感イ
情ラ
的ス
にト
なで
らよ
なく
いわ
子か
育る
て
Kouso Tokiko ผูเชย่ี วชาญดา นการเล้ียงดูเดก็ เขียน
Kamiooka Tome ภาพประกอบ กง่ิ ดาว ไตรยสุนันท แปล
Irasuto de yokuwakaru kanjyouteki ni naranai kosodate
พ่อแม่จ๋า อย่าโกรธหนู
Kouso Tokiko เขียน
Kamกi่งิ oดoาkวa ไTตoรmยสeนุ ันภทา์ พปแรปะลกอบ
มณวี รรณ มิ่งขวญั บรรณาธกิ ารต้นฉบบั
พมิ พ์ครง้ั ท ่ี 1 ตลุ าคม 2561
ราคา 195 บาท
TOhOraiirgitgirniananlaslJlaaTptiitaolnen:ersIiregahTsebthud©ysrtioot© iKin2uood0gnTu1ehhs7poyaADuKoibillTAklgaluoinriNstikwdgahKilhkeaaICotdkrPsaraa/UirrtnuneaBKgsp2Lakee0uImardS1lvtn7HieowjIydnIboNoi.ckytuhG.a,tKeTKTAIkNoAoiNkCmNnyK.eKioI.InPPaUUrBaBnLLaISIiSHkHIoNIsNGoGdIaNItNeCC. .
© ลิขสิทธ์ภิ าษาไทย 2561: บริษัท นานมบี ุ๊คส์ จำ� กัด
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบญั ญตั ลิ ขิ สทิ ธิ์ (ฉบับเพ่มิ เติม) พ.ศ. 2558
ข้อมลู ทางบรรณานกุ รมของหอสมุดแห่งชาติ
โคโซะ, โทะกิโกะ.
พ่อแม่จ๋า อย่าโกรธหนู. -- กรงุ เทพฯ: อนิ สปายร์, 2561.
184 หน้า.
1. เด็ก -- การเล้ียงดู. 2. อารมณ์ในเดก็ . 3. ความโกรธ. I. ก่งิ ดาว ไตรยสนุ นั ท์, ผู้แปล.
II. คะมิโอโอะกะ, โทะเมะ, ผู้วาดภาพประกอบ. III. ชอ่ื เรอื่ ง.
649.1
ISBN 978-616-04-4294-2
กรรมการผู้จัดการ คิม จงสถิตย์วัฒนา ● ผู้จัดการส�ำนักพิมพ์ สุชาดา งามวัฒนจินดา ● บรรณาธิการท่ีปรึกษา
เออ้ื ยจติ ร บนุ นาค ● บรรณาธกิ ารบรหิ าร สวุ พนั ธ ์ ชยั ปจั ชา ● บรรณาธกิ ารเลม่ กลุ ภา หวลกระสนิ ธ ์ุ ● หวั หน้าพสิ จู น์
อักษร ดวงพร วิญญูธรรมรัตน์ ● พิสูจน์อักษร ตรีโรจน์ ไพบูลย์พงษ์ ● ผู้จัดการกองศิลปกรรม กฤษดา เส่งสงค์
● ผชู้ ว่ ยผจู้ ดั การกองศลิ ปกรรม สนุ นั ท ์ เพชรวาว ● ออกแบบปก พมิ พพ์ ศิ า ครุ ธุ รรมณฐั ● กราฟกิ จติ ตมิ า ศรตี นทพิ ย์
● หวั หนา้ ประสานงานการผลติ จรสั ศร ี พรหมเทพ ● ประสานงานการผลติ พรรษพร แกน่ ประกอบ พรทพิ ย ์ ทองบตุ ร
เพลตท่ี พี.พี.เพลท แอนด์ ฟิล์ม โทร. 0-2274-7988 พิมพ์ท ่ี กรนี ไลฟ์ พริน้ ติง้ เฮ้าส์ โทร. 0-2892-1940-2
จัดพิมพ์โดย สำ� นกั พิมพ์อินสปายร์ ในเครอื บรษิ ทั นานมีบุ๊คส์ จำ� กัด
จดั จำ� หน่ายโดย
บรษิ ัท นานมีบุ๊คส์ จ�ำกดั
