
การ จั ด การ ศึ กษ าต าม แน ว ท างพ หุ วัฒ น ธร ร ม จ ะ ต้อ งช่ ว ย พั ฒ น าให้ ผู้ เรี ย น มี คว าม มั่ น ใจ ใน คว าม ส าม าร ถ
ท่ีจะประสบความสำเร็จในการศึกษา สถานศึกษาต้องช่วยสร้างความเข้าใจและทัศนคติเก่ียวกับความแตกต่าง
ทางวัฒนธรรม มีทักษะทางสังคมท่ีจะสามารถพิจารณาความแตกต่างของกลุ่ม สามารถปรับตัวเพื่อการอยู่
การสัมมนา “การจดั การศกึ ษาในสังคมพหุวัฒนธรรม” หน้า ๔
ร่วมกัน และเรียนรู้ร่วมกันอย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางสังคม ซ่ึงถือเป็นบทบาทหลัก
ในการบริหารของผู้บริหารที่ต้องจัดการศึกษาให้มีความสอดคลองกับความแตกต่างทางวัฒนธรรม เพศ
เชื้อชาติ กลุ่มชน วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ศาสนา ความสามารถพิเศษ ชนช้ันทางสังคม โดยผู้บริหารต้องใช้หลัก
ในการบริหารท้ังการบรหิ ารสถานศึกษา มวี ิสยั ทัศน์กว้างไกล ตามบริบทสามจังหวดั ชายแดนภาคใต้ การบริหาร
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยการให้การอบรมพัฒนาตนเอง เปิดโอกาสให้มีการศึกษาต่อ
สร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูและบุคลากรทางการศึกษา บริหารฝ่ายวิชาการในเร่ืองของหลักสูตร
การจัดการเรียนการสอน สอื่ การเรียนการสอน ส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ รวมถงึ ในเรื่องของการมสี ่วนร่วม
ของผ้ปู กครอง ชุมชนในการชว่ ยพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาตามแนวคิดพหวุ ัฒนธรรม
สรุปได้ว่า การจัดการศึกษาตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษา หมายถึง การจัดการศึกษาที่ต้องคำนึงถึง
ความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยจัดการศึกษามุ่งเน้นให้ผู้คนในสังคมมีความเท่าเทียมกัน มีความเสมอภาค
โดยผ่านกระบวนการทางการศึกษาท่ีเกิดขึ้นในสถานศึกษาและหน่วยงานทางการศึกษาต่างๆ ท่ีจัดการเรียน
การสอน และเตรียมผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างมุ่งมั่นบนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรม
เพ่ือให้ผู้เรียนมีทักษะในการคิด เข้าใจ ยอมรับและเคารพความแตกต่างกัน ท้ังด้านเชื้อชาติ สัญชาติ สถานะ
ทางสังคม ความสามารถ และบทบาททางเพศ ตลอดจนประสบความสำเร็จทางการเรียนและสามารถ
เข้าส่สู ังคมได้อยา่ งมีความสุข โดยไมแ่ บง่ แยกชนชน้ั วรรณะ
8. การบริหารสถานศกึ ษาตามแนวคดิ พหุวัฒนธรรมศกึ ษาในสามจงั หวดั ชายแดนภาคใต้
การสังเคราะห์การบริหารสถานศึกษาตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ประกอบดว้ ย 4 ดา้ น ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ผ้บู รหิ ารตามแนวคดิ พหุวฒั นธรรมศกึ ษา
2. ครแู ละบุคลากรทางการศึกษาตามแนวคิดพหวุ ัฒนธรรมศกึ ษา
3. หลักสตู รและการเรียนการสอนตามแนวคิดพหุวฒั นธรรมศกึ ษา
4. การมสี ว่ นร่วมตามแนวคิดพหุวฒั นธรรมศกึ ษา
ผู้บริหารตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษา หมายถึง ผู้บริหารที่บริหารสถานศึกษาในสามจังหวัด
ชายแดนภาคใต้ ท่ีต้องมีความสัมพันธ์กับชุมชน มีภาวะผู้นำ มีคุณลักษณะของการเป็นผู้บริหารในบริบท
พหุวัฒนธรรม ซ่ึงต้องมีการแสดงออกถึงความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน และผู้คนที่มาจากวัฒนธรรมท่ีแตกต่างกัน
