อยากชวนเธอไปอาํ ผี
1
2
อยากชวนเธอไปอาํ ผี
ดร.น�าชัย ชีววิวรรธน์
กรุงเทพมหานคร ส�ำนักพิมพ์มติชน 2560
3
อยากชวนเธอไปอำาผี • ดร.นำาชัย ชวี ววิ รรธน์
พมิ พค์ ร้ังที่ 1 : ส�ำ นกั พิมพ์มตชิ น, ตุล�คม 2560
ราคา 200 บาท
ขอ้ มูลทางบรรณานุกรม
นำ�ชยั ชวี วิวรรธน์. อย�กชวนเธอไปอำ�ผ.ี --กรงุ เทพฯ : มตชิ น, 2560.
232 หน�้ .--(วทิ ย�ศ�สตร)์ .
1. ผี. I. ชอ่ื เรื่อง.
133.1
ISBN 978 - 974 - 02 - 1572 - 1
ท่ปี รึกษ�ส�ำ นักพิมพ์ : อ�รกั ษ์ คคะน�ท, สพุ จน์ แจง้ เรว็ , สชุ �ติ ศรีสวุ รรณ,
ปิยชนน์ สุทวที รพั ย,์ ไพรตั น ์ พงศ์พ�นิชย,์ นงนชุ สิงหเดชะ
ผ้จู ดั ก�รสำ�นกั พมิ พ ์ : กิตตวิ รรณ เทิงวเิ ศษ
รองผูจ้ ัดก�รสำ�นกั พิมพ์ : รจุ ิรัตน์ ทมิ วัฒน์, อพสิ ิทธ ์ิ ธรี ะจ�รวุ รรณ
บรรณ�ธกิ �รบริห�ร : สุลักษณ์ บนุ ป�น • หวั หน้�กองบรรณ�ธกิ �ร : มณฑล ประภ�กรเกยี รติ
พสิ ูจน์อักษร : เมตต� จนั ทร์หอม • กร�ฟกิ เลยเ์ อ�ต์ : กรวลัย เจนกิจณรงค์
ศิลปกรรม : ประภ�พร ประเสรฐิ โสภ� • ออกแบบปก-ภ�พประกอบ : นันทณ์ ิช� ศรีวุฒิ
ประช�สัมพันธ ์ : สุภชัย สชุ �ตสิ ุธ�ธรรม • นกั ศกึ ษ�ฝกึ ง�นแผนกประช�สัมพันธ์ : ฑมิ พิก� คุม้ โภค�
หากท่านต้องการสั่งซื้อหนังสือเล่มนี้จ�านวนมากในราคาพิเศษ
เพื่อมอบให้วัด ห้องสมุด โรงเรียน หรือองค์กรการกุศลต่างๆ
โปรดติดต่อโดยตรงที่ บริษัทงานดี จ�ากัด โทรศัพท์ 0-2580-0021 ต่อ 3353 โทรสาร 0-2591-9012
www.matichonbook.com
บริษทั มติชน จาำ กัด (มหาชน) : 12 ถนนเทศบ�ลนฤม�ล ประช�นเิ วศน์ 1 เขตจตุจกั ร กรุงเทพฯ 10900
โทรศพั ท์ 0-2580-0021 ตอ่ 1235 โทรส�ร 0-2589-5818
แม่พมิ พ์สี-ขาวดำา : กองง�นเตรยี มพิมพ์ บริษทั มตชิ น จำ�กัด (มห�ชน) 12 ถนนเทศบ�ลนฤม�ล ประช�นิเวศน ์ 1
เขตจตุจักร กรงุ เทพฯ 10900 โทรศัพท ์ 0-2580-0021 ตอ่ 2400-2402
พิมพ์ที ่ : โรงพมิ พม์ ติชนป�กเกร็ด 27/1 หมู ่ 5 ถนนสุข�ประช�สรรค์ 2 ตำ�บลบ�งพูด อ�ำ เภอป�กเกร็ด
จังหวดั นนทบุรี 11120 โทรศพั ท ์ 0-2584-2133, 0-2582-0596 โทรส�ร 0-2582-0597
จดั จาำ หนา่ ยโดย : บริษทั ง�นด ี จำ�กดั (ในเครือมติชน) 12 ถนนเทศบ�ลนฤม�ล ประช�นิเวศน์ 1
เขตจตุจกั ร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท ์ 0-2580-0021 ตอ่ 3350-3360 โทรส�ร 0-2591-9012
Matichon Publishing House a division of Matichon Public Co., Ltd.