เลขท ่ี 11 ซอยสุขมุ วทิ 31 (สวสั ดี) ถนนสุขมุ วทิ แขวงคลองเตยเหนือ เขตวฒั นา กรงุ เทพฯ 10110
โทร. 0-2670-9800, 0-2662-3000 โทรสาร 0-2662-0919
e-mail: [email protected] ● www.nanmeebooks.com ● www.facebook.com/nanmeebooksfan
หนงั สอื เลม่ นใ้ี ชก้ ระดาษถนอมสายตาปลอดสารพษิ ไมร่ ะคายเคอื ง
ผวิ หนงั และพมิ พด์ ว้ ยหมกึ ธรรมชาตจิ ากถว่ั เหลอื ง จงึ ปลอดภยั ตอ่
มใกนบันกกุษารายดรดู์แปซลลบั ะกู เCปตOน้็น2 รมใานิตชอรพาตกฤา่อศกส)ษิ่ง ์แจวำ� ดน?ลว?้อนม ?2 ?5ล2ด กตาน้ ร ปเปลน็่อเยว ลCา O12 ปเท ี (ียเพบอื่ เชทว่ ย่า
หากหนังสอื เล่มนี้ผลิตไม่ได้มาตรฐาน ส�ำนักพมิ พ์ยินดรี ับผิดชอบเปล่ยี นเล่มใหม่ให้ โดยไม่มเี งือ่ นไขใด ๆ ท้งั ส้ิน
โปรดส่งไปเปล่ยี นตามท่อี ยู่บรษิ ทั หรือติดต่อ Nanmeebooks Call Center โทร. 0-2662-3000 กด 1
คำ� น�ำส�ำนักพมิ พ์
“รกั ววั ให้ผกู รักลูกใหต้ ี”
เชอื่ วา่ คณุ พอ่ คณุ แมห่ ลายคนคงคนุ้ หกู บั สภุ าษติ นก้ี นั อยา่ งดี
แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายคนรู้สึกผิดทุกคร้ังท่ีตีหรือดุลูก
สับสนวา่ จะมีวิธอี ืน่ อีกไหมท่เี ลย้ี งลูกใหเ้ ติบโตได้โดยไม่ใช้อารมณ์
“พ่อแม่จ๋า อย่าโกรธหนู” คือหนังสือที่รวมเคล็ดลับการ
เลยี้ งลกู อยา่ งเขา้ ใจ เขยี นโดย โทะกโิ กะ โคโซะ (Kouso Tokiko)
ผูเ้ ชีย่ วชาญดา้ นการเล้ยี งดูเด็กซง่ึ สนับสนนุ “แนวคดิ การเลยี้ งลูก
แบบไม่ดแุ ละไม่ตี”
เน้ือหาในเล่มเขียนขึ้นเพื่อคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองที่
กำ� ลงั ประสบปญั หาเรอื่ งการจดั การอารมณเ์ วลาเลย้ี งดลู กู และรสู้ กึ
ผดิ ทคี่ วบคมุ อารมณต์ วั เองไมอ่ ยจู่ นนำ� ไปสกู่ ารตหี รอื ทำ� รา้ ยลกู โดย
ไม่ตั้งใจ ในเล่มน�ำเสนอแนวทางและวิธีการท่ีน�ำไปใช้ได้จริง เช่น
การระงับอารมณ์ เทคนิคท�ำใจให้เย็นก่อนจะเผลอพลั้งมือ และวิธี
รบั มอื กบั ลกู ๆ พรอ้ มเจาะลกึ กรณตี วั อยา่ งตา่ งๆ วา่ ถา้ เกดิ เหตกุ ารณ์
แบบนขี้ ้นึ คณุ จะรับมืออยา่ งไร
เพื่อเตรียมพร้อมให้คุณรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองและ
เลย้ี งลกู อย่างมีความสขุ โดยไม่สร้างบาดแผลไวใ้ นใจ
ปรารถนาดี
สำ� นักพมิ พ์อนิ สปายร์
คำ� นำ�
“พูดอะไรก็ไม่ฟัง”
“นา่ หงุดหงดิ ”
แต่ไมต่ ้องห่วง!
