วิิริิยะ ทิิพยวรการกููร เขีียน เรีียบเรีียง
พิิมพ์์ครั้�งที่่� 1
กัันยายน 2021
ข้้อมููลทางบรรณานุุกรมของสำำ�นัักหอสมุุดแห่่งชาติิ
วิิริิยะ ทิิพยวรการกููร.
เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง = Open the gate of
revelation: an exposition of the book of hope.-- กรุุงเทพฯ :
องค์์การกนกบรรณสาร, 2564.
378 หน้้า.
1. ไบเบิิล. พัันธสััญญาใหม่่. 2. คริิสต์์ศาสนา -- คััมภีีร์์ศัักดิ์�สิิทธิ์์�.
I. ชััชชััย ติิระเดชยวััธน์์, ผู้้�วาดภาพประกอบ. II. ชื่�อเรื่�อง.
228
ISBN 978-616-7860-75-6
สงวนลิิขสิิทธิ์์� © 2021 by วิิริิยะ ทิิพยวรการกููร
ช่่องทางการติิดต่่อสั่ �งซื้้�อ
โทรศััพท์์: 09-6201-1440
อีีเมล: [email protected]
Line ID: wiriyabooks
ข้อพระคมั ภีร์อ้างอิงในหนังสอื เล่มนมี้ าจากพระคริสตธรรมคัมภรี ์ฉบับมาตรฐาน 2011
สงวนลขิ สิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย (ยกเว้นแตท่ ี่ระบุวา่ เปน็ ฉบบั อนื่ )
บรรณาธิิการเล่่ม วิิริิยะ ทิิพยวรการกูรู ปกและศิิลปกรรม ชััชชััย ติิระเดชยวััธน์์
จััดรููปเล่่ม ภรณ์์สุุดา ตั้�งศิิวาลััย พิิสููจน์์อัักษร วิินััย แซ่่โซ่่ง
พิิมพ์์ที่่� กู๊�ดเฮด พริ้�นท์์ติ้�ง แอนด์์ แพคเกจจิ้�ง กรุ๊�ป จััดพิิมพ์์และจััดจำำ�หน่่ายโดย องค์์การกนกบรรณสาร
สารบญั
กิิตติิกรรมประกาศ 1
คำำ�นิิยม 3
คำำ�นำำ� 9
บทที่่� 1 แนะนำำ�การอ่่านพระธรรมวิิวรณ์์ 23
31
บทนำำ� 37
1.1 เข้้าใจภููมิิหลัังทางประวััติิศาสตร์์ของหนัังสืือวิิวรณ์์ 38
39
(Historical Background) 42
1.2 ลัักษณะวรรณกรรมของหนัังสืือวิิวรณ์์ (Genre) 47
1.3 เข้้าใจภาษาสััญลัักษณ์์ในวิิวรณ์์ (Symbolism)
1.4 โครงสร้้างของพระธรรมวิิวรณ์์ (Structure) 87
บทที่่� 2 พระคริิสต์์และคริิสตจัักรของพระองค์์ (วิิวรณ์์ 1-3) 89
บทนำำ�
2.1 อารััมภบทของหนัังสืือวิิวรณ์์ (1:1-3)
2.2 คำำ�อวยพรจากพระเจ้้าตรีีเอกภาพ (1:4-8)
2.3 นิิมิิตบุุตรมนุุษย์์ (1:9-20)
2.4 คำำ�กำำ�ชัับถึึงคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ด (2:1-3:22)
บทที่่� 3 การนมััสการบนสวรรค์์และความทุุกข์์ยากลำำ�บากในโลก
(วิิวรณ์์ 4-7)
บทนำำ�: นิิมิิตผ่่านการท่่องโลกแฟนตาซีี (4:1-22:5)
3.1 การนมััสการบนสวรรค์์ (วิิวรณ์์ 4-5)
3.2 การแกะตราทั้้�งหกและความตกต่ำำ��ของแผ่่นดิินโลก 106
(วิิวรณ์์ 6) 120
3.3 บทแทรก: ผู้้�รัับการไถ่่ 144,000 คน (วิิวรณ์์ 7)
บทที่่� 4 แตรทั้้�งเจ็็ด: การพิิพากษาจากแตรทั้้�งเจ็็ดและชััยชนะของพระเจ้้า
(วิิวรณ์์ 8-11)
บทนำำ�: การพิิพากษาจากแตรทั้้�งเจ็็ดและชััยชนะ 135
ของพระเจ้้า
4.1 การแกะตราดวงที่่�เจ็็ดและคำำ�อธิิษฐานของ 137
ธรรมิิกชน (8:1-5)
4.2 แตรที่่�หนึ่่�งถึึงหกนำำ�สู่่�การพิิพากษา (8:6-9:21) 140
4.3 บทแทรก: หนัังสืือม้้วนเล็็กและพยานทั้้�งสอง 157
(10:1-11:14)
4.4 แตรที่่�เจ็็ดและชััยชนะของพระเจ้้า (11:14-19) 173
บทที่่� 5 พญานาคและสััตว์์ร้้าย: สงครามฝ่่ายวิิญญาณ 181
(วิิวรณ์์. 12:1-15:4) 186
บทนำำ�: สงครามฝ่่ายวิิญญาณ 199
5.1 พญานาคและสงครามบนสวรรค์์ (12:1-18) 217
5.2 สััตว์์ร้้ายทั้้�งสองและสงครามบนแผ่่นดิินโลก 233
(13:1-18)
5.3 กองทััพของพระเมษโปดกและข่่าวประเสริิฐต่่อ
บรรดาประชาชาติิ (14:1-20)
5.4 บทเพลงแห่่งชััยชนะของโมเสส (15:1-4)
บทที่่� 6 ชามทั้้�งเจ็็ด: พระพิิโรธของพระเจ้้าและหายนะของอาณาจัักรโลก
(วิิวรณ์์ 15:5-19:10)
บทนำำ�: พระพิิโรธของพระเจ้้าและหายนะของอาณาจัักรโลก 237
6.1 ภััยพิิบััติิผ่่านชามทั้้�งเจ็็ด (15:5-16:21) 240
6.2 การพิิพากษาหญิิงแพศยาตััวเอ้้ (17:1-18) 254
6.3 การล่่มสลายของกรุุงบาบิิโลน (18:1-24) 265
6:4 เสีียงสรรเสริิญพระเจ้้าบนสวรรค์์ (19:1-10) 275
บทที่่� 7 บทอวสาน: ชััยชนะเหนืือมารและการทรงสร้้างใหม่่ของพระเจ้้า
(วิิวรณ์์ 19:11-22:21)
บทนำำ�: บทอวสาน: ชััยชนะเหนืือมารและการทรงสร้้างใหม่่ 281
ของพระเจ้้า
7.1 พระคริิสต์์กำำ�จััดสััตว์์ร้้ายทั้้�งสอง (19:11-21) 284
7.2 ยุุคพัันปีีและการพิิพากษาบนพระที่่�นั่่�งสีีขาว (20:1-15) 293
7.3 แผ่่นดิินสวรรค์์และนครเยรููซาเล็็มใหม่่ (21:1-22:5) 306
7.4 การรอคอยพระบุุตร (22:6-21) 284
บทที่่� 8 สรุุปและข้้อแนะนำำ�
8.1 ข้้อแนะนำำ�ในการอ่่านวิิวรณ์์ 335
8.2 เนื้้�อหาโดยภาพรวม (Themes) 337
8.3 ข้้อแนะนำำ�ในการเตรีียมเทศนาวิิวรณ์์ 342
ภาคผนวก 347
บรรณานุุกรม 353
กติ ตกิ รรมประกาศ
ข้า้ พเจ้า้ มีคี วามปรารถนาที่่จ� ะเขียี นหนังั สือื เปิดิ ประตูวู ิวิ รณ์:์ อรรถาธิบิ าย
หนัังสืือแห่่งความหวััง มานานหลายปีีแล้้ว และโดยพระคุุณของพระเจ้้า
หนังั สือื เล่ม่ นี้้ส� ำ�ำ เร็จ็ ลงได้ใ้ นเวลาอันั เหมาะสม ยิ่่ง� ข้า้ พเจ้า้ ใช้เ้ วลานานในการเขียี น
ยิ่ �งทำำ�ให้้ข้้าพเจ้้าเห็็นถึึงพระคุุณของพระเจ้้าที่่�ผ่่านมาทางความช่่วยเหลืือและ
การสนัับสนุุนจากพี่่�น้้องและเพื่่�อนผู้้�รัับใช้้หลายท่่าน
ขอขอบคุุณ Langham Partnership (ในอดีีตคืือ John Stott
Ministries) ที่่�เป็็นผู้้�เริ่ �มต้้นและให้้การสนัับสนุุนค่่าใช้้จ่่ายบางส่่วนสำำ�หรัับ
ข้้าพเจ้้าในการค้้นคว้้าและเขีียนหนัังสืือเล่่มนี้้� อีีกทั้้�งในอดีีตยัังได้้มอบทุุน
การศึกึ ษาให้ข้ ้า้ พเจ้า้ ศึกึ ษาระดับั ปริญิ ญาเอกที่่� Lutheran School of Theology
at Chicago ซึ่่�งถืือเป็็นจุุดเริ่�มต้้นที่่�ช่่วยให้้ข้้าพเจ้้าได้้เปิิดมุุมมองใหม่่ของ
การอ่่านและศึึกษาพระธรรมวิิวรณ์์
ขอขอบคุุณ ศาสนาจารย์์ ดร.วัันดีี วจนะถาวรชััย ผู้้�อำำ�นวยการสถาบััน
กรุุงเทพคริิสตศาสนศาสตร์์ (บีีไอทีี) ที่่�อนุุญาตให้้ข้้าพเจ้้าลางานเป็็นเวลา
หกเดืือนเพื่่�อทำำ�การค้้นคว้้าและเขีียนหนัังสืือเล่่มนี้้� ถืือเป็็นช่่วงเวลาที่่�มีีคุุณค่่า
สำำ�หรัับข้้าพเจ้้าเป็็นอย่่างมาก ขอบคุุณคณาจารย์์หลายท่่านที่่�บีีไอทีีที่่�ให้้การ
สนัับสนุุนข้้าพเจ้้าในงานเขีียนครั้้�งนี้้�เป็็นอย่่างดีี
ขอขอบคุณุ ศาสนาจารย์์ ดร.อภิชิ าติ ิ พูลู ศักั ดิ์์ว� รสาร สำำ�หรับั คำำ�แนะนำำ�
และคำำ�หนุุนใจในการเขีียนหนัังสืือ ขอขอบคุุณทุุกท่่านที่่�ช่่วยอ่่านและเขีียน
คำำ�นิิยมทุุกท่่าน ขอบคุุณ ศาสนาจารย์์ ดร. มาโนช แจ้้งมุุข และศาสนาจารย์ ์
ดร. เสรีี หล่่อกััณภััย ผู้้�เป็็นครููของข้้าพเจ้้าและให้้คำำ�แนะนำำ�ที่่�เป็็นประโยชน์์
อย่่างมาก ขอบคุุณ ศาสนาจารย์์ ดร. เอษรา โมทนาพระคุุณ ผู้้�เป็็นพี่่�เลี้�ยง
ฝ่า่ ยวิญิ ญาณของข้า้ พเจ้า้ และภรรยา ขอบคุณุ ครูศู าสนา ดร. วารุนุ าฎ เชื้อ� หน่า่ ย,
ศาสนาจารย์์ ดร. นทีี ตัันจัันทร์์พงศ์์, และครููศาสนา ดร. ดวงสุุดา ศรีีบััวอ้้าย
ผู้�เป็็นเพื่่�อนรุ่่�นพี่่�ในการรัับใช้้พระเจ้้า ขอขอบคุุณ ดร. ชััยวััฒน์์ ชาวเมืืองแมน
ผู้ �สละเวลาอ่่านและให้้ข้้อคิิดเห็็นสำำ�หรัับหนัังสืือเล่่มนี้้� ทุุกคำำ�แนะนำำ�และ
คำำ�นิิยมที่่�ทุุกท่่านเขีียน มีีคุุณค่่าสำำ�หรัับข้้าพเจ้้าเป็็นอย่่างมาก
ขอขอบคุณุ คุณุ สุนุ ิทิ รา ตวงจารุวุ ินิ ัยั สำำ�หรับั สถานที่่ส� งบเพื่่อ� ให้ข้ ้า้ พเจ้า้
ได้้เขีียนหนัังสืือในช่่วงเวลาหลายเดืือน ขอขอบคุุณเพื่่�อนๆ ที่่�ให้้การสนัับสนุุน
ข้้าพเจ้้าในด้้านต่่างๆ เป็็นอย่่างดีี โดยเฉพาะ ศาสตราจารย์์ ดร.ศากุุน บุุญอิิต,
ผู้�ปกครองกุลุ ธิดิ า บุญุ อิติ , คุณุ สุพุ ินิ ดา คุณุ านุกุ ร และคุณุ อลิสิ า เลิศิ พงศ์พ์ ิริ ุฬุ ห์ ์
ที่่�มีีส่่วนในการสนัับสนุุนค่่าใช้้จ่่ายในการจััดพิิมพ์์และให้้กำำ�ลัังใจข้้าพเจ้้า
และครอบครััวเสมอมา ขอขอบคุุณคุุณชััชชััย ติิระเดชยวััธน์์ ที่่�ช่่วยในการ
ออกแบบปกที่่�สวยงาม ขอขอบคุุณเพื่่�อนๆ พี่่�น้้องที่่�คริิสตจัักรสืืบสััมพัันธวงศ์์
อีีกหลายท่่านที่่�สนัับสนุุนพวกเรามาโดยตลอด ข้้าพเจ้้าและครอบครััวได้้รัับ
กำำ�ลัังใจอย่่างมากมายทั้้�งในการรัับใช้้พระเจ้้าและการเขีียนหนัังสืือเล่่มนี้้�
ขอขอบคุณุ ตุ๊๊แ� ละน้อ้ งรุ้�ง (ภรรยาและลูกู สาว) สำำ�หรับั กำำ�ลังั ใจและความ
เข้้าใจให้้ข้้าพเจ้้าปลีีกวิิเวกเพื่่�อเขีียนหนัังสืือเป็็นเวลาหลายเดืือน ขอบคุุณตุ๊๊�
ที่่�ช่่วยในการดููแลน้้องรุ้�งแทนข้้าพเจ้้าในช่่วงเวลาที่่�ข้้าพเจ้้าเขีียนหนัังสืือเล่่มนี้้�
และให้้การสนัับสนุุนเคีียงข้้างในการรัับใช้้พระเจ้้ามาโดยตลอด
สุุดท้้ายขอขอบคุุณพระเจ้้าที่่�ทรงประทานกำำ�ลััง สติิปััญญา และโอกาส
เพื่่�อข้้าพเจ้้าสามารถเขีียนหนัังสืือเล่่มนี้้�ออกมาสำำ�เร็็จ ขอพระเจ้้าได้้รัับเกีียรติิ
สููงสุุดและให้้หนัังสืือเล่่มนี้้�เป็็นพรต่่อผู้้�อ่่านทุุกท่่าน
วิิริิยะ ทิิพยวรการกููร
22 สิิงหาคม ค.ศ. 2021
คำ�นยิ ม
“เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง เริ่�มต้้นด้้วย
คำำ�แนะนำำ�การศึึกษาและรููปแบบการตีีความหมายเพื่่�อเป็็นการปููพื้้�นแนวทาง
การศึึกษาพระธรรมวิิวรณ์์ว่่าไม่่ยากและน่่ากลััวแบบที่่�คนทั่่�วไปคิิด ใน
พระธรรมวิิวรณ์์จะประกอบไปด้้วยวรรณกรรม (Genre) 3 ประเภทด้้วยกััน
คืือ จดหมายฝาก (Letter) เผยพระวจนะ (Prophecy) และ วิิวรณ์์ธรรม
(Apocalypse) และในการศึกึ ษาจะต้อ้ งพิจิ ารณาวรรณกรรมทั้้ง� สามประเภทนี้้ �
ไปพร้อ้ มกันั ในแต่ล่ ะบทผู้�เขียี นได้น้ ำำ�เสนอภาพรวมของวิวิ รณ์ก์ ่อ่ น หลังั จากนั้้น�
จึงึ เข้า้ ไปในรายละเอียี ดของแต่ล่ ะข้อ้ ย่อ่ ย และในตอนท้า้ ยจะมีคี ำำ�ถามท้า้ ยบท
เพื่่อ� ช่ว่ ยพิจิ ารณาประเด็น็ ที่่ส� ำำ�คัญั เพื่่อ� นำำ�ไปสู่่�การประยุกุ ต์ใ์ ช้ใ้ นปัจั จุบุ ันั ผู้้�อ่า่ น
จะได้้รัับประโยชน์์จากเชิิงอรรถ (Footnotes) ที่่�ผู้�เขีียนได้้อธิิบายเพิ่่�มเติิม
ในสิ่่�งที่่�ต้้องการขยายความซึ่ �งจะเป็็นประโยชน์์มากสำำ�หรัับผู้้�อ่่านที่่�ไม่่คุ้้�นเคย
กัับเบื้้�องหลัังของเนื้้�อหาในตอนนั้้�นๆ นอกจากนี้้�รายชื่ �อบรรณานุุกรมที่่�ผู้ �เขีียน
ได้ค้ ้น้ คว้า้ ทำำ�ให้ท้ ราบว่า่ ผู้�เขียี นได้เ้ ข้า้ ถึงึ แหล่ง่ ข้อ้ มูลู ที่่ส� ำำ�คัญั และเป็น็ ประโยชน์์
ในการศึึกษาพระธรรมวิิวรณ์์ ที่่�ผู้้�ศึึกษาโดยทั่่�วไปจะไม่่สามารถเข้้าถึึงหนัังสืือ
เหล่่านี้้�ได้้
ต่่อจากนี้้�ไปหนัังสืือเล่่มนี้้�จะเป็็นที่่�ถููกกล่่าวถึึงในหมวดพระคััมภีีร์์ใหม่่
และจะเป็็นหนัังสืือประกอบสำำ�คััญเล่่มหนึ่่�งในการศึึกษาพระธรรมวิิวรณ์์อย่่าง
ละเอีียดและลึึกซึ้้�ง”
ดร.ชััยวััฒน์์ ชาวเมืืองแมน
ผู้้�อำำ�นวยการโรงเรีียนคริิสต์์ศาสนศาสตร์์แบ๊๊บติิสต์์
“เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง เป็็นหนัังสืือที่่�มีี
คุุณค่่าอีีกเล่่มหนึ่่�งสำำ�หรัับคริิสเตีียนในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่่างยิ่�งสำำ�หรัับ
บรรดาผู้ �ที่ �มีีความสนใจอยากจะก้้าวข้้ามอุุปสรรคต่่างๆ ที่่�เกิิดขึ้ �นเมื่่�ออ่่าน
พระธรรมวิิวรณ์์ หนัังสืือเล่่มนี้้�จะช่่วยให้้ผู้้�อ่่านทุุกท่่านได้้ปลดปล่่อยจาก
เงื่ �อนไขว่่าพระธรรมวิิวรณ์์อ่่านแล้้วเข้้าใจยาก น่่ากลััว ไกลตััว หรืือแม้้แต่่เป็็น
เรื่ �องที่่�สัับสน ดัังนั้้�นแล้้วหนัังสืือเล่่มนี้้�จึึงมีีแนวการเขีียนที่่�นำำ�เสนอด้้วยมุุมมอง
ที่่�น่่าสนใจและทรงคุุณค่่าด้้วยเป็็นผลงานทางด้้านวิิชาการบนพื้้�นฐานของ
ความเชื่ �อว่่านี่่�คืือพระวจนะของพระเจ้้าที่่�ถึึงแม้้ว่่าจะเป็็นการเขีียนให้้แก่่
บรรดาผู้�เชื่�อในอดีีต แต่่ก็็ยัังคงเป็็นพระธรรมที่่�ให้้ความหวัังสำำ�หรัับคริิสตชน
ในศตวรรษที่่� 21 ได้้”
ครููศาสนา ดร.ดวงสุุดา ศรีีบััวอ้้าย
รัักษาการคณบดีีวิิทยาลััยพระคริิสต์์ธรรมแมคกิิลวารีี
“เมื่่�อเราอ่่านพระธรรมวิิวรณ์์ บ่่อยครั้้�งเรารู้้�สึึกไม่่เข้้าใจและมีีคำำ�ถาม
มากมาย เปิดิ ประตูวู ิวิ รณ์:์ อรรถาธิบิ ายหนังั สือื แห่ง่ ความหวังั ช่ว่ ยเราให้เ้ ข้า้ ใจ
พระธรรมวิวิ รณ์ช์ ัดั เจนขึ้้น� ด้ว้ ยการให้โ้ ครงสร้า้ งและให้ว้ ิธิ ีกี ารอ่า่ นที่่เ� หมาะสม
ซึ่ �งช่่วยให้้ความจริิงของพระคำำ�นี้้�ซัับซ้้อนน้้อยลงและนำำ�มาใช้้ได้้จริิงในชีีวิิต
ของเรา หนังั สือื เล่ม่ นี้้จ� ะทำำ�ให้ผ้ ู้้�อ่า่ นรู้้�สึกึ สนุกุ กับั การอ่า่ นพระธรรมวิวิ รณ์์ และ
ที่่�สำำ�คััญจะช่่วยให้้เรายืืนหยััดในองค์์พระเยซููคริิสต์์เจ้้าและเผชิิญหน้้ากัับสัังคม
ที่่�เดิินสวนทางพระเจ้้าอย่่างมีีความหวัังมากขึ้้�น”
ศาสนาจารย์์ ดร. นทีี ตัันจัันทร์์พงศ์์
ศิิษยาภิิบาลคริิสตจัักร Grace City Bangkok
ผู้�ประสานงานองค์์การ City to City Thailand
“หนังั สือื เปิดิ ประตูวู ิวิ รณ์:์ อรรถาธิบิ ายหนังั สือื แห่ง่ ความหวังั เขียี นโดย
ดร. วิิริิยะ ทิิพยวรการกููร นัับเป็็นหนัังสืืออธิิบายพระคััมภีีร์์ใหม่่ที่่�ดีีและมี ี
คุุณค่่ายิ่�งสำำ�หรัับคริิสเตีียนไทย เพราะผู้�เขีียนที่่�ถืือได้้ว่่าเป็็นนัักวิิชาการ
คริสิ เตียี นรุ่่�นใหม่ ่ กล้า้ คิดิ กล้า้ เขียี น มีหี ลักั การในการตีคี วาม และอ้า้ งอิงิ แหล่ง่
ข้อ้ มูลู จากนักั วิชิ าการพระคัมั ภีรี ์ช์ั้น� นำ�ำ โดยเริ่ม� ต้น้ จากบทนำ�ำ ก็น็ ่า่ ประทับั ใจแล้ว้
ที่่�ผู้ �เขีียนแนะนำำ�ผู้้�อ่่านไม่่ต้้องกลััวที่่�จะอ่่านพระธรรมวิิวรณ์์ว่่า น่่าสนุุกและ
ตื่�นเต้้นเหมืือนท่่องไปในดิินแดนแฟนตาซีี ให้้อ่่านให้้จบเล่่ม จะพบพระพร
ที่่�ซ่่อนในพระวจนะ และเป็็นอย่่างนั้้�นจริิงๆ
เนื้้อ� หาทางวิชิ าการที่่ผ�ู้�เขียี นอธิบิ ายความหมายที่่ซ� ่อ่ นอยู่�และแปลความ
