40 7. ที่575/2547เรื่อง มอบอำนาจการเบิกค่าใช้จ่ายในการจ้างเหมาบริการบางประเภท ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2547 8. ที่ 1030/2548 เรื่อง มอบอำนาจการอนุมัติเบิกจ ่ายค่าพานพุ ่มทอง-พุ ่มเงิน เพื่อใช้ในวันสำคัญต่าง ๆ ลงวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2548 9. ที่ 527/2551 เรื่อง มอบอำนาจการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน ของส่วนราชการ ลงวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 ข้อ 8 ข้อ 10 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 14 ข้อ 15 ข้อ 16 ข้อ 17 และข้อ18แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการ พ.ศ. 2553 เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงมอบอำนาจการอนุมัติการเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย ในการบริหารงานของส่วนราชการ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้อำนวยการ โรงเรียน หรือผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยคำนึงถึงความจำเป็น เหมาะสม ประหยัด ภายในวงเงินที่อยู่ในความรับผิดชอบ และเพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ ยกเว้นอัตราการเบิกจ ่ายค่าอาหาร ค ่าอาหารว่าง และเครื่องดื่มในการจัดประชุมราชการ ให้เป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนด ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2557 (นายอภิชาติจีระวุฒิ) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
41 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1386/2559 เรื่อง มอบอ�ำนาจการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ใช้งาน ในระบบ KTB Corporate Online (Company User) ด้วย กระทรวงการคลัง ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจ่ายเงิน การรับเงิน และการนำเงินส่งคลังของส่วนราชการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์(KTB Corporate Online) เพื่อให้ส่วนราชการถือปฏิบัติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่2) พ.ศ.2553และหนังสือกระทรวงการคลังด่วนที่สุด ที่กค0402.2/ว109 ลงวันที่ 9 กันยายน 2559 เรื่อง การกำหนดตัวบุคคลผู้มีสิทธิเข้าใช้งานในระบบ KTB Corporate Online เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงมอบให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษที่เป็นหน่วยงานผู้เบิก หรือผู้อำนวยการโรงเรียนที่เป็น หน่วยงานผู้เบิก แล้วแต่กรณีมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลในสังกัด เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ใช้งานในระบบ KTB Corporate Online (Company User) แทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559 (นายอำนาจ วิชยานุวัติ) ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
42 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1340/2560 เรื่อง มอบอ�ำนาจเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด้วย พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560กำหนดให้ ยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับพัสดุการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการบริหารพัสดุในกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศข้อบัญญัติและข้อกำหนดใดๆของหน่วยงานของรัฐที่อยู่ภายใต้ข้อบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ และกระทรวงการคลังได้กำหนดระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รวมทั้งกฎกระทรวงที่เกี่ยวกับการพัสดุ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ดังนั้น เพื่อให้การสั่งซื้อหรือสั่งจ้างและการบริหารงานพัสดุของหน ่วยงานในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว ่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รวมทั้งกฎกระทรวงที่เกี่ยวกับการพัสดุ จึงยกเลิกคำสั่ง มอบอำนาจเกี่ยวกับการพัสดุดังต่อไปนี้ 1. คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 22/2546 เรื่อง มอบอำนาจ เกี่ยวกับการพัสดุสั่ง ณ วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 2. คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 46/2546 เรื่อง มอบอำนาจ เกี่ยวกับการพัสดุสั่ง ณ วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 และข้อ 7 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จึงมอบอำนาจการสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง
43 การสั่งจ้างงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง และการดำเนินการทั้งปวงตามพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว ่าด้วย การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รวมทั้งกฎกระทรวงที่เกี่ยวกับการพัสดุทุกกรณี ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือโรงเรียน หรือศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีทั้งเงินงบประมาณ และเงินนอกงบประมาณ (ยกเว้นเงินรายได้สถานศึกษา) ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา หรือผู้อำนวยการโรงเรียน หรือผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีดำเนินการ วงเงินครั้งหนึ่งเต็มวงเงินที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีอำนาจ โดยคำนึงถึง ความคุ้มค่า ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ ภายในวงเงิน ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2560 (นายการุณ สกุลประดิษฐ์) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
44 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1341/2560 เรื่อง มอบอ�ำนาจเกี่ยวกับเงินรายได้สถานศึกษา ด้วย พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560กำหนดให้ ยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับพัสดุการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการบริหารพัสดุในกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศข้อบัญญัติและข้อกำหนดใดๆของหน่วยงานของรัฐที่อยู่ภายใต้ข้อบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ และกระทรวงการคลังได้กำหนดระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รวมทั้งกฎกระทรวงที่เกี่ยวกับการพัสดุ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการเงินรายได้สถานศึกษามีความคล่องตัวและเกิดประโยชน์ ต่อผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา จึงยกเลิกคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 1505/2551 เรื่อง การมอบอำนาจ เกี่ยวกับเงินรายได้สถานศึกษา สั่ง ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ(ฉบับที่2) พ.ศ.2553ข้อ41แห่งระเบียบการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง ในหน้าที่ของอำเภอและกิ่งอำเภอ พ.ศ. 2520 ข้อ 51 แห ่งระเบียบการเบิกจ ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2551 ข้อ 7 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560ข้อ11แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย เงินรายได้สถานศึกษาของรัฐที่ไม ่เป็นนิติบุคคล พ.ศ. 2546 และข้อ 9 แห ่งระเบียบสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานว่าด้วยการบริหารจัดการเกี่ยวกับเงินรายได้สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เป็นนิติบุคคลในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2549 จึงมอบอำนาจการอนุมัติจ ่ายเงิน การอนุมัติจ ่ายเงินยืม การก ่อหนี้ผูกพัน การสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง การสั่งจ้างงานจ้างออกแบบ หรือควบคุมงานก่อสร้าง และการดำเนินการทั้งปวงตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว ่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง
45 และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560รวมทั้งกฎกระทรวงที่เกี่ยวกับการพัสดุทุกกรณีด้วยเงินรายได้ สถานศึกษาให้บุคคลดังต่อไปนี้ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1. ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ วงเงินครั้งหนึ่งไม่เกิน 15 ล้านบาท 2. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา วงเงินครั้งหนึ่งไม่เกิน 20 ล้านบาท 3. ผู้อำนวยการสำนักการคลังและสินทรัพย์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน วงเงินครั้งหนึ่งไม่เกิน 20 ล้านบาท 4. ผู้ว่าราชการจังหวัด วงเงินครั้งหนึ่งไม่เกิน 25 ล้านบาท 5. รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แล้วแต่กรณีที่ได้รับ มอบอำนาจให้รับผิดชอบการปฏิบัติราชการของสำนักการคลังและสินทรัพย์สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน วงเงินครั้งหนึ่งไม่เกิน 40 ล้านบาท นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในคำสั่งนี้ให้เป็นอำนาจของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2560 (นายการุณ สกุลประดิษฐ์) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