12 Tethsabannarueman Rd., Prachanivate 1, Chatuchak, Bangkok 10900 Thailand
โฝทา่ รยศงพั าทน ์ร0ับ-2จ5้า8ง0พ-0มิ 0พ2 ์1: ตบ4อ่ริษ 2ทั 4ม1ต9,ิช น24 จ2�ำ4ก ัดโ ท(รมสห��รช 0น-)2 ร5ับ9ผ1-ล9ิต0ส0่ือ2ส่ิงพิมพ์ทุกประเภท
สารบญั
ค�าน�าส�านักพิมพ์ 7
ค�าน�าผู้เขียน 9
ปรากฏการณตองอึง้ 13
โทรจิต ไกลแค่ไหนคือใกล้ 14
20
โทรจลน์ วาร์ปได้ไม่ไกลเกินเอื้อม 27
ถอดจิตง่ายๆ ท�าได้เอง 34
ของมันต้องมี! ญาณหยั่งรู้อนาคต (1) 39
ของมันต้องมี! ญาณหยั่งรู้อนาคต (2) 47
ฟิสิกส์จับผี (1) 57
ฟิสิกส์จับผี (2) 65
ผีถ้วยแก้ว เกมหลอนยอดฮิต (1) 73
ผีถ้วยแก้ว เกมหลอนยอดฮิต (2) 80
ผะ ผะ ผะ ผี อ�า 87
ลูกบอลไฟเยือนโลก 93
เมื่อคนไฟลุก (1) 99
เม่ือคนไฟลุก (2)
5
ชวนตะลงึ ความเช่อื 107
ฤกษ์ตกฟาก 108
หมอดูแม่นๆ 117
รักแรกพบ มีจริงหรือ? 124
หน้าตาดี มีชัยไปกว่าครึ่ง (1) 131
หน้าตาดี มีชัยไปกว่าคร่ึง (2) 137
ต�านานน้�าท่วมโลก (1) 144
ต�านานน�้าท่วมโลก (2) 150
ศุกร์ 13 (1) 158
ศุกร์ 13 (2) 166
แม่เหล็กบ�าบัด 173
ปริศนากะโหลกแก้ว 178
เม่ือพบเจอตวั ประหลาด
ไมค์ ไก่ไร้หัว 187
ซอมบี้-ผีดิบ 188
ยักษ์-อสูร (1) 195
ยักษ์-อสูร (2) 202
ยักษ์-อสูร (3) 208
คนแคระ-ฮอบบิท (1) 214
คนแคระ-ฮอบบิท (2) 220
228
6
คาํ นําสํานกั พมิ พ
ความเช่ือ กับ ผี เหมือนเป็นส่ิงคู่กันมานานนับหลายศตวรรษ
ความเชอื่ เกยี่ วกบั เรอื่ งปรากฏการณธ์ รรมชาต ิ เปน็ สงิ่ ทม่ี นษุ ยเ์ ราเรยี นร ู้
มาตง้ั แต่สมัยก่อนประวตั ิศาสตร ์ จนนา� มาแปรเปลี่ยนเปน็ คตคิ วามเชอ่ื
ประเพณโี บราณตา่ งๆ รวมไปถงึ ความเชอื่ เรอ่ื งหลงั ความตาย หรอื อาจ
กล่าวแบบบ้านๆ เรียกว่า “ผี”
“ผี” เป็นความเชื่อ เป็นพลังงานบางอย่างที่สัมผัสไม่ได้ หรือ
กล่าวอีกนัยคือ เป็นข้ัวตรงข้ามกับวิทยาศาสตร์ ซึ่งคนทั่วไปมักคิด
ว่าเร่ืองเหนือธรรมชาติ สสารบางอย่างเช่นผี หรือแม้กระท่ังสัตว์
ประหลาด จะพิสูจน์ไม่ได้
แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่โดยส้ินเชิง เพราะเร่ืองราวเหล่าน้ีพิสูจน ์
ได้ทางวิทยาศาสตร์!!!
ดร.น�าชัย ชีววิวรรธน์ กลับมาอีกคร้ังกับงานเขียนเล่มใหม่
7
สไตล ์ Pop Science วทิ ยาศาสตรอ์ า่ นงา่ ย สนกุ ปนฮา ทจ่ี ะพาผอู้ า่ น
ไปหาค�าตอบเกี่ยวกับเรื่องจริงอันเหลือเช่ือ ความเชื่อลึกลับ รวมถึง
เรื่อง “ผี” ที่มีจริงหรือไม่
๐ รู้หรือไม่ว่า เราก�าลังจะมีเทคโนโลยีท่ีช่วยถอดจิตได้
๐ การวาร์ปไปสถานท่ีแห่งอ่ืนๆ ไม่ยากเกินเอ้ือม
๐ ใครว่าผีจับไม่ได้ เจอฟิสิกส์เข้าไปหงายเงิบ
๐ ผีถ้วยแก้วหลอนจริง หรือหลอนหลอก
๐ ผะ ผะ ผี อ�า เรื่องจริงหรือมโน
เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องท่ีมีวิจัยทางวิทยาศาสตร์แล้วทั้งสิ้น
แต่เชื่อได้ว่าถูกจ�ากัดอยู่ในวงไม่กว้างนัก ดร.น�าชัยได้น�าสาระความรู้
เหล่าน้ีมาย่อยง่าย สรุปจบเพียงไม่ก่ีหน้ากระดาษ เพ่ือสร้างองค์ความ
รู้ให้กับเหล่ามวลมนุษย์ท้ังหลายให้หลุดออกจากกรอบความคิด คต ิ
ความเช่ือแบบเดิม เพิ่มเติมคือสาระวิทย์
ความน่ากลัวของเหล่าภูตผี ปีศาจ จะหมดส้ินไป เมื่อเราม ี
เร่ืองจริงท่ีผ่านการพิสูจน์มาแล้ว ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
หนังสือเล่มน้ีจึงเป็นเสมือนยาแก้อาการกลัวผี กลัวที่มืด กลัว
โชคลาง บลาๆ
เมื่ออ่านจบแล้วนอกจากจะลดอาการเหล่าน้ี ผู้อ่านอาจเพิ่ม
ทักษะในการ “อ�าผี” เพ่ิมข้ึนก็เป็นได้
ส�ำนักพิมพ์มติชน
8
คํานาํ ผเู ขยี น
วิทยาศาสตร์อธิบายเรื่องผีไม่ได้หรอก
ยังมีเร่ืองอีกมากท่ีคนสมัยก่อนรู้แล้ว แต่นักวิทยาศาสตร์สมัยน ี้
ยังไม่รู้
เธอๆ คนน้ีน่ะ คู่แท้ฉันแน่ รักแรกพบเลยละ
เล่นผีถ้วยแก้วกันเหอะ แม่นจริงๆ นะ เช่ือสิ
ไม่เช่ือ ก็อย่าลบหลู่
ฯลฯ
มีเร่ืองมากมายท่ีคนไทยเช่ือกันอย่างจริงจังว่านักวิทยาศาสตร ์
ไม่เข้าใจ ไม่เช่ือ ไม่มีวันเข้าใจและอธิบายได้ และมักด่วนสรุปกัน
ไปเช่นน้ัน ซ่ึง...ไม่จริง !!!