แต่่ละบท แต่่ละตอนที่่�เข้้าใจยากให้้เข้้าใจง่่าย มีี footnote เพื่่�ออธิิบาย
เพิ่่�มเติิมจากภาษาเดิิมในส่่วนที่่�ต้้องการให้้ผู้้�อ่่านรู้้�เบื้้�องหลัังของเรื่ �องนั้้�นๆ มีี
การประยุกุ ต์ใ์ ช้ก้ ับั การดำำ�เนินิ ชีวี ิติ คริสิ เตียี น และเตือื นคริสิ ตจักั รปัจั จุบุ ันั ว่า่ เรา
อยู่�ในสภาพใดหากเปรีียบเทีียบกัับคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดในวิิวรณ์์ และยัังตัักเตืือน
ให้้ระวัังคำำ�สอนเทีียมเท็็จด้้วย ตลอดการดำำ�เนิินเรื่�อง อธิิบายความตั้�งแต่่ต้้น
จนจบของหนังั สือื วิวิ รณ์ ์ ท้า้ ยที่่ส� ุดุ ชัยั ชนะเป็น็ ของพระเยซูคู ริสิ ต์์ และเชิญิ ชวน
ผู้้�อ่่านให้้นมััสการองค์์พระผู้ �เป็็นเจ้้า ผู้้�เป็็นความหวัังสุุดท้้ายของเรา
หนัังสืือเล่่มนี้้�เหมาะสำำ�หรัับศิิษยาภิิบาล ผู้้�นำำ�คริิสตจัักร ครููสอน
พระคััมภีีร์์ และคริิสตชนทั่่�วไปที่่�จะอ่่านหนัังสืืออธิิบายพระธรรมวิิวรณ์์
อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง เล่่มนี้้�”
ศาสนาจารย์์ ดร. มาโนช แจ้้งมุุข
ผู้้�อำำ�นวยการพระคริิสตธรรมกรุุงเทพ (BBS)
ประธานสหกิิจคริิสเตีียนแห่่งประเทศไทย
ประธานกรรมการพัันธกิิจแลงแฮม ประเทศไทย
“ดร. วิิริิยะ ได้้ช่่วยทำำ�ให้้พระธรรมวิิวรณ์์ที่่�อ่่านยาก ดููน่่ากลััวและ
มัักได้้รัับการตีีความหมายแบบผิิดๆ หรืือบิิดเบืือน กลายเป็็นหนัังสืือที่่ �
อ่่านง่่ายขึ้�น น่่าสนุุก น่่าติิดตาม ให้้คำำ�อธิิบายถึึงการตีีความหมายตามรููปแบบ
วรรณกรรมและตามบริิบทของพระธรรมวิิวรณ์์ ช่่วยทำำ�ให้้ผู้้�อ่่านทั่่�วไปที่่�ไม่่ใช่่
นัักวิิชาการ สามารถเข้้าใจภาษาสััญลัักษณ์์ เข้้าถึึงอรรถรสของเรื่�องราว และ
ยัังช่่วยลบล้้างความเข้้าใจผิิดว่่าวิิวรณ์์เป็็นหนัังสืือคำำ�ทำำ�นายวัันสิ้้�นโลก ผู้้�อ่่าน
จึึงได้้รัับความเข้้าใจที่่�กระจ่่างชััดว่่า วิิวรณ์์เป็็นหนัังสืือที่่�หนุุนใจผู้้�อ่่านให้้
ยืืนหยััดในความเชื่�อ และมีีโอกาสสำำ�รวจชีีวิิตแห่่งความเชื่�อในพระเจ้้าอีีกครั้้�ง
หนัังสืือ เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง จึึงเป็็นหนัังสืือ
ที่่�ต้้องอ่่าน ไม่่เพีียงแต่่คุุณจะได้้รัับประโยชน์์จากการตีีความตามหลัักวิิชาการ
ดัังกล่่าว แต่่ยัังเป็็นหนัังสืือที่่�สามารถใช้้ในการอภิิบาลศิิษย์์ได้้เป็็นอย่่างดีีด้้วย
ที่่�สำำ�คััญหนัังสืือเล่่มนี้้�จะช่่วยให้้คุุณมีีสติิในการดำำ�เนิินชีีวิิตที่่�เตรีียมพร้้อม
รัับการเสด็็จมาของพระเยซููคริิสต์์เจ้้า”
ครููศาสนา ดร. วารุุนาฎ เชื้้�อหน่่าย
ศิิษยาภิิบาลคริิสตจัักรสะพานเหลืืองคลองตััน
ผู้ �ประสานงานองค์์กรแลงแฮมประเทศไทย
อาจารย์์พิิเศษสถาบัันกรุุงเทพคริิสตศาสนศาสตร์์
และพระคริิสตธรรมกรุุงเทพ
“จุุดเด่่นของหนัังสืือเล่่มนี้้� นอกจากเป็็นตำำ�ราวิิชาการที่่�น่่าเชื่ �อถืือ
ยัังถููกเขีียนขึ้้�นด้้วยภาษาที่่�ง่่าย น่่าติิดตาม และด้้วยการอธิิบายตามบริิบททาง
ประวััติิศาสตร์์ ภาษา ลัักษณะวรรณกรรม และโครงสร้้างตามเนื้้�อหา ทำำ�ให้้
ผู้้�อ่่านก้้าวข้้ามความยาก ความสัับสน และความน่่ากลััวของภาษาสััญลัักษณ์์
ต่่างๆ และทำำ�ให้้มีีความเชื่�อและจุุดยืืนที่่�ถููกต้้อง”
ศาสนาจารย์์ ดร. วัันดีี วจนะถาวรชััย
ผู้้�อำำ�นวยการสถาบัันกรุุงเทพคริิสตศาสนศาสตร์์
“เมื่่�อท่่านอ่่านหนัังสืือเล่่มนี้้�จบ ท่่านจะอ่่านพระธรรมวิิวรณ์์อย่่างมี ี
ความเข้้าใจ และนำำ�ไปใช้้อย่่างถููกต้้อง โดยไม่่ต้้องรอคอยให้้นัักเทศน์์ที่่�มีี
ชื่�อเสีียงมาคอยบอกท่่านว่่า สััญลัักษณ์์ต่่างๆ ในพระธรรมเล่่มนี้้�หมายถึึงอะไร
พระเยซููคริิสต์์จะเสด็็จกลัับมาเมื่่�อไร เลข 666 คืือใคร หนัังสืือเล่่มนี้้�ไม่่ได้้เป็็น
หนัังสืืออธิิบายพระคััมภีีร์์เป็็นข้้อๆ แต่่เป็็นการรวบรวมเนื้้�อหาต่่างๆ ให้้เป็็น
หมวดหมู่่� มีีหลัักการตีีความหมายที่่�ชััดเจน และมีีตารางที่่�ทำำ�ให้้ท่่านเห็็น
ภาพรวมได้้ชััดเจนยิ่่�งขึ้ �น หนัังสืือเล่่มนี้้�จึึงเป็็นหนัังสืือที่่�คริิสเตีียนควรมีีไว้้เพื่่�อ
เป็น็ คู่่�มือื ที่่ช� ่ว่ ยเข้า้ ใจสถานการณ์ต์ ่า่ งๆ ที่่ก� ำำ�ลังั เกิดิ ขึ้น� ในโลกของเรา และจะได้้
ตอบสนองอย่่างถููกต้้อง”
ศาสนาจารย์์ ดร. เสรีี หล่่อกััณภััย
เลขาธิิการสมาคมพระคริิสตธรรมไทย
กรรมการอำำ�นวยการสถาบัันกรุุงเทพคริิสตศาสนศาสตร์์
“เมื่่�อพููดถึึงพระธรรมวิิวรณ์์ พี่่�น้้องคริิสเตีียนมีีท่่าทีีที่่�หลากหลายมาก
ที่่�ขอบด้า้ นซ้า้ ย บางคนรู้้�สึึกว่า่ นี่่เ� ป็น็ พระธรรมลึกึ ลับั ที่่ไ� ม่ม่ ีวี ันั จะเข้า้ ใจได้จ้ ริงิ ๆ
ไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ พระวิญิ ญาณทั้้ง� เจ็ด็ คนอยากตายแต่ค่ วามตายหนีไี ปจากเขา ผู้�หญิงิ
ที่่�สวมดวงอาทิิตย์์เป็็นเสื้�อผ้้า หรืือสััตว์์ร้้ายที่่�ขึ้�นมาจากทะเลซึ่่�งมีีเจ็็ดหััวแต่่มีี
สิิบเขา (จิิตรกรเลยปวดหััวว่่าจะวาดอย่่างไรเพราะมัันมีีเขามากกว่่าหััว!) ส่่วน
ขอบด้้านขวาก็็เต็็มไปด้้วยคนที่่�พยายามจะอ่่านวิิวรณ์์ในมืือขวาไปพร้้อมๆ กัับ
หนังั สือื พิมิ พ์ใ์ นมือื ซ้า้ ย และเชื่อ� มโยงสร้า้ งกระแสความฮือื ฮาที่่เ� ปลี่ย� นไปเรื่อ� ยๆ
ไม่่ว่่าจะเป็็นดาวนพเคราะห์์ 9 ดวงในสุุริิยจัักรวาลมาอยู่�ในระนาบเดีียวกััน
ในทศวรรษ 70 สงครามตะวัันออกกลางในทศวรรษ 80 ไมโครชิิป 666 ที่่�ฝััง
ในร่่างกายในทศวรรษ 90 วิิกฤต Y2K ตอนปลายศตวรรษที่่�แล้้ว หรืือล่่าสุุด
ก็็คืือการแพร่่ระบาดของโควิิด 19! ท่่าทีีแบบแรกพาไปสู่่�ความไม่่ใส่่ใจต่่อ
พระธรรมเล่่มนี้้� ส่่วนท่่าทีีแบบหลัังทำำ�ให้้วิิวรณ์์กลายเป็็นพระธรรมที่่�ไม่่มี ี
ความหมายสำำ�หรับั คริสิ เตียี นในศตวรรษที่่� 1 ทั้้ง� ๆ ที่่พ� วกเขาเป็น็ กลุ่่�มเป้า้ หมาย
แต่เ่ ดิมิ ของพระธรรมเล่ม่ นี้้� เปิดิ ประตูวู ิวิ รณ์:์ อรรถาธิบิ ายหนังั สือื แห่ง่ ความหวังั
ช่ว่ ยพาเราข้า้ มเวลากลับั ไปสู่�บริบิ ทเดิมิ ของพระธรรมเล่ม่ นี้้� เพื่่อ� ทำำ�ความเข้า้ ใจ
ความหมายที่่น� ่า่ จะเป็น็ ของพระธรรมเล่ม่ นี้้ � ถ้า้ คุณุ อยู่�ทางขอบซ้า้ ย ความหมาย
จะค่อ่ ยๆ ชัดั เจนขึ้้น� มาว่า่ อะไรหมายถึงึ อะไร ถ้า้ คุณุ อยู่�ทางขอบขวา คุณุ อาจจะ
เห็น็ เป็น็ ครั้้ง� แรกว่า่ คุณุ พลาดอะไรไปบ้า้ ง และสำ�ำ หรับั ทุกุ คนที่่อ� ยู่�กึ่ง� กลางระหว่า่ ง
ทั้้ง� 2 ขอบ คุณุ จะได้ร้ ับั ประโยชน์ท์ ั้้ง� ในด้า้ นความเข้า้ ใจ การตีคี วามหมาย และ
การท้า้ ทายให้ส้ นองตอบต่อ่ พระวจนะเล่ม่ นี้้ใ� นเชิงิ ปฏิบิ ัตั ิมิ ากขึ้้น� อย่า่ งแน่น่ อน”
ศาสนาจารย์์ ดร. เอษรา โมทนาพระคุุณ
นัักวิิชาการอิิสระด้้านพัันธสััญญาใหม่่
คำ�นำ�
พระธรรมวิิวรณ์์เป็็นหนัังสืือเล่่มสุุดท้้ายของพระคริิสตธรรมภาค
พัันธสััญญาใหม่่ เป็็นเหมืือนตอนจบของเรื่�องราวทั้้�งหมดของพระคััมภีีร์์
ที่่�เกี่ �ยวข้้องกัับพระเจ้้าและมนุุษย์์ กล่่าวถึึงความหวัังสููงสุุดของคริิสเตีียน
ว่่าด้้วยเรื่ �องการเสด็็จกลัับมาของพระเยซููคริิสต์์ การพิิพากษาสุุดท้้ายของ
พระเจ้้า และแผ่น่ ดิินสวรรค์์ที่่�พระเจ้้าทรงจััดเตรีียมให้้ไว้้สำำ�หรัับผู้�เชื่�อ อย่่างไร
ก็็ตามพระธรรมวิิวรณ์์กลัับเป็็นหนัังสืือที่่�ถููกละเลยมากที่่�สุุดก็็ว่่าได้้ ไม่่ได้้รัับ
ความนิิยมมากนััก ไม่่ค่่อยมีีการหนุุนใจให้้อ่่าน ไม่่ค่่อยมีีการสอนหรืือเทศนา
บนธรรมาสน์์ อาจมีสี าเหตุบุ างประการที่่ท� ำำ�ให้ห้ นังั สือื เล่ม่ นี้้ไ� ม่ไ่ ด้ร้ ับั ความนิยิ ม
มากนััก
1. พระธรรมวิิวรณ์์เข้้าใจยาก หลายคนพยายามอ่่านแล้้ว แต่่ไม่่เข้้าใจ
เพราะวิิวรณ์์เต็็มไปด้้วยภาษาสััญลัักษณ์์ตลอดทั้้�งเล่่ม เช่่น มีีภาพบุุตรมนุุษย์์
ที่่�ดููน่่ากลััว ที่่�มีีพระเนตรเหมืือนเปลวไฟ มีีพระบาทเหมืือนทองสััมฤทธิ์ � มีีดาบ
ออกจากพระโอษฐ์์ (1:13-16) หรืือมีีเรื่�องการแกะตราทั้้�งเจ็็ดที่่�นำำ�สู่่�ภััยพิิบััติิ
(6:1-17) หรืือมีีสััตว์์ร้้ายที่่�มีีเจ็็ดหััวสิิบเขาขึ้�นมาจากทะเล (13:1) หรืือมีีหญิิง
แพศยาที่่�ขี่�อยู่�บนสััตว์์ร้้าย (17:1) หรืือมีีเครื่่�องหมายของสััตว์์ร้้ายที่่�เป็็นเลข
666 (13:18) เป็็นต้้น ผู้้�อ่่านทั่่�วไปไม่่สามารถเข้้าใจสััญลัักษณ์์เหล่่านี้้�ว่่า
หมายถึึงอะไร และมีีประโยชน์์อะไรกัับเรา
2. พระธรรมวิิวรณ์์เป็็นเรื่�องน่่ากลััว บางคนเคยอ่่านแต่่ไม่่กล้้าอ่่าน
ให้้จบ เพราะรู้้�สึึกหดหู่่�กัับภััยพิิบััติิ มีีภาพแผ่่นดิินไหวครั้้�งใหญ่่ ดวงอาทิิตย์์
กลายเป็็นสีีดำำ�มืืด ดวงจัันทร์์กลายเป็็นสีีเลืือด ดวงดาวตกลงมาจากฟ้้า ภููเขา
และเกาะถููกเลื่�อนไปจากที่่�เดิิม (6:12-14) มีีสงครามครั้้�งใหญ่่ที่่�มนุุษย์์ถููกฆ่่า
เสีียหนึ่่�งในสามส่ว่ น (9:15, 18) เป็น็ ต้้น ภััยพิบิ ัตั ิิต่่างๆ เหล่่านี้้�ทำำ�ให้้ผู้้�อ่่านรู้้�สึึก
หวาดกลััว มากกว่่าให้้ความหวัังหรืือคำำ�หนุุนน้ำำ��ใจ
3. พระธรรมวิิวรณ์์เป็็นเรื่�องไกลตััว บางคนอาจไม่่ได้้หวาดกลัวั ในเรื่�อง
ภััยพิิบััติิมากนััก แต่่เห็็นว่่าวิิวรณ์์พููดถึึงเรื่�องอนาคตไกลตััว กล่่าวถึึงเรื่�อง
ยุุคสุุดท้้าย เรื่�องการพิิพากษาและการเสด็็จกลัับมาของพระเยซููคริิสต์์ เรื่�อง
แผ่่นดิินสวรรค์์ (ที่่�มัักจะได้้ฟัังในงานไว้้อาลััย) ซึ่่�งผ่่านมาสองพัันกว่่าปีีแล้้ว
พระองค์ก์ ็ย็ ังั ไม่ไ่ ด้เ้ สด็จ็ กลับั มา วิวิ รณ์จ์ ึงึ ไม่ไ่ ด้ม้ ีคี ำ�ำ กล่า่ วอะไรเร่ง่ ด่ว่ นสำ�ำ หรับั ฉันั
4. พระธรรมวิิวรณ์์สร้้างความสัับสน รวมถึึงความแตกแยกระหว่่าง
ผู้�เชื่อ� สำำ�หรับั ผู้�เชื่อ� บางคนที่่เ� คยศึกึ ษาพระธรรมวิวิ รณ์ม์ าบ้า้ ง จะพบว่า่ หนังั สือื
เล่่มนี้้�มีีการตีีความที่่�หลากหลายแนวคิิดหลากหลายทฤษฎีี มีีอย่่างน้้อย
4 ทฤษฎีีที่่�ใช้้ในการตีีความหมายพระธรรมวิิวรณ์์คืือ 1) อนาคตนิิยม (The
Futurist View) มองว่่าวิิวรณ์์เป็็นหนัังสืือที่่�ผู้�เขีียนทำำ�นายอนาคตของ
ยุุคสุุดท้้ายด้้วยภาษาสััญลัักษณ์์ ในยุุคปััจจุุบััน (คริิสต์์ศตวรรษที่่�21) คง
ใกล้้เคีียงกัับสิ่ �งที่่�วิิวรณ์์กล่่าวถึึงที่่�สุุด ดัังนั้้�นผู้้�อ่่านจึึงต้้องถอดรหััสภาษา
สััญลัักษณ์์เหล่่านี้้�ให้้เข้้ากัับเหตุุการณ์์ปััจจุุบััน 2) อดีีตนิิยม (The Preterist
View) มองว่า่ วิวิ รณ์ไ์ ด้พ้ ยากรณ์เ์ หตุกุ ารณ์ต์ ่า่ งๆ และสำำ�เร็จ็ เสร็จ็ ลงแล้ว้ ทั้้ง� หมด
ในช่่วงปีี ค.ศ.70 ที่่�กรุุงเยรููซาเล็็มและพระวิิหารถููกทำำ�ลาย ดัังนั้้�นผู้้�อ่่านจึึง
อ่า่ นวิวิ รณ์เ์ พื่่อ� เข้า้ ใจเหตุกุ ารณ์ใ์ นอดีตี ที่่จ� บไปแล้ว้ 3) ประวัตั ิศิ าสตร์น์ ิยิ ม (The
Historicist View) มองวิิวรณ์์เป็็นการทำำ�นายเหตุุการณ์์ประวััติิศาสตร์์โลก
ในยุุคสมััยต่่างๆ ตั้้�งแต่่ยุุคของอััครทููตจนถึึงยุุคอวสานของโลก ดัังนั้้�นผู้้�อ่่าน
จึงึ ต้อ้ งตีคี วามว่า่ วิวิ รณ์ใ์ นบทต่า่ งๆ นี้้เ� ชื่อ� มโยงกับั ยุคุ สมัยั ใด และ 4) สัญั ลักั ษณ์์
นิิยม คืือมองว่่าวิิวรณ์์เป็็นเพีียงภาษาสััญลัักษณ์์ ไม่่เกี่�ยวข้้องกัับเหตุุการณ์์จริิง
ใดๆ ในประวััติิศาสตร์์โลก แต่่เป็็นเหมืือนนิิทานเปรีียบเทีียบ (allegory)
เพื่่�อสอนถึึงหลัักการฝ่่ายวิิญญาณ โดยที่่�วิิวรณ์์นำำ�เสนอมุุมมองของการต่่อสู้ �
ระหว่า่ งพระเจ้า้ กับั ซาตาน ความดีกี ับั ความชั่ว� และคริสิ เตียี นกับั การถูกู ข่ม่ เหง
ความหลากหลายแนวคิดิ และทฤษฎีเี หล่า่ นี้้ส� ร้า้ งความสับั สนให้ก้ ับั ผู้้�อ่า่ นตั้้ง� แต่ ่
ก่่อนที่่�จะเปิิดอ่่านวิิวรณ์์เองโดยตรงว่่าหนัังสืือเล่่มนี้้�กำำ�ลัังกล่่าวถึึงเรื่ �องอะไร
ด้้วยเหตุุนี้้�หนัังสืือ เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง
มีจี ุดุ มุ่�งหมายให้ผ้ ู้้�อ่า่ นก้า้ วข้า้ มปัญั หาต่า่ งๆ ทั้้ง� เรื่อ� งภาษาสัญั ลักั ษณ์ ์ ความกลัวั
และความสัับสน เพื่่�อผู้้�อ่่านจะสามารถเข้้าถึึงเนื้้�อหาได้้อย่่างเหมาะสม
อ่า่ นวิวิ รณ์ไ์ ด้อ้ ย่า่ งมีอี รรถรสและได้ร้ ับั ประโยชน์จ์ ากพระธรรมเล่ม่ นี้้ไ� ด้้ แท้จ้ ริงิ
พระธรรมวิิวรณ์์เป็็นหนัังสืือแห่่งความหวัังและมีีพระพรให้้กัับทุุกท่่านที่่�อ่่าน
วิิวรณ์์ได้้หนุุนใจตั้�งแต่่ต้้นว่่า “ความสุุขมีีแก่่ผู้�ที่�อ่่านและแก่่บรรดาผู้�ที่�ฟัังคำำ�
เผยพระวจนะ แล้้วประพฤติิตามสิ่�งต่่างๆ ที่่�เขีียนไว้้ในนั้้�น เพราะว่่าเวลานั้้�น
ใกล้้เข้้ามาแล้้ว” (วว. 1:3) ผู้้�ที่่�ไม่่อ่่านก็็พลาดจากพระพรนี้้� ผู้้�ที่่�ไม่่เข้้าใจ
ก็็ไม่่สามารถประพฤติิตามได้้ หนัังสืือวิิวรณ์์ไม่่ได้้เน้้นที่่�คำำ�ทำำ�นายอนาคตหรืือ
อวสานของโลกมนุษุ ย์์ แม้ว้ ่า่ วิวิ รณ์ก์ ล่า่ วถึงึ “อนาคต” แต่ก่ ็เ็ พื่่อ� ประโยชน์แ์ ละ
พระพรที่่แ� ท้จ้ ริงิ ต่อ่ ผู้้�อ่า่ นดั้้ง� เดิมิ ในคริสิ ต์ศ์ ตวรรษแรกก่อ่ นและต่อ่ เราทั้้ง� หลาย
ผู้้�อ่่านรุ่่�นหลััง เปิิดประตููวิิวรณ์์แบ่่งเนื้้�อหาออกเป็็น 8 บท
บทที่่� 1 แนะนำำ�การอ่่านและการตีีความหมายพระธรรมวิิวรณ์์อย่่าง
เหมาะสม เพื่่�อที่่�จะอ่่านวิิวรณ์์ให้้เข้้าใจให้้เราเรีียนรู้้�จัักละความเข้้าใจเดิิม
ทิ้้�งออกไปก่่อน (unlearn) ความเข้้าใจที่่�อาจสร้้างความกลััวหรืือความสัับสน
ให้้กัับเรา รวมถึึงทฤษฎีีการตีีความต่่างๆ ในการตีีความหมาย ในบทนี้้�จะ
แนะนำำ�ให้้เราเริ่ �มต้้นจากการอ่่านวิิวรณ์์ด้้วยตััวเอง อ่่านเหมืือนรัับรู้ �เรื่ �องราว
เหล่่านี้้�เป็็นครั้้�งแรก อ่่านโดยไม่่ต้้องคำำ�นึึงถึึงการถอดรหััสหรืือการหาคำำ�
ทำำ�นายใดๆ ในอนาคต อ่่านเพื่่�อเข้้าถึึงอรรถรสของพระธรรมเล่่มนี้้� และบทนี้้ �
