แผน ที่ 1 ผังภาพวเิ คราะหห นว ยการเรยี นรูบูรณ
กลุมสาระการเรยี นรสู งั คมศ
หนว ยการเรยี นรู เครื่องมอื ทางภมู ิศาสตร ร
ทดสอบกอ นเร
ทดสอบหลงั เรยี
แผนที่ 1 (1 ชั่วโมง) ชื่อหนว ยการเรยี นรู : เคร่อื งมอื ทา
เรอ่ื ง เคร่อื งมือทางภมู ศิ าสตรท่ีควรรู สาระสําคัญ : การใชเครื่องมือทาง
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด ส 5.1 ม.3/1 ขอมูลเกี่ยวกบั ลักษณะทางกายภา
สาระการเรียนรู เครอื งมอื ทางภมู ศิ าสตรท์ แี สดงลกั ษณะ น้ัน จะตองรูจักเลือกใชใหเหมาะส
ทางกายภาพและสังคมของทวีปอเมริกาเหนือและ สามารถใชเครือ่ งมือทางภมู ศิ าสตร
อเมรกิ าใต้ มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด ส5.1 ม.3/1 ใช
และนาํ เสนอขอ มลู เกย่ี วกบั ลกั ษณะ
แผนที่ 2 (1 ชั่วโมง) อเมริกาใต
เรื่อง แนวทางการใชเ ครอ่ื งมอื ทางภมู ิศาสตร
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ส 5.1 ม.3/1 แผนที่ 3 (1 ชัว่ โมง)
สาระการเรยี นรู้ เครอื งมอื ทางภมู ศิ าสตรท์ แี สดงลกั ษณะ เร่ือง การใชเ ครื่องมอื ทางภมู
ทางกายภาพและสังคมของทวีปอเมริกาเหนือและ มาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั ส 5.1 ม.3
อเมรกิ าใต้ สาระการเรยี นรู้ เครอื งมอื ทา
ทางกายภาพและสังคมขอ
อเมรกิ าใต้
ภาระงาน/ช้นิ งาน คุณลักษณะอ
ภาระงาน รายงานการนําเสนอขอ มูลทางภูมิศาสตร 1. ซ่ือสตั ยส จุ ริต 2. มีวินัย
ชน้ิ งาน ความยาวอยางนอ ย 10 หนา กระดาษ 4. อยอู ยา งพอเพยี ง 5. มงุ ม่ันในก
ณาการเพ่อื เสรมิ สรางคณุ ลกั ษณะอยอู ยา งพอเพียง
ศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปท ่ี 3 เวลา 5 ชว่ั โมง
รียน (10 นาที)
ยน ( 10 นาท)ี
างภูมศิ าสตร (5 ช่ัวโมง) แผนท่ี 4 (1 ช่ัวโมง)
งภูมิศาสตรในการรวบรวม วิเคราะห และนําเสนอ เรอื่ ง การศกึ ษาวิธีการนําเสนอขอ มูลทางภูมิศาสตร
าพ และสังคมของทวีปอเมริกาเหนือและอเมรกิ าใต มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั ส 5.1 ม.3/1
สมกับลักษณะขอมลู และสามารถใชเคร่ืองมือ และ สาระการเรยี นรู้ เครอื งมอื ทางภมู ศิ าสตรท์ แี สดงลกั ษณะ
รท่ีหลากหลายผสมกัน ทางกายภาพและสังคมของทวีปอเมริกาเหนือและ
ชเ ครื่องมือทางภมู ศิ าสตรในการรวบรวม วิเคราะห อเมรกิ าใต้
ะทางกายภาพและสังคมของทวปี อเมรกิ าเหนอื และ
แผนที่ 5 (1 ชว่ั โมง)
มศิ าสตร เรอ่ื ง การนาํ เสนอขอมูลทางภูมิศาสตร
3/1 มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ส 5.1 ม.3/1
างภมู ศิ าสตรท์ แี สดงลกั ษณะ สาระการเรยี นรู้ เครอื งมอื ทางภมู ศิ าสตรท์ แี สดงลกั ษณะ
องทวีปอเมริกาเหนือและ ทางกายภาพและสังคมของทวีปอเมริกาเหนือและ
อเมรกิ าใต้
อันพึงประสงค สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น
3. ใฝเรียนรู 1. มคี วามสามารถในการคิด 4. มีความสามารถในการสื่อสาร
2. มีความสามารถในการแกปญ หา5. มคี วามสามารถใชเ ทคโนโลยี
การทํางาน 6. มีจติ สาธารณะ 3. มคี วามสามารถในการใชทกั ษะชีวิต
แผนที่ 2 การออกแบบการเรยี นรแู บบยอนกลับ (BwD)
กลุมสาระการเรยี นรสู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
แผนการจดั การเรยี นรู เร่ือง เคร่ืองมอื ทางภูมศิ าสตรท ่คี วรรู ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3 เวลา 1 ชั่วโมง
1. เปา หมายการเรยี นรู 2. หลกั ฐานการเรยี นรู
มาตรฐานการเรียนรู ภาระงาน/ชิน้ งาน : ใบงาน เร่ือง เครือ่ งมอื ทางภูมิศาสตร
ส 5.1 เขา ใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพนั ธข องสรรพส่ิง การวัดและประเมนิ ผล :