46 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1365/2560 เรื่อง มอบอ�ำนาจอนุมัติการเดินทางไปราชการ เพื่อให้การพิจารณาอนุมัติการเดินทางไปราชการในราชอาณาจักรของข้าราชการลูกจ้าง และพนักงานราชการทุกตำแหน่งในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและในสถานศึกษาเป็นไปด้วย ความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงให้ยกเลิกคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 1874/2558 สั่ง ณ วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2558 และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 30(2)และมาตรา 45(3)แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ข้อ 4 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย พนักงานราชการ พ.ศ. 2547 กับข้อ 11 แห ่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว ่าด้วยการอนุมัติให้ เดินทางไปราชการและจัดประชุมของทางราชการพ.ศ.2524เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1. ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจพิจารณาอนุมัติการเดินทาง ไปราชการของตนเองภายในราชอาณาจักร เมื่ออนุมัติแล้วให้รายงานเลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานทราบเดือนละหนึ่งครั้ง 2. ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจพิจารณาอนุมัติการเดินทาง ไปราชการของข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการทุกตำแหน่งในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไปราชการภายในราชอาณาจักร 3. ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจพิจารณาอนุมัติการเดินทาง ไปราชการของผู้อำนวยการสถานศึกษา ไปราชการภายนอกจังหวัด หรือนอกเขตพื้นที่การศึกษา กรณีเขตพื้นที่การศึกษามีพื้นที่รับผิดชอบมากกว่าหนึ่งจังหวัด แล้วแต่กรณี
47 4. ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษามีอำนาจพิจารณาอนุมัติการเดินทางไปราชการของ ตนเองภายในจังหวัด หรือภายในเขตพื้นที่การศึกษากรณีเขตพื้นที่การศึกษามีพื้นที่รับผิดชอบมากกว่า หนึ่งจังหวัด แล้วแต่กรณีเมื่ออนุมัติแล้วให้รายงานผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทราบ เดือนละหนึ่งครั้ง 5. ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษามีอำนาจพิจารณาอนุมัติการเดินทางไปราชการ ของข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการทุกตำแหน่งในสถานศึกษาไปราชการภายในราชอาณาจักร ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560 สั่ง ณ วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560 (นายการุณ สกุลประดิษฐ์) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
48 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1676/2560 เรื่อง มอบอ�ำนาจเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (ส่วนกลาง) เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐของหน ่วยงานภายในสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงยกเลิกคำสั่ง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 1342/2560 เรื่อง มอบอำนาจเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ (ส่วนกลาง) สั่ง ณ วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2560 และ ให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 และข้อ 7 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จึงมอบอำนาจการสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง การสั่งจ้างงานจ้างที่ปรึกษา การสั่งจ้างงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างและการดำเนินการทั้งปวง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รวมทั้งกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับ การพัสดุทุกกรณีทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ (ยกเว้นเงินรายได้สถานศึกษา) ให้บุคคลต่อไปนี้ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1. มอบอำนาจให้รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือผู้ช่วยเลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แล้วแต่กรณีที่ได้รับมอบอำนาจให้รับผิดชอบการปฏิบัติราชการของสำนักการคลังและสินทรัพย์ ดำเนินการวงเงินครั้งหนึ่งเต็มวงเงินที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีอำนาจ 2. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักการคลังและสินทรัพย์ดำเนินการวงเงินครั้งหนึ่ง ไม่เกิน 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน)ยกเว้นเงินสวัสดิการและเงินกองทุนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้มีอำนาจก่อหนี้ผูกพัน วงเงินครั้งหนึ่งไม่เกิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)
49 3. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานพัสดุสำนักการคลังและสินทรัพย์ดำเนินการ วงเงินครั้งหนึ่งไม่เกิน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) 4. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักทุกสำนัก หรือผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร หรือผู้อำนวยการกลุ่มตรวจสอบภายใน แล้วแต่กรณี(ยกเว้นผู้อำนวยการสำนักการคลังและสินทรัพย์) สำหรับการสั่งซื้อหรือสั่งจ้างของสำนัก หรือกลุ ่มพัฒนาระบบบริหาร หรือกลุ ่มตรวจสอบภายใน แล้วแต่กรณีด้วยเงินงบประมาณ วงเงินครั้งหนึ่งไม่เกิน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560 (นายบุญรักษ์ยอดเพชร) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
50 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1677/2560 เรื่อง มอบอ�ำนาจการมอบโอนพัสดุ เพื่อให้การบริหารพัสดุของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นไปด้วยความคล ่องตัวและมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว ่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560รวมทั้งกฎกระทรวงที่เกี่ยวกับการพัสดุจึงยกเลิกคำสั่งสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 108/2547 เรื่อง มอบอำนาจการมอบโอนพัสดุสั่ง ณ วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2547 และ ที่385/2548 เรื่อง มอบอำนาจการมอบโอนพัสดุสั่ง ณ วันที่12 เมษายน พ.ศ. 2548 และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 และข้อ 7 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จึงมอบอำนาจการดำเนินการมอบโอนพัสดุ ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้บุคคลต่อไปนี้ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินการมอบโอนพัสดุ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้กับหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานศึกษาธิการภาค หรือสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สังกัดสำนักงานปลัด กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งตั้งอยู่ภายในจังหวัดเดียวกันกับที่ตั้งของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงเรียน ดำเนินการมอบโอนพัสดุของโรงเรียนให้กับ หน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ ดำเนินการมอบโอนพัสดุ ของศูนย์การศึกษาพิเศษให้กับหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
51 4. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำเนินการมอบโอนพัสดุของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษให้ศูนย์การศึกษาพิเศษ และโรงเรียนที่อยู่ในสังกัด ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560 (นายบุญรักษ์ยอดเพชร) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
52 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่564/2561 เรื่อง มอบอ�ำนาจการจัดที่พักและการก�ำหนดวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการ เข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ ด้วย กระทรวงการคลัง ได้ยกเลิกหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการ เข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ พ.ศ.2551ตามหนังสือกระทรวงการคลังด่วนที่สุด ที่กค0422.3/ ว 106 ลงวันที่23 กันยายน 2551 และให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการ เข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ พ.ศ.2560ตามหนังสือกระทรวงการคลังด่วนที่สุด ที่กค0408.5/ ว 147 ลงวันที่ 5 กันยายน 2560 แทน ดังนั้น เพื่อให้การจัดที่พักและการกำหนดวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัย ในที่พักของทางราชการ สำหรับหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นไปอย่างคล่องตัว สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พัก ของทางราชการ พ.ศ. 2560 ที่กระทรวงการคลังกำหนด จึงยกเลิกคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 306/2557 เรื่อง มอบอำนาจการจัดที่พักและการกำหนดวิธีปฏิบัติในการจัด ข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ ลงวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2557 และให้ใช้คำสั่ง ฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ(ฉบับที่2) พ.ศ.2553และข้อ4ของหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการ เข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ พ.ศ.2560ตามหนังสือกระทรวงการคลังด่วนที่สุด ที่กค0408.5/ ว 147 ลงวันที่ 5 กันยายน 2560 เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงมอบอำนาจ ในการจัดที่พักและการกำหนดวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ ให้บุคคลต่อไปนี้ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้
53 1. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำหรับที่พักที่อยู ่ใน ความควบคุม ดูแลและรับผิดชอบของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงเรียน สำหรับที่พักที่อยู ่ในความควบคุม ดูแล และรับผิดชอบของโรงเรียน 3. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ สำหรับที่พักที่อยู่ในความควบคุม ดูแลและรับผิดชอบของศูนย์การศึกษาพิเศษ โดยผู้รับมอบอำนาจจะต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าที่พักที่อยู่ในความควบคุม ดูแลและรับผิดชอบ จัดเป็น ที่พักสำหรับข้าราชการระดับใด และดำเนินการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยคำนึงถึงตามความจำเป็น เหมาะสม ประหยัด และ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ พร้อมทั้งจัดทำทะเบียนควบคุมการจัดข้าราชการเข้าและ ออกจากที่พักของทางราชการเพื่อการตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2561 (นายบุญรักษ์ยอดเพชร) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