สามารถประยุกต์ แนวทางจัดการกับปัญหาที่เกดิ ข้ึนจากความหลากหลายทางวัฒนธรรม ลดช่องว่างทางสังคม
และวัฒนธรรมระหว่างครูและนักเรียนให้สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมความแตกต่างได้อย่างมีความสุข
เป็นผู้กำหนดวิสัยทัศน์ท่ีชัดเจน มีเป้าหมายในการจัดการศึกษา เพ่ือช่วยส่งเสริมให้การทำงานเป็นไปในทศิ ทาง
เดียวกัน เสริมสร้างความเท่าเทียมกันทางสังคม รวมถึง การจัดการศึกษาในเชิงบูรณาการกับวิถีชีวิตของคนใน
พ้นื ทส่ี ามจังหวัดให้สอดคลองกบั ความแตกตา่ งทางพหวุ ัฒนธรรม
9. การนำรูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษาในสามจังหวดั ชายแดนภาคใต้ไป
ปฏิบตั ิจริง
องค์ประกอบที่ 1 ความสัมพันธ์กับชุมชนและหน่วยงานท่ีมีส่วนเก่ียวข้อง ประกอบด้วย 3 ประเด็น
ดังนี้
ประเดน็ ที่ 1 ความสมั พนั ธ์ของคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน
ประเดน็ ที่ 2 ความสัมพนั ธ์ของผ้ปู กครอง ชุมชน และหนว่ ยงานทเี่ กี่ยวขอ้ ง
ประเด็นที่ 3 สถานศึกษาเปดิ โอกาสให้เกดิ ความความสัมพันธร์ ่วมกนั
การสัมมนา “การจดั การศกึ ษาในสงั คมพหวุ ัฒนธรรม” หนา้ ๕
องค์ประกอบท่ี 2 ภาวะผนู้ ำของผบู้ ริหารในบรบิ ทพหุวัฒนธรรมศกึ ษา ประกอบดว้ ย 3 ประเดน็ ดงั นี้
ประเดน็ ที่ 1 ภาวะผูน้ ำในการเปน็ ผ้สู รา้ งและให้โอกาส
ประเด็นท่ี 2 ภาวะผู้นำในความม่งุ มัน่ ตั้งใจ
ประเด็นที่ 3 ภาวะผนู้ ำในการบริหารงานตามสถานการณ์
องค์ประกอบท่ี 3 การส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนในบริบทพหุวัฒนธรรม ประกอบด้วย 2
ประเดน็ ดงั น้ี
ประเดน็ ท่ี 1 สถานศึกษาผูส้ นับสนนุ
ประเด็นที่ 2 ครูผูส้ ่งเสรมิ และพฒั นา
องค์ประกอบท่ี 4 คุณลกั ษณะของครูในบริบทพหุวฒั นธรรม ประกอบดว้ ย 2 ประเด็น ดงั น้ี
ประเดน็ ที่ 1 คณุ ลักษณะของครูดา้ นการเรียนการสอน
ประเดน็ ท่ี 2 คณุ ลักษณะของครูในสามจังหวัดชายแดนใต้
องค์ประกอบที่ 5 คุณลักษณะของผู้บริหารในบริบทพหวุ ัฒนธรรม ประกอบดว้ ย 3 ประเดน็ ดงั นี้
ประเด็นที่ 1 ผบู้ ริหารนกั สร้างวิสยั ทัศน์
ประเด็นที่ 2 ผบู้ รหิ ารนักแกปัญหา
ประเดน็ ท่ี 3 ผู้บริหารนำไปสเู่ ป้าหมาย
องคป์ ระกอบท่ี 6 ด้านหลกั สูตรทีส่ อดคลองในบรบิ ทพหุวัฒนธรรม ประกอบดว้ ย 2 ประเด็น ดงั นี้
ประเดน็ ที่ 1 กระบวนการพัฒนาหลกั สูตร
ประเดน็ ที่ 2 การนำหลักสูตรไปใช้
องค์ประกอบท่ี 7 ด้านการสรา้ งเครือข่ายสถานศึกษาในบริบทพหวุ ัฒนธรรม ประกอบด้วย 2 ประเด็น
ดังนี้
ประเด็นท่ี 1 กระบวนการสร้างเครอื ขา่ ย
ประเดน็ ที่ 2 เครือขา่ ยโรงเรยี นคพู ฒั นา
การสมั มนา “การจดั การศึกษาในสงั คมพหุวฒั นธรรม” หนา้ ๖
ภาคผนวก
การสัมมนา “การจดั การศกึ ษาในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม” หนา้ ๗
โครงการสัมมนาทางวิชาการ
“การจัดการศกึ ษาในสงั คมพหุวัฒนธรรม”
1. หลกั การและเหตุผล
ในยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) ไดกล่าวว่า การศึกษาเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาคน พัฒนา
ประเทศในทุกด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาสังคมจะต้องอาศัยกำลังคนท่ีมีคุณภาพเป็นสำคัญ การศึกษาจึงเป็น
กระบวนการในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ และมีความสามารถท่ีจะปรับตัวได้อย่างรู้เท่าทันการเปล่ียนแปลง