จะให้้ข้้อแนะนำำ�ต่่างๆ เพื่่�อช่่วยให้้ความเข้้าใจพื้้�นฐานของการตีีความหมาย
พระธรรมวิวิ รณ์์ รวมถึงึ ภูมู ิหิ ลังั ประวัตั ิศิ าสตร์์ ลักั ษณะวรรณกรรม ความหมาย
ของภาษาสััญลัักษณ์์ และโครงสร้้างของพระธรรมวิิวรณ์์ คำำ�แนะนำำ�พื้้�นฐาน
ในการอ่่านเหล่่านี้้�ช่่วยให้้ผู้้�อ่่านได้้เรีียนรู้้�พื้้�นฐานการตีีความวิิวรณ์์อย่่าง
เหมาะสม บทนี้้�จะช่่วยปรัับทััศนคติิผู้้�อ่่านให้้เข้้าใจว่่า วิิวรณ์์ไม่่ใช่่หนัังสืือ
ประหลาด ไม่่ใช่่หนัังสืืออ่่านยากที่่�เราต้้องพยายามถอดรหััสต่่างๆ แต่่เป็็น
หนัังสืือที่่�ผู้้�อ่่านได้้รัับคำำ�หนุุนใจได้้ หากเราอ่่านวิิวรณ์์เหมืือนอ่่านเรื่�องเล่่า
แฟนตาซีี ท่่องไปในโลกแฟนตาซีีที่่�สื่�อสารด้้วยสััญลัักษณ์์ต่่างๆ แม้้ผู้้�อ่่าน
อาจไม่่เข้้าใจในรายละเอีียดของภาษาสััญลัักษณ์์ทั้้�งหมด แต่่ยัังสามารถได้้รัับ
ประโยชน์์จากพระธรรมวิิวรณ์์ได้้ จุุดประสงค์์หลัักของวิิวรณ์์ เพื่่�อให้้ความหวััง
ต่่อผู้�เชื่�อ หนุุนใจให้้ผู้้�อ่่านยืืนหยััดต่่อสู้�ในการติิดตามพระเจ้้า และคำำ�ตัักเตืือน
สำำ�หรัับผู้ �ที่ �กำำ�ลัังจะหลงไปติิดตามวิิถีีของโลก
บทที่่� 2 – 7 เป็็นเนื้้�อหาหลััก ประกอบด้้วยคำำ�อธิิบายรายละเอีียด
ของเนื้้�อหาพระธรรมวิิวรณ์์ 1 – 22 เนื้้�อหาวิิวรณ์์ถููกแบ่่งตอนออกเป็็น 6 ชุุด
ตามการเปิิดเผย บทที่่� 2 เสนอเรื่�องพระคริิสต์์และคริิสตจัักร (วว. 1-3)
บทที่่� 3 เสนอเรื่�องการนมััสการในสวรรค์์และความตกต่ำำ��บนแผ่่นดิินโลก
จากการแกะตราทั้้�งเจ็็ด (วว. 4-7) บทที่่� 4 เสนอเรื่�องมหัันตภััยทางธรรมชาติิ
จากการเป่่าแตรทั้้�งเจ็็ด (วว. 8-11) บทที่่� 5 เสนอเรื่�องสงครามฝ่่ายวิิญญาณ
(วว. 12:1-15:4) บทที่่� 6 เสนอเรื่�องพระพิิโรธของพระเจ้้า จากการเทชาม
ทั้้�งเจ็็ด และการล่่มสลายของมหานครบาบิิโลน (วว.15:5-19:10) และบทที่่� 7
เสนอเรื่�องชััยชนะและการทรงสร้้างใหม่่ของพระเจ้้า (วว. 19:11-22:21)
เกืือบทุุกบท (ยกเว้้นบทที่่� 2) จะมีีเนื้้�อหาจบด้้วยการนมััสการพระเจ้้า ซึ่่�งเป็็น
เหมืือนคำำ�เชิิญชวนให้้ผู้้�อ่่านกลัับสู่่�การนมััสการพระเจ้้าท่่ามกลางสถานการณ์์
เลวร้้าย นอกจากคำำ�อธิิบายรายละเอีียดของเนื้้�อหาแล้้ว ในแต่่ละหััวข้้อ
จะมีีตััวอย่่างของบทเรีียนเพื่่�อผู้้�อ่่านจะได้้ประโยชน์์จากเนื้้�อหาและนำำ�สู่่�การ
ประยุุกต์์ใช้้ส่่วนตััวหรืือกัับคริิสตจัักรได้้ด้้วย
บทที่่� 8 เป็น็ บทสรุปุ และข้อ้ แนะนำำ� ในบทนี้้ป� ระกอบไปด้ว้ ย ข้อ้ แนะนำำ�
ในการอ่่านวิิวรณ์์แบบคร่่าวๆ เนื้้�อหาโดยภาพรวม (Themes) ที่่�เราเรีียนรู้้�ได้้
จากพระธรรมวิิวรณ์์ และข้้อแนะนำำ�สำำ�หรัับนัักเทศน์์ในการเตรีียมบทเทศนา
จากพระธรรมวิวิ รณ์์ เราจะได้้เห็็นว่่าวิิวรณ์์เป็็นประโยชน์์มากสำำ�หรัับผู้้�อ่่านทั้้�ง
ต่่อส่่วนตััวและต่่อคริิสตจัักร โดยเฉพาะการทำำ�ความเข้้าใจเรื่�องแผนการไถ่่
และการครอบครองของพระเจ้้า เป็็นหนัังสืือที่่�ให้้ความหวัังที่่�แท้้จริิงเพื่่�อ
ธรรมิกิ ชนที่่�จะยืืนหยััด เสีียสละ ต่่อสู้้� จนได้้รัับชััยชนะร่่วมกัับพระเมษโปดก
ส่่วนคนอธรรมที่่�หลงไปติิดตามวิิถีีของโลก หนัังสืือเล่่มนี้้�เตืือนพวกเขาให้ ้
กลับั ใจโดยเร็ว็ เพื่่อ� เขาจะได้ห้ ลีกี หนีกี ารพิพิ ากษาลงโทษและพลาดจากพระพร
ใหญ่่ที่่�พระเจ้้าทรงจััดเตรีียมไว้้
หนัังสืือ เปิิดประตููวิิวรณ์์ เขีียนขึ้้�นเพื่่�อให้้ผู้้�อ่่านที่่�เป็็นสมาชิิกทั่่�วไปใน
คริสิ ตจักั รที่่อ� าจไม่ไ่ ด้ม้ ีคี วามรู้�พื้น� ฐานมากนักั เข้า้ ใจได้้ แต่ส่ ำำ�หรับั นักั เทศน์ห์ รือื
นัักศึึกษาพระคริิสตธรรม หรืือผู้้�ต้้องการศึึกษาพระธรรมวิิวรณ์์อย่่างลึึกซึ้้�ง
ในเชิงิ วิชิ าการ สามารถศึกึ ษาเพิ่่ม� เติมิ ได้จ้ ากรายละเอียี ดที่่อ� ธิบิ ายและให้ข้ ้อ้ มูลู
ที่่�เชิิงอรรถและบรรณานุุกรม
แนะนาำ การอา น
พระธรรมวัวิ ัรณ์์
บทนาํ
ปญั หาสาำ คำญั ทท�ี าำ ใหค้ ำรสิ เตยี นิไมไ่ ดร้ บั ประโยชันิจ์ ากิพระธรรมวัวิ ัรณ์ ์ คำอื
กิารไม่ได้อ่านิพระธรรมวัิวัรณ์์ตลัอดทั�งเลั่มด้วัยตัวัเอง บทนิี�ต้องกิารชั่วัยให้เรา
กิา้ วัข้า้ มปญั หาตา่ งๆ ทที� ำาใหเ้ รากิลัวั ัทจี� ะอา่ นิวัวิ ัรณ์ ์ กิอ่ นิทเี� ราจะอา่ นิบทตอ่ ไป
ข้้าพเจ้าข้อหนิุนิใจให้อ่านิพระธรรมวัิวัรณ์์ด้วัยตัวัเองกิ่อนิอย่างนิ้อย 1 รอบ
ตอ่ เนิอื� งกินั ิ อยา่ อา่ นิวัวิ ัรณ์เ์ หมอื นิอา่ นิคำำาทำานิายถึงึ เหตกุ ิารณ์ต์ า่ งๆ ในิอนิาคำต
แต่ให้อ่านิวัิวัรณ์์เหมือนิอ่านิวัรรณ์กิรรมเรื�องเลั่าแฟนิตาซีีสักิเลั่มหนิึ�ง เชั่นิ
เรื�องนิาร์เนิีย (Narnia) ข้องซีี เอส ลัิวัอีส (C. S. Lewis)1 หนิังสือประเภูทนิี�
1 The Chronicles of Narnia: The Lion ,the Witch and the Wardrobe เป็นิเรอื� งราวั
ทีเ� ดก็ ิ ๆ นิกั ิผ่จญภูัยสค�ี ำนิ ผู่้เลั่นิซี่อนิหาในิบา้ นิชันิบทข้องศาสตราจารยช์ ัรา Narnia ได้บังเอญิ
พบตู้เสอ�ื ผ่า้ วัเิ ศษ ท�ีจะนิำาพวักิเข้าไปสู่สถึานิที�ที�พวักิเข้าไม่เคำยคำิดฝ่ันิมากิ่อนิ เมื�อกิา้ วัผ่า่ นิประตู
ตู้วัิเศษนิน�ั ิ พวักิเข้ากิไ็ ดผ้ ่่านิพ้นิจากิกิรงุ ลัอนิดอนิที�กิำาลังั เผ่ชัญิ สงคำรามโลักิคำรง�ั ที�สอง ไปสโู่ ลักิ
เสมอื นิจรงิ ท�ีนิา่ ตนื� ิตาตืน� ิใจ เป็นิทรี� ้จู กั ิกิันิในินิาม “นิารเ์ นิยี ” ดนิ ิแดนิเทพนิยิ ายมหัศจรรย์ ทซี� ีง�ึ
ส�งิ มชี ัวี ัิตหนิา้ ตาประหลัาดเหมือนิสตั วั์ปา่ ที�พูดได ้ Narnia เป็นิอาณ์าจักิรท�ีถึูกิสาปให้หนิาวัเยน็ ิ
ตลัอดปี ปกิคำรองโดยแมม่ ดรา้ ยชั�ือ จาดิส อาณ์าจกั ิรนิร�ี อคำอยคำวัามชั่วัยเหลัือจากิผ่นู้ ิาำ ตัวัจรงิ
ข้องนิาร์เนิยี คำือ อัสลัานิ สิงโตยิ�งใหญผ่ ่้ชู ัาญฉลัาดแลัะถึ่อมสุภูาพ เดก็ ิทั�งสค�ี ำนิผ่จญภูยั ในิ
อาณ์าจกั ิรนิารเ์ นิยี ได้คำ้นิพบตัวัตนิ คำวัามเข้ม้ แข้ง็ ข้องตัวัเอง คำวัามอ่อนิแอ แลัะนิาำ กิารต่อสู้
เพ�อื นิาำ นิาร์เนิยี ใหห้ ลัดุ พน้ ิจากิกิารถึกู ิคำรอบคำรองข้องแม่มดชัวั� ัรา้ ยจาดิสแลัะสมุนิข้องเธอ
2 เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง
ดํําเนิินเรื่ �องโดยมีีตััวละครที่่�เต็็มไปด้้วยสััญลัักษณ์์ต่่างๆ สััญลัักษณ์์นี้้�อาจทํําให้้
ผู้้�อ่่านมีีคำำ�ถามเกี่ �ยวกัับสััญลัักษณ์์บ้้างในขณะที่่�อ่่านและไม่่เข้้าใจความหมาย
ในรายละเอีียดได้้ทั้้�งหมด แต่่ผู้้�อ่่านสามารถเข้้าใจเนื้้�อหาหลัักของเรื่�องได้ ้
ไม่่ยาก รู้้�ได้้ว่่าใครคืือตััวเอก? ใครคืือตััวร้้าย? รู้้�ว่่าเรื่�องราวดํําเนิินไปอย่่างไร?
และสามารถได้้รัับความบัันเทิิงจากเรื่ �องเล่่านี้้� ที่่�สำำ�คััญเรื่ �องเล่่าแฟนตาซีี
อย่่างนาร์์เนีียยัังสอดแทรกบทเรีียนหลายสิ่ �งแก่่ผู้้�อ่่านโดยเฉพาะการต่่อสู้้ �
ความกล้้าหาญ ความสััตย์์ซื่ �อ การเสีียสละและชััยชนะอีีกด้้วย
เช่น่ เดียี วกันั นี้้� ให้เ้ ราอ่า่ นพระธรรมวิวิ รณ์ร์ วดเดียี วจบหนึ่่ง� รอบ เพื่่อ� ช่ว่ ย
ให้้เราเข้้าใจภาพรวมของหนัังสืือก่่อน ในระหว่่างที่่�อ่่านเราอาจพบกัับสิ่�งที่่ �
น่่าสงสััย หรืือสิ่�งที่่�ไม่่เข้้าใจที่่�ทำำ�ให้้เราอยากหยุุดอ่่านหรืือหยุุดเพื่่�อจะหา
คำำ�ตอบ ข้้าพเจ้้าขอแนะนำำ�ให้้เราอย่่าเพิ่่�งหยุุดอ่่าน (เหมืือนที่่�เราชมภาพยนตร์ ์
ให้้เราชมอย่่างต่่อเนื่่�องโดยไม่่ได้้หยุุดแม้้เมื่่�อเรามีีคำำ�ถามคาใจ) เพราะเรายััง
ไม่่จำำ�เป็็นต้้องเข้้าใจทุุกอย่่างโดยเฉพาะภาษาสััญลัักษณ์์ แต่่ให้้เราอ่่านด้้วย
ความสนุกุ และตื่น� เต้น้ ไปด้ว้ ยกันั กับั การเปิดิ เผยที่่ม� าถึงึ ยอห์น์ และลองสังั เกตว่า่
สาระสำำ�คัญั ของวิวิ รณ์ค์ ือื เรื่อ� งอะไร? ตัวั ละครเอกของเรื่อ� งคือื ใครบ้า้ ง? ใครคือื
พระเอก? ใครคือื ผู้�ร้าย? เรื่อ� งราวดำ�ำ เนินิ ไปและจบลงอย่า่ งไร? วิวิ รณ์ส์ อดแทรก
บทเรีียนอะไรให้้เราผู้้�อ่่านบ้้าง? การอ่่านและค้้นหาความจริิงจากเนื้้�อหาของ
พระธรรมวิวิ รณ์ด์ ้ว้ ยตัวั เอง น่า่ จะเป็น็ จุดุ เริ่ม� ต้น้ ที่่ด� ีทีี่่ส� ุดุ ของการศึกึ ษาพระธรรม
เล่่มนี้้�
หลัังจากที่่�เราอ่่านวิิวรณ์์รวดเดีียว 1 รอบแล้้ว บทนี้้�จะช่่วยเพิ่่�มเติิม
ความเข้้าใจในรายละเอีียดของพระธรรมวิิวรณ์์ ผ่่านทาง 1) ภููมิิหลัังของ
หนังั สือื ให้เ้ รารู้�ว่าผู้�เขียี นคือื ใคร ผู้้�รับั คือื ใคร และจุดุ ประสงค์ก์ ารเขียี นคือื อะไร
2) ลัักษณะวรรณกรรม ให้้เรารู้�ว่าการเล่่าเรื่�องที่่�ดููคล้้ายกัับเรื่�องเล่่าแฟนตาซีีนี้้ �
เป็็นลัักษณะวรรณกรรมพิิเศษ รวมถึึงวรรณกรรมอื่�นๆ ที่่�ผู้�เขีียนใช้้ในการ
แนะนาํ การอา่ นพ
ระธรรมววิ รณ์ 3
สื่�อสาร 3) ภาษาสััญลัักษณ์์ ที่่�ให้้เราเข้้าใจมากขึ้้�นได้้ 4) โครงสร้้างของหนัังสืือ
ที่่�เป็็นเหมืือนลำำ�ดัับการดำำ�เนิินเรื่ �อง
1.1 เข้้าใจภููมิิหลัังทางประวััติิศาสตร์์ของหนัังสืือวิิวรณ์์
(Historical Background)
ในการอ่่านหนัังสืือวิิวรณ์์ด้้วยตนเอง แม้้เรายัังไม่่สามารถเข้้าใจถึึง
ความหมายของทุุกสิ่่�งในวิิวรณ์์โดยเฉพาะภาษาสััญลัักษณ์์ต่่างๆ แต่่อย่่างน้้อย
เราน่า่ จะได้เ้ ห็น็ ภาพรวมของวิวิ รณ์ด์ ้ว้ ยตนเองได้บ้ าง รวมถึงึ เราอาจมีคี วามรู้�สึก
ร่ว่ มกับั ผู้�เขียี นหรือื ผู้้�อ่านดั้้ง� เดิมิ ได้ ้ ทั้้ง� ความหวาดกลัวั ความสงสัยั และความหวังั
ในชััยชนะของพระเจ้้า หััวข้้อนี้้�จะช่่วยให้้เราเข้้าใจเบื้้�องหลัังและสภาพจริิง
ของผู้ �เขีียนและผู้้�อ่่าน (ฟััง) ดั้้�งเดิิมเพื่่�อเราจะเข้้าถึึงความหมายของวิิวรณ์์ได้้ดี ี
ยิ่ง� ขึ้น� ปัญั หาหลักั 2 สิ่่ง� ที่่ท� ำำ�ให้ผ้ ู้้�อ่า่ นปัจั จุบุ ันั เข้า้ ใจพระธรรมวิวิ รณ์ผ์ ิดิ พลาดไป
คืือการไม่่ได้้ตระหนัักถึึงภููมิิหลัังเชิิงประวััติิศาสตร์์ของวิิวรณ์์ และลัักษณะ
วรรณกรรมของวิิวรณ์์ การตระหนัักถึึงภููมิิหลัังเชิิงประวััติิศาสตร์์ช่่วยให้้เรา
เข้า้ ใจว่า่ ผู้�เขียี นวิวิ รณ์ค์ ือื ใคร ผู้้�รับั ดั้ง� เดิมิ คือื ใคร และจุดุ ประสงค์ห์ ลักั ของวิวิ รณ์์
คือื อะไร การไม่ใ่ ส่ใ่ จเบื้้อ� งหลังั ประวัตั ิศิ าสตร์อ์ าจทำำ�ให้ผ้ ู้้�อ่า่ นด่ว่ นสรุปุ ไปเองว่า่
พระธรรมวิิวรณ์์คืือข้้อความที่่�พระเจ้้าตรััสกัับฉัันส่่วนตััวโดยตรง หรืือพระเจ้้า
ตรััสกัับคนในยุุคศตวรรษที่่� 21 ส่่วนการตระหนัักถึึงลัักษณะวรรณกรรมเพื่่�อ
ช่่วยให้้เราเข้้าถึึงวิิธีีการสื่ �อสารของผู้ �เขีียนมากขึ้้�นว่่า ผู้้�เขีียนใช้้วิิธีีการสื่ �อสาร
อย่่างไร ใช้้ภาษาอย่่างไร ต้้องการบอกอะไรกัับผู้้�อ่่าน การไม่่เข้้าใจลัักษณะ
วรรณกรรมทำำ�ให้้ตีีความผิิดพลาด คิิดว่่าวิิวรณ์์เป็็นคำำ�นายถึึงเหตุุการณ์์ต่่างๆ
ที่่�จะเกิิดขึ้ �นจริิงในยุุคของเรา ซึ่่�งพลาดไปจากจุุดประสงค์์ที่่�แท้้จริิงของผู้ �เขีียน
ที่่�ต้้องการสื่ �อให้้ผู้้�อ่่านดั้้�งเดิิม หััวข้้อเรื่ �องภููมิิหลัังทางประวััติิศาสตร์์ของวิิวรณ์์
ประกอบไปด้้วย ผู้้�เขีียน ผู้้�รัับดั้ �งเดิิม วัันเวลาและสถานการณ์์ของคริิสตจัักร
4 เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง
1.1.1 ผู้้�เขีียน
วิิวรณ์์ 1:1 ขึ้้�นต้้นด้้วยคำำ�ว่่า “วิิวรณ์์ของพระเยซููคริิสต์์” ซึ่่�งหมายถึึง
“การสำำ�แดงของพระเยซูคู ริสิ ต์”์ 2 ซึ่่ง� เป็น็ เนื้้อ� หาของหนังั สือื เล่ม่ นี้้� โดยเนื้้อ� หานี้้�
พระเจ้้าประทานให้้พระเยซูู และพระเยซููทรงใช้้ทููตสวรรค์์ไปสำำ�แดงแก่่ยอห์์น
และยอห์์นได้้เขีียนข้้อความให้้ผู้้�รัับใช้้ทั้้�งหลาย ดัังนั้้�นผู้้�เขีียนวิิวรณ์์คืือยอห์์น
ผู้�ได้บ้ ันั ทึกึ เรื่อ� งราวตามที่่เ� ขาได้ร้ ับั การสำ�ำ แดงผ่า่ นทูตู สวรรค์์ ตามประเพณีีนิิยม
หรืือนัักศาสนศาสตร์์ในกลุ่่�มอนุุรัักษ์์นิิยมยึึดถืือว่่า ยอห์์นผู้้�เขีียนคืืออััครทููต
ยอห์์น ผู้้�เขีียนพระกิิตติิคุุณยอห์์นและจดหมายฝากยอห์์นทั้้�งสามฉบัับ ที่่�ได้้
ถููกเนรเทศไปปััทมอสช่่วงบั้้�นปลายชีีวิิต แต่่การศึึกษาของนัักวิิชาการสมััยใหม่ ่
พบว่่ามีีเหตุุผลหลายสิ่ �งที่่�ทำำ�ให้้คิิดว่่ายอห์์นผู้้�นี้้�น่่าจะไม่่ใช่่อััครทููตยอห์์น
แต่่ยอห์์นอีีกท่่านหนึ่่�งที่่�เป็็นผู้้�เผยพระวจนะ3 หนัังสืือเล่่มนี้้�ไม่่ได้้สรุุปว่่า
ยอห์์นผู้้�นี้้�เป็็นผู้้�ใดเจาะจง แต่่ที่่�แน่่ๆ ท่่านเป็็นผู้้�ร่่วมงานและเป็็นพี่่�น้้องใน
พระคริิสต์์ วิิวรณ์์ระบุุว่่าผู้�เขีียนเป็็น “ผู้้�รัับใช้้” (1:1) “ผู้�เผยพระวจนะ”
(1:3; 22:9) และเป็็นหนึ่่�งในบรรดาพี่่�น้้องที่่�เป็็นพวกผู้้�เผยพระวจนะ (22:9;
เปรีียบเทีียบ 19:10) ยอห์์นเขีียนหนัังสืือเล่่มนี้้�ผ่่านนิิมิิตที่่�เขามองเห็็น ได้้ยิิน
และได้้รัับการเปิิดเผยผ่่านทููตสวรรค์์ (1:1-3) ในขณะที่่�เขาถููกเนรเทศไปอยู่�
เกาะปััสมอส (1:9) แม้้ว่่าเราอาจไม่่สามารถสรุุปแน่่ชััดว่่ายอห์์นผู้้�นี้้�เป็็นใคร
2 คำ�วา่ “ววิ รณ”์ มาจากค�ำ กรีก apocalypsis ทีแ่ ปลว่า Revelation หรอื การส�ำ แดง
3 ยอห์นเป็นชอ่ื สามญั ในพระคัมภรี ์ใหมเ่ ราพบอย่างน้อย 5 คนท่ี ช่ือยอห์น เชน่ ยอหน์ บพั ตศิ มา
(ยน. 1:6), ยอหน์ บิดาของอัครทูตเปโตร (ยน. 1:42) อคั รทตู ยอหน์ (มธ. 10:2), ยอห์นมาระโก
(กจ. 12:12), ยอห์นพวกมหาปุโรหิต (กจ. 4:5) รวมถงึ ยอหน์ คนอื่นๆ ในสมัยพระคมั ภรี ใ์ หม่
เราไมส่ ามารถสรปุ ไดช้ ดั วา่ เปน็ อคั รทูตยอห์นหรอื ยอห์นคนอ่ื นๆ เน่ืองจากไม่มีหลกั ฐานใดระบุ
ชดั เจน วิวรณไ์ ม่ไดอ้ ้างว่าผ้เู ขียนเปน็ อคั รทตู (แตกต่างจากขอ้ เขยี นของอัครทูตอื่นๆ เช่น รม.