54 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่565/2561 เรื่อง มอบอ�ำนาจอนุมัติการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร ด้วย กระทรวงการคลัง ได้ปรับปรุงระเบียบกระทรวงการคลังว ่าด้วยการเบิกจ ่าย เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบันและคล่องตัว ในทางปฏิบัติยิ่งขึ้น รวมทั้งสอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร พ.ศ. 2523 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร (ฉบับที่7) พ.ศ. 2554 ดังนั้น เพื่อให้การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรของหน่วยงานในสังกัด เป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินสวัสดิการ เกี่ยวกับการศึกษาของบุตร พ.ศ. 2560 จึงยกเลิกคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 305/2557 เรื่อง มอบอำนาจอนุมัติการเบิกเงินค่าสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร สั่ง ณ วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2557 และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ(ฉบับที่2)พ.ศ.2553และข้อ13(3)แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่าย เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร พ.ศ. 2560 เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงมอบอำนาจอนุมัติการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร สำหรับข้าราชการและ ลูกจ้างประจำในสังกัดให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้อำนวยการโรงเรียน หรือผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีปฏิบัติราชการแทน ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2561 (นายบุญรักษ์ยอดเพชร) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
55 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่566/2561 เรื่อง มอบอ�ำนาจอนุมัติการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร (ส่วนกลาง) ด้วย กระทรวงการคลัง ได้ปรับปรุงระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงิน สวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน และคล่องตัว ในทางปฏิบัติยิ่งขึ้น รวมทั้งสอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร พ.ศ. 2523 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร (ฉบับที่7) พ.ศ. 2554 ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณภายในสำนักงานคณะกรรมการการ ศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร พ.ศ. 2560 จึงยกเลิกคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 1497/2558 เรื่อง มอบอำนาจอนุมัติการเบิกเงินค ่าสวัสดิการเกี่ยวกับ การศึกษาของบุตร (ส่วนกลาง) สั่ง ณ วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558 และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามข้อ 5 ข้อ 13 (1) (2) และข้อ 15 แห่งระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร พ.ศ. 2560 จึงมอบอำนาจให้บุคคล ในสังกัดสำนักการคลังและสินทรัพย์ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักการคลังและสินทรัพย์ลงนามหนังสือแจ้งหรือ ตอบรับการใช้สิทธิและอนุมัติการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรสำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และผู้รับบำนาญหรือเบี้ยหวัด 2. มอบอำนาจให้นางสาวฐิตพรอุบลสิงห์ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการ รักษาการในตำแหน ่งนักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการพิเศษ ลงนามหนังสือแจ้งหรือตอบรับ การใช้สิทธิและอนุมัติการเบิกจ ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร สำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และผู้รับบำนาญหรือเบี้ยหวัด
56 3. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารเงินนอกงบประมาณและเงินสวัสดิการอนุมัติ การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรสำหรับข้าราชการลูกจ้างประจำ และผู้รับบำนาญ หรือเบี้ยหวัด 4. การอนุมัติเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร สำหรับผู้อำนวยการ สำนักการคลังและสินทรัพย์ มอบอำนาจให้นางสาวฐิตพร อุบลสิงห์ตำแหน่งนักวิชาการเงินและ บัญชีชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการพิเศษ หรือผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารเงินนอกงบประมาณและเงินสวัสดิการ เป็นผู้อนุมัติ 5. การอนุมัติเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร สำหรับผู้อำนวยการ กลุ ่มบริหารเงินนอกงบประมาณและเงินสวัสดิการ มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักการคลัง และสินทรัพย์ หรือนางสาวฐิตพร อุบลสิงห์ ตำแหน ่งนักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการพิเศษ เป็นผู้อนุมัติ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2561 (นายบุญรักษ์ยอดเพชร) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
57 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1062/2561 เรื่อง มอบอ�ำนาจการติดตั้งและใช้โทรศัพท์ของทางราชการ ด้วยปัจจุบันระบบการสื่อสารโทรคมนาคม ได้มีการพัฒนาเพื่อให้บริการโทรศัพท์สามารถ ใช้บริการใหม่ๆได้หลายชนิดรวมทั้งบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อประโยชน์ในการค้นหาข้อมูล ในการสนับสนุนการปฏิบัติราชการ และเพื่อให้การใช้และการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโทรศัพท์ ของทางราชการ (โทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่) มีความเหมาะสม ชัดเจน สอดคล้องกับ สภาพการณ์ปัจจุบัน และเพื่อให้เกิดความคุ้มค ่าจากการใช้จ่ายเงินงบประมาณของส่วนราชการ กระทรวงการคลังจึงกำหนดหลักเกณฑ์การติดตั้งและใช้โทรศัพท์ของทางราชการ โดยคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2553 รายละเอียดตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีด่วนที่สุด ที่ นร0506/ว158ลงวันที่30สิงหาคม 2553และมีมติเพิ่มเติมเมื่อวันที่1 มีนาคม 2554ตามหนังสือ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีด่วนที่สุด ที่ นร 0506/ว 29 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2554 ดังนั้น เพื่อให้การติดตั้งโทรศัพท์การใช้โทรศัพท์และการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ โทรศัพท์ของทางราชการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียน และศูนย์การศึกษาพิเศษ สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีและหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด จึงยกเลิกคำสั่งสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 1241/2547 เรื่อง มอบอำนาจการอนุมัติการติดตั้งและย้าย โทรศัพท์ประจำสถานที่ราชการ สั่ง ณ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2547 และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีด ่วนที่สุด ที่ นร0506/ว158ลงวันที่30สิงหาคม 2553และด่วนที่สุด ที่ นร0506/ว29ลงวันที่10 มีนาคม 2554 เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
58 ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีปฏิบัติราชการแทนเกี่ยวกับ การจัดหา การติดตั้ง การย้าย การควบคุมการใช้และการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าโทรศัพท์ของ ทางราชการ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 (นายณรงค์แผ้วพลสง) รองเลขาธิการ รักษาราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
59 หลักเกณฑ์การติดตั้งและใช้โทรศัพท์ของหน่วยงานในสังกัด ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ยกเว้นส่วนกลาง) เพื่อให้การใช้และการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโทรศัพท์ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (โทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่) มีความเหมาะสมกับ สภาพการณ์ปัจจุบัน สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีด่วนที่สุด ที่ นร0506/ว158ลงวันที่30สิงหาคม 2553และด่วนที่สุด ที่ นร0506/ว29ลงวันที่10 มีนาคม 2554 รวมทั้งเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าจากการใช้จ่ายเงินงบประมาณ จึงกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้หน่วยงาน ในสังกัดถือปฏิบัติดังต่อไปนี้ 1. โทรศัพท์พื้นฐานประจ�ำส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียนและศูนย์การศึกษาพิเศษ 1.1 ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้อำนวยการ ศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีอนุมัติการจัดหา การติดตั้งการย้ายการควบคุมการใช้โทรศัพท์พื้นฐาน ประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียน และศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีโดยคำนึงถึง ความจำเป็น เหมาะสม เพื่อมิให้เกิดภาระกับเงินงบประมาณของทางราชการสำหรับการจัดหาโทรศัพท์ ให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุภาครัฐและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุภาครัฐและการบริหาร พัสดุภาครัฐ 1.2 การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าโทรศัพท์พื้นฐาน ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง จากเงินงบประมาณ งบดำเนินงาน หรืองบรายจ่ายใดที่มีลักษณะเดียวกัน หรือเงินนอกงบประมาณ ที่กำหนดให้ใช้จ่ายในลักษณะงบดำเนินงาน หรือที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการดังกล ่าว ตามรายการ ที่มติคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ดังนี้ - ค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง เช่น ค่าคู่สาย - เครื่องโทรศัพท์อุปกรณ์สายภายในบริเวณอาคาร และค่าซ่อมบำรุงรักษา - ค่าเช่าเลขหมายค่าใช้การบริการรายเดือน รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระพร้อมกัน 1.3 การใช้โทรศัพท์พื้นฐานเพื่อโทรทางไกลภายในประเทศ จะต้องเป็นเรื่องที่มี ความจำเป็นเร่งด่วน ที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียน และ ศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีเพื่อมิให้เกิดความเสียหายกับทางราชการ โดยให้จัดทำทะเบียน ควบคุมการใช้โทรศัพท์ตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนด และจัดเก็บไว้ณ สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา โรงเรียน และศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีเพื่อการตรวจสอบต่อไป