ต่างๆ ถ้าจัดการศึกษาให้แก่คนในชาติไปในแนวทางที่ถูกต้อง เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ความต้องการ
ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรมของประเทศ จะสามารถสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าให้แก่
สังคมไทย (ภานุวัตน์ รัตยาภาส, 2538) ในการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชนไดยึดระบบการศึกษา
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และฉบับแกไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2545
(กระทรวงศึกษาธิการ, 2545) มาตรา 6 กำหนดจุดมุ่งหมายการจัดการศึกษา ไว้ว่า การจัดการศึกษาต้อง
เปน็ ไปเพือ่ พัฒนาคนไทยให้มนษุ ย์ท่สี มบรู ณ์ ท้งั ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจรยิ ธรรมและ
วัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีความสุข ซ่ึงเป็นระบบท่ีให้บุคคลได้ศึกษาและ
เรียนรู้อยา่ งตอ่ เน่ืองไปตลอดชีวิตเพ่ือให้สอดคล้องกบั สภาพการเปลย่ี นในด้านตา่ งๆ ของประเทศ
การเปลีย่ นแปลงในสังคมปัจจุบนั การจัดการศึกษาในช่วงแผนเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12
(พ.ศ. 2560 - 2564) ได้นำ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาและบริหาร
ประเทศ ควบคู่ไปกับกระบวนทัศน์การพัฒนาแบบบูรณาการเป็นองค์รวมท่ีมี “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา”
ม่งุ สร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีสาหรับคนไทย พัฒนาคนให้มีความเป็นคนท่ีสมบูรณ์ มีวนิ ัย ใฝร่ ู้ มีความรู้
มีทักษะ มีความคิดสร้างสรรค์ มีทัศนคติที่ดี รับผิดชอบต่อสังคม มีจริยธรรมและคุณธรรม พัฒนาคนทุกช่วงวัย
และเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ รวมถึงการสร้างคนให้ใช้ประโยชน์และอยู่กับ
สิ่งแวดล้อมอย่างเกื้อกูล อนุรักษ์ ฟ้ืนฟู ใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมอย่างเหมาะสม
(สำนกั งานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ, 2559)
โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนใต้ ซ่ึงประกอบด้วย จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส
จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล เป็นพื้นท่ีท่ีมีความแตกต่างทางพหุวัฒนธรรม ซ่ึงในพ้ืนที่มีคนไทยที่นับถือ
ศาสนาหลากหลาย ทั้งศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม และศาสนาคริสต์ การดำรงชีวิตความเป็นอยู่แตกต่างกัน
ทั้งในด้านของเช้ือชาติ ศาสนา ประเพณี ความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ค่านิยมท่ีมีความแตกต่างกัน ส่งผลให้
การบริหารจัดการทั้งของภาครัฐและเอกชนต้องมีการศึกษาภูมิศาสตร์ ประวัติความเป็นมา วัฒนธรรม วิถีชีวิต
ความเป็นอยู่อย่างละเอียด เพ่ือการพัฒนาการจัดการศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้ต่อไป (ทิฆัมพร สมพงศ์,
2559)
สภาพปัจจุบันการจัดการศึกษาในพื้นทส่ี ามจังหวัดชายแดนใต้มีความเกี่ยวขอ้ งกับความไม่สงบในพื้นท่ี
และมีสาเหตุจากปัจจัยหลายประการ ทั้งด้านการเมือง เช้ือชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ดังน้ัน
การจัดการศึกษาจึงต้องผ่านกระบวนการวิเคราะห์ปัญหาและผลกระทบของการจัดการศึกษา รวมทั้งการใช้
องค์ความรู้หลายด้านที่เข้าถึงสถานการณ์ทางการศึกษาทั้งระบบ โดยปราศจากอคติ ซ่ึงเป็นการพัฒนาการจัด
การศึกษาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ การใช้องค์ความรู้เหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้กระบวนการศึกษา
วิจัย การศึกษาปัญหาในอดีตอย่างลึกซึ้ง ต้องเข้าใจสาเหตุของปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรง คือ ความรุนแรง
ต่อการโต้ตอบนโยบายด้านการศึกษาของรัฐในพ้ืนที่ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อผู้บริหารสถานศึกษา ครู
และบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และสถานศึกษา ตลอดจนสถานท่ีทางศาสนา และหากพิจารณาปัจจัย
แวดล้อมทางสังคมวัฒนธรรมของท้องถิ่น นับได้ว่าปัจจัยดังกล่าวได้ส่งผลระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม
ตอ่ คุณภาพการศึกษาของเยาวชน ประกอบกับปัญหาการจัดการศึกษาของรัฐท่ีมีโดยตลอด สำหรบั พื้นท่ีแห่งนี้
การสมั มนา “การจดั การศึกษาในสังคมพหุวฒั นธรรม” หน้า ๘
มักมีสาเหตุมาจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกันระหว่างผู้ประสานนโยบายและผู้รับนโยบายไปจนถึงเยาวชนใน ฐานะ
ผรู้ ับบรกิ ารทางการศกึ ษา และปัญหาความยุติธรรมตอ่ การจดั การศึกษา นโยบายการศกึ ษาของรฐั จึงจำเป็นต้อง
พัฒนาให้เหมาะกบั สภาพท้องถน่ิ สังคม วฒั นธรรมของผ้คู นในสามจังหวัดชายแดนใต้ (จงรกั พลาศยั , 2552)
จากความสำคัญและความจำเป็นดังกล่าว นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา
การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จึงได้ร่วมกันจัดโครงการสัมมนาทางวิชาการ เร่ือง
“การจัดการศึกษาในสังคมพหุวัฒ นธรรม ” ข้ึน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเกิดความรู้ความเข้าใจ
ในการบริหารการศกึ ษาและการจดั การศึกษาในสงั คมสงั คมพหุวฒั นธรรม
2. วตั ถปุ ระสงค์
2.1 เพ่ือให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเกิดความรู้ ความเข้าใจ ในการบริหารและการจัดการศึกษาในสังคม
พหวุ ฒั นธรรม
2.2 เพ่ือเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดการศึกษา และแนวทาง
ในการพัฒนาผบู้ ริหารการศึกษาและสถานศกึ ษาอย่างมอื อาชพี ในสงั คมพหุวฒั นธรรม
2.3 เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการจัดการศึกษา ระหว่างนักศึกษา อาจารย์
และมหาวิทยาลยั
3. เปา้ หมาย
ในการสัมมนาครง้ั น้ี มผี ู้เข้าร่วม จำนวน 56 คน ไดแ้ ก่
3.1 นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ
ยะลา รุ่นที่ 9 และ 10 จำนวน 52 คน
3.2 อาจารย์ประจำหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัย
ราชภฏั ยะลา จำนวน 3 คน
3.3 เจ้าหน้าท่ีประจำหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัย
ราชภัฏยะลา จำนวน 1 คน
4. วธิ ีดำเนนิ การ/แผนการดำเนนิ งาน
4.1 การบรรยายโดยวิทยากร ในหวั ข้อเรื่อง “การจัดการศึกษาในสังคมพหุวฒั นธรรม”
4.2 การแลกเปล่ียนแสดงความคิดเห็น ในประเด็นหวั ข้อ “การจดั การศกึ ษาในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม”
5. ระยะเวลาและสถานท่ดี ำเนนิ การ
ระหวา่ งวันที่ 3 - 4 ตลุ าคม 2563 ณ โรงแรมรอยัล ฮลิ ล์ อำเภอละงู จงั หวัดสตูล
6. งบประมาณ
งบประมาณโดยนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ าการบริหารการศกึ ษา มหาวิทยาลัย