ซ่ึงมีผลตอกันและกันในระบบของธรรมชาติ ใชแผนท่ีและเครื่องมือทาง
ภมู ิศาสตรใ นการคนหา วเิ คราะห สรุป และใชขอ มูลภูมสิ ารสนเทศอยางมี ประเดน็ วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ
ประสทิ ธภิ าพ
อธบิ ายประเภท ตรวจใบงาน แบบตรวจ ผานเกณฑ
ตวั ชีว้ ดั
ของเครอ่ื งมอื ทาง ใบงาน รอยละ 60
ม.3/1 ใชเครอ่ื งมอื ทางภูมศิ าสตรใ นการรวบรวม วเิ คราะห และนาํ เสนอ
ขอมูลเกย่ี วกับลักษณะทางกายภาพและสงั คมของทวีปอเมริกาเหนือและ ภมู ิศาสตร
อเมริกาใต
วเิ คราะหจ ดุ เดน ตรวจใบงาน แบบตรวจ ผา นเกณฑ
สาระสําคัญ
ของเครื่องมอื ทาง ใบงาน รอ ยละ 60
เคร่อื งมอื ทางภูมิศาสตรม หี ลายชนิดซึ่งควรเลอื กใชใ นการรวบรวมขอมูล
วิเคราะหขอ มูล ตามหลกั ในการ ใชงานของเคร่ืองมอื ทางภมู ศิ าสตรชนดิ ภูมิศาสตรแตล ะ
นน้ั
ชนดิ
จดุ ประสงคการเรียนรู นักเรยี นสามารถ
เหน็ คณุ คาและ สงั เกต แบบสังเกต 9 – 10 = ดีมาก
1. อธิบายประเภทของเครอื่ งมือทางภูมิศาสตรไ ด ความสําคญั ทางของ สอบถาม พฤติกรรม
2. วเิ คราะหจ ดุ เดนของเคร่อื งมอื ทางภมู ศิ าสตรแตล ะชนดิ ได เครอื่ งมือทาง ชุดคําถาม 7 – 8 = ดี
3. เหน็ คุณคาและความสาํ คัญของเครอ่ื งมอื ทางภมู ิศาสตร ภมู ศิ าสตร 5 – 6 = พอใช
ตํา่ กวา 5 = ปรับปรงุ
สาระการเรียนรู
เครือ่ งมอื ทางภูมิศาสตร
- เคร่อื งมอื ทางภมู ิศาสตรทแ่ี สดงลกั ษณะทางกายภาพและสงั คมของ ที่ควรรู
ทวปี อเมริกาเหนือและอเมริกาใต
สมรรถนะสาํ คญั
3. กจิ กรรมการเรยี นรู
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร (อธบิ ายประเภทของเครอื่ งมอื ทาง กิจกรรรมการเรยี นรู :
ภูมศิ าสตร)
2. ความสามารถในการคดิ (วเิ คราะหจ ดุ เดน ของเครือ่ งมือทางภูมศิ าสตร วิธสี อนโดยการจดั การเรียนรแู บบรว มมอื : เทคนคิ คูคิด
แตล ะชนิด)
3. ความสามารถในการแกป ญหา (นักเรียนคดิ วางแผนงานรวมมอื กนั สือ่ การเรียนร/ู แหลงเรียนรู :
ทํางานไดตรงตามกาํ หนดเวลา)
4. ความสามารถในการใชท ักษะชีวติ (การเชือ่ มโยงวถิ ชี ีวติ โดยใชการ - ตวั อยา งขาวเก่ียวกับการพยากรณอากาศ
เครื่องมือทางภูมิศาสตร) - ใบงาน เร่อื ง เคร่อื งมือทางภมู ิศาสตร
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค เวลา 1 ชวั่ โมง
1. ซ่ือสตั ยส จุ รติ ( นกั เรียนไมล อกงานมาสง )
2. มวี นิ ัย ( นกั เรียนรว มทําใบงานไดตามกําหนดเวลา)
3. ใฝเรียนรู (นักเรียนสนใจศกึ ษาหาความรู)
4. อยอู ยา งพอเพียง ( นกั เรยี นคิด พูด ทํา อยา งพอเพียง)
5. มุงมัน่ ในการทํางาน (นักเรยี นระดมความคิดในทําใบงาน)
6.มีจติ สาธารณะ (นกั เรยี นทอ่ี าสาชวยเหลอื กนั ขณะทํางาน)
แผนท่ี 3 กจิ กรรมการเรียนรู
กลุม สาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
แผนการจัดการเรยี นรู เรือ่ ง เครอื่ งมอื ทางภมู ิศาสตรท ค่ี วรรู ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี 3 เวลา 1 ชว่ั โมง
…………………………………………………………………
ขน้ั นาํ เขาสูบทเรียน (15 นาท)ี
1. นักเรยี นทําแบบทดสอบกอนเรียน หนว ยการเรยี นรูที่ 1
2. ครูมอบหมายใหต วั แทนนักเรียน 2-3 คน ไปเตรยี มการหาขา วพยากรณอากาศมาลว งหนา แลวออกมา
รายงานขา วพยากรณอากาศของประเทศไทย และตา งประเทศ เลียนแบบรายการโทรทัศน
3. นักเรยี นรวมกนั สรุปสภาพอากาศจากการรายงานขาว แลวแสดงความคิดเหน็ วา ขา วท่ีนําเสนอนั้นไดขอมลู
มาจากเคร่ืองมือทางภมู ศิ าสตรชนิดใดบาง อธบิ ายเหตผุ ล
4. ครูอธบิ ายเชื่อมโยงใหนักเรยี นเขา ใจวา ขอ มลู ทน่ี าํ เสนอเกยี่ วกับการพยากรณอากาศของกรมอตุ ุนยิ มวทิ ยา
นัน้ มาจากเครื่องมือทางภูมศิ าสตร