60 1.4 กรณีที่มีความจำเป็นเร ่งด ่วนต้องใช้โทรศัพท์พื้นฐานเพื่อโทรทางไกล ภายในประเทศในการติดต่อธุระส่วนตัวผู้ใช้จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระ พร้อมกันด้วย 2. โทรศัพท์พื้นฐานประจ�ำบ้านพักของทางราชการ 2.1 การติดตั้งโทรศัพท์พื้นฐานประจำบ้านพักของทางราชการ ให้ติดตั้งสำหรับ บ้านพักผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา บ้านพักผู้อำนวยการโรงเรียน และบ้านพัก ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีได้จำนวน 1 เลขหมาย เพื่อใช้ในการติดต่อราชการ นอกเวลาราชการภายในประเทศ ซึ่งสามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตและบริการอื่นที่จะมีในอนาคตได้ โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เอง 2.2 ค่ารักษาเลขหมาย รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระพร้อมกัน สำหรับโทรศัพท์พื้นฐาน ประจำบ้านพักของทางราชการตามข้อ 2.1 ที่ว ่างหรืออยู ่ระหว ่างการจัดให้ข้าราชการเข้าพัก ให้เบิกจ ่ายจากเงินงบประมาณ งบดำเนินงาน หรืองบรายจ่ายใดที่มีลักษณะเดียวกัน หรือ เงินนอกงบประมาณที่กำหนดให้ใช้จ่ายในลักษณะงบดำเนินงาน หรือที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการดังกล่าว 2.3 เมื่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียน และ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีพ้นจากตำแหน่งไม่ว่ากรณีใด ๆ ในสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา โรงเรียน และศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีหรือหมดความจำเป็นในการใช้โทรศัพท์พื้นฐาน ประจำบ้านพัก ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้อำนวยการ ศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีสั่งถอนการติดตั้งโทรศัพท์โดยเร็วเพื่อมิให้เป็นภาระด้านงบประมาณ ของทางราชการ 3. โทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) ของทางราชการ ประจ�ำส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 3.1 การจัดหาโทรศัพท์เคลื่อนที่และเลขหมาย (ซิมการ์ด) เพื่อใช้ประจำสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษา (มิได้มอบให้ข้าราชการผู้ใดไว้ถือครอง) ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้อำนวยการสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษา โดยให้พิจารณาถึงความจำเป็น เหมาะสม รวมทั้งมีการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายจากการ ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ)จะต้องเป็นการลดค่าใช้จ่าย ประหยัดและคุ้มค่ากว่าการใช้โทรศัพท์พื้นฐาน ประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งสามารถบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่ให้เพียงพอ สำหรับการจัดหาและการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ไม่เป็นสาเหตุ ในการขอจัดตั้งงบประมาณเพิ่มแต่อย่างใด) สำหรับการจัดหาโทรศัพท์เคลื่อนที่และเลขหมาย (ซิมการ์ด) เพื่อใช้ประจำ โรงเรียนและศูนย์การศึกษาพิเศษ ให้เป็นอำนาจของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3.2 โทรศัพท์เคลื่อนที่และเลขหมาย (ซิมการ์ด) ที่จะเบิกค่าใช้จ่ายจากเงินของ ทางราชการได้จะต้องได้มาโดยวิธีการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ หรือได้รับบริจาคเพื่อใช้ในราชการซึ่งต้องลงบัญชีหรือทะเบียนเป็นพัสดุของทางราชการโดยให้เบิกจ่าย เมื่อได้รับแจ้งให้ชำระหนี้จากเงินงบประมาณ งบดำเนินงาน หรืองบรายจ่ายใดที่มีลักษณะเดียวกัน หรือเงินนอกงบประมาณที่กำหนดให้ใช้จ่ายในลักษณะงบดำเนินงาน หรือที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการดังกล่าว
61 3.3 การเบิกจ ่ายค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามข้อ 3.1 (ค่าเช่าเลขหมายค่าใช้บริการรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระพร้อมกัน และค่าซ่อมบำรุงรักษา) ให้เบิกจ่ายได้ เฉพาะการติดต่อราชการที่จำเป็นเร่งด่วนนอกที่ตั้งสำนักงานภายในประเทศ หรือกรณีที่พิจารณา เห็นว่าการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่จะเป็นการประหยัดและคุ้มค่ากว่าการใช้โทรศัพท์พื้นฐาน โดยให้เบิกจ่ายได้ เท่าที่จ ่ายจริงจากเงินงบประมาณ งบดำเนินงาน หรืองบรายจ่ายใดที่มีลักษณะเดียวกัน หรือ เงินนอกงบประมาณที่กำหนดให้ใช้จ่ายในลักษณะงบดำเนินงาน หรือที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการดังกล่าว ทั้งนี้ให้จัดทำทะเบียนควบคุมการใช้ตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนด และเก็บไว้ณ สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อการตรวจสอบต่อไป 3.4 กรณีที่มีการพิจารณาจัดหาโทรศัพท์เคลื่อนที่และเลขหมาย (ซิมการ์ด) ตามข้อ3.1เพิ่มเติมแล้วให้พิจารณายกเลิกการใช้โทรศัพท์พื้นฐานประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาด้วย เพื่อมิให้เป็นภาระงบประมาณของทางราชการ 4. โทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) ของทางราชการ ที่มอบให้บุคคลเป็นผู้ถือครอง 4.1 ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สามารถถือครองโทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) ของทางราชการ เพื่อใช้ในการติดต่อราชการนอกเวลาราชการ หรือนอกที่ตั้งสำนักงาน ภายในประเทศ และเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการและมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ 4.2 โทรศัพท์เคลื่อนที่และเลขหมาย (ซิมการ์ด) ที่จะเบิกค่าใช้จ่ายจากเงินของ ทางราชการได้จะต้องได้มาโดยวิธีการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ หรือได้รับบริจาคเพื่อใช้ในราชการ ซึ่งต้องลงบัญชีหรือทะเบียนเป็นพัสดุของทางราชการ 4.3 อัตราค่าใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ค่าเช่าเลขหมาย ค่าใช้บริการ รวมถึง ค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระพร้อมกัน) ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งปัจจุบันถือปฏิบัติตาม หนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่กค 0406.4/ว 121 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 การเบิกจ่ายค่าใช้บริการ ให้เบิกจ่ายได้ไม่เกินอัตราของแต่ละตำแหน่งที่ได้รับ การบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งขณะเกิดค่าใช้จ่าย 4.4 การเบิกจ่ายค่าใช้บริการตามข้อ 4.3 ให้เบิกจ่ายเมื่อได้รับใบแจ้งหนี้ให้ชำระ 4.5 เมื่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ้นจากตำแหน่งไม่ว่ากรณีใด ๆ ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือหมดความจำเป็นในการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของทางราชการ ให้ส่งเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ถือครองพร้อมอุปกรณ์ (ถ้ามี) คืนให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน และกรณีที่มีค่าใช้จ่ายจากการใช้บริการก่อนที่จะพ้นจากตำแหน่งหรือ หมดความจำเป็นในการใช้โทรศัพท์ให้เบิกจ่ายค่าใช้บริการได้จนถึงวันครบรอบใบแจ้งหนี้ของรอบเดือนนั้น
62 อนึ่งการเบิกค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) สำหรับ ตำแหน่งอื่นที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมิได้กำหนดให้สามารถถือครองโทรศัพท์ เคลื่อนที่ (มือถือ) ของทางราชการ ไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวเบิกจากเงินของทางราชการได้ (เงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ) หมายเหตุ หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีด ่วนที่สุด ที่ นร 0506/ว 158 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2553 และ ด่วนที่สุด นร 0506/ว 29 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2554 ขอให้สืบค้น จากเว็บไซต์