อยากชวนเธอไปอ�าผี จะให้ตัวอย่างค�าตอบ หลายอย่างก ็
ชัดเสียจนด้ินไม่หลุด บางอย่างอาจจะยังก้�าๆ กึ่งๆ ต้องทดสอบเพ่ิม
9
กันอีก และมีอีกบางอย่างที่อาจจะยังต้องรอ หรือต้องใช้เวลา อาศัย
เทคโนโลยีท่ีก้าวหน้ากว่าน้ีในการพิสูจน์ และแน่นอนว่ามีอีกหลาย
เรอื่ งซงึ่ อยใู่ น “กรอบความคดิ ” ทต่ี า่ งกนั จนสดุ ขว้ั และนกั วทิ ยาศาสตร์
ก็ไม่ยอมเสียเวลาไปพิสูจน์ เพราะไม่รู้ว่าจะพิสูจน์ไปท�าไม
หวังว่าหนังสือวิทยาศาสตร์อ่านสนุกเล่มนี้ จะท�าให้คุณได้รู ้
ได้เห็น ได้เข้าใจ มุมมองทางด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องแปลก
ประหลาด ลึกลับ เหนือธรรมชาติ หลายๆ เรื่อง และได้สนุกสนาน
บันเทิงไปกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยากๆ ท่ีย่อยจนไม่เหลือความ
ยากให้ล�าบากใจกันอีกต่อไป
ขอกระซบิ ว่า นอกจากมวี ทิ ยาศาสตรอ์ ยเู่ ตม็ เป่ยี ม ยงั มีต�านาน
เรื่องเล่า และความเช่ือจากรอบโลก แถมให้อีกเพียบ!
เชื่อแน่ว่ำคุณจะสนุกไปกับหนังสือเล่มนี้ และสำมำรถ “อ�ำผี”
ได้ หำกจะต้องเจอกับผีที่คุณ “สร้ำงข้ึนเองภำยในใจ”
วิทยาศาสตร์สนุกและไม่ยากเกินเรียนรู้
น�ำชัย ชีววิวรรธน์
29 ส.ค. 2560
10
อยากชวนเธอไปอาํ ผี
11
ปรากฏการณต อ งอ้งึ
13
โทรจติ ไกลแคไหนคือใกล
สมัยเด็กๆ หลายคนคงเคยอยาก “อ่านใจ” คนอื่นได้ ผู้ใหญ่
หลายคนก็เช่นกัน เพราะการเจรจาธุรกิจคงง่ายข้ึนมาก บางคนก็
อยากแอบคุยกับพี่น้องหรือเพื่อนสนิทแบบลับๆ ไม่ให้คนอ่ืนรู้ผ่าน
การใช้โทรจิต
โทรจิต ( e ep ) มาจากภาษากรีกแปลว่า “ประสบการณ์
ระยะไกล”
เฟรเดริก ไมเยอร์ส ( e e ic e ) ผู้ก่อต้ังสมาคมเพ่ือ
การวจิ ยั จติ ( e Socie o P c ic e e c ) คดิ คา� นข้ี น้ึ ใชใ้ น
ค.ศ.1882 แต่เร่ืองโทรจิตนับย้อนกลับไปได้ไกลมาก มีในต�านานและ
คัมภีร์หลักของศาสนาต่างๆ ศาสนาพุทธเองก็มีเรื่องวิชชา 8 ท่ีรวม
เอา “เจโตปริยญาณ” หรือญาณ (ปรีชาหยั่งรู้) การรู้จักก�าหนดใจ
หรือทายใจคนอื่นได้ เป็นต้น
14
มีผลการทดลองที่น่าประหลาดใจอยู่บ้าง หน่ึงในนั้นอยู่ใน
หนังสือ น ( en io) ของ อัพตัน ซินแคลร์ ( p on
Sinc i ) เขาบันทึกการทดสอบเร่ืองน้ีร่วมกับภรรยาคือ แมรี คิมโบรห์
( i o ) โดยใช้วิธีง่ายๆ คือ เขาวาดรูปก่อนรวม 290
รูป จากน้ันให้เธอใช้กระแสจิตคิดถึงรูปภาพเหล่าน้ัน และพยายาม
เขียนออกมาให้เหมือนกัน
เขาสรุปว่าเธอท�าซ้�าได้ถึง 65 ภาพ อีก 155 ภาพประสบความ
ส�าเร็จบางส่วน และล้มเหลวรวม 70 ภาพ น่าเสียดายว่าการทดลองนี้
ไม่มีชุดการทดลองควบคุมท่ีรัดกุม ท�าให้ผลสรุปท่ีได้ไม่น่าเช่ือถือนัก
อีกการทดลองหน่ึงท่ีน่าทึ่ง เป็นของนักเขียนชื่อฮาโรลด์ เชอร์-
แมน ( o S e n) และนักส�ารวจฮิวเบิร์ต วิลคินส์ ( e
i in ) ที่เร่ิมในเดือนตุลาคม 1937 ช่วงนั้นเชอร์แมนอยู่ที่นิวยอร์ก
ขณะที่วิลคินส์อยู่ท่ีขั้วโลกเหนือ โดยเมื่อสิ้นสุดวัน ท้ังคู่จะนึกทบทวน
ภาพเหตุการณ์หรือความคิด จากน้ันเขียนบันทึกไว้ เพื่อให้การทดลอง
เช่ือถือได้ วิลคินส์ส่งบันทึกดังกล่าวไปให้การ์ดเนอร์ เมอร์ฟี ( -
ne p ) ที่เป็นนักจิตวิทยาในมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เพื่อเก็บ
ไว้เทียบกันด้วย
เชอร์แมนสรุปว่า 75 ของบันทึกนี้ถือได้ว่าสอดคล้องกัน
ส่วนเมอร์ฟีก็ว่าผลบางส่วนน่าจะแค่บังเอิญ แต่บางเร่ืองก็ยากอธิบาย
เช่น วันท่ี 21 กุมภาพันธ์ 1938 ท้ังคู่บันทึกเรื่องอากาศหนาวท�าให้
งานล่าช้า พบผู้บาดเจ็บผิวหนังหลุดล่อน ได้ไปด่ืมกับเพ่ือนๆ เห็น
15
คนเอากล่องซิการ์ติดตัวมาด้วย และต่างก็ปวดฟนเหมือนกัน เป็นไป
ได้อย่างไร!!!
วนั ท ี่ 11 พฤศจกิ ายน 1937 วลิ คนิ สไ์ ดเ้ ขา้ รว่ มงานบอลกองทพั
แคนาดาโดยบังเอิญ เพราะเคร่ืองต้องลงจอดฉุกเฉินจากสภาพอากาศ
เลวร้าย เขาบันทึกว่ากังวลใจเรื่องชุดที่มีอยู่ไม่ค่อยเหมาะกับงาน
เทา่ ใด คนื เดยี วกนั นนั้ เชอรแ์ มนกบ็ นั ทกึ เรอ่ื งความกงั วลใจของวลิ คนิ ส์
น้ีไว้ด้วยเช่นกัน บันทึกดังกล่าวอยู่ในหนังสือ วา นก ผานอวกา
( o o Sp ce) ซ่ึงท้ังคู่ต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า เรื่อง
ดังกล่าวเป็นไปได้
แต่นักวิทยาศาสตร์จ�านวนมากก็ยังรู้สึกตงิดๆ ในเรื่องนี้อยู่ดี
16
วิธีทดสอบโทรจิตท่ีนิยมกันในยุคหลังคือให้ทายไพ่เซเนอร์
( ene c ) ทม่ี สี ญั ลกั ษณร์ วม 5 แบบ เชน่ รปู วงกลม เครอ่ื งหมาย
บวก ฯลฯ โดยคนดูภาพอยู่ที่หนึ่ง คนรับกระแสจิตอยู่อีกท่ีหน่ึงไกล
ออกไป อาศัยวิธีการทดลองง่ายๆ แบบนี้ หากเดาหน่ึงครั้งโอกาสถูก
ต้องจะอยู่ท่ี 20 และโอกาสทายถูกติดต่อกันก็ยิ่งลดลงไปอีก เมื่อ
ทดสอบอย่างรัดกุม ปรากฏว่าไม่มีผู้วิเศษคนใดผ่านการทดลองนี้แบบ
ไร้ข้อกังขาได้เลย
นอกจากการทดสอบโทรจิตแบบโบราณแล้ว เรายังมีตัวอย่าง
โทรจิตไฮเทคกันอีกด้วยครับ
เดือนมีนาคม 2009 นักวิจัยคนหน่ึงของบริษัทไอบีเอ็มเกิดโรค
17
หลอดเลือดสมอง ( o e) และอาการ ล็อกด์-อินซินโดรม ( oc e -
in n o e) คือเป็นอัมพาตท้ังตัว พูดไม่ได้ ท�าได้แค่กลอกลูกตา
ไปมา ต่อมาเขาได้เข้าร่วมทดสอบการใช้อุปกรณ์ของบริษัทอีโมทีฟ
( o i ) ชื่อ อีพ็อก ( P ) ท่ีมีข้ัวไฟฟาแปะบนศีรษะ และมี
ซอฟต์แวร์ที่จะแปล “ความคิด” ให้เกิดข้ึนกลายเป็นการกระท�าบาง
อย่างได้ เช่น การเลื่อนตัวชี้ต�าแหน่ง (c o ) ของคอมพิวเตอร์
เป็นต้น เขา กเพียงแค่ 8 วินาทีก็สามารถเพ่งสมาธิจนท�าได้แล้ว
วงการวิชาการเรียกเจ้าเคร่ืองน้ีว่าเป็น ระบบภาพคลื่นไฟฟาสมอง
หลายช่องทาง ( i-c nne ) ปจจุบันพั นาจนได้เป็นผลิต
ภัณ ์วางจ�าหน่ายแล้ว
เดือนกุมภาพันธ์ 2012 ไบรอัน พาสลีย์ ( i n P e ) แห่ง
มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่เบิร์กลีย์ ตีพิมพ์ผลการทดลองที่น่าสนใจ
มาก เขาติดข้ัวไฟฟาที่ผิวสมองผู้ปวยโรคลมชัก ที่ท�าอย่างนี้ได้เพราะ
ผู้ปวยต้องผ่าตัดสมองอยู่แล้วและเซ็นอนุญาตให้ทดลองได้ โดยมีผู้
เข้าร่วมทดลอง 15 คน ผู้ปวยได้ฟงบทสนทนา 5-10 ชุด เม่ือน�าข้อ
มูลคลื่นสมองที่ได้ไปผ่านซอฟต์แวร์ ก็สามารถจับคู่คล่ืนสมองเหล่านี้
กับค�าต่างๆ ได้
โปรแกรมน้ียังท�าในทางกลับกัน คือสามารถแปลคลื่นสมอง
กลับเป็นค�าพูดได้อีกด้วย งานวิจัยน้ีน่าจะมีประโยชน์มากกับผู้ปวยที่
มกี ลา้ มเนอื้ ผดิ ปกตจิ นพดู ไมไ่ ด ้ และในอนาคตเครอื่ งมอื นอ้ี าจถา่ ยทอด
ค�าพูดออกมาได้ โดยที่คนผู้นั้นท�าเพียงแค่ “คิด” ก็เป็นได้ ชักจะ
18
เหมือนนิยายวิทยาศาสตร์เข้าไปทุกทีแล้วสิ!