Q 1 นักเรียนเรียนคดิ วา เคร่ืองมือทางภมู ศิ าสตรมีความสาํ คัญตอ มนษุ ยอยางไร (หลกั ความพอประมาณ)
Q 2 นกั เรียนเรยี นนักเรียนเชื่อขา วพยากรณอากาศจากสถานีโทรทัศนว ามคี วามถกู ตองมากนอย
(หลกั ความมีเหตผุ ล)
Q 3 นักเรียนคดิ วา เครื่องมือทางภูมศิ าสตร มปี ระโยชนต อเราอยา งไรบาง (เงื่อนไขความร)ู
Q 4 นักเรียนคดิ วาเราตองมคี ุณธรรมขอ ใดจึงจะใชในการศึกษาเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร (เงื่อนไขคุณธรรม)
Q 5 นักเรยี นคิดวาพวกเราตอ งเตรียมความพรอ มอยางไรในเตรยี มขา วพยากรณอากาศของไทยและ
ตา งประเทศ (หลกั การมภี ูมิคุมกันในตัวทดี่ ี)
ขั้นสอน (25นาท)ี
5. ครใู ชค ําถามกระตุนความคิดนักเรียนดังนี้
Q 6 ภาพทีน่ กั เรียนเห็นคือเครอ่ื งมือทางภูมิศาสตรป ระเภทใด และมีประโยชนอยางไร
Q 7 ภาพท่นี ักเรียนเหน็ คือเคร่อื งมือทางภูมิศาสตรท ีใ่ ชสาํ หรับทาํ อะไร
6. ครูแบงนักเรียนออกเปนกลุม กลุมละ 8 คน คละกันตามความสามารถ คือ เกง ปานกลางคอนขางเกง
ปานกลางคอนขางออน และออน ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวาสมาชิกทุกคนในกลุมจะตองมีความ
รับผิดชอบในงานที่ไดรับมอบหมาย สมาชิกทุกคนจะตองชวยเหลือกัน มีบทบาทเทาเทียมกัน และมี
ปฏิสัมพนั ธท ดี่ ีตอกัน
7. สมาชิกแตล ะกลมุ รวมกันศกึ ษาความรูเร่ือง ประเภทของเครอื่ งมือทางภมู ิศาสตร จากหนงั สอื เรียน หนังสือ
คนควาเพิ่มเติม หองสมุด และแหลงขอมูลสารสนเทศ แลวบันทึกความรูท่ีไดจากการศึกษาลงในแบบ
บันทึกการอาน จากน้นั สมาชกิ ทกุ คนชว ยกนั อภิปรายประเด็นสําคัญท่ไี ดจ ากการศกึ ษา
8. สมาชิกในแตละกลุมจับคูกันเปน 4 คู ใหแตละคูทําใบงานท่ี 1.1 เร่ือง เครื่องมือทางภูมิศาสตร โดยแบง
หนา ท่ีกันทาํ ใบงาน ดังนี้
- คูท่ี 1 และคูท ่ี 2 ทําใบงาน ตอนท่ี 1
- คูท่ี 3 และคูท่ี 4 ทาํ ใบงาน ตอนท่ี 2
9. สมาชกิ ทุกคผู ลัดกนั อภิปรายคาํ ตอบในใบงานท่ี 1.1 ใหส มาชิกคูอืน่ ฟง แลว ผลดั กนั ซกั ถามจนมีความเขาใจ
ชัดเจน
10. ครูและนกั เรียนชวยกนั เฉลยคาํ ตอบในใบงานที่ 1.1
11. ครใู ชคําถามกระตุนความคดิ นักเรียน ดังนี้
Q 8 ถานกั เรียนตอ งการขอมูลทางภมู ศิ าสตรอ ยา งถูกตองจากเวบ็ ไซต นักเรียนจะมีวธิ กี ารหาขอมลู อยา งไร
ข้ันสรปุ (20 นาที)
6. ครใู หแตนกั เรียนชวยกนั สรุปสิง่ ท่ีไดจ ากการจดั กิจกรรมการแสดงดวยชดุ คาํ ถามกระตนุ คิดดงั นี้
Q 9 นกั เรยี นไดรบั ความรอู ะไรบางจากการเรยี นช่วั โมงนี้
Q 10 ในฐานะนักเรยี นเปนนักภมู ิศาสตร นกั เรียนควรมีคุณธรรมใดจึงไดชอ่ื วา เปน นักภมู ศิ าสตรท ่ดี ี
Q 11 นักเรียนคดิ วาทําไมครูถงึ ใหนักเรียนทํากิจกรรมขางตน
Q 12 การทีเ่ ราจะเลอื กเครอื่ งมือทางภมู ิศาสตรมาใชในการเรียนทวีปอเมรกิ าเหนือและทวีปอเมริกาใต
นกั เรยี นมีหลักในการเลอื กใชเ ครอื่ งมือทางภมู ศิ าสตรน น้ั อยางไร
Q 13 เราควรวางแผนในการใชเคร่ืองมือทางภูมศิ าสตรใหเ หมาะสมกบั ชวี ติ ประจาํ วนั ของนักเรยี นอยางไร
แผน ท่ี 4 ชดุ คําถามกระตนุ เพ่ือปลกู ฝงหลกั คิดพอเพียงแผนการเรียนรู
กลมุ สาระการเรียนรูส ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
แผนการจัดการเรียนรู เรือ่ ง เครอื่ งมือทางภมู ศิ าสตรท่คี วรรู ระดับชั้น ม.3 เวลา 1 ชว่ั โมง
คาํ ถามกระตุนคิดเพ่ือปลูกฝงหลกั คดิ พอเพียงกอนเรยี น
Q 1 นกั เรียนเรยี นคดิ วาเครื่องมือทางภมู ิศาสตรมีความสําคัญตอมนษุ ยอยา งไร (หลกั ความพอประมาณ)
Q 2 นกั เรยี นเรยี นนักเรยี นเชื่อขาวพยากรณอากาศจากสถานโี ทรทศั นว ามีความถูกตองมากนอย
(หลักความมีเหตุผล)
Q 3 นกั เรยี นคิดวาเครื่องมือทางภมู ศิ าสตร มีประโยชนตอ เราอยา งไรบา ง (เง่ือนไขความรู)