63 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่2020/2561 เรื่อง ปรับปรุงการมอบอ�ำนาจเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (ส่วนกลาง) เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐของหน ่วยงานภายในสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงยกเลิกคำสั่ง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1676/2560เรื่อง มอบอำนาจเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ (ส่วนกลาง) สั่ง ณ วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ข้อ 4 และ ให้ใช้ข้อความตามคำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ(ฉบับที่2)พ.ศ.2553และข้อ7แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงมอบอำนาจ การจัดซื้อจัดจ้างสินค้า งานบริการหรืองานก่อสร้างที่มีการผลิตจำหน่ายก่อสร้าง หรือให้บริการทั่วไป และมีวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งไม่เกิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)ด้วยเงินงบประมาณ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และข้อ 1 แห่งกฎกระทรวงกำหนดวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ โดยวิธีเฉพาะเจาะจงวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ และวงเงินการจัดซื้อจัดจ้าง ในการแต่งตั้งผู้ตรวจรับพัสดุพ.ศ. 2560 ให้ไว้ณ วันที่23 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ให้ผู้อำนวยการสำนัก ทุกสำนัก หรือผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร หรือผู้อำนวยการกลุ่มตรวจสอบภายใน แล้วแต่กรณี (ยกเว้นผู้อำนวยการสำนักการคลังและสินทรัพย์)ดำเนินการแทน โดยให้ถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ
64 การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลังว ่าด้วย การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รวมทั้งกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการพัสดุ และให้คำนึงถึงความคุ้มค่า ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ ทั้งนี้ตั้งแต่งบประมาณปีพ.ศ. 2562 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2561 (นายบุญรักษ์ยอดเพชร) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
65 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่2453/2561 เรื่อง มอบอ�ำนาจการพิจารณาอนุมัติการเดินทางไปราชการในราชอาณาจักร (ส่วนกลาง) เพื่อให้การปฏิบัติราชการในสำนักหรือหน่วยงาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (ส่วนกลาง) เป็นไปด้วยความสะดวกคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงให้ยกเลิกคำสั่ง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 1450/2558 สั่ง ณ วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558 และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 30 และมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับข้อ11แห่งระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการอนุมัติให้เดินทางไปราชการและการจัดประชุมของทางราชการ พ.ศ.2524 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการ สำนักหรือหัวหน้าหน่วยงานตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546ผู้อำนวยการสำนักหรือหัวหน้าหน่วยงานตามประกาศ แบ่งส่วนราชการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เป็นการภายใน) ปฏิบัติราชการแทน ในการพิจารณาอนุมัติการเดินทางไปราชการในราชอาณาจักร สำหรับข้าราชการและลูกจ้างในสำนัก หรือหน่วยงาน (ส่วนกลาง) ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 (นายบุญรักษ์ยอดเพชร) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
66 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่279/2562 เรื่อง มอบอ�ำนาจการอนุมัติให้เบิกค่าเช่าบ้านและอนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้าน เพื่อให้การเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ จึงยกเลิกคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 135/2550 เรื่อง มอบอำนาจการอนุมัติให้เบิกค่าเช่าบ้าน สั่ง ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2550 และคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่92/2553 เรื่อง มอบอำนาจให้เบิกค่าเช่าบ้าน ข้าราชการ (เพิ่มเติม) สั่ง ณ วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553 และให้ใช้ข้อความตามคำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 ข้อ 10 (1) วรรคสอง แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2549 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หนังสือกรมบัญชีกลาง ที่กค0409.7/849ลงวันที่13 มกราคม 2547เรื่องอำนาจอนุมัติการจ่ายเงิน ค่าเช่าบ้าน และหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0422.3/ว 114 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 จึงมอบอำนาจการอนุมัติให้เบิกค่าเช่าบ้านและอนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือโรงเรียน หรือศูนย์การศึกษาพิเศษ ให้บุคคลต่อไปนี้ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อนุมัติให้เบิกค่าเช่าบ้าน และอนุมัติให้เบิกจ ่ายเงินค ่าเช่าบ้านของข้าราชการในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียน ในสังกัดที่มิใช่เป็นหน่วยเบิกจ่ายตรงกับสำนักงานคลังจังหวัด สำหรับการขอเบิกค ่าเช่าบ้านของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มอบอำนาจให้รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมาย เป็นลายลักษณ์อักษรให้ทำหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ซึ่งบุคคลดังกล่าว ปฏิบัติหน้าที่ภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเดียวกัน อนุมัติให้เบิกค่าเช่าบ้านและอนุมัติให้เบิกจ่ายเงิน ค่าเช่าบ้านของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
67 2. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เป็นหน่วยเบิกจ่ายตรงกับสำนักงานคลังจังหวัด ทั้งที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ อนุมัติให้ เบิกค่าเช่าบ้านและอนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของข้าราชการในโรงเรียนที่เป็นหน่วยเบิกจ่ายตรง กับสำนักงานคลังจังหวัด สำหรับการขอเบิกค่าเช่าบ้านของผู้อำนวยการโรงเรียนที่เป็นหน่วยเบิกจ่ายตรงกับ สำนักงานคลังจังหวัด มอบอำนาจให้รองผู้อำนวยการโรงเรียน หรือกรณีที่โรงเรียนไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการโรงเรียน มอบอำนาจให้บุคคลที่โรงเรียนมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทำหน้าที่ เจ้าหน้าที่การเงินของโรงเรียนที่เป็นข้าราชการซึ่งบุคคลดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ภายในโรงเรียนเดียวกัน อนุมัติให้เบิกค่าเช่าบ้านและอนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของผู้อำนวยการโรงเรียน 3. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษที่เป็นหน่วยเบิกจ่ายตรงกับสำนักงาน คลังจังหวัดอนุมัติให้เบิกค่าเช่าบ้านและอนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของข้าราชการในศูนย์การศึกษาพิเศษ ที่เป็นหน่วยเบิกจ่ายตรงกับสำนักงานคลังจังหวัด สำหรับการขอเบิกค ่าเช่าบ้านของผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษที่เป็น หน่วยเบิกจ่ายตรงกับสำนักงานคลังจังหวัด มอบอำนาจให้รองผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ หรือกรณี ศูนย์การศึกษาพิเศษไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ มอบอำนาจให้บุคคล ที่ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทำหน้าที่เจ้าหน้าที่การเงิน ของศูนย์การศึกษาพิเศษที่เป็นข้าราชการซึ่งบุคคลดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ภายในศูนย์การศึกษาพิเศษเดียวกัน อนุมัติให้เบิกค่าเช่าบ้านและอนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ 4. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงเรียนที่มิใช ่เป็นหน ่วยเบิกจ ่ายตรงกับสำนักงาน คลังจังหวัด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ลงนามอนุมัติให้เบิกค่าเช่าบ้านตามแบบขอรับเงิน ค่าเช่าบ้าน (แบบ 6005) และลงนามอนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านตามแบบขอเบิกเงินค่าเช่าบ้าน (แบบ 6006) ของข้าราชการในโรงเรียน (ถือปฏิบัติตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0409.7/849 ลงวันที่ 13 มกราคม 2547) สำหรับการขอเบิกค่าเช่าบ้านของผู้อำนวยการโรงเรียนที่มิใช่เป็นหน่วยเบิกจ่ายตรง กับสำนักงานคลังจังหวัด มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่โรงเรียน สังกัดอยู่ เป็นผู้ลงนามในแบบดังกล่าว
68 5. มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษที่เป็นหน่วยเบิกจ่ายตรงกับสำนักงาน คลังจังหวัด หรือผู้อำนวยการโรงเรียนสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษที่เป็นหน่วยเบิกจ่ายตรง กับสำนักงานคลังจังหวัด และได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เบิกจ ่ายเงินของทางราชการให้กับ โรงเรียนสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษที่มิใช่เป็นหน่วยเบิกจ่ายตรงกับสำนักงานคลังจังหวัด ซึ่งตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคอนุมัติให้เบิกค่าเช่าบ้านและอนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านสำหรับข้าราชการ ในโรงเรียนสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษที่มิใช่เป็นหน่วยเบิกจ่ายตรงกับสำนักงานคลังจังหวัด ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2562 (นายบุญรักษ์ยอดเพชร) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