1:1; 1 คร. 1:1; 2 คร. 1:1; 1 ปต. 1:1) ยิ่งกวา่ นั้นยอหน์ ไดอ้ า้ งถงึ อคั รทูต 12 คนวา่ มชี อ่ื ทฐ่ี าน
ของก�ำ แพงกรงุ เยรซู าเลม็ ใหม่ โดยภาษาทใ่ี ชไ้ มไ่ ดส้ อ่ื ถงึ ตวั ยอหน์ เอง ฉะน้ั นเราไมจ่ �ำ เปน็ ตอ้ งสรปุ วา่
ผเู้ ขยี นคอื ยอหน์ ผเู้ ปน็ อคั รทตู และทส่ี �ำ คญั สทิ ธอิ �ำ นาจของววิ รณม์ าจากเนอ้ื ของววิ รณเ์ องซ่ึงยอห์น
ไดร้ บั การสำ�แดงผา่ นทตู สวรรค์ จึงไมไ่ ด้จำ�เป็นต้องพึง่ สิทธอิ ำ�นาจนี้ของอคั รทตู แตอ่ ยา่ งใด
แนะนําการอา่ นพ
ระธรรมววิ รณ์ 5
แต่่เรามั่่�นใจได้้ว่่ายอห์์นรู้้�จัักผู้้�รัับคืือคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดเป็็นอย่่างดีี เขารู้้�จััก
สถานการณ์์ของคริิสตจัักรต่่างๆ (วิิวรณ์์ 2-3) และเขาได้้รัับการยอมรัับว่่าเป็็น
ผู้�เผยพระวจนะ (1:3; 22:7, 10, 18-19) อาจถือื ได้ว้ ่า่ ยอห์น์ เป็น็ ผู้้�นำำ� เป็น็ ผู้้�ได้ร้ ับั
การยอมรัับ และเป็็นผู้้�ที่่�มีีสิิทธิิอำำ�นาจในการหนุุนใจหรืือตัักเตืือนผู้้�อ่่านได้้
เนื้้�อหาของวิิวรณ์์บ่่งบอกว่่าวิิวรณ์์เป็็นของพระคริิสต์์มาจากพระเจ้้า
ไม่่ใช่่มาจากยอห์์นเอง ข้้อความเหล่่านี้้�จึึงไม่่ใช่่คำำ�หนุุนใจของยอห์์นหรืือ
คำำ�เตืือนสติิที่่�ยอห์์นมีีต่่อผู้้�รัับโดยตรง แต่่เป็็นถ้้อยคำำ�ที่่�ผ่่านมาจากการ
ทรงสำำ�แดงของพระเจ้้า ยอห์์นบัันทึึกตามสิ่�งที่่�ทููตสวรรค์์ได้้เปิิดเผยนิิมิิตให้ ้
เขาได้้รัับรู้�เท่่านั้้�น (1:2; 22:16; เปรีียบเทีียบ 22:18-19) ดัังนั้้�นสิิทธิิอํํานาจ
ของวิวิ รณ์น์ ี้้ไ� ม่ไ่ ด้ม้ าจากยอห์น์ เอง ด้ว้ ยเหตุนุ ี้้ไ� ม่ว่ ่า่ ผู้�เขียี นจะเป็น็ อัคั รทูตู ยอห์น์
หรืือยอห์์นผู้้�เผยพระวจนะ หรืือยอห์์นคนใดในประวัตั ิิศาสตร์์ ก็็ไม่่ได้้ลดทอน
สิิทธิิอำำ�นาจของเนื้้�อหาวิิวรณ์์ลงไปแต่่อย่่างใด สิิทธิิอํํานาจของเนื้้�อหาวิิวรณ์ ์
มาจากพระเจ้้า การตีีความหมายวิิวรณ์์จึึงเน้้นที่่�เนื้้�อหาสาระและความเข้้าใจ
ผ่่านบริิบทของพระธรรมวิิวรณ์์เองเป็็นหลััก
ในอีีกด้้านหนึ่่�งแม้้ว่่าเนื้้�อหาของวิิวรณ์์จะผ่่านมาทางการสำำ�แดงของ
พระเจ้้าผ่่านทููตสวรรค์์ แต่่ก็็ไม่่ได้้หมายความว่่ายอห์์นได้้บัันทึึกทุุกอย่่างตาม
ตััวอัักษรที่่�เขาได้้รัับการบอกกล่่าว หรืือตามลำำ�ดัับเหตุุการณ์์ต่่างๆ ในสิ่่�งที่่ �
เขาเห็็น แต่่ยอห์์นยัังมีีเสรีีภาพในการเรีียบเรีียงเนื้้�อหา การเลืือกใช้้คำำ� การใช้้
ภาษาสััญลัักษณ์์ต่่างๆ ที่่�ทำำ�ให้้ผู้้�อ่่านดั้้�งเดิิมเข้้าใจได้้ดีี เพื่่�อเปิิดเผยความจริิง
ของโลกของผู้้�อ่่านในมุุมมองของพระเจ้้า นำำ�สู่่�การหนุุนใจและตัักเตืือนผู้้�อ่่าน
อย่่างมีีประสิิทธิิภาพ4 ความเข้้าใจนี้้�ทำำ�ให้้เราตระหนัักเสมอว่่าผู้ �เขีียนบรรจง
เรีียบเรีียงเรื่ �องราวอย่่างเป็็นระบบเพื่่�อผู้้�รัับจะได้้รัับข้้อความหนุุนใจหรืือ
คำำ�กำำ�ชัับตัักเตืือน และนำำ�สู่่�การตอบสนองอย่่างเหมาะสมต่่อพระเจ้้าได้้
4 Richard Bauckham, The Theology of the Book of Revelation (Cambridge: University
Press, 1993), 10.
6 เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง
1.1.2 ผู้้�รัับดั้้�งเดิิม
วิิวรณ์์ 1:4 ได้้กล่่าวถึึงผู้้�รัับเจาะจงของพระธรรมเล่่มนี้้� คืือคริิสตจัักร
ทั้้�งเจ็็ดที่่�อยู่ �แคว้้นเอเซีีย ซึ่่�งประกอบไปด้้วยคริิสตจัักรต่่างๆ ที่่�เมืืองเอเฟซััส
เมืืองสเมอร์น์ า เมืืองเปอร์ก์ ามััม เมืืองธิิยาทิิรา เมืืองซาร์์ดิิส เมืืองฟีีลาเดลเฟีีย
และเมืืองเลาดีีเซีีย (1:11) พวกเขาคืือผู้้�รัับข้้อความของพระธรรมวิิวรณ์ ์
ตััวจริิง คํําตรััสของพระเยซููที่่�มาถึึงพวกเขาแต่่ละคริิสตจัักร (วว. 2:1-3:22)
ช่่วยให้้เรารู้้�จัักสถานการณ์์ของคริิสตจัักรแต่่ละแห่่งว่่ามีีลัักษณะอย่่างไรบ้้าง
บางคริิสตจัักรมีีลัักษณะยากจน ทนทุุกข์์ และถููกข่่มเหงอย่่างหนััก เช่่น
คริิสตจัักรที่่�เมืืองสเมอร์์นา (2:9-10) และฟีีลาเดลเฟีีย (3:8-10) ขณะที่่ �
บางคริิสตจัักรค่่อนข้้างมั่่�งมีีและสุุขสบาย เช่่น คริิสตจัักรที่่�เมืืองเลาดีีเซีีย
(3:17) และบางคริิสตจัักรกำำ�ลัังถููกล่่อลวงให้้หลงไปกัับคํําสอนเทีียมเท็็จต่่างๆ
เช่่น คริิสตจัักรที่่�เมืืองเปอร์์กามััม (2:14-15) และเมืืองธิิยาทิิรา (2:20-21)
ขณะที่่�บางคริิสตจัักรได้้ต่่อสู้้�กัับพวกคํําสอนเทีียมเท็็จอย่่างจริิงจััง เช่่น ที่่�เมืือง
เอเฟซัสั (2:2, 6) ท่า่ มกลางคริสิ ตจักั รทั้้ง� เจ็ด็ ทํําให้เ้ ราเห็น็ ความหลากหลายของ
ผู้ �เชื่ �อ ทั้้�งด้้านฐานะความเป็็นอยู่่� ทั้้�งด้้านความมุ่ �งมั่่�นในการติิดตามพระคริิสต์์
ก็็แตกต่่าง ปััญหาของคริิสตจัักรก็็แตกต่่าง คํําหนุุนใจและคํําตัักเตืือนของ
พระเยซูมู ีใี ห้ใ้ นแต่ล่ ะคริสิ ตจักั รก็แ็ ตกต่า่ ง แต่ส่ิ่ง� ที่่เ� หมือื นกันั คือื พวกเขาต่า่ งอยู่�
ภายใต้้อิิทธิิพลการปกครองของอาณาจัักรโลกเหมืือนกััน
เนื้้�อหาวิิวรณ์์ยัังช่่วยให้้เราจำำ�แนกกลุ่่�มผู้้�รัับได้้เป็็น 2 กลุ่่�มหลัักๆ คืือ
พวกที่่ต� ิดิ ตามพระเจ้า้ อย่า่ งมั่่น� คง และพวกที่่ห� ลงไปจากพระเจ้า้ และไปติดิ ตาม
วิิถีีของสััตว์์ร้้าย (หมายถึึงอาณาจัักรโรมัันหรืือโลกในสมััยของผู้�เขีียน) เราจะ
พบได้้ว่่าพวกที่่�ติิดตามพระเจ้้าได้้รัับคํําหนุุนใจให้้ยืืนหยััด อดทนจนถึึงที่่�สุุด
แม้ต้ ้อ้ งผ่า่ นความทุกุ ข์จ์ นถึงึ แก่ค่ วามตาย (วว. 7:13; 13:7, 15; 14:12) เพราะ
ที่่�สุุดแล้้วพวกเขาคืือพวกที่่�ได้้รัับรางวััล (20:4) แต่่ส่่วนอีีกกลุ่่�มหนึ่่�งคืือพวกที่่ �
แนะนาํ การอ่าน
พระธรรมวิวรณ์ 7
หลงไปติิดตามวิิถีีชีีวิิตของสััตว์์ร้้าย พวกเขาหลงไปด้้วยคํําสอนของผู้�เผย
พระวจนะปลอม (2:14, 20) พวกที่่�ยอมบููชาสััตว์์ร้้าย (13:14, 17) ไม่่ยอม
กลับั ใจแม้ผ้ ่า่ นความทุกุ ข์จ์ ากการพิพิ ากษา (9:20; 16:21) พวกที่่ถ� ูกู มารล่อ่ ลวง
ให้ห้ ลงไปเสมอ (12:9; 20:7-9) พวกเขามีเี สียี งเตือื นจากสวรรค์ใ์ ห้ห้ นีอี อกจาก
อาณาจัักรบาบิิโลน (18:4) เพราะที่่�สุุดแล้้วอาณาจัักรบาบิิโลนจะถููกทํําลาย
ในพริบิ ตา (18:1-24) และพวกที่่ไ� ม่ก่ ลับั ใจก็ต็ ้อ้ งถูกู ทิ้้ง� ในบึงึ ไฟร่ว่ มกับั สัตั ว์ร์ ้า้ ย
(19:20-21)
ดัังนั้้�น ผู้้�รัับหนัังสืือนี้้�มีีความหลากหลายทั้้�งสภาพของคริิสตจัักร ฐานะ
ทางสังั คม ปัญั หาที่่ป� ระสบ ความทุกุ ข์ค์ วามสุขุ พื้้น� ฐานความเชื่อ� หรือื การอุทุ ิศิ
ชีีวิิต พระธรรมวิิวรณ์์จึึงเป็็นหนัังสืือที่่�พููดได้้กัับคนทุุกกลุ่่�มด้้วยเนื้้�อหาเดีียวกััน
มีที ั้้�งหนุุนใจผู้�เชื่�อที่่�ต้้องทุกุ ข์์ยากลํําบาก ให้้อดทน ยืืนหยััดติิดตามพระเจ้้าและ
พระคริิสต์์อย่่างมั่่�นคง และมีีคํําตัักเตืือนถึึงคนที่่�หลงไปติิดตามวิถิ ีีของสััตว์ร์ ้้าย
ทางแห่่งความชั่�วร้้ายของมาร ให้้เขายํําเกรงพระเจ้้า กลัับใจจากบาป ละทิ้้�ง
ชีีวิิตแบบมาร และหัันกลัับมาติิดตามทางของพระเจ้้าและพระคริิสต์์ เพราะ
มารและสมุุนของมัันกํําลัังจะถููกทํําลายในที่่�สุุด
1.1.3 วัันเวลาที่่�เขีียน และสถานการณ์์ของคริิสตจัักร
ยอห์น์ เขียี นพระธรรมเล่ม่ นี้้ป� ระมาณช่ว่ งปลายยุคุ ที่่จ� ักั รพรรดิโิ ดมิเิ ชียี น
เป็น็ ผู้้�ปกครองอาณาจักั รโรมันั ช่ว่ งปี ี ค.ศ. 81-96 ในอดีตี จักั รพรรดิโิ ดมิเิ ชียี นเคย
ถูกู มองว่า่ เป็น็ เหมือื นจักั รพรรดิเิ นโรองค์ท์ี่่ส� อง คือื มีชีื่อ� เสียี งด้า้ นข่ม่ เหงคริสิ ตจักั ร
อย่่างป่่าเถื่�อนและทำำ�ตััวเป็็นศััตรููกัับพระเจ้้า5 โดมิิเชีียนเคยถููกมองว่่า เขาเป็็น
คนแรกที่่�อ้้างตััวว่่าเป็น็ พระเจ้้า6 และลงโทษอย่่างรุุนแรงกัับคนที่่�ไม่่ให้้เกีียรตินิ ี้้�
5 Eusebius นกั ประวัติศาสตร์ในศตวรรษท่ี 4 เคยเขียนไวว้ า่ จักรพรรดิโดมเิ ชยี น เป็นจักรพรรดิ
ทป่ี า่ เถอ่ื น เปน็ ผสู้ บื ทอดความปา่ เถอ่ื นจากจกั รพรรดเิ นโรในการเปน็ ศตั รกู บั พระเจา้ ดู Eusebius,
Eccclesiastical History, 3.17; Craig R. Koester, Revelation & the End of All Things
(Grand Rapids: Eerdmans, 2018), 31
6 Suetonius, Domitian, 13..1-2; Cassius Dio, Epitome of Book 67.4..7.
8 เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง
ต่่อเขา7 แต่่ปััจจุุบัันนี้้�นัักวิิชาการหลายท่่านได้้แก้้ไขความเข้้าใจผิิดเกี่�ยวกัับ
โดมิเิ ชียี นใหม่่ว่่า แท้้จริิงเราไม่่มีีหลัักฐานทางประวััติิศาสตร์์อย่่างเพีียงพอที่่�จะ
สรุุปว่่าโดมิิเชีียนเป็็นจัักรพรรดิิที่่�ข่่มเหงคริิสตจัักรอย่่างป่่าเถื่ �อนหรืือเป็็น
เนโรที่่�สอง สมััยของโดมิิเชีียนยัังไม่่มีีการข่่มเหงคริิสตจัักรอย่่างกว้้างขวางจาก
รััฐบาลโรม ในทางกลัับกัันโดมิิเชีียนกลัับเป็็นจัักรพรรดิิที่่�นำำ�ความเจริิญและ
มั่่�งคั่ �งมาสู่�เมืืองต่่างๆ เป็็นอย่่างมาก โดยเฉพาะเมืืองในแคว้้นเอเชีีย และเมืือง
ที่่ม� ีกี ารสร้า้ งพระวิหิ ารบูชู าจักั รพรรดิโิ รมันั 8 ปัญั หาที่่ค� ริสิ ตจักั รที่่ซ�ึ่ง� อยู่�ในภายใต้ ้
การปกครองของจัักรพรรดิิโดมิิเชีียนเผชิิญ จึึงไม่่ใช่่การกดขี่ �ข่่มเหงโดยตรง
จากอาณาจัักรโรมััน หรืือไม่่ใช่่การบีีบบัังคัับของอาณาจัักรโรมัันที่่�ให้้พวกเขา
กราบนมััสการบููชาพระจัักรพรรดิิ แต่่เป็็นความกดดัันภายในที่่�มาจาก ผู้้�นำำ�
เมืืองต่่างๆ ที่่�มีีความโลภ ต้้องการเอาใจรััฐบาลโรม และต้้องการขอให้้สร้้าง
วิิหารบููชาพระจัักรพรรดิิซึ่�งนำ�ำ มาสู่่�ผลประโยชน์์และความมั่�งคั่�งมาสู่�ตนเอง
พวกพ้อ้ ง และเมืืองของตน9
เราจะเห็็นได้้ว่่าคริิสตจัักรหลายแห่่งในแคว้้นเอเซีียไม่่ได้้ประสบปััญหา
ในเรื่ �องของการถููกข่่มเหงจากรััฐบาลโรมเป็็นหลััก ในถ้้อยคำำ�ของพระเยซููที่่�มีี
ถึึงคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ด (2:1-3:22) มีีเพีียงอัันทีีพาสเท่่านั้้�นที่่�ถููกฆ่่าเพราะการเป็็น
พยาน (2:13) และไม่ไ่ ด้ร้ ะบุวุ ่า่ อันั ทิพิ าสเสียี ชีวี ิติ โดยใคร นอกนั้้น� เรากลับั พบว่า่
คริิสตจัักรต่่างๆ กลัับประสบปััญหาในเรื่ �องคำำ�สอนเทีียมเท็็จต่่างๆ ที่่�มาจาก
บาลาอัมั (2:14) เยเซเบล (2:20) รวมถึงึ พวกนิโิ คเลานิยิ ม (2:6, 15) พวกสอนผิดิ
7 Suetonius, Domitian, 13.
8 J. Nelson Kraybill, Imperial Cult and Commerce in John’s Apocalypse (Journal
for the Study of the New Testament. Supplement Series 132; Sheffield, England:
Sheffield Academic Press, 1996), 79–82.
9 นักวิชาการคนส�ำ คญั ทเี่ ห็นพอ้ งกบั เรอื่ งน้ีมี Adela Yabro Collins, Crisis and Catharsis:
The Power of the Apocalyse (Philadelphia: Westminster: 1984), 69-73; Stephen
J. Friesen, Imperial Cults and the Apocalypse: Reading Revelation in the Ruins
(Oxford: Oxford University Press, 2001), 25-131; Koester, Revelation & the End of
All Things, 32.
แนะนาํ การอ่านพ
ระธรรมวิวรณ์ 9
เหล่า่ นี้้ต� ่า่ งหากที่่เ� ป็น็ อิทิ ธิพิ ลให้ผู้้�เชื่อ� หลงไปจากทางของพระเจ้า้ ทั้้ง� การปราณีี
ประนอมกับั วิถิ ีคี นต่า่ งชาติทิั้้ง� ด้า้ นศีลี ธรรม การล่ว่ งประเวณีี และการมีสี ่ว่ นกับั
รููปเคารพ ปััญหาหลัักของคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดในปลายคริิสต์์ศตวรรษจึึงไม่่ใช่่
การถููกข่่มเหงจากรััฐบาลโรมโดยตรง แต่่เป็็นความกดดัันจากสัังคมที่่�ล่่อลวง
ให้้ผู้�เชื่�อละทิ้้�งความซื่�อสััตย์์ต่่อพระเจ้้า เนื่่�องจากสัังคมที่่�พวกเขาอยู่่�ล้้วนได้้รัับ
อิิทธิิพลจากอาณาจัักรโรมัันที่่�รุ่�งเรืือง คนในสัังคมส่่วนมากยิินดีีที่่�จะให้้การ
สวามิภิ ักั ดิ์์ต� ่อ่ รัฐั บาลโรม และพร้อ้ มที่่จ� ะถวายเกียี รติบิ ูชู าพระจักั รพรรดิใิ ห้เ้ ป็น็
เหมืือนพระเจ้้า ดัังนั้้�นผู้้�เชื่ �อที่่�ซื่ �อสััตย์์ต่่อพระเจ้้าจึึงพบกัับความกดดััน และ
ถููกล่่อลวงด้้วยแนวคิิดและคำำ�สอนที่่�บิิดเบืือนไปจากข่่าวประเสริิฐของพระเจ้้า
และของพระคริิสต์์
1.2 ลัักษณะวรรณกรรมของหนัังสืือวิิวรณ์์ (Genre)
โดยปกติแิ ล้ว้ ไม่ว่ ่า่ เราจะอ่า่ นหนังั สือื ประเภทไหน เราต้อ้ งตระหนักั ก่อ่ น
ว่่าหนัังสืือเล่่มนั้้�นเป็็นหนัังสืือแนวไหน หนัังสืือประเภทอะไร หรืือผู้�เขีียนใช้้
วรรณกรรมประเภทใดในการสื่ �อการ เพราะวรรณกรรมแต่่ละประเภทมี ี
จุุดมุ่�งหมายแตกต่่างกััน มีีลัักษณะเด่่นในการเขีียนแตกต่่างกััน เราผู้้�อ่่าน
ต่่างมีีความคาดหวัังแตกต่่างกััน เช่่น หากเราอ่่านตำำ�ราเรีียน ผู้้�อ่่านคาดหวััง
ว่่าจะอ่่านหนัังสืือที่่�ได้้รัับการเรีียนรู้้�อย่่างเป็็นระบบ หากเราอ่่านพาดหััวข่่าว
หน้้าหนึ่่�งของหนัังสืือพิิมพ์์ ผู้้�อ่่านคาดหวัังว่่าจะได้้หััวข้้อข่่าวที่่�น่่าสนใจใน
แต่ล่ ะวันั หากเราอ่า่ นนวนิยิ าย ผู้้�อ่า่ นคาดหวังั ความสนุกุ ความบันั เทิงิ จากเรื่อ� งที่่ �
ผู้�เขีียนกำำ�ลัังเล่่า หรืือหากเราอ่่านการ์์ตููนล้้อเลีียนการเมืือง ผู้้�อ่่านคาดหวััง
การ์์ตููนที่่�วิิพากษ์์วิิจารณ์์การเมืืองในเวลาดัังกล่่าว เป็็นต้้น ดัังนั้้�นการรู้้�จััก
วรรณกรรม ทำำ�ให้ผ้ ู้้�อ่า่ นตีคี วามเนื้้อ� หาต่า่ งๆ ได้อ้ ย่า่ งเหมาะสม ในทางกลับั กันั
การอ่่านโดยไม่่คำำ�นึึงถึึงลัักษณะวรรณกรรม ทำำ�ให้้เราตีีความผิิดพลาดได้้
เพราะเราจะคาดหวัังผิิด เข้้าใจผิิดจากความหมายหรืือความตั้ �งใจที่่�ผู้�เขีียน
ต้้องการจะสื่ �อ
10 เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง
การอ่า่ นพระธรรมวิวิ รณ์ก์ ็เ็ ช่น่ เดียี วกันั เมื่อ� เราเห็น็ ว่า่ เนื้้อ� หาของหนังั สือื
เล่่มนี้้�เต็็มไปด้้วยภาพที่่�แปลกประหลาด มีีสััตว์์หน้้าตาประหลาด มีีภััยพิิบััติิ
เกิิดขึ้ �นอย่่างน่่ากลััว มีีการต่่อสู้ �ระหว่่างพญานาคและทููตสวรรค์์ มีีตััวเลขที่่�
เจาะจง ทั้้�งเลขเจ็็ด เลขสิิบสอง เลขหกร้้อยหกสิิบหก เลขหนึ่่�งแสนสี่่�หมื่่น� สี่่พ� ันั
เป็น็ ต้น้ เราอาจสังั เกตได้ไ้ ม่ย่ ากว่า่ ภาพเหล่า่ นี้้เ� ป็น็ ภาษาสัญั ลักั ษณ์์ แต่ห่ ากเรา
ตีีความว่่าเป็็นสิ่่�งที่่�จะเกิิดขึ้�นแบบความหมายตามตััวอัักษร เราคงจะเข้้าใจ
ผิิดพลาด คล้้ายกัับคนที่่�อ่่านเรื่ �องเล่่าแฟนตาซีีแล้้วตีีความว่่าสิ่ �งเหล่่านี้้�คืือ
ข่่าวสารของหน้้าหนัังสืือพิิมพ์์
แท้้จริิง พระธรรมวิิวรณ์์ประกอบด้้วยวรรณกรรมถึึง 3 ประเภท คืือ
1) จดหมายฝาก [Letter] 2) เผยพระวจนะ [Prophecy] และ 3) วิวิ รณ์ธ์ รรม
[Apocalypse]10 วรรณกรรมทั้้�ง 3 ประเภทมีีผลสำำ�คััญต่่อการตีีความ เพื่่�อจ
ทำำ�ความเข้้าใจในหนัังสืือเล่่มนี้้�อย่่างเหมาะ ให้้เราทำำ�ความเข้้าใจวรรณกรรม
ทั้้�ง 3 ประเภทนี้้�
1.2.1 วรรณกรรมจดหมาย (letter)
หนังั สือื วิวิ รณ์ม์ ีลี ักั ษณะเป็น็ รูปู แบบของจดหมาย คล้า้ ยกับั จดหมายฝาก
ของอััครทููตเปาโล หรืือจดหมายฝากเล่่มอื่�นๆ ในพระคััมภีีร์์ใหม่่ คืือมี ี
รูปู แบบผู้�เขียี นเจาะจง ผู้้�รับั เจาะจง ผู้้�ส่ง่ รูปู แบบของจดหมาย และจุดุ ประสงค์์
ของการเขีียน เราจะเห็็นได้้จากวิิวรณ์์ 1:4-6 ว่่าเป็็นคำำ�ขึ้้�นต้้นของจดหมาย
มียี อห์น์ เป็น็ ผู้้�เขียี นจดหมาย มีคี ำ�ำ ทักั ทายและคำ�ำ อวยพรมาถึงึ ผู้�รับคือื คริสิ ตจักั ร
ทั้้�งเจ็็ดที่่�อยู่�ในแคว้้นเอเชีีย และวิิวรณ์์ 22:21 เป็็นคำำ�ลงท้้ายของจดหมาย
ที่่�กล่่าวอวยพรว่่า “ขอพระคุุณของพระเยซููองค์์พระผู้้�เป็็นเจ้้าจงอยู่่�กัับ
ทุุกคนเถิิด อาเมน” ส่่วนเนื้้�อความของจดหมายฉบัับนี้้� ก็็คืือนิิมิิตทั้้�งหลายที่่�
ยอห์์นได้้รัับจากพระเจ้้า ตั้้�งแต่่นิิมิิตเกี่�ยวกัับพระคริิสต์์ (1:9) ถ้้อยคำำ�ของพระ
10 Richard Bauckham ชว่ ยแนะนําเราให้เขา้ ใจว่า หนงั สือวิวรณป์ ระกอบด้วยวรรณกรรม 3
ประเภท ดู Bauckham, The Theology of the Book of Revelation, 1-2.
แนะนาํ การอ่านพ
ระธรรมววิ รณ์ 11
คริิสต์์ถึึงคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ด (2:1-3:22)11, นิิมิิตอื่ �นๆ บนสวรรค์์จนถึึงสิ้�นสุุด
นิิมิิตของกรุุงเยรููซาเล็็มใหม่่ (4:1-22:5) และคำำ�กำำ�ชัับสุุดท้้ายของทููตสวรรค์์
(22:6-20)
แม้้ว่่ายอห์์นเป็็นผู้้�รัับนิิมิิตต่่างๆ เหล่่านี้้�โดยตรง แต่่ยอห์์นสื่่�อสารนิิมิิต
เหล่่านี้้�ผ่่านรููปแบบของจดหมายฝากหรืือจดหมายเวีียน ในสมััยคริิสตจัักร
ยุุคแรก จดหมายเป็็นสื่่�อกลางที่่�ผู้้�นำำ�คริิสตจัักรใช้้ในการเผยแผ่่คำำ�สอน มัักมีี
การส่ง่ จดหมายเวียี นให้อ้ ่า่ นให้ท้ ี่่ป� ระชุมุ ได้ฟ้ ังั คำำ�สอนร่ว่ มกันั (1 ธก. 5:27; คส.
4:16) และจดหมายยังั ถูกู ใช้อ้ ่า่ นในบรรยายกาศของการการนมัสั การพระเจ้า้ ด้ว้ ย
พระธรรมวิิวรณ์์ก็็เช่่นเดีียวกััน ยอห์์นเขีียนจดหมายเวีียนฉบัับนี้้�เพื่่�อให้้แต่่ละ
คริสิ ตจักั รได้ฟ้ ังั คำ�ำ สอนร่ว่ มกันั โดยสังั เกตได้จ้ ากคำ�ำ อวยพรขึ้น� ต้น้ ที่่ว� ่า่ “ความสุขุ
มีีแก่่ผู้้�ที่่�อ่่านและแก่่บรรดาผู้้�ที่่�ฟัังคำำ�เผยพระวจนะและประพฤติิตามสิ่ �งต่่างๆ
ที่่�เขีียนไว้้ในนั้้�น เพราะว่่าเวลานั้้�นใกล้้เข้้ามาแล้้ว” (1:3) คืือมีีผู้้�อ่่านหนึ่่�งคน
และมีีบรรรดาผู้้�ฟัังในคริิสตจัักร
สำำ�หรัับผู้้�รัับจดหมายที่่�เป็็นคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ด ในด้้านหนึ่่�งเจ็็ดคริิสตจัักร
อาจถููกมองว่่าเป็็นคริิสตจัักรทั้้�งหลาย เพราะเลขเจ็็ดสามารถเป็็นสััญลัักษณ์์
ของเลขสมบููรณ์์ และวิิวรณ์์มัักใช้้เลขเจ็็ดในการสื่�อความหมายต่่างๆ เช่่น
วิิญญาณทั้้�งเจ็็ด การแกะตราทั้้�งเจ็็ด การเป่่าแตรทั้้�งเจ็็ด เป็็นต้้น ดัังนั้้�น
ในด้้านนี้้�เราอาจเข้้าใจว่่าผู้้�รัับจดหมายฉบัับนี้้� เปิิดกว้้างไปถึึงผู้�เชื่�อทั้้�งหลายที่่ �
เป็น็ สาวกของพระเยซูคู ริสิ ต์์ แต่ใ่ นอีกี ด้า้ นหนึ่่ง� เราละเลยไม่ไ่ ด้ว้ ่า่ ผู้้�รับั จดหมาย
ที่่แ� ท้จ้ ริงิ คือื คริสิ จักั รทั้้ง� เจ็ด็ ที่่อ� ยู่�ในแคว้น้ เอเซียี ในช่ว่ งปลายคริสิ ต์ศ์ ตวรรษแรก
สถานการณ์์ของแต่่ละแห่่งในเจ็็ดคริิสตจัักรนี้้�เป็็นสถานการณ์์จริิงที่่�เกิิดขึ้ �น
กัับพวกเขา และพระธรรมวิิวรณ์์มีีคำำ�ตอบ มีีคำำ�หนุุนใจและคำำ�ตัักเตืือนไปถึึง
11 เปน็ ความเขา้ ใจผดิ ท่ี คดิ ว่าถ้อยคำ�ของพระเยซคู รสิ ตค์ อื เนอื้ หาของจดหมายในววิ รณ์ ความจรงิ
เน้ือหาของจดหมายฉบับน้ี คอื วิวรณท์ ง้ั เล่ม ส่วนถ้อยคำ�ของพระเยซคู รสิ ตใ์ นวิวรณ์ 2-3 เป็น
ส่วนหน่งึ ของเนื้อหาของจดหมายฉบบั น้ี ดู Bauckham, The Theology of the Book of
Revelation, 12.
12 เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง
พวกเขาโดยตรง เมื่อ� เราอ่า่ นวิวิ รณ์์ เราจึงึ เป็น็ “ผู้้�อ่านมือื สอง” คือื เราอ่า่ นวิวิ รณ์์
ที่่�ยอห์์นเขีียนไปยัังคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดแห่่งในแคว้้นเอเซีียนี้้� จดหมายฉบัับนี้้�ไม่่ใช่่
จดหมายถึึงเราโดยตรง แต่่เป็็นจดหมายถึึงคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดในคริิสต์์ศตวรรษ
แรก การที่่�เราจะเข้้าใจความหมายของวิิวรณ์์และได้้รัับบทเรีียนจากพระเจ้้า
เราจึึงต้้องเข้้าใจว่่าจดหมายฉบัับนี้้�กำำ�ลัังสื่ �อสารอะไรถึึงคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดก่่อน
แล้ว้ เราจึงึ ทำำ�ความเข้า้ ใจถึงึ บทเรียี นที่่ม� าถึงึ เราที่่อ� ยู่�ในยุคุ ปัจั จุบุ ันั เปรียี บได้ก้ ับั
การอ่า่ นจดหมายฝาก 1 โครินิ ธ์ ์ การทำ�ำ ความเข้า้ ใจจดหมายฉบับั นี้้� เราจะไม่ค่ ิดิ ว่า่
ผู้�เขียี น (อัคั รทูตู เปาโล) เขียี นจดหมายฝาก 1 โครินิ ธ์ม์ าให้เ้ ราคริสิ ตจักั รไทยอ่า่ น
เพราะเปาโลไม่่เคยคิิดถึึงผู้้�อ่่านที่่�เป็็นคนไทยในคริิสต์์ศตวรรษที่่� 21 แน่่นอน
เปาโลไม่่ได้้เขีียนจดหมายฝาก 1 โคริินธ์์เพื่่�อหนุุนใจหรืือตัักเตืือนพวกเรา แต่่
เปาโลเขีียนจดหมายฝาก 1 โคริินธ์์เพื่่�อหนุุนใจ ตัักเตืือน และแก้้ปััญหาต่่างๆ
ที่่พ�ี่่น� ้อ้ งในคริสิ ตจักั รโครินิ ธ์ก์ ำ�ำ ลังั เผชิญิ และแม้เ้ ปาโลไม่ไ่ ด้เ้ ขียี นจดหมาย 1 โครินิ ธ์ ์
ให้พ้ วกเราอ่า่ น แต่เ่ ราสามารถเรียี นรู้้�และได้บ้ ทเรียี นจากพระเจ้า้ ผ่า่ นจดหมาย
ฝากฉบับั นี้้ไ� ด้้ โดยการเรียี นรู้้�และทำำ�ความเข้า้ ใจผ่า่ นคำ�ำ สอน คำำ�ตักั เตือื นหรือื คำำ�
หนุุนใจที่่�เปาโลมีีให้้กัับคริิสตจัักรโคริินธ์์ก่่อน แล้้วเราจึึงได้้บทเรีียนถึึงพวกเรา
ที่่เ� ป็น็ ผู้้�อ่า่ นมือื สอง ดังั นั้้น� เมื่่อ� เราอ่า่ นพระธรรมวิวิ รณ์์ เราจะไม่ถ่ ือื ว่า่ พระธรรม
วิิวรณ์์เป็็นข้้อความที่่�พระเจ้้าใช้้ให้้ยอห์์นเขีียนมาหาเราโดยตรง แต่่พระเจ้้า
ใช้ย้ อห์น์ เขียี นไปถึงึ คริสิ ตจักั รทั้้ง� เจ็ด็ ในแคว้น้ เอเซียี เราสามารถเรียี นรู้้�บทเรียี น
จากจดหมายฉบัับนี้้�ได้้ โดยการเรีียนรู้้�และทำำ�ความเข้้าใจคำำ�สอน คำำ�ตัักเตืือน
หรืือคำำ�หนุุนใจที่่�วิิวรณ์์มีีให้้กัับคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดในแคว้้นเอเซีีย
ในด้า้ นจุดุ ประสงค์ข์ องจดหมาย โดยทั่่ว� ไปแล้ว้ ผู้้�เขียี นจะเขียี นจดหมาย
เพื่่�อตอบสนองต่่อสถานการณ์์ที่่�ผู้้�รัับกํําลัังเผชิิญอย่่างเจาะจง เช่่น เปาโลเขีียน
จดหมายฝาก 1 โคริินธ์์ เพื่่�อแก้้ปััญหาความแตกแยกที่่�เกิิดขึ้�นกัับคริิสตจัักร
โครินิ ธ์์ พระธรรมวิวิ รณ์ก์ ็เ็ ช่น่ เดียี วกันั ยอห์น์ เขียี นจดหมายฉบับั นี้้เ� พื่่อ� แก้ป้ ัญั หา
เจาะจงบางประการที่่�คริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดกำำ�ลัังประสบอยู่่� เราเข้้าใจปััญหาของ
แนะนําการอ่าน
พระธรรมวิวรณ์ 13
พวกเขาได้้มากขึ้้�นผ่่านถ้้อยคำำ�ของพระเยซููถึึงคริิสตจัักรแต่่ละแห่่งในวิิวรณ์์
2-3 ในด้้านหนึ่่�งเราพบได้้ว่่าแต่่ละคริิสตจัักรมีีลัักษณะและสถานการณ์์ที่่ �
แตกต่่างกััน ซึ่่�งได้้กล่่าวไว้้พอสัังเขปแล้้วในภููมิิหลัังประวััติิศาสตร์์ โดยปััญหา
และคำำ�กำำ�ชัับของพระเยซููที่่�มาถึึงคริิสตจัักรแต่่ละแห่่งสามารถเป็็นบทเรีียน
ให้้กัับผู้�เชื่�อทั้้�งหลายได้้ด้้วย12 ในอีีกด้้านหนึ่่�งคริิสตจัักรทุุกแห่่งล้้วนอยู่่�ภายใ
สถานการณ์เ์ ดียี วกันั คือื สถานการณ์ข์ องโลกในคริสิ ต์ศ์ ตวรรษที่่� 1 ซึ่่ง� มีภี ัยั คุกุ คาม
จากศััตรููคืือมารซาตาน (12:9) ภััยคุกุ คามนี้้ผ� ่า่ นมาทางอาณาจัักรโรมันั โดยใช้้
สััญลัักษณ์์ของสััตว์์ร้้ายทั้้�งสอง (13:1-18) มีีทั้้�งการล่่อลวงของสัังคมเมืืองหรืือ
ระบบที่่�เน้้นวััตถุุนิิยม ผลประโยชน์์ แต่่เต็็มด้้วยการอธรรม โดยใช้้สััญลัักษณ์์
ของหญิิงแพศยา (17:1-6) ในด้้านหนึ่่�งภััยคุุกคามเหล่่านี้้�มีีผลทำำ�ให้้ผู้�เชื่�อที่่�
ซื่อ� สัตั ย์ใ์ นพระเจ้า้ พบกับั ความทุกุ ข์ย์ ากลำ�ำ บากจนถึงึ การถูกู ข่ม่ เหง (2:10; 3:9;
6:9; 7:14; 12:17; 13:10, 16-17) ในอีกี ด้า้ นหนึ่่ง� การล่อ่ ลวงเหล่า่ นี้้ม� ีผี ลทำ�ำ ให้ผ้ ู้้�คน
ในโลกรวมถึงึ ผู้�เชื่อ� ในพระเยซูบู างคน หลงไปจากการติดิ ตามพระเจ้า้ หันั กลับั ไป
บููชานมััสการอาณาจัักรโลกและติิดตามวิิถีีของมารร้้าย (2:14, 20; 9:20-21;
11:10; 13:3-4, 14, 16) ฉะนั้้�นจุุดประสงค์์หลัักของวิิวรณ์์เพื่่�อคนสองกลุ่่�มนี้้ �
คืือทั้้�งหนุนุ ใจให้้ผู้�เชื่�อที่่ซ�ื่�อสััตย์์ยืืนหยััดในการติิดตามพระเจ้้า และตักั เตืือนผู้้�ที่่�
กำำ�ลัังถููกล่่อลวงให้้หลงไปติิดตามวิิถีีของมารร้้าย
สรุปุ การที่่เ� ราเข้า้ ใจว่า่ พระธรรมวิวิ รณ์เ์ ป็น็ จดหมาย ช่ว่ ยให้เ้ ราเข้า้ ใจว่า่
ผู้�รับจดหมายฉบัับนี้้�ที่่�แท้้จริิงคืือคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดในแคว้้นเอเซีีย ยอห์์นไม่่ได้้
เขีียนข้้อความเหล่่านี้้�เพื่่�อให้้ผู้้�อ่่านรุ่่�นหลัังโดยตรง หรืือไม่่ได้้เน้้นคำำ�ทำำ�นาย
เพื่่�อเราผู้้�อ่่านในคริิสต์์ศตวรรษที่่� 21 ได้้รัับรู้�เหตุุการณ์์ล่่วงหน้้า เป้้าหมายของ
วิิวรณ์์ก็็ไม่่ใช่่เพื่่�อพวกเราจะได้้รัับรู้�ว่ายุุคสุุดท้้ายมีีหน้้าตาอย่่างไร หรืือโลกนี้้�
จะดัับสููญเมื่่�อไร อย่่างไร แต่่เป้้าหมายของวิิวรณ์์คืือการแก้้ปััญหาที่่�เกิิดกัับ
12 แมค้ �ำ กำ�ชับจะมาถึงครสิ ตจักรแตล่ ะแหง่ แตพ่ ระเยซใู หเ้ ปน็ ค�ำ ก�ำ ชบั โดยรวมถงึ ทกุ คนทไ่ี ดฟ้ งั โดย
พระองคส์ รปุ ถอ้ ยค�ำ ทม่ี ใี ห้สำ�หรบั คริสตจักรแตล่ ะแหง่ ว่า “ใครมหี กู ใ็ หฟ้ งั ขอ้ ความทพ่ี ระวญิ ญาณ
ตรัสแกค่ ริสตจกั รทัง้ หลายเถิด” (วว. 2:7, 11, 17, 29; 3:6, 13, 22)
14 เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง
คริสิ ตจักั รทั้้ง� เจ็ด็ มีคี ํําหนุนุ ใจและคํําตักั เตือื น มีที ั้้ง� คํําชมและคํําตํําหนิเิ หมือื นที่่�
พระเยซููมีีถ้้อยคำำ�ให้้กัับคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ด (วว. 2:1-3:22) และที่่�สํําคััญพระองค์์
มีีคํํากํําชัับถึึงรางวััลสํําหรัับผู้�ที่�มีีชััยชนะ (2:7, 11, 17, 26-8; 3:5, 12, 21)
ซึ่�งหมายถึึงการยืืนหยััด อดทน ต่่อสู้�ในการติิดตามพระเยซููคริิสต์์องค์ ์
พระผู้�เป็็นเจ้้าจนถึึงที่่�สุุด และท้้ายที่่�สุุดจะได้้รัับรางวััลใหญ่่ โดยเฉพาะการ
ได้้เข้้าในแผ่่นดิินใหม่่ โลกใหม่่ กรุุงเยรููซาเล็็มใหม่่ (21:7)
1.2.2 วรรณกรรมการเผยพระวจนะ (prophecy)
นอกจากจดหมายฝากแล้ว้ วิิวรณ์ย์ ังั มีลี ักั ษณะของวรรณกรรมประเภท
การเผยพระวจนะด้้วย เนื้้�อหาในวิิวรณ์์ถืือว่่าเป็็น “คํําเผยพระวจนะ” [“the
words of the prophecy”] (วว. 1:3; 22:6-7) เหมืือนคำำ�เผยพระวจนะ
ที่่�พระเจ้้าตรััสกัับประชากรของพระองค์์ผ่่านผู้้�เผยพระวจนะ และยอห์์น
ผู้ �เขีียนถืือว่่าเป็็นหนึ่่�งในบรรดาผู้ �เผยพระวจนะที่่�อยู่่�ท่่ามกลางคริิสตจัักร
ทั้้�งเจ็็ด (22:9 ดููเปรีียบเทีียบ 10:11) คํําว่่า “prophecy” มาจากภาษาเดิิม
ว่่า propheteia โดยที่่�พระคริิสตธรรมคััมภีีร์์ฉบัับมาตรฐาน 2011 แปลว่่า
“การเผยพระวจนะ หรืือคํําเผยพระวจนะ” (วว. 1:3; 11:6; 19:10 ) และ
“คํําพยากรณ์”์ (22:7, 10, 18, 19) หนังั สือื เล่ม่ นี้้ข� อใช้ค้ ํําว่า่ “คํําเผยพระวจนะ
หรืือการเผยพระวจนะ” เนื่่�องจากคํําว่่า “คํําพยากรณ์์” สื่่�อความหมายในเชิิง
คำำ�ทำำ�นายถึึงอนาคต แต่่คํําเผยพระวจนะไม่่ได้้เน้้นการสื่�อความหมายถึึงเรื่�อง
อนาคตเท่่านั้้�น แต่่สื่�อความหมายถึึง “คำำ�ตรััสที่่�มาจากพระเจ้้า”
การเข้้าใจเรื่�องการเผยพระวจนะในวิิวรณ์์ เราควรทํําความเข้้าใจ 2 สิ่่�ง
คืือ วิิธีีการเผยพระวจนะและเนื้้�อหาพระวจนะที่่�เผย วิิธีีการเผยพระวจนะ
มีีปรากฏใน 2 ลัักษณะ คืือ การเผยโดยตรง และการเผยโดยอ้้อม การเผย
โดยตรงเป็น็ การเผยผ่า่ นถ้อ้ ยคํําไม่ว่ ่า่ จะเป็น็ คํําพูดู หรือื การเขียี น เพื่่อ� บ่ง่ บอกว่า่
ถ้อ้ ยคํํานั้้น� ๆ เป็น็ คํําตรัสั ของพระเจ้า้ ที่่ม� าถึงึ ผู้้�ฟังั เช่น่ พระเจ้า้ ให้โ้ ยนาห์ป์ ระกาศ
ว่่า “อีีกสี่่�สิิบวัันนีีนะเวห์์จะถููกทํําลาย” (ยนา. 3:4) หรืือถ้้อยคํําที่่�มีีในหนัังสืือ
แนะนําการอ่าน
พระธรรมวิวรณ์ 15
หมวดผู้ �เผยพระวจนะในพัันธสััญญาเดิิม คํําเผยพระวจนะโดยตรงนี้้�เป็็นการ
บ่่งบอกถึึงสิิทธิิอํํานาจของคํําบััญชาว่่ามาจากพระเจ้้าผ่่านผู้้�เผยพระวจนะ
พวกเขาไม่่ได้้เป็็นเพีียงครููสอน หรืือนัักเทศน์์ที่่�นํําคํําสอน คํําตัักเตืือน หรืือ
คํําหนุุนใจด้้วยตััวของพวกเขาเอง ในสมััยของพัันธสััญญาใหม่่ก็็มีีคํําเผย
พระวจนะโดยตรงเช่น่ นี้้เ� หมือื นกันั โดยหลายครั้้ง� อยู่�ในบรรยากาศการนมัสั การ
(เช่น่ กจ. 11:28; 1 คร. 14:30)13 พระธรรมวิวิ รณ์น์ ี้้ก� ็เ็ ช่น่ กันั ถือื เป็น็ ถ้อ้ ยคํําที่่�
สิิทธิิอํํานาจจากพระเจ้้า มีีคำำ�เผยพระวจนะโดยตรงอยู่่�ด้้วย เช่่น คํําตรััสของ
พระเยซููที่่�มาถึึง 7 คริิสตจัักร (วว. 2:1-3:22) โดยมีีคํําสรรพนามว่่า “เรา”
(“I”) ซึ่่�งหมายถึึงพระเยซููผู้�ตรััสโดยตรงกัับคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ด เป็็นต้้น
ส่ว่ นการเผยพระวจนะโดยอ้้อม เป็น็ การเผยผ่า่ นนิมิ ิติ ที่่ผ�ู้�เผยพระวจนะ
ได้ร้ ับั ส่ว่ นตัวั จากพระเจ้า้ แล้ว้ นํํามาเปิดิ เผยเพื่่อ� เป็น็ คํําหนุนุ ใจหรือื คํําตักั เตือื น
ที่่�ประชุุมภายหลััง เช่่น เรื่�องที่่�เปโตรเผยพระวจนะเรื่�องการที่่�พระเจ้้ายอมรัับ
คนต่่างชาติิผ่่านทางนิิมิิตและการกลัับใจของโคเนริิอััส ได้้กลายเป็็นคํําเผย
พระวจนะที่่พ� ระเจ้า้ ตรัสั กับั ที่่ป� ระชุมุ ภายหลังั (กจ. 10:9-11:18)14 เช่น่ เดียี วกันั
วิวิ รณ์ท์ ั้้ง� เล่ม่ ถือื ได้ว้ ่า่ เป็น็ การเผยพระวจนะทางอ้อ้ มผ่า่ นการรายงานเรื่อ� งนิมิ ิติ
ต่า่ งๆ ที่่ย� อห์น์ ได้ร้ ับั เราสังั เกตได้ว้ ่า่ เรื่อ� งราวในวิวิ รณ์ม์ ักั จะมีปี ระโยคให้เ้ ห็น็ ว่า่
พระเจ้้าหรืือพระเยซููเป็็นผู้้�ตรััสโดยตรงให้้กัับผู้้�ฟััง และยัังมีีคํําเผยพระวจนะ
ที่่�เหมืือนเป็็นคํําพููดหนุุนใจผู้้�ฟัังโดยตรงสอดแทรกอยู่�ตลอดทั้้�งเล่่ม (เช่่น วว.