เพราะหนงั สือเล่มนอ้ี ัดแนน่ ด้วย
เคล็ดลบั จากผูเ้ ชย่ี วชาญดา้ นการเล้ยี งดูเด็ก
ซง่ึ ชว่ ยให้คุณเลีย้ งลกู อยา่ งเข้าใจโดยไม่ใชอ้ ารมณ์
บทนำ�
ขอบคุณทกุ ท่านท่เี ลือกอา่ นหนังสอื เล่มน้คี ่ะ
เพราะอะไรคุณถึงอ่านหนังสือเล่มนี้หรือคะ เพราะคุณรู้สึก
หงุดหงดิ กบั ลูกใชห่ รือเปลา่
คณุ เหนื่อยกับการใช้เสียงดังดุลกู ทุกวันใช่ไหม
หรอื เผลอๆ คณุ อาจตีลกู ดว้ ยซำ้� ไป
ทงั้ ๆ ที่เขาก�ำลังอยู่ในวยั น่ารกั และคุณก็รกั เขามาก
คุณรู้สึกว่าก�ำลังแบกความรู้สึกผิดและเกลียดตัวเองอยู่
หรอื เปลา่
ไมเ่ ปน็ ไรคะ่ ไมว่ า่ ใครถา้ ตอ้ งเลยี้ งลกู แลว้ ยอ่ มเคยรสู้ กึ
เช่นนแี้ นน่ อน แม้แตต่ วั ผู้เขียนเองกต็ าม
กอ่ นอน่ื ขอแนะนำ� ตวั กอ่ นนะคะ ฉนั ชอื่ โทะกโิ กะ โคโซะ เปน็
วิทยากรและผู้เช่ียวชาญด้านการเลี้ยงดูเด็ก ฉันจัดสัมมนาให้กับ
หน่วยงานท้องถนิ่ โรงเรยี นอนบุ าล และสถาบนั สง่ เสรมิ พฒั นาการ
เด็ก ฯลฯ มาเป็นเวลากว่า 6 ปี มีผู้เข้าร่วมราว 20,000 คน และ
ยังเป็นบรรณาธิการนิตยสาร miku ของญ่ีปุ่นท่ีมีเน้ือหาเกี่ยวกับ
การเล้ียงดเู ดก็ ดว้ ย
5
ฉันเคยได้ยินผู้เข้าร่วมสัมมนาหลายต่อหลายคน รวมถึง
ความเห็นจากผู้อ่านนิตยสาร miku ว่ารู้สึกหงุดหงิดท่ีลูกไม่เชื่อฟัง
จนเผลอลงไมล้ งมอื กบั ลกู ทำ� ให้รสู้ ึกเกลยี ดตวั เอง
จากการทำ� แบบสอบถามผา่ นนติ ยสาร miku (ป ี ค.ศ. 2016)
พบว่า พ่อแม่ราว 60% “เคยตวาดและตีลูก” และราว 50% คิดว่า
“ต้องดุและตีลูกเพ่ืออบรมบ่มนิสัย” แต่ก็มีหลายคนท่ีกลุ้มใจว่า
“ต้องใช้วิธีเดิมซ้�ำๆ” (ราว 40%) และ “ไม่รู้ว่าจะสอนลูกอย่างไร
โดยไม่ตอ้ งดหุ รอื ต”ี (ราว 10%)
นอกจากนี้ ยงั มีพอ่ แมห่ ลายคนท่ีคิดวา่ อยากสั่งสอนลูกโดย
ไม่ต้องตีเข้ามาตอบค�ำถามพร้อมแสดงความเห็นอ่ืนๆ เช่น “ควร
ส่ังสอนโดยไม่ต้องลงไม้ลงมือดีกว่า” หรือ “ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรดุ
หรือตี แต่พอเห็นเพ่ือนๆ ท�ำก็เริ่มไม่แน่ใจ” และ “ลูกคนแรกไม่เคย
ตีเลย แตพ่ อมลี กู คนที ่ 2 ก็เร่มิ ตีลูกบอ่ ยขึ้น” เปน็ ต้น
หลายคนสับสนและอึดอัดกับตัวเองท่ีเลี้ยงลูกด้วยการดุ