Q 4 นักเรยี นคิดวา เราตองมคี ุณธรรมขอ ใดจงึ จะใชในการศึกษาเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร (เงือ่ นไขคุณธรรม)
Q 5 นกั เรียนคดิ วา พวกเราตอ งเตรียมความพรอ มอยางไรในเตรียมขา วพยากรณอากาศของไทยและ
ตา งประเทศ (หลักการมภี ูมิคุมกนั ในตวั ที่ดี)
คาํ ถามกระตนุ คดิ เพื่อปลูกฝงหลักคิดพอเพียงระหวางเรยี น
Q 6 ภาพที่นักเรียนเห็นคือเครื่องมือทางภูมิศาสตรป ระเภทใด และมีประโยชนอยางไร
Q 7 ภาพทน่ี ักเรยี นเห็นคือเคร่อื งมือทางภูมิศาสตรท ่ใี ชสาํ หรบั ทาํ อะไร
Q 8 ถา นักเรียนตองการขอ มลู ทางภูมศิ าสตรอ ยา งถูกตองจากเวบ็ ไซต นักเรยี นจะมวี ธิ ีการหาขอมูลอยา งไร
คาํ ถามกระตุนคิดเพื่อปลกู ฝงหลักคิดพอเพียงหลังเรยี น
Q 9 นกั เรียนไดร ับความรูอะไรบางจากการเรียนชัว่ โมงน้ี
Q 10 ในฐานะนกั เรยี นเปน นักภูมศิ าสตร นักเรียนควรมคี ุณธรรมใดจงึ ไดช่ือวา เปนนกั ภูมศิ าสตรทีด่ ี
Q 11 นกั เรยี นคดิ วา ทําไมครูถึงใหน ักเรยี นทํากิจกรรมขางตน
Q 12 การท่ีเราจะเลือกเครื่องมอื ทางภมู ิศาสตรมาใชในการเรยี นทวีปอเมรกิ าเหนอื และทวีปอเมริกาใต
นักเรียนมหี ลักในการเลือกใชเครอ่ื งมือทางภมู ิศาสตรนัน้ อยางไร
Q 13 เราควรวางแผนในการใชเคร่อื งมือทางภูมิศาสตรใ หเ หมาะสมกับชีวติ ประจําวนั ของนกั เรยี นอยางไร
แผนที่ 5 แนวทางการนําหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชในการจัดการเรียนรู
กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
แผนการจัดการเรยี นรู เร่ือง เครื่องมอื ทางภูมศิ าสตรท่ีควรรู ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปท ่ี 3 เวลา 1 ชว่ั โมง
ผูสอนนาํ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาออกแบบกจิ กรรมการเรียนรู ดงั นี้
ความรทู ค่ี รูตองมีกอนสอน คุณธรรมของครูที่ใชใ นการจัดกจิ กรรมการ
1. ความรเู รอ่ื งเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร เรียนรู
2. ความรูเก่ียวกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 1. มีความเมตตากรณุ า
3. วิธสี อนโดยการจดั การเรยี นรู แบบรวมมือ : เทคนคิ คูคดิ 2. มีความยตุ ธิ รรม
4. การประเมนิ ผูเรียนในดานตางๆ
3. มีความรับผิดชอบ
4. มีความรกั และศรัทธาในวชิ าชีพครู
ประเดน็ พอประมาณ มีเหตุผล มีภมู ิคุมกันในตวั ท่ดี ี
วิเคราะหหลักสูตรแกนกลาง ใหผูเรียนมีความรูความเขาใจ วางแผนออกแบบเนือ้ หา
การศึกษาข้ันพื้นฐานมาตรฐาน ในเนื้อหาของบทเรียนและใช เพื่อใหผูเรียนไดเรียนรูเต็ม
การเรียนรู ตัวชี้วัดและกําหนด แหลงเรียนรูท่ีหลากหลาย ศักยภาพและสามารถนํา
เนอ้ื หา จุ ดปร ะ สงค การ เ รี ยนรู ให เพื่อใหผูเรียนเกิดการเรียนรู ความรูไปประยุกตใชใน
เหมาะสมกับความตองการของ ตามจุดประสงคก ารเรียนรู ชีวิตประจาํ วันได
ผูเรียน และ สอดคล องกับ
บริบทของโรงเรียน
ศึกษาโครงสรางรายวิชาใน ผูเรียนสามารถเรียนรูและ วางแผนการทํางานให
หลักสูตรสถานศึกษา และ ปฏิบัติกิจกรรมตางๆ ไดอยาง เหมาะสมกับเวลาและ
เวลา กําหนดเวลาในเรียนการให เต็มศักยภาพ เกิดการเรียนรูที่ กิ จก ร ร มก าร เ รี ย น รู ที่
เหมาะสมกับเนื้อหา และตรง มีประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ล กําหนดไว
กบั ความตองการของผูเรียน
เชื่อมโยงความรูในบทเรียนกับ มี ก า ร แ ล ก เ ป ลี่ ย น ค วาม มีการจัดกิจกรรมการ
การจัด การดําเนินชีวิตในปจจุบัน โดย คิดเห็นในการจัดกิจกรรมการ เรียนรูโดยเริ่มจากงายไป
กิจกรรม สอ ดแท ร ก ค วา มรู ข อ คิ ด เ รี ย น รู เ ช น ก า ร ร วม กั น ยากเพ่ือใหผูเรียนเกิดการ