ปญหาหนึ่งที่แก้ไขไม่ได้ นั่นก็คือเราไม่สามารถสื่อสารกับผู้
อยู่ในภาวะ “เจ้าหญิงนิทรา” ได้ และยังตอบค�าถามกันไม่ได้เสียที
ว่า เหตุใดหลายคนจึงฟนตัวกลับมาเป็นปกติได้ ในขณะท่ีอีกหลาย
คนไม่เป็นเช่นน้ัน แต่วันนี้ เอเดรียน โอเวน ( i n en) แห่ง
มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เช่ือว่า อาจจะพอมีวิธีการพูดคุยกับคนใน
ระยะผัก ( e e i e e) เหล่านี้ได้
เขาทดสอบกับผู้ปวยรายหน่ึง โดยบอกให้ผู้ปวยสมมติว่าก�าลัง
เล่นเทนนิส สมองส่วนซัพพลีเมนทารีมอเตอร์แอเรีย ( pp e en
o o e ) ก็จะสว่างวาบขึ้นอย่างจ�าเพาะเจาะจง หากเปลี่ยนไป
สมมติว่าเดินในห้องต่างๆ ภายในบ้าน สมองส่วนพาราฮิพโพแคมพัล
ไจรัส (p ippoc p ) ก็จะสว่างข้ึน และหากตรวจด้วย
เทคนิคเอฟเอ็มอาร์ไอ ( nc ion ne ic e on nce
i in ) ก็จะบอกได้
เมื่ออาศัยจินตนาการแบบนี้ แทนการตอบว่า “ใช่” หรือ
“ไม่ใช่” เขาก็สามารถพูดคุยกับผู้ปวยรายน้ีได้ และเมื่อทดสอบซ้�าใน
ผู้ปวย 54 ราย ก็มีอยู่ 5 คนที่ตอบสนองได้เช่นกัน
แม้ ทรจิตหรือกำรอ่ำนใจแบบเก่ำ จะไม่แน่ว่ำท�ำได้จริง แต ่
งำนวิจัยสมัยใหม่กก้ำวหน้ำจนท�ำให้เรำส่ง ทรจิตผ่ำนอุปกรณ์และวิธ ี
อันล้�ำยุคได้อย่ำงเหลือเช่ือ
19
โทรจลน วารป ไดไมไกลเกนิ เออื้ ม
คุณคิดว่าการใช้พลังจิตย้ายสิ่งของมีอยู่จริงหรือไม่ แล้ววิทยา-
ศาสตร์สามารถให้ค�าตอบได้หรือเปล่า?
เทเลไคนีซิส ( e e ine i ) มาจากภาษากรีก แปลว่า “การ
เคล่ือนที่ระยะไกล” แต่มักใช้ในหมู่ผู้สนใจเร่ืองพลังจิตหรือเวทมนตร์
โดยหมายถึงการใช้พลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุ บ้างก็ใช้ว่า ไซโคไคนีซิส
(p c o ine i ) แต่ไม่เท่ากับค�าว่า เทเลพอร์เทชัน ( e epo ion)
หรือ “การล่องหนหายตัว (ไปโผล่อีกที่)” คล้ายๆ กับขอมด�าดินใน
เรื่องพระร่วง
ในศาสนาพุทธมี “วิชชา 8” ท่ีหน่ึงในนั้นคือ “อิทธิวิธี” ท่ีเป็น
ฤทธิในการไปนรก สวรรค์ หรือพรหมโลกได้ และยังรวมถึง “การ
ล่องหนหายตัว” ด้วยเวทมนตร์แบบไสยศาสตร์ด้วยเช่นกัน
ตัวอย่างที่โดดเดน่ ของเทเลพอรเ์ ทชนั ทคี่ อไซไฟรู้จักกันดคี อื วิธี
20
การส่งลูกเรือยานเอ็นเตอร์ไพรส์ลงไปบนผืนดาวเคราะห์ดวงต่างๆ ใน
เรื่องสตาร์เทรค (S e ) หรือไม่ก็ส่งนักวิทยาศาสตร์จากตู้หนึ่งไป
ยังอีกตู้หน่ึงใน ไอ้แมลงวัน ( e ) น่ันเอง
ในเรื่องไซอิว “หงอคง” ลิงวิเศษตัวน้ีมีฤทธิใช้จิตเรียกทวน
และเม ให้ลอยมาหาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ในโลกยุคเทคโนโลยีไฮเทค
อย่างเช่นปจจุบันนี้ ความสามารถใช้ความคิดส่ังการส่ิงของให้เคล่ือน
ไหวได้แบบนี้ ดูจะไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอ้ือมเสียทีเดียวนัก
อ้อ ท้ัง e e ine i p c o ine i และ e epo ion
ต่างก็ยังไม่มีศัพท์บัญญัตินะครับ แต่เนื่องจากพจนานุกรมฉบับราช
บัณ ิตยสถาน ก�าหนดให้ใช้ค�า “พลังงานจลน์” แทน ine ic
ene และ “ทฤษ ีจลน์” แทน ine ic eo ผมก็เลยเสนอว่า
น่าจะใช้ค�าว่า “โทรจลน์” แทน e e ine i ได้
ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องนี้แล้ว มาดูงานทดลองทางวิทยาศาสตร์
ของโทรจลน์กันดีกว่าครับ
ค.ศ.2008 ทีมของนักประสาทวิทยา มิกูเอล นิโคเลลิส
( i e ico e i ) จากมหาวิทยาลัยดุค ( e ni e i ) สร้าง
ระบบสั่งงานท่ีท�าให้ลิงชื่อไอโดยา ( o ) สั่งให้หุ่นยนต์หนักขนาด
เกือบ 100 กิโลกรัมเคลื่อนไหวได้ เพียงแค่ให้มัน “คิด” เท่าน้ัน
การทดลองคร้ังหนึ่งเจ้าหงอคงรายน้ีตัวอยู่ในสหรั แต่
สามารถส่ังการแขนหุ่นยนต์ท่ีเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุนด้วยซ้�าไป
เก่งไม่แพ้หงอคงตัวจริงเลยใช่ไหมครับ
21
22
ไอโดยาท�าเช่นนั้นได้เพราะมันผ่านการ ก นบังคับควบคุม
ความคิด โดยมีข้ัวไฟฟา งไว้ที่สมองหลายต�าแหน่ง ท่ีส�าคัญก็คือ
ส่วนท่ีบังคับแขนขาให้ท�างาน โดยมีซอฟต์แวร์คอยบันทึกรูปแบบคล่ืน
สมองเอาไว้ คอมพิวเตอร์ส่งข้อมูลท่ีได้ผ่านไปยังทัชแล็บ ( o c
) ที่เอ็มไอที ( ) ห่างออกไป 950 กิโลเมตร ซ่ึงจะมีซอฟต์
แวร์แปลงสัญญาณให้กลายเป็นการเคลื่อนไหวของแขนหุ่นยนต์อีกที
มีงานวิจัยก่อนหน้าน้ันในหนูทดลองด้วย ซึ่งมิกกี้เมาส์ก็ไม่
ท�าให้ผิดหวัง เพราะแค่มันคิดเท่าน้ัน แขนกลให้น้�าก็ขยับได้เหมือน
กัน ในกรณีของหงอคงน้ีการแปลข้อมูลจากเซลล์ประสาทซับซ้อน
และมีจ�านวนมากกว่ามิกก้ีเมาส์ การเคล่ือนไหวของแขนกลก็สลับซับ
ซ้อนมากกว่า นิโคเลลิสพบว่าเราไม่จ�าเป็นต้องรับรู้สัญญาณประสาท
ท้ังหมดในสมอง ขั้วไฟฟาที่ งไว้จ�าเป็นต้องวัดการท�างานเซลล์ประ-
สาทแค่ 90 ตัวเท่าน้ัน
แต่แค่น้ีก็เป็นความท้าทายมากแล้วส�าหรับงานวิจัยสมองใน
ยุคปจจุบัน
ทีมของนิโคเลลิสไม่ใช่เพียงทีมเดียวท่ีมุ่งมั่นท�าวิจัยแบบนี้
ดร.แอนดรูว์ ชวาร์ทซ์ กับทีมที่มหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก ก็มีความ
ก้าวหน้าไปมากเช่นกัน ในปี ค.ศ.2008 ทีมนี้ก็ท�าให้ลิงบังคับการ
เคล่ือนไหวของแขนกลท่ีมีระดับความซับซ้อนของการเคล่ือนไหวสูง
คือมีจุดหมุนมากถึง 4 ต�าแหน่งได้ส�าเร็จ
ท่านท่ีสนใจชมภาพจากการทดลองนี้ รับชมได้ที่ลิงก์ p
. o e.co c ? 2c
23
เทคโนโลยีจ�าเพาะที่ใช้ในการน้ีเรียกว่า เทคโนโลยีอินเทอร์-
เฟซสมอง-เคร่ืองกล ( in- c ine n e ce ( ) ec no-
o ) และนี่ก็ไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ เพราะน่าจะน�ามาใช้ช่วยผู้ปวยที่เป็น
อัมพาตได้เป็นจ�านวนมาก
กลางปี ค.ศ.2012 มีงานวิจัยในวารสาร Nature แสดงให้เห็น
ว่าหญิงที่เป็นอัมพาตสามารถใช้ความคิดบังคับแขนกล หยิบแก้วมา
ให้ลองลิ้มชิมรสกาแฟได้
กรณีน้ีจะคล้ายกับกรณีของการทดลองก่อนหน้าในลิงคือ มี
การ งชิปอิเล็กทรอนิกส์ท่ีสมองและมีระบบเชื่อมต่อท�าให้สามารถ
บังคับสั่งการหุ่นยนต์ได้ งานน้ีเป็น ีมือของทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัย
บราวน ์ ( o n ni e i ) น�าโดยจอห์น โดโนฮิว ( o n ono e)
โดยก่อนหน้านี้ในปี 2006 กลุ่มเดียวกันนี้เคยรายงานความส�าเร็จที่
คนไข้กระดูกสันหลังบาดเจ็บ สามารถใช้เพียงความคิดเคล่ือนย้าย
ตัวช้ีต�าแหน่ง (c o ) ของคอมพิวเตอร์บนจอคอมพิวเตอร์ได้
ในกรณีนี้แผ่นชิปที่ใช้เล็กเพียงขนาด 4 4 ตร.มม. เท่านั้น
และมีข้ัวไฟฟาท่ีเล็กขนาดเส้นผมรวม 96 เส้นย่ืนออกมาทางด้านหนึ่ง
แต่ก็ยังต้อง งไว้ที่ผิวสมองส่วนที่เรียกว่า มอเตอร์คอร์เท็กซ์ ( o o
co e ) ลึกลงไปราว 1 มิลลิเมตร และท�าหน้าที่รับสัญญาณจากเส้น
ประสาทจ�านวนหลายสิบเส้น
ขณะที่ตีพิมพ์ผลงานนี้มีผู้ปวยสองราย รายหน่ึง งแผ่นชิปมา
แล้ว 5 เดือน ส่วนอีกรายน้ัน งมานานถึง 5 ปีและยังใช้การได้ดี ซ่ึง
24
เป็นเรื่องน่ายินดีมาก เพราะปกติแล้วหากมีส่ิงแปลกปลอม สมองจะ
พยายามหยุดการท�างานของเซลล์ประสาทรอบๆ ต�าแหน่งดังกล่าว
แต่ก็ยังมีจุดอ่อนส�าคัญคือ สัญญาณสมองที่ได้ยังไม่สม่�าเสมอและ
ความแรงของสัญญาณแตกต่างกันมากในแต่ละครั้ง ซ่ึงก็ต้องปรับปรุง
กันต่อไป
ทางทีมยังพั นาระบบเช่ือมต่อสัญญาณแบบไร้สายอยู่อีกด้วย
ปลายปี ค.ศ.2012 ทีมจากมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์กก็สร้าง
ความประหลาดใจให้วงการอีกคร้ัง พวกเขาท�าให้ผู้ปวยหญิงอายุ 52
ปรี ายหน่งึ ทเี่ ป็นอัมพาตจากคอลงมา เนื่องจากความผดิ ปกตทิ างสมอง
ตั้งแต่ 13 ปีก่อน สามารถบังคับควบคุมแขนหุ่นยนต์ให้ปอนช็อก-
โกแลตตัวเองได้ส�าเร็จ ไม่ได้แค่ควบคุมมือเท่านั้น แต่เธอยังควบคุม
น้ิวแต่ละนิ้วของหุ่นยนต์ได้อีกด้วย
เธอกล่าวเลียนแบบค�าพูดอันโด่งดังของนีลส์ อาร์มสตรอง
นักบินอวกาศคนแรกที่เหยียบดวงจันทร์ว่า
“นี่เป็นก้าวเล็กๆ ของชายคนหนึ่ง แต่เป็นก้าวกระโดดใหญ่ยิ่ง
ของมนุษยชาติ”
ว่า
“น่ีเป็นการกัดค�าเล็กๆ ส�าหรับผู้หญิงคนหน่ึง แต่เป็นการกัด
ค�าโตส�าหรับบีซีไอ ( ne ni e o o n one i n
i e o )”
ในคนไข้รายน้ีแพทย์ใส่แผ่นชิปไว้ 2 แผ่นในสมอง ก�าหนด
ต�าแหน่งอย่างแม่นย�า อาศัยการวัดต�าแหน่งของสมองท่ีท�างานเม่ือ
25
คิดเร่ืองการขยับแขน โดยอาศัยอุปกรณ์ท่ีเรียกกว่า ( nc-
ion ne ic e on nce i in ) เข้าช่วย
การแปลงสัญญาณสมองไม่ได้จ�ากัดแค่ต้องเปล่ียนเป็นการ
เคลื่อนไหวเท่าน้ัน อาจแปลงไปเป็นการพิมพ์ตัวอักษรและตัวเลขก็ได้
ในกรณีนั้นผู้ปวยจะสามารถพิมพ์ข้อความได้ด้วยการคิดเพียงอย่าง
เดียว
ในที่สุด ระบบน้ีอาจจะต่อกับสิ่งประดิษ ์ที่เรียกกว่า โครง
ร่างภายนอก (e o e e on) ท่ีคล้ายกับเป็นช้ินส่วนแขนหรือขาของ
หุ่นยนต์ ที่เมื่อต่อกับร่างกายแล้วจะช่วยให้ยกของหนักหรือเดินข้ึน
ลงที่สูงได้อย่างสะดวกง่ายดายข้ึน
ผู้ปวยอัมพาตและคนสูงอายุจ�านวนมากอาจจะกลับมาเดินเหิน
ได้อย่างสะดวกสบายอีกคร้ังผ่านอุปกรณ์และเทคโนโลยีเหล่าน้ี
เทค น ลยีท�ำให้ ลกในควำมจริงกับ ลกในควำม นขยับใกล ้
กันเข้ำมำทุกที และ “ ทรจลน์” กไม่เปนแต่เร่ืองควำม นอีกต่อไป
แล้ว
26
ถอดจติ งายๆ ทําไดเอง
เคยมีประสบการณ์เหมือนกับตัวลอยข้ึนไปแล้วมองลงมาเห็น
ร่างกายตัวเองกันบ้างไหมครับ?
เรื่อง “การถอดจิต” แบบนี้พบในบันทึกโบราณของชนชาติ
ต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับลัทธิ พิธีกรรม และศาสนา ในภาษา
อังกฤษใช้ว่า -o - o pe ience ( ) โดยมีลักษณะส�าคัญ
คอื ตอ้ ง (1) ตระหนกั รกู้ ารเคลอื่ นของจติ ออกนอกกาย ตามมาดว้ ย (2)
ผู้มองหรือจิตน้ันลอยห่างออกไปจากร่าง โดยมักลอยสูงขึ้น และจบ
ลงท่ี (3) การมองเห็นร่างกายตัวเองนอนอยู่
ลองมาดูกันว่าวิทยาศาสตร์รู้อะไรบ้างเก่ียวกับปรากฏการณ์ที่
ชวนพิศวงนี้
งานวิจัยช้ินหนึ่งระบุว่าในบรรดาคนท่ัวไปน้ัน มีคนที่เคยถอด
27
จิตมากถึง 10 มีบางรายงานระบุว่า ตัวเลขสูงกว่าน้ีอีกครับ แต่
ต่างสรุปตรงกันว่า ไม่ใช่ทุกคนจะถอดจิตได้
ข้อมูลการแพทย์สมัยใหม่ท�าให้ทราบว่า ผู้ปวยอาจรู้สึกคล้าย
ถอดจติ ไดใ้ นบางสภาวะ เชน่ ปวยจากโรคปวดหวั ขา้ งเดยี วหรอื ไมเกรน
โรคลมชัก (ลมบ้าหมู) หรือปวยหนักเจียนตาย เป็นต้น แม้แต่การ
ขาดน�า้ การปนี ภเู ขาสงู การว่งิ มาราธอน และการจมน้�า ก็อาจกระต้นุ
ให้เกิดการถอดจิตได้
ยาบางอย่าง เช่น ยาบ้า ก็มีรายงานว่าเป็นสาเหตุได้เช่นกัน
แต่กรณีน้ีแยกออกจากอาการประสาทหลอน ( cin ion) ยาก
มาก
ตัวเลข 10 ข้างต้นได้รวมคนปกติไว้ด้วย แถมบางคนก็มี
ประสบการณ์แบบน้ีมากกว่าหนึ่งครั้ง ซ่ึงเหมาะกับการทดสอบซ�้าทาง
วิทยาศาสตร์ นอกจากน้ี มีหลายเทคนิคท่ีอ้างกันว่าช่วยให้ถอดจิตได้
ด้วย เช่น การ นรู้ตัว ( ci e in ) หรือการนั่งสมาธิ เป็นต้น
ค�าว่า “การถอดจิต” ในภาษาไทยนั้น มีมาแต่เม่ือใดไม่ทราบ
แน ่ แต่ รงั่ ชา่ งคน้ ควา้ ระบวุ า่ มคี นสนใจเรอ่ื ง มากวา่ ครง่ึ ศตวรรษ
แล้วเป็นอย่างน้อย จอร์จ ไทรเรลล์ ( eo e e ) ใช้ค�าว่า -
o - o pe ience เป็นคนแรกในหนังสือช่ือ Apparition ของ
เขาท่ีตีพิมพ์ใน ค.ศ.1943
แต่กว่าจะมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ออกมาพิสูจน์ ก็ต้องรอ
ไปถึง ค.ศ.1968 นู่น โดยซีเลีย กรีน ( e i een) สรุปข้อมูล
28
แบบสอบถามจากตัวอย่างราว 400 คน น�ามาใช้จัดจ�าแนกประเภท
ได้ละเอียดมากขึ้น ข้อมูลบางอย่างท่ีกรีนได้มาก็ขัดแย้งกับ
งานของคนอื่น เช่น มีเพียง 4 จากกลุ่มตัวอย่างของกรีนท่ีระบุว่า
มีเส้นหรือสายใยอะไรบางอย่างเชื่อม “จิต” กับร่างกายไว้ แต่ในงาน
ของหลายกลุ่มนั้นตัวอย่างส่วนใหญ่กลับระบุว่ามีเส้นสายดังกล่าว
ปรากฏอยู่
ซ่ึงแปลกดีเพราะในหมู่นักถอดจิตชาวไทยน้ัน แทบไม่มีการ
พูดถึงสายเช่ือมอะไรแบบนี้เลย
ข้อสรุปบางเรื่องก็ตลก เช่น การส�ารวจคราวหน่ึงพบว่า 85
ของผู้ตอบแบบส�ารวจซึ่งเคยมี ระบุว่าได้ยินเสียงดังมากควบคู่
ไปด้วย ท�าให้เกิดศัพท์การแพทย์จ�าเพาะว่าเป็น กลุ่มอาการศีรษะ
ระเบิด ( p o in e S n o e) ฟงชื่ออาการแล้วอดหวาด
เสียวแทนไม่ได้จริงๆ
หลังเกิด ผู้ที่ประสบเหตุอาจจะหลับไปเลยหรือไม่ก็สะดุ้ง
ต่ืน บางคนรู้สึกราวกับถูกกระตุกเบาๆ แล้วตื่น แต่บางคนก็คล้ายกับ
ถูกดึงหรือแม้แต่ถูก “ดูด” กลับเข้าร่างอย่างแรง ขณะท่ีบางคนถอด
จิตแล้วยังอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวเดิมๆ แต่บางคนกลับไปโผล่ใน
โลกท่ีไม่คุ้นเคย
ค.ศ.1999 แวกเนอร์ อะลิเกรตติ ( ne e e i) และ
แนนซี ทริเวลลาโต้ ( nci i e o) ส�ารวจทางออนไลน์พบว่า
จากผู้ตอบแบบสอบถาม 1 185 คน มีราว 85 ท่ีเคยเจอ โดย
29