หรอื ต ี บ้างกส็ ับสนวา่ ควรส่งั สอนลูกด้วยการดุหรือตดี หี รอื ไม่
ส�ำหรับการเป็นพ่อแม่และการเลี้ยงดูลูก ทุกคนย่อม
เปน็ มอื ใหมม่ ากอ่ นทงั้ สน้ิ เมอื่ เพงิ่ เปน็ พอ่ แมม่ อื ใหม ่ จงึ รสู้ กึ
กลมุ้ ใจและสบั สนเป็นธรรมดา
6
ภาพท่ีพ่อแม่ทุกคนวาดฝันไว้เมื่อรู้ว่าก�ำลังจะมีสมาชิกใหม่
เพิ่มขนึ้ ในครอบครวั มกั เปน็ ภาพรอยยม้ิ นา่ เอน็ ดขู องลกู และคนื วัน
ท่เี ต็มไปด้วยภาพหวานแหววสีพาสเทล
ทว่า พอลูกคลอดออกมาจริงๆ หลายคนคงคิดว่า “ท�ำไม
ถึงต้องอดนอนขนาดน้ี” “ท�ำไมไม่มีเวลากินข้าวเลย” “ทำ� ไมต้องรีบ
เขา้ หอ้ งน�้ำดว้ ยเนยี่ ” และอีกหลายคำ� ถามมากมายวา่ “ทำ� ไม”
ตัวฉันเองก็เคยตั้งค�ำถามเหล่าน้ีมาก่อนเหมือนกันเม่ือต้อง
เล้ยี งลกู ถึง 3 คน
เด็กที่วัยยังไม่ถึงขวบ มักมีความรู้สึกว่าเราต้องอุ้มเขาอยู่
ตลอดเวลา
วงจรชีวิตการเล้ียงลูกวัยนี้จึงเวียนไปเร่ือยๆ ระหว่าง
ร้องไห้ " อุ้ม " นอน " วาง " ร้องไห้ วนไปไม่ส้ินสุด
จนรสู้ กึ ว่า “เมอ่ื ไหร่จะหลบั เสยี ที!”
หลังจากใช้ความอดทนกล่อมอยู่นาน ในท่ีสุดลูกก็หลับ
จนได้ แต่พอมีเสียงอะไรนิดๆ หน่อยๆ ลูกก็ตื่นขึ้นมาอีก...ปัญหา
เหลา่ นี้เปน็ เรอื่ งท่ฉี นั ไม่เคยนึกฝันมากอ่ นเลยตอนลูกยงั ไมเ่ กดิ
7
ปัจจุบันท่ีอายุโดยเฉล่ียของคุณแม่มือใหม่อยู่ที่ 30 ปีข้ึนไป
ท�ำให้คุณแม่ส่วนใหญ่เคยเป็นคนท�ำงานมาก่อน และส่วนมากมัก
โตมาโดยเปน็ ลกู คนเดยี ว หรอื ไม่กม็ พี ี่นอ้ งแค่ไม่กีค่ น
สมัยเรียนหนังสือก็ใช้เวลาอยู่แต่กับเพื่อนรุ่นเดียวกันแล้ว
พอเข้าวัยท�ำงาน ก็ใช้ชีวิตแต่ละวันอยู่กับคนวัยเดียวกัน จึงไม่มี
ประสบการณค์ ลกุ คลอี ยกู่ บั เดก็ หรอื รวู้ ธิ รี บั มอื เมอ่ื ถกู เดก็ รอ้ งไหใ้ ส่
เมื่อไม่เคยชินกับการถูก “ร้องไห้ใส่” ก็ทนเสียงเด็กร้อง
ไม่ไหว แม้จะพยายามท�ำทกุ วถิ ที างใหเ้ ด็กท่ไี มร่ ู้ภาษาหยุดร้อง แต่
ทำ� เทา่ ไหรก่ ไ็ มย่ อมหยดุ เสยี ท.ี ..แบบนยี้ งิ่ ไมร่ จู้ ะทำ� อยา่ งไรใชไ่ หมคะ
บางคนอทุ ศิ เวลาดลู กู จนหมดวนั พอมเี วลาจะไดพ้ กั บา้ ง
กต็ ้องว่นุ วายกับงานบ้านอีก
8
การ เคยคดิ ว่า ก็คง
เล้ียงลูก ถ้าลูก
ไมไ่ ด้ เกิดมา อุจะมี
แฮปป้ี
หรอก คนื วัน
หรือ!
แว้!ดี ๆ
ร่วมกนั
บา้ นชอ่ ง ผา้ ก็ ผมเผ้า
กป็ ล่อย ไม่ได้ กไ็ มไ่ ด้หวี
เพิ่ง ตาก
ให้นม อุแว้ รก
ไปเอง อแุ ว้
อแุ ว้
อุแว้
อแุ ว้
อุแว้
อุแว้ มนั ไมน่ า่ อแุ ว้ อุแว้ อุแว้
จะเปน็
อุแว้ แบบนี้ อแุ ว้
นี่นา
ท�ำไมรอ้ งไห้ อุแว้
อกี แลว้ ละ่
9
พอลูกโตข้ึนก็เร่ิมแสดงความต้องการของตนออกมาได้
ตามวยั
เม่อื พดู กันรูเ้ รือ่ ง การส่ือสารก็สนุกขน้ึ แตพ่ อเปน็ อยา่ งนน้ั
กเ็ ร่ิมไมเ่ ช่อื ฟังพอ่ แม่
ทั้งท�ำอาหารหกเลอะเทอะ จู่ๆ ก็ไม่สบายขึ้นมากะทันหัน
ท�ำให้ต้องคอยประคบประหงมอยู่ตลอดเวลาไมไ่ ดห้ า่ ง
ถงึ จะดลุ กู แตง่ านบา้ นกไ็ ปไมถ่ งึ ไหน รสู้ กึ เหมอื นตวั เองกลาย
เปน็ คนไรค้ วามสามารถลงไปทกุ ท ี ซำ้� หลายคนยงั ทรมานจากความ
รสู้ กึ เกลยี ดตวั เอง ท้ังๆ ทีพ่ ยายามหนักมากถงึ ขนาดนี้
ถา้ คณุ เคยใชอ้ ารมณใ์ นการเลย้ี งลกู ไมว่ า่ จะเคยดหุ รอื
ตีลูก อย่างไรมันก็เป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว เรามาเริ่มต้น
เปล่ียนแปลงตัวเองตงั้ แตว่ ันน้ีกนั ดีกว่า!
เมือ่ ลูกไมเ่ ช่อื ฟงั ไม่ยอมทำ� ตาม แลว้ ควบคมุ อารมณ์ตวั เอง
ไมไ่ ดจ้ นเผลอโมโห ตวาด หรือตลี กู พอ่ แม่เองนน่ั แหละที่รู้สึกแย่
ส�ำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ก�ำลังอ่านหนังสือเล่มน้ีและต้ังใจ
อยากเปล่ียนแปลงตัวเอง ถือว่าคุณได้เร่ิมต้นการเลี้ยงดูลูกแบบ
ไมใ่ ช้อารมณ์แล้วค่ะ
10
หนงั สอื เลม่ นจ้ี ะรวบรวมเคลด็ ลบั ตา่ งๆ ในการเลย้ี งลกู
อยา่ งอารมณด์ ี รวมถงึ ตัวอยา่ งสถานการณ์ให้คุณได้ลองฝกึ
รบั มอื วา่ ถา้ เปน็ คณุ จะทำ� อยา่ งไร พรอ้ มคำ� แนะนำ� เพอื่ ไขขอ้
ขอ้ งใจของคณุ พอ่ คณุ แมท่ ว่ี า่ “เมอ่ื เจอแบบนค้ี วรทำ� อยา่ งไร”
หรอื “ทำ� แบบนถี้ กู ไหม”
ฉันหวังว่าหนังสือเล่มน้ีจะเป็นจุดเร่ิมต้นของการเลี้ยง
ลูกอย่างเข้าใจโดยไม่ “ด”ุ หรอื “ตี” อกี ตอ่ ไป
โทะกิโกะ โคโซะ
ผเู้ ขียน
11
สารบัญ
บทนำ� 5
1บทที่ การเล้ยี งดเู ดก็ คือความดีใจสลบั กบั ความ
รู้สกึ เกลียดตัวเอง
• ทำ� ไมการเลี้ยงลูกถงึ ท�ำใหพ้ ่อแม่ปวดหวั 18
• แบบไหนถึงเรยี กวา่ “เด็กด”ี 22
• พิจารณาความร้สู กึ ของตัวเอง
เมื่อเผลอใช้อารมณ ์ 26
• ถงึ ใช้อารมณ์ดุด่าหรอื ตี
ก็ไมท่ ำ� ให้ลูกเปน็ เดก็ ดีขึน้ มาได้ 30
• ความเครยี ดของเดก็ เมื่อถกู ต่อต้าน 34
• ต้ังใจว่าจะเลกิ “ดุ” และ “ตี” 38
• ถา้ คขู่ องคุณยังใชอ้ ารมณ์ดดุ ่าหรือตีลูก 42
• เร่มิ ตน้ จากการเขา้ ใจความร้สู กึ 46
• ความเป็นพ่อและแม่คอื อะไร 49