ราชภฏั ยะลา รุ่นที่ 9 และ 10 จำนวน 101,450 บาท (หน่งึ แสนหนึ่งพนั สี่ร้อยห้าสบิ บาทถว้ น)
7. ผู้รับผดิ ชอบโครงการ โดยความรว่ มมอื ของหน่วยงาน ดังน้ี
7.1 นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ
ยะลา รนุ่ ที่ 9
7.2 คณะครุศาสตร์ สาขาวชิ าการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลยั ราชภัฏยะลา
8. ทีป่ รึกษาโครงการ
8.1 รองศาสตราจารย์ ดร.จรณุ ี เก้าเอีย้ น
8.2 ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.นติ ยา เรอื งแปน้
การสัมมนา “การจดั การศึกษาในสังคมพหวุ ัฒนธรรม” หน้า ๙
8.3 อาจารย์ ดร.นวรัตน์ ไวชมภู
9. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
9.1 ผู้เข้าร่วมสัมมนาเกิดความรู้ ความเข้าใจ ในการบริหารและการจัดการศึกษา ในสังคม
พหวุ ัฒนธรรม
9.2 เกิดเวทีการแลกเปล่ียนเรียนรู้ ประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดการศึกษาและแนวทางในการพัฒนา
ผบู้ ริหารการศกึ ษาและสถานศกึ ษาอย่างมืออาชีพในสงั คมพหวุ ัฒนธรรม
9.3 ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษาและ
บรหิ ารการศกึ ษาในสงั คมพหุวฒั นธรรมไดใ้ นอนาคต
10. การประเมนิ โครงการ
การประเมินโครงการ โดยใช้แบบสอบถามประเมินความพึงพอใจการเข้าร่วมสัมมนา และรายงาน
ประเมนิ ผลโครงการหลังเสรจ็ สนิ้ โครงการ
การสัมมนา “การจดั การศกึ ษาในสังคมพหวุ ัฒนธรรม” หนา้ ๑๐
คณะผู้จัดทำเอกสาร
ทปี่ รกึ ษา
1. รองศาสตราจารย์ ดร.จรุณี เกา้ เอีย้ น
2. ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.นติ ยา เรอื งแป้น
3. อาจารย์ ดร. นวรัตน์ ไวชมภู
คณะทำงาน ประธานกรรมการ
1. นายมงคล ดนิ แดง รองประธานกรรมการ
2. นายประสิทธ์ิ สตำ กรรมการ
3. นายอับดุลรอหม์ ัน มะมิง กรรมการ
4. นายรีซูวัณ สะแลแม กรรมการ
5. นายรฟิ อรรถ ยะโกะ กรรมการ
6. นายริฎวาน มะสนั กรรมการ
7. นายบสุ ตามัน กามะ กรรมการ
8. นายเสรี ภักดี กรรมการ
9. นายมฟู ีด วาโซะ กรรมการ
10. นางสาวอบิ ตีซาม เจะหะ กรรมการ
11. นางสาวซไู ฮลา บนิ เยาะ กรรมการ
12. นายสเุ ชาว์ หม่ันดี กรรมการ
13. นายมาหะมะบาคอรี มาซอ กรรมการ
14. นายนูรมาน พทิ กั ษส์ ขุ สันต์ กรรมการ
15. นางสาวนาซฮี ะห์ ลาเตะ กรรมการ
16. นางบรั นัน สาแล กรรมการ
17. นางตัสนมี สะอะ กรรมการ
18. นายอบั ดลุ ฮาเรม็ ยโู ซ๊ะ กรรมการ
19. นางสาวนรู ียะห์ หะแว กรรมการ
20. นายนิอาลี หะยนี ิมะ กรรมการ
21. นางสาวตอเหเราะ ดอละ กรรมการ
22. นางสาวภ.ภัทรศรี พรหมรูปสวย กรรมการ
23. นายมาหะมะซาตา เจะ๊ มะ กรรมการ
24. นายวนั สไุ ลมาน แวสหุ ลง กรรมการ
25. นายมฮู าหมดั ตอยูดนี เจะ๊ แว กรรมการ
26. นายมาฮามะ มะดิเย๊าะ กรรมการ
27. นายนิมาลีกี ใบสะเม๊าะ กรรมการ
28. นางสาวซากยี ะห์ ฆาเฮง กรรมการและเลขานุการ
28. นายมะนาพี อินนยู ูซี กรรมการและผู้ชว่ ยเลขานุการ
29. นายวฒุ นิ นั ท์ โพหะดา
คณะทำงานเรียบเรียงและดำเนนิ การจัดพมิ พ์ การสัมมนา “การจดั การศึกษาในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม” หน้า ๑๑
1. นายมะนาพี อินนูยูซี
2. นายวฒุ นิ นั ท์ โพหะดา ประธานกรรมการ
3. นางสาวตอเหเราะ ดอละ รองประธานกรรมการ
4. นายมฮู ามัดตอยดู ีน เจะ๊ แว กรรมการ
5. นายรีซวู ณั สะแลแม กรรมการ
6. นางสาวซูไฮลา บนิ เยาะ กรรมการและเลขานุการ
กรรมการและผู้ชว่ ยเลขานกุ าร