69 ที่กค 0409.7/849 กรมบัญชีกลาง ถนนพระราม 6 กทม. 10400 13 มกราคม 2547 เรื่อง อำนาจอนุมัติการจ่ายเงินค่าเช่าบ้าน เรียน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อ้างถึง หนังสือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด่วนมาก ที่ศธ 04002/3612 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2546 ตามที่แจ้งว่า เมื่อพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2546 ทำให้สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กรมสามัญศึกษา กรมวิชาการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และสำนักงานศึกษาธิการอำเภอ ยุบรวมกันเป็นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เป็นหน่วยงานในสังกัดตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคจำนวน 175เขตพื้นที่การศึกษา แต่เนื่องจากสถานศึกษาซึ่งเป็น หน่วยงานในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีฐานะเป็นนิติบุคคลแต่มิได้เป็นผู้เบิกเงินจากคลัง จึงไม่สามารถอนุมัติการจ่ายเงินค่าเช่าบ้านให้ข้าราชการในสถานศึกษาได้ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2530 ข้อ 8 (2) ดังนั้น เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและ ลดขั้นตอนในการปฏิบัติงาน จึงขออนุมัติให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมอบหมาย ให้ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต อนุมัติการจ่ายเงินค่าเช่าบ้าน ของข้าราชการในสถานศึกษาตามแบบ6000และแบบ6001ได้เป็นกรณีพิเศษตั้งแต่วันที่7กรกฎาคม2546 เป็นต้นไป ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
70 กรมบัญชีกลางโดยได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลังพิจารณาแล้วอนุมัติให้เลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมอบหมายให้ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทุกเขต อนุมัติการจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของข้าราชการในสถานศึกษาตามแบบ 6000 และแบบ 6001 ได้เป็นกรณีพิเศษ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการต่อไป ขอแสดงความนับถือ สุภา ปิยะจิตติ (นางสาวสุภา ปิยะจิตติ) รองอธิบดีปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมบัญชีกลาง สำนักมาตรฐานด้านกฎหมายและระเบียบการคลัง กลุ่มอนุมัติพิเศษ โทร. 0-2273-9616 ต่อ 4463
71 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่699/2562 เรื่อง มอบอ�ำนาจการอนุมัติเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามภารกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและการจัดโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก(ส่วนกลาง) เพื่อให้การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามภารกิจที่เกี่ยวเนื่องกับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และการจัดโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นไปอย่างคล่องตัว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2553 และหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่กค 0408.4/ว 20 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2562 จึงมอบอำนาจการพิจารณาอนุมัติเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามภารกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และการจัดโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาส มหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้เท่าที่จ ่ายจริง ตามความจำเป็น เหมาะสม ประหยัด ภายในวงเงินของทางราชการที่อยู่ในความรับผิดชอบและสมพระเกียรติยศตามพระราชประเพณี ให้บุคคลดังต่อไปนี้ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. มอบให้ผู้อำนวยการสำนักการคลังและสินทรัพย์ มีอำนาจอนุมัติเบิกจ ่ายวงเงิน ครั้งหนึ่งไม่เกิน 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน) 2. มอบให้ผู้อำนวยการกลุ่มติดตามและเบิกจ่ายงบประมาณ สำนักการคลังและสินทรัพย์ มีอำนาจอนุมัติเบิกจ่ายวงเงินครั้งหนึ่งไม่เกิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2562 (นายบุญรักษ์ยอดเพชร) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
72 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่700/2562 เรื่อง มอบอ�ำนาจการอนุมัติเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามภารกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและการจัดโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อให้การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามภารกิจที่เกี่ยวเนื่องกับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และการจัดโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นไปอย่างคล่องตัว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ(ฉบับที่2) พ.ศ.2553และหนังสือกระทรวงการคลังด่วนที่สุด ที่กค0408.4/ว20 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2562 จึงมอบอำนาจการพิจารณาอนุมัติเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามภารกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และการจัดโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาส มหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้เท่าที่จ ่ายจริง ตามความจำเป็น เหมาะสม ประหยัด ภายในวงเงินของทางราชการที่อยู่ในความรับผิดชอบและสมพระเกียรติยศตามพระราชประเพณี ให้ผู้อำนายการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้อำนวยการโรงเรียนหรือผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2562 (นายบุญรักษ์ยอดเพชร) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
73 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่719/2562 เรื่อง มอบอ�ำนาจการอนุญาตให้เก็บเงินไว้ใช้จ่ายเพื่อบูรณะทรัพย์สิน ด้วยกระทรวงการคลังได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเงินรายรับเพื่อบูรณะทรัพย์สิน เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 โดยยกเลิกหลักเกณฑ์และ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเงินรายรับเพื่อบูรณะทรัพย์สิน ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0409.3/ว 503 ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2548 และหลักเกณฑ์การขยายเวลาการเบิกจ่ายเงินฝากเพื่อบูรณะทรัพย์สิน ตามหนังสือกรมบัญชีกลางด่วนที่สุด ที่กค0427/ว326ลงวันที่26กันยายน 2554และให้ถือปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเงินรายรับเพื่อบูรณะทรัพย์สิน ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่กค 0402.3/ว 18 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2562 ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการเงินรายรับเพื่อบูรณะทรัพย์สินของหน่วยงานในสังกัด เป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ จึงยกเลิกคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 50/2549 เรื่อง มอบอำนาจการอนุญาตให้เก็บเงินไว้ใช้จ่ายเพื่อบูรณะทรัพย์สิน สั่ง ณ วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2549 และให้ใช้ข้อความตามคำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ(ฉบับที่2) พ.ศ.2553 หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเงินรายรับเพื่อบูรณะทรัพย์สิน ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0402.3/ว 18 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2562 จึงมอบให้ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้อำนวยการโรงเรียน หรือผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีมีอำนาจในการพิจารณาอนุญาตกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องนำเงินที่ได้รับอนุญาต
74 ให้เก็บไว้ใช้จ ่ายตามข้อ 1 แห ่งหลักเกณฑ์ดังกล ่าว ซึ่งมีจำนวนไม ่เกิน 50,000 บาท ไปใช้จ่าย โดยไม่นำฝากกระทรวงการคลังหรือสำนักงานคลังจังหวัด แทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน โดยถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติที่กระทรวงการคลังกำหนด รวมทั้งให้คำนึงถึง ความคุ้มค่า และประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2562 (นายบุญรักษ์ยอดเพชร) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
75 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1250/2562 เรื่อง มอบอ�ำนาจการอนุมัติการจ่ายเงินยืมจากเงินทดรองราชการ (ส่วนกลาง) เพื่อให้การบริหารจัดการเงินทดรองราชการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2553 (ฉบับที่3) พ.ศ. 2562และข้อ19 (1) วรรคหนึ่งแห่งระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ. 2562 จึงมอบอำนาจการอนุมัติการจ่ายเงินยืม จากเงินทดรองราชการ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน 1. รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการปฏิบัติราชการของสำนักการคลังและสินทรัพย์ มีอำนาจการอนุมัติการจ่ายเงินยืมจากเงินทดรองราชการ เต็มวงเงินทดรองราชการที่ได้รับอนุญาต จากกระทรวงการคลัง 2. ผู้อำนวยการสำนักการคลังและสินทรัพย์ มีอำนาจการอนุมัติการจ่ายเงินยืมจาก เงินทดรองราชการ ครั้งหนึ่งไม่เกิน 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน) 3. ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงบประมาณ สำนักการคลังและสินทรัพย์มีอำนาจการอนุมัติ การจ่ายเงินยืมจากเงินทดรองราชการ ครั้งหนึ่งไม่เกิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) โดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ. 2562 โดยเคร่งครัด ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ระเบียบดังกล่าวมีผลใช้บังคับเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