• ความแตกตา่ งระหวา่ ง “ใจดี” กับ “ตามใจ”
และ “ดุ” กบั “โกรธ” 52
2บทท่ี วธิ ีแก้ไข ทำ� อยา่ งไรไม่ใชอ้ ารมณ์ ขั้นพน้ื ฐาน
• ใจเยน็ ลงสักหน่อย อย่าเพ่ิงระเบิด! 58
วิธรี บั มอื กบั ความหงดุ หงดิ
• ใช้ค�ำพดู ท่ไี ม่แสดงความขัดแยง้ และไม่ต่อตา้ น 63
การพูดกบั ลกู
• ยิ่งท�ำดี ย่ิงต้องชม 67
การชมเชย
• ถามลูกว่า “ควรท�ำอย่างไร” 71
ตงั้ ค�ำถาม
• เด็กต้องรบั ผดิ ชอบตอ่ ความผิดพลาดหรือไม ่ 74
• บอกลว่ งหนา้ วา่ ควรพอเม่อื ไหร ่ 76
แนะน�ำตัวละคร
แม่ พี่ชาย นอ้ งสาว พ่อ
3บทที่ • สงั เกตว่าตวั เองหงดุ หงิดงา่ ยตอนไหน
และเตรียมรบั มือ 79
• สรา้ งสภาพแวดลอ้ มรอบตวั เพอ่ื เลี่ยงปญั หา 82
• เวลาจะไปไหนใหบ้ อกลกู กอ่ น 85
“การส่งั สอน” คอื อะไร
• การยอมรบั ลกู อย่างไม่มเี ง่ือนไข 90
• มีเรอื่ งทีอ่ ยากอบรมส่งั สอนมากไปหรอื เปลา่ 95
• Work 1 นึกภาพสถานการณท์ ่ีเกิดขน้ึ บ่อย 98
• Work 2 นึกภาพสถานการณ์ท่เี กดิ ขึน้ บอ่ ย 102
• วิธีรบั มอื กับลูก 4 ขัน้ ตอนงา่ ยๆ 107
• พ่อแมค่ วรคุยกันวา่ “อยากให้ลกู โตข้นึ มา
เปน็ คนอยา่ งไร” 111
• กฎของบ้านกับการอบรมลูก 114
• กลา่ วค�ำ “ขอบคุณ” กนั ภายในครอบครัว 117
• ผดิ ไหมทพี่ ดู ว่า “ไม!่ ” 120
• การปฏิเสธว่า “ไม่!” คอื การสรา้ งพน้ื ฐาน
ทางจิตใจ 123
• พฤติกรรมทไ่ี มด่ ีของลกู ให้ดุตงั้ แต่ยงั เลก็ 125
• การอบรมสัง่ สอนช่วยปกปอ้ งเดก็ จาก
อันตรายได้ 128
4บทท่ี • เลีย้ งลกู ใหเ้ ป็น “คนทรี่ ูจ้ กั ขอความช่วยเหลอื ”
ดีกว่าเปน็ “คนทไ่ี ม่สร้างความเดือดรอ้ น” 130
• การเฝ้าดูและสนบั สนุนความส�ำเร็จของลูก 134
วธิ ีปอ้ งกันเพ่ือเลี่ยงการใช้อารมณ์ ตอ้เจงอทแ�ำบอบยน่า้ี งไร
• ลกู คนโตแกล้งพอ่ แมใ่ หป้ วดหวั 138
• เมือ่ ลูกไม่ยอมเชอ่ื ฟัง 141
• ลกู ไมย่ อมเกบ็ ของเล่น 145
• ลกู แต่งตัวชา้ 148
• ลูกกนิ ขา้ วชา้ 151
• ลูกเดินตามตลอดเวลาจนท�ำงานบา้ นไมไ่ ด ้ 154
5บทท่ี เมอ่ื พอ่ แมม่ ีความสุข
ลกู ก็พลอยมคี วามสุขไปด้วย
• พ่อแมไ่ มฝ่ นื ตัวเอง ชว่ ยให้ลูกรสู้ ึกปลอดภยั
และสบายใจ 160
• คณุ ไมไ่ ดเ้ หนอื่ ยเพียงล�ำพัง 163
• การแบง่ หนา้ ท่ีกันท�ำ 167
• หดั ปดิ หูปิดตา “ช่างเถอะ” เสียบา้ ง 173
บทส่งทา้ ย 177
บทท่ี
1
การเล้ียงดเู ดก็
คือความดีใจ
สลบั กับความรสู้ กึ เกลียดตวั เอง
ทำ� ไมการเล้ียงลูก
ถงึ ท�ำใหพ้ อ่ แม่ปวดหวั
ท�ำไมลูกถึงท�ำให้พ่อแมป่ วดหัวไดห้ นอ
ทั้งไม่เชื่อฟัง ไม่ยอมเปล่ียนเสื้อผ้า เอะอะก็ร้องว่า “ไม่ท�ำ!”
แลว้ วง่ิ ไปท่วั บ้าน หรือไมก่ ท็ ะเลาะแยง่ ของเล่นกนั
ฉันมักได้ยินพ่อแม่หลายคนบ่นว่า “ทำ� ไมลูกถึงเอาแต่ท�ำให้
เหนอื่ ยอยเู่ รอ่ื ยเลย” หนกั กวา่ นน้ั คอื คดิ ไปวา่ “นลี่ กู จงใจแกลง้ เรา
หรอื เปล่า!”
คราวนคี้ วามหงดุ หงดิ ของพอ่ แมก่ เ็ รม่ิ พอกพนู ขนึ้ ในทสี่ ดุ ก็
ถึงจุดที่ทนไม่ไหวจนเผลอตะโกนเสียงดัง ระเบิดอารมณ์ และอยาก
ลงไม้ลงมอื กับลูก
หากเกิดเหตุการณ์แบบน้ี แนะน�ำให้ใจเย็นลงก่อน แล้ว
พิจารณาสถานการณ์ดอู กี ครัง้
เพราะตน้ เหตขุ องความหงดุ หงดิ ไมไ่ ดม้ าจากตวั พอ่ แม่
ทวา่ ลกู ตา่ งหากทม่ี กั ทำ� ตรงขา้ มกบั สง่ิ ทพ่ี อ่ แม ่ “อยาก
ใหท้ ำ� ” จงึ เปรยี บเสมอื นการกดสวติ ชค์ วามโกรธใหก้ บั พอ่ แม่
18
ถ้าอยากให้ลูกเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ลูกไม่ยอมท�ำตามเสียที
พอ่ แม่ก็คงอยากจะพูดว่า
“ท�ำไมถึงไม่รบี ๆ เปลี่ยนเสือ้ ใหเ้ สร็จล่ะ”
“นี่คงไม่ไดแ้ กลง้ ทำ� เป็นออ้ ยสอ้ ยอยู่ใชม่ ้ัย!”
พอ่ แมส่ ว่ นใหญม่ กั หงดุ หงดิ เพราะลกู ไมย่ อมทำ� ใหเ้ สรจ็ ตาม
เวลาที่ก�ำหนด ท้ังท่ีเราคิดว่า “แค่เปล่ียนเส้ือผ้าจะใช้เวลานาน
แคไ่ หนเชยี ว” ใช่หรอื ไม่
แนน่ อนวา่ เดก็ ๆ ยอ่ มอยากออ้ นพอ่ แมเ่ ปน็ ธรรมดา บางครง้ั
ท่ีเด็กท�ำท่าทางว่าเหนื่อยหรือบอกว่า “ท�ำไม่ได้!” แล้วรอให้พ่อแม่
ยน่ื มอื เขา้ ไปชว่ ย กไ็ มไ่ ดห้ มายความวา่ เดก็ ตง้ั ใจออดออ้ นทกุ ครง้ั ไป
เมอ่ื เดก็ ออดออ้ นหรอื รสู้ กึ ออ่ นแอ สว่ นใหญเ่ รย่ี วแรงในการ
ท�ำอะไรด้วยตวั เองกม็ ักลดลง
ดังนั้น แม้พ่อแม่จะรู้สึกว่า “ลูกแกล้งให้พ่อแม่ปวดหัว”
แต่เด็กส่วนใหญ่ล้วน “ไม่ได้ต้ังใจ” พฤติกรรมเหล่าน้ีเกิดขึ้นเอง
ตามธรรมชาตเิ ทา่ นั้น
19