เ กี่ ยวกั บหลั กปรั ชญา ขอ ง อภิปรายในหัวขอตางๆไดอยาง เรียนรูและพัฒนาตนเองได
เศรษฐกจิ พอเพียง สมเหตุสมผล อยา งเต็มศกั ยภาพ
เรียนรูมีการใชส่ือและแหลง มี ก า ร แ ล ก เ ป ล่ี ย น ค วาม สามารถนําความรทู ี่ไดรับ
ส่ือ/ การเรียนรูท่ีอยูใกลตัวของ คิดเห็นระหวางผูสอนกับผูเรียน ไ ปปร ะ ยุ ก ต ใช ใน ชี วิ ต
อปุ กรณ ผูเรียน เพื่อใหผูเรียนไดรับ หรือผูเรียนกับผูเรียน เพ่ือให ป ร ะ จํ า วั น ไ ด อ ย า ง
ประสบการณตรงในเร่ืองตางๆ เกิดความรูความเขาใจใน เหมาะสม
ท่ีเก่ียวของกบั บทเรยี น บทเรยี นมากขึ้น
ประเมินจากการทํางานที่ เ พ่ื อ ต ร ว จ ส อ บ ค ว า ม รู เตรียมแบบประเมินใน
ประเมินผล ไ ด รั บ ม อ บ ห ม า ย โ ด ย ให ความสามารถของผูเรียนใน ดานตางๆ และใชประเมิน
สอดคลองกับหลัก 3 หวง 2 ดานตางๆ ผูเ รยี นตามสภาพจริง
เง่ือนไข
แผน ท่ี 6 ผลทจ่ี ะเกิดขึน้ กับผเู รยี นจากการจัดกจิ กรรมการเรียนรูตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
แผนการจดั การเรียนรู เรอื่ ง เคร่ืองมอื ทางภูมศิ าสตรท คี่ วรรู ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 เวลา 1 ชั่วโมง
6.1 ผูเ รยี นจะไดฝกคดิ และฝกปฏิบตั ิตามหลกั ปศพพ. ดังนี้
ความรูทีผ่ ูเรยี นตองมีกอน คุณธรรมของผเู รียนท่ีจะทําใหก ารเรียนรูสําเร็จ
1. ความรูในเรอ่ื งประเภทของเคร่อื งมือทาง 1. มคี วามรับผิดชอบ ตรงตอเวลา
ภมู ศิ าสตร 2. มีวนิ ยั ในตนเอง
3. ใฝเรียนใฝร ู ชว ยเหลอื แบง ปน
2. ความรูในเรื่องจดุ เดน ของเครอื่ งมือทางภมู ิศาสตร
แตล ะชนดิ
3. วิธสี อนโดยการจัดการเรยี นรู แบบรวมมอื : เทคนิค
คูคิด
พอประมาณ มเี หตผุ ล มีภมู ิคุมกันในตวั ท่ีดี
1. นกั เรยี นจัดแบง หนาท่ีทํางาน 1. ผเู รยี นมีความรบั ผดิ ชอบตอ 1. มีการวางแผนการทํางาน
กลมุ ไดเ หมาะสมกบั
ความสามารถและศักยภาพของ หนา ที่ทไี่ ดรับมอบหมายเพือ่ ใหง าน อยางรอบคอบตามกาํ หนดเวลา
แตละคน
2. นักเรียนใชเวลาในการศึกษา บรรลตุ ามวตั ถปุ ระสงค ในการศึกษาเครอ่ื งมือทาง
และปฏิบตั งิ านใหเ หมาะสมกับ
เวลาท่ีกาํ หนด 2. ปฏบิ ตั งิ านตามขัน้ ตอนท่ี ภมู ศิ าสตร
วางแผนไว เพื่อใหม คี วามรูความ 2. เคารพกติกา และยอมรับฟง
เขา ใจในสาระท่ีเรยี น ความคดิ เหน็ ของสมาชิกในกลุม
ปฏบิ ตั ิตามขนั้ ตอนของการ
เรียนรตู ามเทคนิคเพื่อนคูคิด
6.2 ผเู รียนจะไดเรียนรูการใชช วี ิตท่สี มดุลและพรอมรบั การเปลีย่ นแปลง 4 มิติตามหลัก ปศพพ. ดงั นี้
ดาน สมดุลและพรอมรบั การเปลย่ี นแปลงในดานตา ง ๆ
องคป ระกอบ
วัตถุ สังคม สิ่งแวดลอม วัฒนธรรม
ความรู
รู วิ ธี ป ร ะ เ ภ ท ข อ ง รกู ระบวนการทํางานกลุม รูการใชเคร่ืองมือทาง วิธีชีวิตของประชากรใน
ทกั ษะ
เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร ภูมิศาสตรในการสืบคน ทวีปอเมริกาเหนือและ
คานยิ ม
แตละชนิด ขอมูลดานส่ิงแวดลอม ทวีปอเมริกาใตผานการ
ในทวีปอเมริกาเหนือ ใ ช เ ค ร่ื อ ง มื อ ท า ง
และทวีปอเมรกิ าใต ภูมิศาสตร
การวิธีการใชเครื่องมือ มีทักษะในกาสรทํางาน ใ ช เ ค รื่ อ ง มื อ ท า ง ยอมรับฟงความคิดเห็น
ทางภูมิศาสตรแตละ กลุม และทักษะการเปน ภูมิศาสตร โดยทําให ของผอู ่ืน
ชนิด ผูนําและผตู ามทีด่ ี เ กิ ด ผ ล เ สี ย ต อ
สง่ิ แวดลอ ม
เห็นคณุ คาของเครื่องมือ เห็นความสําคัญของการ เห็นคุณคาของการจัด ต ร ะ ห นั ก แ ล ะ เ ห็ น
ทางภูมิศาสตรแตละ นํ า ห ลั ก ป รั ช ญ า ข อ ง ส ภ า พ แ วด ล อ ม ใ ห ความสําคัญของการอยู
ชนดิ เศรษฐกิจพอเพียงไปใชใน สะอาด รม ร่ืน สวยงาม ร ว ม กั น อ ย า ง
การดําเนนิ ชวี ิตประจาํ วนั เออื้ เฟอ เผอื่ แผ
ใบความรู
เร่ือง เครื่องมอื ทใ่ี ชศ ึกษาขอ มูลทางภูมิศาสตร
เคร่ืองมือที่ใชในการศึกษาขอมูลทางภูมิศาสตร แบงเปน 2 ประเภทใหญ ๆ คือ ประเภทใหขอมูลกับ
ประเภทเครือ่ งมือและอปุ กรณ มดี งั น้ี
ประเภทใหข อมลู ไดแก แผนท่ี รปู ถายทางอากาศ ภาพจากดาวเทยี ม และอินเตอรเนต็
ประเภทเคร่ืองมือและอุปกรณ ไดแ ก เข็มทิศ เครอื่ งมอื วดั พื้นท่ี เทปวัดระยะทาง เคร่อื งยอ ขยาย
แผนท่ี กลองวัดระดับ กลองสามมิติ กลองสามมิติแบบพกพา และเครื่องมือวัดลักษณะอากาศแบบตางๆ เชน
เทอรโ มมเิ ตอร บาโรมิเตอร และเครือ่ งวัดน้าํ ฝน เปน ตน
เครือ่ งมอื ทางภมู ศิ าสตรป ระเภทใหขอ มูล
1. แผนท่ี
แผนที่ (Map) เปนเคร่ืองมือทางภูมิศาสตรข้ันพื้นฐานอยางหนึ่ง โดยการยอขอมูลตาง ๆ ท่ีปรากฏ
บนพ้ืนโลกใหมีขนาดเล็กลงตามมาตราสวน และแสดงขอมูลดังกลาวดวยสัญลักษณลงบนวัสดุตาง ๆ เชน
กระดาษ ผา แผน พลาสติก ฯลฯ
ขอมูลทแ่ี สดงในแผนท่ี มี 2 ลกั ษณะ คอื
ขอมลู ดา นกายภาพ เปนสิง่ ท่เี กดิ ขนึ้ เองโดยธรรมชาติ เชน แมน ้ํา ภูเขา เกาะ และปา ไม เปน ตน
ขอมลู ดานวัฒนธรรมเปนส่ิงท่ีมนษุ ยสรางขนึ้ เชน ถนน เข่อื น โรงเรยี น สถานีอนามยั เปนตน
2. รูปถายทางอากาศ
รูปถายทางอากาศ (Aerial Photography) เปนรูปภาพแสดงภูมิประเทศท่ีปรากฏบนพื้นผิวโลก
ถายโดยใชกลองถายรูปติดไวกับเครื่องบิน หนวยราชการท่ีจัดทํารูปถายทางอากาศ คือ กรมแผนที่ทหาร
กระทรวงกลาโหม
3. ภาพจากดาวเทียม
ภาพจากดาวเทียม (Satellite Imagery) ใหประโยชนอยางมากในการศึกษาขอมูลเพื่อสํารวจแหง
ทรัพยากรธรรมชาติ ในปจจุบัน ประเทศไทยมีสถานีรับสัญญาณภาพดาวเทียมลาดกระบัง ตั้งอยูที่เขต
ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ทําใหส้ินเปลืองคาใชจายนอยกวาที่เคยพ่ึงพาตางประเทศ การทํางานรับภาพ
ของดาวเทียม เรียกวา กระบวนการรโี มทเซนซิง (Remote Sensing ) โดยดาวเทยี มจะเก็บขอมลู ของวตั ถุหรือ
พ้ืนที่เปาหมายบนพื้นโลก จากรังสีที่สะทอนข้ึนไปจากผิวโลกหรือจากอุณหภูมิของวัตถุนั้น ๆ บน
พ้ืนผิวโลก จากนั้นดาวเทียมจะสงขอมูลเปนคลื่นแมเหล็กไฟฟามายังสถานีภาคพ้ืนดิน ซ่ึงจะบันทึกเปนขอมูล
เชิงตัวเลขในแถบบันทึกขอมลู เพอื่ นําไปประมวลผลโดยคอมพวิ เตอร และนําเสนอเปน แผนฟล มหรือภาพพิมพ
ตอ ๆไป
4. อินเตอรเน็ต
อินเตอรเน็ต (Internet) หรือไซเบอรสเปซ (Cyber Space) คือ ระบบการส่ือสารดวยเครือขาย
คอมพิวเตอรท่ีเชื่อมโยงระหวา งผูใชงานท่ัวโลกเขาดวยกัน ทําใหเกิดการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร และความรู
ดานตาง ๆ อยางสะดวกและรวดเร็ว จนทําใหโลกในปจจุบันเขาสูยุค “การสื่อสารไรพรมแดน” บริการใน
อินเตอรเน็ต (World Wind Web : WWW) จะใหบริการขอมูลในรูปแบบตาง ๆ ทั้งตัวอักษร รูปภาพ เสียง
หรือ ภาพยนตร ขอมูลเหลา นี้ เรยี กวา “เวบ็ เพ็จ” (Web Page) มีการเชื่อมโยงถงึ กันทว่ั โลกคลายใยแมงมมุ
เคร่อื งมือทางภมู ิศาสตรประเภทเคร่อื งมอื อุปกรณ
อุปกรณทางภูมิศาสตร หมายถึงอุปกรณท่ีใชวัดหรือเก็บขอมูลทางภูมิศาสตรในดานตางๆ เชน ทิศ
ระยะทาง ความสูง ตาํ แหนงที่ตงั้ อณุ หภมู ขิ องอากาศ และปริมาณฝน เปน ตน สรปุ ไดด งั น้ี
1. เขม็ ทิศ
เข็มทิศเปนเคร่ืองมือบอกทิศอยางงาย ๆ โดยจะทําปฏิกิริยากับแมเหล็กโลกและแสดงคาของมุม
บนหนาปด วิธีใชเข็มทิศ คือ วางทิศในแนวระนาบ ปรับหมุนหนาปดใหเข็มบอกคาบนหนาปดอยูในตําแหนงท่ี
หันไปทางทิศเหนือแมเหล็กโลก ตอจากนั้นจึงนําเข็มทิศหันเขาหาตําแหนงท่ีตองการวัดมุม เชน เสาธง
โรงเรยี น เขม็ ทิศก็จะบอกใหท ราบวา เสาธงของโรงเรยี นอยูในทศิ ใด และทาํ มุมกี่องศากบั ทศิ เหนือแมเหล็กโลก
2. เครือ่ งมอื วัดพื้นท่ี
เครื่องมือวัดพื้นที่ (Plan meter) มีลักษณะคลายไมบรรทัดทําดวยโลหะยาวประมาณ 1 ฟุต ใช
สําหรับวัดพน้ื ที่ในแผนท่ี โดยเครื่องจะคํานวณใหท ราบคา ของพน้ื ที่แสดงคา บนหนาปด
3. เทปวดั ระยะทาง
เทปวัดระยะทาง ใชสาํ หรบั วัดระยะทางของพื้นที่ เมอื่ ลงไปสาํ รวจหรือเกบ็ ขอมลู ภาคสนาม เทปวัด
ระยะทางมี 3 ชนดิ ไดแ ก เทปทีท่ ําดว ยผา เทปที่ทาํ ดวยโลหะ และเทปทท่ี ําดวยโซ
4. เครอ่ื งยอขยายแผนท่ี
เคร่ืองยอขยายแผนที่ ( pantograph) เปนอุปกรณท่ีใชจัดทําแผนที่อยางหนึ่ง เพื่อยอหรอขยาย
แผนท่ีใหไดขนาดหรือมาตราสวนตามที่ตองการ โดยทั่วไปนิยมใชแ บบโตะไฟ ซึ่งมีแทนวางแผนที่จนฉบับ และ
มีไฟสองอยูใตกระจก ทําใหเห็นแผนท่ีตนฉลับปรากฏเปนเงาบนกระจกอยางชัดเจน ทั้งน้ี ผูจัดทําแผนที่
ดงั กลา ว จะตอ งลอกลายเพ่อื ยอหรอขยายแผนท่ีดว ยมือของตนเอง
5. กลอ งวดั ระดับ
กลองวัดระดับ (Telescope) เปนอุปกรณวัดระดับความสูงจากพื้นดิน เพื่อสํารวจพื้นที่สรางถนน
โดยจะชวยกําหนดระดับแนวถนนไดตามท่ตี องการ
6. กลองสามมติ ิ หรือสเตรโิ อสโคป
กลองสามมิติ หรือสเตริโอสโคป (Stereoscope) เปนอุปกรณท่ีใชดูรูปถายทางอากาศ เพื่อ
พิจารณาความสงู ต่าํ ของลักษณะภูมปิ ระเทศ ในพ้ืนทีน่ ั้นๆ
ที่มา www.t5surat.ac.th/download/t5surat_ac_th/So3.doc
ตอนท่ี 1 ช่อื ............................................................................................ ชัน้ ม ..... / ....... เลขท่ี ...........
คาํ ช้ีแจง
ใบงานท่ี 1.1 1.1
เครอ่ื งมอื ทางภูมิศาสตร
ใหน ักเรยี นเขียนผังมโนทศั นแสดงประเภทของเครือ่ งมือทางภมู ศิ าสตร
รปู แบบ ตวั อยาง
เครอ่ื งมอื
ประเภททีท่ ําหนาท่ีเปนสื่อความรู
เคร่อื งมือ
ประเภทท่ีทําหนา ทีเ่ ปน สื่อเก็บรวบรวมขอมูล
ตวั อยา ง
ทาํ เคร่อื งมือ
ตอนที่ 2
คําชีแ้ จง ใหนกั เรยี นตอบคาํ ถามตอไปน้ี
1. แผนทม่ี ลี กั ษณะสาํ คัญอยา งไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2. แผนท่เี ลม มีลักษณะสําคญั อยางไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
3. สีทเ่ี ปน สัญลกั ษณแสดงลกั ษณะภมู ปิ ระเทศตามระดบั สูงต่ํา ไดแ กอะไรบา ง ยกตวั อยา งประกอบ 5 ชนดิ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
4. บนลูกโลกจะมขี อมูลปรากฏอยูกี่ลักษณะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
5. ขอดีของการใชลูกโลก คืออะไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
6. ขอ จํากัดของการใชล ูกโลก คืออะไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
7. ภาพจากดาวเทยี ม คืออะไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
8. ภาพจากดาวเทยี มมปี ระสทิ ธิภาพที่ดีอยางไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
9. ทําไมเว็บไซต (Website) จึงเปน แหลง ขอ มลู ทางภมู ิศาสตรที่ไดรบั ความนิยมมากทส่ี ดุ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
10. มวี ิธพี จิ ารณาเลอื กใชเว็บไซตอยา งไร จงึ จะไดข อมูลที่ถูกตองเหมาะสม
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
11. ส่อื สง่ิ พิมพที่ใหข อมลู ทางภมู ิศาสตรไดด ี ไดแกอะไรบา ง
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
12. โทรทัศนและวทิ ยุ มีขอดใี นการนําเสนอขอมูลทางภมู ิศาสตรอยา งไร และมีวธิ ีการเลือกรบั ขอ มูล
อยา งไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ช่ือ ............................................................................................ ชั้น ม ..... / ....... เลขที่ ...........