76 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1252/2562 เรื่อง มอบอ�ำนาจการอนุมัติการจ่ายเงินยืมจากเงินทดรองราชการ เพื่อให้การบริหารจัดการเงินทดรองราชการของหน่วยงานในสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2553 (ฉบับที่3) พ.ศ. 2562 และข้อ19 (1) วรรคสอง แห่งระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ. 2562 จึงมอบอำนาจการอนุมัติการจ่ายเงินยืม จากเงินทดรองราชการ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เต็มตามจำนวนเงินทดรองราชการที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง โดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ. 2562 โดยเคร่งครัด ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ระเบียบดังกล่าวมีผลใช้บังคับเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
77 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1452/2562 เรื่อง มอบอ�ำนาจการโอนเงินจัดสรรหรือเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร ด้วย สำนักงบประมาณ ได้กำหนดระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 และเพื่อใช้สำหรับการบริหาร งบประมาณรายจ่ายประจำปีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ จึงยกเลิกคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ที่ 1449/2555 เรื่อง มอบอำนาจการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ สั่ง ณ วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2555 และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 ข้อ 28 แห่งระเบียบว่าด้วย การบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 ข้อ 8 ข้อ 9 และข้อ 10 แห ่งหลักเกณฑ์ว ่าด้วย การใช้งบประมาณรายจ่ายการโอนเงินจัดสรรหรือการเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร พ.ศ.2562จึงมอบอำนาจ การโอนเงินจัดสรรและหรือการเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือโรงเรียน ที่เป็นหน่วยงานผู้เบิก หรือศูนย์การศึกษาพิเศษที่เป็นหน่วยงานผู้เบิก แล้วแต่กรณีให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือโรงเรียนที่เป็นหน ่วยงานผู้เบิก หรือศูนย์การศึกษาพิเศษ ที่เป็นหน่วยงานผู้เบิกตั้งอยู่ แล้วแต่กรณีดำเนินการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1. การโอนเงินจัดสรรหรือการเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร ภายใต้แผนงาน ผลผลิต หรือโครงการเดียวกัน ภายใต้เงื่อนไขตามข้อ 8 แห่งหลักเกณฑ์ว่าด้วยการใช้งบประมาณรายจ่าย การโอนเงินจัดสรรหรือการเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร พ.ศ. 2562
78 2. การโอนเงินจัดสรรจากรายการอื่นภายใต้แผนงานเดียวกันหรือนำเงินนอกงบประมาณ ไปเพิ่มวงเงินรายการค่าครุภัณฑ์หรือสิ่งก ่อสร้างที่มิใช ่รายการก ่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ กรณีผลการจัดซื้อจัดจ้างสูงกว ่างบประมาณที่ได้รับจัดสรรได้ไม ่เกินร้อยละสิบของวงเงินที่ได้รับ การจัดสรรงบประมาณ ภายใต้เงื่อนไขตามข้อ 9 แห่งหลักเกณฑ์ว่าด้วยการใช้งบประมาณรายจ่าย การโอนเงินจัดสรรหรือการเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร พ.ศ. 2562 3. การโอนเงินจัดสรรและหรือการเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ยกเว้นการโอนเงินจัดสรรและเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น ภายใต้เงื่อนไขตามข้อ 10 แห่งหลักเกณฑ์ว่าด้วยการใช้งบประมาณรายจ่าย การโอนเงินจัดสรร หรือการเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2562 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
79 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1453/2562 เรื่อง มอบอ�ำนาจให้ผู้อ�ำนวยการส�ำนักการคลังและสินทรัพย์ปฏิบัติราชการแทน ด้วย สำนักงบประมาณ ได้กำหนดระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 และเพื่อใช้สำหรับการบริหาร งบประมาณรายจ่ายประจำปีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณภายในสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ จึงยกเลิกคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 966/2557 เรื่อง มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักการคลังและสินทรัพย์ ปฏิบัติราชการแทน สั่ง ณ วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 จึงมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการ สำนักการคลังและสินทรัพย์ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1. ลงนามในรายงานการโอนเปลี่ยนแปลงการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย(แบบ ง.241) 2. ลงนามในรายงานโอนเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี(แบบ 8709) 3. ลงนามหนังสือราชการเกี่ยวกับการส ่งหนังสือแจ้งการอนุมัติโอนเปลี่ยนแปลง การจัดสรรงบประมาณรายจ่าย และแจ้งการอนุมัติโอนเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีให้สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา โรงเรียนที่เป็นหน่วยงานผู้เบิก และศูนย์การศึกษาพิเศษที่เป็นหน่วยงานผู้เบิก ทราบ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2562 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
80 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1520/2562 เรื่อง มอบอ�ำนาจอนุมัติการจ่ายเงินภายในส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ส่วนกลาง) ด้วย กระทรวงการคลัง ได้ยกเลิกระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส ่งคลัง พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ กระทรวงการคลังว ่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และ การนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 แทน ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณภายในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ จึงยกเลิกคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1. คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่299/2557 เรื่อง มอบอำนาจ อนุมัติจ่ายเงินภายในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ส่วนกลาง)สั่ง ณ วันที่12 มีนาคม พ.ศ. 2557 2. คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 903/2559 เรื่อง ปรับปรุง การมอบอำนาจอนุมัติจ ่ายเงินภายในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ส่วนกลาง) สั่ง ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 ข้อ 36 (1) วรรคหนึ่ง ข้อ 56 และ ข้อ102แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลังการรับเงินการจ่ายเงินการเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 ข้อ 13 แห่งระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว ่าด้วยกองทุนการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2547 และตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว ่าด้วย การจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. 2547 เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงมอบอำนาจให้บุคคลต่อไปนี้ปฏิบัติราชการแทน
81 1. มอบให้รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือผู้ช่วยเลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการปฏิบัติราชการของ สำนักการคลังและสินทรัพย์ มีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงินและอนุมัติการจ่ายเงินยืมของส่วนราชการ ทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ (ยกเว้นเงินรายได้สถานศึกษาและเงินเพื่อประโยชน์การศึกษา) เต็มวงเงินที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีอำนาจ 2. มอบให้ผู้อำนวยการสำนักการคลังและสินทรัพย์มีอำนาจในเรื่องต่อไปนี้ 2.1 อนุมัติการจ่ายเงินและอนุมัติการจ่ายเงินยืมของส่วนราชการ ทั้งเงินงบประมาณ และเงินนอกงบประมาณ (ยกเว้นเงินรายได้สถานศึกษาและเงินเพื่อประโยชน์การศึกษา) ครั้งหนึ่ง ไม่เกิน 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน) 2.2 อนุมัติการจ่ายเงินกองทุนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งหนึ่งไม่เกิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) 2.3 อนุมัติการจ่ายเงินสวัสดิการครั้งหนึ่งไม่เกิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) 2.4 การส่งคืนหลักประกันการเสนอราคา เงินประกันสัญญา หนังสือคำ้ประกันสัญญา หรือการถอนเงินประกันสัญญา เมื่อผู้เสนอราคา หรือผู้รับจ้าง หรือผู้ขายปฏิบัติครบถ้วนตามสัญญา และหรือหมดภาระผูกพันแล้ว 2.5 การนำเงินส่งคลังและฝากคลัง 3. มอบให้ผู้อำนวยการกลุ่มติดตามและเบิกจ่ายงบประมาณ สำนักการคลังและสินทรัพย์ มีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงินงบประมาณ ครั้งหนึ่งไม่เกิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) 4. มอบให้ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารการเงิน สำนักการคลังและสินทรัพย์มีอำนาจอนุมัติ การจ่ายเงินงบประมาณ ครั้งหนึ่งไม่เกิน 500,000 (ห้าแสนบาทถ้วน) 5. มอบให้ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงบประมาณ สำนักการคลังและสินทรัพย์ มีอำนาจ อนุมัติการจ่ายเงินยืมของส่วนราชการ ครั้งหนึ่งไม่เกิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