1:8; 13:9-10; 14:13; 16:15; 18:4; 22:12-13; cf. 2:1-3:22) การที่่�เรา
ตระหนักั ว่า่ วิวิ รณ์เ์ ป็น็ การเผยพระวจนะนี้้ � ช่ว่ ยให้ผู้้้�อ่านรับั รู้�ว่าเนื้้อ� หาในพระธรรม
วิวิ รณ์น์ ี้้ไ� ม่ไ่ ด้ม้ าจากเพียี งความคิดิ เห็น็ หรือื ความตั้ง� ใจ หรือื คํําสอนของผู้�เขียี น
(เหมือื นการเขียี นจดหมายฝาก) เท่า่ นั้้น� แต่เ่ ป็น็ การสื่อ� สารโดยตรงจากพระเจ้า้
มีีสิิทธิิอํํานาจที่่�มาจากพระเจ้้า ไม่่ใช่่จากผู้้�เขีียนเท่่านั้้�น
13 เราสามารถเห็นตัวอย่างของการเผยพระวจนะโดยตรงของคริสเตียนได้จากหนังสือนอกสารบบ
ดว้ ย เชน่ Hermas, Mandates. 11:9. ดู Bauckham, The Theology, 3.
14 เราสามารถเหน็ ตวั อยา่ งการเผยพระวจนะทางออ้ มของรสิ เตยี นเพม่ิ เตมิ ไดใ้ น Hermas, Visions
1-4. ดู Bauckham, The Theology, 3.
16 เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง
สิ่ �งสํําคััญอีีกสิ่่�งหนึ่่�งที่่�เราต้้องเข้้าใจ คืือเนื้้�อหาของคํําเผยพระวจนะ
โดยมากแล้้วหากเราแปลคํําว่่า “prophecy” ว่่าเป็็น “คํําพยากรณ์์” เราอาจ
เข้้าใจผิิด คิิดว่่าเนื้้�อหาคํําเผยพระวจนะมุ่�งเน้้นแต่่เรื่�องของอนาคต หรืือเน้้นที่่�
คํําทํํานายเพื่่�อผู้้�อ่่านรุ่่�นหลัังจะได้้สืืบค้้นหาความจริิงที่่�อาจกํําลัังจะเกิิดขึ้ �น
แต่่แท้้ที่่�จริิงแล้้ว “การเผยพระวจนะ” ไม่่ได้้มุ่�งเน้้นที่่�คํําทํํานาย (prediction)
แต่เ่ เน้น้ ที่่ก� ารประกาศข่า่ ว (pronouncement) ของพระเจ้า้ ที่่ม� าถึงึ ประชากร
ของพระองค์์ในสมััยของผู้ �เผยพระวจนะเป็็นหลััก โดยมากถ้้อยคํําของผู้ �เผย
พระวจนะในพระคััมภีีร์์เดิิมมัักเกิิดขึ้ �นในช่่วงที่่�ประชากรของพระเจ้้าหลงทาง
ทํําผิิดบาป ละทิ้้�งพระเจ้้าและพระบััญญััติิของพระองค์์ (เช่่น อมส. 3:1-15)
หรือื เกิดิ ขึ้น� ในช่ว่ งที่่ป� ระชากรของพระเจ้า้ กำ�ำ ลังั ประสบกับั ความทุกุ ข์ย์ ากลํําบาก
แสนสาหััสและตกอยู่�ในภาวะวิิกฤติิ เช่่น เยเรมีีย์์เผยพระวจนะถึึงชาวกรุุง
เยรููซาเล็็มและชนอิิสราเอลที่่�ละทิ้้�งพระเจ้้าและหัันไปติิดตามพระบาอััล (ยรม.
2:1-3, 1-36) ดัังนั้้�นพระเจ้้าจึึงใช้้ผู้�เผยพระวจนะเพื่่�อกล่่าวถ้้อยคํําจากพระเจ้้า
เพื่่�อพวกเขาจะกลัับใจจากบาป หรืือเพื่่�อพวกเขาจะรัับคํําเตืือนให้้เตรีียมตััว
กับั ภาวะวิกิ ฤติิ หรือื เพื่่อ� พวกเขาจะได้ร้ ับั คํําปลอบโยนจิติ ใจหลังั จากถูกู ลงโทษ
ในขณะเดีียวกััน บางครั้้�งผู้�เผยพระวจนะจะมีีคํํากล่่าวถึึงอนาคตที่่�กํําลัังจะ
เกิิดขึ้ �นด้้วย คํํากล่่าวถึึงอนาคตนี้้�ไม่่ได้้เป็็นคํําทํํานายตามตััวอัักษรเป็็นหลััก
แต่่เป็็นคํําเตืือนสอนเพื่่�อผู้้�ฟัังจะกลัับใจใหม่่หรืืออดทนในการติิดตามพระเจ้้า
เพราะเป้า้ หมายหลักั ของการเผยพระวจนะ คือื คํํากํําชับั ของพระเจ้า้ ที่่ม� ีถี ึงึ ผู้้�ฟังั
เพื่่�อผู้้�ฟัังจะรัับการเปลี่ �ยนแปลง ตััวอย่่างเช่่น คํําเผยพระวจนะของโยนาห์ ์
ที่่�ประกาศว่่า “อีีกสี่�สิิบวัันนีีนะเวห์์จะถููกทํําลาย” (ยนา. 3:4) คำำ�ประกาศนี้้ �
เหมือื นเป็น็ คํําพยากรณ์์ แต่ส่ ุดุ ท้า้ ย คํําเผยพระวจนะนี้้�ทำำ�ให้ช้ าวเมือื งนีนี ะเวห์์
กลับั ใจและพระเจ้า้ ทรงกลัับพระทัยั ไม่ท่ ํําลายเมืืองนีนี ะเวห์์ในท้้ายที่่�สุดุ (ยนา.
3:10) เป็็นต้้น พระธรรมวิิวรณ์์ก็็เช่่นเดีียวกััน เนื้้�อหาเป็็นคํําเผยพระวจนะ
ที่่�มีีทั้้�งการเปิิดเผยสิ่�งที่่�เกิิดกัับผู้้�อ่่านและผู้้�ฟัังดั้ �งเดิิม เช่่น คํําเผยพระวจนะ
แนะนาํ การอ่าน
พระธรรมวิวรณ์ 17
โดยตรงที่่ห� นุนุ ใจและเตือื นสอนคริสิ ตจักั ร (วว. 2:1-3:22) และคำำ�เผยพระวจนะ
ผ่่านนิิมิิตต่่างๆ (วว. 4:1-22:5) ที่่�กล่่าวถึึงเหตุุการณ์์ต่่างๆ ที่่�ได้้เกิิดขึ้�นแล้้ว
และกำำ�ลัังจะเกิิดขึ้�น แต่่คำำ�เผยพระวจนะเหล่่านี้้�ไม่่ได้้มีีจุุดประสงค์์ให้้ผู้้�อ่่าน
ได้้รู้�อนาคตแบบคํํานาย แต่่เป็น็ ถ้้อยคํําที่่ม�ุ่�งเน้้นถึึงการเปลี่�ยนแปลงพฤติกิ รรม
ของผู้้�ฟังั เป็น็ คำำ�ตักั เตือื นเพื่่อ� ผู้้�อ่า่ นที่่ห� ลงจากทางของพระเจ้า้ จะได้ก้ ลับั ใจและ
หัันกลัับสู่�ทางของพระเจ้้า และเป็็นคำำ�หนุุนใจเพื่่�อผู้�เชื่�อที่่�ยึึดมั่่�นในทางของ
พระเจ้้า จะได้้ยืืนหยััด อดทน และต่่อสู้�อย่่างมีีความหวััง
ด้้านการประยุุกต์์ใช้้ การเผยพระวจนะสอนบทเรีียนให้้เราผู้้�อ่่าน
ในปััจจุุบัันด้้วยเช่่นกััน แต่่เราต้้องตระหนัักเสมอว่่าสถานการณ์์ของเราและ
สถานการณ์์ของผู้้�รัับดั้ �งเดิิมแตกต่่างกััน เราจึึงจำำ�เป็็นต้้องทำำ�ความเข้้าใจใน
สถานการณ์์ของผู้้�รัับดั้ �งเดิิมและความหมายของคำำ�เผยพระวจนะที่่�มาถึึงผู้้�รัับ
ดั้�งเดิิมให้้ถ่่องแท้้ก่่อน แล้้วเราจึึงจะสามารถนำำ�ความหมายนี้้�มาประยุุกต์ ์
เข้้ากัับสถานการณ์์ของเรา (ผู้้�อ่่านในปััจจุุบััน) ได้้15
สรุุป พระธรรมวิิวรณ์์เป็็นคำำ�เผยพระวจนะของพระเจ้้าในรููปของ
จดหมายเวียี นไปถึงึ คริสิ ตจักั รทั้้ง� เจ็ด็ เพื่่อ� พวกเขาจะได้ต้ อบสนองต่อ่ พระดำ�ำ รัสั
ของพระเจ้้าได้้อย่่างสมควร วิิวรณ์์จึึงไม่่ใช่่คำำ�ทำำ�นายที่่�มาถึึงพวกเราผู้้�อ่่านใน
คริิสต์์ศตวรรษที่่� 21 โดยตรง วิิวรณ์์ไม่่ได้้เป็็นถ้้อยคำำ�พิิพากษาที่่�มาถึึงพวกเรา
โดยตรง และยอห์์นไม่่ได้้เขีียนรหััสลัับเพื่่�อให้้ผู้้�อ่่านถอดรหััสความลัับของ
อนาคต ยอห์์นไม่่ได้้เขีียนวิิวรณ์์เพื่่�อตอบสนองความอยากรู้้�อยากเห็็นของ
ผู้้�อ่่านว่่ามีีภััยพิิบััติิอะไรที่่�เกิิดขึ้�นกัับเราตามคำำ�ทำำ�นายแล้้วบ้้าง สงครามโลก
อีีกครั้้�งจะเกิิดขึ้�นอย่่างไร จุุดจบของโลกจะเป็็นอย่่างไร หรืือสวรรค์์จะหน้้าตา
15 หลักการประยกุ ต์ใช้พระคัมภีรน์ ี้ เป็นหลักการสากล คือเราจาํ ตอ้ งเข้าใจว่าผูเ้ ขยี นพระคมั ภรี ์
ตอนทเี่ รากําลงั ศึกษาไม่ไดเ้ ขยี นข้อความน้ี ถึงเรา แตเ่ ขียนถึงผู้อ่ื นทเี่ ปน็ ผู้อ่านดั้งเดิม ดังน้ั นเรา
จาํ ตอ้ งทาํ 2 ข้ั นตอนหลกั คอื 1. Exegesis คอื การศกึ ษาเพอ่ื เราจะเขา้ ใจวา่ ผเู้ ขยี นขอ้ พระธรรม
ท่เี รากําลังศกึ ษา กําลงั พูดอะไรกบั ผูอ้ า่ นด้งั เดิมตามบรบิ ทของผูร้ ับ 2. Hermeneutics คือ
การนําความเข้าใจถึงส่ิงท่ีเป็นแก่นสารท่ี ผู้เขียนต้องการส่ือสารถึงผู้รับด้ังเดิมมาประยุกต์ใช้
ใหเ้ ข้ากับสถานะการณป์ จั จบุ นั
18 เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง
เป็็นอย่่างไร แต่่ยอห์์นเขีียนวิิวรณ์์เพื่่�อเปิิดเผยน้ำำ��พระทััยของพระเจ้้าที่่�มาถึึง
คริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดก่่อน มีีทั้้�งคำำ�หนุุนใจและคำำ�เตืือนสติิกัับพวกเขาโดยตรง มีีทั้้�ง
คำำ�เผยพระวจนะที่่�เกี่�ยวข้้องกัับการพิิพากษาในอนาคต การทำำ�ลาย และการ
ทรงสร้้างใหม่่ แต่่จุุดประสงค์์หลัักทั้้�งการเผยพระวจนะในปััจจุุบัันและอนาคต
เพื่่�อการผลัักดัันให้้นำำ�สู่่�การเปลี่ �ยนแปลงชีีวิิตของคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ดก่่อน และ
ของเราทั้้�งหลายที่่�เป็็นผู้้�อ่่านคำำ�เผยพระวจนะนี้้�ด้้วย
1.2.3 วรรณ ก รร ม วิิ วร ณ์์ ธ รร ม ห รืื อ อ พ อ ล ค า ลิิ ป ส์์
(apocalypse)
ลัักษณะวรรณกรรมประเภทสุุดท้้ายของวิิวรณ์์ คืือวรรณกรรม
“วิวิ รณ์ธ์ รรม” หรือื “อพอลคาลิปิ ส์”์ (apocalypse) ซึ่่ง� เป็น็ วรรณกรรมพิเิ ศษ
ของชาวยิวิ โบราณมีลี ักั ษณะที่่เ� ต็ม็ ไปด้ว้ ยภาษาภาพพจน์์ และมีเี นื้้อ� หาที่่เ� หมือื น
กล่่าวถึึงโลกแฟนตาซีีมากกว่่าโลกแห่่งความเป็็นจริิง เราสามารถพบได้้
ในหนัังสืือพัันธสััญญาเดิิม เช่่น อิิสยาห์์ 24-27; ดาเนีียล 7-12; เศคาริิยาห์์
12-14 เป็น็ ต้น้ 16 คำำ�ว่า่ อพอลคาลิปิ ส์์ มาจากภาษากรีกี pocalypsis มาจา
คำำ�ที่่�พบในวิิวรณ์์ 1:117 แปลว่่า “วิิวรณ์์” หรืือ “การสำำ�แดงหรืือการเปิิดเผย”
พระธรรมวิวิ รณ์ท์ั้้ง� เล่ม่ ถือื ว่า่ เป็น็ “วิวิ รณ์์ (หรือื การสำำ�แดง) ของพระเยซูคู ริสิ ต์”์
(1:1) ตามคำำ�ขึ้้�นต้้นของหนัังสืือ โดยนัักวิิชาการได้้นำำ�เอาคำำ�นี้้�มาเป็็นชื่่�อเฉพาะ
ของวรรณกรรมพิเิ ศษของชาวยิวิ เนื่่อ� งจากงานรูปู แบบการเขียี นของพระธรรม
วิิวรณ์์ตรงกัับรููปแบบวรรณกรรมพิิเศษของชาวยิิวนี้้�
16 วรรณกรรมประเภทน้ไี ด้ถกู พัฒนาและใชเ้ ป็นท่ีแพร่หลายในเวลาตอ่ มา ประมาณกอ่ น ค.ศ.15–
ค.ศ. 100 โดยเราสามารถพบได้ในหนังสือนอกสารบบพระคริสตธรรมคัมภีร์ เช่น 1 เอโนค
2 บารุค 4 เอษรา เป็นต้น
17 แทจ้ รงิ apocalypsis ยงั ถกู ใชใ้ นพระคัมภีรใ์ หมต่ อนอื่นๆ อีกหลายตอน และมกั มีความหมาย
ที่หลากหลาย รวมถึง การสำ�แดงถึงการพิพากษาของพระเจา้ ที่กำ�ลงั จะมาถงึ (รม. 2:5), การ
เปิดเผยความลับของพระจ้าทีป่ ิดซ่อนอยู่ (รม. 16:25; 1 คร. 14:26; อฟ. 3:3), การส�ำ แดงของ
พระครสิ ต์ (2 คร. 12:1; กท. 1:12), หรอื การเสด็จกลับมาครั้งทส่ี องของพระครสิ ต์ (1 คร. 1:7;
1 ปต. 1:7) เป็นต้น
แนะนาํ การอา่ นพ
ระธรรมววิ รณ์ 19
โดยทั่่ว� ไปแล้ว้ วรรณกรรมนี้้ม� ักั เขียี นถึงึ คนของพระเจ้า้ ที่่ก� ํําลังั ประสบกับั
วิิกฤติิการณ์์ ทั้้�งการถููกข่่มเหงในด้้านการเมืือง ถููกบีีบคั้ �นด้้านการดํําเนิินชีีวิิต
ตามพระเจ้้า หรืือพวกเขากํําลัังท้้อถอยในการติิดตามพระเจ้้าด้้วยเหตุุความ
ยากลํําบาก วรรณกรรมประเภทนี้้จ� ึงึ ใช้ภ้ าษาสัญั ลักั ษณ์เ์ พื่่อ� ปิดิ ซ่อ่ นความหมาย
ที่่�แท้้จริิงจากคนที่่�อยู่่�วงนอกหรืือพวกศััตรููของคนของพระเจ้้า แต่่ภาษา
สััญลัักษณ์์เหล่่านี้้�จะเป็็นที่่�เข้้าใจได้้ในบรรดาคนวงในหรืือผู้้�อ่่านที่่�เป็็นคนของ
พระเจ้้า18 นัักวิิชาได้้สรุุปคำำ�จำำ�กััดความของวรรณกรรมอพอลคาลิิปส์์ว่่า คืือ
“วรรณกรรมเรื่�องการสํําแดงที่่�อยู่�ในรููปแบบของเรื่�องเล่่า โดยมีีเนื้้�อหาของ
การสํําแดงสื่�อสารด้้วยโลกอื่ �นเพื่่�อเปิิดเผยความจริิงของโลกจริิงของผู้้�อ่่าน
ทั้้�งบริิบทด้้านเวลาคืือเรื่�องความรอดในยุุคสุุดท้้าย และบริิบทด้้านกายภาพ
คืื อ โ ล ก แ ห่่ ง ก า ร อัั ศ จ ร ร ย์์ ” 19 สิ่่� ง ที่่� สำำ�คัั ญ คืื อ ผู้ � เขีี ย น ใช้้ ภ า ษ า ข อ ง โ ลกอื่่�
หรืือโลกแฟนตาซีี (ซึ่�งไม่่ใช่่ลัักษณะของโลกที่่�แท้้จริิง) อาจเป็็นเหมืือน
โลกสวรรค์์ เพื่่�อเปิิดเผยความจริิงของโลกที่่�แท้้จริิงและความหวัังแห่่งชััยชนะ
ของพระเจ้้าให้้ผู้้�อ่่านที่่�กำำ�ลัังเผชิิญกัับการท้้าทายและการถููกข่่มเหง ในด้้าน
การใช้้ภาษาสััญลัักษณ์์นี้้�เอง ผู้้�ที่่�เป็็นคนนอก (คนที่่�ไม่่เชื่ �อในพระเจ้้าหรืือคนที่่�
ไม่่รู้้�จัักพระคััมภีีร์์เดิิม) ไม่่อาจเข้้าใจถึึงความหมายที่่�แท้้จริิงของผู้�สื่�อสารได้้
แต่ผู่้้�รับั วิวิ รณ์์ (ประชากรของพระเจ้า้ ที่่ร�ู้�จักพระคัมั ภีรี ์เ์ ดิมิ และภาษาสัญั ลักั ษณ์ ์
ต่่างๆ) กลัับสามารถเข้้าใจความหมายที่่�ผู้ �เขีียนกำำ�ลัังสื่ �อสารได้้เป็็นอย่่างดีี
และภาษาภาพพจน์ย์ ังั ทำ�ำ ให้ผู้้�รับเข้า้ ใจได้ช้ ัดั เจนยิ่่ง� ขึ้น� เราอาจเปรียี บการสื่อ� สาร
ด้้วยภาษาภาพพจน์์นี้้�ได้้กัับ การ์์ตููนล้้อเลีียนการเมืือง ซึ่่�งผู้้�วาดได้้ใช้้ภาษา
18 Koester, Revelation & the End of All Things, 49.
19 J. J. Collins ใหค้ ําจาํ กัดความของ Apocalypse ไว้ว่า “ ‘Apocalypse’ is a genre of
revelatory literature with a narrative framework, in which a revelation is
mediated by an otherworldly being to a human recipient, disclosing a transcendent
reality which is both temporal, insofar as it envisages eschatological salvation,
and spatial, insofar as it involves another, supernatural world.” J. J. Collins,
‘Introduction: Towards the Morpholoty of a Genre,’ Semeia 14 (1979), 9.
20 เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง
สััญลัักษณ์์ที่่�ผู้้�อ่่านในวงการสามารถเข้้าใจได้้ดีี เช่่น ผู้้�วาดการ์์ตููนวาด
คนชูสู ามนิ้้ว� ใส่เ่ สื้อ� สีสี ้ม้ ทำำ�ให้ค้ นไทยที่่เ� ข้า้ ใจการเมือื งรู้�ว่าหมายถึงึ คนที่่ต� ่อ่ ต้า้ น
รัฐั ประหารโดยคนที่่เ� ข้า้ ร่ว่ มกับั พรรคการเมือื งพรรคหนึ่่ง� เป็น็ ต้น้ ภาษาสัญั ลักั ษณ์์
เป็็นทั้้�งการปิิดซ่่อนความจริิง และเป็็นทั้้�งการเปิิดเผยความจริิงอย่่างเจ็็บแสบ
ได้้ด้้วย
พระธรรมวิิวรณ์์เป็็นวรรณกรรมประเภทอพอลคาลิิปส์์ด้้วยรููปแบบ
และลัักษณะการเขีียนที่่�เต็็มไปด้้วยภาษาสััญลัักษณ์์ และนำำ�ผู้้�อ่่านท่่องไปใน
โลกแฟนตาซีีหรืือโลกในอาณาจัักรสวรรค์์ ซึ่่�งนำำ�สู่่�การเปิิดเผยความจริิงให้้กัับ
คนวงในคือื ประชากรของพระเจ้า้ ได้ร้ ับั รู้�และได้ร้ ับั ความหวังั เนื้้อ� หาของวิวิ รณ์์
เน้้นสิ่่�งสํําคััญ 2 สิ่่�งคืือ 1) การเปิิดเผยสิ่�งที่่�กำำ�ลัังเกิิดขึ้�นจริิงในโลกของผู้้�อ่่าน
ผ่่านนิิมิิตในแผ่่นดิินสวรรค์์ โดยเฉพาะเรื่�องการครอบครองของพระเจ้้าเพื่่�อให้ ้
ผู้้�อ่านไม่ท่ ้อ้ ใจขณะที่่เ� ขาประสบความทุกุ ข์ย์ ากลำ�ำ บาก วิวิ รณ์ย์ ังั เปิดิ เผยให้ผู้้้�อ่าน
รัับรู้ �ว่าผู้ �เชื่ �อมีีศััตรููคืือมารร้้ายและสมุุนของมััน ที่่�คอยข่่มเหงผู้ �ที่ �สััตย์์ซื่ �อต่่อ
พระเจ้้า (12:17) ขณะเดีียวกัันมารล่่อลวงคนทั้้�งโลกให้้หลงติิดตามวิิถีีของมััน
(12:9) ซึ่่�งนำำ�มาสู่่�การข่่มเหงคนของพระเจ้้า การเป็็นศััตรููของพระเจ้้า และ
ภััยพิิบััติิต่่างๆ ที่่�เกิิดขึ้�นมา และ 2) การเปิิดเผยสิ่�งที่่�กํําลัังจะเกิิดขึ้�นในอนาคต
ของโลกจริงิ ผ่า่ นนิมิ ิติ ในสวรรค์์ โดยเฉพาะเรื่อ� งการพิพิ ากษามารร้า้ ยและสมุุน
ของมััน และความสํําเร็็จที่่�พระเจ้้าทรงช่่วยกู้�โลกจากมารร้้ายและนำำ�สู่่�การ
ทรงสร้้างแผ่่นดิินใหม่่โลกใหม่่ รวมถึึงบำำ�เหน็็จที่่�พระเจ้้าจะทรงประทานให้้แด่่
ผู้�ที่ม� ีชี ัยั ชนะร่ว่ มกับั พระเมษโปดก คือื คนของพระเจ้า้ ที่่ย� ืนื หยัดั อดทน รอคอย
อาณาจักั รนิริ ันั ดร์ข์ องพระเจ้า้ และไม่ห่ ลงไปกับั การติดิ ตามสัตั ว์ร์ ้า้ ย การเปิดิ เผย
เรื่�องอนาคตนี้้�ไม่่ได้้เป็็นการทํํานายสิ่�งที่่�จะเกิิดขึ้�นตามตััวอัักษร หรืือไม่่ได้้
เป็็นการวาดภาพว่่าอนาคตหรืือสวรรค์์มีีหน้้าตาอย่่างไร แต่่เป็็นคํําหนุุนใจให้ ้
ผู้้�อ่่านรัับรู้�และมั่่�นใจว่่าพระเจ้้าหรืือจอมเจ้้านายที่่�เราควรยกย่่อง นมััสการ
แนะนาํ การอ่าน
พระธรรมววิ รณ์ 21
ไม่ใ่ ช่จ่ ักั รพรรดิซิ ีซี าร์ข์ องอาณาจักั รโรมันั (สํําหรับั ผู้้�อ่า่ นดั้้ง� เดิมิ วิวิ รณ์)์ หรือื ผู้้�นํํา
ของโลกในยุุคต่่างๆ แต่่เป็็นพระเจ้้าผู้�ทรงครอบครองและนํําสู่�ชััยชนะในที่่�สุุด
เราสรุุปความเข้้าใจวรรณกรรมอพอลคาลิิปส์์และความเข้้าใจของ
พระธรรมวิิวรณ์์ได้้ดัังนี้้�
• Crisis l iterature คอื วรรณกรรมทเี่ กดิ ข้ึ นในชว่ งที่คนของพระเจา้
มกั จะพบกบั ภยั คกุ คามหรอื การถกู ขม่ เหงอยา่ งหนกั ผรู้ บั ววิ รณพ์ บกบั
การขม่ เหงทม่ี าจากอาณาจกั รโรมนั แ ตไ่ มไ่ ดเ้ ปน็ การขม่ เหงโดยตรง
ในทางกลบั กนั เปน็ การขม่ เหงและกดดนั ทางออ้ มจากสงั คม โลกท่ ี
ล่อลวงให้คนทั้งหลายรวมทั้งผู้เช่ือบางคนหลงไปดำ�เนินชีวิต
ตดิ ตามวถิ ขี องอาณาจกั รโรมนั และเขา้ รว่ มลทั ธบิ ชู าพระจกั รพรรดิ
• Hiddenness and clarity คอื วรรณกรรมทม่ี ี 2 ดา้ นท่ี ขดั แยง้ กนั
ในด้านหนึ่งเป็นการปิดซอ่ นความจรงิ ด้วยภาษาสัญลกั ษณ์ (เพื่อ
ความปลอดภยั ของผูเ้ ขยี น) ในอีกด้านหน่ึงเป็นการเปิดเผยความ
จริงให้กระจ่างด้วยภาษาสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นภาพชัดเจน
ววิ รณจ์ งึ ปดิ ซอ่ นความจรงิ ไวก้ บั คนของอาณาจกั รโรมนั แตเ่ ปดิ เผย
ความจรงิ ใหก้ บั ผเู้ ชื่อในคริสตจกั รท้งั หลาย
• Unmasking the reality of the world คอื วรรณกรรมนจี้ ะ
ช่วยเปดิ เผย หรอื ฉีกหน้ากากถงึ สิ่งทโ่ี ลกน้ี กําลงั ถูกล่อลวง ทําให ้
มองเหน็ ความจรงิ อนั ชดั เจนของโลกน้ี และววิ รณน์ �ำ สกู่ ารวพิ ากษ ์
วจิ ารณแ์ ละเปดิ เผยธาตแุ ทข้ องโลก โดยเฉพาะการวพิ ากษอ์ าณาจกั ร
โรมันว่าเป็นเหมือนสตั ว์ร้ายทเ่ี ป็นสมุนของมาร (13:1-10)
• Unveiling the reality of God’s sovereignty คือ วรรณกรรม
ท่ีเปิดเผยให้เห็นถึงการครอบครองของพระเจ้าอย่างกระจ่างชัด
ในววิ รณผ์ อู้ า่ นจะไดร้ วู้ า่ แมส้ มนุ ของมารรา้ ยจะยง่ิ ใหญแ่ ละนา่ กลวั
เพยี งไร (13:4) แตโ่ ลกนี้มพี ระเจ้าเป็นผูค้ รอบครองทัง้ สิ้นเพื่อให ้
22 เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง
ผู้เชื่อท่ี ซอ่ื สตั ย์ มีความมั่นใจ และยืนหยัด อดทน รอคอยคำ�ตอบ
และชยั ชนะของพระเจา้
• Otherworldly being as reflection on the reality of
the world คือวรรณกรรมที่ใชเ้ รื่องราวของโลกอื่นมาสะทอ้ นถึง
ความจรงิ ทเ่ี กดิ ข้ึ นบนโลกท่ี ผเู้ ขยี นและผรู้ บั ประสบอย ู่ ววิ รณม์ งุ่ เนน้
ให้ผู้อ่านคือคริสตจักรท้ังเจ็ดได้รับรู้ความจริงผ่านโลกแฟนตาซี
ในสวรรค ์ ความจรงิ ที่เปิดเผยคอื ความงดงามของพระเจา้ และ
แบบอยา่ งของพระเมษโปดกผู้เสียสละ เปน็ เครื่องบูชา ดอู ่อนแอ
ถูกกระท�ำ แต่กลับเป็นผมู้ ชี ัยชนะอย่างแทจ้ รงิ ในขณะท่ีศัตรู
ของพระเจา้ คอื สตั วร์ า้ ยทดี่ เู หมอื นแขง็ แกรง่ ท ส่ี ดุ แลว้ กลบั เปน็ ผทู้ ่ี
พา่ ยแพ้หมดรูป และถูกท�ำ ลายในทสี่ ุด
• Demonstration of an alternative kingdom วรรณกรรมนี ้
จะนําเสนอแผ่นดนิ ใหม่ โลกใหม่ ทีเ่ ปน็ ความหวงั ทดแทนแผ่นดนิ
เดมิ โ ลกเดมิ อนั ไรธ้ รรม ววิ รณแ์ สดงใหเ้ หน็ ถงึ วถิ ใี หมท่ ่ี ก�ำ ลงั จะมา
เป็นวิถีทีพ่ ระเจา้ ทรงปกครองอยา่ งสมบรู ณ์ อย่างแทจ้ ริง ผู้เชอื่
ที่ซื่อสัตย์กับพระคริสต์เท่าน้ั นจะได้มีสิทธิในแผ่นดินสวรรค์ใหม่
โลกใหมน่ ี้
• Dualistic worldview วรรณกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการต่อสู้
ระหวา่ ง 2 ฝา่ ย คือฝา่ ยของมารที่ครอบครองอยูใ่ นโลกน้ี และ
ฝา่ ยของพระเจา้ ผู้ท่ี ถกู ข่มเหง ววิ รณ์แสดงเห็นชดั ถึงการตอ่ สูน้ ้ี
โดยเฉพาะในบทที่ 12-22 และที่สุดแลว้ ฝา่ ยของพระเจ้าจะมีชยั
เหนือฝ่ายของมารรา้ ยอย่างเบ็ดเสรจ็
• Eschatology as hope, not a Blueprint of the Future
วรรณกรรมประเภทน้ีมีเน้นถึงการเปิดเผยเรื่องอนาคตที่เป็น
ภาษาภาพพจน์เพ่ือเน้นถึงการหนุนใจและให้ความหวังกับผู้ท่ี
แนะนาํ การอ่านพ
ระธรรมวิวรณ์ 23
ทนทุกข์และกําลังต่อสู้ในการยืนหยัดในความเชื่อ แต่ไม่ได้มี
จดุ ประสงค์ที่จะเปน็ การทาํ นายเรอ่ื งราวอนาคต วิวรณ์มีเนอ้ื หา
ท่ีเกยี่ วขอ้ งกบั อนาคต เป็นคนเผยพระวจนะ (หรือคำ�พยากรณ)์
แต่ไม่ได้เน้นการทำ�นายอนาคตตามตัวอักษรเหมือนคําทํานาย
ของพวกหมอดู หรือพวกนกั ใช้เวทมนต์ในการทํานาย แต่วิวรณ์
มงุ่ เน้นให้ผอู้ า่ นดงั้ เดิมคือครสิ ตจักรทง้ั เจ็ด ยืนหยดั อดทน มสี ่วน
ในพนั ธกิจการทรงสร้างใหม่ของพระเจ้าในทส่ี ุด
ดังั นั้้น� วิวิ รณ์จ์ ึงึ เป็น็ วรรณกรรมการเผยพระวจนะของพระเจ้า้ ในรูปู แบบ
ของอพอลคาลิิปส์์ เพื่่�อผู้้�อ่่านเข้้าสู่่�การเปิิดเผยในโลกสวรรค์์ว่่า พระเจ้้ายัังทรง
ครอบครองอยู่�และนํําทุุกสิ่่�งเป็็นไปตามพระประสงค์์ของพระองค์์ แม้้โลกนี้้�
ยัังมีีการต่่อสู้ �อยู่่� แม้้อาณาจัักรของโลก (ฝ่่ายมาร) ดููเหมืือนแข็็งแรงน่่ากลััว
คริิสเตีียนผู้้�เชื่ �อในพระเจ้้าจึึงได้้อดทน ต่่อสู้ �รอคอยวัันเวลาที่่�พระเจ้้าจะ
เสด็จ็ มา พิิพากษาคนอธรรม ให้้ความหวัังใหม่่ หรืือให้้โลกใหม่่ที่่�พระองค์์จะ
เสด็็จมาปกครอง
1.3 การเข้้าใจภาษาสััญลัักษณ์์ในวิิวรณ์์ (Symbolism)
ภาษาสััญลัักษณ์์เป็็นส่่วนประกอบที่่�สํําคััญของพระธรรมวิิวรณ์์
ทั้้�งเรื่�องสีี ตััวเลข สััตว์์ เครื่่�องดนตรีี อื่่�นๆ ซึ่่�งอาจทำำ�ให้้ผู้้�อ่่านในปััจจุุบัันสัับสน
เป็็นอย่่างมาก แท้้จริิงเราควรตระหนัักถึึงความสำำ�คััญของภาษาสััญลัักษณ์์
เหล่่านี้้�ที่่�เป็็นส่่วนสำำ�คััญของวรรณกรรมอพอลคาลิิปส์์และการเผยพระวจนะ
สััญลัักษณ์์เหล่่านี้้�นำำ�ผู้้�อ่่านเข้้าสู่ �โลกแฟนตาซีี สััญลัักษณ์์เหล่่านี้้�อาจทั้้�งสร้้าง
ความสัับสนกัับผู้้�อ่่าน แต่่ก็็ยัังสามารถมีีผลต่่ออารมณ์์และความรู้้�สึึกของ
ผู้้�อ่่านได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพ การเข้้าใจภาษาสััญลัักษณ์์เหล่่านี้้� เราควร
ตระหนััก 2 สิ่่�งคืือ 1) จุุดประสงค์์ของภาษาสััญลัักษณ์์ และ 2) แหล่่งที่่�มา
ของการใช้้ภาษาเหล่่านี้้�
24 เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง
ในด้้านจุุดประสงค์์ของภาษาสััญลัักษณ์์ เราจะเข้้าใจภาษาสััญลัักษณ์์
อย่่างเหมาะสมและถููกต้้อง เราต้้องรู้�ถึึงวััตถุุประสงค์์ที่่�แท้้จริิงของผู้�เขีียน
ในด้า้ นหนึ่่ง� ผู้�เขียี นใช้ภ้ าษาสัญั ลักั ษณ์เ์ พื่่อ� ปิดิ ซ่อ่ นความจริงิ บางสิ่ง� จากคนนอก
ผู้�เขียี นไม่ต่ ้อ้ งการบอกอย่า่ งชัดั เจนโดยตรงถึงึ ความหมายที่่เ� ขากำำ�ลังั สื่อ� วิวิ รณ์์
ไม่่ได้้ใช้้ถ้้อยคํําต่่อว่่าใครโดยตรง ไม่่ได้้เอ่่ยชื่�อจริิงของใคร ไม่่ได้้ใช้้ถ้้อยคํํา
หยาบคายถึงึ ใคร ไม่ไ่ ด้ว้ ิพิ ากษ์ว์ ิจิ ารณ์ห์ รือื กล่า่ วโทษใครโดยตรง (เหมือื นการเผย
พระวจนะหรือื จดหมายฝาก) การไม่ไ่ ด้เ้ ปิดิ เผยความหมายอย่า่ งตรงไปตรงมานี้้�
ก็เ็ พื่่อ� ปิดิ ซ่อ่ นความจริงิ กับั ผู้้�อ่า่ นบางกลุ่่�ม (โดยเฉพาะผู้�เป็น็ ศัตั รูขู องคริสิ ตจักั ร
และเป็็นผู้้�มีีอํํานาจปกครอง) เพื่่�อพวกเขาจะไม่่สามารถเข้้าถึึงความหมายที่่ �
แท้้จริิงได้้ และเพื่่�อเป็็นการรัักษาความปลอดภััยให้้กัับผู้�เขีียน ผู้้�อ่่าน และ
หนังั สือื ม้ว้ นนี้้จ� ากศัตั รูหู รือื ผู้�ไม่ป่ ระสงค์ด์ ีตี ่อ่ คนของพระเจ้า้ แต่ใ่ นอีกี ด้า้ นหนึ่่ง�
ผู้ �เขีียนภาษาสััญลัักษณ์์เหล่่านี้้�เปิิดเผยความจริิงให้้ผู้้�อ่่านวงในเข้้าใจ วิิพากษ์์
อย่่างเจ็็บแสบต่่อปััญหาสัังคม การเมืืองการปกครอง และการที่่�คนชอบธรรม
ของพระเจ้้าถููกรัังแกข่่มเหง เราเข้้าใจได้้ว่่าผู้�เขีียนเจาะจงใช้้สััญลัักษณ์์ต่่างๆ
ที่่�ผู้้�อ่่านวิิวรณ์์ในเจ็็ดคริิสตจัักรสามารถเข้้าใจได้้เป็็นอย่่างดีี ภาษาสััญลัักษณ์์
เหล่่านี้้�ช่่วยเปิิดเผยความจริิงได้้ชััดเจนและวิิพากวิิจารณ์์สถานการณ์์ต่่างๆ
ของบ้้านเมืืองได้้อย่่างเจ็็บแสบ เพราะบางสััญลัักษณ์์ได้้มีีการเปรีียบเทีียบ
ล้อ้ เลียี นความอยุตุ ิธิ รรมสิ่ง� ที่่เ� กิดิ ขึ้น� ในบ้า้ นเมือื ง (อาจคล้า้ ยกับั การ์ต์ ูนู การเมือื ง
ในปัจั จุบุ ันั ) เช่น่ ภาพของหญิงิ แพศยาที่่ส� วมอาภรณ์ห์ รูหู รา แต่ล่ ่ว่ งประเวณีกี ับั
บรรดากษััตริิย์์ และล่่อลวงคนในแผ่่นดินิ โลกให้้เมามายด้ว้ ยเหล้้าองุ่่�นแห่่งการ
ล่่วงประเวณีี (วว. 17:1-6) ยอห์์นใช้้ภาพหญิิงแพศยาผู้�นี้�มากระทบกระเทีียบ
ล้้อเลีียนกรุุงโรม เมืืองที่่�เทพเจ้้าโรมา (goddess Roma) ว่่าเป็็นเทพีีคุ้�มครอง
กรุุงโรม แต่่กลัับถููกเปรีียบเทีียบเป็็นหญิิงแพศยา กรุุงโรมที่่�ดููเหมืือนหรููหรา
มั่่�งคั่ �ง ยิ่่�งใหญ่่ แต่่ภาพหญิิงแพศยานี้้�ถููกนำำ�มาล้้อเลีียนสภาพที่่�แท้้จริิงของ
กรุุงโรม เป็็นเหมืือนหญิิงแพศยาหรืือโสเภณีีชั้�นสููง ใช้้ความฟุ้�งเฟ้้อหรููหรา
แนะนาํ การอ่าน
พระธรรมวิวรณ์ 25
มาล่่อลวงมอมเมาบรรดาประชาชาติิในโลกให้้หลงติิดกัับ หญิิงผู้�นี้�คบชู้�
กัับบรรดากษััตริิย์์หรืือผู้้�นํําประเทศทั้้�งหลายในการแสวงหาผลประโยชน์ ์
เอารััดเอาเปรีียบคนยากจนและทํําร้้ายคริิสตชน (17:6) เป็็นต้้น ดัังนั้้�นภาพ
ของหญิิงแพศยานี้้�ถืือเป็็นการวิิพากษ์์วิิจารณ์ก์ รุุงโรมอย่่างเจ็็บแสบ เปิิดเผยให้้
เห็น็ ธาตุแุ ท้ข้ องเมือื งว่า่ เต็ม็ ไปด้ว้ ยการสรรพอธรรม การล่อ่ ลวง และไร้ศ้ ีลี ธรรม
ในด้้านแหล่่งที่่ม� าของภาษาสัญั ลักั ษณ์์ เป็น็ อีกี สิ่่ง� หนึ่่ง� ที่่�สามารถช่่วยให้้
เราเข้า้ ถึงึ ความหมายของสัญั ลักั ษณ์ไ์ ด้อ้ ย่า่ งเหมาะสม เมื่่อ� เราเข้า้ ใจว่า่ ผู้�เขียี นมีี
จุุดประสงค์์ใช้้ภาษาสััญลัักษณ์์ที่่�ผู้้�อ่่านวงในเข้้าถึึงได้้ เราจึึงรู้�ได้้ว่่าสััญลัักษณ์์ที่่�
ยอห์์นใช้้ในวิิวรณ์์ไม่่ได้้มาจากยอห์์นเอง หรืือไม่่ได้้มาจากทููตสวรรค์์ที่่�ให้้นิิมิิต
แก่่ยอห์์นเท่่านั้้�น แต่่เป็็นสััญลัักษณ์์ที่่�มีีแหล่่งที่่�มา เป็็นภาษาที่่�ทั้้�งยอห์์นและ
ผู้้�อ่่านดั้้�งเดิิมสามารถเข้้าใจได้้ทัันทีี สััญลัักษณ์์เหล่่านี้้�อาจมีีลัักษณะคล้้ายกัับ
ภาษาของการ์์ตููนล้้อเลีียนการเมืือง ที่่�ผู้ �เขีียนหรืือวาดมัักใช้้สััญลัักษณ์์ที่่�ผู้้�วาด
และผู้้�อ่่านเข้้าใจได้้ตรงกััน เช่่น ชื่่�อคน ลัักษณะเด่่นบนใบหน้้า การแต่่งกาย
เหตุกุ ารณ์์สํําคััญ โลโก้้พรรคการเมืือง อื่่�นๆ สััญลักั ษณ์์เหล่่านี้้�ล้้วนมีีแหล่่งที่่�มา
ที่่ท� ำำ�ให้ผ้ ู้้�วาดสื่อ� สารกับั ผู้้�อ่า่ นได้ท้ ันั ทีผี ่า่ นสัญั ลักั ษณ์เ์ หล่า่ นี้้� เช่น่ ในช่ว่ งปีี พ.ศ.
2557 หากผู้้�วาดการ์์ตููนรููปคนที่่�ใส่่เสื้�อสีีเหลืือง มีีนกหวีีดและมืือตบ ผู้้�อ่่าน
ที่่เ� ป็น็ คนไทยในช่ว่ งดังั กล่า่ วสามารถเข้า้ ใจได้ท้ ันั ทีวี ่า่ เป็น็ สัญั ลักั ษณ์ข์ องกลุ่่�มที่่�
เคลื่่อ� นไหวทางการเมือื งกลุ่่�มหนึ่่ง� เป็น็ ต้น้ ภาษาสัญั ลักั ษณ์ม์ ีที ี่่ม� า แต่เ่ มื่่อ� ระยะ
เวลาผ่า่ นพ้น้ ไป เราอาจไม่ไ่ ด้ส้ นใจว่า่ ที่่ม� าของสัญั ลักั ษณ์ม์ าจากแหล่ง่ ใด แต่เ่ รา
สนใจว่่าเพีียงความหมายของสััญลัักษณ์์ที่่�ผู้้�วาดกำำ�ลัังสื่ �อสารเท่่านั้้�น
พระธรรมวิิวรณ์์ก็็เช่่นเดีียวกััน ยอห์์นใช้้ภาษาสััญลัักษณ์์มาจากแหล่่ง
ข้อ้ มูลู ต่า่ งๆ โดยมากมาจากแหล่ง่ ที่่ผ� ู้้�อ่า่ นคุ้้�นเคยและสามารถเข้า้ ใจทันั ที ี ภาษา
สััญลัักษณ์์เหล่่านี้้�อาจได้้มาจาก การแต่่งกายของผู้้�นํําศาสนา รููปปั้้�นของพระ
ต่่างชาติิ พิิธีีกรรมทางศาสนา สััญรููป (icon) ของพวกผู้้�นํําการเมืืองและผู้้�นํํา
26 เปิิดประตููวิิวรณ์์: อรรถาธิิบายหนัังสืือแห่่งความหวััง
ศาสนา รวมถึงึ นิทิ านเรื่อ� งเล่า่ ตํํานานกรีกี และโรมันั เป็น็ ต้น้ 20 แต่แ่ หล่ง่ ที่่ม� าขอ
ภาษาสััญลัักษณ์์ที่่�สํําคััญที่่�สุุดคืือสััญลัักษณ์์จากพระคััมภีีร์์เดิิม เช่่น ตััวเลขเจ็็ด
เลขสามปีคี รึ่่ง� เลขสิบิ สอง สีตี ่า่ งๆ ชื่่อ� คน ชื่่อ� เมือื ง เครื่่อ� งแต่ง่ กาย เครื่่อ� งดนตรี ี
เหตุุการณ์์ภััยพิิบััติิ และอื่ �นๆ คงไม่่ใช่่สิ่�งบัังเอิิญที่่�พระธรรมวิิวรณ์์ได้้อ้้างอิิงถึึง
พระคััมภีีร์์เดิิมจำำ�นวนมาก21 เนื่่�องด้้วยพระคััมภีีร์์เต็็มไปด้้วยสััญลัักษณ์์ที่่ �
ผู้้�อ่่านวงใน (ผู้้�อ่่านดั้้�งเดิิมที่่�เป็็นสมาชิิกคริิสตจัักรทั้้�งเจ็็ด) สามารถเข้้าใจได้้
ขณะที่่ค� นในวงนอก (ผู้�ไม่เ่ ชื่อ� และไม่รู่้�พระคัมั ภีรี ์)์ จะไม่รู่้�เรื่อ� งได้ ้ ที่่ส� ำำ�คัญั เราอาจ
จิินตนาการได้้ว่่า ผู้้�อ่่านดั้้�งเดิิมคงมีีความคุ้้�นเคยกัับเรื่ �องราวและภาษาของ
พระคััมภีีร์์เดิิมเป็็นอย่่างดีีแม้้จะเป็็นผู้้�เชื่�อที่่�อยู่�ในดิินแดนคนต่่างชาติิ (แคว้้น
เอเชียี ) ก็ต็ าม22 ในเรื่อ� งการใช้พ้ ระคัมั ภีรี ์เ์ ดิมิ มีี 2 สิ่่ง� ที่่เ� ราควรเข้า้ ใจ 1) ผู้�เขียี น
ไม่่ได้้อ้้างถึึงพระคััมภีีร์์เดิิมว่่าเป็็นคํําทํํานายที่่�สํําเร็็จในวิิวรณ์์ แม้้ว่่าวิิวรณ์์
จะใช้้ภาษาและเรื่ �องราวจากพระคััมภีีร์์เดิิมจํํานวนมาก ยอห์์นไม่่เคยอ้้างอิิง
โดยตรง (direct quote) จากพระคััมภีีร์์เดิิมเลยสัักข้้อเดีียว และยอห์์น
ก็็ไม่่ได้้เชื่ �อมโยงภาษาหรืือเรื่ �องราวจากพระคััมภีีร์์เดิิมมาถึึงเนื้้�อหาในวิิวรณ์์
โดยตรง สิ่่�งที่่�ยอห์์นใช้้คืือภาษาหรืือเรื่�องราวจากพระคััมภีีร์์เดิิม เพื่่�อสื่�อ
ความหมายให้้ผู้้�อ่่านวิิวรณ์์เข้้าใจ เช่่น เรื่�องสััตว์์ร้้ายจากทะเล (วว. 13:1-4)
20 ตวั อย่างเช่น เรอ่ื งดวงจันทร์ท่ีอย่ใู ต้เท้าของหญงิ ในสวรรค์ และดวงดาว 12 ดวงเป็นมงกุฏ ใน
วว. 12:1 เปน็ ตน้
21 แท้จริงแมว้ า่ ววิ รณ์จะใช้ภาษาและเรอ่ื งราวจากพระคัมภรี ์เดิมจํานวนมาก ยอหน์ ไมเ่ คยอ้างอิง
โดยตรง (direct quote) จากพระคัมภีรเ์ ดิมเลยสักข้อเดยี ว Steve Moyise สรปุ ใหเ้ ห็นว่า
ววิ รณใ์ ช้พระคัมภรี ์เดิมมากที่สดุ มากกวา่ หนงั สือเล่มใดในพระคมั ภรี ใ์ หม ่ คอื มกี ารอา้ งองิ ถงึ
พระคมั ภรี เ์ ดิมกวา่ 579 คร้ัง (จากเบญจบรรณ 82 ครง้ั , สดด. 97 ครงั้ , อสย. 122 ครงั้ , ยรม.
48 คร้งั , อสค. 83 ครั้ง, ดนล. 74 ครง้ั , หมวดผพู้ ยากรณ์นอ้ ย 73 ครง้ั ) ดู Steve Moyise,
The Old Testament in the Book of Revelaiton, Journal for the Study of the New
Testament Supplement Series 115 (London: Bloomsbury T & T Clark, 1995), 16.
22 Richard Bauckham เข้าใจวา่ ผ้อู ่านและผฟู้ งั ดัง้ เดมิ นา่ จะคนุ้ เคยหรือจดจําเนอื้ หาในหนงั สอื
พันธสญั ญาเดิมไดเ้ ปน็ อยา่ งดี อาจดีมากกว่าครสิ เตยี นในปัจจบุ ันผู้ท่ีไดร้ บั การศกึ ษาเป็นอยา่ งดี
เสยี ดว้ ยซํ้าไป เ นอ่ื งจากคนในสมยั อดตี อยใู่ นวฒั นธรรมทใ่ี ชก้ ารพดู และฟงั เปน็ หลกั ไ มใ่ ชก่ ารอา่ น
แบบปจั จบุ นั ดู Bauckham, The Theology, 18.
แนะนําการอา่ น
พระธรรมวิวรณ์ 27
มีคี วามคล้า้ ยคลึงึ กับั สัตั ว์ร์ ้า้ ยในดาเนียี ล 7:3-8 เราไม่จ่ ํําเป็น็ ที่่จ� ะคิดิ ว่า่ สัตั ว์ร์ ้า้ ย
จากทะเลในวิิวรณ์์ คืือสััตว์์ร้้ายที่่�กล่่าวถึึงในดาเนีียล 7:3-8 แม้้ว่่าสััตว์์ร้้าย
ทั้้�งสองตอนนี้้�จะมีีลัักษณะใกล้้เคีียงกััน เช่่น มีีลัักษณะเหมืือนสิิงโต หมีี และ
เสืือดาว มีีอํํานาจมาก มีีเขาสิิบเขา เป็็นต้้น แต่่ดาเนีียลบท 7 กล่่าวถึึงสััตว์ร์ ้้าย
4 ตััว ขณะที่่�วิิวรณ์์บท 13 กล่่าวถึึงสััตว์์ร้้ายเพีียงตััวเดีียว และพระธรรม
ทั้้ง� สองเล่ม่ ก็บ็ รรยายเรื่อ� งราวของสัตั ว์ร์ ้า้ ยแตกต่า่ งกันั เป็น็ ต้น้ ดังั นั้้น� แม้ว้ ิวิ รณ์ ์
บท 13 เสนอภาพของสััตว์์ร้้ายที่่�ดููคล้้ายกัับดาเนีียลบท 7 แต่่วิิวรณ์์ไม่่ได้้
เชื่ �อมโยงเรื่ �องราวของพระธรรมทั้้�งสองตอนนี้้�เข้้าด้้วยกััน ยอห์์นเพีียงใช้้ภาพ
สััตว์์ร้้ายของดาเนีียลบท 7 เพื่่�อสื่�อสารให้้ผู้้�รัับวิิวรณ์์เข้้าใจความร้้ายกาจ
ของสััตว์์ร้้ายในวิิวรณ์์บท 13 เท่่านั้้�น 2) ผู้้�เขีียนใช้้ภาษาที่่�ผู้้�อ่่านคุ้้�นเคยจาก
พระคััมภีีร์์เดิิม และหลายครั้้�งได้้ดััดแปลงเรื่�องราวหรืือสััญลัักษณ์์เพื่่�อสื่�อถึึง
สิ่ง� ใหม่ท่ ี่่เ� กิดิ ขึ้น� ในวิวิ รณ์ ์ ดังั นั้้น� เพื่่อ� ที่่เ� ราจะเข้า้ ใจถึงึ ความหมายของสัญั ลักั ษณ์์
เหล่า่ นี้้� เราอาจต้อ้ งกลับั ไปศึกึ ษาถึงึ ความหมายของสััญลัักษณ์์ในพระคััมภีีร์์เดิิม
แล้้วจึึงนํํามาประยุุกต์์ความหมายของสััญลัักษณ์์ที่่�ยอห์์นต้้องการสื่ �อในวิิวรณ์ ์
จากตัวั อย่า่ งของการใช้ส้ ัตั ว์ร์ ้า้ ยจากดาเนียี ลบท 7 ในวิวิ รณ์บ์ ท 13 ยอห์น์ จงใจ
ใช้้ภาษาเรื่�องสััตว์์ร้้ายของดาเนีียลบท 7 ที่่�สื่�อถึึงเรื่�องอาณาจัักรที่่�ดููแข็็งแกร่่ง
น่่ากลััว และชั่ �วร้้าย ของทั้้�งสี่ �อาณาจัักรโดยเฉพาะอาณาจัักรที่่�สี่ � ขณะที่่�วิิวรณ์์
บท 13 นํําเสนอว่่าสััตว์์ร้้ายที่่น� ่่ากลัวั ทั้้�งสี่�ตัวั ในดาเนีียลนี้้� ได้้รวมอยู่�ในสััตว์ร์ ้้าย
ตัวั เดียี วในวิวิ รณ์์ 13 สัตั ว์ต์ ัวั นี้้ท� ั้้ง� น่า่ เกลียี ด น่า่ กลัวั และร้า้ ยกาจเป็น็ อย่า่ งมาก
อีีกทั้้�งยัังมุ่�งทํําร้้ายธรรมิิกชนอีีกด้้วย (13:7) เป็็นต้้น
ตารางต่่อไปนี้้�เป็็นสััญลัักษณ์์และความหมายเบื้้�องต้้นที่่�ยอห์์นใช้้ใน
พระธรรมวิิวรณ์์
28 เปิดปริะตููวิิวิริณ์: อัริริถาธิิบายหนังสูือัแห่งควิามหวิัง
สุัญลัักษณ์์ ควิามูหมูาย ติัวิอย่างข้้อพริะธริริมูวิิวิริณ์์
3 เล่ขีสูมบูริณ์ พริะอังค์ผูู้้ทิริงเป็นอัยู่ ผูู้้ทิริงอัยู่ แล่ะผูู้้ทิี�จัะเสูด็จัมา
3.5 ป, 42 ขีอังสูวิริริค์ (1:4), บริิสูุทิธิิ� บริิสูุทิธิิ� บริิสูุทิธิิ� (4:8; เปริียบเทิียบ
เดือัน เวิล่าทิี�จัำากัด 8:13)
, 1260 (คริึ�งหนึ�งขีอัง 3.5 ป = 42 เดือัน = 1260 วิัน (11:2-3, 9,
วิัน เล่ขี 7) เวิล่า 11; 12:6, 14; 13:5)
4 แห่งกล่ียุค
6 เล่ขีสูมบูริณ์ สูัตูวิ์ทิั�ง 4 (4:6-8; 5:6), ม้า 4 ตูัวิ (6:1-8);
7 ขีอังโล่ก ทิูตูสูวิริริค์ทิี� 4 มุมขีอังโล่กแล่ะล่มทิั�ง 4
เล่ขีไม่สูมบูริณ์ (7:1-2; 9:15; 20:8)
12 (24, สูิ�งชัั�วิริ้าย เล่ขีขีอังสูัตูวิ์ริ้าย (13:17)
144) เล่ขีสูมบูริณ์
(ริวิมสูวิริริค์ พริะวิิญญาณทิั�งเจั็ดขีอังพริะเจั้า (3:1; 4:5; 5:6);
แล่ะโล่ก) ดวิงดาวิทิั�งเจั็ดทิี�พริะหัตูถ์ขีวิาขีอังบุตูริมนุษย์
(1:16; 2:1; 3:1); คันปริะทิีปทิอังคำาทิั�งเจั็ด
เล่ขีสูมบรู ิณส์ ูาำ หริบั (1:4, 11-12, 20; 2:1); ตูริาปริะทิับทิี�หนังสูือัม้วิน
ปริะชัากริขีอัง ทิั�งเจั็ด (5:1), แตูริทิั�งเจั็ด (8:2), ขีันทิั�งเจั็ด
พริะเจั้า, จัำานวิน (16:1); หัวิทิั�งเจั็ดขีอังพญานาคแล่ะสูัตูวิ์ริ้าย
เผู้า่ พนั ธิหุ์ ริอื ัอัคั ริทิตู ู (12:3; 13:1)
ทิี�พริะเจั้าเล่ือัก หญิงสูวิมมงกุฏแห่งดาวิ 12 ดวิง (12:1); อััคริทิูตู
(21:12, 14, 21), ตู้นไม้แห่งชัีวิิตูอัอักผู้ล่
12 ชันิด (22:2), ผูู้้อัาวิุโสู 24 คน (5:4), คน
อัิสูริาเอัล่ทิี�ริับตูริาปริะทิับจัำานวิน 144,000:
(7:14; 14:1, 3)
แนะนําการอา่ น
พระธรรมววิ รณ์ 29
สุัญลัักษณ์์ ควิามูหมูาย ติัวิอย่างข้้อพริะธริริมูวิิวิริณ์์
1,000 เป็นตูัวิเล่ขี ยุคพันป (20:2), อัิสูริาเอัล่ทิี�ริับตูริาปริะทิับ
จัำานวินมาก 144,000 (7:14), ควิามกวิ้าง ยาวิ สููง ขีอัง
เยริูซาเล่็มใหม่ 12,000 สูทิาดิโอัน (21:16)
ขีาวิ ชััยชันะ, การิเป็น ผู้มขีอังบุตูริมนุษย์ (1:14); เสูื�อัขีอังผูู้้เชัื�อัทิี�
ขีึ�นจัากควิามตูาย, สูัตูย์ซื�อั, ผูู้้ทิี�ถูกฆ่าตูายเพริาะควิามเชัื�อั (3:4-5,
ควิามบริิสูุทิธิิ�/ 18; 6:11; 7:9, 13-14; 19:14); ม้าขีาวิ (6:2);
สูวิริริค์/ เกี�ยวิกับ ม้าขีอังพริะคริิสูตู์ (19:11, 14); พริะทิี�นั�งใหญ่
พริะเจั้า สูีขีาวิ (20:11)
แดง เล่ือัด, ม้าสูีแดง (6:4); พญานาคสูีแดง (12:3),
ควิามริุนแริง,
สูงคริาม
ม่วิง ควิามหริูหริา, เสูื�อัผู้้าขีอังหญิงแพศิยา (17:3-4; 18:16);
หริือัศิีล่ธิริริมตูกตูำ�า, สูินค้าขีอังพ่อัค้า (18:12)
อัาณาจัักริชัั�วิริ้าย
ดำา ควิามสูน�ิ หวิงั ควิาม ม้าสูีดำา (6:5, 12)
ทิกุ ขี์โศิกเวิทินา
กะเล่ียวิ โริคภียั แล่ะ ม้าสูีกะเล่ียวิ (6:8)
(เขีียวิซีด) ควิามตูาย
ทิอังคำา, สูง�ิ ล่า�ำ คา่ มรี ิาคาสูงู ทิอังคำา: 3:18; 21:5, 18, 21 (cf. 9:20; 17:4;
สูิ�งทิี�ทิำาจัาก 18:12, 16) ทิำาจัากทิอัง: 1:12, 13, 20; 4:4; 5:8;
ทิอัง 8:3; 9:13; 14:14 (9:7; 15:6, 7; 17:4)
30 เปิดปริะตููวิิวิริณ์: อัริริถาธิิบายหนังสูือัแห่งควิามหวิัง
สุัญลัักษณ์์ ควิามูหมูาย ติัวิอย่างข้้อพริะธริริมูวิิวิริณ์์
Crown(s): ริางวิัล่ขีอังผูู้้สูัตูย์ซื�อั (2:10; 3:11; 4:4,
มงกุฎ ตูำาแหน่งผูู้้นำา 10), ตูำาแหน่งผูู้้นำาขีอังโล่ก (6:2); 14: 14, มงกุฎ
(crown, ริางวิัล่ บนศิีริษะหญิงจัากสูวิริริค์ (12:1) มงกุฎบนหัวิ
diadem) ตูั๊กแตูน (9:7), Diadem(s): มงกุฏบน
หัวิพญานาค (12:3), มงกุฎบนหัวิสูัตูวิ์ริ้าย
(13:1), มงกุฎบนพริะเศิียริขีอังผูู้้ทิริงม้าขีาวิ
(19:12)
เขีา (horn) กำาล่ัง พริะเมษโปดกมีเขีาเจั็ดเขีา (5:6), พญานาค
พล่ังอัำานาจั มีสูิบเขีา (12:3), สูัตูวิ์ริ้ายมีสูิบเขีา (13:1),
สูัตูวิ์ริ้ายจัากแผู้่นดินมีสูอังเขีา (13:11)
บาดาล่ล่ึก ทิี�อัยู่ขีอัง ทิี�อัยู่ขีอังตูั๊กแตูน (9:2, 11), ทิี�อัยู่ขีอังสูัตูวิ์ริ้าย
หญิง สูิ�งชัั�วิริ้าย แล่ะ (11:7; 17:8), ทิี�คุมขีังขีอังพญานาค (20:3)
แพศิยา ขีอังมาริริ้าย หญิงแพศิยาตูัวิเอั้ (17:1, 2)
ล่่วิง เมือังหริือั
ปริะเวิณี อัาณาจัักริ คำาสูอันขีอังบาล่าอััม (2:14), คำาสูอันขีอัง
เจั้าสูาวิ ทิี�สูกปริก เยเซเบล่ (2:20, 22), คนทิั�งปวิงบนแผู้่นดินโล่ก
บริิสูุทิธิิ� ไม่สูัตูย์ซื�อั ล่่วิงปริะเวิณีกับหญิงแพศิยา (17:2, 4)
ปริะทิับ ควิามไมส่ ูตั ูยซ์ อ�ื ั ธิริริมิกชันผูู้้บริิสูุทิธิิ� (19:7), กริุงเยริูซาเล่็มใหม่
ตูริาทิี�หน้า หริอื ัการิมพี ริะอัน�ื (21:2, 9)
ผู้าก แทินพริะเจัา้
ชัวี ิติ ูทิช�ี ัอับธิริริม อัิสูริาเอัล่ 144,000 คนมีตูริาปริะทิับขีอังพริะเจั้า
ปริะชัากริหริอื ั (7:3; 9:4), คนบนโล่กทิี�ริับตูริาขีอังสูัตูวิ์ริ้าย
ชัมุ ชันทิช�ี ัอับธิริริม (13:16; 14:9 20:4)
ขีอังพริะเจัา้
เคริอ�ื ังหมายแสูดง
การิมเี จัา้ ขีอัง