เฉลยใบงานที่ 1.1 1.1
เครื่องมอื ทางภูมิศาสตร
ตอนที่ 1 ใหนักเรียนเขยี นผงั มโนทัศนแสดงประเภทของเครอ่ื งมอื ทางภูมิศาสตร
คาํ ช้ีแจง
แผนผัง แบบจาํ ลอง สอื ดจิ ทิ ลั ภูมปิ ระเทศ รปู ถ่ายทาง ภาพจาก
รปู ภาพ ภาพเคลอื นไหว จาํ ลอง อากาศ ดาวเทยี ม
ตวั หนงั สอื รปู แบบ
ลกู โลก ตวั อยา่ ง โปรแกรม
เครอื งมอื คอมพวิ เตอร์
แผนทเี ล่ม ทางภมู ศิ าสตร์
หนงั สอื ภูมศิ าสตร์ เวบ็ ไซต์
เผยแพรข่ อ้ มลู
ประเภททีทาํ หน้าทีเป็นสือความรู้ ทางภมู ศิ าสตร์
เครอื งมอื
ประเภททีทาํ หน้าทีเป็นสือเกบ็ รวบรวมข้อมูล
สาํ รวจ ทาํ วเิ คราะห์ สมุดจด ตวั อยา่ ง GIS
ตรวจวดั ขอ้ มลู บนั ทกึ ขอ้ มลู เครอื งมอื GPS
บนั ทกึ เกบ็ รวบรวม เทอรม์ อมเิ ตอร์
เขม็ ทศิ กลอ้ งสามมติ ิ
เทปวดั ระยะทาง
ตอนที่ 2
คําชแ้ี จง ใหนักเรยี นตอบคําถามตอไปน้ี
1. แผนทีม่ ลี กั ษณะสําคัญอยา งไร
เปนเคร่อื งมือทางภมู ิศาสตรท่ีแสดงถึงลักษณะของพ้ืนผวิ โลกและสิ่งท่ีปรากฏบนพื้นผวิ โลก ทั้งท่เี กิดข้นึ เองตาม
ธรรมชาติ และสงิ่ ทีม่ นุษยส รา งขนึ้ ดวยการยอสว นใหม ีขนาดเลก็ ลงตามมาตราสว นทีต่ องการ โดยใชส ญั ลกั ษณ
แทนสิ่งตา งๆ
2. แผนทีเ่ ลม มลี ักษณะสําคัญอยางไร
เปนการรวบรวมเอาแผนทีช่ นดิ ตา งๆ นาํ มารวมไวอ ยใู นเลมเดยี วกนั เชน แสดงลักษณะภูมิประเทศ ธรณีวิทยา
เขตภมู อิ ากาศ พชื พรรณธรรมชาติ
3. สที เ่ี ปนสัญลักษณแ สดงลกั ษณะภูมปิ ระเทศตามระดับสงู ตาํ่ ไดแ กอะไรบาง ยกตัวอยางประกอบ 5 ชนิด
สขี าว - แสดงยอดเขาท่ีมหี ิมะปกคลมุ สนี ํา้ ตาล - แสดงเทือกเขาสงู ฟา - แสดงทะเลมหาสมุทร
สฟี าเขม - แสดงทะเลลกึ มหาสมุทรลึก สีเขียว - แสดงที่ตาํ่ ทีล่ ุม
4. บนลูกโลกจะมีขอมลู ปรากฏอยูกลี่ กั ษณะ
2 ลกั ษณะ คือ 1) ขอ มลู ที่แสดงลักษณะทางกายภาพ เชน สวนทีเ่ ปนพน้ื ดนิ พื้นน้าํ 2) ขอมลู สวนท่ีกาํ หนด
ขน้ึ เชน เสน สมมตทิ ี่บอกพิกดั ทางภมู ศิ าสตร (ละติจดู -ลองจิจดู ) ชื่อและสญั ลักษณของสง่ิ ตาง
5. ขอ ดีของการใชล ูกโลก คืออะไร
ใชง า ย สะดวก หาตาํ แหนงที่ตง้ั ของสถานทีต่ างๆ ไดรวดเร็ว มองเห็นภาพรวมของลกั ษณะทางกายภาพ
6. ขอ จาํ กัดของการใชลกู โลก คืออะไร
ใหข อ มูลลกั ษณะทางกายภาพเปนหลกั อาจมีการคลาดเคลื่อนเก่ยี วกับระยะทาง เน่ืองจากเปน การยอสว นลงมา
7. ภาพจากดาวเทียม คอื อะไร
เปนภาพทีด่ าวเทียมซ่งึ โคจรรอบโลกถายพื้นผิวโลกไว และสง ภาพน้นั ลงมาที่ศูนยรบั สญั ญาณ
8. ภาพจากดาวเทียมมปี ระสิทธภิ าพทดี่ ีอยางไร
มองไดจากมุมสงู และมมุ กวา ง ครอบคลุมพนื้ ท่บี ริเวณกวา ง ภาพทม่ี นษุ ยไมส ามารถมองเหน็ แตส ามารถนาํ
ขอมลู มาประมวลผล และแสดงผลไดด ว ยคอมพวิ เตอร
9. ทําไมเว็บไซต (Website) จงึ เปน แหลงขอมูลทางภมู ิศาสตรทีไ่ ดร ับความนิยมมากทีส่ ดุ
เพราะสบื คนไดงาย มขี อมูล มีภาพประกอบ วิดโี อ คลปิ เสยี ง แผนภมู ิ แผนผัง แผนที่ ทาํ ใหม ีความรคู วาม
เขาใจเรือ่ งทศี่ ึกษาไดด ยี ง่ิ ขน้ึ
10. มีวธิ พี จิ ารณาเลือกใชเ ว็บไซตอยางไร จึงจะไดข อมลู ที่ถูกตองเหมาะสม
พจิ ารณาเลือกจากองคก รหรือหนวยงานท่ีมคี วามนาเช่ือถือหรอื เกี่ยวกบั เร่ืองน้ันโดยตรง และควรตรวจสอบกับ
ขอมูลหลายๆ เวบ็ ไซต แลวเลอื กขอมลู ทใี่ กลเ คยี งความเปน จรงิ มากท่ีสดุ และทนั สมยั
11. สื่อสิ่งพิมพที่ใหข อมลู ทางภมู ิศาสตรไ ดด ี ไดแกอะไรบาง
World Almanac นติ ยสารเนชั่นแนลจโี อกราฟก หนงั สือพิมพ วารสาร พอ็ กเกตบกุ แนะนาํ ขอ มูลสถานท่ี
ทองเทีย่ ว ของแตล ะประเทศ
12. โทรทศั นและวิทยุ มีขอดีในการนําเสนอขอมูลทางภมู ิศาสตรอยา งไร และมวี ธิ ีการเลือกรบั ขอ มลู
อยางไร
มคี วามฉับไวในการนาํ เสนอ ไดข อ มูลรวดเร็วทันตอสถานการณ แตควรตรวจสอบเทยี บเคียงกับแหลง ขอมูลอนื่
เพือ่ ใหไดม าซง่ึ ขอมูลที่ถูกตอ ง