82 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1522/2562 เรื่อง มอบอ�ำนาจอนุมัติใบรับรองการจ่ายเงิน กรณีใบเสร็จรับเงินสูญหาย ด้วย กระทรวงการคลัง ได้ยกเลิกระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส ่งคลัง พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ กระทรวงการคลังว ่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และ การนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 แทน ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณภายในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ จึงยกเลิกคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ที่904/2559เรื่อง มอบอำนาจอนุมัติใบรับรองการจ่ายเงินกรณีที่ใบสำคัญคู่จ่ายเงินสูญหาย สั่ง ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่2) พ.ศ.2553(ฉบับที่3) พ.ศ.2562และข้อ48วรรคสาม แห่งระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลังการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 จึงมอบอำนาจการอนุมัติใบรับรองการจ่ายเงินเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอเบิกเงิน กรณีใบเสร็จรับเงินสูญหายและไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินได้ให้รองเลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ได้รับมอบหมาย ให้รับผิดชอบการปฏิบัติราชการของสำนักการคลังและสินทรัพย์ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
83 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1523/2562 เรื่อง มอบอ�ำนาจการยกเลิกใบเสร็จรับเงินของทางราชการที่สูญหาย ด้วย กระทรวงการคลัง ได้ยกเลิกระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส ่งคลัง พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ กระทรวงการคลังว ่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และ การนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 แทน ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณภายในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ จึงยกเลิกคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ที่ 905/2559 เรื่อง มอบอำนาจการยกเลิกใบเสร็จรับเงินสูญหาย สั่ง ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ(ฉบับที่2) พ.ศ.2553(ฉบับที่3) พ.ศ.2562และข้อ71แห่งระเบียบกระทรวงการคลัง ว ่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส ่งคลัง พ.ศ. 2562 จึงมอบอำนาจการยกเลิกใบเสร็จรับเงินของทางราชการที่สูญหาย ให้รองเลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือผู้ช ่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการปฏิบัติราชการของสำนักการคลังและสินทรัพย์ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
84 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1525/2562 เรื่อง มอบอ�ำนาจการรับทราบรายงานเงินคงเหลือประจ�ำวัน ด้วย กระทรวงการคลัง ได้ยกเลิกระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส ่งคลัง พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ กระทรวงการคลังว ่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และ การนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 แทน ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณภายในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ จึงยกเลิกคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ที่ 1492/2558 เรื่อง มอบอำนาจการรับทราบรายงานเงินคงเหลือประจำวัน สั่ง ณ วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558 และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ(ฉบับที่2) พ.ศ.2553(ฉบับที่3) พ.ศ.2562และข้อ94แห่งระเบียบกระทรวงการคลัง ว ่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส ่งคลัง พ.ศ. 2562 จึงมอบอำนาจการรับทราบรายงานเงินคงเหลือประจำวัน ให้ผู้อำนวยการสำนักการคลัง และสินทรัพย์ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
85 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่1526/2562 เรื่อง มอบอ�ำนาจตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการน�ำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 ด้วย กระทรวงการคลัง ได้ยกเลิกระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส ่งคลัง พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ กระทรวงการคลังว ่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และ การนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 แทน ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นไปอย่างคล ่องตัวและมีประสิทธิภาพ จึงยกเลิกคำสั่งสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่300/2557เรื่อง มอบอำนาจตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2551 สั่ง ณ วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2557 และ ให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2553 (ฉบับที่3) พ.ศ. 2562ข้อ36 (1) วรรคสองข้อ48 วรรคสาม ข้อ 56 ข้อ 71 และข้อ 102 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 จึงมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้อำนวยการโรงเรียน หรือผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีซึ่งเป็นหน่วยงานผู้เบิกเงินจากกรมบัญชีกลาง หรือสำนักงานคลังจังหวัด ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในเรื่องต่อไปนี้ 1. อนุมัติการจ่ายเงินและอนุมัติการจ่ายเงินยืมของส่วนราชการ ทั้งเงินงบประมาณ และเงินนอกงบประมาณ (ยกเว้นเงินรายได้สถานศึกษาและเงินเพื่อประโยชน์การศึกษา) 2. อนุมัติใบรับรองการจ่ายเงินเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอเบิกเงิน กรณี ใบเสร็จรับเงินสูญหายและไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินได้
86 3. การยกเลิกใบเสร็จรับเงินของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สูญหาย 4. การนำเงินส่งคลังและฝากคลัง โดยขอให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 โดยเคร่งครัด ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
87 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่2045/2563 เรื่อง มอบอ�ำนาจการขอเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และเพื่อความคล่องตัวในการดำเนินการขอเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย จึงมอบอำนาจการขอเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป ่าไม้ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือโรงเรียน หรือศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีให้ผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้อำนวยการโรงเรียน หรือผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ แล้วแต่กรณีดำเนินการขอเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากร และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563 สั่ง ณ วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563 (นายอัมพร พินะสา) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
88 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่452/2564 เรื่อง มอบอ�ำนาจเกี่ยวกับการใช้ที่ราชพัสดุ ของส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ด้วย พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้นับแต ่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา โดยให้ยกเลิกพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 กอปรกับกฎกระทรวง การใช้ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2563 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับ การใช้ที่ราชพัสดุเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงให้ยกเลิกคำสั่งมอบอำนาจ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 63/2546 สั่ง ณ วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 เรื่อง มอบอำนาจเกี่ยวกับการขอใช้ที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในทางราชการ และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงมอบอำนาจให้ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เกี่ยวกับการใช้ที่ราชพัสดุ ตามกฎกระทรวงการใช้ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2563 ออกตามความ ในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรและเกิดประโยชน์สูงสุด ต่อทางราชการ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564 (นายอัมพร พินะสา) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
89 ค�ำสั่งส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่453/2564 เรื่อง มอบอ�ำนาจเกี่ยวกับการใช้ที่ราชพัสดุ ของสถานศึกษาและศูนย์การศึกษาพิเศษในสังกัดส�ำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ด้วย พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้นับแต ่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา โดยให้ยกเลิกพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 กอปรกับกฎกระทรวง การใช้ที่ราชพัสดุพ.ศ. 2563 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับ การใช้ที่ราชพัสดุเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงให้ยกเลิกคำสั่งมอบอำนาจสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 63/2546 สั่ง ณ วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 เรื่อง มอบอำนาจเกี่ยวกับการขอใช้ที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในทางราชการ และให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงมีคำสั่งมอบอำนาจให้ ผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เกี่ยวกับการใช้ที่ราชพัสดุ ตามกฎกระทรวงการใช้ที่ราชพัสดุพ.ศ.2563ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุพ.ศ.2562 ของสถานศึกษาและศูนย์การศึกษาพิเศษในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ โดยคำนึงถึง ความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564 (นายอัมพร พินะสา) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน