คณุ ครูฉตั รสดุ า ดวงทอง
1.POP (POPULA) 7.REGE (LATIN MUSIC)
2.ROCK 8.WORLD MUSIC
3.JAZZ 9.ELECTRONIC MUSIC
4.SOUL & FUNK 10.เพลงลกู ท่งุ
5.R&B 11.เพลงเพอื่ ชวี ติ
(RHYTHM&BLUES)
6.RAP
POP หรือดนตรีพอ๊ พ Pop ยอ่ มาจากคาวา่ Popular ที่มีความหมายวา่ เป็นท่ีนิยมชมชอบกนั ทวั่ ไป
ดนตรีพอ๊ พจึงมีลกั ษณะท่ีฟังง่าย ติดหูทานองไพเราะ ดนตรีไม่มีความสลบั ซบั ซอ้ น เน้ือหากล่าวถึงความรัก
ธรรมชาติ อารมณ์ต่างๆโดยรวมแลว้ ทุกๆเพลงจะมีลกั ษณะท่ีเด่นชดั ดงั น้นั ดนตรีพอ๊ พจึงอาจจะเป็นดนตรี
โพลคบ์ ูลส์คนั ทรี่ ร็อค เฮฟว่ี แรป แด๊นซ์ ฯลฯ
ROCK เป็นดนตรีที่มีจงั หวะแบบเร่งเร้ากระชบั หนกั แน่นโยกยา้ ยส่ายสะโพกไปมาตามจงั หวะ โดยมีที่มาจาก
ดนตรีร็อคแอนดโ์ รลยคุ 50's ตอนปลาย และยคุ 60's มีกลองใหจ้ งั หวะพร้อมกบั ริธ่ึมของกีตาร์ที่หนกั
แน่น และเสียงร้องกระแทกกระท้นั เพ่ือปลุกเร้าคนฟังใหเ้ กิดอารมณ์สนุก เมามนั และปลดปลอ่ ย
ดนตรแี จส๊ เกดิ จากชนผวิ ดาในเมอื งนิวออรล์ นี ทอี่ เมรกิ าทถี่ กู นามาเป็ นทาสเมอื่ วา่ งเวน้ จากงาน ก็จะ
มารวมตวั กนั เลน่ ดนตรเี พอื่ เป็ นการระบาย ความรสู ้ กึ ต่าตอ้ ยของพวกเขาเอง ก็ไดแ้ พรห่ ลายจาก
งานตา่ งเหลา่ นี้ ซงึ่ ลกั ษณะเดน่ ของดนตรแี จส๊ คอ่ นขา้ งจะ ซบั ซอ้ น ไพเราะ ประณีต บรรจง และ
คอ่ นขา้ งจะองิ แบบแผนทางดนตรคี ลาสสคิ ในยุคกอ่ นๆ เครอื่ งดนตรที เี่ ด่นๆของแจส๊ คอื เครอื่ งเป่ า
กตี าร ์ ดบั เบลิ้ เบสเปี ยโน บดิ าของดนตรแี จซ๊ คอื หลยุ ส ์ อารม์ สตรอง
SOUL & FUNK โซลและฟังส์ เป็นดนตรีที่มีความหมายของคาวา่ “วญิ ญาณ” ซ่ึงเป็นดนตรีที่เนน้ ไปทางเสียงร้อง และเอ้ือน
อยา่ งมีเอกลกั ษณ์เฉพาะตวั ของคนผวิ ดา ซ่ึงต่อเน่ืองมาจากดนตรีแจ๊ส ซ่ึงไม่มีชนชาติใดเลียนแบบได้ และเน้ือหากจ็ ะตีแผถ่ ึงความ
ลาบากในการใชช้ ีวติ ที่ตกเป็นทาส เสียงร้องจึงคลา้ ยกบั การคร่าครวญอยา่ งเจบ็ ปวด ต่อมาก็เริ่มมีการพฒั นาโดยการนาเอาดนตรีโซลไป
ผสมผสานจงั หวะจะโคนที่เด่นชดั และลื่นไหล สร้างอารมณ์ใหเ้ ตน้ ตามได้ ซ่ึงต่อมาเรียกวา่ ดนตรี ฟังก์ (Funk)
Rhythm & Blues รึท่ึมแอนดบ์ ลสู ์ เป็นดนตรีของคนผวิ ดาท่ีนาเสนอเร่ืองราวของชีวิตที่ตอ้ ยต่า ผา่ นเสียงดนตรี คือ มีกีตาร์ที่เศร้า
สร้อย หดหู่ จนน่าขนลุก บวกกบั เสียงร้องท่ีแหบพร่าเหมือนการคร่าครวญคลา้ ยคนกาลงั ร้องไห้ โดยใหเ้ สียงกีตาร์กบั เสียงเครื่องเป่ าฮาร์โมนิกา้
เป็นส่ือถา่ ยทอด ความเจบ็ ปวดเหลา่ น้นั อีกที
Rap แร็ป เป็นดนตรีของคนผวิ ดาที่นาเสนอเร่ืองราวของชีวิตที่ตอ้ ยต่า ผา่ นเสียงดนตรี คือ มีกีตาร์ท่ีเศร้าสร้อย หดหู่ จนน่าขนลุก บวกกบั
เสียงร้องที่แหบพร่าเหมือนการคร่าครวญคลา้ ยคนกาลงั ร้องไห้ โดยใหเ้ สียงกีตาร์กบั เสียงเคร่ืองเป่ าฮาร์โมนิกา้ เป็นสื่อถา่ ยทอด ความเจบ็ ปวด
เหล่าน้นั อีกที
เรกเก ้ เป็ นดนตรพี นื้ เมอื งของจาไมกา้ ทมี่ เี นือ้ หาพูดถงึ การเมอื ง โดยมบี อ๊ บ มาเลยเ์ ป็ นสญั ลกั ษณ์ ซงึ่
ดนตรเี นน้ ทกี่ ตี ารเ์ป็ นจงั หวะเดน่ ชดั และเสยี งทเี่ ป็ นเอกลกั ษณ์ จงั หวะของดนตรเี รก็ เกจ้ ะใหค้ วาม
สนุกสนานอยา่ งชดั เจน สว่ น ลาตนิ นั้น เป็ นดนตรปี ระจาภาคพนื้ ทวปี อเมรกิ าใต ้ ทเี่ นน้ จงั หวะทมี่ เี ครอื่ ง
เคาะหลากหลาย เป็ นแกนหลกั ของดนตรี ทานอง และจงั หวะจะผสมผสานระหวา่ งการเตน้ ระบาของคน
พนื้ เมอื ง ใสค่ วามสมยั ใหม่ของเครอื่ งดนตรอี ยา่ งกตี าร ์ กลอง เบส
เวริ ล์ ดม์ วิ สคิ เป็ นดนตรที นี่ าเอาเอกลกั ษณ์ เป็ นเพลงโฟลค์ ในวฒั นธรรมตา่ ง ๆ ทสี่ รา้ งสรรคแ์ ละเลน่ โดยนัก
ดนตรที อ้ งถนิ่ ของดนตรพี นื้ เมอื งของชาตติ า่ งๆ มาเรยี บเรยี งใหม่ บนดนตรสี งั เคราะห ์ ซงึ่ มหี ลากหลายสไตลท์ ง้ั
เตน้ รา และฟังแบบสบายๆ เนือ้ หาของเพลงจะฟังคอ่ นขา้ งยาก เพราะจะเนน้ ความเป็ นพนื้ เมอื งของดนตรนี ั้นๆ
รายละเอยี ดดนตรกี ็เชน่ กนั จะมคี วามสลบั ซบั ซอ้ น หลากหลาย ทนี่ ามาผสมผสานกนั จนย่งุ เหยงิ แต่กลบั
กลายเป็ นเนือ้ เดยี วกนั ทลี่ งตวั วงดงั ๆในแนวนีก้ ็มอี ย่าง เชน่ Buddha Bar
อเิ ล็กทรอนิกสม์ สิ วิ เป็ นดนตรที ใี่ ชเ้ ครอื่ งดนตรอี เิ ล็กทรอนิกสแ์ ละเทคโนโลยดี นตรอี เิ ล็กทรอนิกสใ์ นการผลติ
ขนึ้ มา โดยทว่ั ไปแลว้ ความโดดเดน่ ของดนตรสี ามารถเกดิ ขนึ้ โดยใชเ้ ครอื่ งดนตรไี ฟฟ้ าอเิ ล็กทรอนิกส ์ และ
เทคโนโลยเี ครอื่ งไฟฟ้ า ตวั อยา่ งเชน่ อดี เี อ็ม (EDM) ดนตรคี ลบั (club music) ดนตรแี ดนซ ์ (dance
music) เป็ น ดนตรอี เิ ล็กทรอนิกส ์ ทเี่ ปิ ดในไนตค์ ลบั งานสงั สรรคแ์ ละเทศกาล โดยทว่ั ไป EDM จะผลติ เพลง
จาก ดเี จ ทมี่ กี ารใชเ้ ครอื่ งดนตรอี เิ ล็กทรอนิกสห์ รอื ซอฟตแ์ วรด์ นตรใี นการทาเพลงโดยสรา้ งส่วนแทรกเรยี กว่า
มกิ ซเ์พลงแลว้ ก็ทาดนตรแี ทรกตอ่
เพลงลกู ทงุ่ คอื เพลงทสี่ ะทอ้ นวถิ ชี วี ติ สภาพสงั คมอดุ มคตแิ ละวฒั นธรรมไทย โดยมที ว่ งทานอง
คารอ้ ง สาเนียง และลลี าการรอ้ งการบรรเลงทเี่ ป็ นแบบแผน มลี กั ษณะเฉพาะซงึ่ ใหบ้ รรยากาศ
ความเป็ นลกู ทงุ่ ในปัจจบุ นั ตลาดเพลงลกู ทุ่งเป็ นตลาดใหญ่ เพลงลกู ทุง่ ไดร้ บั ความนิยมอกี
ครง้ั และมกี ารมอบรางวลั ทางดนตรลี กู ทงุ่ อย่มู ากมาย
เนือ้ หาของเพลงไม่จากดั เฉพาะชวี ติ ของคนชน้ั ลา่ งอยา่ งเดยี ว แต่ยงั รวมถงึ การเรยี กรอ้ งประชาธปิ ไตย
และการเหน็บแนมการเมอื งอกี ดว้ ย และแนวดนตรไี ดเ้ ปิ ดกวา้ งขนึ้ เป็ นแนวอคสู สตกิ หรอื รอ็ ก โดยความ
นิยมในเพลงเพอื่ ชวี ติ ไม่ไดเ้ ป็ นเพยี งกระแสในหว้ งเวลาน้ัน หากแตย่ งั ไดร้ บั ความนิยมเรอื่ ยมาจนถงึ
ปัจจบุ นั โดยมวี งดนตรแี ละนักรอ้ งเพลงเพอื่ ชวี ติ ทมี่ ชี อื่ เสยี งในปัจจบุ นั เชน่ คาราบาว, พงษส์ ทิ ธิ ์ คาภรี ,์
มาลฮี วนน่า